Transcription
สวัสดีครับ สวัสดีครับ โทษทีครับ มายังครับ สวัสดีครับ ขึ้นมั้ยอ่ะ สวัสดีครับ ทุกคน กลับอ่ะ กลับมาแล้วนะครับ ขออภัยด้วย ขออภัยด้วย เมื่อกี้มันหลุดไป สวัสดีครับ อีกรอบนึง ได้ยินแล้วใช่มั้ยครับ เสียงโอเคแล้วเนาะ เดี๋ยวรอคนมาแป๊บแป๊บนึงนะครับ อ๋อ แป๊บ เออ ผมว่าหน้าจอไม่ขยับ ได้ยินแล้วครับ โอเคครับ อ่ะ หน้าจอมาแล้วนะครับ ขออภัยด้วยครับ มันหลุดไป กลับมาเรียบร้อย ก็เมื่อกี้ถึงตอนที่บอกว่า ตัวของ SCGP อ่ะ เค้าก็มีความกังวลเรื่องของทิฟเหมือนกันนะ ว่ามันจะมีผลกับเขา แต่ว่าเนื่องจากการที่เค้ามีเบสอยู่หลายประเทศนะ แล้วมีโรงงานแบบตั้งอยู่กันหลายๆที่ เพราะฉะนั้นน่ะ เขาก็จะมีแผนไปกระจายความเสี่ยงด้านยอดขาย หรือว่าอาจจะไป outsource การผลิตที่อื่นๆ อ่า เพิ่มเติมอะไรอย่างนี้นะครับ เช่น จะบอกอย่างงี้ว่า ไอ้อย่างตอนแรกอ่ะ เรื่องคุย ITC TFM อะไรพวกเนี้ย ธุรกิจหลายๆอันที่แบบมันใช้ R&D เยอะอ่ะ มันก็จะสวิตชิ่งไปที่อื่นน่ะ ยากนิดนึงใช่ป่ะ อ่า ถ้าเราไปที่ดีขึ้นมันจะโอเค เพราะฉะนั้นเหมือนกัน SGP อ่ะ ก็ต้องก็ต้องตามว่า ถ้าเกิดเป็นสินค้าแบบทั่วๆไป packaging paper กระดาษลูกฟูก กระดาษรังธรรมดา โอกาสที่จะแบบย้ายไปอาจจะมีเนาะ แต่ว่าถ้าเป็นแบบกระดาษที่แบบต้องใช้ความชำนาญมากขึ้น เออ เนี่ยก็อาจจะแบบ อาจจะไปน้อยหน่อย เพราะฉะนั้นก็ต้องก็ต้องติดตาม เพียงแต่บอกว่า โอกาสสวิตชิ่งมันก็ มันก็ มันก็มีพอสมควรเหมือนกันนะครับ ถ้าเกิดโดนทิฟเยอะนะ อะไรอย่างงี้ก็ต้องตามดูอ่ะ ต่อไปในแง่ของ strategy เขาอ่ะ เค้าก็อยากที่จะไป เค้าเรียกว่าไปเน้นเรื่องของดาวน์สตรีมมากขึ้น ไปทาง Consumer มากขึ้น แล้วก็ขยายไปต่างประเทศมากขึ้น อันนี้คือภาพยาวๆนะครับ ไปปี 2030 อ่ะ ว่าเค้าจะเน้นธุรกิจที่ทำบรรจุภัณฑ์น่ะ ไปหาผู้บริโภคเยอะที่สุดใช่มั้ย แล้วก็ไปที่แบบลงไปที่แบบ Customer Link ทำสินค้า Steam แล้วก็ขยายไปต่างประเทศให้มันให้มันเยอะๆนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้คือภาพหลักของ SCCP อ่ะ ต่อมาก็คือว่า ตัว Key Driver ที่ผมบอกตัวแรกก็คือตัว Demand Recovery ตัวเนี้ยจะเป็นตัวช่วยให้เค้าว่าโต เพราะตอนนี้ว่าเฮ้ย ตอนแรกเนี่ย มันขึ้นหมดเลยนะครับ ทุกๆที่เกือบหมดเลย มีแค่เวียดนามที่แบบว่าอาจจะชะลอลงนิดหน่อย เพราะฉะนั้นเนี่ยมีความน่าสนใจว่า ตลาดมันเริ่มฟื้นในเรื่องของการใช้บรรจุภัณฑ์เนอะ ก็เป็นของกินของใช้ เครื่องไฟฟ้า ร้านอาหาร ตามฤดูกาลอยู่แล้วแหละ ที่แบบตอน Q4 Q1 เนี่ย มันก็แบบเริ่มเริ่มมาดีมากขึ้นนะครับ มันก็จะโตมาแบบทุกๆอันว่าเนี้ย เห็นดีมานด์มันเริ่มแบบเริ่มมาดีขึ้นแล้ว ก็นี่คือ แล้วนี่คือการนำเข้ากระดาษลูกฟูกจากจีนก็ภาพเดียวกันว่า เฮ้ย ตลาดมันเริ่มอ่ะ ค่อยๆกลับมา โดยเฉพาะตอนเดือน November กับเดือน December เนี่ย กระดาษลูกฟูกเนี่ย มีการนำเข้าจากจีนเนี่ย เข้าแบบเข้าไปเพิ่มพอสมควรนะ อาจจะก่อนหน้ามันก็แบบเอาเข้าไปน้อย แต่ว่าก่อนก็แบบเริ่มได้ดีมากขึ้นนะครับ ก็น่าสนใจว่าตลาดเนี้ย มันเริ่มมีการแบบรีสต๊อกเพิ่มขึ้น แล้วก็ยอดขายของ SCGP อ่ะ มันมีจุดนึงที่น่าสังเกตคือว่า ตอนเข้าตลาดมาแรกๆ ภาพเหมือน PC เมื่อกี้เลยนะครับ ที่โตค่อนข้างดี แล้วช่วงแรกๆ เค้าก็ได้เงินมาเยอะ เพราะฉะนั้นน่ะ เค้าก็ซื้อกิจการแบบกระจายซื้อ แบบซื้อแบบถูทุกๆ 2-3 เดือนเลยนะครับ ทุกไตรมาส แล้วมีข่าวออกมา พอซื้อมาปุ๊บเนี่ย