Transcription
สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการ ฟังหูไว้หู ฟังเรื่องที่ใช่ เข้าใจทุกมุมมองนะคะ พบกันกับดิฉัน ชุติมา พึ่งความสุข และจันทร์ วีระธีรพัฒน์ ค่ะ
คุณผู้ชมคะ นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง 69 ค่ะ แต่หลายๆ คนอยากจะทราบเนี่ยนะคะว่า สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ แท้จริงแล้วค่ะ การแข่งขันมันออกมาในรูปแบบไหน ในขณะเดียวกัน เมื่อหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว ประเทศไทยของเราจะมีระบบหรือระบอบการเมืองเป็นอย่างไร วันนี้เราจะพูดคุยค่ะกับ ศาสตราจารย์ ดร.สิริพันธ์ นกสวน สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนะคะ สวัสดีค่ะ
>> สวัสดีค่ะคุณนุส
>> สวัสดีครับ สวัสดีครับ
>> ดีใจที่ได้พบกับอาจารย์ คุยเรื่องการเมืองทีไร อาจารย์สนุทุกครั้ง และอาจารย์วีระท่านเคยบอกนะ บอกว่าคุณนุ่น คุณควรไปเรียนการเมืองเปรียบเทียบ คนที่สอนเรื่องนี้ได้เก่งมากๆ เลยก็คืออาจารย์สิรีพันธ์
>> โอ อาจารย์ [เสียงหัวเราะ]
>> อาจารย์ การเมืองเปรียบเทียบนี่เป็น
>> ปริญญาโท comparative politics
>> การเมืองเปรียบเทียบนี่มันเป็นไง มัน
>> เป็นไอ้รัฐศาสตร์พื้นฐานเนี่ยนะ เค้า เค้าถือว่าเป็นวิชาอ่านเองได้
>> โอเค
>> เออ แต่ถ้าเป็นการเมืองเปรียบเทียบนี่ต้อง มีครูออ [เสียงหัวเราะ]
>> อวยกันเกินไปจริงๆ
อาจารย์ แต่ว่าอยากทราบค่ะ โห การเลือกตั้งในครั้งนี้นะ ใครก็บอกว่า โอ้โห มันน่าตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ ถ้ามองในภาพรวมอ่ะ การเลือกตั้ง 69 ครั้งเนี้ยค่ะ การแข่งขันน่ะ มันเป็นลักษณะแบบไหนคะ ที่เราเผชิญอยู่เนี่ย
>> จะบอกแบบนี้ว่า การครั้งนี้เนี่ย เอ่อ ผลเลือกตั้งเนี่ย ก็น่าจะออกมาแบบกระจัดกระจาย พอสมควร คือเพราะว่าเหตุผลที่ประชาชนเลือกในครั้งเนี้ย มันจะมากไปกว่าครั้งที่แล้ว คือครั้งที่แล้วเนี่ย มันชัดเจนหนักไปทาง มีลุงไม่มีเรา หนักไปทางต้องการออกจากระบอบเดิม ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ดีไม่ดีคนชอบไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่ว่าบริหารประเทศมา 9 ปี ดังนั้นอันนี้คือสิ่งที่มันชัดเจนว่าคนต้องการอะไร อย่างงานวิจัยตัวเองเนี่ย บอกชัดว่าคนต้องการการเปลี่ยนแปลงนะคะ ทีเนี้ยครั้งนี้เนี่ย ถามว่าคนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงยังมีอยู่มั้ย ยังมีอยู่เยอะ แต่เหตุผลในการเลือกเนี่ย มันมีซับซ้อนมากกว่าเดิม
>> เดี๋ยวเดี๋ผมก่อนจะไปตรงนั้นเนี่ย ผมถามอาจารย์อย่างงี้
>> คือทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหาร แล้วก็มีการเลือกตั้ง เอ่อ ย้อนหลังไปประมาณสัก 20 ปีเนี่ย เอ่อ เราจับปรากฏการณ์ การเลือกตั้งในปี 2550
>> ค่ะ
>> อ่า ตอนนั้นพรรคพลังประชาชนเป็น เป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง
>> ค่ะ
>> เมื่อออกจากรัฐประหาร
>> นะครับ
>> แล้วก็การเลือกตั้งซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับ รัฐประหาร แต่ว่ามันมีการยุบสภานะ เอ่อ ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรครัฐบาลสมัยคุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเนี่ย
>> ผลการเลือกตั้งออกมาก็พรรคเพื่อไทยก็เป็น เอ่อ ชนะเด็ดขาดนะ พูดง่ายๆนะ
>> เอ่อ แต่ว่าในการเลือกตั้งในปี 62 ซึ่ง เป็นการเลือกตั้งที่ออกจากระบอบ คสช. ครั้งที่ 1 เนี่ยนะครับ ใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 เนี่ย ไม่ว่าจะกรรมวิธีจะเป็นยังไงก็ตาม ปีเนี้ย
>> ตอนนั้นเราก็ถกกันนะ เรื่องการนับคะแนน เขย่ง เรื่อง สส. บัญชีรายชื่อ
>> ประเด็นก็คือว่า
>> ทำไมการเลือกตั้งในปี 2562 แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. มากที่สุดก็จริง มากกว่าพรรคพลังประชารัฐ แต่เราอย่าง ที่เรารู้อ่ะ ด้วยกลไกที่มันเกิดขึ้น ด้วยบทเฉพาะกาลเนี่ย
>> เขาจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ เป็นพรรคพลังประชารัฐ แล้วก็เป็นคุณ คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายก
>> อ
>> เอาตรงจุดนั้น
>> อื
>> ว่าทำไมหลังการออกจากระบอบเผด็จการทหาร
>> อือ
>> ทำไมพรรคเพื่อไทยไม่สามารถกลับมาเป็น แบบ ได้คะแนนเยอะๆ เดี๋ผมถาม ผมเริ่มจากตรงนี้ก่อน
>> อ๋อ ค่ะ อันนี้ต้องขออนุญาตเล่านิดนึง ถ้า ย้อนกลับไป เอ่อ หลังรัฐประหาร 2549 นำมา สู่รัฐธรรมนูญ 2550 เนี่ยนะคะ ตัว รัฐธรรมนูญ 2550 ยังคง เอ่อ ลักษณะพื้นฐาน ของ เอ่อ การถ่วงดุลอำนาจ และตัวระบบเลือกตั้งคล้ายกับรัฐธรรมนูญ 2540 ดังนั้นคน ที่ทำรัฐประหารก็จะบอกว่าอันเนี้ย ยามัน แรงไม่พอนะคะ ดังนั้นหลังรัฐประหาร 2557 เนี่ย เราถึงเห็นรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งยัง ใช้อยู่ทุกวันนี้เนี่ย มีความเด่นพิเศษ ต่างไปจากรัฐธรรมนูญในอดีตค่อนข้างตั้ง เยอะนะฮะ อย่างเช่นมีการ เอ่อ แนะนำระบบ เลือกตั้งใหม่ ก็คือจัดสรรปันส่วนผสม คือ บัตรใบเดียวก็จำได้นะคะ แล้วก็บัตรใบเดียว เนี่ย เอามาแปลงเป็นทั้งคะแนน สส. เขต และ สส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งตัวบัตรใบเดียวเนี่ย อันนึงเลยตอบคำถามอาจารย์วีระ คือทำให้พรรคเพื่อไทยไม่ได้รับคะแนนในระบบ บัญชีรายชื่อ
