Transcription
ในการตัดสินใจในแต่ละครั้งอ่ะของพรรค ประชาชนน่ะตั้งแต่สืบทอดมาตั้งแต่ อนาคตใหม่ก้าวไกลแล้วก็ประชาชนน่ะสิ่งที่ เขายึดถือมาตลอดว่าจะทำหรือไม่ทำ อะไรอ่ะ มันไม่ใช่เรื่องของฉันจะได้คะแนนเสียงจากสิ่งนี้มยอันนี้ยึดตามที่หัวหน้า เท้งได้ให้สัมภาษณ์ไว้ล่าสุดอ่ะนะ คะครับ
ว่าถ้าเกิดว่าพรรคภูมิใจไทยได้จัดตั้ง รัฐบาล ก็พรรคประชาชนก็เป็นฝ่ายค้าน ว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นเอ่อแกนนำในการ จัดตั้งรัฐบาลแล้วเขาสามารถที่จะจัดตั้ง รัฐบาลได้นะครับยังไงเราก็ต้องทำหน้าที่ เป็นฝ่ายค้านอยู่แล้วนะครับเพราะว่าอย่าง ที่บอกว่าเราเอ่อผมได้เคยประกาศไปแล้วว่า ไม่สามารถที่จะโหวตให้กับแคนดิเดตของพรรค ภูมิใจไทยได้
เพราะว่าเรารู้แล้วว่าสุดท้ายเนี่ยมัน เป็นปลาคนละน้ำที่มันอาจจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ เรามีเรื่องของ ระบอบประยุทธที่คนคิดว่าหายไปอ่ะ จริงๆแล้วมันไม่เคยหายไปไหนนะคะเพราะว่า ระบอบประยุทธ์ไม่ได้หมายถึงลุงคนหนึ่งที่ ชื่อประยุทธจันทร์โอชาแต่หมายถึงระบอบ อำนาจนิยมที่มีอำนาจล้นฟ้าที่ฝากไว้ในสว ที่มีอำนาจในการโหวตองค์กรอิสระอีกที แต่คราวเนี้ยปอมีความรู้สึกว่ามันเป็น สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปคนอาจจะมองว่าอุ๊ย กระแสมันหายไปหรือเปล่าเอ่อระบอบประยุทธ์ หายไปแล้วนี่อะไรปัปัมกลับมองต่างปัมอง ว่าจริงๆสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมใน ปัจจุบันน่ะมันแย่ยิ่งกว่าตอนปี 66 เยอะเลย อำนาจพวกเนี้ยใบอนุญาตใบที่ 2 หรือ อำนาจที่ทำให้ประชาธิปไตยมันไม่ได้ไปไหน สักทีอ่ะมันยังอยู่กระสุนพรคประชาชนคือ การทำงานเครือข่ายปั๊มไปเลยเจอเลยฉีกไป ปลิวต่อหน้าเลยมาสวัสดีค่ะฉีกไปปลิวอะไร เงี้ยไม่เป็นไรค่ะเราก็บางคนเก็ด่าเรา อะไรเงี้ย
อ่าเดี๋ยวเดี๋ช่วยเล่าประวัติคร่าวๆของ ของพี่ปาเค้าก็คือแบบว่าอ่าจบจุฬาอะไร พวกนี้ด้วยใช่มั้ยว่าทำไมถึงสนใจเรียนคณะ พวกนี้แล้ว ถึงมาเป็นสื่อมวลชนเนี่ยฮะ คร่าวๆบอกครับ
