Transcription
มติชนทีวีพcส มีเรื่องเล่า โดยวิโรธ ลัคนาอดิสร สวัสดีครับ ผมวิโรธ ลัคนาิสรนะครับ วันนี้มาถึง EP 3 นะครับ ของมีเรื่องเล่ากันแล้วนะครับ แล้ววันนี้เหมือนเดิมนะครับ นอกจากผมจะมาเป็นผู้เล่าแล้ว ก็จะมีแขกรับเชิญนะครับ มาเป็น the second โฟนนะครับ และวันนี้จะเป็นใครไม่ได้ครับ นอกจากนะฮะ คุณการ พัศรินทร รามวงศ์นะครับ สส. บางซื่อ ดูศิษย์ ของพวกเรานะครับ นี่ สวัสดีนะครับ คุณกนะครับ
>> แล้วก็รายการของเรานะครับ เหมือนเดิมนะครับ ผมจะไม่ได้บอกคุณกนะครับว่า เออเราจะเตรียมเรื่องอะไรมาเล่าให้คุณการฟังนะครับ เพราะว่าอยากให้คุณการเนี่ย มาร่วมรับฟังนะครับ แล้วก็มีนะครับ ไปพร้อมๆ กันกับท่านผู้ชมผู้ฟังนะครับ ที่ฟังอยู่ระหว่างขับรถ หรือสัญจรไปมา หรือว่าฟังระหว่างการแต่งเนื้อแต่งตัวก็ตามทีนะครับ เรียกว่ามี พcส ของผมนะครับ เป็นเพื่อนนะครับ ยามว่าง ยามเหงา
วันนี้ฮะนะฮะ เรื่องที่มาเล่านะครับ คุณกครับ คุณการได้ติดตาม เอ่อ สงครามการสู้รบระหว่าง เอ่อ อิหร่านกับ สหรัฐอเมริกา มั้ฮะ
>> ติดตามเรื่องเลย
อ่า ติดตามนะครับ
เพราะว่าถ้าเราเห็นว่าเข้ามาใน โซเชียลมีเดียเรา ข่าวเรา เรารู้เรื่องไม่ได้ ก็จะเจอแต่เรื่องนี้แล้ว คู่หูของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ คือประเทศ อิสราเอล ถูกมั้ฮะ เออ คุณการเคยสงสงสัยไหมว่า ทำไมเนี่ย เอ่อ ทำไมอเมริกา กับ อิสราเอล ถึงได้ซี้ปึกนะฮะ ถ้าเปรียบเทียบ เคยดูโดเรม่อนมั้ฮะ
>> ดูสิ
อ่า
มาในยุคนี้ ถ้าอเมริกาเนี่ย คือไจแอนท์ใช่มั้
อื
อิสราเอลคือใครฮะ คู่หูของไจแอนท์ก็คือซุนิโอ ฮะ
ซุนิโอ
ไปไหนไปด้วยอ
นะ สนับสนุนทุกอย่าง วันนี้ผมก็เลยเอาเรื่องเล่ามาเล่าให้คุณการฟัง จะได้คุณกจะ ได้รู้ว่า อ๋อออ เฮ้ย ทำไมอเมริกากับอิสราเอลเนี่ยนะ ชีวิตถึงได้มาซี้กันขนาดนี้
และความสัมพันธ์ของเค้านะครับ ทั้ง 2 ประเทศเนี้ย ไม่ได้อยู่ดีปุ๊บปั๊บก็มารักกันนะครับ มันมีการพัฒนากันผ่านหลายช่วงทศวรรษที่ผ่านมานะครับ ก็มีเหตุผลไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์นะครับ การเมืองของโลกนะครับ ตลอดจนผลประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ตะวันออกกลาง อ่า ดังนั้นเนี่ย ถ้าเราจะพูดถึงอิสราเอลนะครับ ก็ต้องเล่าย้อนไปถึงการกำเนิดเกิดขึ้นของประเทศอิสราเอลของชาวยิวเลยนะครับ ผมเข้าใจว่าคุณการเนี่ย เคยไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา แล้วก็คงจะเคยรู้เรื่องราวนะครับ เกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว นะครับ ในช่วง อ่า ระบอบนาซีนะครับ ในปี 1941-195 นะครับ โดยรัฐบาลของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์นะครับ ในวันนั้นเนี่ยนะครับ ในช่วงเวลานั้นเนี่ย มีชาว ยิวเนี่ยนะครับ เสียชีวิตไปนะครับ จาก The Holocaust เนี่ยนะครับ 6 ล้านคนนะฮะ ก็เป็นเรื่องราวที่โหด ถูกพูดถึงผ่านภาพยนตร์เยอะแยะไปหมด ถูกมั้ฮะ
คราวนี้ฮะ อ่า ประกอบกับนะฮะ ในช่วงเวลาต่อมานะ ก็มีแนวคิดในเรื่องของ Zionism ขึ้นมา ซึ่งเป็นแนวคิดในการสร้างรัฐของชาวยิว นะครับ ซึ่งก็เริ่มบ่มเพาะขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นะครับ แล้วที่มาของชื่อ Zionism เนี่ย ถ้าใครจะพูดถึงการเกิดขึ้นของอิสราเอลเนี่ย ต้องรู้จัก Zionism ก่อน Zionism เนี่ย ก็มีที่มาจากภูเขาซีออนในกรุงเยรูซาเล็มนะครับ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์นะครับ ของบ้านเกิดของชาวยิวเลย โดยในปี 1897 ครับ Theodore Herzl ครับ ซึ่งเป็นนักคิดนะครับ ชาวออสเตรียนะครับ ซึ่งเป็นชาวยิวเนี่ย ก็เริ่มมีการจัดตั้งประชุมสภาไซออนิสต์ขึ้นมาเป็นครั้งแรก ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ครับ ตอนนั้นก็มีชาวยิวประมาณ 200 คน จาก 17 ประเทศก็มาประชุมร่วมกันครับ แล้วก็มีข้อตกลงร่วมกันนะครับ ที่เรียกว่าโครงการ Basel นะครับ ซึ่งมีหลักการสำคัญอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ 1 คือการจัดตั้งบ้านเกิดเมืองนอนของชาวยิวในปาเลสไตน์ที่ได้รับ การยอมรับทางกฎหมาย มีโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจนะครับ ที่รับรองอย่างสมบูรณ์นะฮะ ตอนนั้นเนี่ยนะครับ หลักการที่ 2 ก็เพื่อ ให้ไอ้แนวคิดบ้านเกิดเมืองนอนของชาวอยู่ เกิดขึ้นจริงใช่มั้ย ก็เลยมีการจัดตั้งองค์กรองค์กรนึงขึ้นมาที่ชื่อว่า องค์กร Zionism โลก เพื่อดำเนินการผลักดันแนวคิดเนี้ยอย่างต่อเนื่อง
ตอนนั้นเนี่ยนะครับ ในปี 1897 ประมาณเทือกๆ นั้นนะครับ ก็เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 พอดี อังกฤษครับ ก็ต้องการเป็นพันธมิตรกับชาวยิวที่อยู่ทั่วโลกเลย เพราะว่าอังกฤษเนี่ย ต้องการเข้าไปมีอิทธิพลนะครับนะ ในปาเลสไตน์แล้วก็ในพื้นที่ตะวันออกกลาง คราวนี้อังกฤษนี่แสบมาก ผมจะเล่าว่าอังกฤษตอนนั้นแสบมากครับ อังกฤษเนี่ยก็มอบหมายนะ ครับ ให้นาย Arthur Balfour ตอนนั้นเป็น รมต. ต่างประเทศนะครับ ก็ไปออกหนังสือครับ ทางการทูตที่เรียกว่า คำประกาศ Balfour สนับสนุนการจัดตั้งบ้านเกิดเมืองนอนนะครับของชาวยิว โดยออกประกาศ คำประกาศ Balfour เนี่ย ประกาศเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 1917 ครับ นะ จนทำให้องค์กรไซออนิสต์โลกเนี่ย ได้แรงสนับสนุนครับ จากประเทศมหาอำนาจต่างๆนะ ครับนะ แล้วก็มีชาวยิวเนี่ย อพยพเข้ามาในพื้นที่ปาเลสไตน์เนี่ย เป็นจำนวนมากนะครับ
และหลังจากนะนะฮะนะ และหลังจากสงครามโลกครั้งสิ้นสุดลงนะครับ เมื่อจักรวรรดิออตโตมันเนี่ยนะครับ แพ้สงครามเนี่ย คราวนี้ครับ จึงทำให้ดินแดนในตะวันออกกลางหลายแห่งเนี่ย ถูกจัดระเบียบใหม่แล้วก็เป็นพื้นที่ที่หอมหวานมากๆ และในช่วงนั้นเนี่ย ก่อนที่จะมีองค์กรสหประชาชาติ หรือ United Nation เนี่ย มันมีองค์กรนานาชาติองค์กรนึงที่ชื่อว่า League of Nations ครับ ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศแรกที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1919 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ปรากฏองค์กรนี้นะฮะ ก็คือ UN เรียก ว่าเป็นเป็นพี่ชาย UN แล้วกัน ก็เลยมอบหมายให้อังกฤษเนี่ย เอ๊ยยูดูแลดินแดนปาเลสไตน์ไปเลยนะครับ ซึ่งอังกฤษเนี่ย ก็ดูแลปาเลสไตน์เนี่ย เป็นเวลานานถึง 28 ปี นะ ตั้งแต่ปี 1920 - 1948
ต่อมาฮะ เอาว่า League of Nation เนี่ย ล้มเหลวมากๆ จากการป้องกันสงครามโลกครั้งที่ 2 สุดท้ายก็ป้องกันไม่ได้ สงครามครั้งโลกสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นนะครับ เมื่อปี เมื่อปี 1945 คราวนี้ League of Nation ไม่มีความหมาย 1945 ก็เลยเกิดการจัดตั้งองค์กรสหปชาติชาติขึ้น หรือที่เรียกว่า UN ของเรานี่แหละ และ League of Nation ก็ถูกยุบไปโดยปริยายในปี 1946
ที่ผมบอกว่าอังกฤษแสบ เดี๋ยวดูนะ คุณการว่า ถ้าเกิดอังกฤษเนี่ย ถ้ารักเดียวใจเดียวเราก็คงไม่ว่าถูกมั้
>> แต่อังกฤษตอนนั้นเนี่ย ไม่ได้รักเดียวใจเดียว อังกฤษเนี่ยที่บอกว่าแสบคืออะไรฮะ ในช่วงเวลานั้นเอ่อ อังกฤษตีหลายหน้ามากนะครับ
เรียกว่าไปทำสัญญากับทุกฝ่าย ฝ่ายอาหรับ ครับ อังกฤษก็มอบหมายให้เซอร์ Henry McMahon ซึ่งตอนนั้นน่ะเป็นข้าหลวงใหญ่อังกฤษประจำที่อียิปต์ ไปทำข้อตกลงกับพวกผู้นำอาหรับที่ชื่อว่า Hussein bin Ali มีการทำหนังสือโต้ตอบกันระหว่างปี 1915-16 นะครับ โดยอังกฤษเนี่ยสัญญาว่าถ้าอาหรับเนี่ย ช่วยก่อกบฏต่อต้านจักรวรรดิออตโตมัน น่ะ อังกฤษจะสนับสนุนการจัดตั้งรัฐอาหรับอิสระในพื้นที่ตะวันออกกลาง เฮ้ย เอ้านี่มันก็คนละฝาคนละตัว ขัดแย้งกับคำประกาศ Balfour นี่ คำประกาศ Balfour นี่อังกฤษสัญญาไว้กับชาวยิวถูกมั้ อ้าว กับองค์กรไซออนิสต์โลกถูกมั้ย อ้าว แล้วอยู่ดีคุณจะไปสนับสนุนให้เกิดรัฐอาหรับอิสระอีกยังฮะ
อังกฤษยังแอบไปทำข้อตกลงกับฝรั่งเศสที่เรียกว่าข้อตกลง Sykes-Picot ในการแบ่งพื้นที่ตะวันออกกลางระหว่างกัน ไปทำในปี 1916 ใกล้ๆกันเลยนะ คำประกาศ Balfour เนี่ยเกิดขึ้นในปี 1917 1915-16 ก็ไปเจรจาต่อรองนะครับกับ Hussein bin Ali 1916 ไปตกลงกับฝรั่งเศสในการแบ่งพื้นที่กันอีกว่า เฮ้ย เลบานอน ซีเรียเนี่ย ฝรั่งเศสเอาไป ส่วนอิรัก จอร์แดน และปาเลสไตน์ อังกฤษเองแล้วกันนะ ปรากฏคราวนี้อีลุงตุงนังเนี่ย เป็นการเป็นชาวอาหรับ การรู้สึกไง เครียด รู้สึกว่า เฮ้ย คุณเชื่อใจได้เหรอ
อ๋อ
ชาวอาหรับในในช่วงเวลานั้นก็มองว่าอังกฤษเนี่ยหลอกใช้ครับ
แล้วก็จะเอาดินแดนเนี่ยนะครับ ของพวกเขาเนี่ย ไปมอบให้กับชาวยิว นะฮะ ในตอนนั้นเนี่ย สิ่งที่อังกฤษทำอย่างเหตุผลที่อังกฤษทำอย่างนั้น เพราะว่าอังกฤษเนี่ย ต้องการควบคุม Suez Canal ซึ่งในช่วงเวลานั้น Suez Canal สำคัญมากๆ เพราะว่าเป็นช่องทางสำคัญที่จะเดินทางไปสู่อินเดีย ถูกมั้ฮะ อังกฤษจึงต้องการให้ตนเองเนี่ย มีอิทธิพลเหนือปาเลสไตน์โดยตรงครับ แล้วก็จริงๆแล้ว อังกฤษก็ไม่อยากให้เกิดรัฐอาหรับอิสระแล้วครับ เพราะว่าควบคุมได้ยากใช่มัฮะ ในขณะเดียวกันอังกฤษก็ต้องการสนับสนุนชาวยิวที่อยู่หลากหลายที่อยู่ในหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกาครับ มีบทบาทสำคัญนะ ในเรื่องของทุน เรื่องของการเงิน แล้วก็มีบทบาทสำคัญทางการเมืองอย่างมากนะ ครับ และโดยเฉพาะตลาดการเงินเนี่ยนะฮะ นี่คืออังกฤษก็อยากจะเอาใจชาวยิวด้วยนะครับ ก็เลยเป็นเหตุผลสำคัญที่มีคำประกาศ Balfour ขึ้นมาที่สนับสนุนให้ชาวยิวเนี่ย มีบ้านเกิดเมืองนอนที่เป็นหลักเป็นฐานในปาเลสไตน์ แล้วก็สนับสนุนนะฮะนะ ขบวนการไซออนิสต์โลกของชาวยิวด้วยนะครับ และอังกฤษก็เชื่อว่าขบวนการไซออนิสต์เนี่ย หรือองค์กรไซออนิสต์โลกเนี่ย ยังต้องการการพึ่งพาจากประเทศอำนาจอีกเยอะในการจัดตั้งรัฐของชาวยิว งั้นอังกฤษเนี่ยน่าจะควบคุมหรือเจรจาได้ง่ายกว่ารัฐอาหรับ อีกอย่างครับ อังกฤษเนี่ยก็สามารถอ้างได้อีกนะ ว่าเวลารัฐอาหรับมาทวงถามอังกฤษ อังกฤษก็อ้างแบบนี้ครับว่า เฮ้ย เขาไม่ได้สนับสนุนให้ชาวยิวเนี่ย จัดตั้งรัฐนะ เพราะว่าในคำประกาศ Balfour เนี่ย เขาเขียนว่า National Home for Jewish People ไม่ได้เขียนว่า Jewish State นะ
อื
เล่นลิ้นมั้ย เฮ้ย
เอ้า National Home ไม่ใช่ State หรอ อะไรอย่างเงี้ยนะ ซึ่งอังกฤษก็คิดว่า อื สามารถที่จะอะไรล่ะ บริหารความขัดแย้งเนี่ย ได้นะ สับเค้าเรียกว่าศัพท์รางได้ เนาะ แต่ปรากฏว่าไม่เลย ความขัดแย้งระหว่างชาวยิวกับชาวอาหรับก็บ่มเพาะขึ้นมาเรื่อยๆ นะฮะ
คราวนี้หลังจากการจัดตั้งองค์กรสหชาติสหประชาชาติ นะครับ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 1947 เอาล่ะ เวลานี้สำคัญแล้ว UN เนี่ยก็เสนอแผนครับ ในการแบ่งพื้นที่ปาเลสไตน์ให้กับรัฐยิว แล้วก็รัฐอาหรับ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน แบ่งให้ชัดเจนดีไหมนะ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกันนะครับ จะได้สิ้นสุดความขัดแย้งซักที โดยกำหนดให้เมืองเยรูซาเล็มเป็นเขตนานาชาติเลย ตกลงกันไม่ ก็เป็นเขตนานาชาติ ปรากฏว่ามีการลงมติครับ นะ เห็นชอบ 33 ประเทศ คัดค้าน 13 ประเทศ แล้วก็งดออกเสียง 10 ประเทศนะครับ หลังจากที่มีมติของสมัชชาใหญ่เนี่ยนะครับ ชาวยิวเนี่ยนะครับ ยอมรับแผนทันที ในขณะที่อาหรับ อาหรับไม่ยอมครับ ไม่ยอมโดยฝ่ายอาหรับนะ ให้เหตุผลว่าอะไรรู้มั้ อ้าว จำนวนชาวยิวเนี่ย ในขณะนั้นเนี่ย ในปี 1947 เนี่ย มีสัดส่วนนะครับ เพียงแค่ 33% ของประชากรทั้งหมด แต่ว่าพื้นที่ที่ UN จัดสรรให้กับชาวยิวเนี่ย กลับมีมากถึง 55% ในขณะที่ UN ก็พยายามที่จะไกล่เกลี่ยครับ บอกว่า เฮ้ย ที่ต้องให้พื้นที่ขนาดนี้เพราะว่าอะไร ครับ เพราะว่าต้องมีพื้นที่รองรับนะครับ ผู้อพยพนะครับ ชาวยิวเนี่ย หลังจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เนี่ย โดยระบอบนาซีเนี่ย ที่จะทยอยอพยพเข้ามาในพื้นที่ตรงเนี้ย อย่างน้อยก็น่าจะอีกหลายแสนคนนะครับ แล้วมันก็มีหลักฐานไง เพราะในปี 1917 เนี่ย ตอนนั้นเนี่ย ชาวยิวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นเนี่ย มีสัดส่วนประมาณสัก 10% แต่พอผ่านมา 30 ปี มันก็เพิ่มขึ้นจริงๆ เป็น 33% หรือ 1 ใน 3 อ้า คราวนี้เขาบอก เขาก็ต้องการพื้นที่อ่ะ เพื่อรองรับ พอสถาปนารัฐน่ะ ก็จะมีคนที่อยากจะกลับมาอยู่ ที่บ้านของตัวเองถูกมั้ฮะ คราวนี้ UN ก็ให้เหตุผลอย่างนี้ไปนะฮะ และที่สำคัญที่สุดคือพื้นที่ที่จัดสรรเนี่ย ให้กับอิสราเอล หรือตอนนั้นยังไม่ชื่ออิสราเอล สำหรับชาวยิวเนี่ย ส่วนนึงก็อยู่ในพื้นที่ เป็นพื้นที่ทะเลเนเกฟ ดังนั้น UN ก็มาคำนวณให้กับอาหรับดูว่า เฮ้ย ถ้าเอาเฉพาะพื้นที่ที่มันใช้ได้จริงๆเนี่ย มันพอๆกัน นะครับ มันไม่ได้มีปัญหาขนาดนั้นนะครับ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดคือตอนนั้นเนี่ย ยิวเนี่ยเขามีองค์กรไซออนิสต์โลกเนาะ เขาก็มีความพร้อมนะครับ ที่จะเป็นรัฐ มีระบบเศรษฐกิจนะครับ มีสถาบันทางการเมืองที่ถูกบ่มเพาะขึ้นมาแล้ว คือพร้อมที่จะจัดตั้งรัฐได้มากกว่านะ คือถ้าพูดแล้วว่าคือคือ ถ้าเกิดยอมรับมตินั้นน่ะ คือยิวก็สถาปนาประเทศได้แทบจะทันทีนะครับ แต่จนแล้วจนรอดนะครับ คืออาหรับเขาก็ไม่ยอม
และ D-Day เนี่ย มันเกิดขึ้นวันไหนรู้มั้ 14 พฤษภาคม 1948 อังกฤษประกาศถอนตัวจากปาเลสไตน์ครับ จะจำได้มั้ย อังกฤษเนี่ยที่ได้รับการมอบหมายจาก League of Nations ให้ดูแลพื้นที่ปาเลสไตน์ อังกฤษบอก ฉันถอนละ ในปี 1948 นะครับ เดือนพฤษภาคม
ปรากฏในวันเดียวกัน 16:00 น. นะครับ David Ben-Gurion เนี่ย ประกาศสถาปนาประเทศอิสราเอลทันที และ David Ben-Gurion คนนี้ก็ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของประเทศอิสราเอลมากๆ เพราะว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก อ้า ดูนะฮะ คราวนี้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันดีระหว่างอิสราเอลกับอเมริกาเริ่มต้นวันนี้ แค่เริ่มต้นนะ เริ่มต้นนะ พอปรากฏว่าอิสราเอลสถาปนาประเทศปุ๊บนะครับ ประธานาธิบดี Harry S. Truman เนี่ย รับรองสถานะประเทศให้กับอิสราเอลทันทีฮะ เข้าใจว่ามีคนบอกว่า คือพอ David Ben-Gurion เนี่ย สถาปนาประเทศอิสราเอลปุ๊บ หลังจากนั้นแค่ 11 นาที Truman ประกาศรับรองเลย
อ๋อ
โอ้โห ซื้อใจอิสราเอลเลย
แต่ทั้งหมดทั้งมวลครับ ทุกคนก็ตั้งคำถามว่า เฮ้อ ทำไม Truman เนี่ย ถึงแบบ อือ Truman จริงๆนะ ใจอย่างงี้ เขาบอกว่าต้องขอบคุณเพื่อนของ Truman ครับ ที่ชื่อว่า Eddie Jacobson ครับ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับ Harry S. Truman มากๆ เพราะว่าเป็นเพื่อนที่เคยผ่านสงครามโลกครั้งที่ 1 มาด้วยกัน เคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาด้วยกัน และ Jacobson แหละ เป็นคนที่แนะนำ Truman เนี่ย ให้รู้จักกับ Chaim Weizmann ซึ่งเป็นประธานองค์กร Zionism โลก ก็ไปนัดพบกันในเมื่อวัน 18 มีนาคม 1948 นะครับ เรียกว่า โอ้โห ก็ make connection กับ Truman จนกระทั่ง Truman รับรองสถาการสถาปนาการสถาปนาประเทศ ของอิสราเอลในวันที่ 14 พฤษภาคมในปีเดียวกัน และ Chaim Weizmann คนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ ก็เป็นประธานาธิบดีคนแรกของอิสราเอล เอาล่ะ
อื
เห็นมั้ ที่มามันเริ่มถัก แต่ตอนนั้น เอ๊ย การอาจจะคิดว่า เฮ้ย เค้าซี้กันมาตั้งแต่ตอนนั้น ยัง เค้าเรียกว่าแค่รับรองสถานะของประเทศ แต่ก็เรียกว่าอะไรนะ โอนไวดีเนาะ 11 นาที
เชื่อมกัน
11 นาที รับรองทันที อ้าว
คราวนี้ แต่ มันไม่ได้มีอะไรนะฮะ หนทางการเป็นประเทศของอิสราเอลไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไง 14 นะ ครับนะ พฤษภาคม 1948 1948 สถาปนาประเทศ 15 พฤษภาคมอีกวันถัดมาฮะ ประเทศอาหรับนะครับ รุมถล่มเลย ทั้งอียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย อิรัก และเลบานอน ปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลทันที ครับ คือเขาคัดค้านไง เค้าโจมตีทันทีฮะ รบกันยาวนาน 10 เดือนครับ ตั้งแต่พฤษภาคมนะครับ 1948 นะครับ จนถึงมีนาคม 1949 ถือว่ารบกันหนักมาก 10 เดือน มีผู้ลี้ภัย 700,000 คน แล้วสุดท้ายนะฮะ UN นะครับ UNSC นะฮะนะ ฮะนะ ก็เข้ามาไกล่เกลี่ยครับ แล้วก็มีการขีดแบ่งเส้นแดนกันใหม่ ที่เรียกว่า Green Line คราวนี้ละครับ ความช้ำมันอยู่ที่ประเทศอาหรับดิครับ เพราะว่าสงครามคราวนี้เนี่ย อิสราเอลเนี่ยนะครับ ถือว่าได้รับชัยชนะนะ เพราะอะไรฮะ เพราะ Green Line คือเส้นที่ขีดแบ่งดินแดนกันใหม่ แต่เดิมเนี่ย อิสราเอลเนี่ย UN แบ่งให้ทีแรกก็ได้ 55% ใช่มั้ย แต่พอลบกันปุ๊บ 10 เดือน ขีดเส้นกันใหม่ อิสราเอลได้พื้นที่ไปถึง 78% มากกว่าที่ UN จัดสรรให้ในคราวแรกซะอีกนะ นะ
เพราะอะไรฮะ เพราะประเทศอาหรับตอนนั้นคิดว่า เฮ้ย เพิ่งสถาปนาประเทศ คงไม่พร้อมที่จะรบกับอาหรับหรอก อาหรับก็รุมถล่มใช่มั้ย แต่ปรากฏว่าจริงๆแล้ว เรียกว่าอิสราเอลเนี่ย เค้าเตรียมความพร้อม มี Zionism เตรียมกองกำลังเข้ามาเนี่ยนะครับ ที่ชื่อว่า Haganah เนี่ยไว้ตั้งแต่ปี 1920 แล้วจริงๆ พอจัดตั้งไปนะ ก็จะมีกองกำลังที่เห็นไม่ตรงกันก็แยกตัวออกไป ไม่ว่าจะเป็นกองกำลัง Irgun ที่แยกตัวออกไปเมื่อปี 1931 นะครับ แล้วก็พอแยกตัวออกไปก็มีกองกำลัง Lehi เนี่ย แยกตัวออกจาก Irgun อีกเมื่อปี 1940 แต่พอจังหวะจะรบครับ ทั้ง 3 กองกำลังเนี่ยนะฮะ ก็มารวมตัวกันครับ เพื่อรบกับประเทศอาหรับ แล้วในที่สุดแล้ว ในท้ายที่สุดเนี่ย 3 กองกำลังเนี่ย ก็มารวมเข้าด้วยกันนะฮะ กลายเป็น IDF หรือว่า Israel Defense Forces นะครับ เป็นกองกำลังเดียวกันเมื่อปี 1948 เรียกว่าพอแตกกันไป แต่พอจังหวะที่ต้องสามัคคีกัน พร้อมสามัคคีกันเลย
ต้องยอมรับครับว่ากองกำลังของชาวยิว ณ วันนั้นเนี่ย มีเอกภาพมากนะครับ แต่จริงๆมันมีเรื่องที่แบบวัดใจนะ
>> ยังไง
วัดใจก็คือว่า เดี๋ยวการลองคิดดูแล้วกัน
