Transcription
ช่วงนี้ประเด็นที่ครองในโซเชียลมากๆ เลยก็คือเรื่องของสำนักงานประกันสังคม ดูเหมือนว่าทัวร์จะเป็นการลงขบวนใหญ่เลยนะคะ เพราะว่าก็มีการตั้งคำถามกันหลายประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของความโปร่งใสในการบริหารกองทุนด้วยค่ะ
มีพูดถึงเรื่องของการบริหารเงินกองทุนว่า จริงๆ แล้วควรใช้มืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการมากกว่า เพื่อให้มีความมั่นใจว่าผลตอบแทนหรือว่าเม็ดเงินที่สมาชิกที่เขานำส่งเงินเข้ากองทุนจะผลิดอกออกผลมาก โดยที่ไม่ต้องกังวลมากเหมือนทุกวันนี้ครับ
ในช่วงนี้มีการพูดกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณผู้ชมมีการตั้งคำถามกันเยอะมากนะคะ ว่ากองทุนประกันสังคมจะล่มสลายใน 25 ปีนี้หรือเปล่า โดยเฉพาะเนี่ยประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว แล้วคนที่มีการจ่ายสมทบไปทุกเดือนทุกปีเนี่ยจะได้ใช้สิทธิ์ตรงนั้นหรือเปล่า พอตัวเองเกษียณไปนะคะ คำถามนี้ถูกตั้งเยอะมากๆ เลย เพราะว่าการบริหารงานของสำนักงานกองทุนประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามในเรื่องของการเอาเงินไปตัดสูท เรื่องของค่าดูงานที่นั่ง First Class หรือว่าการใช้งบประมาณกับปฏิทินแล้วก็อีกหลากหลายนะคะ
เดี๋ยวไล่เรียงดูกัน ซึ่งผู้ประกันตนเกือบ 25 ล้านคนเอง เขาก็มีความหวังเหมือนกันว่าพอเกษียณอายุ เงินที่ตัวเองจ่ายสมทบไปในสมัยที่ตัวเองทำงานเนี่ย ก็จะได้รับประโยชน์ในตอนที่ตัวเองเกษียณนะคะ แล้วก็การทำงานของในการบริหารกองทุนประกันสังคมเนี่ย ก็ถือว่าเยอะทีเดียวนะคะ 2.8 ล้านล้านบาท ก็มีเป็นแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพราะว่ามีการตั้งคำถามถึงการทำงานของทาง สปส. เนี่ยแหละ ทีนี้ถ้าเกิดว่าเราไปดูกันหน่อยว่าในโลกโซเชียลตอนนี้ เดี๋ยวเราไปไล่ดูกันเลย คุณผู้ชมว่าทีละประเด็นมี engagement และมีการพูดถึงในโลกออนไลน์มากน้อยแค่ไหนในประเด็นเรื่องของกองทุนประกันสังคม การทำงานของสำนักงานประกันสังคมนะคะ บริษัท ไทไซตี้ ประเทศไทย ไปเก็บข้อมูลผ่านเครื่องมือโซเชียล EY ตั้งแต่วันที่ 1-29 มกราคมที่ผ่านมาเลย พบว่ามีการพูดถึงประกันสังคมโดยรวม หรือว่าการ mention ถึงเนี่ย ประมาณ 418,600 กว่าข้อความ แล้วก็มียอด engagement สูงถึง 36,500,000 engagement ข้อมูลก็ชี้ชัดนะคะว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่หลักของการพูดถึงประเด็นนี้ ถึงประมาณ 61% ค่ะ แล้วก็ TikTok ก็เป็นช่องทางที่กระจายข่าวได้รวดเร็วที่สุด มีการพูดถึงในเรื่องของประกันสังคม ถึงประมาณ 27.9% 19% ค่ะ
มี 5 ประเด็นร้อนที่ร้อนแรงมากๆ ในโลกออนไลน์
มันก็เป็นการบ่งบอกว่าจริงๆ ผู้ประกันตนเขาไม่ได้ต้องการแค่การใช้สิทธิ์ในการรักษาฟรี หรือใช้สิทธิ์เฉพาะในกองทุนเท่านั้น แต่ว่าเขาต้องการเรื่องของความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนด้วย มาดูกันว่า 5 ข้อมีอะไรบ้าง และแต่ละข้อร้อนแรงขนาดไหน มีตัวเลขเป็น engagement มาให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย
ประเด็นแรกเลยครับ ระบบล่ม เรื่องของเว็บแอปที่ล่ม มูลค่าตั้ง 850 ล้านบาท เรื่อง Hua ประมูล อันนี้ก็บอกว่าได้ไป 8 ล้าน engagement เรื่องเว็บล่ม ซึ่งมูลค่ากว่า 850 ล้านบาท พอระบบมันเกิดความขัดข้องล่าช้า คนที่เขาเดือดร้อน เขาไม่สามารถเบิกเงินชดเชยได้อย่างทันท่วงทีครับ คนใช้งานจำนวนหนึ่งสะท้อนประสบการณ์ที่ไม่ดีเลย แบบนี้บอกว่าพอระบบหลังบ้านมันล่มเนี่ย ผู้ประกันตนก็เดือดร้อน เพราะว่าไม่สามารถเบิกอะไรได้เลยนะครับ มีข้อมูลว่าทางสำนักงานประกันสังคม เขาชี้แจงถึงสาเหตุของปัญหาแล้วก็แนวทางการดำเนินการ อย่างเช่นการเพิ่มกำลังบุคลากร เพื่อที่จะรองรับให้ได้ประมาณ 35,000 รายต่อวัน แล้วก็มีการพูดถึงเรื่องของการพิจารณาเงื่อนไขและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับคนที่เข้ามาเป็นผู้ให้บริการระบบ หรือว่า vendor อันนี้ยังเป็นประเด็นที่หลายๆ ฝ่ายให้ความสนใจแล้วก็ติดตาม อยากเห็นความคืบหน้าของการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดครับ
อีกประเด็นนึง อันนี้ก็ถือว่าได้ engagement ไปเยอะทีเดียวนะคะ แต่ก็อาจจะไม่สู้เรื่องของเว็บแอปเท่าไหร่ ถึง 8 ล้าน engagement แต่อันนี้มีอยู่ที่ประมาณ 4,500,000 engagement ก็คือแนวทางในการที่จะบริหารงานของทางสำนักงานกองทุนประกันสังคมนี่แหละค่ะ คุณผู้ชมว่าควรที่จะมีการปฏิรูปโครงสร้างหรือเปล่า เพราะว่าคนที่รับเงิน หรือว่าสิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมเนี่ย เขาไม่ใช่ข้าราชการ แต่กลายเป็นว่าคนที่บริหารกองทุนนี้เนี่ย ที่ทำงานอยู่ในสำนักงานกองทุนประกันสังคมเนี่ย เป็นข้าราชการนะฮะ ก็ก็เลยมีไอเดียว่าจะเสนอเสนอว่าจะแยก สปส. ออกจากระบบราชการ เพื่อที่จะบริหารจัดการกองทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นมั้ย
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องนะคะ มีการตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ก็คือจะมีตัวแทนฝั่งลูกจ้าง ฝั่งนายจ้าง แล้วก็ตัวแทนจากภาครัฐ เนี่ย เพื่อที่จะมาศึกษาเรื่องนี้ในประเด็นนี้อย่างชัดเจนเลย ก็มีกรอบระยะเวลาอยู่ที่ประมาณ 60 วันนะคะ แต่ว่าก็มีกลุ่มคนที่มองเหมือนกันบอกว่า ถ้าเกิดว่าแยกทางสำนักงานกองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ ก็จะส่งผลเสียต่อประชาชนในระยะยาวหรือเปล่า ถ้าเกิดว่าขาดกลไกที่จะกำกับดูแลที่รัฐกุมพอ อันนี้ก็กำลังถกเถียงในวงกว้างนะคะ ก็เดี๋ยวสังคมก็กำลังรอดูว่าสุดท้ายเราจะเป็นในทิศทางไหนค่ะ
ประเด็นที่ 3 ก็คือเรื่องความเหมาะสมในเรื่องการใช้งบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตัดสูท 35 ล้านบาท เยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบินไปดูงานแบบหรูหรา เตือนความเหมาะสมหรือไม่ของผู้บริหาร เอาเรื่องของการตัดสูทให้กับพนักงานของสำนักงานประกันสังคม 7,000 คน คือตัดให้ทุกคน ราคาคือ 35 ล้านบาทนะครับ ถูกพูดถึงอย่างมากถึงขนาดว่ามีตัวเลข คือ 1 ล้าน engagement สะท้อนให้เห็นว่าคนให้ความสนใจกับความเหมาะสม ความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ ที่มองมาจากมุมของผู้ประกันตนและสาธารณชน สังเกตว่าเป็นเรื่องของความเหมาะสมและความคุ้มค่า ไม่ได้พูดถึงว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่นะครับ นอกจากนั้นเรื่องของการบินไปดูงานแบบที่หรูหรามากมาก จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันของผู้บริหาร ก็ได้ไปอีกประมาณ 1,700,000 engagement แต่ได้มาด้วยความเดือดดาลของคนที่เขาไม่พอใจและเขาไม่เห็นด้วยนะฮะ สังคมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องของการใช้งบประมาณที่เกินขอบเขต ในขณะที่ตัวฐานะทางการเงินของกองทุนและคุณภาพในการให้บริการกับผู้ประกันตน ซึ่งเป็นเจ้าของเงินส่วนหนึ่งที่ส่งเงินเข้าไปสมทบเอง ปัญหาส่วนนี้ยังคงมีอยู่ครับ
