Transcription
ที่ตกลงนี่ทำหลายรายการ ที่ 101 ก็ทำ >> 101 ทำ >> ที่ไหนอีก >> แล้วทำสัมภาษณ์ของมิชนครับ >> ผมเป็นคนสัมภาษณ์อช >> แล้วก็คุยกับไอ้ไอ้อ่า >> คุยกับมาย >> ไอ้มายอ่ะ >> คุยกับมายนี่ยุบไปแล้ว >> อยุบไปแล้วเหรอ >> ทำไมอ่ะ >> อ้ามายมันมาย์มันจะต้องมันจะเอาง่ายๆมัน จะไปทำงานหรือรัฐธรรมนูญมากขึ้นอะไรพวก เนี้ยมันก็เลยแบบขอพักมา >> ก็ขอพักเองใช่มั้ย >> ไม่มันก็สนุกแล้วก็ผมก็เลยเปลี่ยนใหม่ แล้วผมเอา >> ผู้หญิงคนนึงใช่มั้ย >> ผมเอาท็อปมาคุย >> ท็อปเหรอ >> ท็อปชุติพงษ์ [เสียงหัวเราะ] >> มันมากเลยดิ >> เหรอ >> ไอ้ท็อปมันแหลมแหลมจาก >> ตอนนั้นผมก็คิดว่าเอ๊หรือว่ามาแทนไอ้ไม่ ว่างอะไรเงี้ยออโอเค >> อื >> แต่เคยมารายการเรา >> ใช่ >> ก็คนก็ชอบอยู่มันมีเสน่ห์มาละจะมาทำ เรื่องรัฐธรรมนูญเยอะขึ้นนะ >> ครับ >> ท็อปชุติพงษ์นี่คือรายการของเองหรือของ เค้า >> ของผมกับเค้าไงของเฟน Talk >> คือมีช่องเฟน Talk ทอ๋อ >> ช่องแส้มจัดอ่ะ >> เออ >> หรือป่ะ [เสียงหัวเราะ] >> มันเป็นช่องที่เป็นกลางอยู่แต่จริงๆแล้ว มันเป็นส้มอื >> กลางเหรอพี่เห็นปูตนมันกลางหรอ >> อื สถานะมัน >> มันส้มจี๊ดเลยอ่ะ >> สถานะ [เสียงหัวเราะ]มันไม่ได้เป็นของส้ม มันไม่ได้เป็นอะไรมัน >> ใช่แต่มันมันฝักใส่ส้ม >> แต่มันฝักใส่ส้มแน่ๆส้มจี๊ดเลย >> ใช่ๆ [เสียงหัวเราะ] >> แล้วก็ไอ้คนที่เอ่อมันก็คิดยอดวิว 1 ขอ ยอดวิวแล้วก็ 2 ก็คือแบบขอบริจาคบริจก็ ส้มทั้งนั้นแหละ >> แต่มันอยู่ได้ใช่มั้ [เสียงหัวเราะ]มัน อยู่ได้นะ >> ยอดวิวมันเยอะอยู่ครับ >> มันเยอะมันเยอะมันเยอะโอหมันตาม >> ไอ้ตอนเลือกตั้งอ่ะ >> โอ้โหมันเกาะเป็นล้านล้านอ่ะ >> เออ >> ใช่ [ __ ]เกาะติดแล้วมันได้กัน >> แต่พอหลังเลือกตั้งมันก็จ่อยก็ >> ดรอปมาดรอปกันนะ >> มันก็ดรอปทันที >> อ้าผลึกต้องเอามาอย่างงั้นใช่มั้ย >> คือมันก็เป็นช่องสลับ >> มันต้องไปทำบริษัทอ่ะ >> FC ซ่อมส้มอ่ะ >> มันต้องไปจดทะเบียนบริษัทอ่ะ >> เออทำไมอ่ะ >> อ้าก็เดี๋มันโดนสรรพากรเล่นน่ะ >> แล้วจดจดแล้ว >> จดแล้วใช่มั้ >> จดยอดวิวจดอะไรก็ >> อ้าวพวกนี้มันคือความฮะย้อนวิวจาก YouTube ไง >> ก็รายได้ส่วนตัวไม่ได้ >> ไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้ครับเพราะว่า YouTube มันก็จะรายงาน >> YouTube มันรายงาน YouTube มันก็จะราย งานมาที่กรมสรรพากร >> อ๋อ >> อแล้วถ้ามึงไม่แจ้งสรรพากรมึงก็ตาย >> อ่ >> แล้วมึงรับเงินไม่รู้เกินล้านเป่าถ้ามึง เกินเนี่ย >> เกินดิ >> อ้าวมึงมันจะเกิน่ะ >> ต้องขึ้นแวตอีก >> กปี้เหรอ >> มันยุ่งนะ >> ช่วงแรกมันไม่มันไม่ถึงแต่พอมันถึงเมื่อ ไหร่นี่มันจะซวย >> อันนี้ปี 1 >> ล้าน >> ล้าน 8 ต่อปี >> 8 ต่อปี >> นี่ไงที่คนเ้าด่าไงฮะไอ้สวมเสนอ >> เอใช่ >> คือจริงๆถ้าถ้าสรรพกรหาวิธีทำให้คนแบบไม่ ต้องไปจ้างทำจ้างคนมาทำภาษีแล้วก็ให้เค้า เข้าระบบภาษีง่ายๆ >> คนเค้าก็เอาใช่ [เสียงหัวเราะ] ใช่แต่ 8 นี่ตัวเลขเดิมใช่มั้ล่ะ >> ตัวเลขเดิมครับไม่เข้าแบตไม่ได้ไง >> อื >> เนี่ยไอ้ช่องนี้มันก็อาหาร >> ทุกคนมันตอนเนี้ยไอ้ออนไลน์นี่ต้องเข้า กันหมดแหละไม่งั้นซวย >> โดนเก็บภาษีย้อนหลัง >> เออ >> ทีนี้ประเด็นมันก็คือว่าจริงๆแล้วเนี่ยคน ไปเข้า18ล้านเนี่ย >> อ >> หมายถึงว่าพอเกิน 18 แล้วเข้าเนี่ยมัน ต้องไปจ้างทำบัญชีใช่มั้ยล่ะ >> ต้องไปส่งหรอก >> ต้องไปส่งรายได้ทุกเดือนอะไรอย่างเงี้ย ซึ่ง >> ทุกเดือนไม่ไม่ปีทุกเดือนทุกเดือน >> ทุกเดือน >> ทุกเดือนคุณสุชัยไม่ได้ทำเอง >> ไม่รู้ไม่แต่ของมันก็คือพองพองด 9 ไงบร >> ไม่บริษัทกาแฟดำก็ต้องส่งทุกเดือน >> ทุกเดือนเหรอรายได้ทุกเดือน >> ส่งทุกเดือนครับทำอยู่ >> ใบใบเสร็จย่อยคุมต้องทำหมด >> แต่มันไม่ได้เก็บทุกเดือนนะภาษีแจ้งทุก เดือนหรือยังไง >> แจ้งทุกเดือนเก็บทุกเดือนสิแวตเก็บเดือน แวเก็บรายเดือน >> ออ >> ออแวตน่อผมนึกว่าภาษีรายได้ >> แวครับแวแวแล้วก็ภาษีรายได้อีกทีเพราะ ฉะนั้นมันก็เลย >> ความยุ่งยากของมันคนก็ถึงได้ด่าก็เลยก็ เลยไม่อยาก >> ถ้าอยากให้คนเข้าระบบภาษีก็ [เพลง]ต้องทำ ให้ทำให้สะดวก >> อื >> ทำง่ายๆ >> ใช่ >> มันก็อะไรคนก็ยัง [เพลง]ที่เ้ายังแซวกัน อะไรไม่งั้นขายหมูปิ้งหน้าเซเว่นนี่อีก หมู่นึงต้องจดบินไปด้วย [เสียงหัวเราะ] เออ มึงจะเอา [เสียงหัวเราะ]อย่างงั้นมั้ >> เออแต่ที่พี่ถึงก็คือรับจัดเป็นหลักใช่ มั้ใครชวนมาก็ไป >> ใช่แล้วก็จัดเอง >> ดีๆ >> ของพี่ตึกมีเหรอ >> ไม่มีครับหมายถึงว่าจะจัดอย่างถูกอย่างชน >> ช่องพี่เองไม่มีหมายว่าไม่ได้ช่องเอง >> ไม่ช่องเองก็เนี่ยมีหลายช่องอยู่แล้วไม่ ได้เป็นช่องเอง >> เออนี่ไม่เหมือนเค้าก็มีช่องเองแต่ว่าทำ บ้างไม่ทำบ้างเนี่ย >> มันตอนนี้ไม่ทำแล้วหยุดแล้วเออ >> ฟื้นข้ออถือเรื่องจริงๆนะฟื้นฟูสุขภาพ >> ฟื้นฟูสุขภาพ [เสียงหัวเราะ] >> อ้าแต่วันนี้วันนี้มีเรื่องคุยวันนี้มี เรื่องคุย >> เชิญๆๆๆครับ >> นี่ตั้งแต่ >> นี่ก็กาแฟดำเหมือนกัน >> ดำเหมือนกันนี่ตั้งแต่ผลมานี่เงียบไป เหมือนกันเห >> ออ >> เงียบไปเหมือนกันครับ >> เงียบไปเหมือนกัน >> แต่ก็ไม่ได้ผิดค่าเท่าไหร่ >> ไม่ผิดครับ >> ผมโดนปั่นไปเฉยๆ >> เหรอ >> หมายถึงว่าพรรคพวกเค้าก็ปั่น >> ปั่นว่า >> ปั่นกันจนกระทั่งเชื่อกับว่า 200 200 แต่ผมก็ยังทาย 160 อยู่ [เสียงหัวเราะ] ผม >> อ้าซะสูงสุด 180 [เพลง]เ้าผมก็ถ่าย >> เออๆเรา [เสียงหัวเราะ] >> ไอ้ก่อนเลือกตั้งมีคนถามไอ้ไปนั่งกินข้าว กับพวกoneวเ้าบอกว่าเท่าไหร่ >> นี่ไงลง >> ผมเนี่ยผมบอก 80-10 เบอกอ้าวทำไมพี่กว้าง อย่างงั้นล่ะ >> เออ >> มันเป็นไปได้หมดนี่ >> เออ >> เรายังคิดก็มันเป็นไปได้หมดใช่มั้ฮะกระแส มันอาจจะขึ้นก็ได้แต่ว่าเราคิดอยู่แล้ว ว่าสส.เขต >> เออ >> จะเสียของเดิมเนี่ย [เพลง]มันจะเสียอยู่ ส่วนหนึ่ง >> ใช่ >> ใช่มั้ฮะยังไงมันเสีย >> อือ >> เพราะมันมีมันมันเค้าสู้บ้านใหญ่เไม่ได้ >> อ่าเค้าเบ้านใหญ่เหมือนกับรอบแรกเค้าคิด ไม่ถึง >> อือๆ >> ปี 66 เฆ่าไม่ถึงตอนนี้เค้าตั้งตัวได้ แล้วยังไงมันก็จะเสีย >> อือๆๆ >> แต่ว่ามันจะได้ใหม่เท่าไหร่ >> มันมันไปหวังส่วนที่มันจะได้ใหม่ >> อื >> ใกล้เคียงใช่มบ้างพี่เค้าให้ลงกันประมาณ สัก 10 คนเนาะใช่ >> มีรอบ 1 รอบ 2 >> เวกันยังไง >> คือก่อนก่อนเลือกตั้งใช่มั้ยก่อน >> ก่อนเลือกตั้งที่ไปกินข้าวกันน่ะปีใหม่ >> ว่า >> ปีใหม่ >> ค่าได้เท่าไหร่แล้วหลังใกล้ๆเลือกตั้ง โหวตอีกรอบนึง [เสียงหัวเราะ] แล้วแต่แล้วแต่ระหว่างคุณกับเ่าถึกเนี่ย ใครใครแม่นกว่าวะ >> ผมใกล้เคียงนะ [เสียงหัวเราะ]ผมใกล้เคียง นะ >> พอมารอบหลังผมบอกอ้า 160- 180 [เสียงหัวเราะ] ก็ยังผมก็ยังไม่เกิน 180 เี่ผมไม่เชื่อ 200 จริงๆไม่เคยเชื่อเลย [เสียงหัวเราะ] >> แล้ววันนี้เชื่อมั้ว่า 10 ส.ส.