📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

MEGA: Oppday Q3/2025 บมจ. เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์

SET Thailand46:43

Transcription

[เพลง] [เพลง] สวัสดีค่ะท่านนักลงทุนทุกท่านค่ะ พบกันอีกครั้งนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ที่ทางบริษัท Megal้า Life Science จำกัดมหาชนนะคะ จะมารายงานผลการดำเนินงานนะคะ สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ค่ะ

ก่อนอื่นดิฉันขอแนะนำท่านผู้บริหารที่จะมาให้ข้อมูลกับเราในวันนี้นะคะ ท่านแรกค่ะ คุณวิเวก ดาวัน CEO ค่ะ

>> สวัสดีสดีครับ

ค่ะ ท่านต่อไปนะคะ คุณมาโนด เบอร์บูซานีนะคะ Deputy CFO ค่ะ

>> สวัสดีครับ

ค่ะ แล้วก็ดิฉันนะคะ สุจินตนา บุญวรพัฒน์นะคะ Corporate Secretary ค่ะ ดิฉันจะเริ่มจากการเอ่อ รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกนะคะของปี 2025 แล้วก็จากนั้นก็ จะให้คุณวิเวกมาเล่าในเรื่องแผนงานในอนาคตของบริษัทต่อนะคะ แล้วก็ปิดท้ายด้วย Q&A ค่ะ นักลงทุนสามารถสแกน QR Code นะคะ เอ่อ ตรงมุมขวาล่างนะคะ เพื่อดาวน์โหลด presentation นี้ได้เลยค่ะ

เริ่มเลยนะคะ

ค่ะ ในส่วนของรายได้จากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ ของบริษัทอยู่ ที่ 3 ล้านบาทนะคะ ลดลง 10.3% 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนค่ะ สาเหตุหลักก็จะมาจากธุรกิจ Max Care ค่ะ แต่ด้วยยอดขายในธุรกิจ Meg VC ในประเทศเมียนมาร์เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นนะคะ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 เอ่อ เลยทำให้รายได้จากการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท ปรับตัวลดลงในอัตราที่แคบลงนะคะ จากเดิมที่ลดลง 14% นะคะ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 นะคะ เอ่อ เหลือลดลงเพียง 10.3% 3% นะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ค่ะ

ในส่วนรายได้ของธุรกิจ Meg VC นะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 อยู่ที่เอ่อ 6,365 ล้านบาทค่ะ เติบโตขึ้น 4.3% 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนค่ะ หากปรับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงในธุรกิจ Megal้า VC ในประเทศเวียดเอ่อ ในประเทศเมียนมาร์นะคะ แล้วก็ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐนะคะ รายได้ของธุรกิจ Megก้า VC ก็ยังเติบโตเอ่อ อย่างต่อเนื่องนะคะ ในระดับเลข 2 หลักตอนต้นนะคะ หรือ Low Double digit growth นะคะ ในตลาดอื่นๆ ค่ะ

ในส่วนของรายได้ของธุรกิจ Max Care นะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ อยู่ที่ 3,902 ล้านบาทนะคะ ลดลง 27% ค่ะ จากช่วงเดียวกันของปีก่อนนะคะ หากปรับผลกระทบจาก 2 อัตราแลกเปลี่ยนในประเทศเมียนมาร์แล้วนะคะ รายได้ของธุรกิจใน Max Care ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ จะลดลง 26.4% 4% ค่ะ การลดลงของรายได้ธุรกิจ Max Care นะคะ โดยหลักก็จะมาจาก การลดลงของรายได้จากธุรกิจ Max Care ในประเทศเมียนมาร์ค่ะ

>> ค่ะ ต่อไปมาดูในส่วนของรายได้ตามภูมิภาคนะคะ รายได้ตามภูมิภาคนะคะ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถสร้างรายได้ได้ 76.8% นะคะ ของรายได้จากธุรกิจ Meg VC นะคะ ในขณะที่อินโดจีนนะคะ สามารถสร้างรายได้ได้ 58.3% 3% ค่ะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ค่ะ

สัดส่วนรายได้ของธุรกิจ Meg EC นะคะ ต่อรายได้จากการดำเนินงานรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ อยู่ที่ 60 เมื่อเทียบกับ 52.2% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 ค่ะ ขณะที่สัดส่วนของรายได้ธุรกิจ Max Can นะคะ อยู่ที่ 37.2% นะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 เมื่อเทียบกับ 45.8% 8% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 ค่ะ

มาดูในส่วนของตัว Gross Margin นะคะ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทนะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ ปรับตัวดีขึ้นนะคะ เมื่อเทียบกับช่วงเอ่อ เดียวกันของปีก่อนค่ะ โดยหลักก็จะมาจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นตามส่วนงานค่ะ

อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ MEA VCAN ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ อยู่ที่ 14.4% % นะคะ เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 ที่ 66% ค่ะ และผลอันนี้คือผลมาจากการเติบโตของรายได้นะคะ แล้วก็ Product Mix, Country Mix, เอ่อ Currency Mix แล้วก็ระดับผลผลิตค่ะ

ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Max Care นะคะ หลังปรับปรุงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ อยู่ที่ 26.2% ค่ะ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 23.6% 6% ค่ะ ผลมาจาก Principle Mix ค่ะ ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นตามรายงานของธุรกิจ Max Care นะคะ ที่สูงอยู่ที่ 22.3% 3% นะคะ โดยหลักก็จะเกิดจากผลกระทบของ 2 อัตราแลกเปลี่ยนเอ่อ ในประเทศเมียนมาร์นะคะ ซึ่งไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทค่ะ

>> ค่ะ มาดูต่อในส่วนของ SG&A ของบริษัทนะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ ยังคงระดับนะคะ อยู่ที่ 31.5% ของรายได้จากการดำเนินงานค่ะ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 28.3% 3% นะคะ เปอร์เซ็นต์ของ SG&A ต่อรายได้จากการดำเนินงานที่สูงขึ้นก็เนื่องมาจากการลดลงของรายได้ของธุรกิจ Max Care ค่ะ แต่ว่าในส่วนของเอ่อ จำนวน Value ก็คือจะใกล้เคียงกับปีที่แล้วนะคะ

มาดูในส่วนของกำไรขาดทุนของบริษัทนะคะ กำไรสุทธิจากการเอ่อ ตามรายงานนะคะ ลดลง 2.8% ค่ะ และกำไรสุทธิหลังปรับปรุงลดลง 10.1% 1% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ โดยหลักก็จะเกิดจากการลดลงของธุรกิจ Max Care ในประเทศเมียนมาร์นะคะ และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางภาษีนะคะ เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีเอ่อ หมดอายุในปี 2025 ค่ะ

มาดูในส่วนของเอ่อเอ่อ การดำเนินงานที่ผ่านมานะคะ ในช่วงเอ่อ 6 ปีเอ่อ หลังนี้้นะคะ รายได้จากการดำเนินงานในช่วงปี 2019-2024 นะคะ เติบโตโดยเฉลี่ย 6.6% ค่ะ และกำไรสุทธิหลังปรับปรุงนะคะ ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ย 11.6% ค่ะ บริษัท ยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งนะคะ อย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2019-2024 ค่ะ เติบโตโดยเฉลี่ย 9.9% 9% ค่ะ และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 บริษัทมีกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานนะคะ จำนวน 1,714 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 128% ของกำไรสุทธิค่ะ

>> ค่ะ จากการที่บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานในช่วงปี 2019-2024 ที่เติบโตโดยเฉลี่ย 6.6% นะคะ โดยหลักก็จะมาจากธุรกิจ Meg VC ซึ่งเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 8.9% 9% นะคะ และธุรกิจ Max Care เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3% ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาค่ะ

ในส่วนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นะคะ สามารถสร้างรายได้ได้ 83.9% ของรายได้จากการดำเนินงานรวมนะคะ ในขณะที่อินโดจีนนะคะ สามารถสร้างรายได้ได้ 72.5% 5% ของรายได้จากการดำเนินงานรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ค่ะ

มาดูในส่วนของเอ่อ ตัวเลขเอ่อ อัตราส่วนนะ คะเอ่อ บริษัทมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนะคะ ซึ่งบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในช่วงปี 2019-2024 โดยเฉลี่ยมากกว่า 114% ของกำไรสุทธิตามรายงานค่ะ บริษัทมีการจ่ายปันผลในอัตราการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกันนะคะ ตามนโยบายของบริษัท อัตราการจ่ายปันผลอยู่ที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิค่ะ แต่การจ่ายจริงสำหรับเอ่อ การจ่ายปันผลนะคะ ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาก็มีค่าเฉลี่ยที่สูงกว่า 62% ของกำไรสุทธิค่ะ และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 อัตราการจ่ายปันผลของบริษัทอยู่ที่ 83% ของกำไรสุทธิค่ะ บริษัทมี ROE แล้วก็มี Cash Cycle นะคะ ที่คงระดับค่ะ ในส่วนของกำไรสุทธิหลังปรับปรุงต่อหุ้นโดยเฉลี่ยนะคะ เติบโตโดยเฉลี่ย 11.5% % ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาค่ะ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นก็ต่ำมากนะคะ และในส่วนการจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทก็จัดการได้ดี รวมถึงในเรื่องการจัดการสินค้าคงคลังแล้วก็ในเรื่องลูกหนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ บริษัทก็จัดการในส่วนนี้ได้ดีนะคะ

>> ค่ะ มาดูในส่วนของตัว Balance Sheet บริษัทมีงบดุลและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องนะคะ เงินสดเอ่อ กระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ อยู่ที่ 1,714 ล้านบาทนะคะ คิดเป็น 128% ของกำไรสุทธิค่ะ ซึ่งบริษัทมีการเอ่อ จ่ายเงินลงทุนนะคะ ในสินทรัพย์ที่มีตัวตนนะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 จำนวน 430 ล้านบาทนะคะ โดยหลักก็จะมาจาก การใช้จ่ายในเอ่อ สำหรับโรงงานในประเทศไทย อินโดนีเซีย ออสเตรเลียแล้วก็การเข้าซื้อที่ดินเช่าเพื่อสร้างโรงงานผลิตในประเทศเวียดนามค่ะ

กระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมดำเนินเอ่อ กิจการจัดหาเงินนะคะ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นะคะ อยู่ที่ 1,310 ล้านบาทนะคะ โดยหลักก็จะมาจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 1,395 ล้านบาท และกระแสเงินสดรับจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมธนาคารนะคะ จำนวน 165 ล้านบาทค่ะ

ในเดือนกันยายนปี 2025 อัตราส่วนหนี้สินเอ่อ ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นนะคะ อยู่ที่ 0.05 05 เท่าค่ะ และอัตราหนี้สินสุทธิ ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ -0.34 34 ซึ่งใกล้เคียงกับเดือนมิถุนายนปี 2025 แล้วก็ใกล้เคียงกับในเดือนธันวาคมปี 2024 ค่ะ

ในลำดับต่อไปนะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญคุณวิเวก ดาวันนะคะ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานบริษัทในอนาคตค่ะ ขอเชิญคุณวิเวกค่ะ