การเนี่ย เป็นผู้นำของกองกำลัง Irgun แล้วกัน ที่แยกตัวออกไปจาก Haganah นะ ปรากฏว่าในเดือนมิถุนายน 1948 นะครับ ทางกองกำลัง Irgun เนี่ย ก็เอาเรือลำนึงนะ ขนอาวุธเข้ามานะครับ ชื่อเรือว่า Altalena นะ ซึ่งกองกำลัง Irgun เนี่ย มีผู้นำที่ชื่อว่า Menachem Begin นะครับ ก็ขนอาวุธบรรทุกอาวุธเข้ามายังประเทศอิสราเอล ใจก็คือจะมาร่วมรบแหละ มาช่วยรบแหละ แต่ตอนนั้น David Ben-Gurion เป็นนายกรัฐมนตรีอิสราเอลแล้ว ก็สั่งการเลยว่า ให้กองกำลัง Irgun เนี่ย ส่งมอบอาวุธทั้งหมดนะครับ ให้กับ Israel Defense Forces หรือ IDF เพื่อให้อิสราเอลมีเอกภาพนะครับนะ หรือมีกองทัพเพียงกองทัพเดียว แต่ตอนนั้น Menachem Begin ปฏิเสธครับ
>> ยังไงก็ไม่ยอมส่งมอบอาวุธให้นะครับ อาวุธเนี่ยอยู่เต็มเรือละนะฮะ เอา Altalena เนี่ย ปรากฏว่า David Ben-Gurion ไม่มีทางเลือกอื่นครับ สั่งยิงฮะ
สั่งยิงเรือ Altalena มีผู้เสียชีวิต 16 คนครับ
ตอนนั้นนี่
อ๋อ
ตอนนั้นเกือบเกิดสงครามกลางเมืองแล้วครับ แต่เราต้องชื่นชมคนนี้ครับ คือ Menachem Begin นะ เขาสั่งการผู้สนับสนุนครับว่า อะไรฮะ อย่ายิงตอบโต้
อื
และจะไม่ยอมให้เกิดสงครามระหว่างชาวยิวด้วยกัน ชาวยิวจะรบกับยิวไม่ได้
จนสุดท้ายครับ กองกำลัง Irgun ก็ตกลงมารวมกองทัพกับ IDF ครับ เมื่อกันยายน 1948 ครับ และ Menachem Begin คนนี้เนี่ยนะฮะ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของอิสราเอลในปี 1977 และในปี 1978 ได้รางวัลโนเบลสันติภาพด้วย
อืนะ ร่วมกันกับผู้นำของอียิปต์ ซึ่งเดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังถัดไป คราวนี้ พอขีดเส้นใหม่ Green Line อิสราเอลได้ 78% 20% ที่เป็นพื้นที่ในเขต West Bank ก็เป็นของนะ จอร์แดน อีก 2% ใน Gaza ก็อยู่กับอียิปต์ ปรากฏว่ารบกันไปรบกันมา วันนั้นนี่ อิสราเอลชนะ เพราะ 55 ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 78 นะ การที่อเมริกา สนับสนุนให้อิสราเอล ก่อตั้งประเทศ ตอนนั้นอเมริกายังไม่ได้เข้าไปร่วมรบกับอิสราเอลนะนะ ไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากเซ็นรับรองให้ ว่าเธอเป็นประเทศแล้วนะครับ จริงๆเนี่ย ถามว่ามันมีประเด็นเรื่องการเมืองมั้ยในวันนั้นมันก็มี แต่ก็ต้องยอมรับอ่ะ มนุษย์ก็มีหัวใจ ณ วันนั้นเนี่ย ชาวอเมริกันหลายคนก็เห็นใจชาวยิวแหละ ที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มา 6 ล้านคนน่ะถูกมั้ย ก็มีเรื่องของศีลธรรมในใจเหมือนกันนะครับ แล้วก็ต้องยอมรับว่าชาวยิวเนี่ย ในสังคมอเมริกันเนี่ย ก็เป็นทั้งนักธุรกิจ เป็นกลุ่มทุนนะครับ ที่มีอิทธิพลในการระดมทุนทางการเมืองอยู่พอสมควรถูกมั้ย แล้วก็การเมืองในหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเวลา นั้นเนี่ย ก็อยู่ในช่วงของ Cold War หรือสงครามเย็นใช่มั้ย อเมริกาเองก็ต้องการที่จะมีอิทธิพลในพื้นที่ตะวันออกกลางด้วยนะครับ การยอมรับอิสราเอลก็เป็นกลไกนึงที่ทำให้ เค้ามีพันธมิตรในพื้นที่นั้นน่ะนะครับ แล้วก็ แต่ตอนนั้นอเมริกาเองก็ไม่ได้มั่นใจนะ ว่าเอ้ย จะคบกับอิสราเอลได้นานขนาดไหน ก็เรียกว่าอะไร มันก็แย่งกันจีบสาวเนาะ ก็ยังไม่ได้มั่นใจมาก แต่ว่าก็ต้องยอมรับก่อน เพื่อเป็นประตูบานแรกสู่การมีพันธมิตรนะครับ ในพื้นที่ตะวันออกกลาง รู้มั้ว่าจริงๆแล้วประเทศที่สนับสนุนอิสราเอลให้รบเนี่ย กับประเทศอาหรับในใน ช่วงนั้นประเทศสหภาพโซเวียตครับ
อ๋อ
โอ้โห นี่แฟนคนแรกนะ
สหภาพโซเวียตนะครับนะ เขาก็ส่งอาวุธให้กับอิสราเอลไปรบกับประเทศอาหรับ ผ่านประเทศเชโกสโลวาเกียขณะนั้นเนาะนะ ก็เป็นอาวุธในการรบในปี 1947 ก็จะเป็นอาวุธจากค่ายโซเวียตซะเป็นส่วนใหญ่ครับ เหตุผลที่โซเวียตสนับสนุนอิสราเอลในตอนนั้นคือเขาต้องการที่จะผลักดันอิทธิพลของอังกฤษน่ะ ให้ออกจากพื้นที่ปาเลสไตน์นะครับ แล้วก็ผลักดันอิทธิพลของอังกฤษให้ออกไปจากพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อที่ตัวเองเนี่ยจะได้เข้ามา เค้าเรียกอะไร สวมรอยมีอิทธิพลในพื้นที่นั้นนะเนี่ย ก็ในตอนนั้นเนี่ย Joseph Stalin เนี่ย ต้องการที่จะดึงอิสราเอลนะ มาเป็นพวกให้ได้นะครับนะ มาทั้งอะไรล่ะ เข้ามาในส่วนของสังคมนิยมก็ดี มาเป็นพันธมิตรกับสหภาพโซเวียตก็ดี เพื่อกดดันประเทศตะวันตก ตอนนั้น Stalin มั่นใจมากครับ เพราะว่าสมาชิกในขบวนการไซออนิสต์โลกเนี่ย หลายคนเนี่ย ก็มีพื้นเพอยู่ที่ยุโรปตะวันออก
อื
เอาล่ะ แต่ความสัมพันธ์เปลี่ยนไปเร็วมากนะฮะ คนที่ไม่ใช่พยายามแค่ไหนมันก็ไม่ใช่ นะ
หลังจากปี 1950 เป็นต้นมานะ คราวนี้อิสราเอลก็ใกล้ชิดกับอเมริกามากขึ้นครับ ในขณะที่โซเวียตครับ หันไปสนับสนุนอียิปต์และซีเรียแทนครับ เนื่องจากอิสราเอลก็มีโครงสร้างทางการเมืองที่อยู่ในกรอบของประชาธิปไตย และสำคัญที่สุดคือชาวยิวที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก และชาวยิวเหล่านั้นเนี่ย ที่การก็รู้เนาะ ว่าไม่ใช่ชาวยิวธรรมดานะ ก็เป็นคนที่มีอิทธิพลทางการเมือง มีอิทธิพลทางการเงิน แล้วก็เป็นกลุ่มทุนสำคัญในอเมริกาด้วยถูกมั้ฮะ
จุดเปลี่ยนที่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อเมริกา มองว่าเฮ้ยอิสราเอลเนี่ย
>> ยังไง
ต้องเปลี่ยนจากคู่จิ้นมาเป็นคู่ซี้ด้วยละ
อื
ต้องเรียกว่าขยับสถานะความสัมพันธ์ละ มาจากสงคราม 6 วัน ตอนนั้นอเมริกายังไม่ได้ไปร่วมรบเลยกับอิสราเอลเหมือนตอนนี้เลยนะ แต่สงคราม 6 วัน สงคราม 6 วันนี้นี่ก็ยังไม่ได้เข้าไปร่วมรบนะ สงคราม 6 วันเนี่ย เป็นสงครามที่อิสราเอลเนี่ย รบกับอียิปต์ ซีเรีย แล้วก็จอร์แดน ที่เรียกว่าสงคราม 6 วันเพราะอะไรมั้
อ๋อ
คือ โอ้โห
อือ อียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย นี่มาฟอร์มยักษ์มาก
กะว่าจะถล่มอิสราเอลให้ราบคาบ ปรากฏว่าอิสราเอล จ๊อบได้ภายใน 6 วันครับ รบกันตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายนไปปิดจ๊อบในวันที่ 10 มิถุนายน 1967 6 วันเอง เริ่มต้นเนี่ย อียิปต์เนี่ยเข้ามาปิดช่องแคบตีราน ซึ่งเป็นช่องทางการเดินเรือที่สำคัญของอิสราเอลมากๆ ครับ คราวนี้อิสราเอลไม่ยอมครับ ก็เดินหน้าภารกิจปฏิบัติการที่ชื่อว่า Operation Focus เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1967 อันเนี้ ปฏิบัติการ Operation Focus นี่สำคัญมากครับ เพราะเป็นการปฏิบัติการทางอากาศแบบสายฟ้าแลบ ที่โชว์ศักยภาพและแสนยานุภาพนะครับ ของกองทัพอากาศ หรือกองกำลังทางอากาศเนี่ย ของอิสราเอลให้อเมริกาได้เห็นเลยนะครับ ปรากฏว่าการโจมตีแบบสายฟ้าแลบเนี่ยครับ อิสราเอลก็ส่งเครื่องบินนะครับ ไปบอมนะ ครับนะฮะ ไปปฏิบัติการโจมตีสนามบินของอียิปต์นะ ทำลายเครื่องบินรบจำนวนมากของอียิปต์และซีเรีย มีรายงานมาว่าเครื่องบินรบเนี่ยประมาณ 400 ลำเนี่ย ของอียิปต์และซีเรียเนี่ย ถึงเรียกว่าเจ๊งกระบงอ่ะฮะ เป็นของอียิปต์เนี่ยถึง 300 ลำนะครับ