ขอพรรค ประชาชน >> อือฮึ >> ได้ทำหน้าที่ต่อแบบมีเงื่อนไขอ่ะ >> อ >> อืตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกครับ >> เออ >> ไม่เชื่อหูเลยเหรอ >> ตอนแรกไม่เชื่อ >> ไม่เชื่อหู >> แต่เมื่อวานก็ยังไม่เชื่ออยู่ >> ขนาดเอ่อเห็นปุ๊ธนาพลฟ้าเดียวกันเค้าเค้า เก็งเบอกว่าเนี่ยจะไม่โดนแขวน >> เออใช่ๆ >> ปกติปุ๊ก็ฟันธงผิดทุกทีนะ [เสียงหัวเราะ] >> เออไปแซวพล [เสียงหัวเราะ] >> ปุ๊ฟันธงถูกเว้ยอ้ามันก็น่าพนันนะเพราะ ว่ากระแสไปทางนี้หมดไง >> กระแสไปทางว่ายังไงยังไงก็ต้องโดนหยุด ปฏิบัติหน้าที่ไงทั้งใครกล้าที่จะบอกว่า >> กสวนตลาดนะอ่ามีสิทธิ์รวยนะท่านเจ้าพนัน นะ >> คือศาลศิลธรรมเนี่ยที่ผ่านมาตั้งแต่มี เนี่ยก็หยุดประโยชน์หน้าที่ไม่มีใครที่มี ใครที่ได้ยกเว้นใช่มั้ยฮะ >> มันอาจจะมีกรณีช่อก็คือว่ายังไงช่อก็ตอน นั้นถูกตัดสิทธิ์อยู่แล้ว >> ใช่ >> ใช่ >> อื >> แล้วก็ปริณาเค้าก็โดนหยุดอยู่แล้ว >> อ >> อันนั้นโดนหยุดใช่มั้ยที่ผ่านมามีมันทุก คดีมันเป็นอย่างงี้อ >> ใช่ >> แล้วเราก็คิดว่าคดีนี้คนก็มองทิศทางว่า มันจะเหมือนศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้วอ >> ใช่อือๆๆ >> แต่ว่าพอดีว่าบางคนก็อาจจะไปมองในทางการ เมืองอย่างปุธนาพลเค้าก็มองในทางการเมือง ใช่มั้ย >> ว่านี่มันมีเรื่องอื้อฉาวเรื่องปปช.กับ คุณศักดิ์สยาม [เสียงหัวเราะ] >> ตอนนี้มันตีคุ >> ถึงแม้ว่ามันจะมองว่าไม่เกี่ยวกันปช.ไม่ เกี่ยวกับมัน >> จะเป็นกระแสตี >> เออ >> กระทบชิ่งกันอะไรอย่างเงี้ย >> สังคมไทยนี่โยงหมดเลยนะ >> เออ >> แต่เโยงเรื่องปปช.ไงว่าแหมมาตรฐาน ในการ ส่งเรื่องเนาะในการตัดสิน >> ใช่มันไม่เกี่ย นี่เรื่องนี้เรื่องศาล >> กับเรื่องปปช. >> ส่งเรื่องเกี่ยวกับ 44 >> อือ >> เรื่องนั้นอีกเรื่องนึงของชัยเอ่อศักด สยามน่ะไม่ได้ส่งเลยไม่ยง >> สย >> ศาลไม่อยู่ในฐานะรับรู้ >> แต่แน่นอนไงฮะผมปปช.เป็นคนส่งเรื่องทั้ง 2 คดีส่งหรือไม่ส่ง >> ส่งหรือไม่ส่ง >> ทำไมปช.ส่ง 14 สส.ทำไมปปช.ไม่ส่งศักดสยาม ใช่มั้ฮะ >> มันก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มันก็กระทบ ชิ่งไป >> ออ >> ก็เลยชิ่งไปถึงนาฬิกาแม่อะไรนาฬิกาเพื่อน [เสียงหัวเราะ]นาฬิกาเพื่อนแม่เออก็เป็น มาตรฐานเงี้ยนะ >> เออฮะ >> คือจริงๆแล้วมันก็ถูกแล้วนะครับที่ที่ไม่ สั่งแขวนน่ะ >> ก็ถูกต้องแล้วใช่มั้ย >> ก็ถูกครับคือเขามีหน้าที่เป็นส.ส.ซึ่งมัน มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเต้องทำหน้า ที่อยู่ใช่มั้ยฮะไอ้การที่อยู่ๆแล้ว 10 คนเนี่ย >> อือฮึ >> จะไปถูกแขวนแล้ว >> อือฮึ >> ทำอะไรก็ไม่ได้เลยอย่างเงี้ยทำหน้าที่สส. ก็ไม่ได้อภิปรายในสภาไม่ได้ทำไม่ได้ >> ไม่รู้ลงพื้นที่ได้เปล่าก็อาจจะไม่ได้อีก >> ลงพื้นที่เปล่าๆเนี่ยโดยฐานะที่ไม่ใช่สส. >> เอ่อเดี๋เรียกว่าผมไม่ได้มาศาลสส.นะครับ >> เออแล้วเ้าจะเอาเรื่องไปเรื่องในเขต >> รับเรื่องได้มั้ >> รับเรื่องของประชาชนเอาไปยื่นสภา >> ไม่ได้ไม่ได้ >> เออไปยื่นอาจจะไปยื่นเป็นตัวแทนฝากเพื่อน สส.ได้แต่ไปพูดในสภาเองไม่ได้ไม่ได้สภา ไม่ได้ >> คือคือมันก็กลายเป็นแบบ >> เออ >> 10 คนเนี่ยเขาก็ไม่สามารถทำหน้าที่สส. อือๆ >> ใช่มเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็กลายเป็นว่าไป ตัดมันไปตัดสิทธิของประชาชนที่จะได้ที่คน ที่เลือกเข้าไปที่เขาจะได้ >> อือฮึ >> ใช้ผู้แทนของเขาด้วยใช่มั้ยฮะซึ่งมันก็ ไม่ได้บอกว่าเฉพาะคนเลือกเขตนั้นทั้งหมด มันคือผู้แทนปวงชนชาวไทยใช่มครับก็คือว่า อย่างน้อยๆ 8 คนมันก็มาจากเอ่อ >> คนเลือก 11 ล้าน >> ใช่มั้ยฮะคนเลือก 11 ล้านแล้วก็มีที่เป็น ตัวแทนเขต 2 คนเหรอ >> การแขวนเ้าระยะยาวเนี่ยมันก็กลายเป็นแบบ โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิดเราผลคำ พิพากษามันมี 2 แนวใช่มั้ฮะก็ต้องบอกว่า มันมี 2 แนวแต่ว่าถึงแม้คนจะปักใจไปแล้ว >> อออือฮึ >> ปักใจเชื่อไปแล้ว >> แต่มันจะไปบอกว่าแขวนเขาตอนนี้เลยทั้งที่ ยังไม่รู้ผลเนี่ยแล้วเขาไม่ได้ทำหน้าที่ มากระทบสิคือแต่คนเชื่อไงผมคิดคนคือคือคน เชื่อว่าจะต้องอยู่หน้าที่ >> ใช่ >> เพราะ 1 >> ใครคนคนเชื่อนี่คือคนหน่อย >> ผมคนนึงแหละแล้วผมคิดว่าผมคิดเป็นคนหลาย คน >> ทำไมคนคนอย่างคุณคิดอย่างงี้ >> เอ 1 ไม่เคยมีกรณีไหนที่ไม่ต้องอยู่เป็น หน้าที่นะฮะ >> ถ้าเราถือว่า >> 2 >> ฮะ >> 2 ก็คือเอ้ยพรรคส้มเตั้งแต่มันขึ้น 3 มา เนี่ยมันไม่เคยรอดเลย >> ใช่ [เสียงหัวเราะ] >> ใช่ >> ไม่ว่าศาลไหนองค์กรอเคยรอดเลยเคยรอด >> ถ้าศาลฎีการับเรื่องพิจารณาต้องอยู่เป็น หน้าที่ยกเว้นไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เราก็ศาลคงไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น [เสียงหัวเราะ] ๆ >> แล้วผมก็พลาดแต่นี้ผมไปดูนะครับว่าทำไม ศาลให้ไปหน้าที่ต่อ >> อ่าอ่านซิว่าข้อความ >> ศาลบอกว่าอ >> ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านถึง 10 ส.ส.เนี่ยนะฮะของพรรคประชาชนเนี่ยมี พฤกติการกระทำซ้ำหรือกระทำต่อ >> อื >> อ่าคือไม่พบว่าเป็นกระทำซ้ำหรือกระทำต่อ ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามคำร้องนะฮะ แล้วก็ถือว่าง่ายๆก็ผู้ผู้ถูกฟ้องยังต้อง ทำหน้าที่ส.ส.ต่อไป >> อ่าอื >> ก็คือศารัฐธรรมนูญมีคำสั่งห้ามเ้าอยู่ แล้วอ่า >> อ่าไม่ให้เทำซ้ำก็ทำต่ออ >> ก็แต่ว่าเค้าไม่เค้าไม่ได้ทำซ้ำเค้าก็เลย ได้ต่อไปแล้วก็เอ่อคู่ค้านก็คือพรรคประชา ชน 10 คนเนี่ยนะครับยังคงมีอำนาจหน้าที่ อื่นต้องปฏิบัติในฐานะผู้แทนราษฎรตามบท บัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราัชัยต่อไป 2 เหตุ ผลอือๆๆ >> ก็ฟังดูเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับการเอ่อ >> พิจารณา >> การไม่แขวนแต่สำหรับการพิจารณาผมก็ คุณอาจจะผิดอีกก็ได้คุณอาจจะผิดอีก็ได้ [เสียงหัวเราะ] >> ต้องไปถามอุ๊ดาภูแล้วคราวนี้อยากแล้วคราว นี้อยากให้ผิดใช่มั้ย [เสียงหัวเราะ] >> ประเด็นมัน เอ่อ >> อยู่ที่การตีความ >> ใช่มั้ยอยู่ที่การตีความเลยนะกฎหมายนี่จะ ตีความออกซ้ายก็ได้ออกขวาก็ได้เลย >> ใช่คือคือถ้าเราไปดูคำวินิจฉัยสาล รัฐธรรมนูญนะครับ >> อือฮึ >> เอ่อคำวินิจสารรัฐธรรมนูญเนี่ยแยกเป็น 2 ส่วนใช่มั้ฮะอือฮึ >> แยกเป็น 2 ส่วนส่วนหนึ่งคือเรื่องของการ ยื่นยื่นแก้ 112 >> อื >> อีกส่วนนึงเป็นเรื่องพฤติกรรม >> พฤติกรรม >> อย่างเช่นเขว่าไปประกันตัว >> อๆๆ >> เอ่อกับคนที่โดน 112 ไป >> อ >> ติดสติ๊กเกอร์ >> ติดสติ๊กเกอร์ไปอะไรต่างๆเหล่านี้ >> มีคนไปรณรงค์ใช่มั้อันที่ 8 เงี้ยแล้วก็ >> ไอ้ส่วนที่ไปใช้หาเสียง >> ซึ่ง >> ซึ่งหลายเรื่องมันก็มีข้อย้อนแย้งในตัว เองเช่นเรื่องไปใช้หาเสียงนี่กกต.ก็ อนุญาตให้เขานั่น >> ใช่มั้ฮะแล้วไอ้ที่เ้าไปขอประกันเนี่ยศาล ก็ให้ประกัน [เสียงหัวเราะ] >> อ๋อ >> ศาลก็ให้ประกัน >> ถ้าศาลไม่ให้ประกันเค้าก็ไม่ได้มี >> อะไรอำนาจอะไรที่จะไปทำอะไรกับกับกรณีของ ศาลได้ใช่มั้ยฮะ >> อือๆ >> แต่แล้วประเด็นสำคัญก็คือเรื่องของการ ยื่นแก้ 112 เนี่ยนะ >> อ >> เอ่อมาตรา 49 เรื่องการล้มล้างการปกครอง >> มันมันเขียนว่าใช้สิทธิเสรีภาพ >> เออเอ่อใช่เอ่อทีนี้ >> อือ >> ไอ้การแก้กฎหมายเนี่ยมัน >> อือฮึ >> มันไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพอ >> มันเป็นมันเป็นหน้าที่ของสส. >> อือฮึ >> เป็นการทำหน้าที่ของสส.อือ >> ใช่มั้ฮะแล้วก็ไอ้ตัวกฎหมายนั้นเขาเขา ยื่นไปเนี่ยใช่มั้ฮะว่ามันก็เป็นการทำ หน้าที่ของเขาแล้วมันก็ไม่ได้ไปถึงไหนเลย มันเป็น >> ใช่ >> สภาก็ไม่รับ >> ยังไม่บรรจุเป็นวาระด้วยซ้ำเป็นวาระด้วย ซ้ำ >> ตอนนั้นคุณชวนเป็นเป็นประธานนะตีกตีตก มั้ยอ >> คุณสุชาติตาเจริญเป็นรองประธาน >> อแล้วก็ >> อือ >> เอ่อ อาจารย์วรเจตภาคีรัตน์ก็เคยชี้ไว้อยู่ว่า ไอ้เคสเนี้ยจริงๆมันไม่มีการลงมติ >> ในตุลาการศารัฐธรรมนูญว่าผิดหรือไม่ผิดใน การในการเสนอกฎหมาย >> ไม่มีการลงมติ >> ไม่มีแต่ไปอ่านคำวินิจฉัยของ >> คำนิยายส่วนตัวของสุมบางคนเนี่ย >> อือฮึ >> เห็นว่าไม่ผิด >> เออเออ >> ดูเหมือนจะ 4 คนแต่ก็อีก 5 คนก็ไม่ได้บอก ว่าบางคนบอกว่าผิดอะไรอย่างเงี้ยแต่ก็ไม่ ได้บอกว่ามันเป็นมติที่ชัดอ >> ไม่ได้บอกว่า 54 ไม่ได้บอกว่าอะไรอย่าง งั้นไม่ได้มีการลงมติในประเด็นนี้ตกลง แล้วเนี่ย >> ไอ้ประเด็นที่การเสนอกฎหมายเนี่ยนะฮะมัน ผิดหรือเปล่า >> อืออืแต่ทีนี้ไอ้การที่ปปช.