📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ผมไม่เห็นด้วยกับคุณปู่บัฟเฟตต์

SundayBoyInvest14:16

Transcription

เนื้อหาในคลิปนี้นะครับ เราจะมาคุยกันในหัวข้อ "ผมไม่เห็นด้วยกับคุณปู่ Buffเฟet" ครับ. ตามชื่อคลิปบอกก่อนนะ ไม่ได้จะมาทำคลิปคลิกเบสเรียกตีนเพื่อก่อดราม่าอะไรนะ แต่ว่ามันมีคนขอเข้ามาว่าอยากฟังความเห็นของผมเกี่ยวกับ BK Hardaway.

เอา Disclaimer แรกก่อนนะ ผมทราบครับว่า Greก เนี่ยขึ้นกุมบังเหียนเKช Hardaway แทนคุณปู่ Buffet มาสักพักนึง และเขาออกเยอะแยะ. แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้นะว่าหลังๆ ในช่วงท้าย career ของปู่ Buffet เนี่ย ก็ยังคงเป็นแกกับบทบริหารของแกนะที่ตัดสินใจในความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ. เพราะฉะนั้นเนี่ย มันก็ไม่ผิดอะไรนะถ้าจะบอกว่า Performance ของ workฮ Hard เนี่ย ก็ยังคงเป็น Performance ของคุณปู่ Buฟเฟet นั่นแหละ. เล่าจริงๆ นะ ต่อให้แกลงจากตำแหน่ง CEO เนี่ย แกก็ยังคงนั่งเป็นที่ปรึกษาอยู่ดีอ่ะนะ. แกเป็นคนชอบทำงาน ก็คงไม่ได้เกษียณแบบกลับบ้านไปเลี้ยงหลานหรอก.

Disclaimer ที่ 2: เนื้อหาในคลิปนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน. เผื่อมีพูดเรื่องหุ้นขึ้นมาเนี่ย ก็ขอให้รู้ไว้ว่าไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนนะครับ.

อ่ะ เข้าเรื่อง.

ผมเนี่ยครับก็เหมือนกับนักลงทุนหลายๆ คนนะที่ Adoliz คุณปู่ Buffet. คือมี Band Buffet เนี่ยเป็นไอดอลใช่มั้ย? จริงๆ นักลงทุนในตำนานเนี่ยมีหลายคนนะ มี Benjamin Grahฮam, Pet Linch, Redario Jonos. แต่ว่าหลายๆ คนเนี่ยก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณปู่ Buffet เนี่ยเป็นที่รู้จักมากที่สุดเนอะ. เขาก็เหมือนกับเป็น the goatest of all time คือเป็น michคิลจอแดนแห่งโลกการลงทุน.

>> That's why the goat, the go. <<

ผมเนี่ยก็เหมือนหลายๆ คนเนาะ คือชอบแนวคิดของปู่ Buffเฟet มาก. คือเอาหลักคำสอนของเขาเนี่ยมาปรับใช้กับการลงทุนของผมเอง. คือเมื่อปีก่อนเนี่ย ผมยังเคยทำคลิปเกี่ยวกับการลงทุนสไตล์ Warน Buffet อยู่เลย. แต่ช่วงหลังๆ เนี่ยนะ ผมสังเกตว่าถึงแม้ว่าผมจะชอบคุณปู่ขนาดไหนเนี่ย แต่สไตล์การลงทุนรวมถึงการตัดสินใจของผมในช่วงหลังๆ เนี่ยมันมี direกช ที่ไม่ค่อยตรงกับคุณปู่เท่าไหร่. ซึ่งผมก็ไม่ได้จะมาพูดนะว่าใครผิดหรือถูก. เรื่องนี้เนี่ยมันไม่จำเป็นต้องหาคนผิดก็ได้นะเว้ย. อาจจะถูกทั้งคู่ก็ได้ หรืออาจจะผิดทั้งคู่ก็ช่างมันเถอะ. อย่างที่บอกไป คลิปนี้เนี่ยผมไม่ได้จะมางัดกับคุณปู่นะ. ไม่ต้องเข้ามาด่าผมว่า "มึงคิดว่าตัวเองเก่งกว่า Buffet หรอ?" อะไรเงี้ย. มันไม่ใช่ประเด็น.