ยอดขายก็แบบบวกๆเข้าเรื่อยๆ จนถึงแบบจนถึงพีคอ่ะ ที่ 38,000 ล้านบาทต่อไตรมาสนะ แล้วก็กำไรก็แบบก็ดีเหมือนกัน แบบหลักเนี่ย 2,000 ล้านใช่ป่ะ ก็ถือว่าค่อนข้างดี แล้วพอหลังจากนั้นปุ๊บเนี่ย เค้าก็เริ่มแผ่ว กิจการก็เริ่มแผ่วนะ แล้วก็ยอดขายก็ค่อยๆเริ่มดรอป แล้วก็ลงๆลงมาเรื่อยๆนะครับ ลงมาลงมายาวเลยอ่ะ ไอ้ตอนซื้อกิจการน่ะ ก็อาจจะแบบตั้งแต่ตอนช่วงต้นๆ แบบมีโควิด ส่งของส่งของเยอะด้วยนะครับ แล้วก็เริ่มเริ่ม พอพอไม่ซื้ออ่ะ หรือว่าซื้อน้อยอ่ะ มันก็ค่อยๆก็ขายก็เริ่มตบๆใช่ป่ะ แล้วก็เริ่มแบบเริ่มนิ่งๆหรือสัก 30,000 ต้นนะครับ เพิ่งจะเริ่มกลับมารอบนี้ แต่ว่ากลับมาแบบน้อยอ่ะ ส่วนกำไรอ่ะก็จะ 2,000 ก็แบบเหลือแค่ 900 ถือว่าอ่าฐานแบบค่อนค่อนข้างต่ำ ค่อนข้างต่ำ รอบเนี้ยก็คือคนคงแบบดีใจแค่ว่ามันขาดทุนไง รอบรอบที่แล้ว พอรอบนี้กำไรมาแบบ 900 เออ มันก็แบบดูดีกว่าที่คิด แล้วก็ตั้งเป้าแค่แบบ 800 ใช่มั้ยครับ มันก็แบบเหมือนกับดูดีขึ้นอ่าตามลำดับเนาะ ถ้าเกิดเบรคดาวน์มา เราจะเห็นภาพว่ายอดขายของเค้าอ่ะ ตัวตัวที่ตัวหลักก็คือ IPB ใช่ป่ะ สีเหลืองๆข้างล่าง IPB อ่ะ ก็คือโตตาม MMP แหละ แล้วก็เริ่มดรอปลงไป แล้วก็เริ่มนิ่งๆนะครับ นิ่งๆแบบทรงๆลงๆ เห็นมั้ย ส่วนสีเขียวคือ FB อ่ะ FB มันก็แบบอยู่สัก 6,000 กว่าล้านแถวๆนี้นะครับ ที่เพิ่งซื้อเข้ามาตอนปี 22 เนี่ยก็ขึ้นไปปีที่ 2,000 ล้านแล้วก็เริ่มดรอปมาเลย 1,600 แต่ว่าตอนเนี้ย ตัวที่ดู ตัวที่ดูแบบอยู่ได้ด้วยตัวเองก็คือตัว FB ที่เป็นแบบเยื่อกระดาษ กระดาษเอกสาร จานชามช้อนส้อมตามร้านอาหาร ก็อยู่ได้ เริ่มแผ่วแล้ว ส่วน IPB ก็ชะลอชะลอนะครับ แต่ว่าไม่ได้ไม่ได้แบบถึงกับกระทบ มันก็เลยแบบว่าทรงอ่ะ หรือแบบอยู่ในเกณฑ์นี้แหละ 32,000 33,000 ล้านบาท ต่อไปมากนะครับ อ่ะ แปลว่าเราเห็นภาพนี้ว่า ถ้าจะให้แบบมันกลับขึ้นไปเพิ่มเติมอ่ะ ต้องฟื้นแบบแรงนะครับ ฟื้นแค่เนี้ยไม่พอ แล้วก็ต้องมี M&A ถึงจะแบบโตแบบเป็นขั้นบันไดแบบเส้นตรงแบบนี้ ซันๆนะครับ ขึ้นภูเขา ถ้าไม่มีมันก็โตยาก เออ เราก็จะเห็นภาพนั้นเลยนะครับ อ่ะ ถ้าเบรคดาวน์มาเพิ่ม ตัวที่แผ่วนะครับ ก็คือตัว Packaging paper ก็คือตัวข้างล่างหน้าตาแบบเนี้ย Packaging paper นะครับ ก็จะแผ่ว ตัว Fiber Base ตัวนี้ก็อ่าเริ่มแผ่วนะครับ ตัวโพลีเมอร์แบบแข็งๆเนี่ย ก็ยังแบบพอทรงอยู่ได้นะครับ หรือว่าตัวกระดาษแบบเหมือนกระดาษที่แบบเป็นแสงหน่อยแบบลูกฟูก กระดาษอ่า กล่องสีน้ำตาลเนี่ย มันก็แบบดูดูยอดขายแบบแถวลงอะไรอย่างนี้นะครับ ก็คือตัวนั้น แล้วก็รอบเนี้ย สิ่งที่เราเห็นภาพก็คือที่บอกว่า volume มันขึ้นนะเนี่ย IPB เนี่ย volume ขึ้นนะครับ 1.3 3 ล้านตันต่อไตรมาส แต่ว่า ASP อ่ะ หรือว่าราคาขายมันลง อ่า ราคาขายมันลง volume ขึ้นก็อาจจะเป็นได้ว่า ขายของถูกมากขึ้น หรือว่าลดราคาให้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ยอดขายมันก็เลยแบบไม่ค่อยโตเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ ส่วน FB ก็เหมือนกันเนี่ย volume ขึ้นเยอะ แต่ว่าราคาขายมันลง เพราะว่าตอนเนี้ย สิ่งที่แบบบอกว่า บอกว่า บอกว่าธุรกิจฟื้นเนี่ย มันมาจากตัว volume ตัว Q แต่ว่าตัว P ที่เป็น price อ่ะมันลงนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยกลายเป็นภาพว่า ฟื้นแบบยังไม่ค่อยแข็งแรงมากเท่าไหร่ เราเห็นภาพแล้วว่าเฮ้ย จีนเริ่มมานะ demand หลายๆประเทศแบบเริ่มฟื้นนะ แต่ว่าฟื้นอ่อนๆ แล้วก็เป็นการฟื้นจาก volume อ่ะเป็นหลักไม่ได้ฟื้นจาก มันก็ยังฟื้นได้แบบไม่ได้แบบดีเต็มที่เท่าไหร่ มาดู SCGP บ้าง SCGP เป็นยังไง เฮ้ย Margin เริ่มกลับมาแล้วนะ โตแรง 18% Margin ก็แบบเหลือ 3% แต่ว่าการที่ Margin มันขึ้นน่ะ มันไม่ได้ขึ้นมาจากประสิทธิภาพการผลิต เป็นจาก แต่ว่ามันขึ้นมาจากอะไร มันขึ้นมาจากต้นทุน 3 อย่าง ต้นทุนกระดาษรีไซเคิล ต้นทุนพลังงาน แล้วก็ค่าขนส่งที่แบบว่ามันลดลงเลยถูกป่ะ ส่วน volume ขึ้นช่วยมั้ย ช่วย ช่วยให้มีการผลิตได้แบบมากขึ้น แล้วก็คุ้มทุนมากขึ้นนิดหน่อย ส่วน de margin ก็อ่าฟื้นตัวตามการที่แบบมี facility ที่ใช้แล้วแบบคุ้มค่ามากขึ้นนะครับ นี่คือ SCGP ให้ดูเส้นสีน้ำเงินอ่า เราจะเห็นว่า SCGP เนี่ยมันก็ดูเหมือนจะผ่านจุด bottom ไปแล้วแหละ ที่แบบแถวเนี้ย 168 แล้วค่อยๆเนี่ยเพิ่มมากขึ้นเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าตัว SCGP ที่แบบมันค่อยๆเพิ่มเนี่ย เราต้องดูต่อจากเส้นบนคือเขียวๆ นี่คือราคา สีเทาๆคือต้นทุน การที่ SCGP มันเริ่มขึ้นเนี่ย มันไม่ได้มาจากราคาขายกระดาษที่แบบขายได้แพงขึ้นใช่ป่ะ แต่มันมาจากต้นทุนที่แบบมันลดลงอ่า เห็นป่ะ แปลว่ามันน่ะมาจากต้นทุนเนาะ แล้วก็ช่วง 2 ช่วงอ่า Q1 แล้วก็ April เนี่ย มันก็เหมือนจะ เหมือน SCGP จะเริ่มจะเริ่มแบบหย่อนๆมาแล้วอ่ะ เพราะว่าต้นทุนน่ะมันสูงขึ้น เพราะว่าอันเนี้ยมันก็อิงกับต้นทุนเหมือนกัน แล้วก็อีกอย่างนึงก็คือ เอ่อ ตัวต้นทุนของกระดาษเนี่ย มันเป็น lag time ประมาณ 3 เดือน นั่นแปลว่าต้นทุนที่เห็นณวันนี้อ่า หรือ SCGP ที่เห็นณวันนี้เนี่ย มันจะส่งผลต่อไตรมาสหน้าว่า อ้าว ถ้าเกิด SCGP ลงอย่างเงี้ย มันก็มีโอกาสเหมือนกันที่ Gross Margin Gross Margin ของอ่า Q ถัดไปอาจจะแผ่วได้ อาจจะแผ่วได้นะครับ นี่คือการเปรียบเทียบของตัวเอ่อ Gross Margin แล้วก็ตัว SCGP อ่ากับที่เกิดขึ้น แต่ต้องบอกงี้ว่าภาพมันอาจจะแบบไม่ได้เป๊ะๆเหมือนกับราคาทูน่ากับตัว Gross Margin ของ ITC เมื่อตอนต้น อันนั้นน่ะมันจะเห็นภาพค่อนข้างชัดว่าแบบว่า เฮ้ย มันค่อนข้างแมพกันเยอะ เพราะว่าต้นทุน material อ่ะ มันมีผลพอสมควร แต่ว่าตัว Gross Margin ของ SCGP อ่ะ มันจะมีทั้งกระดาษใช่มั้ยครับ ค่าขนส่ง พลังงานมาประกอบด้วยนะครับ อย่างเงี้ยอ่า แล้วก็สต๊อกประกอบด้วย ความที่ SCGP เค้าก็ไม่อยากเสี่ยงมาก เพราะฉะนั้นเนี่ย เขาจะไม่สต๊อกอ่ะเยอะ จะดูตามตามตลาดว่าราคาเป็นยังไงบ้างก็ค่อยๆเรียกของเข้าไปนะครับ แล้วก็พยายามแบบ sourcing local มากขึ้น 60% เนี่ยเป็น local 40% เนี่ยเป็น import เข้ามาจากอเมริกายุโรปอะไรก็ว่าไปญี่ปุ่นนะครับ อ่า เพื่อว่าจะได้แบบไม่มีปัญหาเรื่องค่าขนส่งอะไรต่างๆเข้ามาด้วย ก็พยายามซื้อจากที่ศูนย์กระจายสินค้าในเมืองไทยแบบ 100 กว่าแห่งครับ ก็เป็นการแบบสีเขียวเรื่องของแล้วก็ต้นทุนได้แบบได้ดีขึ้น ส่วนต้นทุนส่วนราคาพลังงานเนี่ยก็จะใช้ถ่านหินเป็นหลักนะครับ แล้วก็จะเพิ่มสัดส่วนที่เป็นไบโอแมสชีวมวลเนี่ยเพิ่มมากขึ้น ตอนเนี้ยชีวมวลเนี่ยมีอยู่ 42% และตั้งว่าทั้งทั้งปีเนี่ยจะเป็น 50 กว่า หิน คือตอนพึ่งพลังงานน่ะ มันได้ 2 บวกหมุนแรก คือแบบเพิ่มไอสมันก็อยากต้นทุนได้ อันที่ 2 ราคาถ่านหินเนี่ยมันก็ มันก็ลงนะ มันก็ลง แล้วก็แบบว่าอยู่ราคาแบบค่อนข้างค่อนข้างต่ำใช่ป่ะครับ อันนี้คือ นิพพานะ แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ย ต้องดูราคา