📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ชอบอะไรกับถนัดอะไรต่างกันอย่างไร เรียนจะจบแล้วยังไม่รู้จักตัวเองเลย | I Hate My Job EP.33

THE STANDARD18:32

Transcription

In the standards [เพลง] คอร์ดก๊าซไม่ลง การทำงานเปลี่ยนไป เด็กจบใหม่หลายคนเลยมืดแปดด้าน จะหางานอย่างไร ในขณะที่ทุกบริษัทก็ละเข็มขัดและรับคนเข้าทำงานยากเหลือเกิน สวัสดีครับ ผมทำที่ป๊าชอสวัสดีครับ ผมบอกเต่า และนี่คือ I hate my Job First Job เบอร์อินทูดี้อันโหนด พอดแคสต์จะเป็นคู่มือให้คุณเริ่มต้นงานแรกด้วยความมั่นใจและหาวิธีจัดการกับความไม่รู้ไปด้วยกัน ไป heat mind ยอมคำถามที่วันนี้เราได้มาเนี่ย ต้องเรียกว่าเป็นคำถามโลกแตกแล้วก็เป็นสิ่งที่คนถามอยู่ตลอดเวลา และช่วงหลังๆเนี่ย เราได้ยินคำถามนี้บ่อยมาก คือเราเรียนจบแล้วเนี่ย เรายังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่ แล้วล่ะ [เพลง] [เพลง] [เพลง]

การจัดการความรู้สึกนี้ยังไงดีนะครับ เพราะว่าหลายๆคนเนี่ยเชื่อว่าต้องมีการตั้งธงเอาไว้แล้วว่า ให้ฉันชอบสิ่งนี้ ฉันก็ควรจะทำงานตามสิ่งที่เรารักด้วยนะครับ เพราะว่าจริงๆเราเหมือนเรามีชุดความคิดสมัยก่อนแหละ ว่าช่วยคนเราเนี่ย มันเริ่มจากการเรียน เอ้อ พ่อเรียนเสร็จปั๊บ เราก็จะรู้แล้วว่าเราถนัดอะไร เราชอบอะไร แล้วเอาสิ่งนั้นเนี่ย เอาไปประกอบอาชีพต่อ ดังนั้นเนี่ย เวลาสมัยก่อนและมองเนี่ย ทรูภาพนี่คือ 5 ปี 10 ปี หรืออาจจะครึ่งชีวิตเลย ทุกอย่างเงี้ย ถูกร้อยเรียงล่วงหน้ากันหมดแล้ว แต่ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้เนี่ย มันอาจจะไม่สามารถมองภาพอย่างนั้นได้ละ เพราะว่าอะไรก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มีอะไรก็บอกว่าเดี๋ยวนี้โลกหมุนเร็วขึ้น สถานการณ์เปลี่ยนทีเดียวปั๊บ ทุกอย่างเปลี่ยนใหม่หมดเลย ดังนั้น เพราะว่ามันเป็นเรื่องปกติมากเลยว่า ถ้าเรียนจบแล้ว หรือบางคนอาจจะเรียนอยู่ระหว่างทางละ ปีสามปีสี่ใกล้ๆแล้ว ยังไม่สามารถค้นหาตัวเองได้เลย แล้วจะทำยังไงกันดี เธอ มาถึงที่ท๊อปส์เนี่ย เวลาเรามาตั้งคำถามดีกว่าว่า สุวัฒน์ที่ทำอยู่ประมาณเนี่ย ใกล้ๆเรียนจบแล้ว จะปี 4 ละ แต่ยังสับสนชีวิตอยู่เลย