📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

กัลยาโณโอเค EP.226 | เป็นผู้นำที่ใช่! กับ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ | คอมเมนต์แย่ๆ พ่อแม่คงให้มา!!

LokWanNee โลกวันนี้52:48

Transcription

น้ำพริกกินถ้วยเดียวมันไม่ค่อยอร่อย ต้องรู้จักแกงนู้นแกงนี้ หัวเดียวกระเทียมรีบ พระพยอมหัวเดียวนี่ยังไง ถ้าได้ไหลหัวมาช่วยกันในเรื่องของธรรมะ วิเศษเลย วิเศษเลย

พ่อพยอมท่านก็พูดดีนะฮะ Mindset หรือยังไงก็แล้วแต่มันไปแสดงที่สัมมากัมมันตะ หรือที่แอคชั่น แล้วแอคชั่นไปออกที่อาชีวะ แต่ถ้าเกิดทั้งมรรคมีองค์ 8 เนี่ย พอทิฐิได้เนี่ย มันต้องหัดตั้งเป้า ฮะ ตั้งเป้าก็คือสัมมาสังกัปปะ ซึ่งผมพูดง่ายๆ ว่าก็คือสัมมา purpose สัมมา objective อื เราต้องคิดออกจากวัฏสงสารนี้ครับ ก่อนที่เราจะคอมเมนต์ใคร มันต้องถามเลยว่าใจเราตอนเนี้ย อิจฉาแล้วคอมเมนต์ หมั่นไส้แล้วคอมเมนต์ หรือเราหิวแสงแล้วคอมเมนต์ มันต้องดูว่าใจเราตอนเนี้ย มันคิดดีหรือมันคิดร้าย แล้วค่อยไปคอมเมนต์เขา เพราะสิ่งที่เราคอมเมนต์กลับไปเนี่ย มันสะท้อนเลยว่าข้างในเราอ่ะเป็นคนแบบไหน บางทีเดาได้เลยฮะ มาจากครอบครัวซึ่งแตกแยก มาจากความผิดหวังในเด็กๆ มันส่งผลออกมาทำให้เราด่าคนนู้นใส่อารมณ์กับคนนี้ ซึ่งการที่เรามาปฏิบัติธรรมเนี่ย แล้วผมก็เติมจิตวิทยาสมัยใหม่เข้าไปเนี่ย ทำให้เราปล่อยวางและเข้าใจคนๆ นั้นว่าเขาเป็นประมาณนี้เอง เราจะไม่จี๊ดกับเขาไปด้วย เราจะรู้ได้ อ๋อคนนี้ผ่านการโหยหาความรักจากพ่อและแม่มาทั้งชีวิต

สวัสดีครับท่านผู้ชม นี่คือรายการกัลยาโณโอเค รายการสนทนาการบ้าน การเมือง และเรื่องศีลธรรม วันนี้เราอยู่กันที่สวนธรร วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี กราบนมัสการพระคุณเจ้าพระพยอมครับ

เจริญพรหลวงพ่อครับ ผมเกริ่นว่าวันนี้เราอยู่กันที่สวนธรร วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี แต่จริงๆ แล้วรายการวันเนี้ย หลวงพ่อออกรายการเริ่มต้นนิดเดียวฮะ เดี๋ยววันเนี้ยหลวงพ่ออนุญาต เอ้าให้ไปสัมภาษณ์พระอาจารย์ท่านหนึ่ง อารยอาจารย์วรพัฒน์ ผู้เจริญ ใช่ฮะ หลวงพ่อโอดังดังดังใช่มั้ยฮะ ฟังเลยล่ะคนที่รู้จักมาเคยฟังท่านบรรยาย เชื่อว่าชื่นชอบและเข้าใจการตั้งมูลนิธิโพชฌงค์ และบรรยายอริยมรรคมีองค์ 8 เทียบเคียงกับการบริหาร ต้องถือว่าถ้าคนไม่แน่จริงไม่ศึกษาจริง และไม่มีผ่อนสวรรค์ด้านนี้จริงๆ คงไปไม่รอด ไม่มีใครชื่นชอบแน่นอน ไปหาผู้มีสมองอันเลิศ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ก็จะเป็นรายการที่ไล่หัวไม่ใช่หัวเดียว กระเทียมรีด ช่วงเนี้ยอาจารย์วรพัฒน์ ผู้เจริญ ท่านบวชอยู่ บวชออกแล้วก็มี ไม่รู้ฉายาอะไร ใช่ มีฉายาพระอาภาธโร อเพมีอาภรณ์ อันสว่าง

น้ำพริกกินถ้วยเดียวมันไม่ค่อยอร่อย ต้องรู้จักแกงนู้นแกงนี้ หัวเดียวกระเทียมรีบ พระพยอมหัวเดียวนี่ยังไง ถ้าได้ไหลหัวมาช่วยกันในเรื่องของธรรมะ วิเศษเลย วิเศษเลย เราไปพบกับอาจารย์รพัฒน์ ผู้เจริญ หรือพระอาภาธโร ได้ที่นี่ครับ

รายการนี้เป็นรายการทั่วไป สามารถรับชมได้ทุกเพศทุกวัย ดูแล้วชอบใจอย่าลืมกดติดตาม Subscribe กดไลค์ กดแชร์ด้วยนะครับ ขอเชิญทุกท่านรับชมรายการกริยาหนูโอเค กับพระคุณเจ้าพระพยอม กรยานได้ ณ บัดนี้

สวัสดีครับท่านผู้ชม เมื่อสักครู่เราได้ไปที่วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรีนะฮะ ตอนนี้เรามาอยู่ที่ยุวพุทธเขมรังสี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นะครับ กราบนมัสการพระอาจารย์วรพัฒน์ อาภาธโร ครับ อาจารย์ครับ วันนี้ผมต้องขออนุญาตมาพบอาจารย์ โดยการที่ทำให้รายการกัลยาโณโอเค เนี่ยเปลี่ยนองค์ฮะ ปกติจะเป็นอาจารย์พยอม กัลยาโณ วันนี้กลายมาเป็นอาจารย์วรพัฒน์ อาภาธโร ครับ

ครับครับ ท่านผู้ชมที่รับชมทางรายการไม่ต้องแปลกใจนะฮะ วันนี้คือสิ่งที่ เราได้คาดหวังเล็กๆน้อยๆว่าเราจะมาที่นี่ เพื่อที่จะมาพบกับพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งผมโดยส่วนตัวแล้วก็นับถืออย่างมากเลยทีเดียว อาจารย์ครับ ขออนุญาตเข้าเรื่องเลยนะ ปกติแล้วเนี่ยเวลาผมพบอาจารย์เนี่ย ก็ผมจะเรียกอาจารย์เฉยๆ วันนี้ผมต้องเรียกพระอาจารย์ ผมจะงงๆนิดนึง บางทีอาจจะจัดไปแล้ว เดี๋ยวเรียกพลาดต้องขออภัยด้วยครับ และที่สำคัญคือฮะ ปกติแล้วอาจารย์ไม่ได้บวชอ่ะ ครับ วันนี้มาเจอแล้วอาจารย์อยู่ในเพศชิต เอ่อ ผมจะรู้สึกแปลกๆฮะ อาจารย์เองรู้สึกแปลกๆมั้ยครับ

ก็มันก็เป็นสมมุติทั้งนั้นแหละฮะ สมมุติว่าเราเป็นฆราวาส สมมุติว่าเราเป็นพระเนาะ จริงๆแล้วมันอยู่ที่ความเป็นปรมัตถ์ข้างในของเราต่างหาก เราก็บัญญัติสมมุติกันไปเรื่อยนะ มันก็เกิดเป็นทุกข์กันไปเรื่อย เราควรจะย้อนกลับเข้ามาดูตัวเรา ตัวเราที่แท้จริงมันอยู่ข้างใน ในใจตรงเนี้ย ในใจตรงเนี้ย แล้วซึ่งมันก็เกิดอาการอยากจะไปรู้เรื่องตัว ตัณหาน่ะ อยากไม่อยากติดกามมง แล้วก็วุ่นวายไปหมด คนเดียวกันน่ะครับ นี้ก็เป็นแค่เครื่องแบบแล้ว พอมาบวชพระเองก็ดีฮะ ได้เรียนรู้ในหลายๆอย่าง ใครที่เคยปรามาสพระว่าอาบ่งอาบัตินะ ผมก็แนะนำว่ามาบวชเองเถอะฮะ แล้วท่านจะรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ การที่จะเป็นพระดีๆสักรูปนึงเนี่ย ต้องมีความเป็นนักรบ นักสู้ มีทั้งระเบียบวินัย มีทั้งการปฏิบัติครับ

อาจารย์นกขอถามส่วนตัวนิดนึงแล้วกันอ่ะ ครั้งที่อาจารย์ใช้เวลาบวชที่อยู่ในเพศชิตนานมั้ยครับ

ก็ตั้งใจไว้ 15 วัน เพราะมีภารกิจข้างนอกพอสมควร อื แล้วก็ก็ถามไปเลยกัน ท่านผู้ชมคงถามว่าเอ๊ แล้วทำไมอยู่ดีๆ อาจารย์มาบวชอ่ะครับ

อืม ผมบวชเพราะว่าก็ถวายเป็นหนึ่งในโอกาสที่พระองค์ท่าน 72 พรรษา ในหลวงของเรา 72 พรรษา แล้วก็ผมมีความเห็นว่าผมเคยบวชแบบข้าป่ามาแล้ว อยากจะรู้ว่าพระบ้าน พระวิชาการ พระสายอภิธรรม เป็นยังไงบ้าง อ จะได้มีคำสอนที่ได้ทั้งแบบสไตล์ผ้าป่าบ้าง ผสมกับผ้าบ้านบ้าง อื รวมๆกันไปครับ

ครับไม่ไม่ทีนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นในการบวช เพราะว่าปกติบวชเนี่ยเราบวชที่ไหนก็ได้ ทำไมอาจารย์มาบวชอยู่ที่ เอ่อวัดมเหยงค์ฮะ

คือประวัติของหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสีเนี่ย น่าสนใจมาก ท่านท่านสอบได้ที่ 1 อภิธรรมนะฮะ ตอนอายุ 23 เอง เก่งมากเลย เสร็จแล้วก็ไปธุดงค์ไปอยู่สายผ้าป่า แล้วก็ไปได้ทางป่ามา ประกอบกับผมอ่านประวัติของหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นอยู่ป่าแล้วก็เข้ามาในกรุงเทพฯ เรียนอภิธรรม เรียนปริยัติ ผมได้ดูแล้วเอ๊ะ ครูบาอาจารย์ท่านรู้ทั้ง 2 ทาง ผมก็มีความคิดว่าผมต้องเลียนแบบครูบาอาจารย์บ้าง อ จะได้พูดคำศัพท์อะไรที่มันดูแบบ อะไรนะ มีชาติ ตระกูล มีมีเป็นบัญญัติบ้าง อ แล้วพออาจารย์บอกว่าบวชมาทั้งพระป่า พระบ้าน ตอนนี้อาจารย์บวชไปพระบ้านใช่มั้ยฮะ

พระบ้านต่างกันมั้ยฮะ อาจารย์

ต่างกัน ต่างกันในแง่ไหน อาจารย์ลองลองไลนิดนึง พระปากท่านก็จะไม่ค่อยยุ่งกับชาวบ้านมากนะฮะ ก็เน้นการปฏิบัติล้วนๆเลย แล้วก็จะไม่ค่อยมีคำศัพท์ที่เป็นทางบาลีมาก ส่วนทางนี้ก็จะมีเรียนเป็นระบบ เป็นเรื่องเป็นราว มีการเรียนเรนภาษาบาลี สอบประเรียน 1 ถึง 9 มีการเรียนอภิธรรม โอ้ มีการเรียนอะไรมากมายฮะ ก็ดี เพราะว่าถ้าไม่มีพระบ้านๆ พระที่เป็นสายวิชาการแบบนี้เอาไว้ มันจะไม่มีใครรักษาพวกนี้ไว้เหมือนกันนะฮะ อื

ครับทีนี้ทีนี้ พอพอพอมาอยู่ตรงนี้ โทษๆนะฮะ ที่ผมทราบ อาจารย์ไม่ได้บวชรูปเดียวนะ อาจารย์ชวนคนอื่นมาบวชด้วยเหรอ

เดิมเดิมทีตั้งใจจะบวชคนเดียว แล้วก็ชวนหลวงพี่กระปอม จิรายุ 2 ออ 2 รูป ก็ทีนี้ก็พ่วกมาเป็นแถบเลย มากัน อื ก็เลยลิมิกันไแค่ 12 รูปพอ อ แล้วเห็นบอกว่ามีมีเณร 1 รูปด้วย

ก็แถมเณรมาอีก 1 รูป แหมเลขสวนอาจารย์เณร 1 พระ 12 112 เลยฮะ เกลงตัวได้ไงไม่รู้นะ อ้าอันนี้ไม่เกี่ยว

วันนี้ท่านผู้ชมที่ดูรายการอยู่นะฮะ ต้องพจันนิดนึงนะ วันนี้ไม่มีการเมืองเลยนะฮะ แต่ว่าสิ่งที่ท่านผู้ชมจะได้รับชมต่อจากนี้เป็นต้นไปที่จะเข้าสู่เนื้อหาที่น่าสนใจมากๆ ก็คือว่าพระอาจารย์เนี่ย ปกติแล้วเข้าไปเป็นที่ปรึกษาในระดับองค์กรชั้นนำนะฮะ ของประเทศเลยหลายองค์กรทีเดียว ทั้งองค์กรเอกชนแล้วก็มีภาครัฐด้วย ที่สำคัญก็คือ ว่าคนที่จะได้รับฟังหรือได้รับสิ่งที่อาจารย์แนะนำเนี่ย ปกติถ้าเป็นอาจารย์ ถ้าอาจารย์ทำเป็นที่ปรึกษาอนี้เสียเงินใช่มั้ยอาจารย์

ต้องถามก่อน แต่วันนี้ในฐานะที่ท่านผู้ชมได้รับชมรายการนี้อยู่อันนี้ฟรีหมดเลยนะฮะ ยิ่งจะได้รับฟังต่อไปครับ

อาจารย์ครับผมขออนุญาตเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นทำให้ผมต้องมาในวันนี้นิดนึง ครับ คือว่าผมเองเนี่ยได้เข้าไปรู้จักกับมูลนิธิโพชโชมครับนะฮะ โดยที่ตอนแรกก็ไม่ทราบว่า อือ ใครทำงานตรงนั้นอยู่หรอก อือ แต่ปรากฏว่าเหมือนไม่ตั้งใจ อาจารย์อาจารย์เป็นผู้ก่อตั้งเลยหรอฮะครับ

อาจารย์เล่าสั้นๆ ของบิทิพวชงให้ฟังได้มั้ยฮะ

คือเริ่มเริ่มต้นเลยเนี่ยผมผมมีความมีความเห็นว่า เราฝึกสมาธิปฏิบัติธรรมกันเนี่ยต้องไปเป็นพระกันซะเยอะ แล้วก็เคร่งกันเต็มๆเลย พอนั่งสมาธิแป๊บเดียวก็เผ่นหนีะ ผมมองว่าคนรุ่นใหม่อ่ะ คนรุ่นใหม่นะครับ น่าจะฝึกสมาวิปัสสนาผ่านกีฬาก็เลยเลือกกีฬาดูว่าจะเป็นอะไร เราก็เลือกยิงธนูแบบโบราณ อื ยิงธนูแบบโบราณฝึกจิต ฝึกสมาธิ ฝึกวิปัสสนา ก็ได้ และในอนาคตก็จะต่อไปด้วยกีฬากอล์ฟฮะ เป็นกอล์ฟ วิปัสสนา สิ่งพวกเนี้ย คนไทยทำได้ดีเสมอมา ไหนๆเราก็จะเป็นประเทศที่เก่งกอล์ฟ เก่งกีฬาเชิงเดี่ยวอยู่แล้ว เติมสติ เติมความรู้ทางธรรมเข้าไป ผมว่าน่าจะเป็น Soft Power ที่จะดึงให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยมีจุดแข็งมากมาย และจุดแข็ง Soft Power ที่ดีที่สุดเลยก็คือเรื่องทางธรรมเรานะครับ สามารถไปยุกเข้าไปสู่กีฬา แล้วก็ประยุกต์เข้าไปสู่การบริหารองค์กรต่างๆได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการที่จะมีมูนิธิโพชโชออครับ แล้วก็อนาคตผมก็อยากจะมองว่าเราทำงานทางด้านปฏิบัติธรรม สอนคนเยอะแยะเลยเนี่ย น่าจะมีงานวิจัยรองรับว่าฝึกไปแล้วมันได้ผลยังไง สถิติออกมายังไง วิเคราะห์เปรียบเทียบกับทฤษฎีทางตะวันตก เพื่อให้เพื่อให้คนทางตะวันตกเห็นว่า การปฏิบัติธรรมทางพุทธหรืออะไรพวกเนี้ย เราเป็นวิทยาศาสตร์นะ เป็นหลัก เป็นการมีอะไรที่ล้ำหน้าไปกว่าชาวตะวันตกเยอะเลยครับ หลักการบริหารต่างๆ เพียงแต่ว่าเราไม่ได้พูดเอาไปเป็นภาษาวิชาการที่ต่างชาติจะเข้าใจ เราก็บาลีกันหรือไม่ เราก็พูดภาษาแบบเพ่อป่ากันไปเลยอย่างเงี้ย ซึ่งคนไทยก็ได้ประโยชน์ แต่ผมมองว่าในโลกอนาคตแล้ว มันไม่มีคนไทยหรือคนต่างชาติหรอกครับ ทั้งหมดคือสรรพสัตว์ทั้งหลาย แล้วก็ช่วยไปช่วยทั่วโลก

อื เวลาอาจารย์พูดว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายทั่วโลกเนี่ย เอ่อ เอ๊ะผมถามได้มั้ยครับเกี่ยวข้องมั้ยว่าต้องเป็นศาสนาอะไร

ไม่เกี่ยวเลย ยิ่งฝึกไปจะพบเลยว่าสิ่ง ที่พระพุทธเจ้าสอนเนี่ยมันเกิดขึ้นที่ภาย ในใจ ศาสนาไหนก็ได้ แต่ละศาสนาเนี่ยมีดีทุกศาสนาเลยครับ ขอให้ไปให้ถึงศาสนาของตัวเอง จะพบสภาวะความเป็นพุทธะ งั้นพุทธเนี่ยมันคือสภาวะที่เราจะเข้าไปเจอ เราอยู่ในศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ถ้าเข้าไปสู่ใจที่กว้าง ใจที่สงบ ใจที่เมตตา ก็พบพุทธะได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นศาสนาไม่เกี่ยวเลย ไม่เกี่ยวกับศาสนา เกี่ยวกับคนที่เข้าไปหากินกับศาสนามากกว่า ที่มีปัญหา

อ๋ออันอันนี้รือเปล่าฮะ ที่อาจารย์เรียกว่าการพัฒนาตัวเองจากภายใน

ใช่ฮะ พัฒนาตัวเองจากภายในขึ้นไป อื ผ่านกีฬา ผ่านการนั่งประชุมในบริษัทก็ได้ ผ่านการเจรจากับลูกค้าก็ได้ ทุกกิจกรรมสามารถที่จะเจริญสติ เจริญภาวนาได้หมดครับ

ครับทีนี้เวลาเวลาอาจารย์คุยเรื่องหรือว่าสอน หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ในช่วงที่ตั้งแต่เป็นราวาสจนถึงตอนนี้อาจารย์เป็นเพศชิต ด้วยเนี่ยทุกอย่างที่อาจารย์สอนส่วนใหญ่ นะอาจารย์เป็นเรื่องของการบริหารครับ

บริหารฮะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับศาสนา หรือว่าเกี่ยวอะไรกับศีลธรรม หรือเกี่ยวอะไรกับเกี่ยวกับหลักธรรมทางศาสนาพุทธเหรอฮะ

โอ้ เกี่ยวหมดเลยเหรอฮะ

ด้วยด้วยตัณหานะฮะ ถ้าเราดูในบทสวดธรรมจักรกัปปวัฒนสูตรเนี่ย พพุทธเจ้าจะพูดเรื่องทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และตัวการที่ให้เกิดทุกข์เลยคือตัวตัณหา ตัวความอยาก ความไม่อยาก และกามตัณหางั้นการการที่เราเปิดบริษัทขึ้นมา เต็มไปด้วยตัณหา ความโลภ ความโกรธ ความหลงเนี่ย เราเราทำลายสิ่งแวดล้อมไปเยอะมาก อื ความโลภเท่าไหร่เราก็ไม่จบ เราผลิตสินค้าออกมามากมายเป็นขยะจะล้นโลกอยู่แล้ว ความโลภแต่ละคน ความที่ไม่รู้จักพอ ความที่โกงกินกันก็สุดท้ายมันก็พังกันหมดลครับ

เวลาผมมาคุยกับกับอาจารย์เนี่ย แล้วอาจารย์บอกว่าเกี่ยวกับเรื่องบริหารเป็นหลัก รวมถึงหลายๆท่านก็รู้จักอาจารย์ในฐานะที่เป็นผู้แนะนำผู้บริหารเป็นหลักด้วยซ้ำไป แล้วแล้วคนทั่วไปที่ต่ำกว่าผู้บริหารนะฮะ เราจะใช้หลักอะไรเกี่ยวกับการบริหารมาใช้ได้มั้ยว่าต้องใช้กับผู้บริหารระดับสูงอย่างเดียว

ได้ทุกอย่างนะครับ จริงๆแล้วแม้แต่กรรมกร ก็เป็นผู้บริหารระดับสูง แม้แต่คนตำแหน่งพาโรงก็เป็นผู้บริหารระดับสูง ใครก็ตามที่บริหารใจตัวเอง ผมเรียกว่าสูงหมด อ๋อ ถ้าท่านเป็น CEO บริหารคนเป็นแสนคนเนบริหารใจตัวเองไม่ได้เนี่ย ก็ถือเป็นผู้บริหารระดับต่ำนะฮะ อ๋อ มันไม่ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง ไม่ใช่ตำแหน่ง อ๋อใจที่สุดสูง ใจที่กว้าง ใจที่มีเมตตา เรียกว่าผู้บริหารระดับสูง อ๋อ

อย่างงั้นแสดงว่าทุกคนเนี่ยเป็นผู้บริหารระดับสูงได้สบายๆ ได้หมดเลย อือ

ครับทีนี้โดยโดยหลักธรรมอาจารย์ เวลาเราพูดหลักธรรมของโดยเฉพาะของพพุทธเจ้าเนี่ย วันนี้เรามาคุยในฐานะที่อาจารย์อยู่ในสมณเพศ ที่เป็นสงฆ์อนะยังไงจะไม่ข้ามเป็นศาสนาอื่นแหละครับ ถามอาจารย์ว่าอ้าแล้วหลักธรรมที่ที่เหมาะอ่ะใช้ว่าที่เหมาะกับสาธุชนธรรมดาทั่วๆไปอย่างน้อยๆที่ควรจะต้องมีในการที่ไปทำมาหากินเนี่ยคืออะไรฮะ

อาจารย์ถ้าพูดง่ายๆเลยนะก็คืออย่าไปทำใครก็เดือดร้อน นี่ก็เหลือเฟือแล้วตัวเดียวเองเลย เบสิคเลย บางคนไม่เข้าใจไม่ทำใครเดือดร้อนหมายความว่าอะไร ผมว่ามันน่าจะเข้าใจกันเยอะนะครับ อย่าทำใครเดือดร้อน อ จริงๆแล้วเรื่องนี้นะ ผมได้เคยสนทนากับพระอาจารย์พยอมนะครับ แกบอกว่าทำบุญน่ะ ถ้าไม่ได้จำเป็นต้องไปทำ่ะนะ ก็แค่อย่าทำบาปก็พอ

อ่าอันนี้ตรงกันเลย

ใช่ ตรงกันเลยใช่มั้ยอาจารย์ครับ อือ อย่าไปทำใครก็เดือดร้อน อย่าไปบุลลี่ใครเค้า อืนี่ก็ใช่เหมือนกัน มันด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ด้วยก็ยิ่งยิ่งดีด้วย

ด้วยโซเชียลด้วยได้มั้ยครับ

ด้วยโซเชียลด้วย คอมเมนต์หนักเลย คอมเมนต์แบบบางทีบางคนเค้าชีวิตเหลือไม่กี่เดือนนะ ร้องเพลงออก Facebook ออกโซเชียลอะไรพวกนี้นะครับ ก็ยังมีคนไปคอมเมนต์ว่าร้องแบบไม่เอาไหนเลย ทำลายความหวังกันไปเลย ก็มีเด็กอ่ะ เด็กใกล้จะจากไปแล้วก็มี อ๋อเี่อย่างเงี้ยคือสักแต่ว่าคอมเมนต์ แต่ไม่ดู Impact ที่ตามกลับมาว่ากระเทือนใจใครบ้าง

อ อย่าเงี้ผมผมสอบถามอาจารย์เรื่องโซเชียลนี่ไม่ใช่อะไร ผมว่าสมัยนี้นะ ต่อให้รายการที่เรานั่งนั่งสนทนากันอยู่ ผมมาสนทนาตพระอาจารย์เนี่ย ครับก็ก็โซเชียลแน่นอน งานนี้ต้องต้องเผยแพร่ทางโซเชียลทีนี้ครับอาจารครับ เรามีข้ออะไรที่เกี่ยวข้องกับทางโซเชียล ไว้ใช้ในการทำงานแล้วก็ใช้ในการหลักธรรมเนี่ย มันมันไขว้เกี่ยวกันได้มั้ย 3 อย่าง เนี้ยโซเชียล การทำงาน แล้วก็ธรรมะ

ได้เลยฮะ โซเชียล การทำงาน และธรรมะ เอาธรรมะก่อนเนาะ ครับก่อนที่เราจะคอมเมนต์ใครมันต้องถามเลยว่าใจเราตอนเนี้ย อิจฉาแล้วคอมเมนต์ หมั่นไส้แล้วคอมเมนต์ หรือเราหิวแสงแล้วคอมเมนต์ มันต้องรู้ว่าใจเราตอนเนี้ย มันคิดดีหรือมันคิดร้าย แล้วค่อยไปคอมเมนต์เขา เพราะสิ่งที่เราคอมเมนต์กลับไปเนี่ย มันสะท้อนเลยว่าข้างในเราอ่ะเป็นคนแบบไหน ยิ่งคนสมัยใหม่นะครับ ในกลุ่มที่ผมเจอๆกันเนี่ย เราเราเรียนจิตวิทยากันมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาใครคอมเมนอะไรหรือพูดอะไรในห้องประชุม เราสามารถรู้พื้นฐานจิตของเขา หรือเราสามารถรู้ปมในครอบคร กลัวเได้เลยรู้เลยว่าเนี่ยผ่าน significance อะไรบางอย่างมาที่ทางด้านอารมณ์นะฮะ บางทีบางคนผู้บริหารแสดงท่าทาง อย่าบางทีเดาแล้วเลยฮะ มาจากครอบครัวซึ่งแตกแยก มาจากความผิดหวังในเด็กๆ มันส่งผลออกมาทำให้เราด่าคนนู้นใส่อารมณ์กับคนนี้ ซึ่งการที่เรามาปฏิบัติธรรมเนี่ย แล้วผมก็เติมจิตวิทยาสมัยใหม่เข้าไปเนี่ย ทำให้เราปล่อยวางและเข้าใจคนๆ นั้นว่าเขาเป็นประมาณนี้เอง เราจะไม่จี๊ดกับเขาไปด้วย อ เราจะู้้ว อ๋อคนนี้ผ่านการโหยหาความรักจากพ่อและแม่มาทั้งชีวิต พอมันทำงาในบริษัทก็จะเป็นไปด้วยการเรียกร้องความสนใจ เรียกร้องความรักจากทุกคนก็จะทำอะไรแบบประเภท อ่าไม่ยอมเสียหน้าอีกเลยอะไรประมาณนี้ เราจะอ่านออกจากนั้นมาเราก็จะใช้คนเป็นด้วย เราก็จะเลือกคนถูกกคนคนเนี้ยยเวลาไปใช้งานน่ะน่าจะใช้ประมาณนี้ เพราะปมในใจเประมาณเนี้ย แล้วอีกอย่างนึงถ้าเราเป็นผู้บริหารระดับสูง แล้วก็เข้าไปค่อยๆโค้ชเ้า ค่อยๆเข้าไปคุยกับเค้า ค่อยๆบำบัดเช้าๆช้าๆ ลองคิดดูนะฮะ ถ้าองค์กรใดองค์กรหนึ่งเต็มไปด้วยคนที่สุขภาพจิตสวยงาม คนที่สุขภาพจิตดีเนี่ย จะขยัน จะออกไปช่วยเหลือผู้อื่น มันจะทำให้ sustainable Development โเนี่ยมันดีขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งตอนเนี้ย SDG เนี่ยสำคัญมากๆ Global warming ขนาดนี้นะฮะ หรือแม้แต่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมขนาดนี้เนี่ย SDG ตัวเดียวเนี่ยมันดูไกลไป ตอนเนี้ยนักวิชาการทั่วโลกเแถอยกลับมาที่ IDG Internal Development Go ก็คือกลับมาที่แก้ที่ใจเราฮะ ใจมนุษย์คับแคบเท่าไหร่ ป่าไม้สัตว์หายเกลี้ยงหมดนะฮะ ความอดอยาก ความเหลื่อมล้ำทางสังคม โรคร้ายพังมาหมดเลย กลับมาแก้ที่ใจ มูลนิธิโพชฌงค์ที่ผมทำขึ้นมาเนี่ย เราก็จะเน้นว่าโอเค ปฏิบัติธรรไปด้วย ขณะเดียวกันก็ดูแลแนตหรือโลกใบนี้ไปด้วย แล้วก็ทำโปรฟิตด้วย เพราะเป็นสัมมาอาชีโว

