Transcription
ผมดูสถานการณ์ตอนนี้่นะครับ เอาเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าหลังจากแพ้การเลือกตั้งเนี่ย ผมถ้าจะขออนุญาตวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชนเนี่ย หลังจากแพ้การเลือกตั้งเนี่ย ผมคิดว่ามี 4 ประเด็นใหญ่ๆ 4 ประเด็นแยกเป็น 2 มากไปกับ 2 น้อยไปนะครับ เอา 2 น้อยไปก่อน ผมว่าน้อยไปที่ 1 เนี่ยก็คือ คุณสู้รบน้อยไป สู้รบน้อยไป ผมหมายถึงอะไร ผมไม่ได้หมายความว่าไปจับอาวุธยิงปืนสู้อะไรกับเค้านะ เราเป็นพรรคการเมืองลงเลือกตั้งแต่สู้รบ ผมหมายถึงว่า ณ เวลานี้ ดูเหมือนสภาวะพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งมันยังปกคลุมพรรคอยู่ จนมีความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง บรรดาคนที่อยู่ใน 44 สส.ก็เกิดความรู้สึกว่า เอ้าไม่รู้ยังไง เดี๋ยวๆ ชี้คดีมามั้ย ฉันจะได้รู้ว่าฉันต้องไปอยู่ตรงไหน ฉันจะเตรียมไปทำอะไรต่อ ฉันจะไปอยู่เบื้องหลัง ฉันจะไปอยู่เบื้องหน้า ฉันจะไปทำอาชีพอื่นนะฮะ หรือแม้กระทั่งคนที่เตรียมจะขึ้นมาก็รู้สึกว่า เอ้าแล้วเราต้องขึ้นมาแล้วเหรอ ทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ ยังไม่ทันพร้อมเลย โอโห เพื่อนโดนตัดสิทธิ์อีกแล้วนะ มันยังมึนๆ งงๆ อยู่ ผม ผม ผมพูดตรงนี้หมายถึงอะไรครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอภิสิทธิ์จำกันได้ สมัยตอนที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบเนี่ย ผมยืนซัดทุกวันนะ ซึ่งถามว่าผมรู้มั้ยว่าโดนโดนอยู่แล้ว แต่เราต้องยืนซัดกับเค้า ตอนพรรคก้าวไกลก่อนจะถูกยุบพรรค คุณชัยธวัฒน์ยืนซัดทุกวันนะครับ นะฮะ ถามว่าเค้ารู้มั้ยว่าเอ้าจะโดน เค้าก็ต้องรู้อยู่แล้ว คือเผื่อว่าโดนเยอะกว่าอยู่แล้ว ตอนผมเตรียมจะโดนยุบ ผมก็เตรียมแถลงไว้ 2 ฉบับนะ ฉบับแบบยุบกับไม่ยุบ แต่เราก็รู้อยู่แล้ว เราต้องเตรียมพูดว่าเวลาเราโดนยุบจะเกิดอะไรขึ้น แต่รอบนี้ผมมีข้อสังเกตว่า ดูเหมือนทุกคนจะทำใจล่วงหน้าไปหมดแล้ว ทั้งที่ทั้งที่มันไม่ใช่ความชอบธรรม ถูกต้องชอบธรรม แต่เราเหมือนกับเราไปยอมรับมัน ครับ มันบรรยากาศของสังคมก็เหมือนเหมือนไปยอมรับมันแล้วอ่ะ ใช่ ใช่ ถูกต้อง คือคุณเป็นอย่างงี้แน่นอนที่สุด ปากกาอยู่ที่เขา ปากกาไม่ได้อยู่ที่เรา เราสู้ให้ตายยังไงปากกาก็อยู่ที่เขา อันนี้ถูกต้อง แต่ถ้าเราให้เราบอกว่าปากกาอยู่ที่เขา เชิญขีดเขียนตามสบายใจเนี่ย