อือตามจบการศึกษาจากอักษรศาสตร์จุฬานะคะ เอกภาษาอังกฤษเนาะแล้วก็จริงๆเรียนที่ เลือกภาษาอังกฤษเนี่ยเป็นเพราะว่าเราชอบ ภาษาอังกฤษมาแต่เด็กเราชอบวิชาภาษาอังกฤษ อะไรเงี้ยค่ะแล้วก็ปัก็มีความสนใจเรื่อง ของสื่อสารมวลชนด้วยพอเข้าไปเรียนที่ อักษรเนี่ยก็คือว่าเราเลือกเอกเด็กภาษา อังกฤษแล้วก็เลือกโทรนิเทศคือไปโทรนอก คณะอะไรประมาณนี้เก็สนใจเรื่องของสื่อสารมวล ชนมีเดียต่างๆอะไรเงี้ยค่ะแล้วก็พอจบมา เนี่ยปามก็ได้เป็นดีเจ 2 ภาษาที่บริษัท 666 98.5 คะกู FM ตอนนั้นบริษัทของพี่ พี่หอย่พี่วิลลี่ อ่าเป็นเป็นแก๊งสารแนตอนนั้นนะคะแล้วก็พอ หลังจากที่เป็นดีเจแล้วก็ได้ไปเข้าทดสอบ กันเป็นพิธีกรของไทย PBS ตอนนั้นนปัมเข้า ไปช่วงที่อยู่ระหว่าง Tv เปลี่ยนผ่านเป็น ไทย PBS มันจะมี ITV ใช่มย ITV Tv แล้ว ก็ THIP PBS ปั๊มเข้าไปตรงช่วงเปลี่ยน ผ่านตรงนั้นน่ะค่ะแล้วก็เข้าไปทำงาน พิธีกรแล้วก็จุดเริ่มต้นก็คือพอเราได้ไป เป็นพิธีกรได้ลงพื้นที่ชุมชนก็เลยรู้สึก ว่าเริ่มสนใจงานการเมืองจากตรงนั้นใช่ค่ะ
ก็อ่าสามีก็เป็นสื่อมวลชนด้วยฮะ ใช่ค่ะพี่เต้พี่เต้สุจลตอนนี้ก็อยู่อยู่ กับไทยรัฐออนไลน์ค่ะอ่า ใช่ ก็ก็ครบเครื่องเลยสืมวลชนด้วยกันนะ
พรรคประชาชนน่ะเป็นพรรคการเมืองที่เปิด โอกาสให้คนธรรมดาเข้ามาทำงานการเมืองแล้ว เราปาเห็นการทำงานของคนที่ผ่านมาก็ติดตาม มาตลอดนะเค้าเโปร่งใสเไม่ซื้อเสียงดัง นั้นในการทำ งานน่ะเราเข้ามาเราไม่ ต้องมาคิดเรื่องการถอนทุน เราไม่ต้องไปติดหนี้บุญคุณใครเราก็มาทำ งานได้อย่างเต็มที่สิ่งที่เราอยาก จะพูดอยากสื่อสารอยากจะขับเคลื่อนน่ะมัน สามารถทำได้เต็มไว้เต็มหน่วยโดยที่ไม่ ต้องเกรงใจนายทุนพรรคเราไม่ได้มีนายทุน พรรคหรือว่าไม่ได้มีคนที่เป็นเจ้าของพรรค อย่างแท้จริงอ่ะคนที่เป็นเจ้าของพรรคก็ คือสมาชิกพรรคหรือว่าก็คือประชาชนนั่นคือ สิ่งที่พรรคยึดถือมาตลอดแล้วก็เป็นสิ่ง ที่ปาล์มยึดถือเช่นเดียวกันแต่ว่า ปาล์มอ่ะเอ่อเป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้วแล้ว ก็เอ่อเข้าไปช่วยงานพรรคในฐานะอาสาสมัคร นะคะคือเราก็เป็นเป็นสมาชิกพรรคใช่มั้คะ แล้วก็เวลาเามีงานอะไรเนี่ยก็เราก็ไปช่วย ตลอดเป็นอาสาพรรคแล้วก็เป็นอาสาพรรคมา ตลอด