อือฮึ พอเวลาอาจารย์พูดเรื่องสัมมาอาชีโวเนี่ย อย่างน้อยๆสัมมาอาชีโวเนี่ยเป็นเป็นหนึ่งในมรรคมีองค์ 8 ถูกต้องครับ อาจารย์พยอมเนี่ยพระอาจารย์พยอมเนี่ยมักจะพูดเสมอว่า เวลามีคนมาทำงานหรือมาอะไรเนี่ย ท่านท่านท่านจะสอนไว้ 2 เรื่อง บอกว่าอย่างน้อยๆมี 2 มรรค อื มรรคแรกคือสัมมากัมมันตะ อีกมรรคหนึ่งคือสัมมาอาชีวะ หรือสัมมาอาชีพ สัมมาอาชีโวเนี่ยคำเดียวกันเนี้ย ท่านบอกว่าถ้าไม่มีอะไร 2 อันนี้ก็พอแล้ว แต่จริงๆแล้วมักมีองค์ 8 อาจารย์ลองอยากให้ อาจารย์พูดถึงเรื่องมรรมีองค์ 8 แบบโดยสังเขปให้คนที่ไม่ทันได้คิดเรื่องนี้ว่า มันเกี่ยวข้องกับการทำงานยังไงบ้างครับ

อาจารย์ครับมวง 8 เนี่ยถ้ามามาประยุกต์ใช้กับการบริหารเนี่ย ใช่เลยฮะ มันเหมือนวงล้อที่หมุนไป มี 8 ซี่ หมุนซี่แรกได้ก่อน สำคัญที่สุดเลยคือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิสำหรับผมเนี่ย เพื่อให้เข้าใจง่าย ผมพยายามจะใช้คำศัพท์สมัยใหม่นะฮะ ก็คือสัมมา mindset นั่นเอง ถ้า mindset ใช่ มันไปได้หมดเลย มรรคมีองค์ 8 เนี่ยหนทางแห่งการหลุดพ้นเนี่ยงั้นเวลาเข้าไปบริหารองค์กร เชื่อมยครับ ว่าเวลาที่เราทุ่มเทไปทั้งหมดในการบริหาร อยู่ที่การปรับ mindset ของคนทั้งองค์กรเลย อื บางคน mindset ไม่ได้ หรือบางคนก็มีปมทางด้านจิตวิทยามากระเทือนใจมาแต่เด็ก อะไเงี้ย แล้วดันมาเข้าบริษัทเราเงี้ย มันก็ มันเราดูที่เราดูกันที่ mindset ก่อนเลย Mindset คุณมีความคิดเห็นแบบไหน กรอบโกยหรือเปล่า เอาประโยชน์เข้าตัวเองหรือเปล่า แล้วแล้วหลวงพ่อพยอมท่านก็พูดดีนะฮะ Mindset หรือยังไงก็แล้วแต่มันไปแสดงที่ สัมมากัมมันตะ หรือที่แชอ๋อ แล้วแอคชั่นไปออกที่ อาชีวนั้น ท่านฉลาดนะ พ่อยอมท่านเก่งมาก แต่ถ้าเกิดทางมรรคมีองค์ 8 เนี่ย พอทิฐิได้เนี่ย มันต้องหัดตั้งเป้า ะ ตั้งเป้าก็คือสัมมาสังกัป ซึ่งผมพูดง่ายๆ ว่าก็คือสัมมา purpose สัมมา objective อื เราต้องคิดออกจากวัฏสงสารนี้ อย่างเงี้ย เราต้องคิดว่าเราจะไม่ฆ่าใคร ไม่พยาบาทใคร เป็นเป็นดำริชอบแล้วค่อยมาเป็นสัมมาวาจา ซึ่งสัมมาวาจาผมก็เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผมเลยขออนุญาตใช้คำว่าสัมมา Communication ักวาจามันดูมันดูเป็นพูดออกไปอย่างเดียวใช่มั้ยฮะ ผมมองว่าวาจามี 2 แบบ เสียงในหัว หรือที่เราพูดกับตัวเราเอง ก็สำคัญพอๆกับที่เราออกไปพูดกับชาวบ้านนะ ถ้าจะมีสติเนี่ย มันต้องมีสติตั้งแต่พูดกับตัวเองก่อน แล้วแล้วก็มีสติที่พูดกับคนอื่นด้วย ในการสื่อสารออกไปเนี่ย มรรคมีองค์ 8 ก็จะไล่ไปเป็น สัมมา เมื่อกี้เป็นสัมมากัมมันตะใช่มั้ยฮะ แล้วก็ไปที่สัมมาอาชีพ แล้วก็มาสัมมาขยัน ใช่มฮะ ขยันผิดที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์ อื ใช่ไหมฮะ บางคนเนี่ยก็ขยันทำอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าไม่ขยันละกิเลสในใจตัวเอง ขยันสร้างบัญญัติไปเรื่อย ขยันคน ขยันเนี่ย สุดท้ายป่าหมด น้ำหมด ไม่มีใครไปเบรกเ้าเลย ไม่มีใครบอกเเลยว่า เออ ทำอะไรเผื่อลูกหลานบ้างน้า ทำอะไรคิดถึงคนที่วันเนี้อดอยาก อยู่ในประเทศที่แห้งแล้ง มีคนหิวโหยอยู่มากมายไม่่ะ ขยันไปเรื่อย แล้วก็ชื่นชมกันตรงนี้ไป ซึ่งมันผิดตั้งแต่ตรงไหนฮะ Minds เลย อื แล้วค่อยมาสัมมาสติ ถ้าในแง่ของ management เนี่ย สัมมาสติผมก็คือการประเมินพวก Evolution assessment ใช่มฮะ พวก evaluation assessment พวกเ เป็นตัวประเมินทั้งหมดเลย องค์กรที่ไม่เห็นตัวเองน่ากลัวที่สุด และที่น่ากลัวที่สุดเลยคือ CEO ไม่เห็นตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน CEO ไม่เห็นตัวเองว่ากำลังโลภ โกรธ หลง CEO กลายเป็นคนที่ใครก็แตกไม่ได้ อันนี้องค์กรก็เสียหาย เสียเสียหายทั้งชาตินี้ และชาติต่อไปนะครับ น่ากลัวมาก แล้วก็จบลงด้วยที่สัมมาสมาธิ ก็คือพวกของการโฟกัสจิต ว่างอย่างต่อเนื่อง พอจิตว่างเนี่ย สติมา ปัญญาเกิดเลย อื นะครับ จริงๆผมขอออกนอกเรื่องนิดนึงนะครับ ที่ผมมาเป็นพุทธเนี่ย คือผมถือศาสนาอื่นนะ ผมฟังเทปหลวงพ่อพยอมตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นเป็นศาสนาอื่น แม้แต่ตอนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา 10 ปีเนี่ย ผมมาเทปม้วนๆสมัยโบราณ 3 ม้วนไป ก็คือเทของหลวงพ่อพยอม ขอกราบท่านไว้หน้าที่นี้เลยนะครับว่า หลวงพ่อพยอมเป็นกระดุมเม็ตแรกๆที่ทำให้เด็กชาย วรพัฒน์รู้จักศาสนาพุทธอือาจารย์ยังเก็บเทปไว้มั้ยฮะ

อูเก่ามากเลย อ่า คือไม่ใช่แล้วฮะ เดี๋ยวนี้เป็นของหายาก โอ ต้องอยู่ในอเมริกาแล้วก็เร กั้นรายการเนี้ย เวลาเราเปิดแพทย์ทางโซเชียลเนี่ย คนที่อเมริกาดูกันเยอะมากนะ โดยเฉพาะทางยุโรป ทางอะไรเนี่ย หลายประเทศได้ได้ดูรายการนี้ดีครับ

เมื่อกี้พออาจารย์อาจารย์พูดถึงเรื่องมรรคมีองค์ 8 เนี่ย แล้วอาจารย์ก็ยกตัวอย่างจนครบทุกมรรคแล้วเนี่ย แต่มันมีอยู่คำหนึ่งฮะ ที่ผมไปเจออยู่ในหนังสือ the right Reader นะอาจารย์ครับ มันจะมีคำว่าที่ใช่ ที่ใช่ อ่าๆ คำว่าที่ใช่นี่มันเกี่ยวข้องอะไรกับหนังสือ the right Reader ฮะ