ยังไม่รู้เลยว่า S [เพลง] ตัวเองชอบอะไรเลย ถนัดแบบไหน เราควรจะคิดยังไงดี ไอ้น้องบอกก่อนที่จะไปสปอยกรรมคำตอบก็คือว่า แม้ว่าเราจะคุยกันเรื่องฟอร์ตซอร์บเบอร์ครับ แต่คำถามที่ทำมันเกิดขึ้นไปอยู่ตลอดเวลาเนอะ ต่อให้เราโตไปแล้วทำงานมาเป็นสิบปีแล้ว มันก็มี มันก็จะมีคำถามขึ้นมานี่ มันใช่ป่ะวะ หรือบางทีเราก็เห็นบางคนที่ทำไปโดยที่ไม่ได้ชอบ ใช่แล้วก็ทนทำไปเรื่อยๆก็มีเหมือนกัน เอ่อ ที่นี่เรียนจบแล้วยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะชอบอะไรเนี่ย จะบอกว่ามีคำถามที่มีคนหามาเยอะมากนะ ในการข้างในเพจ เพราะพี่ 8 ชรเนี่ย อ้า ถามตลอดเวลาแล้วก็ทำนึกว่าเป็นคำหาดคลาสสิค เอ่อ วันนี้เราก็จะคุยกันคลาสสิคนี่แหละ เขาให้คงเป็นปัญหาในทุกคนเจอกันเยอะ ก็ถ้าเป็นพี่ท็อป อย่างแรกเลยพี่เค้าจะหาก่อนเลยนะว่า แต่ความชอบของเรา ความถนัดของเราอ่ะ มันคืออะไรก่อนอ่ะ ทำได้โดยการที่ 1 [เพลง] คือเราต้องรู้จักตัวเอง มันต้องรู้จักประมาณนึงแล้ว เราเชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้อยู่ส่วนไหนอยู่ ทำอะไรแล้วมีความสุขว่ะ ทำไรเรารู้สึก เออ นี่คือช่วงเวลาของเรา เวลาทำได้ดีจังเลย ถ้าไม่รู้นะครับ ทำได้หลายวิธีมาก อันแรกก็คือถามคนรอบตัวเรา ไม่รู้จริงๆนะเว้ย เราเก่งอะไรวะ บางทีคนอื่นจะเห็นเราในมุมมองที่เราอาจจะไม่รู้ก็ได้ เพราะว่าเขาอาจจะเคยร่วมงานกับเรา ถ้าเราทำงานทำรายงานด้วยกันและกันออกอ่ะ เออ หรือมีโปรเจคอะไรอย่างเงี้ย แล้วเราเขาได้ใช้เวลาร่วมกันแล้วก็เห็นข้อดีอย่างเรานี่ แม่อันที่ 1 อันที่สองคือว่า อาจจะทำ Test ก็ได้นะ ก็เดี๋ยวนี้มีพวกเธอพรุ่งนี้เยอะ Head Unit เยอะมาก ซึ่งสามารถไปหาได้ในออนไลน์ คือทำทำไปเรื่อยๆไอ้กันทำพวกน้ำมันไม่ใช่มันไม่ใช่ได้คำตอบ Exact เลยนะ คือเราไม่ต้องไปยึดติดกับมันร้อย มีขนาดนั้นทำไมหายจะมีการผิดเพี้ยนไปบ้างนิดหน่อยจริงไหม จริง โดยเฉพาะมาไม่ต้องเลือกแบบเลือกค่าเลยค่ะ ในห้องซ้ายขวาอะไรอย่างไงบ้างดีแล้วก็จะรู้ต่ำบางมาก วันนี้ก็แบบก็เป็นกลางแต่แบบโยนๆไปข้างนึงแต่ก็ไม่เล่นฟิล์มทีเดียวเลย นี้คือทั้งหมดทั้งมวลทำฤทธิ์ทำทำเทตรงนี้เพื่อเห็นแนวโน้มอ่า คือมันอ่า เราจะเป็นคำตอบเป๊ะๆหรอก เราจะเห็นแล้วจะเห็นดับ Direction นิดเนี่ยยังไงว่าแม่ทำไปเรื่อยๆเราจะเริ่มเห็นแบบอ๋อ มันมีแนวโน้มว่าเราจะชอบสิ่งนี้ ว่าจะถนัดสิ่งนี้ ว่ารับปลายทางมันอาจจะมีอาชีพแบบนี้ได้ ก็น่าสนชายทำเพชรทำไปเลย เมื่อกี้เมื่อกี้ที่พี่ท็อปพูดเรื่องว่าถามคนอื่นเรา เราเพราะว่ามันมีสถานการณ์หนึ่งที่เวลาเราคุยกัน โดยเฉพาะบางทีในห้องสัมภาษณ์ เวลาที่เป็นคนสัมภาษณ์เนี่ย คนพูดหรือคนตอบเนี่ย บางทีเขาไม่รู้ตัวนะว่าเขากลางอินกับสิ่งนี้ เราก็ชอบที่นี่มาก ซึ่งเวลาการแสดงออกมาออกมามาเป็นประกายอร่อยจริงๆมันคือ [เพลง] แต่เป็นคนละคนโดยที่เขาไม่รู้ตัวเนี่ย เด้อมาตลอดเลย แต่พอคุยเรื่องสมมติคุยเรื่องอดิเรกปั๊บนะ โอ้โห กราฟนี้ครึ้มเลย ที่ท๊อปส์เลยค่ะ มีครับ เคยถามคนที่มาสัมภาษณ์งานว่ารับ สมมติว่าถ้าน้องได้ไม่ออกในการแฟนพันธุ์แท้วงเล็บสำหรับน้อยรู้จักอะไรบ้านไผ๋คือรายการอดีตที่ไหมว่าคนที่ชอบอะไรบางอย่างมาแล้วมาแข่งขันกันว่าแบบเขารู้จริงบนเรื่องนั้นแค่ไหน มีนั่งแต่ปรับแฟนพันธุ์แท้มาๆแฟนพันธุ์แท้ในเรื่องเที่ยวไม่รู้กินแล้วครับ เราไม่คิดว่าเป็นมันจะมีคนที่ชอบขนาดนี้แล้วเขาชอบมากจนเขารู้ลึกมากๆครับ คำหาแนทชอบถามนะ เพราะว่าเราถามแล้วจะดูว่าน้องอินกับเรื่องอะไรนะ เวลาเขาเหล้าอ่ะ คือต่อให้มันเป็นมันเป็นเรื่องที่เราไม่ได้ยินด้วยอ่ะ ต่อการที่เราฟังที่เขาถ่ายทอดพลังเขาถ่ายทอดความชอบของเขามาแล้วรู้สึกว่า อ้าว แล้วเขารู้จริงว่าแล้วก็ถ่ายทอดให้คนอื่นได้ด้วยอย่างเงี้ย อันนี้ก็จะอาจจะใช้ได้เหมือนกันว่าแบบ เราถามจากคนอื่นได้ด้วยว่า เออกูก็คิดว่าเราค [เพลง] [เพลง] ถ้ามีเอาอย่างไร เออ เขาเห็นเราทำในแล้วก็มีความสุขต่างเลยอ่ะ ที่มันอาจจะเป็นมุมที่เราไม่เห็นก็ได้ แล้วก็ต้องเทเสียงที่จริงที่เราให้ฟังกับอีกอันนึงก็คือว่า อาจจะลองไปดูในพวก linkedin พวกเขาเรียกว่าแบบเว็บกับ 5 งานทั้งหลาย คืออันนี้ไม่ได้ไปเพื่อหางานนะ ไปเพื่อ Research [เพลง] [เพลง] เฉยๆน่าสนใจเนี่ย อันนี้ไม่มีที่หนึ่งก็คือว่า ลองไปดูว่าเวลาที่เค้าพูดถึงคนที่ทำงานนั้นอ่ะ ทำงานสายอาชีพนั้นเขา เขาชอบพูดมันด้วยคำว่าอะไรบ้าง เช่นต้องเป็นคนที่ทำงานเป็นทีม เธอก็มีได้ชิบ ต้องเป็นคนที่ตัดสินใจแน่วแน่ๆ ต้องทำงานอะ Outdoor อะไรพวกเนี้ย มันจะเริ่มเห็นพวกนี้ มันเหมือนเป็นคำถามนะ โยนอย่างถามเราเหมือนกันนะว่าแบบมันใช้เราเพราะว่าคำไหนมันคิดเกอร์เราใช่ไหม มันทำให้เราเอาใจพองฟูขึ้นมาเลยเงี้ย อ๋อ อันนี้ก็ถามมาทำได้มาซึ่งพวกเนี้ยมันทำให้เรา [เพลง] นะ เฮ้ย มันมีใครจะในที่แบบนี้ว่ะ อะมีความชอบแบบนี้ไม่มีความถนัดแบบนี้ มันมีเฟอร์เรนซ์แบบนี้หรือมันมีแบบเป็นไวๆในการทำงานแบบนี้ดีกว่าไม่ได้เหมือนกัน หรืออีกวิธีหนึ่งทวิตตรงข้ามครับ ดูว่าเราไม่ชอบอะไร อ. ชวิศตัดออกใช่มั้ย ใช่ เราไม่ชอบอะไรนั้นเป็นไปได้ว่าไอ้วัฒน์ถ้าเราทำสิ่งตรงข้ามอาจผิดชอบได้นั้น เช่นเราไม่ชอบการที่ต้องคุยกับคนเยอะๆ เออ มันแต่ว่า เอ่อ บางทีเราอาจจะชอบหรือเราอาจจะถนัดการทำงานคนเดียวว่าหรืออาจเป็นทีมที่เป็นทีมซัพพอร์ตยังไงให้ๆอันนี้เราก็จะค่อยๆแบบรู้จักตัวเองมากขึ้นจากการสำรวจ ปัญหาข้อแรกสำหรับพี่ท็อปจะบอกเลยว่า ค้นหาตัวเองซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลามาอะเนอะ พอเราค้นหาตัวเองเสร็จแล้วว่าคำถามต่อไปที่มันจะตามมาคือ รู้แล้วแหละว่าชอบอะไร ถูกไหมครับ คำถามคือ แล้วเราต้องทำงานกับสิ่งที่ชอบด้วยหรือเปล่า จริงๆเราอ่ะมีสำหรับ ถ้ามีคำถามแล้วว่าคำถามเนี่ย ค่อนข้างชัดเลยว่าไม่จำเป็น เพราะว่าเราสิ่งหนึ่งที่ต้องที่ต้องปรับชุดความคิดก่อนคือ เราเชื่อว่าสมัยก่อนเนี่ย เวลาคนเรียกว่าทำงานน่ะ มันเหมือนทางชีวิตมันต้องทำงานอยู่แค่อย่างเดียวใช่ไหมค่ะ ใช่ คือเขาอาชีพเนี่ย มันมีมันเหมือนมันมีสติ๊กเกอร์แปะหน้าผากเลยว่า ฉันเป็นครูจะได้พนักงานออฟฟิศ ฉันจะเป็นแบบนี้วันนี้วันนี้ถูกป่ะ อะไรนี่อยู่นอกเหนือสติ๊กเกอร์อันนี้อาชีพนี้เรา ถ้าไม่ได้ แต่ว่าในบริบทของทุกวันนี้จะสังเกตเลยว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้อย่างนั้นแล้ว คือสามารถเป็นหลายอย่าง ทำอะไรละอย่างได้ ผมพร้อมกันครับ ดังนั้นกลายเป็นว่าถ้าเราสามารถรู้ว่าเราชอบอะไรเนี่ย เราต้องบอกก่อนว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่เป็นงานหลักของเราหรือที่ต้องใช้เวลาเยอะที่สุดเสมออะไร แต่เราสามารถเอาไอ้สิ่งที่ชอบหรือถนัดนั่นแหละ มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราได้ที่ห้อง แม้ว่าด้วยความจำเป็นหรือด้วยอะไรบางอย่างเนี่ย เราอาจจะต้องเป็นพนักงานออฟฟิศอย่างเช่นเราบอก [เพลง] [เพลง] สิ่งที่เราจบบัญชีมา เราต้องเป็นนักบัญชีหรืออาจจะต้องทำงานอยู่ในสถาบันการเงินจริง แต่ก็ไม่ต้องหาว่าชีวิตนี้นะ มันจะไม่มีพื้นที่อื่นสำหรับตัวเราเลย อย่างเช่นเอาจริงๆชอบทำอาหารด้วย ชอบปลูกต้นไม้ด้วย ชอบเลี้ยงสัตว์ด้วย เราก็สามารถทำเอาสิ่งพรุ่งนี้เนี้ย มาเป็นอาชีพเหมือนกันนะ เวลาพูดถึงความชอบความถนัดอย่างเงี้ย เวลาเขาบอกว่าต้องทำงานที่เราชอบ สำหรับพี่เองที่จะมีความรู้สึกว่ามันแค่ไปโลกนี้ไม่ได้อยู่ได้แค่ความชอบอย่างเดียว มันมีอีกมุมหลายๆมุมเลยที่จะต้องนึกถึง อย่างแรกคือถูกต้องเราชอบหรือเปล่า ทำแล้วมีความสุขไหม อันนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว อันที่สองคือขนาดไหมพี่พิมพ์ไม่เคยหรือเปล่า ถ้าชอบแบบไหนเหมือนกันเน๊อะ เฮ้ยๆ บางคนถ้าชอบร้องเพลงแต่ว่าใช่เราดีหรือเปล่า อีกเรื่องนึงเหมือนร้องพอที่จะประกอบอาชีพทำไมนี้เรื่องนึงนะ โอเค แล้วก็ลองในห้องน้ำได้ก็พอที่อย่างเงี้ย ชอบ musical อ้าคอปเตอร์ 5 นาที แต่ว่าถ้ารู้ขึ้นไปใช่ไหม ให้ไปอยู่บน Stage [เพลง] ก็อาจจะไม่ใช่เปล่าวะ อาหารหรืออาจจะยังเพราะยังไม่ได้ลองทำเลยแล้วแต่เลยตอบรู้สึกว่ามันเราอยู่ที่แค่ความชอบเราไม่ได้อยู่ที่ความเท่านั้น มีชอบเล่นอะไรไหม อีกอันต่อมาคือเป็นที่ต้องการหรือเปล่า มีเรื่องการนี่มันจะเริ่มมีเรื่องของอาชีพหาเรื่องของอุตสาหกรรมในที่การเติมโตดีมานด์ซัพพลายในตลาดอะไรเป็นเป็นงานที่โลกต้องการอยู่ไหม เออ มันสามารถที่จะเติบโตได้หรือเปล่า แล้วเราว่าสุดท้ายนอกจาก 3 อย่างเนี้ย อีกอย่างหนึ่งซึ่งเราว่าในยุคเนี้ยมันจำเป็นแล้วก็มันคือความจริงอ่ะ คือมันทำให้ชีวิตเราอยู่รอดหรือเปล่า จริง คือถ้าภาษาอังกฤษเขาบอกว่ามันเพ W ขึ้นมาว่ามันจ่ายค่าไฟค่าน้ำเราได้หรือเปล่า ถูกมั้ย เพราะว่าบางทีความชอบหรือสิ่งที่เราอยากทำสุดท้ายแล้ว โห ถ้าทำจริงๆชีวิตนี่คือกัดก้อนเกลือกินมากเลยนะ จริง [เพลง] [เพลง] แต่เราว่าในในยุคที่ปัจจุบันที่อะไรก็โอ้โห บับอยากขึ้นลำบากขึ้นเนี่ย ปัจจัยนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราต้องมานั่งให้น้ำหนักอยู่เหมือนกันว่า เฮ้ย สุดท้ายแล้วถ้าเราทำเอาความรักเอาความชอบนำหน้าเนี่ย ก็กดชีวิตอื่นนี่คือทุกข์ทรมานมากเลย เฮ้ยกัดก้อนเกลือกินก็ไม่ว่าเงินใช่จริงๆมันคือการบริหารทั้ง 4 ด้านนั้นต้องอยู่กับสิ่งที่ชอบได้ด้วยนะ แล้วก็ต้องทำสิ่งที่ถนัดได้ด้วย ขนาดนี้คือต้องพัฒนาได้ด้วยนะ ไม่ใช่แบบว่าเก่งแล้วก็เก่งหรือฮะ เออ แล้วก็เป็นที่ต้องการ เป็นที่ต้องการเนี่ย มันเหมือนกับตอบโจทย์สังคมไหม ช่วยเหลือคนอื่นได้หรือเปล่า แก้ปัญหาคนอื่นได้ไหมด้วยเนาะ เออ อ่า สุดท้ายก็คือว่า อะไรได้มันมาหรือเปล่าคะ มันคงมีไหม เจอกันไม่อยากให้มองแค่ตัวเป็นตัวเงินเนอะ เข้าใจเรื่องของความความรู้สึกด้วยซ้ำอ่ะ อ่ะค่ะๆ ความรู้สึกความมั่นคงว่าอยู่แล้วที่นี่เป็นบ้านเราได้ตามที่นี่เป็นครอบครัวเราได้ไหมล่ะ [เพลง] หมอเขาหรือเปล่าอย่างเงี้ย มันคือเรื่องของการพลัง 4 ของ 4 ด้านเนี่ยน เพราะฉะนั้นเวลาที่บอกว่าเราจะต้องทำงานที่ชอบอาจจะไม่พอใช่ เราเราเชื่อว่ามันไม่มีมันไม่มีหรอก แต่ว่าปัญหามันยากมากเลยนะที่เราจะมีแบบ Perfect Job อ่ะ ที่บางโมโหงานเดียวมันติ๊กถูกช่องเลย บอกว่าจริงคอบถนัดลงต้องการเงินเดือนก็ดีอะไรอย่าง คือเราว่าในความเป็นจริงนะ มันมีคนอยู่เยอะมากที่ยอมทำงานทางที่ตัวเองอาจจะไม่ชอบมาก แต่ไม่ได้น้อยก็ไม่ได้ผิดตั้งแต่เพราะว่ามันตอบโจทย์อะไรบางอย่างในชีวิตเขาทุ่มแม่อย่างเช่น คืองานอาจจะไม่ชอบหรอก แต่อยากฝึกอะ มันทำให้ตัวเองเติบโตอ่ะ หรือเธอพูดกันตรงๆคือบางคนเนี่ย งานรู้สึกเฉยๆมากเลยนะ แต่เฮ้ย เงินดีอ่ะ แล้วตอนนี้ชีวิตเราจำเป็นต้องใช้เงินน่ะ เออ มันก็เราถือว่ามันมันก็เป็นการคิดที่ที่เราจิกดีที่ว่ามันตอบโจทย์ชีวิตเราใช่ ถ้าจะแนะนำสำหรับ [เพลง] ที่ 2 ทิศเป็นไฟสอบเบอร์ อยากให้เริ่มต้นที่ชอบพัฒนาถูกต้องอ่า แต่อีก 2 [เพลง] อีกคือคือโลกต้องการน่ะ ยังอย่างน้อยบริษัทมันมีนะ น้องมาอ่านนะครับ มันเป็นปัจจัยที่เรามีคนอื่นช่วยช่วยเหลือได้อยู่ว่าเขาเลือกมาแล้ว ธุรกิจเนี่ยมันอยู่รอดต้องก็คือใครอะไรที่ไม่จำเป็นเดี๋ยวมันจะถูกคัดสายทีเดียวอ้ะ เดี๋ยวมากบเนี่ยก็ต้องหายไปเองแล้วก็ว่าคงไม่จำเป็นจะต้องทำสิ่งนั้นหรือหรือว่าถ้าเกิดน้องวันหนึ่งข้างหน้านะครับ น้องมองเห็นแล้วว่าปรับที่ไม่มีปัญหานะที่คนต้องการอยู่แต่ยังไม่มีคนทำสิ่งนี้ซะที น้องอาจจะเป็นสตาร์ทอัพหรือน้องอาจจะมาทำธุรกิจในบางอย่างจะไปตอบโจทย์คนเหล่านั้นก็ได้นะ เอ่อ นะ เป็นอนาคตไป อันสุดท้ายก็คือว่า แล้วมันอยู่ได้ไหม ให้คิดถึงว่าแบบเวลาที่กระป๋องพูดถึงเขาว่าอยู่ได้หรือเปล่า มันมันต้องใช้เวลาเหมือนกับเนาะ ใช่ เฉพาะสำหรับเฟอร์ซอร์บเบอร์มันก็จะมีความร้องที่ร้องถูก มันจะมีความชอบแต่ตอนแรกว่าถ้ามันเดินมาแค่นี้วะ On คุณแม่ที่ต้องอย่าลืมว่าเงินเดือนนั้นมันไม่ใช่เงินเดือนในชีวิตเรานะ ไอ้ไม่เห็นมันจะใช้ว่าเราไม่ต้องอยู่กับเหตุมันไปทั้งชีวิตนะ in her ทั้งคนจะกลัวว่าอาวุธซันสตาร์ใช่แบบหมื่น 5,000 คิดว่าหัวเราะเช่นที่จะฉันจะใช้ชีวิตรอดได้ยังไง มันคือหนทางยังอีกยาวไกลอ่ะ มันจะมีการพัฒนาอีกเยอะใช่ เพลงนี้มันคือเรื่องของ Balance อันต่อมาก็คือว่า อาจจะใช้วิธีของการรีเสิด [เพลง] ต่อไปจนถึงว่าพวกนี้เวลาอ่านเวลาได้คุยคนที่มีประสบการณ์แล้วครับ เราจะได้รับอาทิตย์ดูดีๆมาด้วยน่ะ ใช่อ่า ซึ่งอันนี้มันเหมือนจะเป็นการที่ช่วยสร้าง for [เพลง] เดชั่นที่แข็งแรงให้เราก็ให้กับเราได้ด้วย สุดท้ายเนี่ย เราเชื่อว่ามันกลับมาที่คำถามเดิมและว่า เอ๊ะ แล้วเราต้องทำงานที่ชอบไหม หรือเราต้องค้นหาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลยว่าตัวเองชอบอะไร เรา เราอยากจะรู้ว่าด้วยสถานการณ์ลงทุกวันเนี้ย มันมันไม่ได้มีคำตอบเดียวทั้งชีวิตอรรถอันจริง คำตอบเปลี่ยนไปเรื่อยๆเพราะคำถามเนี่ยมันก็เปลี่ยนได้เรื่องเหมือนกันนะ ว่าไปในวันนี้โจทย์ของตัวเองคืออะไร แล้วงานที่จะสามารถตอบโจทย์ได้ณโมเม้นนั้นเนี่ย มันก็ต้องเปลี่ยนไปตามไปตามหากันเหมือนกัน ดังนั้นอยากจะบอกน้องๆโดยชอบ First ช้อปเปอร์ว่า ไม่ว่าน้องจะอยู่ที่ปี 2 หรือนั้นจะอยู่ปี 4 หรือแม้แต่ว่าน้องอาจจะทำงานมา 2-3 ปีแล้วแล้วยังไม่รู้เลยว่าไอ้ตัวเองชอบอะไรเนี่ย ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกลัว มันเป็นคำถามที่คลาสสิคมากแล้ว มีคนรู้สึกเหมือนกันหมด ดังนั้นแค่กลับมามองตัวเองนะครับว่า ให้วันนี้โจทย์ของเราคืออะไร แล้วดูว่างานจะทำนั้นน่ะมันตอบโจทย์แล้วหรือยัง ถ้าจะให้แนะนำก็คือว่า ไปใช้เวลากับมันเยอะ แต่เป็นฝึกงานก็ได้ ไปขอทำฟรีเรื่องได้เลยนะค่ะ อยากรู้จริงว่ามันให้ทางหรือเปล่า แล้วงานแบบนี้มันเป็นยังไงวะ ไปลองทำอีกแบบนี้ก็คือว่า ไปเรียนหรือดู YouTube ได้นะ คือครับ ลองลองดูว่าแบบความรู้ในแนวเนี่ย เวลาเราอยู่ใช้เวลากับมันแล้วอ่ะ เออ เราแฮปปี้เปล่าวะ เราอยากรู้ต่อหรือเปล่า แล้วรู้สึกว่ามันน่าเบื่อเราจะได้ตัดจ๊อยไปเรื่อยๆ ถ้าทำแล้วเราพบว่าแบบก็ไม่ชอบก็ดีก็ตัด Choice ไม่ได้เสียเวลาเลย คนเราไม่ได้แค่ต้องรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ต้องรู้ด้วยนะว่าเราไม่ชอบอะไร เออ เราไม่ควรจะเสียเวลาอะไรต่อไปอีกแล้ว สุดท้ายว่าคำถามเนี้ย เรียนจะจบแล้วยังไม่รู้เลยว่าจะชอบว่าชอบอะไรเนี่ย เวลาที่พูดถึงคำถามเนี่ยไม่อยากให้ Stick กับ [เพลง] อุ้ย อย่ายึดติดกับตำแหน่งงาน เพราะว่าพอพูดถึงตำแหน่งงานแล้วครับ วันหนึ่งตำแหน่งงานนั้นอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้นะ จริง หรือมันอาจจะมีตำแหน่งงานใหม่กันขึ้นมาก็ได้ เอาเงี้ย สมัยเราเรียนกันอยู่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มันมีงานโดยต้าเซ็นทรัล เราเชื่อว่าแม้แต่ตำแหน่งงานเดิม เพราะว่านักการตลาดในยุค 10 ปีที่แล้วกับวันนี้ก็ไม่เหมือนเดิมเลยย her เพราะฉะนั้นถ้าเราไปยึดติดกับว่าฉันจะต้องเป็นเบต้า scent is ฉันจะต้องเป็นนักการตลาดจะต้องเป็นโดย Position [เพลง] โดยไทเทอร์แล้วอ้ะ มันอาจจะไม่ได้ยืดหยุ่นพอที่จะทำให้เราเติบโตได้ ให้ยึดที่ความชอบความถนัดของเราก่อน ความสามารถที่เรามีแล้วเชื่อไหมว่าคอทำทรงนี้ให้มันเก่งขึ้นพัฒนาที่มีวันแม่ขึ้นอ่ะ ไอ้พวกไข่เตอร์เดี๋ยวมันมานะ การที่เรา Drive ตัวเองผ่านความชอบความถนัดจะพระชาติที่เรามีความสามารถที่เรามี บางทีเราอาจจะกลายเป็นคนที่ดีฟายตำแหน่งนั้น [เพลง] อาซาแล้วฟัง I hate my Job Episode [เพลง] นี้แล้วเฟืองจับเบอร์คนไหนที่มีคำถามสงสัยอยากให้ตอบในรายการสามารถส่งคำถามมาได้ทาง Facebook The Standard หรือทวิตแล้วติดแฮชแท็กในเฮ็ดไม่ตอบได้ครับ สะกิดอันใดเฮ็ดไม่ตอบได้ทางเว็บไซต์ The Standard YouTube ปอตติฟายและทุกพอดแคสต์ Player ที่คุณเขินอะ