📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

“ญี่ปุ่น" ไฟเขียว แผนคุมนักท่องเที่ยวล้นเมือง 100 พื้นที่ ทั่วประเทศ l World Wide Wealth

TNN Originals8:38

Transcription

ไปเที่ยวญี่ปุ่นไปได้แต่ว่าไม่เหมือนเดิม ค่ะเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะคะว่าหลังจากนี้ ไปใครที่จะไปญี่ปุ่นอาจจะต้องศึกษาข้อกฎหมายข้อกำหนดต่างๆเอาไว้ให้ดีเลยค่ะ เพราะว่าล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นนะคะเขาประกาศแผนระดับชาติยาวๆถึง 5 ปีเลยค่ะ เอามาใช้รับมือกับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรงนะคะ ครอบคลุมถึง 100 พื้นที่ทั่วทั้งประเทศเลยค่ะ

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อยากได้นักท่องเที่ยวมากที่สุดค่ะ แต่วันนี้พอเอาเข้าจริงแล้วนะคะ นักท่องเที่ยวจะล้นเมืองค่ะ คนญี่ปุ่นแล้วก็รัฐบาลนะคะ ถึงเวลาตั้งคำถามใหม่ว่าจะรับไหวแค่ไหนค่ะ ล่าสุดค่ะ ญี่ปุ่นนั้นกำลังเขียนกติกาใหม่ของการท่องเที่ยวทั้งประเทศค่ะ ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ มีการอนุมัติแผนระดับชาตินะคะ ที่ชื่อว่า Basic Plan for Tourism Nation เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาค่ะ ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะคะ แต่หมายถึงการเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นไปตลอดกาลเลยค่ะ แผนที่ออกมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เอกสารราชการทั่วไปค่ะ แต่เป็นเหมือนกับพิมพ์เขียวนะคะ ที่จะมากำหนดทิศทางของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตของคนญี่ปุ่นไปอีกอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า หรือว่านับตั้งแต่ปีนี้นะคะ ไปถึงปี 2030 ค่ะ

ทำไมญี่ปุ่นถึงกล้าที่จะขยับกติกาในช่วงเวลาแบบนี้ ในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นนั้นสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากภาคการท่องเที่ยวค่ะ อย่างล่าสุดปีที่ผ่านมานะคะ สามารถโกยรายได้มากกว่า 9.5 ล้านล้านเยน หรือคิดเป็นเงินกว่าเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยค่ะ ไม่ใช่โชคช่วยหรือว่าเรื่องบังเอิญนะคะ ที่ทำให้ญี่ปุ่นนั้นประสบความสำเร็จในการท่องเที่ยวระดับโลกค่ะ จุดเปลี่ยนสำคัญต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2003 ค่ะ ญี่ปุ่นนั้นเปิดแคมเปญ Japan Campaign ค่ะ และหลังจากนั้นก็เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการผ่อนคลายวีซ่า เพิ่มเที่ยวบิน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และทำการตลาดเชิงรุกไปทั่วโลก และยิ่งในช่วงหลังๆนะคะ ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา นโยบายนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีกค่ะ รัฐบาลตั้งเป้าชัดเจนเลยนะคะ ว่าจะต้องดันนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นมาแบบก้าวกระโดดค่ะ และสุดท้ายก็ทำได้จริงค่ะ นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาแล้วมากกว่า 6 เท่าในเวลาไม่ถึง 20 ปี จากนักท่องเที่ยว 5 ล้านคน เมื่อปี 2003 เพิ่มขึ้นมาเป็น 31.919 ล้านคนในช่วงก่อนโควิดเมื่อปี 2019 ค่ะ หรือแม้กระทั่งหลังจากโควิดไปแล้วนะคะ การฟื้นตัวนั้นก็ขึ้นมาอย่างรวดเร็วค่ะ ในปีที่ผ่านมาปี 2025 นักท่องเที่ยวพุ่งขึ้นไปมากถึง 42 ล้านคนค่ะ ทำสถิติสูงสุดมาอีกครั้งนึงนะคะ สามารถโกยรายได้มากถึง 9.5 ล้านล้านเยนต่อปี หรือว่าคิดเป็นเงินเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐค่ะ และถือเป็นรายได้สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นนอกเหนือจากภาคการส่งออกค่ะ