อาจารย์คือคือพอใช้คำว่าสัมมาทิฏฐิเนี่ย คนก็จะงงว่าสัมมาคืออะไร แล้วเราไปใช้กันว่าสมัยโบราณนะ ที่ชอบ อ่าอันนี้คือที่ชอบ หรือว่าที่ชอบเฉยๆ ใช่ ที่ชอบ ไอ้คำที่ชอบในสมัยโบราณมันแปลว่าที่ใช่อ๋อเหรอฮะ แล้วพอจากคำว่าที่ชอบมันก็คือที่ใช่ เสมอชอบมันก็คือใช่อเป็นคำโบราณ พอมายุคนี้แล้วผมว่าเด็กเจนใหม่พอไปบอกเาที่ชอบ ที่ชอบตีความผิดกันหมดจริงๆแล้วคือที่ใช่ แล้วที่ใช่พอแปลเป็นภาษาอังกฤษมันก็กลาย เป็น the right leader ไม่ไม่ใช่ผู้นำทางขวานะ แต่ว่าผู้นำผู้นำที่ไรที่ใช่อ่ะ อื ผู้นำที่จะหลุดพ้นออกจากวัฏสงสารนี้

อื แต่แล้วแล้วอย่างคำว่าผู้นำที่ใช่เนี่ย กับมรรคมีองค์ 8 เป็นมรรคที่ใช่ใช่มั้ยฮะ

หมายความว่าอย่างงี้ใช่มั้ยฮะ

ใช่ เป็นเป็นเป็นหนทางที่ใช่ เป็น the way

คำว่ามรนี่คือ the way เหรอฮะ

the way อ๋อ อย่างญี่ปุ่นเา้าก็จะมี the way of ID อ่าหนทางแห่งการเป็นนักรบอะไรอย่างเงี้ย ครับของเราก็เป็นหนทางแห่งการหลุดพ้น อื มรรค หรือมารคา คือหนทาง คือวิธีปฏิบัติ วิถี อะไรประมาณเนี้ย the way หมดไงออเป็น the way ครับก็คือมรคนั่นเอง

เมื่อกี้พอดีผมเอ่ยถึงชื่อหนังสือไป the right เด อาจารย์หนังสือเล่มนี้อาจารย์ฮะโทษที เขียนกันหลายคนมาก

เออคือจริงๆผมเขียนคนเดียวก็ได้ แต่ผมมีความเห็นว่าสมัยใหม่ควรทำอะไรแบบสร้างคนขึ้นมาด้วยอ่ะ ผมก็ควรจะเอาคนรุ่นหลังมาร่วมเขียนด้วย อื แล้วเวลาเขียนเนี่ยผมใช้วิธีล้อมวงคุยกัน แล้วเราตั้งกระทู้ขึ้นมา แล้วแต่ละคนที่มาเนี่ย ก็เป็น CEO เป็นผู้บริหารการตลาด เป็นคือๆจากคนเก่งๆมาล้อมวง แล้วคุยกัน ผมว่าน่าจะตกผลึกได้ดีกว่า อ แล้วผมก็จะขมวดไปด้วย ทำให้พวกเขได้เข้าใจทางธรรมมากขึ้น ผ่านการเขียนหนังสือร่วมกัน ก็เป็นอีกเทคนิคนึงของการเขียนหนังสือ อือฮือ แต่ว่าเป็นหนังสือที่อผมไม่รู้ว่าท่านผู้ชมจะได้มีโอกาสได้หนังสือเล่มนี้ ด้วยหรือเปล่า

เอางี้เดี๋ยวผมขึ้นข้างๆหน้าจอไว้นะฮะ ยังไงใครที่สนใจเวลาผมคุยเรื่องพวกนี้นะฮะ อาจจะไม่ได้คือต้องเรียนอาจารย์ตรงเเรามาคุยกับว่าอาจารย์เนี่ย อยากคุยเรื่องเรื่เรื่องนี้เกี่ยวกับธรรมะเต็มไปหมด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะให้ท่านผู้ชมได้รับรู้อะไไปด้วย ผมขออนุญาตขึ้นข้างๆเอาไว้นะ อาจจะรบกวนนิดหน่อย แต่ว่าท่านผู้ชมดูเองแล้วกัน หรือจะสแกนหน้าจอ หรือจะจดเบอร์โทรอะไรไปก็จดเองก็แล้วกัน ผมกลคุยกับอาจารย์ต่อก่อน

อาจารย์ครับ พูดถึงเวลาเราพูดถึงหนังสือ พูดถึงจะเรียกว่า product นี่เป็นหนึ่งในการตลาดในมิธพชงเองเนี่ย ผมเห็นหนังสือเล่มนี้แล้วผู้งถูกใจมากแล้วเชื่อว่าเชื่อว่าหนังสือ the right Reader เนี่ยกลาย เป็นหนังสือที่สมควรเป็นของขวัญให้กับ โอ้โห้าทุกองค์กรนะได้ได้อ่านแล้วที่ อาจารย์พูดทั้งหมดอาจารย์พูดหน่อยเดียว ฮะแต่ถ้าอยากรู้ละเอียดนะผมแนะนำนะฮะกลับไปดูหนังสือเล่มนี้นะ ภาพสวยงามมากในทนะที่ผมทำสื่อนะแลทำหนังสือด้วยขอชื่นชมหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างจะสวยงามมาก

ขอบคุณครับ แล้วไหนๆก็เหนๆอาจารย์มีอยู่อันนึงฮะ เวลาผมไปค้นแล้วผมก็จะไปค้นเพิ่ม ฮะมีสมุดนะฮะ ปกติมีหนังสือแล้วมีสมุดด้วย ฮะชื่อสมุดเพื่อนเตือนสติฮะ อาจารย์เดี๋ยอย่าอย่าว่างู้นงี้เลยไหนๆก็ย้อนหลังกลับไปแล้วเล่มนี้อาจจะออกมาแล้วหลายเดือนแต่ว่าอาจารย์ครับหนังสือตต้องเรียกว่าสมุด ดิผมเปิดมาข้างในมีมีช่องว่างๆเยอะ

สมุดเพื่อนเตือนสตินี่คืออะไรฮะอาจารย์ฮะ

คืออย่างงี้ครับ แทนที่เราจะอ่านหนังสือแล้วก็อ่านๆๆไปเลย เอาเป็นว่าทุกวันน่ะมีคล้ายๆกับไดอารี่ให้ให้มากรอกแล้วเขียนไดอารี่ ได้รับแรงบันดาลใจจากพระอาจารย์พุทธธาต อาจารย์พุทธธาตท่านเขียนไดอารี่ อ้า อันเนี้ยก็เลยปิ๊งว่าเอ๊ะ ถ้างั้นเราทำเป็นไดอย่างที่อาจารย์พุทธธาตว่า ตื่นเช้ามาให้ทำ Positive affirmation ตอกย้ำลงไปว่า ฉันมีคนมีความสามารถ ฉันเป็นคนเก่ง ฉันรักตนเอง อันนี้เป็นจิตวิทยาเชิงบวก บางคนอาจจะย้ำลงไปว่า ฉันเชื่อเรื่องนิพพาน อ่า ฉันเคารพพ่อแม่ การที่เราซ้ำๆอย่างนี้ทุกวัน หนังสือเล่มนี้เขียนได้ 365 วันก็ต้องซื้อใหม่นะ ก็เขียนก็จะเริ่มตจาก Positive affirmation ยืนยันยืนยันกันนิดนึง แล้วก็ค่อยไล่มาว่า วันเนี้ยเห็นความโกรธมั้ย ความโกรธเกิดขึ้นยังไง บันทึก บันทึก บันทึก บันทึก มีการตั้งเป้า ตั้งเป้าว่าฉันจะลดความโกรธได้ อย่างไร หรือตั้งเป้าว่าฉันจะทำความดีเพื่อผู้อื่นอะไรบ้าง อื หลักจิตวิทยานะครับ คนเราเนี่ย ถ้าได้เขียนอะไรลงไปแล้วเนี่ย มันจะเรียบเรียงสมองได้ดีมาก คนที่เขียนหนังสือเยอะๆเนี่ย สติจะดีกว่าคนที่ ไม่เขียนนะฮะ อ๋อ

คิดคิดออกมาแล้วเขียนด้วย ใช่ เพราะตอนที่จะเขียนมันต้องมีสติในการคิดก่อน มันมันเรียกงี้ได้มั้ยอาจารย์ เหมือนกับว่าเหมือนอาจารย์บอกว่าต้องฝึก ต้องฝึกอารมณ์นี้มั้ยฮะ

ต้องฝึกใช่เหรอฮะ ครับ การเขียนคือการฝึกอย่างหนึ่ง ฝึกแล้วมีหลักฐานด้วยว่าเมื่อวานไม่ได้ฝึก โอโกง ไม่ได้นะ โกงไม่ได้ พี่กลับไปดู อ้า ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยฮะ

เมื่อกี้อาจารย์บอกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนได้ 365 วัน คืออย่างงี้ ผมเข้าไปเสิรชดู บอกว่าหนังสือเนี่ยมีอยู่ 4 สี 1 สี 1 เล่มเนี่ยเขียนได้ 3 เดือน เพราะฉะนั้น 3 4 12 12 เดือนพอดี ครับ ยังไงถ้าเขียนครบเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลับมาซื้อใหม่นะฮะ อย่างงั้นเลยนะอาจารย์ ครับ อื

ทีนี้พอพอการเขียนหนังสือแบบเนี้ย เมื่อกี้อาจารย์บอกว่าในช่องว่างๆเนี่ย ก็ให้ทำเองคลคล้ายๆกับอันนี้เลย อาจารย์ล่า ล่าสุดเนี่ยพระอาจารย์พยอมแกแกทำแกทำพระยันต์นะอาจารย์ ออื แล้วพูดพพระยันปุ๊บคนคนก็จะเข้ามาด่าก่อนแป๊บนึงนะฮะ พระยันต์ของพระยันพยอมเนี่ยไม่มีตเต่าการันฮะ แกเอาตเต่าออกแกก็บอกว่ายันออกไป้า ให้ยันออกไป ยันความชั่วร้ายออกไป ใช่ แล้วแกเขียนว่าอะไรรู้มั้ยฮะครับ ท่านท่านอาจารย์มายอมเขียนว่าอาตมาปลุกแต่โยมต้องเสกเอง

ออันนี้พออาจารย์ทำหนังสือเล่มนี้ออกมานี่ ตกลงคนคนใช้ต้องเขียนเองเหรอฮะ

ถูกต้อง โอ สรุปแล้วเป็นเราเลยต้องเรียกว่าสมุดเพื่อนเตือนสติแทนที่จะเรียกว่าหนังสือ ใช่มั้ยอาจารย

ใช่ ให้หนังสือเป็นเพื่อนเตือนสติ แต่ผมต้องบอกท่านผู้ชมก่อนนะฮะ ว่าถึงแม้ว่าจะเป็นสมุดเตือนสตินะฮะ แต่ในประมาณ 10 หน้าแรกนะฮะ ต้องอ่านเลยนะครับ ไม่อ่านไม่ได้ เพราะในนั้นเนี่ย ก่อนเตือนสติเนี่ย เตือนตัวเองก่อนว่ามีอะไรบ้าง แล้วก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆนะ ที่ผมถามเรื่องอาจารย์เรื่องดักอะไรพวกเ เพราะว่าเงี้อาจารย์เวลาคนเราเข้ามาอยากรู้จักอะไรสักอย่างเนี่ย บางทีนานๆจะมาฟังรายการทีนึงครับ ใครที่ต้องการจะติดตามนะฮะ ข้อเขียนข้อคิดของพระอาจารย์วรพัฒน์ อาภาธโรนะฮะ หรือว่าผมเรียกเสมอว่าอาจารย์วรพัฒน์ ผู้เจริญเนี่ย สามารถติดตามได้ทางช่องทางแฟนเพจต่างๆนะฮะ ทางโซเชียล Network ผมขออนุญาตขึ้น QR coe ไว้นะฮะ วันนี้พูดไปเนี่ยเหมือนกับคล้ายๆกับว่าโทรมาภายใน 10 นาทีได้รับรางวัลอะไรบ้าง คือไม่ใช่แบบนั้นนะฮะ แต่ไม่บอกไม่ได้อาจารย์สมัยนี้โซเชียล ถ้าผมไม่พูดอะไรเลยเนี่ย คนเก็จะไปค้นหาอยู่ดี อันนี้เราถือว่าอำนวยความสะดวกนะ อำนวยความสะดวกโค้ดที่ขึ้นอยู่ข้างจอเนี่ยฮะ ท่านสแกนไปเลยนะครับ แล้วท่านก็ไปติดตามเป็นแฟนเพจนะฮะ เป็นทั้ง IG tiktok อ่า YouTube LINE ด้วยฮะ ทุกอย่างในคิวโค้ดเดียวกันนี่แหละ เดี๋ยวเข้า ไปแล้วเข้าเข้าไปเจอมูนิธิพวชง แล้วสามารถติดตามอาจารย์วรพัฒน์ ผู้เจริญ หรือพระอาภาธโร ผมใช้คำว่าพระอาจารย์รพัฒน์ อาภาธโร ใช้คำนี้นะครับ

ได้ครับอาจารย์ครับ มาถึงตรงนี้แล้วเนี่ย ผมอยากจะถามอาจารย์ว่าเวลาตั้งแต่อาจารย์นะ จริงๆประวัติอาจารย์เไปดูรายการเจาะใจก็ได้เนาอาจารย์ออกกี่รอบฮะอาจารย์ไปออกเจาะใจกรอบรอบหลายรอบเลยนะ ปกติรายการนี้ถ้าขอโทษนะ อาจารย์ถ้าถ้าถ้าไม่ดังก็ไม่เอาไปออกไม่มีใครดูใช้คำนี้แล้วกันนะ ท่านผู้ชมท่าดูย้อนหลังได้นะฮะ แต่ที่ถามว่าตั้งแต่จนถึงตอนนถึงตอนเนี้ย อาจารย์เห็นว่าในแต่ละช่วงเอาจารย์มีจุดเปลี่ยนมั้ยฮะ จุดเปลี่ยนของอาจารย์ตั้งแต่วันนั้นน่ะตั้งแต่อาจารย์ไปอยู่ที่วงการนาซ่าจนกลับมาเป็นพระอาภาธโรในวันนี้ แล้วเดี๋ยวอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ก็จะกลับมาเป็นเพศฆราวาสอีกครั้ง อาจารย์ลำดับให้ฟังหน่อยได้มครับมีจุดเปลี่ยนอะไรบ้างในแต่ในช่วงที่สำคัญในชีวิตครับ

โอ้ จุดเปลี่ยนเยอะมาก ถ้านับเปลี่ยนใจนี่ก็เปลี่ยนวันละหลายรอบ มันมีจุดนึงที่คนสนใจกันที่บอกว่าช่วงที่อาจารย์ตนะฮะ อาจารย์ได้รับอุบัติเหตุตรงๆนั้นมันมันเป็นไครสิทธิ์ หรือว่าเป็นจุดเปลี่ยนอะไรเยอะมากมากเลยเหรอเปลี่ยนฮะ อาจารย์เล่าให้ฟังนิดนึงหลายท่านอาจจะนึกไม่ออกแล้วก็ไม่ทราบเรื่องนี้

ผมกลับมาเมืองไทยได้ไม่เท่าไหร่เนา แต่งงานได้แค่แค่ 3 เดือนก็กระดูกหลังข้อแอ 4 มันร้าว ร้าวขึ้นมาแล้วก็ต้องนอนโรงพยาบาล ขยับตัวก็ล็อก โอ๊ยอฮะ ซึ่งตอนนั้นเองก็ยังไม่เข้าใจพุทธ แต่เผอิญ น้าคุณน้าผมน่ะน่นอยู่การไปฟ้าเนี่ย แล้วก็อีกหลายๆคนเนี่ยก็มามาสอนธรรมะผม ก็เลยเริ่มสนใจก็คิดว่าไหนๆนอนอยู่โรงพยาบาล ภาษาจีนเรียกว่าเจียบป้าบ่อสื่อไม่มีอะไรทำ่ะนะ ก็เอาเรื่องทางพุมาฝึกซะเลยดีกว่าดีกว่าอยู่เปล่าๆ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมใช้ปลายเท้าผมผมนอนแล้วผมก็ลองอ่ะ ไหนลองลองทำตามเขดูซิ พุทโธ พุทโธอันนี้อาจารย์ใช้เท้าเหรอ

ก็มันขยับตัวไม่ได้ นอนนอนกับพื้นระนาบอย่างงี้เลย ก็เหลือแต่เท้าที่ขยับได้ ก็พุทโธ เหยียบไปในอากาศนะฮะ พุทโธ พุทโธ คือนิสัยผมเป็นทำนองเรียกว่าอะไรที่แปลก อะไรที่ใหม่ เนี่ย อย่างศาสนาพุทธสำหรับผมเนี่ยแปลก ใหม่มาก เพราะผมไม่ได้เชื่อเรื่องทางพุทธมาก่อน แต่ผมเป็นคนนิสัยว่าลองสักตั้งนึงนะ ถ้าเราไม่เป็นรองของเขาให้ถึงที่สุดเนี่ย ห้ามวิจารณ์เขาว่าเาดีไม่ดี ห้ามบอกว่าของฉันดีกว่าของเขาดีกว่า เรายังไม่เคยไปอยู่กับเาไม่เคยไปฝังตัวแบบเาก็เลยคิดว่า อ่ะ ไหนๆก็นอนตรงนี้ละ ดูลมหายใจไปด้วย แล้วก็เดินจงกลมในอากาศไปด้วย ก็เริ่มเริ่มเริ่มเอ้อมันก็สงบดีเนาะ ไปเรื่อยๆเลย ตั้งใจว่าเออเดี๋ยว ถ้าแข็งแรงขึ้น ถ้ามีโอกาสนะอาจารจะบวชสักครั้งนึง เพื่อจะดูว่าคนพุทธเคุยอะไรกัน

