📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ผ่าตัดนอนกรนกับ “หมอดัง” แล้วชีวิตพัง? เกิดอะไรขึ้นกันแน่

Doctor Tany27:36

Transcription

สวัสดีครับ จากกรณีที่ผมวิเคราะห์เคสนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งได้รับการผ่าตัดช่องคอแล้วเกิดผลแทรกซ้อนเป็นเลือดออกไม่หยุด และตามมาด้วยพังผืดที่มันเกิดในช่องคอบ่อยๆ ทำให้คุณภาพชีวิตของเขาแย่ลงกว่าตอนก่อนผ่าตัดนะครับ เสียงก็ไม่เหมือนเดิม การหายใจก็ผิดปกติ การกลืนทุกอย่างก็ผิดปกติหมดเลยนะครับ

ผมก็ได้ไปฟังในรายการโหนกระแสเพิ่มเติม ทำให้เจอว่ามันมีเคสแบบนี้อีกหลากหลายเคสนะครับ แล้วก็ได้ข้อมูลมาเพิ่มเติมค่อนข้างที่จะเยอะ วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาทำภาคต่อของเรื่องนี้นะครับ ว่ามันมีอะไรที่น่ารู้บ้าง แล้วก็สิ่งที่ผมได้ยินมาจากในโหนกระแสเนี่ย มันเอามาวิเคราะห์อะไรต่อได้บ้าง เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ

พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียวัณ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอด และวิกฤตบำบัดนะครับ

ก่อนอื่นนะครับ ก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับผู้เสียหายทุกท่านเลยนะครับ เพราะว่ากรณีแบบนี้เนี่ย มันบั่นทอนชีวิตจิตใจค่อนข้างที่จะมากเลยทีเดียวนะครับ และจริงๆ ในโหนกระแสนี้ ผมก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นของเคสแรกนะครับ ที่เค้ามีอาการค่อนข้างที่จะเยอะเลยทีเดียวนะครับ คือต้องบอกอย่างนี้ก่อนนะครับว่า เวลาที่เราผ่าตัดแบบเนี้ย ผ่าตัดช่องคอเนี่ย มันมีผลข้างเคียงได้ค่อนข้างที่จะเยอะ ดังนั้นจะต้องมีการประเมินให้มันชัดเจนก่อนที่เราจะเริ่มผ่าตัดเลยนะครับ

และจริงๆ ก็คือถ้าฟังในคลิปเนี่ย จะเห็นเหมือนกันว่าทุกคนที่เป็นผู้เสียหาย คุณหมอท่านเนี้ยก็จะบอกว่า คุณเนี่ยควรจะต้องได้รับการผ่าตัด ถ้าคุณใช้ CPAP ก็คือเครื่องที่ช่วยในการหยุด เอ่อ แก้ไขภาวะหยุดหายใจในขณะหลับอ่ะนะครับ เค้าบอกว่ามันไม่ดีเท่าไหร่หรอก มันต้องใช้ไปตลอดชีวิตนะครับ

อ่า ต้องบอกว่าจริงๆ CPAP นี่คือการรักษาที่ดีมากๆ เลยนะครับ ดีกว่าการผ่าตัดเสียอีก เหตุผลเพราะว่าการผ่าตัดเนี่ย มันมีเฉพาะบางคนเท่านั้นที่หายนะครับ และการที่ผ่าตัดแล้วได้ผลหรือไม่ได้ผลน่ะ มันขึ้นกับสภาพช่องคอด้านใน ซึ่งหมอก็ต้องประเมินให้ดีนะครับ

การผ่าตัดที่ว่าเนี่ย คือการผ่าตัดที่เรียกว่า UPPP นะครับ ย่อมาจาก Uvulopalatopharyngoplasty ก็คือมันจะเป็นการตัดแต่งช่องคอด้านใน ตั้งแต่ตรงทอนซิน เพดานอ่อนนะครับ แล้วก็อาจจะมีหัตถการอย่างอื่นเพิ่มเติมไปด้วยนะครับ อันเนี้ยคือการผ่าตัด ซึ่งเราต้องประเมินเยอะเลย

เหตุผลก็เพราะว่า ในครั้งแรกที่เค้ามีการผ่าตัดแบบนี้ขึ้นมานะครับ ก็คือในปี 1981 ตอนนั้นเนี่ย ผลสำเร็จเนี่ยน้อยมาก แทบจะไม่ได้ผลเลยนะครับ และส่วนใหญ่ได้ผลแค่แป๊บเดียว เดี๋ยว มันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จากนั้นจึงมีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดแล้วก็ศึกษาเพิ่มมากขึ้น ปรากฏว่ามันต้องมีการประเมินช่องคอก่อนนะครับ เขาจะเรียกว่า Friedman Staging มีด้วยกัน 3 stage นะครับ

Stage ที่ 1 เนี่ย จะผ่าตัดและได้ผลดีที่สุดนะครับ Stage 1 ลักษณะเป็นยังไง คือลักษณะมีทอนซินที่ค่อนข้างโตนะครับ แล้วก็ตัวลิ้นเนี่ยไม่ค่อยที่จะยกขึ้นมาด้านบนนะครับ ทางด้านอากาศของเราเนี่ย ด้านบนเป็นเพดานอ่อน ด้านล่างเป็นลิ้นนะครับ ถ้าเกิดตัวลิ้นเนี่ยมันห่างกับด้านบนเยอะอย่างเงี้ยนะครับ การผ่าตัดก็จะได้ผลดี แต่ถ้าเกิดว่าลิ้นเนี่ยมันอยู่ใกล้ช่องด้านบนเนี่ย การผ่าตัด UPPP เนี่ยจะได้ผลไม่ดีนะครับ

และ Stage 1 เนี่ย ที่บอกทอนซินใหญ่ แล้วก็เพดานอ่อนอาจจะมีปัญหาเนี่ย การผ่าตัดได้ผลดีได้ดีแค่ คือประมาณสัก 80% นะครับ 80% จะผ่าตัดได้ผล

