Transcription
ผู้สมัครนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนนะครับ เบอร์ 6 นะครับ เบอร์ 6 ในเขต 2 เฮานะครับ มีทั้งหมด 10 ตำบลนะ ครับ 129 หมู่บ้าน ตอนนี้พี่ก็เปิดธุรกิจ ร้านแซลมอน มีไผฮู้จักบ่ครับ คือเป็นลูกค้าบ่ อ๋อ กินแต่ตำบักหุงเนาะ ครับ พี่กะครับ เอิ้นพี่เนาะ พี่ก็เป็นอ่า เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อนนะครับ อ้ายกะเรียนเทคนิคอุดรนะครับ จบจากโรงเรียนอุดรพิชัย เป็นโรงเรียนที่ดังที่สุดในจังหวัดอุดร เพราะว่าติดสนามบิน มันก็เลยดังกว่าหมู่นะ ครับ พี่ก็เรียนจบมัธยมแล้ว มาเรียนเทคนิค ในสายอาชีพนี่ล่ะ
เป็นหยังพวกพี่ๆนะครับ จังต้องมานะครับ ลงเป็นสมาชิกลงมาเป็นตัวแทนให้น้องๆนะครับ การเลือกตั้งเทื่อนี้มีส่วนสำคัญอีหยัง กับน้องๆนะครับ สมัยอ้ายมีเรียนบ่กี่สาขา เท่านั้นแม่นบ่อ้าย โอ๊ยบ่อยากอ้ายเนาะ ว่าซั่น เออเฮาอ้ายเป็นอ้ายน้องๆประมาณจักปี 2 ปีนี่ล่ะแม่นบ่ แม่นโอ้อยู่เป็นเนาะครับ นั่นละครับ เคยเป็นมาก่อน เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน สมัยก่อนเรียนเทคนิคเรียนอาชีวะมีบ่กี่สาขาเท่านั้น แต่ยุคนี้การศึกษามันเปลี่ยนไป โลกมันเปลี่ยนไป สมัยก่อนเวลาอ้ายไปฝึกงานก็ต้องไปหาหม่องฝึกงานเอง ตอนนี้ถ้าเรียนอยู่นี่มีหม่องฝึกงานบ่ครับ เห็นบ่ครับ มันเริ่มเปลี่ยนไป มันเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้วก็สะดวกสบายขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว หลักสูตรการเรียนในอนาคตนะครับ จะต้องรองรับบุคลากรคือน้องๆนี่ล่ะ เรียนจบแล้วมีงานเฮ็ดนะครับ มีเป้าหมายว่าเฮาสิไปเฮ็ดอีหยัง อ้ายเรียนก่อสร้างมาสุดท้ายก็ไปเปิดร้าน สมัยก่อนมันบ่ค่อยมีเป้าหมายนะครับ
เทื่อนี้เลือกตั้งผู้แทน เลือกตั้ง สส. คนที่เป็นผู้แทน คนที่เป็น สส. จะต้องมีบทบาทเข้าไปกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับในกระทรวงศึกษาธิการนะครับ หลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆต้องเปลี่ยนไปแล้วนะครับ โรงเรียนของรัฐเองก็ต้องนะครับ มีสถานศึกษามีอ่าบองฝึกงาน มีบริษัทนะครับที่ค่อนข้างมั่นคง เพื่อจะส่งน้องๆนี่ล่ะเข้าไปฝึกงานแล้วก็ไปเฮ็ดงานต่อเนื่อง แต่ว่าถ้าระบบการศึกษาเฮายังวนอยู่จังซี่ วิไลดีๆจังซี่เห็นบ่ครับ อุปกรณ์การเรียนก็พร้อม แต่ว่าถ้าไปต่างอำเภอไปบ้านนอก พร้อมจังซี่บ่ครับ แม่นบ่ครับ มันบ่พร้อม น้องๆจัได้มาลองมา กองรวมกันอยู่นี่ แต่ว่าถ้ามีวิไลดีๆอยู่ใกล้บ้านเฮานะครับ น้องๆก็บ่ต้องเดินทางมาไกล วิไลแห่งนี้ก็เป็นวิไลที่ทันสมัยแล้ว มีหลักสูตรแล้ว มีนะครับบริษัทรองรับ ท่านผอ.เพิ่นก็อยากสิขยายสาขาไปนะครับ เพิ่นบอกว่าถ้าบ่ได้แล้ว ถ้ากระทรวงศึกษาธิการ ถ้าภาครัฐบ่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ผอ.เฮาก็พยายามนะครับสร้างขึ้นมา รัฐบาลคือกันครับก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นแล้วครับ การศึกษาโรงเรียนณ ปัจจุบันตรงนี้มันบ่พัฒนาไปไสแม่นบ่นะ ครับตามบ้านนอกก็บ่ท่อเท่าเทียมเนาะ สุดท้ายแล้วครับพวกพี่ๆนี่ล่ะทุกคนที่เป็น ผู้แทนจะต้องเข้าไปพรรคนั้นไปแก้ไขกฎหมาย หม่องใ๋ที่ต้องแก้ก็ควรแก้โรงเรียนแถว บ้านเห็นบ่ครับ อ่าบ้านพักครูปลวกเจาะ ว่าซั่นแม่นบ่อยู่ก็บ่ได้เนาะแม่นบ่ครับ อ้ายว่าโรงเรียนน้องๆในในต่างอำเภอเนาะ ก็สิเห็นเนาะปวกจองเหมดแล้ว เหือตาเสานะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว การศึกษา มันเปลี่ยนไป โลกมันเปลี่ยนไป รัฐบาลผู้แทนจะต้องเข้าไปพักดันงบประมาณ ในการมาลงทุนเรื่องการศึกษาให้น้องๆแม่น บ่ครับ เพราะฉะนั้นแล้วมื้อนี้ดีใจที่น้อง ๆเกิดมายุคนี้ได้มีทางเลือกได้มีสถานที่เรียนที่ดีนะครับ และมีเป้าหมายในการเฮ็ดงาน เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าฟ้าวถิ่มเรื่องการเรียนนะครับ อ้ายบอกแล้วว่าอย่าฟ้าวถิ่ม เพราะว่ายุคเฮาเป็นยุคที่มีโอกาสหลายกว่า ยุคอ้ายสมัยอ้ายบ่มีคอมพิวเตอร์ซ้ำ คอมพิวเตอร์เครื่องนึงนั่งกัน 5 คนจุ้มกันอยู่นะครับ แต่ยุคนี้ท่านสมัยมีแท็บเล็ตมี iPad มีโทรศัพท์นะครับมีคอมพิวเตอร์มีเครื่องอุปกรณ์การเรียนที่ดี เพราะฉะนั้นแล้ว โรงเรียนที่ดีนะครับ ต้องมากับระบบนะครับ และมากับนโยบายที่ดีของภาครัฐ เพราะฉะนั้นแล้วครับ ชีวิตน้องๆนี่จะประสบความสำเร็จได้บ่ได้อยู่ที่เป้าหมายว่าสิเฮ็ดจังได๋นะครับ บางทีเป้าหมายเฮาเรียนสาขานี้เฮาอาจจะเรียนจบแล้วบ่เฮ็ดสาขาบ่เฮ็ดงานสาขานี่ก็ได้ อ้ายเรียนก่อสร้างมาอ้ายก็มาเฮ็ดงานร้านอาหารนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว วางเป้าหมายให้ดีตั้งใจเรียนนะครับ แล้วพวกพี่ๆจะไปแก้ไขกฎหมายไปผลักดันส่วนต่างๆของรัฐบาลเพื่อที่มารองรับน้องๆเองนะครับ มื้อนี้อ้ายก็บ่เว้าหยังหลายนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ฝากน้องๆครับ การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์พันนี้สำคัญ บอกพ่อบอกแม่บอกญาติพี่น้องผู้ใด๋มีสิทธิ์แล้วออกไปเลือกตั้งบ่ได้เลือกตั้งเพื่ออ้ายบ่ได้เลือกตั้งเพื่อพรรคประชาชน แต่เลือกตั้งเพื่ออนาคตน้องๆเองแม่นบ่ ครับ เพราะฉะนั้นแล้วครับ ออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกัน บอกพี่บอกน้องนะครับ ออกไปใช้สิทธิ์เปลี่ยนอนาคตไปนำกัน เปลี่ยนอนาคตเจ้าของนะครับ เปลี่ยนอนาคตประเทศเฮา เปลี่ยนอนาคตจังหวัดอุดรธานีของเฮาให้มันได้ไปได้ไกลกว่านี้ครับ สำหรับมื้อนี้อ้ายก็ขอขอบคุณน้องๆเนาะที่มานะครับนั่งฟัง มื้อนี้อาจจะได้ประโยชน์พอสมควร ครับ หลังจากนี้ก็จะมีนะครับ อาจารย์ปิยบุตรที่จะมาเว้าให้น้องๆฟังว่าเป็นหยังจะต้องพัฒนาการศึกษา เป็นหยังจะต้องนะครับแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ มื้อนี้จังได๋ก็ขอขอบคุณน้องๆครับผม สวัสดีครับ
ขอขอบพระคุณค่ะ พี่ดามนะคะ ธนากร จำปาหอม ของน้องๆนะคะค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ ขอเรียนเชิญ รองศาสตราจารย์ ปิยบุตร แสงกนกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ประเด็นพูดคุยในวันนี้นะคะ ท่านจะให้ความสำคัญในเรื่องของการเลือกตั้ง การเลือกตั้งมีบทบาทอย่างไรต่อคุณภาพชีวิต คุณภาพการศึกษาแลก็ความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ ขอเรียนเชิญขอเสียงปรบมือต้อนรับท่านด้วยค่ะ
สวัสดีครับ สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องเรียนทางคณาจารย์ แล้วก็ทางคณะผู้บริหารของวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือนะครับ ที่ให้เกียรติ แล้วก็สละเวลา ให้เวลาแก่พวกเราพรรคประชาชนได้เข้ามาทำกิจกรรมรณรงค์ในสถานที่แห่งนี้ สวัสดีน้องๆทุกคนนะครับ ผมเดินทางเข้ามาสถาบันการศึกษาเมื่อไหร่เนี่ย ก็จะดีใจเป็นพิเศษ ดีใจทุกครั้งไป สาเหตุก็เพราะว่า ก่อนหน้านั้นเนี่ย ผมเคยประกอบอาชีพเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นะ ครับ ผมก็ใช้ชีวิตแบบน้องๆนี่แหละตอนเป็นวัยรุ่น เกิดมาในครอบครัวคนชั้นกลางระดับล่าง พ่อแม่ก็เป็นลูกหลานคนจีน ถ้าเรียกกันเป็นปู่ย่าตายายหรืออากงอาม่าเนี่ย ก็อพยพมาจากประเทศจีน แล้วก็มารุ่นแรกก็คือคุณพ่อคุณแม่ผม แล้วก็ต่อมาแล้วเค้าก็ทำมาหาเช้ากินค่ำ ทำธุรกิจเล็กๆเป็นของตนเองขึ้นมา วิธีคิดของคุณพ่อคุณแม่ของผมก็คือว่า เขาอยากจะสร้างการศึกษาให้กับลูกของเขา เพื่อเอาการศึกษานั้นเป็นเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพ เป็นเครื่องมือในการขยับชนชั้น ไม่ใช่พ่อเป็นแบบนี้ แม่เป็นแบบนี้ ลูกก็ต้องเป็นแบบนี้ต่อๆไปนั่นจึงเป็นที่มาว่าเค้าตัดสินใจนะครับ ทำงานและเอาเงินทั้งหลายเนี่ยมาสนับสนุนการศึกษาให้กับลูกๆ ผมจึงมีโอกาสเข้าไปเรียนในโรงเรียนอัสสัมชัญที่กรุงเทพฯ นะครับ ก็เรียนจน 12 ปี เรียนจบเสร็จแล้วก็เข้าไปเป็นอาจารย์ เออเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยที่คณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ ก็เรียนมาอีก 4 ปี จบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยมนะครับ พอได้เกียรตินิยมเสร็จปุ๊บก็สอบเข้าไปเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ต่อ หลังจากนั้นก็เอาทุนนะครับ ของรัฐบาลประเทศฝรั่งเศสไปเรียนศึกษากฎหมายระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่ฝรั่งเศส แล้วก็กลับมาอยู่ประเทศไทย กลับมาอยู่ประเทศไทยก็มาสอนหนังสือต่อครับ ที่คณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ สอนไปจนถึงปี 2561 ผมก็ตัดสินใจลาออก ลาออกมาเพื่อมาร่วมกับเพื่อนของผมคือคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจที่ทำเอ่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนประกอบยานยนต์น่ะนะครับ ชวนเขาออกมา ผมกับเค้าและเพื่อนนะฮะ ก็มาตั้งพรรคการเมืองที่ชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่ แล้วก็ลงเลือกตั้งตอนปี 62 ลงเลือกตั้งปี 62 ปุ๊บเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่มีแต่คนหน้าใหม่หมดเลยนะครับ แต่ว่าเราได้คะแนนเสียงมา 6,300,000 เสียง แล้วก็ได้ ส.ส. มา 80 คนนะฮะ เป็นลำดับที่ 3 แต่แล้วเราก็ถูกยุบพรรคครับ ผมกับคุณธนาธรก็ถูกตัดสิทธิ์ไป 10 ปี เพื่อนๆผมไปตั้งอีกพรรคนึงต่อเนื่องกันมา ชื่อว่าพรรคก้าวไกล คราวนี้นำโดยคุณพิธาลิ้มเจริญรัตน์ ลงเลือกตั้งตอนปี 66 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว น้องๆจำได้มั้ย เห็นภาพบรรยากาศได้มั้ฮะ ตอนปี 66 ที่มีกระแสก้าวไกลทั้งแผ่นดิน กระแสของคุณพิธาไปไหนมาไหนตอนหาเสียงตอนต้นปี 66 นี่คึกคัก บรรยากาศดีมาก และครั้งนั้นเราก็เรียกได้ว่าหักปากกาเซียน หักปากกาเซียนคือคนเขาบอกว่าไปไหนไม่รอดหรอก พรรคนี้ได้แค่นี้แหละ แต่ปรากฏว่าได้ลำดับที่ 1 ได้คะแนนเสียงทั่วประเทศมา 14.4 ล้านเสียง ได้ ส.ส. 151 คน ทีนี้ปกติถ้าได้ที่ 1 เนี่ย โดยสภาพมันก็คงได้ไปตั้งรัฐบาล ถูกมั้ครับ ก็คงส่งคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ใช่มั้ย แต่ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ 60 ในเวลานั้นเนี่ย มันมีปัญหาของมันอยู่ คือเขาไปเขียนเอาไว้ว่าให้วุฒิสภาเลือกนายกด้วย น้องๆเคยเรียนกฎหมายเบื้องต้น รัฐธรรมนูญเบื้องต้นมาบ้างมั้ย ประเทศไทยเนี่ยเราใช้ระบบรัฐสภา สภาหมายความว่ามันมีฝ่ายนิติบัญญัติแล้วมันก็มีฝ่ายบริหารนะ ฝ่ายนิติบัญญัติเลือกเข้ามาแล้วเนี่ย ก็คือ สส. ที่ประชาชนเลือกเข้ามาเนี่ย เขาก็จะไปยกมือว่าจะให้ใครเป็นนายก จะให้ใครเป็นรัฐบาล ส.ส. ประเทศไทยมี 500 คน ดังนั้นถ้าใครได้มาเกิน 250 คน หรือใครรวบรวม ส.ส. จากพรรคต่างๆได้แล้ว 250 คนเกิน 250 คนขึ้นไป ก็ควรที่จะต้องโหวตให้ได้เป็นนายกใช่ มั้ครับ แต่ปรากฏว่าตอนปี 66 เขาบอกว่า 500 คนโหวตไม่พอ ให้เอา สว. อีก 250 มาโหวตด้วยกัน แต่ ส.ส. นี่มาจากการเลือกตั้ง แต่ สว. นี่คนเพียงคนเดียวหยิบมาหมดเลย ปัญหาก็เกิดขึ้นว่าพวกเรารวบรวมเสียงของ ส.ส. ได้ 300 กว่าเสียง เกินกึ่งหนึ่งของ 500 แล้ว แต่เมื่อรวมอีก 250 มันไม่ถึงกึ่งหนึ่งแล้ว สว. เขาก็มายกมือให้เราแค่ 13 คน สรุปคือเราได้มา 300 กว่านะฮะ แต่ว่าไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เราก็ไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะว่า สว. เขาวางเอาไว้ ทีนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาล มาเป็นฝ่ายค้านสักพรรคนึง เกิดอะไรขึ้นครับ พรรคก้าวไกลก็ถูกยุบพรรคอีกแล้ว แล้วคุณพิธาก็ถูกตัดสิทธิ์เหมือนที่ผมกับคุณธนาธรโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีนะ ตอนนี้ขึ้นมาเป็นพรรคที่ 3 แล้วครับ ใช้ชื่อพรรคประชาชน คราวนี้นำโดยคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒินะครับ ก็จะเตรียมจะลงเลือกตั้งในปี 69 ที่ใช้เวลาตรงนี้เพื่อเท้าความเพื่อจะเห็นว่าเส้นทางที่ชีวิตของผม ตั้งแต่เป็นนักเรียนแบบพวกเรา เป็นนักศึกษาแบบพวกเรา ต่อมามาทำงาน เรียนหนังสือ จบทำงาน ได้ไป เอ่อไปเรียนต่อ นะครับ กลับมาใช้ทุนทำงานที่ธรรมศาสตร์ แล้วก็ลาออกมาตั้งพรรคเนี่ย จนวันเนี้ย มาถูกยุบพรรค ถูกตัดสิทธิ์ เพื่อนๆไปตั้งพรรคใหม่ต่อเนี่ยนะ มันใช้เวลายาวหน้ามากของช่วงชีวิตนึงนะ ครับ แล้วมันก็จะเจอเผชิญปัญหากับอุปสรรคต่างๆนานา มันไม่ราบรื่นอย่างที่เราคิดนะ ฮะ ดังนั้นชีวิตของพวกเราในวัยนี้เนี่ย น่าจะอายุประมาณสักเท่าไหร่ฮะ 16 16-20 เนาะ โดยประมาณมั้ยฮะ 16-20 โดยประมาณ เรายังมีช่วงเวลาในชีวิตอีกยาวมากที่จะทำให้ เราได้ศึกษาหาความรู้ที่จะทำให้เราได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ทดลองกับการใช้ชีวิตแบบไหนที่เราชอบ แบบไหนที่เราฝัน ทีนี้มนุษย์เราเนี่ย มันก็จะมีเรื่องส่วนตัว กับเรื่องส่วนรวม เรื่องส่วนตัวคืออะไร ครับ เรียนให้ดี เรียนให้เก่ง ทำงานมีรายได้ สร้างครอบครัว เป็นพลเมืองดีของสังคม นี่คือเรื่องส่วนตัวใช่มั้ครับ แต่มันก็จะมีเรื่องส่วนรวม