ซึ่งซึ่งตอนนั้นอาจารย์ยังนับถือศาสนาคริสต์อยู่ใช่มั้ยฮะ

ครับ ยังไม่ได้มาเป็นพุทธนะฮะ อื แต่ก็กลัวๆกล้าๆเนาะครับ ผมก็เลยบอกทางศาสนาผมว่า ผมขอไปทำการทดลองแป๊บนึง ก็ไม่ได้ทิ้งศาสนาเก่านะ ผมก็บอกคุณแม่ผมว่า ทำไมคนเราต้องมีศาสนาเดียว ทำไมเราไม่เพิ่มศาสนาใหม่เข้าไปในเมื่อเราใจกว้าง ได้รักทุกคน รับมันหมด เลยรับที่รับที่ตัวแก่น หรือ essential ของศาสนานั้นเนอะ เราไม่ต้องเอาเปลือกเค้า อ่ะ เราเอาสิ่งที่เจาะไปที่หัวใจของแต่ละศาสนามันอยู่ที่ไหนอ่ะ แต่เวลาผมมาบวชทางพุทธเนี่ย ผมก็ต้องหาว่าแก่นลึกๆของการมาบวชเมันคืออะไร แล้ว Key Take Away จากการสึกออกไปมันต้องได้อะไรด้วย อันนี้ต่างหาก ทำให้หลังจากนั้นมาผมก็เริ่มอ่านทางธรรมะมากขึ้น ประกอบกับต้องขอบคุณหลวงหลวงพ่อพยอม ทำไมก่อนต้องเรียกหลวงพี่พยอมนะ หนุ่มมากตอนนะครับก็ได้อะไรดีๆฮะ โกรธคือโง่ โมโหคือบ้านี่ใช้ของท่านมาตลอดเลยนะ ประมาณเคคำเบสิคแค่นี้เองเหรอง่ายๆเลยก็ นึกถึงตอนที่ท่าน ไปโรงเรียนไหนก็ไม่มีใครให้สอนน่ะ ท่านมีไปขอเสอนธรรมะ ออ ทำให้เห็นว่า เออหลวงพ่อท่านนี้นะ มีความตั้งใจ ผมคิด เออพระแบบนี้ต้องมีอะไรดีแน่ๆ ไม่งั้นท่านคงไม่ลงทุนขนาดนั้นน่ะนะครับ แล้วก็ทำให้ประเทศเริ่มเปลี่ยนไปท่าน แล้วท่านก็ใช้สำนวนง่ายๆนี่ก็เป็นโรลโมเดลผมท่านนึงนะ ที่ใช้สำนวนง่ายๆ ใครจะตำหนิต่อว่าในท่านผมก็เอาเหอะ ไปที่ปรมัตถ์เหอะ ไปที่แก่นแท้เหอะ ไปดูที่ความจริงใจจของหลวงพ่อไปยอมดีกว่านะครับ บ่อยครั้งท่านอาจจะพูดนู่นพูดนี่ ดูที่ความ intention ความตั้งใจของท่าน ผมว่าอันนี้เป็นความที่สวยงาม ก็ผมก็เลยตอนนั้นก็บวช บวชผ้าป่า บวชไปก็ฝึกอย่างผ้าป่าเลย บวชกับหลวงปู่จันทา ถาวโร ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ขาว หลวงปู่ขาวเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มันนะฮะ ผมก็เอาสายสายผ้าป่าแท้ๆเลย ก็เรียนรู้อะไรมากมาย จนกระทั่งมาเจอก็สึกออกมานะ เพราะมีเวลาแค่ 15 วัน ความรับผิดชอบทางสังคมก็มีอยู่ แล้วผมก็บ่วยอทีกับหลวงพ่อกล้วย อันนี้ก็อยู่ในป่าช้าแล้วฝึกในป่าช้าอย่างเดียวก็ ก็ได้อะไรมาอีกอย่างนึงเนี่ย คือจุดจุดเปลี่ยนมีเยอะฮะ จนวันนึงเราไปค้นพบะมันไม่มีอะไรงั้นคนพบขวามไม่มีครับอาจารยอัน นี้นี้เป็นคำถามสุดท้ายแล้วกันครับคนไปลา พระอาจารย์มามากแล้วแต่เป็นคำถามที่พอถาม เสร็จพระอาจารย์คงถามผมว่าโทษนะฮะตกลงถามไปถามมานี่คุณจะถามคำถามนี้ทำไมคำถามของผมก็คือว่า ทุกวันนี้ที่สอนอยู่เนี่ยเราหลายๆท่านที่ฟังอยู่ในเผมเชื่อว่าเป็นพุทธมาประกาศด้วยซ้ำไปแล้วก็พยายามที่จะดูแลศาสนาพุทธแล้วก็มาฟังเรื่องตรงนี้โดยเฉพาะในช่องของกัลยานโอเคนะแต่ผมจะถามอาจารย์ว่าในสังคมทุกวันเมีคนเยอะแยะเลยฮะไม่นับถือศาสนาใดๆ เลยอาจารย์อยากจะพูดถึงคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเลยที่เข้ามาดูรายการนี้ว่าอย่างไรบ้างครับ

ผมก็นิยามไม่เหมือนใครนะ บางครั้งคนที่ไม่ถือศาสนาอะไรเลยอ่ะ บางครั้งใจกว้างกว่าคนมีศาสนาอีก คนที่ผมกลัวคือคนที่มีศาสนามากกว่า เนพอมีศาสนาแล้วก็ไปติดดียึดดีฉันถือศีลได้มากกว่าก็เริ่มเพ่งโทษชาวบ้าน อย่างอย่างบางวัดเนี่ยถ้าเราไปเนี่ยก็เพ่งโทษกันตลอด คนนั้นเสียงดัง คนนี้ไม่เรียบร้อย วุ่นวายไปหมด แล้วก็พยายามจะไปจัดระเบียบคนอื่นว่าต้องคิดให้เหมือนฉัน น่ากลัวคนมีศาสนากับน่ากลัวนะ แล้วในศาสนาเนี่ยมันก็มีคนคนดีก็มี แต่เพราะคนดีมีอยู่เยอะ คนที่เอาประโยชน์จากคนดีก็มี ก็กลายเป็นศาสนาบางศาสนา หรือแม้แต่ของพุทธเองก็จะมีกลุ่มที่เอาเปรียบประชาชน โกงกินกันในวัดเต็มไปหมดเลย ในนามแห่งความดีฉันขอใช้สิทธิ์นี้ด่าคนอื่น อืออันเนี้ยน่ากลัว ในขณะที่หลายคนไม่มีศาสนาเนาะเาช่วยมนุษย์ เาช่วยสัตว์เคทำอะไรดีๆมากมายนั้น คำว่าศาสนาเนี่ยผมเลยบองว่าเอ๊ มันอยู่ที่การนิยามละวัดกันที่ใจิครับ ใจใจคนไม่ต้องมีบัญญัติเลยนะว่าต้องอย่างงั้น ต้องอย่างงี้ ในทางพุทธนะครับ ยิ่งเราบัญญัติมากเท่าไหร่เนี่ย เราจะเจอทุกข์ได้ง่ายขึ้น เราจะลืมเนื้อแท้ของการเป็นมนุษย์เี่ก็คือความรู้สึกของใจ ความรู้สึกต่างหาก ตัวเนี้ย ความรู้สึกว่าเป็นทุกข์ เป็นสุข หรือไม่ทุกข์ ไม่สุข อยู่กลางใจเอันเนี้ยสำคัญกว่า คิด คิดๆๆอย่างเดียวเลย พอคิดก็บัญญัติ บัญญัต บัญญัต แล้วมนุษย์ก็จะมีแนวโน้มที่จะสะสม บัญญัติต้องอย่างงั้น ต้องอย่างงั้น ต้องอย่างงั้น ต้องงั้น ทะเลาะกันหมดเลย จนลืมดูว่าจิตเกิดอาการหรือยัง อื

ครับดูเหมือนว่าทั้งหมดทั้งมวลที่พระอาจารย์เล่ามาทั้งหมดนี่ก็คือว่าการพัฒนาตัวเองนี่ต้องเริ่มจากภายในก่อน

ถูกต้องครับ อือ

เมื่อกี้ นอกเรื่องด้วยเหมือนกันนะอาจารย์ ผมเนี่ยจะเริ่มต้นด้วยการนั่งพับเพียบมาคุยกับพระอาจารย์ อ ผมพับยังไม่ถึง 3 วินาทีผมก็กลับมานั่งขัสมาแล้วครับ อื ถ้าอันนี้นั่งพับเพียบแล้วดูดีแล้วสัมภาษณ์ไม่รู้เรื่องนี้แย่กว่าใช่มั้ยครับ

ใช่ เอาเนื้อแท้ของมัน อื เอาความตั้งใจ เอา essential จิตว่าง แต่ต้องยังประโยชน์นะ อื ยังประโยชน์ไม่ทำร้ายผู้อื่น กลับไปคำพูดแรกที่เราสัมภาษณ์กันเลย ออครับ ไม่ทำร้ายใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนฮะ แต่จิตเราก็แฮปปี้สบายๆ แฮปปี้สบายๆ สมัยเนี้ย ปฏิบัติธรรมเนี่ยเาใช้แฮปปี้นำหน้า สมัยก่อนเป็นเชิง Negative จิตวิทยาเหมือนกันเปี๊ยะเลยฮะ สมัยก่อนใช้ Negative psychology แก้ปมแก้ปมคนนั้นมีปัญหาสมัยใหม่ไม่สน อือดีตคุณเป็นใครผมไม่สน ขอให้คุณวันนี้คุณรักตัวเอง คุณมีดี คุณมีศักยภาพ เราใช้การชม การหาจุดดีของแต่ละคน appreciative inquiry ทางทางปฏิบัติธรรมก็เหมือนกันฮะ เราสร้างปิติปราโมทย์ขึ้นมาก่อน แล้วเราก็ดูสภาวะที่เราแฮปปี้เนี่ย มันจะคลายของมันเอง เราดูจิตของเราว่ามันคลาย มันมันค่อยๆไปสู่ความเป็นกลาง เราแฮปปี้ก่อน งั้นมีทุกข์อะไรเข้ามา ก็บอกตัวเองเลยว่าแฮปปี้ อื แฮปปี้ก่อนแล้วนั่งสมาธิ ลองดูนะฮะ 1 2 3 แฮปปี้แล้ว นั่งสมาธิจะต่างกลับมาถึงปั๊บนั่งเลย มันมีแต่ความอยากจะนั่ง ความอยากจะบรรลุธรรม ตัวอยากทั้งนั้นเลยฮะ ออความความที่เราอยากมารู้ธรรมเนี้ยก็ไม่ใช่แล้วใช่มั้ยฮะ

ไม่ ใช่เป็นตัณหาอีกแล้ว อ๋อ

งั้นพอกันฮะ คนที่แบบเคร่งศาสนาก็เต็มไปด้วยตัณหา ความอยาก อือฮะ แต่คนที่ไม่มีศาสนาเลย ก็จะไม่อยากอะไรทั้งสิ้น ก็ไม่ต่างกันแล้ว

ผมผมเคยเห็นนะอาจารย์ คนที่ไปวัดนะฮะ เดี๋ยวๆก็ไปวัดไปธุระ มีแต่ไปวัด สรุปแล้วงานการไม่ทำก็มีนะ ไปแต่วัดถูกต้อง

มีมีใช่มั้ยฮะ มีครับ

อย่างนี้เรียกว่าอะไรอาจารย์

อันนี้ก็ตัณหา หากินไปหมดแหละ อือ ยากไม่อยาก อยากไม่อยาก บางคนบางคนไม่ประสบความสำเร็จทางโลก แต่พอไปได้ฟังคำธรรมะแปลกๆ ดูเท่เนี่ย แล้วกลับมาโม้ใส่คนที่ไม่มาทางธรรมเนี่ย เค้ามีคุณค่า มีชาติตระกูลขึ้นมาทันที อ๋อ มันเป็นปมของเค้าเหมือนกันเเวลาพูดคำอรยากๆนี้ดูเหมือนเก่งใช่มั้ยใช่ จ เมื่อก่อนนี้ทั้งบ้านมองว่าเค้าเป็นคนที่ไร้สาระฮะ แต่ทั้งบ้านก็ไม่เคยไปวัดนะฮะ แต่เค้าไปวัดมาก่อน อือ กลับมามาพูดคำเท่ๆทางธรรมเนี่ย สายตาคนทั้งบ้านมองเอย่างมีคุณค่า ตกลงเไปติดติดยึดกับความสุขตรงนั้นะ อื ก็ยังไม่ใช่จากภายในอยู่ก็ไม่ใช่ เราจะเจอเยอะเลยครับคนที่ปฏิบัติธรรมแล้วออกมาข่มชาวบ้านว่าไม่รู้อันนั้นไม่รู้อันนี้ครับ

อาจารย์ สุดท้ายของสุดท้ายฮะ อาจารย์อยากจะฝากท่านผู้ชมที่ผมใช้คำว่ามีความหลากหลายทางวัยนะ อื ทั้งทั้งวัยทั้งวัยวุฒิ แล้วก็ผมเื่อกี้ผมเล่าอาจารย์ฟังแล้วคนดูรายการเนี้ย 18-60 15 เนี่ยเท่าๆกันหมดเลยเรียงตามไปช่วงๆๆเลยไม่รู้จะโฟกัสกลุ่มไหนอาจารย์อยากจะเล่าหรือพูดอะไร หรือว่าให้คำอะไรที่เป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้ชมในรายการกัลยานโอเคบ้างครับ

กราบ นมัสการก็มีคนถามผมเรื่องความต่างวัยเยอะนะ ผมว่าวัยมันก็เป็นสมมติน่ะ จริงๆแล้วที่เราแตกต่างกันทางด้านความคิดเนี่ย รวมกัน syy กันหลากหลายอ่ะ ทำกับข้าวนะ ใส่เกลืออย่างเดียวก็คงไม่อร่อยนะใช่ไหมฮะ ผู้ที่เขาคสูงอายุกว่าเค้าก็เหมือนมีมีความเป็นเกลือนะ เด็กรุ่นใหม่ก็เป็นพริกเผ็ดร้อนใช่มั้ ผู้หญิงบางคนก็มีความหวาน อ่า ผู้ชายบางคนก็มีความขม รวมตัวกันแล้วมันเป็นความอร่อยนะ ดังนั้นสิ่งที่บ้านเมืองนี้เราขาดไปอย่างแรงเลยก็คือเรื่องของการ respect เราไม่เคยเคารพซึ่งกันและกัน ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้เคารพในจุดแข็งของเด็ก เด็กมี ความกล้าเหมือนเ้าเป็นต้นไม้เป็นยอดอ่อน ต้องไปของเขาเรื่อย แต่คนแก่เหมือนลำต้นที่แข็งแล้วก็ไปคาดหวังว่าเด็กจะต้องเหมือนตน เด็กก็ไม่เข้าใจผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ต้องเรียกมาอบรมทั้งคู่เลย แต่ผู้ใหญ่อ่ะติดดี ในนามของความเป็นผู้ใหญ่ฉันขอใช้สิทธิ์ตำหนิเธอ อือื จิตวิทยาสมัยใหม่ยิ่งสอนยิ่งตำหนิเด็กยิ่งต่อต้านครับ ก็วิงวอนให้ผู้ใหญ่ทั้งนะครับ ถ้ามีโอกาสมาเรียนจิตวิทยาเชิงบวกกันได้ แล้วบ้านเมืองเนี้ยดิจิตอลเยอะขนาดเนี้ย จิตใจมนุษย์จะแย่ลง อย่างน้อยมาเรียนจิตวิทยาแล้วค่อยมาเรียนทางพุทธแล้วจะพบเห็นว่าพุทธเนี่ยล้ำหน้าจิตวิทยาไปไกลมากๆเลย อื ครับ งั้นถ้าอยากจะเก่งจิตวิทยามาเรียนพุทธ จิตวิทยานี่เด็กๆ แต่ถึงจะเด็กๆนะก็ควรจะมาเรียนเนาะ อื ไม่ งั้นจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่หลงตัวเอง พอลูกเป็น lbt gq นี่ก็แทบจะตายะไปบุลลี่เด็ก เนี่ยอันนี้ไม่ใช่ะไม่ได้ยอมรับไม่ได้ resp เ้า อื เา้าก็เป็นอย่างนั้นเอง เค้าก็เลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาเป็นลูกเรานะเเป็นทีมเดียวกับเรา ครอบครัวคือทีมเวิร์ค พอทีมเวิร์คแตกปั๊บ เด็กที่เกิดมาเห็นพ่อแม่ไม่เข้าทีม มันสังคมมันก็จะเริ่มแตกแยกไปเรื่อยๆ นั้นสิ่งที่สังคมแตกแยกทุกนี้เราไม่ resp กัน เราไปตีความอย่างงู้นอย่างนี้ คิดต่างคือต่อต้าน แล้วคิดต่างคือไม่ ใช่ พวกเป็นฝ่ายค้านก็จะค้านมันตะบั้นตะบึงไปเลยนะ ฉันจะเป็นฝ่ายรัฐบาลก็จะทำฉไม่ฟังฝ่ายค้านมันก็เลยไม่มีความ resp ซึ่งกันและกัน แค่การตั้งชื่อเนี่ยก็ทำให้เกิดปัญหาได้นะ ดันไปตั้งว่าพรรคฝ่ายค้านน่ะ ไม่มีพรรคฝ่ายอื่นแล้วนะครับ อ๋อชื่อชื่อก็ติดลบแล้วนะ แค่ชื่อก็ติดลบแล้ว นี่เป็นเพราะคนรุ่นเก่าเป็นสาย Negative psychology ตั้งชื่อติดลบเกือบหมดเลย

ยุ ต้องเหมือนเวลาคุยกับพระอาจารย์ถึงตรงนี้เนี่ย ถ้าเกิดมีใครมีปัญหามาถามพระอาจารย์ว่าเเด็กมันมีปัญหาจะแก้ไขยังไงดูเหมือนพระอาจารย์จะบอกว่าไปแก้ที่ผู้ใหญ่รครับ แก้ที่เธอก่อนนะที่มาถาม่ะ เนอะแก้แก้ทตัวเราก่อนเนาะเด็กเคือเด็ก อ่ะเาเพิ่งอยู่ในโลกนี้ไม่กี่ปีเราอยู่กัน 4050 60 ปีแล้วเรากลับไม่ศึกษาอะไร เด็กสมัยใหม่เนี่ยนะครับ เขาเรียนแค่ 1 สัปดาห์มีค่าเท่ากับคนแก่เรียนทั้งชีวิตเลยก็มีนะฮะ โออทุกอย่างมันอยู่ในโซเชียล ครับแต่เราไม่เคยสอนเค้าไง แล้วเด็กเนี่ยสมองบางส่วนมันเรื่องอ พัฒนาไม่เต็ม เราจะไปใส่ใจกับเขาทำไม เราก็ต้องใส่ใจเราแล้วก็ให้ความอบอุ่น ให้ความรักเป็น OIS ของเด็กมากกว่า ผันตัวเองไปเป็นชเป็น facilitator เป็น mentoring อืั้นถ้าผู้ใหญ่ที่ไม่มีความเป็น ming ก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ผู้ใหญ่ใจร้าย ด่าอย่างเดียวแล้วเด็กไม่โง่นะ เด็กสมัยนี้เ ก็มองรู้ว่าผู้ใหญ่คนนี้ไม่ใช่แล้วก็จะหา ว่าเออทำไมอย่างงู้นอย่างงี้ เราต้องเป็นตัวอย่างให้เด็กดูก่อน

แหม อาจารย์จริงๆแล้วพอคุยไปคุยมานี่ผมว่าไม่มีมิเวลาแล้วมันจะไปเรื่อยเลย เอางี้ท่านผู้ชมที่ชมรายการมาผมเชื่อว่าคิดเหมือนเหมือนเหมกันนะฮะ สแกน QR coe ด้านข้างไปเลยนะครับ ดูเลยนะฮะว่าตอนเนี้ยจะเข้าไปติดตามที่อาจารย์ได้สอนได้แนะนำ หรือว่าเ้าเรียกว่าอะไรถ้าไม่ใช่สอนแนะนำก็เรียก ว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเนี่ยแลกเปลี่ยน ชวนคิดชช่วยๆคิดเนี่ยหลายๆเรื่องที่ผ่าน มาแล้วเนี่ยกลับไปดูยหลังก่อนก็ได้นะครับ หรือว่าติดตามทางเพจที่ขึ้นอยู่ที่หน้าจอ นี้นะสแกนคอโดไว้เลยหวังว่าวันนี้รายการ ที่มีเวลาอันพอสมควรเนี่ยหวังว่าจะได้รับ ประโยชน์กับท่านผู้ชมตามสมควรนะครับ วันนี้กราบขอบพระคุณอาจารย์วรพัฒน์ อาภาธโร เป็นอย่างสูงครับ กราบมัสการครับ

เจริญพร

[เพลง]

แล้วพบกับรายการ กรยานโอเคกับพระคุณเจ้าพระพยอม กรยานได้ใหม่ที่นี่นะครับ อย่าลืมลืมกดติดตาม Subscribe กดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ อายุวันโนสุขังพลัง สาธุ สาธุ สาธุ