เรามาสนใจการเมืองเพราะว่าพอเราทำงาน มากขึ้นเราก็ได้เห็นว่าเฮ้ยการเมืองมันคือ เรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์อ่ะใครได้ อะไรเมื่อไหร่เราก็เลยคิดว่าที่ผ่านมาไอ้ การจัดสรรสันผลประโยชน์ถือเป็นเค้กก้อน เนี้ยประชาชนน่ะแทบจะไม่เคยอยู่ในสมการ ของการคิดมันคือการแบ่งโควต้าเก้าอี้ รัฐมนตรีมันคือการคิดแต่จากกลุ่มคนหยิบ มือที่เป็นกลุ่มคนชั้นนำอ่ะค่ะเราก็เลย รู้สึกว่าเรามองว่าการเมืองอ่ะสำหรับเรา นะเรามองว่ามันเป็นเครื่องมือในการแก้ ปัญหาปาไม่เคยมองว่าการเมืองเป็นบันไดไป สู่อำนาจเราก็เลยคิดว่าถ้าเกิดว่าเราเข้า ไปทำหน้าที่เราได้เป็นส.ส.ได้ทำงานผ่าน กลไกสภาผ่านกรรมาธิการมันก็จะสามารถแก้ไข อะไรที่มันเป็นรูปธรรมได้ก็เลยจุดเริ่ม ต้นก็จากการที่ลงพื้นที่แล้วก็เห็นว่า ปัญหาหลายอย่างอ่ะมันยัดกลับไปที่เรื่อง โครงสร้างแล้วก็ถ้ามันไม่ได้แก้เรื่อง โครงสร้างจริงๆอ่ะมันแก้เรื่องตากท้อง ลำบากก็เลยคิดว่าสนใจอยากจะบัลังการเมือง
เราแค่อยากจะสมัครเข้าไปในระบบเพื่อจะ รักษาสิทธิ์เพราะอยากโบสถ์สว.อืออยากโหวต ด้วยกันเองด้วยกันเอง ถึงแม้จะไม่ได้เป็นตวอก็ได้ในโหวตใช่แต่ พอแต่พอเราเข้าไปทำงานในกระบวนการเรื่อยๆ อ่ะค่ะเราก็ได้เราก็ได้แบบไปแบบเหมือนได้ ข้อมูลได้เวิร์คกับ IL Law Actab call and พรรคประชาสังคมที่เที่เขับเคลื่อ เรื่องประชาธิปไตยแล้วเราก็ได้เห็นว่า จริงๆแล้วอ่ะระบบมันถูกออกแบบมาให้มันซับ ซ้อนน่ะแล้วก็ระบบที่เขา้าบอกว่ามันมีการ ออกแบบเพื่อป้องกันการฮัว้วจริงๆ แล้วอ่ะมันก่อให้เกิดการฮัวได้มากที่สุด เลย เออเหรอ ใช่เราก็เลยคิดว่าตอนนั้นน่ะจากเริ่มต้น ที่ต้องการรักษาสิทธิ์ในการสมัครสว.อยาก จะเลือกสว.เองมันกลายเป็นว่าเรามีเป้า หมายต่อไปคือการรณรงค์ให้มีผู้สมัครอิสระ มากกว่าผู้สมัครจัดตั้งเราจะได้แบบล้ม ระบบการครัวที่มันเกิดขึ้นเนี่ยเราคิดว่า ถ้าเกิดว่าเรารณรงค์ให้คนน่ะมาสมัครสว. มากพออ่ะที่เป็นสนับสนุนเรื่องของ ประชาธิปไตยอ่ะอย่างน้อยมันก็จะสามารถ แก้ไขหรือป้องกันเรื่องของการฮัวได้แต่ก็ตอน นั้นก็ทำไม่สำเร็จนะคะ
