📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ปี 2569 พลังจักรวาลคัดคนเหลือ 2 ประเภท ทำนายปีม้าไฟดุมาก (คำทำนายเป็นความเชื่อส่วนบุคคล)

แสงธรรมส่องตำนาน44:26

Transcription

พลังจักรวาล[เพลง] ปี 2569 จะคัดเลือกคน 2 ประเภทเท่านั้น คุณรู้ไหม ว่าปี 2569 ที่[เพลง]กำลังจะมาถึงไม่ใช่แค่ปีใหม่ตามปฏิทิน แต่มันคือประตูนรกและประตูสวรรค์ ที่เปิดออกพร้อมกันเพื่อคัดกรองมนุษย์ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ฟ้าไม่ได้เลือกคนรวยหรือคนเก่ง แต่ฟ้ากำลังเลือกคนที่มีรหัสลับทางจิตวิญญาณบางอย่างเท่านั้น ถ้าคุณรู้สึกว่า ช่วงนี้ชีวิต[เพลง]วุ่นวายผิดปกติ เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังบีบคั้นหัวใจ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเข้าสู่ลานประหาร[เพลง] หรือลานประลองของผู้มีบุญ ฟังเรื่องนี้ให้จบ เพราะนี่[เพลง]อาจเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะพาคุณรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ขอความกรุณากดไลค์เพื่อเป็นค่า[เพลง]ครู และพิมพ์คำว่า "น้อมรับพลังบวก" ในคอมเมนต์เพื่อเปิดทางสว่างให้ชีวิตของคุณครับ

ตอนที่ 1

นับตั้งแต่วินาที[เพลง]นี้เป็นต้นไป ผมอยากให้คุณลองวางภาระหนักอึ้งในมือลงก่อน แล้วลองหลับตาฟังเสียงหัวใจตัวเองดูสักครั้ง คุณรู้สึกเหมือนผมไหมว่าช่วงหลังมานี้ เวลาในแต่ละวันมันผ่านไปรวดเร็วอย่างน่าใจหาย เหมือนโลกของเรากำลังหมุนด้วยความเร็วที่ผิดปกติ ไม่ใช่แค่เวลาที่เปลี่ยน[เพลง]ไป แต่ใจคนก็เปลี่ยน เรารู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น หงุดหงิดง่ายขึ้น บางครั้งก็รู้สึกวูบวาบเหมือนจะมีรางสังหรณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นในใจ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บทางกาย แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าจากจักรวาลที่กำลังส่งเคลื่อนพลังงานมหาศาลเข้ามาปะทะโลกของเรา เพื่อเตือนให้รู้ว่าปีแห่งการชำระล้างกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้ว ปี พ.ศ. 2569 หรืออีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ในทางโหราศาสตร์จีนเขาเรียกกันว่าปีหมาไฟ หรือปีแห่งอาชาเพลิง พลังงานของธาตุไฟในปีนั้นจะไม่ใช่ไฟที่ให้ความอบอุ่นเหมือนเตาผิงในหน้าหนาว แต่มันคือเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำรุนแรง รวดเร็ว[เพลง] และพร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ผุพังให้มอดไหม้เป็นจุน มีคำทำนายเก่าแก่จากครูบาอาจารย์หลายท่านที่ได้เตือนลูกหลานเอาไว้ตรงกันว่า เมื่อปีม้าไฟมาถึง โลกใบนี้จะไม่ได้เป็นที่อยู่ของทุกคนอีกต่อไป[เพลง] แต่จะเป็นพื้นที่สำหรับ "ตัวจริง" เท่านั้น

ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น เพราะพลังงานของปี 2569 เปรียบเสมือนตะแกรงร่อนทองขนาดมหึมาของฟ้าดิน ที่จะสั่นสะเทือนรุนแรง จนกรวดหิน ดินทราย หรือคนที่จิตใจหยาบช้า คนที่ไม่มีศีลธรรม คนที่หลอกลวงต้มตุ๋น จะต้องร่วงหล่นลงไปสู่ข้างล่าง จะเหลือไว้ก็แต่ทองคำแท้ หรือคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ เข้มแข็งเท่านั้น ที่จะยังคงค้างอยู่บนตะแกรง และถูกยกให้สูงขึ้นไปสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า "ยุคศรีวิไล" หรือยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางจิตวิญญาณ

คุณอาจจะสงสัยว่าพลังงานนี้มันทำงานอย่างไร มันไม่ได้มาในรูปแบบของยักษ์มารที่ถือกระบองมาไล่ตีคนชั่ว แต่มาในรูปแบบของสถานการณ์บีบคั้นครับ ในช่วงเวลาก่อนจะถึงปี 2569 นี้ คุณจะสังเกตเห็นว่าธรรมชาติเริ่มเอาคืนมนุษย์หนักขึ้น ภัยพิบัติทางดิน น้ำ ลม ไฟ จะเกิดขึ้นทีและรุนแรงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ข่าวสารบ้านเมืองจะเต็มไปด้วยเรื่องราวชวนหดหู่[เพลง] การฆ่าฟัน ความขัดแย้ง และโรคระบาดแปลกๆ ที่หมอหาสาเหตุไม่เจอ[เพลง] ทั้งหมดนี้คือกระบวนการเขย่าโลก เพื่อปลุกให้คนที่ยังหลับใหลอยู่ได้ตื่นขึ้น ครูบา[เพลง]อาจารย์ท่านเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า โลกเราตอนนี้เหมือนบ้านที่รกไปด้วยขยะ[เพลง]และฝุ่นผงมานาน ปี 2569 [เพลง]คือปีที่เจ้าของบ้าน หรือพลังงานเบื้องบนตัดสินใจจะทำความสะอาดครั้งใหญ่ อะไรที่รกหูรกตา อะไรที่เป็นเชื้อโรค จะถูก[เพลง]กวาดทิ้งอย่างไม่ปราณี ใครที่ยังยึดติดกับกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็เหมือนขยะ[เพลง]ที่กอดสิ่งสกปรกไว้แน่น สุดท้ายก็จะถูกกวาดลงถังไปพร้อมกับสิ่งนั้น ส่วนใครที่รู้จักปล่อยวาง[เพลง] รู้จักชำระจิตใจให้สะอาด ก็จะเหมือนเครื่องเรือนล้ำค่า ที่ถูกปัดฝุ่นจนเงางาม และถูกจัดวางในที่ที่เหมาะสม

