📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

รีวิวฝึกภาษาอังกฤษกับ AI Coach ของผม หลังใช้มา 1 ปี: คุ้มเงินที่จ่ายมั้ย

Doctor Tany15:09

Transcription

สวัสดีครับ ขณะนี้นะครับก็ครบรอบ 1 ปีแล้วนะครับ หลังจากที่ผมรีวิวแอปพลิเคชัน Elsa ไปในครั้งแรกครั้งนั้นนะครับ ผมใช้ไป 1 เดือนแล้วก็มารีวิว แต่ตอนนี้ครับ ผมใช้มาแล้วปีนึง เดี๋ยวจะรีวิวแล้วก็อัปเดตให้ฟังว่าผมได้อะไรใหม่ๆ มาบ้าง เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ

พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนี ธนียวัณ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับ หลายคนก็สอบถามผมเข้ามานะครับว่า ทำไมผมพูดภาษาอังกฤษได้ดี แล้วผมจะต้องฝึกยังไง ผมตอบทุกๆ คนเหมือนกันครับ การจะเก่งภาษาอังกฤษได้เนี่ย มันต้องใช้ให้บ่อยครับ ฟังบ่อย พูดบ่อย เขียนบ่อยนะครับ รับรู้ทุกๆ อย่างต้องเป็นภาษาอังกฤษ ยิ่งบ่อยเท่าไหร่ยิ่งดี

แต่นี่มันก็คือเป็นปัญหาสำหรับคนหลายๆ คนครับ เพราะว่าต่อให้ผมบอกอย่างเงี้ย เค้าก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ต้องอ่านหนังสือยังไง ต้องไปฟัง ต้องไปดูอะไรที่ไหนนะครับ แถมเค้าก็ยังไม่มีเวลาอีกต่างหาก วันๆ เนี่ยมีงานนะครับ มีต้องพรีเซนต์ มีการเดินทาง มีครอบครัวที่ต้องดู อ่า มีอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต ซึ่งถ้าเกิดว่าไปหัดภาษาอังกฤษเนี่ย แน่นอนครับทุกคนก็ต้องโดนบอกให้ว่า เอ้ย เราจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของเรานะ เพื่อที่จะเอาเวลามาฝึกภาษาอังกฤษ ซึ่งจริงๆ เนี่ยมันควรจะเป็นทางตรงกันข้ามซะมากกว่าว่า เฮ้ย อ่า เราเนี่ยควรจะต้องมีแอปพลิเคชันอะไรสักอย่างที่มันปรับให้เข้ากับเวลาชีวิตของเรา ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรานะ มันควรต้องเป็นอย่างงั้นนะครับ

ดังนั้น Elsa เนี่ย มันจะเข้ามาช่วยในจุดนี้ คือข้อแรกเนี่ย คุณไม่ต้องคิดเลยครับว่าคุณจะเริ่มตรงไหน ไปตรงไหนต่อยังไง เพราะมันจะมีสิ่งที่เรียกว่า Personal Life Path นะครับ จัดการให้คุณนะครับ คุณแค่คุยกับมันสักพักนึง มันก็จะเข้าใจแล้วว่า อ๋อ ของคุณเนี่ยต้องเป็นแบบนี้ มันถึงจะได้ผลดีที่สุด แล้วตัวมันเองนะครับ มี AI ที่จะปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ คุณพูดแบบไหน มีความเก่งแค่ไหน มีเวลาแค่ไหน มันปรับให้เข้ากับคุณ ไม่ต้องปรับให้เข้ากับมันเลยครับนะ ขอแค่คุณมีเวลาแค่วันละ 10 นาที ตอนไหนก็ได้ครับ มันสามารถทำได้หมดแล้ว

บางคนก็อาจจะบอกว่า Elsa เนี่ย เหมาะกับคนที่ภาษาอังกฤษเก่งระดับไหน เออ ผมเนี่ยพูดภาษาอังกฤษได้ดี เพราะผมมาอยู่เมืองนอกแล้วไง มันก็ไม่ยากสำหรับผมสิ เปล่าครับ Elsa เนี่ย มันมีตั้งแต่ระดับเด็ก ยันระดับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษทุกวันอย่างผมเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเลเวลไหน Elsa ใช้ได้หมดเลยครับ ตรงนี้แหละครับที่มันเจ๋ง เพราะว่ามันสามารถที่จะปรับให้เข้ากับคุณได้

ที่สำคัญครับ หลายๆ คนเนี่ย บางครั้งเลิกเพราะว่าไม่รู้จะเริ่มยังไง หรือไปยังไงต่อ หรือมันไม่มีเวลา แล้วสุดท้ายก็เลยเลิกไปนะครับ บางคนเนี่ยรู้สึกว่ามันเหนื่อย มันหมดนะครับ มันเซ็ง มันไม่มีแรงจูงใจ Elsa มันสร้างแรงจูงใจให้คุณได้นะครับ มันมี Progress ก็คือว่า เฮ้ย ไอ้ที่ผ่านมากราฟของเราเป็นยังไง เหมือนเวลาที่คุณดูนาฬิกาดูว่า อ๋อ เรานอนดีหรือยังนะครับ หัวใจของเรามันเต้นดีขึ้นมั้ยนะครับ มันมีการดูตรงเนี้ยให้เราด้วยนะครับ แล้วมันยังมีการเทียบกับคนที่เขาเข้าฝึกภาษาอังกฤษเหมือนกับเราทั่วโลกนะ ครับ เทียบว่าเราอยู่ที่เท่าไหร่ ได้คะแนนเท่าไหร่ แล้วคะแนนพวกนี้นะครับ ไม่เกี่ยวกับการที่คุณพูดเก่ง พูดไม่เก่งนะ มันเกี่ยวกับว่าคุณใช้มันได้บ่อย ได้สม่ำเสมอ แค่ไหน แล้วคุณทำอะไรไปบ้าง ยิ่งคุณใช้บ่อย ยิ่งสม่ำเสมอ คุณก็ยิ่งเก่งครับ ตรงนี้แหละครับที่ Elsa เเข้ามาช่วย

ทีนี้ครับ ผมมองว่าฟีเจอร์เด่นๆ ของ Elsa คือ AI ของเค้า ครับ AI ในยุคเนี้ยมาแรงแล้วไม่พูดถึงไม่ได้ สิ่งนึงซึ่งมันดีมากๆ ก็คือ AI ของเขา้าสามารถที่จะให้ฟีดแบ็กกับคุณได้เดี๋ยวนั้นทันที หลายครั้งนะครับเวลาพวกเราได้ยินคำว่าฟีดแบ็ก เราจะไม่ค่อยชอบครับ ทำไมอ่ะ มันเหมือนโดนด่าครับ ถูกมั้ย สมมุติว่าเราพูดภาษาอังกฤษแล้วเราพูดผิดเนี่ย เรากลัวอะไร ทำไมเราถึงไม่กล้าพูด ก็เพราะว่าเรากลัวโดนเพื่อนหัวเราะ โดนคนว่า อุ๊ย พูดไม่ชัด พูดมาก็ผิด อ่า เพราะความกลัวแบบเนี้ย ความเขินอายมันเลยทำให้เราไม่เก่งซะที แต่ Elsa เนี่ย เวลาเขาฟีดแบ็กเไม่เป็นแบบนั้นครับ เขาไม่ตัดสินเราเไม่บูลลี่เรา แล้วเขาจะให้ฟีดแบ็กแบบตรงไปตรงมา เราไม่ต้องเขินใครด้วยครับ อยู่ต่อหน้า Elsa คุณไม่ต้องเขินนะครับ คุยๆ กับเขาได้ ไอ้ตรงนี้แหละครับที่ผมมองว่ามันเจ๋ง

ยกตัวอย่าง เดี๋ยวผมจะทำให้ดูนะครับ ก็คือเรื่องของการออกเสียง Pronunciation ซึ่งผมเคยเน้นไว้แล้วนะครับว่า เวลาที่เราพูดภาษาอังกฤษ เราเรียกคำใดคำหนึ่งเนี่ย ถ้าเราสามารถที่จะลงน้ำหนักพยางค์ได้เป๊ะๆ เนี่ย บางครั้งต่อให้เราพูดไม่ชัดนะครับ ฝรั่งก็ฟังเข้าใจ แต่ที่ฝรั่งฟังคนไทยไม่เข้าใจ ก็เพราะว่าเราเนี่ยลงน้ำหนัก stress ตัวคำศัพท์ไม่ถูกต้องเท่านั้นเองนะครับ อย่างเช่นผมพูดบ่อยๆ คำว่า วณิลา อย่างเงี้ย ฝรั่งจะฟังไม่เข้าใจ แต่ถ้าเกิดคุณบอกว่า Vanilla อย่างเงี้ย เขาจะฟังเข้าใจ นี่คือ Pronunciation แล้วเดี๋ยวผมจะทำให้ดู

