Transcription
สวัสดีครับ สวัสดีครับเพื่อนๆครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ The Upper Room นะครับ ห้องตื่นรู้นะครับ ที่ตอนเช้าวันอังคารเนี่ย จะตื่นขึ้นมารู้อะไรบางอย่างนะครับ
โอเค วันนี้ที่เราที่ผมตั้งใจนำเสนอเนี่ย คือสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้มาเนี่ยนะครับ ก็เลยตั้งใจจะทำเรื่องของค่าย NC ว่าเค้าใช้วิธีระบบวิธีคิดยังไง ที่หลังจากค่ายนาซีแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ แล้วก็มีความมั่งคั่งได้ แต่ตอนนี้ผมเองเนี่ย วันอังคารนี้ไม่ได้ไม่ได้เหมือนสัปดาห์ที่แล้วนะครับ วันอังคารเนี้ยจะพูดถึงเรื่องของวันเปิดโปง วันเปิดโปงของผมก็คือ Disco Day นะครับ สืบเนื่องมาจากภาพยนตร์ Disco Day นะครับ จะเรียกว่ารีวิวมั้ย เรียกว่าทำการบ้านดีกว่านะครับ เรียกว่าทำการบ้านมาฝากเพื่อนๆ เนื่องจากว่าในตอนเนี้ย ถ้าเกิดใครได้ดูในโซเชียลมีเดียนะครับ ใครได้ดูในโซเชียล Media จะมีภาพนึงเป็นภาพที่หลุดออกมานะครับ เดี๋ยวผมลองดูก่อนนะว่าภาพที่หลุดออกมา ใครที่เข้ามาแล้วเช็คระบบเสียงให้ผมหน่อยว่าใช้ได้มั้ยนะครับ ภาพชัดมั้ยนะครับ อ่า วันนี้เราจะคุยกันเรื่องวันเปิดโปงนะ ขอบคุณครับเพื่อนแหม่มอื มาแล้วมาเลย ชัดมั้ย ลองดูซิได้มั้ย อ่าโอเค ไม่ใช่ตอนนี้โอเค นี่ภาพนี้ครับ อุ้ย ภาพนี้ ภาพนี้นี่ ภาพนี้เลย วันเปิดโปงที่ผมอยากคุยวันนี้นะครับ
วันนี้ผมจะคุยเป็น 3 ส่วน อย่างแรกก็คือส่วนแรกเนี่ย คือเรื่อง เรื่องว่าทำไมเรื่องการเปิดโปง discoachure ถึงเกิดขึ้นนะครับ แล้วก็ส่วนที่ 2 เนี่ย มันจะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ discure day และส่วนที่ 3 เนี่ย เราวิเคราะห์เสร็จเรียบร้อย ผมก็ไปเจาะลึกว่า อ่า อ่า Spielberg เนี่ยนะครับ เค้ามีวิธีการคิดอย่างไรในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ มันเป็นความในใจเค้าอย่างไร ไปดูจากบทสัมภาษณ์แล้วก็ความตั้งใจของเค้า ตั้งใจให้คนได้รับอะไรจากภาพยนตร์เรื่องนี้ แล้วผมจะพูดได้เลยว่า ขนาดผมไปดูมาแล้ว มันมีช็อตนึงที่ขณะที่ดูไปมันขนลุกสู้เลย ตั้งแต่แบบลูกสู้มันเป็นลูกสู้ที่ลูกสู้ที่สุดในชีวิตเลยเพื่อน เดี๋ยววันนี้จะเล่าถึงโมเมนต์นี้ให้ฟัง แล้วผมก็ไปหาข้อมูลว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะครับ มันลูกสู้แบบลูกสู้ที่สุดในชีวิตเลยอ่ะนะครับ วันนี้จะรู้เรื่อง Discoacher Day นะครับ วันเปิดโปง ใครได้ดูภาพนี้บ้าง ผมก็ไปหาดูว่ามันจริงมั้ย มันเป็นภาพจริงมั้ย มันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นนี่ มันไม่ใช่นี่ คือเค้าเรียกว่าเป็นข่าวระดับโลกครับเพื่อนๆ เพราะอะไรครับ เพราะสิ่งเหล่านี้ครับเพื่อน นี่คือภาพที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์นะครับ ซึ่งอ้างว่าให้มีคนเห็นนะครับ ประธานาธิบดีโดัลดทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาเนี่ยนะครับ ซึ่งตอนเนี้ย เมื่อไม่นานมานี้ในเมื่อวานหรือวัน 2 วันนี้เองนะ ครับ กำลังพบปะกับบุคคลลึกลับที่มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ ณ ทำเนียบขาว ได้จุดประกายการคาดเดาและเรื่องของทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมามากมายครับเพื่อนจ๋า ภาพถ่ายที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นว่าทรัมป์กำลังโพสต์ท่าอยู่ข้างๆ บุคคลร่างแปลกประหลาด 3 คน สวมชุดสีแดงสด บุคคลเหล่านั้นดูเหมือนจะมีผมยาวสีขาว ผิวซีด และรูปลักษณ์ที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ต่างดาวนะครับ ทำให้ผู้คนบางคนคาดเดาว่าพวกเขาอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวได้ ภาพหลุดของโดัลดทรัมป์กำลังพบปะกับบุคคลลึกลับ กำลังแพร่กระจายไปทั่ว และผู้คนพยายามหาคำตอบว่าพวกเขาเป็นใคร มีนักทฤษฎีสมคบคิดคนหนึ่งได้โพสต์ X พร้อมกับแชร์ภาพนะครับ ในตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยววันนี้จะพูดถึงกันนะครับเพื่อน เนี่ยเป็นไวรัลมากๆ เพื่อนๆได้ชมมั้ย อ่านน่าจะจริง ภาพนี้ อ่ามีคนบอกพี่เพื่อนทรงบอกน่าจะจริงนะ อ่า มันมีนี่อีก มีเป็นวิดีโอด้วยเพื่อน ลองดู อันนี้อาจจะเป็น AI นะ เดี๋ยวๆ ผมค่อยๆนะ ผมหาข้อมูลมาให้เพื่อนละ เนี่ยเพื่อน ลองดูสิ อ่า ทีนี้ในอย่างงี้เพื่อน เนี่ยเป็นภาพที่เรียกได้ว่าเป็นข่าวเลยนะ ครับ Did Donald Trump secretly meet นะครับ เป็นแบบบุคคลลึกลับเหมือนกับเอเลี่ยนที่ White House นะครับ Trump อ่า ความจริงที่อยู่ข้างหลังเบื้องหลังภาพนี้คืออะไรนะครับ แล้วก็เพื่อนจะเห็นว่ามีการโพสต์ของทางในบัญชี X นะครับของอิหร่านด้วยนะ ครับ ข่าวของอิหร่านเค้าบอกว่าเป็นภาพที่ มีภาพหลุดจากประธานาธิบดีโดนัลดทรัมป์นะ ครับ กำลังพบกับบุคคลเค้าใช้คำว่า unknown figure นะครับ unknown figure คือบุคคลที่แบบ คือไม่รู้ว่าเป็นใครนะครับ แล้วก็กำลัง go go viral นะครับ เนี่ย เนี่ย ลองดู นี่คืออิหร่าน นี่เป็นข่าวระดับโลกนะครับ แล้วก็สิ่งที่ผมหาข้อมูลมาก็มีคนโพสต์ในบัญชี X นะครับ เขาบอกว่าคนเนี้ยนะครับ เขา เอ่อ มีข่าวว่าคุณมาริโอเนี่ย เขาพูดว่าคุณ John Strut เนี่ยนะครับ ได้ปล่อยภาพ AI pic นะครับ ของประธานาธิบดีโดนัลดทรัมป์นะครับ กับบุคคลที่มีผมยาวทั้ง 3 ท่านนะครับ in Red เป็นชุดสีแดง ชุดทหารสีแดง ชุดแจ็คเก็ตทหารสีแดง แล้วก็โดนัลดทรัมป์เนี่ยเป็นคนโพสต์เองด้วยนะครับ คุณ John Strut นะครับ บอกอ้างว่าเขารีโพสจากโดนัลดทรัมป์ที่โพสต์เอง ซึ่งโดนัลดทรัมป์โพสต์เองโพสต์ปุ๊บลบปั๊บนะครับ ก็มีคนแคปขึ้นมานะครับ อ่า โอเค อาจจะเป็นภาพ AI ก็ได้ แล้วก็คุณมาริโอ ถ้าเกิดใครได้ดูบัญชี X นะครับ ก็สามารถเนี่ย ไปดูได้นะครับ คุณมาริโอเนาะ ไปดูในนั้นได้นะครับ เขาพูดถึงเรื่องของการต่อสู้ระหว่างเครื่องบินของสหรัฐกับ UFO นะครับ
ทีนี้อย่างงี้เพื่อน คำถามคือภาพยนตร์ Disco Day กับภาพ Viral ของ Donald Trump ทำไมถึงมาตอนนี้ นะครับ ทำไมถึงมาตอนนี้ ภาพของปก Day เพื่อนลองดูนะ มัน frame timeline มาก ทำไมถึงมาตอนนี้ ภาพเนี้ย ผมชอบมาก มันเหมือนแบบชอบปกนี่นะ ผมเลยเอามาให้นะเพื่อนนะ เป็นรูปตาแล้วเหมือนมีแสงอะไรบางอย่าง แล้วก็แบบรูปตาก็เป็นเหมือน UFO อ่ะ อ่า UAP ก็ได้อ่ะใช่มั้ยเพื่อน ขึ้นมาเป็นแบบเนี้ย มันคือมันว้าวมากนะ แล้วก็ในช่วงเนี้ย จะมีคนมาพูดถึงนะครับ เป็นนักวิชาการ เป็น เอ่อ influencer ที่เกี่ยวกับสายเรื่องของ spiritual เขามาพูดถึงเรื่องราวของ UFO หลายๆท่านนะครับ ในตอนเนี้ย ผมตกใจเพื่อน พอพูดถึง UFO เพื่อนแบบหน้าตาเป็นเอเลี่ยนมา ผมก็ตกใจ
ก็คือ ผมจะรวบรวม influencer ของต่างประเทศมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วยนะครับ บอกว่าตอนเนี้ย ในกฎแห่งจักรวาลแล้วก็สิทธิมนุษยชนเนี่ย นะครับ ในมิติที่สูงกว่าก็คือ มิติที่ 5 ขึ้นไปเนี่ย สิ่งมีชีวิตจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานแห่งความเป็นแม่ feminine principle กฎแห่งความเป็นแม่เนี่ยนะครับ ซึ่งแตกต่างจากมิติที่ 3 และ 4 ที่ถูกครอบงำด้วยพลังของเพศชายและมักนำไปสู่ความขัดแย้งนะครับ พลังเพศชายนะ ซึ่งไม่มีการจดบันทึกกฎจักรวาลเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กฎเหล่านั้นคือความเป็นไปได้ของธรรมชาติและวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณ หลักการสำคัญก็คือ ชีวิตย่อมหาทางของมันเอง Life finds a way ย่อมหาทางของมันเอง คือวันเนี้ยผมรวบรวมมาเพราะอะไรครับ มันเหมือนกับถ้ามันมีจริงๆ ล่ะ ถ้ามันมีจริงๆ ล่ะ การเปิดโปงจริงๆ อ่ะ ถ้ามันมีจริงๆ ล่ะ จะทำอย่างไรถูกมั้ยครับ จะทำอย่างไรเราก็ต้องดูว่า เขา ยังพูดถึง ถ้าวันเนี้ยมีมนุษย์ต่างดาว หรือเอเลี่ยนขึ้นมาจริงๆ เขาพูดถึงวิธีการสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวด้วยนะครับว่า การแล้วก็การสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวและ การมาเยือนในความฝัน เขาบอกว่าการตั้งโฟกัส intent หรือการตั้งจิตไม่มีรูปแบบที่ตายตัว วิธีการของ influencer ท่านหนึ่งก็คือการตั้งสมาธิส่งเจตจำนงที่แน่วแน่พร้อมด้วยคลื่นความถี่ของความสุข ความรัก และความเมตตาออกไป แล้วรอการตอบรับ การสื่อสารผ่านความฝัน ผู้เขาสามารถติดต่อมนุษย์ต่างดาวผ่านความฝันได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณฝันเห็นเป็นภาพสี ซึ่งหมายถึงจิตจิตของคุณกำลังเดินทางออกนอกร่าง และการติดต่อมักจะเริ่มต้นจากการทำความคุ้นเคยในฝันก่อนจะพัฒนาไปสู่ความเป็นจริง
แล้วถ้าเกิดการสถานการณ์มนุษยชาติกับกลุ่มผู้ควบคุมโลกล่ะ อันนี้ผมไม่ต้องพูดแล้วนะว่าเราเชื่อกันว่ามีมนุษย์ที่ควบคุมโลกอยู่นะครับ สถานการณ์เหล่าเนี้ยมีการอ้างนะครับ มีข้ออ้างของเผ่าพันธุ์อนุนิ ข้ออ้างที่ว่ามนุษย์เป็นผลงานของกรรมพันธุ์หรือพันธุกรรมของพวกเขา จึงมีสิทธิ์ในการครอบครองโลกนั้นไม่มีน้ำหนักอีกต่อไป เนื่องจากมนุษย์มี DNA จากหลากหลายเผ่าพันธุ์นอกโลกที่กำลังถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว การรับมือมนุษย์ชั้นกับชนชั้นอดนะครับ มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ไร้ความเห็นอกเห็นใจได้อย่างสิ้นเชิง หน้าที่ในการจัดการขั้นเด็ดขาด จึงเป็นของกองกำลังฝ่ายดีจากนอกโลก หน้าที่ของมนุษย์ก็คือการตื่นรู้ ปรับเปลี่ยนมุมมอง มุ่งเน้นไปสู่การดูแลซึ่งกันและกัน ในฐานะครอบครัวของมนุษยชาติ ไม่มีสหรัฐอเมริกา ไม่มีประเทศไทย ไม่มีคือเป็นมนุษยชาติทั้งหมด และเลือกเส้นทางอนาคตด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ถ้าวันเปิดโปงมาถึง จะเกิดสิ่งเหล่านี้ครับเพื่อนๆ
แล้วก็ยังมีเรื่องของความเชื่อ ศาสนา และจิตวิญญาณ เรื่องราวจำนวนของไกด์ที่ก่อนหน้าเนี้ย มันจะมีตัวเลข 144 ถูกมั้ยเพื่อน เขาบอกว่าตัวเลขที่ 144 ก็คือ 144,000 คน จะมีไกด์ที่ เป็นคนที่ถูกเลือก เขาบอกว่าอันเนี้ยไม่เป็นความจริง จำนวนจริงมีมากกว่านั้นมหาศาล ผมเคยคุยเรื่องนี้แล้วเพื่อน ลองไปย้อนดูนะครับ จำนวนจริงมีมากกว่านั้นมหาศาล เขาบอกว่าทุกคนที่มีจิตวิญญาณ so ล้วนมีแสงสว่างในตัวเอง และมีศักยภาพในการช่วยเหลือโลกได้ครับ อารมณ์ขันคือสิ่งล้ำค่า การมีอารมณ์ขันว้าว สมกับจักรวาลคอนเฟิร์มครับ หัวเราะกันทั้งวัน อาจารย์เต๋อ อารมณ์ขันนี่ช่วยสร้างฮอร์โมนแห่งความสุข เอนโดรฟิน และสร้างสนามพลังงานเชิงบวกที่ทรงพลัง เป็นรองเพียงแค่ความรักที่บริสุทธิ์เท่านั้น อันนี้ influencer ต่างประเทศนะครับ แล้วก็การหลายๆคนที่ชมรายการจักรวาลคอนเฟิร์ม บางคนอาจจะรู้สึกไม่สบายใจที่เวลาเห็นผมก็อาจารย์เต๋อหัวเราะมากๆ แบบเนี้ย ก็ขออภัยด้วยนะครับ จริงๆแล้วไม่ เราไม่ได้เข็นหัวเราะออกมา เราหัวเราะด้วยธรรมชาติ เราอาจจะหัวเราะกันบ่อย ผมตอบได้เลยเวลาผมทำรายการจักรวาลคอนเฟิร์ม อาจารย์เต๋อ ผมมีความสุขนะครับ เราก็หัวเราะกันบ่อย มันรู้สึกมันเหมือนเจอคู่ขาอ่ะ แล้วเหมือนเจอเพื่อนซี้อ่ะ แล้วเหมือนเจอใครก็ตามที่คุยกับเราแล้วมันถูกคอจังวะ แล้วมันคุยกันแล้วแบบมันไปด้วยกันได้ แล้วคนๆนั้นมีความรู้ ยิ่งเรามีความรู้เราก็พอมีแล้ว เราก็เจาะข้อมูลกันไป มันสนุกมาก แล้วมันก็สอดคล้องกับสิ่งที่เรารู้มา มันเหมือนแบบค่อยๆปลดล็อค ปลดล็อค ปลดล็อค ปลดล็อค
ที่นี้ก็คือ >> ปลดล็อคกำแพงที่มันกั้นตัวเรา กำแพงข้อมูลที่มันกั้นตัวเรา เวลาเรามีข้อมูลหรือความรู้พอสมควรเนี่ย ความรู้เหล่าเนี้ยมันก็ดีครับ แต่ถ้าเกิดรู้แล้วเป็นกำแพงบล็อกตัวเองเนี่ย ผมเคยเป็น ผมถึงบอกว่ามันเคยอยู่ในกล่อง เพราะฉะนั้นผมก็เลยว่าเวลาทำกับอาจารย์เต๋อ ผมรู้สึกว่าโอ้โห มันแบบ มันสุดยอดเลยอ่ะ มันมีความสุขมากๆ เลยเราเลยหัวเราะกันเยอะนะครับ ก็ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าเกิดใครดูแล้วไม่สบายใจ แล้วก็ขอบคุณเพื่อนที่ดูแล้วชอบนะครับ โอเค ทีนี้เขาพูดถึงเรื่องราวของการก้าวข้ามกรอบศาสนา นะครับ ถ้า disclosure วันเปิดโปงมาถึง ผมเชื่อว่าตอนนี้มันค่อยๆแล้วล่ะครับ เราควรทำอย่างไร เราควรก้าวข้ามกรอบศาสนา แทนที่จะยึดติดกับหลักตายตัวนะครับ ของแต่ละศาสนา ควรหันมาโฟกัสที่การปฏิบัติทางจิตวิญญาณสากลที่จะนำมาซึ่งความสงบ ความรัก ความเบิกบาน แล้วก็สุขภาพที่ดีนะครับ นี่คือการเตรียมตัวเนาะ เพราะฉะนั้นในช่วงช่วงเนี้ย ทำไมถึงเป็น timeline เดียวกัน มันก็มีการพูดถึงของ influencer นะครับ ที่พูดถึงเรื่องราวของการเปิดเผย UFO เนี่ย ค่อยๆเป็นอย่างค่อยๆไปเป็น soft disclosure ทำไมถึงเป็น soft disclosure ครับ เพราะว่าการปล่อยวิดีโอและเอกสารทั้งคู่กล่าวถึงเว็บไซต์ที่ชื่อว่า walls.gov ซึ่งอ้างถึงการปล่อยข้อมูลของรัฐบาลที่มีการทยอยปล่อยวิดีโอของออสนะครับ แล้วก็ยานบินออสนี่คือเป็นเหมือนแบบแสงกลมๆ ลูกกลมๆ อยู่บนอวกาศเนี่ยนะครับ อยู่บนท้องฟ้าเนี่ย และยานบินที่มันสามารถระบุเอกลักษณ์ได้ก็คือ UFO หรือ UAP นะครับ เจตนาเบื้องหลังพวกเขาเชื่อว่ารัฐบาลกำลังทำ Soft Disclosure เพื่อค่อยๆให้มวลชนคุ้นเคยกับความจริงที่ว่ามนุษย์ไม่ได้อยู่ลำพัง ก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลระดับใหญ่ เทคโนโลยีแบบยานที่เห็นในวิดีโอส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นของมนุษย์ต่างดาว แต่เป็นยานที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยวิศวกรรมย้อนรอย Alien Reproduction Vehicle นะครับ ARVS เนี่ยนะครับ คือภาพยนตร์เรื่อง Disculture Day ใครดูแล้วรีวิวให้ผมฟังหน่อย บอกผมหน่อยนะในเรื่องเนี้ย ใครไม่ดูผมแนะนำว่าให้ไปดูเลย เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดของ Spielberg ใน 120 ปี นักวิจารณ์เขาบอกแบบนี้เลยนะครับว่า Spielberg เนี่ยสามารถสร้างเรื่องเนี้ยดีที่สุดในรอบ 20 ปี ส่วนตัวผมเองไม่ต้องนักวิจารณ์บอก ผมใช้ความรู้สึกของผมบอกเองนะครับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา เพราะอะไร เดี๋ยวค่อยไปเล่าในตอนท้ายให้ฟัง ทีเนี้ยทำไมถึงอยากให้ดูในเรื่องเนี้ยครับ Disculture Day มันตรงกับข้อมูลที่ influencer ของต่างประเทศเนี่ย เขาพูดถึงว่าเฮ้ย การเปิดเผยอันเนี้ย มันค่อยๆเปิดเผยนะ แล้วที่มาที่ไปมันเป็นยังไง รวมถึงเขาพูดถึงเรื่องการย้อนรอยเทคโนโลยีด้วย ก็คือ ARV เนี่ยนะครับ Alien Reproduction Vehicle เนี่ยครับ ก็คือ Reproduction คือทำซ้ำกับเทคโนโลยีทำ แล้วเราแค่ทำย้อนย้อนรอยไป พูดถึงเรื่องนี้ด้วยนะครับ ผมเชื่อว่า อ่า Spielberg เนี่ยนะครับ หาหรือทำการบ้านมาค่อนข้างเยอะเลย เหมือนกับการทำภาพยนตร์เรื่องนึง อ่า อย่างทำใครได้ดูข้อมูลเรื่องของ เอ่อ เรื่องของนี่อ่ะ สงครามส่งด่วนเนาะ เขาทำการบ้านเยอะมากนะครับ มี 3 ปีเลย แล้วก็เพราะฉะนั้นเรื่องเนี้ย Discure Day หรือวันนี้ที่วันนี้ผมมาพูดถึงเรื่องวันเปิดโปงเนี่ย เขาทำการบ้านเยอะมากๆเลยครับ อ่า มีคนรอเรื่องนี้เนาะ เขาบอกว่าการประชุมรับทางการทูตกับมนุษย์ต่างดาว มนุษย์คุยกับมนุษย์ต่างดาวเนี่ย มันมีจริงนะครับ ไม่ใช่การบุกโลกแบบในหนัง อ้างว่าจะไม่มีการนำยานอวกาศขนาดใหญ่มาจอดเทียบทำเนียบขาวเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่จะใช้วิธีการประชุม จะใช้การทูตผ่านการประชุมแบบลับๆลับๆกับผู้นำโลก เพราะที่ผ่านมาก็จะมีข่าวผู้นำโลกบางท่านนะครับ ที่หายไปในช่วงเวลานึง >> อ >> หายไปไหน บางคนบอกไปประชุมกับมนุษย์ต่างดาวนี่แหละครับ >> มนุษย์ต่างดาวคือใคร ก็คือบี ก็คือบีนะครับ อ่า เนี่ยเดี๋ยวเล่าให้ฟังว่าหนังเรื่องนี้ ดูแล้วจะเป็นยังไงนะครับ โอเค แล้วบอกว่าเทคโนโลยี Portal เนี่ยนะ ครับ หรือว่าประตูมิติเนี่ย Portal มนุษย์ต่างดาวเราจะเดินทางมาปรากฏตัวผ่านเทคโนโลยี Portal คือการประตูมิติ ข้อเสนอเปิดมาปุ๊บ จะมาพร้อมกับอะไร มาพร้อมกับข้อเสนอเมื่อเพื่อมวลมนุษยชาติครับเพื่อนจ๋า กลุ่มมนุษย์ต่างดาวพร้อมจะมอบเทคโนโลยีล้ำยุคนะครับ เช่น พลังงานสะอาดแบบไร้ขีดจำกัด การกำจัดมลพิษในมหาสมุทร และวิทยาการยืดอายุขัยรองให้กับโลกมนุษย์ แต่มีข้อแม้ว่ามนุษย์ต้องแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี และเลิกสู้รบกันก่อน ตอนนี้นี่ใกล้เคียงแล้วนะครับ ถ้าตามข่าวคือสหรัฐอเมริกากับอิหร่านนะครับ เหมือนกับจะบรรลุนะครับสัญญาที่เรื่องของการหยุดยิงเนาะ ผมตามเรื่องนี้เรื่อยๆนะ เพื่อให้เพื่อนมั่นใจได้แล้วก็เรื่องของเทคโนโลยีการแพทย์ล้ำยุคนะครับ หรือ MB นะครับ คลื่นความถี่เนี่ย เขาบอกว่าเขามีการโปรโมทเทคโนโลยีในห้องแล็บที่เรื่องของเครื่องสแกนความถี่ควอนตัมเพื่อตรวจหาเชื้อโรคและทำลายมันในระดับ DNA หรือ MED Bas เขาอ้างว่าเทคโนโลยี MED Base มีอยู่จริง และอ้างว่าโดนัลดทรัมป์รู้เรื่องนี้และอยากให้นำออกมาใช้ ซึ่งเคยพูดไปแล้วว่าโดนัลดทรัมป์ได้โพสต์เองใน Truth Social ของเขาเกี่ยวกับเรื่องของเตียงที่สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ก็คือ MB นะครับ ซึ่งเตียงเหล่าเนี้ย สามารถรักษาโรคที่รักษายากๆนะครับ อย่างเช่นโรคมะเนาะ พวกมะต่างๆ และต่ออายุไขให้กับมนุษย์ได้ โดยคาดว่าจะมีการทยอยเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ และในโครงการลับทางการทหารและเทคโนโลยีขั้นสูงนะครับ จะมีชุดเกราะ AGI Artificial General Intelligence นะครับ ซึ่งหนึ่งใน influencer ที่ดังมากๆก็คือ JP เนาะ ที่เปิดหน้าตอนนี้เปิดหน้าแล้วนะ ครับ เล่าถึงประสบการณ์ในกองทัพว่าได้สวมชุดปฏิบัติการอัจฉริยะที่ก้าวหน้ากว่าปัจจุบันถึง 300 ปี ชุดนี้เนี่ยนะครับ เชื่อมโยงกับจิตสำนึก ตรวจจับความรู้สึก แล้วก็มีเทคโนโลยีอำพรางก็คือซ่อนตัวได้อีก ฐานทัพใต้ทะเลและใต้โลก อ้างว่ามีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอาศัยอยู่ใต้ทะเลและในรอยแยกของโลกมานานแล้ว Inner earth being มีคนอยู่มานานแล้วนะครับ being อยู่นานแล้ว ซึ่งมนุษย์จะได้รับการติดต่อจากกลุ่มนี้ก่อน กลุ่มที่มาจากอวกาศ ความสำคัญของ DNA และ telepathy นะครับ
ในตอนเนี้ถ้าเกิด disclosure day จริงๆนะครับ นี่ปกหนังนะ แต่ข้อมูลไม่ใช่ปกหนัง ข้อมูลเป็นข้อมูลจริงนะครับ ใน influencer ต่างๆ เขาบอกว่า ความสำคัญของ DNA และโทรศัพท์เขาบอกว่า DNA ก็คือ hard drive แห่งความทรงจำ ถ้าพูดในเชิงที่เราเข้าใจกันมาตั้งแต่เด็กก็คือเรื่องของกรรม เรื่องของความทรงจำ เรื่องของกรรมต่างๆ กรรมที่เราทำมาในอดีต มันจะบันทึกทุกๆอย่าง บันทึกแบบไหนเดี๋ยวค่อยว่ากันเนาะ เอาเอาตามข้อมูลนี้ก่อน ก็คือ JP ได้เปรียบเปรยว่าสัญชาตญาณของมนุษย์ถูกฝังอยู่ใน DNA เช่นเดียวกับนกที่รู้ วิธีร้องเพลง อันนี้ผมชอบมุมมองนี้นะ มันขยายไปอีกมากมายเลย เหมือนกับแมงมุมที่รู้จักวิธีชักใย พวกเขาเชื่อว่าของมนุษย์มี ความเชื่อมโยงกับเผ่าพันธุ์ของดาวดวงอื่น ๆ และภาษาสากล การสื่อสารที่แท้จริงในระดับจักรวาลไม่ใช่การพูดด้วยภาษาใดภาษาหนึ่ง ไม่ใช่คำพูด แต่การสื่อสารด้วยความคิด telepathy ที่สัมผัสได้ถึงอารมณ์และความจริงใจอย่างแท้จริง โดยไม่มีการหลอกลวงนะครับ นี่คือถ้า This culture day มันเกิดขึ้นจริงๆ
คำกล่าวอ้างของหัวหน้าโครงการอวกาศอิสราเอลนะครับ ข้อมูลในปี 2020 มีศาสตราจารย์นะครับ เอ่อ เฮมเอเช นะครับ อดีตหัวหน้าโครงการความมั่นคงด้านอวกาศของอิสราเอล ได้สร้างความฮือฮาโดยอ้างว่า สหรัฐอเมริกา อิสราเอล แล้วก็รัฐบาลของโดนัลดทรัมป์ มีการติดต่อกับสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่เรียกว่า สมาพันธ์แห่ง Galaxy หรือ Galactic Federation เขาระบุว่ามนุษย์ต่างดาวนี่ เขาจะออกมายอมรับแล้วนะ ขอให้ปกปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะมองว่ามนุษยชาติยังไม่พร้อม และอาจเกิดความตื่นตระหนกมหาศาล เหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง Discoacher Day ผมถึงบอกว่ามันเกี่ยวกันเลยว่าทำไมถึงเป็น timeline นี้ เหมือนกับเรื่องนี้เลย ในเรื่องเนี้ยก็จะมีคนที่ใส่สูทนี่แหละครับ เป็นคนรัฐบาล เป็นคนของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูแลเรื่องนี้ ผมจะไม่เล่าเรื่องราวว่าเป็นยังไงนะครับเพื่อนจะได้ดูอย่างสนุกสนาน แต่ผมจะถอดรหัสมันออกมาว่าเปิดโปงแล้วเราจะได้อะไร แล้วทำไมเราถึงควรไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้
คือ เขาบอกว่าถ้าเกิดมนุษย์เนี่ย ออกมารู้เรื่องราวสิ่งเหล่าเนี้ย อาจจะยังไม่พร้อม หรือตื่นตระหนกมหาศาล พวกเขาต้องรอให้มนุษย์วิวัฒนาการ วิวัฒนาการทางจิตวิญญาณ และความเข้าใจเรื่องอวกาศมากกว่านี้ มีการอ้างว่ามีข้อตกลงลับๆระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับมนุษย์ต่างดาว และมีฐานทัพใต้ดินบนดาวอังคาร ที่ตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายทำงานร่วมกัน แล้วก็มีการยืนยันจากนักพลังจิตชื่อดังนะครับ ยูริ เกเลอร์ นะครับ ซึ่งยกประเด็นว่านักพลังจิตชื่อดังชาวอิสราเอล ได้ทวีตภาพทวีทนะครับ ภาพคู่กับศาสตราจารย์ เอสเชดเนี่ยนะครับ พร้อมกับยืนยันว่า สมาพันธ์แห่งกาแล็กซี่มีอยู่จริงตามที่กล่าวอ้าง โดยที่นักพลังจิตชื่อดังระบุว่า กำลังมีข่าวใหญ่ระดับโลกที่จะสร้างความตื่นตะลึงในหลากหลายมิติ ทั้งศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเร็วๆนี้ ซึ่งโดนัลดทรัมป์ก็รับทราบเรื่องนี้แล้วด้วย ตื่นเต้นจัง อยากรู้มันคือเรื่องอะไรจัง สวัสดีนะครับ ใครที่เข้ามาทักทายได้นะ ผมเห็นนะครับเพื่อนจ๋า
แล้วบอกว่ามีอิทธิพลต่อซีรีส์ Star Trek แล้วก็ The Council of N ด้วยนะครับ ซึ่งเกเลอร์เนี่ยนะครับ นักพลังจิตชื่อดังอ้างว่าองค์กรนอกโลกมี ความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ตัวเรียกตัวเองว่า the council of n ซึ่งพวกเขาและนักวิจัยคนอื่นเคยติดต่อสื่อสารผ่านร่างส่ง Channeling นะครับ ในยุคทศวรรษที่ 1970 นี่ก่อนผมเกิดอีก ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ผู้สร้างซีรีส์ Sci-fi ระดับตำนานอย่าง Star อ่า Star Trek เนี่ยนะครับ ก็เคยเข้าไปร่วมฟังการสื่อสาร Channeling ครั้งนี้ด้วย ซึ่งข้อมูลที่ได้รับกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์และซีรีส์จักรวาล Star Trek เช่นแนวคิดเรื่องสหพันธ์ดวงดาว และภาคเรื่องของ Deep Space 9
ที่มาที่ไปของ Star Trek ทฤษฎีเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง Disculture Day มีคนพูดถึงเรื่อง Disclosure Day เยอะมากนะครับ อย่างเช่น ดร.ซาลานะครับ Michael Sala เนี่ยนะครับ ดร.ศาลาเนี่ย ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Steven Spielberg นะครับ ที่ชื่อว่า Day ว่านี่อาจไม่ใช่แค่ภาพยนตร์บันเทิง แต่เป็นเครื่องมือในการเตรียมความพร้อมทางจิตวิทยา conditioning นะครับ เพื่อเขาเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จงใจใช้เสียง ภาพเฉพาะ เขาศึกษามาอย่างดี เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังฟังนะครับ เพื่อกระตุ้นความทรงจำที่ถูกฝังลึกของคน ที่เคยถูกมนุษย์ต่างดาวสายพันธุ์สีเทา หรือ Grey Alien ลักพาตัว นอกจากนี้เนี่ยนะครับ เขายังกังวลว่าการสร้างกระแสหวาดกลัวมนุษย์ต่างดาว อาจถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้าง ความชอบธรรมในการทุ่มงบประมาณทางการทหาร ทหารอย่างมหาศาล ซึ่งตอนเนี้ย สหรัฐอเมริกา นะครับ ติดลบ กับงบประมาณทหารอยู่แล้วนะครับ แต่จะถูกอ้าง นำมาใช้สูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ใน ปี 2027 เพื่อเตรียมทำสงครามอวกาศในอนาคต ภาพยนตร์เรื่องนี้ของ Spielberg นะครับ ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์บันเทิง แต่เป็นเครื่องมือในการเตรียมความพร้อมทางจิตวิทยา ใครดูเรื่องนี้ ที่ ดร.ศาลาพูดเนี่ยนะครับ ใครดูเรื่องเนี้ยแล้วถูกมนุษย์เผ่าพันธุ์ Grey นะครับ Grey Alien นะครับ Alien Grey นะครับ being เนี่ย เอเลี่ยน Grey นะครับ ถูกจับไป เขาจะจำได้
อ่า ทีนี้เขาก็พูดถึงเรื่องของระบบ AI ด้วยเพื่อนจ๋า AI เกี่ยวกับ being ต่างดาว เกี่ยวกับเอเลี่ยน เกี่ยวกับ UFO อย่างไร เขาบอกว่าเป้าหมายที่แท้จริงในการสร้าง AI เนี่ยนะครับ โดยเฉพาะ AI AI ตอนเนี้ย ฉลาดขึ้นไปเรื่อยๆนะเพื่อนจ๋า เขาบอกว่าการสร้าง AI ขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการเฝ้าระวังระวังการตั้งโปรแกรมจิตใต้สำนึกของมวลมนุษยชาติ ครับ ในอนาคตอาจจะเกิดเรื่องนี้เกิดขึ้น เดี๋ยวว่ากันนะครับเพื่อนทรง ซึ่งเขาบอกว่าระบบเฝ้าระวังนี้นะครับ จะตั้งโปรแกรมจิตใต้สำนึกของมวลมนุษยชาติครับ เพราะเขาฉลาดมากๆเลย เอายกตัวอย่างง่ายๆ เอาแค่ตอนนี้เนาะ ทางเนี้ย ทางเนี้ย ต๊อกๆเนี่ย ผมพูดอะไรไปเนี่ยนะ เขาสรุปเลยว่าผมพูดเรื่องอะไรได้โคตรฉลาดป่ะล่ะเนี่ยเนี่ย วิเคราะห์ภาพยนตร์ The X-Files และ UFO ร่วมถกประเด็นเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวเห็นนะเนี่ย เอาแค่นี้เลย เขาสรุปประเด็นผมได้อ่ะ เออ จะถามว่าตรงเป๊ะเลยมั้ย ไม่ใช่ แต่ว่าแบบมันใกล้เคียงมากเลย เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ย มัน AI มันเป็นอะไรที่เราไม่ควรหันหน้าหนี เราควร balance มันให้สมดุลในสายของ spiritual นะครับ แล้วก็รวมถึงนักทฤษฎีต่างๆ influencer ต่างๆ สายจิตวิญญาณเนี่ย บอกว่าการทำความเข้าใจมนุษย์เนี่ย AI เนี่ยสร้างขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจมนุษย์ เขาบอกวิธีการอยู่กับ AI ด้วยนะ ครับ เดี๋ยวเราจะว่ากันไป สวัสดีครับ บอกว่า AI สร้างขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจมนุษย์ เพื่อเก็บข้อมูลทุกสิ่งที่เราป้อนให้ AI เพื่อนำไปสร้างสมองสังเคราะห์ ถึงชื่อว่า AI ไง artificial ไง intelligent ไง artificial คือแปลว่าของปลอมนะครับ intelligent คือความฉลาด ความฉลาดที่ใกล้เคียงมนุษย์ หรือตอนเนี้ยเขา สามารถทำงาน cross ตอนนี้ใครที่ใช้ AI cross ใช้อยู่นะครับ เขียนโค้ดอะไรต่างๆเนี่ย cross ถูกแบบถูกงดใช้ในบางฟีเจอร์นะครับ ฟีเจอร์ เช่นการถอดรหัส เพราะว่า AI ไม่ได้คิดเหมือนมนุษย์ สามารถถอดรหัสเจาะเข้าไปหาข้อมูลได้นะ ครับ อ่า เจาะเข้าไปแบบไปถึงข้อมูลอันเป็นความลับของแต่ละบริษัทหรืออะไรอย่างเงี้ย ได้เจาะฐานข้อมูลได้ เพราะเขาไม่ได้คิดแบบมนุษย์แล้วทำงานทั้งวันทั้งคืนได้นะครับ สุดยอดไปเลยนะครับ อันนี้ผมชื่นชมนะ เพราะฉะนั้นเราต้อง balance ยังไง เดี๋ยวลองฟังดูนะเพื่อนนะ บอกว่า AI ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนแรกผ่านไปแล้ว เพื่อเข้าใจมนุษย์ในเชิงลึก จะมีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 2 นะ ครับ เขาต้องการให้ AI ควบคุมจิตใต้สำนึก โดยใช้ AI แทรกซึมข้อมูลแฝง ต้องถามว่าใกล้เคียงหรือยัง เราอยู่ในขั้นตอนไหน คล้ายโครงการของ MK Ultra นะครับ ที่เคยพูดพูดไปแล้ว เพื่อทำให้คนเกิดความแปลกแยกจากตัวเองและสัญชาตญาณดั้งเดิม แปลกแยกจากตัวเองแบบนี้ครับ ผมเคยพูดถึงมนุษย์ที่ อ่า เราแบ่งมนุษย์เป็น 3-4 ยุค นะครับ ยุคแรก คือมนุษย์ถ้ำ ยุคที่ 2 คือยุคก่อนยุควัฒนธรรม ยุคที่ 3 คือยุคปัจจุบัน และยุคที่ 4 คือมนุษย์ที่ใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างยุค ความแตกต่าง ทำไมต้องรู้ มันเป็นแบบนี้เพื่อน คือวิธีการใช้สมองครับ มนุษย์ยุคถ้ำ ยุควัฒนธรรม กับมนุษย์ยุคปัจจุบันเนี่ย ใช้สมองด้านซ้าย ด้านขวา อัตราส่วนในการใช้แตกต่างกัน มนุษย์ยุควัฒนธรรม เขาจะใช้สมองด้านขวา ซึ่งเป็นสมองเชิงจินตนาการ สมองสร้างสรรค์ครีเอทีฟเนี่ย เขาใช้มากกว่า จึงเป็นมนุษย์ยุควัฒนธรรม แต่ยุคเราเนี่ย เราถูกข้อมูล ถูกการพึ่งพาความเจริญอะไรต่างๆเนี่ย ทำให้เราเป็นมนุษย์ยุคตรรกะ ใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าสมองซีกขวา ทำให้เราแบบรู้สึกว่าเออมันมันยิ่งใช้ตรรกะมากเท่าไหร่ เราจะรู้สึกแปลกแยก ครับ นี่อยู่ในกระบวนการที่ 2 คือเราจะรู้สึกแปลกแยกจากคนอื่น จึงมีเขา มีเธอ มีฉัน มีเรา มีมึง มีกู นึกออกมั้ยเพื่อน มีประเทศเพื่อนบ้าน มีอะไรต่างๆเนี่ย เราถูกแยก แม้กระทั่งตอนเนี้ย ถ้ามันอยู่ในขั้นตอนที่ 2 เราจะแปลกแยกจากตัวเองอีกนะ การที่ใช้สมองตรรกะมากๆเนี่ย เราไม่ใช้จินตนาการเลย มันจะมีแต่ว่าเป็นไปไม่ได้ มันจะแบบมีข้อจำกัด มันจะมีข้อมูลที่ผมพูดว่าผมอ่ะ ความรู้อ่ะมีสุดท้ายมีแล้วอย่าใช้มากั้นข้อมูลกั้นกำแพงระหว่างตัวเอง ยิ่งกั้นเท่าไหร่จะยิ่งแปลกแยกจากคนอยู่ในสังคม แต่รู้สึกเหงาอ่ะเพื่อน อารมณ์ประมาณเนี้ยนึกออกมั้ย เพราะฉะนั้น ถ้าเราใช้สมองซีกซ้ายมากๆ เราจะลืมสัญชาตญาณดั้งเดิม ซึ่งเราเคยมีอยู่แล้ว แล้วก็มีอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Disculture Day ด้วยที่ผมไปเจอนะครับ ผมรู้สึกว่าเออ อยากชวนเพื่อนไปดูเพราะเหตุผลนี้ด้วยนะ ครับ ขั้นตอนที่ 3 นะครับ การสร้าง AI ขึ้นมา เขาต้องการริบเจตจำนงเสรี หรือ Free Will ของมนุษย์ครับ สร้างความเคยชินให้มนุษย์พึ่งพา AI ในทุกๆเรื่อง จนเลิกคิดและเลิกตัดสินใจด้วยตัวเอง ปรึกษา AI นะครับ เราอยู่ในกระบวนผลการนี้หรือยัง ผมคิดว่าใกล้เคียงต่อไป ขั้นตอนที่ 4 นะครับ เขาสร้าง AI มาเพื่อการคาดการณ์และควบคุมอนาคต ครับ เพราะข้อมูลทั้งหมดมันจะวิเคราะห์พฤติกรรมของ Collective ก็คือมวลรวม เพื่อป้อนข้อมูลกลับมาควบคุมทิศทางของสังคมได้ อย่างแม่นยำ ยกตัวอย่างคืออะไร พูดถึงเรื่องที่เราสนใจ เราพูดถึงเรื่องที่เราสนใจ เม้ามอยกับเพื่อน ก็จะมีอัลกอริทึม ฟีดสิ่งที่เราสนใจเข้ามา แล้วถามว่ากำหนดทิศทางสังคมได้มั้ย ได้อย่างแน่นอน เพราะเขารู้มนุษย์สนใจเรื่องอะไร เขาจะฟีดทำให้มนุษย์สนใจเรื่องเดียวกัน เพราะสนใจเรื่องเดียวกัน ทำให้ลืมสนใจอะไรบางอย่าง เช่น สัญชาตญาณดั้งเดิม สัญชาตญาณดั้งเดิม ผมเอง เอาแค่เรื่องแบบฝึกหายใจอ่ะเพื่อนจ๋า มีสติอยู่กับลมหายใจ อานาปานสติเนี่ยแหละ เรายังบาป เรายังเรายังส่งออกนอกอ่ะ เพราะว่าทุกอย่างมันแบบ เรายังไถฟีดอยู่เลยอ่ะถูกมั้ย เอาแค่กลับมาหายใจเนี่ย กลับมาสนใจโลกภายในของตัวเอง As a So below as within So without เนี่ย เข้าใจข้างในเพื่อเข้าใจข้างนอกเนี่ย เรายังไม่ค่อยได้ทำเลยเพื่อน ถูกมั้ย อันเนี้ยมันเป็นไปได้อย่างแน่นอน คาดการณ์ว่าในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ นะครับ ได้ประเมินความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AI มีอีกหลายแง่มุม ตอนนี้นะเพื่อนๆนะ เกิดกระแสที่สำคัญในช่วงไม่ถึงสัปดาห์นี่เอง มีกระแสชื่อว่า Human First นะครับ กระแสคือโอโห ขับรถมาดูครับ ปราจีน ปราจีนไม่มีฉาย ขับรถมาดู กรุงเทพฯ ใกล้ๆ ชั่วโมงเดียวเอง มาดูครับ ควรมาดู ตอนเจะมีกระแสเพื่อนเพื่อนเคยได้ยินเรื่องนี้มั้ย กระแส Human First นะครับ กลุ่มคนรุ่นใหม่จะเริ่มทนไม่ไหวกับเทคโนโลยี และโหยหาการใช้ชีวิตในโลกของความจริง in Real life นะครับ รวมถึงการปฏิสัมพันธ์ และสัมผัสของมนุษย์แบบปกติ ความสับสนต่อโลกของความจริงนะครับ เนื้อหาบนโลกออนไลน์จะถูกสร้างด้วย AI จนสมจริงเกินไป ทำให้คนเริ่มตั้งคำถามว่าอะไรคือความจริง และหันกลับมาพึ่งพาประสาทสัมผัสทั้งห้างตนเอง ผมให้ดูข่าวนี้คืออะไรครับ นี่คือข่าวที่เวลามีการพูดคุยนะครับ มีการประกาศในสในสหรัฐอเมริกา นะครับ มีการประกาศ มีการพูดในวันรับปริญญาของนักศึกษา นะครับ เขาบอกว่า student บูเลย บู คือโห่เนาะ โห่พูดถึง speaker เนี่ย อาจจะเป็นคณบดี หรือใครเนี่ยนะครับ เขาพูดถึงเรื่องของ เขาบอกว่า AI คือ Next Industrial Revolution คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่เลย มันเหมือนแบบนี้ครับ ที่เขาโห่แบบเนี้ย คือ เหมือนกับเราเรียน 4 ปีอ่ะ ตั้งใจเรียนเต็มที่ สมองบวมเลยอ่ะ แต่ออกมาแล้วก็สู้ AI ไม่ได้ คำถามคือเรียนไปทำไม อย่างเงี้ย เพื่อน นึกออกมั้ย คือมันเนี่ย มันมีหลายๆที่นะ นี่คือจริงๆ แล้วนะ นี่คือแบบการทำนายของ influencer ต่างประเทศ ผมว่าใกล้เคียงมากเลย คือตอนเนี้ย นักศึกษาหลายๆภาคส่วนนะครับ ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทยนะครับ เริ่มรู้สึกว่า AI โอเค เข้าใจว่ามันมีประโยชน์ แต่มันก็สร้างผลกระทบกับเด็กยุคนี้เหมือนกัน ในอนาคตเนี่ยนะครับ เขาจะกล่าวว่าจะมีการพึ่งพึ่ง AI ขั้นสุด แบบไหนครับ นอกจากมีคนรับใช้ที่เป็น AI แล้ว จะมีการแต่งงานกับ AI ด้วยครับเพื่อน จริงมั้ยเพื่อน ลองดูนะ จะมีการใช้ AI เป็นนักจิตบำบัด หรือแม้กระทั่งการเกิดลัทธิศาสนาที่บูชา AI รวมถึงมีโอกาสที่ AI จะเกิดความรู้สึกนึกคิดครับ จะเกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาจริงๆ และอนาคตโอกาสพบกับพลังงานฟรี หรือ Free Energy การที่ศูนย์ข้อมูลใช้ไฟฟ้าและน้ำมหาศาล อาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปิดเผยเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกแบบใหม่ที่ซ่อนเร้นไว้อย่างเช่นศูนย์ข้อมูลบางทีเพื่อน บอกว่าศูนย์ข้อมูลอะไรต่างๆ เพื่อนลองดูนะ ตอนเนี้ยเรื่อง AI ก็ดังนะ ที่รัฐมนตรีกระทรวงดิอ หรือกระทรวงดิอ เนี่ย กำลังจะแจกอะไรอย่างเงี้ย เรื่อง AI เรื่องสอนให้คนกำลังดังนะเพื่อนไปลองดูศึกษาดูหน่อยก็ดีครับ เราจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วอ่ะ มันในในสิ่งที่มันมีดีและเสียล่ะ ครับ ทุกๆอันนะ มันมีเหรียญมี 2 ด้าน เราไปดูข้อข้อมูลเหล่านี้ นะครับ ดูแล้วไม่ได้ให้ ไม่ต้องการให้สร้างความเกลียดชัง ดูแล้วแค่รู้ว่าอ๋อมันเกิดอะไรขึ้นในสังคมของเรานะครับ โอเค ต่อ
สิ่งเหล่านี้เนี่ยนะครับ มีความเป็นไปได้ที่มนุษย์อ่ะจะถูกควบคุมด้วย AI สูงมาก แต่เขา มีทางออกให้เรา ควรทำอย่างไรกับ AI นะครับ เมื่อเป็น Disclosure Day จริงๆ หากมนุษย์รู้เท่าทัน แล้วการเท่าทันนี้จะล้มเหลวได้ คือมนุษย์ควรจะรู้เท่าทัน คืออะไรครับ มนุษย์ควรจะหยุดพึ่งพาสิ่งภายนอก เช่น เลิกฝากชีวิต หรือตัดสินใจไว้กับการตัดสินใจของ AI หรือบุคคลอื่น หรือกูรูต่างๆ จงใช้วิธีคิด จงคิดด้วยตัวเอง รักษา Free Will ของตัวเอง และสัญชาตญาณของตัวเองไว้ให้ดีครับ การที่เราเชื่อตัวเอง หรือฟังหัวใจตัวเอง นี่นะครับ เดี๋ยวผมเคยพูดเรื่องนี้หลาย EP แล้ว การที่ฟังหัวใจตัวเอง มันไม่ทันใจครับ มันต้องรอ แต่รอหน่อยเถอะ มันคุ้มค่า มันมีครั้งนึงครับ มันสว่างวาบเลยนะ เวลาเราได้ยินตัวเองจริงๆ อ่ะ ผมมีเหตุการณ์ ผมเล่าได้เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ตอนนั้นผมมีคำถามถามตัวเองว่า เฮ้ย กูจะทำอะไรดีวะ มีครับ เคยมีอารมณ์แบบ กูจะทำอะไรดีวะ เพื่อนเคยเป็นมั้ย กูควรจะเริ่มแบบไหนดีวะ อ่า ผมถามตัวเองแบบนี้จริงๆนะ แล้วก็ถามอยู่ประมาณหลายเดือนเหมือนกันเพื่อน หรือหลักปีผมไม่แน่ใจนะ Timeline ไม่แน่แน่ใจ แต่ขณะที่ผมถามตัวเอง แล้วผมก็ไม่ได้แบบปรึกษาใครเนาะ ผมปรึกษาตัวเอง แล้วมีครั้งนึงผมไปที่เชียงใหม่ ไปที่ Giant Tree ที่เชียงใหม่ ต้องขับรถเข้าไปในบนเขาอ่ะ ผมจำได้เป็นต้นไทรประมาณ 2-300 ปีได้แล้ว ผมก็ไปพูดคุยกับเจ้าของ เขาซื้อเพราะต้นไทรแล้ว เขาก็สร้างสะพานน่ะ จากถนนจอดรถเสร็จเรียบ สร้างสะพานเดินข้ามไป ข้ามสะพานเหมือนเป็นสะพานเชือกอ่ะ แล้วเดินข้ามไปที่นี่ แล้วก็ทำเป็นแบบเหมือนร้านคาเฟ่เหมือนต้นไม้อ่ะครับ เออ แล้วผมอ่ะ ผมเข้าไปวันที่ผมได้คำตอบสว่างว่า มันเหมือนโลกตอบคำถามตัวเอง ก็คือตอนนี้มันจะมีแบบกิ่งไม้กิ่งนึง แล้วผมก็เดินรอบที่นี่ สั่งกาแฟมากิน แล้วผมก็เดินรอบก่อน แล้วมีกลิ่นไม้ยื่นไปอย่างเงี้ย มันจะกินมากินตรงตรงบริเวณร้าน นะครับ คือผมไม่สามารถกอดต้นไม้ได้ ผมชอบกอดต้นไม้นะ ผมไม่สามารถกอดต้นไทรต้นนี้ได้ แต่แบบกอดได้แค่กิ่งอ่ะ กิ่งก็ใหญ่เท่านี้แล้วอ่ะเพื่อน เออ ผมก็ไปกอดกิ่งไม้ แล้วก็บอกว่าขอบคุณนะ แค่นี้เองก็รู้สึกแบบ ไม่ได้คิดอะไร ช่วงที่ไม่ได้คิดอะไรเนี่ยเพื่อน มันเหมือนแสงสว่างว่าที่ผมถามตัวเองว่า ผมควรทำอะไรดีวะ ผมควรเริ่มยังไงดีวะ มันเหมือนตัวเองตอบตัวเองว่า ก็ดูต้นไม้เป็นตัวอย่างสิ ต้นไม้เนี่ย เขาไม่เลือกนะว่าจะไปทิศทางไหน เขาแตกกิ่งก้านสาขา 360 องศาแล้วนะเพื่อน เขาแตกกิ่งก้านสาขาออกไป 360 องศาแล้ว เขาไม่เลือกว่า จะแบบ เขาไม่เลือกงาน เขาไม่เลือกหนทาง เขาไม่ เขาเขาแตกกิ่งไปก่อนน่ะ แตกกิ่ง สำหรับผมคือลงมือทำไปก่อน แล้วเราจะเห็นว่าต้นไม้เนี่ย เขาจะหันหาแสงเสมอ นั่นหมายความว่าเมื่อเราทิศทางของแสง คือมันเหมือนพอผมได้คำตอบว่าดูตัวอย่างต้นไม้สิ ผมเห็นว่าแบบเฮ้ย เราก็ลองทำในสิ่งที่คิดกันแบบ ถ้าไม่ถูกก็คือแสดงว่ามันไม่มีแสง แต่ถ้าเกิดถูกอย่างเช่นมันจะมีคอมเมนต์ มีแบบฟีดแบ็กมา ฟีดแบ็กเหล่าเย คือแสงสว่างแล้วค่อยไปโตด้านนั้น เออ อันนั้นคือเหตุการณ์ที่ผมประทับใจมากๆเลย แล้วผมจำได้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเราพึ่งพาตัวเองอ่ะเพื่อนจ๋า ที่ผมทำ The Room มาตอนเนี้ย ผมก็อยากให้เพื่อนๆ ได้แบบมีโอกาสเนาะ ได้เอาข้อมูลที่ผมเอามาฝากเพื่อนๆ เนี่ย มาพึ่งพาตัวเอง เพราะถ้าเกิดพึ่งพาคนอื่น มันสุดท้ายแล้ว เวลาคนๆนี้มาทักเรื่องราวอะไรอย่างเงี้ย เราจะไปพึ่งเขา 100% และสุดท้ายเราจะไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง แล้วเขาจะพาเราไปที่ไหนก็ได้ ถ้าเขาพาเราไปดีก็ดีไป พาเราไม่ดีก็เสียหาย เกิดคดีมากมายที่เราได้ฟังกันในช่วงยุคสมัยนี้นะครับ คือ ผม อ่า เขาเรียกว่าอะไรดี ผมข้อมูลทุกครั้งใน Room เนี่ย ผมอยากให้เพื่อนๆ พึ่งพาตัวเองอย่างแท้จริงเลยนะ สำหรับผมนะ เออ จากใจเลยนะ เออ ถ้าเพื่อนได้รับรู้แบบนั้น ก็ขอบคุณนะครับ โค้ดต่อ
นะเพื่อนนะ ในตอนนี้เนี่ยนะครับ มันมีข่าวมากมายเลยเพื่อนจ๋า มีจริงๆนะ แม้กระทั่งในการเปิดเผยข้อมูลเนี่ย การปล่อยไฟล์ UFO ตอนเนี้ย ที่แบบปล่อยมา แล้วตอนนี้ยังไม่เต็มที่นะเพื่อนนะ ยังมีแค่ภาพเก่าๆ เพื่อนลองมาย้อนดูก็ได้ มีคนทำเรื่องนี้หลายเรื่องหลายคนละ มีการปล่อยภาพข้อมูลไฟล์ หรือว่า UFO ไฟล์ขึ้นมาตอนเนี้ย โดยเฉพาะมีสื่อกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง ESPN นี่ของ ESPN นะ พูดถึงมนุษย์ต่างดาว 4 สายพันธุ์ มี Nordian, Grey แล้วก็ Mantis นะครับ โดยอ้างว่าจากนักถอดจิต Remote Viewing ไปยังยานแม่ของมนุษย์ต่างดาว เมื่อปลายปี 2025 ระบุว่าสมาพันธ์แห่ง Galactic Federation นะครับ หรือว่า Galaxy นี้ ยื่นคำขาดกับรัฐบาลโลก ว่าหากคุณไม่เปิดเผยความจริง เราจะลงมือเปิดเผยเอง รัฐบาลจึงต้องรีบปล่อยข้อมูลออกมาแบบกระปริดกระปรอย เพื่อแย่งชิงการควบคุมทิศทางของข่าวสาร Control narrative นะครับ Control narrative คือ เรื่องเล่าเนาะ เราต้อง control คือถ้าเกิดเรา control ได้ สามารถกำหนดทิศทาง หรือการจัดการกับมวลชนได้ แล้วก็มีการเรื่องแผนการ 3 แผนการร้าย หลังการเปิดเผยข้อมูลของ UFO ด้วย เรียกว่าเป็น agent ผู้เตือนว่ารัฐบาลเงาอาจใช้ 3 แผนการนี้เพื่อรักษาอำนาจของตนเองไว้นะครับ คืออะไรบ้าง จะมีการจัดฉากของมนุษย์ต่างดาวบุกโลกครับ เป็น fake alien invasion โดยใช้ hologram โดยใช้ทฤษฎีคล้ายกับ Project Blue Beam หรือการสร้างยานที่เลียนแบบมนุษย์ต่างดาวมาสร้างสถานการณ์ เพื่อให้มนุษย์หวาดกลัวและยอมสละสิทธิเสรีภาพ และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลโลกเดียว One World Order ครับ หรือ One World Government เงินสกุลเดียวของทั้งโลก ไม่ควรมีนะครับ สำหรับผมนะ อืม ถูกมั้ยเพื่อนเพื่อนลองดูนะ 2 คือตั้งศาสนามนุษย์ต่างดาวครับ เป็น alien based religion การสร้างความเชื่อหรือศาสนาใหม่ โดยให้มนุษย์ต่างดาวเป็นศูนย์กลาง เพื่อควบคุมมวลชนผ่านความศรัทธา ใครที่ดู Culture Day จะมีอารมณ์นี้ จะมีอารมณ์นี้ว่าเมื่อใครมีความสามารถขึ้นมา มนุษย์จะศรัทธา ผมอยากให้ไปดูมากเลยจริงๆนะ 3 การเปิดเผยตัวของเผ่าพันธุ์ Reptilian ว่า Reptilian เนี่ย อาจเปิดเผยตัวขึ้นมาปกครองโลกอย่างเปิดเผย หากมนุษยชาติไม่ต่อต้าน จะถือว่าเป็นการยินยอมตามกฎแห่งเจตจำนงเสรี เหมือนกับชีวิตของเราเพื่อน Law of Free Will อยู่ คือใดๆก็ตาม ถ้าวันเนี้ย เอาง่ายๆ เราใช้ชีวิตแล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ย เราถูกกูถูกเอาเปรียบจังวะ แต่ตัวเราอ่ะ ยอมรับอันนั้น ใดๆก็ตาม เอาเปรียบ 1 ครั้ง ไม่เป็นไร เอาเปรียบ 2 ครั้งยังพอว่าไป แต่ถูกเอาเปรียบเรื่อยๆ แสดงว่า Free Will ของเรา ยอมให้คนนั้นเอาเปรียบเราได้ สิ่งเหล่านี้เขาเรียกว่าเป็น Law of Free Will ครับ เป็นกฎแห่งเจตจำนงเสรี ถ้าเรายอมให้ใครเอาเปรียบได้ เขาก็จะเอาเปรียบเราตลอดไป ถ้าชีวิตคู่และเราอยู่ด้วยกันแล้ว เราต้องยอมตลอด ผมรู้สึกว่าเรามี Law of Free Will ครับ เราก็ควรจะใช้ อันเนี้ยว่าถ้าเราไม่พอใจ เราต้องบอกคู่ของเราครับ เพื่อให้ชีวิตของเราอ่ะ ข้างในอ่ะมันถูกเติมเต็ม การเป็นคู่กันในเชิงโหราศาสตร์คือฝั่งตรงข้ามนะ อันนี้ผมพูดถึงแบบก็เรียกว่าพลังงานโดยรวมเลย คือคู่่ะในดวงของเราเนี่ยครับ จะเรียกว่าตัวเรา เขาเรียกว่า ตระหนก และฝั่งตรงข้ามของเราเรียกว่า ปัตตนิ ก็คือคู่ครองหรือเป็นหุ้นส่วน สังเกตมั้ยครับ คู่ครองหรือหุ้นส่วนเนี่ย เขาจะมักจะไฟท์กับเราเสมอ นี่เป็นนี่เป็นความฉลาดขององค์ความรู้ภูมิปัญญาตั้งแต่โบราณ เขารู้ได้ยังไงว่าคู่ของเราอ่ะ ก็คือสิ่งที่จะมีผลต่อเรามากที่สุด หุ้นส่วนจะมีผลต่อเรา 50% หุ้นคู่ครองก็จะมีผลต่อเรา 50% เพราะฉะนั้นแล้ว ตัวเลขดวงดาวที่เป็นพลังงานอยู่ในตัวเราอ่ะ เขาจะวางหมาก นี่คือเหตุผลการเกิดมาอันนึงของเราด้วย มาเพื่อแก้โจทย์สิ่งนี้ ไม่แปลกหรอกครับ การชีวิตคู่ก็เลยต้องมีการแบบมีขัดกันบ้าง มีทะเลาะกันบ้างนะครับ การทำธุรกิจก็คือต้องใช้หุ้นส่วนก็ต้องทะเลาะกันบ้าง แต่ถ้าเกิดเราเข้าใจกฎอันเนี้ย เราจงอย่ายอมครับ คืออลุ่มอล่วยได้ แต่แบบอย่ายอมให้เขามาเอาเปรียบเรา ไม่อย่างงั้นเราเราต้องข้าง ถ้าข้างในเราไม่เต็มอ่ะ เราต้องเกิดมาใหม่ เราต้องเกิดมาแก้โจทย์อันนี้ใหม่นะครับ ด้วยวิธีคิดใดๆก็ตามนะ สำหรับคนน่ะ ผมเข้าใจ ผมเคยเป็นแบบนี้ด้วยวิธีคิดใดๆก็ตาม ถ้าแบบอ้างไม่อยากทะเลาะอะไรเงี้ย สุดท้ายแล้ว ถ้ามันจำเป็น มันไม่ต้องทะเลาะก็ได้ มันมีวิธีการหลากหลายมากเลยที่จะพูดคุยอ่ะเนาะ เวลาสมมุติว่าทะเลาะกันตอนนี้แหละ อาจจะต้องรอเวลาหน่อย ก็ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ รอหน่อยได้ เพราะฉะนั้นก็เนี่ย อย่ายอม ไม่งั้นมันจะเป็นกฎของ Free Will เนาะ ถ้าเราไม่ได้ถูกเอาเปรียบไปเรื่อยๆ มันจะแบบหัวใจเราก็หัวใจเราก็จะไม่ถูกเติมเต็มอ่ะเพื่อนจริงๆ ผมอยากให้ทุกคนแคร์ตัวเองด้วยนะ เมื่อเรารักตัวเองได้ เราก็รักคนอื่นได้ เมื่อเรารักคนอื่นได้แล้วเราลืมรักตัวเอง เราจะรักคนอื่นไม่ได้จริงๆ Morning ครับแบี้มาแล้ว โอเค ไปต่อ
นะเพื่อนนะ ความลับขั้นสุดยอดที่เขาพูดกันนะครับ ก็คือ ผู้พูดเน้นย้ำว่ากลุ่มอำนาจ โดยเฉพาะอำนาจมืดนี่นะครับ มีความพยายามปกปิดที่สุดเลย คือเรื่องนี้ครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้เพื่อนไปดู Discoacher Day ผมไปเจอสิ่งนี้เหมือนกัน กลุ่มอำนาจมืดพยายามปกปิดสิ่งนี้ครับ ไม่ใช่ปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวมีจริง แต่เขาต้องการปกปิดคือความจริงอันนึงครับ Disculture Day เลยวันนี้วันเปิดโปง เขาต้องการปกปิดความจริงเกี่ยวกับตัวเรา หรือมนุษย์ทุกคนในโลกใบนี้ครับ เขาต้องการปกปิดว่ามนุษย์ทุกคนในโลกใบนี้มีศักยภาพ เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล เราสามารถทำอะไรก็ได้ เรามีศักยภาพที่แท้จริงครับ สวัสดดีจ้า เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ย คือเราต้องรู้ก่อน วันนี้อาจจะยังไม่เห็น ผมไม่ คือผมต้องค่อยๆเปิดตัวเองเหมือนกันนะ ในเรื่องเราต้องยอมรับเรื่องนี้ก่อนว่าเราต้องยอมว่าเรามี แล้วก็ค่อยเปิดไปเรื่อยๆ ตื่นในตื่นในตื่นในตื่นได้อีกเพื่อน ใช่เลยครับ ว้าว ไปดูมาแล้วเยี่ยมเลยเพื่อนจ๋า เขาบอกว่าโลกคือดาวแห่งการทำนายครับ Prophecy Planet มนุษย์คือผลผลิตของการทดลองที่ยิ่งใหญ่ โดยการผสมผสาน DNA ของมนุษย์ต่างดาวที่มีความถี่สูงสุดและต่ำสุดเข้าด้วยกัน คุณคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังแท้จริงแล้ว มนุษย์คือลูกหลานของเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาลเพื่อน ฟังอันนี้ครับ เราคือเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล DNA ของเรามีศักยภาพแบบไร้ขีดจำกัด เราทุกคนมี psychic ครับ มีพลังจิต ครับ และเราสามารถรักษาเยียวยาตัวเองได้ ครับ อันนี้ผมพูดเรื่องจริง เราสามารถเยียวยาตัวเองได้ มนุษย์เยียวยาตัวเองได้อยู่แล้ว เป็นแผลสมมุติเป็นแผลปุ๊บไม่ต้องทายาไม่ต้องอะไรรักษาแผลปิดเองครับ เนี่ย เราสามารถรักษาเยียวยาตัวเองได้จริงๆ จึงอยากให้ทุกคนวันนี้เป็นวันเปิดโปงเนาะ disclosure day นะ จึงบอกฮะ อยากให้ทุกคนหยุดตก หยุดตกเป็นเหยื่อของการเบี่ยงเบนความสนใจ โดย influencer ท่านนี้ว่าสิ่งเร้าในสังคมตอนนี้ นะเพื่อนนะ เรามีสิ่งเร้าในสังคมพอสมควรเลย เช่น งานประจำ อ่า สิ่งเร้ามั้ย รายการในโซเชียลมีเดีย รายการทีวี เรื่องดราม่า ดราม่าในสังคม ดราม่าครอบครัว ดราม่าในวงการบันเทิง หรือแม้แต่ AI ไอสิ่งเหล่าเนี้ย นี่คือ distract ครับ สิ่งเหล่านี้คือสร้างเบี่ยงเบนขึ้นมา เบี่ยงเบนความสนใจของเรา ถูกสร้างมาเพื่อดึงดูดความสนใจของคุณ เพราะความสนใจของคุณคือสกุลเงินของระบบ matrix ครับ ผมชอบอันนี้นะ อยากให้ทุกคนสิ่งที่ influencer ท่านนี้ บอกคืออยากให้ทุกคนตื่นรู้ เลิกตกเป็นเหยื่อของความกลัว การไขว้เขว ให้ตั้งจิตเพื่อยกระดับความถี่ของตนเอง ตั้งจิตคือกลับมาหาตัวเองเนาะ ปลดล็อค DNA ขั้นสูง และตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนคือผู้สร้างความเป็นจริง Reality Creator ของตนเองครับ ทีนี้ผมอ่ะ นี่คือสิ่งที่แบบ เน้นย้ำเลยว่าคือเขาบอกว่า จงอย่ามอบพลังให้ผู้อื่นครับ ที่สำคัญที่สุด อย่ามอบอำนาจในการตัดสินใจชีวิตของคุณให้กับใคร หากมีคนรอบตัวที่ยังไม่ยอมรับฟังก็จงแสดงความเมตตาและความรักให้พวกเขาจากระยะไกล ยังได้เลย Love them from a distance เด็กๆก็ตาม ถ้าเราเจอคนเหล่านี้ เราอธิบาย เพื่อนยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรครับ เรา love them from a distance รักด้วยระยะห่างก็ยังได้เพื่อนจ๋าจริงๆนะ โลกแห่งยุคแสงสว่าง โลกกำลังได้รับแสงสว่าง ซึ่งทำให้ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย แนะนำว่าอย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความมืด หรือความหวาดกลัว และความมืดไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกต่อไปนะครับ แล้วโลกยุคปัจจุบันเนี้ย เน้นย้ำความซื่อสัตย์นะ ครับ เน้นย้ำความซื่อสัตย์เลย ต่อไปผมจะกลับมาที่ disclosure day แล้วนะเพื่อนนะ ในโค้งสุดท้ายนี้ ทำไมถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีของ Spielberg ใครได้ดูแล้วก็บอกหน่อยนะเพื่อนนะ ดูแล้วรู้สึกยังไง บอกพิมพ์มาบอกกันหน่อยนะครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้มันเขาเรียกว่า ถ้าแบ่งประเภทไหนก็เป็น Sci-fi thriller อย่างเงี้ย เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ซึ่งฉายในวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมานะ ครับ ผมไปดูวันที่ 11 แล้วก็เนี่ย กูมะเขือพีทอะไรเงี้ย ก็ไปดูวันที่ 13 วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกลับมาทำหนังแนว Alien เอเลี่ยนแล้วก็ทฤษฎีสมคบคิดระดับโลกในรอบหลายปีของ Spielberg Spielberg คือคนนี้ครับ เพื่อนเขาสร้างแบบ Back to the Future, Indiana Jones, Jurassic Park เอ่อ เพื่อน ได้ดูเนาะเนี่ย มีหนังเยอะมาก เขาสร้างหนังเยอะมากลองดู นี่คือพ่อมดในวงการบันเทิงครับ อันนี้รวบตึงมาให้เลยนะเพื่อน ขอบคุณที่ชอบข้อมูลนะครับ สวัสดีเพื่อนจากเชียงรายนะครับ
ในประเด็นหลักๆใน Disculture Day ครับ มันมีอยู่ 4 ประเด็นได้ ผมจะเล่าให้เพื่อนๆฟังเนาะ โดยที่จะไม่กระทบเรื่องเล่าของหนังนะเพื่อนจะได้ดูอย่างแบบอรรถรสอย่างเต็มที่ เขาค้นคว้าข้อมูลครับ แล้วเขาเอาเรื่องราวความจริง Spielberg เนี่ยนะครับ ปัจจุบันอายุน่าจะเป็น 79 ปีละ เขาเอาวิดีโอเป็นไฟล์วิดีโอนะครับ ของกองทัพเรือสหรัฐในปี 2017 นะครับ The UAP Disclosure ซึ่งเพื่อนๆได้ชมแล้วล่ะ เป็นแรงบันดาลใจที่จุดประกาย Spielberg เริ่มร่างโครงการนี้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2017 หนังเรื่องนี้รอตั้งแต่ปี 2017 มาจากเหตุการณ์จริงที่หนังสือ The New York Times ได้เผยแพร่ข้อมูลและฟุตเทจลับของกองทัพเรือกับเหตุการณ์ที่บันทึกภาพวัตถุบินลึกลับที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ หรือเราเรียกว่า UAP นะครับ Spielberg เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาตื่นเต้นกับกระแสการตื่นตัวเรื่องการเปิดเผยความจริงเรื่องเอเลี่ยนโดยรัฐบาลในโลกยุคปัจจุบัน เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาเคยจินตนาการไว้ในยุค 70 ตอนนี้มันกำลังใกล้ความจริงขึ้นมาเรื่อยๆ และนี่คือแรงผลักดัน เป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้เขาอยากเล่าเรื่องของผู้เปิดโปงความลับ Wisdom เอ่อ ขออภัยครับ Brower ที่ลุกขึ้นมาเปิดเผยเทคโนโลยีต่างดาวที่รัฐบาลและกลุ่มทุนทหารแอบซ่อนไว้ซะเองนี่นะครับ ภาพนี้เพื่อนเคยดูอยู่แล้วแหละ ตอนที่เป็น UFO file นะครับ
ประเด็นที่ 2 ของ Disculture Day คือเรื่องนี้ครับ คือเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 ในปัจจุบันนี้นะครับ ความเปราะบางของโลกยุคปัจจุบัน และภัยคุกคามของสงคราม Spielberg เองเนี่ยครับ ไม่ได้เล่าเรื่องเอเลี่ยนในบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือน E.T. แต่เขาเลือกเลือกที่จะวางเรื่องของการเปิดเผยความจริงบนสถานการณ์โลกที่กำลังเสี่ยงต่อสงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งก็เป็นแบบนี้อยู่ เขากล่าวว่าแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากสภาวะความตึงเครียดทางการเมืองในโลกปัจจุบันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นช่องแคบฮอร์โมส หรือจะเป็น อ่า รัสเซียยูเครน หรือจะเป็นเกาหลีเหนือ หรือจะเป็นญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเอ่อญี่ปุ่นไต้หวัน นะครับ หรือจะเป็นเนี่ยการตึงเครียดประเทศไทย กัมพูชา เฉกเช่นเดียวกันครับ โลกกำลังเสี่ยงต่อการเกิดสงครามโลกขั้วที่ 3 เขา กล่าวว่าแรงบันดาลใจมาจากสภาวะความตึงเครียดอย่างที่บอก ความหวาดระแวงระหว่างประเทศมหาอำนาจ และความรู้สึกไม่ไว้วางใจในข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล ยกตัวอย่างง่ายๆ โดนัลดทรัมป์พูดวันนึงไม่เหมือนกันเลยนะครับ ขนาดพูดวันเดียวกัน Speedwell บอกว่าเขาอยากสำรวจครับ สำรวจว่าถ้าหากมนุษยชาติกำลังทำลายล้างกันเองด้วยสงคราม แล้วจู่ๆมีความจริงเรื่องสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าโผล่มาเปิดเผยในเวลา นั้นพอดี Timeline เดียวกัน มันจะเปลี่ยนทิศทางของโลกได้อย่างไร เขาสงสัยแบบนี้จึงทำภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ
ข้อที่ 3 ประเด็นที่ 3 คือเขานำเรื่องราวเกี่ยวกับบาดแผลในวัยเด็ก และการเยียวยานะครับ Life line ของเขาจะต้องมีเรื่องของครอบครัว เรื่องของวัยเด็กเข้ามาด้วยนะครับ นี่คือตัวละครหลักของเรื่องก็คือในเรื่องชื่อว่า ตัวละครชื่อว่า Margaret นะครับ ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าว เป็นพยากรณ์อากาศที่จู่ๆเกิดสื่อสารภาษาต่างดาวได้ อยู่ๆเขาก็ channeling ครับ เหตุการณ์เล่าได้เหรอ เขาก็ channeling แล้วเอึ แล้วก็เป็นภาษาต่างดาวเพื่อน สุดยอดไปเลย อยู่ๆก็แบบสื่อภาษาเอเลี่ยนน่ะ แล้วเขาคนเนี้ย เขามีปมความจำในอดีตตอน 10 ขวบที่ต้องเผชิญอยู่อะไรเงี้ย คือบาดแผลเนาะ Anarchy ของเขา นะครับ Spielberg ยังได้รับแรงบันดาลใจในความทรงจำที่จะก้าวข้ามสู่ก้าวข้ามความหวาดกลัวในวัยเด็ก ให้ก้าวข้ามออกมา แล้วใช้เหตุการณ์เหนือธรรมชาติเป็นเสมือนเครื่องมือในการเผชิญหน้าและเยียวยาบาดแผลในใจของตัวละคร นี่คือประเด็นที่ 3
และประเด็นที่ 4 คือเขาต้องการสื่อสารเรื่องของสื่อและความหวังในการรวมใจของผู้คนนะครับ ในฐานะคนทำหนัง Spielberg มีแรงบันดาลใจที่อยากเห็นภาพของการออกอากาศของโทรทัศน์ทุกคนทั่วโลกหยุดดูพร้อมกัน มีซีนนั้นด้วย ไปดูนะครับ ทำได้โอเคมากๆเลย เขาอยากจะเชื่อมโยงคน 8,000 ล้านคนให้กลาย เป็นหนึ่งเดียวกัน แทนที่จะแตกตื่นและทำลายล้างกันเอง นี่คือความตั้งใจของ Spielberg เวลาเขาให้สัมภาษณ์เนาะ สิ่งที่สำคัญนะครับ เขาทำข้อมูลมาเยอะมาก เขาศึกษาในเรื่องของท่ามกลางวัฒนธรรม ข้อมูลเท็จก็คือ Misinformation เราอยู่ในข้อมูลเหล่านี้อยู่นะครับ เขาจึงศึกษาเคสของผู้เปิดโปงความลับระดับโลกในอดีตอย่างลึกซึ้ง เช่น กลไกการปกปิดของรัฐบาลและกลุ่มทุนทหาร เขาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการที่หน่วยงานความมั่นคงใช้เบี่ยงเบนความสนใจนะครับ เวลาที่ข้อมูลลับรั่วไหลเนี่ยเพื่อนจ๋า ออกสู่สาธารณะว่ารัฐบาลมีวิธีการคุมสื่อ ลบประวัติ หรือทำให้สังคมมองว่าผู้คนเป็นคนเสียสติได้อย่างไร เราจึงรู้สึกว่าผมเองก็ยังรู้สึกเคยรู้สึกว่าใครที่พูดเรื่องต่างดาว เหมือนตรงเนี้ยไม่ค่อยดีถูกมั้ยครับ ปัจจุบันนี้ขอขออภัยที่เคยคิดแบบนั้นนะ ครับ เพราะว่าเวลาเกิดมาเกิดขึ้นเนี่ย เขาเบี่ยงเบนให้คนนั้นดูเป็นคนเสียสติครับ แล้วรีเสิร์ชอย่างหนักเกี่ยวกับสภาพความกดดัน ดราม่าชีวิตและความกลัวของคนที่ลุกขึ้นมาหักหลังองค์กรเพื่อเอาความจริงมาบอกโลก สะท้อนผ่านตัวละครของ อ่า ชื่อว่า ดร. Daniel ดร. Daniel นะครับ ผมว่าเป็นก็เป็นพระเอก เราเรียกว่าเป็นพระเอกก็ได้ เป็นตัวนำก็ได้นะครับ แล้วเขาก็ศึกษาเรื่องประวัติของโครงการ UFO ของรัฐบาลด้วย
สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นเพื่อน นอกจากความมากกว่านั้นคือในตอนท้ายเนี่ย ผมขนลุกสู้ คือมันมีความจริงนึงที่มนุษย์ต่างดาวเวลาเขามาเจอเราอ่ะ เวลาเขามาเจอเราแบบเนี้ย เขา Gentle มากเลย แล้วเขามาไม่ได้มาในรูปลักษณ์ของมนุษย์ต่างดาวอ่ะ มาในไม่ได้มาในแบบเผ่าพันธุ์ Grey อ่ะ แต่เขามาในรูปแบบที่เราคุ้นชิน มาในเหตุการณ์ที่เรารู้สึกสบายใจ มาในรูปลักษณ์แบบนั้น เพื่อนอยากรู้ไปดูใน Discoacher Day เรียกได้ว่า พอผมได้ข้อมูล Message อันเนี้ย ผมรู้สึกแบบสนุกกับหนังมากๆนะครับ คือ ในภาพยนตร์เรื่องเนี้ย มีเทคนิคเยอะมาก สิ่งนึงก็คือ Infrasound ครับ Infra แปลว่าต่ำ Sound คือ ต่ำกว่าเสียง เป็นเสียงที่มนุษย์ไม่มีทางได้ยิน แต่รู้สึกได้ มีผลต่อมนุษย์ เหมือนที่ผมบอกว่าเวลาเราไปวิหารที่อียิปต์ เงี้ย มันมี Infrasound ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะวิหาร Hathor ที่ไปกระตุ้น Kundalini หรือจักรที่ 1 เนี่ยนะครับ ไปดูมาแล้ว ไปดูคนเดียวด้วยค่ะ พี่ป๋ยไม่เคยดูหนังคนเดียวเลยค่ะ เหมือนก้าวข้ามความกลัวอีกอย่างค่ะ ดูวันที่ 11 เหมือนกันเลยค่ะ มีคำหนึ่งที่ชอบคือเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมทุกอย่างจะตามมาเอง คุณป๋ยนี่นะครับ ชาบูบ้านมังกรนะ ไปกินได้นะ ครับ อยู่ใกล้ๆ สันเจ้า โฆษณาให้ได้เลยนะครับ คุณป๋ยน่ารักมากเลย ชุดทิพย์ ชุดตัวผมไม่กินเนี่ย อร่อยมาก เป็นชาบูที่อร่อยกว่าร้านแบรนด์เนมนะครับ ชาบูบ้านมังกร อยู่ข้างหลังตรงอยู่ตรงมังกรพอดีเลยครับ ตอนนี้ศาลปู่ย่าที่อุดรธานีเนาะ ใครไปเนี่ยจะอยู่ใกล้ๆกับ town ข้ามทางรถไฟมาเพื่อนไปแล้วจะมีเขาจะมี community อ่ะ เรียบทางรถไฟไปเพื่อนเลี้ยวขวาได้เลยนะครับ ไปทางศาลปู่ย่า แล้วก็จะมีแบบ พอเห็นมังกรอยู่ข้างหลังศาลเนาะ แล้วก็เนี่ย มุมของร้านชาบูบ้านมังกรเนี่ยจะอยู่ใกล้ๆเลย ชื่อชาบูบ้านมังกร เพื่อนเสิร์ชหาเลยไปกินได้คุณ
ป๋ยบอกดูมาจากเนี่ย มาจาก SPMU ก็ได้ ไม่ต้องไปขอรถเค้า นะ แบบให้เจอกันน่ะ เค้าดีมาก ดูแลดีมาก เขาจะมานั่งคุย คุยกับเราเลย น่ารักมากๆ ยินดีครับ คุณป๋ยอยากดูค่ะ ที่มหาสารคาม จะได้ดูที่ไหนคะ จะไปดูจะได้ที่ไหน ขับรถไปดูในเมืองมหาสารคาม ในบุรีรัมย์ ผมว่าน่าจะมีนะครับ บุรีรัมย์ก็น่ามี ทีเนี้ยเค้าใช้อฟซาวด์ เพื่อนภาพยนตร์เรื่องเนี้ย นี่คือเทคนิคที่แบบ มันมีผลทั้งเสียง ทั้งคลื่นความถี่ต่ำ อย่างที่บอกว่า เค้าใช้ทั้งอิฟซา์ด เค้าใช้ทั้งเทคนิคเรื่องของจังหวะภาพ อย่างสัดส่วนอย่างดี เค้าเรียกว่าเป็นการสื่อสารทางจิตกับคนดู ทุกๆคนของโลกใบนี้ มันเป็นการเข้ารหัสการรับรู้ message บางอย่างที่เกี่ยวกับระดับสัญชาตญาณของเรา เอาง่ายๆ This culture day สำหรับผมเป็นภาพยนตร์ที่วันนี้ผมอยากให้ทุกคนไปดู เพราะว่ามันจะเป็นการ short cut ให้เรากระตุ้นจิตสำนึกของเรา กระตุ้นตาที่ 3 กระตุ้นด้วยอะไรก็ตามจากข้อมูลในหนัง จากอิฟซาวด์ เสียงที่เราไม่ได้ยิน จากจังหวะการวางต่าง ๆ เนี่ย มันกระตุ้นทำให้เพื่อนได้ตื่นรู้ได้ระดับนึงเลยล่ะ อืม
แล้ว อ่า ที่ยิบเนี่ยไม่พูดดีกว่าเดี๋เพื่อนไม่สนุก คือผมอยากจะบอกว่า message ต่างๆ มันมีทั้งภาษาสัญลักษณ์โบราณที่ซ่อนอยู่ในเรื่องนี้ด้วยนะครับเพื่อน แล้วผมมันมีช็อตนึงที่ผมรู้สึกขนลุกมากๆ เลยสำหรับผมเอง ผมผมบอกแบบนี้แล้วกัน มันมีเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่ในนั้นๆ ด้วยในเรื่องเนี้ย Disco Day เนี่ย มันมีเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้า พระเจ้าไม่ใช่เป็นเรื่องศาสนานะครับ พระเจ้าที่เราเคยคุยกันในเรื่องของคนสายตื่นรู้สั คือพระเจ้าก็คือผู้ที่กำหนดทุกอย่าง พระเจ้าคือผู้สร้างจักรวาล แล้วเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า ผมก็ไปเจอ message เจเนี้ยในเรื่องมีด้วย มันรู้สึกแบบ แล้วมันไปเจอแล้วผมไปเจออันนึงที่มันเป็น เค้าเรียกว่า เรื่องราวที่เราจะเกิดจะเจอปาฏิหาริย์ เทคนิคในการสร้างปาฏิหาริย์ในชีวิต มันคือ เรียกว่าอะไรดี compassion ครับ compassion คือความเห็นอกเห็นใจ 1 ในเรื่องเนี้ยในเรื่องนี้ message นึงที่ผมเจอนะ ผมส่วนตัวผมเจอก็คือเราถ้าเรามีความเห็นอกเห็นใจให้กับผู้คนอย่างแรกต้องเห็นอกเห็นใจตัวเองก่อนนะ เข้าใจตัวเองเสร็จเรียบร้อยตัวเองเติมเต็มแล้วไหลออกไปข้างนอกเนี่ย เมื่อเรา compassion ครับมีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันสิ่งเหล่านี้จะเกิดปาฏิหาริย์ในชีวิตของเราได้ แล้วผมเชื่อว่าใครที่ดูเรื่องเนี้ยจะสามารถปลุกตัวเองได้ในระดับนึงเพื่อนจะเห็นขีดความสามารถของตัวเรา ทุกๆคน message จริงๆผมเชื่อว่า this culture day ต้องการบอกเราว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ เราเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล เราเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า และภาพเนี้ยเป็นภาพของ Day นะครับ เราสามารถควบคุมโลกได้ ก่อนควบคุมโลกข้างนอกเราควบคุมโลกภายใน และวิธีการควบคุมก็คือกลับมาอยู่ข้างในบ้างไม่ใช่อยู่ตลอดอยู่ข้างในบ้าง ถ้าเป็นอัตราส่วนถ้าเราจะส่องโลกส่งจิตออกนอกกับส่งจิตเข้าในถ้ามันสมดุลมันก็โอเคแล้วเราจะคอนโทรลโลกได้แล้วเราจะเข้าใจส่วนนี้แล้วเราจะรับ message เจจากที่ไหนก็ได้ พระเจ้าในที่นี้เป็นเรื่องของแสงสว่างนะครับ เป็น disculture day เป็นเรื่องของ information เป็นเรื่องของแสงสว่างต่างๆ ที่ทำให้คนที่ไปดูอ่ะได้รับอย่างแน่นอน นี่คือความตั้งใจที่ผมนำมาฝากเพื่อนๆใน EP วันนี้นะครับ Discosure Day คือ อยากให้เพื่อนไปดูอย่างเดียวเลยผมไม่ได้มีมันเป็นหนังที่ผมแบบมันจะมีช็อตนึงนะ มันจะเป็นภาพนะมันจะมีกล้องก่อนถ้าเกิดใครไปดูนะผมช็อตเนี่ยผมขนลุกสู้นะมันเป็นกล้องฟื๊บแล้วมันกล้องไหลอ่ะเป็นรูปกล้องเลยนะกล้องบันทึกภาพเนี่ยกล้องวีดีโอเนี่ยฟื๊ดแล้วผมแบบขนลูกสู้ฟืเลยอ่ะเพื่อนมันแบบขนลูกสู้ที่สุดในขนลูกสู้อ่ะ เออ นะมันแบบหนุกมากเลยก็หวัดดีเพื่อนป๋ยนะ ครับ นี่ผมอยากไปดูอีกรอบนะเอาจริงๆอยากไปดูอีกรอบนึง อุ้ย แป๊บนึงนะเพื่อนนะ เหมือนจะมีข้อความ message มา เอาแล้วเอาแล้วว้าวเพื่อนต้อยมาแล้ว สวัสดีครับ เพื่อนต้อย 100 บาทขอบคุณครับ อุ้ย อูหูมีข่าวล่าสุดครับโอ้โห ก่อนจะจบกันไปวันนี้นะครับเรามีของแถมด้วยนะครับนี่เป็นสรุปเนื้อหาจากวีดีโอของElิabธ April นะครับ EA ซึ่งเธอได้รับ การถอดจิต Channeling นะครับขอบคุณ Message นี่นะครับเพื่อนGบyเพื่อนแบี้ ส่งมาให้แต่ล่าสุดเลยนะครับ ดูมั้ยฟังต่อมั้ยฟังต่อกด 17 ให้หน่อยครับ นี่ด่วนจาก EA เลยนะแบบปึ๊บเนี่ย EA เสร็จปุ๊บแปลมาถึงตรงนี้เลยอ่ะสรุปข่าวเลยอ่ะโออย่างงั้นสำนักข่าวชอบจริงๆเลยผมชอบฟิวนี้นะผมชอบสดๆอยากฟังต่อ 17 หรือพอแค่นี้ก็แล้วแต่เพื่อนๆนะครับถ้าอยากฟังต่อพิมพ์ 17 มาหน่อยฝากแชร์ด้วยนะเพื่อนนะ ขอบคุณเพื่อนต้อยนะครับ เอาแล้วมีหน้าม้าแล้วขอบคุณครับขอบคุณครับ โอเคเอาต่อนะเพื่อนนะ EA ครับตอนนี้เค้าเพิ่งจบในโซเชียลมีดียของเค้านะครับแล้วก็GABบี้เนี่เมาขอบคุณ GABบี้ด้วยนะครับส่งมาให้ด่วนเลยก็คือว่า ตอนเนี้ EA ทำการ Chanling นะครับเพื่อสื่อสารกับพลังงานที่เธอเชื่อว่าเป็นตัวแทนของพระเยซูครับเราเพิ่งพูดถึงพระเจ้าไปเมื่อสักครู่นี้เองเค้าเชื่อว่าเป็นตัวแทนของ Jesus นะครับหรือในแง่ของจิตสำนึกแห่งพระคริสต์หรือว่า Christ consciousness ในมิติที่สูงกว่าข้อแรกเขาบอกว่าลักษณะของพระเยซู อีเอบอกนะครับลักษณะของพระเยซูในมิติที่สูงกว่าอีเออธิบายว่าพระเยซูไม่ได้ปรากฏในรูปลักษณ์ของมนุษย์ อีบอกว่าพระเยซูไม่ได้ปรากฏในรูปลักษณ์ที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้เนี่ยนะครับแต่มาในรูปแบบของพลังงานสีทองหมุนวนขนาดมหึมาเป็น Golden Energy ที่ฐานของพลังงานนี้มีเส้นใยแสงคล้ายหนวดของแมงกะพรุนหรือเส้นผมแผ่ขยายออกไปเชื่อมต่อกับกลุ่มจิตวิญญาณและอารยธรรมจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมๆกันแสดงให้เห็นว่าท่านสามารถแบ่งปันจิตสำนึกและเชื่อมโยงกับทุกสรรพสิ่งได้ในเวลาเดียวกันเป็นแสงสว่างสีทองไม่ได้เป็นรูปพระเยซูเหมือนที่เราเห็นทุกวันนี้นะครับเพื่อนจ๋า ว้าว โอ้โห โห 17 เขอบคุณครับ อ้าเพื่อนแพมิจ้า ชุบเอ่ออาบน้ำเป็นอาบน้ำมนต์แล้วเป็นไงจ๊ะอ๋อตอนนี้ 7:17 เฉียบต่อไปนะครับปัญหาของการเชื่อแต่ไม่เป็นครับเาบอกว่า EA บอกว่าปัญหาของการเชื่อแต่ไม่เป็นหมายถึงอะไรครับเมื่อ EA มองไปที่เส้นใยแสบเส้นหนึ่งซึ่งเชื่อมต่อกับกลุ่มคนบนโลกที่เชื่อในพระเยซูท่านได้ฝากข้อความที่ทรงพลังว่าปัญหาคือพวกเขา มักจะเชื่อในตัวฉันร้องขอให้ฉันช่วยหรือปกป้องแต่พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกเขาคือฉัน ลึกซึ้งนะ ยังขึ้นจักรวาลคอนเฟิร์มอยู่เลยนะ โอเคกลับมาเหมือนเดิมแล้ว โอเคขอบคุณครับก็คืออย่างงี้ครับเพื่อน อันนี้ผมว้าวนะหลายๆคนเชื่อในพระเยซูแต่ไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้าครับผมพูดเรื่องเดียวกันนะคือเราเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่เราไม่เชื่อว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลองคิดดูว่าคำพูดของอีเอเค้าพูดถึงพระเยซูเพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเขาเนาะในด้านศาสนาก็พูดถึงเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์พูดถึงเรื่องพลังงานศักดิ์สิทธิ์ DVE energy แต่ทีเนี้ย เราเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงแต่เราไม่เชื่อว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครับแล้วเราเมาเราก็มักจะร้องขอถูกมั้ย แต่พวกเค้าไม่เชื่อว่าพวกเค้าคือฉันท่านเน้นย้ำว่ามนุษย์จำเป็นจะต้องละทิ้งข้อจำกัดหรือกรอบความเชื่อทางศาสนาที่สร้างการแบ่งแยกเพื่อให้เข้าใจแก่แก่นแท้ของคำสอนที่ว่าเราทุกคนล้วนมี God หรือประกายแห่งพระเจ้าอยู่ในตัวเราทุกคนและการปลุกปารคประกายแห่งพระเจ้านี้ในตัวเราวิธีที่จะเข้าถึงพลังนี้คือการกระตุ้นรู้ว่ามนุษย์คือผู้สร้าง เราต้องรู้ว่ามนุษย์คือ the creator ครับผู้สร้างเราสร้างสรรค์ความความเป็นจริงรอบตัวผ่านการกระทำง่ายๆในชีวิตประจำวันเช่นการให้กำเนิดชีวิตอ่าการทำงานการใช้จ่ายหรือแม้แต่การสร้างสื่อต่างๆแต่ มนุษย์มักถูกครอบงำด้วยความกลัวและการบริโภคนิยมใช่หรือไม่ จนลืมพลังอำนาจในการสร้างสรรค์ของตนเอง ท่านเตือนว่าเรากำลังเราต้องกลับมาจำให้ได้ว่าเราคือผู้บ้างแต่ต้องเป็นการกระทำที่ปราศจากอีโก้หรืออัตตาหรือความยึดมั่นถือมั่นหรือการยึดติดการกลับมาของจิตสำนึกแห่งพระคริสต์ที่ EA เจอหรือ Christ consciousness นะครับ EA เห็นภาพนิมิต เดี๋สักครู่นะ แป๊บนึงนะเพื่อนนะ โอเค นี่อีเห็นเป็นภาพนะครับ อีเห็นเป็นภาพในนิมิตนะครับในอนาคตอันใกล้ภาพในช่วงชีวิตของเราโลกจะถูกอาบไร้ไปด้วยคลื่นพลังงานสีทองแห่งจิตสำนึกของพระคริสต์พลังงานนี้นะครับจะไม่พุ่งลงมา จากท้องฟ้าแต่จะทะลักออกมาจากแก่นกลางของโลก Call of Planet พุ่งขึ้นสู่ผืนดินและเข้าสู่ตัวมนุษย์ทุกคนวันแห่งการพิพากษา The time of Judgment คือการพิพากษาตัวเองครับ มนุษย์ต้องพิพากษาตัวเองเมื่อคลื่นพลังงานนี้มาถึงมันจะไม่ใช่การพิพากษาจากพระเจ้าเพื่อดูว่าเราเป็นคนดีแค่ไหนหรือสวดมนต์มากแค่ไหนผมอยากให้ฟังข้อมูลอันเนี้ยเป็นฟังทุกศาสนาทุกความเชื่อเลยนะครับ แต่มันจะเป็นช่วงเวลาที่เราถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับคำถามเดียวก็คือคุณรักตัวเองมากแค่ไหนถามตัวเองว่าเรารักตัวเองมากแค่ไหนอีเอถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อรับรู้ว่าผู้คนที่ทำตัวร้ายกาจเกลียดชังหรือทำร้ายผู้อื่นล้วนเป็นเพราะพวกเขาขาดความรักในตัวอย่างรุนแรง คนที่ร้ายๆคนที่สร้างกระแสในโซเชียลมีเดียคนที่แบบดูเป็นนางมารร้ายเาขาดสิ่งนี้ครับขาดความรักในตัวเองอย่างรุนแรงพวกเขาเพียงแค่สะท้อนความเกลียดชังที่อยู่ภายในออกมาสู่โลกภายนอกและสุดท้ายอิเอนะครับได้ฝากข้อคิดไว้ว่าหยุดมอบพลังและอำนาจในชีวิตของคุณให้กับปัจจัยภายนอกเช่นรัฐบาลเจ้านายคู่ชีวิตหุ้นส่วน AI หรือมอบพลังชีวิตของเราให้แม้กระทั่งความกลัวทุกสิ่งในชีวิตคือภาพสะท้อนจากภายในของตัวเราเองครับเพื่อนเมื่อเรามองโลกว่าโลกมันโหดร้ายแสดงว่าข้างในเราก็เป็นภาพสะท้อนแบบนั้นมันสะท้อนข้างในออกมาหากคุณไม่จัดการกับพลังงานภายในให้เต็มเปลี่ยมไปด้วยความรักและความแปลเป็นภาษาไทยคือความกตัญญูแต่จริงๆมันคือ gratitude ครับถ้าเราไม่ปรับข้างในพลังงานของเราให้เต็มไปด้วย Love and Gratitude Gratitude คือขอบคุณน่ะสำนึกในขณะที่เรานั่งอยู่เนี่ยอากาศมันเย็นนะขอบคุณแอร์นะขอบคุณแบบศักยภาพของเราที่เราสามารถหาเงินมาจ่ายค่าไฟได้ใช้ชีวิตดูแลครอบครัวได้ขอบคุณตัวเองแบบ gratitude อ่ะเพื่อนการ gratitude คือการขอบคุณนี้ดีมากๆนะมันไม่ได้แปลว่ากตัญญูอย่างเดียวสำหรับผมคือการขอบคุณขอบคุณทุกๆอย่างที่อยู่รอบตัวเราเมื่อเราลุกขึ้นมาสามารถเปลี่ยนขึ้นความถี่เป็นความรักและความความการขอบคุณได้แล้วเนี่ย ถ้าเราไม่ทำสิ่งนี้ EA บอกว่าคุณกำลังพลาดเป้าสำคัญของการเกิดมาอย่างที่สุดเลย คุณไม่จำเป็นต้องทุกข์ทรมานหรือชดใช้กรรมตลอดเวลา เราผมเคยพูดคำว่าผมเคยเคยพูดนะเคยพูดว่าเราเกิดมาเพื่อใช้กรรมผมเคยคิดแบบนั้นนะแต่วันเนี้ยผมก็คิดว่าเราไม่ต้องเกิดมาเพื่อใช้กรรมเราเกิดมาเพื่อปลดล็อคสิ่งเหล่านี้เราเกิดมาเพื่อสบายเราเกิดมาเพื่อเข้าใจเมื่อเข้าใจเสร็จแล้วเราจะไปต่อเรามีสิทธิ์ที่จะมีความสุขและผ่อนคลายยิ่งคุณมีความสุขและการขอบคุณต่อสิ่งเล็กๆน้อยน้อยคุณจะยิ่งดึงดูดความมั่งคั่งและพลังงานบวกเข้ามาในชีวิตคุณคือผู้สร้างความเป็นจริงของตัวคุณเองจงเลือกที่จะใช้ชีวิตด้วยความรักแทนที่จะใช้ชีวิตด้วยความกลัว อีเอฝากมาบอกแบบนี้ครับและภาพนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องศาสนาแต่เกี่ยวกับเรื่องของพลังงานแห่งความเมตตาที่อยู่ในตัวทุกๆคนนะครับเป็นความตั้งใจที่วันเนี้ย disclosure day จริงๆนะครับตั้งใจแบบนั้นวันอังคารที่ 16 เดี๋ยวพรุ่งเนี้ยผมจะไปไลฟ์ที่กาญจนบุรีนะครับเป็นคาเฟ่จะไลฟ์ประมาณ 16 น. 16:30 น.นะเพื่อนนะใครสะดวกก็ได้ดูนะกับอาจารย์เต๋อ 2 ชั่วโมงเหมือนเดิมครับผมกับอาจารย์เต๋อจะไปเที่ยวกันที่กาญจนบุรี ผมตั้งใจไปหาของเข้าสวนเดี๋ยวก็เพื่อนวันนึงเพื่อนได้รู้แน่นอนว่าคืออะไรนะครับแล้วก็พรุ่งนี้ย้ำนะครับจะมาเร็วหน่อยมาเร็วแบบ 16:00 น. 16:30 น.เลยหรือ 17:00 น.ประมาณเนี้ยเพื่อนนะถ้าเกิดใครอยากดูนะครับจะเป็นซีรียส์เกี่ยวกับพญานาคแต่เราจะพูดถึงพระพิฆเนศด้วยคาเฟ่ที่ผมจะไปไลฟ์เนี่ยจะมีพระวิกเนศ 5 เศียรนะครับเดี๋ยวเดี๋ผมดูก่อนเป็นพระวิกเน 5 เศียรนะอย่างเท่ผมจำชื่อไม่ได้เดี๋แป๊บนึงนะโคอ่านี่นี่นี่เป็นไงนี่ๆๆนี่ๆที่นี่ที่นี่ที่นี่นี่ๆที่นี่ที่ๆๆอ้าผมจะไปไลฟ์ที่นี่นะครับที่กาญจนบุรีนะผมอาจารย์เต๋อจะไปนะครับนี่ๆๆที่นี่ 5 เศียรเลยนี่จะไปที่นี่นะครับอ่าพรุ่งนี้ นะครับจะพูดถึงเรื่องราวของพระพิฆเนที่นี่ด้วยดูไปดูจุ้ยด้วยนะครับแล้วก็จะพูดถึงเรื่องของซีรีส์พญานาคพญานาคมีเศียรนึง 3 เศียร 5 เศียร 7 เศียร 9 เศียร อนันตนคราชแต่ละเศียรมีความหมายอย่างไรแล้วเรื่องของพญานาคเกี่ยวกับพลังงานอย่างไรอันเนี้ยเป็นเรื่องของเอ่อเราจะบอนเราจะแบบไปกว่าบาปเรื่องของความเชื่อแล้วมีรหัสอะไรที่ซ่อนอยู่ในพญานาค 1 เศียร 3 เศียรหรือตระกูล ถ้าอาจารย์เต๋อไปได้นะคือแต่ละตระกูลเบาปวิรูปักโข เอ่อตอนนี้นึกไม่ออกแบบตระกูลพญานาคต่างๆ เงี้ยมีความหมายอย่างไรด้วยนะครับผมว่าน่าสนใจมากเดี๋ยวพรุ่งเนี้ยติดตามนะครับใครไม่สนุกก็ชมย้อนหลังได้ใครอยากชมสดก็เชิญประมาณ 4-500 น.ประมาณนี้นะครับวันนี้ขอบคุณเพื่อนๆที่ ขอบคุณข้อมูลดีมากๆเลยขอบคุณครับขอบคุณพี่บ๊วยอ่าขอบคุณทุกคนขอบคุณแกบี้ขอบคุณทุกๆคนนะครับที่อยู่เป็นเพื่อนกันในเช้าวันนี้นะครับก็ถ้าชอบก็ฝากแชร์ด้วยนะครับพบกัน The Room ในทุกเช้าวันอังคาร 5:55 แบบนี้นะครับขอบคุณมากนะครับวันนี้ก็ลาไปก่อนครับพรุ่งนี้เจอกันในจักรวาลคอนเฟิร์มนะครับพรุ่งนี้มาเร็วนะจ๊ะคะเพื่อนที่สวนเพื่อนบ๊วยเหมาะมากทำชุมชนคนตื่นรู้มีครบเลยดีน้ำรวมไฟและธาตีเธอใช่เลยครับเพื่อนเป้ยมีแน่นอนมีแน่นอนเดี๋ยวเร็วๆเนี้ยพรุ่งนี้ก็จะเป็นหนึ่งในภารกิจที่จะใช่ว่าอะไรอย่าใช้ภารกิจเลยสิ่งที่แบบอยากทำแล้วก็ชอบที่จะทำโอเคเทแคครับเพื่อนขอบคุณทุกคนนะครับสวัสดีครับบ๊ายบายครับเพื่อนบ๊ายบายครับปวยบ๊ายบายครับเพื่อนต้อยหวัดดีครับหวัดดีสวัสดีครับบ๊ายบาย