Transcription
ศาลอาญาสั่งจำคุก 4 เดือนไม่รอลงอาญา สนธิ ลิ้มทองกุล หมิ่น ธนากร ปมทุจริตที่ดิน ปาล์ม ปตท. หุ้นสตาร์ค ให้ทุกขั้นของชีวิตได้ ไปต่อด้วยสินเชื่อจากธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินเป็นลูกค้าเราเท่ากับช่วยสังคม
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 714 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ นายธนากร นันที อดีต สส. พรรคไทยรักไทย อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นโจทย์ฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการและผู้จัดรายการสนธิทอล์ค หมิ่นประมาท กล่าวหาว่า นายธนากรเกี่ยวข้องกับการทุจริต 5 โครงการที่ดินปลูกปาล์มของ ปตท. โดยเป็นการเลื่อนฟังคำพิพากษามาจาก 24 กุมภาพันธ์ เนื่องจากครั้งนั้น นายสนธิประสบอุบัติเหตุลื่นล้มหัวแตก ทำให้ต้องพักรักษาตัว 2-3 สัปดาห์ ซึ่งการฟังคำพิพากษาวันนี้นายสนธิเดินทางเข้ามาพร้อมกับทนายความส่วนตัวเพื่อฟังคำพิพากษา
ศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน, 2 กรกฎาคม, 1 กันยายน และ 3 กันยายน 2566 จำเลยกล่าวหารายการสนธิทอล์คและสื่อในเครือผู้จัดการ กล่าวหาโจทย์ทุจริต 5 โครงการซื้อที่ดินปลูกปาล์ม ปตท. ที่อินโดนีเซีย ที่กล่าวหาว่าโจทย์เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยให้กับหุ้นเอิร์ท ทำให้ธนาคารกรุงไทยเสียหาย สต็อกลม ที่กล่าวหาว่าโจทย์เกี่ยวข้องกับการทุจริตสต็อกน้ำมัน ฮั้วเรื่องการซื้อขายน้ำมัน และเกี่ยวข้องกับการเสนอให้ ปตท. เข้าซื้อหุ้นสตาร์ค การกระทำของจำเลยเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตโครงการต่างๆ ข้อความที่กล่าวหาโจทย์เมื่อบุคคลที่ 3 หรือบุคคลอื่นได้ฟังจะเข้าใจตามที่จำเลยใส่ความโจทย์ จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทย์ แม้จำเลยนำสืบว่าไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง แต่เป็นการปฏิปต่อเรื่องราวให้ประชาชนเข้าใจฟังไม่ขึ้น การกระทำของจำเลยเป็นการหมิ่นประมาทโจทย์ และหากเป็นตามที่จำเลยอ้าง เมื่อรัฐเข้าไปมีหุ้นใน ปตท. และบริษัทในเครือย่อมส่งผลเสียต่อประเทศชาติ การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายอาญาตามมาตรา 326 และการเผยแพร่ข้อความผ่านทางสื่อ เป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 เป็นการกระทำความผิดกล่าวหาโจทย์ต่อเนื่องกัน จึงเป็นความผิดกรรมเดียวเท่านั้น ไม่ใช่การติชมโดยสุจริต จึงไม่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 326
ส่วนที่โจทย์เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากการไม่ได้รับการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ โจทย์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าผลประกอบการจะได้รับผลอย่างไร แต่การลงทุนอาจกำไรหรือขาดทุนก็ได้ ศาลกำหนดให้จำเลยชดใช้ 1 ล้านบาท และส่วนที่จำเลยเรียกร้องค่าเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ศาลกำหนดให้ชดใช้ 1 ล้านบาท รวม 2 ล้านบาท พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ลงโทษจำคุก 6 เดือน แต่ให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ให้จำเลยลงคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง และให้จำเลยช่วยใช้ค่าเสียหายแก่โจทย์ 2 ล้านบาท และค่าทนายความโจทย์ 20,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ภายหลังฟังคำพิพากษา ทนายความของนายสนธิยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล