📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

แนวทางการทำธุรกิจ 2026 เปลี่ยนไปแล้ว!

NopPongsatorn13:42

Transcription

ความเปลี่ยนแปลงที่นักธุรกิจต้องรู้ในปี 2026 นะครับ ผมรวบรวมมาให้จากรีเสิร์ชของต่างประเทศ รีเสิร์ชของไทย แล้วก็การพูดคุยกับผู้ประกอบการหลายๆ คน เอาทุกอย่างมายำรวมกันนะครับ แล้วก็เอามาเรียบเรียงตกผลึกใหม่ ในฐานะของนักธุรกิจด้วยกันที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้วนะครับ ใหญ่เป็น 100 ล้าน หรือว่าอาจจะเพิ่งเริ่ม หรือกำลังอยากจะเริ่มทำธุรกิจ นี่คือ 10 เรื่องที่คุณต้องรู้นะครับ คุณจะได้เอาไปปรับใช้จริงๆ ในธุรกิจของคุณ

ดังนั้นครับ วันนี้เราจะมาเริ่มต้นกันที่เทรนด์แรกนะครับ สำหรับการทำธุรกิจ นั่นคือเรื่องของ AI ครับ ผมรู้ว่าคุณเคยได้ยินเรื่อง AI มาเยอะแล้ว โอ้ ฉันก็ใช้เป็น แต่คุณสังเกตมั้ยครับ AI มันฉลาดขึ้นเยอะจะตาย แต่ทำไมธุรกิจคุณมันไม่เห็นได้กำไร หรือว่าเติบโตขึ้นจากตรงนี้เลย นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมเองก็พยายามที่จะไปรีเสิร์ชนะครับ จากทั้ง Harvard เอง MIT เอง พยายามไปรวบรวมมาครับว่า เฮ้ย จริงๆ แล้วนักธุรกิจที่เขาใช้ AI จนธุรกิจเขาโคตรโตเนี่ย เออ มันทำยังไงบ้างนะครับ นี่คือเทรนด์แรกครับที่จะเล่าให้ฟังในวันนี้

จะเป็นยังไงบ้าง วันนี้ผมนพ พงษ์สธรจะเล่าให้ฟังครับ สวัสดีครับผมนพ พงษ์สธร วันนี้เราเจอกันอีกครั้งหนึ่งนอกห้องเรียนธุรกิจ เพราะผมเชื่อว่าความรู้ธุรกิจดีๆ ไม่ควรจะถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน หรือว่าในข้อสอบครับ

สวัสดีครับผมนพ พงษ์สธรนะครับ วันนี้เรากลับมาเจอกันอีกครั้งนึงนอกห้องเรียนธุรกิจ ครับ เพราะผมเชื่อนะครับว่าความรู้ธุรกิจดีๆ ไม่ควรจะถูกจำกัดอยู่ในห้องเรียน หรือว่าในกระดาษข้อสอบ ก็เลยเป็นที่มาครับที่วันนี้เอาเรื่องราวความรู้ธุรกิจและการตลาดนอกห้องเรียน MBA มาเล่าให้ฟังในช่องนี้นะครับ ฉะนั้นก่อนไปฟังก็อย่าลืมกด Subscribe ติดตามแล้วก็กดกระดิ่งกันไว้ จะได้ไม่พลาดความรู้ธุรกิจดีๆ ที่ผมจะเอามาเล่าให้ฟังนอกห้องเรียนแบบนี้ทุกวัน ครับ

และในคลิปวิดีโอนี้นะครับ จะรวบรวม 10 เทรนด์ธุรกิจไว้ และอย่างที่บอกครับ ผมไม่ได้เอามาทุกเทรนด์ที่หาเจอ หรือว่าไปอ่านรีเสิร์ชมา แต่ว่าคัดเลือกเฉพาะอันที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทย สำหรับนักธุรกิจไทยเท่านั้นฮะ มีอยู่ 10 อย่างด้วยกันนะครับ ไปฟังอย่างแรกกัน นั่นคือ Age of Artificial Intelligence Assistance หรือว่าเป็นยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือว่า AI นะครับ จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยอย่างเต็มบทบาท ฟังถึงตรงนี้อาจจะรู้สึกว่า เอ้ย เรื่องนี้มันปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ แต่ว่าขอขยายความในมุมมองของนักธุรกิจให้พวกคุณฟังนะครับ

วิวัฒนาการของ AI ที่เราได้รู้จักกันเนี่ย เริ่มต้นมา หรือว่าพูดถึงกันเยอะๆ ตั้งแต่ประมาณช่วงปีนี้นี่เอง ถ้าเราสังเกตครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพูดคุยใช้พร้อมนะครับ คุยกับแชทบอท นั่นคือแชท GPT หรือว่า Jin9 และเราก็จะสังเกตว่าสิ่งที่มันทำได้ดีครับ คือการพิมพ์คำถามและมันพิมพ์คำตอบกลับมา อ่ะ ดีขึ้นหน่อยก็คือเริ่มทำรูปภาพ วีดีโอได้ เราเห็นคนใช้ AI เป็นเยอะแยะครับ ตอนนี้น่าจะไม่มีใครใช้ไม่เป็นละ แต่คำถามก็คือ มันสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงการทำธุรกิจได้มากขนาดนั้นเชียวหรือ

เรื่องนี้นะครับ ผมขอยกคำพูดนึง ซึ่งมันเกิดขึ้นเยอะมากๆ ในต่างประเทศนะครับ มาให้พวกคุณฟัง พวกคุณเห็น AI หลายตัวเนี่ย วาดรูปได้ ทำภาพ วีดีโอสวยๆ ได้ ปั้นรูป หรือว่าทำแบบ 3 มิติขึ้นมาได้ ถูกมั้ย ในแวดวงธุรกิจก็เลยมีการตั้งคำถามนะครับว่า จริงๆ แล้วเรามี AI ไว้ทำไมกันแน่ เพราะว่าจริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าพูดถึง AI ฉันอยากได้ AI ไปซักผ้า ฉันจะได้มีเวลาไปวาดรูป คืองานที่ฉันรัก แต่ในปัจจุบันนี้ AI มันวาดรูปครับ ทำงานแทนงานที่ฉันรัก แล้วฉันจะได้มีเวลาไปซักรักผ้า คุณพอเข้าใจการเปรียบเทียบนี้ ใช่ไหมครับ

ในมุมมองของธุรกิจก็เช่นกัน เราเห็น AI เยอะเหลือเกินนะฮะ คำถามก็คือ มันช่วยธุรกิจเราได้จริงๆ แค่ไหนอ่ะ ถูกป่ะ อ่ะ เห็นชัดเจนที่สุดก็คือเอามาเจนรูปแล้วก็ โอเค มีรูปไปใช้งานได้มากขึ้นนะครับ อาจจะประหยัดเงินค่าจ้างกราฟฟิก หรือว่าวิดีโอ Editor ไม่รู้สินั่นคือการช่วยลดต้นทุน ได้ อันนี้เป็นเบสิคที่สุดละ แต่ว่าลองคิดภาพตามอย่างนี้ครับ ในมุมธุรกิจเองนะครับ ธุรกิจจะได้กำไรก็ต่อเมื่อมันมีสามเหลี่ยมด้วยกันนะครับ ใครเคยฟังท่องจะรู้ อยู่แล้วว่านี่คือสามเหลี่ยมของ Harvard ที่เรียกว่า resources process seat แล้วก็ profit formula มันคือสมการกำไร เนี่ยจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมันประกอบไปด้วย 2 อันนี้นะ ก็คือทรัพยากรนะครับ แล้วก็กระบวนการ สมการกำไรมันก็จะกลายเป็นธุรกิจที่สร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับคุณ

คีย์เวิร์ดก็คืออย่างนี้ครับ การที่คุณเอา AI มาใช้เฉยๆ เลยเนี่ย สามเหลี่ยมนี้ของคุณมันอยู่เหมือนเดิมครับ ก็เป็นที่มาว่าทำไมมี AI แล้วก็โอเค อาจจะสบายขึ้นนิดหน่อยนะ แต่กำไรธุรกิจก็ไม่ได้มีขึ้นเยอะขนาดนั้น

ทีนี้ในมุมมองของนักธุรกิจเองนะ ครับ เวลาที่เราทำธุรกิจเนี่ย เราไม่ได้บอกว่า Gen AI เพื่อสร้างรูปภาพ หรือว่าสร้างวิดีโอแล้วเอาวิดีโอไปขายไง คือถ้ามันขายได้ก็ก็คงดีนะครับ แต่น่าจะขายไม่ได้หรอก เพราะทุกคนมันเจนได้หมด ฉะนั้นเรากลับมาดูที่สามเหลี่ยมนี้ครับ อะไรสำคัญนะ Resource คือทรัพยากร แล้วก็ process คือกระบวนการ อะไรสำคัญนะ Resource คือทรัพยากร แล้วก็ process คือกระบวนการ วันนี้เรามี AI ครับ พูดง่ายๆ เหมือนกับมี resource หรือว่าทรัพยากรตัวใหม่เกิดขึ้นมา ปัญหาของธุรกิจที่ไม่สามารถสร้างกำไรได้มากขึ้นเยอะจาก AI ก็เป็นเพราะว่า คุณแค่มี AI ขึ้นมาเป็นทรัพยากรแล้วมันก็เหมือนธุรกิจทั่วไปครับ คือมีทรัพยากรแล้วไง ถูกป่ะ มันไม่ได้สามารถที่จะมีกำไรอะไรขึ้นมาเพิ่มได้มากนัก

นี่ ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบนะครับ ก็เหมือนกับธุรกิจของคุณทำได้ดีอยู่แล้วอ่ะ แล้วคุณก็มีที่ดินเพิ่ม มีทรัพย์สิน เช่นมีเรือ มีรถมาเพิ่มนะครับ แต่คุณทำธุรกิจเหมือนเดิมอ่ะ มีเรือ มีรถมาเพิ่ม คุณก็ไม่ได้ทำธุรกิจอะไรเพิ่มเติม มากกว่านี้ กำไรมันก็เท่าเดิม ก็เหมือนกันเลยครับ AI เนี่ยเป็นทรัพยากรนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือสร้าง Process หรือว่ากระบวนการ

ผมอยากยกตัวอย่างเรื่องของการวางระบบให้พวกคุณฟังนะฮะ นักธุรกิจเนี่ยมันต้องคิดอยู่ประมาณ 3 อย่างนะครับ นั่นก็คือการตลาด การบริหาร การเงิน การตลาดก็คือทำยังไงให้ขายได้ แต่พูดถึงการบริหารกันดีกว่า AI มาช่วยบริหารยังไง เห็นป่ะ เริ่มต่างละ เราจะสังเกตว่าเอ๊ะ แล้วไอ้ AI ทุกวันนี้เนี่ย มันมาช่วยในเรื่องการบริหารยังไงได้บ้าง การบริหารเนี่ยครับ คีย์เวิร์ดที่นักธุรกิจคุยกันมากที่สุดก็คือคำว่าการวางระบบ ซึ่งผมอยากขยายความให้คุณฟังอย่างนี้นะครับ

ทุกคนรู้มั้ยครับว่ามนุษยชาติของเราเนี่ย มันพัฒนาการอยู่ อย่างนี้ครับ ก็คือเนี่ยอยู่อย่างนี้แล้วก็มีจุดนึงนะครับ ที่มนุษย์เราก็พัฒนาการเพิ่มขึ้นมาอย่างนี้เลย ไอ้คำถามจุดที่มันเป็นจุดแบบหักศอกอ่ะ ที่พัฒนาการมนุษย์มันพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด มันคืออะไรนะ คำตอบคือไม่ใช่เรื่องของการค้นพบพลังงาน ครับ มันคือเรื่องของเริ่มมีการทำสิ่งที่เรียกว่า Knowledge Management หรือว่าการบริหารจัดการความรู้ครับ พูดง่ายๆ คือมนุษย์ยุคก่อนเนี่ย อาจจะเรียนรู้คณิตศาสตร์นะครับ 0 1 2 แล้วก็เสียชีวิตตายไป รุ่นลูกก็ต้องมาเรียน 0 1 2 3 ใหม่ กำลังฉลาดเลยนะครับก็ตายอีกแล้ว ต้องมาเรียน 012 ใหม่ แต่ว่าถ้าสมมุติเราพูดถึงมนุษย์ยุคหลังจากที่มีการจดบันทึกเนี่ย คุณปู่อาจจะค้นพบ 01 2 แล้วผมเนี่ยที่เป็นลูกนะครับ แล้วคุณพ่อเนี่ยรุ่นพ่อก็ไป 0 3 4 5 6 7 8 90 แล้วผมที่รุ่นลูกเนี่ยก็คือไปค้นพบว่าออโอเค งั้นจาก 11 ไป 100 เนี่ย หรือว่าเป็นฟิสิกส์ออกไปดาวอังคารเนี่ยเป็นยังไง คือเราสามารถพัฒนาการได้อย่างต่อเนื่องครับ นี่คือวิวัฒนาการของมนุษย์ คุณลองนึกดูว่าถ้ามนุษย์ไม่มีวิวัฒนาการเลยเนี่ย ก็คือไม่ว่าใครจะเกิดใหม่ก็ต้องกลับไปสู่จุดศูนย์เหมือนเดิม ก็ไม่ต้องไปไหนครับ มนุษยชาติเรานั่นคือเรื่องราวของ Homo sapiens แต่ว่าถ้าพูดถึงธุรกิจล่ะ เหมือนกันเลยครับ ติดธุรกิจทุกวันนี้ที่ ไม่โตเพราะอะไรหลายครั้งนะครับ เป็นเพราะว่าธุรกิจที่กำลังอยากจะโตมากขึ้นก็จะเริ่มปวดหัวกับเรื่องคนมากขึ้น คนเนี่ย ไอ้เรื่องคัดคนเก่งคนดีเนี่ย อันนี้อีกเรื่องนึงนะครับ แต่ถ้าสมมุติเราพูดถึงมีการคัดคนเข้ามาแล้ว สิ่งสำคัญกว่าองค์ความรู้ของพนักงานที่เข้ามาคืออะไรครับ ประสบการณ์ของบริษัท เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ ซึ่งน่าเสียดายมากๆ

ลองเปรียบเทียบหน่อยครับ สมมุติผมบอกว่าผมมีน้อง Marketing 1 คนที่ผมจ้างมาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วครับ ก็เรียนรู้มากับผมเนี่ยแหละ ลองผิดลองถูก เงินค่าใช้จ่ายของบริษัทเนี่ย ค่าเงินเดือน ค่าโฆษณามันคือค่าลองผิดลองถูกครับ ทำให้คนๆ นี้เก่งขึ้น แล้วคนๆ นี้เก่งขึ้นแล้วยังไงต่อ ก็ตรงไปตรงมานะครับ คนๆ นี้ก็อาจจะได้ไปรับผิดชอบโปรเจคที่ยิ่งใหญ่ขึ้นนะครับ ขึ้นมาเป็น manager ช่วยคุณ หรือถ้าสมมุติคุณรั้งเขาไว้ไม่ได้ เขาก็ไปลาออกนะครับ ไปทำอย่างอื่นของเขา

ลองคิดภาพตามนะครับ คุณทำยังไงต่อในการรันธุรกิจนี้ คุณก็จะจ้างคนใหม่เข้ามา พอจ้างคนใหม่เข้ามาครับ ถ้าคุณไม่มีงานทำนะ คุณก็ไปนั่งเฝ้าเขา แล้วเขาก็คงจะค่อยๆ เรียนรู้ แล้วถ้าสมมุติกำลังจะทำผิดพลาดซ้ำเรื่องเดิมกับที่คุณและพนักงานเก่าเคยพลาดมาเมื่อ 5 ปีที่แล้วเนี่ย คุณก็คงจะเบรกเขา ทัน แต่ชีวิตจริงมันไม่เป็นอย่างนั้นครับ ชีวิตจริงคือเราก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะ เพราะว่าเราก็ไปโฟกัสอย่างอื่น น้องคนนี้ก็มีไอเดียครับ แล้วก็อยากทำแล้วก็ดันผิดพลาดซ้ำเรื่องเดิม บริษัทก็เสียค่าใช้จ่าย น้องก็ไม่ได้ผิดนะครับ แต่ว่าน้องแค่ไม่รู้มาก่อน

อันเนี้ยครับ คือเหตุผลหลักๆ ที่ SME ไม่โต เขาเรียกว่าติดหล่ม ครับ ก็คือวนลูปผิดพลาดซ้ำเรื่องเดิมๆ ไม่ใช่กับคนเดิมนะครับ คือถ้าคนเดิมผิดพลาดซ้ำหลายรอบเนี่ย จริงๆ ก็ เออ หลายคนก็คงจะเอาออกอ่ะนะครับ แต่เรากำลังพูดถึงว่า แล้วถ้ามันไม่ใช่ล่ะ เออ เนี่ย พนักงานเขาทำผิดพลาดซ้ำกับคือพนักงานงานเก่าเคยผิดพลาดมาแล้ว แบบนี้ครับ เรียกว่าปัญหาขององค์กรที่ไม่รู้จักวางระบบ ซึ่งการวางระบบในยุคก่อนหน้านี้นะครับ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เงิน แล้วก็ต้องวางแผนกันอย่างรอบคอบมากๆ

อ่า ยกตัวอย่างนะครับ เช่น บริษัทที่ผมเคยมีโอกาสไปนั่งเป็นผู้บริหารด้วยเนี่ย ในกลุ่มธุรกิจนี้นะครับ ก็มีอยู่หลายสาขาเลย คุณเชื่อไหมครับว่าถ้าสมมุติว่าผู้จัดการสาขาที่ 1 เนี่ยเจอเรื่องผิดพลาดอะไรก็ตาม อีกเป็นหลายร้อยสาขาทั่วประเทศเนี่ย เขาจะไม่มีวันผิดพลาดเรื่องนี้ซ้ำโดยเด็ดขาด เฮ้ย ทำได้ยังไงนะครับ เช่น ผู้จัดการสาขานี้ครับ ได้พบว่ามีมิจฉาชีพนะครับ เริ่มจ่ายแบงค์ 500 ปลอมแล้วเก็เจอ เอ้ย ผิดพลาดแล้ว ผู้จัดการสาขาอีกหลายร้อยสาขาเนี่ย จะไม่พลาดเรื่องนี้ซ้ำเลยครับ เหตุผลคือเพราะอะไร เพราะว่าบริษัทมีการวางระบบไว้นั่นคือก่อนผู้จัดการสาขาเรื่องงานนะ ครับ เช่น 17:30 น.เนี่ย ก็จะต้องคีย์สิ่งที่สาขาคือเปิดระบบคอมพิวเตอร์นะครับ ซึ่งก็โอ้โห จ้างระบบมาเป็นหลายร้อยล้าน เปิดคอมพิวเตอร์ครับ เพื่อที่จะเช็คเอาท์ก่อนเลิกงาน ก็พิมพ์ 3 สิ่งที่ได้เรียนรู้ 3 สิ่งที่ทำผิดพลาดแล้วก็ไม่อยากให้สาขาอื่นพลาดซ้ำนะครับ แล้วก็อีก 3 สิ่งที่แบบว่า เออ เป็นเรื่องที่ค้นพบมาด้วยตัวเองนะ ครับ แล้วก็ทำได้ดีได้ทราบเหมือนกัน พิมพ์เข้าไปครับ ครึ่งชั่วโมงเสร็จ ตอนกลางคืนครับ ที่สำนักงานใหญ่เนี่ย ก็จะมีคนมา intelligent data ก็คือมานั่งดูข้อมูลเหล่านี้ว่าอะไรบ้างที่เป็นตัวสำคัญนะ ครับ แล้วก็เขาก็จะคัดเลือกมาครับ เช้าวันถัดมาครับ ผู้จัดการสาขาหลายร้อยสาขาเข้างานนะครับ เข้างาน 8:00 น.นะครับ ก็จะต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเนี่ย ในการมานั่งอ่าน note เหล่านี้ ก็คือมานั่งอ่านครับว่ามีอะไรที่เราต้องรู้บ้าง ส่วนใหญ่มันก็จะเป็นการคัดเลือกมานี่แหละครับ ซึ่งก็ต้องอ่านไปหลายสิบข้อเลยนะครับ เพราะแต่ละข้อเนี่ย เขา ก็คัดมาแล้วว่ามันสำคัญเนาะ พออ่านเสร็จครับ กด Next คือกดไปหน้าถัดไป ครับ ข้อสอบครับทุกคน มันเป็นข้อสอบที่วัดความเข้าใจว่าผู้จัดการสาขาแต่ละคนเนี่ย ได้อ่านอันเมื่อกี้จริงหรือเปล่า เช่น แบงค์ 500 ปลอมมีคุณลักษณะอย่างไร ต้องป้องกันอย่างไร แล้วก็มีช้อยส์ให้เลือก ครับ 5 ช้อยส์เลย คือแล้วคุณต้องตอบถูกนะ ครับ 90% ขึ้นไป ไม่งั้นเนี่ยเนี่ย เขาไม่ อนุญาตให้คุณตอกบัตรเข้ามาเริ่มงาน คุณพอเห็นภาพมั้ย การกระทำแบบนี้ครับ ทำให้องค์กรแห่งนี้พัฒนาขึ้นทุกวันทุกวัน แล้วอะไร รู้มั้ยฮะ พนักงานใหม่เข้ามาครับ เช่น มีผู้จัดการสาขาคนใหม่เข้ามานะครับ ผมเปิดสาขาที่ 584 อย่างเงี้ย มีผู้จัดการสาขาคนใหม่เข้ามา เพิ่งเริ่มงานวันนี้วันแรกครับ HR ก็จะบังคับให้เขาเนี่ยนะครับ ได้อ่านทั้งหมดนี้เลย อ่านนะครับ อ่านย้อนกลับไปย้อนหลังนะ ครับ 3 ปี คือ โอ้โห ต้องอ่านกันตาแตกเลย ก็ต้องสอบให้ผ่าน 90% ด้วยถึงจะไปเริ่มงานได้

แน่นอนครับ มันดูแบบ โอ้โห ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ แต่คุณลองคิดภาพดูสิครับ ในฐานะที่คุณเป็นนักธุรกิจเนี่ย การกระทำแบบนี้ครับ ทำให้องค์กรคุณสามารถเดินไปข้างหน้าได้ทุกวัน ไม่ใช่แบบเดินไป 3 ก้าว ถอยหลังมา 2 ก้าว เดินไปอีก 1 ก้าว ถอยหลังมาอีก 49 ก้าว เงี้ย คือส่วนใหญ่ SME ไทยที่ไม่โต ก็เป็นเพราะเรื่องนี้นี่แหละครับ ไม่รู้จักวางระบบนะฮะ

ทีนี้ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทำไม นี่แหละครับคือสิ่งที่องค์กรในสมัยก่อนอยากได้ระบบเหล่านี้เอาเนี่ยครับ คุยกันไปในการพัฒนาระบบหลัก 10 ล้าน 100 ล้าน แต่ทุกวันนี้ครับ คุณ AI ใช้ GBT Jมมันทำเรื่องพวกนี้ได้ เฮ้ย มันเก่งมากนะครับ ผมเองก็พยายามลองใช้อยู่เหมือนกัน ตั้งเป็น Knowledge Management เป็น Knowledge Center นะครับ ในบริษัท ฝ่าย Marketing ฝ่าย HR ฝ่าย Finance ทำอะไรถูกทำอะไรผิดนะ ครับ อัดๆ ความรู้เข้ามานะครับ แล้วก็พนักงานใหม่เข้ามา สงสัยอะไรคือพิมพ์ถาม ที่มันเป็น Custom GPT นะ ก็คือมันเป็นการแชทถามนี่แหละ เฉพาะความรู้องค์ความรู้ในองค์กรของเรา มันไม่ออกไปข้างนอกถูกมั้ย อยู่ข้างในก็พนักงานเราก็สามารถที่จะเข้าถึงความเก่งระดับผู้จัดการได้ นั่นคือ สมมุติผมอ่ะ อายุบริษัทนี้มา 11 ปี ผู้จัดการผมอยู่มา 5 ปีครับ แต่ว่าน้องใหม่ที่อายุงานแค่ 1 วัน ก็สามารถที่จะมีความรู้เท่าพวกผม 2 คนได้เงี้ย สบายแล้วองค์กรคุณเติบโตตัวได้

ฉะนั้นเนี่ยแหละครับ มันคือยุคที่เราเรียกว่า Artificial Intelligence Assistant คือมันช่วยคุณได้ มันเป็นผู้ช่วยคุณ ไม่ใช่ช่วยทำงานง่อยๆ นะครับ แบบไปวาดรูปหน่อย ไปทำวิดีโอหน่อย อันนั้นมันทำได้อ่ะ คือจริงๆ เด็กอนุบาลก็ใช้พร้อมเด่นรูปได้ แต่เรื่องของเรื่องคือ นักธุรกิจเนี่ย เอา AI มาใช้ AI คือ resources หรือว่าทรัพยากรถูกมั้ย สิ่งที่คุณต้องทำก็คือคุณต้องปรับปรุงกระบวนการ ที่เรียกว่า process อย่างเช่นในตัวอย่างนี้เนี่ย ยกมาตั้งนานมันคือมี resource เพิ่มคือ AI เป็นน้องฉลาดคนนึง อยู่ในองค์กร ถ้าไม่ได้วาง process กระบวนการมันก็จะไม่มีประโยชน์ครับ แต่ว่าถ้าวันนี้น้องคือ น้อง AI เนี่ยมันฉลาด คุณวางกระบวนการก็คือวางเรื่อง Knowledge Management เหมือนตัวอย่างที่ผมยกไปเมื่อกี้ครับ เอาแค่เรื่องผู้จัดการสาขาก็ได้แล้ว เอาน้อง AI มาช่วยเนี่ย โอ้โห คุณมี Knowledge Management ในระดับที่องค์กรใหญ่ๆ เขาลงทุนเป็นหลัก 10 ล้าน 100 ล้านอ่ะ แต่ว่าวันนี้คุณจ่ายแบบอ่ะ ถ้าแชท GBT ก็คือเดือนละแค่หลักร้อยบาทเท่านั้นเอง

ไม่ได้มีแค่นี้นะครับ จริงๆ ทำได้อีกเยอะมากๆ ครับ สิ่งที่ผมอยากจะสื่อคือการวาง Process เรื่องเนี้ย มันเป็นเหมือนการคือภาษาผมเรียกว่า ROI นะครับ Return on Time Investment คุณอาจจะเสียเวลานิดหน่อยในการมานั่งคิดว่าเอ๊ะ เอาปรับปรุงกระบวนการ หรือว่าทำ process improvement เนี่ย อะไรดี มันก็เสียเวลาทำมั้ย มันเสียเวลาทำครับ แต่นั่นแหละสุดท้ายมันก็จะทำให้คุณเนี่ย คือเสียเวลาทำตรงนี้นิดหน่อย แต่หลังจากนี้คุณจะประหยัดเวลาให้ตัวเอง และให้พนักงานทุกคนของคุณได้อย่างน้อยๆ เนี่ยวันละ 1-2 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่เวลาครับ เงินด้วย ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกใหม่ คุณคิดดูง่ายๆ ก็ได้ครับ ถ้าวันนี้ตัวคุณเองไม่ทำผิดพลาดซ้ำเรื่องเดิมเลย ไม่เสียเวลาไปหาข้อมูลที่ใครบางคนในองค์กรคุณเคยผ่านเรื่องนั้นมาแล้วเลย บริษัทมันจะก้าวหน้าไปขนาดไหนครับ

นี่แหละครับคือเทรนด์ที่ 1 ของปี 2026 ที่จะมาถึงนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ ยังเหลืออีก 9 เทรนด์ครับ ที่ผมจะมา cover ให้ฟังในซีรีส์ 2026 นี้ มีเทรนด์ธุรกิจอะไรบ้าง อย่าลืมกดติดตาม Subscribe แล้วก็กดกระดิ่งกันไว้นะครับ จะได้ไม่พลาดความรู้ธุรกิจดีๆ ที่ผมจะเอามาเล่าให้ฟังนอกห้องเรียนแบบนี้ทุกวันเนอะ ในห้องเรียน MBA ยังมีอะไรอีกเยอะครับ มีโอกาสเอามาเล่าให้พวกคุณฟังมากจริงๆ ฉะนั้นอย่าลืมติดตามกันไว้ เพราะไม่อย่างงั้นเราอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกนะครับ

ถ้าชอบคลิปวิดีโอนี้นะครับ ก็อย่าลืมกดเซฟกันไปด้วยครับ คุณจะได้กลับมาหาคลิปวิดีโอนี้เจอ นะฮะ และอยากให้ผมเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก อยากให้แชร์เรื่องอะไรก็อย่าลืมคอมเมนต์ไว้เดี๋ยวจะหาโอกาสมาเล่าให้ฟัง สำหรับวันนี้ผมลากันไปก่อน สวัสดีครับ

และใครที่ยังไม่ได้จอยกลุ่มหลังบ้านของผมนะครับ The Insider Community ก็อย่าลืมจอยกันเข้ามาได้ อันนี้จอยฟรีนะครับ เป็นกลุ่มหลังบ้านเพื่อนๆ เราที่เป็นผู้บริหาร นักธุรกิจ และนักการตลาดที่เข้ามาแบ่งปัน สอบถาม และก็แชร์ข้อมูลกัน ผมว่าเป็นกลุ่มที่มีประโยชน์ และก็น่ารักกันมากๆ เลย ก็เข้ามาจอยกันได้นะครับ เดี๋ยวใส่ลิงก์ไว้ให้

[เพลง]

ที่ท็อปคอมเม้นท์