📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ตราบใดที่ไม่ลดบทบาทรัฐส่วนกลาง ประเทศไทยไม่มีทางเจริญ : Matichon TV

matichon tv57:47

Transcription

ขอบคุณครับ สวัสดีครับทุกท่านครับ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ทางกรรมาธิการพัฒนาการเมืองของสมาชิกวุฒิสภานะครับ ที่จัดงานเกี่ยวกับการกระจายอำนาจขึ้นนะครับ ซึ่งเอ่อสำหรับผม ตัวผมเองเนี่ย ต้องบอกว่าดีใจมากๆนะครับ ที่เห็นงานในลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้น เพราะว่าวาระเรื่องการกระจายอำนาจสำหรับผมนะครับ เป็นวาระที่ใหญ่มากจริงๆ สำหรับอนาคตของประเทศ และได้รับการพูดถึง ได้รับการผลักดันนะครับ น้อยเกินกว่าที่มันควรจะได้รับนะครับ ดังนั้นจึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทางกรรมาธิการพัฒนาการเมืองของสมาชิกวุฒิสภาจริงๆ นะครับ ที่จัดงานครั้งนี้ขึ้น และที่สำคัญก็คือ เอาวาระที่ยากๆ เรื่องการกระจายอำนาจมาเล่าผ่านศิลปะ เล่าผ่านการชมภาพยนตร์ด้วยนะครับ ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นมิติใหม่นะครับ ที่อาจจะทำให้เอ่อ เรามองวาระที่ยากๆ อย่างเช่นการกระจายอำนาจนะครับ ผ่านเอ่อชีวิตผู้คน ผ่านศิลปะได้นะครับ

ทุกท่านครับ ถ้าเกิดว่าเห็นจั่วหัวไว้เนี่ย ผมคิดว่าเริ่มแรกก่อน มันมีปัญหาที่คำพูดมากๆ เลยนะครับ ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ เป็นพรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน เราไม่อยากใช้คำว่ากระจายอำนาจมากเท่าไหร่ เพราะว่าเวลาเราพูดถึงการ แต่ว่าเนื่องจากมันเป็นคำที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายไปแล้วนะครับ แต่จริงๆ เราไม่ค่อยอยากใช้คำว่ากระจายอำนาจเท่าไหร่ เพราะกระจายอำนาจมันหมายว่าอำนาจมันอยู่ที่กรุงเทพฯ อำนาจเป็นของกรุงเทพฯ แล้วกระจายให้ต่างจังหวัด ซึ่งจริงๆ ในความคิดเรามันไม่ใช่ อำนาจมันอยู่ที่พื้นที่อยู่แล้ว อำนาจมันอยู่ที่พื้นที่อยู่แล้ว ดังนั้นคำที่เราคิดว่าเหมาะสมมากกว่าคือ "ยุติการรวมศูนย์" นะครับ ที่ส่วนกลางนะครับ น่าจะเป็นคำที่เหมาะสมมากกว่า แต่ว่ามันอาจจะพูดยาก มันอยากจะอะไรหน่อยนะครับ

ทางผู้จัดงานนะครับ ได้ให้เวลาผมประมาณ 30 นาทีนะครับ 25-30 นาที ทีแน่นอนที่สุด การพูดเรื่องการกระจายอำนาจ การยุติการรวมศูนย์ เอ่อ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องยาก ในเวลา 30 นาที คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นผมขออนุญาตจะพูดแต่ไอเดียใหญ่ๆ ไอเดียหลักๆ แล้วก็ไอเดียสำคัญนะครับ ซึ่งถ้าเกิดว่าโอกาสหน้ามีโอกาสต่อไป ก็คงจะได้พูดถึงเรื่องรายละเอียดกันมากกว่านี้นะครับ

อย่างแรกก่อนนะครับ ไม่มีประเทศไหนในระดับการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน มีความแตกต่างระหว่างเมืองอันดับ 1 กับเมืองอันดับ 2 มากเท่ากับประเทศไทย ที่ท่านเห็นคือขนาดของเศรษฐกิจ 77 จังหวัดทั่วประเทศนะครับ ด้านซ้ายมือของทุกท่าน กรุงเทพมหานคร ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 1 อันดับที่ 2 คือชลบุรี ในโลกในระดับประเทศที่เป็น Upper Middle Income Country หรือระดับประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่มีประเทศ เมืองอันดับ 1 กับเมืองอันดับ 2 มีความแตกต่างกันถึงขนาดนี้ ถ้าเราไปที่ญี่ปุ่น โตเกียวอันดับ 1 โอซาก้าอันดับ 2 โตเกียว โอซาก้า ไซส์ของ GDP ห่างกัน 3 เท่า ถ้าเราเดินทางไปเกาหลี เมืองอันดับ 1 คือโซล เมืองอันดับ 2 คือปูซาน ระดับความใหญ่ของเศรษฐกิจห่างกัน 3 เท่า เพื่อนบ้านของเรา อันดับ 1 KL อันดับ 2 จอร์จทาวน์ เมืองหลวงของปีนัง อันดับความใหญ่ทางเศรษฐกิจห่างกัน 4 เท่า อินโดนีเซีย เมืองอันดับ 1 คือจาการ์ตา เมืองอันดับ 2 คือสุราบายา ต่างกัน 5 เท่า กรุงเทพฯ ชลบุรี ต่างกัน 6 เท่า นะครับ ดังนั้นต้องบอกว่า ถ้ามองในประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศที่มีลักษณะความเจริญทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกับเรา หรือสูงกว่าเรา ไม่มีประเทศไหนที่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลวง เมืองอันดับหนึ่งมากเท่ากับประเทศไทยนะครับ

เพื่อจะให้เห็นว่า เวลาเราพูดถึงเรื่องอำนาจที่มันกระจุกตัว อย่างที่ดีที่สุดนะครับ คือที่รัฐสภา ผมจะยกตัวอย่างเรื่องนี้ให้ฟัง ที่นี่จันทบุรี ถนน 4 เลนส์นะครับ ถนนซีเรนส์ ถ้าเกิดใครเห็นถนน 4 เลนส์แบบนี้ ท่านจะเห็นว่ารถจะวิ่งเร็ว ถูกมั้ยครับ ถูกมั้ยครับ รถจะวิ่งเร็ว ด้านซ้ายมือของท่าน ท่านจะเห็นตรงนี้ว่ามีโรงเรียนอยู่ ทุกเช้าทุกเย็น เด็กๆ ต้องวิ่งข้ามถนน ขึ้นรถไป ขึ้นรถแล้วก็ต้องเดินผ่านเกาะกลางถนนที่ เป็นหญ้าแล้วก็เป็นท้องน้ำนะครับ วันไหนฝนตก ถ้าเวลาเราขับรถ เราน่าจะเคยเห็นเนาะ เวลาเจอเกาะกลางแบบนี้ ชาวบ้านก็จะเอาสะพานไม้มาปูเอง ใช่มั้ยครับ วันไหนฝนตก น้ำท่วม เด็กๆ ก็จะเดินข้ามสะพานไม้ แล้วก็รองเท้าเปียกน้ำไปโรงเรียนนะครับ ที่นี่จันทบุรี อยากจะได้สะพานลอยสัก 1 อัน ที่นี่ทำยังไงครับ เข้ากรุงเทพฯ ครับ สะพานลอย 1 อัน จันทบุรี เพื่อนของผม ส.ส.เล็ก นะครับ นำเสนอ เวลาเราเปิดทีวีในสภา ครึ่งวันแรกในสภา ใครเปิดทีวีบ้างครับ ส.ส.ก็จะขึ้นมา ผมนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.ของอำเภอ X จังหวัด Y ขอปรึกษาหารือกับท่านประธาน สะพานที่บ้านขาด ถนนชำรุด น้ำไม่ไหล เคยได้ยินมั้ยครับ

ครึ่งวันแรกของการประชุมสภาจะเป็นเรื่องปรึกษาหารือ แล้ววาระของเรื่องปรึกษาหารือเนี่ย ก็เป็นวาระแบบนี้ทั้งนั้น อยู่ในพื้นที่ แต่ต้องมาขอกันที่สภาที่กรุงเทพฯ เฉพาะสะพานลอยเมื่อกี้เนี่ย ใช้เวลา 800 กว่าวันนะครับ แสดงให้เห็นว่าอะไร อำนาจ งบประมาณ มันอยู่ที่นี่นะครับ และนี่คืออุปสรรคที่ใหญ่มาก ในการพัฒนาประเทศ ในการทำให้เกิดความมั่นคงในชีวิต ในการทำให้เกิดบริการรัฐที่เท่าเทียมกัน ได้มาตรฐานเหมือนกันทั้งประเทศนะครับ

ทุกท่านครับ ผมขอยกตัวอย่างเวลาเราพูดถึงเรื่องกระจายอำนาจเนี่ย เวลาเราพูดถึงเรื่องกระจายอำนาจเนี่ย มันพูดถึงอะไร เรากำลังพูดถึงการแบ่งบทบาท การจัดทำบริการรัฐ นะครับ การแบ่งบทบาท การจัดทำการบริการรัฐ หมายความว่าอะไร เราลองนึกดูว่าเรามีท้องถิ่นระดับพื้นฐาน ถ้าคุณไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ บ้านคุณไม่เป็น อบต. บ้านคุณก็เป็นเทศบาล มี 2 อย่าง ถ้าคุณไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ นะครับ คุณมีระดับท้องถิ่นพื้นฐาน คือ อบต. และเทศบาล และหลังจากการนำเสนอตรงนี้นะครับ เวลาผมพูดถึง อบต. ผมหมายถึง อบต. ผมหมายถึงเทศบาลด้วย เวลาผมพูดถึงเทศบาล ผมหมายถึง อบต. ด้วย โอเคมั้ยครับ เพราะมันคือท้องถิ่นพื้นฐาน ดังนั้นเวลาผมพูดถึงเทศบาล ผมหมายรวมถึงเทศบาลและ อบต. เวลาผมใช้คำว่า อบต. ผมหมายถึง อบต. และเทศบาลเหมือนกันหมดนะครับ ระดับต่อมาก็คือ อบจ. และระดับต่อมาก็คือรัฐบาลส่วนกลางนะครับ 3 ระดับ คำถามคือในต่างประเทศ หรือว่าประเทศไทย ไอ้ 3 ระดับ การแบ่งหน้าที่ การดูแลรับผิดชอบ ประชาชน การแบ่งหน้าที่ การให้บริการสาธารณะ ใน 3 ระดับนี้ มันควรจะแบ่งกันอย่างไรนะครับ