เอาเรื่องแรกก่อนเลยแล้วกัน เรื่องการสะสมเงินสดของคุณปู่. ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นประเด็นที่ใหญ่ที่สุดที่คนทั่วโลกเนี่ยจับตาค่อนข้างมาก. คือเขาเป็นนักลงทุนในตำนานใช่มั้ย? ด้วยความที่ชนะตลาดมาเยอะเนี่ย ปริมาณเงินสดในมือเนี่ยมันเลยกลายเป็นอินดิเคเตอร์ตัวนึงไปแล้วครับ. เป็นเหมือนกันป่ะ? เวลามีคนทำข้อสอบได้คะแนนสูงๆ อ่ะ แบบพวกเด็กเก่งๆ ในห้องเนี่ย แล้วเราเหลือบไปมองคำตอบมัน แล้วเราตอบไม่เหมือนมันน่ะ มันจะเริ่มคิดแล้วว่า "เฮ้ย หรือเป็นกูเองวะที่ตอบผิด?" นักลงทุนทั่วโลกตอนนี้ก็แบบนั้นเลยนะ เวลาคุณปู่เฟตขยับตัวทีเนี่ย "หรือเป็นกูเองวะที่คิดผิด?" หรือ "ฟองสบู่มันจะมาจริงๆ แล้วเหรอว่าเขาจะสะสมเงินสดทำไมเนี่ย?" คือตอนนี้เนี่ยนะครับ คุณปู่เฟet เนี่ยมีปริมาณเงินสดมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์นะ. ซึ่งมันเยอะมากเว้ย. มันเป็นระดับที่น่าตกใจ เพราะมันคิดไปประมาณ 30% ของพอร์ตเขา. คือตอนนี้ผมว่าผมมีเงินสดไม่ถึง 30% ของพอร์ตแล้วนะ นับจะไม่ถึง 10% ด้วย. คือกลัวไปซื้อหุ้นหมดแล้วครับ.

ประเด็นนี้เนี่ยมันสามารถมีเหตุผลมาซัพพอร์ตได้หลายอย่างนะ. เอาเหตุผลแบบมองโลกในแง่ดีก่อนแล้วกัน. มองโลกในแง่ดีข้อแรก: เงินสดส่วนนี้เนี่ยมันอาจจะเป็นการสร้างความยืดหยุ่นให้คุณ Greก Abel, CEO คนใหม่ครับ. ให้เขามีช่องว่างหายใจในการตัดสินใจลงทุน ไม่ใช่ขึ้นมากุมบังเหียนปุ๊บ "อะไรวะ ไม่เหลือสภาพคล่องให้กูเลย!" คือเงินสดเนี่ยมันให้อำนาจในการตัดสินใจของเขา เขาเลยเคลียร์เงินสดไว้ให้.

มองโลกในแง่ดีข้อที่ 2: คือเราต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าเวลาเราซื้อหุ้นกับคุณปู่ซื้อหุ้นเนี่ยมันจะใช้ logic เดียวกันมั้ย? อย่างเวลาผมซื้อ Google ไป 300,000 เนี่ย มันคือผมซื้อเศษธุลีของบริษัทเขา. แต่เวลาคุณปู่ Buffเฟet ซื้อหุ้นทีนึงเนี่ย มันแทบจะเทคโอเวอร์กิจการบริษัทเลยอ่ะ. นึกภาพออกมั้ย? เวลาซื้อบริษัทเล็กๆ นี่ [ __ ] เหมือนซื้อทั้งบริษัทเลยนะ. เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาตัดสินใจซื้ออะไรสักอย่างเนี่ย กับเราตัดสินใจซื้ออะไรสักอย่างเนี่ย กระบวนการตัดสินใจมันจะไม่เหมือนกัน.