ICI4 หรือว่าตัวของอินโดนีเซีย แต่ว่าช่วงหลังๆอ่ะ มันหาราคาตัวนี้ไม่ค่อยได้ เค้าไม่ได้แบบทำราคา report ออกมานะ แต่ว่าเราดูเป็น reference ได้ว่า ราคาหินเนี่ยมันไม่ได้สูง เพราะฉะนั้นเนี่ย ทั้ง biomass ด้วย ถ่านหินด้วยบวกกันก็เลยทำให้ทำให้ต้นทุนน่ะมันก็ดีขึ้น แปลว่าเนี่ย เห็นแล้วต้นทุนกระดาษลงใช่มั้ยครับ พลังงานก็ลง แล้วก็มีต้นทุนทางเลือกด้วย แล้วก็อันที่ 3 คือค่าขนส่งอยู่ในระดับต่ำอ่ะ ตอนแรกเคยคิดเหมือนกันว่า เฮ้ย เดี๋ยว tariff มาค่าขนส่งต้องขึ้นแน่เลย ต้องไปต้องมาเล่นพวก RCL ไซน์ White ใช่ป่ะ แต่มันกลับเป็นว่ามันไม่ได้ มันไม่ได้ช่วยขนาดนั้นเนาะ มันก็แบบขึ้นแต่แป๊บเดียว แต่โดยรวมแล้วอ่ะ ค่าขนส่งก็ยังอยู่ในฐานที่ต่ำ แล้วก็พอค่าขนส่งต่ำเนี่ย มันก็ดีกับคนที่แบบเป็นพวกนำเข้ามาในสินค้าหลายๆอย่าง แล้วก็นำเข้ามาในแง่ของต้นทุนของกระดาษอะไรอย่างงี้ด้วยนะครับ แต่ว่าเนี่ย 3 3 ต้นทุนทั้งพลังงาน ค่าขนส่งแล้วก็กระดาษ มันก็แบบเป็นใจหมด ทำให้ Margin เค้าอ่ะอ่าดีขึ้นได้ เพราะว่าอันเนี้ยเห็นภาพแล้วเนี่ย มาจาก Q1 อันเนี้ยดูโอเคขึ้นนะ เพียงแต่ว่าช่วงหลังๆมันเริ่มมี เริ่มมีต้นทุนที่ขยับขึ้นบ้าง อาจจะส่งผลต่อ Margin ที่แบบเพิ่มขึ้นบ้างในอนาคตก็ต้องติดตามต่อไป ส่วนที่แบบเป็นเป็นอะไรเป็นยังไงบ้างจ้า เนี่ย เค้าอ่ะ ต้องบอกอย่างงี้ว่า เมื่อ 3 ปีก่อน มันโรงมันเป็นโรงงานขายกระดาษอย่างงี้แหละ กระดาษแบบว่ากระดาษน้ำตาลอ่ะนะครับ เป็นเป็นม้วนใหญ่ๆ แล้วก็เป็นแบบดูเพจเป็นแผ่นๆนะครับ อ่า เมื่อ 3 ปีก่อนธุรกิจดี SCGP ก็เลยไปซื้อมา แต่ว่าซื้อแบบค่อยๆซื้อไง บอกว่าเราขอซื้อคุณก่อน 55% นะ 3 ปีอ่ะ เราขอซื้อขาดเพิ่มแบบอีก 44% กลายเป็น 99.7 17 อ่า ก็แบบบอกไว้ก่อนเท่านั้น โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะแบบมีโควิด สถานการณ์ใหม่ดี กระดาษมีปัญหาอะไรอย่างเงี้ยไม่ได้คาดหวังไว้ก่อนล่วงหน้าน่ะ คิดแบบนั้นใช่มั้ย ก็เลยก็เลยทำสัญญากันไป แล้วบังเอิญว่า 3 ปีผ่านไป ประจวบเหมาะปีที่แล้วพอดี นักธุรกิจมันขาดทุน มันเละเทะ เพราะว่าเพราะว่ายอดขายเค้าอ่ะ หลักๆอ่ะส่งออกไปจีนเยอะด้วยนะครับ มันก็แบบมันก็แย่ตามดีมานด์ฝั่งเมืองจีนที่แบบเยอะ เพราะฉะนั้นจำใจเทคโอเวอร์มาที่เหลือที่ที่แบบสัญญาไว้แล้ว แปลว่าเค้าถือหุ้นของจ้าเกือบๆ 100% แหละ แล้วแปลว่าต้องแบกขาดทุนเพิ่มมากขึ้นนะครับ อันนี้คือสิ่งที่เค้าเจอเนี่ย เอ่อ เค้าก็แบกขาดทุนไป อันนี้รู้เป็นรายได้เป็นรูปเงินนะ 2,000 ล้านแล้วก็ขาดทุนมาเรื่อยๆ แต่ว่าแนวโน้มอ่ะ มันเริ่มขาดทุนแบบลดลงลดลงตามลำดับนะครับ แล้วก็พอดีแบบมีลูกค้า ไม่ใช่ลูกค้า คู่แข่งเจ้านึงเป็นโรงงานกระดาษเหมือนกัน มันเจ๊งไป มันอยู่ไม่อยู่ไม่ไหว ก็ก็กลายเป็นว่า supply มันลดลงอ่า จ้า เห็นภาพแบบนั้นก็แบบ เฮ้ย งั้นเราขึ้นราคาได้ ขึ้นราคามาเลยนิดนึงเมื่อเมื่ออ่าเดือนที่ผ่านมานะครับ ก็ขึ้นราคามาแล้ว แต่ว่าเนี้ย เริ่มมั่นใจว่าเดี๋ยวยอดขายมันน่าจะเพิ่มขึ้นได้ เพราะว่า supply มันหายไปจากตลาดอินโด แล้วก็พยายามไปไปตลาดบุกตลาดอื่นมากขึ้น นอกจากตลาดเมืองจีนคือแบบไปตะวันออกกลางไปอะไรเงี้ยอ่ะ เพิ่มเติมอะไรอย่างนี้นะครับ แล้วก็มีตัวเลขให้ดูว่า อันนี้เป็นเงิน ฝั่งขวาเป็นเงินบาท จะเห็นชัดว่า ถ้าเกิดดูที่ EBITDA เนี่ย ขาดทุนอยู่ ขาดทุนอยู่ 100 ประมาณ 112 ล้านบาทแล้ว ขาดทุนที่ Net Profit อ่ะ 600 กว่าล้าน