>> อือฮึ
>> คือ 131 ของเพื่อไทย
>> เอ่อ ตอนนั้นเนี่ย ไปอั้นไว้
>> ค่ะ
>> ว่าคุณได้ ส.ส. ไม่เกินเท่าไหร่ แต่สำหรับการเลือกตั้งในปี 66 เนี่ย ไอ้ ตรงนี้ยกเลิกไปใช่มั้ครับ โอเค ต้อง โอเค ครับ
>> ถูกต้อง อ่ะ ถ้าจะบอกยกเลิกไปเนี่ย เพราะ ไอ้ ระบบจัดสรรเป็นส่วนผสมเนี่ย มันทำให้เกิด เอ่อ พรรคหนึ่งที่นั่งเนี่ย มากถึง 17 ที่นั่ง ซึ่ง 17 ที่นั่งเนี่ย ข้อดีก็คือ มันทำให้พลเอกประยุทธ์เนี่ยแหละ ได้รับเลือกตั้ง เป็นนายกมนตรี
>> ใช่
>> นะคะ เพราะว่าถ้าเกิดเราไปดูคะแนนตอนนั้น เนี่ย พลเอกประยุทธ์แข่งกับคุณธนาธร
>> อื
>> เอ่อ พลเอกประยุทธ์เนี่ย ตอน ถ้านักพนัน สส. อย่างเดียวใน ได้ 251 นะ ในวันที่เลือกนะคะ
>> ใช่ เอา ส เอาพวก สว. มานั่งประชุมกันครบเลย 249 คน
>> ผมจำได้
>> สว. แทบจะโหวตไม่แตกแถวเลยนะคะ ซึ่งก็ทำให้พลเอกประยุทธ ได้
>> มันเป็นลักษณะเฉพาะของการเลือกตั้งปี 62
>> ทั้งเรื่องการออกแบบ ไอ้ การคิด ไอ้ จัดสรร ปันส่วนของ สส. บัญชีรายชื่อ แล้วก็บทเฉพาะกาลที่มันกำกับไว้อีกนะ โอเคครับ
>> ใช่ ซึ่งเป้าหมายของระบบเลือกตั้งเนี่ย ก็ คือเพื่อลดอิทธิพลของพรรคเพื่อไทยนี่แหละ ทำให้เพื่อไทยได้คะแนนลดลงอย่างมากนะคะ แต่ถ้าจะพูดว่าแล้วทำไมถึงเปลี่ยนหล่า ใน เมื่อระบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่คงอำนาจพลเอก ประยุทธ์ เพราะว่า ไอ้ การมีพรรคหนึ่งที่นั่งเยอะๆ นี่แหละ มันทำให้ต้องเลี้ยงกล้วย ต้องปลูกกล้วย
>> เพราะว่ามัน มันเป็นต้นทุนของผู้ที่จะต้อง รักษาอำนาจนี้ไว้ใช่มั้คะ
>> เครือนึงแพง แพงมาก แล้วก็ต้องจืนึงเนาะ แสดงว่าลูกนึงนี่ โอ้โห เรากินแพงมากเลยนะ อาจารย์นะ
>> ไม่เครือนึง 5-60 ล้านนะรอใช่มั้ย อะไร เนี่ย [เสียงหัวเราะ]
>> แล้ว แล้วตั้งมันมีตั้ง 20 บาท
>> อันนี้พูดโดยไม่มีหลักฐานนะ เออ ต้องบอก ก่อนนะ พูดโดยได้คือใช้หลักกามสูตรอ่ะ
>> เป็นไงคะ
>> คือฟังตามกันมา [เสียงหัวเราะ]
>> เค้าพูดมาอย่างนั้น เราเลยฟังเข้ามาอีก
>> เดี๋ยวบางคนเชอบแบบว่า ผมพูดอะไรนี่จะเอา เป็นเอาตายเนี่ยนะ โอเค [เสียงหัวเราะ] ตอน นี้ต้องระวัง ไม่ต้องบอกละไว้ในฐานที่เข้า ใจนะ โอเค ต
>> แต่เราสามารถอนุมานทางการเมืองได้ไงคะ ว่า ระบบว่า ไอ้ การเลือกตั้งแบบนี้มันไม่ เวิร์ค เพราะฉะนั้นพอกลับมาก็เป็นระบบที่ เรียกว่า เอ่อ เอ่อ ง่ายขึ้นในการจะคำนวณ แล้วคราวนี้
>> ก็คือคล้ายกับรัฐมนูญ 40 คือมีบัตร 2 ใบ แล้วก็แยกกัน เอ่อ ระหว่างบัญชีชื่อกับ สส. เขต โดยที่ต่างกันก็คือไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ
>> อ่า ทีนี้พอไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ สิ่งหนึ่งที่ เราเห็นก็คือว่า อย่างการเลือกตั้งครั้ง ที่แล้วเนี่ย
>> ปี 66
>> ปี 66 ก็จะมีพรรคที่ได้ 1 ที่นั่งถึง 11
>> ถึง 11 พรรค ซึ่งก็เยอะอยู่เหมือนกันนะคะ ส่วนหนึ่งเนี่ยเป็นเพราะคนอาจจะอยากเลือก พรรคที่ไม่ใช่พรรคกระแสหลัก แต่อีกส่วน หนึ่งเนี่ย อาจจะบอกว่าเป็นผลพลอยได้จาก พรรคที่ได้เลขบัญชีรายชื่อเบอร์หน่วย เดียวคือ 1-6-7 เนี่ย
>> หลักเดียว
>> ในหลักเดียว
>> คือไม่ใช่ความผิดของพรรคที่เราไม่รู้จัก ชื่อแล้วแล้วแล้วไปได้ สส. บัญชีรายชื่อ
>> คราวนี้เนี่ย
>> เอ่อ ก็มีคนมาเล่าให้ผมฟังนะว่าในเขตเลือก ตั้งนึงเนี่ย ผมไม่ระบุจังหวัด
>> ค่ะ
>> นะ เอ่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเนี่ย เค้าใน เขตนั้นมันมี มันมีสัก 7-8 คนน่ะ
>> ใช่ สส. เขตจะน้อย
>> ใช่ เค้าก็บอกว่า เค้าบอกว่า เอ่อ เกรงใจคน ที่มาเลือกผู้สจะสับสน ก็เลยบอกว่าเนี่ย ของเราเบอร์ของเราเบอร์นี้นะ ให้กาอีกใบ เบอร์เดียวกัน
>> ใช่
>> อื
>> เฉพาะเขตนั้นน่ะ ได้คะแนนของพรรคที่ได้ เป็น ส.ส. ทีหลังเนี่ย
>> ค่ะ
>> 30,000 คะแนน
>> ค่ะ
>> เออ
>> คือเค้าได้ 30,000
>> อือ
>> แล้วคนนั้นก็พลอยได้ไป 30,000 ไปด้วย เออ
>> แต่รอบนี้ผมไม่รู้นะ เพราะว่าพรรคที่เป็น เลขตัวเดียวเนี่ย ก็ถ้ามัน ถ้ามี ปรากฏการณ์อย่างนั้นอีก ก็แสดงว่ามันก็ซ้ำรอยเดิม ก็คือแบบเดิม
>> เออ อันนี้ อันนี้เอาไว้วันเลือกตั้งเราจะ รู้
>> ย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับเลขพรรคให้ดีนะ แล้วก็เลขคนในเขตของคุณนะ
>> คือต้องแยกให้ออกนะ ว่าคือต้องแยกให้ออก ว่า สส. เขตเลือกตั้งที่เราจะเลือกเนี่ย ที่ เค้าให้เลือก ที่ เค้าให้ไปเลือก หรือเราไปเลือกเนี่ยนะ แล้วแต่ก็มันเบอร์อะไร แล้วก็พรรคเนี่ย พรรคเนี่ยเบอร์อะไร มันไม่ตรงกัน ถ้ามันตรงกันไม่มีปัญหา แต่ส่วนใหญ่เนี่ย มันไม่ตรงกัน
>> แล้วรอบเนี้ย ไอ้ พรรคใหญ่เนี่ย
>> มันไปเลขที่ 40 กว่าทั้งนั้น
>> นะ ยกเว้นพรรคเดียว
>> ค่ะ
>> พรรคเพื่อไทย
>> เพราะฉะนั้นเนี่ย ผมค่อนข้างมั่นใจนะ อันนี้พูดแบบใช้ analogy นะ
>> ค่ะ
>> ว่า
>> พรรคที่ได้จับฉลากได้เบอร์ 9 อ่ะ ก็เพื่อไทย
>> อาจจะได้เป็น สส.
>> ใช่ [เสียงหัวเราะ] ถูกค่ะ คือ สส. เขตเบอร์ 9 เนี่ย สส. เขตเบอร์ 9 ของหลายๆ จังหวัดหลายๆ เนี่ย อาจจะได้เนาคนไปเลือกตั้งอาจจะลง เบอร์ 9 อีกใบอีกใบนึงด้วย ไอ้ ไอ้ใบใบ สส. เขตนี่มันสีอะไรล่ะ
>> เดี๋ยวเดี๋ยวนะ มันมีสีเขียวกับชมพู
>> สส. เขตสีเขียว
>> สส. สีเขียว แล้วก็อาจจะลง สส. สีชมพูด้วย เออ แต่มันจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับบัตรสี เหลือง ไอ้ โรงประชามติ เพราะมันไม่มีเบอร์ [เสียงหัวเราะ] ให้ดีจำเบอร์ให้ดีอ่ะ ทีนี้ ต่อๆ
>> อ่ะ ทีนี้กลับมาคำถามของอาจารย์ คือทำไม เพื่อไทยถึงไม่ได้ไม่สามารถกลับมาได้ เหมือนเดิมนะ ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวระบบเลือกตั้งที่ออกแบบมาเพื่อ
>> สกัด
>> สกัดอ่านะฮะ อันนี้
>> ครั้งแรกเนี่ย สกัดชัดเจน 62 อ่ะ เออ
>> ใช่ค่ะ ทีนี้พอ 62 สกัดเพื่อไทยเนี่ย สิ่ง ที่คนร่างรัฐธรรมนูญนึกไม่ถึงเลยก็คือ มันทำให้เกิดพรรค พรรคส้ม
>> พรรคก้าไกล
>> พรรคอนาคตใหม่ ตอนพรรค พรรค ตอนนั้นพรรค อนาคตใหม่
>> พรรคอนาคตใหม่นะคะ ก็คือเกิดเป็น จะเรียก ว่าเป็นอีก เอ่อ พรรคก้าวหน้าอีกชุดนึงขึ้น มานะคะ ทีนี้พอพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นมาเนี่ย เอ่อ กระแสนาคตใหม่ก็ดี มันก็ไปซ้อน ทับกับกระแสของเพื่อไทยบางส่วน ดังนั้นใน แง่นี้เนี่ยคะแนนของเพื่อไทยก็ถูกทอนลงมา นะคะ นี่คือคำอธิบาย 2 ประการแล้วนะคะ
>> โดยทำให้พรรค 9 ก9 ก้าวไกลตอนนั้นน่ะ ได้ ส.ส. 151 คน เพอรไทยเหลือ 14
>> 41
>> 141 ซึ่งอันเนี้ย
>> ทางฝ่ายที่เป็นฝ่ายที่ เค้าไม่ชอบทั้ง 2 พรรคเนี่ย เค้าก็ยอมรับความจริง
>> ในยุคของคุณพิธาแล้วนะ อันเนี้ยใช่มั้
>> ไม่ๆ ครับ พิธาแล้ว แล้วพี่ธาไม่ได้เป็นนายกเนี่ย เค้าก็ยอมรับความจริงว่า โอเค ก็ต้อง ให้พรรคเพื่อไทยเนี่ยจัดตั้งรัฐบาล
>> แต่เขาไม่ให้บริหารแบบประเภทไปเรื่อย เปื่อยนะ
>> เพราะฉะนั้น เอ่อ เขาก็จะมีช็อตเด็ด
>> ช็อตเด็ดก็คือจัดการกับพรรคก้าวไกลให้จบ ก่อน
>> เออ จัดการกับพิธากับพรรคก้าวไกลให้จบก่อน ล็อตแรก
>> ค่ะ
>> ตามมาด้วยจัดการกับเศรษฐา ทวีสินป์ ล็อต 2
>> จัดการกับพี่แพทองธาน
>> ชินวัตร
>> ชินวัตร เอ่อ เฟส 3
>> ค่ะ
>> นะ แล้วก็เหลือเอาไว้คนเดียว เอาไว้ เฟส 4 สำหรับการเลือกตั้ง
>> เฟส 4 [เสียงหัวเราะ] โอ้ อย่างงี้เหมือน ปล่อยให้ลงสนามไปก่อนแล้วเสร็จแล้วออกจาก สนามอ่ะ
>> นี่ นี่เราวิเคราะห์แบบว่า เออ ไล่มาให้ดู อ่ะ เออ มีพวกกำกับกับคนเขียนบ
>> ไม่ๆ คือ คืออย่างงี้ คือ คือถ้าผมคุยกับนัก การเมืองเนี่ย ผมคุยอย่างงี้ไม่ได้
>> ใช่ [เสียงหัวเราะ]
>> ถ้าคุย ผมคุย ผมไปคุยงั้นได้ไง เราใช่มั้ย
>> อันนี้เราคุยกับอาจารย์ อาจารย์กับผมเนี่ย เข้าใจกันว่าเราพูด เราสามารถที่จะ พูดในภาษา
>> เออ พูดภาษาเดียวกัน
>> ปล่อยลงสู่สนามแข่งเสร็จแล้ว ถ้าไม่เป็น กติกาคุณออกมานี่
>> ใช่ แล้วก็ใช้วิธีล้อมกรอบพรรคการเมือง ด้วย
>> มาตรการต่างๆ
>> คือ คืออย่างงี้ ต้องเล่าให้ฟังไอ้ ผม ผม ผม อ่านบทความของใครสักคนนึงแล้วผมชอบใจมาก เค้าบอกว่าก่อนหน้านี้เนี่ย ที่ผ่านมาทั้งหมดเลย
>> ค่ะ
>> พรรคการเมืองเนี่ย และนักการเมืองเนี่ย จะ ตกเป็นเป้าว่าซื้อเสียง เอ่อ โกงกินอะไรต่อ อะไรพวกนี้เนี่ย อ
>> มันมีพรรคที่เป็นมนุษย์ต่างดาวมาในการ เลือกตั้งปี 62 คือพรรคอนาคตใหม่
>> อ
>> แล้วก็การเลือกตั้งในปี 66 ในนามของพรรค เอ่อ ก้าวไกล แล้วกลายเป็นพรรคประชาชนเนี่ย คือรู้อยู่แล้วว่าพรรคนี้มันไม่ซื้อเสียง แล้วมันไม่เคยบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นมัน จะคอร์รัปชั่นไม่ได้ไง
>> อื
>> มันทำให้ข้ออ้างที่จะทำรัฐประหารโดยมี พรรคอย่างนี้อยู่เนี่ย มันไม่สามารถทำได้ เพราะว่าโอเค มันมีพรรค พรรคการเมืองที่มันไม่ได้เป็นอย่างที่บอก ตลอดเนี่ย อยู่พักนึง อย่างเงี้ย เออ
>> แล้วต่อไปมันอาจจะเพิ่มขึ้นนะ ผมไม่รู้นะ
>> อาจารย์ว่ามั้ย
>> เป็นไปได้ค่ะ แต่ว่าต้นทุนของการสร้างพรรคเนี่ย มันก็ มันเยอะ
>> โอเค
>> มันเยอะ มันยากอยู่นะคะ
>> เดือนละ 5 ล้านครับ [เสียงหัวเราะ]
>> เดือนล้านนะคะ ไม่ใช่ปีละ
>> แต่ต้นทุนตรงนี้ น่าคุยต่อ รวมไปถึงถ้า อาจารย์ประเมินว่าคะแนนนิยมพรรคหลักๆ ใน ครั้งเนี้ย เขาจะได้เท่าไหร่กันบ้าง เดี๋ ช่วงหน้ามาตอบให้ฟังกันค่ะ
คุยเรื่องของการเลือกตั้ง 69 กับอาจารย์ สิริพันธ์กันต่อนะคะ เมื่อสักครู่กำลังสนุกเลยค่ะ อาจารย์ขา สิ่งที่เราเห็นมาที่มันเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ หลายคนบอกว่า โอ้โห ถ้าเราอยู่อย่างเงี้ย มันก็ไม่ไหวแล้วอ่ะ
