📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

วิกฤตพลังงาน ดันแจกเงิน ผมเป็น สส.จะล่อให้! ปชช.ซื้อน้ำมันแพงกว่าส่งออกไม่แก้| THE STANDARD NOW (HL)

THE STANDARD46:37

Transcription

มองภาพรวมคำแถลงนโยบายของนายกก่อนก็แล้วกัน ถามถามอาจารย์ก่อนในมุมคนนอกอาจารย์ มองที่วันนี้นายก >> ลุกขึ้นแถลงนโยบายเป็นยังไงบ้างภาพรวม ครับ >> ครับคือจริงๆนายกท่านก็ไม่มีทางท่าท่าทีอื่นได้ >> ก็คือต้องไปอ่านคำแถลงนโยบายนี่แหละ >> ทีนี้มันก็ต้องไปดูที่ไอ้ตัวคำแถลงนี่แหละที่มันเขียนกันขึ้นมาให้ท่านนายกอ่านเนี่ย >> ครับ >> นะครับโอเคมันก็อาจจะดูแปลกๆหน่อย >> ยังไงฮะ >> คืออารัมภบทนาน >> อืม >> แล้วแล้วเท้าความไปถึงเปิดมาก็ถึงรัฐที่ผ่านมา รัฐบาลของกระผมเนี่ย >> ครับ >> เออรัฐบาลของกระผมใช่มั้นี่คือจะชุดไหน >> อ่า >> ชุดหลังเลือกตั้งแล้วแล้วก็ทำงานมา >> ก่อนหรือยังไงหรือตั้งแต่ >> ก่อนยุบสภา >> ชุด 4 เดือน >> อ่าแต่พอดูแล้วก็คือโอเคมีคำว่าคนละครึ่งพลเนี่ย >> แปลว่าหมายถึงชุดนั้นแหละ >> อื >> คือตั้งแต่เป็นนายกมาครั้งแรกนั่นแหละ >> เชื่อมต่อมาเลย >> อ่าเพราะว่ายุทธภานแล้วคนละครึ่งพัมันทำไม่ได้ไงครับ >> อ่าอย่างเงี้ยนะครับก็แปลว่าโอเคเท้าความตั้งแต่นั้น >> อื >> ก็เพิ่งเห็นเพิ่งเคยเห็นว่า >> คำแรงนโยบายไปข้างหน้าเนี่ยนะเท้าความซะยาวเลย >> อื >> อ่าและเรื่องหลายๆเรื่องเนี่ยที่คนคาดหวังว่าน่าจะอยู่ในนโยบาย >> ครับ >> ไปอยู่ตอนท่อนแรกเยอะ >> ครับ >> ซะเยอะอ่า >> ก็เลยคิดว่าเอ๊ะถ้าจะต่อไปเนี้ยเราต้องติดตามนโยบายของรัฐบาลน่ะว่าทำไม่ทำเนี่ย >> ครับ >> มันนับได้มั้ยตั้งแต่ที่ผ่านมารัฐบาลของกระผม >> อ๋อ >> หรือต้องไปนับตั้งแต่ข้อ 1 >> อืมอเพราะเหมือนกับมีมีท่อนฮุคอ่ะว่ารัฐบาลก็เลยมีนโยบายดังนี้แล้วก็ 1 2 3 4 5 ไล่เป็นข้อๆไป >> ครับ >> มันตกลงนโยบายมันเริ่มต้นตรงไหน >> นับจากไหนดี >> อ่านับจากตรงไหนดีเออ >> เอกสารมันแบ่งเป็น 2 ท่อนแบบเนี้ย >> ครับ >> อ่า >> แล้วที่ที่ฝ่ายค้านเค้าตั้งข้อสงสัยอือฮึ >> ตั้งข้อสังเกตก็แล้วกัน >> นะฮะว่าเหมือนกับเป็นนโยบายกลางๆทั่วๆไปที่ยังไม่สอดคล้องกับภาวะวิกฤตเนี่ย อาจารย์มองยังไง >> สก็มีส่วนเพราะว่าพอยิ่งยิ่งหลายๆท่านลุกขึ้นอภิปรายแล้วก็ทวงหานโยบายหลายๆเรื่อง >> ที่คนคาดหวังว่ามันน่าจะมีก็ปรากฏว่าไม่มี >> ครับ >> อ่ะเอาแบบว่าเอาไม่ต้องเอาสภาวะวิกฤตก่อนก็ได้เอาง่ายๆไปทำประชามติกันมาเนี่ยเรื่องรัฐธรรมนูญอยู่ตรงไหน >> ไม่มี >> อ่าอยู่ในอลัมภบทอ่ะมี 1 ประโยค >> อ่าว่าจะมีการจัดทำอหาคณะผู้รารัฐธรรมนูญมาให้ถูกต้องตามกระบวนการอะไรประมาณเนี้ยมีอยู่ 1 ประโยค >> แต่ตั้งแต่นโยบายข้อ 1 มาไม่ได้จะเขียนตรงนี้อ >> ชัด >> ทีนี้พอไอ้ไอ้พวกเร่งเร่งด่วนๆต่างๆเนี่ยคนก็ต้องเอ้ยเรื่องน้ำมันเรื่องพลังงานมันน่าจะต้องมีไฮไลท์ >> อื >> อ่าแล้วทีนี้โอ๊ะวิธีไฮไลท์ที่ผ่านมาอ่ะที่ผ่านมาเนี่ยขนาดผมกลับไปดูนโยบายรัฐบาลแพททองทานเนี่ย >> เขาก็ยังมีนะนโยบายเร่งด่วน 1 ปี >> มีกี่ข้อ 1 2 3 4 5 >> ฮะ >> ไอ้แบบเนี้ยคนคาดหวังว่ะสถานการณ์วิกฤตแบบเนี้ยเราอยากจะเห็นว่าเออเร่งเออจะเสนอนโยบายเร่งด่วนอะไรมากี่ข้อกี่ข้อก็ว่าไป >> ไม่มี >> อื >> ถูกเอาไปรวมกันหมดไม่ว่าคุณจะเร่งด่วนไม่เร่งด่วนรวมกันหมดไล่ตามเรื่องไปไล่ตามประเด็น 5 5 อัน >> ที่เ้าววางไว้ >> อ่าเป็นวางเชิงยุทธศาสตร์ไว้แล้วก็จะแบ่งเป็น 5 คัสเตอร์อะไรที่ว่าเนี่ย >> ครับ >> อ่า >> มันก็เลยกลายเป็นว่าอ้าวพอมันพอไปรวมกันแบบเนี้ยมันก็เลยไม่เห็นไฮไลท์ไง >> อื >> อ่ามันอาจจะไปซ่อนอยู่ถ้าเกิดใครพยายามไปแคะหาเนี่ยก็อาจจะพอเจอบ้าง >> เช่นคำว่า >> ฆ่าพลังงาน >> ออ >> อ่าเช่นคำว่าฆ่าพลังงานเนี่ยก็โอเคตรงข้อ 1 เรื่องเศรษฐกิจก็มี >> จะลดภาระอะไรที่ไปลดทอนศักยภาพของประชาชนอะไรเงี้ย >> แล้วก็บอกว่าจะได้ช่วยเหลือในเรื่องค่าพลังงานกับประชาชน >> เพราะไอ้ตัวเนี้ยมันเป็นตัวบั่นทอนศักยภาพของประชาชน >> อะไรแบบเนี้ยจะส่งเสริมเรื่องพลังงานสะอาดอย่างเงี้ยก็จะมีเรื่องพลังงาน >> แต่ว่ามันแฝงอยู่ >> มันแฝงอยู่เป็นจุดๆ >> มันไม่ได้แยกออกมาว่านี่คือเร่งด่วนต้องทำวัด KPI 1 ปีไม่มี >> ใช่ถูกจนคือคือกลายเป็นว่ายิ่งคนคาดหวังแล้วมันก็น่าจะต้องเอามาวางให้คนเห็นชัดๆ >> ครับ >> เจะได้ไม่ต้องถามหาเยอะ >> โอเคอ่ะนี่คือภาพรวมคุณวิโรจแล้วครับโอ้รอบนี้ไม่ได้เข้าสภาฟังท่านนายกวันนี้แล้วเป็นยังไงบ้าง >> คือจริงๆแล้วการแถลงนโยบายเนี่ยของนายกรัฐมนตรีต่อสภาเนี่ยนะครับหรือต่อรัฐสภาเนี่ย >> จริงๆแล้วมันมีความสำคัญมากนะครับเพราะว่า >> เอ่อมันมีผลอย่างมากนะครับกับการจัดงบประมาณ >> อื >> มันมีผลอย่างมากที่ภาคประชาชนรวมทั้งฝ่ายค้าแล้วก็ภาคีเครือข่ายต่างๆที่มันเกี่ยวข้องจะได้ติดตามว่ารัฐรัฐบาลเนี่ยได้ทำตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเอาไว้หรือไม่ไม่อ >> ครับ >> และจะได้ติดตามได้ด้วยว่านโยบายที่เอ่อพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลเนี่ยได้หาเสียงเอาไว้แจ้งกับกกต.