และด้วยตัวโครงสร้างของ เchaาร์วย เนี่ยนะครับ พื้นฐานแล้วมันเป็นบริษัทประกันภัยนะ. อันนี้ทุกคนน่าจะรู้กันอยู่แล้วเนาะ. มันแปลว่าอะไร? มันแปลว่าด้วยตัวโครงสร้างบริษัทเนี่ย เขาต้องสะสมเงินสดไว้มหาศาล by default. เช่น สมมุติโลกเกิดภัยพิบัติอ่ะ [ __ ] ชิบหายไปว่าสึนามิถล่ม พายุเฮอริเคนเข้า สงครามโลกระบาดใหม่. อ่ะ เงินสดนี้นะครับไม่ใช่ทั้งหมดนะ. เงินสดพวกนี้เนี่ยส่วนนึงเนี่ยมันถือเป็นเงินสำรองเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่สำรองเชิงกลยุทธ์. สำรองเชิงโครงสร้างเนี่ยก็เช่นถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วคนมาเคลมประกันเนี่ย ก็เอาเงินส่วนเนี้ยสำรองเอาไป. แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เอาเงินไว้ให้กับตัวสำรองเชิงกลยุทธ์. ก็เหมือนที่พวกคุณกับผมสะสมเงินสดเอาไว้ช้อนหุ้นเนี่ย เรียกว่าสำรองเชิงกลยุทธ์. มันไม่เหมือนกันนะ. เพราะฉะนั้นการที่ เkชreฮาร์ดอว เนี่ยถือเงินสดไว้เยอะกว่าชาวบ้านเนี่ย มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะมันมีทั้ง 2 ก้อนนี้รวมกัน.

แล้วเงินประกันภัยเนี่ยเขาเรียกว่าเงิน float, F-L-O-A-T ที่มันแปลว่าลอยอ่ะ. เออ ก็คือพูดให้เข้าใจง่ายๆ เงินมันลอยมาครับ แล้วมันไม่ต้องรีบคืน. คือเวลาคุณซื้อประกันหรืออะไรก็แล้วแต่เนี่ย เงินของคุณมันจะไปอยู่กับบริษัทประกันใช่มั้ย? แล้วกว่าที่คุณจะได้คืนก็คือตอนเคลมหรือตอนป่วยอะไรเงี้ย หรือว่าก่อนจะถอนเงินประกัน เงินออมอะไรเงี้ย มันก็จะแบบ 10-20 ปีนู่น. เพราะฉะนั้นเงินก้อนนี้ บริษัทประกัน [ __ ] เหมือนได้เปล่าอ่ะ. แล้วมันไม่ต้องรีบใช้ ไม่ต้องรีบเอาไปลงทุนเดี๋ยว ซึ่งเดี๋ยวจะพูดถึงในข้อต่อไป.

โอเค เรามามองโลกในแง่ร้ายกันบ้างครับ. ร้ายสำหรับเรานะ ไม่ใช่ร้ายสำหรับเขา. ก็คือคุณปู่ประเมินว่าตลาดตอนนี้มันแพงเกินไปแล้ว. คุณปู่ไม่ชอบของแพงครับ. แปลหยาบก็คือ valuation ตลาดในใจของคุณปู่ตอนนี้มันสูงมากจนไม่มีอะไรน่าซื้อ ก็เลยแทบไม่ได้ซื้ออะไรเลยในช่วงหลังๆ. ถ้าเราเชื่อคุณปู่นะครับ เราก็ควรจะหยุดซื้อหุ้นกันได้แล้วนะครับ. เพราะปู่กำลังบอกเราเป็นนัยว่า "หุ้น [ __ ] แพงฉิบหาย! พวกมึงกล้าซื้อกันได้ยังไง?" อันนี้คุณปู่ไม่ได้พูดนะ ผมพูดเอง.

เสริมนิดนึงว่าไอ้ที่ผมบอกคุณปู่ถือเงินสดไว้เนี่ย จริงๆ เขาไม่ถือเงินสดไว้เฉยๆ นะ. เขาไปซื้อ TBIL หรือ Treasury Bill ซึ่งช่วงที่ดอกเบี้ยสูงๆ เนี่ยมัน yield ได้ถึง 4-5% นะ. ยิ่งไซส์เงินก้อนที่ปู่มีอ่ะ มันปั๊มเงินให้คุณปู่ได้ปีนึงเป็นหมื่นล้านดอลลาร์. ผมจำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้นะ. แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะครับ ไอ้การถือเงินสดมาเยอะกว่าชาวบ้านชาวช่องเป็นเวลานานเนี่ย มันจะเกิดอะไรขึ้น? ก็คือเห็นผลทันตาแหละ 3 ปีย้อนหลัง คุณปู่แพ้ The Best of the Best เนาะ. อันนี้ดูใน Investing Pro กดเข้ามาดูใน Portfolio ของคุณปู่ Buffet เนี่ย จะมี Performance ย้อนหลัง 3 ปี, 5 ปี, 1 ปี. อันนี้ intro ให้เข้าใจสถานการณ์ของพอร์ตคุณปู่ Buffet ตอนนี้เฉยๆ นะ ยังไม่ได้มีสาระอะไรมากมาย.