>> มันจะไปยังไงต่อล่ะคะเนี่ย
>> ขอตอบต่อจากช่วงที่แล้วนิดนึงว่าอธิบาย ว่าทำไมพรรคเพื่อไทยถึงไม่สามารถปังได้ เหมือนเดิม คือต้องบอกว่าการรัฐประหาร 2 ครั้งเนี่ย มันทำให้
>> บุคลากรของพรรคมันถดถอยลงไปนะคะ คนก็ไม่ อยากจะอยู่กับพรรคนี้แล้ว เพราะว่ามันจะดู เหมือนกับว่าเดี๋ยวจะมีคดีอะไรตามมาด้วย ถูกมั้คะ เราจะเห็น เอ่อ คนที่เคยเป็นแกน หลักๆในพรรคเพื่อไทยในสมัยที่เป็นไทยรักไทย อย่างคุณ ขออนุญาตเอ่ยชื่ออย่างท่าน สุรเกียรติ เสถียรไทย คุณสมคิด จตุศรี พิทักษ์ พวกเนี้ย
>> ก็วางมือ ก็ต้องออกมานะคะ ดังนั้นเช่นเดียว กันอย่างกรณีพรรค เอ่อ อนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล ซึ่งก็ถูกยุบไป 2 ครั้งเนี่ย ตัว บุคลากรมันก็ล่อยหลออ่ะนะคะ รวมถึงพรรค เพื่อไทยเองเนี่ย โอกาสที่จะส้า สร้างกลไกความเป็นประชาธิปไตยในพรรค เอ่อ เอ่อ การสืบทอดที่เป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญเนี่ย มันมันถูกขัดตอนไป อันเนี้ยคือคำอธิบายหลัก ตน คือเท่าเท่าที่ผมดูทีมที่เป็นทีมคิดน่ะ
>> ค่ะ
>> ทีมยุทธศาสตร์น่ะ ของพรรคเพื่อไทยในปี 2569 กับปี 2562 และ 66 เนี่ย คณะเดียวกันแต่
>> อ
>> มันแก่ขึ้นครับ
>> อื้อหือ
>> อ๋อ
>> คุณต้องเข้าใจนะครับว่าเวลามันผ่านไป 8 ปี 7 ปีเนี่ย สำหรับคนอายุ 50 มันก็จะ กระตือรือร้นแบบนึง
>> ออ
>> 60 ก็ยังพอไหว ส่วนใหญ่ตอนเนี้ย มันขึ้น สะพานพระราม 7 กันหมดแล้ว
>> ไม่อาจารย์ เค้าบอกว่าเวลาที่คนเพิ่มเติม [เสียงหัวเราะ] ทางอายุอ่ะ ไวเก๋าไง ความเก๋าอ่ะ
>> ไม่ไวเก๋า แต่มันจะไม่มีความ เอ่อ ความ แคtive มันจะไว
>> คือมัน มันถูกดึงโดยธรรมชาติ
>> คุณต้องช้า ถ้าไม่ช้า ถ้าคุณไม่ช้า คุณเกิด อุบัติเหตุ
>> คุณเป็นคนแก่ ถ้าคุณทำเหมือนเด็กเด็กเนี่ย คุณต้องหัวทิ่ม
>> ต้องแขนหักขาหักตกบันไดอะไรอย่างงี้เลยนะ ฮะ
>> ขอบคุณที่ให้หลัก [เสียงหัวเราะ] คือตรงนี้ นะคะ
>> แล้วสังคมมันก้าวไปข้างหน้า บางทีเค้าก็ไม่ทันแล้ว คราวนี้ผม ผมกลับมาอย่างงี้ อาจารย์
>> โอเค ว่า
>> เอ่อ สำหรับการเลือกตั้งปี 69 เนี่ย
>> ค่ะ
>> ถ้าให้อาจารย์เทียบเคียงกับการเลือกตั้ง ในปี 66 เนี่ย อ
>> อะไรที่มันมีความแตกต่างกันโดยนัยยะสำคัญ
>> อื นัยยะสำคัญสำคัญที่สุดเลยคือตอนผลเลือก ตั้งปี 69 เนี่ย อาจารย์ดูพรรคเพื่อไทยไทย กับพรรค เอ่อ ก้าวไกลตอนนั้นรวมกัน
>> นั้นปี 66
>> อ่ะ ปี 66 ค่ะ ปี 66 เนี่ยนะคะ 2 พรรคเนี่ย ผลเลือกตั้ง 2 พรรคเนี่ย รวมกันคือ 151 กับ 141 คือเท่าไหร่คะ 292 บัญชีรายชื่อเนี่ย 38% กับ 28% รวมกันคือ 67% นั่นหมายความว่าพรรคที่หาเสียงเพื่อ การเปลี่ยนแปลงเพื่อความก้าวหน้า
>> รวมกันนี่มันเกินแล้ว
>> มันมันไม่ใช่แค่เกินครึ่งปิ่มๆ นะคะ มันคือ 67% ของของประชากร ดังนั้นหลายคนจะบอกว่าโอ อนุรักษ์นิยมไม่มีพื้นที่แล้ว นั่นนี่นู่น แต่พอมาครั้งนี้เนี่ย เราจะเห็นว่ากระแส อันรักนิยม กระแสรักชาติกลับมา
>> อันนี้คือจุดโอเค
>> ที่เปลี่ยนสำคัญแล้วก็จะมีนัยยะสำคัญกับ การเลือกตั้งด้วย
>> คนที่เป็น เอ่อ เข้ามาแทนบทบาท
>> ค่ะ
>> ก็อาจจะเป็นพรรคภูมิใจไทย
>> พรรคภูมิใจไทย และการกลับมาของคุณ อภิสิทธิ์นะคะ พรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึงพรรค ใหม่ๆที่ตั้งขึ้นมาอาจจะได้คะแนนเสี่ยง หรือเปล่า แต่ว่าก็มีพื้นที่อย่างเช่นพรรค เศรษฐกิจนะคะ พรรครักชาติ พรรครวมไทยสร้าง ชาติ ซึ่งก็ยังกลับมาแล้วก็น่าจะน่าจะได้ ส.ส. นั่นแหละนะคะ อันนี้คือกลุ่มก้อนที่เป็นพรรคอนุรักษ์นิยมที่เหมือนกับมีชีวิต ชีวาขึ้นมาหลังการเลือกตั้งในภายในการ เลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งนี้ คราวนี้ ไอ้ปีกที่เป็นอาจารย์จะใช้คำว่าเสรีิยม หรือก้าวหน้านิยม ไอ้ปีกนึงเนี่ย
>> อยากจะใช้คำว่าก้าวหน้านะคะ คือ คือจริงๆ แล้ว
>> คือจริงๆ เสรีนิยมเนี่ย มันมาเทียบเคียงกับ อนุรักษ์นิยมอ่ะ มันมันไม่ มันไม่ได้ อาจารย์เชิญแล้ว อนุรักษ์อนุรักษ์นิยมของ ไทยเนี่ย ก็จะต่างจากอนุรักษ์นิยมของต่าง ประเทศด้วย คือของไทยเราจะเน้นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นะคะ ส่วนแนวคิดเรื่องของ การนโยบายเรื่องของ เอ่อ สวัสดิการอะไร อย่างเงี้ย มันจะเทียบเคียงกับของอเมริกา หรือของตะวันตกยากนะคะ คือของเราเป็น เรื่องเกี่ยวกับสถาบัน
>> ถ้าเป็นอนุรักษ์นิยมเนี่ยเกี่ยวกับสถาบัน แต่ว่าไม่ได้มีนโยบายเศรษฐกิจแบบอนุรักษ์ นิยมนะ