เรื่องส่วนรวมหมายถึงอะไร คือเรื่องที่เป็นของคนทุกๆคน ไม่ใช่ของบ้านชั้นคนเดียว ถ้าเราตั้งใจเรียนหนังสือเก่งๆนี่ คะแนนสอบเป็นของใครครับ ของเราเองใช่มั้ สอบแล้วเราเรียนหนังสือเก่งๆ เราได้ทุนการศึกษา เราก็ได้ทุนการศึกษาของเราคนเดียวใช่มั้ย ไปเรียนหนังสือต่อ แต่ใครล่ะจะเป็นคนออกแบบหลักสูตรการศึกษาให้เราใช้ทั้งหมด ใครล่ะจะเป็นคนบอกว่าคนไหนควรได้ทุนไม่ได้ทุน ใครล่ะจะเป็นคนบอกว่างบประมาณแผ่นดิน ที่ภาษีมาจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศมา รวมกันเป็นงบประมาณแผ่นดิน จะถูกเอาไปทำเรื่องอะไร ไปถูกทำถนนกี่เส้น ถูกไปสร้างโรงเรียนกี่โรง ถูกไปสร้างโรงพยาบาลอย่างไร ถูกนำไปใช้จ่ายเรื่องอะไร เพื่อเป็นประโยชน์ ประโยชน์ของทุกคน ไอ้เนี่ยคือเรื่องส่วนรวมใช่มั้ฮะ ทีนี้มนุษย์เราเนี่ย ถ้าเราแยกแยะไม่ออกว่าอะไรเป็นเรื่องส่วนตัว อะไรเป็นเรื่องส่วนรวม เราก็จะได้เอาผลประโยชน์ส่วนตัวมาตัดเอา เอาผลประโยชน์ส่วนตัวมาเป็นตัวตัดสิน ผมยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเราเปิดบริษัทอันนึงขึ้นมา แต่ปรากฏว่าเราได้มีโอกาสเข้าไปใช้ อำนาจรัฐตัดสินใจว่างบประมาณก้อนนี้จะให้ ใครทำถนนดี คนๆนี้จะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนมั้ครับ เค้าเป็นเจ้าของโรงงานเเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง แล้วต่อมาเขาเข้าไปเป็นรัฐมนตรีที่จะเป็นคนกำหนดว่าใครได้สร้างถนนเส้นไหนอย่างนี้ เขาก็ต้องตัดสินใจให้บริษัทเขาเองหมดเลยถูกมั้ย มันก็จะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้น นี่คือตัวอย่างง่ายๆเท่านั้น เพื่อจะบอกพวกเราว่าในอนาคตเราจะไปเผชิญปัญหาแบบนี้แหละ ว่าอันไหนเป็นเรื่องส่วนตัว อะไรเป็นเรื่องส่วนรวม ทีนี้เวลาเราจะเลือก เราจะตัดสินว่าใครที่จะเป็นคนมาตัดสินใจในเรื่องส่วนรวมเนี่ย เราก็บอกว่าหลักการของประชาธิปไตยคือประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ การตัดสินใจในเรื่องส่วนรวมเนี่ย ก็ให้ทุกๆคนร่วมกันตัดสิน นะฮะ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวพวกเราอยู่ที่บ้านวันนี้จะกินข้าวอะไรดี ใครจะทำกับข้าวอะไร คุณพ่อจะออกไปจากบ้านเวลาไหน ลูกจะไปออกเวลาไหน ใครจะสลับไปรับลูกวันนี้ที่โรงเรียนเนี่ย คุณก็ไปตกลงกันในครอบครัวคุณถูกมั้ย แต่ถ้ามันเป็นเรื่องของประเทศ เรื่องของจังหวัดอุดรธานีทั้งหมด หรือเรื่องของทั้งประเทศทั้งหมดเนี่ย อันนี้เป็นเรื่องส่วนรวมที่ต้องช่วยกันมาตัดสิน ถ้าเราบอกว่าใครก็ได้มาตัดสินเถอะ ตัดสินอะไรก็ว่าไปเดี๋ยวฉันทำตามไอ้อย่างนั้น มันก็จะกลายเป็นการตัดสินใจโดยคนคนเดียว คณะเดียว ฉะนั้นประชาธิปปตยก็เลยบอกว่าถ้าต้องการมาตัดสินเรื่องส่วนรวมด้วยกัน เรื่องสาธารณะ หรือภาษาอังกฤษแล้วเรื่องเรื่องของ public ับเรื่องของคนทั้งหมด คนส่วนใหญ่ของประเทศเนี่ย ก็ให้คนทั้งประเทศมาตัดสินด้วยกันสิ ใช่มั้ฮะ นี่จึงโยงเข้ามาถึงเรื่องการเลือกตั้งไงครับ เราบอกว่าระบบรัฐสภาของเรามีอะไรครับ มีรัฐบาลแล้วก็มีสภา แล้วก็มีศาลนะครับ เอาเฉพาะรัฐบาลกับสภา เราเลือกตั้งเนี่ย เราเลือก ส.ส. ขอผู้แทนราษฎร 1 คนเนี่ย เลือกไปทำอะไรครับ ไปทำหน้าที่อะไรเนี่ย วันที่ 8 กุมภาพันธ์จะได้กากบาทเลือกละ เราเลือกผู้แทนราษฎร อุดรธานีเข้าไป เลือกเสร็จแล้วถ้าเขาได้เข้าไปเป็น เขาจะเข้าไปที่กรุงเทพฯ ไปที่เมืองหลวง ไปประชุมสภาผู้แทนราษฎร สภานี้จะทำหน้าที่ตรากฎหมายเพื่อใช้กับคนทั้งประเทศ นะฮะ แล้วเค้าก็จะบอกว่ากฎหมายเนี่ยมาจากประชาชน มาจากประชาชนไง ก็มาจากผู้แทนที่เข้าไปโหวตกฎหมาย แล้วผู้แทนมาจากไหน ก็มาจากการเลือกของพี่น้องประชาชนพวกเราไงครับ เห็นมั้ ดังนั้นกฎหมาย 1 ฉบับออกมาก็คือมาจากเจตจำนงร่วมกันของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งไปเลือก สส. แล้ว สส. ไปตรากฎหมายออกมา แล้วก็เอามาใช้กับทุกคนนะฮะ แล้วรัฐบาลล่ะ ไปทำอะไรรัฐบาลก็คือเป็นคนบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด เป็นคนตัดสินใจว่าประเทศนี้จะเดินหน้าไปทางไหน ประเทศนี้ควรทำนโยบายเรื่องอะไร ประเทศนี้ควรไปสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับใคร ประเทศนี้จะแก้ปัญหาปากท้องอย่างไร จะมีนโยบายการศึกษาอย่างไร จะมีนโยบายการเกษตรอย่างไร แล้วเวลาเขาทำ เขาต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือใช่มั้ครับ เวลาทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมทั้งหมดเนี่ย โครงการต่างๆมันตามมาด้วยอะไรล่ะ มันต้องใช้เงินในการทำใช่ม ภาษาทางการเราเรียกว่าใช้งบประมาณแผ่นดิน งบประมาณแผ่นดินแต่ละปีแต่ละปีของประเทศเรา เอามาจากไหนครับ พวกเราทราบมิน เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เอามาสร้างถนนหนทาง เรื่องของส่วนรวมเนี่ย เอามาจากไหนครับ มาก็จากมาจากภาษีเนี่ยแหละ แล้วภาษีเอามาจากไหนครับ ก็ประชาชนจ่ายใช่มั้ยครับ น้องๆมีส่วนการจ่ายภาษีมั้น้องทราบมั้ย พวกเราจ่ายมั้ย เราจ่ายภาษีอะไรครับ จ่ายภาษีอะไรครับ คุณพ่อคุณแม่น้องๆอาจจะจ่ายภาษีอะไร ภาษีเงินได้ เช่นมีรายได้ถึงเกณฑ์ก็ไปจ่ายภาษี ใช่มั้ครับ คุณพ่อคุณแม่น้องอาจจะจ่ายภาษีอะไร ติดป้ายโฆษณาก็จ่ายภาษีป้าย มีที่ดินก็จ่ายภาษีที่ดิน มีโรงเรือนก็ไปจ่ายภาษีโรงเรือน แล้วพวกเราน้องๆเนี่ย เราจ่ายภาษีอะไรเราทราบม เรายังไม่มีรายได้ใช่ม ก็ยังไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ แต่ทุกๆวันที่น้องไปซื้อของ 1 ชิ้นเนี่ยน้องทราบมั้ว่าในนั้นจ่ายภาษีไปแล้วนะ ซื้อของในห้างสรรพสินค้าร้านขายรายเล็กรายย่อยเนี่ย ในนั้นมันจะมีที่เราเรียกภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่นะ อันเนี้ยไม่ว่าใครก็ตามจ่ายหมด คุณควักเงินซื้อของเมื่อไหร่ มันมีภาษีอยู่ในสินค้านั้นแล้วนะ ดังนั้นเราจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าไม่มีใครจ่ายภาษี ทุกคนร่วมกันจ่ายภาษีหมด ทีนี้พอร่วมกันจ่ายภาษีเสร็จปุ๊บ เงินมันก็จะเอามารวมกันที่กองกลาง แล้วใครล่ะจะเป็นคนตัดสินใจ ว่างบประมาณแผ่นดินที่เอามาจากภาษีของทุกคนเนี่ย จะเอาไปทำอะไร เกิดคนนี้บอกว่าให้ทำเรื่องกไก่ก่อน อีกคนนึงบอกต้องทำเรื่องขไข่ก่อน อีกคนบอกต้องทำเรื่องคควายก่อน อีกคนบอกต้องทำเรื่องงองูก่อน ทำเรื่องอะไรก่อนดี หรือเราจะแบ่งสรรปันส่วนงบประมาณไปให้กับ การศึกษา 10 กี่เปอร์เซ็นต์ดี ให้กับเรื่องการเกษตร 10 