📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

พบพิรุธบัตรเขย่งทั่วประเทศ!“สฤณี”แนะกกต.แจงปมผู้ใช้สิทธิ เตือนอาจะเสี่ยงติดคุก: Matichon TV

matichon tv8:11

Transcription

ตอนนี้สิ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในสังคมไทยนะคะ หลังจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกัน 3 ใบ แต่ปรากฏว่าพอผลเลือกตั้งออกมาก็เกิดความดราม่าเกี่ยวกับเรื่องของการนับคะแนนผลเลือกตั้งจากทาง กกต.

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 อาจารย์สรณีย์ อาชวานันทกุล ซึ่งเป็นนักวิชาการอิสระด้านการเงิน ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจของอาจารย์สรณีย์ โดยระบุว่า "เรียนทุกท่าน เหมือนจะยังมีคนงงเลย ขออธิบายตรงนี้ทีเดียวว่า ข้อเท็จจริงที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือก ส.ส. กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกพรรคหรือบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ ถ้าดูจากข้อมูลที่นับแล้ว 95% ไม่เป็นทางการบนเว็บ กกต. ยังไม่มีจังหวัดไหนตรงกันเลยแม้แต่จังหวัดเดียว ดูจากตารางและดาวน์โหลดข้อมูลหน้าเว็บ กกต. ทุกเขตทุกจังหวัด ยกเว้น กทม. ที่ไม่ได้แคปรายเขต"

ซึ่งอาจารย์สรณีย์โพสต์ว่า "ที่ตัวเองแคป ณ เวลา 20:00 น. - 20:30 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 หลักฐานชัดเจนที่สุดเท่าที่ตัวเองเคยเห็น ว่า กกต. ส่วนกลางน่าจะมีการจัดการคะแนนอย่างค่อนข้างแน่นอน กล่าวคือ ไม่ได้แสดงผลคะแนนตามที่ กปน. หน่วยเลือกตั้งต่างๆ ทั่วประเทศรายงานเข้ามาค่ะ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้"

"1. เราทุกคนรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พอเวลาเดินเข้าหาใบนึงก็เลือก ส.ส. ก็คือสีเขียว ส่วนอีกใบก็เลือกพรรคบัญชีรายชื่อก็คือสีชมพู ก็อาจจะเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่จะให้ใบเดียว แต่ความเป็นไปได้น้อยมากๆ และผู้มีสิทธิ์น่าจะทักท้วงถ้าได้ไม่ครบ 2 ใบ"

"2. พอรับบัตรมาแล้วเนี่ย ไม่ว่าเราจะกาอะไร ทันทีที่หย่อนบัตรมันก็จะนับอยู่ในตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสิ้น ไม่ว่าบัตรใบนั้นเป็นบัตรดี บัตรเสีย หรือเรากาไม่เลือกใครก็ตาม"

"3. ดังนั้น ตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือก ส.ส. จึงต้องเท่ากับจำนวนคนที่มาใช้สิทธิ์เลือกบัญชีรายชื่อเสมอ ตั้งแต่ระดับหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย กว่าแสนหน่วยทั่วประเทศ ตอนที่ตัวเองไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งก็ยืนยันได้ตามนี้ หน่วยเลือกตั้งทั้ง 4 หน่วยที่ไปเฝ้า ทุกหน่วยแสดงตัวเลข 2 ตัวนี้ตรงกัน บวกเลขถูกต้องหมด"

อาจารย์สรณีย์ก็โพสต์ต่อนะคะว่า "ถ้าคลาดเคลื่อนเพราะ Human Error แบบที่ กกต. ชอบอ้าง ความผิดพลาดนี้จะต้องเป็นจำนวนที่น้อยมากๆ เช่น หลักหน่วยจากบัตรเลือกตั้งหลายล้านใบทั่วประเทศ ไม่ใช่เขย่งเขตละหลายสิบ ร้อย พัน จนถึงหลักหมื่นในบางจังหวัด"

"4. การนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งนอกเขตก็ไม่ได้เป็นเหตุให้ตัวเลข 2 ตัวนี้ไม่เท่ากัน เพราะทุกคะแนนจะต้องส่งมานับเป็นคู่ๆ ก็คือบัตรสีเขียวบวกบัตรสีชมพูอยู่ดี ต่อให้มีการส่งไปผิดเขตก็จะส่งไปผิดเป็นคู่ ดังนั้น ตัวเลข 2 ตัวนี้ของแต่ละหน่วยต้องเท่ากันเสมอ เหมือนเป็นกฎเหล็กของงบดุลในวงการบัญชีที่บอกว่าตัวเลขรวมฝั่งทรัพย์ต้องเท่ากับตัวเลขรวมฝั่งหนี้สินบวกส่วนของผู้ถือหุ้น"

"ก็มีเจ้าหน้าที่ กกต. ให้ข้อมูลมาว่าการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ราว 100,000 คน ที่เลือกใช้สิทธิ์ทางไปรษณีย์ ก็คือไม่ได้ไปเลือกที่สถานทูต อาจจะเป็นสาเหตุที่เกิดความคลาดเคลื่อนได้ เพราะว่า กกต. จะได้รับซองจากคนที่มีสิทธิ์แต่ละคนมาส่งต่อทางไปรษณีย์ จะไม่รู้ว่าคนที่มาใช้สิทธิ์ใส่บัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบมาในซองหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่ากรณีนี้ต่อให้มีก็น่าจะน้อยมากๆ เพราะการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไม่ง่าย ผู้มีสิทธิ์ต้องทุ่มเทมากเพื่อใช้สิทธิ์ ไม่น่าจะลืมใส่ซองบัตรใบใดใบหนึ่งขนาดนี้"

"5. บางท่านเสนอว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือก ส.ส. อาจจะไม่เท่ากับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกบัญชีรายชื่อ ด้วยเหตุว่าบางคนอาจมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ครบ 90 วัน จึงไม่ได้เลือก ส.ส. เขต ขณะที่ทุกคนมีสิทธิ์เลือกบัญชีรายชื่อ แต่ถ้า กกต. ดูข้อมูลนี้จริงๆ ตัวเลขจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือก ส.ส. จะต้องน้อยกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกบัญชีรายชื่อ แต่ตัวเลข 2 ตัวนี้กลับเท่ากันตลอดในเว็บ กกต. ทั้งรายจังหวัดและระดับประเทศ แสดงว่า กปน. ทุกหน่วยทั่วประเทศยื่นบัตร 2 ใบให้กับผู้มีสิทธิ์ทุกคนจริงๆ"

"ต่อมาข้อที่ 6 อาจารย์สรณีย์โพสต์ว่า ในขณะเดียวกันตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลงประชามติมีเหตุมีผลที่จะมากกว่าหรือน้อยกว่าตัวเลขจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อได้ เช่น หลายคนเลือก ส.ส. และบัญชีรายชื่อแล้วกลับเลย ไม่ได้ลงประชามติต่อ กระบวนการนี้ต้องแสดงตนอีกรอบ หรือบางเขตอาจมีคนลงประชามตินอกเขตเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงไม่ได้เทียบตัวเลขผู้มาเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ กับผู้ที่มาลงประชามติ"

"7. เราคิดกันตลอดมาว่าเวลาที่ กกต. รายงานว่านับแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เช่น นับแล้ว 18% 50% หรือ 95% ตัวเลขนี้แปลว่ารวมตัวเลขจริงทั้งหมดของทั้งหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยที่รายงานเข้าส่วนกลาง เมื่อการนับคะแนนแต่ละหน่วยเสร็จสิ้นแล้ว และการแสดงผลเว็บของ กกต. รวมถึงการแถลงก็ชวนให้เราเข้าใจแบบนั้น แต่ถ้า กกต. รายงานตัวเลขจริงจากแต่ละหน่วยจริงๆ ตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือก ส.ส. กับจำนวนคนที่มาใช้สิทธิ์เลือกบัญชีรายชื่อรายเขตและรายจังหวัดที่ปรากฏบนเว็บ กกต. ไม่น่าจะแตกต่างกันอย่างมโหฬารขนาดนี้ เพราะตัวเลข 2 ตัวนี้ระดับหน่วยน่าจะถูกต้องอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่"

"ด้วยเหตุผลข้างต้น ไม่ว่าจะนับไปกี่หน่วยกี่เปอร์เซ็นต์ที่แสดงก็ตาม นั่นหมายความว่า กกต. น่าจะมีการจัดการตัวเลขที่ กปน. แต่ละหน่วยส่งเข้ามา พูดอีกอย่างคือตัวเลขที่ถูกใช้แสดงบนเว็บกับที่สื่อเอาไปใช้น่าจะไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริงที่รวมคะแนนจากแต่ละหน่วย"

"ยังไม่หมดนะคะท่านผู้ชม อาจารย์สรณีย์เนี่ยก็โพสต์อีกด้วยนะคะว่า ถ้า กกต. ส่วนกลางไม่ได้จัดการตัวเลขใดๆ เลย บทสรุปเดียวที่จะอธิบายความแตกต่างของตัวเลขนี้ได้คือต้องมีการโกงเลือกตั้งมโหฬารระดับหน่วยเลือกตั้งแทบทุกจังหวัด เช่น กปน. พอมีการมุบมิบหย่อนบัตรเองสีเขียวหรือสีชมพูก็ตาม โดยผู้ที่มาใช้สิทธิ์ไม่รู้เห็นเป็นต้น ซึ่งก็เป็นเรื่องร้ายแรงมากๆ และไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะบอกขนาดนั้น ถ้า กกต. ไม่เปิดผลการนับคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศออกมา"

"ข้อบ่งชี้ข้อนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากๆ ถ้า กกต. มีการจัดการกับตัวเลขจริงๆ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เราก็มีเบาะแสอื่นๆ อีก เช่น ตัวเลขบนเว็บที่เขย่งขึ้นเขย่งลง หรือบางจังหวะก็เห็นชัดว่าคะแนนเสียงรวมของผู้สมัคร ส.ส. ทั้งหมด หรือจำนวนบัตรเขย่งสูงกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือก แต่เบาะแสเรื่องจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์นี้ชัดเจนที่สุดว่ามีการจัดการตัวเลขทุกเขตทั้งประเทศ"

"ขอร่วมเรียกร้องให้ 1. นับใหม่ทั้งประเทศเป็นอย่างน้อย 2. กกต. พอเปิดคะแนนรายหน่วยทันที และ 3. ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามว่า กกต. มีการจัดการกับตัวเลขที่ กปน. แต่ละหน่วยรายงานเข้ามาจริงหรือไม่ ทำไปทำไม และจัดการอย่างไร"

อาจารย์สรณีย์ทิ้งท้ายว่า "ส่วนตัวคิดว่างานนี้แฮชแท็ก กกต. ต้องติดคุกค่ะ"

>> ดูคลิป [เพลง] จบแล้วฝากกด Subscribe ด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ [เพลง]