>> อย่างรัฐบาลเทเชอร์ของอังกฤษเนี่ย เข้ามา ปั๊บ
>> ด้วยวิธีการอนุรักษ์นิยมของเาเนี่ย เา ยก เลิกสหภาพแรงงานเลย
>> ค่ะ
>> เค้าให้รัฐให้รัฐวิสาหกิจเนี่ย ให้เอกชนชน นั่นไปเลย หรืออย่างเงี้ย อ่า คือคือนั่น คือ นั่นคือแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม
>> ในตำรา
>> ใช่
>> แต่ของเราเนี่ย มันเป็นอนุรักษ์นิยมตาม สภาพสังคมไทย
>> แบบ [เสียงหัวเราะ] ไทยๆ อนุรักษ์นิยมแบบไทยๆ
>> โอเค ต่อ
>> อาจารย์ แล้วพรรคภูมิใจไทยที่เราเรียน เอาอย่างงี้ ถ้าเรามองให้มันชัดขึ้นเนี่ย อาจารย์บอกว่าเลือกตั้งรอบเนี้ย มันมีลักษณะกระจาย
>> นะ แต่ว่ามันก็ไปรวมกลุ่มรวมก๊กแบบนั้น อาจารย์เห็นคำ เอ่อ การขึ้นมาใหม่ของพรรค ประชาธิปัตย์
>> เห็นการรวมเป็นกลุ่มเป็นก้อนใหญ่โตของ พรรคภูมิใจไทย
>> ค่ะ
>> ทั้งปีกของพรรคเพื่อไทย มีอะไรเปลี่ยนแปลงมั้ครับอาจารย์
>> ปีกของพรรคเพื่อไทย หมายถึงว่าพรรคฝ่าย ก้าวหน้าที่ต้องการเปลี่ยนแปลงใช่มั้ยคะ ครับ
>> เอิ่ม ความน่าสนใจก็คือว่าพรรคฝั่งก้าวหน้าทั้ง 2 พรรคเนี่ย ถูกมาตรการทางกฎหมายล้อมกรอบเยอะ เมื่อกี้อาจารย์ก็ใช้
>> คือมันมีการลงโทษน่ะ ซะจนมีความรู้สึกว่า พรรคเหล่าเนี้ย พรรค 2 พรรคหลักเนี้ย พยายามที่จะลดทอนความแหลมคมในเชิงข้อเสนอ เหลือทางนโยบายลง
>> คือภาษา
>> คือไม่ให้ต้องการเจ็บตัว
>> ภาษาการเมือง เค้าเรียกว่าทำให้เชื่อม [เสียงหัวเราะ]
>> ทำให้ทำให้อะไรนะ อาจารย์กำลังของเราเนี่ย มันล้ม [เสียงหัวเราะ]
>> มันล้อม มันล้อม คือไม่ให้ขยับเกินลู่ที่ ไม่ให้ขยับเกินลู่ที่ผีเอาไว้
>> คือถ้าขยับเกินลู่มันก็จะมาตามมาด้วย ตัด สิทธิ์ทางการเมืองตัว เอ่อ
>> อ
>> กลับไปอีกอันนึงก็คือยุบพรรคของมึงค่ะ
>> เออ เนี่ยมันจะมาคู่เนี้ยนะ ตอนนี้มันทำมา 2 ครั้งแล้ว มันเห็นชัดแล้ว
>> ไม่เดี๋ยวค่อยถามต่อว่าครั้งนี้มันจะเป็น อีรอบเดิมหรือเปล่า กลับมาตรงนี้ค่ะ ในแต่ละพรรคแล้วค่ะ ทีนี้เพื่อไทยอย่างที่บอกก็ ก็เจอมาเยอะแล้ว ที่สำคัญพอเป็นรัฐบาล ครั้งที่แล้วเนี่ย ด้วยความที่บุคลากร สำคัญสำคัญก็หายไป นโยบายก็ไม่ได้ พูดง่ายๆว่า 2 ปีที่ที่เอยู่ในรัฐบาลไม่สามารถส่ง มอบตามคำสัญญาได้ อันนี้ก็เป็นบาดเจ็บ สาหัสอ่ะนะคะ แต่ถ้าให้ประเมินก็ยังคิดว่า เพื่อไทยเนี่ย ครั้งที่แล้วบัญชีรายชื่อ 10.99 ล้านนะคะ มันจะหายไปสักครึ่งนึง มันก็ยังเหลือ 5 หรือ 6 ล้าน 5 หรือ 6 ล้านนี่ก็
>> 15 ที่นั่งนะคะ แล้วก็ยังคิดว่าการกลับมา ของอาจารย์เชนในฐานะ เอ่อ แคนดิเดตรัฐมนตรี ซึ่ง
>> คุณยศันท์ ซึ่งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณ ยศชนันท์คือไม่ทะเลาะกับใครเลย
>> อ่า
>> นะฮะ แล้วถ้าดูจริงๆ ก็คือพร้อมที่จะเป็น พรรคร่วมรัฐบาลกับทุกพรรค อ่า อันนี้คือ เป็นจุดแข็ง คือบางทีคนเลือกก็คือเลือก เพราะว่าอยากได้พรรคนั้นน่ะ เป็นรัฐบาล
>> คราวนี้กลับมาที่พรรคพรรคประชาชนค่ะ
>> อาจารย์เชิญครับ
>> อ่า พรรคประชาชนเราก็จะเห็น เอ่อ อะไรครับ น่ะ คือทำให้นโยบายมันแหลมคมน้อยลงนะคะ อย่างเรื่อง 112 นะคะ หรือเรื่อง เอ่อ เกณฑ์ ทหารก็จะเหลือแค่สมัครใจเป็นต้นนะคะ แล้วก็สิ่งที่
>> เป็นจุดที่พรรคพยาประชาชนพยายามจะเสนอ ก็ คือแก้ปัญหาที่ เอ่อ นักการเมืองเลือกมากี่ ครั้งก็มีรัฐมนตรีจากบ้านใหญ่ รัฐมนตรีคน เนี้ยเป็นรัฐมนตรีมีหลายกระทรวงเหลือเกิน นะคะ ก็นำเสนอ เอ่อ สิ่งที่เรียก Professional แต่หลักๆ ก็คือว่า อันเนี้ ถ้ามองในแง่เคิดว่าพรรคประชาชนตีจุดถูก แหละ คือต้องการได้คนที่มีความสามารถตาม สายงานกระทรวงที่รับผิดชอบนะคะ แต่พอออกมาแล้วมันปังมั้คะอาจารย์
>> ผมไม่ทราบ คือผมบอกอาจารย์ตามตรงนะ
>> ค่ะ
>> การเลือกตั้งปี 69 เนี่ยนะ เป็นเรื่องที่ น่าเบื่อมากสำหรับผม คนอาจจะเห็นว่า โอ้โห ผมไปทำนู่น แต่ใจนะ ดาวนะ
>> ผม เบื่อมากๆ เลยนะครับ อาจารย์คิดเหมือนกัน ถึงไม่ได้ออก [เสียงหัวเราะ] ไปไหนนี่มาคุย กับอาจารย์เป็นพิเศษค่ะ
>> คราวนี้มันมันจะมีอีกพรรคนึงที่เราต้อง จับตามองมั้ย กรณีของพรรคกล้าธรรมของคุณ ธรรมนัสเนี่ย
>> อ่าค่ะ อันนี้พรรคกล้าธรรมนี่ก็เป็นพรรค ที่จริงแล้วดีเบตก็ไม่ไปดีเบตนะคะ แต่หา เสียงในพื้นที่ เอ่อ แล้วก็มีความชัดเจนในฐานเสียง อย่างเช่น เอ่อ ภาคเหนือตอนใต้ นะคะ แล้วก็ภาคใต้ที่ค่อนข้างชัดเจน
>> เอ่อ โดยส่วนตัวก็มองว่ามาแน่
>> โอเค คราวนี้ถ้าถ้ารวมแบบนี้ ผม ผมพยายามจะ ประเมินอย่างี้ว่า เอ่อ พรรคที่เขาพูดกันเนี่ย ก็ยังน่าจะเป็นแบบนี้ ว่าแถวแรก