เรื่องที่ปามสนใจอยู่แล้วก็คือเรื่องของ สิทธิยชนเนาะแล้วก็เรื่องที่มันอาจจะใกล้ ใจเพราะว่าจริงๆอันนี้เรื่องพูดได้เพราะ มันผ่านมาแล้วนะปาล์มเนี่ยเป็นหนึ่งในคน ที่เคยถูกร่วมทางเพศมาก่อนแต่ว่าเราเนี่ย รู้สึกว่าพอเราผ่านช่วงเวลานั้นมาเหมือน เราเป็น victim เคยเป็นเหยื่อมาก่อนใช่มย แล้วก็ turn survivor ก็คือเราเราแข็ง แรงขึ้นแล้วก็ turn advocate ก็คือพอเรา แข็งแรงขึ้นเราผ่านมาแล้วเนี่ยเราก็ช่วย เหลือคนอื่นมาเป็นกระบอกเสียงเอ่อ ปาล์มเนี่ยเป็นหนึ่งในคณะทำงานของหน่วย งานที่ชื่อว่าเซฟzซone thiland เป็นภาคประชาสังคมที่ก่อตั้งโดยที่อาบัน นะค่ะรินนาพุทิธานเขาคือถ้าเกิดว่าเล่าย้อนไปสักนิดนึงเนี่ยก็คือใน แวดวงจิตวิทยาการปรึกษาซึ่งสาขาวิชาชีพ เนี้ยไม่ได้อยู่ภายใต้พรบ.ประกอบโรคศิลปะ ปี 42 เหมือนกับถ้าเกิดเป็น จิตแพทย์เป็นนักจิตวิริยายคลินิกเนี่ยเขา จะอยู่ภายใต้พรบ.ประกอบโรคศิลปะเหมือน แพทย์ถ้าเกิดมีการทำผิดขึ้นมาก็ต้องมีการ รับผิดรับชอบต้องรับผิดชอบแต่ว่าเอ่อสาขา เป็นเหมือนกับจิตบำบัดอื่นๆเช่นสาขา จิตวิทยาการปรึกษาหรือว่าดนตรีบำบัด ศิลปำบัดอะไรอย่างเงี้ยเขาไม่ได้อยู่ภาย ใต้การดูแลทางกฎหมายมันก็จะมีเคส ที่เกิดการล่วงั้งเมื่อคงเพศเกิดขึ้นอะไร ประมาณเนี้ยค่ะเราก็เราก็เข้าไปช่วยดูแล เหยื่อที่ถูกล่วงทางเพศให้เข้าไปสู่การ บำบัดแล้วก็อีกขานึงก็คือการขับเคลื่อนกฎ หมายก็คือว่าเราก็ไปเรียกร้องผ่าน กรรมาธิการสาธารณสุขให้มีการยื่นเรียกว่า ให้สาขานักจิวิทยาการปรึกษาไปอยู่ภาย ใต้พรบ.ประกอบโรคศิลปะปี 42 มันจะได้มีการ แบบจริงๆดูแลทั้งคนที่เป็นนักบำบัด เองแล้วก็คนที่เป็นผู้เข้ารับบริการด้วย เพื่ออย่างสมมุติว่าเป็นจิตแพทย์หรือว่า เป็นนักจิตบำบัดอ่ะถ้าเกิดว่าโดนร้อง เรียนโดยที่โดนกลั่นแกล้งอย่างเงี้ยค่ะ มันก็ไม่แฟร์สำหรับเขาถูกมั้ยเหมือนกับ เราก็เป็นการดูแล 2 ทางผู้ให้บริการแล้ว ก็ผู้เข้ารับบริการโดยการขับเคลื่อนผ่าน กฎหมายที่ว่าหลังจากเนี้ยนักจิตวิทยาการ ปรึกษาควรจะอยู่ภายใต้พรบ.ประกอบโรคศิลปะ ถ้าทำอะไรก็จะได้มีการรับผิดรับชอบหรือ ว่าเหมือนมีการดูแลในวิชาชีพอะไรประมาณ เนี้ยค่ะตอนนี้ก็มีการมีการขับเคลื่อน แล้วก็ก็เริ่มต้นที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ขึ้นแล้ว
ลงเจอคนพูดคุยกับคนเคาะประตูบ้านปัมไปเลย เจอเลยฉีกไปปลิวต่อหน้าเลยมาสวัสดีค่ะฉีก ไปปลิวอะไรเงี้ยไม่เป็นไรค่ะเราก็บางคน เขาก็ด่าเราอะไรเงี้ยเราก็บอกว่าไม่เป็น ไรนะถ้าเกิดว่าพี่ไม่เลือกหนูด้วยบันได แต่ว่าเนี่ยใบปิวหนูอ่ะมีเบอร์อยู่ด้าน หลังพี่มีปัญหาที่โทรหาหนูได้เราสื่อสัต์ ไปแบบนี้ให้เค้าเห็นว่าเราตั้งใจทำงาน จริงๆไม่ใช่แค่กับคนที่เลือกเราแต่ทำงาน ให้กับคนที่ไม่เลือกเราด้วย
ความจะเป็นสส.ไฮbridค่ะหมายถึงว่าเป็นสส. ที่ในสภาได้แล้วก็ลงพื้นที่ทำงานพื้นที่ ได้ในเวลาเดียวกันเรามีความรู้สึกว่าตอน เนี้ยเหมือนหน้าที่ของส.ส.เขตอ่ะ มันไม่ใช่แค่ดูแลในพื้นที่ด้วยแต่ว่ามัน ต้องมีการไปขับเคลื่อนประเด็นอะไรต่างๆ ที่มันเป็นประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างอ่ะ เพราะว่าจริงๆแล้วถ้าเกิดแบ่งแยก หน้าที่กันน่ะเราดูในท้องถิ่นในพื้นที่ ใช่มั้คะพื้นที่กทม.คนที่ดูแลพื้นที่ท้อง ถิ่นอยู่แล้วก็คือเป็นสก.ซึ่งก็จะเลือก พร้อมผู้ว่าใช่มั้ยสก.เนี่ยดูเรื่องของ ปัญหาน้ำไหลไฟสว่างทั่วไปปัญหาที่เป็น ท้องถิ่นแต่ว่าส.ส.เนี่ยดูประเด็นที่มัน เป็นเรื่องของโครงสร้างประเด็นเชิงนโยบาย ต่างๆแล้วก็ไปทำงานเปลี่ยนแปลงในเรื่อง ของนิติบัญญัติก็เลยคิดว่าจริงๆ แล้วต้องมีความเป็นไฮbridก็คือว่าสามารถ ลงพื้นที่ได้แล้วปางก็มีประสบการณ์ในการ ทำรายการในการลงพื้นที่ทำรายการสารคดีปาง ก็เป็นทั้งพิธีกรแล้วก็ผู้ผลิตรายการ สารคดีมาก่อนเราก็มีมีประสบการณ์ในการลง พื้นที่มาเป็น 10 ปีพูดคุยกับชาวบ้านพบ ปักกับผู้คนฝากรับฟังอย่างเข้าใจอะไร ประมาณเนี้ยค่ะก็เลยคิดว่าทักษะในการใน การรับฟังปัญหาหาเอาปัญหามาย่อยแล้วก็ สังเคราะห์ให้มันเข้าใจง่ายเพื่อจะไปทำ งานต่อเพื่อพูดคุยกับผู้คนในพื้นที่และทำ งานต่อทำงานต่อในสภาคิดว่าเคงจะเห็นตรง นี้
ปัญหาที่เจอเป็นประเด็นเชิงโครงสร้าง เนี่ยอันแรกก็คือปัญหาในแง่ของคมนาคมก็ คือว่าในพื้นที่ 28 เนี่ยคมนาคมอ่ะมีขน ส่งสาธารณะเข้าไม่ถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่นอย่างเอ่อตรงถนนเรียบคอง นอกศรีเจริญฝั่งใต้อ่ะค่ะตอนนั้นมันเป็น ถนน 2 เลนเนาะแล้วก็มันเป็นมันเป็นเรียก ว่าเป็นพื้นที่ที่แบบมีกลุ่มคนรายได้น้อย อยู่คนทำงานโรงงานเป็นพื้นที่ชุมชนที่ ค่อนข้างหนาแน่นแต่ว่าไม่มีขนส่งสาธารณะ เข้าถึงเลยแม้แต่คันเดียวคนก็ต้องใช้ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง Line แมนหรือว่าอาจจะ มีกระปอที่เป็นของเอกชนอะไรประมาณเนี้ย แต่ว่าเอ่อมองว่าจริงๆแล้วเนี่ยเรื่องของ ขนส่งมวลชนของคมนาคมอ่ะมันควรจะเป็นสิทธิ คัดพื้นฐานแล้วก็สาเหตุที่เอกชนน่ะเขาไม่ ได้มาทำตรงเนี้ยเพราะเขามีความรู้สึกว่า เอ๊ะมันจะไม่คุ้มทุนหรือเปล่านะในการมา เปิดขนส่งสาธารณะที่เป็นเส้นทางใหม่แต่เรามอง ว่าเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานน่ะมันไม่ควรจะ คิดถึงเรื่องกำไรขาดทุนสำหรับประชาชนอะไร ประมาณเนี้ยค่ะก็เลยจริงๆมีมีแนวคิดว่าก็ อยากจะจริงๆมันมีเอ่อนโยบายอันนึงที่ถ้า เกิดว่าเขามองว่าพื้นที่ตรงไหนอ่ะมีความ สำคัญต่อชุมชนอะไรประมาณนี้ค่ะมันสามารถ ที่จะเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะแล้วก็สามารถ ที่จะให้เอกชนน่ะเข้ามาจัดทำขนส่งสาธารณะ แล้วก็รัฐบาลน่ะช่วยsubsซsidizเหมือนกับ เธอไม่ต้องกังวลเรื่องขาดทุนกำไรเลยทำไป เถอะอะไรประมาณเนี้ยจริงๆมันก็อาจจะเกิด ขึ้นได้ซึ่งอันเนี้มันเป็นสิ่งที่พอเราไป เห็นปัญหาเราก็ฟุ้งต่อคิดในหัวซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องคมนาคมเนี่ยมันไม่ใช่แค่พื้น ที่ 28 27 มันก็คล้ายๆกันใช่ก็คือแบบมี ศูนย์กีฬาที่แบบใหญ่โตแต่ว่าสุดท้ายแล้ว อ่ะคนก็เข้าไปใช้ลำบากนิดนึงเพราะไม่มีคน ส่งสาธารณะเข้าถึงในเขต 27 มันเป็นปัญหา ที่มันคล้ายๆกันในพื้นที่ก็คิดว่าถ้าเอา นโยบายตัวนี้ไปครอบอ่ะน่าจะจัดการได้อัน นี้คือเรื่องของคมนาคมนะฮะอันแรก
อย่างตอนปี 66 อ่ะมีลุงไม่มีเรากระแสของ คนที่เก็บกฎคนที่รู้สึกว่า 9 ปีที่ผ่านมา ไม่ไหวแล้วกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์อะไร อย่างเงี้ยค่ะอันนั้นมันเป็นความกดดันมัน เกิดแบบระเบิดขึ้นมาแล้วมันก็เป็นกระแสใน ช่วง 2 อาทิตย์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง แต่คราวเนี้ย ปมีความรู้สึกว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ เปลี่ยนไปคนอาจจะมองว่าอุ๊ยกระแสมันหายไป หรือเปล่าเอ่อระบอบประยุทธ์หายไปแล้วนี่ อะไรปัเนี่ยปัมกลับมองต่างปัมองว่าจริงๆ สถานการณ์ทางการเมืองและสังคมในปัจจุบัน น่ะมันแย่ยิ่งกว่าตอนปี 66 เยอะเลย
