📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ฝุ่นมรณะ เสียพื้นที่ป่า ราคาชีวิตที่คนเหนือต้องจ่าย UNCOVER: Our House is on Fire #4 | THE STANDARD

THE STANDARD30:58

Transcription

PM2.5 ทุกๆ 10 ไมโครกรัม ทำให้คนตายเพิ่มขึ้น 1.6% ชาวบ้านเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายจะจบที่การเผา นโยบายของรัฐเป็นผลประโยชน์ ที่แลกมาด้วยสุขภาพของคนในประเทศ ไม่ควรจะมีตัวเลขนี้ในการวัดค่าฝุ่นด้วยซ้ำ

ปี 2510 คือมันจะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของเกษตรพันธสัญญาในประเทศไทย เกษตรพันธสัญญาก็คือเป็นระบบ รูปแบบที่มีการตกลงระหว่างบริษัทกับเกษตรกร ให้เกษตรกรผลิตผลผลิตทางการเกษตร ในปริมาณหนึ่งที่บริษัทสัญญาไว้ว่าจะรับซื้อ ซึ่งเกษตรกรจะเป็นผู้ที่ลงทุนเอง ทั้งพื้นที่ โรงเรือน การหาอาหารมาเลี้ยงปศุสัตว์

ถ้ามองแบบย้อนไปในเชิงอุตสาหกรรม ก็ย้อนไปตั้งแต่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ปี 2530 จากการที่ เกษตรกรที่ปลูกเพื่อ อาจจะขายภายในประเทศ ก็คือเปลี่ยนเป็นการขายเพื่อการส่งออก เพราะฉะนั้นการผลิตก็จะเน้นการผลิตในปริมาณที่มากขึ้น เป็นเกษตรเชิงเดี่ยว แบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากขึ้น พอดีมานด์เพิ่มขึ้น ซัพพลายในเชิงอาหารสัตว์ก็ตามมาด้วย ก็เลยจำเป็นจะต้องมีการขยายตัวของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คือด้วยความที่ใช้น้ำน้อย ก็คือสามารถปลูกอยู่บนพื้นที่ราบสูงได้ อันนี้ก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ว่าจริงๆ ก็พบในหลายๆ พื้นที่ ภาคกลางก็มี แต่ว่าภาคเหนือจะเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุด

ชื่อปีนะครับ ชื่อจริง ปรัตถกร จองอู นะครับ หรือหลายๆ คน และเพื่อนๆ จะชอบเรียกว่า ปีจองอู เป็นชาติพันธุ์ดาราอั้ง แล้วก็เกิดที่นี่เลย ตั้งแต่เกิดเลย เดิมทีแม่จอน เป็นพื้นที่ปลูกชา จากนั้นในช่วงประมาณปี 2532 เริ่มมีการประกาศอุทยานฯ ก็มีการ ให้ย้ายออกจากพื้นที่ต้นน้ำ ก็ย้ายออกมาอยู่ตรงนี้เมื่อปี 2536 ช่วงนั้นก็ปลูกข้าว หลักๆ นะครับ ปลูกข้าว แล้วก็มีการออกไปรับจ้างที่เชียงดาวบ้าง มีจังหวะหนึ่ง ชาวบ้านเริ่มรู้จักข้าวโพด ผ่านพ่อค้าคนกลางอยู่คนหนึ่ง ก็มีโอกาสได้ไปพูดคุย แล้วก็แนะนำว่า ปลูกอันนี้เรามีเงินให้ยืมด้วย ชาวบ้านกู้ยืมปุ๊บ แล้วก็... มีดอกเบี้ย ดอกเบี้ยร้อยละ 20 แล้วก็เอามาซื้อปุ๋ย ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ก็เริ่มมีการมาปลูก

เล่าให้ฟังหน่อยว่าทำไมจะต้องเผา แล้วเผาอย่างไร เผาเพื่ออะไร ประโยชน์คืออะไร ส่วนหนึ่งชาวบ้านต้องการปุ๋ยให้พื้นดิน แล้วส่วนหนึ่งก็คือประหยัดค่าใช้จ่าย โดยที่เราไม่ต้องมาปรับพื้นที่ ไม่ต้องมาถาง ไม่ต้องมาไถ ไม่ต้องมาขุด การปลูกข้าวโพด สุดท้ายจะจบที่การเผา