>> นะ ก็ยังเป็นพรรค เอ่อ เพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน
>> โดยไม่เรียงลำดับ
>> เออ โดยไม่เรียงลำดับครับ
>> แถว 2 เนี่ย ก็จะประกอบไปด้วย เอ่อ กล้าทำ
>> ประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคประชาชาติ
>> ประชาชาติค่ะ
>> ส่วนที่เหลือเนี่ย ก็อาจจะมีบางคนเนี่ย หลุดขึ้นมาอยู่แถว 2 หรืออยู่แถว 3 ก็ ประมาณสัก 4-5 พรรคอย่างที่เรา รู้จักกัน นะครับ
>> ถ้าใช้ ถ้าใช้ เอ่อ สูตรนี้ สูตรนี้
>> เอ่อ ผม ผมว่าอาจารย์มีตัวเลขอยู่ในใน มีตัวเลขอยู่ในใจ
>> อาจารย์จะเริ่มบรรเลงเลยมั้ยครับ [เสียงหัวเราะ]
>> ตัวเลขนี้เนี่ย ขออุบเอาไว้ก่อนค่ะ เดี๋ยว ช่วงหน้ามาตอบให้ฟังกันนะค่ะ
คุยเรื่องการเมืองอ่ะค่ะ กับนักวิชาการ 2 ท่าน ให้เป็นนักวิชาการ 2 ท่าน คุณผู้ชมอ่ะ ฟังแบบเพลินๆนะ รุ่นต่อเนื่องเชื่อมโยงกับ เมื่อเบรคที่แล้วจะถามทั้งอาจารย์ ศิริพันธ์ และก็อาจารย์วีระด้วย โพลของเรา แล้วกันนะคะ
>> ใช่ๆ ต้องให้อาจารย์วีระ
>> คือแถวบนอ่ะ เดี๋ยวๆ แถวบนที่อาจารย์บอกว่า มีภูมิใจไทย ประชาชน เพื่อไทย ไม่ได้เรียน ลำดับแต่อย่างใดนะ อันนี้คือแถวที่ 1 แถวที่ 2 กล้าทำ ประชาธิปัตย์ ประชาชาติ เอาแถวบนก่อน แต่ละพรรคที่อาจารย์ประเมินในการ เลือกตั้ง 69 อ่ะค่ะ
>> เค้าจะได้คะแนนกันประมาณเท่าไหร่
>> คือบอกแบบนี้ยังยืนเหมือนเดิมว่า 3 พรรค เนี้ย คือ 400
>> รวมกันเป็น 400
>> รวมกันเป็น 400 ซึ่งมันอาจจะสลับได้นะคะ ทำไมถึงรวมกันเป็น 400 อธิบายแบบนี้เพราะ ว่าแถว 2 ของอาจารย์วีระเนี่ย คือ เอ่อ กล้าทำ ประชาธิปัตย์ คือ 2 พรรคนี้เนี่ย รวมกัน ยังไงก็ไม่น่าจะเกิน รวมทั้งประชาชาติ เนี่ย รวมกันยังไงไม่น่าเกิน 80
>> อืฮึ
>> ไม่น่าเกิน 80 ใช่มั้คะ
>> แล้ว 20 แล้วก็เป็นพรรคเล็กพรรคน้อยไป
>> อีก 20 เป็นพรรคเล็กพรรคน้อย ดังนั้นถ้า เกิดที่เหลือมัน 100 นเนี่ย หรือไม่ถึง 100 เนี่ย มันจะต้องมี
>> 400 อยู่ที่ไหนที่หนึ่ง ซึ่ง 400 เนี่ย มันก็คือแชร์กันระหว่าง 3 พรรคแถวบน
>> ก็คือประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย
>> เอา ประชาชนประมาณเท่าไหร่ครับอาจารย์
>> ค่ะ ทีเนี้ย ที่ประเมินประชาชนไว้ให้เท่า เดิมคือ 150 บวกลบ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เอ่อ คิดว่าคำถามใหญ่เวลาคิดถึงพรรคประชาชน คือใครจะมาเติมให้พรรคประชาชน
>> อื
>> นะคะ เพราะว่าเราเห็นโพลเนี่ย ยังเชื่อว่า ในถ้าระบบบัญชีรายชื่อ
>> เหมือนเหมือนกับอาจารย์จะบอกว่า 151 ของ พรรคประชาชน หรือพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 6 เนี่ย
>> สุดเหยียดละ
>> จริงๆแล้วมาเติมคือ first time water
>> ซึ่งประมาณ 3 ล้าน 2 ล้านกว่า เกือบ 3 ล้าน อันเนี้ยคิดว่าเติมเพราะว่าเช็คกับ นิสิตก็ยัง [เสียงหัวเราะ] ประชาชนอยู่นะคะ แต่ว่ามันมีส่วนที่หายไป ส่วนที่หายไปก็คืออาเอ่อ การทำ MOA การโหวตคุณอนุทินนะคะ รวมถึงแนวคิดแบบชาตินิยมที่
>> แต่อาจารย์ยังให้ 150 บลบ
>> เพราะว่าโพลเนี่ยยังให้พรรคประชาชนอยู่ คือไม่ได้ดูโพลสำนักใดสำนักหนึ่งเป็นหลัก นะคะ จริงๆเราไม่ค่อยเชื่อด้วยซ้ำเพราะว่า ดู sample siiz มันน้อยมาก
>> แต่ว่ารวมๆแล้วยังให้อยู่ ทีเนี้ย บัญชีรายชื่อเนี่ย เราจะเห็นประมาณ 40 ซึ่งยัง เชื่อมั่นว่าบัญชีรายชื่อเนี่ย พรรคประชา ชนจะเยอะที่สุด
>> แต่ที่ไม่แน่ใจ เลือกตั้งโอเค อันนี้ขยับมาที่เพื่อไทย
>> ค่ะ เพื่อไทยเนี่ย หลายคนให้ต่ำ 100 แต่ เมื่อกี้ที่วิเคราะห์ว่าเา้ามีฐานอยู่ 10.9 นะคะ ดังนั้นต่อให้หายไปเนี่ย เซฟโซน ของบัญชีรายชื่อก็ 15-18 แล้วพอมีอาจารย์ เชนขึ้นมาก็อาจจะตีตื้นขึ้นมาได้ คนบอกว่า เพื่อไทยโอหายไปเยอะ แต่จริงๆไปดูคนที่ พรรค สส. เก่าเพื่อไทยที่ย้ายออกเนี่ย มีแค่ 13 คนเท่านั้นนะคะ อ่า ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะหายไปหมด หรือปัญหาชายแดนเรื่อง เอ่อ โทรศัพท์อะไรเนี่ยนะคะ มีประมาณ 6-7 จังหวัด ซึ่ง เอ่อ ในจังหวัดเหล่านั้นเนี่ย มีศรีสะเกษจังหวัดเดียวที่เป็นพื้นที่ เด็ดๆของเพื่อไทย ที่เหลือเนี่ย มันเป็นพื้นที่ของภูมิใจไทย ของก้าวไกลค่ะ
>> เพราะฉะนั้นจะหายไปเยอะ
>> อย่างที่คิดกันจาก 141 มั้ยเนี่ย คือหายไป พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่คิดว่าอาจจะลดลง แต่ก็ยังให้อยู่ที่ประมาณ 110 บวกลบ โอเค 11 บวกลบนะ โอ ภูมิใจไทยล่ะคะ
>> ภูมิใจไทยเนี่ย คือคะแนนครั้งที่แล้วคือ 71 คะแนนบัญชีรายชื่อไม่เคยเกิน 3% ครั้งที่แล้วก็คือได้ 3 ที่นั่ง แต่ด้วยความที่ เป็นพรรครัฐบาล คนไทยเนี่ยก็จะนิยมพรรค