ข้อเสนอของเรานะครับ หรือว่าการกระจายอำนาจที่มันควรจะเป็น รูปแบบการบริหารประเทศไทยที่มันควรจะเป็น ถ้าเราแบ่ง 3 ระดับ ประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลบ้านปงนะครับ ผมยกตัวอย่างมาให้ดูนะ มันควรจะแบ่งยังไง ท้องถิ่นพื้นฐาน อบต. หรือเทศบาล ควรจะมีอำนาจและงบประมาณเพียงพอที่จะให้บริการที่เป็นพื้นฐานทั้งหมด คุณอยู่ในตำบล คุณตั้งแต่คุณตื่นเช้าถึงเข้านอน บริการอะไรที่มันอยู่ในตื่นเช้าถึงเท่า่นอนเนี่ย ควรจะต้องอยู่ใกล้ชิดประชาชน บริการนี้ อำนาจและงบประมาณควรจะเอาไปให้ท้องถิ่นพื้นฐานจัดการนะครับ อบจ. ระดับจังหวัด ทำอะไร ระดับจังหวัดเชื่อมตำบลเข้าหากัน เชื่อมจังหวัดนี้ไปสู่จังหวัดอื่นๆ เชื่อมจังหวัดไปหาประเทศไทย ส่วนรัฐบาลส่วนกลาง ทำอะไร รัฐบาลส่วนกลางต้องไม่ไปแก้ปัญหา ต้องไม่ไปแก้ปัญหาสะพานลอยที่จันทบุรี ในกรณีเมื่อสักครู่ ถูกมั้ยครับ ถูกต้อง ใช่มั้ยฮะ รัฐบาลส่วนกลางต้องไปแก้ปัญหาถนนผุพังที่จังหวัดขข่ ต้องไม่ไปแก้แก้ปัญหาอย่างนั้น รัฐบาลส่วนกลางทำอะไร หน้าที่ของรัฐบาลส่วนกลาง ประเทศไทยจะแข่งขันกับโลกยังไง เราจะส่งออกได้มากกว่านี้ยังไง ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเราจะเป็นยังไง ระบบการศึกษาของประเทศไทยจะเป็นยังไง เราจะพัฒนาระบบการศึกษาของเราให้ท่าท่าทันโลกได้อย่างไร หน้าที่รัฐบาลส่วนกลางควรไปเป็นแบบนี้ ใช่มั้ยครับ ไม่ใช่ไปซ่อมถนนที่กาฬสินธุ์ ไม่ใช่ไปจัดการโรงเรียนที่ขอนแก่น ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาลส่วนกลางคืออนาคต ประเทศไทยมีความท้าทายอะไรบ้าง ประเทศไทยเราพร้อมรับมือกับอนาคตนั้นมั้ย การที่เราเอาภารกิจที่มันควรจะอยู่ในพื้นที่ ที่เรามันควรจะอยู่ในบ้านของแต่ละคน ดึงมาไว้ส่วนกลาง มันทำให้อะไรรัฐส่วนกลางใหญ่โต เทอะทะ ไม่มีเวลา ไม่มีสมาธิที่จะไม่มุ่งเน้นเตรียมการรับมือกับอนาคต ตราบใดที่รัฐส่วนกลางยังต้องมานั่งซ่อมถนน ตราบใดที่รัฐส่วนกลางยังต้องมานั่งซ่อมสะพานในต่างจังหวัด ประเทศไทยไม่มีทางเจริญก้าวหน้าได้ เราต้องการรัฐส่วนกลางที่มีภารกิจน้อยลง เพื่อที่รัฐส่วนกลางจะได้เอาเวลา เอาสมาธิ เอางบประมาณไปรับมือกับความท้าทายของอนาคตให้ได้นะครับ ซึ่งปัจจุบันมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับพื้นฐาน ระดับจังหวัด วันนี้ทั้งอำนาจและงบประมาณนะครับ น้อยนิด ไม่สามารถทำภารกิจของตัวเองได้อย่างเต็มที่ อย่างที่ควรจะเป็นนะครับ

ผมบอกก่อน ไอ้วิธีการแบ่งการบริการสาธารณะสาธารณะแบบนี้เนี่ย เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วโลก ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก ไม่มีประเทศไหนที่พัฒนาแล้ว มีอำนาจของรัฐส่วนกลางเยอะเท่ากับประเทศไทย เวลาผมพูดถึงส่วนกลาง ผมหมายรวมถึงส่วนภูมิภาคด้วยนะครับ เพราะว่าส่วนภูมิภาค พูดก็ตรงๆ ก็คือแขนขาของส่วนกลาง ถูกมั้ยครับ นะครับ ถ้าเราไปดูเอาเอเชียก็ได้ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น แบ่งการทำงานแบบนี้ทั้งนั้นนะครับ เราไปดูยุโรปตะวันตกทั้งทวีป ตั้งแต่อังกฤษ ออสเตรีย อเมริกา เอ่อ อังกฤษ ฝรั่งเศส เอ่อ เยอรมันนะครับ สวิตเซอร์แลนด์ มีการกระจายอำนาจอย่างนี้ทั้งนั้น ไปดูฝั่งอเมริกา แคนาดา อเมริกา ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นนะครับ เพื่อนบ้านเรา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นนะครับ หลักการก็คือแบ่งแบ่งอำนาจกันใน 3 ระดับ และผู้ที่ใช้อำนาจนั้น มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนะครับ

ผมอยากจะยกตัวอย่างญี่ปุ่น เหตุผลที่ผมยกตัวอย่างญี่ปุ่นคืออย่างงี้ เวลาเราพูดถึงการกระจายอำนาจเนี่ย คนก็บอกว่าไอ้พวกนี้แบ่งแยกดินแดน เคยได้ยินมั้ยครับ เคยได้ยินใช่มั้ย ไอ้พวกนี้แบ่งแยกดินแดน เหตุผลที่ผมพูดญี่ปุ่นเพราะง่ายๆครับ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกับเรา แล้วก็แบ่งการบริการสาธารณะ แบ่งการปกครองออกเป็น 3 ระดับเหมือนกับ ระดับเมือง หรือ City เทียบกับประเทศไทยก็ได้ ระดับจังหวัด แล้วก็รัฐบาลส่วนกลาง ก็คือรัฐบาลที่โตเกียว ญี่ปุ่นแบ่ง 3 ระดับเหมือนกับเรานะครับ อยากให้ดูครับ ที่ญี่ปุ่นนะครับ รายสัดส่วนรายได้ภาษีของทั้งประเทศของญี่ปุ่น 100 รัฐบาลส่วนกลางได้แค่ 42% อีก 48% เป็นรายได้ส่วนท้องถิ่น ก็คือรัฐบาลเมือง แล้วก็รัฐบาลจังหวัดนะครับ รัฐบาลส่วนกลางเอาไปแค่ 42 ต่างกับประเทศไทยฮะนะครับ เพราะอะไร เพราะบริการสาธารณะต่างๆเนี่ย มันอยู่ที่ท้องถิ่น บริการสาธารณะต่างๆก็คือไล่ตั้งแต่โรงเรียน เอ่อ สาธารณสุขขั้นปฐมภูมิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บขยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เอ่อ การดูแลการจราจรนะครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่ท้องถิ่นหมด มันใกล้ตัวประชาชนนะฮะ ดังนั้นจะเห็นเลยว่า สัดส่วนของงบประมาณนะครับ ในประเทศญี่ปุ่น เยอะกว่า เอ่อ สัดส่วนงบประมาณของประเทศไทยนะครับ ที่ให้กับท้องถิ่นนะฮะ สมมุติเราเป็นคนญี่ปุ่น สมมุติเราเป็นคนญี่ปุ่นนะ ครับ เราจ่ายภาษี สมมุติเราเพิ่งเรียนจบนะครับ เข้าทำงานที่ญี่ปุ่น รายได้ก็น่าจะอยู่ประมาณ 300,000 เยนนะครับ 300,000 เยน ก็ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนนะครับ แต่ 300,000 เยนเนี่ย เราจ่ายภาษีไปที่ไหนบ้าง ถ้าคุณได้เงินเดือน 300,000 เยนต่อเดือน คุณจะจ่ายภาษีประมาณ 8.75% นะครับ ใน 8.75 นี้ เข้าหลักอยู่ที่นี่นะ ครับ อยู่ที่เมืองที่คุณอยู่อาศัย เปรียบกับเมืองไทยก็คือ จ่ายให้เทศบาลเยอะที่สุด คือจ่ายให้ 3.95 2.63 จ่ายให้ Prefecture หรือจ่ายให้จังหวัด พูดง่ายๆคือจ่ายให้ อบจ. อีก 2.63 แล้วจ่ายให้โตเกียว คือจ่ายที่รัฐบาลส่วนกลาง 2.16 16 เห็นมั้ฮะ ภาษีของคุณเนี่ย คุณจ่ายให้กับบ้านของคุณก่อน แล้วค่อยจ่ายให้จังหวัดคุณ แล้วค่อยจ่ายกลับเข้าไปที่ส่วนกลางนะครับ ซึ่งแตกต่างอย่างยิ่งกับของไทยนะฮะ

นี่โขดบุคคลที่เป็นที่รักและเคารพของพวกเราทุกคนนะครับ คุณประยุทธ์เคยพูดไว้อย่างนี้ครับ ประเทศไทยไม่ได้ใหญ่โตที่จะต้องถ่ายทอดอำนาจจนขาดตอน ไม่เหมือนในประเทศที่เขามีพื้นที่กว้าง และคนไทยก็คือคนไทย ไม่น่าจะเอาอย่างเขาได้ คุณประยุทธ์พูดถึงกระจายอำนาจ บอกว่าโอโห ประเทศไทยไม่ได้ใหญ่อย่างนั้นนะครับ จริงๆ มันเป็นมายาคติที่ผิดมากเลย ว่าต้องใหญ่ถึงต้องกระจายอำนาจได้ ไม่จริงนะครับ ผมให้ดูตารางนี้ครับ ประเทศที่ผมไล่มาทั้งหมดในช่องนี้ ถ้าให้ดู เอ่อ พื้นที่ของประเทศนะครับ หลายประเทศเล็กกว่าเรา ก็ยังมีการกระจายอำนาจที่เข้มข้น และมีการกระจายอำนาจที่สมบูรณ์มากกว่าเราเยอะเยอะ นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ผมยกตัวอย่างเยอรมัน เยอรมันเป็นประเทศที่มีการกระจายอำนาจมากนะครับ รัฐบาลท้องถิ่นของเขามีความเข้มแข็งมาก สามารถจัดเก็บภาษีได้ตัวเอง สามารถออกกฎหมายท้องถิ่นได้ด้วยตัวเองนะครับ เอ่อ เดนมาร์กนะครับ ประเทศเล็กนิดเดียว สแกนดิเนเวียทั้งทั้งภูมิภาคเป็นภูมิภาคที่มีการกระจายอำนาจที่ลึกมากนะครับ มีความเข้มแข็งของรัฐบาลท้องถิ่นเยอะมากนะครับ เอ่อ แต่พื้นที่ขนาดพื้นที่ของประเทศเล็กกว่าประเทศไทยเยอะแยะ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่จริงเลยว่าจะต้องเป็นประเทศที่ใหญ่ถึงจะต้องมีการกระจายอำนาจนะครับ

เวฟล่าสุดของการกระจายอำนาจคือ รพสต. ความพยายามคือหลักคิดของมันคือ การสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ให้ท้องถิ่นเป็นคนทำ รพสต. เป็นการดูแลสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ เอากลับไปให้ท้องถิ่นเป็นคนทำ โยนกลับไปให้อบจ. เป็นคนทำ นี่คือเวฟล่าสุด เละเทะจนป่านนี้ยังไม่จบ ไม่ว่าคุณจะชอบคุณวิษณุ เครืองามหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่เรื่องนี้ต้องให้เครดิตคุณวิษณุนะครับ คุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น เป็นคนดันการถ่ายโอน รพสต. จากกระทรวงสาธารณสุขให้กับ อบจ. ถ่ายโยนไปได้ครึ่งทาง พังหมดเลยครับ ถ้าไปดูเนี่ย จะเห็นได้เลยว่ากระทรวงสาธารณสุข ณ วันนั้น ขอโทษที่พาดพิง เอ่อ คุณโต้งนะครับ เอ่อ เอ่อ คุณอนุทิน เป็นรัฐมนตรีนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กระทรวงสาธารณสุข ไปบอกให้เจ้าหน้าที่ รพสต. อย่า ยอมถ่ายโอนไปอยู่กับ อบจ. ผลวันนี้เกิดอะไรขึ้น ทราบมั้ยครับ ไปดูที่สาธารณสุขอำเภอครับ คนออกจาก รพสต. ไปกองอยู่ที่สาธารณสุขอำเภอ สาธารณสุขอำเภอคนล้น รพสต. วันนี้คนขาด พอถ่ายโอนไปแล้ว ไม่มีบุคลากรเพียงพอที่จะให้บริการ รพสต. พื้นฐานนะครับ เอ่อ สิ่งที่เกิดขึ้นมันแสดงให้เห็นเลยว่าส่วนกลาง เนี่ย คือกระทรวงทบวงกรมที่ส่วนกลางเนี่ย พยายามดึงอำนาจ ดึงภารกิจไว้ ไม่ยอมคายคายออกไป แผนการกระจายอำนาจฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 มีไล่ภารกิจเยอะแยะไปหมดเลยนะครับ ว่าจะต้องถ่ายโอนภารกิจอะไรบ้างไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้ายที่สุดแผน 1 และแผน 2 ที่มีอยู่ปัจจุบัน แม้จะมีมาเป็น 10 ปีแล้ว ก็ยังถ่ายโอนไม่ครบ อะไรที่ยังถ่ายโอนไม่ครบบ้าง ยกตัวอย่างการจราจร การจราจรเนี่ยเนี่ยอยู่ในแผนนะครับ อีกตัวอย่างนึงก็คือโรงเรียนประถมนะครับ โรงเรียนระดับประถม ระดับมัธยม ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหมด ไม่ได้อยู่ที่ส่วนกลางนะ ครับ อยู่ที่จังหวัดนั้นๆ อยู่ที่เมืองนั้นๆ เจ้าของโรงเรียน คนดันความเจริญก้าวหน้าของโรงเรียนเนี่ย อยู่ที่เมืองนั้นๆ อันนี้ก็อยู่ในแผน แต่ไม่เคยได้รับการถ่ายโอนนะ ครับ เวฟล่าสุดคือ รพสต. ซึ่งวันนี้ยังไม่จบ ยังมีอีกหลาย รพสต. ไม่ได้รับการถ่ายโอน แล้วยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไรนะครับ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คือคือหลายที่ ถ้าเกิดว่าเราไปดูตอนถ่ายโอนเนี่ย กระทรวงสาธารณสุข พูดถึงกับว่า ถ้าถ่ายโอนไปแล้ว ก็ดูแลตัวเอง จะไม่เข้าไปช่วยสนับสนุน จะไม่เข้าไปช่วยสนับสนุน หมายความว่าอะไร คือหมายความว่า เอ่อ ถ้าคุณอยากไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะ เราจะไม่เกี่ยว คือจะเป็นระบบสาธารณสุข เอ่อ ที่แยกขาดจากกัน ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่นะครับ ภารกิจมันบอกว่าคือคือในคอนเซปต์ของเรื่องนี้ มันบอกว่าการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ให้ท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากกว่า เป็นคนดูแล เพราะไอ้การสาธารณสุขระดับทุติยภูมิ ระดับตติยภูมิ ให้ส่วนกลางเป็นคนดูแลนะครับ แต่ว่าเหตุการณ์นี้มันทำให้เห็นชัดว่า การผลักดันบริการสาธารณะที่ใหญ่ๆนะครับ ต่อไปในอนาคต น่าจะเป็นเรื่องที่ยากมาก

ผมยกตัวอย่างอีกอันนึงนะครับ ผมรู้สึก เอ่อ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมรู้สึกเสียดายนะครับ ทำไมในต่างจังหวัด ไม่มีจังหวัดไหนเลยที่มีบริการขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ในต่างจังหวัด คุณไม่มีรถ คุณใช้ชีวิตไม่ได้ ใช่มั้ยครับ ใช่มั้ยครับ คุณจำเป็นต้องมีรถ ต้องมีมอเตอร์ไซค์ ครอบครัวไหนมีรถ มีมอเตอร์ไซค์คันเดียว ใช้ชีวิตลำบากมากนะครับ ดังนั้นที่เราบอกว่าโอ้โห คนจนไม่เจียมเนื้อเจียมตัว ต้องไปซื้อรถ ต้องไปซื้อมอเตอร์ไซค์ สภาพชีวิตของเขา คือคุณไม่มีรถ คุณไม่มีมอเตอร์ไซค์ คุณใช้ชีวิตในต่างจังหวัดไม่ได้ คำถามง่ายๆ แล้วทำไมรัฐไทยไม่จัดให้เกิดบริการสาธารณะ บริการขนส่งสาธารณะให้ดีล่ะ คำตอบง่ายๆ ก็คือ คำตอบง่ายๆ ก็คืออำนาจอยู่ที่กรุงเทพฯ ครับ บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่จังหวัดไหน ไม่ว่าจะอยู่ที่แพร่ ไม่ว่าจะอยู่ที่บุรีรัมย์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ เอ่อ เอ่อ ไม่ว่าจะอยู่ที่พัทลุง คุณจะทำระบบรถเมล์ คุณต้องมาขออนุญาตที่กรุงเทพฯ ที่อธิบดี คำถามคือ อธิบดีที่กรุงเทพฯ รู้จักบ้านเมืองคุณป่ะ รู้ป่ะว่าป้ายรถเมล์อยู่ที่ไหน ค่าโดยสารควรจะเป็นเท่าไหร่ ไม่รู้ แต่อำนาจอยู่ที่เขา แต่อำนาจอยู่ที่เขา เพื่อนของผม พรรคก้าวไกล นำเสนอ พ.ร.บ.นี้เข้าไป พ.ร.บ. เอ่อ พ.ร.บ.ขนส่งทางบท ฉบับแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้มันง่ายๆ บอกว่าอำนาจในการออกใบอนุญาตในการเดินรถสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ 2 แถวเนี่ย เส้นทางควรจะมีกี่เส้นทาง แต่ละเส้นทางวิ่งจากไหนไปไหนบ้าง แต่ละเส้นทางจะเก็บเงินเท่าไหร่ รัฐควรจะอุดหนุนแต่ละเส้นทางเท่าไหร่ ให้ท้องถิ่นเป็นคนถืออำนาจในการออกใบอนุญาตนั้น ดึงอำนาจออกจาก กบโคนทรงทางบกนะครับ อันนี้เสนอเข้าสภาไป เอ่อ เดือนอะไร สิงหาคม 2567 นะครับ เสียดายที่ไม่ผ่านสภา แต่เป็นความพยายามของเราที่จะดึงอำนาจตัวเนี้ย ออกจากส่วนกลาง จังหวัดใครจังหวัดมันนะครับ ถ้าจังหวัดขอนแก่นอยากจะมีรถเมล์ 20 สาย เป็นเรื่องของขอนแก่นครับ ถ้าจังหวัดพัทลุงอยากจะมีรถเมล์ 5 สาย เป็นเรื่องของพัทลุงครับ ปล่อยให้เขาบริหารเองครับ แต่ละสายจะเก็บเงินเท่าไหร่ จะกำไรหรือขาดทุน แต่ละสายจังจะต้อง subsidy หรือจะต้องมีเงินอุดหนุนเข้าไปเท่าไหร่ เพื่อให้มันสามารถวิ่งได้ ปล่อยให้คนในจังหวัดไปแลกเปลี่ยนถกเถียงกันเอง อำนาจไม่ควรจะอยู่ที่กรุงเทพฯ เสียดายมาก พ.ร.บ.ฉบับนี้นะครับ เอ่อ เอ่อ ไม่ผ่านนะครับ

วีรศักดิ์ เกือเทพ อาจารย์วีรศักดิ์ เกือเทพ นะครับ แกทำรีเสิร์ชเรื่องนี้ บอกว่าเฮ้ย ถ้าเกิดว่าเราจะทำให้ได้ตามแผน 1 แผน 2 คือภารกิจที่อยู่ในแผนกระจายอำนาจว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะมีภารกิจอะไรบ้าง ถ้าจะทำภารกิจให้ได้ตามนั้นหมด สัดส่วนของรายได้จะต้องแบ่งกันเท่าไหร่ อาจารย์ก็บอกว่าทำมาเสร็จ บอกว่าเฮ้ย ท้องถิ่นต้องได้ 45% รัฐเก็บภาษีได้ 100 นาง เอาไป 55 ท้องถิ่นเอาไป 45 ถึงจะทำให้การดูแลบริการสาธารณะ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามภารกิจนะครับ หลายคนถ้าอยู่ต่างจังหวัด วันนี้นะครับ ไม่มีบริการเก็บขยะนะครับ ถ้าท่านอยู่อบต.เล็กๆ ท่านเผาขยะเองนะครับ ท่านจัดการขยะเองนะครับ เพราะไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจัดการขยะ หลายพื้นที่น้ำประปา ผมพูดบ่อย เรื่องน้ำประปาสกปรก เพราะไม่มีงบประมาณ ไม่มีอำนาจเพียงพอในการจัดการนะครับ วีรศักดิ์เทพ ทำรีเสิร์ชออกมาบอกว่าร้อยละ 45 ถึงจะเพียงพอนะครับ 2557% แบ่งให้ท้องถิ่นจนถึง 2566 ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ทำปีล่าสุด 2-3 ปีมาแต่ก็ตัวเลขก็ไม่อยู่ไม่หนีจากนี้หรอกครับ หมายความว่าอะไร หมายความว่า 10 ปีที่ผ่านมา เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น 2% ถ้าจะใช้ตรงนี้ไปให้ถึง 45% กว่าท้องถิ่นจะมีงบประมาณเพียงพอที่จะดูแลบริการสาธารณะของตัวเองได้ ก็ตกประมาณ พ.ศ. 2,600 ครับ พ.ศ. 2,600 นะครับ กว่าจะถึงตรงนั้น ถ้าเรายังเดินด้วยสปีดนี้อยู่ ถ้าเรายังเดินด้วยสปีดนี้อยู่ นะครับ เหลืออีก 2-3 สไลด์นิดเดียวนะครับ ขอโทษนะครับ

เคยได้ยินมั้ยครับ ขอนแก่นมหานคร เชียงใหม่มหานคร เคยได้ยินมั้ย ความเคลื่อนไหวแบบนี้ เคยได้ยินมั้ย เคยได้ยินมั้ย มหานครคืออะไรครับ คนเชียงใหม่ อยากมีตึกลาบ้านช่องที่สูงใหญ่เหมือนกรุงเทพฯเหรอ อยากมีทางด่วนเหมือนกรุงเทพฯึเปล่า ภูเก็ตมหานคร ภูเก็ตต้องการมีตึกราบ้านช่อง ตึกลา สูงใหญ่ มีรถไฟฟ้าเหมือนกรุงเทพฯ ไม่ใช่ครับ มหานครในที่นี้คือ เลือกผู้ว่าด้วยตัวเอง นี่คือ พ.ร.บ. นี่คือใจความหลักของ พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร และไอ้เวฟของการเคลื่อนไหว ที่เราเรียกว่าจังหวัดมหานครทั้งหมดที่เกิดขึ้นในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเนี่ย ไอเดียมันไม่ใช่ต้องการมีตึกรามบ้านช่องที่สูงใหญ่ ไอเดียมันคือเลือกผู้นำของจังหวัดด้วยตัวเองนะครับ กรุงเทพฯ นี่ขาดทุน ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ผมได้เลือกแต่ผู้ว่านะ ผมไม่ได้เลือกนายก นายกพื้นที่กรุงเทพฯ มีชั้นเดียว เป็นคนกรุงเทพฯ 4 ปี ผมจะได้หย่อนบัตร 2 ครั้ง คือหย่อนบัตรผู้ว่า หย่อนบัตรเลือกตั้งใหญ่ แต่ถ้าคุณอยู่ต่างจังหวัด คุณได้หย่อนบัตร 3 ครั้ง เลือกตั้งใหญ่ เลือกตั้งจังหวัด แล้วก็เลือกตั้งเทศบาล หรือ อบต. คนกรุงเทพฯ นี่ขาดทุนนะฮะ แต่ว่าความไอเดียหลักๆ มันคือเรื่องนี้ครับ เรื่องที่ว่าตกลง ใครเป็นคนรับผิดชอบจังหวัด ถามว่าที่จังหวัดนี้พัฒนาช้า จังหวัดนู้นพัฒนาช้า จังหวัดนี้พัฒนาช้า คุณไปที่ไหนเลย ผมถามคำถามง่ายๆ ใครเป็นคนรับผิดชอบความเจริญก้าวหน้าของเชียงใหม่ ใครเป็นคนรับผิดชอบความเจริญก้าวหน้าของ ของของระนอง ผู้ว่าเหรอ อยู่ปีครึ่งครับ จะขับเคลื่อนจังหวัดใหญ่ขนาดนั้น ปีครึ่งทำอะไรได้มั้ย ไม่ได้ ผ่านงบประมาณสมัยเดียวก็ไปละ อบจ. ทำอะไรได้มั้ยครับ ไม่ได้ อำนาจไม่มี ครับ อำนาจน้อยมาก ดังนั้นคุณไม่ต้องพูดว่าอยากให้จังหวัดคุณพัฒนา จะพัฒนาได้ต้องมีอะไรก่อน ต้องมีโครงสร้าง ต้องมีอำนาจ ต้องมีงบประมาณ ต้องมีผู้นำ คำถามคือไม่มีผู้นำที่รับผิดชอบความเจริญ เจ้าของจังหวัดคุณทำให้จังหวัดเจริญได้ป่ะ ไม่ได้ ไม่ได้ มันไม่มีผู้นำอ่ะ เรารู้อยู่แล้วว่าการบริหารองค์กร ถ้าคุณอยากให้องค์กรคุณเจริญ คุณหาผู้นำที่เก่ง ให้อำนาจให้งบประมาณ มันใช่ป่ะ ทำไม่ได้ เปลี่ยนคน ที่นี่เนี่ย มันมีความกำกวมระหว่างผู้ว่า นายก อบจ. แล้วก็ แล้วก็ส่วนภูมิภาคอีกเยอะแยะไปหมดเลย ป่าไม้จังหวัด พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ตกลงไม่รู้ว่าจังหวัดนี้จะเจริญหรือไม่เจริญเนี่ย ใครเป็นคนรับผิดชอบ หาคนรับผิดชอบไม่ได้ พอหาคนรับผิดชอบไม่ได้ คุณจะถามหาความเจริญจากใคร มันไม่มีใครต้องรับผิดรับชอบ จังหวัดมันจนอย่างนี้ก็จนต่อไป ชี้นิ้วหาใครรับผิดรับโทษได้มั้ ไม่ได้ เพราะโครงสร้างมันเป็นแบบนี้นะครับ แต่ถ้าคุณกระจายอำนาจออกมาได้เมื่อไหร่เนี่ย ท้ายที่สุดคุณรู้ขึ้นอยู่กับนายกคนนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งคนนี้ ไอ้นี่ทำดีไม่ดี อย่างน้อยที่สุด 4 ปี คุณต้องตอบคำถามประชาชนใช่มั้ฮะ