อันนี้มันไม่ได้ มันต้องกล้ายืน ยืนซัดกันหน่อยครับ แล้วยืนซัดกันหน่อยเนี่ย ไม่ต้องกลัวว่าคุณจะโดนอะไรหรอก ถ้าคือพูดง่ายๆ ณ วันนี้ ถ้าคุณโดนก็คุณก็คุณก็โดนน่ะ คุณร้องขอความเมตตายังไงคุณก็โดน สิ่งที่ถ้าคุณโดนอย่างน้อยคุณต้องไม่ยอมให้เขาสร้างความปกติใหม่ ไอ้ที่ทำกันอยู่นี่คือความผิดปกตินะ ใช่ แต่ถ้าเราไม่ยืนซัดกับเขาเลย ไม่สู้รบ ไม่ถกเถียง ไม่อธิบายความให้สังคมเห็นเลย ความผิดปกติที่ทำกันมามันจะเป็นความปกติใหม่ ความผิดปกติที่จากเดิมบอก เฮ้ย ยุบได้ยังไง ตัดสิทธิ์ได้ยังไง ทำอย่างนี้ไม่ถูก เล่นแร่แปรธาตุกฎหมายนี่คือนิติสงคราม ใช่หรือไม่ ณวันนี้คนก็จะบอก อ๋อ เป็นไอ้พรรคส้มโดนอยู่แล้ว อ๋อ ดังนั้นพวกเอ็งก็เตรียมเตรียมรุ่น 3 เตรียมรุ่น 4 เตรียมรุ่น 5 คือคนมองเห็นแบบ คนมองเห็นความไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมนี่เป็นเรื่องปกติ ครับ ครับ แล้วถ้าคุณปล่อยให้มีแต่โหวตเตอร์คุณออกมาพูดแล้วพรรคพรรคไม่พูดเนี่ย ผมว่าก็ไม่แฟร์ อ อย่างน้อยที่สุดเนี่ย พรรคเนี่ย คุณเป็นพรรคการเมืองอ่ะ คุณมีสถานะ มีความคุ้มกัน มีอะไรบางอย่างอยู่ มันพอจะพูดได้ ผมไม่ได้บอกว่าให้คุณพูดจนเอาขาข้างนึงไปอยู่ในคุกนะ มันมีวิธีมีศิลปะในการในการยืนซัดกันอยู่ และผมก็เชื่อว่าเขาก็คงจะเข้าใจ แหม ฉันเพิ่งโดนตัดสิทธิ์มา ฉันดุดี ฉันจะไม่สู้กับคุณเลยล่ะ แต่ทุกวันนี้สู้รบแบบไหน สู้ในทางกฎหมายอย่างเดียว ซึ่งก็ต้องสู่นะฮะ จะสังเกตได้ว่าเวลาสื่อมวลชน 3 ฐานก็จะตอบแต่เรื่องคดีความเป็นยังไง ขั้นตอนถึงตรงไหน คำร้องอยู่ไหน แต่มันไม่มีใครยืนทรัพย์อ่ะ ผม ผมไม่ต้องเทียบตอนอนาคตใหม่ก่อนโดนยุบกับก้าวไกลก่อนโดนยุบเลย อื นะ ผมเลือก 1 สู้รบน้อยไป เรื่องวิกฤตการพลังงาน มั้โอ้โห คุณกร คุณอรรถวิทย์ อื พรรคเค้าไม่กี่เสียงนะ อือ ทำไมเสียงเค้าดังกว่า ออ นี่คุณ 120 เสียงนะ อือ คุณมี 11 ล้านเสียงเลือกคุณน่ะ อือ ผมว่าสู้รบน้อยไปนะฮะ
น้อยไปที่ 2 นะครับ น้อยไปที่ 2 คือชี้นำความคิดติดอาวุธทางความคิดให้กับสังคมเนี่ย น้อยไป ครับ นะครับ เอาเฉพาะตัวอย่างสดๆร้อนๆที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งเลย 1 คณะกรรมการการเลือกตั้งเนี่ยนะ เขาจะชอบมีแจกประกาศบัตรรับรองการเป็น สส.คุณใช่มั้ย โอเคล่ะ พรรคส้มเค้าสร้างธรรมเนียมว่าเขาจะไม่ไปรับใบนี้ที่ กกต.แต่เขาจะไปที่สภาไปรายงานตัว แต่ผมว่าพรรคมันต้องชี้ให้เห็นว่าไอ้ไอ้ประกาศสนียบัตรอย่างเงี้ยมันเป็นพิธีกรรมที่มันไม่ถูกต้อง กล้าพูดออกมาว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐระดับสูงองค์กรเดียวที่เหลืออยู่ในแผ่นดินนี้ที่มาจาก การแต่งตั้งโดยประชาชน อ จริงๆนะ ลองไปดูสิครับทุกองค์กรทุกองค์กรมันต้องมีการแต่งตั้งมีเอกสารแต่งตั้งหมด มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่ สส.เนี่ยมันเป็นตำแหน่งเดียวนะที่ใช้อำนาจรัฐไม่มีใครตั้งคุณนะ คนออกใบอนุญาตให้คุณเป็นผู้แทนคือประชาชนที่เขาเลือกคุณมา ต้องฮิ้นอย่างงี้เข้าไปชี้นำความคิด หรือกรณีคุณหมอวรงค์เข้ามาในสภา 1 เสียงขโมยซีนได้ทั้งสภา คุณหมอวรงค์เข้ามาทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทำลายความชอบธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ใช่ ไม่มีใครออกมาสู้เลย หนำซ้ำอ้า พวกเราคือผมไม่ได้ ผมยืนยันนะว่าอาหารของ สส.เนี่ยมันมากเกินไปมันเยอะเกินไปมันล้นเกินไป ทำไมพรรคไม่อธิบายครับ เช่น ณวันนั้นสมมุติลงไปกินข้าวที่สภาจัดให้ก็ได้แล้วพูดพูดกับสื่อเลย นัดสื่อไปคุยเลย พูดกับสื่อเลยครับว่าวันเนี้ยมาเพราะอะไร เพราะงบประมาณมันเดินไปแล้ว แต่เราไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินอิรุ่ยฉุยแฉกแบบนี้ แต่เนี่เมื่อจัดอาหารมาให้แล้วถ้าไม่กินก็เหลือทิ้งแล้ว ถ้าลงไปออกันข้างล่างก็ไปแย่งเจ้าหน้าที่สภาทำอาหารมาขายเจ้าหน้าที่สภาไม่พออีก วุ่นวายเต็มไปหมดอีก โรงอาหารก็ขนาดเล็ก ดังนั้นมาเนี้ยเพื่อจะบอกว่าต้องเลิกนะ อาหารที่ทำให้ สส.แบบนี้เลิกซะนะครับ เลิกซะ แล้วในขณะเดียวกันยิงต่อไปเลย เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณวรงค์พูดทุกอย่างแต่อยากให้คุณวรงค์ช่วยไปตรวจสอบ ศาลผู้พิพากษาตุลาการองค์กรอิสระทั้งหลายด้วยว่าใช้งบประมาณอย่างนี้เป็นอย่างไร มีสวัสดิการอะไรเยอะแยะมั้ย มีรถประจำตำแหน่งกี่คัน มีเงินเอ่อเพิ่มเท่าไหร่ มีบ้านให้อยู่เท่าไหร่ เดินทางไปต่างประเทศกันบ่อยมั้ย ไปดูงานกันบ่อยมั้ย เงินเดือนเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เรียนเดือนของประธาน กสทช. เงินเดือนของประธานองค์กรอิสระมากกว่านายกรัฐมนตรีมากกว่าประธานสภาผู้ คือใช้โอกาสเนี้ยเดินต่อเลย เนี่ย ตรงกันข้ามบอกว่าอ่ะเดี๋ยวๆเราเราก็จะเราจะไม่กินอาหารนี้ละ ชี้นำน้อยไปเรื่องอะไรอีก ณวันนี้เนี่ยมันเกิดวิกฤตการนะครับในเรื่องพลังงาน คุณขับปล่อยให้พรรคฝ่ายค้านซึ่งเขามี 20 กว่าเสียงนะครับกับ 2 เสียงเนี่ยชิงกัน น่ะ นะครับในเรื่องวิกฤตการพลังงานต่างๆนะ ครับผมรู้สึกว่า แต่บางเรื่องเขาบางเรื่องเขาก็พูดเลอะพูดเวอร์นะ แต่คนชอบฟังอะไรที่มันเวอร์ๆ ถูกต้อง ถูกต้อง ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่ผ่านมาเนี่ยอ่ะ เวลามันมีสถานการณ์ในทางการเมืองเนี่ยนะฮะ ผมมีความเห็นว่ามันต้องใช้จังหวะในการชี้นำความคิดอะไรบางอย่าง อื นะครับซึ่งมันมันมีศิลปะมีอะไรจังหวะจากโค หรืออีกอันนึงก็ได้เสนอร่างกฎ พรรคพรรคประชาชนพรรคก้าวไกลในอดีตพรรคประชาชนในวันนี้เนี่ยมีข้อเด่นเรื่องขยันทำงานในงานนิติบัญญัติตั้งใจทำจริงๆนะ ครับเสนอร่างกฎหมายเต็มไปหมดแต่ปัญหาคือคุณเสนอไปมากเท่าไหร่คุณต้องรณรงค์ด้วย อื ถ้าคุณเสนอเนี่ยมันก็อ่ะเสนอไปแล้วมี digital food print มี World Record เก็บไว้ว่าเราเสนอแล้วต่อไปใครมาบอกเราไม่ทำงานเราบอกเราเสนอกฎหมายแล้วนะ แต่คำถามคือมันต้องรณรงค์สิครับ กี่ฉบับมันเยอะไป เอาเน้นเน้นนะ ยกเลิกเกณฑ์ทหารจะลุยกันต่อมั้ย ไอ้กฎหมายต่างๆที่เตรียมกันไว้เรื่อง SA เรื่องของอากาศสะอาดจะเดินต่อยังไง มันต้องเอามาพูดโดยเฉพาะกฎหมายที่มันเป็นมันเป็น controversial อ่ะ แต่คุณคิดว่าคุณต้องทำอ่ะ มันต้องมารณรงค์มิฉะนั้นมันเข้าไปมันก็ตกหมดเข้าไปก็ตกหมด แล้วก็มีพรรคพรรคเล็กพรรคน้อยมาเก็บตก สวยเป็นผลงาน ครับ แล้วตอนเนี้ย ครับ แล้วตอนเนี้ยก็มีแต่ละพรรคเค้าก็รู้แล้วว่าพรรคประชาชนชอบทำเด่นเรื่องนี้ใช่ไหม เขาเสนอกฎหมายแข่งกันละ ออ เต็มสภาเลยตอนนี้ อือ ดังนั้นผมกำลังบอกว่าไอ้การชี้นำสังคมเนี่ยที่ทำน้อยไปมันส่งผลอะไรก็คือพรรคการเมืองอื่นๆเขาไล่หลังมาแล้ว เค้าอาจจะทำไม่เหมือนคุณหรอกแต่เขาทำแล้ว เค้าไม่ใช่เฉื่อยชาแบบเดิม แต่ในขณะเดียวกันคุณกลับทะยานขึ้นนำเค้าไม่ได้ และหนำซ้ำ ณวันนี้คุณเจอพรรคฝ่ายค้านแบบประชาธิปัตย์ไล่หลังด้วยนะฮะ เค้าเข้ามาอยู่ในสภาแล้วเนี่ยเดี๋ยวเขาจะแสดงบทบาทในสภาเต็มไปหมดแน่นอน ด้วยฝีไม้ลายมือแบบคุณอภิสิทธิ์ คุณกร คุณสาธิตพวกเนี้ยนะฮะ เดี๋ยวจะต้องมาเป็นชุดแน่นอน ดังนั้นคุณต้องชี้นำในทางสังคมให้มากกว่านี้ ในความเห็นผม นี่ 2 น้อยไปเนาะ
2 มากไป คุณอภิสิทธิ์มากไปที่ 1 คือเป็นราชการมากไป เป็นราชการมากไป ผมหมายถึงอะไร คือคุณทำงานประจำวันน่ะ อ งานที่มาตามเทศกาลวนหลูปไปเรื่อยๆ ถามว่าต้องทำมั้ยก็ต้องทำถ้าไม่ทำไม่ได้ แต่มันมันไปหมกมุ่นกับเรื่องนี้มากจนลืมลืมคิดถึงทิศทางการเดิน ผมยกตัวอย่างเช่น อ่าเปิดประชุมอ่ะหน้าเทศกาลหาเสียงทำแคมเปญหาเสียงอ้าลงเลือกตั้งได้ สส.มาเอา สส.ไปอบรม อ้าเตรียมแถลงนโยบายยตินโยบายเตรียมคนพูด อ้าเดี๋ปึ๊บๆมาอีกแล้วมีงานกรรมาธิการ ตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จเอาล่ะเดี๋ยวยมีญัตติไม่ไว้วางใจตั้งกระทู้ถามคือมันเป็นงานสภาซึ่งต้องทำอยู่แล้วนะฮะ งานสร้างพรรค อ้าก็ตอนนี้ไปตั้งใจทำอาสาส้มเพื่อจะแก้มือแก่ครั้งที่แล้วให้ได้เพื่อต้องเฝ้าระวังคูหาหน่วยต่างๆทำเรื่องฐานชุดข้อมูลต่างๆซึ่งเป็นจุดเด่นของของพรรคนะฮะ แต่ทั้งหมดเนี่ยเนี่ยมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องสิ่งที่ดีที่ต้องทำแต่มันถ้าเราไปหมกมุ่นกับเรื่องนี้อย่างเดียวมันจะเป็นระบบราชการ อื มันจะไม่ได้เป็นพรรคแห่งความเปลี่ยนแปลง มันจะกลายเป็นศูนย์รวมคนมาทำ data อ้าข้อมูล ซึ่งดีนะถูกต้องอันเนี้ยจำเป็นต้องทำแต่ มันทำอย่างเดียวไม่ได้มันต้องมีเรื่องอื่นด้วยนะฮะ นั้นผมว่ามันเป็นระบบราชการจนเกินไป แล้วพอเป็นราชการเจอจนเกินไปมันจะส่งผลต่อมาคืออะไร มันทำให้คนจำนวนมากเนี่ยเกิดอาการเบิร์นเอาท์ อื เกิดหมดแพชชั่นลงไปเรื่อยๆ รู้สึกตื่นเช้ามาอ่ะ เอ้า เทศกาลมาแล้ว ทำเทศกาลมาแล้ว ทำนะ มันไม่มีใครมาไดรฟว่าเฮ้ยไม่ต้องเปลี่ยนมัน เรายังมีความหวังอยู่นะ เรายังต้องทำอะไอะไรต่างๆอย่างเงี้ยนะฮะ
มากไปอีกอันนึงมากไป ข้อที่ 2 ผมคิดว่าเป็นอ่อนไหวมากไป อื อ่อนไหวมากไป หมายถึงอะไร คือพรรคส้มเนี่ยตั้งแต่เริ่มต้นมาเนี่ยตอนพรรคอนาคตใหม่ เราเน้นการสื่อสารทางโลกออนไลน์มาก สาเหตุเพราะอะไรครับคุณอภิสิทธิ์ เพราะวันนั้นเราเป็นพรรคใหม่ สื่อสารมวลชนไม่สนใจ และการใช้การสื่อสารทางโลกออนไลน์เนี่ยมันทะลุทะลวงไปทั่ว ตรงกับจริตของคนรุ่นใหม่ๆกับ first water และราคาถูกที่สุด ใช่ นะฮะระดับไปทั่วที่สุด ดังนั้นเราก็เน้นอันนี้เราถึงมีกองสื่อประจำโอหนั่งทำคลิปทำอะไรเต็มไปหมดนะครับ แต่ ณ วันนี้พรรคมันกลายเป็นพรรคอันดับ 1 ละ คุณไปออกขอไปออกรายการไหนเค้าให้คุณออกหมดอ่ะ เผลอๆเค้าตามคุณทุกวันด้วยนะ ดังนั้นเนี่ยในขณะเดียวกันบรรดาผู้แทนของคุณเนี่ย นักการเมืองของคุณเนี่ยก็จะอยู่ในโลกโซเชียลเยอะนะครับ หลายคนทำพื้นที่ด้วยทำโซเชียลด้วย และโหวตเตอร์ของคุณก็อยู่ในโลกโซเชียลเยอะ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นต่างๆในโลกออนไลน์ ถามว่าเราบอกว่าเราเป็นพรรคมวลชนเราต้องฟังก็ฟัง ฟังแต่ในท้ายที่สุดพณะผู้นำพรรคบรรดานักการเมืองของพรรคที่มานำพรรคคุณมีอำนาจในการตัดสินใจเพราะนี่คือพรรคการเมือง ถ้าคุณฟังแล้วคุณเห็นว่าสิ่งที่คุณทำยังถูกต้องอยู่ คุณก็ตัดสินใจแล้วคุณก็เตรียมรับผิดชอบ ถ้ามันถูกถ้ามันผิด แต่ถ้าฟังฟังไปฟังมาเปลี่ยน ฟังไปฟังมาเปลี่ยน ฟังไปฟังมาเปลี่ยน แล้วอ่อนไหวเกิดนักการเมืองบางคนเล่นทวิตเตอร์ปึ๊บ อูยๆ ด่าเต็มเลย ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ทัวร์ลง ทัวร์ลง ไม่เอาแล้ว เลิกทำกันเถอะ ในขณะที่อีกบางคนนึง เฮ้ยไม่เห็นทัวร์ลงเลย คนกลับนิยมชมชอบ มันก็หมายความว่าโหวตเตอร์พรรคเนี่ย มันมีหลากหลายมาก ประเด็นนึงมีคนชอบอีกประเด็นนึงมีคนไม่ชอบ อื ถูกมั้ยฮะ ทีนี้คุณจะทำไงอ่ะ ไอ้ไอ้ฝั่งที่เห็นโหวตเตอร์ตัวเองชอบก็มาบอกไม่เห็นเป็นไรเลยทำต่อ ไอ้ฝั่งที่เห็นโหวตเตอร์ตัวเองไม่ชอบก็เลยบอกว่า เฮ้ยไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวผมตายแน่เลย ผมยุ่งแน่น มันก็เลยอ่อนไหวไปหมดอ่ะ ใช่มั้ยฮะ สุดท้ายเนี่ยคุณฟังฟังกันมาให้หมดเลยก็ได้รับฟังความเห็นทั้งภายในภายนอกอะไรมา แต่สุดท้ายกรรมการพรรคผู้นำพรรคก็ตัดสินใจแล้ว ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ คุณทำนั้นถูก สิ่งที่คุณทำนั้นยังเดินตามแนวทางของพรรคอยู่และมีคำอธิบายได้เพียงพอ ก็เดินต่อ มิฉะนั้นเนี่ย คุณอภิสิทธิ์ธุรกิจต่อไปเนี่ยมันจะกลายเป็นอะไรนะ กลายเป็นพรรคที่ สมมุติผมไม่ชอบพรรคเนี้ยผมส่งคนมาเป็นไอ แล้วแกล้งโพสต์นี่เมื่อก่อนเลือกนะ เดี๋ยวนี้ไม่เลือกแล้วทั้งวัน โอ้โห คุณอ่อนไหวละ มันไหวละ แล้วมันต้องมันต้องมันต้องมียืนหยัดในจุดยืนของตนเองอ่ะ ถ้าตัดสินใจแล้วเนี่ยมีคนวิพากษ์วิจารณ์มันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าหากเรากังวลว่าเราตัดสินใจอะไรไปแล้วเราโดนทัวร์ลงเราโดนคนด่านะ พูดตรงไปตรงมา คุณอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองไม่ได้ อื แต่แต่ประเด็นสำคัญมันก็คนก็จะท้วงอยู่ว่ามันเริ่มต้นจากการที่ตัดสินใจเรื่องโหวตอนุทินแล้วมันพลาด ครับ ใช่มั้ยฮะ อันเนี้ยคือมันเลยกลายเป็นแบบ มันเหมือนแบบความเชื่อถือมันมันตีกลับมันถูกตีกลับมันน้อยแล้วคนก็แบบทำอะไรมันก็เลยแบบดูแบบผิดไปหมด ครับ อะไรอย่างเงี้ย การคัดเลือกตัวผู้สมัคร ครับ ยกตัวอย่าง ครับ จริงจริงมันก็มีปัญหามาตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกลถูกต้อง มันก็ร่วงมาทุกที่อ่ะ ถูกต้อง แต่ตอนนี้คือกลายเป็นเรื่องใหญ่โตด่ากัน ใช่ หมดความเชื่อถืออะไรอย่างเงี้ย ผม ผมผมมองแบบนี้นะครับคุณแน่นอนคนที่สนับสนุนพรรคประชาชนเนี่ยมีมากขึ้นเรื่อยๆแล้วก็หลากหลายขึ้นเรื่อยๆแล้วก็เสียงดังขึ้นเรื่อยๆด้วยนะครับ คาดหวังสูงมากมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะมีคนวิจารณ์อยู่เสมอ ลองลองเรื่องนึงสิครับบางทีคนที่เชียร์พรรคคนเชียร์โคตรๆเลยถูกแล้วทำไปอีกคนนึงแบบด่าเห็นมั้ยมันมันหลากหลายขึ้น ผมอยากมองให้มันเป็นเรื่องปกตินะครับแล้วก็ต้องดูอ่ะ ขออนุญาตยืมยืมคำประธานเหมาหรือว่าท่านเติ้งเสี่ยวผิงเวลาวิจารณ์ท่านประธานเหมาอีกทีคือ 10 ส่วนน่ะ 10 ส่วน ถ้าคุณถูก 7 ส่วนคุณผิด 3 ส่วนเนี่ย คุณคุณมี D10 เลว 3 อ่ะ เอ้ยคุณคุณ 10 ส่วนคุณ D7 เลว 3 อ่ะ อือ มันมันมันยังไงมันจะต้องแบบโอโหบีบคอกันให้ตายจะเอายังไงให้ตายอย่างงั้นหรือทบทวนตนเองวิพากษ์วิจารณ์ตนเองถอดบทเรียนตนเองแล้วกลับมายืนขึ้นมาใหม่ ผมยืนยันนะคุณอภิสิทธิ์กรอบเนี้ยแพ้เลือกตั้งใช่ แต่ทุกคนก็ทราบดีว่าการแพ้เลือกตั้งครั้งนี้มันมีเหตุปัจจัยอะไรบ้างนะครับ เหตุปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัญญาณมาแรงมากทำให้ทุกองคาพยพต้องไปหาภูมิใจไทยหมด ถูกมั้ยฮะ สัญญาณมาแรงมากจนถึงขนาดเชื่อกันว่าอยู่ข้างนี้คือข้างผู้ชนะถูกมั้ยครับ ปัจจัยเรื่องอะไรอ่ะ การโยกย้ายขาจากการประจำการรวมบ้านใหญ่ ปัจจัยเรื่องการเอาละวิธีคิดแบบการเลือกตั้งท้องถิ่นตัวๆยกขึ้นมาเป็นระดับชาติให้หมดในการซัดตัวกับพรรคส้มนะ เรื่องเงินทอง ปัจจัยเรื่องมีการตั้งข้อสงสัยว่ามีการโกงกันมั้ยในบางเขตบางหน่วยต่างๆมันมีสารพัดปัจจัยนะครับ หรือแม้กระทั่งปัจจัยภายในเราเตรียมผู้สมัครไม่ทันเอ่อ ปัจจัยแคมเปญเราไม่ปังเหมือนเดิม มีลุงไม่มีเรามันปังแต่มีเทาไม่มีเราเนี่ยมันไม่ปังอะไรต่างๆมันเป็นหลายปัจจัยเต็มไปหมดครับ แต่จนแล้วจนรอดคุณก็ได้มา 11 ล้านเสียงทั่วประเทศเป็นพรรคอันดับที่ 1 ในระบบทั่วประเทศนะ แล้วคุณก็มี สส.