ทีนี้เข้าสู่ช่วงความเห็นของ Sunay Boy แล้วนะครับ. โปรดพึงทราบว่าถ้าผมใช้ข้อความเห็นส่วนตัวเมื่อไหร่ นี่ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนนะครับ. และผมจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ก็ตามที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่คุณเชื่อ YouTuber บ้าๆ บอๆ บนอินเทอร์เน็ตนะครับ.

โอเค ประเด็นแรกที่ผมอยากจะออกความเห็นก็คือ การที่คุณปู่คิดว่าตลาดหุ้นตอนนี้เนี่ยมันไม่น่าลงทุน มันไม่ได้แปลว่าตลาดหุ้นตอนนี้เนี่ยมันไม่เหลืออะไรที่น่าลงทุนเหลือเลย. งงป่าววะ?

เรื่องแรกที่ผมนึกขึ้นมาได้ก่อนเลยคือ คุณปู่บัฟเฟนเนี่ยแกมีปรัชญาการลงทุนก็คือ แกจะลงทุนกับธุรกิจที่แกเข้าใจเท่านั้น. ภาษาอังกฤษเรียกว่า Circle of Commitence. Circle of Commitence อ่ะครับ Comitance เนี่ยมันแปลว่าความสามารถ Circle ก็วงกลมใช่มั้ย? คืออยู่ในวงที่ตัวเองเข้าใจเท่านั้น. เป็นที่มาว่าทำไมคุณปู่เนี่ยหมายถึงเลี่ยงหุ้นกลุ่ม Biโteค หรือพวก Early Tech ก่อนที่มันจะบูม เช่น Amazon, Google เนี่ย. เขาเคยออกมาพูดแบบตอนนู้นเลยนะว่า "เขา True Dum to understand" คือ "กูโง่กันกว่าจะเข้าใจธุรกิจพวกนี้". ผมก็เลยคิดว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักหรือเปล่าที่ทำให้แกพลาด AI Lลing. แต่โควิดยาวมาเลย แกอาจจะมองเข้ามาใจหุ้นกลุ่มนี้ไม่ทัน หรือว่าอาจจะไม่ลงทุนเพราะไม่เชื่อใน AI หรือมันซับซ้อนเกินไป หรืออยู่นอก Circle of Commitance ของแก ก็เลยไม่สนใจ. อันนี้ไม่มีใครรู้ได้นะครับ ได้แต่เดากันไป. แต่แกก็ไม่ได้แตะพวกหุ้นชิป หุ้น Semิคuตor, Nvidia, AMD อะไรอย่างงี้เลยนะ.

ส่วน Apple เป็น success case ของคุณปู่เนี่ย ผมคิดว่าแกซื้อหุ้น Apple ในฐานะหุ้น Tech Consumer นะ. เพราะว่าแกถนัดเลือกหุ้น Consumer ไง. และ Apple เนี่ยก็เป็นหุ้น Tech ที่สามารถเกาะไปกับกระแส AI ได้เฉยๆ. ผมมองว่าตรงนี้มันเป็น indirect exposure จากกระแส AI เฉยๆ ผมเลยไม่นับครับ. เดี๋ยว [ __ ] จะมีคนมาคอมเมนต์ว่า "อ้าว ปู่ก็มีหุ้น AI เหมือนกันนะ!" นั่นๆๆๆ รอบนี้ไม่ได้แดกกูครับ. คนตาม 50,000 แล้วจะพูดอะไรต้องรอบคอบ.

เรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องรอช้อนของถูก. แน่นอนว่าถ้าเกิดฟองสบู่ AI มันบึ้มขึ้นมาเนี่ย คลิปนี้ก็ทำให้ผมกลายเป็นไอ้หน้าโง่ขึ้นมาทันทีครับ. เพราะว่าคนรอช้อนของถูกเนี่ยมันก็คนที่หัวเราะทีหลังดังกว่าใช่มั้ย? แต่ถ้าเราชิงด่าตัวเองก่อนเนี่ยมันก็จะไม่เหลืออะไรให้คนด่าแล้วไงครับ. นี่ 300 IQ ครับ ติ๊งครับ ติ๊ง!