แต่ไรก็ตามค่ะ แม้เรื่องนี้จะเป็นภาพของความสำเร็จนะคะ แต่ว่าสำหรับอีกด้านนึง ปัญหาใหม่ที่ใหญ่ไม่แพ้กันก็เกิดขึ้นแล้วค่ะ นั่นคือเรื่องของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วค่ะ อยากให้ทุกคนนึกภาพตามค่ะ ถ้าหากเรานะคะ ต้องนั่งรถเมล์รถไฟฟ้าไปเรียนหรือว่าไปทำงานทุกวัน แต่วันนึงค่ะ นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ มาแย่งมาเบียดคิว หรือแม้กระทั่งชุมชนต่างๆนะคะ ก็มีผู้คนเข้ามาถ่ายรูป เราเองก็ถูกแอบถ่ายรูปไปด้วย จะรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับได้หรือแฮปปี้อย่างแน่นอนนะคะ และเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วนะคะ สำหรับคนท้องถิ่นในญี่ปุ่นค่ะ ตั้งแต่โตเกียว โอซาก้า แล้วก็เกียวโตค่ะ เมืองดังๆ เมืองหลักๆของญี่ปุ่นค่ะ ต้องแบกรับนักท่องเที่ยวที่ล้นทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าตัวเมือง โครงสร้างเมืองยังเท่าเดิมค่ะ เกินกว่าจะรับไหวแล้วนะคะ ไม่ใช่เพียงแค่คนที่เยอะขึ้นด้วย แต่ว่าชีวิตของคนในท้องถิ่นค่ะ กลับถูกบิดเบือนด้วยเช่นกัน นักท่องเที่ยวบางคนนะคะ ล้ำเส้นล้ำเข้าไปพื้นที่ส่วนตัว จนหลายชุมชนนั้นต้องติดป้ายห้ามถ่ายรูป และนี่คือจุดที่คำว่า over tourism นั้น กลายเป็นปัญหาที่จับต้องได้ค่ะ

ดังนั้นวันนี้ญี่ปุ่นนะคะ จึงต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ จากการดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามามากที่สุด ไปสู่การบริหารนักท่องเที่ยวให้มีความสมดุลที่สุดค่ะ ไม่ใช่การถอยหลังนะคะ แต่ว่าเป็นการยกระดับเกม เพราะว่าความไม่พอใจของคนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มกลายเป็นแรงกดดันทางสังคมที่รัฐบาลนั้นต้องเร่งจัดการค่ะ ไปที่ญี่ปุ่นปุ่นหลังจากนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง นี่คือคำถามของเรานะคะ แต่ว่าคำถามสำหรับญี่ปุ่นค่ะ คือทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวโตพุ่ง แต่ต้องไม่ทำลายเมือง และต้องไม่ทำให้คนญี่ปุ่นคนท้องถิ่นนั้นต้องเดือดร้อนไม่สบายใจค่ะ

แผนระดับชาติของญี่ปุ่นนะคะ เริ่มจากการประกาศเพิ่มพื้นที่รับมือปัญหา over tourism ค่ะ จากเดิมนะคะมีทั้งหมด 47 พื้นที่ เพิ่มขึ้นมาเป็น 100 พื้นที่ทั่วทั้งประเทศค่ะ แต่ละพื้นที่ที่ว่านี้นะคะ จะต้องมีแผนรับมือที่ชัดเจน โดยอิงจากเสียงของคนในชุมชน ไม่ใช่เพียงแค่คำสั่งจากส่วนกลางค่ะ และหัวใจของนโยบายก็คือการบริหารการไหลของนักท่องเที่ยว หรือว่า Manage Visitor Flow ซึ่งหมายถึงคนจะไปที่ไหน ไปเมื่อไหร่ และไปอย่างไร เพื่อป้องกันการกระจุกตัวเพียงแค่จุดเดียวค่ะ ดังนั้นค่ะ มาตรการที่จะตามมาแล้วเราในฐานะของนักท่องเที่ยว อาจจะต้องเจอนะคะ หมายถึงว่าเราอาจจะต้องจองก่อนเที่ยวทุกครั้ง เพราะว่าที่เที่ยวต่างๆที่ดังๆนะคะ อาจจะมีการปิดเป็นเวลา หรือว่าจำกัดจำนวนคนเข้าในบางพื้นที่ค่ะ และวิธีการรองรับก็คือการใช้ระบบจองล่วงหน้า หรือว่ากำหนดช่วงเวลาในการเข้าชมค่ะ

และอีกหนึ่งแกนสำคัญค่ะ ก็คือการกระจายนักท่องเที่ยว เพราะว่าปัญหาที่แท้จริงของญี่ปุ่นนะคะ ก็คือนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นั้นกระจุกตัวอยู่เพียงแค่ไม่กี่เมืองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว โอซาก้า และเกียวโต ขณะที่เมืองอื่นๆนะคะ เริ่มเหลื่อมล้ำ ไม่ได้รับประโยชน์จากภาคการท่องเที่ยวเลย ดังนั้นแผนใหม่ค่ะ จึงต้องพยายามผลักดันเมืองรอง สร้างเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ พร้อมกับการเร่งพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงเมืองหลักเมืองรองให้ดีขึ้นค่ะ

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญมากๆค่ะ คือเรื่องของเงิน หรือว่าค่าใช้จ่ายค่ะ รัฐบาลญี่ปุ่นนะคะ เตรียมที่จะอนุญาต หรือว่าพิจารณาให้ที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่ละเมืองนะคะ สามารถกำหนดราคา 2 ระดับ สำหรับคนท้องถิ่นแล้วก็คนต่างชาติได้ค่ะ หรือที่เรียกว่า Dual Pricing นะคะ เพื่อหวังว่าจะสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจแล้วก็สังคมด้วยค่ะ นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นน่าสนใจก็คือเรื่องของวิธีคิดของญี่ปุ่นค่ะ คือณตอนนี้ญี่ปุ่นนะคะ ไม่ได้มองการท่องเที่ยวในแง่ของปริมาณเพียงแค่อย่างเดียวต่อไปแล้ว แต่ว่าเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้นค่ะ เป้าหมายใหม่จึงไม่ใช่แค่ว่าทำยังไงให้คนเยอะที่สุด แต่ว่าต้องทำยังไงนะคะ ให้คนใช้จ่ายมาก ขึ้น อยู่ได้นานขึ้น แล้วก็กลับมาเที่ยวซ้ำมากขึ้นด้วยค่ะ

ตัวเลขทางการที่ตั้งเอาไว้นะคะ ล่าสุดก็คือญี่ปุ่นนั้นจะขอเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวเป็น 250,000 เยน แล้วก็ขอเพิ่มนักท่องเที่ยวที่กลับมาเที่ยวซ้ำขึ้นมาเป็น 40 ล้านคน ส่วนเป้าหมายยังคงทะเยอทะยานอยู่ คือการเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติให้พุ่งไปถึง 60 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2030 แล้วก็สร้างรายได้นะคะ มากกว่า 15 ล้านล้านเยนต่อปีค่ะ

ทุกคนคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้างคะ การท่องเที่ยวญี่ปุ่นกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วนะคะ ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวยังอยากจะไปอยู่หรือเปล่า เพราะอะไร และบ้านเราเองก็มีเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยนะคะ คิดว่าเราสามารถเรียนรู้จากเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง คอมเมนต์เข้ามาได้เลยค่ะ