แปลว่ามันไปแบกพวกค่าเสื่อมค่าเครื่องจักรพวกเนี้ยค่อนข้างเยอะนะครับ ก็ก็คาดการณ์ว่าเดี๋ยวไตรมาสหน้ามันน่าจะ breakeven ที่ EBITDA ได้อ่า แล้ว Second half อ่ะ SCGP บอกว่าเดี๋ยวเราเพิ่มทุนให้ 8,000 ล้านนะครับ แต่ว่าจะทำให้ต้นทุนการเงินของเขาว่าหายไปปีละ 500 ล้าน ก็จะค่อยเห็นภาพแหละว่า เดี๋ยวถ้าเกิด EBITDA breakeven ให้ก่อนอีกสักพักนึง ปีหน้าถ้ายอดขายโตนะครับ เดี๋ยวน่าจะ breakeven ที่ Net Profit Level ได้อ่ะ แต่ว่าถ้าเกิดมัน breakeven ได้เงี้ย ทั้งปีขาดทุนแบบ 2,000 กว่าล้านอ่ะนะครับ Net Profit Level อ่ะ บาทนะ มันก็จะช่วยให้แบบกำไรอ่ะบวกกลับมาได้ 2,000 กว่าล้านเลยนะ ถ้าเกิดสามารถ breakeven ได้ ก็จะเป็น 1 ตัว 1 ไอเทมที่จะทำให้ทำให้ SCCP อ่ะ มียอดกำไรกลับมากลับมาดีขึ้น แต่ว่าเนี้ยต้องต้องติดตาม ถ้าเกิดใครสนใจ มันจะเป็นเหมือนกัน เป็นไอเทมรับอ่ะ ว่าเนี่ย เราไปมองแต่แบบจีนซื้อของยังไงบ้าง มอง supply ต่างๆ แต่ว่าถ้าจ้าเริ่มกลับมาแบบเป็นบวกที่ Net Profit เมื่อไหร่อันเนี้ย คือเป็นตัวช่วยแบบเยอะๆมากๆกับกำไรของ SCCP ทีเดียว แต่ว่าก็ต้องขึ้นกับว่าเค้าขายของในประเทศดีแค่ไหน ซึ่งมันก็เป็นใจอีกว่า โรงงานที่คู่แข่งปิดไป 1 เจ้า อันนี้ก็แบบก็เป็นใจใช่ป่ะ ก็อาจจะโชคดีได้นะครับ อ่ะ อันสุดท้ายคือ M&A ที่ที่เรารู้กันว่าราคาหุ้นน่ะ เอ๊ย เอ๊ย ยอดขายอ่ะ มันพุ่งแบบเป็นเส้นตรงอ่ะ เสียงมาเมื่อกี้ตอนต้นน่ะ เพราะว่า M&A เยอะถูกมั้ย แต่พอมาตอนเนี้ย ถ้าเรามาดูภาพว่า เค้าอยู่ในโหมดของการระมัดระวัง เพราะฉะนั้นน่ะ งบในการที่เขาลงทุนน่ะ ต่อจากตัวนี้ไปแบ่งเป็น 3 ก้อน ใกล้ๆกันก็คือ organic ขยายกำลังการผลิตไปนั่นแหละส่วนนึง M&A ส่วนนึง แล้วก็อีกส่วนนึง เพราะว่า 3 ส่วนน่ะ ก็เพิ่ม capacity ซื้อชาวบ้าน แล้วก็บำรุงรักษาเป็น 3 ก้อนนะครับ อันเนี้ยที่บอกว่า ถ้าเป็น ถ้าเป็น ITC อ่ะ มันจะดูแบบเห็น pattern ชัดว่า อ๋อ เค้าตั้งใจจะซื้ออย่างแบบ scale ไหนยังไง ด้วยเหตุผลอะไร แต่ว่ายังไม่ได้ซื้อนะ แต่ว่าด้วย direction เป็นแบบนั้น แต่ของ SCGP อ่ะ เราจะเห็นว่า อืม สีมันสลับกัน สลับกันมา สลับไปสลับมาแต่ละปี บางปีบอกว่า เอ๊ย ปีแรกบอกว่า เราซื้อธุรกิจ Fiber กับ packaging paper ก่อน ปีถัดไปเฮ้ย เราซื้อ Consumer Packaging เพิ่ม เราซื้อ Food Service เพิ่ม ปีถัดไปเฮ้ย เราซื้อ Consumer ต่อ แล้วเราก็ไปซื้อ Material เพิ่ม หรือ CL แล้วปีที่แล้วเนี่ยซื้อ FA เพิ่ม คือมันดูมีความมีความสับสนในตัวเอง มีความสมเหตุสมผล มันเหมือนกับว่าเรา ล้อมาแล้ว ถ้าเกิด M&A มันสำเร็จมันก็แบบเข้ามาได้ มันมันดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น เพราะว่า portfolio มันก็ค่อนข้างใหญ่ด้วย ก็เลยซื้อแต่ละคนขึ้นมาเข้ามาค่อนข้างเยอะถูกป่ะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็เลยดูแบบดูภาพไม่ค่อยชัดมาก ว่า direction เนี่ยมันยังไงกันแน่เนาะ ส่วนแผนของปีเนี้ยใช้แล้ว 1,100 ทั้งปีเนี่ย 1,300 นะครับ ซึ่งเค้าบอก 1,300 เนี่ยก็แบ่งเป็นแบบนั้นน่ะ 3,000-5,000 ล้าน ที่เหลือได้อีกประมาณสัก 8,000-10,000 ล้านเนี่ยก็ไป M&A กับเพิ่ม capacity แต่ถ้าเกิดดูทรงนี้แล้วว่าน่าจะ M&A อ่ะน้อย แต่ว่าถ้าเกิด M&A น้อยอ่ะ เราคงจะหวังรายได้เติบโตมาจากตรงเนี้ยยากค่อนข้างยากนะครับ อันนี้คือที่บอกไปตอนต้นว่า ตอนช่วงแรกๆเข้าตลาดเนี่ยซื้อชาวบ้านเยอะมาก แล้วมันก็โตเยอะ ช่วงหลังอ่ะ เหมือนเห็นธงหลายๆชาติแต่ว่ามันดีมันเล็ก แล้วก็ไม่ค่อยไม่ค่อยแบบต่อยอดหรือว่าสร้างยอดขายให้มันให้ให้เท่าไหร่ ก็เลยก็เลยไม่ค่อยโตมากนะครับ มีอย่างอันเนี้ยล่าสุดไปซื้อ One Medical เพื่อทำธุรกิจที่แบบเป็น syringe อ่ะนะครับ เป็นเข็มฉีดยาด้วย เป็น syringe ด้วย เข็มเข็มที่จะแบบปลอดภัยก็แบบเอามาแบบฉีดยาปุ๊บก็แบบเก็บได้เนี่ย คุณดูนะ ลงทุนน่ะ 140 ล้านอ่ะนะครับ แล้วก็ยอดขายก็ไม่เยอะเท่าไหร่นั่นแปลว่า ธุรกิจของ SCGP ปีละแสนล้านใช่ป่ะ เนี่ย 140 ล้านน่ะแบบนิดเดียวอ่ะ ถึงแม้ว่าสำหรับเราอ่ะ เฮ้ย 100 ล้านก็ดูเยอะนะ แต่ถ้าแต่เทียบธุรกิจแล้วอ่ะกับไซส์ของธุรกิจของ SCGP มันเล็กเล็กไปมากถูกป่ะ แล้วก็เป็นไปร่วมทุนกับเอ่อ Hwa Packaging ของญี่ปุ่นจะทำ Packaging ซึ่งที่เป็น fresh food ก็ถือว่า make sense ว่า เฮ้ย โอกาสมันโต fresh food แต่ว่าเช่นเดียวกันเนี่ยลงทุนเป็น 50 ล้านอ่ะ ถือหุ้น 1 ใน 4 เหมือนก่อนหน้านี้เลยอ่ะ ที่ไปซื้อหุ้นที่สปินที่เวียดนามก็จะก็แบบ scale แบบไม่ไม่เท่าไหร่นั่นแปลว่าธุรกิจมันดูแล้วแบบ เอ๊ย ดูว้าวแหละน่าสนใจ แต่ว่าเป็นลงทุนน้อย เออซื้อกิจการมานิดเดียว เพราะว่าเราก็ระมัดระวังก็คอนเซิร์น ถ้าเกิดผมไม่ชอบไอเดียเนี้ย คล้ายๆ OR ไม่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนะยังว่าเพราะอะไร การซื้อกิจการน่ะ เหมือนกับเหมือนแบบไม่ดูไม่ดูไซส์ตัวเองอ่ะ ว่าตัวเองแบบควรจะซื้อกิจการแบบเนี้ย ซื้อแบบคือซื้อที่มัน impact อ่ะ แล้วก็แบบถ้ามันโตไปเลยอ่ะ work กว่าซื้อแบบกระจิ๊ดกระจ้อยร่อยอ่ะ แล้วมันก็เหนื่อยในเรื่องของ operation เหนื่อยในแง่ของการเอาง่ายๆ เข้าประชุมอ่ะก็เหนื่อยแล้วอ่ะ คุณซื้อบริษัทเดียวอ่ะ scale แบบ 1,000 ล้านอ่ะ หรือว่า 2 บริษัท scale 500 ล้านอ่ะ ประชุม 2 ทีจบ ซื้อกับคุณซื้อ scale แบบ 50 ล้าน 100 ล้านอ่ะ คุณประชุมแบบ meeting 1 อาทิตย์ยังไม่จบเลย มันก็มันก็เลยแบบวุ่นวาย operation แล้วก็ยอดขายกลับมาก็ไม่คุ้มด้วย เออ อันนี้ผมถึงบอกว่า SCGP อ่ะ มันทำแปลกๆ ในแง่ของการแบบซื้อกิจการ ช่วงแรกอ่ะดูดี แต่ช่วงหลังอ่ะดูแบบซื้ออะไรก็ไม่รู้ แล้วก็ถึงซื้อมาได้ก็สินค้าดูดี แต่ว่า scale มันเล็กไปอ่า ประมาณนั้นนะครับ ราคาหุ้นยังอยู่ในเทรนด์ขาลงนะ อย่างที่บอกนะครับ ก็คือเด้งเป็นปรับปลายตามปลายทางว่า เฮ้ย งบปีนี้จะขึ้นอ่ะพักนึง เฮ้ย โมเมนตัมไม่ดีอ่ะลงต่อ เฮ้ย ลงมาลึก PE 15 เท่า PE 18 เท่า เออ ดู น่าสนใจ งบดีกว่าคาด ก็กลับขึ้นไปนะครับ คืออย่างเงี้ยดูทรงแล้ว มันจะมันพยายามจะบอกเลยว่า มันก็ถูก แต่ว่าถ้าเกิดขึ้นไปแรงๆอ่ะ มันจะขึ้นตาม technical rebound แล้วก็ถ้าไม่มีข่าวดีจริงๆเนี่ย ก็คงขึ้นแบบไม่แข็งแรงนะครับ อ่า ถูกกว่าอะไร ถ้าเอาต่ำๆแหละ มากำไรมาละ 1,000 ล้าน เอ่อ 4 แต่มา 4,000 ล้านนะครับ แล้วก็หุ้นเนี่ยมีสัก 4,000 ต้นๆ นั่นแปลว่าเขาจะ มี earning per share ประมาณบาทเดียว ถ้าเกิดปี 15-20 เท่า ก็ราคาก็วิ่งได้ถึง 20 บาท ก็เนี่ย ขึ้นไปถึงเส้น 50 วันได้ เพราะว่าราคามันไม่แพง แล้วก็ลุ้นว่าจะเบรคหรือเปล่า ถ้าเกิดเบรคจะ follow buy ตามก็ได้ แต่ว่าก็ต้องก็ต้องรู้ว่า เฮ้ย มันขึ้นมาแบบว่าไม่ค่อยแข็งแรงนะ มันก็พร้อมจะ มันจะแบบไม่ได้กลับไปแบบ 2,000 ล้านได้แบบง่ายได้ แต่ก็ต้องแอบลุ้นอยู่ว่า เฮ้ย เดี๋ยวไตรมาสหน้าสมมุตินะ ถ้าเกิด ถ้าเกิดจะวิ่งแรงนะ เราต้องเราต้องเราต้องคาดการณ์ได้ว่า