เรื่องหุ้นถูกหุ้นแพงเนี่ยผมบอกอย่างงี้นะ. พอดีมันมีคำถามจากทางบ้านส่งเข้ามาค่อนข้างบ่อยนะว่าเรื่องของเราจะรู้ได้ยังไงว่าหุ้นตัวไหนถูกหรือแพง. ซึ่งผมก็คงตอบให้คุณไม่ได้ในคอมเมนต์สั้นๆ คอมเมนต์เดียว หรือคลิปสั้นๆ 10 นาทีนะ. เหตุผลหลายอย่าง. อย่างแรกก็คือมันมีหลายสูตร หลายโรงเรียน หลายตำรานะ. การประเมินราคาหุ้นเนี่ยมันไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวจริงแท้แน่นอนเป็นความจริงหนึ่งเดียว. ซึ่งถ้ามีเนี่ยนะครับ ผมก็คงรวยไปแล้วครับ. แต่ตอนนี้ผมยังไม่รวย แปลว่าอะไร? แปลว่าผมก็ไม่ทราบเหมือนกันไงครับ.

อย่างที่ 2 คือราคาหุ้นเนี่ยมันเป็นเรื่องของความคาดหวังในอนาคต. ความคาดหวังของใคร? ความคาดหวังของนักลงทุนทุกคน ของคุณ ของผม นักลงทุนทั่วโลกที่เชื่อว่าหุ้นตัวนี้เนี่ยจะไปได้ไกลขนาดไหนในอนาคต. ไอ้ราคาที่คุณเห็นมันไม่ใช่ราคาจริงๆ ของธุรกิจนั้นหรอก. ความแพงความถูกเนี่ยมันเลยมีความเป็น subjective ระดับนึง. นักลงทุนเนี่ยก็เลยพยายามเอาตัวเลขมาจับเพื่อประเมินราคาหุ้น. มันก็มีเป็น 1000 matrix อ่ะครับ. ตัวที่ดังที่สุดที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีก็คือพี่อีเรโชใช่มั้ย? เอาราคาหารกำไร [ __ ] เลย จ่ายกี่บาทเพื่อกำไร 1 บาท. ผมคิดว่าทุกคนน่าจะรู้จัก PE เรชกันอยู่แล้วนะ. เอาแบบสั้นๆ แบบสรุปแบบง่ายๆ นะ PE 20 คือจ่ายราคานี้วันนี้ อีก 20 ปีคืนทุน. เป็นไงครับ จบ มักง่ายป่ะ? อันนี้เนี่ยเอาแบบเวอร์ชั่นง่ายๆ. แต่ถ้ามันง่ายขนาดนี้ทุกคนก็คงรวยกันไปหมดแล้วนะ ไม่ต้องมานั่งฟังคุณเพนวิเคราะห์งบรายไตรมาสแล้ว.

ยกตัวอย่างแบบ Simple Simple ให้ฟังตัวนึงแล้วกันเนาะ. สมมุติว่าสาย GR สักตัวเป็นอะไรดี? Google แล้วกัน ลูกรักผมกำลังมาแรงเลยครับ. อันนี้เป็น Investing Pro นะครับ. Google เนี่ยมี PE อยู่ที่ 29.99. แปลแบบมักง่ายก็คือถือวันนี้ 29 ปีคืนทุน. แพงป่ะ? ดูแพงใช่มั้ย? ถือหุ้น 30 ปีอ่ะ. แต่ว่าถ้าคุณกดเข้าไปดูข้อมูลหน้า PE ของ Google แบบเต็มๆ เนี่ย คุณก็จะพบว่าแต่ละช่วงเวลา Google มันมี PE ไม่เท่ากันนะ. PE เนี่ยมันเปลี่ยนได้ เช่น สิ้นปี 2018 เนี่ย Google มี PE 38.5 [ __ ] แพงจัด! แต่ว่าปี 2022 เนี่ย Google มี PE 17.11. เกิดอะไรขึ้น? ไม่ต้องถือ 38 ปีแล้วหรอ? ทำไม PE จู่ๆ มันถูกลงขนาดนั้น? ผมสันนิษฐานว่าถ้าเราไปดูราคาของ alpฟาบต ในวันที่ 31 ธันวาคม 2022 มันจะเหลือที่นั่นไงครับ 87.55 ดอลลาร์. นั่นแหละครับที่มาว่าทำไม PE มันถึงต่ำ.

มันมีความเป็นไปได้แค่ 2 สาเหตุง่ายๆ 1 บรรทัด. สาเหตุที่ทำให้หุ้นตัวนั้นถูกประเมินว่ามีราคาต่ำลงอย่างแรกเลยก็คือราคาหุ้นมันร่วงครับ. ตัวเศษน้อยลง ตัวส่วนเท่าเดิม พอหารออกมาแล้วเลขมันเลยต่ำลง เศษส่วนเนอะ ความรู้ระดับประถม. หรือธุรกิจนั้นทำกำไรได้มากขึ้น ตัวหารมันสูงขึ้น มันก็คืนทุนเร็วขึ้น. นึกภาพออกมั้ย? เพราะฉะนั้นถ้าเรามองหุ้นโกส ด้วย PE อย่างเดียวนะครับ ตกรถทั้งชีวิตครับ. เพราะว่าปี 2018 เนี่ยคุณเห็น PE ของ Google อยู่ที่ 38 คุณก็ไม่กล้าซื้อ. PE เหลือ 17 ราคาหุ้นร่วง คุณก็ไม่กล้าซื้ออีก.

ทั้งหมดที่พูดมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เราคุยกันอยู่? มันเกี่ยวเพราะว่าหุ้น AI เนี่ยส่วนใหญ่มันเป็นหุ้นโกส หมดเลยเว้ย. ตราบใดที่ตลาดมันไม่แครจริงๆ เนี่ย หุ้นพวกนี้มันก็จะแพงแล้วแพงอยู่แพงต่อไป แพงขึ้นไปเรื่อยๆ. เพราะตอนนี้มันกำลังวิ่งไล่ Valuation ที่ก็ไม่รู้จะไปหยุดที่ไหนเหมือนกัน. ตอนนี้ทุกอย่างมันสเกลหมดเลยและสเกลเร็วมาก. เวลาที่คุณเห็นคนออกมา break down งบการเงินรายไตรมาสให้ฟังเนี่ย ส่วนใหญ่เขาจะออกมา justify ราคาหุ้นที่มันพุ่งขึ้น. เขาจะมาพูดให้ฟังว่ารายได้ตรงส่วนนั้นโตนะครับ รายได้ตรงส่วนนี้โตนะครับ. อ๋อ มันโตนะครับ หุ้นที่ว่าแพงแล้วเนี่ยจริงๆ แล้วมันอาจจะไม่นี่แพงขนาดนั้นนะถ้าเทียบกับความโตของมันในอนาคตอะไรแบบเนี้ย. นึกภาพออกมั้ย?

ประเด็นนี้ก็เลยจะต่อเนื่องจากคลิปที่แล้ว. ผมก็เลยคิดว่าคุณปู่เนี่ยจะประเมินความเร็วของ AI adดoption ต่ำไปหน่อย. คือถ้าคุณไม่เชื่อว่า AI มันจะโตเนี่ย หุ้นพวกนี้มันก็จะแพงสำหรับคุณตลอดไป. คือผมแก้ตัวให้เขาหน่อยแล้วกันนะ. เขาใหญ่ใช่มั้ย? เขาเป็นวาฬ. มันไม่เหมือนกับนักลงทุนรายย่อยอย่างเราที่เวลาจะซื้อที [ __ ] ซื้อผ่านมือถือมากดจิ้มๆ. แต่เวลาที่บริษัทขนาดใหญ่เขาจะเทคโอเวอร์ทีเนี่ย มันต้องเป็นที่คำนวณมาอย่างดีแล้วมันเกิด Impact เอาชัวร์ หาของที่มัน impact ได้จริง. แต่ผมคิดว่าเขาอาจจะยังไม่เห็นใน Impact ที่ว่า ก็เลยจะนั่ง silent ไปก่อนแบบนั่งดูข้างสนาม. มันมีความเป็นไปได้หลายอย่างอ่ะ อย่างที่บอก. เขาอาจจะรอตลาดมันบึ้มก่อนก็ได้นะ จะได้รอช้อนของถูกทีเดียว.

ประเด็นก็คือคนที่ติดตาม AI อย่างใกล้ชิดนะครับ เริ่มสยองขวัญกับความเร็วของ AI Adoption กันใช่มั้ย? ทั้งคลิปของคุณเพน คลิปของนายอัน 2 คนนี้ [ __ ] ทำคลิป AI กี่คลิปแล้ววะ? คือพวกคุณคิดว่าในวันที่ AI เนี่ยมันลงมาที่ Consumer ทั่วๆ ไปเนี่ย ขอเอารูปนี้มารีรันอีกทีนึง คุณคิดว่าหุ้นพวกนี้ที่ราคานี้เนี่ยมันถูกหรือแพง? อันนี้เป็นคำถามปลายเปิดนะครับ ไม่อยากชี้นำ.

>> Time out! Time out! ขอนอกเรื่องนิดนึง. <<

คือตอนนี้เนี่ยหุ้น [ __ ] ขึ้นมาเยอะมาก ไม่มีจังหวะเข้าเลย. ผมไม่ได้ซื้อหุ้นเลยเว้ย ช่วงพวกราคาหุ้น [ __ ] วิ่งกันดูเดือดฉิบหาย. เอาเป็นว่าใครที่กำลังจะโยนเงินใส่ตลาดช่วงนี้ก็ลงทุนด้วยความระมัดระวังนะครับ.

>> โอ้ว้าว ทำคลิปเรื่องวาน Buffเฟet แต่กูวกกลับมาคุยเรื่องหุ้น AI เกือบครึ่งคลิป! ยอดเยี่ยมจริงๆ! <<

ประเด็นสุดท้ายจะคุยในคลิปนี้ก็คือ ผมยังยึดหลักคิดของคุณปู่ในหลายๆ เรื่องนะเป็นแนวทางในการลงทุน. โดยเฉพาะในเรื่องของการซื้อบริษัทที่ดีในราคางั้นๆ ดีกว่าลงทุนในบริษัทในราคา discount นะครับ. อย่าเห็นแค่ของถูก. นั่นแหละครับ คุณก็เลยจะเห็นผมถือแต่หุ้นขวัญใจประชาชน. คุณมี ผมก็มี. Nvidia เหรอ? Google เหรอ? ผมก็มีเหมือนกัน. เพราะฉะนั้นถ้าพอร์ตผมจะเหลือ 0 ตามที่คุณนะบางคนว่า พอร์ตของพวกคุณก็ไม่รอดเหมือนกัน.

>> โอ <<

คือไอ้การที่หุ้น tech เนี่ยมันอาจจะไม่ได้อยู่ใน Circle of Competence ของคุณปู่เนี่ย แต่มันอยู่ใน Circle of Competence ของพวกเราเนี่ย ผมมองว่ามันก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ. อย่างที่บอก คลิปนี้ไม่ได้จะมาชี้ว่าใครผิดใครถูก. อาจจะถูกทั้งคู่ก็ได้ หรืออาจจะผิดทั้งคู่ก็ได้ ใครจะไปรู้? แล้วพวกคุณคิดเห็นอย่างไร? มีแผนจะเพิ่มเงินสดในพอร์ตให้ไปถึง 30% แบบคุณปู่หรือไม่? ใครมีเงินสดติดตัวเท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์ เข้ามาแชร์กันได้นะ อยากรู้. มาคิดดูดีๆ แล้วผมว่าผมน่าจะมีเงินสดไม่ถึง 10% ว่ะ [ __ ] ต้องทำมาหากินเอาเงินมาเติมแล้ว.

คือเราต้องไม่ลืมว่าคุณปู่แกมี Float จากธุรกิจประกันใช่มั้ย? แล้วแกก็ได้ดอกเบี้ยจาก Tบild. ส่วนปุถุชนธรรมดาแบบผมเนี่ยนะครับมีรายได้จากงานประจำและ YouTube ครับ. ถ้าตลาดแครชขึ้นมาแล้วผมยังไม่ตกงานเนี่ย ผมก็ยังคงมีรายได้เอามาเติมพอร์ตได้เรื่อยๆ แหละ. ผมเห็นคุณ New High เริ่มตุนเงินสดแล้วเหมือนกันนะ. อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ ไปดูทางหนีทีไล่ของตัวเองเอาแล้วกัน. ขอให้โชคดี.