มาตั้งมาตั้ง เรื่องจริยธรรมเนี่ยมันเป็นอีกมันเป็นอีก เรื่องนึง >> คือมันขยายเกินกว่าประเด็นเรื่องเสนอกฎ หมายละ >> ครับ >> ไปดูพฤติกรรมส่วนตัว >> เไปใช้ประมวลจริยธรรม >> ประมวลจริยธรรมซึ่งมีคนเปรียบเทียบคดี ศักดิ์สยาม >> ครับ >> ว่าทำไมปปช.ไม่สนใจพฤติกรรม [เสียงหัวเราะ]หรือว่าอ >> ใช่มั้ย >> เหมือนกันมั้ย >> ใช่ >> มันก็คล้ายกันนะ >> สนแค่เจตนาว่ายื่นแล้วหรือยัง >> ไม่คือไม่เขาบอกว่าอันนั้นมันเป็นเรื่อง ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จหรือเปล่าอ >> ทีนี้ >> เขาบอกว่าไม่เท็จเพราะว่าคุณศักดิ์สยามไป ทวงเงินแล้วอ >> เออแล้วก็มีการขายที่ดินให้กัน >> เออขายที่ดินแลกกันซึ่งคนก็ยังงงอีกว่า เออ >> เอ่อเงินเ้าโอนไปโอนมานมันไม่เกี่ยวเลย เหรอ [เสียงหัวเราะ] >> แต่ก็ดูเส้นทางดูเส้นทาง 10 นาทีนะ 10 อ่าเส้นทาง 10 นาทีก็กวนกลับมาที่เจ้าของ เงิน >> เงินก้อนเดียวกันเหรอ >> ก้อนเดียวกันฮะจากต้นทางไปที่ >> เอ่อลงโม่ใช่มั้ยลงโม่กลับมาที่สเสือ >> ภายใน 10 นาทีนะ >> ใช่ๆเสือกลับมาที่ 8 นาทีด้วยซ้ำไป >> 8 [เสียงหัวเราะ]นาทีเหรอโอผมขอผมไปบวก ทั้ง 2 >> แล้วปปช.ไม่ได้สนใจประเด็นนี้เลยเหรอ >> เค้าเค้าไม่ได้สนใจเค้าสนใจว่ามีการยื่น แล้วนะแล้วคืออย่างงี้คุณศักดิ์สยามไม่ ได้ตั้งใจใช่มั้ย >> อ่าเค้าบอกเไม่ได้ตั้งใจ >> แล้วไม่รู้ว่ามี >> ไม่ได้ตั้งใจอะไร >> ไม่ตั้งใจจะปกปิด >> อืไม่ตั้งใจปกปิด >> อ่าไม่ตั้งใจปกปิดมันเป็นมันเป็นคดีอาญา เรื่องตั้งใจปกปิด >> ใช่มั้ยฮะส่วนนั้นเค้าบอกว่าอันนั้นเป็น เรื่อง >> เอ่อคุณสมบัติของการดำรงตำแหน่ง >> อือ >> อืออันนั้นเป็นเรื่องเป็นเรื่อง >> ศาลน่ะเป็นเรื่องนี้ >> ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องรนเป็นเรื่องเป็น เรื่องคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งดำรง ตำแหน่ง >> รัฐมนตรี >> ใช่มั้ย >> แล้วก็ส่วนอันนี้เป็นเรื่องการดำเนินปก ปิดทรัพย์สินหรือเปล่า >> เออ >> อ่าปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือเปล่าเบอกว่า อันเนี้ยคุณศักดิ์สยามก็บอกว่าไม่ได้ตั้ง ใจแล้วเก็ไปทวงแล้วมีการขายที่โอนกันให้ แล้วเรียบร้อย 100 กว่าล้าน >> อื >> คือไม่ได้ตั้งใจให้เ้าเป็นนอมินี >> หรือไงไม่ได้ตั้งใจอะไร >> ไม่ได้พูดเรื่องนอมินีอ >> พูดเรื่องคุณยื่นทรัพย์สินหนี้สินจริงๆ >> ไม่ได้ตั้งใจจะไม่แจ้ง >> อ่า >> คุณศักดิ์สยามรู้รู้ทีหลังว่าตัวเองมี >> รู้ทีหลัง >> รู้ทีหลังรู้หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ >> รู้หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสิน >> โอ้ตกใจเลยเหรอเออตกใจก็เลยไปทวงคืนจาก >> นายสศาลาใช่มั้ย >> ศาลาไม่คืนอ่าก็เลยสู้คดีกันดีประนอมกัน ศาลาเลย >> ซื้อที่จากอะไรนะ >> อ่า >> 50 ล้าน >> เออ >> มูลค่าจริงๆล้านก้อยกว่าล้านแล้วก็ยื่น ปวช.ปวช.บอกนี่ไงก็คุณศักดสยามยื่นมาละ บัญจีทรัพย์สินหนี้สิน >> หลังจาก [เสียงกระแอม]รู้คำพิพากษาของศาล รัฐธรรมนูญ >> แต่พยายามเอ่อเค้าเรียกว่าบกพร่องใน สุจริตเหรอ [เสียงหัวเราะ]น่าจะคล้ายๆกัน มั้คล >> น่าจะไม่ใช่คำนั้น >> ใช้คำนั้นโดนหัวเราะตาย [เสียงหัวเราะ] >> สุจริตใจเนี่ยว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะไม่แจ้ง >> ทีนี้พอเนี่ยพออย่างงั้นอย่างงี้ผมก็เพิ่ง รู้เป็นของผม >> ใช่แล้วผมก็ดำเนินการเนี่ยยื่นเพิ่มเติม ยื่นมาตกใจแกเพิ่งรู้ตอนแก่รู้ตอนที่สามี คำวินิจฉัยอ่ะ >> แล้วปปช.ก็เชื่อ >> ปปช.ก็เชื่อยัง 1 เชื่อแล้วก็มีประเด็น ใช่มั้ฮะปปช.ก็บอกว่าไปดูแล้วคุณสยามไม่ ได้มีการสั่งการยทับซ้อนในเรื่องโครงการ ที่ได้จากภาครัฐนะ >> อื >> อ่า >> คือหมายถึงว่าห้างสวนจำกัดเนี้ย >> ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนหมายถึงว่าไม่ ได้มีงานเพิ่มเพราะว่าคุณศักดิสยามเป็น รัฐมนตรีคมนาคม >> ออ >> อืเก็วินิจิการแต่ประการใด >> แต่เห็นว่ามี 27 สัญญาณไม่ใช่เหรอ >> เค้าก็ปกติ >> ปกติ >> ถ้าจะบอกปกติฮะไปทำกับอบจ.เอาไปทำกับอะไร แบบนี้ที่มันไม่ได้ทำกับกระทรวงโดยตรง [เสียงหัวเราะ] >> อ๋อแต่ว่ามันโยงกับกระทรวงคมนาคมไม่ใช่ เหรอโครงการบางโครงการเนี่ย >> ก็ก็นั่นแหละฮะเค้าเทียบเก็เทียบแบบเป็น จำนวนที่ปกติว่าเทียบกับ >> อ่ะ [เสียงกระแอม]อ่าปีเวลาปีก่อนๆ >> เหรอ >> ทำไมไม่เชื่อ >> ถึงแม้ว่ามีการบริจาคเงิน [เสียงหัวเราะ] >> ถึงแม้ว่ามีการบริจาคเงิน >> เออ >> เออไอ้เรื่องบริจาคเงินก็ไม่ย >> เออผมไม่เห็นในสำนวนเห็นป่ะ >> ไม่เห็นนะ >> ผมผมไม่ได้เห็นในสำนวนเรื่องก็จากเงินอื แต่ว่างานบทบาทของปปช.เนี่ยบทบาทปปช. เนี่ยป้องกันและปราบปรามทุจริตนะ >> ครับ >> ป้องกันด้วยนะ >> ฮะ >> ไม่ใช่ปราบปรามอย่างเดียวนะการกระทำใดๆก็ ตามแต่ที่อาจจะส่อไปในทางอาจจะยังไม่ได้ ทำด้วยซ้ำไปนะ >> ที่จะส่อไปในทางที่อาจจะถูกตีความได้ว่า อ่อใช้ตำแหน่งหน้าที่ได้โดยไม่สุจริต เนี่ยหรือจงหรือจะจ้างใจหรือไม่ก็ตามแต่ แต่ได้กระทำการเนี่ยที่เข้าข่ายน่าสงสัย ว่าอ่าจะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะไม่ควรอะไร ก็ตามแต่ฉะนั้นปปช.ไม่ได้ใช้บทบาทตรงนั้น มาตัดสินคดีนี้หรือเปล่า >> ใช่ครับมันมันเป็นปัญหามาตรฐานขององค์กร อิสระครับ >> คือองค์กรอิสระเนี่ย >> เอ่อพยายามที่จะตั้งมาตรฐานตอนที่ตั้งกัน ขึ้นมาเนี่ยให้มันมีลักษณะคล้ายๆกับว่า >> อย่างที่คุณสุชัยว่าแหละคือข้อสงสัยข้อ คหาข้ออะไรต่างๆเนี่ย >> แล้วเขาก็ชีมใช่มั้ยฮะ >> ใช่ >> คือในทางกฎหมายเนี่ยบางทีมันไม่ชัดอ่ะ >> อือฮึ >> เอาผิดทางกฎหมายแบบเอาผิดอาญาคดีอาญา ธรรมดาอาจจะไม่ชัด >> ใช่มั้ฮะเขาก็ใช้วิธีนี้ในการตั้งองสไม่ ว่าจะเป็นกกต.ปปช. >> คือถ้ามันมีข้อคหามีข้อคลุมเครืออะไรต่าง ๆเนี่ยให้ปปช.ชี้มูล >> อ >> แล้วก็ส่งขึ้นศาลโดยโดยศาลอาญาอือฮึ >> แผนกนักการเมืองเนี่ย >> แผนก >> เอ่อศาลฎีกาแผนกิจนักการเมืองนะฮะก็ >> จะใช้หลักการที่ว่าให้ปปช.เป็นผู้กล่าวหา แล้วก็เอาสำนวนปปช.เป็นหลักหมายถึงว่ายึด สำนวนปปช.ไว้ก่อนมันมันกลับกระบวนการไง >> เออมันควรจะเป็น >> กระบวนการว่าไอ้ผู้ถูกกล่าวหาต้องมา พิสูจน์ตัวเอง >> เออ >> มันไม่เหมือนคดีอาญาปกติคดีอาญาปกติเนี่ย >> เอ่ออัยการต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ให้สิ้น สงสัยว่าจำเลยผิด >> ถูกต้องถูกต้อง >> ใช่มั้ยแต่กระบวนการอันเนี้ย >> เออกระบวนการอันนี้จำเลยต้องเป็นฝ่าย พิสูจน์ให้สิ้นสงสัยว่าตัวเองไม่ผิด >> มันก็เป็นการที่ให้อำนาจปปช.มาก >> อื >> แต่พอให้อำนาจปปช.มากเนี่ยมันก็จะเกิดบาง กรณีอย่างี้ที่ปปช.ก็บอกว่าอ้าวนี่เราทำ รัฐกุมตามกฎหมายแล้วนะ >> มันไม่มีหลักฐานน่ะ >> อื >> เออ >> นาฬิกาเพื่อนเราก็ทำรัฐกุมแล้ว >> มันไม่ใช่หน้าที่ปปช.