สิ่งหนึ่งที่คุณต้องระวังให้มากที่สุดในช่วงเวลานี้คือ "จิตตก" ครับ พลังงานของปีม้าไฟนั้นมีความรวดเร็วและรุนแรง[เพลง] ถ้าจิตของคุณตกไปอยู่ในความกลัว ความกังวล หรือความเศร้าหมอง พลังงานลบเหล่านั้นจะขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง และมันจะดึงดูดเรื่องราวเลวร้ายเข้ามาในชีวิตคุณแบบตั้งตัวไม่ทัน ในทางกลับกัน ถ้าคุณประคองสติให้มั่นคง รักษาใจให้เป็นบวก แม้ข้างนอกจะพายุโหมกระหน่ำ แต่ใจคุณยังสงบเย็น พลังงานดีๆ ก็จะคุ้มครองคุณให้แคล้วคลาดปลอดภัย ราวกับมีเกราะแก้วกำบัง นี่คือจุดเริ่มต้น เราต้องรู้เท่าทันฟ้าดินไม่ได้โหดร้าย แต่ฟ้าดินต้องการความสมดุล ปี 2569 จึงไม่ใช่ปีแห่งจุดจบ แต่เป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่บนรากฐานที่ถูกต้อง แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราต้องผ่านบททดสอบการคัดเลือกนี้ไปให้[เพลง]ได้เสียก่อน คำถามสำคัญที่ผมอยากฝากไว้ในตอนนี้คือ "วันนี้หัวใจของคุณเตรียมพร้อมหรือยัง[เพลง]ที่จะถูกคัดเลือกให้ไปต่อ หรือคุณยังมัวแต่วิ่งวุ่นกับเรื่องไร้สาระ จนลืมดูแลจิตวิญญาณ[เพลง]ของตัวเอง"

ตอนที่ 2

เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าปี 2569 คือปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สิ่งที่ตามมาและกำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในขณะนี้ คือปรากฏการณ์ที่ผมขอเรียกว่า "การแยกโลก 2 ใบ" หรือ "การแบ่งแยกผู้คนออกจากกันอย่างชัดเจนที่สุด" มันไม่ใช่การแบ่งแยกด้วยฐานะรวย หรือ[เพลง] ไม่ใช่การแบ่งแยกด้วยเชื้อชาติ หรือความเชื่อทางการเมือง[เพลง] แต่มันคือการแบ่งแยกด้วยระดับพลังงานในจิตใจ คุณเคยสังเกตไหมครับว่าช่วงหลังมานี้ จู่ๆ คนบางคนก็หายไปจากชีวิตคุณเฉยๆ เพื่อนที่เคยสนิทกันมากๆ จู่ๆ ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ความคิดเห็นไม่ตรงกัน จนต้องห่างเหินกันไป หรือบางทีคุณอาจจะรู้สึกอึดอัดใจเวลาต้องอยู่ในสังคมเดิมที่เคยอยู่ได้สบายๆ อาการเหล่านี้แหละครับ คือสัญญาณของการแยกกลุ่มพลังงาน โลกกำลังถูกดึงออกเป็น 2 มิติ คือโลกใบเก่าที่เต็มไปด้วยความกลัว ความเห็นแก่ตัว การแก่งแย่งชิงดี และโลกใบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยความรัก ความเมตตา และการเกื้อกูลกัน

กฎแรงดึงดูดในช่วงเวลานี้จะทำงานเข้มข้นมาก เปรียบเสมือนแม่เหล็กขั้วต่างกันที่ผลักกันอย่างรุนแรง คนที่มีศีลไม่เสมอกัน จะอยู่ร่วมกันไม่ได้อีกต่อไป สามีภรรยา[เพลง]ที่คนหนึ่งใฝ่ธรรมะ แต่อีกคนมัวเมาในอบายมุข จะเกิดเหตุให้ต้องแยกทางกันอย่างรวดเร็ว เจ้านายที่เอาเปรียบ[เพลง]ลูกน้อง จะถูกลูกน้องที่ดีตีตัวออกห่าง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลไกธรรมชาติที่กำลังจัดระเบียบสังคม[เพลง]ใหม่ เพื่อให้คนที่ใช่ได้ไปรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน

กลุ่มแรก คือกลุ่ม[เพลง]คนที่พลังงานต่ำ หรือคนที่ยังยึดติดกับโลกใบเก่า คนกลุ่มนี้จะมองทุกอย่างด้วยความหวาดระแวง[เพลง] เสพข่าวลบแล้วจิตตก ก่นด่าโชคชะตา โทษคนอื่นตลอดเวลา และใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความขาดแคลน คือรู้สึกว่าต้องแย่งชิง ต้องโก่ง[เพลง]ถึงจะได้มา เมื่อปี 2569 มาถึง คนกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะพลังงานของโลกใหม่จะบีบ[เพลง]คั้นให้พวกเขาอยู่ยากขึ้น เหมือนปลาผิดน้ำ จะเจอแต่อุปสรรค ทำอะไรก็ติดขัด และอาจถึงขั้นเจ็บ[เพลง]ป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ เพราะร่างกายปรับตัวรับพลังงานใหม่ไม่ทัน

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มคนที่พลังงานสูง[เพลง] หรือคนที่เตรียมพร้อมเข้าสู่โลกใบใหม่ คนกลุ่มนี้ไม่ได้แปลว่าเป็นคนรวยล้นฟ้า หรือเป็นนักบวช[เพลง]ผู้ทรงศีล แต่คือคนธรรมดา ที่มีสติรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง เมื่อเจอปัญหา[เพลง]พวกเขาจะไม่ตีโพยตีพาย แต่จะมองหาทางแก้ไข และบทเรียนที่ซ่อนอยู่ คนกลุ่มนี้จะเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการแข่งขันจอมปลอม เริ่มหันมาหาความสงบ เริ่มอยากกินอาหารที่มีประโยชน์ อยากดูแลสุขภาพ และอยากช่วยเหลือผู้อื่น พลังงานของปีม้าไฟ จะกลายเป็นแรงลมใต้ปีก ที่ส่งให้คนกลุ่มนี้ลอยลำขึ้นสูง ทำอะไรก็สำเร็จ[เพลง]ง่ายดายอย่างน่าอัศจรรย์

มีอาการทางร่างกายบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณกำลังถูกปรับจูนเข้าสู่กลุ่มพลังงานใหม่ หรือที่เรียกว่า "อาการตื่นรู้" เช่น [เพลง]จู่ๆ ก็ตื่นกลางดึกในช่วงเวลาเดิมๆ มักจะเป็น 3:00 น. หรือ 4:00 น. มีอาการหูอื้อ หรือได้ยินเสียงวิ้งๆ ในหู เหมือนเสียงความถี่สูง รู้สึกเวียนหัว เหมือนบ้านหมุน ทั้งที่ไม่ได้ป่วย หรือจู่ๆ ก็ไม่อยากกิน[เพลง]เนื้อสัตว์ใหญ่ อาการเหล่านี้แสดงว่าร่างกายและจิตวิญญาณของคุณกำลังพยายามสลัดทิ้งพลังงานหนักๆ ของโลกเก่าออกไป เพื่อให้ตัวเบาขึ้น[เพลง]และพร้อมรับคลื่นพลังงานใหม่ การคัดเลือกคนในปี 2569 จึงไม่ใช่การสอบข้อ[เพลง]เขียนที่วัดกันด้วยความรู้ แต่เป็นการวัดกันที่ "ความเบาของจิต"[เพลง] ใครที่แบกความทุกข์ แบกความแค้น แบกความโลภ ไว้หนักอึ้ง[เพลง] จะไม่สามารถก้าวข้ามผ่านประตูมิตินี้ไปได้ จักรวาลกำลังบีบให้เราต้องทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ได้ใช้ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ หรืองานที่ไม่ตอบโจทย์จิตวิญญาณ เพื่อให้เราเหลือแต่ "ตัวตนที่แท้จริง"

จำไว้ว่าการแยกจากไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าเสมอไป บางครั้งการที่ใครบางคนเดินออกจากชีวิตเรา หรือเราต้องเดินออกมาจากที่ที่คุ้นเคย มันคือการเปิดทางให้สิ่งที่ดีกว่า และเหมาะสมกับเรามากกว่า ได้เข้ามาแทนที่ จงอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง[เพลง] เพราะในปี 2569 นี้ ความเปลี่ยนแปลงคือหนทางเดียวที่จะพาคุณไปสู่ความรอดและความรุ่งเรืองในแบบที่คุณคาดไม่ถึง

ตอนที่ 3

สิ่งหนึ่งที่น่าขนลุก และเป็นคำเตือนที่ครูบาอาจารย์ย้ำนักย้ำหนา[เพลง]เกี่ยวกับช่วงเวลานี้ คือการทำงานของ "กฎแห่งกรรม" ครับ ปกติเราอาจจะเคยได้ยินคำว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้[เพลง]ชั่ว" แต่บางทีทำไปตั้งนานแล้ว ยังไม่เห็นผลสักที จนหลายคนเริ่มท้อใจ หรือคนชั่วบางคนทำ[เพลง]ผิดมาทั้งชีวิต ก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ แต่ขอให้ฟังผมให้ดีครับ กฎกติกาเดิมๆ เหล่านั้นใช้ไม่ได้แล้วในช่วงเวลานี้[เพลง] เพราะเรากำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "กรรมติดจรวด" หรือการเร่งรอบของผลให้เร็วขึ้นถึง 5 เท่า ทำไมต้องเร่งขึ้น เพราะโลกกำลังจะเปลี่ยนยุค พลังงานเก่า[เพลง]ๆ ที่คั่งค้าง ต้องถูกสะสางให้จบโดยเร็วที่สุด เหมือนเวลาเราจะย้ายบ้าน เราต้องรีบเคลียร์หนี้สิน เคลียร์[เพลง]ของเก่าให้หมด เพื่อจะได้ไปเริ่มชีวิตใหม่แบบตัวเบาๆ จักรวาลก็เช่นกันครับ[เพลง]

ใครที่สร้างกรรมดีไว้ ผลบุญจะส่งผลปุบปับทันตาเห็น อาจจะถูกหวยรวยเบอร์ ได้เลื่อนขั้น หรือเจอช่องทางทำกินแบบงงๆ ทั้งที่ไม่ได้คาดหวัง นี่คือรางวัลสำหรับคนที่สะสมเสบียงบุญมาดี แต่ในทางกลับกัน น่ากลัวมากสำหรับคนที่สร้างกรรม[เพลง]ชั่ว โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อของปี 2569 นี้ ใครที่คิดคดโกงบ้านโก่ง[เพลง]เมือง ใครที่หากินบนความทุกข์ของคนอื่น ใครที่แอบทำชั่วลับหลังแล้วคิดว่าไม่มีใครเห็น[เพลง] ฟ้าดินท่านเห็นหมดครับ และท่านจะไม่รอช้าอีกต่อไป เราจะได้เห็นคนดัง คนมีสี หรือผู้มีอิทธิพล ที่เคยยิ่งใหญ่ ตกมาตายแบบง่ายๆ เรื่องลับๆ จะถูกแฉออกมาจนหมดเปลือก[เพลง] สิ่งที่สร้างมาด้วยความไม่ชอบธรรม จะพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา นี่คือปรากฏการณ์ "กรรมตามทัน" ในเวอร์ชั่นความเร็วสูง

และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในยุคกรรมติดจรวดนี้ ไม่ใช่แค่การกระทำครับ แต่มันคือ "ความคิดและคำพูด" ในอดีต กว่าผลลัพธ์จะเกิด ต้องมีการกระทำเป็นตัวขับเคลื่อน แต่ในปีม้าไฟที่ทาสแรงกล้านี้ พลังงานความคิดและคำพูด จะมีความศักดิ์สิทธิ์และรุนแรงมาก ถ้าคุณเผลอไปสาปแช่งใครด้วยอารมณ์โกรธแค้น คำแช่งนั้นจะพุ่งออกไปเหมือนลูกธนูไฟ ถ้าคนถูกแช่งเขาไม่ผิด ลูกธนูนั้นจะวกกลับมาปักอกคุณเองทันทีภายใน 3 วัน 7 วัน ฉะนั้นโบราณท่านจึงเตือนไว้ว่า "ให้ระวังปากยิ่งกว่าระวังไฟ"[เพลง] อย่าเผลอพูดคำว่า "ไม่มี" "ไม่รวย" "แย่แน่ๆ" หรือ "บ่นด่าชีวิตตัวเอง" เด็ดขาด เพราะจักรวาลในปี 2569 หูทิพย์มากครับ คุณพูดอะไรออกไป จักรวาลจะรับคำสั่งนั้น และจัดให้ตามปากว่าทันที คุณบ่นว่าจน จักรวาลก็จะส่งความจนมาให้คุณ บ่นว่าป่วย ร่างกายก็จะทรุดโทรมลงจริงๆ นี่คือกฎแรงดึงดูดขั้นรุนแรงที่ไม่ปราณีใคร

ทางรอดเดียวในยุคนี้[เพลง]คือการ "ฝึกคิดบวก และพูดดีให้เป็นนิสัย" ครับ ไม่ใช่การโลกสวยหลอกตัวเอง แต่คือการมีสติรู้เท่าทันความคิด พอเริ่มคิดลบปุ๊บ ให้รีบตบความคิดกลับมาด้านบวกทันที เปลี่ยนจากคำด่าเป็นคำอวยพร เปลี่ยนจากคำบ่น[เพลง]เป็นคำขอบคุณ พลังงานดีๆ จากคำพูดเหล่านี้ จะเป็นเหมือนเกราะแก้วคุ้มกันภัย ยิ่งกรรมทำงานเร็วเท่าไหร่ การทำความดีของเราก็จะยิ่งส่งผลเร็วเท่านั้น เปรียบเหมือนเราปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่รดน้ำพรวนดินปุ๊บ ก็ออกดอกออกผลให้กลิ่นปั๊บ จำไว้[เพลง]นะครับ ปี 2569 ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคนปากพล่อย หรือ[เพลง]คนใจคดอีกต่อไป ใครที่คิดจะรอดผ่านช่วงเวลานี้ ต้องเริ่มชำระล้างจิตใจให้[เพลง]สะอาด ตั้งแต่วินาทีนี้ อย่ารอให้ถึงวันที่ฟ้าผ่าลงมา แล้วค่อยมาร้องขอชีวิต เพราะถึง[เพลง]ตอนนั้น แม้แต่คำขอขมาก็อาจจะสายเกินไป