กี่เปอร์เซ็นต์ดี ให้กับเรื่องสาธารณสุข 10 กี่เปอร์เซ็นต์ดี ให้กับเรื่องการสร้างถนนหนทาง 10 กี่เปอร์เซ็นต์ดี มันก็ต้องแบ่งสรรปันส่วนกัน เพราะงบประมาณมันมีจำกัดใช่มั้ยฮะ งบประมาณมันมีจำกัด ก็ต้องมีคนมาตัดสินใจ ใครตัดสินใจอ่ะ ใครเป็นคนตัดสินใจครับ คนที่ตัดสินใจว่าจะเอาเงินของภาษีของพี่น้องประชาชนไปตัดสินใจทำอะไร ทำเรื่องอะไรเนี่ย คือใคร ก็คือรัฐบาล ใช่มั้ครับ รัฐบาลก็จะเป็นคนมาบอกอ้าโครงการนั้นโครงการนี้ ทำอะไร แล้วรัฐบาลมาจากไหนล่ะ รัฐบาลมาจากไหนครับ ก็ต้องมาจากการเลือกของประชาชนใช่มั้ย ถ้าเกิดผมบอกว่าสมมุติห้อง้องนี้เป็นจำลองนะ ว่าเป็นเอ่อ 1 ประเทศแล้วอยู่ดีๆผมขึ้นมา ผมถือไมโครโฟนเนี่ย ผมบอกทุกคนหุบปากห้ามพูดให้ฟังผมคนเดียว เราเชื่อมั้ เราเชื่อมั้ เราพวกเราก็จะตั้งคำถามเกาหัวเลยเอ้ย แล้วคุณเป็นใครอ่ะ เอาอำนาจสิทธิ์ขาดอะไรมาถือไมโครโฟนแล้วสั่งพวกเราหมดใช่มั้ยฮะ หรืออยู่ดีๆในห้อง้องนี้หอประชุมแห่งนี้ผมมาถึง ผมบอกว่าผมจะขอเก็บเงินทุกคนคนละ 100 บาทแล้วมากองตรงนี้แล้วเดี๋ยวผมใช้เพื่อตัวผมคนเดียว พวกเรายอมมั้ ไม่มีทางยอมถูกมั้ แต่ถ้าผมบอกอ้าพวกเราทุกคนเก็บเงินกันคนละ 100 บาทเดี๋มากองตรงนี้นะ แล้วเดี๋ยวพวกเราช่วยกันตัดสินใจว่าใครจะเป็นคนมาเคาะตัดสินใจว่าเงินก้อนนี้เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง พวกเราก็เลือกผมมาแล้ว ผมก็เลยมาตัดสินใจอ่ะ อย่างนี้พวกเรารับได้มั้ รับได้มั้ย ก็คือทุกคนเลือกผมมาให้ผมมาตัดสินใจว่าเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไร ก็แสดงว่าพวกเราตัดสินใจอ่ะ ส่งตัวแทนมาคนนึงมาตัดสินใจซิ เอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไรดี อย่างนี้มันก็มีความถูกต้องชอบธรรมมากขึ้น ก็เพราะทุกคนเลือกมาทำนองเดียวกันครับ ในระดับประเทศ ถ้าคนหนึ่งขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี คนหนึ่งขึ้นมาเป็นผู้แทนราษฎร โดยวิธีอะไรก็ไม่รู้อยู่ดีๆมาถึงบอกว่า ทุกคนต้องฟังชั้นแต่เพียงผู้เดียว มันถูกต้องม แต่ถ้าเขามาจากการเลือกตั้งล่ะ ทุกคนช่วยกันเลือกมาอ่าเราก็ยอมรับได้อย่างน้อย แม้ผมจะไม่ได้เลือกคุณ แต่คุณบังเอิญชนะ คุณได้เสียงข้างมากอ่ะ คุณก็เป็นไปนะ มันก็เป็นกติกาแบบนี้ ผมพูดมาถึงตรงนี้เพื่อจะบอกว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี่แหละ มันจะมีกระบวนการตัดสินใจกันอีกครั้งหนึ่งครับ น้องๆคือตัดสินใจว่าใครจะมาเป็นผู้แทนราษฎรที่อุดรธานี น้องๆที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะได้ตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้แทนของน้อง เข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎรแล้วไปตรากฎหมายใช้กับคนทั้งประเทศ น้องๆจะได้ตัดสินใจว่าสภาผู้แทนราษฎรที่เลือกไปจะเลือกใครเป็นนายกต่อจะมาบริหารงบประมาณแผ่นดิน ใช่มฮะ ทีนี้เวลาตัดสินใจเลือกดูจากอะไรดี อ่ะพวกเราดูจากอะไรครับ อ่าถูกต้อง ดูจากนโยบาย หรือดูหน้าตาคนนี้หล่อ คนนี้สวยกาเลย หรือดูจากชื่อเสียงคนนี้ดังอยู่ในโลกติ๊กตอกเยอะกาเลย หรือดูจากว่าคนนี้อายุมาก เลือกคนอายุมากดีกว่า หรือดูว่าอยากได้วัยรุ่น เลือกวัยรุ่นดีกว่า หรือดูว่าคนๆนี้เอาอามิตสินจ้างเอาประโยชน์มาให้เราแล้วเราเลยเลือก เราจะดูแบบไหน สมมุติว่าถ้าผมเป็นนักการเมืองคนหนึ่ง ผมเดินมาบอกน้องๆมานี่ มาเอา เอาเงินพี่ไป เอาเงินพี่ไปสัก 1,000 เอาไปแบ่งคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะ แล้วเดี๋มาบอกด้วย แล้วเดี๋ถึงเวลาช่วยเลือกพี่ด้วย น้องๆจะเลือกคนแบบนี้มั้ อ้าไม่เลือกเค้า เพราะอะไรครับ เพราะว่าคนแบบนี้เอาเงินของตนเองมาจ่ายเราแล้วบอกให้เราไปเลือกเค้า ถึงเวลาถ้าเขาได้เป็น เขาจะทำอะไรล่ะ เขาต้องบวก ลบคูณหารแล้วว่าที่แจกแจกไปเป็นคนละพัน คนละพัน คนละพัน สุดท้ายไม่ดูกี่ร้อยล้านพันล้านเนี่ย ถึงเวลาถ้าเขามีอำนาจ เขาก็จะไปเบียดบังเอางบประมาณแผ่นดินเข้ากระเป๋าตัวเองไงถูกมั้ยครับ หรือที่พวกเรารู้จักกันดีในเรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ใช่มั้ฮะ แต่ถ้าเปลี่ยนใหม่ ผมมาบอกว่าน้องๆทุกบ้านทุกหม่องทุกหลังคาเรือน ผมเดินไปหาไปเคาะประตู ช่วยเลือกผมหน่อยครับ อ้าวแล้วทำไมต้องเลือกล่ะ ผมมีนโยบายดังต่อไปนี้ครับ อ้าวแล้วคุณเป็นคนยังไงอ่ะ โคตรเหง้าคุณเป็นใคร ครอบครัวคุณเป็นใคร คุณเรียนอะไรมา คุณมีความรู้มั้ย ก็อธิบายคุณสมบัติต่างๆ แล้วบุคลิกคุณเป็นไงล่ะอ่ะ ดูซิเป็นคนสุภาพเรียบร้อยมั้ย เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าหาประชาชนทำ ไม่ใช่ทำตัวเป็นเจ้าใหญ่นายโตต่อประชาชนมั้ย เ้าดูครบถ้วนแล้วเอ้ยแจ๋วเว้ย อ้าอย่างี้ตัดสินใจเลือก นึกออกมั้ยครับ เพราะฉะนั้นครั้งเแหละน้องๆจะได้มีสิทธิ์เลือกแล้วว่าจะให้ใครเป็นผู้แทนของน้อง ให้ใครไปตรากฎหมายและให้ใครไปเป็นนายก ให้ใครไปตั้งรัฐบาล ให้ใครมาตัดสินใจเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ของคนทั้งประเทศเนี่ย เลือกว่าจะเอาไปทำอะไร นะฮะ ทีนี้ นโยบายมันมีหลายด้านใช่มั้มันมีทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม เรื่องการศึกษา เรื่องการเกษตร แล้วจะดูเรื่องอะไรดี วันนี้ผมมาในนามของพรรคประชา ผมก็ต้องพูดเรื่องพรรคประชาชน ถ้าน้องอยากรู้ว่าพรรคประชาชนเามีนโยบายอะไรบ้าง อย่าเพิ่งเชื่อผมนะ ลองเข้าไปดูนโยบายของเขาก่อน วิธีการง่ายที่สุดเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัยทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์หมดแล้ว ไม่ต้องอ่านกระดาษ ไม่ต้องไปซื้อหาหนังสือพิมพ์อ่าน ไม่ต้องไปเปิดโทรทัศน์ดูก็ได้ เราหยิบโทรศัพท์ของเราขึ้นมาครับ แล้วถ้าน้องๆเข้าไปที่ Google ใช้seสิรชโดยผ่านคำว่านโยบายพรรคประชาชน มันจะขึ้นลิงก์มันเลยเข้าเว็บไซต์นั้นไปเลยครับ ในนั้นก็จะเขียนเลยว่าพรรคประชาชนมีนโยบายในการเลือกตั้งครั้งนี้ในแต่ละด้านเรื่องอะไรบ้าง ถ้าน้องสนใจว่าเป็นคนสนใจเรื่องการศึกษา เข้าไปดูโหมดการศึกษาเลยครับว่าเขาบอกว่าถ้าเขาเป็นรัฐบาลเขาจะเอางบประมาณไปทำอะไร ถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำอาชีพเกษตรกร ไปเปิดดูเลยครับว่าถ้าเขามาเป็นรัฐบาลเขาจะเอางบประมาณแผ่นดินไปทำเรื่องเกษตรกรเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเราสนใจเรื่องเกี่ยวกับดิจิalเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร จะสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆอย่างไร ลองเข้าไปดูหมวดการทำอุตสาหกรรมแบบใหม่ ถ้าน้องสนใจเรื่องการเมือง รู้สึกว่าตอนนี้ประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยเพียงพอ เอ้าเข้าไปเปิดดูในหมวดเรื่องประชาธิปไตยเลย มีมากมายหลากหลายนโยบายรวมๆแล้วประมาณ 200 เรื่องครอบคลุมทุกอย่างทุกเรื่องเลย สนใจอันไหนลองเข้าไปดูแล้วอ่านดูแล้วถูกใจก็เลือก อ้า ถ้าไม่ถูกใจลองไปดูของพรรคอื่นนะครับ นี่คือการตัดสินใจให้ดูกันผ่านนโยบายนะครับ แล้วถ้าน้องบอกอ้าวแล้วถ้าถูกใจจะกาใคร ล่ะน้องๆก็ดูว่าบ้านของน้องทะเบียนบ้านอยู่ที่ไหน ทะเบียนบ้านเราอยู่ที่ไหนครับ หลากหลายที่ใช่มั้ยครับ เมื่อกี้ผมคุยกับท่านผอ.