เออ เกือบลืมอีกคำสอนนึงของคุณปู่ก็คือ ถ้าคุณเป็นคนธรรมดานะครับก็ซื้อไปเลยครับ Low Cost Index Fun. อันนี้เป็นคำสอนของคุณปู่จริงๆ นะ แกให้ DCA Index Fun ไป. คนที่ถามเข้ามานี่คืออยากจะซื้อเKG ติดพอร์ตเอาไว้ใช่ป่ะ? หรือยังไง? คือผมเห็นด้วยนะว่ามันเป็นบริษัทที่มีเงินสดเยอะขนาดนี้ที่มัน underperform ตลาดอยู่เพราะเงินสดนี่แหละ. มัน outperform ตลาดแน่ๆ หลังจากที่เกิดวิกฤตแล้วฝุ่นจางหายตลบแล้วอะไรอย่างเงี้ย. อยากจะประกันพอร์ตเนี่ยสะสมเงินสดเพิ่มเองเลยไม่ดีกว่าเหรอ? ไม่รู้ว่ะ คือแล้วแต่ละกัน. ใครจะ DCA พร้อมๆ กับ The Best of the Best เลย ก็ดูเป็นไอเดียที่เหมือนจะเข้าท่ามั้ง. แต่มันไม่ใช่แนวผมอ่ะ. คือถ้าตลาดมันบึ้มจริงๆ เนี่ย ผมก็คงเก็บเศษซากหุ้น AI ที่มันกองอยู่ข้างล่างแล้วก็รอตลาดวิ่ง Cycle ถัดไปเลย. Not Financial Advice นะ.

พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน. ใครที่ชอบคลิปของผมก็ฝากกดไลก์ กดแชร์ กด Subscribe. พบกันใหม่คลิปหน้าครับ สวัสดีครับ.

วันที่ช่องนี้หันหลังให้หุ้นไทยตอนหลุด 1,100 จุดผ่านมาแล้ว และตลาดมันบอกว่าไม่ใช่จุดที่ควรหันหลัง. ตอนนี้มันกลับมาอยู่ประมาณ 1,500 จุด. ถ้าสมมุติมันไป 2,000 ได้จากปัจจุบัน คิดว่าเป็นที่ตลาดหรือเป็นที่ตัวผู้ลงทุน?

อันนี้เป็นคลิปจากคอมเมนต์เลิกลงทุนหุ้นไทยของผม มาคอมเมนต์มา 2 อาทิตย์ก่อน. อย่างแรกนะครับ ผมออกจากตลาดหุ้นไทยตอน 1,400 ครับ. เอาเงินมาโยนรวมใส่กับหุ้นสหรัฐของผมหมดตั้งแต่ปี 2023. มึงเอา 1,100 มาจากไหน? แล้วตอนนี้ 1,500 แปลว่าถ้าผมถือหุ้นไทยยาวมาเลย 3 ปีเนี่ย แปลว่ากูเพิ่งจะหลุดดอยเมื่อไม่กี่เดือนก่อนครับ ถ้าไม่นับเงินปันผลนะ. แต่ทั้งหมดทั้งมวลกูไม่เข้าใจคำถามมึงครับ. ถ้าตลาดหุ้นไทยไปถึง 2,000 ได้แล้วมันยังไงหรอ? คือจะบอกว่าผมตกรถใช่มั้ย? ก็คือตกรถตลาดหุ้นไทยว่างั้นเถอะ. ประเด็นคือกูตกรถทุกวันครับ. มึงเห็นคุณกลุ่มเซมิคักเตอร์มั้ย? ถ้ากูซื้อหมดนี่กูรวยไปแล้ว. คือตกรถสินทรัพย์ที่ไม่ได้ตั้งใจจะลงทุนตั้งแต่แรกเนี่ยมันเรียกว่าตกรถได้ด้วยเหรอวะ? งี้มันก็พูดได้กับทุกอย่างป่ะ? บitคin [ __ ] กลับมาวิ่งอีกแล้วเนี่ยตอน 60,000 บ. ได้ซื้อไว้มั้ยครับ? หรือ TSMC เนี่ยมีติดพอร์ตไว้บ้างมั้ย? อ่ะ เราอ่ะทีมึงไม่ซื้อกูยังไม่ว่าอะไรมึงเลย. คิดว่าเป็นที่ตลาดเลยเป็นที่ผู้ลงทุนน่ะเนี่ย.

เอางี้แล้วกัน เพื่อไม่ให้เป็นการหักหาน้ำใจ. หุ้นไทยไปถึง 2,000 เมื่อไหร่ สุ่มแจกไมโครโฟน 1 รางวัลสำหรับ subscriบ เท่านั้น. กดติดตามไว้ได้เลย ถึงเมื่อไหร่แจกทันที. โอเค Ha.