และอีกอย่างนึง คำว่าได้ผลแปลว่าอะไร คำว่าได้ผลนะครับ มันแปลว่าผ่าตัดเสร็จแล้ว ค่าการหยุดหายใจในขณะหลับต้องลดลงอย่างน้อย 50% และมีค่าตัวเลขต่ำกว่า 20 ครั้งต่อชั่วโมง ค่าตัวนี้คือค่าที่เรียกว่า AHI นะครับ Apnea Hypopnea Index ค่าตัวนี้หมายความว่าอะไรนะครับ ผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังนิดนึงนะครับ เราจะได้เข้าใจไปพร้อมกัน เพราะเคสนี้มันมันต้องเข้าใจเยอะนิดนึงนะครับ

ค่า AHI เนี่ย เป็นค่าที่แสดงว่าเรามีการหยุดหายใจ หรือมีลมเข้าไปน้อยกว่าปกติกี่ครั้งต่อชั่วโมงนะครับ คนทั่วไปเนี่ย ค่า AHI จะต้องน้อยกว่า 5 นะครับ ถ้ามากกว่า 5 ก็แปลว่าเรามีการหยุดหายใจในขณะหลับที่มากเกินกว่าปกติ โดยจะแบ่งเป็น 5-15 แปลว่าเป็นน้อย 15-30 ปานกลาง เกิน 30 แปลว่าเป็นเยอะนะครับ อ่า นี่คือการแบ่งของเค้านะ

ดังนั้นแล้วเนี่ย คุณจะสังเกตว่า เมื่อกี้การประเมินช่องคอ ถ้าบอกว่าเป็น Friedman Stage 1 เนี่ย มันจะสามารถผ่าตัดได้ผล 80% ก็แปลว่า ไอ้ 80% ที่คุณเป็นเนี่ย คุณอาจจะไม่ได้หาย 100% ก็ได้นะ คุณอาจจะยังเหลือการหยุดหายใจในขณะหลับของคุณได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดคุณเริ่มต้นด้วยการมี AHI 30 ครั้งต่อชั่วโมง คือคุณหยุดหายใจทั้งหมด 30 ครั้งต่อชั่วโมง การผ่าตัดแบบเนี้ย แล้วได้ผลก็คือ มันจะลดลงไปอย่างน้อย 20 เอ่อ ลดลงไปอย่างน้อย 50% ใช่มั้ยครับ จาก 30 ก็คุณจะต้องเหลือ 15 หรือต่ำกว่าถูกมั้ยครับ อ่า 15 เหลือต่ำกว่า

แต่เมื่อกี้ผมบอกว่าอะไร คนปกติจะต้องต่ำกว่า 5 แต่เมื่อกี้คุณผ่าตัด ถ้า AHI เริ่มที่ 30 ผ่าสำเร็จเหมือนกันนะ AHI จะเหลือ 10-15 แถวๆนี้ มันยังไม่ปกติเลยครับ ถูกมั้ย ก็แปลว่าอะไร แปลว่าคุณจะต้องใช้ CPAP ต่อ นั่นแหละครับ หรือใช้การรักษาแบบอื่นต่อเนื่องนะครับ นี่คือกรณีที่ดีที่สุดนะ ที่เป็นไปได้

มันจะมีคนไข้ส่วนน้อยเท่านั้นที่อาการทั้งหมดจะหายขาดเป็นทิ้งโดยที่แบบค่า AHI หรือค่าการหยุดหายใจในขณะหลับเนี่ยต่ำกว่า 5 ได้นะครับ มีน้อยแต่ไม่ใช่ไม่มีนะครับ ดังนั้นเนี่ย มันจึงต้องมีการประเมินช่องคอให้ดีมากๆเลย

และถ้าเกิดเป็น Friedman Stage 2 กับ 3 เนี่ย ผลสำเร็จจะน้อยกว่านั้นอีก Fishman stage 2 กับ 3 คืออะไร คือการที่คุณไม่ใช่แค่มีทอนซินที่มันโต และบางคนทอนซินไม่โตนะ แต่ลิ้นมันยกขึ้นมาสูง การผ่าตัดทอนซินออกเนี่ย ถ้าทอนซินมันไม่ได้โตมากเนี่ย มันไม่ได้มีส่วนในการอุดกั้นทางเดินหายใจของคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การตัดมันออกไปจึงไม่ค่อยได้ผลอะไรนะครับ

และลิ้นที่มันอยู่สูงเนี่ย คือคุณจะไปตัดลิ้นออกมันไม่ได้นะ ครับ แต่มันก็มีหัตถการบางอย่าง การผ่าตัดบางอย่างที่ดันลิ้นมาข้างหน้าได้เหมือนกัน ซึ่งก็มีรายละเอียดพิเศษอย่างอื่นนะครับ อันเนี้ยมันจึงต้องมีการประเมินช่องคอให้ดีมากๆ ก่อนที่เราจะทำการผ่าตัด เพราะว่ามันจะบอกได้เลยว่าตกลงจะได้ผลแค่ไหนนะ ครับ

ถ้าเป็นกรณีของ Friedman stage 2 เนี่ย จะได้ผลสักประมาณ 40% ถ้า Stage 3 ประมาณ 8-10% คือน้อยมากนะครับ ถ้าเค้าไม่ได้มีการประเมินอันเนี้ย มีปัญหาพอสมควรเลยแหละ

และการประเมินเค้าทำยังไง ข้อแรกนะครับ อาจจะส่องกล้องดูในคอ ดูในจมูกก่อน อันที่ 2 เดี๋ยวนี้ที่มักจะต้องทำก็คือการทำ CT Scan ของทั้งส่วนหน้ากับส่วนลงไปถึงคอข้างล่าง เพราะว่าเค้าต้องการดูเลยว่าตรงไหนของทางเดินอากาศที่มันเกิดการอุดกั้น จะได้ไปผ่าตัดตรงนั้น นี่อันเนี้ยจะได้ไปผ่าตัดให้มันถูกที่ถูกเวลา นะครับ ไม่ฉะนั้นเนี่ย มันก็ไม่หายนะครับ แถมมีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนตามมาได้ด้วยนะครับ

ในกรณีเนี้ย ผมเท่าที่ฟังในในคลิปนะครับ ของโหนกระแส เค้าบอกว่าคุณหมอไม่ได้มีการแนะนำว่าจะต้องมีการทำ CT Scan ก่อน มีแค่ 2 อย่างเดียวนะครับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าคุณหมอเค้าประเมิน Friedman Staging หรือเปล่า เพราะถ้าประเมินเค้าต้องบอกเลยครับว่า โอกาสในการสำเร็จมันมีมากน้อยแค่ไหนนะ ครับ อ่า ถ้าบอกว่า Stage 3 แล้วคุณไปผ่าตัด โดยที่ไม่ประเมิน CT Scan เนี่ย อันนี้ผมมองว่ามันแปลก และมันน่าจะมีปัญหาพอสมควรเลยแหละ เพราะว่าโดยปกติถ้า Stage 3 นะ ผมให้ไปทำวิธีอื่นอย่างมีโอกาสปลอดภัยมากกว่านะครับ

และจริงๆ หลังการผ่าตัด UPPP เนี่ย คนส่วนใหญ่นะครับ จะอยู่โรงพยาบาลแค่วันเดียว เอ่อ อย่างที่อเมริกา มีเคสผ่า UPPP ที่อเมริกาก็มีผ่า ผ่าแล้วอยู่โรงพยาบาลแค่วันเดียว 2 วันอย่างมากแล้วก็กลับบ้าน แต่อาทิตย์แรกเนี่ย ที่หลังผ่าตัดมันจะกินอะไรไม่ค่อยได้ มันเจ็บมากนะ ครับ แล้วก็จะมีเลือดออกมาเรื่อยๆ แต่ว่าเลือดไม่ควรจะเยอะจนกระทั่งเต็มอ่าง เหมือนกับในกรณีที่ผมเห็นในโหนกระแส อันนั้นคือผิดปกติเยอะมากนะครับ

การที่ตอนนั้นคนไข้อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว เอ่อ พยาบาลบอกว่า เอ่อ เดี๋ยวเอาน้ำแข็งมาให้อมนะครับ ให้หยุดเลือด มีการติดต่อไปที่หมอ หมอบอกว่า เอ่อ นั่นก็เป็นปกติ เดี๋ยวให้พยาบาลเอาน้ำแข็งไปให้อม มันปกติได้ถ้าเกิดว่าเลือดที่คุณออกมามันออกมาปนกับน้ำลายนิดๆหน่อยๆ แค่นั้นถือว่าปกติ แต่ถ้ามันออกมาเต็มอ่างเลย อันนั้นไม่ปกติ อันนั้นถือว่าผิดปกติอย่างมาก อย่างมากเลย ไม่ใช่อย่างน้อย อย่างมากเลยนะครับ จำเป็นจะต้องรีบเข้ามาดูแลรักษาโดยด่วนนะครับ

ซึ่งเคสแรกที่ผ่าตัดเนี่ย ผมก็เห็นว่ามันมีแผลที่ลิ้นด้วยนะครับ แผลอยู่ด้านซ้ายของลิ้น ซึ่งอันนั้นเนี่ย ไม่ได้เกิดจากการผ่าตัดตรงๆ เพราะว่าการผ่าตัด UPPP เนี่ย จะไม่มีการผ่าตัดที่ลิ้น ดังนั้นแสดงว่าคุณหมอจะต้องมีการพลาดอะไรซักอย่างแล้วไปบาดเจ็บที่ตรงลิ้นตรงนั้น มันเลยเกิดเป็นแผลขึ้นมานะครับ อ่า เป็นแผลแล้วอาจจะต้องมีการจี้ไฟฟ้าเพื่อที่จะหยุดเลือดที่มันออกมาจากตรงลิ้นนะ ครับ เพราะลิ้นเนี่ย มันมีเส้นเลือดค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ ถ้าเกิดว่าเราเราไม่จัดการหยุดเลือดเนี่ย มันจะมีปัญหาค่อนข้างมากเลยทีเดียวนะครับ แสดงว่าตรงนั้นน่ะ หมอไปโดนโดยบังเอิญนะครับ แถมไปโดนในจมูกเองต่างหากนะครับ

ในตัวจมูกก็มีปัญหา ทำให้เกิดช่องตีบข้างในจมูก ซึ่งผมคาดว่าอันนั้นน่าจะเป็นการผ่าตัดที่คุณหมอเค้าส่องกล้องเข้าไปในจมูกแล้วเห็นว่า เอ้ย มันมีมีเนื้อเยื่อที่มันไปตันๆอยู่ในจมูกนะ ก็เลยตัดออกให้ด้วยเลย แต่การตัดออกให้เนี่ย และถ้าเกิดว่าเป็นการผ่าตัดที่เกิดการบาดเจ็บกับเนื้อเยื่อค่อนข้างที่จะมากนะ ครับ มันจะมีโอกาสเกิดพังผืดได้ค่อนข้างมาก แสดงว่าคุณหมอที่ผ่าตัดคนเนี้ย ในการผ่าตัดเคสเนี้ย มันเกิดการบาดเจ็บเยอะมากๆ เลย มันเลยเกิดพังผืด เพราะว่าโดยปกติพังผืดที่เกิดพวกเนี้ยนะครับ เกิดขึ้นได้น้อย ไม่ค่อยเจอด้วย ถ้าผ่าตัดได้ดีไม่ค่อยเจอ นะครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่มีการเลือดออกเยอะ ต้องทำหัตถการ ต้องไปจี้มันหลายๆครั้งเนี่ย อันเนี้ยแสดงว่ามันมันผ่าตัดแล้วเกิดปัญหาขึ้นมาได้เยอะมากๆ เลยนะครับ

ตอนนี้คนนั้นก็ต้องใส่ท่อดามจมูกเพื่อให้อากาศเข้าออกได้นะครับ แล้วก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะไปผ่าตัดซ้ำอีกรอบนึงดีมั้ย เพราะว่ามันอาจจะเกิดพังผืดขึ้นมาก็ได้ ยิ่งคุณผ่าตัดหลายครั้งน่ะ โอกาสในการเกิดพังผืดมันจะยิ่งมากขึ้นกว่าครั้งแรกๆ นะครับ ดังนั้นก็เข้าใจเลยนะครับว่า เออ ทำไมถึงไม่ค่อยอยากจะผ่าตัด และอยากใช้แค่เครื่อง CPAP นะครับ