อนุพงษ์ บางท่านก็มาจากบางน้อง บางคนมาจากบึงกา มาจากหลากหลายจังหวัดในอีสานตอนบน อีสานเหนือ แล้วเราก็ดูสิครับ เข้าไปกดผู้สมัครแบบแบ่งเขตรแบบแบ่งเขต เขาจะทำเป็นรูปแผนที่ประเทศไทยไว้น้องก็เลือกจังหวัดตัวเอง แล้วก็ดูว่าเราอยู่เขตไหน ก็จะเห็นชื่อผู้สมัครพร้อมหมายเลข ถ้าถูกใจแล้วก็กาแบบแบ่งเขตคือบัตรสีเขียว และถ้าถูกใจทั้งพรรคเลยก็กาบัตรสีชมพูเบอร์ 46 แต่ถ้าไม่ถูกใจไปดูพรรคอื่นดูครับ อ่ะลองเปรียบเทียบกันดู ถ้าถูกใจพรรคอื่นก็กาพรรคอื่น ถ้าถูกใจพรรคประชาชนก็กรรคประชาชนเนี่ยฮะ นี่คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์เนี่ยจะตัดสินใจกันเรื่องนี้แหละ เหลือเวลาอีกประมาณ 30 วันโดยประมาณ ลองพิจารณาดูครับ ลองพิจารณาดู แล้วถ้าผมคาดเดาไม่ผิดนี่จะเป็นการใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกของพวกเราใช่ไหม ครับ ที่เมื่อกี้ยกมือกันเนี่ย ขอโทษทีขอดูอีกทีได้มั้ฮะ ใครมีสิทธิ์เลือกตั้งแล้วครับ รอบนี้อายุ 18 ปี เยอะอยู่นะฮะนะฮะ จะเป็นการใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกแล้ว ผมนี่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ผมขอย้อนเวลาไปนิดนึงนะ ผมใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกตอนไหนรู้มั้ ตอนวันที่ 4 มีนาคม 2543 จำแม่นเลย 4 มีนาคม 43 น้องๆเกิดยัง 4 มีนาคม 43 นะครับ ผมไปใช้สิทธิ์เลือกสร้างสมาชิกวุฒิสภา สมัยนั้นเนี่ย วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง แล้วปี 44 ก็ได้ไปเลือก ส.ส. บอกโอ้โห วันที่ไปเลือกนี่เรารู้สึกแบบ คือคือถ้าเราเป็นเด็กที่ตามสนใจการเมืองอ่ะ เราก็จะรู้สึกว่าอืชอบคนนั้นชอบคนนี้ อยากเป็นอยากนักการเมืองคนนั้น เห็นนักการเมืองคนนี้เป็นแรงบันดาลใจใช่มั้ฮะ แต่เรายังกาไม่ ได้เพราะอายุไม่ถึง พอกาไม่ได้อายุไม่ถึง ทำยังไงครับ พ่อกาให้หน่อย พ่ออายุถึงแล้ว พ่อกาให้หน่อย ตอนนั้นอายุไม่ถึง แม่กาให้หน่อย ผมยังอายุไม่ถึง นี้ก็เหมือนกัน ใครยังอายุไม่ถึงก็เก็บเอาไว้ แล้วก็ฝากคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย พี่ๆน้องๆช่วยกันกาส่วนใครอายุถึงแล้วตัดสินใจเลยครับ พิจารณาให้ดี แล้วการเลือกตั้งนี้มันจะมีความสำคัญ เพราะว่ารอบนี้เลือก ส.ส. 500 คน 500 คนไปเลือกนายกไปตั้งรัฐบาล ไม่มี สว. มาเข้ามาร่วมอีกแล้วนะฮะ ดังนั้นถ้าน้องสนใจนโยบายของพรรคประชาชน ลองอ่านดูนะฮะ ผมขยายความให้นิดนึงก็ได้ นโยบายของพรรคประชาชน เอาเฉพาะที่เกี่ยวกับพวกเราที่นี่เลยนะ ส่วนเรื่องอื่นๆน้องๆไปกดหาดูได้ เกี่ยวกับเราที่นี่เลยคือเรื่องของอาชีวศึกษา
เรื่องอาชีวศึกษานะครับ ลองเปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์ได้เลยจะพูดเรื่องนี้ไว้ พรรคประชาชนน่าจะเป็นพรรคพรรคการเมืองไม่กี่พรรคที่พูดเรื่องอาชีวศึกษา เรื่องการศึกษานี่ทุกพรรคพูดหมด แต่เจาะจงเฉพาะอาชีวศึกษาเนี่ย มีนโยบายโดยละเอียดเลยครับ หลักคิดของเขาคือเขาต้องการปฏิรูปอาชีวะศึกษาให้เป็นการศึกษาหลักของประเทศให้ได้ ที่ผ่านมาเรามักจะบอกว่าพวกสายสามัญนี่โอ้โห อะไรก็สายสามัญหมด อะไรก็ไปสนับสนุนสายสามัญหมด ส่วนอาชีวศึกษาเอาไว้ก่อน เอาไว้ทีหลัง ทั้งๆที่ในทางความเป็นจริงอาชีวศึกษาผลิตคนสำคัญสำคัญออกไป ผลิตแรงงานสำคัญๆสำคัญออกไป ผลิตช่างมากฝีมือออกไป ผมนี่เรียนสายสามัญมา พูดกันตามตรง ถ้าผมไม่มีคนที่มีความรู้ความสามารถช่างเรื่องเทคนิคนะ ผมตายแน่นอน ถูกมั้ ในขณะขณะเดียวกัน ผมเรียนกฎหมายมา น้องๆอาจจะบอกว่าเอ๊ะ นักกฎหมายนี่โอ้โห มันเป็นทนายความ อัยการ ผู้พิพากษาใหญ่โต แต่ถามว่าความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ระหว่างเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล เรื่องแก้คดี กับความสำคัญเรื่องผลิตเครื่องจักร ผลิตรถยนต์ ซ่อมรถยนต์ ซ่อมมอเตอร์ไซค์ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเนี่ย ชีวิตเราเจออะไรเยอะกว่าครับ ผมเจอกับตัวเลย เพราะผมซ่อมอะไรไม่เป็นเลยครับ ชีวิตนี้จับแต่ปากกาและหนังสือ ผมซ่อมอะไรไม่เป็นเลย ไปเรียนต่างประเทศทีนี่โอโห ต้องไปเริ่มฝึกการซ่อม เพราะที่นุ่นค่าจ้างแรงงานมันสูงมาก ซ่อมอะไรไม่เป็นเลย ต้องมาเปิด YouTube ดูว่าซ่อมทำยังไง ทำนู่นทำนี่ทำเองหมด ก็เพิ่งมารู้ โอ้โหนี่มันความสำคัญของการเรียนวิชาชีพแบบนี้ จนทุกวันนี้กลับมาอยู่เมืองไทยเนี่ย ถึงเวลาต้องโทรหาช่าง ช่างครับช่วยมาซ่อมหน่อย นึกออกมั้ฮะ แต่ในขณะไอ้สิ่งที่ผมเรียนมาเนี่ย ใช้ในชีวิตประจำวันนี่ใช้หาเลี้ยงชีพถูกมั้ย แต่มันไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันแบบทุกๆวัน แต่สิ่งที่น้องๆกำลังร่ำเรียนอยู่เนี่ย มันเป็นวิชาชีพติดตัวนะ ใช้ได้ตลอดเวลา แต่ทำไมล่ะ ทำไมล่ะเราถึงรู้สึกว่าเอ๊ะ อาชีวศึกษามันดูด้อยกว่าสายสามัญ เราเห็น P point หรือปัญหาของเรื่องเนี่ย อยู่พรรคประชาชนเเลยเสนอ นโยบายปฏิรูปอาชีอาชีวศึกษายกระดับให้เป็นเรื่องหลัก ทำอะไรบ้างครับ อันที่ 1 ครับ น้องๆทราบมั้ยครับว่าเวลาสถาบันการศึกษาเรื่องอาชีวศึกษาเนี่ย สร้างคนออกไปเนี่ย ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ก็คือต้องดูว่าคนที่จบออกไปมีงานใช่มั้ ครับ และตรงกับงาน เรียนไปแล้วได้เอาไปใช้ทำงานหาเลี้ยงชีพได้ นี่คือดัชนีชี้วแต่ถ้าอาชีวัศึกษาผลิตคนออกไปปุ๊บ ตลาดแรงงานพวกผู้ประกอบการโรงงานต่างๆ บอกว่าเฮ้ยที่ คุณทำออกมาเนี่ยเราไม่จ้างก็ตกงานเต็มเลย ที่คุณสร้างกันออกมาบุคลากรเต็มไปหมด ถึงเวลาผู้ประกอบการบอกผมอยากได้อีกเรื่องนึง ผมไม่ได้อยากช่างฝีมือทางนี้ ผมอยากได้ช่างแบบนึง ก็ตกงานกันเต็มเลย ดังนั้นมันจะสอบรับตรงกันได้ระหว่างสถาบันอาชีวศึกษาที่เป็นsuพlysuพlyคือเป็นคนผลิตบุคลากรออกไป จะทำยังไงให้มันตรงกับอุปสงค์หรือความต้องการหรือนดของผู้ประกอบการ ถ้ามันตรงกันหมดปุ๊บ พูดง่ายๆน้องๆที่นั่งอยู่ในหอประชุมแห่งนี้จบออกไปมีงานทำรองรับหมดเลย มฮะ แต่ที่ผ่านมามันไม่ได้จับคู่กันแบบนี้ จะเป็นลักษณะที่สถาบันกช.