>> Social Media >> Social Media

อ่าตรงนี้เราต้องดูนะครับ เราสามารถเลือกแบบ Advance ได้นะครับ นี่ถ้าเลือก Advance ปุ๊บเนี่ย เรากดดู มันก็จะมีเหตุผลอธิบายให้เราฟังนะครับ ผมว่ามี definition ด้วย คือเอาไปเป็นคำแปลว่าอะไร แล้วก็มีตัวอย่างให้เราใช้่นะครับ ลองดูคำต่อไปนะครับ

>> Brand collaboration >> Brand Collaboration

นี่นะครับ เราสามารถเลือก Regular กับ Advance ได้ แต่ถ้าเป็นผม ผมจะเลือก Advance เพราะมันสามารถที่จะโชว์ให้เราเห็นได้หลายอย่างนะครับ

>> A brand collaboration can help boost visibility >> A brand collaboration can help boost visibility

>> Have you noticed how influencer culture has changed over the years.

>> Yes, it seems like authenticity is becoming more important to audiences.

นี่ถ้าเราเลือกแบบ Regular มันก็จะไม่ค่อยจะบอกรายละเอียดนะครับ ถ้าเราเลือกแบบ Advance เนี่ยจะสามารถบอกรายละเอียดให้เราได้นะครับ ตัวสีส้มๆ ก็แปลว่ามันอาจจะไม่ค่อยชัด ตัวสีเขียวเนี่ยแปลว่าชัดดีนะ ครับ แล้วก็ตัวสีแดงมันจะต้องแก้ไขนะครับ

>> What do you think would happen if influencers stopped being authentic? If they did, many followers might lose trust and unfollow them.

อีกอย่างนึงนะครับ AI Role Play อันเนี้ยผมชอบมากๆ เลย เพราะว่าคุณอยู่ประเทศไทยเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะได้มีการฝึกภาษาอังกฤษอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ สถานการณ์ หรือแม้กระทั่งผมอยู่ที่อเมริกา นะครับ มันก็ไม่ได้มีสถานการณ์แบบเนี้ย โผล่มาให้ผมฝึกได้บ่อยขนาดนั้นหรอกครับ แต่ AI เนี่ยของ Elsa มันสามารถที่จะสร้างสถานการณ์ได้เป็นร้อยอัน คุณสามารถที่จะคุยว่า อ่ะ เราจะไป Meeting เราจะไป อ่า ฝึก ฝึกงาน เราอยากจะชวนเพื่อนไปเที่ยว เราอยากจะขึ้นเครื่องบิน เราอยากจะซื้อตั๋วใหม่ เราอยากจะ cancel flight เราอยากจะทำอะไร มันมีให้คุณหมดทุกอย่างเลย ตั้งแต่ ง่ายอย่างยากนะครับ แล้วที่สำคัญครับ เวลาที่คุณคุยกับมันในสถานการณ์ต่างๆ เนี่ย มันจะวิเคราะห์รูปประโยคให้คุณทุกๆ ประโยคที่คุณพูดว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร อันนี้แหละครับที่มันเจ๋งมากๆ แล้วผมอยากจะให้คุณลองไปเล่นดูนะครับ เดี๋ยวจะลองเล่นให้ดูสักทีนึง

>> It's Mother's Day and You want to treat your mom to a special brunch at her favorite restaurant? Call the restaurant to make a reservation. If the restaurant is booked, navigate the situation and try to secure table. Alter, how you

>> Good morning. I would like to make a reservation for Mother's Day for two people.

>> I'm sorry but we are booked for Mother's Day brunch.

>> I understand how disappointing this is for you to make a reservation. Do you have any spots left for the dinner on Mother's Day?

>> Sorry, but we are also booked for dinner on that day too.

>> Thank you very much for your understanding and accommodation. I hope to hear from you soon.

>> You're welcome. We hope to see you soon. Have a great day.

นี่นะครับ เราก็สามารถที่จะดูได้ว่าเราเป็นยังไงบ้างนะครับ สามารถกด Full Assessment นะ มันก็มี Overall Feedback ให้เรานะครับ แล้วก็สามารถเลือกว่าเราออกเสียงเป็นยังไง ตรงไหนที่เราจะต้องเน้น หรือต้องเปลี่ยนบ้าง Grammar มีตรงไหนนะครับ คำศัพท์ที่เราใช้เป็นยังไงนะฮะ เมื่อกี้อาจจะเป็นคำศัพท์ที่ไม่ได้มีอะไรยากมากนะ ครับ แต่มันก็สามารถที่จะฝึกได้นะครับ สถานการณ์แบบนี้มีอีกเยอะแยะให้เราทดลองดูเลยนะครับ แล้วก็ไปลองเล่นกันดู ผมคิดว่าอันเนี้ยเป็นอะไรที่ตอบโจทย์คน ที่อยากจะฝึกภาษาอังกฤษในหลายๆ สถานการณ์มากๆ เลยก็ไปลองดูแล้วกันนะครับ