>> ขอบคุณครับคุณสุจินตนา ผู้ถือหุ้นทุกท่านครับผม คุณวิเวกครับ คุณนายก็อธิบายเรื่องผลงานใน 9 เดือนที่เราผ่านมาแล้วนะครับ ผลกระทบที่เราทุกคนทราบเรื่องพม่าเรื่องยูเครน เราก็เจอวิกฤตอันนี้มานานแล้วแล้วก็ พยายามทำธุรกิจได้ในแต่ละประเทศแล้วก็ ยอดขายก็ยังเรียกว่าคล่องตัวสำหรับแบรนด์ภายใต้แบรนด์ Meg VC care ผลกระทบที่เราเจอ เราเจอใน Max Care เรียกว่าที่เรากระจายสินค้าให้คนอื่นแต่ว่าหลายๆสินค้าที่ประเทศพม่าไม่ได้อนุญาต license ก็ยาก แต่พอดีไตรมาสที่ 3 เราได้ license มากขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของเข้ามาได้ยอดขายในไตรมาส 3 มันก็ดี เพราะว่าแบรนด์เราก็ติดตลาดอยู่แล้วแล้วก็สินค้าที่เรากระจายทั้งตลาดก็มีลูกค้า เราก็เป็นอยู่ในประเทศ 30 กว่าปีแล้ว แบรนด์สินค้าเค้าก็อยู่เรียกว่าเป็นผู้นำในตลาดด้วยครับ แต่ทำให้ 2 ธุรกิจไม่ว่าจะแบรนด์ภายใต้ Meg VC, Max Care ก็เติบโตในไตรมาสที่ 3 แล้วก็ที่เราเห็นๆมันตกๆอยู่ในพม่าแต่มาไตรมาส 3 เลยดีขึ้นฟื้นขึ้นเรียกว่ามันคล่องตัวแล้วระดับมันไม่น่าจะตก ถ้าถ้าข้อมูลแล้วไม่น่าจะตกนะครับ อันนี้เป็นข้อดีของพม่าตอนนี้นะครับ ถ้าอนาคตเราได้เงินอะไรได้ของในเบอร์ม่า license มันยังไงไม่อยากคลื่นเหมือนเมื่อก่อนคำบิาด้วยเรามั่นใจว่าธุรกิจเราจะโตในอนาคตในระยะต่อไป แต่ว่าตามแพลนงานเราก็มีแพลนด้วยว่าที่ลงทุนในพม่าที่กรรมการเราอนุญาตไปแล้วที่จะไปลงทุนทำโรงงานในพม่าผลิตในพม่าเพื่อนำเข้าวัตถุดิบแล้วก็ผลิตมันจะสะดวกมันง่ายแต่ว่าทำแล้วน่าจะมีสินค้าอยู่ในตลาดตลอดนะครับ เพราะว่าสินค้าเราติดตลาดอยู่แล้วแล้วยอดขายเราก็ดีอยู่ในพม่าอะไรเราก็แพลนว่าจะลงทุนในพม่า การเรียนแมมมาประเทศเมมมานะครับ อันนี้เป็นผลกระทบอันแรก ตอนนี้อาจจะบางคนกังวลเรื่องน้ำท่วมในประเทศด้วยศรีลังกาอินโดทุกที่ก็มีปัญหา เวียดนามทุกที่ก็มีปัญหาอยู่แต่ว่าผลกระทบกับธุรกิจเราอาจจะไม่ได้มากเท่าไหร่ครับ มีต้องมีบ้างครับเพราะว่าสินค้าเวลาร้านยาบางทีร้านยามีปัญหาก็มีนะครับ แต่ไม่ได้เรียกว่ายอดขายในทางใต้เราอาจจะไม่เกินเอเรียที่น้ำท่วมอาจจะไม่เกิน 4-5% นะครับ แล้วก็อาจจะผลกระทบไม่มากอาจจะน้อยกว่า 1% ด้วยครับถ้าในถ้า รวมหลายๆประเทศ แต่ว่าถามว่าประเทศถ้ามีปัญหาเราก็ต้องเจอปัญหาบ้างนะครับ ถ้าดูแล้วนี้น่าจะมีผลกระทบหนักมากนะครับ อันนี้ที่พูดถึงเรื่องปัญหาน้ำท่วมแล้วก็ปัญหาอีกเรื่องนึงก็อัตราการแลกเงินเปลี่ยนอยู่ตอนรบบาทก็เห็นผลกระทบกับรายได้ของเราด้วยเพราะว่าเรา profit ในบาทในประเทศไทเปรียบเทียบกับปีที่แล้วก็น่าจะมีมีเห็น Net profit เอ่ออะไรได้จะตก แต่ว่าสรุปแล้ว reported profit ว่าที่เรากำไรสุทธิที่เรานะครับไม่แตกต่างกันมากถ้าเทียบกับปีที่แล้วเอ่อ 9 เดือน 1335 กับ 1373 มันจะต่างกันแค่ 2.8% 8% นิดเดียวเองนะฮะ เมื่อเราเจอปัญหาหลายอย่างในประเทศนู้นประเทศนี้แต่ยังอะไรได้กำไรเราก็ยังไม่ได้ตกเท่าไหร่นะครับ แต่ว่าถ้าเทียบกับตามแพลนเราที่เราให้ครูเท่งทราบ 5 ปีที่แล้วว่าเราจะโตทำกำไรยากประมาณพันกว่าเหรียญล้านบาทที่ถ้าดูตอนนั้นน่ะ เป็นเรียกว่าเป็น adjusted reported profit ดูวันนี้เราไม่น่าไม่ใกล้เคียงกันเพราะเราคือว่าปีนี้เราจะได้ประมาณ 1,900 100,900 กว่าล้านบาทแล้วก็ถ้าดูตามเป้าของร้านเราน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 นะครับ ดังนั้นมันมันก็เกิน 90 กว่าเปอร์เซ็นต์อาจจะที่ผลกระทบแล้วเจอมันเพราะว่ามีปัญหาต่างๆที่เราคาดคาดหวังไม่ได้นะครับ แต่นอกจากนี้ธุรกิจเราก็ยังไปได้เติบโตดีครับตามแพลนนะครับ อนาคตมีแพลนอะไรบ้าง 1 เราลงทุนในอินโดแล้วแล้วก็ตอนนี้ได้พอทำ license เข้ามาเรื่อยๆครับเข้ามาเยอะแล้วก็เราก็พัฒนาสินค้าในประเทศด้วยครับเริ่มอะไหล่ผลิตแล้วก็รายได้ดีขึ้นตามแพลนเรามีภายใน 5 ปีเราจะได้เติบโตยอดขายในอินโดไปถึงประมาณ 50 ล้านเหรียญนะ อันนี้ยังก็ยังเดิมของเดิมอยู่ครับมีการเปลี่ยนแปลงเพราะว่าสินค้าเราจะขึ้นทะเบียนหลายตัวหลายปีแล้วเนี่ยระหว่างการออกมาอยู่แล้วก็บางเริ่มขายเราด้วยครับนะ ครับ 1 เวียดนามเราก็ยาไถก็ยังดีเพราะว่าเรามี 2 2 อย่างแบงค์นี้จน Health กับยา มี 2 ธุรกิจไปใต้ยานะครับ 1 ผมว่าปัก 2 ยาอยู่ในโรงพยาบาลนะครับ เวียดนามเราก็กฎกฎหมายในเวียดนามตอนนี้อำนวยให้คนที่ผลิตในประเทศมันได้เข้าไปขายให้รัฐบาลเข้าไปทำรายได้อย่างงั้นเขาจะมีนโยบายเพื่อที่จะช่วยเอ่อ ในหลายแบบที่จะเราก็ต้องผลิตในประเทศแต่ อเมริกาจะลงทุนในเวียดนามได้อนุญาตจาก กรรมการจริงแล้วก็เราก็ซื้อที่เริ่มก่อสร้างแล้วลงทุนประมาณ 45 ล้านเหรียญนะ ครับก็มี 30 เวียดนามก็มี 45 รวมแล้วทั้งกำลังผลิตพัฒนายาใหม่ขอลิขสิทธิ์ยาใหม่แล้วก็ลงทุนในการขยายแบรนด์ของเรานะที่อยู่ใน 30 ประเทศภายใน 3 ปีข้างหน้า Megga น่าจะลงทุนประมาณ 120 กว่าล้านเหรียญนะ ครับประมาณนั้นน่ะ 100 ถึง 120 ล้านเหรียญอันนี้อยู่ในแพลนงานของเราเพื่อเพิ่มยอดขายภายใน 5 ปีประมาณ 2 เท่ากับวันนี้ปัจจุบันในปี 2005 double business 5 ปีข้างหน้านี้อันนี้อันนี้เป็น strategic plan นะครับที่เรากำลังสร้างแล้วก็เจรจากันอยู่นะครับที่เราพูดกันในในประชุมครั้งที่แล้วว่าเราปีหน้า เอ่อปิดงบเราจะมารายงานให้ผู้ถือหุ้นว่าเรามีแพลนใน 5 ปีข้างหน้าเท่าไหร่จึงแล้วก็เราจะคิดว่า profit อะไรได้ของเรามันจะเพิ่มขึ้นจาก 1,900 กว่าล้านบาทถึงประมาณ 305 3,500-4,000 ล้านบาทอยู่ในอัตราประมาณนั้นเรากำลังจะสร้างเขนิแปลนหยุดประชุมมาแล้วประมาณ 1 ปีครับเตรียมตัวสำหรับ 5 ปีข้างหน้านะครับไม่ว่าจะลงทุนไม่ว่าจะสร้างแบรนด์ 2 คานะครับทำให้ 2 คานทั้งยากับทั้งแบรนด์คนยิ้มันจะแข็งแกร่งขึ้นในแต่ละประเทศที่เรามีทีมงานอยู่แล้วแล้วก็ลงลึกในบางแคกรีครับเหมือนเทนกอลฟ gold กอลฟหลายๆเอเรียที่เราเชี่ยวชาญเรามีซีเออยู่แล้วแล้วก็ติดตลาดเราจะไปลงลึกมากก็วันนี้มีได้แค่ขยายพอหลักเยอะแต่มันลงลึกกับบางเอเรียนะครับ บางแคกรีที่เราทำงานมาตอนนี้เกือบ 10-20 ปีแล้วแล้วก็มาทำมากขึ้นไม่ใช่น้อยลงัก เดิมขยายยอดขาย 2 ลง Line extension ต่างๆในแต่ละประเทศแล้วก็สร้างความแบรนด์เราแข็งแกร่งในทั่วโลกครับแบรนด์เดียวมัน Gold Fen Product ที่เราขายในหลายๆประเทศครับอันนี้เป็นเป้าหมายในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้านะครับ อ่าเอ่อ นอกจากนี้ผมคิดว่าทุกอย่างเราก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับเอ่อ อาจจะบางคนเข้าใจว่ามัน ID จะเป็นยังไงถ้าเราลงทุนเยอะขนาดนี้แต่ผมเชื่อว่าลงทุนอย่างนี้แล้วก็ถ้าเราได้กำไรอยู่ที่ 2,000 ล้านเราก็ยังใจไม่ไม่น้อยกว่า 50-60% นะครับ ก็ยังได้อยู่เพราะว่าเราก็กู้เงินบ้างแล้วก็อะไรได้จากธุรกิจถ้ายังทำได้ตามเป้านะครับผมไม่น่าจะมีผลกระทบเพราะว่าเงินที่เราลงทุนประมาณ 3,000 กว่าล้านบาทแล้วก็เราคิดว่านี่เราลงทุนไปแล้ว 3-4 ปีข้างหน้าเราก็น่าจะมีเงินเพียงพอที่จะที่ จะ invest ของเราเองนะครับแล้วก็ไม่น่าจะมีผลกระทบกับ ID ถ้าทุกอย่างไปได้ตามแพลนนะครับเราก็พร้อมทุกคนทีมงานพร้อมในทุกประเทศแล้วก็สินค้าเราก็เริ่มติดตลาดแล้วก็ผลงานที่ทุกคนเห็นน่ะไม่ว่าจะมีปัญหาในหลายๆประเทศผลงานยอดขายก็ยอดกำไรไปก็ไม่ได้ตกมากเท่าที่เราเห็นนะครับงั้นธุรกิจเราก็ยัง มีอนาคตในการสร้างแบรนด์ต่อไปนะครับ อ่าสำหรับผมวันนี้ก็มีแค่นี้เดี๋ยวเราจะพยายามตอบคำถามนะครับเอ่อเริ่มจะตอบคำถามดีกว่าดีครับ

>> ได้มั้ครับคุณนายค่ะ คำถามจากนักลงทุนนะคะ ก็จะมีซ้ำกันบ้างแต่ว่าเดี๋ยวจะรวมคำถามนะคะ

>> แนวโน้มในไตรมาสที่ 4 อ่ะค่ะ ใน Q4 ปีนี้ เทียบกันเอ่อ Q on Q แล้วก็ Y on Y จะโตไหมเพราะอะไรนะคะ อันนี้

>> ผมก็โตครับ เพราะว่าทุกปีศาสตราการถ้าเราเห็น 10 ปีครับที่ผ่านมาครับมา 4 มันปกติครับ มันก็ย้อนไขสูงกว่าแต่มา 3 แล้วก็รวมแล้วมันก็โตมันก็มีหลายคนนะครับเพราะว่าจะมีคอนเทนต์อาจจะมีปิดงบอาจจะมีหลายอย่างนะครับ ไม่ใช่แค่ย้อนคนใช้มากขึ้นแต่มันปกติอยู่แล้วครับ แต่ไม่ได้เยอะนะครับว่า จะต่างกัน 10% 15% มันธรรมดาของทุกไต ทุกปีที่เราเห็นกันนะครับไม่ต่างกันนะ ครับอันแรกอันที่ 2 ไม่ได้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากเรามีสินค้าใหม่ๆนะครับ ไม่ใช่ว่าสินค้าใหม่ๆก็ยอดขายไม่ได้เยอะมันก็ต้องใช้เวลาอันนี้เป็นสินค้าเดิมนะครับโตอยู่แล้ว บางอย่างมันจะเกิดจากประเทศเมียนมาร์ด้วย เพราะว่าถ้าอะไรขาดสินค้าเรามีสต๊อกที่ เราเจอว่าปีที่แล้วมันก็ตกเพราะปีที่แล้ว ยอดขายในพม่ามันน้อยอยู่นะครับ ไตรมาสที่ 4 ถ้าเราดูยอดขายปีที่แล้วมันน้อยมากในพม่า นะในเมียนมาร์ปีที่แล้วแต่ปีนี้ปีที่แตมาที่ 3 มันดีขึ้นแล้วก็แตมา 4 เรามั่นใจว่าเรามี เรามีของอยู่ในเรานำเข้าได้เพราะว่ามีของมาถึงแล้วอย่างงั้นยอดขายในเมียนมาร์โตเลยทำให้ยอดขายทั้งหมดน่าจะน่าจะดีขึ้นกับปีที่แล้ว

>> นะครับเทียบกับ

>> 9 เดือนกับเทียบเทียบกับ Y on Y ด้วยแล้วก็ quarter ต่อ quarter ด้วยนะครับ

>> ภาพรวมเศรษฐกิจแล้วก็ในในเอ่อเกี่ยวกับ กำลังซื้อในช่วงที่เหลือของปีนี้มองยังไงบ้างคะ

>> อ่า กำลังซื้อเราไม่อยากจะพูดเรื่องมาก ครับเพราะว่านี้เราทุกคนก็อาจจะรู้มากกว่า ผมอีกนะครับเพราะว่าเราเห็นปัญหาต่างๆที่เกิดไม่ใช่ในบ้านเราทั่วโลกก็มีทำให้ธุรกิจอาจจะส่งออกน้อยลงอาจจะเจอปัญหาหลายอย่าง แต่ว่าบางธุรกิจนะครับที่เรียกว่ายาดูแลสุขภาพก็ไม่ได้เป็นทางเลือกนะ ครับเราไม่ได้เลือกว่าจะกินใช้ไม่ใช้แล้วก็นิ่งที่ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าอเมริกาไม่ได้ทำแต่ของที่ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่เราก็ขายสินค้าที่เรียกว่า 1 ยา 2 ยาเพื่อสุขภาพ ยาที่เราได้ผลเวลาเรากินแล้วก็ยาที่กินที่ไปกินยาใช้ยาสมุนไพรต่างๆเพื่อดูแลโรคด้วยนะครับ อย่างงั้นสินค้าเราไปเรียกว่ามันอยู่ในคลาสที่เล็กกว่าจำเป็นช่วยสุขภาพเราจริงถ้าใครเชื่อมั่นใจเขาก็ไม่อยากจะป่วยไม่อยากจะเป็นโรคต่างๆเค้าก็กินต่อเนื่องนะครับ อย่างงั้นเรามั่นใจว่าไม่น่าจะมีผลกระทบมากกับเอ่อเอ่อสถานการณ์ในตลาดกับสถานการณ์ในประเทศแต่ละประเทศนะครับ เพราะว่าทุกประเทศก็มีปัญหามันคนละแบบไม่ใช่ว่าไม่มีอินโดก็มีของอินโดเหมือนกันศรีลังกาก็มีแต่ว่ายอดขายเราก็โตนะครับไม่ว่าจะมีปัญหานั้นที่เราเราทุกคนทราบอยู่แล้วแต่ยอดขายเมก้าก็ยังโตอยู่นะครับในแต่ละประเทศ

>> ค่ะ เอ่ออันนี้จะเป็นคำถามแรกอยู่นะคะ เป้าหมายปีนี้ทั้งปีเลยในส่วนของรายได้เติบโตประมาณเอ่อเท่าไหร่แล้วก็มีการปรับเป้าหมายใหม่ไหม

>> ไม่ได้ปรับครับ เป้าหมายที่เรามีเราก็ทำ เคยเมื่อกี้คุณนายก็พูดไปแล้วนะมัน single digit high single digit ครับ low double digit ก็น่าจะประมาณ 9-12% ครับที่แบรนด์พูดถึงแบรนด์นะครับแบรนด์ก็ Care นะครับ

>> ถ้ารู้ว่า Max Care อาจจะไม่ได้โตนะครับ เพราะว่าจะโตน้อยบวกแล้วสแกแล้วมันก็โต แต่โตน้อยใช่มเพราะว่าถ้าเพราะว่าดรอปมาเยอะแล้วจะยอดขายเมื่อก่อน 24% ในทั้งปี ครับถ้าเฉลี่ยแล้วจะโตไม่ได้ไม่ได้เยอะ แบรนด์โตแล้วก็ถ้าแบรนด์โตกำไรก็โตกำไรโต ก็แรบอกว่าน่าจะประมาณ 1,900 900 อาจจะมากกว่านี้แต่เลี้ยงรายละเอียดอันนี้เราก็ต้องรอคนงานดูปีหน้านะครับ แต่ว่าเรามั่นใจว่าน่าจะได้ถึง 1,900 900 กว่านะครับประมาณนั้นนะ

>> ค่ะ ที่เมื่อกี้บอกไปค่ะว่าแบรนด์ของเราเนี่ยก็เติบโตเอ่อ Low double digit low double digit นะคะ ในช่วงเดียวแล้วก็ในส่วนที่เหลือก็น่าจะน่าจะคงอยู่ในช่วงระดับเดียวกันนะคะ อ่ะเอ่อต่อไปก็คือ Target ในปี 2026 เป็นยังไงบ้างค่ะ

>> เป้าๆเป้าของปี 2026 ปีหน้าค่ะ

>> ก็โตครับ ปีหน้าก็โตเหมือนกันครับ อ่า เหมือนก็ high single digit กับ double digit low double digit ประมาณนั้นนะ ครับเพราะว่าเราถ้าเราอยากจะให้ธุรกิจเราเท่าตัวใน 5 ปีเอ่อเราก็ต้อง growth ทุกปี ประมาณ 9-13% นะครับใน range นี้ maximum ต้องประมาณ 13% บางปีถ้ามันมันไม่ใช่ทุกปีจะโต 15% บางปีก็จะ 9-12% so I think เอ่อเรา ต้อง expect growth อยู่ใน 9-12% อยู่ใน range 9% 8 ถึง 8-13% I think this is the range that we are targeting actual ตาม plan ที่เรา stamp มาแล้ว budget เราทำแล้วแต่ เราอยู่ในการการเจรจาใหม่แล้วก็แก้ไขใน ระยะ 5 ปีเพราะว่าตอนนี้เราทำ plan 5 ปีนะ ครับแล้วก็ไปลงลึกๆสำหรับปี 2026 ภายใน คุ้มพระครับถ้าเราเจอกันใหม่เราจะได้พูด รายละเอียดกว่านี้ได้อีกนะครับแต่ผมเชื่อ ว่าอยู่ใน range 8% ถึง 12% นะครับ อ่า อันนี้พูดถึงแบรนด์นะครับ Meg VC ถ้าเราโตแบรนด์ได้ตามแบรนด์เพราะว่าเป้า ทรงเตือนนี้เราพูดเรื่อง Meg Care แบรนด์ Business เรานะครับแบรนด์ Business ทำ ได้ 2 เท่าผมมั่นใจว่าก็รายได้น่าจะไม่น้อยกว่า 8 3,500 3,600 ล้าน 3,500 บาท ล้านบาทภายใน 5 ปีอาจจะมากกว่านี้ก็ได้ แต่เราคิดว่าถ้าแบรนด์อย่างเดียว Max ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงเพราะว่ารายได้จาก Max Care ถ้าเบอร์มันก็นำเข้าได้เพราะว่าเบอร์มันประเทศที่ ตมาก่อนก็ประมาณ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์สำหรับ distribution ใช่มั้ครับ ประมาณ 70 กว่า 70 กว่าใช่มั้ครับประมาณ นั้นน่ะมีผลกระทบถ้าเบม่าฟื้นมันจะเริ่มมี เห็นผลกำไรจาก Max Care ด้วยครับ

>> ก็จะเป็นคำถามเกี่ยวกับเมียนมาร์เลยนะคะ ว่าทำไมในช่วง Q3 ที่ผ่านมาเมียนมาร์เอ่อ มียอดที่เอ่อดีขึ้นแล้วก็เติบโตขึ้นมาในช่วงเอ่อไตรมาสที่ 3 อ่ะค่ะ

>> เมื่อกี้อธิบายแล้วสำหรับนี้อยู่ที่ import license นะครับ license ได้สินค้าได้ขายได้เพราะว่าถ้าแบรนด์ติดตลาดขายได้นักสินค้าเข้ามาแล้วก็ประเทศก็ปล่อยเงินตามมี fix amount แล้วเก็ปล่อยไป license เพื่อนำเข้าเพราะว่าเราทำทุกอย่างตาม license นำเข้านะมันก็สินค้าบางสินค้าเรามี แต่บางสินค้ามันก็ license มาแล้วก็กว่าที่จะนำเข้าได้มันก็ช้า แต่ตอนนี้ license มันจะอาจจะดีขึ้นหน่อยโอกาสที่ได้ license มันจะดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 นะครับ เพราะว่าตอนนี้ในระหว่างการเขาก็มีเอ่อ election นะครับ เลือกตั้งแล้วก็คิดว่าถ้าจะดีขึ้นอาจจะ อาจจะนำเข้าได้แล้วก็ปีหน้าน่าจะยอดขายดีขึ้นด้วยอะไรประมาณ

>> ค่ะ อันนี้ก็รวมถึงไตรมาสถัดๆไปก็จะดีขึ้นนะคะ แล้วก็ไดกชัคุณวิเวกก็พูดไปแล้วนะคะ ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้านะคะ ค่ะ อ่าคำถามต่อไปนะคะ จะเกี่ยวกับเรื่องโอกาส โอกาสจากนโยบายภาครัฐเอ่อในการหนุนยาในประเทศในช่วงไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มเป็นยังไงบ้าง

>> เมียในประเทศ

>> อ่า จากนโยบายภาครัฐ หนุนใช้ยาในประเทศ

>> เออใบอันนี้แหละผมไม่ทราบมันแต่ว่าอะไร มันใช้ ผลิต

>> ไม่ไม่แน่ใจเหมือนกันงั้นเ

>> อันนี้เราก็ไม่ทราบครับก็จริงๆก็บ้านเรา มันเหมือนประเทศอื่นๆเหมือนเวียดนามอินโด ก็นำเข้าไม่ได้ใช้ยาที่ผลิตในประเทศ ถ้านำเข้าก็ต้องมียาที่มี license เราก็ยังไม่ได้ห้ามใช้ license ที่ผลิตในประเทศด้วยนำเข้าด้วยต้องแข่งขันตามกฎกฎเกณฑ์ตามระดับทางมีแกะมี point system ต้องลงคะแนนนะ ครับก็เราก็แข่งขันอยู่แล้วครับเอ่อ ผมไม่รู้ว่ามีผลกระทบสำหรับยายังไงครับ มันก็มีอยู่แล้วต้องแข่งขันในราคาแข่งขันในทุกแบบนะครับ แล้วก็เราก็เราก็ทำงานตามนโยบายตามนโยบายรัฐอยู่แล้ว

>> นโยบายรัฐถ้ามีสนับสนุนมันก็เป็นผลดีกับธุรกิจของเราอ่ะนะคะ ถ้าถ้านโยบายออกมานะคะ

>> ในส่วนของเอ่อ โดักที่ขยายเอ่อเพิ่มขึ้นเนี่ย ส่วนใหญ่เป็นยาหรืออาหารเสริม

>> คือมันก็มี 2 ส่วนครับ อาหารเสริมส่วนยา เราก็มีเป็นวิตามินที่รู้แบบยานะครับ ถามว่าจะโตไหม NATB TC ก็โตเทียบกับก่อนหน้า นั้นน่ะไม่เทียบกับโควิดนะครับ นอกจากนี้ก็โตพี่ชอยก็โตเพราะว่าเราขายเพื่อลดไตรลิซอรช่วยควบคุมเอ่อไขมันอะไรต่างๆก็สินค้าพวกที่เรากินเพื่อสุขภาพแล้วก็มันมีมาตรฐานยา ก็โตอยู่นะครับ หลายตัวของเราสินค้า B N C มันขึ้นทะเบียนยาหมดเลยครับ แล้วก็อีกตัวนึงก็มีเรียกว่ายาสามัญ ที่เราไม่ใช่ยาสามัญจริงๆบ้านเราเรียกว่าเป็นยา แต่ว่าบางประเทศอาจจะเรียกว่าเป็น OTC ที่เราใช้สำหรับโรคไม่ได้รุนแรงครับ เราใช้ดูแลปัญหาต่างๆนะครับ วันนี้เราก็มี product อีกหลายตัว La Gofen อะไรมีอีกหลาย product ครับนิวเคลียร์ก็เป็นสินค้าที่เติบโตอยู่โตอยู่ด้วยครับ อันนี้เราดูแลสุขภาพครับเจอปัญหาเองไปจะซื้อใช้เองก็มีก็มี 2 ส่วนที่เราเรียกว่าภายใต้ก็มีทั้งวิตามิน ทั้งสมุนไพรแล้วก็ยาที่เราซื้อใช้เองบ้าง สำหรับโรคไม่ร้ายแรงครับ 2 อันนี้เป็นว่า เป็น human division ส่วนใหญ่ที่ขายในร้านยา อันที่ 2 ก็มียาที่ขายในโรงพยาบาลอันนั้นก็โตด้วยครับ มันก็โต 2 ส่วนนะ ครับ ไม่ใช่ส่วนไหนมันโตเยอะกว่าแต่ยายอดขายยา เยอะอยู่แล้วเทียบกับฝั่งนี้ยอดทั้งทั่วโลกอันนี้มันน้อยกว่ายอดที่พูดเป็นยานะ ครับเพราะว่ายาเราใหม่ๆเข้ามาเราก็ได้ยาเดิมๆก็โตได้เยอะกว่าที่เป็น consumer product ครับ แต่ว่า 2 ธุรกิจก็โตอยู่ 2 อันนั้นธุรกิจ 2 2 ธุรกิจทั่วโลกก็โตแต่ยาก็มีปัญหาของยาเองนะครับไม่เหมือนกัน ต้องเข้าเอ่อเข้าเกณฑ์เข้ารัฐเข้าที่โรงพยาบาลก็ใช้เวลาครับ แล้วก็ราคาก็แข่งขันด้วยยุทก็ต้องสร้างตลาดลงทุนอันนี้ก็อีกเรื่องนึงมันก็รับปัญหาไม่เหมือนกันครับ ก็ต้องสร้าง 2 อย่าง

>> ไม่เหมือน

>> ก็ในส่วนของแบรนด์เราไม่ว่าจะเป็นยาหรืออาหารเสริมก็เติบโตนะคะ ตามที่แจ้งไปเอ่อ บริษัทมีต้นทุน R&D ที่ต้องแบบเอ่อประมาณเท่าไหร่

>> เราเราดูอะไรที่ตามหมอสวนครับว่าเราเลือกสินค้าที่เข้าในเกณฑ์เรียกว่าที่เราเชี่ยวชาญเราเล่นใน ology อรทาพวกเพนโก อะไรเราลงทุนพัฒนายาเพื่ออนาคตนะครับ แล้วก็สินค้าใหม่ๆที่เราอยากจะลงทุนก่อนที่ลิขสิทธิ์หมดอาจจะหาสินค้าใหม่ๆที่เราก็ต้องเสียเงินซื้อมาจากคนอื่นอย่างงั้นไม่มีไม่มีแต่ว่าเราลงทุนประมาณ 2- 2.5% 2-2.5% 5% เถ้าพูดถึงงานแรงดีเพราะ development ถือว่าพัฒนาเองพัฒนาข้างนอก ซื้อลิขสิทธิ์มา development cost un 2 อาจจะเพิ่มขึ้นอยากนี้ก็ได้ 2-3% ก็ได้เพราะว่าถ้าเราซื้อมา new product ใหม่ๆที่ทำยาก monoclonal antibody สินค้าใหม่ๆที่พัฒนายากอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอันนี้เป็น strategy ของเราอยู่แล้วคนเราอยู่แล้ว เราก็เอาสินค้าใหม่ๆเข้ามานะครับที่เราผลิตเองไม่ได้ 1 ผลิตหญ้า complicated drug นะครับ drug ที่อาจจะอาจจะต้องเอ่อ ไม่ใช่ไม่ใช่แค่ oral solid นะครับอันนี้เป็น complex complex ก็ differentiative drug นะครับอันนั้นก็ต้องเสียเงินในการพัฒนานะครับ แล้วก็ต้องอาจจะต้องร่วมกับคู่ผู้ที่พัฒนาอยู่นะ ครับเพื่อเรานำเข้าแล้วก็ลงทุนในการทำดี ลงทุนในการพัฒนาในประเทศนะครับมันก็มันก็มันก็ต้องทำ 2 อย่างพัฒนาเองแล้วก็นำเข้า อันนี้เป็นเอเรียใหญ่สำหรับยาสำหรับยานะ ครับส่วนใหญ่พวกอาหารเสริมวิตามินเราก็แค่พัฒนายาที่เหมาะกับธุรกิจเราที่เราเชี่ยวชาญอยู่แล้วนะครับอย่างงั้น Major Investment ที่พัฒนาเข้ามาอยู่ในยานะ ครับหลัก

>> ค่ะ ก็คือ

>> ครับ

>> ก็คือ R&D เดี๋ยวสรุปนิดนึง R&D ก็คือเราจะเอ่อใช้จ่ายตรงส่วนของต้นทุน R&D ไม่น่าจะเกิน 2-2.5% 5% นะคะ ของยอดขายที่เป็น brand business นะคะ But we are increasing our investment in area with growth to 3% เพราะว่าเรามีหลายๆ product ที่เราพัฒนาอยู่ในภาย

>> ค่ะ

>> new generation จะค้าพัฒนาจะแพงขึ้น but this is the strategy กลยุทธในการโต ยอดหายมันก็ต้องมาจากอันนี้อยู่แล้ว นิ่งลงในกำลังผลิตเพราะว่าเราจะได้เป็น local เราก็ผลิตแข็งกันได้ในประเทศ 2 พัฒนาใหม่มันก็มี 2 ส่วน แล้วก็ลงทุนในแบรนด์คนยุทธที่บางคนถามว่า ทำอะไรลงทุนผลิตเองครับจะได้เราอยู่ในตลาดได้แล้วก็เราก็ไปเล่นในตลาดที่เราเราคิดว่ามันจำเป็นอินโดเวียดนามพม่าไทยเราจะมีทุกประเทศ 2 เราพัฒนายาใหม่ลงทุนใน การพัฒนาเองกับหาลิขสิทธิ์ใหม่นี่เป็น 2 อันที่ 3 ลงทุนในการสร้างแบรนด์ megate มัน 3 กลยุทธ์หลักๆครับทำให้ใน 5 ปีข้างหน้าเราจะได้เติบโตยอดขายของแบรนด์ Meg VC ได้ 2 เท่ากับวันนี้ แล้วก็ไม่ได้แค่ 5 ปีนะ 10 ปีข้างหน้านะ ครับ

>> คำถามต่อไปเป็นภาษาอังกฤษนะ Is there any special or one time expenses or extra income in Q4 this year

>> อฮะ any special or one time expense in Q4 no extra special income 2025 also we don't have any extra special income special only you see is for exchange if it has an impact but that is we can see because the bar drop compared to because of last year to this year bar become 32 last year 35 you will have a exchange loss exchange gain otherwise there is no other extraordinary gain or loss

>> คำถามต่อไปจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องแผนการเอ่อเปิดตัวเอ่อผลิตภัณฑ์ใหม่ New Product แนวโน้มสุขภาพและความงามมีการเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค มีแผ่นว่าไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเสารไม่เป็น fast acting food product supplement แล้วก็ไปตามแนวเอาสินค้าใหม่ๆมา launch เพื่อทุกเดือนนะครับเราไม่ได้เป็น cosmetic company นะอันนี้เป็นคนละธุรกิจเราเป็นบริษัทยาเราก็ต้องพัฒนาจากวิจัยกินแล้วได้ผลเราก็เน้นตรงเนี้ยครับ เราคิดว่าเราโฟกัสกับวันนี้มากกว่าเพราะชิสินค้าเราผลิตในโรงงานได้มาตรฐานยาจากยุโรปอยากออสเตรเลียวัตถุดิบที่เราใช้ก็ต้องใช้ตามวิจัยอย่างงั้นสินค้าเราก็ต้องพัฒนาให้ในรูปแบบที่กินแล้วสำหรับโรคต่างๆครับที่จะช่วยได้อันนี้เป็นเอเรียที่เราเชี่ยวชาญเราก็ทำงานแค่นั้นแหละเราไม่ได้ไปทำ Dreamer oriented product นี้มีคนทำเยอะอยู่แล้วครับเยอะบริษัทเก่งกว่าเราเยอะแต่ว่าเราก็มี product ใน Skin ก่อนเราทำไป G อันนี้ก็ GL เราก็ยังทำอยู่นะครับ Skin Health แต่ว่าเราทำตั้งแต่ Acne ไปแล้วก็ลงมาถึง Skin Health ก็ทำนะ ครับทั้งหมดเพราะว่าเรามียาด้วยในผิวผันก็มีทั้งแต่ยาภายใต้หมอแล้วก็มีพัฒนาหลายตัวครับที่ dermatology แต่ว่าเราจะมี supplement อะไรด้วยที่จะช่วยป้องกันช่วยต่อโจทย์ได้แต่เราไม่ได้แค่ทำอันนี้อย่างเดียว สนาสินค้าเรามองมองสินค้าของไปดูนะครับมี สนาที่เป็นยาวแล้วก็มองมองจะแค่ช่วยปัญหาต่างๆที่เรามองว่าต้องทุกคนต้องดูแลสุขภาพเลยต้องไปที่ศูนย์สุขภาพเรา Wellness B care แล้วก็ต้องปรับ lifestyle ดูแลสุขภาพต่างๆแล้วก็กิน supplement ที่จำเป็นนะครับ อันนี้เป็นไวของเนะครับ

>> ค่ะ

>> เอ่อมีคำถามถามเกี่ยวกับ Max Care ในปี 2026 จะจะโตประมาณเท่าไหร่ ครับแต่เชื่อมันความเข้าใจว่าถ้าไม่ลดลงแล้วตอนเคล่องตัวอะไรแล้วก็ดีขึ้น That means decline มันลดลงแล้วก็มันจะแฟช แล้วก็ต่อไปมันจะมีแค่ทางเดียวมันจะโตแต่ ถามว่าจะเท่าไหร่ ถ้าถ้าพม่าดีขึ้นมันก็โตได้ 10-15% ก็ได้ อยู่ but all depend on พม่าเพราะว่า ส่วนใหญ่เวียดนามกัมพูชาไม่มีปัญหาแต่ กัมพูจก็เริ่มมีปัญหามันก็กทมมาจากมีปัญหาระหว่างเมืองไทยกับกัมพูแจเราก็เราก็ทราบอยู่แล้วครับแล้วก็ตอนนี้สิ่งค้าไหลตัวบริบริษัไทยที่อยู่ในกัมพูจาก็มีปัญหาเพราะว่ามันนโยบายในประเทศของเราเห็นเรารู้กันอยู่แล้วว่ามันปัญหามันจะเกิดขึ้นอันนี้ก็ประผลกระทบด้วยทำให้ distribution บางสินค้าถ้าเรานำเข้าจากไทยจะมีปัญหาแต่สินค้าที่ไม่ได้มาจากไทยก็ไม่มีปัญหาเหมือนอันนั้นอันนี้ก็เป็นอีกส่วนนึงอย่างงั้นเติบโตส่วนใหญ่ก็ต้องมาจากพม่าถ้าเบอร์เปิดแล้วก็ได้มันก็ชูตอะไรครับ

>> งั้นอันนี้เป็นอันที่พูดยากแต่ว่าเราคิดว่านะดู 3-6 เดือนที่ผ่านมาน่าจะดีขึ้นกับปีที่แล้ว

>> นะครับคุณได้ตอนนี้ประมาณนั้นนะ 5% ถึง 10% ได้มั้กด 5 ระวังว่า 5-10% ก็ดี เพราะเราพร้อมอยู่แล้วเรามีทีมเรามีพนักงานเรามี care health เรามีครบทุกอย่างของมีเราก็น่าจะขายได้นะขายได้ในส่วนหนึ่ง แต่โอกาสที่เป็นเหมือนเดิมมันไม่ได้เพราะว่ารายได้ก็ลดด้วยครับเพราะว่าประเทศก็เหลืออยู่หายไปแล้วเกือบ 30% 60-70% ที่ยังทรงสิงคาได้ 30-40% ของประเทศก็ไป ไปถึงไปทรงสิงคายากด้วยเพราะก็มีหลายส่วนที่เกิดขึ้นอะไรได้ลดลงประเทศก็ลดลดลงแต่ว่าถ้าอเมริกามีสินค้าแล้วก็สินค้านี้ติดตลาดแล้วก็ถ้ามีสินค้ามันก็โตโตโตเทียบกับปีนี้นะครับเทียบกับปีที่ปี 2015 นะครับ โอกาสที่ถ้าโอกาสสูงที่จะโตเทียบกับปีปณิภาค

>> ค่ะ

>> ให้ทางทางอันนี้ได้มากที่สุดครับตอนนี้ ถ้าถามจริงๆว่ากี่เปอร์เซ็นจะพูดยากนิดนึง ค่ะคำถามต่อไปนะคะเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมหนักในไทยมีผลกระทบกับยอดขายหรือไม่พูดไปแล้วครับมันก็ยอดขายเราอยู่ที่แค่ประมาณ 5% ผมคิดว่าไม่น่าจะผลกระทบมากกว่า 1% อาจจะน้อยกว่านี่ด้วยนะเพราะว่าอยู่ในแค่ไตรมาสที่ 3-2 เดือนผ่านมาแล้ว 8-9 เดือนใช่มั้

>> ใช่

>> อย่างงั้นจะโอกาสที่จะเป็นขนาดนี้อาจจะ ไม่ไม่เยอะแต่ว่ามีเป็นไปได้ครับอาจจะว่า ในเมืองอาจจะที่คืนอื่นด้วยว่าทาง กรุงเทพฯอะไรต่างๆอาจจะโตใช่มก็น่าจะผลกระทบเราไม่เห็นในยอดไถเยอะมากแต่มีครับต้องมีครับพวกนี้ ไม่ได้เป็นเมเจอร์นะครับไม่ได้ใหญ่มากเยอะมาก

>> กระทบแทบจะน้อยมากแทบจะไม่กระทบเลยค่ะ

>> ค่ะภาษีของทรัมป์นโยบายภาษีของทรัมป์ กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเมก้าหรือไม่ อย่างไร

>> เอ่อทรัมป์ภาษีทำอ่ะค่ะเไม่ได้ระบุว่าภาษีอะไร

>> เหรอ

>> อ่าแทฟแท

>> ไม่มีครับ Megก้าไม่ได้ส่งให้อะไรสหรัฐ แล้วก็สินค้าเราซื้อไม่ได้จากซื้อมาจาก สหรัฐก็ไม่มีภาษีแล้วก็เราก็ส่งให้ส่งคนแท้เอเชียธุรกิจเรา 70 กว่าเปอร์เซ็นต์อยู่ในอินโดมาเลไทยเวียดนามพม่าก็แล้วก็นอก จากนี่แอฟริกาภาษีก็ไม่มีผลภาษีไม่มีผลใน ประเทศแล้วก็ถ้าในประเทศอะไรได้น้อยลงคน จะมีกำน้อยลงก็ส่งออกไม่ได้อันนี้เป็น ปัญหาของรายได้ของคนบุคลากรในประเทศครับ มากกว่าแล้วก็ถ้ามีถ้ามีรายได้น้อยเขาจะ มีกำลังซื้อน้อยลงด้วยอันนั้นเป็นไปได้ แต่ว่ามันเมื่อกี้ที่เราคุยกันธุรกิยารับผิดชอบโรคต่างๆมันไม่ใช่เป็นอันนั้นแรกที่เราตัดอย่างที่เราอะไรได้น้อยลงครับแล้วเราเห็นอยู่แล้วศิลลังกาก็มี 3 ปีผลกระทบเยอะแต่ธุรกิจเราก็โตโอแต่ตอนนี้แล้วก็ดีขึ้นของเราก็ดีขึ้นด้วยแต่ว่าเราก็ไม่ได้แย่ลงช่วงที่มันประเทศมีลำบากนะครับมีปัญหาต่างๆส่วนใหญ่เราก็ยังทำธุรกิจในยูเครนมีสงครามตลอดมีโดรนเข้ามาทุกวันแต่ยอดขายก็ยังยังขายได้กำไรก็ยังทำได้แต่ อาจจะไม่ได้โตแคว่าจะวางว่าจะโตได้มั้ 20-30% ไม่ได้แล้วครับเพราะว่ามันประเทศ มันเล็กลงบุคลากรมันลดลดลงเพราะว่า 6-7 ล้าน 8 ล้านคนออกจากประเทศมาแล้วนะครับ อันนั้นมันปัญหาว่าอนาคตจะโต 2 เท่าได้ไหมมันก็ต้องมี product ที่เหมาะสมในประเทศ อาจจะได้ฉะนั้นต้องเลือกสินค้าในประเทศ นั้นน่ะทุกประเทศมีสงครามก็ยังฉายยาอยู่ นะครับไม่ใช่ว่าไม่ได้ใช้นะแต่ future growth อาจจะน้อยลงแค่เนี้ย

>> คำถามต่อไปนะคะ เมก้าจะมีเอ่อขยายเจาะตลาดไปประเทศอินเดีย

>> ไม่ครับไม่

>> ไม่เข้าไม่ได้เข้าตอนนี้อีย

>> ค่ะทำ

>> ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าแต่ว่าตอนนี้ทำแค่ ซื้อมีทีมงาน back office อะไรต่างๆไม่มีครับไม่ได้ไม่ได้ขายในประเทศอย่างเดียว

>> ค่ะคำถามต่อไปนะคะเกี่ยวกับความเสี่ยง หลักๆของ Megก้าในตอนนี้คืออะไรแล้วผู้บริหารมีการวางแผนแก้ไขเ่ออย่างไรบ้าง

>> ความเสี่ยงมีทุกวันครับที่เราเห็นเ่ะบางอย่างเราก็จะคาดหวังไม่ได้นะครับเราไม่มี เราอยู่ในพม่าหลายปีเราก็ไม่รู้ว่ามันจะ นี้จะเกิดขึ้นเราเตรียมตัวไม่ได้ครับบางอย่างเรียกว่า hard to manage แต่ว่าเราพร้อมมั้เราก็ยังทำธุรกิจได้ทีมงานเราพร้อมเรามีเราก็นำเข้าสินค้าได้ก็เรียก ว่ายัง Resilience เราเตรียมเรามีทีมงานพร้อมมที่เรารองรับปัญหาที่เจออันนั้นน่ะสำคัญครับงั้นเราก็ไม่ได้ take risk ในในนอกเหนือจากธุรกิจเราครับเราไม่ได้ทำนอกเหนือจากธุรกิจเราไม่มีตึกเราไม่มีที่เราไม่ได้ทำอะไรที่เราคือถือหุ้นกับกับในประเทศเราก็เป็นถือหุ้น 100% ในประเทศเราก็ทำธุรกิจของที่เรารู้จักอย่างงั้นผลกระทบส่วนใหญ่ มันเจอน้อยครับริสเข้ามามันริ currency เปลี่ยนอยู่ๆเช้านี้การลดลง 50% 100% อันนั้นอันนั้นเรามันทำอะไรไม่ได้แต่ว่าเราแพลนยังไงครับ โซเนียเราก็มี bor นะโลcal currency แล้วก็เราก็เก็บ balance ไว้ด้วยสินค้าที่อยู่ในประเทศนำเข้าแล้วเราก็เปลี่ยนราคาได้ส่วนเราก็พยายาม manage ทุก Risk currency Risk นะครับสินค้าเราก็มี GMP อะไรต่างๆคุณภาพเราก็มีมั่นใจว่าเราทำเราก็ไม่มี failure มันก็มี recall risk นะครับอันนี้เราก็มี plan เราก็มี plan จาก Quality Standard เราก็ทำตลอดเช็คอันนี้อันนู่นได้มาตรฐานระดับโลกทำให้สินค้าที่ไปถึงที่ไหนมันก็ไม่มี risk กับ patient risk กับอะไรที่ได้ผลเวลาทานยาไปแล้วไม่มี side effectect อะไรต่างๆ เพราะว่าเราไม่ได้ทำอะไรที่เราไม่รู้เราทำอะไรที่เรามีวิจัยไปแล้วอย่างงั้นทุก area เราก็มีมี strategy ที่จะป้องกัน risk ต่างๆนะครับทั้งยาที่เราขายทั้ง currency exchange ต่างๆก็ควบคุมแล้วก็ตอนนี้ก็มี risk อื่นๆเข้ามาใหม่ๆเราก็วิจัยอยู่เรามีทีมการ risk and compliance ที่เรามองแล้วก็เตรียมตัวพร้อมสำหรับอนาคตแต่บางอย่างบางที่เราก็คาดหวังไม่ได้เป็นไปได้ครับเราไม่พร้อม 100% is a constant learning ที่เราเตรียมตัวในทุก area ที่เราคิดว่ามันบอกที่เราต้องต้องไปพร้อมที่จะลองหลับได้ถ้าเกิด ขึ้นจะ resp ยังไงนิ่งถ้าเกิดขึ้นแล้ว resp งั้นทีมงานเราพร้อมที่จะ resp สำหรับ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมั้ยมันได้อยู่อันนั้น น่ะสำคัญโรงงานเรามี 1 เราก็มี 2 เรามี BCP โรงงานเครื่องจักรเรามี A กับ B 3 plan แล้วก็ไม่น่าจะอีกอีก plan นึงแคปซูลนี่อยู่ชั้น 3 อีกอันนึงอยู่ชั้นหนึแต่ อันนี้อันนี้เป็นน้ำท่วมเราก็ยังมีชั้น 3 แล้วก็ผลิตได้แต่เรา divide area storage อะไรต่างๆไม่ใช่อยู่ในที่เดียว sc เราก็ทำอยู่แล้วก็ทุกอย่างเราก็พยายามวิเคราะห์แล้วก็เตรียมตัวเพื่อไม่มีผลกระทบวันเดียวนะครับที่จะทำธุรกิจแล้วก็เวลาที่ผ่านมาใน 30-40 ปีทุกคนอาจจะเห็นว่ามันก็มีเจอปัญหาเยอะที่ผ่านมาไม่ว่าจะวิกฤตเงินบาทกับดอลเลอร์อะไรทุกอย่างพม่าเราก็ยังทำธุรกิจได้เราก็ยังอยู่ได้นะครับยังก็ไม่ได้มีคนกตบที่ไหลแรงแล้วก็แย่ลงมากนะ ครับมีบ้างตีบางอย่างเราก็ขาดหวานไม่ได้ ครับนี้เราก็จัดการความเสี่ยงได้ดีในแต่ละด้านแล้วก็มีการเอ่อป้องกันแล้วก็เอ่อ เอ่อรองรับปัญหาตรงนี้ที่เกิดขึ้นในอนาคตได้นะคะเอ่อสำหรับวันนี้เวลาเอ่อหมดลงแล้วนะคะยังไงถ้าท่านนักลงทุนมีคำถามอะไรที่ยังค้างอยู่นะคะสามารถติดต่อทางบริษัทได้นะคะเอ่อส่งอีเมลมา investor@megavc.com หรือโทรเข้ามาก็ได้หรือว่าจะส่งคำถามผ่านเว็บไซต์ของบริษัทก็ได้นะคะวันนี้เราทั้ง 3 เอ่อขอลาไปก่อนนะคะขอบคุณมากนะคะท่านลง ทุนสวัสดีค่ะ

>> สวัสดีครับขอบคุณครับ

>> สวัสดีค่ะ [เพลง] [เพลง]