โอเคเร็วๆนะครับ ไอ้รายละเอียดมันเยอะมาก ผมไม่มีเวลาลงรายละเอียดทุกวันนะครับ แต่ว่าไอเดียหลักๆ คืออะไร ระดับจังหวัดนะครับ ไอเดียหลักๆ ก็คือผู้ว่ามาจากการเลือกตั้งโดยตรง โครงสร้างการบริหารจังหวัดที่ทับซ้อนกันระหว่างท้องถิ่นคือ อบจ. แล้วก็สายผู้ว่าในอำเภอกำนันผู้ใหญ่บ้านตรงเนี้ย ระหว่างท้องที่เนี่ย มันทับซ้อนกันอยู่นะครับ มันต้อง merge รวมกันเป็นอย่างเดียว นะครับ เอ่อ ระดับพื้นฐานนะครับ ยกระดับนะ ครับ อบต. ต้องยกระดับเป็นเทศบาลให้หมด ควรจะต้องผ่าน พ.ร.บ. เอ่อ ผมเรียกเล่นๆว่า พ.ร.บ.เทศบาลออโต้ คือปรับระดับให้อบต.ทั้งหมด กลายเป็นเทศบาลโดยอัตโนมัตินะครับ ไม่ต้องมานั่งไล่เปลี่ยนทีละอันเหมือนปัจจุบัน เพราะนั่งไล่เปลี่ยนทีละอัน มีอยู่เท่าไหร่ อบต. อาจารย์ 7,000 ป่ะ เท่าไหร่ 5,000 5,000 นั่งไล่เปลี่ยนทีละอันก็ไม่ ผมตายไม่น่าจะเสร็จ >> นะฮะนะครับ ดังนั้นให้นั่งยกระดับทีละอัน ตายไม่น่าจะเสร็จ ดังนั้นควรจะต้องมี พ.ร.บ. ยกระดับไอ้เป็นเทศบาลออโต้ทันทีนะครับ ยกระดับทันที ควบรวม อบต. หลาย อบต. เล็กเกินไป เทศบาลหลาย อบต. เทศบาลหลายเทศบาลเยอะเกินไป ควรจะต้องควบรวมให้เกิด เอ่อ ให้เกิดสเกลมากขึ้นนะครับ จาก 7,000 แห่ง จาก 8,000 แห่งเนี่ย โดยประมาณ ผมคิดว่าให้เหลือสัก 5,000 อะไรแบบเนี้ย น่าจะน่าจะเหมาะสมนะครับ เอ่อ ถ่ายโอนภารกิจและงบประมาณนะครับ สร้างความเข้มแข็งนะครับ แก้ไขกฎหมาย ปรับเรื่องความสัมพันธ์อะไรต่างๆ จริงๆ มีหลายกฎหมายที่มันน่าจะต้องเร่งทำนะครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องนึง คุณเป็นนายกท้องถิ่น สมมุติคุณเป็นนายกเทศบาล คุณเป็นนายกเทศบาล คุณมาจากการเลือกตั้งของประชาชนนะครับ คุณจะออกไปทำงานนอกพื้นที่ คุณต้องเขียนขออนุญาตผู้ว่า ตลกมั้ยครับ ตลกมั้ยครับ คือเรื่องเนี้ย แล้วพูดว่าผมถามจริงเหอะ ในจังหวัดคุณเนี่ย มีนายกเทศบาล นายก อบต. รวมกันประมาณ 200 คนน่ะ คุณต้องมานั่งอนุมัติว่า เฮ้ย วันนี้ขอไปสัมมนา คนนี้ขอไปสัมมนา กรุงเทพฯ นะ เอ้ย คนนี้ วันนี้ขอไปดูงานเพชรบูรณ์นะ เอ้ย วันนี้คนนี้ขอไปนู่นไปนี่ คุณจะออกไปเดินทางทำงานนอกพื้นที่เนี่ย คุณต้องเขียนไปขอผู้ว่า นี่มันไม่ใช่เด็กประถม ใช่ ขั้นตอนเดียว นี่มันโตกันแล้ว มีความรับผิดชอบกันแล้ว เรื่องอย่างนี้เนี่ย มันเป็นไอ้ความไร้ประสิทธิภาพในระบบราชการ เป็นความเป็นเจ้า ยศเจ้า ยาง อื นะครับ ที่ทำทำให้ประเทศมันไม่เจริญ เรื่องอย่างนี้ไม่ควร ไอ้ ยกตัวอย่างเนี่ย ไอ้เรื่องเนี้ย ปรับความสัมพันธ์ใหม่ เรื่องอย่างเงี้ย การเดินทางออกนอกพื้นที่ของนายกเนี่ย ยกเลิกเลยครับ ไม่ต้องขออนุญาตใคร นายกมาจากการเลือกตั้ง เขารับผิดชอบกับประชาชนอยู่แล้วนะครับ นะ ตัวสุดท้ายใช้เทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาแล้วก็ส่งเสริมการบริการนะครับ จบแล้วครับ ผมอยากให้ดูนี้ ประเทศญี่ปุ่นครับ ท่านจะเห็นว่า แสงไฟมันเจริญไปทั่วประเทศนะครับ โตเกียวอยู่ที่นี่ โอซาก้าอยู่แถวนี้ เอ่อ ฮิโรชิม่าอยู่นี่ ฟุกุโอกะ ฮอกไกโด ความเจริญ แสงสว่างมันสว่างไสวไปทั้งประเทศ นี่แถวบ้านเราครับ นี่อาจารย์ชำนาญก็จะอยู่แถวๆนี้นี่ นะครับ นะครับ ถ้าเราอยากเห็นความเจริญก้าวหน้า ที่มันกระจาย ทั่วทั้งประเทศ การกระจายอำนาจคือวาระของอนาคต คือวาระของประเทศ เป็นวาระที่สำคัญมากจริงๆ นะครับ

สุดท้าย ผมคิดว่าการกระจายอำนาจหลีกหนีไม่ ออกกับเรื่องประชาธิปไตย เรื่องสุขภาพของประชาธิปไตย กระจายอำนาจ เวฟล่าสุดที่ถดถอยลงไปมาก เกิดขึ้นเพราะการทำรัฐประหาร ปี 2557 นะครับ อันนี้คือชัดเจนมาก มีตัวอย่างเยอะแยะมากมาย เพียงแต่ว่าวันนี้ไม่มีเวลา ไม่สามารถลงรายละเอียดได้ ดังนั้นถ้ามันมาคู่กัน การกระจายอำนาจจะส่งเสริมประชาธิปไตย ขณะเดียวกัน ประชาธิปไตยในระดับชาติก็จะส่งเสริมการกระจายอำนาจ มันมาคู่กัน มันหลีกหนีกันไม่ได้นะครับ แน่นอนที่สุด เซนส์ของมันง่ายๆ ประเทศที่เป็นเผด็จการเนี่ย เขาต้องการรวมอำนาจอยู่ที่ศูนย์กลางอยู่แล้ว ใช่มั้ครับ ตัวอย่างง่ายที่สุดก็คือ ผู้ใหญ่บ้านตลอดชีวิต เห็นมั้ยฮะ ผู้ใหญ่บ้านตลอดชีวิต เห็นมั้ยฮะ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ออกมายุคไหน ยุคที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตย นะครับ ดังนั้นมันไปด้วยกันว่าวาระของการกระจายอำนาจกับสุขภาพของประชาธิปไตยในระดับประเทศ มันไปด้วยกันนะครับ

สุดท้ายจริงๆ นะครับ ก็คงขออนุญาตจบตรงนี้นะครับ เกินเวลามา 5 นาทีนะครับ ขออนุญาต เอ่อ เอ่อ เรียนทุกท่านว่า เราพยายามผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 วันนี้การกระจายอำนาจในประเทศไทยไปไม่ถึงไหน ในญี่ปุ่น ในญี่ปุ่นนะครับ มีการผลักดันการกระจายอำนาจเวฟใหญ่คือในช่วงทศวรรษ 1990 ก็ตรงกับใกล้ๆ กับของเราก็คือประมาณปี 2500 ทศวรรษที่ 2530-2540 นะครับ แต่ของเค้าทำเสร็จแล้วเไปไกลนะครับ เค้าไปไกล แต่ว่าวันนี้นะครับ ของเรามาได้ครึ่งๆ กลางๆ ถ้าเกิดว่าทุกท่านอยากจะเห็นเหมือนกับผม อยากจะเห็นแต่ละพื้นที่สามารถกำหนดอนาคตบ้านตัวเองได้ บ้านของฉันจะทำเกษตรอินทรีย์นะ บ้านสามจะทำท่องเที่ยว บ้านของฉันขอไปเป็นเมืองของการกีฬา บ้านของฉันขอเป็น เอ่อ เมืองของการพาณิชย์ ของเมืองของอุตสาหกรรม ไม่ต้องขออนุญาต กรุงเทพฯ มีการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม เราหลีกหนีการพูดคุยเรื่องนี้ไม่พ้นนะครับ รพสต. เวฟล่าสุดของความพยายามกระจายอำนาจเป็นตัวอย่างที่ดีว่ารัฐส่วนกลางไม่ยอมปล่อยงบประมาณไม่ยอมปล่อยภารกิจไม่ยอมปล่อยอำนาจง่ายๆ มีแต่การตื่นตัวของประชาชนเท่านั้นที่จะทำให้การผลักดันวาระเรื่องการกระจายอำนาจ ยุติการรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ มีความก้าวหน้าขึ้นได้ ทำคนเดียวไม่ได้ ฝากเรื่องนี้กับพี่น้องประชาชนทุกคนที่มีจิตใจรักความเป็นธรรม อยากเห็นความเจริญก้าวหน้าในจังหวัดต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน วันนี้ขอบคุณมากครับ ขอบคุณผู้จัดงานที่ให้เกียรติผมมาบรรยายครับ สวัสดีครับ

