Transcription
คำชี้แจงของ กกต. เนี่ยก็เป็นการยืนยันว่า เอ่อในการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ยไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ เพราะว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเนี่ยมีบาร์โค้ดที่ไม่เหมือนกัน อื แล้วหากสามารถมาประกอบสิ่งต่างๆได้ทั้งตัวบาร์โค้ดของบัตร ตัวต้นขั้วที่มีการระบุรหัสไว้เนี่ย แล้วก็ลำดับของคนที่มาใช้สิทธิ์ซึ่งก็จะล้อไว้กับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเนี่ยในเชิงทฤษฎีสามารถระบุได้นะครับ ดังนั้นต้องย้ำตรงนี้ก่อนว่าข้อเท็จจริงตอนเนี้ยคือบัตรเลือกตั้งที่แต่ละคนหยหย่อนเข้ามาในในหีบเนี่ยไม่เหมือน และสามารถเจาะจงได้เลยว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเนี่ย เอ่อโยงกลับไปได้ว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งคือใครนะครับ
ทีนี้ กกต. พยายามจะให้คำอธิบายว่า แม้ว่าเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีแต่เป็นไปได้ยากเพราะว่า เอ่อ 3 องค์ประกอบคือตัวบัตร ตัวต้นขั้ว ตัวบัญชีรายชื่อเนี่ยอยู่คนละที่กัน การที่คนคนนึงจะสามารถเข้าถึงทั้ง 3 ที่ได้เี่มันเป็นไปได้ยากนะครับ
ก็ต้องบอกว่าสำหรับประชาชนทั่วไปก็ใช่ แต่ผมก็เข้าใจว่าที่สังคมเกังวลไม่ใช่กังวลว่าประชาชนทั่วไปจะเข้าถึง แต่กังวลว่าจะ มีบางคนที่อาจจะมีกุญแจพิเศษที่เข้าถึงหรือเปล่า
แต่สาระสำคัญที่ผมอยากจะชี้แจงวันนี้คือ ไม่ต้องเข้าถึงตรงนั้นก็เป็นปัญหาแล้ว ยกตัวอย่างนะครับ สมมุติว่าอ่ะเราคิดในแง่ดีไว้ก่อน กกต. มีเจตนาดีว่าต้องการจะรักษาความปลอดภัยก็เลยมีระบบแบบนี้ขึ้นมาครับ
เกิดสมมุติพรรคการเมืองนึงรู้มาก่อนว่ามีบาร์โค้ดแบบนี้ อื สมมุติผมเป็นพรรคการเมืองนั้นครับ แล้วสมมุติผมอ่ะพูดตรงๆผมซื้อเสียงคุณออฟครับ บอกว่าอ่ะต้องไปโหวตให้ผมนะ หรือผมใช้ อิทธิพลข่มครูก็ได้ว่าคุณต้องโหวตให้ผม
ผมก็บอกคุณออฟว่าตอนที่คุณออฟไปยื่นบัตรประชาชนเพื่อเข้าคิวใช้สิทธิ์เลือกตั้งเนี่ยครับ จดรหัสต้นขั้วมานะ อื ว่าวันนั้นต้นขั้วคุณเนี่ยลงท้าย 8985 จริงไม่ต้องจำทุกตัวเลขก็ได้เอาแค่ 4 หลักสุดท้ายเพราะว่าในหน่วยนึงมันไม่ได้มีไม่ได้มี เอ่อ เอ่อจำนวนคนเยอะขนาดนั้นอยู่แล้วครับ
จำตัวเลขจำรหัสนั้นมาแล้วคุณออฟมาบอกผมอ ฮะ พอคุณออฟมาบอกผมว่าของคุณออฟเนี่ยคือ A033 เอ่อ 98985 เนี่ย ผมก็บอกทีมผมที่เป็นผู้สังเกตการว่าตอน 17:00 น. ที่นับคะแนนเนี่ยให้ถ่ายทุกครั้งที่มีการนับแล้วมาไล่สแกนดูพอสแกนเจอรหัสนี้ปุ๊บเช็คซิว่ากาพักผมมั้ย อื
เห็นมั้ครับว่ามันสามารถถ้าพรรคการเมืองไหนรู้มาก่อนว่ามีบาร์โค้ดเนี้ยสามารถใช้กลไกนี้เพื่อไปข่มขู่ ด้วยอิทธิพลหรือว่าด้วยอำนาจเงินเพื่อให้คนเนี่ย เอ่อเลือกตนเองได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปค้นหีบ กกต. หรือว่าห้อง กกต. ที่เขาบอกว่ารักษาความปลอดภัยไว้อย่างอย่างหนาแน่นได้เลย ดังนั้นเนี่ย มันเสร็จตั้งแต่ก่อนที่ กกต. เก็บบัตรเก็บต้นขั้วไปด้วยซ้ำนะครับ ทีนี้เนี่ย อันนี้เลยเป็นปัญหาปัญหาใหญ่ที่ผมคิดว่าเกิดขึ้น
ดังนั้นเนี่ยไม่ว่า กกต. จะบอกว่าเจตนาตัวเองคือต้องการรักษาความปลอดภัยถึงแม้เราเชื่อว่า กกต. เจตนาดีจริงนะครับเชื่อแบบนี้ไว้ก่อนเนี่ย แต่สิ่งที่ทำเนี่ยมันเป็นช่องโหวที่ความจริงทำให้ความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเนี่ยลดลงด้วยซ้ำไม่ได้เพิ่มขึ้น
แล้วผมก็เห็นด้วยกับคุณสุดารัตน์ว่ามันมีหลายวิธีการคือถ้าถ้ากังวลว่าจะมีบัตรปลอมแทรกแซงเข้ามาเนี่ยมีหลายวิธีการที่ทำได้โดยที่ไม่ต้องไประบุ เอ่อ บาร์โค้ดที่สามารถเจาะจง เอ่อ บัตรแต่ละใบได้ขนาด M.