นอกจากนี้นะครับ Elsa เนี่ยมันยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เยอะเลยนะครับ อย่างแรกที่ผมชอบมากก็คือ Speech Analyzer ครับ อันเนี้ยมันจะให้คุณพูดไปเรื่อยๆ นะครับ แล้วมันจะวิเคราะห์เลยว่าสิ่งที่คุณพูดเนี่ย มันเป็นยังไงอ่ะ แต่ก่อน Speech Analyzer เนี่ยทำได้เฉพาะในคอมพิวเตอร์นะครับ แต่ตอนเนี้ยมันมีอยู่ในมือถือ ในแอปพลิเคชันของคุณแล้ว คุณจะเล่นจากมือถือหรือแท็บเล็ตเนี่ย มีหมดนะ ครับ ตัวเนี้ยมันเจ๋งตรงที่ว่า คุณพูดของของคุณไปเรื่อยๆ มันวิเคราะห์คุณฟังเลยประโยคของคุณเนี่ย ที่พูดมาทั้งหมดคล่องมั้ย สำเนียงเป็นยังไง การใช้ Grammar อยู่ระดับไหน แล้วมันมีผิดมีถูกยังไงบ้าง อ่า นี้ Speech Analyzer นะ

ต่อมามีนี่ครับ ตัวเนี้ย Speech Analyzer เนี่ยมันเจ๋งตรงที่ว่า คุณสามารถใช้มันในการหัดเผื่อว่าคุณจะไปสอบ IELTS ต่างๆ ได้ และถ้าเกิดว่าใครที่เป็นหมอนะครับ ฟังตรงนี้เลยฮะ คุณที่เป็นหมอแล้วอยากจะมาต่ออเมริกา เดี๋ยวเนี้ยมันจะมีสิ่งที่เรียกว่า Occupational English Test ซึ่งคุณจะต้องฝึกพูดด้วย และตัวนี้แหละครับที่มันจะพูดกับคุณได้ดีมากๆ นะฮะ คุณสามารถที่จะฝึกเลย ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพอะไรก็แล้วแต่ นะครับ คุณสามารถใช้ AI ของ Elsa เนี่ยทำได้แล้ว Special Analyzer ตรงนี้ก็ช่วยได้เหมือนกัน

มันจะมีเรื่องของ Grammar Coach Grammar Coach เนี่ยตรวจสอบ Grammar ให้คุณถูกต้องเหมาะสมยังไงนะครับ อันที่ 3 ครับ Interview Coach เฮ้ย มันเจ๋งตรงที่ว่ามันสอนเรา Interview ด้วย Interview เนี่ยไม่ใช่แค่ว่ามันสอนว่าภาษาอังกฤษคุณดีมั้ย สำเนียงเป็นยังไง อะไรถูกผิดนะ แต่มันบอกแล้วด้วยว่าเนื้อหาของสิ่งที่คุณควรจะพูดเพื่อให้คุณได้รับเลือกเข้าทำงานมันคืออะไรครับ มันมีแอปไหนทำอย่างนี้บ้าง Interview Coach บอกคุณเลยว่าเวลาที่คุณไปเจอบริษัทที่คุณอยากจะทำงานด้วย คุณต้องพูดยังไงให้คุณได้รับเลือกเข้าไปครับ อ่า ไม่ใช่มีแค่ถูกผิดภาษาอังกฤษนะครับ เค้ายังดูดิว่า เอ้ย มันมีตรงไหนที่ว่าพูดแล้วมันเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรนะ ตรงเนี้ยมันเจ๋งมากนะครับ

ส่วน Pronunciation Coach ทุกคนก็คงจะรู้ดีอยู่แล้วถึงตอนนี้ครับ หลายคนคงจะสงสัย Elsa เนี่ยมันมันมีดีหลายอย่าง มันมีข้อเสียมั้ย เออ นะครับ ข้อดีหลายคนคงรู้แล้วครับ ใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ทุกวันตอนไหนก็ได้ สบายๆ เลยนะฮะ มี AI ซึ่งปรับให้มันเข้ากับคุณ ให้เข้ากับระดับความเก่งภาษาของคุณนะครับ ปรับให้เข้ากับเวลาในชีวิตประจำวันของคุณนะ มีโค้ชต่างๆ มากมาย สอนทุกอย่างเป็นประโยคนะครับ มีสถานการณ์เยอะแยะไปหมด