อันดับแรกก็ต้องขอสวัสดีทุกท่านนะครับ ขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภานะครับ ที่ได้กรุณาให้ผมได้มีโอกาสมาพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการกระจายอำนาจในมุมมองของภูมิใจไทย แต่ก่อนที่จะไปในมุมมองของภูมิใจไทยเนี่ย คือมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเกิดว่าผมจะไม่พูดในฐานะที่ผมเป็นเด็กที่เกิดและโตที่ต่างจังหวัด ผมเป็นเด็กศรีสะเกษโดยกำเนิด แล้วก็เรียนอยู่ที่ศรีสะเกษ ผมเห็นความเป็นมาเป็นไปของท้องถิ่นตั้งแต่ถนนหน้าโรงเรียนนี่ ยังเป็นลูกรังสมัยนู้นเนี่ย พ่อเป็นนายกเทศมนตรีนะ ครับ อยู่ ป.2 ป.3 ก่อนจะกลับบ้าน คุณครู คุณครูต้องเรียกเข้าห้องแล้วก็บอกว่า บอกพ่อทำถนนหน้าโรงเรียนให้หน่อย ผมก็ถามคุณครู ถาม ผอ. บอกว่าทำไมผมต้องไปบอกพ่อผมด้วย ทำไมคุณครูไม่ทำเองล่ะ เค้าก็บอกว่าอ้า ก็พ่อเธอเป็นนายกไง ก็พ่อเธอเป็นนายกไง ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพ่อเธอนะ ผมเป็นเด็กที่เหมือนเด็กทั่วไปอ่ะครับ สมัยก่อนถนนมันไม่ได้กว้าง จากโรงเรียนก็เดินกลับบ้านธรรมดา บางวันแม่ไปส่ง เคี้ยวหมากฝรั่ง เปิดกระจกแล้วก็ทิ้งหมากฝรั่งออกจากรถ ท่านเคยทำใช่มั้ยครับ แม่ก็บอกว่าอย่าทำอย่างนี้นะ โต้ง เพราะถ้าทำแบบนี้ เดี๋ยวบ้านเมืองสกปรก แล้วเขาจะด่าพ่อ ก็โตมาแบบนี้ครับ โตมากับการเห็นความเปลี่ยนแปลงของเมือง ฉะนั้นแนวคิดในเรื่องของการกระจายอำนาจ ผมเห็นด้วยแน่นอน และผมก็จำได้ว่าวันที่ มีการปฏิวัติรัฐประหาร ตอนนั้นเนี่ย สภานิติบัญญัติเดินสายไปแต่ละจังหวัด ผมก็ไปฟังว่าเค้าเนี่ยจะปฏิรูปอะไรบ้าง ไปฟังว่าเค้าอยากจะแก้ไขเรื่องอะไรบ้าง เพราะมีคนพูดกันเยอะครับ บอกว่าเรื่องบางเรื่องเนี่ย มันอาจจะเกิดขึ้นไม่ได้ในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างเช่นยกตัวอย่างเช่น วันนี้ท่านไปดูเลยครับ การยุบควบรวมโรงเรียนเนี่ย ในแนวคิดเราคิดว่ามันต้องยุบรวมแล้วก็ต้องบริหารจัดการ กำลังจะยุบโรงเรียนเล็ก ชาวบ้านขนกันมา 2 รถแล้วก็บอกว่าโรงเรียนนี้ฉันเรียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว เธอจะยุบโรงเรียนฉันได้ยังไง ถามว่าคนเป็นผู้แทนเนี่ย ทำลงมั้ยครับ มีการพูดเรื่องแบบเนี้ย มีการบอกว่ามันต้องมีการปฏิรูปตำรวจ แต่เอาตรงๆ นะครับ วันนั้นผมก็ไม่เห็นปฏิรูปอะไรได้สักอย่างนะครับ แต่อย่างนึงที่เขาบอกจะปฏิรูปแล้วผมยังไงก็ไม่ยอมคือเขาบอกว่าวันนั้นเขาจะยุบ อบต. ท่านจำได้ใช่มั้ยครับ เขาจะบอกว่าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุจริตมาก ต้องยุบให้หมด แล้วก็บริหารจัดการใหม่ อันเนี้ผมก็ไปสู้ เพราะเราเชื่อในเรื่องของแนวคิดในการที่ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเอง แล้วผมก็ไม่เชื่อนะครับว่าแนวคิดแบบท้องถิ่นบริหารจัดการตนเอง ผมไม่เชื่อแนวคิดที่คนกรุงเทพฯ มาบอกว่าเธอทำอันนี้สิ ผมไม่เชื่อ เพราะผมเชื่อว่าจะทำอะไรท้องถิ่นควรจะเป็นคนกำหนดเอง

เราเปลี่ยนผ่านในเรื่องของการกระจายอำนาจมาหลายต่อหลายครั้งครับ แต่ก่อนเนี่ย แม่ผมเล่าให้ฟังว่าพ่อผมเป็นนายกเทศมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย อายุ 25 ปี ตอนนู้นทั้งประเทศมีนายกเทศมนตรีอยู่สมัยนั้น เพิ่งมี 69 จังหวัดมั้งฮะ เพิ่งมีเทศบาลอยู่แค่ 69 ที่เท่านั้นเอง อบต.ไม่มี อบต.ไม่มี อบจ.ก็เป็นสภาจังหวัด ในปัจจุบันเนี่ย เทศบาลเนี่ยมีเยอะ อบต.ยกจากสุขาภิบาล เป็น อบต.หมด เราได้เห็นความเติบโตของการกระจายอำนาจเนี่ย มาเป็นลำดับลำดับ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเมืองกีฬาครับ จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ อบจ.ได้รับงบประมาณ ผมคิดว่าน่าจะมากที่สุด นั่นเพราะว่า อบจ.ศรีสะเกษเนี่ย รับถ่ายโอนโรงเรียนมามาก ในสมัยยุคที่เขาถามว่าโรงเรียนเนี่ย ควรจะไปอยู่กับท้องถิ่นมั้ย จังหวัดศรีสะเกษน่าจะเป็นจังหวัดเดียวที่ รพสต. ถ่ายโอนให้อบจ. น่าจะสัก 99% ได้อ่ะครับ ในยุคที่สาธารณสุขในยุคท่านอนุทินอ่ะนะครับ ในยุคนั้นเนี่ย ที่สาธารณสุขบอกว่าไม่อยากให้ถ่ายโอน เพราะสาธารณสุขเนี่ย เขาอยากจะเอาการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิไว้กับเขา เพราะว่างบประมาณเนี่ย เขาเป็นคนจ่ายเงิน แต่เขาไม่มีคนในการทำงานปฐมภูมิ เขาก็ไม่ อยากไม่อยากให้มีการถ่ายโอน ศรีสะเกษเนี่ย ถ่ายโอนไปละ 99% จำได้เลยวันที่เขาจะถ่ายโอนเนี่ย เค้ามาถึง เตรียมใส่ชุดดำมาเลยครับ เตรียมใส่ชุดดำกันมาหมด รพสต.จะมาเจอรองนายกอนุทินแล้ว บอกว่าจะขอถ่ายโอน กลัวสาธารณสุขไม่ให้ ผมก็เป็นคนไปพูดคุยกับเค้า ผมบอกอยากถ่ายโอนใช่มั้ย เชิญ อบจ.มา ถาม อบจ.รับไหวมั้ย อบจ.จะทำอะไรให้กับ รพสต.บ้าง อบจ.บอกว่า อบจ.เนี่ยมีแผน มีแผนเตรียมที่จะรองรับ อย่างเช่น รพสต.แต่ละที่จะต้องมี ER รถ ER จะต้องมีการหาทรัพยากรบุคคลเพิ่มเติมในการที่ไปดูแลชาวบ้าน การดูแลเบื้องต้น อย่างเช่นตรวจมะเร็งเต้านมเนี่ย อะไรแบบเนี้ย จะต้องทำได้ พอเราฟังในเรื่องของแนวคิดของ อบจ.แบบเนี้ย เราก็มีความหวัง ก็ไปคุยกับ รพสต.ครับ บอกว่าเอาดีๆ ทำดีๆ เดี๋ยวผมพาไปคุย แต่เราลองเปลี่ยนวิถี อย่าไปแบบศัตรู เราไปแบบเป็นมิตร ผมก็เปลี่ยนครับ ชวน รพสต.เปลี่ยนป้าย จากป้ายด่าเป็นป้ายเชียร์ แล้วบังเอิญว่า ท่านหัวหน้าพรรคผมเนี่ย แกเป็นคนถ้ายอแล้ว แกชอบ แกบอกว่าโอนได้หมดเลย ก็ถ่ายโอนได้หมดเลย อันนี้ผมพูดมุมสวยก่อนนะครับ ยังไม่ได้พูดมุมไม่สวยนะครับของการถ่ายโอนที่เราสามารถดำเนินการได้ สิ่งที่ผมอยากจะแสดงให้ท่านเห็นคือ คือเราเป็นคนท้องถิ่น ส.ส.ส่วนมากในพรรค เราเติบโตมาจากท้องถิ่น บางคนจะบอกว่าคุณเป็นระบบอุปถัมภ์ คุณเป็นบ้านใหญ่ คุณเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งเหล่านี้มันมาไม่ได้ครับ ถ้ามันไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน คำว่าระบบอุปถัมภ์ คำถามก็คือระบบอุปถัมภ์เนี่ย อุปถัมภ์แบบไหน ถ้าเกิดอะไร อันนี้ >> แล้วเสียงได้มั้ อะไรนะครับ >> สามารถซื้อเสียงได้คือซื้อเสียงเนี่ยผม >> วันไม่อยู่ซื้อเสียงเยอะเลยค่ะออก >> ครับ >> ครับผม >> รู้ด้วยว่าเรับเงินที่อบต.ครับผมครับ ขอบคุณครับเรื่อง >> เข้าใจครับผมก็ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธนะครับ >> แต่แต่ผมแต่ผมแต่ผมคิดว่าเรื่องอุปถัมภ ไม่อุปถัมภ์มันอาจจะไม่ได้หมายถึงเฉพาะ ซื้อเสียงไม่ซื้อเสียง >> เข้าใจครับเพราะในความเป็นจริงคือ ถามว่าคนที่เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเลือก ใครเค้าได้เท่าไหร่เค้าก็ไม่ได้เปลี่ยนใจ ฮะ อันนี้ก็คือเรื่องจริงเช่นเดียวกันเพราะ ผมเจอมาหลายสมัยมากแต่สิ่งที่ผมพูดได้ อย่างนึงนะครับพ่อผมเนี่ยปีเนี้ยเป็นนายก มากี่ปีแล้ว่ะตั้งแต่ 27 แล้วผมพูดได้เต็มปากว่าพ่อผมไม่เคยซื้อเสียง อันนี้ผมพูดได้เต็มปากแล้วผมก็มั่นใจแล้ว ผมก็คิดว่าผมศรัทธาในระบบแบบนั้น >> แต่เราก็ไม่สามารถที่จะรู้ว่าคนอื่นจะ ซื้อเราเชื่อ >> เข้าใจไม่ผมทราบครับไม่ไม่ใช่ผมเชื่อ เชื่อใจ >> ไม่ใช่ผมเชื่อใจแต่เดี๋ยวเดี๋ยวท่านถ้า ท่านอยากถามหรืออยากแลกเปลี่ยนเนี่ย เดี๋ยวขอตอนท้ายได้นะครับลูก >> ครับจำได้อ่ะ >> ได้ครับ >> เดี๋ยวลืมช่วยขอถามเลยนะคะก็จะลืมการซื้อ เสียงแล้วท่านยังจะปล่อยให้มีการซื้อ เสียงนี่เหรอคะรัฐบาลเป็นรัฐบาลฮัลโหล ฮัลโหลครับเดี๋ยวมีช่วงเป็นตอนท้ายดีมั้ ครับจะได้ไปทีเดียวนะครับเดี๋ยวเชิญคุณ สิริพงษ์ได้ได้เปลี่ยนต่อเลยนะครับผม >> โอเคครับผมอันนี้สิ่งที่ผมพูดคือผมพูดถึง ว่าการได้มาของท้องถิ่นว่าท้องถิ่นเนี่ย ที่เขาทำงานแล้วตอบสนองกับความต้องการของ ประชาชนเนี่ยมันเป็นอย่างไรและผมพูดใน ฐานะที่ผมเป็นคนต่างจังหวัดว่าเวลาเราทำ เราอยากจะทำสิ่งที่เราคิดว่ามันจะดีกับ พื้นที่ของเราไม่ใช่ กรุงเทพฯมาบอกเราว่าเธอต้องทำอย่างงั้นทำ อย่างนี้สิ แล้วเราต้องทำเพราะเราเชื่อว่าเขาบอกว่า ดีแล้วเราถึงทำไม่ใช่ครับมันต้องมาจาก ความคิดของเรา

ผมเคยถูกเชิญครั้งนึงให้ไปพูด TED Talk ที่ขอนแก่น ตอนนั้นเนี่ย ถ้าท่านจำได้นะครับ ขอนแก่นเนี่ยเค้าพูดเรื่องเค้าอยากจะทำ Monorail รถไฟรางเบา เค้าอยากจะทำรถไฟรางเบาแล้วเค้าก็ก็บอกว่ารัฐบาลเนี่ยต้องให้การสนับสนุน ต้องมีอะไรบ้าง 1 2 3 4 5 แล้วเค้าก็บอกว่าเนี่ยขนส่งสาธารณะที่จะทำในขอนแก่นเนี่ย มันจำเป็นจะต้องทำให้เกิด แล้วเขาก็มาสัมภาษณ์ผมก่อนที่จะต้องไปทำ TED Talk เพราะตอนจะทำ Talk เขาต้องดูประเด็นที่เราจะพูดถูกมั้ยครับ แล้วเราต้องไปซ้อมแล้วเราต้องคุมเวลา เพื่อที่จะไม่หลุดจากคอนเซปต์ที่เขาเตรียมเอา แล้วเค้ามาถามผม ผมก็ถามว่าผมสามารถพูดได้อิสระมั้ย อันนี้เรื่องเมื่อ 7-8 ปีก่อนนะ ครับเค้าบอกว่าอิสระ ผมบอกงั้นโอเค งั้นผมพูดเลยว่าผมไม่เชื่อ ผมก็คุยกับเขาว่าผมไม่เชื่อเรื่อง Monorail ในจังหวัดขอนแก่น เอาเฉพาะขอนแก่นนะครับ ผมก็ถามเค้าก็ถามว่าทำไมพี่ไม่เชื่อ ผมก็ถามเค้าว่าคุณคิดว่าการมี Monorail ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่นเนี่ย 20 กม. คุณจะต้องมีกี่สถานี 20 กม. คุณจะต้องมีกี่สถานี 20 กม. คุณอาจจะมี 3 หรือ 4 สถานีอ่ะ สมมุติถ้าไกลหน่อย ก็ทุก 10 กม. มี 1 สถานี คุณก็ต้องมี 3 สถานีครับ คำถามก็คือแล้วคนต้องขึ้นเท่าไหร่ ประชา ขอนแก่นประชากรประมาณ 2 ล้านคน ต้องขึ้นเท่าไหร่ จะคุ้มทุน แล้วรัฐรัฐลงทุน รัฐจะต้องทรัพย์เท่าไหร่ แล้วคำถามต่อไปก็คือ ผมก็ถามว่าแล้วถ้าคุณเจอระบบขนส่งที่ดีที่สุด หมดเวลาแล้วเหรอครับ อ้าว ผมเข้าใจว่าผมพูดได้ 20-30 นาที โอเค อ่า ไม่เป็นไรครับ ถ้าอย่างงั้นผมเอา เอาเป็นอย่างนี้แล้วกันครับ ในปัจจุบันเนี้ย ภูมิใจไทยเนี่ย สิ่งที่ภูมิใจไทยเสนอ เราเห็นปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจครับ แต่เราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญของการกระจายอำนาจไม่ได้ต่างจากท่านคุณธนาธรคือเรื่องของงบประมาณ งบประมาณที่มีจำกัดแล้วไม่สามารถทำอะไรที่ตอบสนองกับสิ่งที่เราอยากจะทำได้ เมื่อสักครู่ผมพูดถึง รพสต. ที่ถ่ายโอนมาแล้ว 99% สิ่งที่ อบจ. กำลังจะเผชิญต่อจากนี้คือเค้าจะแบกเงินเดือนไม่ไหวแล้วไม่ไหวแล้ว โรงเรียน โรงเรียนที่ถ่ายโอนมา 30 กว่าโรงเรียน เค้าก็จะแบกเงินเดือนไม่ไหวแล้ว เพราะว่างบประมาณที่เขาได้รับการจัดสรรมันน้อยมาก มันน้อยเกินไป เราจึงคิด หลักการผมไม่ได้ต่างจากเมื่อสักครู่นะครับ คือการกระจาย งบประมาณ การกระจายไปสู่ ส่วนภูมิภาค ฉะนั้นสิ่งที่ภูมิใจไทยนำเสนอคือ ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน เพราะเราเห็นเช่นเดียวกันครับว่าท้องถิ่นควรจะได้งบประมาณที่มากกว่านี้

ประชาชนลูก ครับโอเคครับเชิญๆครับหมดเวลาแล้วนะครับ เชิญถามผมมีเวลาตอบคำถามมั้ครับ อันนี้แล้วแต่ผู้จัดนะครับ เพราะผมไม่มีเวลาพูดแล้ว อ่าค่ะเดี๋ยวๆจะมีช่วงให้ถามคำถามสั้นๆ สักครู่นึงนะคะ แล้วก็ถามทีเดียวค่ะ แล้วเดี๋ยวจะให้ท่านตอบสั้นๆ นะคะ ใครบ้างคะ มีมีกี่ท่านนะครับที่อยากจะถามกับ คุณพงษ์ครับแป๊บแป๊บนึงได้มั้ครับ เดี๋ยวขอยกมือก่อนมั้ครับว่ามีกี่ท่านครับโอเค ครับท่านเดียวนะครับ ขอเป็นคำถามเกี่ยวกับการกระจายอำนาจนะ ครับในประข้อจบแล้วการกระจายอำนาจ ครับกระจายอำนาจครับเอขออภัยเกี่ยวกับงาน ได้มั้ยครับเกี่ยวกับกระจายอำนาจเพราะวัน นี้จัดการเรื่องกระจอำนาจเดี๋มันจะเรท เวลาไปเรื่อยๆครับเป็นได้มั้ครับแค่ 1 กระจำหน้านะครับโอเคครับ แค่ครึ่งนาทีได้มั้ยแค่แค่ส่งเสียงฝากท่านรัฐมนตรีช่วยให้ไปบอกคุณอนุทินนะคะ ถ้าคุณจะให้ประชาชนน่ะอยู่ดีกินดีช่วยเปลี่ยนเบี้ยชรา 750 เป็นค่ารถใช่มั้คะมาเป็นค่ากินซื้อกินเอา 300 เอาไปใส่เป็นค่ารถถามว่าบุรีรัมย์ทั้งต่างจังหวัดเนี่ย งบประมาณไปไหนคะที่ไปลง 750 ใครได้ คะเพราะชาวบ้านเไม่ได้นั่งรถไฟฟ้าไม่ได้นั่งรถเมล์ช่วยเปลี่ยนอย่างงี้ไม่ต้องมาเพิ่ม 100 เลยค่ะกลับ 750 มาให้เขากิน 300 กลับไปเป็นค่ารถจะดีมากค่ะจะกราบขอบพระคุณเลยค่ะ ครับ ครับถ้าถ้างั้นท่านได้ขอบคุณแน่นอน ได้ครับ นะครับมีมีเพทำแน่นอนอยากถามเกี่ยวกับ ประเดื่องกจำนามครับโอเคครับยกมือนะครับ มีท่านนี้ท่านนึงนะครับเกี่ยวกับเรื่อง กจำนาท่านที่ 2 ท่านที่ 3 นะครับมี 3 ท่าน 4 ค่ะ 4 อีกคนขอยกอีกทีนึงมั้ครับ อ๋อ 1 2 3 4 ตรงนั้นนะครับโอเคครับในหัวข้อกระจำหน้า โอเคก็ขอ 4 ท่านนี้นะครับ โอเคครับผมจะพยายามใช้เวลาสั้นนิดนึงเป็น เอาเป็นคุณคุณสิริพงษ์ครับเดี๋เป็นถามทีเดียวแล้วก็ตอบเลยมั้ครับหรือว่าโอเคครับผมเดี๋ยวถามทีเดียวเลยนะครับ