อีกอย่างนะครับ ในอาทิตย์แรกที่บอกว่าเจ็บเนี่ย อาทิตย์ที่ 2 อาการเจ็บมันก็จะลดลงบ้างนะครับ แต่ก็ยังกินอาหารแบบแข็งๆ ไม่ค่อยได้ ต้องกินอาหารอ่อนก่อน บางคนจะมีอาการเจ็บอย่างเงี้ย อยู่ได้สักประมาณเดือนนึงนะครับ ส่วนอาการที่นอนกรนพวกเนี้ย มันจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ใช้เวลานะครับ ใช้เวลาเหมือนกันเลย เวลาที่ว่านี่ก็คือเป็นเดือนน่ะนะครับ บางคนอาจจะดีขึ้นในช่วงอาทิตย์ 2 อาทิตย์นะครับ แล้วก็หลักเป็นเดือนก็จะเริ่มดีขึ้น แต่อย่างที่บอกครับ บางคนพอเลยเดือนไป เดี๋ยวกลับมาเป็นใหม่ได้นะฮะ อ่าอ่า มันกลับมาเป็นใหม่ได้ อันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่เราต้องแจ้งคนไข้ นะครับ

ทีนี้ผลข้างเคียงอื่นนอกเหนือจากพังผืดที่เกิดขึ้นได้ก็คือ เราได้ยินว่าเสียงเขาเปลี่ยนนะครับ โดยทั่วไปเดี๋ยวนี้หมอมักจะไม่ค่อยตัดลิ้นไก่ออกทั้งหมดนะครับ มันตัดออกทั้งหมดได้ แต่ว่าไม่ค่อยแนะนำ เหตุผลเพราะว่าลิ้นไก่เนี่ย มันมีหน้าที่หลักๆ อยู่ 2 อย่างด้วยกัน

อย่างแรกเนี่ย มันทำให้เราสามารถพูดเสียงที่ใช้การสั่นของหลังคอได้นะครับ ถ้าถ้าใครคิดไม่ออกก็คนที่พูดภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศสเนี่ย ที่มันมีเสียงอยู่ในคอ เอ่อ เสียงแบบนั้นที่มันต้องใช้ลิ้นไก่ ถ้าเกิดเป็นคนฝรั่งเศสแล้วไปผ่าเอาลิ้นไก่ออกหมดนะ เขาจะพูดจาไม่รู้เรื่องในภาษาของเขา นะครับ มันจะพูดไม่ได้ เพราะว่าลมมันออกในตอนนั้นนะครับ

หน้าที่ที่ 2 ของตัวลิ้นไก่ก็คือ เวลาที่เรากลืนลงไป มันจะโดนสวิงให้ไปอุดบนนะครับ ซึ่งด้านช่องปากกับช่องจมูกเนี่ย มันต่อกันใช่มั้ยฮะ มันจะมีลิ้นไก่ตรงเนี้ย ที่เวลาเราสมมุติสมมุติ ตรงนี้เรากินอาหาร มาจากด้านหน้า ปากมันจะดันลิ้นไก่เราไปข้างหลัง ลิ้นไก่จะลอยขึ้นไปอย่างงี้่นะครับ แล้วข้างบนจะเป็นโพรงจมูก ลิ้นไก่มันจะไปปิดโพรงจมูกเพื่อป้องกันไม่ให้อาหาร หรือน้ำเนี่ยขึ้นไปในจมูกนะครับ ไม่ให้ หรือบางทีไม่ให้ลมมันขึ้นไปทางจมูกนั่น แปลว่าถ้าเกิดคุณตัดลิ้นไก่ออกหมดแล้ว ช่องตรงเนี้ยไม่มีลิ้นไก่อีกเลย คุณก็จะพูดเสียงไม่ค่อยชัด และเวลากินอะไรมันก็จะขึ้นจมูกได้ง่ายมากนะครับ ซึ่งมันไม่ดี เพราะว่านอกเหนือเหลือจากมันทำให้รำคาญ ทรมาน มีน้ำมีอาหารอยู่ในจมูกแล้วเนี่ย ไอ้ของพวกนั้นถ้ามันขึ้นจมูกบ่อยๆ มันก็อักเสบได้นะครับ เกิดช่องจมูกอักเสบ เกิดไซนัสอักเสบ ติดเชื้อตามมาได้เยอะแยะไปหมดเลย เราจึงไม่ค่อยแนะนำการตัดลิ้นไก่ออกทั้งหมดนะครับ

แต่เราสามารถทำให้ลิ้นไก่ มันสั้นลงได้นะครับ ซึ่งทางคุณหมอที่เขาผ่าตัดเนี่ย สามารถประเมินว่าจะสั้นแค่ไหน อย่างไรได้ด้วยการทำ CT Scan เพื่อดูว่า ตกลงแล้วแค่ไหนอะไรยังไง ต้องผ่าตรงไหนนะ ครับ เพื่อลดผลข้างเคียงให้มากที่สุด แล้วจะได้ไม่ต้องผ่าเยอะเกินไปโดยไม่จำเป็นนะ ครับ

อีกเคสนึงที่ผมเห็นก็คือเค้าบอกมีการตัดกระดูกตรงเพดานแข็งด้วย คือด้านเพดานปากเราเนี่ย จะประกอบไปด้วยเพดานแข็งกับเพดานอ่อนนะครับ เพดานแข็งเนี่ย มันจะอยู่ด้านหน้า เพดานอ่อนเนี่ยจะอยู่ด้านหลัง เพดานแข็งมันแข็งเพราะว่ามีกระดูก เพดานอ่อนเนี่ย จะไม่มีกระดูกจะเป็นเนื้อเยื่อของเรา โดยปกติ UPPP เนี่ย จะตัดเฉพาะเพดานอ่อนอย่างเดียว นะครับ ไม่ตัดเพดานแข็ง แต่ในเคสเนี้ย มีตัดเพดานแข็งออก ตัดกระดูกออกหมดเลยตรง ซึ่งการตัดกระดูกออกเนี่ย อืม ส่วนตัวนะ ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เหตุผลเพราะว่าการไปตัดกระดูกเนี่ย ข้อแรกติดเชื้อได้ง่ายมากเลย แล้วถ้าเกิดว่าเชื้อที่ว่าเนี้ย มันอยู่ในช่องปากช่องคอติดกับกะโหลก คุณลองคิดดูสิครับ ถ้ามันติดเชื้อขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น สาสามารถเข้าสมองได้โดยตรงเลยนะ ดังนั้นถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ อ่ะ หมอไม่ค่อยทำตัดกระดูกพวกนี้หรอก

แล้วอย่างการตัดกระดูกเนี่ย มันก็ทำให้ช่องปากกับช่องจมูกเนี่ย มันมันกว้างสร้างขึ้น แล้วก็มีการติดต่อกันได้ง่ายขึ้น ดังนั้นน้ำหรืออาหารมันเข้าจมูกได้ง่ายนะครับ แล้วก็อาจจะมีการทะลุของตัวผนังกั้นระหว่างจมูกรูซ้ายกับรูขวา ซึ่งในคนที่ 2 ที่เล่าในโหนกระแสเนี่ย ก็มีแบบนั้นนะครับ ตรงเนี้ยมันเป็นผนังกั้น มันมีรอยทะลุกันได้เลยนะครับ อ่า ก็นั่นแหละครับ ที่เกิดปัญหาผลข้างเคียงขึ้นมาได้นะฮะ

และในกรณีแบบนี้เนี่ย จริงๆ ผมเท่าที่ฟังดูในนั้นนะครับ ก็มีเคสที่เสียหายหลายเคสนะครับ รวมทั้งคนนึงซึ่งโฟนอินเข้ามาบอกว่าตัวเองได้รับการผ่าตัดเป็นรแก้ไขผลแทรกซ้อนอย่างเงี้ย คือรักษามาตั้งแต่ตอนตัวเองอายุ 39 ปี ตอนนั้นได้ไปผ่าตัดกับหมอคนเนี้ย แล้วก็มีผลมาระยะยาวเลยนะครับ ตอนนี้อายุ 50 นิดๆ แล้วก็เกิดผ่าตัดเยอะแยะไปหมด ช่วงแรกเนี่ย ต้องมีการเจาะคอ เจาะท้อง เพราะว่ามันหายใจไม่ได้นะครับ ข้างบนมันตันหมด ก็ต้องให้ลมหายใจเข้าทางนี้่นะครับ ปากก็กินอะไรไม่ได้ ก็ต้องเจาะท้องเพื่อที่จะให้อาหารทางสายยาง อันนั้นคือทรมานมากๆ นะครับ แต่เค้าก็ยังถือว่า เอ่อ เนี่ย มันคงเป็นกรรมต่อกัน ก็เลยไม่เอาเรื่องอะไรนะ ครับ ก็ อืม ก็ยังถือว่าคุณหมอเค้าอาจจะโชคดีในกรณีแบบนี้ก็ได้นะ

แต่ถ้าเล่ามาทั้งหมดเนี่ย ปัญหาอยู่ที่หมอท่านนี้ครับ บอกตรงๆ เลย ไม่ใช่อยู่ที่คนไข้ 100% กล้าฟันธงแบบนี้เลยนะครับ เพราะว่าถ้ามันมีเคสเดียว 2 เคสเนี่ย ผมยังรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นที่ปัญหาคนไข้ก็ได้ แต่ถ้าเกิดว่ามันเป็นหลายเคสแบบนี้แล้วเนี่ย มันต้องเกิดจากหมอคนนี้แน่ๆ นะครับ การผ่าตัดของเขาค้า น่าจะมีปัญหาค่อนข้างที่จะมากเลยทีเดียว

และจากการที่คนที่โฟนอินมาบอกว่าเค้าผ่าตัดตั้งแต่ตอนอายุ เอ่อ 39 ตอนนี้ก็ 50 นิด แล้ว 11 ปีมาแล้วนะครับ คือมันแปลว่าหมอคนเนี้ย จะต้องทำการผ่าตัดด้วยวิธีเนี้ย แล้วมันผิดตั้งแต่แรกมาเป็น 10 ปีแล้ว ซึ่งคนไข้ให้คนอื่นก็คงโดนไปบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อย ผมไม่รู้ว่ามีผู้เสียหายมากน้อยแค่ไหนอย่างไรนะครับ เออ ดังนั้นก็จะเจอปัญหา นี้ค่อนข้างที่จะมากนะครับ

และ คือผมมองว่าหมอเนี้ยนอกเหนือจากเทคนิคการผ่าตัดที่มีปัญหาแล้วเนี่ย ยังมีการที่ว่าเราไม่ได้ประเมินช่องคอให้ชัดเจน ผมไม่รู้ว่าเขาเขียน Friedman Staging เอ่อ ตอนตอนประเมินหรือเปล่า มีการทำ CT Scan แค่ไหนอย่างไรนะครับ เพราะว่าเรารู้ทั้งรู้ว่าถ้าเราไม่ประเมินช่องคอให้ดี การผ่าตัดของเรามันจะไม่ได้ผล โอกาสของมันมันแล้วแต่ Friedman Staging ถ้า Stage 1 เนี่ย ผ่านได้ผล 80% Stage 2 ได้ เอ่อ ประมาณ 3-40% Stage 3 ได้แค่ 8-10% เท่านั้นเอง คือน้อยลงไปเรื่อยๆ แถมการผ่าตัดที่บอกว่าได้ผลเนี่ย มันไม่ได้แบบ 100% ด้วยนะ มันอาจจะดีขึ้น แต่ก็ยังมีอาการอยู่ ต้องใช้ CPAP ต่อนะ ครับ มีแค่ส่วนน้อยมากเท่านั้นเองที่ไม่ต้องใช้ CPAP ดีเป็นปกติ แล้วไม่กลับมาเป็นอีกนะครับ

ดังนั้นคือการที่อยู่ๆ คุณหมอเขาเชียร์ให้เกิดการผ่าตัดแบบนี้ขึ้นมาเนี่ย ผมมองว่ามันไม่ค่อยตรงไปตรงมาแล้ว เพราะโดยทั่วไปเราถ้าทำ Sleep Study ทำ Sleep Test ก่อน เราจะแนะนำว่า เออ คุณอาจจะต้องไปใช้วิธีอื่นก่อน ใช้ CPAP อะไรก่อน แล้วถ้ามันไม่ได้ผลเนี่ย ถึงอาจจะมาผ่าตัดแบบนี้ หรือในกรณีที่หมอเค้าประเมินเห็นช่องเขาอู้หู มันแย่มากเลย ทอนซินโตเบ้อเริ่มเทิ่มอะไรเงี้ย อ่า อันนั้นอาจจะเป็นกรณีเดียวที่ผมรู้สึกว่า การผ่าตัดเนี่ย มันน่าจะเป็นวิธีแรกที่เราเริ่มนะครับ แต่ถ้าทอนซินมันเล็กๆ คุณไปเริ่มด้วยการผ่าตัดอันนี้อาจจะไม่ค่อยถูกเท่าไหร่นะครับ

ดังนั้นข้อแรกคือการประเมินของหมอคนเนี้ยมีปัญหา ข้อที่ 2 การผ่าตัดของหมอคนเนี้ยน่าจะมีปัญหามากเลยทีเดียว และทำมานานแล้วไม่ได้เปลี่ยนวิธีด้วยนะครับ การประเมินกับการผ่าตัดเนี่ย ดูเยอะหน่อยนะครับ ข้อที่ 3 คือการไม่ได้อธิบายว่าอะไรนะครับ คนไข้ฟังทุกคนพูดเหมือนกันหมดนะครับว่า เออ หมอบอก เดี๋ยวผ่าตัดก็หาย เคสของคุณง่ายนิดเดียว ผ่าแล้วก็หายแน่ๆ เลยนะครับ หรือพอผ่านไปครั้ง 2 ครั้งไม่เป็นไร ครั้งที่ 3 หายแน่ๆ หรือการไปบอกว่าหมอคนเนี้ย รักษากับผมเดี๋ยวอีกแป๊บ นึงนะ จะจะหายละจะหายละ คือต้องบอกว่า UPPP เนี่ย ถ้ามันจะหายนะครับ หายตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณผ่าเสร็จแล้ว จะไม่มีครั้งที่ 2 ที่ 3 เลย ดังนั้นน่ะ สิ่งที่คุณหมอพูดไม่ถูกต้องเลยนะครับ ไม่ถูกต้อง ให้ข้อมูลไม่ถูกตั้งแต่แรกอยู่แล้วนะครับ แล้วก็วิธีในการพูดเนี่ยก็ไม่ถูก การเชียร์ให้คนไข้ผ่าตัดมันไม่ใช่นะครับ

แล้วถ้าเกิดมีหลายๆคนต้องมาผ่าตัดซ้ำกับคุณหมอหลายๆครั้งเนี่ย ผมก็ยังมีความสงสัยอยู่อย่างนึงนะ ว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินหรือเปล่า ใช่มั้ย มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินได้เลยนะครับ เหตุผลเพราะว่าการผ่าตัดแต่ละครั้งเนี่ย คุณหมอก็ได้เงินค่า DF แน่ๆ และนี่เป็นโรงพยาบาลเอกชน มันต้องได้แน่ๆ อยู่แล้ว ได้เยอะด้วยนะครับ ถ้ามาผ่าตัดแก้ไขได้ฟรีมั้ย ได้เรื่อยๆ ด้วย ผมเลยไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการทำแบบเนี้ย มันเป็นเทคนิคการผ่าตัดของคุณไม่ดีเอง หรือว่ามันเป็นคุณจงใจ หรือมันเป็นเพราะอะไรกันแน่นะครับ อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ

แล้วการที่คุณหมอท่านนี้บอกว่า ที่โรงพยาบาลนี้เราไม่มี Sleep Test ต้องส่งไปโรงพยาบาลอื่น มันแปลว่าอะไรอ่ะ คือสุดท้ายเนี่ย คนไข้เหล่านี้เจอคุณหมอท่านที่ 2 คุณหมอท่านที่ 2 บอกว่าโรงพยาบาลเนี้ย มี Sleep Test ให้ตรวจด้วย ซึ่งอันนี้คือแปลว่าคุณกำลังโกหกนะ และอีกอย่างหนึ่ง มันแย่กว่าเดิมตรงที่ว่า เห็นมีคนบอกว่าโรงพยาบาลเนี้ย มีการโฆษณาว่ามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับอยู่ด้วย ถ้าเมื่อไหร่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ การนอนกรนอยู่ด้วยนะ ที่นั่นจะต้องมี Sleep Test แน่นอนแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่จะโฆษณาศูนย์ของการนอนหลับของตัวเอง แล้วไม่มีการตรวจ Sleep Test ที่โรงพยาบาลนั้น เป็นไปไม่ได้นะครับ ดังนั้นอันนี้คือแปลว่าจงใจหลอกลวงด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ซึ่งอาจจะแปลว่าคุณกลัวว่าเดี๋ยวเพื่อนคุณจะรู้ก็ได้ว่า เฮ้ย ผ่าอะไรมาเนี่ยนะครับ แล้วก็มีปัญหานะครับ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ต้องมีการสืบสวนสอบสวนเอาเองนะครับ

งั้นอันเนี้ย เป็นปัญหาค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ และโดยทั่วไปต้องบอกเลยนะครับว่า เวลาเราทำ Sleep Test เสร็จเนี่ย วิธีที่มักจะได้ผลดีจริงๆ อ่ะ แล้วดีผลดีแน่ๆ ก็คือการใช้ CPAP ดีแน่ๆ เพียงแต่ว่ามันอาจจะต้องใช้ไปตลอดนะ ครับ แล้วก็อาจจะใส่ลำบากนิดนึง แต่ถ้าเกิดคุณปรับให้มันถูกต้องแล้วใส่ได้เนี่ย มันจะดีมากๆ จริงๆ ส่วนถ้าใครที่ปรับยังไงแล้วก็ใช้ไม่ได้จริงๆ เนี่ย อาจจะต้องไปใช้ วิธีอื่นๆ เช่น การใส่เครื่องมือทางทันตกรรมเพื่อยื่นกรามออกมาด้านหน้าในเวลาที่เรานอนนะครับ การฝังเครื่องที่กระตุ้นโคนลิ้นนะครับ อ่า ที่ผมเคยทำคลิปไปแล้วนะ ครับ อันนั้นที่ผ่าตัดสำเร็จครั้งแรกในประเทศไทยที่จุฬา ลองย้อนกลับไปฟังคลิปนั้นดูก็ได้นะ ว่าผ่าอะไรยังไงนะครับ หรือการใช้วิธีอื่นๆ อะไรก็แล้วแต่ แต่การผ่าตัดเนี่ย มักจะเป็นวิธีท้ายๆ ที่เราเลือกในตอนนี้ เพราะว่ามันแก้ไขอะไรไม่ได้นะครับ มันแก้ไขไม่ได้แล้วมันอาจจะมีผลข้างเคียง หรือบางคนอาจจะใช้กรณีการใช้ เอ่อ เลเซอร์ หรือคลื่นความถี่ไปเปิดช่องคอ ซึ่งอันนั้นน่ะ อืม ได้ผลแค่บางคนนะครับ แล้วก็อาจจะได้ผลชั่วคราวแล้วมันก็กลับมาเป็นใหม่ก็ได้ นะครับ ซึ่งก็ไม่ค่อยแนะนำว่าจะอยากทำเท่าไหร่ แต่ก็ถ้าจะทำก็ต้องประเมินช่องคอดีๆ เลยแหละ ว่าคนไหนช่องคอมันมันทำแล้วมันจะได้ผล ซึ่งตรงเนี้ยคงต้องไปคุยกับคุณหมอนะ ครับ

สุดท้ายผมมาเจอเรื่องของการยืมเงินของหมอคนนี้ อ่า อันนี้ยิ่งยิ่งผิด ผิดจรรยาบรรณเลยอ่ะ ผิดแบบผิดแหลกเลยนะครับ ไม่มีตรงไหนถูกเลย ซึ่งสุดท้ายหมอคนนี้ก็ลาออกจากทุกที่ที่เป็นโรงพยาบาลของเขาไปแล้วนะครับ ซึ่งก็แสดงถึงว่าเค้ารู้ตัวและว่าเค้าทำพลาด ทำผิด และสิ่งที่เขาทำมามันไม่มีอะไรถูกเลยซัก

งั้นทั้งหมดที่พูดมาเนี่ย จะบอกว่ากรณีเนี้ย ผมบอกว่าหมอผิด หมอผิดเลยนะครับ ถึงผมจะเป็นหมอด้วยกัน ผมก็ไม่เข้าข้างคนที่ เป็นหมอเหมือนกันอยู่แล้วนะครับ ถ้าทำผิด ก็คือผิด ถ้ามีเคสเดียว ผมยังจะพออธิบายได้ เคส 2 เคสยังอธิบายได้ แต่นี่คือมันหลายเคสแล้ว ทุกเคสเนี่ย มีปัญหาคล้ายกันหมด รวมทั้งได้ยินได้ยินสิ่งที่หมอพูดคล้ายกันหมด คือผ่าแล้วหายเลย ควรจะผ่า วิธีอื่นน่ะ มันไม่ดีเท่าวิธีนี้หรอก ไม่ต้องทำ Sleep Test นะครับ จะไปทำไมอ่ะ คือมีหลอกลวง บางคนโดนไถตังค์อะไรอย่างงี้อีกนะครับ คนคน ที่ผ่ามา 100 ครั้งเนี่ย โห ถูกยืมไป 2-300,000 ยังได้คืนไม่ครบ อ่า มันมีปัญหาอะไรซักอย่าง คือผมไม่รู้เหมือนกันว่าหมอท่านเนี้ย เค้ามีปัญหาทางด้านการเงินอะไรหรือเปล่า นะครับ ถ้าเกิดว่ามีก็ไม่รู้ไปลงทุนพนัน หรืออะไรซักอย่างมั้ย ที่ทำให้เค้าเป็นแบบนี้่นะครับ หรือเขาต้องเอาไปเลี้ยงคนนั้นคนนี้่นะครับ ที่เขาเก็บไว้ หรืออะไรก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ

ก็เนี่ย อันนี้บอกได้เลยว่าหมอผิดแน่ๆ นะครับ แล้วตอนนี้ทางแพทยสภาเนี่ย เขากำลังพิจารณากฎหมายอันใหม่ของเขาอยู่นั่นก็คือว่า ต่อไปถ้าเกิดว่าหมอคนไหนที่ทำผิดพลาดนะครับ แล้วต้องโดนเตือน หรือโดนถอดใบประกอบโรคศิลป์ หรือโดนพักใช้ใบประกอบโรคศิลป์เนี่ย เค้าจะประกาศชื่อแล้วจะประกาศชื่อให้เห็นชัด ให้คนสามารถรู้ได้ทันที ที่ผ่านมาเนี่ย มันเป็นการปฏิบัติเงียบๆ อยู่ๆ ก็หายเงียบๆ ไปเลย ไม่มีใครรู้ด้วยว่าคนไหนโดนยึดใบประกอบโรคศิลป์ ซึ่งมันแปลว่าถ้าเกิดไม่มีใครรู้ หมอคนนั้นก็สามารถที่จะทำต่อได้ แค่ขอให้ไม่มีใครไปฟ้องแพทยสภาดำเนินการ ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น คุณจะทำก็ทำได้ หรือหมอบางคน ที่ขายคอร์สขายอาหารเสริมทั้งหลายแหล่เนี่ย ต่อให้เขาโดนยึดใบประกอบโรคศิลป์ไป เขาไม่เดือดร้อน เพราะว่าอะไร รู้มั้ย เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเขาคือหมอ เขาไม่ต้องใช้ใบประกอบโรคศิลป์ก็ได้ ถ้าเขาไม่ได้ทำอาชีพหมออีกต่อไปแล้วเนี่ย ก็ไม่มีปัญหา เขา สามารถขายอาหารเสริม โฆษณาอาหารเสริมได้เต็มที่เลยนะครับ

ซึ่งผมมองว่าการเปลี่ยนแปลงของแพทยสภาครั้งเนี้ย ดีแล้ว ถ้าคนไหนที่ผิดแล้วโดนเพิกถอนใบประกอบโรคศิลป์ หรือโดนภาคทัณฑ์บนอะไรก็แล้วแต่ แล้วโชว์ชื่อไว้บนเว็บไซต์แพทยสภา คุณสามารถเข้าไปดูได้เลยว่า ตกลงคนเนี้ย โดนอะไรบ้าง แค่ไหนยังไงนะครับ สมัยก่อนมันจะติดเรื่องปัญหา กฎหมายต่างๆ ที่มันทำไม่ได้ เดี๋ยวเสียชื่อเสียง แต่ผมมองว่าผู้บริโภคเราเนี่ย สำคัญที่สุด คุณไม่มีทางรู้ว่าคุณจะเจอหมอคนไหนนะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำไปว่าหมอคนไหนจะเก่งไม่เก่ง คนที่รู้เนี่ย คือใครรู้มั้ยฮะ หมอด้วยกันเองที่เรียนมาด้วยกันนี่แหละ ถึงจะรู้ว่าคนนั้นคนนี้เก่ง หรือถ้าผมเรียนกับอาจารย์คนนี้ แล้วผมรู้ว่าอาจารย์เก่ง ผมจะรู้ว่าอาจารย์เก่ง แต่คุณข้างนอกคุณไม่มีทางรู้

แล้วต่อให้หมอเรียนจบอะไร ที่ไหนมายังไงนะ คุณก็ไม่มีทางรู้ว่าเขาเก่งจริงหรือไม่จริงนะครับ อาจจะคะแนนดีมาตลอดก็ได้นะครับ เขาอาจจะไม่ได้เก่งเรื่องหัตถการอะไรบางอย่างก็ได้ เพราะว่าที่อเมริกาก็มีหมอผ่าตัดหลายคนเหมือนกัน ที่ชื่อดัง แล้วตอนหลัง มีคนไปมีผลข้างเคียงเยอะ แล้วสุดท้ายไปขุดมา คือเค้าอ่ะ เก่งจริงๆ นะ เรียนเก่งมาก แต่ผ่าตัดห่วยมาก แต่จบมาเป็นหมอศัลยกรรมได้นะครับ แต่ผ่าตัดห่วยมากเลย สุดท้ายโดนยึดใบประกอบโรคศิลป์ เพราะเขาเกิดปัญหาเยอะ ดังนั้นมันไม่ได้แปลว่าคนที่เก่งเนี่ย มันจะเก่งเสมอไป คุณต้องไปถามกับหมอที่เรียนมาด้วยกัน ซึ่งเคสหมอพวกนั้นเนี่ย คือเค้าก็ไปถามสอบถามหมอที่เรียนมาด้วยกัน เค้าบอกว่าหมอที่เรียนมาด้วยกันเนี่ย ไอ้คนเนี้ย อื้อหือ ทฤษฎีแม่นมาก เก่งมากนะครับ ทำสอบเนี่ย ได้คะแนนดีมากเลยตอน แต่ตอนผ่าตัดเนี่ย มันผ่าไม่เก่งเลย แต่ยังอยากจะผ่าอยู่ดีนะครับ เออ เนี่ย ก็จะมีเคสอย่างนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าแพทยสภาจะทำการประกาศรายชื่อออกมาให้ชัดเจนว่าคนไหนมีปัญหาอะไรยังไงเนี่ย ผมมองว่าน่าจะเป็นทางเลือกของประชาชนดีๆ อย่างหนึ่งเลยนี่แหละครับนะฮะ

อ่ะ วันนี้ผมก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เสียหายทุกรายด้วยนะ ครับ แล้วก็เคสของคุณหมอท่านนี้ เอ่อ ผมว่าผมไม่ได้ด่าอะไรคุณนะ แต่ถ้าเกิดว่าคุณได้ฟังคลิปของผมแล้ว ผมรู้สึกว่าผมมาพูดจา aggressive นะครับ ด่าว่าคุณทั้งๆ ที่ผมเนี่ย ไม่เคยเจอคุณเลย ไม่เคยรู้ว่าเค้าทำงานอะไรยังไง ไม่เป็นไรครับ อันนั้นกรณีของคุณเนี่ย คุณก็เข้าสู่กระบวนการสอบสวนนะ ครับ ว่ามันถูกไม่ถูกอย่างไรนะฮะ แล้วก็ดูด้วยว่าถ้าเกิดผลการตัดสินมายังไงเนี่ย คุณก็ต้องไปฟังผลการตัดสินแบบนั้นนะครับ คงจะต้องมีสภาวิชาชีพของทางหูคอจมูกมาประเมินคุณนั่นแหละ ว่ามันมันมีปัญหาอะไรมั้ย อย่างไรนะครับ วิธีการผ่าตัดของคุณโอเคมั้ย ประเมินแล้วเป็นยังไงบ้างนะครับ ซึ่งเรื่องนั้นผมก็จะขอฟังคนที่เค้าเป็นคนเชี่ยวชาญแล้วก็ตัดสินนะครับ เพราะตัวผมเอง ผมไม่ได้ผ่าตัดช่องคอ ทำไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นผมก็อาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่จะให้ความเห็นในทางนี้ได้ แต่ดูจากพฤติกรรมกรรมทั้งหมดของคุณแล้วก็ผลเสียที่เกิดขึ้นหลายๆ เคส เทียบกับสิ่งที่ผมเคยเห็นมาในการผ่าตัด UPPP ที่อเมริกาแล้วมันไม่เป็นแบบที่คุณว่าเนี่ย ผมรู้สึกว่ากรณีของคุณมันมีปัญหามากกว่าปกติเยอะนะครับ และถ้าเกิดว่ามีการตีบของช่องคอเยอะ ซึ่งการตีบของช่องคอเป็นผลแทรกซ้อนที่เจอได้น้อย แต่กรณีของคุณถ้าเจอได้เยอะ แสดงว่าปัญหามันอยู่ที่ตัวคุณแล้ว นั่นแหละครับนะฮะ

อ่ะ วันนี้ก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ยังไงถ้าใครมีคำถาม หรือสงสัยอะไรก็สอบถามมานะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