ที่จะไปสืบหาหลักฐาน เหรอ >> คือคือเรากลับไปที่อำนาจเบื้องต้นก็ฮะ เค้าคล้ายๆกับว่าเค้าเค้ามีอำนาจตั้งข้อ หาที่คล้ายๆกับว่ามัน >> ร้ายแรง >> อ่าร้ายแรงทั้งที่มันยังดูคลุมเครืออยู่ >> ใช่ >> อ่าซึ่งเค้าทำกันหลายๆคนแบบนี้ใช่มั้ฮะ >> เ้าทำกันหลายๆคนมาแบบนี้ >> งั้นครับอีกกรณีนึงพอมัน >> ชัดมากขนาดนั้นนี่ >> เออ >> แต่ทางสังคมมันชัดเค้าก็เค้าก็ทีนี้เก็ เคร่งครัดตามกฎหมาย >> อ่า >> ออทีนี้ ว่าเออเนี่ยดูตามนี้แล้วเนี่ยไม่ได้มี เจตนาไม่ได้มีเจตนาที่จะทำผิดไม่ได้มี อะไรต่างๆอ >> ใช่มั้เพราะฉะนั้นเนี่ยมันเป็นอำนาจที่ สามารถทำให้ปปช.แต่ละชุดด้วยนะ >> อื >> แต่ละชุดด้วยเหรอ >> อ่าใช่มั้ยฮะอ้าชุดนาฬิกาเพื่อนกับชุดนี้ เค้าก็ [เสียงหัวเราะ] >> ใช่ๆ >> อปช.แต่ละชุดเนี่ยเสามารถที่จะแบบมาตรฐาน ของตัวเองได้ว่า >> อันนี้อันนี้อันนี้ไม่ดีม >> ไม่ดีเพราะว่าเราไม่รู้ว่ามาตรฐานนี้ชุด นี้กับเรื่องนี้มาตรฐานเดียวกันหรือเปล่า ฉะนั้นถ้าเอาเคสเดียวกันเปลี่ยนกรรมการ อีกชุดนึงนี่มาตรฐานก็อีกบาทนึงแล้วนะ >> อือ >> ฉะนั้นเรามีสิทธิ์ขอเปลี่ยนเฉพาะเรื่อง นี้มั้ยว่ากรรมการชุดนี้อย่าพิจารณาได้ มั้ยตั้งกรรมการชุดพิเศษได้มั้ยเพราะว่า เราไม่แน่ใจ >> ผมว่ามันอยู่ที่อำนาจปปช.อื >> ควรจะให้ชัดเจนใช่มั้ยฮะ >> อื >> เรื่องของการที่ไต่สวนเรื่องอะไรแล้วแล้ว >> แล้วอยู่ที่การ >> ให้อำนาจในศาลด้วยใช่มั้ยมันคือการให้ อำนาจ >> ใช่ >> ให้ศาล >> อือฮึ >> เอ่อต้องยึดสำนวนปปช.เนี่ย >> อือ >> เป็นหลักเนี่ย >> อือ >> ยึดสำนวนปปช.ไว้ก่อนเนี่ยมันเพิ่มอำนาจ ปปช.มากเกินไป >> มากเลย >> มันควรจะชั่งน้ำหนักซึ่งระหว่างกันได้ว่า >> แต่ศาลมีสิทธิ์จะสั่งสอบเพิ่มนี่ >> ใช่ครับเถือว่าศาลมีสิทธิ์สั่งสอบเพิ่ม >> แต่มันก็ปปช.ได้เปรียบตั้งแต่ต้นไง >> อืๆ >> ก็ดูที่มาปคช.จริงๆ 2 ชุดก็ต่างอ่ะนะชุด ศักยานี่มามาจาก >> ชุดลุงป้อม >> เอ่อมาจากชุดสนช.ครับสนช. >> สนช.แล้วก็สว.แต่งตั้งนั้นก็ >> ก็พอเข้าใจแต่ต้องทำใจนะเรื่องนาฬิกาที่ แบบว่าโอเคเชื่อ >> คุณทำใจแล้วใช่มั้ย >> ก็ทำใจตั้งนานแล้ว >> คุณทำใจตั้งนานแล้วด้วย >> ทำใจตั้งนานแล้วว่ายุคไหนใครมีอำนาจ [เสียงหัวเราะ] ผลก็จะเป็นไปตามที่เราเราไม่อยากเห็น >> แล้วคนที่ยังทำใจไม่ได้ล่ะ >> ไม่แต่ว่าผมไม่คิดว่ามันจะเกิด >> ประชาชนทำจำนวนไม่ได้ยังทำใจไม่ได้นะไม่ ใช่ทำใจไม่ได้เหมือนกรณีเนี้ยประชาชนทำใจ ไม่ได้ >> แต่ว่ากรณีนี้ถ้าคุยฟิสิกผมคิดว่าไม่จบ ง่ายๆนะ >> ทำไม >> เรื่องกูศักดสยามอ่ะทำไมใช่ >> คือมันก็จะมีพรรคการเมืองก็จะยื่นใช่มั้ >> อื >> เอ่อแล้วก็จะมีภาคประชาชนจะไปยื่นตรวจสอบ อำนาจของทางปวช.ว่าทำได้ไม่ได้ >> ไม่สส.ถ้าได้เกิน 1 ใน 5 ก็ยังต้องให้ ประธานสภาไม่ใช่มัน >> ประธานสภายังมีสิทธิ์ไอดุลยพินิจไม่ส่ง ต่อนะครับ >> พักส้มก็ยื่นไปแล้วไง >> ยื่นแล้วมั้ย >> แล้วพร้อมกับเอ่อไอติมแฉด้วยว่า >> คราวที่แล้วสมัยที่แล้ววันไม่ส่งไม่ >> ไม่ส่งเหมือนกัน [เสียงหัวเราะ]ก็ดีนาฬิกา นะ >> นาฬิกากับเรื่อง >> เรื่องที่ไปกินข้าวกับโจ๊กกับ >> กับปปช.เงี้นะ >> ออไม่ส่งเหรอ >> คืออาจารย์ต้องบอกไอติมบอกนะ >> อ่ะ >> อนปัดตกก่อนยุคสภา 1 วัน [เสียงหัวเราะ] ช่างบังเอิญไอติมนี่วางแบบ 2 สนุกเลย [เสียงหัวเราะ] >> ไอติมเปิดเรื่องนี่ก่อนแล้วก็บอกประกาศเ ยื่น 100 ชื่อ >> ก่อน 1 วันว่ะ [เสียงหัวเราะ] >> ยื่น 100 ชื่อให้ >> ยื่นชื่อ 140 เหรอ >> เอ่อเปิด >> 100 ชื่อไงฮะยื่นยื่นให้ตรวจสอบปปช.ได้ แล้วก็ >> 100 ชื่อเท่านั้นเองเหรอไม่ใช่ 140 เหรอ 2 2 สภานะเอ้ผมผมจำไม่ได้ก็ 100 นะฮะ 1 ใน 5 ของ 2 สภา >> อนั่นแหละแต่ว่าเค้ายื่นได้เยื่นได้เจะ ยื่น >> ยื่นเพื่อไปให้ประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน เนี่ยใช่มั้ยซึ่งเป็นของพรรคภูมิใจไทย นั่นแหละวัดใจว่าคุณจะส่งมั้คุณจะส่ง เพราะถ้าส่งไปที่ศาลเนี่ยมันจะต้องศาล ประธานศาฎีกาต้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ >> ใช่มั้ฮะมันเป็นมันเป็นกระบวนการถอดถอน องค์กรอิสระอันเดียวที่ให้ประชาชนเข้า ชื่อหรือว่าให้สส.ยังเข้าชื่อได้ที่มัน เหลือรอดอยู่ >> ใช่มั้ยเพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือตรวจสอบ ปปช.อันเนี้ยเขาก็เก็ยื่นโดยที่เขาก็วาง สนุกมาก่อนแล้วด้วยว่านี่ไงสมัยที่แล้ว วันปัดตกวันสุดท้าย [เสียงหัวเราะ]วันก่อน พฤษภาคม >> แล้วที่มันแปลกคือเขียนไว้ในกฎรัฐธรรมนูญ เนี่ยนะ ถ้าประธานสภาใช้ดพพินิจแล้วไม่ส่งเนี่ย ไม่ต้องอธิบายด้วยนะ >> ทำอะไรไม่ได้เลย >> ทำอะไรไม่ได้เลยนะเฮ้ยมันมีด้วยเหหมาย ประเทศไหนที่บอกว่าเป็นพินิจของคนคนนี้คน เดียวไม่ต้องอธิบายไม่ต้องมีการตรวจสอบ ไม่ต้องมีการซักถามด้วยนะ >> มันมีแล้วไงมันเป็นกฎหมายแล้วไง >> แต่ทีนี้พี่ศึกผมไม่รู้ผมคือผมมีข้อมูล จริงป่ะส่งมาที่ประธานสภานะประธานสภา >> มีเวลาในการ >> ไม่มีด้วย >> ไม่มีด้วยเหรอ >> อ่ะสมมุติ 22 ปีแล้วค่อย >> อผมไม่แน่ใจผมจำไม่ได้แต่ว่าไม่มี >> แต่ที่แน่ๆก็เป็นอย่างที่คุณสุชัยพูดคือ ไม่มีอำนาจอะไรที่เป็นไม่มีใครจะมาบอกว่า ต้องอธิบายหน่อยอย่างที่สุดต้องชี้แจงว่า ท่านมี >> ไปตรวจสอบหลักฐานหรือว่าไม่มีหลักฐาน อย่างไรประชาชนจะได้รู้ไงว่าท่านได้ใช้ วิจารณาญาณถูกต้องเหมาะสม >> ครับ >> เพื่อตัวท่านเองด้วยนะ >> อื >> เพราะอยู่ดีๆเดี๋ยวผมตัดสินไปอย่างงั้น คุณจะมองว่าผมมีผลประโยชน์ทับซ้อนมั้ย แล้วในกรณี ประธานสภาที่จะมีถ้ากรณีนี้มีคนส่งเ ประธานสภาเป็นของพรรคไหน >> คือ [เสียงสูดหายใจ]ประธานรัฐสภาเนี่ยต้อง เป็นกลางไงฮะเไม่ถือว่าเป็นพรรค >> ต้องเป็นกลางต้อง >> เถือว่าต้องเป็นกลางไม่ใช่ไม่ใช่ควรเป็น กลางนะต้องเป็นกลางนะ [เสียงหัวเราะ] >> ถึงแม้จะมาจากพรรคเนี่ย >> เจะต้องถือหลักกันว่าเต้องเป็นกลางนะ ประชุมพรรคเยังไม่ควรไปเลยอะไรอย่างเงี้ย >> มันก็มันก็จะลักษณะนี้ใช่มั้ยคือมันออกมา จากพรรคเลยอ่ะในในขณะที่เค้าดำรงตำแหน่ง ตัวนี้เ้าถึงไม่โหวต >> ใช่มั้ยเวลาโหวตอะไรก็ถึงไม่โหวต >> แล้วเราเชื่อมั้ล่ะว่าโครงทรัพย์ปัจจุบัน เนี่ยประธานสภา >> คือรัฐธรรมนูญมันเขียนมาด้วยความการตั้ง ทัศนะที่มองโลกแง่ดีว่าประธานสภาประธาน รัฐสภาเนี่ยจะเป็นกลาง >> มันเป็นกฎกติกาสากล >> อ >> ว่าประธานสภาเนี่ยคือคนที่ต้องรักษาึษา ความแฟร์ในสภาจริงมั้ย >> และก็ต้องให้โอกาสทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล แต่นี่ไปๆมาๆต้องเป็นเสียงข้างมากทุก ครั้งไปใช่มั้ย >> ครับ >> มันจะไม่เคยมาจากฝ่ายค้านเลยใช่มั้ย ประธานสภาเคยมีมั้ย >> เคยมี >> มันเคยมีลุงชัยไงฮะ [เสียงหัวเราะ] >> สมัยที่สมัยยุคพรรคพลังประชาชน >> เออใช่ๆๆลุงชัยนั่นก็ไม่คั้นจริงม >> นั่นโดยบังเอิญใช่มั้ย >> ไม่หมายถึงว่าแต่แล้วลุงชัยก็ข้ามข้าม ขั้วไปด้วยไง แต่มันมีพวกรองประธานไงฮะ >> ใช่รองประธานตั้งพยายาม >> ยุคลุงชัยเราไม่เรียกว่าลุงชัยยุคลุงชัย อ่ะแล้วรองประธานใครนะผมขอโทษผมลืม >> เออ >> ขอโทษจริงๆผมลืมแต่เสียไปแล้วอ่ะคุณอะไร คนนั้นนับนน่านับถือผสมอย่างยุยุคของ >> อุทัยพิมพ์ชนนี่ตอนนั้นถือว่า >> ไม่ครับ >> ไม่ใช่ฝ่ายค้านไม่ใช่ >> โดยบังเอิญ 3 เสียงอะไรใช่มั้ย >> ไม่ใช่ฝ่ายค้านครับ >> แต่การเมืองยุคนั้นเนี่ยไอ้เรื่องการที่ มีเกียรติและศักดิ์ศรีมันยังพอมีนะคุณ เป็นประธานสภาคุณต้องรักษาเกียรติและ ศักดิ์ศรีซึ่งตอนเนี้ยมันไอ้คุณค่านิยม มันค่อยๆหายไปนะคนไม่ค่อยสคุณไม่ค่อยจะ แคร์เท่าไหร่ละแต่ว่าเพราะคนทำก็ไม่ได้สน ใจจะให้คุณแคร์เท่าไหร่ >> พอคุณแชพูดถึงเกียรและศักดีคิดถึงเรื่อง กินข้าวฟรีพภา [เสียงหัวเราะ] ที่สพูดนะ >> ก็เถียงผิดประเด็นอีกค่ะ [เสียงหัวเราะ] ก็จริงๆการกินข้าวฟรีมันไม่ใช่ฟรีมันเป็น การจัดบริการอาหารเพื่อความสะดวกไอ้ห้อง ประชุมที่มันอยู่ด้านข้างไอ้ห้องอาหารที่ มันอยู่ด้านข้างสภาเนี่ยมันเป็นความ จำเป็นไงฮะไม่งั้นมันเดินลงมาข้างล่าง เนี่ยมันเป็น 10 นาที >> นะสภามันใหญ่แล้วเค้าก็จัดตรงนั้น >> เก็จัดตรงนั้นเพื่อแบบเดินไปกินแล้วเดี๋ กลับมาโหวต >> ก็ >> คุณอะไรอ่ะคุณภาวุฒิเ้ายังขำว่าเออเ้า เพิ่งเข้าประชุมสภากัน >> เ้าเพิ่งรู้ว่า >> คุณภาวุฒิกับคุณอิสรยะหรือใครก็ไม่แน่ใจ หมด >> เพิ่งรู้ว่าประชุมสภาเนี่ย >> มันประชุมแบบไม่เลิกไม่หยุดตั้งแต่เช้าจน 22:00 น. [เสียงหัวเราะ]ครับ >> ไม่มีเวลาพักกินข้าวไม่มีอะไรเลย >> คือ [เสียงหัวเราะ]คุณต้องเดินไปหาข้าวกิน เองเพราะกดออดปวดกันก็กลับเข้ามาอะไร อย่า เงี้ยเพราะงั้นจริงๆไอ้เรื่องกินอาหาร เนี่ยมันมันเป็นบริการที่จัดให้สะดวกแล้ว เข้าใจได้แต่ที่มันเป็นประเด็นเนี่ยก็คือ ว่า >> ที่จริงพักส้มเนี่ยมันเป็นคนโวยก่อนเว้ >> ใช่แต่มันเงียบ >> อมันเป็นคนโวยก่อนว่าทำไมถึงจัดอาหารแบบ >> อื >> เหลือเฟือายขนาดนี้เออ >> ใช่มั้ยทำไมถึงเยอะขนาดเออทำไมมัน ฟุ่มเฟือย >> เออๆ >> อ่าไม่ได้แปลว่าไม่ได้แปลว่าไม่ให้ตัดไม่ ใช่ไม่ >> เเสนอให้ตัดเ้าให้ลดลง >> ให้ลดลงแต่ทีนี้พอบางคนเข้าสภามาก็มาชูธง กันนี่ไอ้นี่พวกเนี้ยกลายเป็นแบบไอ้พัก ส้มเนี่ยคัดค้านไม่ให้ยกเลิก [เสียงหัวเราะ]อ้าว >> คืออันนี้ก็ตลกอีกอ่ะ >> มันไปกฐางเ >> ก็ต้องแฟร์ๆหน่อยไม่ปูแท้บอกว่าเราก็มี ส่วนในการเสนอเรื่องเรื่องนี้มาก่อนใช่ มั้ [เสียงหัวเราะ] >> แต่สวที่ที่อภิปรายอ่ะดิฉันมีอะไรมีปัญญา ซื้อขายแต่อำเภอเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี ของสวเกี่ยวอะไร >> อันไปคนละเรื่องยิ่งเละเข้าไปเรื่องเลย [เสียงหัวเราะ] >> อ้าวันนี้วันนี้วันนี้เรารู้คำตัดสินของ ศาลฎีกานะว่าไปต่อนะ >> อือฮึต้อง >> แต่เรายังไม่รู้ >> ไม่รู้ว่า >> ขั้นสุดท้ายอต้องรอแต่เราสมมุติว่าพรรค ประชาชนฆ่าไม่ตายเหรอ >> อื >> พรรคประชาชนฆ่าไม่ตาย >> เป็นสมมุติฐานที่ >> เป็นไปได้มั้ย >> เอ้เค้าจะตั้งประชุมกรรมการไปตั้งกรรมการ บริหารใหม่ >> ใช่ครับ >> เออมันจะมารูปแบบไหนเนี่ย >> แผนที่เผื่อไว้ก็ไม่ต้องใช้สิว่าต้องให้ หัวหน้าพรรคใหม่ต่างๆนั้นนะ >> ผมก็ไม่รู้เ้าจะปรับยังไงแต่ข่าวที่มัน ออกมาก่อนก็คือ >> ที่ฟังคือไม่น่าปรับ >> คุณเทงจะลงไปเป็นเลขาธิการพรรคเพราะคิด ว่าถูกแขวน >> อื >> แต่ระหว่างที่ถูกแขวนเนี่ยยังเป็นเลขา พรรคได้อ >> ใช่มั้ยฮะแล้วแต่ว่าจะให้ >> อาจารย์ต้นขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไป เป็นผู้นำฝ่ายค้าน >> อือๆนี่ผมยังไม่รู้เปรับ >> เราเราอัดเทปวันที่ 24 เรารายการออกวัน วัน >> เรายังไม่เราอาจจะวันที่ที่ศาลบอกว่าปิ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติที่อาแต่เท่าที่ฟังจาก คุณเทงตอนช่วงเที่ยงเนี่ยนะอ >> ผมประเมินเองแล้วว่าคงจะไม่ได้ปรับหัว หน้าพรรคคุณเทงน่าจะเป็นต่อ >> อือๆคือจริงๆแล้วมันก็จำเป็นจะต้องปรับใน ส่วนอื่นอยู่ดีอ >> เลขาธิการพรรคเค้าก็ >> บอกไว้แล้วว่าจะลาออกฮะ >> ใช่มั้ยแล้วมันก็ต้องปรับโครงสร้างภายใน ปรับทิศทางอะไรต่างๆแม้อย่างน้อยอาจารย์ ป๊อกก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แล้วอื >> [เสียงหัวเราะ]
แล้วเกิดอะไรขึ้นเนี่ย อาจารย์ป้องเนี่ย เกิดอะไรขึ้นกับพรรคนี้ ทำไมไม่คุยกันข้างใน ทำไมต้องออกมาโอ้โหเป็นเรื่องเป็นราว เค้าไม่มีกลไกของการคุยกันภายในเหรอ
ผมว่าคนมองผิวเผินขั้นต้นจะมองว่าขัดแย้ง
เออ แต่ผมคิดว่ามันก็ขัดแย้งอยู่แหละ แต่ว่ามันมีลักษณะความเห็นต่างที่มันเป็นส่วนๆ
เออ ซึ่งอาจารย์ป๊อกเนี่ย แกก็เลือกใช้วิธีของการเอามาพูดข้างนอก เพราะว่า
แกได้ยิน มันแกรู้สึกว่ามันกระตุ้น มันกระตุ้นคน คือพรรคเนี่ยมันมีความเป็น มันไม่ได้ขึ้น พรรคพรรคส้มมันจะมีลักษณะ ที่มันไม่ได้ขึ้นกับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ถึงแม้มันจะเชื่อกันว่ามีบุริบุโร อะไรเงี้ย
แต่บริบุโรนี่คนก็มองว่า อ้าว ปิยบุตรก็ปุริบุโรไม่ใช่เหรอ เออ ใช่มั้ย แต่มันก็จะมีลักษณะนี้ว่า พอแกออกมาพูดข้างนอกเนี่ย ก็จะกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนพรรค สมาชิกพรรค รู้สึกตื่นตัวว่า เฮ้ย
อื มาคิดแบบ คิดแบบที่แกนำเสนอมั้ย อะไรเงี้ย ทำไมพรรคมัน คือมันมีอารมณ์รวบไงฮะ ว่า
หลังเลือกตั้งมา พอหลังแพ้เนี่ย มันเหมือนกับ มันเหมือนกับแพ้แตก มันแผ่ว มันก็ไม่เรียกว่าแพ้แตก แต่มันมันตั้งลำไม่ถูก ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว มันก็เจอคดี 44 สส. ด้วย
อือๆ แล้วจะเอายังไงต่อ อือ
ใช่มั้ยฮะ มันก็มีความสับสน ลังเล แล้วเราจะทำยังไง มัน
อือ แล้วมันเหมือนแบบหลายๆ เรื่องก็การแสดง เอ่อ จุดยืน การแสดงความคิดเห็นอะไรต่างๆ มันก็
ออือฮึ ถูกวิจารณ์ว่าเหมือนกับเสียศูนย์ไปหมด อะไรเงี้ย ใช่มั้ย คือบางเรื่องก็เลยไม่พูด บางเรื่องที่ควรจะแสดงออก บางเรื่องอะไรต่างๆ เนี่ย
ก็กลายเป็นแบบเหมือนกับอภิปรายไปอภิปรายมา
อภิปรายไปพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์เนี่ยในสภาเงี้ พรรคประชาธิปัตย์ชิงพื้นที่หมดเลย
ชิงพื้นที่ไปเยอะเลย
อะไรอย่างเงี้ย คือบางเรื่อง เรื่องน้ำมันเนี่ย มันก็เป็นเรื่องที่โอเค เข้าใจได้ว่าคุณกรเนี่ย เค้าเลเวลแล้วอะไรเงี้ย ใช่มั้ย
แต่อย่างเรื่องบางคนยังแซวเลยว่าเรื่อง อย่างเรื่องปัญหาภาคใต้เนี่ย เมื่อวานคุณอภิสิทธิ์ก็ล่ายาวซะเงี้ย
เออ ะจริงๆ นี่มันเป็นเรื่องที่พักส้มมันสู้มานานเลยนะ อะไรแบบเนี้ย แล้วมันก็มีคนที่แบบเป็นขุนพลที่เข้มแข็งอยู่นะ หายไปไหนวะ อะไรเงี้ [เสียงหัวเราะ] คือคืออาการอย่างเนี้ย มันเป็นอาการ ซึ่งเอ่อ ใครว่าเมาหมัดก็เหมือนกันนั่นแหละ แต่ว่าจะพิจโทษนะ ไอ้เรื่องอาจารย์ป๊อกเนี่ย วิจารณ์พรรคประชาชนเนี่ย มันเคยมีปาก อาจารย์ป๊อกวิจารณ์
พรรคก้าวไก่ พรรคก้าวไกลยุคคุณพิธา จนต้องไปนั่งเคลียร์กันในร้าน
มันมันซ้ำซ้ำซ้อนซ้ำ 2 อ่ะ ทำไมไม่เคยเป็นสไตล์อาจารย์ป
มันเป็นสไตล์อาจารย์ป๊อก อาจใช่ แต่ว่ามันเป็นสไตล์แบบของพรรคที่มันแบบอย่างเงี้ย ผมคิดว่าเค้าใช้คำว่าพรรคมวลชน ใช่มั้ย คือมันเป็นพรรคมันไม่ใช่พรรคของใคร เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการ
สู้ มีการต่อสู้ทางความคิด โต้แย้งความคิดเห็นกัน ใช่มั้ย อันเนี้ย
อ ซึ่งซึ่งพออาจารย์ป๊อกวิจารณ์เนี่ย ผมคิดว่าส่วนที่ดีก็คือว่า กองเคลียร์ของพรรค คนสนับสนุนพรรค สมาชิกพรรคจำนวนรู้สึกรู้สึก เอ่อ ตื่นขึ้นมามีความหวังว่าไอ้ที่เซ็งๆ อยู่ ท้อแท้กันอยู่อะไรรู้สึกเห็นน่ะเห็น ที่ว่าเฮ้ยมันควรจะเป็นอย่างนี้แหละ
มันควรจะเป็นอย่างนี้แหละ คือเห็นคุณวิโรธมาถล่มอีกรอบ อ่า
เออ บอกว่าเอ้ย สส. อย่ามัวแต่เป็นอะไรนะ influencer เซลฟี่ทำ กินข้าวที่ไหน อะไรเงี้ยนะ อะไรก็
ผมสงสัยว่าในพรรคไม่มีกลไกของการถก
ถกกันแบบนี้เหรอว่าอ้า เรามานั่งกินกาแฟมาวิเคราะห์ตัวเองหน่อย
ถ้าเป็นพระคอมมิวนิสแต่ก่อนเค้าเรียกอะไรนะ เอ่อเอ่อวิจารณ์วิจารณ์ตัวเอง วิจารวิจาร วิจารเสีย
วิจาร สามัคคีวิจารณ์สามัคคี
แต่ส่วนใหญ่แล้วมัน เอ่อ วิจารณ์เสร็จแล้วแตก [เสียงหัวเราะ]
ตีกันเละ
[เสียงหัวเราะ]
แต่ประเด็นระหว่างอาจารย์ป้อที่พูดเนี่ย กับที่เท้งตอบเนี่ย ผมผมมองออกอย่างงี้ว่า คือเท้งเนี่ย หรือว่าพรรคประชาชนวิจารณ์ว่าเอ็งเนี่ย เอาหัวชนฝาอย่างเดียว
อ เอ็งไม่มีทางชนะหรอก ฉะนั้นเอ็งต้องมาเจอกับความเป็นจริงว่ามันต้องสู้กันในสนามยังไง ฉะนั้นเอ็งต้องเลิกไอ้พูดเรื่องที่มันละเอียดอ่อนสักที แล้วก็มาสร้างไอ้ นโยบายที่ทำได้จะไปสู้กับพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยนี่นะ เอ็งไปมัวแต่ขายอุดมการณ์มันไม่ได้แล้ว
ส่วนอาจารย์ป๊อกเนี่ย ก็จะมองว่าเฮ้ย ถ้าเอ็งไปขายอย่างงั้น เอ็งสู้เค้าไม่ได้ เอ็งอ่ะต้องมาขายอุดมการณ์ต่อ ผมมองว่าอย่างงั้นนะ
ใช่มั้ย ฉะนั้น 2 แนวเนี่ย มันเป็นเรื่องธรรมดามากทุกพรรคการเมือง
ใช่ ประเภท ยึดหลัก เฮ้ย จุดขายของเราอยู่ตรงนี้
ครับ อย่าจะอย่า หลงทาง อย่าหลงคิดว่าไปเล่นเกมคนอื่น เกมนั้นน่ะคุณสู้เค้าไม่ได้ บ้านใหญ่เค้า เค้ามีฐานเสียง เค้ามีเอเค้าสามารถหาวิธีการ แต่ว่าคุณไม่มี แต่ผมฟังเทงเนี่ย เทงก็บอกว่าที่เรารู้แพ้เขตเนี่ย ก็เพราะตรงนี้
อ บ้านใหญ่ใกล้ชิด
อือ แล้วคนวิจารณ์ว่า สส. หรือผู้สมัครของพรรคประชาชนไม่เข้าไม่ถึง
งานวัด งานบวช อะไรก็ไม่ไป ซึ่งไม่จริง เราพยายามทำอะไรเนี่ย ตต่อไปนี้เราจะมีอาสา สมัครที่จะใกล้ชิดเลยทีนี้ เพราะผมก็มองว่าเขาก็แก้ไอ้ข้อวิจารณ์
ของอาจารย์ป๊อก
ของอาจารย์ป้อมเหมือนกัน
ซึ่งอาจารย์ป๊อกแกก็จริงๆ อาจารย์ป๊อกอ่ะ มันคือเราต้องบอกว่าทั้ง 2 ปีกอ่ะ มันเป็นเรื่องที่มันต้องไปคู่กัน แต่ให้น้ำหนักทางไหน
ใช่มั้ยฮะ มันต้องไปคู่กัน คือมันไม่มีทางที่เราจะทิ้ง สส. เขต
ใช่มั้ยฮะ คือทิ้งหมายความว่ามันต้องหาตัวคนที่เหมาะสม คนที่เหมาะสมเนี่ย มันไม่ใช่บอกว่าคุณต้องมี DNA ของพรรคอย่างเดียว แต่คุณต้องแบบว่าเข้ากับชาวบ้านได้่
พูดภาษาชาวบ้านรู้เรื่อง
ถูกต้อง เพราะเราถูกวิจารณ์ว่าพูดภาษาประชาชนรู้เรื่อง
เออ เราเนี่ยเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่เข้าใจต่างจังหวัด เราก็ต้องเข้าใจ
แล้วก็คล้ายๆ กับว่าเข้ากับประชาชนได้ พูดกับคนรู้เรื่อง แล้วก็สร้างฐานพอสมควร
แต่ถ้ามองแบบมุมอาจารย์ก็คือว่า
สู้เขาไม่ได้ ถึงดีที่สุดยังไงก็สู้เขาไม่ ได้ ใช่มั้ยฮะ เพราะฉะนั้นเนี่ย มันต้อง มันต้องชูธงเรื่องอุดมการณ์ ใช่มั้ยฮะ ชูงเรื่องอุดม
ซึ่งไอ้ฝั่งอีกฝั่งนึงก็บอกอุดมการณ์มันขายไม่ได้
อ่า ทีนี้อุดมการณ์เนี่ย ก็คือผมคิดว่ามันก็มาจากคดียุบพรรค มาจากอะไรด้วยว่า
ใช่มั้ยฮะ มันก็จะมีผู้สนับสนุนของพรรคจำนวนหนึ่ง ซึ่ง
ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่พวกที่เอ่อ ความคิดเข้มข้น เจะมีความรู้สึกว่าเนี่ย ถ้าโยนเรื่องนี่ไปอ่ะ อื โยนเรื่องแบบ 112 อะไรเนี่ยไป เนี่ยจริงๆ อาจจะชนะก็ได้นะ
อ่า เพราะฉะนั้นเนี่ย มันก็มันก็ทำให้ส่วนหนึ่งในพรรคเนี่ย รู้สึก เอ่อ มันจำเป็นมั้ย ที่เราจะต้องลดเพดานลง
ใช่มั้ยฮะ แล้วหันไปเน้นเรื่องการที่เราเป็นรัฐบาล แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง มัธนาธรมาเรื่อง Grand Compromise ด้วยนะ
อ่า ใช่ แล้วเราก็เราเป็นรัฐบาลแล้วเราจะทำ อะไรได้บ้าง
เออ เอ่อ ให้ประชาชนเชื่อว่า
อือื เราเป็นรัฐบาลได้ เจะพูดไงฮะ ครั้งที่ 3 แล้วเนี่ย ลงครั้งที่ 3 ต้องทำ
ทำให้ประชาชนเชื่อว่าเราเป็นรัฐบาลแล้ว บริหารประเทศได้มีประสิทธิภาพ
ใช่มั้ย อันเนี้ยเขาก็ไปชูด้านนี้
มันก็ไม่ได้บอกว่าเขาลดธงด้านอุดมการณ์ลง แต่ว่ามาชูด้านนี้เยอะ
มาชูด้านนี้เยอะ
เยอะขึ้น เยอะขึ้น
เยอะมากด้วย [เสียงหัวเราะ]
ใช่มั้ยฮะ แล้วก็ชูเรื่องประสิทธิภาพ ชูเรื่องอะไรต่างๆ เนี่ยว่าเราสามารถที่จะ
เอ่อ ประสิทธิภาพบริหารประเทศได้ ใช่มั้ยฮะ
เราพร้อม
อ่า เราพร้อม นั่นแหละ
แล้วคุณคุณคิดว่าอาจารย์ป๊ะออกมาเพราะ อะไร
ผมไม่เข้าใจจริงๆนะ คือผมมองจากคนนอกนะ ทำไมไม่คุยกันวะ
นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกนะ
แต่มันมัน ที่จริงมันคุยกันไปก็ก็ปิดท้องคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็เลยมาคุยกันข้างนอก
เออ คือบางทีมันต้องปิดท้องคุยกันล่ะ
ไม่รู้ผมว่ามันเป็นวัฒนธรรมอ่ะ
เออเออ เป็นวัฒนธรรมที่เขาจะแบบว่าเออมันต้องคุยกับประชาชน ผู้สนับสนุนด้วย
เหมือนสมัยก่อนประชาธิปัตย์ก็เป็นอย่าง งี้
ประชาธิปัตย์สมัยก่อนก็มี สส. ต่อมาจะมาพูด ผมเห็นความเห็นส่วนตัวผมนะครับ อย่างงี้นะ ก็มีแต่ว่าของพรรคประชาชนเนี่ย มันคือการสู้กันมาอย่างหนักหน่วงในทั้งเรื่อง อุดมการณ์ในเรื่องคิบัติในเรื่อง Gen รเอช รุ่น 1 รุ่น 2 รุ่น 3 ฉะนั้นมันก็มีสิทธิ์ที่จะมีคนเห็นต่างว่า
ครับ เราแข็งไปตรงนี้ เราอ่อนไปตรงนี้
ครับ เราต้องแข็งไปตรงนี้ ถ้าเราจะสู้กับเกมการเมืองอย่างนี้นะ ไม่มีทางที่จะเป็นรัฐบาล ได้เลย ถ้าสมมุติว่าเรายังเอาหัวชนฝาอยู่ ไม่คนมีคนด่าใช่มั้ยล่ะว่าเออย่างเงี้ย ถ้ามันไม่มีทาง คุณก็ได้แค่นี้แหละที่นั่ง คุณอย่างมากกว่านี้คุณไม่มีทางแล้ว
ครับ คือคือเรามองแบบ เอ่อ แฟนคลับส้มทั่วไปอ
หลังเลือกตั้งเนี่ย มันก็จะมีความท้อแท้ อยู่ส่วนหนึ่งว่า
อือๆ โหมันไม่มีทางเลยที่เราจะชนะบ้านใหญ่
อือๆๆ มันคุณได้อย่างมากนี่คุณก็นี่แหละ 100 กว่าเขต
เออ ไปถึงขีดสุดที่สุดแล้วเนี่ย
ใช่มั้ยฮะ ขีดสุดที่สุดนี่คงจะได้ 50 ต่อ ให้แน่จริงๆ 50%
อือๆๆ ใช่มั้ย คะแนนเสียง 50% แล้วก็
250 ไม่เกิน
เอ่อ ไม่ไม่ถึง ไม่มีทางถึงอ
แล้ว สส. เขตได้อย่างมากก็ 100 เขต 100 กว่าเขตอะไรเฉพาะในเขตตัวเมืองอ
แล้วมันจะสู้ยังไง มันไม่มีทางที่จะเป็นรัฐบาลอ
ใช่มั้นี่คือความท้อแท้ของคนที่คนที่เลือกพรรคทรง
อือ แต่อาจารย์ปยบุตรเขาก็ชี้ว่าถ้าคุณคิดว่าอันนั้นมันเป็นระบอบประชาธิปไตยปกติ
อือ มันก็แพ้ไปตลอดนั่นแหละ
แต่อาจารย์บุนี่คือระบอบที่มันแบบ
อยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็ง
อื ใช่มั้ยฮะ ที่บอกว่าบอกว่าบ่ายมันอยู่ยอดภูเขาน้ำแข็ง
บางคนก็เติมให้ด้วยว่า
ในภาวะโลกร้อนด้วย [เสียงหัวเราะ]
เออ วันก่อนคุยกับจุงจุงบอกมันอยู่ในภาวะโลกร้อนด้วย [เสียงหัวเราะ] วั
เพราะฉะนั้นเนี่ย มันมีโอกาสของการที่ไอ้โครงสร้างตัวเนี้ย มันจะพังทลาย
อ๋อ ใช่มั้ย โอกาสของโครงสร้างตัวนี้มันจะพังทลาย
เพราะฉะนั้นเนี่ย ไอ้ระบอบประชาธิปไตยซึ่งในมุมอีกมุมหนึ่งเราเรียกว่ามันเป็นประชาธิปไตยเสมือน
เสมือน มันเหมือนเป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งหมด แต่เรารู้ว่ามันมีไปอนุญาตที่ 2 เรารู้ว่ามันมีอะไรต่างๆ เนี่ยที่สนับสนุนอยู่ ถึงแม้ว่าในภาพรวมเขาชนะเลือกตั้ง ใช่มั้
อือ เพราะฉะนอระบอบเนี้ย มันไม่สามารถที่จะอยู่ได้อย่างอะไรอ่ะ คล้ายๆ กับว่าเป็นการยั่งยืนไปแบบนี้ 4 ปีเลือกตั้ง C 4 ปีเลือกตั้งที ถ้างั้นคุณไม่ต้องหวังหรอก คุณแพ้อยู่แล้วอ
ยังไงคุณก็แพ้
ใช่มั้ยฮะ แต่อาจารย์พิยบุตรปลุกในแง่นี้ก็คือบอกว่าคุณต้องสู้ในแง่ที่คุณต้องชูธง
อื แบบที่อนาคตใหม่ก้าวไกลชูมาอะไรอย่าง เงี้ย แล้วก็ทำให้มันเป็นพรรคโดดที่โดดเด่นพรรคพรรคเดียวที่เป็นความหวังอะไร อย่าเงี้ยที่เราจะเห็นทางออกในเรื่องชู เรื่องปัญหาโครงสร้าง เรื่องการเปลี่ยนแปลง ไม่งั้นคุณก็ไม่ชนะ
มันไม่มีทางชนะที่พูดในความหมายนี้
ผมว่านะ
ใช่มั้ยฮะ แต่วันที่วันเนี้ย วันนี้ศาลฎีกามีคำสั่งมาแล้วนะ
อือ ถือว่าไปต่อได้นะ ทีนี้จะเอาไงต่อห้าง สหรพรรคส้ม
คือ อย่างน้อยนี่แกนนำ 10 คนก็ยังไปต่อได้ แล้วก็
ไปต่อชั่วคราวก็เลย
ชั่วคราวก็อาจจะยาวอ่ะ ก็เป็นไปได้ แล้วก็
มันเป็นไปได้หมดครับ ปีนึง 6 เดือนน่ะ
เออ ปีใน 6 เดือน
ไม่ไม่คิดปี 2 ปี 3 ปีเหรอ
โอ้โห [เสียงหัวเราะ] มันมีวีซ่า
มันมันจะยิ่งวรรคพวงศ์
มันเป็นวีซ่ามีอายุมีหมดอายุเว้ย
ท่านทำทำยังไงสำหรับพรรคประชาชนในมุมพินะ
คือ แบบจะต้องปรับกระบวนท่ายังไงจะต้องปัญหา หลังจากโดนเรื่องยุบพรรคใช่มั้ยฮะ โดนยุบพรรคก้าวไกลเนี่ย มันก็คือการถูกกำหนด
เพดาน อ การถูกกฎเพดานลงมาว่าคุณจะสามารถที่จะ ต่อสู้เรื่องอะไรต่างๆ ได้แค่ไหน ใช่มั้ย
ซึ่งอันเนี้ย มันทำให้เกิดภาวะของการที่ อ่าหาทางหาความเป็นตัวจุดของตัวเองอ่ะ
อือฮึ ไม่เจอ
อื ว่ามันมันยังอยู่แหละ ยังเชื่อในอุดมคติ ยังเชื่อในอะไรอยู่ แต่มันรู้สึกว่ามันก็ก่อให้เกิดความนี่ไง
อื เราต้องไปแข่งขันเรื่องเอ่อหาคนที่เป็นมืออาชีพ เราต้องไปแข่งขันเรื่องเราเป็นรัฐบาลบริหารประเทศได้ ก็มันต้องแตกกระจาย เอาไปอย่างงี้มันต้องขยายออกไปด้านนี้ ซึ่งไม่ได้ผิดนะครับ
มันก็ต้องขยายไปด้านนี้นั่นแหละ เพียงแต่ว่ามันทำอย่างไรที่จะคงความเชื่อถือแบบ ตั้งแต่อนาคตใหม่ก้าวไกล ไอ้ตัวเนี้ย กระบวนการนิติสงครามทั้งหมดที่มันเกิด ขึ้นเนี่ย มันไปเอ่อ ทำให้พรรคเนี่ยมันป่วน ในแง่ที่ไม่เอ่อหาจุดที่จะประกาศอุดมคติ ของตัวเองเนี่ยได้ยาก
อื ซึ่งเราเรามองไม่รู้ก็ได้ฮะ เหมือนกับว่า ถึงตอนนี้คุณทำเรื่อง 1 2 ไม่ได้แล้วอ
เออ ถึงแม้เทงจะบอกว่ายังคิดอยู่ว่า 3 [เสียงสูดหายใจ] นูนไม่ได้ 5 หมดนะอือ
อือ 3 ไม่ได้ 5 หมดแต่ทำอะไรอ่ะ
แต่ถ้าทำแล้วศาลตีความก็มีสิทธิ์เปลี่ยนคำสั่งได้
เงี้ย ใช่มั้ยฮะ แล้วเหลืองเหมือนยังทำเรื่องเนื้อโทษกรรมได้ แต่ตอนนี้มันคือว่า เสียงมันน้อยมากแล้วอ่ะ
อือ เสียงมันน้อยมากแล้วทำอะไรไม่ได้ ใช่มั้ยฮะ อ
อือ แล้วแล้วฝั่งรัฐบาลเ้าก็ไม่ว่ารัฐบาลฝ่ายค้านเนี่ย คงจะเป็นเสียงเดียว ยกเว้นพักส้มอ่ะในแง่ที่เขาจะไปเอาเรื่องเนื้อทศกรรมอีกแล้วอะไร [เสียงกระแอม] อย่างเงี้ย
แล้วจะไปทำเรื่องอะไร เอ่อ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร
อือ หลังจากกระแสสงครามเรื่องกัมพูชาเรื่อง อะไรต่างๆ เนี่ยซึ่ง
อื ซึ่งแล้วแต่ละพรรคก็ไปขายกันหมดแล้วเนี่ย
ภูมิใจไทยก็ตีกินแล้ว
เอ่อ ก็ตีกินจะให้ทหารเข้ามาสัมเงินเดือนด้วย
ใช่มั้ยฮะ เอ่อ พักส้มเคยทำเรื่องสมรสเท่าเทียมก็สำเร็จไปแล้ว
อือๆ เป็นผลงานรัฐบาลเพื่อไทยไทย [เสียงหัวเราะ]
เออ สุราก้าวหน้าเหมือนกันครับ
สุราก้าวหน้าก็เป็นผลงานเพื่อไทย
ตอนนี้ประกันสังคมก็น่าจะเป็นผลงานคุณ หนิม
เออ มีความเท่าเทียมทางเพศเลยอ่ะก็เสร็จใครไม่รู้
เออ อันเนี้ย เพราะฉะนั้นเนี่ย เราพูดในรูปธรรมเนี่ย เขาก็ต้องคิดอะไรที่เขา้าจะนำเสนออ่ะ อ่าที่มันจะเป็นการแบบคล้ายๆ กับว่า เอ่อ ทะลุทะลวงอะไรที่มันจะทำให้คนแบบ มองเห็นว่าอันเนี้ยเป็นการแก้แก้แก้ปัญหา ได้ไม่ใช่ว่าคุณไปลงพื้นที่อย่างเดียว อย่างเงี้ย อาจารย์แกก็จะวิจารณ์ในมุมที่ว่าบางทีมันแกพูดเชิงระบบราชการเนี่ย มันแกไม่ได้พูดในทางที่แย่นะ มันหมายความว่า
พรรคเนี่ย พอมันอยู่ในสภาพที่มันอยู่ในสภาแล้วมันก็มันก็อยู่กับงานรูทีน งานรูทีน อันนี้มันก็คือการที่คุณจะต้องประชุม กรรมาธิการ คุณจะต้องอภิปราย ตั้งกระทู้ ตั้งยติ คุณจะต้องลงพื้นที่ คุณจะต้องอะไร คืออันเนี้มันคือรูทีนของการเป็น สส. อื
ใช่มั้ย คุณต้อง เอ่อ อือฮึ
ออกมาจากตรงนี้ให้ได้ด้วย ใช่มั้ย ตรงนี้ยังอยู่ แต่มันต้องมี มันต้องสามารถที่จะก้าว ก้าวออกมาจากตรงนี้แล้วก็เป็นใหญ่กว่าตรง นี้เอ้เป็นเรื่องใหญ่กว่าไปทำในเรื่องที่ใหญ่กว่า อะไรแบบเนี้ยใช่ม
อื อันเนี้ยมันก็เป็นเรื่องที่โครง
พรรคมันต้องปรับโครงสร้างต้องรีฟอร์มกัน พอสมควรแหละ ใช่มั้ย รวมรวมถึงว่า
อย่างที่คุณพันอาจชัยรัตน์เค้าก็เสนอคน ที่ สส. ชอบตกที่มีความสามารถเยอะแยะ
ใช่ [เสียงหัวเราะ]
ใช่มั้ยฮะ ทำยังไงอ่ะให้เค้ามาทำอะไรบ้างนะ ซึ่ง
อ ซึ่งตัวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ
แต่ว่าเราก็รู้เราก็วิจารณ์กันมาพอสมควร มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก มันมันจะทำยังไงที่ให้มันมีบทบาทได้
อันนั้นมันก็เป็นเรื่องที่พรรคมันต้องทำ ทั้งหมด แต่ผมคิดว่าหลักใหญ่เนี่ย ถ้าเราสรุปสิ่งที่อาจารย์ปยบุตรบอกเนี่ย
อือฮึ ก็คือ อาจารย์บุตรบอกให้กลับไปเปรี้ยวเหมือน
ให้กลับไปเปรี้ยวโลกเหมือนอนาคตใหม่กับ ก้าวไก่
แล้วมวลชนที่สนับสนุนพรรคที่เป็นแก่นแก่นแก่ก็เฮ้ เอาอย่างงี้เว้ย
ใช่มั้ย [เสียงเชียร์]
แต่มันมีห่วงผูกคอไว้นะผูกขา
แต่ว่านิติสงครามเนี่ย
เออ เค้าก็จะบอกว่ามึงเปรี้ยวมึงโดนนะ
โดนนะ ลองขยับสิ
เพราะฉะนั้นเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ว่าเอ่อ มันพรรคมันจะยังกล้าท้าทายแบบไหน ใช่มั้ยฮะ เลือกวิธีของงานที่จะกล้าท้าทายแบบ เพราะคุณไม่เปรี้ยวคุณก็ไม่เหมือนกับพรรค คุณก็ไม่ต่างกับพรรคอื่น
อืออื เป็นแค่คนดีคนพรรคคนดีคนหนึ่งเนี่ย
เออ พรรคที่คนมีความสามารถคนหนึ่งเนี่ย มันไม่ใช่มันยังไม่ใช่อนาคตใหม่ก้าวไก่อ
นะ มันต้องเปรี้ยวด้วย [เสียงหัวเราะ]
แต่ถ้าคุณเปรี้ยวปุ๊บเนี่ย ตรงข้ามเก็ล่อเสีย
บุตรก็มีโอกาสกลับมานะ
แบรนด์ 10 ปีแต่บุ๋ก็โดน [เสียงหัวเราะ]
โทษอีกเหรอ
เดี๋ยวก็โดนอะไรสักอย่างจนได้แหละ
เออ ทำใจ
ไม่ได้กลับหรอก
เออ เพราะว่านี่ เอ่อ ธนาธร
ธนาธร 10 ปีเองนะเหลือเองไม่กี่ปีแล้วนะ
กี่ปี 2 ปีได้มั้ 2-3 ปีจำไม่ได้
73 เหรออ
ถ้าอย่างเงี้ยสภาพอย่างที่เห็นทุกวันเนี้ย พี่ศึกมองพรรคเราพรรคพรรคประชาชนสิ จะอยู่อย่างงี้จะเล็กลงหรือจะมีโอกาสขยายมั้ย
อื ว่ามันเอาจริงๆนะตอนนี้มันถ้าไม่ปรับถ้าไม่ยกไม่อะไรก็มันก็เกิดความงงๆอ่ะเดี๋ เพราะจริงๆ FC พรรคส้มก็เริ่มงงๆอ่ะ
ทุกคนก็รู้ว่ามันต้องยก
อ่า ต้องยกมันต้องยกหมายถือว่าต้องยกเครื่องรีฟอร์มแต่ว่ามันจะมองว่าแล้วจะทำทางไหน มันมันยังมันเถียงกันว่าจะทำทางไหน
อือ ใช่มั้ยฮะ แล้วก็เพียงแต่ว่าเราต้องดูว่าคน ที่มันเป็นอะไรอ่ะผู้สนับสนุนโดย DNA เนี่ยจริงๆมันเป็นสายเปรี้ยวนะ [เสียงหัวเราะ]
เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ แล้วแล้วพลังของความเปรี้ยวนี่แหละ เราถึงเชื่อว่ามันจะมันจะชนะแล้วมันจะเปลี่ยนได้ ใช่มั้ยเหมือนกันบอกมันมันต้องชูไอ้ความคิดของแกนเปลี่ยนประเทศ ใช่มั้
อ มันมันมี 2 อย่างการเป็นพรรคที่
นำเสนอความคิดเปลี่ยนเอ่อเปลี่ยนความคิดคนเพื่อเปลี่ยนประเทศหรือเพื่อชนะเลือกตั้งอ
2 อย่างไปด้วยกันไม่ได้เหรอ
2 อย่างมันไปด้วยกันแต่ว่าเอาอันไหนเป็นหลัก
มันมันก็
ต้องเน้นไปตรงนี้หรือว่าจะเน้นไปเพื่อชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล
ไอ้ตรงนี้มันยากตรงนี้
อ่า จะเน้นตรงนี้หรือจะเน้นไปเพื่อชนะเลือกตั้ง การเมืองก็จะเจอปัญหานี้้นะ ไม่ใช่เฉพาะภาคส้มนะครับ
ทุกพการเมืองก็เอจะต้องตัดสินใจว่าจะเอา ส่วนที่เป็นหลักอุดมการณ์หลักคิดหรือทางด้านปฏิบัติ
อื แล้วบางทีมันก็ไม่ไปด้วยกัน คุณจะชนะเลือกตั้งคุณก็ต้องยอมผ่อนบางเรื่องที่เป็นหลักการของคุณ
อ การคุณก็ขายหลักการของคุณตรงนี้แหละ มันอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวผมว่า
ใช่ ตอนนี้เราพูดยังไม่ได้ถึงโอกาสที่อาจจะเป็นไปได้มั้ยฮะ มันจะมีดาบหลายดาบ
คือ ถ้าโดนฟันด้วยนิติสงครามโดนฟันแล้วคุณคุณยิ่งฝ่อไปก็คือ
จะบอกว่าฆ่าไม่ตายคุณก็ตายเองอ่ะอ่า
ใช่มั้ย แล้วฆ่าไม่ตายเคุณก็ตายเองอ่ะ คือเราจะท่องคาถากันว่ายังไงก็คือ
แกก็โดนตายพักมันยังอยู่ มันโดน 3 รอบ 4 รอบแล้ว มันก็ไม่ตายตาย อ
แต่ถ้าแต่ถ้ามันไม่มันไม่สามารถที่จะแบบว่ายืนสู้แล้วก็แบบคล้ายๆว่าถูกบีบถูกบีบถูกบีบจนกระทั่งรถตัวเองลงลดลดเพดานตัวเองลงลดความ
แข็งแกร่งทางจุดยือุดมการณ์ลงมันก็ตายเองอ่ะ
อือ อือ
คือตอนนี้ถ้าดูนี่ถูกฆ่าหลายรอดไม่ตายนะ
แต่ว่าหายใจแบบ
อ ไม่เต็มปอดเหมือนเดิมอ่ะ ใช่มั้
มันก็เป็นอย่างงั้นแหละ
จริงๆ ถ้าสมมุติว่าได้เข้าร่วมรัฐบาลมันก็จะมีอีกสูตรนึงนะว่าก็ได้เข้าไปทำงานบ้าง มันจะได้แสดงผลงาน มันก็จะได้เอาอุดมการณ์เข้าไปใส่ก็
ก็ต้องต้องคิดอีกสูนึงเให้เข้าไง
เพราะคุณเป็นเบอร์ 2 แต่คุณพจะตั้งรัฐบาล เ่อผสมกับเขาหรือเปล่า
อันนั้นมันเป็นสูตรเบอร์ 3 ครับ
สูตรเบอร์ 3 เอ [เสียงหัวเราะ] ต้องได้ที่ 3 ก่อนใช่มั้ย
เอ้า ใช่ ไม่ใช่ 1 หรือ 2 นะครับเมืองไทย [เสียงหัวเราะ]
ไม่มันมีปัจจัยเรื่องเวลา
ครับ สำหรับผมนะ generation ถ้าผ่านนี้ไปอีก เลือกตั้งอีกสักครั้ง 2 ครั้งเนี่ยมันจะ การมันจะถ้าการผลักดันอย่างเดิมต่อไปพรรคประชาชนต้องมองข้ามชั เพราะว่า Genation เนี้ยที่ยึดได้เี่ก็ คือมั่นใหญ่เอยที่กองอำนาจอยู่เนี่ยนะ พรรคเพื่อไทยและประชาชนก็เถอะคือ Genation นักการเมืองอึ้่นที่อายุ 60 กว่า 70 ทั้ง นั้นฉะนั้นถ้าอายุของโดยเฉลี่ยของประชาชน นี่ 30 เศษๆ มองไปอีก 10 ปีข้างหน้า รุ่นพวกเนี้ยถ้าไม่ทิ้งอุดมการณ์ซะก่อนนะ ถ้ายังยึดมั่นได้แล้วก็อาจจะเถียงจะทะเลาะร้อยกันก็ตามแต่ประคองให้ได้นะเวลา มันจะช่วยทำให้ตรงนี้เกิดขึ้นได้
มันก็ไม่แน่นะครับ
เออ ผมเห็นอ่านงานวิจัยอะไรต่างๆก็บอกในไม่ ใช่เรานะ
เออ ในโลกตะวันตกในอเมริกาในยุโรปอ่ะเจี้ยวขวาขวา
เออ เลี้ยวขวา
แต่ผมหมายถึงอุดมการณ์ที่ว่าจะเป็นจะเรียกขวาเรียกซ้ายก็ตามแต่ที่ปฏิรูปอ่ะ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอ่ะ แล้วทุกวันนี้มันมีอุปสรรค เอาง่ายๆ สิ่งเบสิกมากที่พรรคประชาชนเสนอไม่ไม่ใช่เรื่องเปรี้ยว เปรี้ยวอะไรเลยนะ เรื่องธรรมดาที่ต้องทำเนี่ยนะ มันยังทำไม่ได้เลย
อ ฉะนั้นคุณจะไปเปรี้ยวขนาดไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไอ้พื้นฐานที่คุณจะแก้เนี่ย ยังแก้ไม่ได้ แต่ไอ้พื้นฐานที่แก้เนี่ย ผ่านไปในการเลือกตั้งอีกครั้งนึง 2 ครั้งเนี่ย
ทำได้แต่สำคัญคุณต้องประคองให้ได้รักษาฐานเสียงให้ได้รักษาความหวังของคนที่คาดหวังจากกุนให้ได้ตรงนี้ที่มันยากตรงนี้
ครับ แล้วผมคิดว่าส่วนต้องทันเขี้ยวเล็บทางการเมืองกับพวกเพพวกเก๋าทางการเมืองนะ
อื คือไม่รู้สิพรรคพรรคจะเป็นก้าวไกลประชาชนเนี่ย
อื ไว้วางใจหรือว่าเชื่อใจคนที่เขี้ยวกำนังทางการเมือง
เชื่อเชื่อใครเี่ยว
ไม่เคี้ยวหรือไม่ไว้ใจเกินไปแล้วก็พลาด
อ๋อ เอาอย่างง่ายๆก็ดีผมว่าคนหลักยังติดใจเรื่องไปบวชให้คุณทิมเป็นนายกรัฐมนตรีนะ [เสียงหัวเราะ]
ใช่ ไม่ทันเกมครับ
อือ นี่ก็เป็นอือ คือเราก็เห็นแล้วว่ามันไม่ได้แลกเปลี่ยนอะไรที่มันเป็นเรื่องประโยชน์เรื่องอะไร แต่ว่าเค้ามองโลกแง่ดีเกินไป
อ่าอ่า คือ
อื ใช้สมองซี่บวกเยอะไปหน่อย
คือ [เสียงหัวเราะ] มันพูดยากครับ
คือคล้ายๆ กับว่า
นักการเมืองสายบ้านใหญ่สายภูมิใจไทยสายสีน้ำเงินบางเรื่องเขาก็เป็นคนที่แฟร์ๆใช่ มั้ยถ้าเราคบกันส่วนตัวเราจะรู้ว่า
พวกนี้บางทีรับปากอะไรต่างๆ มันก็รับปากได้แบบทำแล้วทำจริง
อือ อะไรเงี้ไม่งั้นเไม่ได้เป็นเ้าไม่ชนะในพื้นที่ขนาดนั้นหรอกอ
เไม่ได้มาด้วยโกงด้วยซื้อด้วยไปไล่ยิงหัวคนอย่างเดียวหรอก [เสียงหัวเราะ]
เค้ามีการที่พูดแล้ว
ทำ
รับปากรับปากแล้วทำอ่ะทำ
เป็นนักเลง
อ่า มันความเป็นนักเลงแบบนี้มันมีแต่ทีนี้ พอเรื่องใหญ่อย่างนี้อ่ะ มันมีอำนาจหลายส่วนที่มันเกี่ยวข้อง ใช่มั้ยฮะ เค้าก็
ใช่ ผมว่าเค้า
อื คิดผิด
คิดผิดจริงๆ ใช่มั้ยฮะ
เพราะงั้นเนี่ย ก็คือมันก็เลยเป็นปัญหา
แต่มันก็มีอีกซินเอียนึงนะ ถ้าตอนนั้นเนี่ย เอ่อ พรรคประชาชนไม่โหวตมาให้ถิ่นเนี่ย การเมืองจะเป็นยังไงก็อีกรูปแบบนึง อั้นเป็นอีกแบบนึง
เพื่อความแฟร์ๆนะ ไม่ใช่ว่าตัดสินใจผิดอย่างเดียวนะ มันมีโอกาสที่จะไปอีกทางนึง แล้วไปอีกสุดอีกขั้วนึง แล้วก็จะถูกด่าเหมือนกันว่าคุณไม่ทำอะไรเลย คุณมีเสียงอยู่ตั้งเยอะ คุณกำหนดทิศทางการเมืองได้ คุณไม่ทำอ่ะ ก็โดนนะ มันจะ [เสียงหัวเราะ] ไม่มีอะไรแฟร์หรอกในการเมืองคุณจำไว้
ครับ แต่แต่ผมผมผมเอ่อเสริมคุณนึงว่า
ถ้าเรามองว่ามันเลือกตั้งครั้งต่อไป 4 ปี 4 ปีเนี่ย
คือผมว่า
อันนั้นไม่ใช่สิ่งที่พยายามบุตรแกมองไอ้ พิบุตรแกมองว่ามันไม่ใช่
มันเป็นอย่างแกบอกว่ามันเป็นเหมือนกับ อย่างถ้าใช้คำแบบผมผมก็บอกว่าประชาธิปไตย เสมือนที่มันอยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็ง อือ
มันกำลังรอเวลาที่มันจะระเบิด เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าเรามองว่ามันกำลังรอเวลาที่จะระเบิดของระบอบอำนาจนี้ ซึ่งซึ่งมันเป็นการเป็นระบอบอำนาจที่สืบทอดมาจากรัฐประหาร 57 ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ใช่มั้ยฮะ
แล้วคุณประยุทธ์อยู่ 9 ปี
อ แล้วก็เอาเพื่อไทยมา 2 ปีแล้วก็
ไม่สามารถลงตัวจนกระทั่งมาได้
อนุทินกับภูมิใจไทยมันมันมัน ไม่สามารถไปได้อย่างนี้อย่างราบรื่น 4 ปีเลือกตั้งทุก 4 ปีอ่ะผมยังคิดว่ามันไม่น่าจะใช่
ก่อนเดี๋ปฏิวัติกลับมาอีกหรือ
มัน เออ
มันอยู่ในมันอยู่บนภาวะวิกฤตหลายๆ
ระเบิดมันจะระเบิดจากข้างใน
ไม่รู้่ะฮะ ผมว่ามันจะมีอะไรระเบิดสักอย่างไม่ไม่ได้คาดการณ์ได้ง่ายๆ แต่มันชอบมีอะไรที่เหนือความคาดหมาย
เออๆ ใช่มั้ย เพราะฉะนั้นเนี่ย เวลาเรามองอย่างเงี้ย เราก็บอกว่ามันไม่ใช่เราบอกว่าพรรค ประชาชนจะต้องตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตัวเลือกตั้งครั้งหน้าเอีก 4 ปีแต่คุณต้องมองให้เห็นว่ามันเกิดมันก็
มันจะเกิดวิกฤต
แล้วคุณจะต้องเป็นคนที่นำฝ่าวิกฤต
อันกต้องพร้อมด้วยไง แต่ผมมองว่ามันมี 2 อtionอtionนึงคือว่ามันไม่มีอะไรที่มัน ตูมตามขึ้นมาคุณก็จะต้องเดินเส้นทางนี้ ไม่ใช่ว่าคุณต้องรอแต่เรื่องใหญ่ๆ แล้วคุณจะโตได้
คุณต้องสามารถเดินเส้นเอาปกติแล้วก็ปีนเขาด้วยอ้า มันเป็น 2 อย่าง [เสียงหัวเราะ]
ยังไงสุดท้ายผมยังเชื่อว่า
เอ ผมประชาชนไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาชนนะต้อง ไม่เหนื่อยไม่ท้อและอย่าให้ประชาธิปไตย อยู่ในมือของอ
คนบางคน [เพลง] กลุ่มบางกลุ่มเท่านั้นเอง
ขอบคุณพี่เครับ
ครับ ขอบคุณครับ สวัสดี
[เพลง] [เพลง]
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามสมมุติว่านะครับ รายการที่ [เพลง] ไม่เหมือนใครและก็ไม่มีใครเหมือนครับ 3 คนคุยกันนี่ทุกเรื่องที่ ไม่จริงทั้งนั้น สมมุติทั้งนั้น
สมมุติว่านะครับ แล้วก็ถ้าติดตามย้อนหลังทุกตอนเลยนะครับ ที่เว็บไซต์ของ [เพลง] ไทย PVS
ครับ แล้วก็ทุกอาทิตย์นี้จะมีแขกพิเศษที่ มาสมมุติสถานการณ์ที่เราคาดไม่ถึง แล้วก็เราจะบอกได้ครับว่าถ้ามันเกิดสิ่งที่คาดไม่ถึงโลกจะเป็นอย่างไงบ้าง ใช่มั้ยครับ คุณพี่
ใช่ครับ แล้วก็ตามเราได้ทุกวันอาทิตย์นะ ครับ 21:30 น. เฉพาะออนไลน์เท่านั้นของ
อ PBS นะครับ
นะครับ TikTok YouTube Facebook แล้วก็ พcสด้วย
ติดตามนะครับ ถ้าไม่ติดตามเจอเพื่อนเถาม สมมุติว่าไม่รู้จักแล้วก็เชยเป็นบ้าเลย ครับ อ่า ต้องติดตามนะครับทุกวันอาทิตย์กับ คุณสุชัยกับผมและแขกรับเชิญครับ