ก็ผลิต ผู้ประกอบการก็เอามาช้อปปิ้งเลือกใช้เป็นคนๆคนไหนไปไม่ได้ก็ตกขบวนไปไม่มีงานทำ ตกงานหรือเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น ดังนั้นทำไมเราไม่ทำให้มันเป้าหมายมันตรงกัน พรรคประชาชนบอกว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล คุมกระทรวงศึกษา คุมกรมอาชีวศึกษาเมื่อไหร่เนี่ย จะจัดการเรื่องนี้ครับ เราเรียกว่าทำแบบที่ผอ.อนุพงษ์ทำที่นี่นั่นก็คือเรื่องทวิภาคี ทวิภาคีหมายความว่าพวกเราเรียนกันในนี้ เสร็จไม่ใช่แค่เรียนจบแต่ว่าจะพาพวกเราเข้าไปทำงานในระหว่างเรียนแล้วเพื่อที่จะได้ต่อยอดเตรียมเข้าไปทำงานต่อได้ทันที นี้ไอ้ทวิภาคีหมายความว่าทั้งสถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการมันต้องร่วมมือกัน ถ้าต่างคนต่างอยู่ เช่นสถาบันแห่งนี้บอกว่าโอเค ฉันมี connection เครือข่ายเยอะ ฉันติดต่อบริษัทเอาไว้ได้ สถาบันแห่งนี้ก็โชคดีไป ส่วนสถาบันอื่นๆทำไม่ได้ เราทำอย่างนี้ให้มันได้หมดทั้งประเทศไม่ดีกว่า หรือก็คือทำให้การศึกษาเรื่องอาชีวศึกษาทั้งหมดเนี่ย จับคู่กับผู้ประกอบการให้หมด แล้วผู้ประกอบการเขาบอกว่าเรื่องอะไรฉันจะต้องมาเสียเวลาฉันไปเลือกช้อปปิ้งเลือกคนนายกนายขแล้วดึงหัวกะทิออกมาดีกว่า เรื่องอะไรฉันต้องมารับทุกคนเข้าไปหมด เราก็เลยต้องมีงบประมาณสนับสนุนครับ สนับสนุนทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งฝั่งซpัพyและฝั่งน สนับสนุนฝั่งซัพพlyคือผู้ประกอบการคืออะไรครับ เรากำลังบอกเขาว่าถ้าบริษัทไหนเดินเรื่องทวิภาคีอาชีวศึกษา เขาจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐในรูปแบบของการลดหย่อนภาษี ก็คือถ้าคุณทำเข้าโครงการของอันนี้ของรัฐ คุณจ่ายภาษีน้อยลง เช่นเดียวกับสถาบันอาชีวศึกษาไหนเตรียมระบบแบบนี้จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐเช่นเดียวกัน ถ้าทำแบบนี้ทั้งประเทศ พวกเราจบไป ทุกคนที่มาเรียนอาชีวศึกษาไม่มีตกหล่นแน่ มีงานรองรับหมด อีกอันนึงที่เขาคิดจะทำ เพราะมันต่างกับรุ่นของของพี่ดามธนกรจำปาหอมเมื่อกี้ก็คืออะไรครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันพัฒนา ศตวรรษที่ 21 นั่นก็คือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มันมาแล้ว เกิดมาผมเพิ่งเคยเห็นนะในอายุเ้าผมเนี่ย ตอนผมเด็กๆผมไม่เคยเห็นแบบนี้เลย เมื่อก่อนตอนโตขึ้นมาระดับนึงใช้ Google Search ก็นึกว่าเท่แล้วนะ เดี๋ยวนี้มันไภยถึงขนาดพิมพ์อะไรออกมามันตอบมาหมดทุกเรื่องเลย อยากจะไปเที่ยวที่ไหน 3 วัน 5 วัน พิมพ์ปุ๊บมันออกมาวางโปรแกรมการเที่ยวให้เราหมดเลย ถึงขนาดดัดแปลงมาเป็นภาพ Generate ออกมาเป็นภาพ Generate ออกมาเป็นเพลง Genate ออกมาเป็นคลิปวีดีโออะไรให้เราหมดละ น้องๆบอกว่าพรุ่งนี้สอบข้อเขียนเหรอ พิมพ์เข้าไปคำเดียวมันออกมาหมดเลยว่าตอบอะไรบ้างใช่มั้ยฮะ ดังนั้นทักษะแบบใหม่มันต้องเกิดขึ้น นั่นก็คือเรื่องของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และภาษาต่างประเทศจะได้ออกไปสู่โลกกว้างได้ นโยบายของพรรคประชาชนบอกว่าจะสนับสนุนเรื่องนี้ให้กับสถาบันอาชีวศึกษาด้วยนะฮะ นี่เป็นเฉพาะตัวอย่างที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพวกเราที่สุด ถ้าต่อไปน้องๆสนใจเพิ่มขึ้น อย่าลืมเข้าไปเสิร์ชใน Google ไปเสิร์ชออกมาดูเลยครับว่านโยบายพรรคประชาชนมีอะไรบ้าง แล้วถ้าหากถูกใจ ช่วยกันบอกต่อ ตัดสินใจเลือกไปดูว่าเราอยู่เขตไหนก็กาผู้สมัครเขตนั้น ระบบบัญชีรายชื่อคือเบอร์ 46 ขอใช้เวลาทิ้งท้ายอีกนิดเดียวเพื่อไปโยงสู่รัฐธรรมนูญเมื่อกี้ วิทยากรก่อนหน้าผมได้พูดไปแล้วเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้เราจะมีบัตรเลือกบัตรอีก 1 ใบด้วยนะครับ น้องๆเลือก สส.เขตแล้ว สส.บัญชีรายชื่อแล้วยังมีรัฐธรรมนูญด้วยประชามติ ถ้าเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เนี่ย มันเป็นต้นตอของปัญหาต่างๆนานาที่เกิดขึ้นมาตลอดเกือบ 10 ปีเนี่ย คำถามที่เขาถามเราก็คือว่าอยากทำรัฐธรรมนูญใหม่มั้ยอ่ะ ใช้ภาษาง่ายๆอยากมีรัฐธรรมนูญใหม่แทนที่ 60 มั้ย มันก็มีช่องเห็นชอบกับไม่เห็นชอบ เราก็ไปกาช่องเห็นชอบเพื่อให้มันมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นมา เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนนะครับ เพราะฉะนั้นรอบนี้ต้องฝากไว้ด้วยว่า 8 กุมภาพันธ์วันสำคัญนะครับ มี 3 บัตรนะครับ สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และก็บัตรประชามติ ใครยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้หมายความว่าปล่อยปะละเลไม่สนใจการเมืองก็ได้ น้องๆสามารถติดตามสนใจได้แล้วสามารถไปบอกเพื่อนบอกพี่บอกน้องบอกคุณพ่อคุณแม่บอกครอบครัวที่มีสิทธิ์เลือกตั้งไปใช้สิทธิ์กันได้นะ การเลือกตั้งมีความสำคัญนะครับผมย้ำสุดท้ายอีกทีนึง มันไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเรากำลังว่าใครจะมาตัดสินใจอนาคตประเทศ ใครจะตัดสินใจว่าเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ของภาษีพี่น้องประชาชนไปใช้ทำเรื่องไหน ถ้าเราบอกว่าการศึกษาไม่ดี เราก็ต้องหาพรรคหาคนผู้บริหารที่ตั้งใจมาทำเรื่องการศึกษา ถ้าเรารู้สึกว่าบ้านของเรา ถนนหนทางไม่ดี การเดินทางไม่สะดวก เราก็ต้องหาคนที่เขาตัดสินใจทำเรื่องนี้เข้ามาทำให้เรา การเลือกตั้งจึงเป็นการกำหนดอนาคตของตัวเราเอง ของครอบครัวเรา ของบ้านเรา ของจังหวัดเรา และของประเทศของเรา พวกเรามีโอกาสนะครับครั้งนี้ร่วมกันมากำหนดอนาคตประเทศไทยด้วยกันครับ ขอบพระคุณครับ
ค่ะก็ขอขอบคุณนะคะ รองศาสตราจารย์นะคะ
ศิบุตรนะคะ แสงกนุกค่ะ
ค่ะ ตอนนี้ก็เข้าสู่ในช่วงสุดท้ายแล้วนะคะ ดิฉันในนามของผู้จัดกิจกรรมขอขอบคุณครับ ผมเดี๋ผมจะภูมิจะรีบไปจุดต่อไปนะครับ เพราะว่าจุดปอดไตมันจะมีการปราศัยนะครับ ช่วยทนายแม็กนะครับอีกจุดนึงนะครับก็ต้องขับรถไปอีกนะครับ ก็ฝากรอติดตามกันด้วยนะ ครับอีก 2 เวทีนะครับในวันนี้นะครับ อย่าลืมช่วยกดไลก์กดแชร์นะครับ ถ้าคิดว่าเรากำลังทำสิ่งที่มีประโยชน์ อย่าลืมช่วยกันสนับสนุน Channel เราให้ยังคงทำงานชัยทุกคนต่อไปได้ด้วยนะครับ 10 บาท 20 บาท 100 บาท 1,000 บาทนะครับ ให้ช่องของเราเดินทางไปทำงานทั่วประเทศรับใช้ทุกคนต่อไป น้องภูมิความรู้นะคะแล้วก็แนวคิด
>> นะคะก็จะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนา ไม่ไม่ได้มีถามตอบ
โหคำถามทันโทษนะครับน้องอายุเท่าไหร่นะ ตอนนี้ 20 นะครับ ถามคำถามดีมากครับ ถามคำถามจน โอ้โหผมนึกว่าน่าจะสนใจเรื่องการบ้านการเมือง ลองเราเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองเยอะขึ้น ผมคิดอย่างี้ก่อน โซเชียลมีดียนะ เอางี้ก่อนนะ ไม่ใช่เฉพาะแค่แวดวงการเมือง แวดวงธุรกิจด้วยนะครับ แวดวงการศึกษาด้วยและก็การเมืองด้วยมีส่วนสำคัญ เมื่อก่อนเนี่ยเวลาเราทำอะไรเราตัดสินใจอะไรเราต้องมีตัวกลาง นึกออกมั้ยฮะ ต้องมีตัวกลาง เช่น น้องอยากเป็นนักเขียน น้องจะเขียนลงได้เนี่ยน้องก็ต้องทำต้นฉบับส่งไปที่บรรณาธิการ บรรณาธิการเขาจะดูว่าให้ลงไม่ให้ลง แล้วตัวกลางเนี่ย ถ้าเกิดเป็นคนที่ abuse เ้าลบิดเบือนอำนาจ เอ๊ะ เด็กเล่นเส้นเล่นสายเอาของคนนี้ลงไม่เอาของคนนี้ลง ผลงานของน้องก็ไม่ได้ลงถูกมั้ แต่เดี๋ยวนี้มันมีโซเชียลปุ๊บน้องเขียนเสร็จน้องๆน้องพิมพ์พิมพ์แล้วโพสต์ลงปุ๊บ คนเข้ามาอ่านกันเต็มน้องก็เป็นนักเขียน Besteller ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง ทำนองเดียวกันเกี่ยวกับการเมืองมย เมื่อก่อนตอนก่อนผมตั้งพรรคการเมืองนะ ยากมาก เพราะอะไรครับ กว่าจะเข้าไปถึงทุกหย่อมหญ้า ทุกหลังคาเรือน ต้องเดินทางไปให้ถึงที่ใช่มั้ฮะ กว่าจะไปประชาสัมพันธ์ว่าพรรคนี้มีนโยบายอะไรใดๆ ต้องไปให้ถึงที่ ต้องผลิตเป็นกระดาษ ต้องเดินไปแจกให้คลั่ว แล้วถ้าประเทศไทยมันกว้างใหญ่ไพศาลไปไม่ถึงทำยังไงล่ะ ก็ต้องใช้ระบบที่สมัยก่อนเขาเรียกกัน สมัยนี้ก็ยังเรียกอยู่หัวคะแนน จำได้มั้ยหัวคะแนนคืออะไร เป็นคนที่พรรคการเมืองนักการเมืองจ้างวาฬไว้แล้วเ้าเอ็งช่วยไปหาคะแนนให้ค่าหน่อย แล้วรวบรวมมาแล้วก็มาเลือกใช่มั้ฮะ แต่ถ้าเป็นสมัยปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้หัวคะแนนมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พรรคการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งก็สื่อศาโดยตรงหาน้องได้เลย โดยการเขียนโพสต์ทำเนื้อหาต่างๆลงไปในโลกออนไลน์ แล้วเขาก็ยิงตรงไปที่พื้นที่ที่น้องอยู่ปุ๊บ เราเปิดดู อยากรู้ว่าพรรคประชาชนทำอะไร เสิร์ชดูเรียบร้อยออกมาหมด อยากรู้ว่าผู้สมัครหน้าตาเป็นยังไง พื้นเพลเป็นยังไง ความรู้ความสามารถมีมั้ย ปึ๊บออกมาหมด ในขณะเดียวกัน ตัวผู้สมัครหรือพรรคก็สามารถเป็น content creator ได้เอง เห็นมั้เราเห็นมั้นักการเมืองจำนวนมากอยู่ในโลกติ๊กตอกเต็มเลย เปิดดูมาเต็มเลย ดารานักร้องนักแสดงอย่างนี้เหมือนกันอยู่ในโลกติ๊กตอกเต็มเลย มันเป็นโลกของโลกออนไลน์เนี่ย มันเป็นโรคที่ตัดตัวกลางทิ้ง ทำให้ผู้ผลิตกับผู้ใช้เนี่ยเจอกันเองโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางนะ ครับ ดังนั้นมันเอาไปได้ใช้ในทุกแวดวง แต่ทีนี้ในทางกลับกัน มันก็มีข้อควรระมัดระวังอยู่คืออะไรครับ เมื่อคุณนำเสนอข้อสื่อสารทางด้านบวกเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับศาล มันก็อาจจะมีบางกลุ่มบางคนสื่อสารในด้านลบเพื่อทำลายอีกฝั่งหนึ่งนะฮะ หรือที่ เราเรียกว่าปล่อยเฟกข่าวปลอมใช่มั้ครับ ตัดต่อเดี๋ยวนี้มันถึงขนาดตัดต่อเสียงผมเนี่ย ตัดได้แล้วทำหน้าเป็นคลิปผมเลย แล้วก็บอกว่าผมพูดทั้งๆที่ผมไม่ได้พูดใช่มั้ครับ ดังนั้นพิษภัยของมันก็มีอีกด้านนึง คือการปล่อยเฟกนิวส แล้วเฟกนิวสนี้มันก็วิ่งไวเหมือนกันใช่มั้ยฮะ ดังนั้นพวกเราในฐานะเป็นคนรับศาลนะฮะ ถ้าเราในฐานะคนรับศาลรับสื่อ เราอ่านดูแล้วเราต้องใช้ วิจารณญาณ นะครับ ถ้าเราเห็นแล้วคุณพ่อคุณแม่บอก เนี่ยเขาส่งเข้ามาในกรุ๊ป Line เอามาให้เราดู เราดูแล้วเราขำอมยิ้มเลยบอกโอ้นี่มันเฟกนิวสข่าวปลอม ต้องช่วยบอกคุณพ่อคุณแม่หน่อยว่าอันนี้ข่าวปลอม ในขณะเดียวกัน ถ้าพวกเราในฐานะเป็นผู้ผลิตคทentเนื้อหา นะเราต้องอยากผลิตcontทentปลอมแบบนี้เรา ต้องสื่อสารให้มันเป็นในแง่บวกให้มันเกิดพลังซึ่งกันและกันนะครับ ดังนั้นโซเชียลมีดียมีความสำคัญกับเรื่องการเมืองมาก ทำให้ นักการเมืองกับประชาชนใกล้กันโดยพี่ไม่ ต้องผ่านตัวกลางนะ ในขณะเดียวกันถ้าวันข้างหน้าเาขึ้นไปมีตำแหน่งเไปบริหารประเทศ เราก็เรียกร้องจากเขาได้โดยตรง ไม่ต้องเดินไปถึงสั่นกระดิ่งร้องทุกข์ ไม่ต้องเดินไปถึงขอพบท่านผู้ว่า ขอพบท่านรัฐมนตรีหน่อย แต่มันมีระบบการสื่อสารทางตรงกัน มีส่วนร่วมของประชาชนได้มากยิ่งขึ้นนะครับ
>> ถามๆยืนๆ
>> ขออีกคำถามได้มั้ครับ
>> เอ่อ เอ่อการแก้ไขรัฐธรรมธรรมนูญเนี่ยนะครับจะ ส่งผลต่ออ่าชีวิตนักศึกษาอย่างเราในอนาคต ได้ยังไงบ้างครับ
โอเคครับ เอางี้ก่อนเนาะ เราบอกเราบอกว่ารัฐธรรมนูญเนี่ย มันดูไกลมากเลยเนาะ เอ๊ะ มันเป็นเรื่องของพวกนักการเมืองอย่างเดียวหรือเปล่า มันเกี่ยวอะไรกับเรามั้ย ผมเล่าอย่างงี้ก่อน
ซันล่ะ
นะ ประเทศไทยของเราเนี่ย ถ้าเราเปรียบว่าเป็นห้อง้องนี้เนาะ มันต้องมีกติกา
กติกาคือว่าใครจะขึ้นมาบริหาร ใครจะมาออกกฎหมาย ใครจะมาตัดสินคดี ใครจะมาตรวจสอบการใช้อำนาจต่างๆ
อย่างเนี้ยกติกาเหล่าเนี้ย เราเขียนเข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ
ใช่มั้ยครับ ทีนี้ไอ้รัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย มันสืบเนื่องมาจากการยึดอำนาจเมื่อปี 57 แล้วก็ออกมาแล้ว เมื่อทดลองใช้ไปตอนนี้ 9 ปี เราเห็นสภาพปัญหาทันทีคืออะไร
น้องเอาสถิติง่ายๆนะ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอายุสั้นหมดเลย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นายกที่ลงสนามรับเลือกตั้งเนี่ย อายุสั้นหมด
อยู่ 6 เดือน อยู่ปีนึง ไปอีกแล้ว ถ้าเรารู้สึกว่านายกคนนึง รัฐบาลนึงไปควรไปด้วยอะไร เราเลือกเขามา ถ้าเราเห็นค่าเขาไม่ดี ครั้งหน้าไม่ต้องเลือกใช่มั้ย เาควรไปด้วยการเลือกตั้ง เมาจากประชาชนเก็ควรพ้นจากตำแหน่งด้วยอำนาจของประชาชน แต่ทุกวันนี้คืออะไรครับ เข้ามาแป๊บเดียวยังไม่ทันทำอะไรเลย มีคนไปร้องแล้วว่าทำไอ้นู่นไม่ได้ ทำไอ้นี่ผิด ทำไอ้นี่ไม่ถูก อยากจะผลักดันนโยบายอะไรที่หาเสียงไว้ เดี๋ยวก็จะมีองค์กรนั้นองค์กรนี้บอกทำไม่ได้ ทำไม่ถูกอีก สุดท้ายก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง พอรัฐบาลมันพ้นจากตำแหน่งบ่อยๆเนี่ย มันก็ไม่มีใครที่มาตัดสินใจส่งมอบนโยบายได้อย่างต่อเนื่องนะ น้องลองคิดดูว่าสมมุติผมเข้ามาบอกผมเตรียมจะทำนโยบายการศึกษาที่เมื่อกี้ผมพูดไปเนี่ย แต่เข้ามาปุ๊บ ฝั่งตรงข้ามเอาไปเรื่องร้องเรียนปุ๊บ เอาศาลนู่น ศาลนี่ เอาองค์กรอิสระมายุบพรรค ตัดสิทธิ์หายออกไปอีก เริ่มต้นใหม่อีก ใช่มั้ ถ้าน้องไม่เชื่อผม น้องไปดูสถิติย้อนหลังก็ได้ องค์กร รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเนี่ย อายุสั้นหมดเลย แป๊บเดียวไปหมด เช่นเดียวกันครับ ณ วันนี้น้องบอกกากบาทเลือกตั้งไป แต่ปรากฏว่าผลการเลือกตั้งออกมา มันมีพรรคการเมืองเข้าไปอยู่ในสภา 30 พรรค ตั้งรัฐบาล ทีก็ต้องไปเอาไอ้ 1 เสียง 2 เสียงมารวมๆกันแล้ว 1 เสียง 2 เสียงรู้แล้วว่าเอ็งต้องมาง้อฉันนี่ก็เรียกรับผลประโยชน์นะ ครับ น้องๆเคยได้ยินคำว่า สส. งูเห่ามั้ย สส. งูเห่าคือลงสมัครกับพรรคนึง ได้รับเลือกตั้งในนามพรรคนั้น แล้วถึงเวลาเข้าไปสภา ไปอยู่อีกพรรคนึงเฉยเลย น้องๆก็งง บอกที่ฉันเลือกเอ็งมา ฉันไม่ได้เลือกเอ็งในฐานะเอ็งเลย ฉันเลือกเพราะเอ็งอยู่พรรคนี้แหละ แต่ปรากฏเข้าสภาไปย้ายไปอยู่อีกพรรคนึงเลย พอมันเกิดอย่างนี้ขึ้น การเมืองมันก็ไม่มีเสถียรภาพนะฮะ รัฐบาลก็จะตัดสินใจนโยบายอะไรเด็ดขาดไม่ได้ ทุกอย่างมาจากการต่อรองผลประโยชน์ของ ส.ส. แต่ละคนนะฮะ มันมาส่งผลถึงชีวิตประจำวันคือเราไม่สามารถมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพผลักดันนโยบายได้อย่างต่อเนื่องนะครับ ดังนั้นปัญหาทุกวันนี้ที่เกิดขึ้นเนี่ย ส่วนนึงก็คือมันสัมพันธ์กับรัฐธรรมนูญ 60 นะฮะ โอกาสครั้งเนี้ย มันเป็นครั้งสำคัญละ เรามีความพยายามจะแก้รัฐธรรมนูญหลายครั้งโดยรัฐสภานะครับ แต่ว่าวุฒิสภาเขาวางไว้ไม่ให้แก้ แต่ครั้งนี้เรามาถามผู้ทรงอำนาจตัวจริงก็คือประชาชน ประชาชนช่วยกันตอบเสียงดังๆหน่อยว่าอยากทำรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้าประชาชนบอกอย่างนี้ปุ๊บ ครั้งหน้ากลับไปที่สภา สภาก็ต้องทำตามที่พวกเราออกเสียงมานะครับ ดังนั้นฝากช่วยกันรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญด้วยว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวนะครับ
เอ ผมขออีกคำถามนึงได้มั้ยครับ
ผมขอคำถามนึงได้มั้ยครับ ถ้าผมเลือกพรรคประชาชน ผมจะได้อะไรครับ ขอ 1 ข้อครับ
ไม่มี
อ่ะ เอางี้นะ ผมเข้าใจว่าเอ่อน้องๆแต่ละท่านเนี่ย ก็มีความสนใจความชอบความอยากได้นโยบายนี้ อยากได้นโยบายนั้น ชอบเรื่องนั้น ชอบเรื่องนี้ต่างๆกัน ดังนั้นเวลาจะตอบเนี่ย เราก็ต้องดูว่าเขามีนโยบายกี่เรื่องนะครับ เวลาจะตัดสินใจว่าถ้าเค้าเป็นรัฐบาลเขาจะทำอะไรให้กับเราเนี่ย วิธีการให้ง่ายที่สุดเลย น้องอย่าเชื่อผมนะ น้องอย่าเชื่อผม เพราะว่าผมมาหาเสียงให้พรรคเนี่ย ผมต้องบอกว่าพรรคผมวิเศษที่สุดอยู่แล้ว น้องอย่าเพิ่งเชื่อผม ก็ต้องบอกว่าพรรคผมดีกว่าคนอื่น พรรคผมดีกว่าแน่ๆ ต้องเลือกผม แต่น้องไม่ควรเชื่อผมตั้งแต่แรก น้องลองไปเปิดดูนโยบายของพรรคก่อน เราสนใจเรื่องอะไร เรื่องการศึกษาไหม หรือเราสนใจเรื่องคุณภาพชีวิต เราสนใจเรื่องการสาธารณสุข เราสนใจเรื่องเกษตร เรื่องที่ดินอะไรต่างๆเหล่าเนี้ย หรืออยากรู้ว่าเอ๊ะ ตกลงแล้วอายุถึงเกณฑ์ต้องไปถูกบังคับเกณฑ์ทหารมั้ยอ่ะ ถ้าเราสนใจเรื่องเหล่านี้ ลองไปเปิดดูครับ แล้วเปิดดูปุ๊บ อ่านแล้วเออตีเข่าตกเข่าถูกต้องเห็นด้วย อันนั้นแหละเราก็กา พอกาไปแล้วพรรคเขาได้เป็นรัฐบาล เขาก็จะทำอันนั้นตามสัญญา นะฮะ ดังนั้นถ้าให้ผมตอบสั้นๆ ถ้าเลือกพรรคประชาชนได้อะไร ผมคิดแค่นี้ครับ เขาจะเป็นพรรคที่ให้นโยบายไว้ว่าจะทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน แล้วถ้าถึงเวลาเขามีอำนาจทำ เขาจะทำตามที่เขาพูดครับนะฮะ
ผมขอถาม อยากถามว่าเอ่อพรรคมีแนวแก้ค้างแก้ชายแดน ปัญหาชายแดนอย่างไรครับบ้าง
อ่ะโอเค นะครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าวิธีดูให้ชัดเนี่ย ลองดูทิศทางที่ทางผู้บริหารพรรค ทางหัวหน้าพรรคเนี่ย เค้าแถลงเรื่องพวกนี้หลายครั้ง เอางี้ก่อน ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านยังไงมันก็อยู่กันแบบนี้แหละ มันไม่มีทางย้ายออกกันได้ พรมแดนมันติดกัน ต่อให้เราไม่ชอบเขา เราไม่เห็นด้วยกับเขา ต่อเราเห็นว่าโต๊ะรัฐบาลเทำไม่ถูก แต่มันหนีกันไม่พ้น ประเทศมันติดกัน นึกออกมั้ฮะ เราอาจจะไม่ชอบผู้นำประเทศเขา เราอาจจะไม่ชอบสิ่งที่ผู้นำประเทศเขาทำ แต่อย่างน้อยพลเมืองของประเทศเขากับพลเมืองประเทศเราไม่ได้ทะเลาะกันนะ มันก็เป็นเพื่อนร่วมโลก เพื่อนร่วมชาติกัน เพียงแต่คนมีอำนาจของประเทศเขาเนี่ย ตัดสินใจอะไรต่างๆแล้วเราไม่ชอบ ดังนั้นเราต้องแยกแยะตัวนี้ก่อน ว่ายังไงเสียประเทศ 2 ประเทศนี้มันก็อยู่ติดกันนะครับ ทีนี้จะแก้แก้ปัญหาอย่างไร ปัญหาเฉพาะหน้า ณ วันเนี้ย ผมคิดว่าต้องให้ตัวทหารชั้นผู้น้อยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เนี่ย อันนี้เป็นกำลังสำคัญนะครับ ส่วนในทางนโยบายเนี่ย ผมเชื่อว่าในท้ายที่สุด จะต้องกลับมานะครับ ตอนนี้มันเริ่มคลี่คลายมากยิ่งขึ้นนะครับ หลังเลือกตั้งเนี่ย ก็น่าจะมีรัฐบาลที่มาทำหน้าที่เจรจาต่างๆ อย่างไรเสียมันต้องกลับมาตกลงกัน วันนี้มีความขัดแย้ง มีการปะทะกันเกิดขึ้น แต่เดี๋สักพักก็จะต้องกลับมาตกลงกัน เพราะเราหนีกันไปไหนไม่นะ ดังนั้นเราทำควบคู่กันไป ทั้งเรื่องของสมรรถภาพของกองทัพ ทั้งเรื่องขวัญกำลังใจของทหารผู้น้อย และทั้งเรื่องของการเจรจาพูดคุยกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านครับ
ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ เอ่อ วันนี้น่าจะอ่อ ถ้าตามปกติแล้วนะคะ ก็จะมีเวลาให้เยอะค่ะ ถ้ามาที่อีสานเหนือนักศึกษาอีสานเหนือทุกคนมีคำถามแน่นอน วันนี้ให้เวลามานิดเดียว นะคะ เพราะท่านผอ.ใหญ่ของเราเนี่ย เป็นคน ที่สร้างให้ลูกๆมีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วก็ให้ทุกคนสามารถเปิดโลก แล้วก็ทุกคนจะมีคำถามในหัวเลยนะคะค่ะ ถ้ายังไงก็ วันนี้นะคะ ก็ขอเอ่อเป็นเอ่อการถ่ายรูปนะคะ ก็ขอรบกวนนะคะ ท่านวิทยากรแล้วก็ท่านผู้บริหารนะ ถ่ายรูปนะเดี๋รีบไปอีกจุดนะครับ ฝากฝากกดไลก์กดแชร์นะครับ เพราะว่ามีหลายจุดเลยนะครับ ที่เราต้องไปถ่ายอีกนะครับ อย่าลืมช่วยกันสนับสนุน Channel เราให้ทำงานนะครับ ทั่วประเทศรับใช้ทุกคนด้วยนะ ครับ
เพราะว่าลูกๆของท่านผอ.ใหญ่ทุกคนมีปัญหา ทุกคนเลยค่ะ คำถามนี่เด็กยืนขึ้น
ผมชอบมากเลยเวลามีคำถาม มีความคิด มีนำเอาความคิดนะคะ ไม่ใช่มีปัญหาความคิดนะคะ ในส่วนของการนำมาให้ท่านแก้ไขปัญหาให้นะคะนะครับผม บ๊ายบาย