ตอนที่ 4

ลึกลงไปในหน้าประวัติศาสตร์และตำราโหราศาสตร์จีนโบราณ มีคำทำนายหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ด้วยน้ำหมึกสีเลือด นั่นคือ "ตำนานอาถรรพ์ม้าแดงแพะแดง" หรือในภาษาจีนเรียกว่า "ซื่อหม่าหงส์หยาง" คำทำนายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีสถิติย้อนหลัง[เพลง]กลับไปนับพันปี ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่ปีนักษัตรม้า (มะเมีย) [เพลง]และปีแพะ (มะแม) ที่มีรหัสเป็นธาตุไฟ เวียนมาบรรจบกัน โลกมักจะเกิดมหันตภัยครั้ง[เพลง]ใหญ่หลวง ที่พรากชีวิตผู้คนดุจใบไม้ร่วง ปี 2569 ที่จะถึงนี้ ตรงกับปีม้าไฟ หรือม้าแดง (ปิ่งอู่)[เพลง] และปีถัดไป 2570 คือปีแพะไฟ หรือแพะแดง (ติงเว่ย)[เพลง] การรวมตัวกันของ 2 ปีนักษัตรธาตุไฟนี้ ก่อให้เกิดพลังงานที่เรียกว่า "หยางเริ่น" หรือ "คมมีดแห่งเปลวเพลิง" มันคือพลังงานที่ร้อนแรงที่สุด ก้าวร้าวที่สุด และทำลายล้างสูงที่สุด ในอดีต[เพลง]สมัยราชวงศ์ซ่งของจีน ก็เคยเกิดเหตุการณ์ม้าแดงแพะแดง จนนำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์ บ้านเมืองถูกเผาผลาญ ผู้คนล้มตาย และเกิดโรคระบาดร้ายแรง

แล้วสำหรับปี 2569 ที่จะถึงนี้ล่ะ ตำนานอาถรรพ์ม้าแดงแพะแดงกำลังบอกอะไรเรา มันคือคำเตือนถึง "ไฟ" ในทุกรูปแบบครับ รูปแบบแรกคือ "ไฟสงคราม" ความขัดแย้งระดับโลกที่คุกรุ่นจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ขั้วอำนาจต่างๆ จะปะทะกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่มีใครยอมใคร รูปแบบที่ 2 คือ "ไฟธรรมชาติ" ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหวที่[เพลง]เกิดจากความร้อนใต้พิภพ พายุสุริยะที่แผดเผา หรือแม้แต่อากาศที่[เพลง]ร้อนจัด จนมนุษย์ทนแทบไม่ได้ และรูปแบบที่ 3 คือ "ไฟในกาย" ซึ่งหมายถึงโรคระบาดใหม่ที่เกี่ยวกับระบบเลือด หรือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่มากับความร้อนและแพร่กระจายรวดเร็ว

ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมครับ แต่ช้าก่อน จุดประสงค์ที่ครูบาอาจารย์ท่านเอาเรื่องนี้มาเปิดเผย ไม่ใช่เพื่อให้เราตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก[เพลง] แต่เพื่อให้เราตระหนัก และเตรียม "น้ำ" ไว้ดับไฟ น้ำในที่นี้ไม่ได้หมายถึงน้ำพระป่า แต่มันคือน้ำเย็นในจิตใจ หรือ "คุณธรรม" นั่นเองครับ พลังของม้าแดงแพะแดงนั้นแพ้ทางคนที่มีความเยือกเย็น สุขุม และมีเมตตา ในปีที่โลกร้อนเป็นไฟ คนที่จะรอดคือคนที่ "เย็นที่สุด" ใครที่ใจร้อนวู่วาม ตัดสินใจด้วยอารมณ์ จะเหมือนเอาน้ำมันไปราดกองไฟ ชีวิตจะพังพินาศได้ง่ายๆ แต่ใครที่ใช้สติเป็นที่ตั้ง รู้จักให้อภัย ไม่ถือสาหาความ และยึดมั่นในศีลธรรม คนนั้นจะมีเกราะป้องกันพิเศษ[เพลง] พลังงานไฟที่บ้าคลั่ง จะทำอันตรายไม่ได้ หรือจากหนักก็จะกลายเป็นเบา

นอกจากนี้ ม้ายังเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทาง และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ปี 2569 จึงเป็นปีที่เราต้อง "วิ่งให้ทันโลก" แต่ต้องวิ่งอย่างมีสติ ไม่ใช่วิ่งตามกระแสจนหลงทาง เศรษฐกิจจะผันผวนรุนแรงเหมือนม้าพยศ ใครที่มีหนี้สินรุงรัง ต้องรีบ[เพลง]จัดการ เพราะดอกเบี้ยและค่าครองชีพอาจพุ่งสูงจนน่าตกใจ การอยู่อย่างพอเพียง[เพลง]และการพึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา จะเป็น[เพลง]ทางรอดที่ยั่งยืนที่สุด

ตำนานม้าแดงแพะแดงไม่ใช่แค่เรื่องเล่าขาน[เพลง] แต่มันคือรหัสลับที่ฟ้าส่งมาเตือนลูกหลาน ไฟกำลังจะมา คุณเตรียม[เพลง]น้ำเย็นในใจไว้พอหรือยัง หรือคุณยังมีเชื้อเพลิงแห่งความโกรธเกลียดซ่อนอยู่ในใจ รีบสำรวจตัวเองเดี๋ยวนี้ เพราะเมื่อ[เพลง]ระฆังปี 2569 ดังขึ้น เวลาเตรียมตัวของคุณ[เพลง]จะหมดลงทันที

ตอนที่ 5

เราได้ยินเรื่องพลังงานไฟ เรื่องความเร็วของกรรม และเรื่องการคัดเลือกคนมาพอสมควรแล้ว ทีนี้เรามาเจาะลึกกันให้ชัดๆ ว่าฟ้าจะชำระอะไรบ้าง[เพลง]ในปี 2569 นี้ จากข้อมูลของครูบาอาจารย์สายปฏิบัติ[เพลง] และคำทำนายของหลวงปู่ศิลา ท่านได้ระบุถึง 3 กรรมใหญ่ที่เบื้องบนจะลงมาเคลียร์บัญชี[เพลง]แบบรวบยอด ซึ่งถ้าใครมีเอี่ยวใน 3 เรื่องนี้ ต้องรีบถอนตัวและขอขมาด่วนที่สุด

กรรมใหญ่ที่ 1 คือ "กรรมจากการเนรคุณแผ่นดินและทำลายธรรมชาติ" มนุษย์เราตักตวงผลประโยชน์จากโลกมานานเกินไป โดยไม่คืนกลับ ในปี 2569 ธรรมชาติจะเอาคืนในรูปแบบของภัยพิบัติล้างกระดานครับ พื้นที่ไหนที่เต็มไปด้วยความเสื่อมโทรมศีลธรรม แหล่งอบายมุข หรือพื้นที่ที่มีการทำลายป่าไม้ แหล่งน้ำอย่างรุนแรง จะเป็นเป้าหมายแรกๆ ของภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมใหญ่ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว แผ่นดินยุบ หรือพายุที่กวาดทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง นี่คือการชำระล้างของแม่ธรณี เพื่อปรับสมดุลโลก