สวัสดีครับก็สวัสดีทุกท่านนะครับก็ผมชอบงานนี้มากนะเพราะว่าผมก็เป็นคนต่างจังหวัดผมเป็นคนสุราษฎร์นะครับผมรักบ้านเกิดผมมากๆก็อยากจะเห็นวันที่สุราษฎรมันพัฒนาเนาะก็จริงๆก็อยากจะถามครับเมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับก็พูดมาว่ามี 1 นโยบายใช่มั้ครับเอ่อภาษีบ้านเกิดใช่มั้ครับจริงๆก็อยากจะให้ขยายความนิดนึงว่าจะผลักดันในสภาเมื่อไหร่จะทำได้ภายในสมัยนี้มั้ยหรือว่าถ้ายังตกหล่นว่ายังมีนโยบายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจก็อยากจะให้ขยายให้หน่อยเพราะเมื่อกี้พูดประเด็นอื่นมากเกินไปจนไม่ได้ฟังประเด็นสำคัญนี้เลยครับก็คืออยากจะฟังประเด็นนี้เพิ่มเติมนะครับขอบคุณครับ

ค่ะอีกท่านนึงนะคะ

ครับเอ่อเท่านี้ครับขอบคุณ

ครับคือส่วนตัวก็เป็นคนจากต่างจังหวัดเหมือนกันก็สนใจเรื่องที่ว่าเราจะขยายเงินทำให้ตัว อปต. อบจ. มีเงินมากขึ้นในการที่จะเอ่อสนับสนุนในเรื่องของอ่าสา สาธารณูปโภคอย่างอื่นนะครับผมนี้ผมสงสัยว่าด้วยความที่ว่าเรื่องเว่าเราจะเพิ่มภาษีนะครับผมการสีบ้านเกิดเผมอยากรู้ว่าด้วยความที่ว่าเรามีเอ่อกลุ่มคนที่สามารถเสียภาษีได้ 40 ล้านคนแต่มีคนยืดภาษีมีแค่ 11 ล้านคนนะครับเราต้องการเอ่อทางรัฐบาลเนี่ยมีนโยบายอะไรที่จะทำให้บุคคลเนี่ยสามารถที่จะจ่ายภาษีเอ่อบุคคลเนี่ยมีกลุ่มที่จะยื่นภาษีได้มากขึ้นมั้ครับหรือว่ามีสวัสดิการอะไรในการที่ว่าถ้าหากว่าเค้าจ่ายภาษีเออผมเข้าใจว่าแบบสวัสดิการในเรื่องของจ่ายภาษีคือพวกเขาได้ในระบอบของต่างจังหวัดอยู่แล้วแต่ว่าอาจจะมีอะไรเพิ่มเติม นอกจากอย่างงี้เพนอก จากสิ่งที่เขาจะได้ในบ้านเกิดเขาอีกหรือเปล่าอ่ะครับ

ครับ

ครับก็สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะครับก็มาจากเครือข่ายสลำ 4 ภาค นะครับก็คือสนใจนะครับในเรื่องการเอ่อเสียภาษีให้บ้านเกิดนะ ครับเพราะว่าทุกคนก็มาจากต่างจังหวัดกันทั้งนั้นนะครับทีนี้อยากจะถามทางท่านรัฐมนตรีเนี่ยว่าการจะเก็บภาษีเนี่ยเนี่ยเมื่อไหร่จะทำได้แล้วก็ทำแบบไหนที่จะเอ่อทำภาษีให้บ้านเกิดตัวเองได้อย่างผมเนี่ยอยู่จังหวัดเลยผมก็อยากจะเสียภาษีให้ตำบลผมซึ่งเป็นตำบลเล็กๆอีกตำบลนึงซึ่งมีงบประมาณแค่ประมาณ 12-13 ล้านบาทซึ่งดูแล 20-30 ชุมชนอย่างเงี้ยถ้าเกิดไม่พอรัฐบาลจะซัพพอร์ตยังไงหรือการเก็บภาษีเนี่ยจะเพิ่มยังไงมีแผนยังไงรัฐบาลเอ่อมีแนวคิดอย่างไรที่จะกระจายภาษีตรงเนี้ยไปให้ชุมชนเ่อบ้านเกิดตัวเองได้นะครับอันนี้ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าแผนจะเป็นยังไงบ้างสร้างอันนี้ครับอยากจะให้อธิบายให้ฟังครับขอบคุณครับ

ครับ

ครับผมคือมันมีราชกิจจานุเบกษานะครับผมประกาศเมื่อวันที่ 28 มีนาคมเนี่ยเปลี่ยนจากสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเปลี่ยนเป็นสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดประเด็นก็คือเราไม่ได้ส่งเสริมการ อ่าการปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ว่ามันคือการเปลี่ยนนิยามว่ามันคือการท็อปดาวคือส่วนกลางสั่งถูกมั้ยครับเพราะว่ามันชื่อที่บอกว่าส่งเสริมมันถูกเอาออกไปแล้วอ่ะคือคุณไม่ได้ส่งเสริมแล้วมันคือการที่บอกว่าท้องสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดก็คือแปลว่าท้องถิ่นจังหวัดเป็นคนคุม อบท.ในพื้นที่จังหวัดถูกต้องมั้ครับทีเนี้ยประเด็นคือยังจำเป็นอยู่มั้ที่จะต้องมีสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดหรือว่าอะไรเงี้ยทำไมมันเป็น อบท.ออกไปเลยเป็นแล้วจำเป็นอยู่มั้ที่จะต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่ได้มาจาก การเลือกตั้งอ่ะครับคือคือประเด็นคือทำไมเราไม่กระจายอำนาจด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าไปเลยครับผมครับ

โอเคครับก็เอาประเด็นภาษีบ้านเกิดก่อนนะ ครับประเด็นภาษีบ้านเกิดเมืองนอนเนี่ยคือหลักคิดของเราเนี่ยเราคิดว่าในการพัฒนาหลายจังหวัดในต่างจังหวัดของประเทศไทยเนี่ยมันมีการพัฒนาจากส่วนกลางเยอะ ภาษีที่จังหวัดได้เนี่ยมันเป็นแค่ภาษีบำรุงท้องที่แต่รายได้ที่เขามาคิดเนี่ยมันรวมแล้วมันก็อยู่ที่ส่วนกลางหลักคิดของภาษีบ้านเกิดเมืองนอนคือเมื่อคุณมาใช้ทรัพยากรอยู่ในต่างจังหวัดเนี่ยวิธีเสียภาษีของคุณคือคุณต้องเสียภาษี ณ พื้นที่นั้นเพื่อที่พื้นที่นั้นเนี่ยเขาจะสามารถนำภาษีที่ได้จากการไปทำธุรกิจของคุณเนี่ยมาสร้างสาธารณูปโภคต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อกระตุ้นการลงทุนในภาคส่วนอื่นๆอันนี้คือส่วนที่ 1 นะครับส่วนที่ 2 คือเดิมทีเนี่ยวันเนี้ยถ้าเป็น อบจ. ถ้าเป็นเทศบาลเหล่าเนี้ยของบตรงกับสำนักงบและนะครับของบตรงกับสำนักงบและแต่อบต.ก็เนี่ยอาจจะต้องมีความจำเป็นเนาะที่จะต้องที่จะต้องผ่านสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนะ ครับซึ่งเราก็คิดว่าถ้าเกิดว่าประชาชนเ้ามีสิทธิ์เลือกที่จะเลือกเสียภาษีเนี่ยไปติ๊กตรงไหนชอบที่ไหนอย่างผมอำเภอเมืองศรีสะเกษผมก็ไปติ๊กว่าในการเสียภาษีของผมแต่คงไม่ใช่ทั้งหมดนะครับแต่คงเป็นลักษณะลักษณะของการ top up ให้ จากเดิมคุณอาจจะมี stealing อยู่ประมาณซัก 200 ล้านก็ต้องมาดูว่าแล้วถ้าหลังจากใช้ภาษีบ้านเกิดเมืองนอนแล้วเนี่ยลูกหลานของคนศรีสะเกษอำเภอเมืองเนี่ยคุณอยากจะบริจาคเงินให้กับท้องถิ่นอยากจะมอบเงินภาษีของคุณให้กับท้องถิ่นเนี่ยไปพัฒนาได้อย่างไรที่มันต้องเป็นระบบนี้ก็เพราะว่ามันมีเมืองใหญ่ครับมันมีเมืองเล็กมันมีเมืองที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจแล้วถ้าเกิดว่าเราไม่มีการบริหารแบบประเภทว่าให้พื้นฐานมาก่อนเนี่ยมันจะกลายเป็นว่าเมืองใหญ่ก็จะได้จะโตขึ้นไปอีกเมืองเล็กก็จะแยะเล็กอยู่อย่างนั้นน่ะ ยกตัวอย่างอย่างเช่นอำนาจเจริญอย่างเงี้ยที่เป็นเมืองเล็กๆนะครับส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรงนะครับไม่ได้ติดนะครับการเลือกผู้ว่าโดยตรงไม่ได้ติดเพราะผมก็เชื่อว่าการเลือกตั้งเนี่ยมันประชาชนเป็นคนคัดเลือกไม่ใช่ว่าคือผมเคยเจอยุคที่ผู้ว่าเปลี่ยนปีละ 2 คนก็มี ผู้ว่าเปลี่ยนปีละคนก็มี ผู้ว่าคนนี้มาแล้วก็บอกว่าทำ EM สิ ผู้ว่าคนทำ EM ไป ผู้ว่าอีกคนนึงมาบอกไถกบตอซังสิ พอไถกบตอซังเสร็จผู้ว่าไถกบตอซังไปผู้ว่าคนใหม่มาบอกปลูกปเทืองสิ คือเมื่อเป็นคนอื่นที่มาอยู่ในพื้นที่เนี่ยเราก็ไม่เชื่อว่าเค้าจะเข้าใจบริบทของการดำเนินการเนี่ยได้ดีเท่ากับคนในพื้นที่นะครับฉะนั้นในเรื่องนี้ไม่ได้ติดนะครับโอเคนะครับ