>> รัฐบา
>> รัฐบาลอยู่เยอะด้วย แล้วก็คือการเอา เอ่อ พูดง่ายๆว่าดึงคุณสุปจีนะคะ คุณท่านเอกนิติ เอ่อ คุณคุณศิศักดิ์เข้ามาเนี่ยก็
>> ได้รวมทั้งคุณอรรถพลด้วยนะ คนไม่ค่อยพูด
>> คนไม่ค่อยพูดนะคะ อาจจะผลงานอาจจะยังไม่ ได้เข้าตา
>> อ่า แมลงหวี่บอกว่า เอ่อ
>> ทำอะไรเยอะใช่มั้
>> ไม่ใช่ เอ่อ ไม่ใช่บอกว่า เอ่อ มาเป็นเฉพาะแค่ นี้
>> ไม่ต่ออไม่ต่อไม่ต่อไม่ต่ออายุอาจจะ การดึงดึงโอเคโอ
>> หมดอายุตัวเอง ดังนั้นคือภูมิใไทย อันนี้ จุดแข็งที่สุดเลยก็คือการขยายฐานเสียงใน ระดับชาติครั้งเนี้ยทำได้
>> เป็นครั้งแรก
>> เป็นครั้งแรกนะคะ ซึ่ง เอ่อ คะแนนบัญชาชื่อ จาก 3 เนี่ย อาจจะเพิ่มมาเป็น 15 ได้เลยนะ อื ที่ราบคือการอพยพย้ายถั้ใหญ่ของ สส. สส. เก่าเนี่ย ไปประมาณ 65 นะคะ ที่เห็นว่าบ้านใหญ่ 85 ที่นั่งในบางเว็บเนี่ยนะคะ ก็คือ นับได้ประมาณ 65 คน
>> มาภูมไทย
>> มาภูมิใจไทย สส. เก่าภูมิใจไทย สส. เขตคือ 68 รวมกันประมาณ 130 แต่ก็คงชนะไม่ทั้งหมด คง ชนะไม่ทั้งหมด แต่ด้วย อืหือ มันมีการโยก ย้ายข้าราชการเยอะมาก อาจารย์ต้องพูดแบบ นี้่นะคะ มันจะบอกว่าไม่มีผลเลยก็ไม่เชิง ที่
>> มันมันไปมีผลโดยที่เราไม่คิดเนี่ยนะ คือมี คนไปอยู่ตามบ้านต่างๆ
>> ค่ะ
>> เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งโดยที่ชาวบ้าน ไม่รู้อใช่
>> อ่าเหรอ
>> อันนี้จริง อัน [เสียงหัวเราะ] นี้อยากจะให้ ช่วยกันเช็ค
>> อยากให้ช่วยกันเช็ค
>> แต่ละบ้านนะครับท่านเช็คว่ามีคนอื่น ที่ไม่ใช่คนของท่านเนี่ยเข้ามาในการเลือก ตั้งครั้งนี้หรือไม่
>> ค่ะ
>> ถ้ามีท่านไปแจ้งที่สำนักงานเขตอ
>> ให้สเกตออกไป
>> ค่ะ
>> เออมันมีกระบวนการตโป้งๆ ชึ่งตรงนี้มี เปล่า
>> ตอนนี้มันเยอะจริงๆ แล้วก็จำนวนนึงเนี่ย ก็ คือเป็นทหารเกณฑ์
>> ที่ย้ายออกมาจากค่ายทหารแล้วก็มาอยู่ตาม บ้าน
>> อ ใช่ เพราะฉะนั้นภูมิใจไทยก็คือ
>> ภูมิใจไทยก็คือคิดว่าประมาณ 140 เพดาน เนี่ย 130 140 3 พรรคก็คือ 150
>> บล 140 บลบ 110 บลบ อ่า
>> เดี๋ยวประชาชนให้มากกว่าภูมใจไทย
>> แสดงว่าประชาชนมากกว่า
>> ตอนนี้ยังให้มากกว่า เพราะว่า แปลว่าให้เครดิตพรรคที่เคยได้แชมป์แล้ว กันค่ะ อาจารย์วีระมองแบบอาจารย์มั้ย ที หลังไม่ไม่สำคัญ ผมไม่สำคัญ ผมไม่สำคัญ อาจารย์นิดหน่อย เอากล้าทำกับ เอ่อ ประชาธิปัตย์นิดนึง
>> กล้าทำก็ประมาณ 40 คือกล้าทำต้องบอกว่า เา มี สส. เก่าของเขาแล้วก็ เมี สส. ประชาธิปัตย์ น่ะ ที่ย้ายไปอยู่กล้าทำในภาคใต้ ถูกมั้คะ อ่า ดังนั้นก็ให้ประมาณ 40 ประชาธิปัตย์ ประมาณ 30 ครั้งครั้งที่แล้วให้ 25 แต่ เชื่อว่าคะแนน เอ่อ
>> ได้ปตี้ลิสเพิ่ม
>> ปารตี้ลิสจากรวมไทยสร้างชาติครั้งที่ 13 คนเนี่ย ประมาณ 4.8 8 ล้านเนี่ย น่าจะย้าย มาที่คุณอภิสิทธิ์ ย้ายมาที่ เอ่อ พรรค ประชาธิปัตย์ ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นบัญชีราย ชื่อเนี่ย เซฟโซน ณ จุดประมาณ 10 เท่ากับ 2 รายการพักนี้ก็คือประมาณ 70
>> บวกประชาชาติอีก 10
>> ที่เหลือก็เป็นอีก 20 ก็แบ่งให้น้องให้ พรรคเล็กพรรคน้อยกันไป
>> ใช่
>> อ่ะ คราวนี้สำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้
>> อื อยู่ที่อาจารย์
>> ไม่ใช่อยู่ที่ [เสียงหัวเราะ] อาจารย์ อาจารย์ออกไปที่ไหน ผมไม่ขี้โกง ผมไม่ขี้ โกงเจอ
>> ผมว่าไอ้ ไอ้เรื่องพรรคเนี่ย ก็เรื่องนึง มันถูกผิด แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกนะ
>> คือตอนนี้มันก็มี 2 คือเรายังบอกตามตรงนะ
>> จนถึงวันเนี้ยนะ ผมก็คิดว่าไม่มีใครกล้า ฟันธง
>> ว่าพรรคไหนจะได้ สส. มากที่สุดน่ะ คือเกิน 100 น่ะ เกิน 100 หมด แต่ว่ามันวิ่งได้ สลับได้ แต่มันก็ใช้ฐานข้อมูลในการคำนวณ แตกต่างกัน บางคนอาจจะ สส. บัญชีรายชื่อ บางคนดูจากเขต ดูจากอะไร ก็มันจะไม่มีทาง ละเอียดยิบขนาดนั้นหรอก
>> ถ้าเราใช้กรอบแบบนี้เนี่ย ประเด็นสำคัญมัน อยู่ที่ว่า
>> ซึ่งผมกับอาจารย์ อาจารย์ อาจารย์สิริพันธ์ เนี่ยเห็นตรงกัน
>> ว่าไงคะ
>> ว่าหลังเลือกตั้งเนี่ย นายกรัฐมนตรีเนี่ย เป็นคุณอนุทิน
>> ยังไงอ่ะ
>> ออ ไม่รู้มันจะมายังไง ผมไม่ทราบ เอ่อ แต่ว่า หลังการเลือกตั้ง คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คุณยศชนันท์ ไม่ใช่คุณ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ อ่ะ ผมพูดอย่างงี้ดีกว่า ง่ายๆ
>> อ้าว ถ้าเกิดพูดอย่างงี้ อาจารย์ อาจารย์ อาจารย์เห็นด้วยมั้ย
>> เห็นมั้ย เห็นมั้ย โดยที่เราไม่ต้องไปนั่ง ดูไอ้ 100 กว่างั้น
>> อาจารย์ใช้เหตุผลอะไรมาประกบอันนี้ที่ อาจารย์ประเมินนั่นน่ะ
>> คือผมไม่มีเหตุผลหรอก ผมเป็นคน ผมพูดอย่างงี้ดีกว่า เป็นความเป็นความประสงค์ ส่วนตัว
>> ของใคร
>> ของผม
>> ค่ะ
>> คือผมอยากให้พรรคประชาชนเนี่ย เป็นพรรค ฝ่ายค้าน
>> เพราะอะไรคะ เค้าเป็นฝ่ายค้านมาโดยตลอด
>> เพราะเค้าไม่สามารถยกมือให้กับอนุอนุทิน เป็นนายกได้ เพราะนั้นเค้าต้องเป็นฝ่าย ค้านแหงๆ
>> ถูกมั้ย เค้าบอกแล้วว่าเค้าไม่ยกมือให้ อนุทินเป็นนายก ก็ผมบอกอนุทินเป็นนายก เพราะฉะนั้นเนี่ย เค้าต้องมายกมือให้อนุทิน เค้าต้องเป็นพรรคฝ่ายค้าน ถูกมั้ย
>> ค่ะ
>> แล้วผมเชื่อว่าการเป็นพรรคฝ่ายค้านในการ เลือกตั้งครั้งที่ 3 ของพรรคประชาชนเนี่ย มันจะเป็นการลอกคราบครั้งใหญ่
>> แล้วแล้วถ้าโอกาสอำนวย ปี 2572 2 คุณธนาธรเนี่ย ออกจากคุกอันทั [เสียงหัวเราะ]
>> คุกการเมือง คุกการเมือง
>> เออ
>> เออ ผมมอง ผมมองไกลไปอย่างงั้นเลย
>> นี่ปี 69
>> 3 ปีแค่นั้นเอง
>> อื เลือกตั้งครั้งหน้า
>> เลือกตั้งครั้งหน้า
>> อาจารย์สิริพันธ์เชื่อแบบนั้นมั้
>> คือจะอธิบายความใน
>> คือความหมายคือถ้าเกิดเราเรียงแบบเมื่อ สักครู่เนี่ยนะคะ ก็คือพรรคไม่ ไม่ว่าพรรค ประชาชนหรือพรรคภูมิใจไทยจะได้อันดับ 1 ก็จะ
>> อันดับ 1 อันดับ 2
>> อธิบายให้คุณเข้าใจง่ายๆ
>> ไม่ว่าพรรค พรรคพรรคประชาชนได้ ส.ส. เป็นอันดับ 1 หรืออันดับ 2
>> ค่ะ
>> คุณก็ไม่ได้ร่วมรัฐบาล
>> ค่ะ
>> พรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 และอันดับ 2 เขาก็ได้ร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยอันดับ 1 และอันดับ 2 เขาก็เป็นรัฐบาล เพราะมันคือ ส้มบวกเอ้ย แดง
>> แดงน้ำเงิน
>> บวกกับเขียว
>> อ
>> แดงน้ำเงิน บวกกับเขียว หรือ แดงน้ำเงิน บวกกับฟ้า นะอาจารย์ไม่แน่
>> แดงน้ำเงิน ไม่ได้ ไม่ได้
>> น้ำเงินแดงน้ำเงินฟ้า ได้ค่ะ
>> แดงแดงน้ำเงินฟ้า เดี๋ยวเดี๋ยวนะ แดงแดงน้ำเงินฟ้า
>> ก็เพื่อไทย
>> น้ำเงินภูมิใจไทย
>> ฟ้าประชาธิปัตย์
>> ไอ้แล้ว ไอ้ไอส้มแดงฟ้าก็ได้ โอเค
>> ค่ะ ส้มแดงฟ้าก็ได้ แต่มันไม่มีในโลกของ ความเป็นจริง มันไม่มีส้มแดงฟ้า
>> มันมีแต่
>> มันมีแต่ น้ำเงินกับแดง
>> แต่ส้มแดงฟ้าเนี่ย เป็นสิ่งที่หลายคนอยาก มีน้ำเงินแดงฟ้า กับน้ำเงินแดงเขียว
>> คุณ [เสียงหัวเราะ] ผู้ชมเวลาที่เราคุยกัน แบบเนี้ย ไม่ต้องวิพากษ์นะคะว่าเราเข้า ข้างใดฝ่ายหนึ่ง แบบฟังหูไว้หูนะคะ แล้วใน ขณะเดียวกันอาจารย์ ถ้าเกิดว่าอาจารย์ ประเมินกันแบบเนี้ยค่ะ คุณผู้ชมเองเขาก็มี ความรู้สึกว่าอย่างเงี้ย เราไปเลือกตั้ง ท้ายที่สุดมันวนหลูปเหมือนเดิมอ่ะ ที่พรรค ที่ชนะอันดับ 1 อ่ะ สุดท้ายคุณก็ไม่ได้ เป็นนายกไม่ได้เป็นรัฐบาลอ่ะ
>> อื
>> แล้วคุณเดือดร้อนอะไร
>> เอ้า ก็ที่ผ่านมาเราเดือดร้อนป่าล่ะคะ
>> ไม่เดือดร้อน
>> อาจารย์ไม่เดือดร้อน นุ่นสมมุติว่านุ่นไม่ ได้เดือดร้อน อาจารย์สิริพันธ์ไม่เดือดร้อน การรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะมีบทเฉพาะกาลสวมาร่วมมติไม่ หรือจะอะไรก็ตามทีเนี่ย อันนี้มันเป็นบทสรุปสุดท้าย
>> ค่ะ
>> คุณ ถ้าคุณเป็นพรรคเบอร์ 1 แล้วคุณรวมด้วย เสียงข้างมากก็จบไป
>> พิธีกรไปคนละทางแล้ว มันแน่นอน
>> ให้อาจารย์สิริสรุปให้อาจารย์สรุป คือเป็น เป็นความเป็นความกังวลใจนะคะ คือการเลือกตั้งเนี่ย มันจะมีพรรคที่แพ้ มีพรรคที่ชนะ แต่คำถามใหญ่คือเมื่อไหร่ประชาชนจะชนะ
>> แล้วเมื่อไหร่สังคมจะชนะ ทีนี้สิ่งที่เรา ต้องการมากเลยเนี่ย
>> นอกเหนือจากคนฉลาดที่จะมียุทธวิธีในการ ชนะเลือกตั้งแล้ว เราอยากได้คนที่มีปัญญา ที่จะทำให้สังคมมันสามารถเติบโตไปด้วยกัน พัฒนาไปด้วยกันได้ รวมถึงมีวุฒิภาวะที่จะ
>> ระงับความฉลาดในเชิงกลยุทธ์เพื่อเห็นแก่ ประเทศชาติ
>> อันเนี้ย คือสิ่งที่
>> ทำไมถึงมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มันอาจ จะไม่ได้สนใจมาก เพราะว่ายังมันยังไม่ สามารถหาพรรคหรือคนที่มาตอบโจทย์สิ่งนี้ ในใจได้
>> โอห อาจารย์สรุปได้ดีมาก อาจารย์ทิ้งท้ายนิดนึงไม่ผมไม่ทิ้ง ผมเป็นผู้ดำเนินรายการ ต้องไปทิ้งอะไร ผมพอได้แล้วนี่ วันนี้ผมพูด มากกว่าที่เคยจะพูดแล้วนะ [เสียงหัวเราะ] ปกติผม ปกติผมจะไม่พูดแล้วขนาดนี้
>> อาจารย์วีระยังจัดรายการอยู่ทุกวัน เดี๋ยวมันจะต้องมีวันช็อตเด็ดที่เป็นวันทิ้ง ท้าย วันนี้กราบขอบพระคุณอาจารย์มากๆ เลยนะ คะ ขอบคุณมาก ขอบคุณมาก
>> หมดเวลาแล้วนะคะ ลาไปก่อน สวัสดี ครับ [เพลง]