กรรม[เพลง]ใหญ่ที่ 2 คือ "กรรมจากการลบหลู่ศาสนาและหลอกลวงศรัทธา" ข้อนี้สำคัญมากครับ ในยุคที่ผ่านมา เราเห็นข่าวพระสงฆ์ทำผิดวินัย ร่างทรงหลอกลวง หรือคนที่เอาผ้าเหลืองมาหากินจนร่ำรวย ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการกระชากหน้ากากอย่างแท้จริง ฟ้าจะไม่ปล่อยให้คนเหล่านี้ลอยนวลอีกต่อไป เราจะเห็นข่าวการจับกุม การสึก หรือการได้รับวิบากกรรมที่น่าสยดสยองของมารศาสนาเหล่านี้ เพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้กับพระศาสนา ใครที่เคยทำบุญกับคนพวกนี้ ด้วยความไม่รู้ ไม่ต้องเสียใจครับ ให้ตั้งจิตอธิษฐานใหม่ แต่ใครที่รู้เห็นเป็นใจ หรือใช้ศาสนาบังหน้าเพื่อหาผลประโยชน์ เตรียมตัวรับกรรมหนักได้เลย

กรรมใหญ่ที่ 3 คือ "กรรมส่วนบุคคลที่หมักหมม" หรือกรรมจากการผิดลูกผิดเมียและการทำแท้ง ข้อนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลรุนแรงต่อจิตวิญญาณมากครับ ในปีที่พลังงานโลกเปลี่ยนขั้ว[เพลง] วิญญาณเด็กที่ไม่ได้ไปผุดไปเกิด หรือเจ้ากรรมนายเวรจากเรื่องชู้สาว จะมีพลังอำนาจมากขึ้นในการทวงคืนความยุติธรรม คนที่เจ้าชู้ประตูดิน ครอบครัวแตกแยก หรือเคยทำพลาดเรื่องชีวิตน้อยๆ แล้วไม่เคยทำบุญขอขมา จะเจอผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก อาจขั้นซึมเศร้า หรือมีโรคภัยรุมเร้าที่รักษาไม่หาย

ฟ้าไม่ได้โหดร้ายที่ต้องชำระ 3 กรรมใหญ่เหล่านี้ แต่เพราะโลกต้องการรีเซ็ต[เพลง]ระบบใหม่ ให้เหลือแต่พลังงานที่สะอาดบริสุทธิ์ การชำระ[เพลง]ล้างเปรียบเสมือนการผ่าตัดเนื้อร้ายทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตคนไข้เอาไว้ แล้วเราจะรอดจากการ[เพลง]ชำระนี้ได้อย่างไร คำตอบคือ "การขอขมาและการกลับตัว"[เพลง] ครับ ใครที่รู้ตัวว่าเคยพลาดพลั้งทำสิ่งเหล่านี้ ไม่ต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ครับ ให้เริ่มตั้งแต่วันนี้เลย[เพลง] จุดธูปกลางแจ้ง ขอขมาเจ้าที่เจ้าทาง ขอขมาพระแม่ธรณี ขอขมาต่อพระรัตนตรัย และขอขมาต่อเจ้ากรรมนายเวร ด้วยใจที่[เพลง]สำนึกผิดจริงๆ สัญญาว่าจะไม่ทำอีก และเร่งสร้างบุญกุศล คือชดเชยความผิด การสำนึกผิดด้วยใจจริง คือยางลบที่ดีที่สุดที่จักรวาลมอบให้ ปี 2569 [เพลง]กำลังจะเปิดบัญชีดำเล่มใหญ่ ถ้าชื่อของคุณอยู่ในนั้น รีบหาทางลบออกซะ ก่อนที่[เพลง]ฟ้าจะส่งบิลเรียกเก็บหนี้ ที่คุณอาจไม่มีปัญญาจ่ายด้วยเงินทอง แต่ต้องจ่ายด้วยชีวิต

ตอนที่ 6

หลังจากที่เราได้พูดถึงเรื่องภัยพิบัติและการชำระล้างกรรมใหญ่ไปในตอนที่แล้ว หลายท่านอาจจะรู้สึกกังวลใจว่า แล้วใครกันแน่ที่จะเป็นผู้รอด หรือใครกันแน่ที่มีหน้าที่สำคัญในการนำพาผู้คนข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาสำรวจร่างกายของตัวท่านเอง โดยเฉพาะที่ฝ่ามือครับ เพราะในตำราพรหมชาติ และคำทำนายของครูบาอาจารย์สายวัดป่า ท่านได้ระบุสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง ที่ฟ้าได้ประทับตราไว้ให้กับกลุ่มคนพิเศษ กลุ่มคนที่มีภารกิจสำคัญในปี 2569 นี้ ลองแบมือของคุณดูนะครับ[เพลง] แล้วสังเกตที่บริเวณกึ่งกลางฝ่ามือ ระหว่างเส้นหัวใจ (เส้นบนสุด) และเส้นสมอง (เส้นตรงกลาง) ว่ามีเส้นเล็กๆ ตัดกันเป็นรูปกากบาท หรือรูปตัว X อยู่หรือไม่ ถ้าคุณมีเส้นนี้ ไม่ว่าข้างซ้าย หรือขวา หรือมีทั้ง 2 ข้าง ผมขอบอกเลยว่าคุณคือหนึ่งใน "ผู้ถูกเลือก" ที่ฟ้าดินทรงลงมาเกิดเพื่อภารกิจบางอย่างในช่วงเวลานี้ครับ

คนที่มีเส้นกากบาทกลางฝ่ามือ หรือที่โบราณเรียกว่า "เส้นสัมผัสที่ 6" ไม่ใช่คนที่บังเอิญมีเส้นลายมือแปลกๆ แต่คือคนที่มีสัญญาเก่ากับเบื้องบน[เพลง] เป็นคนที่มีเทวดาคุ้มครองหนาแน่นมาก ลักษณะนิสัยของคนกลุ่มนี้ คือมักจะเป็นคนที่มีรางสังหรณ์แม่นยำ ฝันแม่น เหมือนมีใครมาคอยกระซิบเตือนภัยล่วงหน้าเสมอ เวลาจะเกิดเรื่องไม่ดี ก็มักจะแคล้วคลาดรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่ในขณะเดียวกัน ชีวิตของคนกลุ่มนี้ ก็มักจะ "ทำคุณคนไม่ขึ้น" คือช่วยใครไปแล้ว เขามักจะไม่เห็นค่า หรือบางทีกลับแว้งกัดเอาเสียด้วยซ้ำ ที่เป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะคุณอาภัพนะครับ แต่เป็นเพราะฟ้าต้องการฝึกให้คุณ "ปิดทองหลังพระ" คือทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เพื่อขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ที่สุด

ทำไมผมถึงต้องเจาะจงพูดถึงคนกลุ่มนี้ในปี 2569 เพราะปีหมาไฟที่จะถึงนี้ จะเป็นปีแห่ง "การตื่นรู้" ของคนที่มีกากบาทกลางฝ่ามือครับ พลังงานของจักรวาลจะส่งคลื่นความถี่ลงมา กระตุ้นให้คนกลุ่มนี้ระลึกรู้ถึงหน้าที่ของตัวเอง จากคนที่เคยใช้ชีวิตธรรมดา อาจจะเกิดความรู้สึกอยากเข้าวัด อยากปฏิบัติธรรม หรืออยากช่วยเหลือสังคม ขึ้นมาอย่างรุนแรง และที่สำคัญ[เพลง] พลังวาจาสิทธิ์ของคนกลุ่มนี้ จะทำงานรุนแรงมากในปี[เพลง] 2569 ขอเตือนเลยนะครับว่าท่านที่มีสัญลักษณ์นี้ ในปี 2569 ท่านเปรียบเสมือน[เพลง] "ผู้ถือดาบอาสิทธิ์" หากท่านอวยพรใคร คำพรนั้นจะศักดิ์สิทธิ์ และส่งผลเร็ว[เพลง]มาก แต่หากท่านเผลอไปสาปแช่งใครด้วยความโกรธ คำแช่งนั้นก็จะส่งผลร้ายแรงเช่นกัน และที่น่ากลัวที่สุดคือ "แรงสะท้อนกลับ" ครับ หากท่านใช้วาจาในทางที่ผิด กรรมจะตีกลับหาตัวท่านเองเร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เพราะท่านคือคนของฟ้า ท่านจึงต้องมีมาตรฐานศีลธรรมที่สูงกว่าคนทั่วไป

ภารกิจของคนที่มีกากบาทกลางฝ่ามือในปี 2569 คือการเป็น "เสาหลักแห่งแสงสว่าง" ครับ ในขณะที่โลกภายนอกกำลังวุ่นวาย ผู้คนตื่นตระหนก ท่านจะต้องเป็นคนที่นิ่งที่สุด สงบที่สุด เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจให้[เพลง]กับคนรอบข้าง ท่านไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าเพื่อจะช่วยคน แค่คำพูดให้สติ การกระทำที่เมตตา หรือการแผ่เมตตาจิตของท่าน ก็สามารถช่วยปรับสมดุลพลังงานในพื้นที่นั้นๆ ให้เบา[เพลง]บางลงได้ สำหรับใครที่มีเส้นนี้ แต่ชีวิตยังตกต่ำ หรือยังลำบากอยู่ ขอให้รู้ไว้ว่าถึงเวลาแล้วครับ ปี 2569 คือปีที่ฟ้าจะเปิดคลังสมบัติให้กับท่าน หากท่านเริ่มหันมาสร้างบุญ สวดมนต์ภาวนา[เพลง] และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ประตูแห่งโชคลาภ ความสำเร็จที่เคยปิดตายมานาน จะเปิดออกกว้างทันที นี่คือกฎการแลกเปลี่ยนของจักรวาล เหมือนท่านทำหน้าที่[เพลง]ของท่าน ฟ้าก็จะเลี้ยงดูท่านอย่างดีที่สุด จงภูมิใจเถิดครับ ที่ท่านมีสัญลักษณ์นี้ติดตัวมา มันไม่ใช่เครื่องหมายของความอาภัพ แต่มันคือตราประทับของ "นักรบแห่งธรรม" ที่จะต้องยืนหยัดอย่างเข้มแข็งที่สุด ในปีที่พายุแห่งการคัดเลือกกำลังโหมกระหน่ำ เพื่อประคับประคองผู้คนข้ามไปสู่[เพลง]ยุคใหม่ ให้ได้มากที่สุด

ตอนที่ 7

สืบเนื่องจากกระแสพลังงานปี 2569 ที่ผมได้เล่าให้ฟังว่าเป็นปีแห่งการคัดเลือกและเปิดเผยความจริง สิ่งหนึ่งที่จะถูกกระชากหน้ากากออกมาอย่างรุนแรงที่สุด คือ "ความดีจอมปลอม" ครับ ในอดีตเราอาจจะเห็นคนบางคนที่ดูเหมือนเป็นคน[เพลง]ใจบุญสุนทาน ชอบบริจาคเงินก้อนโต ชอบสร้างภาพว่าตนเองเป็นผู้ทรงศีล แต่เบื้องหลังกลับทำธุรกิจสีเทา หรือเปรียบผู้อื่น คนเหล่านี้อาจจะเคยลอยนวลอยู่ได้ในยุคเก่า แต่ในยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ พวกเขาจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไป หลวงปู่ศิลาและครูบาอาจารย์หลายท่านได้กล่าวเตือนไว้ตรงกันว่า ฟ้ากำลังคัด "คนบุญแท้" ออกจาก "คนลวงบุญ" คำว่า "ลวงบุญ" นี้มีความหมายลึกซึ้งมากครับ มันหมายถึงคนที่ใช้ศาสนา หรือใช้ความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้าน เป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์ใส่ตัว ปี 2569 ซึ่งได้รับอิทธิพลจากดาวมฤตยูและดาวพูโต ที่ย้ายเข้าสู่ราศีแห่งการปฏิวัติ จะทำหน้าที่เป็นเหมือนสปอตไลท์ดวงใหญ่ ที่สาดส่องเข้าไปในมุมมืด ทำให้ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรหม เปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น เราจะได้เห็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการศาสนาและความเชื่อ ข่าวการเปิดโป่งขบวนการหลอกลวงต้มตุ๋น ที่แฝงตัวมาในคราบนักบุญ จะมีคนมีชื่อเสียงหลายคนที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดี เป็นเน็ตไอดอลสายบุญ ถูกกระชากหน้ากากให้เห็นธาตุแท้ว่าที่ทำไป[เพลง]ทั้งหมดนั้น เพื่อยอดไลค์ เพื่อชื่อเสียง หรือเพื่อฟอกเงิน นี่คือกระบวน[เพลง]การล้างไพ่ทางสังคม เพื่อให้สังคมไทยได้เรียนรู้และแยกแยะว่าอะไร[เพลง]คือทองคำแท้ อะไรคือทองชุบ

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครคือของจริง แล้วเราจะรอดพ้นจากการ[เพลง]ตกเป็นเหยื่อของมายาเหล่านี้ได้อย่างไร คำ[เพลง]ตอบอยู่ที่ "เจตนา" ครับ ในปี 2569 จักรวาล[เพลง]ไม่ได้วัดความดีที่จำนวนเงินบริจาค ไม่ได้วัดที่ขนาด[เพลง]ของวัดที่สร้าง หรือไม่ได้วัดที่ความสวยหรูของพิธีกรรมกรรม แต่จักรวาลวัดที่[เพลง] "ความบริสุทธิ์ใจ" คนบุญแท้ในยุคต่อไป อาจจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ที่[เพลง]รักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด เป็นคนที่กตัญญูต่อพ่อแม่ เป็นคนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์[เพลง] โดยไม่ได้หวังให้ใครมาชื่นชม คนเหล่านี้แม้จะไม่มีชื่อเสียง แต่จะมีรัศมีแห่งความเมตตาที่สัมผัสได้ ใครอยู่ใกล้ก็จะรู้สึกเย็นกาย[เพลง]เย็นใจ และที่สำคัญ คนกลุ่มนี้จะได้รับการคุ้มครองจากฟ้าเป็นพิเศษ ในยามคับขัน พวกเขาจะรอดพ้นอันตรายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในขณะที่คนลวงบุญ แม้จะมีเงินทองล้นฟ้า จ้างบอดี้การ์ดนับร้อย ก็ไม่อาจต้านทานแรง[เพลง]กรรมที่โถมใส่ได้

บททดสอบสำคัญสำหรับพวกเราทุกคนในปีนี้ คือการ "ไม่หลงไปกับเปลือก" ครับ อย่าตัดสินคนแค่ที่การแต่งกาย คำพูดสวยหรู หรือภาพลักษณ์ภายนอก ให้ดูที่การกระทำและความสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ ให้ย้อนกลับมาดูที่ใจเราเองว่า วันนี้เราทำดีเพราะอยากได้หน้า อยากได้บุญไว้แลกสวว หรือเราทำดีเพราะอยากขัดเกลา[เพลง]กิเลสในใจตัวเองจริงๆ ถ้าเจตนาเราบริสุทธิ์ แม้ทำบุญด้วยข้าวเพียงทัพพีเดียว อานิสงส์นั้นก็มหาศาลกว่าการสร้างโบสถ์วิหารด้วยเงินที่โกงเข้ามา นี่คือกฎแห่งความยุติธรรมที่จะปรากฏชัดเจนที่สุดในปี 2569 ใครที่สร้างภาพหลอกลวงโลกไว้ เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลยครับ เพราะความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย และในปีหมาไฟนี้ ความจริงจะไล่ล่าคนโกหกอย่างไม่[เพลง]ลดละ

ตอนที่ 8

หลังจากผ่านพายุฝนอันบ้าคลั่ง ท้องฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ เราได้พูดถึงความน่ากลัวและการคัดเลือกคนมามากแล้ว ตอนนี้ผมอยากจะพาทุกท่านจินตนาการไปถึงปลายทางของอุโมงค์นี้ ปลายทางที่เราเฝ้ารอ ที่ซึ่งครูบาอาจารย์และคำทำนายโบราณ ต่างขนานนามว่า "ยุคศรีวิไล" หรือ "ยุคแห่งอารยธรรมใหม่ที่แท้จริง" ภาพของโลกหลังปี 2569 สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ไม่ใช่ภาพของเมืองที่มีแต่ตึกระฟ้า เทคโนโลยีล้ำยุค เหมือนในหนังไซไฟ แต่กลับเป็นภาพของสังคมที่ย้อนคืนสู่สามัญ[เพลง]ในระดับจิตวิญญาณที่สูงส่งครับ

ในยุคศรีวิไล ผู้คนจะไม่ได้แข่งขันกันที่ความรวย หรือใครมีรถหรูขับ[เพลง] แต่จะแข่งขันกันที่ใครมีความสุขมากกว่ากัน และใครให้ได้มากกว่ากัน สังคมในยุคใหม่จะ[เพลง]เป็นสังคมแห่งปัญญา ผู้คนจะตระหนักรู้ว่าเงินทองไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต แต่ความสงบทางใจ และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ต่างหากคือความมั่งคั่งที่แท้จริง เราจะเห็นการรวมตัวกันเป็นชุมชนเล็กๆ ที่พึ่งพาอาศัยกัน ปลูกผักกิน[เพลง]เอง แบ่งปันอาหาร ดูแลรักษาสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ และมีน้ำใจไมตรีให้แก่กัน เหมือนญาติพี่น้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือรากเหง้าดั้งเดิมของสังคม[เพลง]ไทยที่เราหลงลืมไป

ในด้านพลังงานโลก พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งจะกลับมาอุดมสมบูรณ์ เพราะจิตใจของคนในพื้นที่นั้นสูงขึ้น จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ธรรมชาติ[เพลง]เป็นกระจกสะท้อน โรคระบาดร้ายแรงที่เคยคร่าชีวิตผู้คน[เพลง]จะเบาบางลง หรือมียารักษาที่มาจากสมุนไพรธรรมชาติที่ถูกค้นพบใหม่ ระบบเศรษฐกิจแบบกินรวบจะล่มสลาย และถูก[เพลง]แทนที่ด้วยระบบเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น

แต่สิ่งที่วิเศษที่สุดของยุคศรีวิไล คือการที่ "คนดีมีที่ยืน" ครับ ในยุคก่อนหน้านี้ คนทำดีมักจะท้อแท้ เพราะทำดีแล้วไม่ได้ดี โดนคนชั่วเอาเปรียบ แต่ในยุคใหม่ กฎแห่งกรรมที่ทำงานรวดเร็ว จะทำให้คนชั่วไม่กล้าทำชั่ว คนดีจะได้รับการยกย่องเชิดชู ผู้นำองค์กร หรือผู้นำประเทศ จะเป็นผู้ที่มีคุณธรรมนำหน้า ไม่ใช่ผลประโยชน์นำหน้า แผ่นดินจะสูงขึ้น ไม่ใช่สูงด้วยดิน แต่สูงด้วยใจคน นี่คือรางวัลที่คุ้มค่า สำหรับอดทนฝ่าฟันอุปสรรค และ[เพลง]การรักษาศีลธรรมของเราในวันนี้ครับ

ภาพฝันนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ แต่มันคือคลื่นพลังงานที่กำลังก่อตัวขึ้นจริง ในมิติที่ซ้อนทับอยู่ รอเพียงเวลาที่ของเก่าพังทลายลง ของใหม่จึงจะปรากฏ[เพลง]ชัดขึ้น หน้าที่ของเราในตอนนี้ คือการทำตัวเองให้คู่ควรกับโลกใบใหม่นั้น ถามตัวเองดูนะครับว่า ถ้าโลก[เพลง]ใบใหม่ ต้องการคนที่โอบอ้อมอารี คนที่ไม่เห็นแก่ตัว คนที่รักธรรมชาติ และคนที่ให้อภัยเก่ง วันนี้คุณมีคุณสมบัติเหล่านั้นครบถ้วนหรือยัง ถ้ายัง รีบสร้างมันขึ้นมาครับ เพราะบัตรผ่านประตูสู่ยุคศรีวิไล ไม่ได้ขายด้วยเงิน[เพลง] แต่แลกมาด้วยหน่วยกิตแห่งความดีเท่านั้น

ตอนที่ 9

มาถึงตรงนี้ หลายท่านคงมีคำถามในใจว่า แล้วฉันต้องทำอย่างไรถึงจะรอดและมีที่ยืนในยุคใหม่ วันนี้ผมจะมอบ "คัมภีร์วิชาตัวเบา" และ "วิธีสร้างเกราะทองคำ" ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่รวบรวมมาจากคำสอนของครูบาอาจารย์หลายท่าน เพื่อให้ท่านนำไปใช้เตรียมตัวรับมือกับปี 2569 ได้ทันท่วงทีครับ

วิชาแรกคือ "วิชาตัวเบา" หรือการทิ้งครับ ท่านต้องจินตนาการว่าท่านกำลังจะเดินทางไกล ข้ามภูเขาสูงชัน หากท่านแบกหินแบกขยะขึ้นไป ด้วย ท่านจะไม่มีทางปีนข้ามไปได้ หินก้อนแรกที่ต้องทิ้งคือ "ความแค้น" ครับ ใครที่เคย[เพลง]ทำร้ายท่าน โกงท่าน นินทาท่าน ขอให้ท่านให้อภัยเขาให้หมด ตัดใจอโหสิกรรม[เพลง]ให้ขาดสะบั้นเดี๋ยวนี้เลย เพราะความแค้นคือพลังงานที่หนักที่สุด มันจะท่วมท่านให้[เพลง]จมลงสู่กระแสพลังงานต่ำ ซึ่งเป็นเป้าหมายของภัยพิบัติในปี[เพลง]มหาไฟ หินก้อนที่ 2 ที่ต้องทิ้งคือ "ความโลภและ ความยึดติด"[เพลง] ในปี 2569 ทรัพย์สินเงินทองที่เป็นตัวเลขในบัญชี หรือสินทรัพย์เก็ง[เพลง]กำไร อาจจะด้อยค่าลงในชั่วข้ามคืน คนที่ยึดติดกับวัตถุจะทุกข์ทรมานแสนสาหัส ให้เริ่มฝึกใช้ชีวิตแบบพอเพียง ลดภาระหนี้สิน ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และหันมาสะสมปัจจัย 4 ที่จับต้องได้จริง เช่น ที่ดินทำกิน แหล่งน้ำ หรือความรู้ในการพึ่งพาตนเอง นี่คือวิชาตัวเบาทั้งโลกที่จะทำให้ท่านลอยตัวอยู่เหนือวิกฤตเศรษฐกิจ

ต่อมาคือการสร้าง "เกราะทองคำ" เกราะนี้ไม่ใช่เกราะเหล็ก แต่คือ "ศีล" โดยเฉพาะศีลข้อ 1 การไม่เบียดเบียนชีวิต และศีลข้อ 4 การไม่พูดเท็จพูดร้าย 2 ข้อนี้สำคัญมากในปีแห่งไฟ เพราะไฟแพ้ความเย็น และศีลคือความเย็นใจ [เพลง]ใครที่มีศีลบริสุทธิ์ จะเหมือนมีรัศมีสีทองหุ้มตัว ภัยอันตรายต่างๆ ที่เข้ามาใกล้ จะเบี่ยงเบนออกไปเองอย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องนี้พิสูจน์ได้จริงจากผู้ปฏิบัติธรรมหลายท่าน ที่รอดตายจากอุบัติเหตุใหญ่ๆ มาได้ อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเกราะคุ้มกันชั้นเลิศคือ "ความกตัญญู" ครับ ในยามที่ดวงตก หรือเกิด[เพลง]เพศภัย เทวดาประจำตัวจะคุ้มครองคนที่มีความกตัญญูต่อบิดามารดา และผู้มีพระคุณเป็นอันดับแรก ใครที่รู้ตัวว่ายังดูแลพ่อแม่ไม่ดีพอ ให้รีบกลับไปกราบขอขมา ล้างเท้าท่าน ขอพรจากท่าน พรจากพ่อแม่คือพรที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ที่ไม่มีวัตถุมงคลใดเทียบเท่า

และสุดท้าย การสวดมนต์เจริญภาวนาคือการ "จูนคลื่น" ครับ การสวดมนต์บทพุทธคุณ หรือบทมหาจักรพรรดิ บทสวดของหลวงปู่อยู่ จะช่วยปรับความถี่ในกายและใจของเราให้สูงขึ้น ให้สอดคล้องกับพลังงานบริสุทธิ์ของโลกยุคใหม่ ยิ่งสวด ยิ่งใจสว่าง ยิ่งดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามา สรุปง่ายๆ คือ ทิ้งขยะในใจ สร้างเกราะด้วยศีล เชื่อม[เพลง]ต่อด้วยสติ ถ้าท่านทำได้ตามนี้ ต่อให้ข้างนอกจะร้อนเป็นไฟ ใจของท่านก็จะยังคงเป็นน้ำทิพย์ที่เย็นชุ่มฉ่ำ และท่านจะเป็นผู้ที่เดินข้ามสะพานแห่งกาลเวลานี้ไปได้อย่างสง่างามที่สุด

ตอนที่ 10

เราเดินทางมาถึงบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดแล้วครับ ตั้งแต่สัญญาณเตือนจากฟากฟ้า การแยกแผ่นดินของผู้คน กฎแห่งกรรมที่เร่งความเร็ว ไปจนถึงภาพฝันของโลกยุคใหม่ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ท่านได้รับรู้ แต่มันคือสารที่ส่งตรงถึงท่าน เพื่อให้ท่านได้มีโอกาสเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ปี 2569 เปรียบเสมือนประตูมิติที่กำลังจะปิดลง คนที่ตื่นรู้แล้ว จะรีบก้าวข้ามไป ส่วนคนที่ยังหลับใหล จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กับซาก[เพลง]ปรักหักพังของโลกใบเก่า

วันนี้ท่านต้องถามใจตัวเองให้แน่ชัด[เพลง]ว่า ท่านต้องการจะเป็นใคร จะเป็นผู้ที่ถูกกระแสกรรมพัด[เพลง]พาไปตามยถากรรม หรือจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง ด้วยการสร้างกรรมดี ไม่ต้องรอให้ถึงปี 2569 [เพลง]หรอกครับ ให้เริ่มเสียตั้งแต่วินาทีนี้ เพราะปัจจุบันคือเวลาเดียวที่เราแก้ไขอะไรได้ อย่าผลัดวันประกันพรุ่งว่า[เพลง]"เดี๋ยว ค่อยทำดี เดี๋ยวค่อยแก้ตัว" เพราะเราไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ หรือภัยพิบัติอะไรจะมาถึงก่อนกัน

ทุกครั้งที่ท่านคิดดี พูดดี ทำดี ให้รู้ไว้ว่าท่านกำลังเติมเชื้อเพลิงให้กับยานพาหนะที่จะพาท่านข้ามผ่านวิกฤต ทุกครั้งที่ท่านให้อภัย ท่านกำลังตัดโซ่ตรวนที่ล่ามขาไว้กับความทุกข์ และทุกครั้งที่ท่านมีสติรู้เนื้อรู้ตัว ท่านกำลังเปิดไฟส่องสว่างให้กับเส้นทางที่มืดมิด

ผมขอย้ำอีกครั้งว่าฟ้าไม่ได้โหดร้าย แต่ฟ้าต้องการความจริงจัง การคัดเลือกครั้งนี้โหดหิน แต่ยุติธรรมที่สุด คนที่มีธรรมอยู่ในใจ ไม่มีวันตายไปจากความดี และไม่มีวันถูกทิ้งให้เดียวดาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ท่านยึดมั่นในพระรัตนตรัย ยึดมั่นในความดี และเชื่อมั่นในศักยภาพของจิตวิญญาณตัวเอง

สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์สากลโลก จงปกปักรักษาทุกท่านที่ได้ฟังเรื่องราวนี้ ให้มีดวงตาเห็นธรรม มีสติปัญญาแตกฉาน และมีพลังใจที่เข้มแข็ง ในการก้าวผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ไปสู่ยุคศรีวิไล ด้วยความปลอดภัยและผาสุกทุกประการ การเดินทางของท่านเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ท่านคือผู้ถูกเลือกที่จะไปต่อ