Transcription
ตอนนี้ AI คูณเลขผิดนะครับ.
>> เฮ้ยจริงป่ะ.
>> จริงครับ คือ ณ เทคโนโลยีปัจจุบันนะ.
>> คำว่าคูณเลขผิดหมายถึงว่าต้องเป็นเลขที่ซับซ้อนหน่อยเหรอ.
>> ผิดทุกเลขครับ.
>> แต่คูณ 2 ก็ผิด.
>> มันคือ next word prediction ไง มันพยายาม.
>> มันไม่ใช่เครื่องคิดเลข.
>> ใช่มันคือแค่แบบว่า เฮ้ยมันเคยเห็น 8 * 2 แล้วคำต่อไปมันน่าจะเป็นเครื่องหมายเท่ากับ.
>> โอเค แล้วคำเครื่องหมายมันจะมันจะเดา แต่ว่าผมคิดว่ามันเดาแบบมีหลักการนะ.
>> อาจจะอาจจะเดาถูกก็ได้ อาจจะเดาผิดก็ได้.
>> แต่ว่าเรา apply เรื่องนี้กับทุกเรื่อง ดังนั้นทุกคำตอบที่มันตอบออกมาเนี่ย.
>> คือการเดา.
>> ใช่ครับ เดาคำต่อไปจาก data ที่มันเรียนมา.
>> เพียงแต่ว่าอ่ะ ถ้าถ้า to be fair กับมันก็คือ แต่ข้อมูลมันเยอะมาก.
>> ใช่ครับ.
>> มันเหมือนกับอ่านอินเทอร์เน็ตมาทุกหน้าในโลกเรียบร้อยแล้ว อะไรประมาณอย่างนั้นใช่ไหม.
>> ใช่ ตัวโมเดลใหญ่ๆ ก็จะมีความแม่นยำ เพราะว่า data มันเยอะมาก มันเคยเห็นมาค่อนข้างเยอะแล้ว มันก็พยายามที่จะเดาจาก context ว่าคำต่อไปคืออะไร ผมผมบอกเลยว่าในสมัยนี้ ณ วันที่ถ่ายทำเนี่ย ผมว่า 80-90% โอเค เชื่อได้ แต่มันจะมี 10% นี่แหละ ตัวที่มันเป็นแบบ บางทีถ้าเราเสิร์ช Google แล้วมันมี AI overview ขึ้นมา.
>> โอเค.
>> บางรอบยังผิดนะครับ.
>> อื.
ถ้าเอาเฉพาะตรงนี้ก่อน คือถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ AI คือ เอ่อ ถ้าเทียบเป็นคน คือเป็นคนที่อ่านหนังสือมาเยอะมาก.
>> ครับ.
>> แล้วเวลาเราถามอะไรไป เขาก็จะไปเอาข้อมูลที่เขามีอยู่ จากการที่เขาอ่านมา.
>> ครับ.
>> เอามาเดาว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ มันน่าจะประมาณนี้แหละ ถ้าเราถามในสิ่งที่เขา้าไม่ มีข้อมูลอยู่ โอกาสตอบผิด.
>> ก็จะมี แต่ว่าโอกาสตอบถูกก็มีเหมือนกัน.
>> อ่า.
>> คือ.
>> เพราะว่าเดาเนี่ย มันสามารถเดาในเรื่องที่ ไม่รู้ได้.
>> ใช่ อีกฝั่งนึงเจะบอกว่า จริงๆ มนุษย์เราก็ทำงานแบบนั้นนะ.
>> ก็จริง ก็จริง.
>> ครับ.
>> ใช่ แล้วก็เลยจะมาเถียงกันว่า อันนี้คือ intelligence ที่แท้จริงหรือเปล่า.
>> อ่า.
>> ก็ดีบate กันไป แต่ว่า.
>> หลักการทำงานมันคือการเดาคำต่อไปเท่านั้นเอง.
>> โอเค ในในสิ่งที่มันเป็นอยู่ปัจจุบันนะ วันที่ เราถ่ายทำกันเนี้ย เราพูดถึง AI ที่แบบเ เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้กันอยู่ ไม่รวมไอ้แบบประเภทที่อยู่ในแลบลับอะไรอย่างเงี้ยนะฮะ.
ถ้าเทียบว่าความฉลาด AI ที่มันเป็นไปได้ Poentียลของมันคือเลข 10 ครับ.
>> ตอนนี้เราอยู่แถวๆ เบอร์ไหนกันอยู่ฮะ.
>> โอ ผมว่าก็ 7-8 แล้วนะครับ.
>> โห เหรอฮะ.
AI ตอนเนี้ย มันเป็นเหมือนกับคน ที่ Expert ในฟiel ระดับนึงแหละ คือไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว เป็นอ ที่มันตอบอย่างเช่นสายเขียนโค้ดอย่าง เงี้ย.
>> อือ.
>> แล้วว่า AI เขียนโค้ดเป็นโปรแกรมเมอร์ ระดับซีเนียได้.
>> อือ่ะ ผมเขียนพูดเร่องใช่มครับ.
>> มันแค่นี้มันก็ significant แล้วสำหรับ สังคมของเรา.
>> ว่า เฮ้ย ถ้าเกิดว่าเราเทรนคนนึงขึ้นมา ใช้เวลากี่ปีไม่รู้ในการเรียนเนี่ย.
>> ครับ.
>> อาจจะสู้ AI ตัวนี้ไม่ได้ ที่เรามีอยู่แล้ว ซึ่งก็สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริง ในชีวิตประจำวันบ้าง ในบาง use CAS แต่ สิ่งที่วงการ AI กำลังพนันกัน เพื่อที่จะไปถึงเนี่ย คือสิ่งที่เรียกว่า AGI Artificial General Intelligence คือ General เนี่ยคือ.
>> อือ.
>> ความฉลาดโดยทั่วไป.
>> อื.
>> กลับไปที่โจทย์คูณเลขของเรา.
>> ครับ.
>> มันจะต้องรู้ว่า 5 * 4 คืออะไร 5 * 5 คืออะไร โดยที่เราไม่เคยบอกมัน.
>> ไม่ต้องเดอ๋อ โดยที่เราไม่ต้องให้ข้อมูล มันด้วยซ้ำ.
>> ใช่ เราจะต้องสอนมันเย็บผ้าได้เหมือนกับ ที่เราสอนคน.
>> อื.
>> มันจะต้องรู้ว่า มันมันทำอะไรได้บ้างด้วย ตัวเอง ทุกคนกำลังพนันว่าเราจะไปถึงตรงนั้น ภายในกี่ปีไม่รู้.
>> อื.
>> เมื่อมันไปถึงแล้วเนี่ย โลกเรามันจะ เปลี่ยนไปแบบ เราจะมี Jarvis ใช้ในบ้าน โอ ชีวิตเรามันจะเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะมาก เราจำเป็นต้องเรียนหรือเปล่า.
>> อื.
>> ก็เป็นโจทย์ของมนุษยชาติ แต่เราอาจจะไปไม่ถึงตรงนั้นก็ได้.
>> อะไรจะทำให้เราไปถึง อะไรทำให้เราไปไม่ถึง ่ะฮะ.
>> คือตอนนี้เนี่ย อ่า ถ้าเกิดดูในเรื่องของ การลงทุนเนี่ย ทุกบริษัทใหญ่ๆ.
>> เอาเงินมาลงตรงนี้ เพื่อที่จะพนันว่าเราจะ เป็นคนที่ไปถึง พอไปถึงเสร็จปั๊บ จะมี รีเทิร์นอะไรบางอย่าง ใช่มั้ยครับ.
>> ครับ.
>> แต่ว่าสำหรับผมส่วนตัวแล้ว ผมผมคิดว่า เทคโนโลยีปัจจุบันเนี่ย ก็คือ LLM เนี่ย.
>> อือ.
>> มันไม่น่าจะใช้คำตอบ.
>> อือ.
>> ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆเลยนะ คือ เรารู้สึกว่า LLM เนี่ย มันจะโตขึ้นก็ตาม data ที่เราฟีดให้มันเข้าไป ถูกมั้ยครับ.
>> ครับ.
>> มันจะฉลาดในระดับปริญญาเอก คิดว่าได้นะ แต่ว่าเราไม่สามารถที่จะไปถึง General Intelligence ได้ เพราะว่าด้วยหลักการการทำงานของมัน เรารู้ว่ามันคือการเดาคำต่อไป เท่านั้นเอง.
>> ถ้าเราไม่เปลี่ยนท่าเผมว่ามันมีเพดาน.
>> แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเพดานมันอยู่ตรงไหนนะครับ แต่ว่ามันจะมีแน่นอน อีกfaฟตอร์ นึงที่พอจะเดาได้ก็คือว่า ตอนนี้ AI ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะครับ เอ่อ เรา Data Center ใช้แบบ 1 MW 2 MW ต้อง สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเพื่อ AI อะไรอย่าง เงี้ยครับ แต่สมองเราใช้ไฟแค่ 10 วัตต์นะ ครับ.
>> ออ อือ อือ.
>> ดังนั้น 10 วัตต์เนี่ย เรามี Intelligence ก็แปลว่า ไอ้ไอ้ที่เราทำอยู่ตอนนี้ ที่เราใช้กันเป็น MW เนี่ย มันอาจจะไม่ใช่คำตอบ.
>> อื.
>> มันจะต้องเป็นอีกอันนึง เพราะว่าเราพิสูจน์แล้วว่า 10 วัตต์มันไปได้.
>> ได้ดีกว่า.
>> ครับ แต่เราแค่ไม่รู้ว่าสมองเราทำงานยังไง แค่นั้นเอง ก็อาจจะมี.
>> อ่า alternative ในอนาคตหรือเปล่า อันนี้ อันนี้ผม.
>> เดาๆนะครับ.
แล้วที่เขา้ากลัวๆกัน เริ่มพูดกัน AI มันจะเข้ามาอ่ะ แย่งงาน AI มันจะเข้ามาครองโลก อะไรเงี้ย สมมุติออกทางไซฟหน่อยนึง.
>> แย่งงาน ไอ้แย่งงานเนี่ย ผมว่ามีโอกาส งานบางหายไปด้วย ด้วยระดับความเก่งของ AI ในปัจจุบัน คนที่เก่งก็จะใช้ AI เป็น Assistant ช่วยงาน แล้วงานมันก็จะไปได้ไกล ส่วนคนที่ไม่เก่ง.
>> คือบารไม่ถึงระดับที่ AI ทำได้เนี่ย พวกนี้จะน่ากลัวครับ.
>> อือ.
>> คือเราจะพูดกันแบบโหดร้ายเลยนะครับ เพราะว่าสมมุติว่าผู้ประกอบการ.
>> อื.
>> แต่ว่าจ่ายเงินเท่ากัน.
>> อื.
>> AI ไม่หลับไม่นอน ไม่ไม่บด ไม่ลาม ไม่สายคนมาทำงาน.
>> ไม่เมา.
>> ใช่ครับ เขาจะเลือกอะไร ใช่มั้ยครับ.
>> อื.
>> นั้นเราของเราก็เลยจะต้องมีวิธีการรองรับ ว่า เฮ้ย ถ้าเกิดมันเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น แล้วเราจะไปทางไหนต่อ จริงๆแล้วมนุษยชาติ ต้องคุยร่วมกัน แต่ว่าแต่ละคนก็มีไอเดียไม่เหมือนกัน.
>> อื.
งานแบบไหนที่น่ากลัวที่สุดที่จะถูกแทนที่ ด้วย AI.
>> ผมว่างานอะไรที่ automate ได้ คือปกติแล้วถ้าเป็นงานรูน ผมว่าจะต้องไป ต้องเป็นงานที่สร้างสรรค์ ต้องเป็นงานที่มี value ที่ไม่ใช่ว่ามาทำงานแล้วคุณเอาอันนั้นไปใส่ อันนี้ เอาอันนี้ไปใส่ อันนั้น เอาอันนี้ไปใส่อันนู้น แล้วจบ.
>> เพราะ AI มันไปบังคับแขนกลได้.
>> ใช่ครับ.
>> เช่น งานหยิบสับปะรดใส่กระป๋อง.
>> ถูกครับ หรือ.
>> ซึ่งเป็นงานที่ผมอยากทำมากเลยนะ เป็นผม ผมไม่อยากคิดอะไรแล้วตอนนี้ ผมอยากทำอะไรเป็นรูนมาก ก็ไม่ ไม่สามารถทำได้แล้ว เซ็ต AI.
>> ครับ.
>> แล้วยิ่งต่อไปมันถูกลงเรื่อยๆ ผมว่าจะต้องถูกแทนที่แน่นอน.
>> อื.
>> แล้วต้องทำยังไงอ่ะฮะ ถ้าคนๆที่เสี่ยงต่อการทดแทนด้วย AI เนี่ย.
>> ก็ต้องไปทำอะไรที่ไม่ใช่รูทีน.
>> อื.
>> ก็ต้องไปทำอะไรที่เป็น เอ่อ ผมว่า Creative เป็นสายที่ผมว่าไม่ตายหรอก.
>> อือ.
>> ผมผมดูดูจาก AI Creation ตอนนี้ ผมว่ามัน มันไม่สามารถสร้างอะไรใหม่ขึ้นมาบนโลกได้ ครับ จริง.
>> เอ่อ หรือจะเป็นคนที่หา solution แบบว่า คิดหา solution ที่แปลกใหม่แหวกแนว.
>> ที่ไม่ใช่อะไรก็ตามที่มันเขียนอยู่ใน หนังสือ ใช่มั้ยครับ ลองใช้ AI เป็นแบบทำ ธุรกิจอะไรเงี้ย ก็จะมันก็จะ reference มาจากหนังสือหลายๆเล่ม ซึ่งก็ไม่ได้แย่นะครับ.
>> แต่ว่าโลกแห่งความจริงมันอาจจะแตกต่างกัน ออกไป อยู่ที่ประสบการณ์ ผมว่าประสบการณ์ คือเรื่องสำคัญ.
อ่ะ ย้อนกลับมาปัจจุบันอีกทีนึง เอ่อ คือคือ ก่อนหน้านี้ผู้คนคุ้นเคยกับ Google มากนะ ครับ เข้าเน็ตนี้สตาร์ทด้วย Google ไม่ว่า จะทำอะไรก็ตาม เสิร์ชหาเพลง เสิร์ชหาข่าว เสิร์ชหาหนังดูอะไรอย่างเงี้ยนะฮะ ไอ้ที่ เราใช้งาน Google อยู่กับบางคนตอนนี้ เปลี่ยนมาใช้ ChatGPT แทน Gemini แทนครับ.
>> มันต่างกันยังไง หรือตอนนี้มันเริ่มไม่ต่างกันแล้ว เพราะ Google ก็มี AI อ.
>> อ่า อันนั้นใช่ครับ คือตอนนี้คุณเสิร์ช Google ก็เจอ AI Overview ก่อนอันดับแรก.
>> แต่ว่าถ้าเกิดว่าคุณรู้ว่ามันทำงานยังไง.
>> อ.
>> ที่อย่างที่ผมบอก คือการเดาคำต่อไป.
>> ครับ.
>> จากข้อมูลที่มันมี มันจะพยายามจะเอามาสรุปให้เรา.
>> ครับ.
>> มันมีโอกาสที่จะสรุปผิด อ.
>> ซึ่ง To be fair ก็คือความผิดพลาดมันน้อยลงเรื่อยๆ จากเวลาที่ผ่านมา เทคโนโลยีมันดีขึ้นเรื่อยๆ แต่มันยังมีอยู่.
>> ดังนั้น ตอนที่ผมเสิร์ช Google ตอนนี้ ผมจะ เลื่อนผ่าน AI Overview ไปก่อน.
>> แล้วก็เอาแบบว่าสิ่งที่ผมยังเป็น School อยู่ใช่ครับ แต่ว่าหลายคนก็เริ่มใช้ AI ในการถามแล้ว ซึ่งผมว่า 80% มันโอเค มันจะมีแค่ 20% เท่านั้นที่แบบว่า.
>> แปลกๆ อย่างเช่น.
>> เอ่อ ผมเสิร์ชลูกสาวผมเงี้ย เอ่อ ฟันเ้าจะขึ้นเมื่อไหร่.
>> ครับ.
>> Google บอก เอ้ย AI Overview เท่านั้นเท่านี้ ผมไปเลื่อนๆลงไป อ้า ไม่ใช่ ไม่ตรงกัน เพราะว่า เอ่อ มันทำงานยังไง ก็คือ มันจะเอา search result ที่มันหามาได้ แล้วมันก็มาสรุปให้เราอีกทีนึง ซึ่งไอ้ ขั้นตอนการสรุปนี้ มันสรุปผิด หรือ search result.
>> มันมีข้อมูลผิดอยู่ในนั้น มันอะไรอย่าง เงี้ยครับ.
>> มันก็อาจจะต้องพิจารณานิดนึง.
อย่างทุกวันเนี้ย ส่วนใหญ่คนใช้ AI ใช้ใช้ ChatGPT แทน Google.
>> ครับ.
>> จริงๆแล้วมันคือทางเลือกที่ดีที่สุด วันนี้หรือเปล่า หรือ Gemini ดีกว่า หรือ Google นั่นแหละดีอยู่แล้ว.
>> อ๋อ ยี่ห้อใช่มั้ครับ.
>> อ่า ยี่ห้อ.
>> ส่วนตัวผมอยู่ ผมผมว่า Gemini จะชนะในที่สุด ผมเดาว่า Gemini จะชนะ.
>> เพราะว่า.
>> เพราะว่า Google อยู่ข้างหลัง.
>> อ่า ข้อมูลเยอะกว่า อย่างงี้.
>> ข้อมูลเยอะกว่า infrastructure เยอะกว่า resource เยอะ งบประมาณเยอะกว่า คือ สุดท้ายแล้วอ่ะครับ ในงานวิจัย AI เนี่ย ทุกอย่างตีพิมพ์เป็น public หมด.
>> ครับ.
>> ก็แปลว่าทุกคน เทคโนโลยีเดียวกัน.
>> โอเค.
>> ว่าใครมี resource ในการฟีดข้อมูลเข้ามาก กว่า ผมว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ใหญ่กว่ากัน.
>> ใช่ครับ.
>> อื.
>> ก็ผมคิดว่าตอนนี้คงเป็น Google ในระยะยาว เพราะว่าเามีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว.
ทีนี้ ประเด็นที่ว่าอ่ะ คนใช้ ChatGPT หรือ เป็นเพื่อนเนี่ย.
>> ครับ.
>> เอ่อ ผมว่ามันน่ากลัวมากนะ.
>> อื ในมุมไหนฮะ.
>> เราไม่รู้ว่า AI ตัวนี้เทรนมายังไง AI บางตัว อ่า เทรนให้เป็นคนที่เป็น Yes Man โอเคกับคุณทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร คุณก็ถูกทั้งหมด โอ้ ฉันควรจะไปทำเรื่องนี้ดีมั้ย.
>> ใช่เลย ไปเลย.
>> ใช่ครับ ไปโอ้ สุดท้ายมันไปจบกันที่ข่าวว่ามีคน เอ่อ ฆ่าตัวตาย มีคนทำอะไรบางอย่างที่หนีออกจากบ้าน เป็นเพราะว่าเราคุยกับ AI เพราะว่า นี่คือความอันตรายของมันครับ.
ถ้าแวะตรงนี้นิดนึง เวลาหลายคนใช้คำว่า เทรนนะฮะ คำว่าเทรนนี่มันหมายความว่าอะไรฮะ.
>> หมายความว่าผู้ใช้เองเนี่ยเทรนสมมุติเช หรือเขาถูกเทรนมาจากต้นทาง AI ที่คุณใช้ อยู่เนี่ยถูกเทรนมาแล้วด้วย data อะไรบางอย่าง ซึ่งคุณไม่รู้ว่า data เทรนมาเอาอะไร เทรนมา.
>> เพราะว่าแต่ละวันก็จะมี data เพิ่มเข้าไป.
>> ไม่ครับ เอ่อ คือไอ้โมเดล AI ที่คุณใช้อยู่เนี่ย มันถูกเทรนมาเรียบร้อยแล้ว แล้วมันจะ ไม่ถูกเทรนดใหม่ ถ้าเวอร์ชั่นนี้จะเป็นแบบนี้.
>> ถ้าเกิดว่าออกเวอร์ชั่นใหม่ มีถูกเทรนด้วย data ใหม่ data ที่มากขึ้น ก็จะเป็นอีกเวอร์ชั่นนึง ซึ่งเวลาคุณย้ายเวอร์ชั่นเนี่ย.
>> คุณไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนไปนะ personality อาจจะเปลี่ยนไป วิธีการตอบเปลี่ยนไป แล้วก็ อาจจะกลายเป็น Yes Man หรืออาจจะเป็นแบบ No คือปกติแล้วเทำ AI มาขายคุณน่ะ เขาอยากจะให้คุณ ให้มันเป็น Yes Man อยู่แล้ว อยากให้คุณรู้สึกดี.
>> คุยแล้วรู้สึกอยากคุยได้เรื่อยๆ.
>> คุยต่อ ใช่ครับ เจะเป็น AI ที่รักคุณมาก หลงคุณมาก อยาก บางคนอยากแต่งงานกับ AI.
>> อื.
>> มีปัญหาเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะ.
งั้นๆ ผมแอบถามนิดนึง เผื่อๆ เผื่ออาร์มจะตอบได้อย่าง โปรแกรมสร้างภาพตอนเนี้ย ตัวไหนที่น่าใช้ที่สุดแล้วกันนะ.
>> Nano Banana Pro.
>> โอเค เมืองไทยใช้ได้ยัง.
>> ใช้ได้แล้วครับ Google ครับ เข้าไปใช้ได้เลย วันนี้มันสามารถที่จะ generate ความ imperfection ของกล้องของเรากัน.
>> ซึ่งมันเลยทำให้เหมือนจริงมากยิ่ง.
>> ถูกต้องครับ คือแบบ AI สมัยก่อนภาพสวยแสงดี AI จะแบบ เอ่อ ดูได้ นี่แบบว่า ผมอยากได้กล้อง iPhone 12 เปิดแฟลช.
>> มันถ่ายมาเป็นอย่างนั้นเลย.
>> ใช่ครับ.
>> สร้างวิดีโอเหรอฮะ.
>> ที่ออกมาล่าสุดแล้วเตะตาคือ Sora 2.
>> ของ OpenAI.
>> ซึ่งก็ผมไม่รู้ว่าเขาทำอะไรของเขานะ คือแบบ เขาเปิดแพลตฟอร์มเหมือน TikTok แล้วก็.
>> ครับ.
>> ให้คน generate แล้วก็เอาไปลงตรงนั้น แล้วกลาย เป็นว่าคุณแทนที่คุณจะถ่าย TikTok ที่คนสร้าง คุณไปถ่าย TikTok ที่ AI สร้าง ซึ่งมันมี Entertainment อยู่ในนั้น ก็คือมันมีสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นในชีวิตจริง ได้ จระเข้วิ่งเข้าบ้าน นั่นนู่นนี่.
>> ไอ้ที่มันกลายเป็นไวรัลกันอยู่เนี่ย ก็มาจากไอ้ไอ้ตัวนี้ ผมบอกตรงๆ ผมดูไม่ออก ถ้าผมไม่ ถ้าผมเลื่อนผ่าน.
>> จริงๆ.
>> คือผมจะต้องหาไอ้โลโก้ Sora เนี่ย.
>> ตอนนี้ผมจะดูไอ้นี่บ่อยมากเลย แมวสไลเดอร์ลงมาเนี่ย ซึ่งก็นั่งเถียงกับภรรยาอยู่ จริงหรือมัน AI วะ มันเหมือนมากเลย.
>> ครับ.
>> โอเค นี่คือ Sora.
>> ครับ.
>> ทำเพลง ผมใช้ประจำเลย แล้วสนุกมาก มีความ สุขสนุกกับมันมาก.
>> ผมไม่ค่อยทางสายเพลง แต่ผมก็ได้ยินชื่อตัวนี้มาแล้วว่าสายเพลง.
>> โอเค.
>> ครับ.
>> อันนี้ถามกลับดีกว่าครับ.
>> ครับ.
>> มันในในฐานะที่แบบว่าเราอยู่ในวงการนี้มา เราการ generate เพลงขึ้นมาเพลงนึงเนี่ย.
>> เราใช้มันยังไง มันมีมันมีจิตวิญญาณในนั้นมั้ย.
>> อโอเค คืออย่างผมนี่มีพื้นฐานการทางด้าน ดนตรีอยู่บ้าง มีพื้นฐานการแต่งเพลงอยู่บ้างเนี่ย.
>> มันก็จะเป็นเหมือนกับที่ที่อาร์มบอกว่า ใช้มันช่วยในการพัฒนาพัฒนาซอฟต์แวร์อะไร เงี้ย ช่ช่วยเขียนโค้ดครับ ช่วยย่นเวลาใน การทำงาน.
>> ช่วยย่นเวลา.
>> อ่า ครับ.
>> คืออย่างกรณีผมนะ ผมใช้เนี่ย คือผมเนี่ย เล่นเครื่องดนตรีไม่เก่งนะฮะ ถ้าเป็นแต่ก่อน สมมุติผมจะแต่งเพลงเนี่ย ผมก็จะตีคอร์ดได้อยู่ไม่กี่คอร์ด ข้อจำกัดของการแต่งทำนองของผมมันก็เลยจะมีอยู่เยอะ เพราะว่าผมเล่นได้แต่คอร์ดง่ายๆ.
>> ครับ.
>> แต่ว่าพอมันเป็นปั๊บเนี่ย สิ่งที่ผมทำได้ ก็คือผมบอกมันได้อย่างละเอียด คือผมก็พร้อมไปว่า เอ้ย ผมอยากได้เพลงแนว R&B.
>> อื คอร์ดชัแบบนี้.
>> ลงละเอียดอย่างงั้นก็ได้ แต่สมมุติผมว่า กว้างกว่านั้นอีก ผมบอกเอาเป็น R&B นะ แต่ผสมคทร.
>> อื.
>> ซึ่งซึอันเนี้ย มันเริ่มทดลองแล้ว ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะออกมาเป็นยังไง แต่ให้นัก ร้องเป็นผู้หญิงนะ ร้องเสียงแบบเหมือนร้อง ในโบสถ์ เป็น God SP พอย่างเงี้ยนะ.
>> ฮะ C นั้นอ่านว่าคาเอ USA ก็แปลว่าบ้าน คาเฮก็ค่าบ้าน คาเฮก็คาบ้าน อะไรมันค้างอยู่ก็เรียกว่าขาส่วนโรงหน้า ก็แปลว่าบ้านมารวมกันก็ค่าบ้าน.
>> แล้วผมก็ลองเขียนเนื้อมั่วๆเข้าไปก่อน เวอร์ชั่นนึง เพียงเพื่อให้มันสร้างเมโลดี้ออกมาได้ แล้วพอมันสร้างออกมาแล้ว ผมพบว่าแบบ เฮ้ย โอเค ผมชอบแล้ว คราวเนี้ยผม ถึงเริ่มเขียนเนื้อจริงเข้าไปให้มันสอด คล้องกัน อันเนี้ยมันจะทำให้.
>> มันประหยัดเวลาผมไปเยอะเลย ผมผมจะได้ทำนอง ที่ผมพอใจได้ สไตล์ดนตรีนี้ผมพอใจแล้ว ผมค่อยเริ่มใส่เนื้อเข้าไป.
>> ครับ.
>> หรืออีกวิธีนึง ผมก็เขียนเนื้อก่อนเลย.
>> ครับ.
>> เขียนเนื้อมาเป็นเหมือนกลอน 8 ใส่เข้าไป แล้วก็บอกให้ทำดนตรีแนวนี้ แล้วมัน generate ออก มา รอบนึง แล้วผมก็พบว่า เฮ้ย ทำนองได้แล้ว แต่เนื้อเนี่ย ด้วยความที่แบบ เวลาที่เราเขียนเนื้อก่อนแล้ว generate ทำนองเนี่ย เนื้อเนี่ย มันจะถูกร้องเป็นภาษามอญน่ะ มันเพราะ ภาษาไทยมันมีวรรณยุกต์ครับ.
>> เราก็ค่อยไปไล่แก้เนื้อ.
>> ครับ.
>> ตรงคำที่มันเพี้ยนวรรณยุกต์ให้มันลงตัว.
>> ครับ.
>> อยากกินข้าวหน้า กูอยากกินข้าวหน้าเป็ด กูเพิ่งจะดูบอลเสร็จ กูอยากกินข้าวนอกเป็ดๆๆๆ.
>> อยากกินข้าวหน้าเป็ด อยากกิน.
>> คือถ้าใช้แค่เนี้ย สำหรับนักแต่งเพลงมืออาชีพเนี่ย อันเนี้ย เขาจะได้เพลงที่ดีในแบบที่แบบ ช่วยย่นเวลามันเหมือนกับมันเป็น demo ร่างแรกๆ แล้วเขาก็จะสามารถเอาไป ถ้าเกิดเป็นนักมืออาชีพเก็ อาจจะโอเค ได้แนว คิดแล้วคราวนี้เก็ไปลงมือเล่นเครื่อง ดนตรีจริงๆ ตามแนวคิดนี้.
>> ถ้าเป็นมือสมัครเล่นเลย แล้วไปเขียน prompt ดื้อๆเลยอ่ะ จงเขียนเพลงเกี่ยวกับการดื่มนมวันละ 5 แก้วอย่างเงี้ย.
>> มันก็จะแต่งออกมาตลกๆ อ่า มันจะมันจะมีความแบบ แต่มันแต่มันเป็นเพลงเลยนะ อ่า แต่ว่ามันก็จะไม่ professional มาก.
>> ที่ป่าเล่ามา ประสบการณ์เดียวกันกับการใช้ มันเขียนโค้ดเลย.
>> อ่า.
>> ครับ.
>> คือมันเก่งแล้ว แต่ว่ามัน คนตัดขอบ.
>> แล้วจะชี้นำ.
>> ใช่ครับ.
>> อีกอันนึงที่ผมสังเกตก็คือ แค่ช่วงเวลา ผ่านไป แค่ผมว่าน่าจะไม่เกิน 2 ปี ผมจำได้ ว่าช่วงแรกๆที่เล่น Midjourney อย่าง เงี้ย.
>> prompt มันยังต้องมีภาษาเฉพาะในระดับนึง อ่า ต้องขึ้นต้นว่า imagine หรืออะไรก็ตามที แต่ทุกวันนี้นี่เหมือนเหมือนแชทคุยกับเพื่อนบ้านแล้วเนี่ย.
>> มันเวลาคุณทำโปรแกรมเดี๋ยวนี้ คุณวิธีการเขียน prompt มันก็ง่ายอย่างนี้เหมือนกัน หรือเปล่า หรือคุณยังต้องใช้ภาษาแบบเฉพาะ เจาะจงอยู่.
>> ผมใช้ภาษาผมเลยอ่ะ เหมือนผมจะสั่ง Junior 1 คน เฮ้ยเอ็งไปทำอันนี้มาดิ อยากได้ประมาณนี้นะ แล้วก็ เอ่อ ไอ้ระบบนี้มันต้องมี 1 2 3 นะ ใช้วิธีนี้ โอเคป่ะ.
>> อ่า นี่คือคุยกับสมมุติ ChatGPT ก่อน.
>> เพื่อให้มันเขียนออกมา แล้วคุณมาตัดขอบ.
>> ใช่ครับ.
>> แปลว่าภาษาแบบภาษามนุษย์คุยกันนี่เป็น มาตรฐานของวันนี้ เกือบจะเรียกว่าในทุก เรื่องแล้ว เวลาคุยกับ AI.
>> ซึ่งน่ากลัวมากนะ เพราะว่า.
>> ถ้าเรามองย้อนไป 2-3 ปีก่อนเนี่ย.
>> ครับ.
>> ผมไม่คิดว่าเราจะมาถึงตรงนี้ได้.
>> อื.
>> ด้วยเทคโนโลยีนี้ แต่ว่าเรามาถึงแล้วเร็วมาก.
>> อื.
>> แล้วไม่แน่ว่าอีก 3 ปีต่อไป ไอ้เทปที่เรา คุยกันนี้นะครับ ไม่ไม่ apply แล้ว.
>> คือผมก็แค่กดเข้าไปใน Avatar ของอาร์ม แล้วอยากคุยอะไรก็คุยเลย ไม่ต้องเชิญคุณมาแล้ว มันตอบเหมือนคุณทุกประการ.
>> อันนี้น่ากลัวนะครับ.
>> น่ากลัวครับ น่ากลัวจริงๆ น่ากลัวจริงๆ ซึ่งเป็นไปได้ป่ะที่จะเป็นยังไง.
>> ก็อาจจะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่า ผมจะบอกว่าไม่ได้หรอก แต่ว่าจาก 3 ปีที่ ผ่านมา มันก็มันก็หักปากกาผมมาเยอะแล้ว.
>> ก็จริง ก็จริง.
>> ผมดูหนังเรื่องแบบ ทุกคนดู Matrix อย่างเงี้ย.
>> ครับ.
>> เสียบเข้าไปปื๊บ นี่ว่า.
>> สอนฉันขับเฮลิคอปเตอร์ เดี๋ยวนี้ ปึ้ง ขับเป็นเลยเนี่ย ไม่รู้มัน อันนี้ไม่รู้มัน เกี่ยวกับ AI เปล่า มันมันไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า คือการเชื่อมโยงของสิ่ง ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์กับอันนี้ มันเรียก ว่าอะไร Neural Science ครับ.
>> มันเป็นไปได้จริงแค่ไหน อย่างไร.
>> ผมว่าอีกนาน.
>> ตอนใช่มั้ย.
>> อยู่ดีๆ มีใครสักคน ภรรยากลับมาเก่ง กาฟูซะอย่างงั้น.
>> วิ่งหนีให้ทันแล้วกัน อะไรไม่มีใช่มั้ยครับ.
>> ยังไม่มีเร็วๆนี้.
>> ครับ อาจจะไม่มีในช่วงอายุของเราหรือ.
>> อุปสรรคมันคืออะไร ที่ที่แบบ เสียบปึ้งแล้ว เป็นแล้วทำได้เลยเนี่ย.
>> ก็เราไม่รู้ว่าความรู้คืออะไรอ่ะครับ.
>> อื.
>> เรายังไม่สามารถดีความรู้ของเราในสมอง แล้วถ่ายทอดออกมาได้ ดังนั้น ถ้าเรายังไม่รู้ เราไม่สามารถที่จะใส่เข้าไปได้เหมือน กันว่ามันไปเก็บอยู่ตรงไหน ความรู้เนี่ย.
>> ไม่รู้จะเสียบไปกับอะไร.
>> ไม่รู้ว่า interface มันคืออะไร.
>> ใช่ครับ แต่การขยับน่ะ ทำได้นะครับ.
>> สั่งให้นิ้วขยับ ก็คือเส้นประสาท.
>> ใช่ครับ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า การขยับนิ้ว คือการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ เนี่ยงั้นเราเสียบตรงนี้ปุ๊บ แล้วเราจ่ายกระแสไฟฟ้าจากชิป นิ้วเราขยับนะครับ.
>> เฮอันนี้แปลว่า Brain-Computer Interface อาจจะมาก่อน.
>> ใช่ครับ.
>> แต่เป็น BCI ที่อาจจะไม่ฉลาดนัก.
>> ก็ไม่แน่ ถ้าเกิดว่า AI เป็นคนคุม การจะจ่ายกระแสไฟฟ้า.
>> มันก็คือหุ่นยนต์นั่นเอง.
>> ใช่ครับ.
>> มันคือหุ่นยนต์นั่นเอง.
อ่ะ ถ้างั้นถามเรื่องหุ่นยนต์.
>> มันนี่ผมเริ่มเห็นแบบ เขาเริ่มโปรโมท ผมถ้า ถ้าผมจำไม่ผิดเนี่ย เมื่อไม่ ไม่น่าจะไม่เกิน 2 เดือนนี่เองฮะ.
>> เขาเริ่มโปรโมทหุ่นยนต์ที่ให้.
>> เช่าหรือซื้อไปเป็นคนใช้ในบ้านแล้วอ่ะ.
>> อ่า อันนั้นก็อันนั้นก็หลอกขายนักลงทุนอีกแล้วครับ คือ.
>> อ๋อ.
>> พอไปดูของจริงแล้ว มันคือจริงๆ ไอ้ในคลิปนั่นคือ Remote Control.
>> อ๋อ.
>> คือมันยังมีอีกหลาย.
>> challenge ที่เราจะต้องแก้ไข กว่าที่เราจะมีคน ถ้ามันมีคงดีอ่ะครับ ตัวละล้านก็อะก็ ซื้อครับ ก็คุม.
>> ก็ใช่ครับ เพราะผมไม่ต้องพับผ้าอีกแล้ว ครับ.
>> ผมคือผม.
>> คือเราเซฟซื้อเวลา.
>> อือ.
>> เลี้ยงลูก โอครับ อยากให้มีนะครับ.
เรื่องๆ อ่า เรื่องรถยนต์ไร้คนขับอย่าง เงี้ย ในอเมริกานี่ก็ก็เปิดใช้กันเป็นแบบ แพร่หลาย.
>> โบางเมืองนะครับ แล้วผมเองก็ขับ Tesla แล้วก็ Autopilot.
>> ก็เก่งเลยครับ.
>> โอเค.
>> เอ่อ.
>> ปลอดภัยเลยมั้ฮะ.
>> โห ตอนที่ถ้าเกิดถามผมในปี 2020 ผมว่ามัน ขับเหมือนเด็กมัธยมที่เพิ่งเรียนขับรถ จะแบบว่าเงิเงิๆ.
>> ซึ่งก็มีเต็มถนนเมืองไทยอยู่แล้ว.
>> ใช่ครับ.
>> อื.
>> ถามวันนี้ คือบางบางช็อตเก่งกว่าผมละ แบบ จังหวะการเข้า จังหวะเนียนมาก คือผมไม่ สามารถแยกออกแล้วว่านี่คือคนหรือนี่คือรถ ผมนะที่ซื้อมาเมื่อ 5 ปีก่อน มันขับเก่งขึ้นได้ด้วยซอฟต์แวร์อัปเดต.
>> อ๋อ เพราะมันอัปเดตได้.
>> ใช่ครับ.
>> ในโลกอุดมคติแล้วกันเนี่ย ถ้าเกิดทุกคนใช้ รถแบบที่มันขับด้วยตัวเองเนี่ย จริงๆแล้วมันปลอดภัยกว่า.
>> ออ ปลอดภัยมาก ถ้าเกิดว่าทุกคน 100% นะครับ.
>> ลองนึกถึงถ้าเกิดว่า.
>> เราสามารถรถทุกคันในระยะ สามารถคุยกันได้หมด แบบมีระบบเนี่ย เราไม่ต้องมีไฟแดงนะ ครับ.
>> มันก็จะแบบ.
>> มันก็จะรู้เลยว่า เออ ใคร.
>> ซึ่งประเทศเวียดนามทำได้อยู่แล้ว โดยยังมีไฟแดงอยู่นะฮะ โอเค ซึ่งเราไปถึงจุดนั้นได้.
>> คิดว่าได้นะครับ ในในระบบปัจจุบันเนี่ย คือมีแค่ 20% ที่ออโตมัติเนี่ย ก็ถือว่าใช้ได้แล้วนะ โอเค.
>> ผมจริงๆผม 2-3 ปีก่อนผมจะไม่เชื่อว่ามัน ขับไม่ค่อยดีหรอกวะ มันโอเคอ่ะ not bad เป็นคนขับรถระดับแบบ early.
>> ตอนนี้มัน.
>> ผมเปลี่ยนใจและ.
>> แต่ว่าเวลาใช้รถในชีวิตประจำวันนี่ก็คือ ปล่อยมือบ่อยมาก.
>> ปล่อยได้ครับ คือแต่ผมชอบขับเอง เวลานานๆ ที่.
>> ผมไม่ขับรถบ่อยนั้นที่ไป ผมจะขับเอง แต่ว่าโอ.
>> ในบางจังหวะ เวลาขับไกลๆ หรือขับรถในเมือง โจทย์ยากเดี๋ยวนี้มัน.
>> มันดีกว่าผม.
>> กดทีเดียวไปถึงจุดหมาย.
>> ไฟแดงมีคนตัดหน้า มันรู้หมดเลยครับ จอดให้ด้วยนะครับ.
>> เวลาที่มันยังคงมีข่าวเรื่องอุบัติเหตุ มันก็เป็นเรื่องปกติ.
>> ที่มันต้องมีเหตุผิดพลาดอยู่แล้ว.
>> ผมว่าถ้าเกิดเทียบ data กันน่ะ อ.
>> คนชนบ่อยกว่า.
>> แล้วเอาอัตราส่วนมาเทียบกัน ผมว่า.
>> กระจิ๊ดกระจิ๊ดกระจิ๊ด.
ผมได้ยินว่าคุณใช้ AI เลี้ยงลูกด้วยเหรอฮะ หรือยังไงนะ.
>> คุณนึกไม่ออกเลย คือผมแทบไม่ใช้ AI นะครับ.
>> อ๋อ เหรอฮะ ในชีวิตประจำวันคุณไม่ได้ใช้ AI.
>> มีอยู่แค่ 2 อย่าง คือ 1 ใช้เขียนโค้ด.
>> อื.
>> เอ่อ กับ 2 ก็คือใช้ในการรีเสิร์ชข้อมูลทำ ใช่ครับ ซึ่งรีเสิร์ชข้อมูลเผมไม่ได้เชื่อมัน 100% ผมแค่แบบว่า.
>> อ่ะ ขอ citation แล้วผมก็จะไปดู citation ของมัน ซึ่งบางทีมันมีอยู่จริงๆนะครับ.
>> หลอดมันขึ้นมา ซึ่งน่ากลัวมากไง นั้นผมจะใช้มันในการประหยัดเวลาในการว่า เออ ผมไม่ต้องไปเสิร์ชเองละ คุณเสิร์ชมา รวมให้หน่อยนะ แล้วเดี๋ผมคลิกอ่าน.
>> ผมเคยเจอ ผมเคยเจอถามเรื่องอะไรไม่รู้ แล้วมันก็อ้างอิงมาว่าอันเนี้ย คนนี้เคยพูดไว้ แล้วแบบมันไม่มีจริง.
>> หรือหนังสือเล่มนี้ มันไม่มีอยู่จริง ใช่ครับ.
>> โห อันนี้มันคือหยุดอยู่ดีๆ มันก็มันหลอนขึ้นมาเอง.
>> ใช่ครับ ก็เหมือนมันคือการเดาคำต่อไป.
>> อ่า อ่ะ อย่างสมมุติว่าลูกตอนนี้ลูกคุณอายุ เท่าไหร่.
>> 11 เดือนครับ.
>> ในฐานะคุณพ่อเนี่ย มันโลกที่มันพัฒนาขึ้น เร็วๆอย่างเงี้ย มันดูน่ากลัว มันดูน่าเป็น ห่วงสำหรับเด็กๆมั้ย หรือมันจะดีมากเลย เพราะมันจะเจ๋งมาก มันชีวิตมันจะง่ายขึ้น.
>> ผมไม่ได้คิดเรื่องพวกนั้นน่ะสิ เพราะว่าผม รู้สึกว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนทุกๆ 5 ปี 10 ปีอยู่แล้ว ผมคิดว่าแม่ผมก็ไม่ได้คิดว่าผม จะโตมากับอินเทอร์เน็ต หรือ Counter Strike ก็จริง ก็จริง.
>> ครับ นั้นผมก็เลยว่า อ่ะ แต่ถึงเวลาแล้วอ่ะ เราดูแลเค้าดีๆก็พอ เราเอาใจใส่เค้า แล้วก็ อ่า เลือกใช้สิ่งดีๆให้เค้า อย่าง AI จริงๆ มันก็บางทีมันสอนระดับเบสิคได้ ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกใช้มันมั้ย เราว่าใส่ใจดีกว่า.
>> ก่อนที่จะมีลูกเนี่ย ผมไม่ได้แคร์เรื่อง คือมันจะมีบางอย่างที่ผมเห็น ที่ผมโตหลังจากที่ผมมีลูก.
>> อือ.
>> เช่น ความเสี่ยงในการใช้ชีวิตของตัวเราเอง อ่า.
>> เฮ้ย ถ้ามึงตายไป ลูกเมียอยู่ไงวะ.
>> 2 ก็คือเวลาที่มีข่าวเด็ก ข่าวอะไรที่มัน แบบว่า เอ่อ โห น้ำท่วมอ.
>> ที่ภาคใต้เรามีเรื่องของเด็ก เกี่ยวขึ้นมา เด็กไม่ได้ทานข้าว เด็กพลัดหลงไปในน้ำ.
>> อื.
>> sensitive มากเลยครับ.
>> อื.
>> เอ่อ แล้วก็มีอีกเรื่องนึงที่ผมทำ เพราะรู้สึกว่าผมเป็นห่วงขึ้นมา ก็คือเรื่องของการ เด็กกับสังคมออนไลน์.
>> อื.
>> ซึ่งผมไม่เคยเคยคิดเรื่องนี้เลย เพราะว่า ผมโตมาในสังคมออนไลน์ ผมรู้สึกว่าผม เอาตัวรอดได้แล้ว ผมก็ตอนนั้นผมก็เป็นเด็ก นั้นผมก็รู้สึกว่า เอ่อ ก็ไม่มีอะไรนี่หว่า.
>> อื.
>> แต่ว่าพอมีลูกปั๊บเนี่ย ผมเริ่มมาคิดว่า โอโห เออว่ะ ถ้าคือคือเราเจออินเทอร์เน็ต ตอนอายุประมาณ 11-12 นะ.
>> อือ.
>> เด็กสมัยนี้เจอตอน 5 ขวบ.
>> แล้วคนที่เข้ามาเราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วมีเรื่องอย่างการหลอกลวงเด็กในโลก ออนไลน์ค่อนข้างเยอะ วันนี้ผมคอนเซิร์นมาก แล้วผมก็เลยหันมาสนใจว่า เฮ้ย เราควรจะตี แผนเรื่องนี้นะว่ามันอันตราย แล้วจะช่วยกันแก้เรื่องนี้อย่างไร ถามว่าโลกมันน่า กลัวมั้ย เอ่อ น่ากลัวในเรื่องพวกเนี้ยครับ.
>> แปลว่าความรู้ที่มีเกี่ยวกับเรื่องการ เป็นซอฟต์แวร์ engineer อาจจะถูกนำมาใช้ เพื่อ.
>> อ๋อ แน่นอนครับ.
>> ป้องกันเรื่องพวกนี้.
>> อ๋อ แน่นอนครับ.
>> ลูกผมเล่นอินเทอร์เน็ต ต้องโดนเซ็นเซอร์แน่นอน ห้ามเข้าเกมนี้.
>> คือจะต้องมีอะไร เขาเรียกอะไร Firewall หรืออะไรสักอย่างในบ้านนี่ คือออกได้เฉพาะทาง เว็บเวลาฉันจะรู้หมดนะว่าเธอใช้ อินเทอร์เน็ตเสร็จตอนกี่โมง 2:00 น.แล้ว ยังไม่นอนชิมมั้ย.
>> แหม มาคิดอีกมุมนึง เป็นลูกอาร์มนี่ก็โคตร ซวยเลยเหมือนกันนะครับ เล่นอะไร เข้าเว็บไหน พ่อรู้หมดนะครับ จริงๆผมคิดว่าปล่อย ระดับนึงคือหมายความว่าเราก็ต้องมีความ เชื่อใจลูกเราระดับนึง คงคงไม่ได้สิ ขนาดนั้น แต่ว่าบางเรื่องอย่าง.
>> เอ่อ บาง content อะไรอย่างเงี้ย อาจจะต้องให้เขา introduce ให้เขาเจอตอนวัยที่ เหมาะสม.
>> โดยเฉพาะการอยู่ในประเทศที่ อ่า มีอาจจะใช้คำว่า มีมีเสรีทางด้านความคิดมากกว่าบ้าน เรานะ เพราะอยู่ในอเมริกาครับ มันทำให้น่ากลัวยิ่งกว่าป่ะ.
>> ผมว่ามันน่ากลัวพอกัน สุดท้ายแล้วมนุษ อ่ะครับ น่ากลัว เอ่อ เราก็จะบอกว่าอยู่ใน environment ไหน เอ่อ คุณไปเจอคนแบบไหน อะไรอย่างเงี้ยครับ ก็จะพาไปในทางที่ดีแล้วกัน.
>> โอเคครับ.
>> คือตอนนี้คุณใช้ชีวิตที่นู่นมากี่ปีแล้ว ฮะ.
>> 10 กว่าปี 11-12.
>> คุณเป็น Citizen หรือยังฮะ.
>> ใกล้แล้วครับ.
>> มองจากที่นู่นมาที่ประเทศไทย คุณเห็นอะไร ที่คุณเป็นห่วงกันแล้วกัน เกี่ยวกับประเทศไทยบ้าง.
>> ถ้าเป็นเรื่องที่ผมติดใจมากที่สุดเลย ก็จะเป็นเรื่องที่ความอยู่ที่นู่นจะค่อนข้าง take price ในงานของเขา หรือในหน้าที่ การงาน หรือในเกียรติของเขา อย่างเช่นตำรวจ จะไม่รับสินบน.
>> อ.
>> เพราะว่า เฮ้ย คุณมาดูถูกเราทำไมเนี่ย ใช่ไหม แต่ว่าพอมาคิดดูดีๆแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ว่า ค่าครองชีพทางนู้นมันโอเคแล้ว แต่ว่าถ้าเกิดว่าเมืองไทยเนี่ย คือบางทีการให้สินบนกันเนี่ย มันมันเป็นรายได้หลักซะด้วยซ้ำ เหมือนทิป.
>> ใช่ครับ แล้วสมมุติว่าเราบอกว่า กฎหมายเรา ขับรถเร็วนะ อยู่นู่นปรับกัน 300 ดอลลาร์ เป็นหมื่น ไม่มีใครอยากโดนตำรวจจับ ความจับ ความเร็ว.
>> ถ้าเกิดสมมุติว่าเรา apply กฎหมายแบบ เดียวกันเลย เราบอกว่าพรุ่งนี้เลยครับปเต ขับเกิน 120 นะครับ เอามา 10,000 แล้วเรา นึกที่เมืองไทยว่า เอาล่ะครับ จะมีตำรวจคนนึงมาบอกว่า คุณต้องจ่าย 10,000.
>> อ.
>> หรือคุณจะจ่ายผม 1,000 ตรงนี้.
>> ใช่มั้ยครับ.
>> ครับ.
>> ผมว่าปัญหาเนี่ย มันมันผมไม่รู้ว่ามันต้อง แก้ยังไงเหมือนกัน แต่นี่คือสิ่งที่ผมเห็น ว่าเออบางทีเราอาจจะไปในไปทางนั้นไม่ได้ เพราะว่าโครงสร้างประชากร หรือโครงสร้างเศรษฐกิจของเรามันยังไม่เอื้อ นั้นก็ต้องไปแก้กันให้มันได้ก่อน ไม่รู้เหมือนกัน ครับ.
>> คุณสนใจเรื่องการเมืองมั้ย.
>> อู้ สนใจครับ.
อื >> แต่ว่านั่นแหละครับ มันก็ ผมสนใจหมดเลย ทั้งการเมืองอเมริกา >> ทั้งการเมืองไทย ผมชอบอ่านแล้วก็ผมชอบแบบ ว่าคิดตามอะไรเงี้ยครับ >> สนใจขนาดแบบจะเล่นการเมืองเลยมั้ย >> จริงๆนะ ถ้าเกิดว่าโสดผมไปและ >> อ่า >> ครับ แต่ว่าด้วยแบบมีครอบครัวด้วยแล้วก็ นู่นนี่ผมก็ แต่ผมยังสนใจอยู่ ไม่รู้ว่าจะ ต้องสเกลไหนอยู่ จะลงไปลงเอง หรือว่าจะแค่ แบบว่าเป็นผู้ที่ปรึกษา หรืออะไรอย่างเงี้ยครับ แต่ผมรู้สึกว่ามันจะต้องมีอะไร >> แบบว่าเปลี่ยนแปลงได้สินะ >> คุณอยู่ที่นั่นนี่ อ๋อ คุณยังไม่เป็นพลเมือง คุณก็เลยยังไม่มีสิทธิ์ใช่ป่ะ แต่แต่พอจะรู้ วิธีที่เหลือ กระบวนการการเลือกตั้ง รู้ ครับ >> งั้นผมถามแค่ เนื่องจากเรานั่งคุยกันในช่วงเวลาที่ทุกคนบ่นกันเรื่อง กกต. มากนะ บ่นกันเรื่องว่า >> ทำไมคุณลงมติล่วงหน้า >> นอกเขตได้ แต่ล่วงหน้าไม่ได้ อะไรอย่างเงี้ย มันแบบวุ่นวายไปหมด บางคนก็บอกว่า ทำไมไม่โหวตกันทางไปรษณีย์ อะไรคือผม ไม่แน่ใจว่า >> ที่อเมริกาเล่น กกต. เพราะอเมริกากันเรื่อง แบบนี้บ้างมั้ย ระบบการเลือกตั้งเค้ามัน ง่ายมันดีกว่าบ้านเรามั้ย >> เอ่อ มันจะไม่อีหยังวะ แบบเนี้ยครับ >> ครับ >> คืออ่ะ เลือกตั้งอเมริกา มีหลายรัฐ มีประมาณ 50 รัฐใช่มั้ยครับ >> ก็แต่ละรัฐก็จะไปดูแลการเลือกตั้งของตัวเอง >> ซึ่ง process มันเหมือนกัน >> ก็คือ >> อาจจะแตกต่างจากเมืองไทยเล็กน้อยก็คือ เมืองไทยเนี่ย เรามีบัตรประชาชน เรามี ทะเบียนบ้านอยู่ที่นี่ เราเลือกตั้งเลย >> อยู่ที่นู่นเนี่ย คุณจะต้องไปสมัครเพื่อ ที่คุณจะเลือก >> เหมือนไป register เพื่อที่จะโหวต >> แล้วพอคุณ register แล้วคุณมีชื่อใน database วันที่เลือก คุณก็ไป >> ครับ >> แล้วก็เก็บเป็น >> หมายความว่ายังไงก็ต้องไป register ก่อน >> เลือกตั้งใหม่ทุกครั้งก็ไป register ทีหนึ่ง >> โอเค ออนไลน์ได้มั้ย >> ออนไลน์ได้ครับ >> แต่ว่าคุณต้องไป register ก่อน ซึ่งก็เถียงกันอยู่ที่นั่นว่าแบบ เฮ้ย ทำไมคือจริงๆ แล้วทุกคนควรจะมีสิทธิ์ >> มีอยู่แล้วนี่หว่า >> ไม่มีนะครับ >> อเมริกาไม่มี >> อ๋อ ไม่มี >> ไม่มี citizen ID ไม่มีบัตรประชาชน >> ออ โอเค โอเค นั้นอาจจะเป็นปัญหา >> เงื่อนไขที่ทำให้ต้อง register โอเค >> ใช่ครับ แล้วก็ไปพิสูจน์ตัวตนกัน นั่นนู่น นี่อ่ะ ก็พอ register เสร็จแล้ว คุณก็ไป ก็ไปเลือก วันนั้น เลือกตั้งร่างล่วงหน้าก็ได้ ทางไปรษณีย์ก็ได้ เหมือนกัน >> ครับ >> แต่ว่ามันไม่มีความ คือผมไม่เข้าใจว่า ผมคิดว่าถ้าเกิดให้เด็กมัธยมดีไซน์ว่าเรา จะเลือกตั้งล่วงหน้ายังไง นอกราชอาณาจักร ยังไง ลงมติไง เค้าคิด ผมคิดว่าเขาคงจะ ดีไซน์ได้ดีกว่านี้ >> ครับ >> ครับ >> แปลว่าพอถึงคุณได้ คุณเป็นพลเมือง คุณก็จะได้ เลือกตั้งที่นู่น >> ครับ >> ซึ่งอีกนานมั้ย >> ก็อีกสัก 2-3 ปีครับ >> เหรอ >> ครับ >> คุณเป็น Democrat หรือเป็น Republican น่ะ >> เค้าพูดกันได้ป่าววะ >> เอ่อ ได้สิครับ คือถ้าเกิดว่าดูจาก content ก็จะรู้ว่าผมอ่ะ เอ่อ อยู่ฝั่ง Democrat ผมไม่ได้ Democrat แบบ >> จริงๆผมจะชอบจริงๆ ผมเป็น centrist นะ >> อ่า >> แต่ว่า เอ่อ ผมก็ไม่ได้ชอบบางอย่างที่ Democrat ทำ แล้วก็ไม่ได้ชอบหลายอย่างที่ Republican ทำ อะไรอย่างเงี้ยครับ >> ครับ ผมว่าความน่าสนใจ ผมผมก็ติดตามการเมืองที่อเมริกา ความน่าสนใจมันคือ โอเค ถ้าให้แบบคิดง่ายๆ ผมก็คงเอียงมาทาง Democrat แหละ ตามภาษา อ่า คนที่สนใจเรื่องอะไรแบบนี้ เนี่ยนะครับ >> แต่ว่า Republican หรือถ้าจะเรียกว่าขวาที่ นั่นน่ะ มันยังมีความก้าวหน้าบางอย่างที่ เรารู้สึกว่าคุยกันได้อ่ะ >> ใช่ครับ >> ซึ่งมันอันนี้มันก็จะค่อนข้างต่างจากบ้าน เรานิดนึง คุยกันไม่ค่อยได้ >> คุยไม่ได้แบบเดียวกันเลยครับ >> อ๋อเหรอฮะ ทุกวันนี้มันเป็นอย่างงั้นใช่ มั้ มันมันมันเริ่มต้นจากยุค Trump นี่รึ เปล่าฮะ ถูกต้องครับ ตั้งแต่ 2016 เป็นต้น ก็คือมันเป็นเหมือนกีฬาสีเหมือนบ้านเรา อย่างงี้เลยเปล่า >> มันชอบพูดบ่อยๆว่าจริงๆแล้วอ่ะ เค้ากำลัง เรียนรู้จากเราครับ >> เค้าดูโอเคฮะ >> ครับ คือมันคือตอนที่ผมไปอเมริกาใหม่ๆ เนี่ยครับ >> บ้านเราการเมืองบ้านเราตอนนั้นก็คือตอน สมัย >> อ่า เริ่มกีฬาสีแรกๆใช่มั้ย >> จนถึงรัฐประหารแล้วครับ >> อ่า โอเค >> แล้วก็นตอนนั้นก็คือคุณประยุทธ์อ่ะ ผมไปได้ ประมาณ 2 เดือน คุณประยุทธ์มา >> เอ่อโอโห บ้านเราเอ้ออเมริกาดีมากเลย พอพอ มาดูเทียบกันปั๊บ โหมันแบบเดียวกันเลย คือสีดูข่าวสำนัก เดียวกัน คุยกันออนไลน์ไม่ได้ >> Division คือความแตกแยกมันชัดมาก โดยเฉพาะในยุคเทคโนโลยีแบบออนไลน์แบบนี้ด้วย >> เพราะว่าคนกลุ่มเดียวกันก็จะกรุ๊ปอยู่ ด้วยกัน แล้วก็จะไม่ได้ดูข่าวฝั่งตรงข้าม >> ครับ >> คือเวลาผมเห็นข่าวแบบเนี้ย เหมือนกลุ่ม support Trump ไปบุกเอ่อสภาเนี่ย ผมก็เข้าใจว่ามันก็คือเป็นคนที่ extreme มากๆ แต่ว่าอาร์มกำลังจะบอกว่า >> ใช่ >> ไอ้ความไอ้บรรยากาศแบบเนี้ยมันไม่ได้มัน ไม่ได้เกิดเฉพาะกลุ่มที่ extreme หมายถึง ว่าคนทั่วไปก็เริ่มคุยกันไม่ได้แล้วถ้า เชียร์คนละพรรคอย่างนั้นหรือเปล่าฮะ >> เอ่อคำว่าเอาอย่างงี้ดีกว่าครับ ผมว่าคือ เป็น taboo ไปแล้วใช่ครับ ตอนนี้ถ้าเกิด เชียร์คนละพรรคก็คือจะไม่จะพยายามไม่คุยกันเรื่องนี้ >> คุณใส่หมวกแดงมาเนี่ยคือจบแล้วครับ คือแบบว่าโอเคไม่ไม่ได้ละ หรือถ้าเกิดคนใส่หมวกแดงก็จะคุยกับคนใส่หมวกแดงด้วยกัน อะไรอย่างงี้เอ่อ แต่พอที่มันเป็นอย่างงี้เพราะว่าความแตกแยกมัน มันลึก มันลึกมากขึ้นจนกระทั่งเราคุยกันไม่ได้แล้ว ถ้าถามผม 8 ปี ก่อนคุยกันได้นะครับ >> อื >> ตอนนี้มันแบบมันค่อนข้างชัดแล้ว ผมคิดว่า ภาพมันสะท้อน 2 ประเทศมันคล้ายๆกัน >> ครับ >> คือถ้าจะมีเรื่องอะไรที่เราเป็นแบบอย่าง ได้ก็คือเรื่องนี้แหละ >> ครับ >> ส่วนจะน่าภูมิใจหรือไม่นั้นก็เอ่อพิจารณา กันเอาเองนะฮะ >> ครับ >> มีอะไรที่คุณเชื่อมากๆในวัยเด็กแต่ถึงวัน นี้ไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่จริงบ้างหรือ เปล่า >> ซานตาคลอส มั้ยครับ >> เอ่อคือเราเชื่อว่าสมัยเด็กนะครับ >> อื >> ผมเชื่อว่าผู้ใหญ่รู้ทุกเรื่องครับ >> อื >> เราไปถามพ่อเราเออป้างี้อย่างงี้อะไรเงี้ย ครับแต่จนวันนึงเป็นผู้ใหญ่เองก็ถึงถึง ได้รู้ว่าอ๋อมันก็คือเด็กคนนั้นแหละ แค่มันต้องเลือก >> แค่มันจะต้องตัดสินใจเท่านั้นเองอัน >> แต่ก่อนมันเป็นคนถามตอนนี้มันต้องเป็นคน ตอบ >> ซึ่งก็ไม่ได้รู้อะไรมากกว่าเค้าเท่าไหร่ แต่ก็ลองไปดูแต่ด้วยประสบการณ์ >> อ่าก็อาจจะเลือกได้ดีมากขึ้นเท่านั้นเอง >> พูดอย่างงี้แล้วเหมือนเราเป็น AI เหมือน กันว่ะ เราก็จะเดาจากข้อมูลเท่าที่เรามีอยู่ >> ใช่ครับ ก็กลับไปที่คำถามว่าเอ๊ะ หรือว่า ไอ้ที่มันมีอยู่คือความฉลาดที่จริงมัน เหมือนเราหรือเปล่า >> มันก็คือเรานั่นเอง >> ครับ >> คุณเชื่อเรื่องแบบพระเจ้ามั้ย มีแนวคิดประเภทว่าแบบ หรือจริงๆเราอยู่ใน simulator >> อันนี้อาจจะใช่ matrix >> ใช่มั้ย >> ใช่ครับ >> อ่าเพราะว่าอ่าคุณคุณอยู่กับคอมพิวเตอร์ เยอะมันเป็นไปได้มั้ย >> ได้ครับ >> matrix เนี่ยหนังเรื่อง matrix เนี่ยมีความ เป็นไปได้ที่จะเป็นอย่างนั้นเลยมั้ย >> ผมว่า matrix คือ masterpiece นะ >> ใช่มั้ย >> คือผมว่ามันคือ >> ผมก็ชอบ >> ผมดูมันตอนเด็กๆผมดูยิงกันอย่างเดียว >> ผมโตปุ๊บผมมองปุ๊บโอ้โห ปรัชญา >> มันเอาศาสนามาเทียบ ผมว่าแล้วมีโอกาสที่จะ เป็นไปได้ด้วย คือเราอาจจะอยู่ใน simulation อะไรบางอย่าง เราอาจจะไม่มี ตัวตนจริงๆ เราอาจจะเป็นโปรแกรมที่รันอยู่ ใน memory >> อ แล้วแล้วสิ่งที่ควบคุมทุกอย่างก็อาจจะ แล้วแต่มุมมองแต่ละคน บางคนเรียกพระเจ้า >> อื บางคนเรียก >> บางคนอาจจะเรียกไม่รู้เรียกอะไรดี >> ครับ >> Motherboard หรืออะไรก็ว่าไป >> ซึ่งเป็นไปได้ ซึ่งสมมุติว่ามันจะเป็นอย่างนั้น มันแปลว่าความจริง matrix อธิบายไว้หมดแล้วนะ >> ใช่ >> มันคือแค่กระแสไฟฟ้าที่วิ่งอยู่ในสมองเรา เท่านั้นเอง >> ที่เราที่ทำให้เราเชื่อว่าเรากำลังเนี่ย ผมกำลังดีดนิ้วอยู่ >> หรือนี่คือรสชาติของสเต็ก >> นั่นสิครับ ใช่ ผมว่ามันผมชอบอะไรมาก the matrix ครับ >> เรื่องเอเลี่ยนล่ะ มนุษย์ต่างดาว >> โอโอ ผมว่ามันตื่นเต้นมากที่เราจะเดาว่ามี >> อ่า >> เอ่อถ้าดูด้วยตัวเลข statistics แล้วอ่ะ ครับ >> มันเป็นไปได้ เพราะว่าอ >> คือจักรวาลมันใหญ่มากจนกระทั่งแบบว่าเรา เป็นแค่ accident ที่ทำให้เกิดมา >> จนถึงทุกวันนี้ใช่ >> ดังนั้น >> accident นี้อาจจะเกิดขึ้นอีกมุมนึงของ จักรวาล >> อื >> เราอาจจะไม่มีทางโคจรมาเจอกัน แต่ผมว่า อะไรอย่างเงี้ย ผมว่ามันน่าตื่นเต้นออก ที่จะเรียนรู้เรื่องอวกาศ เรื่องอะไรอย่างเงี้ยครับ >> คือเมื่อไม่กี่วันเอเดือน 2 เดือนมั้ง ที่เขาโชว์ไอ้ภาพแรกจากไอ้กล้องโทรทัศน์ >> ครับ >> ที่ชัดที่สุดในโลกอ่ะฮะ ที่แล้วไปทำเป็น ไมาแล้วเป็นรูปแบบ >> เป็นรูปดาวเยอะๆอ่ะ แล้วเก็บอกว่าอันเนี้ย เท่าที่ถ่ายได้เนี่ย คือเค้าเรียกอะไร กาแล็กซี่เป็นล้านกาแล็กซี่ ผมไม่รู้กี่ล้าน >> ซึ่งคำว่าใน 1 กาแล็กซี่มันก็ประกอบไปด้วยดาว >> อีกหลายดาวอีกด้วยเนี่ย มันคือ >> มันเลยทำให้ผมนึกถึงคำที่อยู่ในหนังเรื่อง contact อ่ะ คุณได้ดูมั้ยครับ >> เนอะ >> ที่แบบพ่อ นางเอกตอบอ่ะ นางเอกถามพ่อว่า >> อ่า มนุษย์ต่างดาวมีจริงมั้ย แล้วพ่อก็ตอบว่า ถ้าไม่มีจริงเนี่ย มันจะเป็นจักรวาลอัน กว้างไกลที่ไร้ประโยชน์มากเลย ซึ่งผมรู้สึกว่าเออ มันเป็นคำตอบที่แบบ เจ๋งอ่ะ >> ครับ >> ทำให้เรามีความหวัง อ่าอย่างอย่างที่คุณ บอกเลย มันตื่นเต้นดีที่จะเดาว่ามันน่าจะ มี >> โหราศาสตร์ล่ะ มันเชื่อแล้ว >> คือถ้าเกิดว่าชีวิตคนเรา >> เออ >> มันถูก affect ด้วยการโคจรของดาว แปลว่าคนที่เกิดพร้อมกันจะต้องโชคชะตา เหมือนกัน >> เหมือนกันหมด อ >> เอ่อกับทุกอย่างนะครับ กรุ๊ปเลือด ราศี ผมเลยรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ที่จะบอกว่าอ่ะ แฝดที่เกิดมาพร้อมกัน ชะตาดวงมันเหมือนกัน >> อื >> เอ่อผมก็เลยจะไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่ผมเข้าใจคนที่เชื่อ >> เข้าใจว่าอะไรครับ >> เข้าใจว่าเออ มันมันอาจจะเป็นอย่างนั้น จริงๆก็ได้ คือเข้าใจ mindset ของคนที่ว่าอ๋อ อ๋อโอเค มันเป็น แต่สำหรับส่วนตัวผม ผมไม่เชื่อ แต่ผมไม่ได้ไม่ได้คนที่เชื่อครับ >> มองมันเป็นในศาสตร์ทางสถิติได้มั้ย แบบที่เขาพูดกัน >> ถ้าอย่างงั้นคนเราก็มีแค่ไม่กี่ไม่กี่ ประเภท >> ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดว่าเราจะบอกว่ามนุษย์ เรามีแค่จำนวนเท่านี้ประเภท ไม่ว่าจะเป็น กรุ๊ปเลือด การโคจรของหมู่ดาว ปีนัก กษัตริย์โลกใบนี้มันจะน่าเบื่อมากนะครับ >> อันเนี้ยถ้ามองในมุมความน่าจะเป็น >> ครับ >> คุณก็ไม่ถึงกับบอกว่ามันเป็นศูนย์ใช่มั้ย ใช่ครับ >> โอเค นะแต่แค่ยืนอยู่ฝั่งที่ไม่เชื่อ >> ใช่ครับ >> เบว่าไม่มี เบว่าไม่มี >> เพราะว่าคือพอเป็นโหราศาสตร์แล้วเราเรารู้ เรื่องอวกาศมาเราก็จะรู้ว่าจริงๆแล้วดาว มันมีมากกว่าที่โหราศาสตร์ใช่มั้ยครับ แล้วก็ถ้าเกิดว่าเอ๊ะ มันเป็นเรื่องอะไรดาวนี้ โคจรมาใกล้เรานี่มันเป็นเรื่องของแรงโน้มถ่วงที่มันดึงบางอะตอมไป แสดงว่าจริงๆแล้ว มันก็มีดาวอื่นๆที่มันก็มีแรงโน้มถ่วงที่ effect เราซึ่งไม่อยู่ในสมการนี้อะไรอย่างเงี้ยครับ ผมเลยคิดว่ามันอาจจะเป็น frame คร่าวๆ ก็คงไม่ไม่ติดอะไร แต่ว่าผมไม่ซื้อ >> โหราศาสตร์มันไม่ได้มีแต่เรื่องดาว มันมี เปิดไพ่ยิปซี อะไรเงี้ย >> อ่าใช่ครับ ซึ่งผมก็เปิดนะครับ เปิด tarot ครับ เปิดแต่ผมก็แบบดูไว้ขำๆ >> ก็ไม่ไม่เสียหายอะไรรู้ไว้ แต่ว่าผมก็ไม่ ได้ไม่ได้เชื่อว่ามันคือลิขิตอะไรอย่าง งั้นเพราะว่ามันน่ากลัวมากครับ ผมคิดว่า ถ้าเกิดว่าเรื่องพวกนี้ effect เรานะ แปลว่าเราไม่มี free will >> โอเค >> พอเราไม่มี free will ปุ๊บ แล้วก็กลับไปเราอยู่ใน matrix หรือเปล่า >> ก็นี่ไง >> นี่ไงครับ >> หรือจริงๆเราอ่ะไม่มีหรอก >> ใช่ครับ เราเป็นแค่ simulation เราเป็นแค่ โปรแกรมในเนี่ย >> ผมก็เลยผมเลยอยากจะเชื่อว่าจริงๆแล้วผมมี free will นะ >> อ่า >> อ้า มันเป็นทางเลือก >> การการที่เราเชื่อว่าเรามีทางเลือกอยู่ มัน >> มันทำให้มีความหวังมากกว่าใช่มั้ย โอเค ถ้า งั้นสมมุติว่า AI คือคือยาขวดนึง ถ้าคุณจะ แปะฉลากไว้ข้างขวดยาเนี้ย คุณจะเตือนคนที่ กำลังอาจจะสนุกกับ AI เนี่ยว่าใช้อย่าง ระมัดระวังเนี่ยมันต้องใช้อย่างไรครับ >> เวลาที่คุณถามอะไร AI LLM ในปัจจุบันเนี่ย >> ครับ >> ผมคิดว่าเราควรคิดซะว่ามันคือเพื่อนคนนึง ที่บ้าๆบอๆ >> อื >> มันก็อาจจะพูดมาใช้งานได้ 80-90% แต่ว่า เฮ้ยมันจะขี้โกหกเรานิดหน่อย ขี้โม้เรานิดหน่อยเท่านั้นเองครับ ดังนั้นถ้ามันเป็น เรื่องทั่วไปที่มันไม่มีผลกับชีวิตคุณมาก อยากทำงานเร็วๆ คุณก็ใช้ไปเลยครับ ตามสบาย >> แต่เวลาที่มันมี impact เยอะอย่างเรื่อง การดูเรื่องยา เรื่องเอ่อการตัดสินใจอะไร บางอย่างในชีวิตก็รีเช็คดีๆครับ >> ถ้าตอนที่เรียนปริญญาเอกแรกๆเนี่ย AI มา ฉลาดขนาดนี้เนี่ย คุณจะเรียนจบเร็วมั้ยฮะ >> อู้ คำถามดีมากเลยครับ ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดว่า เป็นใน field ของผมนะ >> เออ >> ไม่ครับ >> อ๋อ ไม่เกี่ยวเลยอ่ะ >> คือ AI มันจะเก่งกับ data ที่มันเป็น General Public เอ่อ ที่มันมี Well established อยู่แล้ว งานของผมมันก็จะ เป็นเรื่องของการหาความรู้ใหม่ๆ ซึ่ง >> มันพึ่ง AI ไม่ได้อยู่แล้ว >> อือ >> เอ่อแต่อาจจะอาจจะใช้ในการ iterative คือ หมายถึงว่าอ่ะลองทำอันนี้ลองทำอันนี้มัน อาจจะทำงานได้เร็วขึ้น >> แต่ว่าก็คงช่วยได้ประมาณนั้น >> อื >> แต่ผมกลับเป็นห่วงคนที่เรียนตอนนี้มาก กว่าว่าเค้ามี AI tool ช่วยขนาดนี้แล้วเค้า จะได้เรียนรู้อะไร >> อ๋อ >> เอ่อเยอะมั้ย เด็กสมัยนี้เพื่อนผมเป็น อาจารย์มหาลัยเยอะครับ >> ครับ >> ใช้ AI เอามาส่งงานอาจารย์ก็รู้ >> อ่า >> แล้วอาจารย์ก็สงสัยว่าอ้า แล้วเอ็งเรียน แล้วเอ็งได้อะไร >> อื >> หรือว่าโลกของเรามันจะต้องเปลี่ยนไปแล้ว เพราะว่าเรามี AI ที่ระดับนี้แล้ว เราอาจ จะไม่จำเป็นต้องเรียนเรื่องพวกนี้แล้ว หรือเปล่า อันเนี้ยผมว่ามันเป็นโจทย์ของ มนุษยชาติที่ >> เราต้องช่วยกันหาคำตอบ >> สมมุติผมเทียบอย่างงี้ คือมันก็เหมือนกับ วันที่เราเรียนหนังสือแล้วเราต้องใช้ กระดานชนวนหมด >> ครับ >> กับวันที่เราเริ่มมีปากกาลูกลื่น >> ครับ >> มาจนถึงวันที่เรามีคอมพิวเตอร์แล้วก็มี iPad >> ครับ >> AI ไอ้ไอ้เนี่ยมันแค่เปลี่ยนวิธี input หรือบันทึก >> ครับ >> แต่ AI มันไปมากกว่านั้นใช่มั้ย มันเลยทำให้การเรียนรู้น้อยลงใช่มั้ย >> ใช่ครับ คือปกติถ้าเราต้องไปหาความรู้อะไร บางอย่างเรามี process ในการเรียนรู้ความ เข้าใจ >> ครับ >> แต่ว่าเดี๋ยวนี้เรามี tool ที่แบบว่าเอ้ย ทำให้ฉันหน่อย อ >> แล้วฉันก็เอานี้ไปส่งเลย >> อื >> ก็เราก็ได้ผลลัพธ์ที่เราต้องการ โดยที่เรา ไม่ได้เรียนรู้ไอ้ objective ของการเรียน รู้ไม่สัมฤทธิ์ผล >> อือ >> การศึกษามีปัญหากับเรื่องนี้เยอะ ซึ่งผมก็ ไม่รู้เหมือนกันครับ สู้ๆนะครับ >> ครับโอ้อ่ะจริงๆเป็นเรื่องที่ต้องมันก็ ต้องออกแบบอะไรบางอย่างที่มันสอดคล้องกับ เทคโนโลยี >> ใช่ครับ แต่ผมไม่รู้ว่าไม่รู้ว่าคำตอบมัน คืออะไรนักปเต็ด >> หรือหรือแม้กระทั่งว่าการคำว่าการเรียน รู้มันก็อาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้นะ >> นั่นน่ะสิครับ >> เรายังจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องแบบเดิม หรือไม่ >> เอ่อหรือเทคโนโลยีปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างเงี้ย คือเรายังต้อง >> เรายังต้องเอ่อลากรถม้ามั้ย ก็อาจจะเป็น อะไรที่เราลืมไป หรือบางทีก็ใช่ >> คณิตศาสตร์อาจจะเป็นเรื่องที่เราลืมไปเลย ก็ได้นะครับ >> ใช่ >> ก็ผมไม่รู้เลย >> คือผมยังจำวันที่ตอนนั้นตั้งแต่สมัยผม เรียนมหาวิทยาลัยแล้วผมไปเห็นคเอ่อ คอมพิวเตอร์ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ซ้ำพิมพ์ดีด ไฟฟ้าครั้งแรกอ่ะผมก็ตื่นเต้นแทบตายอ่ะ ว่าโห ง่ายมากเลยเว้ยมึงสามารถลบได้ ก่อนที่จะปริ้นกูยังต้องปริ้นออกมาก่อน แล้วเอา liquid ลบแล้วปริ้นทับใหม่อยู่เลย แค่นั้นก็ตื่นเต้นมากแล้ว แต่ว่าเออมาจนถึงวันนี้มัน >> เอ่อมันก็ทำให้ผมพิมพ์ดีดไม่เป็นแล้วอ่ะ >> อือ >> แต่มันก็ไม่ได้แปลว่ามันมีอะไรสูญหายไปอ่ะ ในมุมนึงอ่ะ >> อือครับ >> เออ ก็คงแปลว่าเราก็คงต้องเรียนรู้กันต่อไป ว่าคำว่าเรียนรู้คืออะไรวะใน 10 ปีข้างหน้า >> ใช่ครับ >> ถ้าวันนึงโหวันนี้ทีมงานผมตั้งคำถามนี้มา นะดูซิคุณจะตอบยังไงถ้าวันนึงลูกสาวคุณโต ขึ้นมาแล้วถามคุณพ่อว่าชีวิตที่ดีคืออะไร กูจะตอบอย่าง >> ผมว่านะ >> กูอยากกินข้าวหน้าเป็ด กูเพิ่งจะดูบนเสร็จ กูอยากกินข้าวนอกเป็ดๆๆๆ >> อยากกินข้าวหน้าเป็ด Ja.