ข้อเสียของมันเนี่ย คือมันเอาไว้ฝึกในการพูดเป็นหลักนะครับ ฝึกการพูดเป็นหลัก แต่ว่าอ่านกับเขียนเนี่ย มันไม่สามารถฝึกจากแอปพลิเคชัน Elsa ได้ ตรงนี้ก็เป็นจุดที่คุณอาจจะต้องไปศึกษาจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ครับ แอปพลิเคชัน Elsa เนี่ยมีคำศัพท์เพียบ ถ้าเกิดคุณจะเขียนเก่ง คุณจะอ่านเรื่องคุณก็จะต้องมีคลังคำศัพท์ ซึ่งคุณจะสามารถหาได้จากการฝึกกับ Elsa นี่แหละครับ อ่า ใช่ มั้ฮะ

ต่อมาครับ ของ Elsa เนี่ย มันไม่มีแบบ Offline ครับ คุณจะต้องมีอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลาเท่านั้นนะครับ แล้วมันจะใช้ AI เนี่ยในการช่วยนั้น คุณจะต้องมีอินเทอร์เน็ตมันถึงจะเล่นได้นะ

ตอนนี้ครับ สำหรับคนที่สนใจเนี่ย ก็คงจะสอบถามเข้ามาเรื่อยๆ ว่า เฮ้ย เอลซ่ามันแพงหรือเปล่า ราคาเท่าไหร่ ผมขอตอบคุณอย่างงี้ ถ้าเกิดว่าคุณฝึก Elsa ทุกวันวันละ 10 นาทีไปเรื่อยๆ เนี่ยนะครับ แล้วคุณสมัคร Elsa Premium แบบตลอดชีพอ่ะ วันนึงอ่ะ มันต่ำกว่า 30 บาท ต่ำกว่า 20 บาทเที่คุณใช้บ่อยๆ อ่ะนะครับ แล้วคุณไม่มีเหรอครับ 20-30 บาทต่อวัน คือมันค่อนข้างคุ้มมากๆ เลยนะ คุ้มกว่าการที่คุณไปเรียน อ่า อย่างอื่นอีกนะครับ ต้องบอกว่าพอมันคุ้มขนาดนี้แล้วเนี่ย มันขึ้นอยู่กับคุณแล้วครับว่าคุณจะฝึกไม่ฝึกอ่ะ

อีกอย่างนึงนะครับ ที่หลายคนสอบถามผมเข้ามาก็คือ แอปพลิเคชัน Elsa เนี่ยมันแพงมั้ย ผมขอตอบคุณแบบนี้ครับว่า มันคุ้มค่ากับเงินคุณแน่ๆ ถ้าเกิดคุณใช้มันวันละ 10 นาทีนะครับ ใช้มันวันละ 10 นาที แล้วคุณสมัครแบบ Premium Life คือตลอดชีพเนี่ย วันนึงครับ ต่ำกว่า 30 บาทอีก อื แล้วยิ่งถ้าเกิดคุณใช้ยิ่งนานเท่าไหร่มันก็ยิ่งคุ้มครับ แล้วตอนนี้ครับ มันมีแบบ Family Plan แล้วครับ ที่มันจะสามารถใช้มากกว่า 1 คนได้ มีตั้งแต่แบบ 2 คน 4 คน 6 คน ซึ่งตรงเคุณสามารถติดต่อของทางแอปพลิเคชัน Elsa ได้แล้ว

ถ้าเกิดว่าคุณสนใจนะครับ ก็แนะนำว่ามีโค้ดลดพิเศษครับ โค้ดแทน แล้วผมจะพิมพ์ลิงก์ที่คุณสามารถกดเข้าไปแล้วก็ใส่โค้ดแล้วก็รับส่วนลดพิเศษเพื่อที่จะสมัคร Elsa Premium แบบ Lifetime นะครับ อย่าลืมนะครับ การฝึกภาษาอังกฤษไม่มีแอปพลิเคชันอะไรที่มันสามารถทำให้คุณเก่งขึ้นได้ข้ามวันข้ามคืน ถ้าเกิดคุณไม่ฝึก คุณจะเก่งได้คุณก็ต้องฝึก แอปพลิเคชัน Elsa เนี่ย ขอแค่คุณมีวันละ 10 นาทีแค่นั้น คุณทำสม่ำเสมอ แล้วคุณจะเก่งได้แน่ๆ ครับ ผมลองมาแล้วปีนึง ผมรู้สึกว่ามันดีมากๆ เลย ผมก็อยากจะให้คุณลองด้วย วันนี้เดี๋ยวเล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะ ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดี