📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ทหารชั้นผู้ใหญ่โน้มน้าวทหารชั้นผู้น้อยให้เลือกไม่เลือกพรรคไหนได้ด้วยเหรอ? #วินธัยสุวารี #เลือกตั้ง69

Daily Topics5:54

Transcription

วินไทยสุวารีครับฮะ ให้สัมภาษณ์กับ PPTV ครับ จากกรณีที่มีบางบุคคลกล่าวถึงว่าในหน่วยทหารหลายหน่วยในช่วงก่อนมีการเลือกตั้งล่วงหน้า มีการเรียกกำลังพลเข้าประชุม เพื่อพูดปลุกใจโน้มน้าวทำนองไม่ให้เลือกพรรคการเมืองที่ด้อยค่าทหารนั้น กรณีดังกล่าวในการพูดให้ข้อคิดเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจใดๆ นั้น หากเป็นเรื่องจริง อาจมองเป็นความหลากหลายของข้อมูลตามหลักพื้นฐานธรรมชาติ

[เสียงหัวเราะ] >> อะไรวะเนี่ย >> อะไรอ่ะ >> อะไรอ่ะธรรมชาติอะไรอ่ะ >> ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งซึ่งไม่ใช่ นโยบายหรือคำสั่งเชิงบังคับ ส่วนจะส่งผลต่อผู้ที่รับฟังหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของดุลพินิจส่วนบุคคล

[เสียงหัวเราะ] ที่ไม่สามารถจะไปบังคับกันได้ >> อ๋อโอบังคับไม่ได้ >> ซึ่งการขอคะแนนเสียงสนับสนุนบุคคลหรือพรรคการเมืองนั้น เป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

>> อืครับ >> ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยตรงหรือทางอ้อมของกลุ่มหัวคะแนนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งถือเป็นบริบทการแข่งขันทางการเมืองในระบบประชาธิปไตย

>> อื >> แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ว่าการกระทำใดเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่

>> อ >> หากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องย่อมต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเหมาะสม อันนี้คืออะไรคือหมายถึงว่าทหารก็ขึ้นศาลพลเรือนป่ะ

>> เออฮะ >> ไม่อ่ะมัน >> อันนี้คือพูดไปเรื่อยอันนี้คือพูดไปเรื่อย

>> อันนี้พูดไปเรื่อยแล้วแหละ >> พูดไปเรื่อย

>> แต่ที่สำคัญที่สำคัญเลยเหรออยู่ที่ว่าคือ ถ้าทำผิดกฎหมายเนี่ยต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเนี่ย ไอ้เราก็นั่งฟังก็เอ้าแล้วพี่ขึ้นศาลพลเรือนป่ะล่ะ

>> เออพี่ไปขึ้นศาลกันเองทำไมเล่า >> เออ >> เออ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีประเด็นเรื่องการด้อยค่าทหาร ที่คนจำนวนมากไม่ใช่เฉพาะทหารเท่านั้นที่เชื่อว่ามีอยู่จริง เช่น วาทกรรม "มีทหารไว้ทำไม" ซึ่งเคยถูกนำเสนอในลักษณะเป็นกระแสในสังคมอย่างต่อเนื่อง และมีลักษณะเป็นการสื่อสารเชิงเกลียดชังมากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาองค์กร

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าที่ผ่านมาในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับบุคคล แต่เมื่อถูกนำไปสื่อสารต่อสาธารณะ กลับเป็นในลักษณะการเหมารวมเพื่อมุ่งหวังให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร หรือในบางกรณีมีการนำเสนอบางข้อมูลเกี่ยวกับกองทัพ โดยใช้ข้อเท็จจริงเพียงบางส่วนผสมกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

[เสียงหัวเราะ] >> อ้าเจ๊จุกอ่ะเหรอ >> อันนี้พูดถึงเจ๊จุกรือเปล่าฮะ >> ใครนะพี่ >> แล้วเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ จนก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อองค์กร ซึ่งพบเห็นได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และเพิ่งจะเริ่มมีการนำเสนอข้อมูลในมุมอื่นๆ ที่หลากหลายมากขึ้นในช่วงระยะหลังนี้เอง

>> เหรอ [เสียงหัวเราะ] ผมย้ำคุณผู้ชมแบบนี้นะ แล้วมันเป็นเรื่องจริงแน่นอนครับ คุณผู้ชมครับ คนที่เข้าใจว่าคำว่า "ทหารมีไว้ทำไม" แปลว่าอะไรอ่ะ

>> ครับ >> คนที่เข้าใจเรื่องนี้สูงสุดคือทหารห้องแอร์ครับ

>> อื >> ผมย้ำเลย คนเหล่าเนี้ยเข้าใจ 100% ว่าทหารไว้ทำไมเนี่ยมันหมายถึงใคร

>> อื >> มันหมายถึงพวกเค้าอย่างแน่นอน แต่เขามีหน้าที่ต้องเอาทหารอื่นอื่นเข้ามาอยู่ในวาทกรรมนี้ด้วย เพราะไม่งั้นมันจะกลายเป็นเดี๋ยวกูเจ็บคนเดียว

>> อื >> นะครับ ประเด็นนึงต่อมาก็คือว่าเขากำลังจะบอกว่าวินไทยวินไทยไม่การเมืองใช่มั้ย

[เสียงหัวเราะ] >> เไม่การเมืองเลย >> วินไทยนี่เป็นคนไม่การเมืองใช่มั้ย >> ไม่การเมืองเลย >> ทหารไม่การเมืองเลย >> ทหารนี่ไม่ไม่การเมืองไม่ยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองทหารไม่เลือกข้างนะ

>> เออทหารไม่เลือกข้างนะอ >> เออคือคุณผู้ชมครับ นอกจากวินทัยจะบอกว่าทหารชั้นผู้ใหญ่เรียกทหารชั้นผู้น้อยเข้าไปพูดโน้มน้าวทางการเมืองไม่ให้เลือกพรรค นั้นแต่ให้เลือกพรรคนี้เป็นเรื่องปกติแล้วเนี่ยนะครับ

[เสียงหัวเราะ] เป็นเรื่องป >> วินไทยเนี่ยก็ยังลากประเด็นเรื่องทหารมีไว้ทำไมเนี่ย ซึ่งโคตรเป็นเกมการเมืองชิบหายเลยครับ แล้วบอกทหารไม่ยุ่งเกี่ยวกับ การเมือง การเอาวาทกรรม "ทหารมีไว้ทำไม" มาใช้กับประชาชน ณ ตอนนี้ มาสื่อสาร ณ ตอนนี้เนี่ย พี่ไม่การเมืองตรงไหนวะพี่ แล้วพี่ก็เหมือนเป็นการพูดดิสเครดิตบางพรรคออกทีวีไปเรื่อยๆ อันนี้มันไม่การเมืองตรงไหน พี่เออคือมันแย่ตรงไหนรู้ป่ะ คือทหารน่ะ แล้วโดยเฉพาะเนี่ยทหารที่มีพฤติกรรมแบบเนี้ย

>> อื >> ชอบใช้วิธีการแบบเนี้ย คือเหมือนแบบแฟร์ๆ ดิ คือถ้าเกิดเขาพูดถึงตัวเองอ่ะ

>> อื >> เออ หรือว่าตัวเองพูดถึงเค้าอ่ะ คนอื่นพูดถึงอ่ะ ก็อย่าบ่นดิ

>> เออ >> อย่าหนอแหนดิ >> ใช่ >> แล้วนี่คือเค้าอ่ะทำได้แค่พูดนะเว้ย

>> อื >> เค้าไม่ได้เอารถถังออกมาได้นะเว้ย >> เค้าไม่ได้มีปืนมีกระสุนไว้ยิงประชาชนได้นะเว้ย

>> เออ >> เออคือแบบทำไมอ่ะ >> อาชีพอื่นไม่ได้ยึดอำนาจกันได้นะเว้ย >> คือสะดวกเกินป่ะ คือแบบคือจะทำอะไรก็ทำได้หรอ

>> คือพูดก็พูดได้ฝั่งเดียวหรออ >> เออ >> เออคือจะทำอะไร >> ประชาชนเค้าจะสู้กลับไม่ได้หรอ

>> เออ >> นี่เค้าสู้ด้วยปากกานะเว้ย >> ใช่มันสบายไปหรือเปล่า >> เค้าไม่ได้สู้ด้วยปืนด้วยกระสุนด้วยรถถังนะเว้ย จากเงินภาษีเค้าด้วยนะ >> แล้วเค้าไม่ต้องสู้กับการลำเลิกของพวกคุณด้วยนะ

>> เออ >> เค้าสู้กับคุณได้แค่การวิพากษ์วิจารณ์น่ะ เค้าสู้กับคุณได้แค่การตั้งคำถามอ่ะ

>> เออเออ >> อะไรอ่ะ >> ไม่แล้วทหารชั้นพูดผู้ใหญ่อ่ะเรียกทหารชั้นผู้น้อยไปโน้มน้าวทางการเมืองทำไม เหรอ

>> เออมันเรื่องอะไรของทหารที่ต้องไปโน้ม น้าว >> เออคุณโน้มน้าวทำไมอ่ะ >> ไหนบอกประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ไงแล้วคุณโน้มน้าวทำไม

>> เออ >> แล้วเมื่อเช้านี้ยังพูด >> คุณเป็นผู้ช่วยหาเสียงเหรอ >> คุณเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมือง เหรอ >> เออคุณบอกคุณไม่ยุ่งกับการเมืองไม่ใช่เหรอ แล้วคุณบอกคุณเป็นกลางทางการเมือง แล้วทหารชั้นผู้ใหญ่มันเรียกทหารชั้นผู้น้อยไปโน้มน้าวทางการเมือง ประเด็นมันไม่ใช่ว่าคุณมาพูดว่ามันก็เป็นการบอกเฉยๆ แต่จะฟังไม่ฟังก็เป็นสิทธิ์แล้วคุณเรียกไปโน้มน้าวทำไมอ่ะ

>> ก็เลยจะบอกว่าทหารชั้นผู้ใหญ่อ่ะที่ทำพฤติพฤติกรรมแบบเนี้ยทะลึ่ง

>> เออ >> ทะลึ่ง >> คุณก็ปล่อยเค้าเลือกไปสิ >> ไม่รู้จักที่ทางตัวเองไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง จนวินาทีนี้ก็ยังไม่รู้จักหน้าที่ตัวเองและกาลเทศะและการวางตัว

>> เออ >> ยังวางตัวไม่เป็นเลย >> แล้วไม่รู้จักกาลเทศะตัวเองไม่พอนะ ยังมาบอกคนอื่นเขาด้วยนะว่ากูไม่ได้เป็นอย่างนั้น

>> เออ >> ปฏิเสธซิอีกด้วย >> คุณไม่มีสิทธิ์มานั่งพูดอะไรแบบนี้ คุณน่ะต้องให้สังคมเป็นคนตัดสิน

>> เออเอ