ในช่วงปี 2547 เป็นต้นมา จะเห็นค่าเข้มข้นของ PM2.5 มากขึ้น ในขณะเดียวกัน เราจะเห็นพื้นที่ข้าวโพดเพิ่มขึ้นด้วย ในปี 2550 คือเพิ่มขึ้นจากปี 2545 จาก 600,000 ไร่ ไปเป็น 2,000,000 กว่าไร่ คนเชียงดาว ทุกๆ 10 ไมโครกรัมที่เพิ่มขึ้น ตายเพิ่มมากกว่าคนเชียงใหม่ 2.2 เท่า

ถ้าเราเป็นหมอคนหนึ่งที่ดูแลคนไข้ โรงพยาบาลได้วันละไม่กี่คน ดูคนตายได้วันละ 0 คน 2 คน 1 คน เราอาจจะไม่รู้สึก แต่ถ้าเรารวบรวมข้อมูลทั้งหมดเราจะรู้เลยว่า เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้นจริงๆ แล้วไม่ได้เสียชีวิตในวันที่ค่าฝุ่นขึ้นวันนั้นนะ จะดีเลย์ไปประมาณ 4-5 วัน ภายในสัปดาห์จะมีการตายเพิ่มขึ้น

ปี 2546 มีการประชุมของสมาคมอุรเวชช์ฯ ผมเข้าใจว่าเป็นเดือนกุมภาพันธ์ ปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม เพื่อนก็บอกว่า เชียงใหม่ดีนะ เข้าหน้าร้อนแล้วยังมีหมอกตลอดวันอีก หมอกไหนวะ เนี่ย ดอยสุเทพเนี่ย ดู มองไม่ค่อยเห็นเลย เฮ้ย... ปกติหมอกไม่มาถึงบ่ายนะ เพราะว่าความร้อนสูงขนาดนี้ ไอน้ำต้องระเหยไปหมด อันนี้ไม่น่าใช่นะ อาจจะเป็นฝุ่น ตอนนั้นก็รู้จากที่เราไปพูด ไปสัมมนา แล้วก็ไปเห็นว่า มันมาจากการเผาไร่ข้าวโพดบนดอย มันมาจากไฟป่า มันมาจากการเผาเกษตร พอจุดแล้วมันลาม พอมันลาม มันทำให้ยึดพื้นที่เพิ่มขึ้นได้ มันทำให้การเพาะปลูกต่อไป สามารถขยายพื้นที่ปลูกได้ ขยายพื้นที่เลี้ยงสัตว์ได้ ขยายการสร้างครัวเรือนได้เพิ่มขึ้น

เราไปที่แม่แจ่ม เราเคยได้ยินว่าภูเขาหัวโล้น โอ้ มันไม่โล้นเปล่านะ มันโล้นถึงกะโหลก ถึงชั้นหิน คือไม่มีดินอยู่บนภูเขา แล้วก็ย้ายดอยไปใช่ไหม จนทั้งอำเภอ ที่อยู่ในเขตป่าสงวนฯ แต่ว่าชาวบ้านอยู่มาก่อน ประกาศเขตทีหลัง หัวโล้นแบบเป็นหิน **วายป่วงอะ ทำเพื่ออะไร เพื่อ... เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัว ขยายพื้นที่อะไรพวกนี้ เขาก็คงไม่มีทางอื่น ด้วยความที่เราเป็นชาติพันธุ์ โอกาสในทางสังคม หลายๆ อย่างไม่ค่อยเข้าถึง แม้แต่เรื่องสถานะทางบุคคล หรือว่าเรื่องสัญชาติ พอเราไม่มีสัญชาติใช่ไหม ทำให้การเดินทางที่จะออกไปทำงานข้างนอก มันลำบากมากเลย คนไม่มีสัญชาติ ไม่สามารถเดินทางออกไปนอกอำเภอได้ และไม่สามารถเดินทางออกนอกจังหวัดได้ การจะทำสัญชาติสักคนหนึ่ง มีเงินที่เราจะต้องจ่ายเป็นจำนวนมาก ผู้ใหญ่บ้านเซ็นครั้งหนึ่ง 500-1,000 บาท กำนันอีก อาจจะเพิ่ม อัปเลเวลหน่อย อาจจะเป็น 2,000-3,000 บาท ซึ่งกระบวนการเซ็นครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะได้สัญชาติเลยนะครับ ค่าลายเซ็น ค่าใต้โต๊ะ ค่าน้ำลาย อะไรสารพัด รวมๆ แล้วกว่าจะได้สัญชาติสักคนหนึ่ง หลักหมื่น หลักแสน เป็นเงินที่เราต้องเก็บมาทั้งชีวิต ผมยกตัวอย่างพื้นที่เชียงดาว 70,000 กว่าคน ซึ่งถ้ารวมคนที่ไม่มีสัญชาติ และไม่มีสิทธิเลือกตั้ง รวมๆ แล้วก็อีกประมาณ 30,000-40,000 คน เท่ากับว่าประชากรที่ไม่อยู่ในระบบ อีกประมาณ 40%