เรียกได้ว่าตอนนั้นอิสราเอลเนี่ย ครองน่านฟ้า ครองอากาศนะครับ ในพื้นที่อาหรับไว้ได้ทั้งหมดนะครับนะ แล้วก็แล้วก็กองกำลังภาคพื้นของอาหรับที่จะเคลื่อนเข้ามาก็ถูกกองกำลังทางอากาศของอิสราเอลโจมตีอยู่ตลอดเวลา นะ จนลุกคืบอะไรไม่ได้เลยฮะ จนอิสราเอลเนี่ย สามารถยึดพื้นที่สำคัญสำคัญเอาไว้ได้นะ ดูนะ
ถูกเตือนนะฮะ แต่ปรากฏว่าคุณยึดพื้นที่สำคัญไว้ได้นะ คาบสมุทรไซนาย ฉนวนกาซ่า West Bank เยรูซาเล็มตะวันออก และที่ราบสูงโกลัน จนสุดท้าย UNSC ครับนะฮะ หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็เสนอให้มีการหยุดยิงครับ ซึ่งตอนนั้นอียิปต์ ซีเรียเนี่ยนะ แล้วก็จอร์แดน ยังไงต้องยอมละ เพราะว่าจบละ เพราะตัวเองก็เสียหายอย่างหนัก คือพอ UNSC พลาดบันไดให้ลงต้องลงแล้ว เพราะตอนนั้นอิสราเอลนี่ครองครองอากาศนะครับ เหนือน่านฟ้าอาหรับไว้ได้ทั้งหมด สงคราม 6 วันครับ เฮ้ย ทำให้อเมริกามองอิสราเอล เฮ้ย เธอเก่งอ่ะ เฮ้ย หน่วยข่าวกรองเธอต้องดีนะ กองกำลังและกำลังทหารเธอต้องเก่งมากๆนะ ในพื้นที่ตะวันออก แล้วคุณเป็นประเทศคุณเล็กนิดเดียวอ่ะ คุณสามารถรบได้ขนาดนี้ได้ยังไงฮะ เฮ้ย ทำให้อเมริกาบอกว่ามองเลยว่า เฮ้ยอิสราเอลเนี่ย จะต้องเป็นเพื่อนที่ดีในการสกัดกั้นอิทธิพลของสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็น ได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่ๆ อเมริกาจึงเริ่มสานความสัมพันธ์กับอิสราเอล ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เรียกว่าหลังสงคราม 6 วันน่ะ อเมริกากับอิสราเอลเป็นแฟน ตกลงเป็นแฟนกัน จากเดิมเป็นคนคุย ตอนนี้เริ่มมาเป็นแฟนกัน
เหตุการณ์และเหตุการณ์ฮะ ที่ขยับความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับอิสราเอลเนี่ย จากแฟนเนี่ย กลายเป็นเรียก ว่าโห จะเรียกว่าคู่สมรสก็เกินไปนะ เรียกว่า
>> ดองกัน
ดองกันเลยแล้วกัน น่าจะมาจากสงครามอีกสงครามนึงครับ เรียกว่าสงครามวันล้างบาป หรือว่าสงคราม Yom Kippur นะครับ ในปี 1973 ซึ่งสงครามในครั้งเนี้ย รบกันนะครับ ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมนะครับ จนถึง 25 ตุลาคม 1973 ก็จบเร็วเหมือนกันนะครับ ซึ่งอียิปต์และซีเรียเนี่ย เขาแค้นตั้งแต่สงคราม 6 วันแล้วใช่มั้ย ถูกหยามแล้วก็เสียพื้นที่สำคัญๆ ไปที่ราบสูงโกลันนะครับ คาบสมุทรไซนายเอยนะครับ เขาต้องการเอาพื้นที่เขาคืน ในช่วง 2-3 วันแรกนะครับ ปรากฏว่า โอ้โห อิสราเอลนี่เหนื่อยเลยครับ ตกที่นั่งลำบากเลยครับ เพราะว่าถูกนะ โจมตีแบบสายฟ้าแลบ บ้างนะครับ เพราะว่าวัน Yom Kippur เนี่ย คือเป็นวันสำคัญน่ะ ที่ชาวชาวยิวเนี่ย หยุดกันครับ เรียกว่าอยู่อียิปต์กับซีเรียก็ โจมตีแบบสายฟ้าแลบเลยครับ จนอียิปต์เนี่ย สามารถบุกบุกข้ามคลองสุเอซมาได้ครับ ส่วนซีเรียก็บุกเข้ามาที่ที่ราบสูงโกลันครับ แต่อยู่ดีสักพักนึงครับ ประมาณ 1 สัปดาห์ อิสราเอลตั้งหลักได้ครับ และก็โต้กลับครับ โดยคราวนี้ครับ คราวนี้อเมริกาไม่มีกั๊กครับ เพราะว่าเราขยับสถานะแล้วครับ เราไม่ได้เป็นแค่คู่จิ้นหรือคนคุย เราเป็นแฟนกันแล้วครับ ไม่มีกั๊กครับ เดินหน้าปฏิบัติการที่ชื่อว่า Operation Nickel GL ครับ Nickel GL เนี่ย คืออเมริกาก็ลำเลียงอาวุธทางอากาศขนาดใหญ่ครับ มาช่วยอิสราเอลแบบไม่มีเม้มแล้วครับ เปิดเผยเลยนะครับ ตอนนั้นอเมริกาเนี่ย โอ้โห แทบจะทะเลาะกับ NATO ด้วย ฮะ เพราะว่าอะไรฮะ เพราะว่าไม่มีประเทศไหนยอมให้อเมริกาเนี่ย ใช้ฐานทัพครับ มีอยู่ประเทศเดียวครับ คือโปรตุเกส เนื่องจากมีพันธสัญญากัน แล้วก็ถูกอเมริกากดดันอย่างหนัก สุดท้ายโปรตุเกสยอม ยอมให้ใช้ฐานทัพก็ ลำเลียงอาวุธ ส่งอาวุธนะฮะ ให้กับอิสราเอลอย่างหนักเลยนะ เหตุที่ NATO เนี่ยไม่อยากแล้วก็ไม่ยอมเนี่ย ให้อเมริกาใช้ฐานทัพเพราะกลัวครับ ตอนนั้นเนี่ย กลุ่มประเทศตะวันออกกลางเาก็รวมตัวกันเป็นกลุ่ม OPEC มั้ครับ กลัวกลุ่ม OPEC เนี่ยจะคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันครับ หรือเรียกว่า เอ่อ หรือเรียกว่า Oil Boycott Oil Boycott นะครับ ซึ่งหลังจากที่มีปฏิบัติการที่เรียกว่า Operation Nickel GL เนี่ย OPEC เนี่ยได้ประชุมกันนะครับ แล้วก็มีมติลดกำลังการผลิตลง 5% นะ แล้วก็มีมติว่าจะลดลงเรื่อยๆ ทุกเดือนจนกว่าอิสราเอลจะถอนกำลังครับ แต่อเมริกายอมที่ไหนฮะ คุณทำแฟนฉัน อเมริกา ประธานาธิบดี Richard Nixon ครับ ขออนุมัติงบประมาณ 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากสภาคองเกรสครับ เปิดเผยเลยช่วยเหลืออิสราเอล OPEC มีมติระงับการส่งออกน้ำมันให้กับอเมริกาเป็นการตอบโต้ทันทีครับ เกิด Oil Crisis เกิดวิกฤตการน้ำมันนะ แล้วก็จะคว่ำบาตรกับทุกประเทศที่ให้การช่วยเหลืออิสราเอล ซึ่งตอนนั้นน่ะ เกิดวิกฤตการน้ำมัน หรือ Oil Crisis ปี 1973 ไปดูได้ใน Google ก็ได้นะฮะ แล้วที่จะ Oil Crisis เนี่ย จะสิ้นสุดลงนะ การคว่ำบาตรของ OPEC จะสิ้นสุดลงนะ ก็ต้องร่วงไปจนถึงมีนาคม 1974 แล้วกว่าสถานการณ์น้ำมันจะกลับมาปกติ มันไม่ใช่ว่าเลิกปุ๊บแล้วทุกอย่างดี มันต้องใช้เวลาถูกมั้ย
>> ใช้เวลา
ก็ในวันนั้นเนี่ยนะครับ วิกฤตการน้ำมันเนี่ยนะครับ ในปี 1973 เนี่ย ดูว่าหนักขนาดไหนนะ ตอนนั้นราคาน้ำมันดิบนะครับ เพิ่มจาก 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เราอย่าเอาราคาวันนี้ นะ วันนี้มัน 100 กว่าแล้วนะนะ น่าจะทะลุ 105 เหรียญต่อบาร์เรลละ สมัยนู้นเนี่ย 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อยู่ดีก็กระโดดไปเป็น 12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลครับนะ เรียกว่าคูณ 4 เลยอ่ะนะครับ เรียกว่าตอนนั้นเนี่ย หนักมากนะ ครับนะฮะ ในสงคราม Yom Kippur เนี่ยนะครับ ตอนนั้นอิสราเอลเนื่องจากเขาเพลี่ยงพล้ำใช่ไหม มีมีความเชื่อที่เรียกว่า Samson Option น่ะ Samson Option ก็คือว่า ถ้าเกิดชาวยิวจะแพ้
อ๋อ
ฉันต้องตายพร้อมศัตรูอ่ะ
ตอนนั้นอิสราเอลนี่เตรียมระเบิดนิวเคลียร์ไว้นะครับ คือถ้าเกิดฉันแพ้เมื่อไหร่อ่ะ ฉันก็จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์เนี่ย คือตายไปด้วยกัน
อ๋อ
กอดคอประเทศอาหรับตายไปด้วยกันเนี่ย ตายพร้อมศัตรูเลย แต่พอรบกัน แต่ความแต่พอแต่สถานการณ์จริงมันไม่เป็นอย่างงั้น พอรบกันไปสักพักครับ อิสราเอลก็เริ่มล้อมกองทัพอียิปต์ได้ครับ ลุกกลับข้ามคลองสุเอซเข้าใกล้กรุงไคโรแล้วก็กรุงดามัสกัสครับ ตอนนั้นโซเวียตอยู่ไม่ได้แล้วครับ นึกนึกว่าโซเวียตก็แอบหนุนฝ่ายอาหรับอยู่มั้ฮะ ก็ถึงขั้นขู่ว่าจะส่งกองกำลังไปช่วยอียิปต์รบครับ เดี๋ยวจำประเทศอียิปต์ตอนหลังเขาก็มาคืนดีกันนะ กับอิสราเอลนะ แต่ตอนนั้นเนี่ย คือโซเวียตบอกจะส่งกองกำลังไปช่วยอียิปต์รบนะ ในขณะที่อเมริกาก็อยู่ไม่ได้ ประกาศความพร้อมนะครับ ที่เรียกว่า DEFCON 3 DEFCON 3 นี่คือหนักแล้วนะครับ คือแสดงว่าพร้อมปฏิบัติการทางอากาศภายใน 15 นาที เรียกว่ากองกำลังของอเมริกาต้องพร้อมภายใน 15 นาที เพื่อจะออกรบ จนในที่สุดวันที่ 22 ตุลาคม 1973 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็แสดงแสนยานุภาพ จึงมีมติมีมติให้หยุดยิงครับ หลังสงคราม Yom Kippur จบไปเนี่ยนะฮะ ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับอิสราเอลนะครับ แน่นแฟ้นกันมากขึ้นนะ เค้าช่วยกันรบถูกป่ะ นี่ถือว่าเป็นน่าจะเป็นสงครามครั้งแรกที่อเมริกาไปช่วยอิสราเอลรบอย่างเปิดเผยเลย
>> เหมือนผ่านเรื่องราว
เออ คุณร่วมรบมาด้วยกันน่ะนะ Operation นะฮะ Nickel GL แล้ว อิสราเอลก็รู้ครับ เฮ้ย ว่าเกือบจะทะเลาะกับ NATO ตอ่ะ เค้าไม่ให้เค้าไม่ให้คุณใช้ฐานทัพอ่ะ แต่อเมริกาก็ดึงดันน่ะ ไปบีบจนโปรตุเกสยอมอ่ะ แล้วก็ขนอาวุธไปให้ อิสราเอลในการในการรบอ่ะนะฮะ จนได้รับ เรียกว่าจะเรียกว่าชัยชนะก็ได้เนาะนะฮะ ตอนนั้นก็ความสัมพันธ์ก็แน่นแฟ้นกันมาก ครับ แล้วก็ทำให้อเมริกาเนี่ย กลายเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากๆ ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ตั้งแต่นั้นมาครับ อียิปต์เริ่มจากจะเปลี่ยนท่าทีละ อียิปต์เนี่ยเปลี่ยนขั้วนะ ครับ จากสหภาพโซเวียตก็อยู่ดีๆก็ไปใกล้ชิดกับอเมริกาครับ ในปี 1978 นะครับ ปรากฏว่าอียิปต์และอิสราเอลมีการทำข้อตกลงร่วมกัน นะครับ ที่เรียกว่าข้อตกลงสันติภาพ Camp David นะ ระหว่าง Anwar Sadat นะครับ ประธานาธิบดีอียิปต์นะครับ แล้วก็ Menachem Begin จำได้มั้ฮะ ที่เป็นผู้นำกองกำลัง Irgun มาก่อนเนี่ย ตอนนี้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนที่ 6 ละ แล้วก็ตกลงที่ จะตอนนั้นอิสราเอลแฟร์มากนะ เรียกแฟร์คือต้องมันต้องการตกลงต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ใช่มั้ย ก็บอกงั้นไอ้คาบสมุทรไซนายเนี่ย ที่เคยยึดไว้ฉันจะคืนให้กับอียิปต์นะ ในขณะที่อียิปต์เนี่ย ก็ตกลงที่จะยอมรับอิสราเอลนะครับ ว่าอิสราเอลเป็นประเทศอย่างเป็นทางการแล้วก็เปิดความสัมพันธ์ทางการทูต พูดกันนะครับ ซึ่งทำให้อันวาร์ ซาดัต แล้วก็ Menachem Begin เนี่ยครับ ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพนะครับ ในปี 1978 แต่น่าเสียดายครับ ในปี 1981 นะครับ Anwar Sadat นะครับ ประธานาธิบดีของอียิปต์ก็ถูกลอบสังหารก็ จากความไม่พอใจที่ไปที่ไปญาติดีกับอิสราเอลนะครับ แต่แต่เราก็พอที่สรุปได้ว่า ตั้งแต่ปี 1973 เป็นต้นมาเนี่ย อิสราเอลกับอเมริกาเนี่ย ก็กลายเป็นเรียก โห เรียกว่าความสัมพันธ์ที่มากกว่าแฟนนะฮะ ดองกันเนี่ย แล้วก็ซี้กันมากๆ นะครับ มีการทำงานระหว่างหน่วยข่าวกรองด้วยกัน อย่างอเมริกาก็ CIA ใช่มั้ยฮะ
อย่างของเอ่ออิสราเอลเขาเรียกว่า Mossad
M O S S A D แต่ภาษาฮีบรูอ่านว่า โมซาด นะครับ ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรอง แล้วก็ปฏิบัติการลับระดับโลกเลย ก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างกันตลอดเวลา นะครับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายการก่อการร้ายในตะวันออกกลาง โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มอัลกออิดะห์นะครับ กลุ่มฮามาสนะครับนะฮะ รวมทั้งมีการปฏิบัติการลับร่วมกันด้วยนะครับนะครับ ครั้งนึงมีการเชื่อกันว่านะ อเมริกานะ CIA เนี่ย กับ Mossad ของอิสราเอลเนี่ย มีการปฏิบัติการลับร่วมกันนะ ที่ชื่อว่ามีการส่ง Malware ที่ชื่อ Stuxnet ไปโจมตี
นะฮะ ระบบไซเบอร์นะ ของโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนะครับ ที่เมืองนาทานซ์ของอิหร่าน ตอนนั้นมีชื่อ Operation เรียกชื่อว่า Operation Olympic Games
อื
แล้วก็มีการฝึกสายลับร่วมกันนะ หน่วย Mossad นี่ไม่ใช่เล่นๆนะครับ เป็นหน่วย เรียกว่าข่าวกรองและหน่วยสายลับระดับโลก ครั้งนึงคุณคิดว่าคุณจำ คือเรารู้อยู่แล้วล่ะว่าชาวยิวเนี่ย ต้องแค้นนาซีมากๆนะ เพราะไปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็ต้อง 6 ล้านคน ใช่มั้ย พอเขาสถาปนาประเทศเขาก็อยากจะ เรียกว่าเรียกร้องความยุติธรรม การคิดว่าอยู่ดีมีแกนนำสำคัญเนี่ย ของนาซีเนี่ยนะ ครับ บอกชื่อเลยก็ได้คือ Adolf Eichmann เนี่ย เขาลี้ภัยไปอยู่ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินาเนี่ย คุณคิดว่าการอุ้มคนนั้น น่ะกลับมาขึ้นศาลที่อิสราเอลอ่ะยากมั้ย คุณต้องลักลอบเข้าไปในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินาซึ่งมันไม่ใช่อธิปไตยของคุณน่ะ แล้วคุณต้องอุ้มนะฮะ Adolf Eichmann น่ะ มาขึ้นศาลนะ ที่เยรูซาเล็มที่ประเทศอิสราเอลอ่ะ นี่เรียกว่าเป็นปฏิบัติภารกิจแบบ อื้อหือ แบบระดับโลกอ่ะ เรียกว่าเหนือเหลือโลกก็ยังได้ แต่ Mossad ทำได้มาแล้ว ไปอุ้ม Adolf Eichmann จากอาร์เจนติน่ามาขึ้นศาลนะครับนะ ผ่านกระบวนการยุติธรรมนะครับ แล้วก็ตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ นี่คือความเก่งของหน่วยลับที่ชื่อว่า Mossad ของอิสราเอลนะฮะ
แต่
>> พอคนเราเป็นแฟนกัน
อื
มันต้องมีช่วงขมจริงๆเนี่ย เรียกว่ามึนตึงกัน 30 ปีนะ
อื
อิสราเอลคือก็ช่วยกันแหละในฐานะพันธมิตร แล้วก็ไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดกันแต่ก็งอน แล้วก็ไม่ได้ดีกันเหมือนเดิมนะ มันมีเหตุการณ์นึงที่อิสราเอลเรียกว่าอะไร ต้องบอกอเมริกาไม่ไว้ใจอิสราเอล เริ่มงอนแต่ยังไม่เลิก ก็เป็นเหตุการณ์นะ ที่ขัดแย้งกันรุนแรงก็คือกรณีของนาย Jonathan Pollard ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของฝั่งอเมริกานะครับ แต่แอบส่งข้อมูลลับนะ เค้าเรียกว่าเป็นข้อมูลลับ ไม่ได้ส่งแบบนิดหน่อย ส่งเป็นกระตั๊กนะ ครับให้กับอิสราเอลนะ แล้วก็ไอ้ Jonathan Pollard เนี่ย ถูกจับเมื่อปี 1985 แล้วก็ถูกสั่งจำคุกถึง 30 ปี แล้วก็ยังถูกกักบริเวณห้ามออกนอกประเทศอีก 5 ปีนะครับ
35 ปีแล้ว ถือว่าเป็นโทษหนักที่สุดเท่าที่สายลับที่ทำงานให้กับประเทศพันธมิตรนะ เคยได้รับเลย 30 + 5 คือ 35 ปีครับ สะท้อนว่าเหตุการณ์ของ Jonathan Pollard อเมริกาโกรธอิสราเอลมากๆครับ เป็นเป็นการโกรธมั้ย ฉันช่วยเธอมาโดยตลอด โกรธมั้ย
แหม สุดๆ
เออ เธอหักหลังฉันน่ะ เฮ้ย Operation Nickel Class เฮ้ย ฉันกดดันโปรตุเกส ฉันเกือบจะทะเลาะกับ NATO
เออเนี่ย เธอไม่เคยคิดถึงความดีฉันเลยเหรอ เอ้า เฮ้ย
เออ แล้วเธอทำอะไรฉัน เธอทำไมเธอไม่ไม่คิดถึงความดีฉันบ้าง ถูกมั้ย เอาล่ะ ในช่วงแรกๆ นะฮะ ยิ่งโกรธนะฮะ อิสราเอลปฏิเสธครับ บอกว่า เฮ้ย เป็นการกระทำของตัว Jonathan Pollard เอง ไม่ได้ว่าจ้างอะไรนะ และยังเย้ยอเมริกาอีกในปี 1995 อิสราเอลไปมอบสัญชาติให้กับ Jonathan Pollard อีก ให้เป็นมีสัญชาติอิสราเอลนะ เพื่อที่จะกดดันอเมริกาว่า อิสราเอลเนี่ย จะยอมรับผิดและขอโทษอย่างเป็นทางการเนี่ย ต้องรอจนปี 1998 แต่ประธานาธิบดีของอเมริกาในขณะนั้นนะครับ ตั้งแต่ Richard Nixon จนถึง Barack Obama นะครับ ก็ปฏิเสธคำขอโทษจากอิสราเอลเรื่อยมาครับ ถามว่าแตกหักกันมั้ย มันก็ไม่แตกหักแต่มันเป็นการลดสถานะ
อื
นะ เพราะเวลามันคิดถึงเรื่อง Jonathan Pollard ไอ้ Jonathan Pollard เนี่ย มันจะเจ็บจี๊ดในใจทุกทีอ่ะ เหมือนเธอหักหลังฉันน่ะ
>> หนาม
เออ มันเป็นเหมือนแผลเป็นในใจอ่ะ คือคือที่ผ่านมาอเมริกาก็ดีกับอิสราเอลตลอดแล้วก็ ไม่คิดว่าคุณจะทำอย่างเงี้ยถูกมั้ย
ทำไมถึงทำกับฉันได้
เออ อย่างงั้นกว่าจะมาคืนดีกัน คืนดีกันในยุค
ประธานาธิบดีที่ร้อนแรงที่สุด หรือบ้าที่สุดคนหนึ่งของอเมริกา ยุค Donald Trump ฮะ
Donald Trump ปล่อยตัว Jonathan Pollard เมื่อปี 2020 ครับ แล้วก็พอก็ได้เดินทางย้ายไปอยู่ที่ประเทศอิสราเอลครับ เชื่อมั้ย ในวันที่ Pollard เนี่ยเดินทางถึงอิสราเอลเนี่ย นายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu มารับด้วยตัวเองเชียวนะ เนี่ย ถือว่า Jonathan Pollard เนี่ย เป็นของขวัญชิ้นสำคัญนะครับ ที่ Donald Trump เนี่ย มอบให้กับอิสราเอล เพื่อเป็นการเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของฉันคืนดีกับเธอ
ฉันเลิกโกรธเธอแล้วนะฮะ
และจริงๆเนี่ย ยังมีของขวัญอีกหลายชิ้นที่ Trump เนี่ย มอบให้กับอิสราเอลและคืนดีกับอิสราเอล อ่า ไม่ว่าจะเป็นการลงนามรับรองอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลันนะ ครับ แต่เดิมมันยึดครองมาแต่ว่าอเมริกามันรับรองอธิปไตยเลย ก็รับรองไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2019 การรับรองเยรูซาเล็ม ว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลเมื่อธันวาคม 2017 จำได้มั้ ตอนนั้นทะเลาะกันน่ะ สุดท้ายยังต้องบอกว่าเยรูซาเล็มเป็นเขตนานาชาติอยู่เลย อเมริกามารับรองให้แล้ว
อ๋อ
การถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน หรือ JCPOA เมื่อพฤษภาคม 2018 แล้วก็กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านนะครับ อย่างรุนแรงอีกครั้งนึง เพื่อตัดวงจรทางการเงินนะครับ ที่อิหร่านเอาไปสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ที่เป็นหนามยอกอกของอิสราเอลนะ แล้วก็อเมริกายังทำตัวเป็นคนกลางนะครับ เชื่อให้อิสราเอลเนี่ย สถาปนาทางการทูตกับประเทศอาหรับหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นะครับ บาห์เรน โมร็อกโก ซูดาน แล้วก็ผ่านการทำข้อตกลงสันติภาพ Abraham Accord นะครับ เมื่อกันยายน 2020 ทำให้อิสราเอลเนี่ย มีพันธมิตรเพิ่มขึ้น สังเกตมั้ วันนี้ อิสราเอลเนี่ย ไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วนะ สมัยก่อนสงคราม 6 วันเนี่ย อิสราเอลเหมือนโดดเดี่ยวถูกมั้ สงคราม Yom Kippur ก็เหมือนโดดเดี่ยว ตอนนี้อิสราเอลไม่ได้โดดเดี่ยวในพื้นที่ภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว เพราะว่าอเมริกาออกหน้าให้อิสราเอลไป make friend กับประเทศอื่นๆ แถม Trump ยังประกาศนะครับ ว่าอเมริกาจะไม่ถือว่าการสร้างนิคมที่พักอาศัยของชาวยิวเนี่ย ในเขต West Bank เนี่ย เป็นการผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
อ๋อ
ก็เป็นการให้ท้ายนโยบายการขยายดินแดนของอิสราเอลโดยตรงเลยนะครับ และ Trump เนี่ย ครับยังมีการปิดสำนักงานคณะผู้แทนองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ หรือ PLO ที่วอชิงตันดีซี อีก ตัดงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานบรรเทาทุกข์ของ UN ที่ช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ เพื่อเป็นการกดดันฝั่งปาเลสไตน์ แล้วก็บอกชัดเจนว่าฉันยืนอยู่ข้างอิสราเอลถูกมั้ฮะ รวมทั้งการรบนะครับ ในสงคราม 12 วันก่อน ที่จะรบกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์เนี่ยนะฮะนะ อนุมัติคราวนี้เราเราเราเริ่มรบกันวันที่ 28 กุมภาพันธ์ใช่มั้ แต่ก่อนหน้า นี้ไม่นานเนี่ย เรามีสงคราม 12 วันนะ ปีที่แล้วเอง ตั้งแต่วันที่ 13- 24 มิถุนายน 2025 ก็คือปีที่แล้วเอง ภายใต้ปฏิบัติการสิงโตผงาดนี่ อิสราเอลตั้งชื่อนะ สิงโตผงาด คือ Operation Rising Lion คราวนี้อิสราเอลตั้งชื่อปฏิบัติการว่า Operation Lion Law
อ๋อ
พี่แปลเท่ๆว่าเป็นปฏิบัติการราชสีห์คำราม แต่ปีที่แล้วเนี่ย คือปฏิบัติการสิงโตผงาด อิสราเอลก็ใช้กองกำลังทางอากาศเหมือนเดิมครับ บุกถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และฐานทัพ ฐานทัพอากาศทั่วอิหร่านเลย คราวนี้เหมือนเดิมอเมริกาไม่เม้มเหมือนกันครับ 22 มิถุนายน 2025 ครับ อเมริกาครับสั่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B2 ไปถล่มโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน ที่ Fordow แล้วก็นาธานซ์ คือต้องยอมรับจริงๆ ว่าอิสราเอลกับอเมริกาเนี่ย ยอมให้อิหร่านเนี่ยพัฒนาหรือเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม จนพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้จริงๆ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีนิวเคลียร์อำนาจการต่อรองเขาเชื่อกันว่าอำนาจการต่อรองของอิหร่านเนี่ย จะสูงมากจนอเมริกายากที่ จะเข้าไปทำอะไรก็เหมือนกับเกาหลีเหนือถูกมั้ย คุณมีอาวุธที่บอกโอเค ฉันอาจจะมีจำนวนน้อยลูกกับเธออ่ะ แต่ถ้าเกิดฉันยิงเธออ่ะ เธอก็เดือดร้อนหนักไม่แพ้กันน่ะใช่มั้ อิหร่านกับอิสราเอล ปล่อยให้อิหร่านมีขีปนาวุธนิวเคลียร์ หรือพัฒนานิวเคลียร์ไปได้มากกว่านี้ไม่ได้ ตอนนั้นพอ B2 ถลบปุ๊บ ตอนนั้นนี่อิหร่านนี่เจ็บหนักมากแล้วแค้นหนักมาก เพราะว่าตอนนั้นเนี่ย อิหร่านเชื่อว่าบังเกอร์ที่เขาสร้างเอาไว้ยังไงเนี่ย ก็ยันอยู่ แต่ปรากฏว่าเจอเครื่องบินทิ้งระเบิด B2 เข้าไปที่ Fordow และนาธานซ์ ปรากฏว่าโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ที่อิหร่านเนี่ย พัฒนามาเป็นนับ 10 ปีอ่ะ พินาศย่อยยับกับแทบทั้งหมดนะ จนสุดท้ายก็ต้องมีการเจรจาหยุดยิงในวันที่ 24 มิถุนายน 2025 ที่อิหร่านจำเป็นต้องหยุดยิงเพราะว่าตอนนั้นอาวุธก็เริ่มขาดแคลนละนะครับ ความเสียหายของระบบป้องกันภัยทางอากาศเกือบแทบทั้งหมด
และที่น่ากลัวที่สุดคือตอนนั้นค่าเงินเรียวดิ่งเหวที่สุดในประวัติศาสตร์ ราคา สินค้า ภาวะเงินเฟ้อต่างๆก็เพิ่มสูง หุ้นเพิ่มสูงขึ้น มีการประท้วงเกิดขึ้นหลายแห่งนะครับ ที่อิหร่าน จนอิหร่านตอนนั้นกลัวว่าสุ่มเสี่ยงต่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ก็เลยต้องจำใจต้องยอม แต่ว่ายอมเนี่ยไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่แค้นนะ
อื
และคราวนี้เห็นแกเห็นมั้ยเนี่ย อิหร่านนี่เตรียมมาดีมากนะ ปิดช่องแคบฮอร์มุส โจมตีคลังน้ำมันต่างๆ การเตรียมการ
ในประเทศอาหรับ ก็พูดง่ายๆคืออิหร่านเนี่ยนะครับ ณ วันนี้เนี่ย ก็มีกำลังการส่งออกน้ำมันเนี่ย ประมาณสัก 3 ล้านบาร์เรล แต่เพื่อนประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในตะวันออกกลางเนี่ย 17 ล้านบาร์เรล ก็ถ้าอเมริกาทำฉันฉันยอมเสีย 3 แต่คุณต้องเสีย 17 รวมกันคือ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน เศรษฐกิจโลกพังพินาศเลยเนี่ยเนี่ย คือคือในสงครามปีที่แล้ว สงคราม 12 วันกับ คราวนี้ ยุทธศาสตร์ในการโจมตีของอิหร่านเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และเนี่ยเนี่ย ก็คือเรื่องราวทั้งหมดล่ะ มันจบที่ตรงนี้แล้วว่า ก็จะได้ทำให้การ และก็ทุกผู้ชมทุก ฟันน่ะ เข้าใจว่าเฮ้ย ความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับอิสราเอลเนี่ย มันถักทอกันมายังไงอ่ะใช่มั้ย จากเริ่มต้นก็แค่เซ็นรับรองอ๋อ
เอ่อ การตั้งประเทศของเธอนะ แล้วก็ส่งอาวุธไปให้ร่วมรบนะฮะ คราวนี้ยิ่งยิคราวนี้ ปฏิบัติการล่าสุดเนี่ยนะครับ เนี่ยชัดเจนเลยถูกมั้ ว่าเป็นคู่หูคู่ซี้กันเลยถูกมั้ยนะ ก็ไม่รู้ว่าจะจบกันยังไง และเนี่ย ก็คือเรื่องเล่าทั้งหมด เป็นไซต Story ที่จะทำให้ผู้ชมผู้ฟังเนี่ย เออ เข้าใจว่า เออ ทำไมอเมริกานะ มันถึงได้ซี้กันนักกันหนา กับอิสราเอลนะ เพราะว่ามันมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกันมาหลายทศวรรษมากๆ 100 ปี
>> เป็น 100 ปี
เกือบ
เกือบๆ ก็ตั้งแต่สถาปนาประเทศก็ 1948 นะครับ กันแต่ตอนนี้ก็ปีนะ ก็ 2000 เท่าไหร่ละ 26 ถูกป่ะ
ดูเทคโนโลยีผ่านมา
ใช่ม
ไม่รู้เท่าไหร่
สงคราม 6 วันทำให้อิเธอนี่แบบ เก่งจริง เว้ยใช่มั้ฮะ จากเดิมเซ็นแรกๆ คุณดูโซเวียต ชาปมั้ล่ะ
อ๋อ
ส่งอาวุธไปให้ผ่านเชโกสโลวาเกียด้วย ตอนรบกับอาหรับครั้งแรก สุดท้ายคนไม่ใช่ทำอะไรก็ไม่ใช่นะฮะ นี่แหละฮะ ก็เป็นไงบ้างฮะ วันนี้
สาระครบถ้วน
ได้รู้เรื่องราวเนาะ อื
จะกระทบกับชีวิตคนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อ่า แล้วคราวนี้นะฮะ ก็อันนี้คือเรื่องราวในอดีตจะได้รู้ แต่ว่าอนาคต
>> ให้เห็นภาพ
อื ว่าทำไมเค้าถึงซี้กัน แล้วก็อนาคตจะเป็นอย่างไร ก็เป็นสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุส ก็เป็นเรื่องที่เราต้องติดตามกันต่อไปนะครับ ก็สำหรับวันนี้นะครับ ผมวิโรธนะครับนะฮะ แล้วก็การพัศรินทร รามวงศ์นะครับ สำหรับชาวบางซื่อและก็ชาวดุสิตนะครับ ก็ติดตามนะ ครับผลงานนะครับ แล้วก็ความตั้งใจในการทำงานของการพัศรินทร รามวงศ์นะครับ สส. ของพวกเราได้นะครับ ที่เพจของการพัศรินทร รามวงศ์เลยนะครับ ก็สำหรับวันนี้นะครับ คิดว่าพอสมควรแล้วนะครับ ก็คราวหน้านะครับ EP ที่ 4 จะเป็นอะไรนะครับ ก็ติดตามรับชมรับฟังกันได้นะครับ สำหรับวันนี้นะครับ มีเรื่องเล่านะครับ ผมวิโรธ ลัคนา แล้วก็การ พัศรินทร ลา วงศ์ ขอลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
>> สวัสดีค่ะ
ดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์ กดแชร์ กด Subscribe รวมถึง Super Thank ช่อง YouTube ปฏิชน ทีวีกันด้วยนะครับ