ตั้ง 120 คน นี่ขนาดอยู่ในสถานการณ์แบบนี้นะ แล้วถ้าสมมุติเชื่อว่าเรามีการโกงเคมมีอะไรกันจริงเนี่ย แล้วถ้าไอ้คะแนนเหล่านั้นกลับมาจริงๆเนี่ย มันอาจจะเยอะกว่าเดิมก็ได้นะ ดังนั้นมันท้อแท้ท้อถอยได้แต่ถึงเวลาแล้วเนี่ยสภาเปิดแล้วรัฐสภาตั้งแล้วต้องกลับมายืนให้ได้ ออ แล้วในท้ายที่สุดต้องกลับไปทบทวนกันเองภายในพรรค ผมเรียนแบบนี้ครับ สถานการณ์เนี่ยมันมาถึงในสถานการณ์หัวต่อหัวเลี้ยว หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Dilemma ที่พรรคจะต้องไปตัดสินใจว่าจะเดินแบบไหน Dilemma นั้นคืออะไร 1 พรรคที่จะเอาชนะเลือกตั้งให้ได้กับพรรคที่ต้องการเอาชนะความคิด อื พรรคที่จะแสวงหาหนทางในการเป็นรัฐบาลให้ได้กับพรรคที่จะเราจะยืนอยู่แบบนี้เพื่อรอคอยโอกาสเกิดมีวิกฤตก็จะมีโอกาสเราจะอาศัยกลับมาได้ หรือจะเป็นพรรคที่เตรียมไปเป็นอำนาจบริหารกับพรรคที่เป็นพรรคตรวจสอบโต้แย้งคัดค้านแฉ อื เนี่ยมันจะเป็น Dilemma แบบนี้แล้วมันเลือกแบบใดแบบหนึ่งมันก็จะกำหนดทิศทางพรรคแบบนั้น เพราะอะไรนะฮะ ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องการเป็นรัฐบาลคุณอาจจะต้องมีท่าทีที่ อ คุณอาจจะต้องมีท่าทีที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่บริหารบ้านเมือง เตรียมทีม professional เตรียมบริหาร แต่ถ้าคุณคิดว่าอ่ะวันนี้แฉมันก็จะต้องมีความดุดันการตรวจสอบอะไรต่างๆใช่มั้ยครับ หรือถ้าวันนึงคุณรู้แล้วว่าประเทศนี้จะเป็นรัฐบาลได้มัน อื มันไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 มันต้องมีอย่างอื่นอีกอย่างนี้ คุณต้องถอยอะไรมั้ยอย่างเป็นต้น มันอยู่ในสถานการณ์ Dilemma ที่พรรครุ่นเนี้ยและรุ่นต่อไปต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ไม่มีในความเห็นผมนะ ไม่มี การตัดสินใจแบบไหนถูกหรือผิด 100% มันเป็นการประเมินในทางการเมืองไปคุยกันในพรรคภายในกันให้จบแล้วก็ตัดสินใจว่า 4 ปีนี้เราจะเดินแบบนี้ 8 ปีนี้เราจะเดินแบบนี้ และผู้นำพรรคที่นำแนวทางแบบนี้ถ้าดีก็รับกล่องถ้าไม่ดีก็รับผิดชอบ อื แต่ว่าตอนมันมันเข็มมุ่งมันไม่ชัดอ่ะ เข็มมุ่งมันไม่ชัดพอเข็มมุ่งไม่ชัดเนี่ยมันก็จะในท้ายที่สุดพรรคการพรรคส้มเนี่ยมันเดินทางมาถึงปลายทางที่จะต้องตัดสินใจว่าคุณจะไปแบบไหนต่อ ผมไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นแบบที่พวกผมเคยเป็น และผมก็ไม่ได้หมายความว่าเอ้ยคุณจะต้องตัดสินใจไปร่วมรัฐบาลโดยยอมทุกอย่าง ผมไม่มีคำตอบไม่มีสูตรสำเร็จคุณอภิสิทธิ์แต่มันเป็นภารกิจของพรรครุ่นเนี้ยที่คุณไปนั่งคิดกันดูว่าว่าจะยังไง
ดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์กดแชร์กด Subscribe รวมถึง Super Thank ช่อง YouTube ปฏิชน ทีวีกันด้วยนะครับ