breakeven แล้ว ในไตรมาสหน้าที่อบอุ่นก่อนแล้วค่อยๆแบบดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ ยอดขายดี กำไรดี อันนี้เป็นตัวหลักที่แบบที่เป็นคีย์จับตาดูได้ว่าจ้ากลับมา คือย้อนกลับไปอ่ะ กลับไปที่กลับไปที่ 4 ข้อนั้นแหละ แล้ว 4 ข้อเนี้ย ตัวที่ดูทรงแล้วแบบ manage ได้ง่ายสุดแล้วก็คิดว่ามันน่าจะดีที่สุดก็คือตัว ถ้าตัวเนี้ย Event ทุกอย่างก็จะดีตามมาใช่ป่ะ ตัว SCGP เราคุมไม่ได้อ่ะ เราคุมไม่ได้ Recovery ก็ตอบยากก็คุมไม่ได้เหมือนกัน แล้วแต่ว่าจะเป็นยังไงบ้าง คู่แข่งด้วย M&A เราคุมได้แต่เราไม่ทำ เพราะฉะนั้นเนี่ย พอรวมๆกันแล้วอ่ะ เหมือนกับว่าคุมได้ 1 อันนึง เราไม่ทำ 2 อันก็คุมไม่ได้ก็อาจจะแบบ แล้วด้วยความที่เป็นบริษัทใหญ่แบบ SCGP นี่คือไทยก็ค่อนข้าง conservative เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าตลาดจะเล่นอีกรอบนึง ผมคิดว่ามันต้องมันต้องมีข่าววงในว่า เฮ้ย จ้า breakeven แล้วก็อาจจะเล่นแล้วก็นฟื้นกลับขึ้นมาอ่า อาจจะเล่นแบบในมุมมุมนั้นมากกว่า ถ้าเกิดถ้าเกิดตลาดจะเล่นนะ แต่ก็ต้องบอกว่าราคามันถูกจริงๆ ราคามันถูกเกินไป ถูกเกินไปแล้วก็พร้อมจะวิ่งแหละ ถ้าเกิดมีข่าวดีมา support อ่ะ เพราะฉะนั้นก็ลองติดตาม 4 factor เนี้ย ถ้าเกิดมันมีอะไรดีๆเข้ามา ผมว่าก็เก็งกำไรได้นะครับ อ่า หรือว่าดูกราฟประกอบว่ามันมันมันจะแบบมันจะเบรคเส้นต่างๆก็ดูมีเทรนด์ที่ที่เล่นได้ แต่ถ้าเกิดคนเขาบอกว่าไม่เอาอ่ะ เสี่ยงไปหาคุณที่แบบชัวร์ๆ โตดีๆไปหุ้น growth ดีกว่าหุ้นแบบนี้นะครับ หุ้นใหญ่ที่ฟื้นตัวกลับมาก็ แล้วแต่มุมมองว่าว่าจะเล่นยังไง แต่ผมก็มองว่า เออ ถ้าเกิดราคามันประมาณนี้แล้ว สิ่งที่ดีๆเข้ามาก็น่าก็น่าแบบน่าเก็งกำไรนะ เออแบบนั้นมากกว่านะครับ อ่ะ กลับมาที่ตัวพี่ใหญ่เนอะ SCC SCC อ่ะ ก็คือเป็นตัวที่มีกำไรพันล้าน โอ้โห เราก็จะแบบเฮ้ย กำไรพันล้านเองเหรอ กำไรเท่ากันกับลูกอะไรเมื่อกี้ SCGP 900 ล้านใช่ป่ะ อันนี้แบบเพิ่มมานิดเดียวนะครับ อ่า ถ้าเกิดย้อนไปดูเนี่ยเราเห็นว่าช่วงช่วงของเขาที่แบบเวอร์คือแบบก็คือก็คือหมื่นล้านอ่ะ แต่ว่ากำไรหมื่นล้านเนี่ย เป็นกำไรที่เค้าที่ตลาดตลาดอยากเห็น เพราะว่าแบบมันโตโตแบบโตดีนะ คือช่วงช่วงเวิร์คของเค้าใช่ป่ะ แต่ว่าอันเนี้ย กำไร 1,000 ล้าน ราคาหุ้นก็เด้งเหมือนกัน เพราะว่าคล้ายๆกันเลย ราคาลงไปเยอะมาก SC เนี่ย ใช้ P/E อ่ะ 0.55 55 เท่าอ่ะ ไม่เคยเห็นอย่างงี้เมื่อมานานมากๆแล้วถูกป่ะ ไม่เคยเห็นอย่างนี้นะครับ ไม่เคยเห็นเมื่อในจังหวะในตั้งแต่ประวัติศาสตร์ชาติคุณจะเป็นไทยที่แบบเข้ามาในตลาดถูกมาก แต่ว่าถูกไงอ่ะ ถูกแล้ว ถ้าเกิดไม่โตอ่ะ มันก็จะแค่รีบาวน์เนาะ มันก็ภาพเหมือน SCGP เมื่อกี้นะครับ เอ่อ ก็ต้องถามก่อนว่า ที่มันเริ่มกลับมาพันล้านเนี่ย มันมีอะไรดีบ้าง หรือว่าเอ๊ะ พันล้านเนี่ย มันมีรายการพิเศษอะไรหรือเปล่า ต้องบอกว่ามันมีโรงงานนึงที่ชื่อว่า LSP ใช่ป่ะ SP เวียดนามก็ปิดซ่อมบำรุงอยู่ เพราะว่าเปิดมาก็ไม่คุ้มค่า คิด ถ้าตัดถ้าตรงเนี้ยไม่นับที่ขาดทุนจากการแบบปิดโรงงาน LSP แต่ว่าต้องจ่าย fixed cost ค่าเสื่อมค่าดอกเบี้ยทุกๆเดือนเนี่ยบอกว่ากำไรจะกลับมาที่ 4,000 ล้านแปลว่า เฮ้ย กำไรก็ดูเริ่มดูดีขึ้นนะ ไม่ใช่แค่พันนะ จริงๆคือ 4,000 แต่ว่าเอาในชีวิตจริงแล้วอ่ะ เราก็ไม่สามารถบอกได้ว่า เฮ้ย มันคือ 4,000 นะ เพราะว่าคุณตัดสินใจไปแล้วว่าคุณจะสร้างโรงงานนู้นน่ะ คือไอ้โรงงานปิโตรเคมีมันมีความยาก 1 อย่างก็คือว่ามันต้องสร้างล่วงหน้าหลายปี พอสร้างไปแล้วเนี่ย อ้าว ใครจะไปรู้อ่ะว่า Spread มันจะแบบย่ำแย่ขนาดนี้ ใครจะไปรู้ว่าแบบ supply มันจะโอเวอร์ หรือว่ามันจะหายไปขนาดนี้ใช่ป่ะ มันก็เลยซวยว่าอ่ะ สร้างเสร็จแล้วนะ จ๊ะ แต่ว่าเปิดไปก็เปิดไปก็เจ๊งนะครับ แต่ก็พูดแต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าคือเราอ่ะ บางทีเราชอบติดไงว่า เฮ้ย ถ้าเกิดไม่มีอันนั้นไม่มีนี้นะ กำไรมันจะดีกว่านี้ แต่ในชีวิตจริงอ่ะ มันมีมั้ยล่ะ มันก็มีไง มันมีแล้วมันก็มันก็เป็นข้ออ้างที่ไม่ได้เนาะ เพราะฉะนั้นกำไรก็พันล้านแหละ เอาตามเอาตามจริงแล้วก็ cyclical เนี่ยดีขึ้นอ่า Spread ขึ้นจะเป็นข่าวดี แต่ว่ามันไม่ฟื้นอันนี้ก็เป็นข่าวไม่ดีอ่าที่แบบบวกลบกัน ซีเมนต์ฟื้นจากภาครัฐอันนี้น่าสนใจ น่าจะฟื้นยาวได้นะ ซีเมนต์น่าจะฟื้น แต่ว่าโดยธรรมชาติธุรกิจซีเมนต์มันจะฟื้นตอนครึ่งปีแรก ครึ่งปีหลังมันก็จะแบบเริ่มแผ่วลงมานะครับ อ่า มันก็อาจจะไปดูตามดู 1 มีนาคมอะไรเงี้ยอ่า ประกอบกันได้ว่า เฮ้ย มันน่าจะแบบดีขึ้นตอนครึ่งปีแรกก็ได้ SCGP พูดไปแล้วว่าก็คือจะ volume แต่ว่าต้นทุนลดแล้วก็ราคาไม่ขึ้น ราคามันลงนะ ก็เป็นก็เป็น 3 ก้อนนะครับ เหมือนกัน ดูแค่ 3 ข้อหลักๆของหุ้นตัวนี้คือ Spread Spread Chemical ดูความ over supply ของอุตสาหกรรม Chemical ดูตลาดว่ารีบาวน์หรือเปล่า แล้วก็ SCGP ที่เราคุยไปแล้วเมื่อสักครู่ใช่มั้ยครับ อ่ะ เริ่มต้นก่อน SCG SCC อ่ะ จริงๆเชื่อชื่อ SCG เนาะ เค้าก็อยู่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 อ่า ท่านก็ให้ราชพระราชดำริมาว่า เราน่าจะแบบมีการแบบทำปูนให้คนไทยใช้ เพราะว่ามีการก่อสร้างอาคารบ้านช่องค่อนข้างเยอะนะครับ แล้วก็สมัยนั้นก็แบบดึงคนเดนมาร์กมามาแบบบริหาร เพราะว่ามีเทคโนโลยีมี know how ต่างๆเข้ามาใช่มั้ยครับ ก็มาช่วยแล้วก็ค่อยๆแบบแตกยอดมาเรื่อยแบบทำปูน ซีเมนต์ ทำกระดาษ ทำ Chemical ปัจจุบันก็แบบมี 3 ธุรกิจหลักละก็คือที่บอกไป ซีเมนต์ กระดาษ Chemical อ่า 3 ก้อน บวกกับพอมีเงินเหลือ มีเงินเยอะก็ไปลงทุนอ่า หลายธุรกิจไปซื้อหุ้น Toyota ไปซื้อหุ้น Kubota ไปซื้อหุ้นเหล็ก ซื้อหุ้น JWD ไปซื้อหุ้น Startup ต่างๆแบบมากมายก่ายกองนะ ก็แบบก็คือเต็มไปหมดนะครับ ก็ที่เขาเกิดขึ้นอันนี้ก็บอกว่าก็จะพยายามพยายามแตก พอ CEO ใหม่ คุณธรรมศักดิ์เข้ามาใช่ป่ะ ก็พยายามแบบแตกๆๆๆ ว่าการแบบเน้นเค้าเรียกว่า ให้แบบให้แบบว่ามีความคล่องแคล่วว่องไว เพราะว่าไม่งั้นองค์กรมันจะแบบเทอะทะใหญ่มาก ก็เลยเน้นความแบบคล่องแคล่ว พยายามแตกแตกๆเป็นส่วนๆ เราจะเห็นภาพว่าแตกซีเมนต์ออกมา แตก JWD แตก Decor ที่เป็นสุขภัณฑ์ใช่ป่ะครับ แตกที่เป็น Centel แบบแตกทุกอย่างเลยอ่ะ เป็นเป็นแบบย่อยๆหมดเลยอ่ะ เพราะว่าถ้าเกิดใครวิ่งเร็วอ่ะ ก็วิ่งไปก่อนอก็แบบจะได้แบบไม่ต้องมาเป็นแบบเป็น silo อ่ะ บริหารงานแบบต้องขึ้นกับหัวหน้าคนเดียวแล้วแบบจะ approve นาน ก็พยายามแตกแตกๆมาแต่ละเพื่อให้แบบมันเร็วขึ้นนะครับ แต่ว่าถ้าเกิดเรากรุ๊ปๆอยู่แล้วเนี่ย ยอดขายหลักอ่ะก็ยังมาจาก SCGC หรือ Chemical เนี่ย 40% แล้วก็ตามมาด้วยปูนกับ SCGP เนาะ อ่ะ ซึ่งก็แบ่งภาพใหญ่ๆแบบนั้นแล้วก็ที่เหลือเป็นเงินลงทุน แต่ว่าเงินลงทุนน่ะ มันจะได้ปันผลกลับเข้ามาช่วง Q2 เยอะๆ เพราะเป็นงบปีแล้วก็แล้วก็ Q4 กลับเข้ามานะครับ รอบล่าสุด