นอกจากนั้นอีกประเด็นนึงก็มีการพูดถึงในโลกออนไลน์ถึงประมาณ 1 ล้านกว่า engagement เลยนะคะ ก็คือประเด็นเรื่องของวิกฤตศรัทธาสำหรับผู้บริหารงานกองทุนต่างๆ เนี่ย ว่าได้เอาเงินที่ผู้ประกันตนเนี่ยสมทบเข้าไปเนี่ย เอาไปบริหารงานอย่างคุ้มค่าแล้วก็ได้ผลตอบแทนดีหรือเปล่า น่าสนใจมากเพราะว่ามีปมลงทุนตึกหรูแล้วก็หุ้นฉาวนะฮะ อันนี้มีการพูดถึงประมาณ 1,600,000 engagement ด้วย คือทางกองทุนประกันสังคมเนี่ยไปเข้าซื้อ Sky แล้วก็เอาเงินไปลงทุนในหุ้นที่น่าจะเป็นหุ้นที่ไม่สวยเท่าไหร่ ก็คือประสบปัญหาอย่างรุนแรง ก็เลยมีการพูดถึงในโลกออนไลน์เยอะทีเดียวนะคะ มีการตั้งคำถามในโลกโซเชียล ถ้าเกิดว่าคุณผู้ชมไปไล่ตามดูตามแฮชแท็กเนี่ย จะมีการพูดว่าเงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตน ถูกเอาไปใช้บริหารอย่างไม่โปร่งใสหรือเปล่า ก็มีการเรียกร้องให้แสดงความชัดเจนนะคะ แล้วก็มีบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้บริหาร ถ้าเกิดว่ามีการกระทำที่ทุจริต ตอนนี้ก็สังคมตื่นตัวแล้วก็ตั้งคำถามว่าทำไมกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาลเนี่ย บริหารจัดการคุ้มค่าหรือเปล่า ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกันตนตอนนี้เนี่ย ไม่ได้ต้องการเห็นแค่เรื่องของคำชี้แจงของโครงการนะคะ แต่ว่าต้องการระบบตรวจสอบที่เข้มงวดและจริงจัง แล้วก็เรื่องของความโปร่งใสเป็นประเด็นสำคัญค่ะ
ประเด็นที่ 5 คือเรื่องของการปรับเพิ่มเงินสมทบ หมายถึงเงินที่เรียกเก็บจากผู้ประกันตน เรียกเพิ่มมากขึ้น รวมไปจนถึงความคาดหวังต่อสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนเขาควรจะได้รับ อันนี้ได้ไปอีก 1,200,000 engagement ครับ ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอย่างหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้ประกันตนได้รับแจ้งว่าจะต้องปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท ก็เท่ากับว่าจำนวนเงินที่จะหักรายเดือนมันก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็น 875 บาทในปีนี้ แต่ปัญหาคือจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น สิทธิประโยชน์ยังเหมือนเดิม เช่นเรื่องของการทำฟันก็ยังคงได้ปีละ 900 บาทเหมือนเดิมครับ
นอกจากประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างที่เราบอกไปแล้ว ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่หลายๆ คนตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อกังขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดทำปฏิทินประกันสังคมปีละ 50-70 ล้านบาท หรือการใช้เงินประมาณ 4,940,000 บาท ผลิตเสื้อแล้วก็หมวกสีเขียวแจกให้กับสภาแรงงานในวันกิจกรรมวันแรงงาน หรือว่าใช้งบประมาณอีก 12 ล้านบาท ปรับปรุงโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงาน ถึงแม้ว่าทางสำนักงานประกันสังคมจะชี้แจงว่าเป็นโครงการตั้งแต่ปี 2561 ผ่านการพิจารณาการอนุมัติการตรวจสอบจากทุกหน่วยงานแล้ว ส่วนการจัดซื้อสูทให้กับเจ้าหน้าที่มูลค่าคือ 35 ล้านบาท เป็นการใช้งบประมาณตามกฎหมายกำหนดให้ใช้ได้ไม่เกิน 10% ของเงินสมทบประจำปี ซึ่งที่ผ่านมาใช้จริงเพียงแค่ประมาณ 2-3% เท่านั้น
ประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมากก็คือการทำงานของทาง สปส. นะคะ ก็คือการเอาเงินจำนวนมากไปลงทุนที่อาจจะไม่คุ้มค่า แล้วก็อาจจะส่งผลต่อกองทุนในระยะยาว แล้วก็จะมีผลต่อผู้ประกันตนในอนาคต อย่างเช่นมีการตั้งคำถามอย่างเมื่อสักครู่นี้เล่าให้คุณผู้ชมฟังว่าไปซื้อตึก Sky แล้วใช่ไหมคะ แล้วก็ยังมีเรื่องของการไปลงทุนหุ้นบางตัว อย่างเช่นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ TU Dome หรือว่า TUPF ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมเนี่ยลงทุนตั้งแต่ปี 2549 เป็นเงิน 800 ล้านบาทในโครงการหอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิทธิการเช่า 30 ปี เรื่องนี้ สปส. ก็ชี้แจงว่าได้รับเงินคืนจากกองทุนแล้ว 159 ล้านบาท ถึงแม้ว่ามูลค่าตลาดเนี่ยจะลดลงจากการแข่งขันก็ดี หรือว่าเรื่องของอุปทานใหม่ในอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเยอะ แต่ว่าก็ย้ำนะคะว่าเป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อกระจายความเสี่ยง และเพื่อผลตอบแทนให้กับกองทุนค่ะ
แล้วก็ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องของการเข้าไปถือหุ้น EA ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมเคยถือสูงสุดเนี่ย 13 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 866 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2564 แต่ข้อมูลล่าสุดในปีที่แล้วคือ 2565 มูลค่าการลงทุนเนี่ยลดลงมาเหลือหลักสิบล้านบาท จากการที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาอย่างรุนแรงอย่างที่เราทราบกันนะครับ ประเด็นนี้ยังไม่ได้มีคำชี้แจงออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่คุณนิยดา เสนีมโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า การลงทุนเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีทั้งกำไรและก็ขาดทุนครับ อยากให้ประชาชนมองในภาพรวมมากกว่า โดยในปี 2565 กองทุนประกันสังคมมีอัตราผลตอบแทนรวมอยู่ที่ร้อยละ 6.11 คิดเป็นมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท และปัจจุบันการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รวมแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท กองทุนได้รับเงินปันผลสะสมมาแล้วมากกว่า 18,000 ล้านบาททีเดียวครับ
เราไปอัปเดตสถานะของกองทุนประกันสังคมกันหน่อย แล้วก็สไตล์การลงทุนว่าเขาไปลงทุนพอร์ตเขาเป็นยังไงกันบ้างนะคะ สำหรับทางสำนักงานกองทุนประกันสังคมเนี่ย เขาบอกว่าเขามีการไปลงทุนเอ่อในปี 2565 ที่ผ่านมา มียอดเงินลงทุนสะสมรวม 2,859,000 ล้านบาท หรือว่าโดยประมาณนะคุณผู้ชมคือ 2.9 ล้านล้านบาท ก็เกิดจากการที่มีเงินสมทบจากฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลจำนวน 1,700,000 ล้านบาท แล้วก็อีกส่วนมาจากผลตอบแทนสะสมจากการลงทุนตลอดระยะเวลาตั้งแต่จัดตั้งกองทุนประกันสังคม อีกประมาณ 1,130,000 ล้านบาท โดยในปีที่แล้วสามารถสร้างผลตอบแทนที่รับรู้ได้แล้วกว่า 80,000 ล้านบาท หรือว่าคิดเป็น 6.11% ของพอร์ตการลงทุนค่ะ ก็จะแบ่งพอร์ตออกเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงถึง 69% หลักทรัพย์เสี่ยง 30.99% นะคะ ก็จะแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศเนี่ยประมาณ 60.47% แล้วก็การลงทุนต่างประเทศ 39.53% ค่ะ
ส่วนถ้าเป็นในส่วนของกองทุนเงินทดแทนเบิก ว่ามีเงินลงทุนสะสมรวมอยู่ประมาณ 88,000 กว่าล้านบาทนะครับ แบ่งเป็นเงินสมทบจากนายจ้างประมาณ 52,000 กว่าล้านบาท ผลตอบแทนสะสมจากการลงทุนประมาณ 35,000 กว่าล้านบาท ปี 2565 ตอบแทนที่รับรู้ได้แล้วกว่า 4,228 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 5.68 ของพอร์ตการลงทุน โดยมีนโยบายการลงทุนที่เน้นความปลอดภัยอย่างเข้มงวดนะครับ ลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงถึง 81% หลักทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ประมาณ 18% แบ่งเป็นการลงทุนในประเทศ 71% แล้วก็ลงทุนในต่างประเทศ 28% ด้วยกันครับ
ขอบคุณคุณผู้ชมทุกท่านนะคะที่ติดตามรายการ Business Watch ค่ะ อย่าลืมกด Subscribe กดกระดิ่ง กดไลค์ กดแชร์ในทุกช่องทางออนไลน์ของ TN ช่อง 16 เพื่อไม่พลาดการติดตามรายการสด และคลิปวิดีโออื่นๆ ที่น่าสนใจ