เรามีเรื่องของระบอบประยุทธที่คนคิดว่า หายไปอ่ะจริงๆแล้วมันไม่เคยหายไปไหนนะคะ เพราะว่าระบอบประยุทธ์ไม่ได้หมายถึงลุงคน หนึ่งที่ชื่อประยุทธจันทโอชาแต่หมายถึง ระบอบอำนาจนิยมที่มีอำนาจล้นฟ้าที่ฝากไว้ ในสว.ที่มีอำนาจในการโหวตองค์กรอิสระอีก ทีขี้เป็นไม้เป็นมือให้กับอำนาจรัฐอะไร ประมาณเนี้ยเราก็เลยมองว่าอำนาจพวกเนี้ย ใบอนุญาตใบที่ 2 หรืออำนาจที่ทำให้ ประชาธิปไตยมันไม่ได้ไปไหนสักทีอ่ะมันยัง อยู่อันนี้คือก้อนนึงส่วนอีกก้อนนึงก็คือ เรื่องของทุนเทาสแกมเมอร์ที่มันแบบโอ้โห มันบูมขึ้นมามันมีการจัดทำมันมีการแบบ เรียกว่าปล้นคนแบบว่าแทบจะสิ้นเนื้อประดา ตัวคนฆ่าตัวตายคือคือสังคมเรามันเนื่อง เศรษฐกิจก็แย่ลงการทุจริตคอร์รัปชัก็ไม่ หายไปกลายเป็นว่าหน้างานของปี 68 ที่ กำลังจะเข้าปี 69 เนี้ยสุดท้ายแล้วอ่ะมัน เรื้อรังปัญหามันแย่ยิ่งกว่าตาปีก 66 อีก พอพรรคประชาชนพูดถึงเรื่องของมีเราไม่มี เทาขึ้นมาเราพูดถึงความสำคัญของการที่ คราวนี้จะไม่มีสวมาโหวตนายกแล้วเลือกแบบ ไหนได้อย่างนั้นมันก็เป็นหน้างานอีกแบบ นึงที่ถึงแม้ตอนนี้กระแสมันอาจจะไม่ได้มา ถึงเท่ากับปี 66 แต่ปั๊มคิดว่าเราก็ต้อง ทำงานหนักเพื่อไปให้ถึงจุดนั้นให้คนเข้า ใจ
พรรคประชาชนจะพูดเต็มปากเต็มคำว่าเลือก เราเนี่ยไม่มีน้ำเงินหรือมีเราไม่มี น้ำเงินเนี่ย
ถ้าเกิดว่าพรรคภูมิใจไทยและจัดตั้งรัฐบาล ก็พรรคประชาชนก็เป็นฝ่ายค้านนั้นเพราะว่า เรารู้แล้วว่าสุดท้ายเนี่ยมันเป็นปลาคนละ น้ำที่มันอาจจะอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้วก็ ต้องนึกได้ว่าถ้าเกิดว่าพรรคภูมิใจไทยได้ เป็นรัฐบาลน่ะส่วนประกอบของรัฐบาลคม ภูมิใจไทยจะมีใครอยู่บ้าง คือพอดูออก ใช่ั้นเราก็เลยคิดว่าเอ่ออันนี้เป็นเป็น คำพูดเป็นคำยืนยันเป็นสิ่งที่หัวหน้า เทงลิพูดไว้ก็ยืนยันตามหัวหน้าพรรคพูดค่ะ
โรงเรียนวของประชาชนจะ คนและการเดินทางประชาชนยังคงเดินหน้า เราคือคนขีดเส้นทางนี้เองเ
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นรัฐบาลนะคะแต่ ว่าคนก็เห็นแล้วว่าในฐานะฝ่ายค้านเนี่ย เราทำงานตรวจสอบถ่วงดุลอย่างกัดไม่ปล่อย อย่างเข้มข้นขนาด ที่ผ่านมาเราได้ใจจากคนแล้วว่าเราไม่ ทุจริตว่าเราไม่ซื้อเสียงเราได้ใจด้วย ความเชื่อใจจากพวกคุณแล้วตอนนี้ขอให้ เชื่อมือเราค่ะว่าทำได้เราเอาจริง