อันที่ 2 การที่จะเข้าเรียนสักโรงเรียนหนึ่ง มันมีค่าใช้จ่าย ก็ย้อนกลับไปว่า ในเมื่อพ่อแม่ไม่สามารถทำงานได้ ก็ไม่สามารถส่งลูกเรียนได้ เหมือนบีบบังคับ ให้เราต้องมีรายได้ที่เยอะขึ้น สิ่งที่ชาวบ้านต้องทำก็คือต้องทำเกษตร เกษตรก็จะมีอะไรสักกี่อย่าง ที่ชาวบ้านสามารถมีพ่อค้าคนกลางรับซื้อ มีไม่กี่อย่างใช่ไหม อย่างเช่นข้าวโพด มีคนรับซื้อแน่นอน เป็นอาหารสัตว์ได้ สุดท้ายวิธีการชาวบ้านจะต้องทำอย่างไร ก็ต้องขยายพื้นที่ต่อ สุดท้ายวิธีง่ายที่สุด ให้เร็ว เพราะงบประมาณไม่มี ไม่มีเงินไปไถใช่ไหม ไม่มีเงินปรับพื้นที่ ก็ต้องเผา

ประเทศไทย เป็นผู้ที่ส่งออกเนื้อไก่ ปีล่าสุด ปี 2565 ก็คือเป็นอันดับ 3 ของโลก แล้วก็เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย แต่จริงๆ แล้วเป็น ผลประโยชน์ที่แลกมาด้วย พื้นที่ป่าไม้ที่หายไป สุขภาพของคนปลูกเอง แล้วก็... สุขภาพของคนในพื้นที่ สินค้าเกษตรเราจะสู้ตลาดโลกได้ เราต้องเผา เพราะว่าต้นทุนมันถูก พอเราขายของถูก ก็จะขายได้ปริมาณมาก แต่เราปล่อยมลภาวะ เข้าไปให้ครอบครัวเรา ให้คนในครอบครัวเราสูด เหมือนพ่อแม่ บังคับให้ลูกสูบบุหรี่ ทำให้ลูกติดยาบ้า แล้วบอกว่า อันนี้พ่อแม่ขาย จะได้ช่วยพ่อแม่ เป็นพรีเซนเตอร์ให้พ่อแม่ มันถูกไหม เฮ้ย ตรรกะแบบนี้**แบบ **มากเลย คือ**มาปกครองประเทศด้วยตรรกะแบบนี้ ไม่ได้

อย่างที่บ้าน ในหมู่บ้านแม่จอน มีคนเป็นมะเร็ง 2 คนแล้ว เสียชีวิตไป 1 คนแล้ว แล้วก็เป็นระบบทางเดินหายใจ หลายคนเลยที่ไม่ได้มีโอกาสไปตรวจ ตรวจสุขภาพประจำปี ชาวบ้านเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ใช่ไหมครับ จะบอกว่าไปซื้อ N95 เอาค่าใช้จ่ายตรงไหน เอารายได้ที่ไหนที่จะไปซื้อ N95 ร้อยกว่าบาทในแต่ละวัน ที่จะใช้วันต่อวัน หาเลี้ยงตัวเองไปเป็นวันๆ ให้รอดก่อน พอเรารักษาโรคทางระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ แล้วก็ ICU อยู่แล้ว ผมก็เลยต้องไปศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่า มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร เพราะว่าสาธารณสุขจังหวัด บอกว่ามีอยู่แค่นี้ ระคายตากับระคายผิว แล้วก็ระคายคอ เราไปอ่านในวารสารทางการแพทย์ ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น มันเข้าไปลึก มันมีผลกระทบเยอะ คนไข้เป็นสโตรกมา เป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นปอดอักเสบมา เป็นหอบหืดกำเริบมา ถุงลมโป่งพองกำเริบมา แต่ก่อนก็ไม่ได้คิดอะไร กำเริบ ติดเชื้อ ติดเชื้อให้ยาปฏิชีวนะ ตอนหลัง เฮ้ย มันไม่ได้มีการติดเชื้อ เราตรวจเลือด ตรวจเสมหะ ไม่มีการติดเชื้อ ทำไมกำเริบ มันต้องเป็นเรื่อง PM2.5 มันสอดคล้องกับงานวิจัยที่ทำในต่างประเทศเลย แต่บ้านเราไม่รู้ หมอก็ไม่มีใครพูดถึง ไอ้หน้ากากอนามัยเลิกแจกได้แล้ว อายเขา รู้ว่ามันกันไม่ได้ แล้วไปยืนถ่ายรูปฉีดน้ำ อยู่ตรงประตูท่าแพ อายเอาปี๊บคลุมหัวเลย ไม่ควรจะทำแบบนั้น หรือว่างั้นเราต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์วิจัย ให้เป็นที่ประจักษ์เด่นชัดขึ้น แล้วนำไปใช้ได้ นำไปกำหนดนโยบายได้ ทางวิชาการ คุณหมอมีงานวิจัยกี่เรื่อง 100 เรื่อง 100 เรื่อง ถึงตอนนี้นะ นาทีนี้ 100 เรื่อง

PM2.5 ทุกๆ 10 ไมโครกรัมรายวัน ทำให้คนเชียงใหม่ตายเพิ่มขึ้น 1.6% ภายใน 1 สัปดาห์ถัดมา เราเข้าสมการไปได้เลยว่า ถ้า PM2.5 เพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 200-300 ไมโครกรัม ตายเพิ่มขึ้นแค่ไหน แค่ 10 มันยัง 1.6% 100 มันก็ 16% 200 มันก็ 32% 400 มันก็ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ เคยตายกันวันละ 50 คน ก็จะกลายเป็น 80 คน แต่กระจายไปใน 25 อำเภอ พอ 25 อำเภอ เราเป็นนายอำเภอแต่ละอำเภอ ได้รับซองขาว เราก็ใส่เงินเพิ่มขึ้น ไม่รู้สึก วันนี้ตาย 1 ศพ เดี๋ยวอีก 2 ศพ 3 ศพ แต่ถ้าเราวิเคราะห์ทั้งจังหวัด 25 อำเภอ โอ้โห ตายเพิ่มขึ้นเยอะนะ ถ้าเราไม่เอาข้อมูลนี้มาวิเคราะห์ เราจะ Underrecognized

เริ่มแรกก็เป็นครูสอนที่วิทยาลัยเทคนิคลำปาง ทางคุณพ่อคุณแม่ของภรรยาก็อายุเยอะแล้ว ตอนนี้ก็เป็นคล้ายๆ กับผู้ป่วยติดเตียง เขาก็อยากจะดูแล ก็ย้ายตามภรรยามา แล้วก็มาอยู่เชียงใหม่ แล้วมาเป็นครูพิเศษ สอนที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ แล้วก็สอนมาถึงปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าเราไม่ได้สังเกตหรือเปล่า แต่เท่าที่เราสังเกตก็คือเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา เรามีอาการ เวลามีฝุ่นควันเยอะๆ ผมจะมีอาการคล้ายกับเป็นหวัด มีอาการจาม ไอ จาม ก็ต้องหาหน้ากากอนามัยใส่

เราพูดถึงระดับบุคคลเลยนะครับว่า PM2.5 หรือว่ามลพิษ ผมไม่อยากใช้คำว่าฝุ่นเลย ฝุ่นมันดูฝุ่น ฝุ่นจิ๋วแม่งกระจอก ความจริงภาษาอังกฤษเขาไม่ได้เรียกว่า Dust นะ เขาเรียก Particulate Matter ก็คือมลพิษชนิดอนุภาค อนุภาคมันเสถียร อยู่เป็นสัปดาห์ เดินทางเป็น 1,000 กิโลเมตร ตามกระแสลม เมื่อตกค้างอยู่เป็นสัปดาห์มันเลยสะสม พอเข้าไปในทางเดินหายใจ ขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนมันลงปอด ขนาดต่ำกว่า 2.5 ไมครอน เล็กกว่าเม็ดเลือดแดง มันเข้าเส้นเลือดเลย อันนี้ถ้าเราจะดูรอยเท้าของ PM ที่มันเข้า เราต้องส่องจมูกดู ถ้าส่องจมูกเราเจอฝุ่นในวันนั้น เราจะเห็นฝุ่นเป็นรอยสีน้ำตาล อยู่เหมือนสนิมเลย อยู่ที่ผนังจมูก แล้วจมูกก็จะบวมขึ้นมา พอเราขยายดูนะครับ เราจะเห็นว่ามันเจาะ เหมือนมอดหรือปลวกกินบ้าน เจาะๆๆๆๆๆ อย่างนี้ เจาะเข้าไปเลย มันเข้าเส้นเลือดไปเลย แล้วเป็นรูเล็กๆ เยอะมาก ผมเห็นแล้วผมตกใจเลยนะ ผมก็ยังไม่เห็นวารสารไหน ที่มีภาพ มีอธิบายแบบนี้อย่างผมเลยนะ นี่เส้นเลือดปริเลยนะ ถ้าปริเป็นเส้นเลือดเล็กๆ อย่างนี้ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ไม่เห็นนะ แต่สมองจะมึน ปวดหัว ซึมลง หงุดหงิด ซึมเศร้าได้ง่ายขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้ไม่ดี เหนื่อยง่ายขึ้น หัวใจเต้นผิดปกติ ถ้าไปเจอเส้นเลือดใหญ่ กล้ามเนื้อหัวใจตาย ช็อกเลย ถ้าไปเจอเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดในสมองแตก ตีบ อัมพาต ตายเลย ปุ๊บปั๊บเป็นได้เลย เขาเรียก Sudden Death Syndrome กลุ่มเสียชีวิตกะทันหัน เป็นจาก PM2.5 ได้เลย

คราวนี้พอลงปอดไปแล้ว ผมก็ส่องกล้องลงไปเลย ส่องกล้องไปก็คือหลอดลม ปกติจะแห้งๆ ซีดๆ อันนี้เป็นน้ำขาวๆ แบบน้ำนม ทะลักๆ ออกมาแล้วก็ แดงส้มๆ แบบนี้ ที่อัดในปอดข้างล่าง อันนี้เป็นปอดกลีบล่างนะครับ อัดด้วยความเบาของมัน ก็หายใจเข้าไป คนเราหายใจนาทีละ 20 ครั้ง หายใจเข้าไปเฮือก เฮือก ชั่วโมงหนึ่ง 1,200 ครั้ง วันหนึ่ง 14,000 ครั้ง สัปดาห์หนึ่งก็เป็นแสนๆ ครั้ง ก็ไปอัดๆ ดูเหมือนก้อน ผมก็ไปส่องกล้อง ล้างปอดออกมาเป็นน้ำเลือด พอไปตัดชิ้นเนื้อปอด ก็เป็นเนื้อปอดที่อักเสบ แต่ไม่มีเชื้อ ไม่มีมะเร็ง อันนี้คือผลกระทบเฉียบพลัน ซึ่งคนไข้มีอาการน้อยมากเลยนะ มีไข้ต่ำๆ ชาวบ้านไอๆ ไข้ต่ำๆ เขาซื้อพาราฯ ตามร้านขายยากิน ผมซื้อยามากินเอง ก็ไม่หาย ก็ไปปรึกษาคุณหมอ คุณหมอก็... เอ็กซเรย์ปอด ปรากฏว่ามีน้ำอยู่ในปอด ตอนนั้นก็ไปเจาะปอดด้านหลังเลยครับ เจาะเอาน้ำออก แล้วก็ส่งเข้าไป MRI ไปเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ รอผลเอ็กซเรย์ประมาณ 3 สัปดาห์ คือเป็นสารก่ออักเสบครับ เข้าไปในเซลล์จะแตกตัว ให้อวัยวะภายในของเซลล์ถูกทำลาย พอทำลายแล้ว เกิดการอักเสบ ถ้าสัมผัสเรื้อรังก็เป็นการอักเสบเรื้อรัง ทำให้ถุงลมโป่งพองกำเริบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สโตรก ปอดอักเสบ หอบหืด กำเริบ แล้วก็ มะเร็งปอด

ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรไว้ก่อน ไม่ได้เตรียมใจเลย ก็ไปฟังผลเอาตอนตรงหน้างานเลย ผลออกมาก็คือ เป็นมะเร็งปอดลุกลาม ในระยะที่ 4 แล้ว ก็ลองแหย่ถามคุณหมอ คุณหมอ มะเร็งมีกี่ระยะ เขาก็บอกว่ามี 4 ระยะ คุณหมอก็ถามผมตั้งแต่แรกนะครับ สูบบุหรี่ไหม เลิกบุหรี่หรือยัง สูบวันละกี่มวน ผมบอก ไม่ได้เลิกครับ เพราะผมไม่ได้สูบบุหรี่ ผับบาร์เนี่ย ผมไม่ได้เข้าเลย เพราะภรรยาไม่ค่อยโอเคเรื่องนี้อยู่แล้ว อยู่ในโรงเรียน ในที่ทำงาน ก็ไม่มีอยู่แล้ว คนไม่สูบบุหรี่ก็เป็นมะเร็งปอด แล้วเป็นมะเร็งปอดเป็น 2 เท่าของภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต ระนอง ชุมพร การเสียชีวิตจากมะเร็งปอดน้อยมาก แต่ภาคเหนือตอนบน เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ เชียงราย โอ้โห เสียชีวิตจากมะเร็งปอดเยอะมาก แดงเลย แดงเถือกเลย มะเร็งปอดไม่ใช่กรรมพันธุ์นะ ไม่เหมือนมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่นะ ถูกสาปเหรอ ถูกพระเจ้าลงโทษเหรอ ไม่ใช่นะ ถึงเราจะตัดเนื้อปอด แล้วมาดูว่าในเนื้อมะเร็งนั้นมี PM2.5 ไหม มันไม่มี มันสลายไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทำให้เซลล์เราซ่อมแซม แบ่งตัว แล้วก็ผิดเพี้ยน แล้วก็กลายเป็นมะเร็ง ระยะเวลาเพียง 3 ปี เป็นมะเร็งปอดได้สบาย แล้วเป็นมะเร็งปอดชีวิตเปลี่ยน ผ่อนรถไม่ทันหมด ตาย เรียนจบมาไม่ทันได้ทำงาน ตาย กำลังก้าวหน้า กำลังเป็นที่พึ่งของครอบครัว ลูกยังเล็ก ตาย ก่อนตายต้องมาเสียเงินอีก ยาหลายอย่างที่เบิกราชการไม่ได้ ยาหลายอย่างที่เอกชนก็ซัพพอร์ตไม่ได้ สิทธิประกันสังคมไม่สามารถเบิกค่ายาตัวนี้ได้ ก็เลยต้องซื้อ กล่องหนึ่งก็มีอยู่ประมาณ 50 แคปซูล วันหนึ่งเราต้องกินอยู่ 2 แคปซูล กล่องหนึ่งก็ตกอยู่ เกือบๆ 30,000 บาท แต่เงินเดือนเราประมาณ 20,000 บาท ถ้ารักษาแบบมุ่งเป้านะ ถ้าต้องการให้หาย ต้องมีเงินสำรองอย่างน้อย 10 ล้าน เป็นเรื่องที่... ที่น่าเศร้า สำหรับครอบครัวแต่ละครอบครัว แต่เป็นแค่สถิติหนึ่ง ที่บันทึกไว้ในใบมรณบัตรแค่นั้นเอง ถ้าเราไม่ได้ผูกพันอะไรเราก็จะไม่รู้ ตายหนึ่งคน เสียหายหลายคน ทั้งครอบครัว ทั้งหน่วยงาน ทั้งสังคม เพราะฉะนั้นผมรู้เลยว่า ถ้าเราควบคุม PM2.5 ให้ดี ประเทศจะเจริญ GDP จะเพิ่มขึ้น คนจะมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น หนี้สินครัวเรือนจะน้อยลง รัฐบาลจะจ่าย Health Care Cost แล้วก็ Indirect Cost น้อยลง จะเหลืองบไปพัฒนาบำรุงประเทศได้มากขึ้น

คือ นโยบายของรัฐเนี่ยค่ะ เป็นตัวการสำคัญเลย ที่เอื้อให้อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เติบโตขึ้น การที่นำเอากรอบยุทธศาสตร์ เน้นการส่งเสริมทางเศรษฐกิจ ชายแดนของลุ่มแม่น้ำโขงก็คือ ไทย สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา บริษัทยักษ์ใหญ่สำคัญทางเกษตรของไทย เป็นบริษัทแห่งแรกด้วย ที่ไปลงทุน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา กับเกษตรกรประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอันนี้เป็นจุดเริ่มต้นอันหนึ่งที่สำคัญ ที่เราเห็นถึงมลพิษข้ามพรมแดน เช่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ ก็คือค่าฝุ่น ต่ำสุดอาจจะอยู่ที่ราวๆ 400 ในขณะที่ถ้าเป็นรายชั่วโมง อาจจะสูงถึง 900 ก็มี ซึ่งไม่ควรจะมีตัวเลขนี้ในการวัดค่าฝุ่นด้วยซ้ำ โอ้ คราวนี้เลยเผาเป็นภูมิภาคเลย ไม่ได้เป็นเขาท้องถิ่นเหมือนเดิมแล้ว ไปถึงกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ นี่ปากใหญ่มาก โอ้โห 3 วันมีฝุ่น โวยวาย รัฐบาลแบบ ต้องหยุดโรงเรียน ต้องหยุดก่อสร้าง ต้องตรวจควันดำอะไร กุลีกุจอเลย ขอโทษนะ พวก**เนี่ย โวยวายมาเป็น 10 ปี ไม่ทำ**อะไรเลย

เราจะขอพบนายกฯ เราจะเขียนจดหมายเปิดผนึก เขาก็รับเรื่อง บอกว่า หมอ คุยกับท่านนายกฯ แล้ว ท่านให้เวลาพบ 5 นาที **นึกว่า นึกว่า 5 ปี 5 นาที ฟังผิดหรือเปล่า บอก โอ๊ย 5 นาที ผมไม่ไปนะ หนึ่ง เสียดายค่าเครื่องบิน สอง ผมยินยอมจ่ายค่าเครื่องบินให้ท่านนายกฯ และทีมงานของท่าน ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้มาเชียงใหม่ จ่ายค่าโรงแรมให้เลย มาฟังผมพูดครึ่งชั่วโมง เงียบไปเลย เงียบไปเลย ลูกพยายามจะบอกพ่อบ้านว่า หัวหน้าครอบครัวว่า เฮ้ย ไฟมันไหม้บ้านเราเยอะแล้ว หัวหน้าครอบครัวบอกว่า ให้เวลา 5 นาที โอ๊ย ตายแล้วอย่างนี้ ถ้าไม่เกิดกับตัว** **ไม่เชื่อใช่ไหม ก็เลยเหมือนปัญหาพวกนี้ถูกดีเลย์ ถูกปัดสวะไปเป็นฤดูกาลๆ รอรัฐมนตรีอะไรที่มีประสิทธิภาพสูงรู้ไหม รัฐมนตรีพระพาย กับรัฐมนตรีพระพิรุณ มาโปรดเท่านั้นเลย

กรณีของแม่จอนเอง คนรุ่นพ่อรุ่นแม่คือเริ่มเห็นว่ามีอาการป่วย จากสารเคมีต่างๆ เยอะ เขาถึงได้เปลี่ยนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาเป็นปลูกลำไย จากเดิมที่อาจจะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากถึง 90% ก็หันมาปลูกน้อยลง เหลือแค่ 10% ในปัจจุบัน ถ้ามองที่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง ก็คือเป็นนโยบายที่ภาครัฐสนับสนุนทั้งนั้นเลย ถ้าเกิดเขาได้รับการสนับสนุน ไปปลูกพืชประเภทอื่น ทำไมเขาจะไม่เลือกทางเลือกที่ดีกว่า

ถ้าตอนนี้ผมยังไม่ได้ไปบวชเรียนตอนนั้นนะครับ ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ แล้วก็ไม่ได้ไปทำงานในเมือง ผมกล้าฟันธงว่าชีวิตผมนี่อาจจะต้องเป็นขี้ยา ไม่เป็นขี้ยาก็เป็นขี้เหล้า ผมอาจเสียชีวิตไปแล้ว สังคมที่อยู่ก่อนหน้านี้มัน... เหมือนไม่เจอโอกาส มันเหมือนอยู่ในความมืด ได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือ ก็ทำให้เราหาทางออกของชีวิตได้ ว่าเราควรจะออกจากจุดที่เราอยู่ ก็ได้คุยกับภรรยา พยายามคุยในเรื่องนี้ ว่าให้ทำใจ ไว้บ้าง รายได้ก็คงไม่ ไม่เยอะไปกว่านี้แล้วครับ เราจะหักโหมรับงานมาเยอะๆ เหมือนเมื่อก่อนก็ไม่ได้แล้ว เพราะว่าสภาพร่างกายเราไม่เอื้ออำนวย ยอมรับความเป็นจริง ยอมรับสภาพ ถ้าซื้อไม่ไหวแล้ว ก็ต้องหยุดครับ หยุดก็ยอมรับสภาพไป สิ่งที่ผมพูดถึง ที่ผมให้สัมภาษณ์ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเกินเลย ไม่ใช่เรื่องฟิกชัน มันเป็นความจริงที่เจอในประสบการณ์ ของชีวิตที่ทำงานมาเกือบ 40 ปีนี่แหละ

ขอแม่เลยว่า ขออยู่เชียงใหม่ ใฝ่ฝันว่าถ้าเราสอบเอ็นทรานซ์ เราจะมาเชียงใหม่ เราก็ภูมิใจนะ เราจบเชียงใหม่ เราเป็นหมออยู่ที่เชียงใหม่ เราเป็นอาจารย์อยู่ที่เชียงใหม่ เราภูมิใจมากเลยว่า เราได้อยู่ในเมืองที่มีวัฒนธรรมดี มีผู้คนที่เป็นมิตร มีอากาศที่บริสุทธิ์ บุญของกู Upside Down Upside Down นี่เราหวังว่าพลิกอีกรอบหนึ่ง ก่อนผมตาย เชียงใหม่จะเป็นเมืองที่ฟ้าใสอย่างยั่งยืน ไม่รู้ฝันเกินไป ตั้งเป้าหมายมากเกินไปหรือเปล่านะ แต่ว่า เราอยากเห็น เหตุการณ์อย่างนั้นกลับมาในบั้นปลายของชีวิตอีกทีหนึ่ง ความจริงอาจจะไม่ใช่... อาจจะไม่ใช่ ความต้องการของเรา เพื่อตัวเรา แต่เป็น... คนรุ่นต่อๆ ไป ไม่ใช่ลูกหลานเราด้วยนะ เป็นคนรุ่นต่อๆ ไปที่จะ ใช้ชีวิตได้อย่าง ปกติสุข

แต่ก่อนนี้ผม ผมจะรู้สึกอย่างนี้เยอะมากเลย แล้วไม่ได้รู้สึกอย่างนี้มานานแล้ว เพราะว่าด้วยตำแหน่ง ด้วยหน้าที่การงาน แต่มันซ่อนอยู่ในใจ ไปเห็นคนไข้ป่วย ไม่อยากได้สตางค์จากเขาเลย ไม่อยากให้เขาตายเลย ไม่อยาก อยากให้เขาหายเลย แต่... แต่มัน มันทำอะไรไม่ได้ เซ็ง พี่ทำงานอะไรครับ เป็นไกด์ ไกด์จีนค่ะ แล้วพี่มาหาผมเรื่องอะไร เกี่ยวกับหายใจหรือว่าไอค่ะ เป็นมานานแล้ว แล้วเวลาพี่ทำงานพี่ใส่หน้ากากไหม ใส่บ้างไม่ใส่บ้างค่ะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ ก็มีอาการที่มีเสลด มีน้ำมูกข้างในเหนียว ทำให้จามมากขึ้น แล้วก็ไอ แล้วการหลับ หลับไม่ค่อยสนิทครับ วันที่ 30 นะคะ ไม่มีอากาศหายใจเลยค่ะ อยู่ในบ้านก็หายใจไม่ได้ ใช้เครื่องฟอกก็ไม่ได้ มันไม่อยู่ค่ะ ไม่มีอากาศหายใจเลยค่ะ โอ้โห แย่มากเลยค่ะ 151 ในบ้าน แต่พอออกนอกบ้าน 200 กว่า หมอกควันเยอะมาก หายใจไม่ออกเลยค่ะ แล้วทุกคนนะอยู่กันแบบ เด็กๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ หลานเรากำลังฉลาด แล้วถ้าเกิดเขาเป็นไอคิวต่ำ เป็นออทิสติกขึ้นมา ผลกระทบทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็ก กลายเป็นคนปัญญาอ่อนกันทั้งประเทศ ทั้งเชียงใหม่ แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรคะ แล้วทุกคนก็เรียกร้องอากาศบริสุทธิ์ ทำไมไม่มีใครสนใจเลยคะ