เอาไว้นโยบายไหนเนี่ยถูกเลือกนะครับแล้วก็มาอยู่ในอ่านโยบายหลักของรัฐบาลหรือไม่นะครับ >> อ่าก็จะได้ติดตามเอ่อเค้าเรียกว่าการขับเคลื่อนนโยบายได้ถูกเนาะ >> อือ >> แล้วก็อันนี้คือสิ่งที่ 1 สิ่งที่ 2 ก็คือว่ารัฐบาลเนี่ยที่รู้สถานการณ์เก็อย่างที่อาจารย์สัติธรว่านะ >> มันก็ต้องมีนาวเนียฟานาวก็คือตอนเนี้ยที่กำลังเจออยู่ตอนเนี้ยนะครับระยะเฉพาะหน้าเนี่ยนะครับที่มีความเดือดร้อนเนี่ยซึ่งยิ่งสถานการณ์ตอนนี้เนี่ยเนี่ยไอ้นโยบายเฉพาะหน้าเนี่ยสำคัญอย่างมากแต่กลับไม่มี >> ครับ >> นะครับนาเนียเนียคือระยะใกล้ >> อือ >> แล้วก็ฟาคือระยะไกลนะครับจะทำอย่างไรเนาซึ่งอ >> ปรากฏว่าก็ถูกเ่อแถลงอ่ะหรือจัดทำเป็นเอกสารน่ะในรูปแบบครูมหมดเลย >> จนกระทั่งว่า >> เออประชาชนก็งงว่าจริงๆแล้วเนี่ยทุกครั้งเนี่ยเวลาจะติติงจะถามว่าเออรัฐบาลเนี่ยจัดลำดับความสำคัญถูกต้องหรือเปล่า >> ปรากฏตอนวิพาภาควิจารณ์ไม่ได้ในเรื่องนี้เพราะว่าคุณไม่ได้จัดลำดับความสำคัญมาให้ >> อ๋อคือมันคลุมไปหมด >> คลุมไปหมดเอาอย่างน้อยอย่างน้อยๆที่ผมบอกว่าตอนเนี้ยสถานการณ์ในเรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นเนี่ยนะครับ >> อ >> ผมก็บอกประชาชนเขารู้แหละว่าสถานการณ์เนี่ยมันไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวรัฐบาลมันมาจากการปัจจัยภายนอกคือการสู้รบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลแล้วก็สหรัฐอเมริกาถูกมั้ยครับเราต้องได้รับผลกระทบอยู่แล้ว >> แต่สิ่งนึงที่ประชาชนคาดหวังคือความร่วมทุกข์ร่วมสุขการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขอย่างเป็นธรรมระหว่างทุกภาคส่วนไม่ว่าจะในเรื่องของโรงกลั่นก็ดีผู้ค้าน้ำมันก็ดีโรงงานอุตสาหกรรมก็ดีครัวเรือนก็ดี >> ครับ >> ให้มันมีความรู้สึกว่าเราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันน่ะ >> อือ >> ตรงเนี้ย >> เราไม่เห็นไง >> ครับ >> นี่คือปัญหาเฉพาะหน้าเลยที่ประชาชนเอาว่าผมว่าเปิดทีวีมาเนี่ยทุกคนตั้งใจเลยว่า >> เออรัฐบาลจะจัดการยังไงกับสถานการณ์น้ำมัน >> อือ >> ในครั้งนี้ซึ่งมันไม่ใช่แค่สถานการณ์ปัญหาน้ำมันวันนี้มัน >> เป็นวิกฤตการน้ำมันแล้วนะครับถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์โลกแล้วนะครับ >> อืคือคนคาดหวัง >> แต่ปรากฏว่าสิ่งที่รัฐบาลแถลงนโยบายมาเนี่ยมันกลายเป็นรวมๆไปหมด >> มันคลุมๆไปหมดเลยนะฮะอ้าทีนี้เดี๋คุณผู้ชมจะไม่เห็นภาพเรามีบางช่วงบางตอนที่วันนี้นายกอนุทินแถลงมาให้ฟังกันอ้าเชิญฮะ >> ครับผมในฐานะนายกรัฐมนตรีขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนว่าความท้าทายและความผันผวนที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในวันนี้และอนาคตอันใกล้เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับหากเราหยุดนิ่งจะยิ่งทำให้ประเทศถดถอยรัฐบาลพร้อมที่จะเติมเต็มและทุ่มเทสรรพระกำลังที่มีอยู่ อย่างเต็มความสามารถเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนและนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่เต็มศักยภาพเพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมและเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศของเราในระยะยาวกระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายในคนไทยตั้งตัวได้เศรษฐกิจแข่งขันได้และโลกมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยขอขอบคุณครับ >> ครับ >> โลกมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยให้คนไทยตั้งตัวได้ก่อนจะไปถึงโลกอ่ะอาจารย์เชื่อมั่น >> ให้คนไทยเชื่อมั่นก่อน >> ถามอาจารย์ก่อนเลยว่า >> อาจารย์เชื่อมั่นแค่ไหนเพราะว่าอ่ะอย่างที่เมื่อกี้คุณวิโรจบอกเนาะว่าตอนนี้ปัญหาเนี่ยมันไม่ใช่แค่ในประเทศแต่มันเกิดจากข้างนอกด้วยที่เราไม่เกี่ยว >> แต่เขายิงกันเนี่ยมันกระทบกับเราเนี่ยมันยิ่งหนักเข้าไปอีกนะอาจารย์ตอนนี้ >> ใช่คือคือคนไทยเข้าใจอ >> ว่าปัญหามันหนัก >> อ่าเหมือนที่หลายๆประเทศผู้นำเค้าก็สื่อสารตรงไปตรงมาว่ามันหนัก >> ครับ >> อ่าแต่สิ่งที่รัฐบาลต้องช่วยอธิบายต่อก็คือว่าแล้วรัฐบาลน่ะจะรับมือกับมันยังไง ครับ >> อ่าวันนี้มันมาในรูปนโยบาย >> นโยบายที่อยู่บนความคาดหวังตามปกติว่าอ่ะสมมุติว่ารัฐบาลอยู่ครบเทอม >> ครับ >> นะ 4 ปีเนี่ย >> แพ็คเกจนโยบายอะไรที่จะนำเสนอให้กับประชาชน >> อือ >> อ่าโดยเฉพาะณจุดเริ่มต้นของการเป็นรัฐบาลวันนี้มันอยู่ท่ามกลางวิกฤตครับ >> อือ >> อ่าอันเนี้ยเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญเลยมีความสำคัญไง >> ครับ >> อ่าคือจะทำให้คนเชื่อมั่นมันก็ต้องจัดก้าวแรกนี่แหละ >> อื >> คือก้าวแรกที่คุณเริ่มทำงานน่ะวันนี้บอกว่าอ่ะพอแถลงนโยบายเสร็จเราจะมีอำนาจเต็ม ะ >> อื >> คนก็จะถามว่าอำนาจเต็มแล้วทำอะไร >> อ่า >> ถ้าทำตามที่เขียนมาวันเนี้ยมันยังพอไม่มองไม่เห็นไง >> คือเพราะไอ้สิ่งที่เคยทวงตั้งแต่ไอ้ตอนที่บอกว่าอำนาจยังไม่เต็มอ่ะหลายๆเรื่องมันไม่ได้ถูกเขียนไง >> อเพราะตอนนั้นเนี่ยมักจะบอกว่าเดี๋ยวรอ ก่อนรอแถลงนโยบายก่อน >> อ >> อ่าวันนี้แถลงแล้ว >> แถลงแล้ว >> แต่ปรากฏมันดันไม่มี >> ไอ้สิ่งที่แถลงกับสิ่งที่คนถามอ่ะในวัน ที่บอกว่าอำนาจไม่เต็มอ่ะอือๆๆ >> อยู่ไหนอ่ะ ครับ >> เอาไปเขียนไว้ที่ไหน >> อืๆ >> อ่าหรือทำเสร็จไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน >> เมื่อวานคืน >> โอเคอ้าอย่างงี้ถามคุณวิโรจบ้างว่าถ้าวันนี้คุณวิโรธอยู่ในสภาเป็นหนึ่งในส.ส.ของพรรคประชาชนซึ่งแน่นอนต้องลุกขึ้นพูดอภิปรายอยู่แล้วเนี่ยจะอภิปรายเรื่องอะไรฮะจะพูดเรื่องอะไรฮะวันนี้อ่ะ >> ก็ผมคงมี 2 เรื่องเนาะเรื่องนึงคือเรื่องของวิกฤตการน้ำมันเนี่ยรัฐบาลควรจะทำอะไร >> ครับ >> นะครับแล้วก็อีกเรื่องนึงคือคนละครึ่งพลัสเนี่ย >> อ้า >> รายละเอียดคืออะไรคุณยังจะทำอีกหรือเพราะว่าหลายคนเนี่ยถ้าเกิดติดตามข่าวธุรกิจข่าวเศรษฐกิจเนี่ยทุกคน >> จะเริ่มคุ้นหูกับคำว่า stack flation แล้วนะครับ >> อือครับ >> คือหมายความว่าเงินเฟ้อที่มาพร้อมกับการถดถอยทางเศรษฐกิจซึ่งโดยปกติจะมาไม่พร้อมกัน >> อือฮึ >> และ Stack FLชเนี่ยภาวะเศรษฐกิจผมแปลอย่างงี้แล้วกันนะฮะแปลตามอาจารย์ผมแล้วกันนะครับอาจารย์ราเชนแปลว่าภาวะเศรษฐกิจฟุบเฟ้อคือทั้งฟุบและยังเจอเงินเฟ้อเนี่ยนะฮะ >> อ >> การแจกเงินเนี่ยไม่ตอบโจทย์นะครับยิ่งจะดันให้เงินเฟ้อเนี่ยนะครับซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจนะครับอ >> อื >> รัฐบาลจะเอายังไงซึ่งตรงเนี้ยไม่ชัดเลยว่าจะแจกเงินเหรอแล้วจะแจกเงินแล้วคุณจะคุมเงินเฟ้อยังไงอเงินคราวมันเป็นเงินจากการดันของต้นทุนด้วยที่เรียกว่าด้วยไม่ได้มาจากอุปสงค์ของตลาดด้วย >> ต้นทุนมันแพงขึ้นตอนนี้แล้วผู้ผลิตเนี่ยจำใจขึ้นราคานะทุกวันนี้คือไม่ใช่ว่ารู้ อยู่แล้วว่าขึ้นราคาก็ต้องเสี่ยงกับยอดขายที่ตกลงแต่ว่ามันจำเป็นต้องขึ้นราคา >> ครับ >> อย่างเงี้ย >> รัฐบาลจะจัดการกับภาวะเศรษฐกิจฟุบเฟ้อเนี่ยที่อาจจะเกิดขึ้นยังไงเนี่ยไม่ชัด ไอ้พลเนี่ยคุณยังจะทำพลยังไงจริงๆณวันนี้มันต้องคนละครึ่งไมนัสแล้ว >> อ่าต้องลดลง >> เออมันต้องลดการแจกเงินและเอางบประมาณส่วนนั้นเนี่ย >> ไปช่วยกลุ่มเปราะบางหรือ >> การสนับสนุนงบประมาณแบบมีเป้าหมายหรือ >> ช่วยทางด้านฝ่ายอุปทานแล้วอ่ะคือซัพพly ไซส์แล้วเนี่ย >> จริงๆแล้ว >> มันคือมันจะต้องเปลี่ยนโหมดแล้วอ่ะแต่วันนี้เรายังไม่เห็นมันก็เลยบอกว่าเฮ้ย >> ณวันเนี้ยผมผิดหวังนิดนึงจริงๆเสียดายแล้วกันอย่าเรียกว่าผิดหวัง >> การแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเนี่ยมันเป็นพิธีกรรมตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐบาลทำ >> อือครับ >> แต่ผมไม่อยากให้รัฐบาลเนี่ยเออโอเคในช่วงปกติคุณอาจจะมองว่าเป็นพิธีกรรมตามรัฐธรรมนูญก็ได้แต่ในสถานการณ์วิกฤตในครั้งเนี้ยคุณควรจะเปลี่ยนจากพิธีกรรมตามรัฐธรรมนูญให้กลายเป็นโอกาสในการสื่อสารกับประชาชนให้ประชาชนเห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและเห็นถึง >> ถ้อยคำของรัฐบาลที่ขอร้องฟ้องให้ประชาชนมาร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน >> ครับ >> มันไม่ควรจริงๆมันควรจะต้องเป็นคำแถลงนโยบายที่ต้องถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำไปไม่ใช่แค่พิธีกรรมทางตามรัฐธรรมนูญน่ะแต่วันนี้ผมเห็นเหมือนนายกรัฐมนตรีก็ยังทำเหมือนกับสภาวะปกติอ่ะอื >> อื >> เราอย่าติติงนายกนะครับว่า >> อ่านนะครับมันต้องอ่านแบบนี้แหละนะครับห้ามห้ามติติงนะแต่ผมเห็นน่ะมันเหมือนกับว่าก็ให้ข้าราชการเนี่ย >> ก็เขียนน่ะ >> อื >> นะครับแล้วก็อ่านตามสิ่งที่เขียนตัวที่ไม่ได้คำนึงว่า >> อื >> เออเราเจออะไรอยู่มันเหมือนกับว่าเราเราเคยเห็นรูปมั้ยครับที่คนก็ตัดหญ้าอยู่อ่ะทั้งที่ข้างหลังก็ไฟไหม้มีพายุทอร์นาโดอย่างงั้นน่ะอือๆๆ >> ทีนี้ผมผมเถียงแทนรัฐบาลนิดนึงนะฮะถ้าเกิดเขาถอยเรื่องคนละครึ่งพลัสมันก็ผิดคอนเซปตเค้าไงพูดแล้วทำพูดแล้วไม่ทำไง >> อธิบายได้ดิ >> เออเดี๋ยวสัญญาไว้แล้วอ่ะชาวบ้านผิดหวังถ้าไม่ทำ >> ผมว่าผมว่าถ้าสื่อสารดีๆแล้วผมว่าประชาชนเข้าใจนะครับว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาแจกเงินครับ >> อื >> คือผมคิดว่าผมว่าแล้วอย่างงี้เราจะมีรัฐบาลไว้ทำไมฮะ >> อ๋อก็คือว่าอย่างงี้ภาษาจีนเรียกซี้ปังเท้าอ่ะครับคือว่า >> แปลว่าอะไร >> ซี้ปังเท้าคือหัวสี่เหลี่ยมอ่ะคือคุณพลิกแพลงไม่เป็นเลยอ่ะ >> คือสถานการณ์ >> ก่อนที่คุณจะเป็นรัฐบาลมันเป็นอีกแบบนึงอ่ะมันอธิบายได้อ่ะครับผมไม่ได้บอกว่าคนละครึ่งพลัสไม่ดีนะ >> ในเรื่องของการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเนี่ยนะครับถ้าเกิดเราเจอในภาวะที่ >> กึ่งๆเศรษฐกิจถดถอยแล้วกันนะ >> ครับดีดีเลยคือกระตุ้นการบริโภค >> กระตุ้นกำลังซื้อถูกมั้ยแต่ตอนเนี้ยมันมันกำลังเจอกับภาวะวิกฤตที่ต้นทุนมันดันขึ้นน่ะ >> อื >> มันต้องแก้คือมันยามันโรคมันคนละเรื่องระหว่างภาวะเศรษฐกิจถดถอยกับ stack flation >> มันคนละโรคมันต้องใช้ยาคนละขนาน >> อื >> ผมว่าณวินาทีนี้จริงๆเนี่ยคนที่จะอธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคืออะไรฮะคืออาจารย์เอกนิติครับ >> ครับ >> อื >> แล้วผมว่าอาจารย์เอกนิติรู้เรื่อง Stack FLชดีที่สุดในรัฐบาลนี้ด้วยซ้ำไป >> อ่ะเอาอย่างงี้ก่อนจะถามอาจารย์ต่อนะฮะเอ่อประเด็นนี้เนี่ยน่าสนใจตรงที่ว่ามีข่าวว่าเดี๋ยวจะชงเข้าครม.เนี่ยวันที่ 21 เมษายนนี้ก็คือหลังสงกรานต์ก็จะเร่งดันคนละครึ่งพลัสแล้วนะประเด็นนี้วันนี้ในสภาเนี่ยคุณอภิสิทธิ์เวชชาชีวะจากพรรคประชาธิปัตย์นะฮะก็ได้พูดเหมือนกันบอกว่าขอให้นายกอนุทินเนี่ยออกแบบนโยบายโดยคำนึงถึงประชาชนอย่างแท้จริงนะฮะอ่ะลองไปฟังบางช่วงบางตอนครับ >> เพราะวันนี้ผมตั้งใจจะถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังว่าเงินที่กำลังมีอยู่จำกัดที่ท่านจะต้องออกกฎหมายโอนงบประมาณตามที่เขียนไว้ในนโยบายเนี่ยท่านจะเอาไปเน้นในเรื่องไหนเพราะด้านหนึ่งวันนี้ท่านกำลังบอกประชาชนทั้งประเทศบอกประหยัดนะอย่าใช้จ่ายมากนะแต่ท่านเหมือนส่งสัญญาณว่าจะเอาเงินนี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจท่านต้องเลือกนะครับจะเอาแบบไหนสำหรับผมความสำคัญสูงสุดวันนี้คือเร่งไปช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนของประชาชนทั้งประเทศครับนั่นจะเป็นวิธีการช่วยเหลือทุกคนได้อย่างดีที่สุดผมกราบเรียนว่าการขาดจิตใจที่คำนึงถึงผลกระทบและความรู้สึกของประชาชนมันทำให้นโยบายนี้ไม่ได้สร้างความหวังไม่ได้สร้างทิศทางสำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศผมอยากให้จิตวิญญาณของความเป็นประชาชนของท่านนายกเวลาท่านไปทำคทentสไตล์เชลชวนชิมมันอยู่ในนโยบายฉบับนี้บ้างครับว่าคนปกติคนธรรมดาที่เขาได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆจากนโยบายนั้นคืออะไร >> อ่ะประเด็นที่คุณอภิสิทธิ์พูดก็จริงๆสอดคล้องกับกับที่คุณวิโรธพูดนะฮะอาจารย์มองยังไงอ่ะ >> ครับคืออันเนี้ยมันมันเป็นปัญหาไงว่ารัฐบาลน่ะใช้โอกาสในการแถลงนโยบายเนี่ยแหมไม่คุ้มค่า >> อืม >> คือจริงๆอ่ะไอ้ตอนอารัมภบทที่บอกว่ายืดยาวแล้วไปเท้าความถึงอดีตอ่ะ >> ครับ >> จริงๆอ่ะมันควรจะพูดถึงในเชิงบริบทโอเคตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่มันน่าจะเป็นเชิงว่าแล้วรัฐบาลน่ะคาดการณ์ต่อไปข้างหน้ายังไง >> อ๋อคือไม่ต้องไปเท้าความในอดีตเยอะ >> อ่าคือคนคนรู้ >> ครับ >> อ่าว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วที่ผ่านมาโอเครัฐบาลน่ะจริงๆรัฐบาลท่านน่ะทำอะไรมาประสบความสำเร็จอ่ะผลการเลือกตั้งก็พอแล้วมั้ยได้กลับมาเป็นรัฐบาลน่ะ >> มันเห็นอยู่แล้ว >> เออไม่ต้องมาเคลมต่อไงนึกออกมั้ย >> อ่าอันเนี้ยสิ่งที่คนอยากเห็นมากกว่าคือการคาดการณ์ไปข้างหน้า >> อืว่ารัฐบาลประเมินสถานการณ์ยังไง >> ครับ >> อีก 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4 ปี >> แล้วก็ค่อยวางนโยบายให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์ที่รัฐบาลประเมิน >> ครับ >> แบบเนี้ยผมคิดว่าพอตอนตบตบท้ายน่ะอ่าจะบอกว่าเอออยากให้คนมั่งคั่งหรือจะอยากอะไรเนี่ยมันมันก็จะมันก็จะจบสวยได้แบบคำที่พูด >> แต่วันเนี้ยคือพอเล่ามาทั้งหมดเนี่ยแล้วไปตบท้ายแบบว่าเออเดี๋ยวเราจะมั่งคั่งเดี๋ยวประเทศจะมั่นคงอะไรแบบเนี้ย >> อ >> แต่ไอ้แนวนโยบายที่ทำอ่ะเราก็ไม่รู้สึกว่ามันจะไปตรงนั้นได้ตรงไหน >> อืๆๆนะฮะเอ่อเมื่อเมื่อสักครู่นี้เนี่ยคุณวิสิทิก็เป็นหนึ่งในพรรคฝ่ายค้านนะฮะคือพรรคประชาธิปัตย์ทีนี้อยากให้ฟังคุณเท้งณัฐพงษ์บ้างนะฮะแกนำฝ่ายค้านนะครับผู้นำฝ่ายค้านก็บอกว่าจริงๆแล้วไอ้ 5 คัสเตอร์เนี่ยมันเป็น 5 กลุ่มอำนาจมาก กว่านะฮะแล้วก็พูดไปถึงขณะว่าไพ่jokเกอร์ของรัฐบาลเนี่ยคือองค์กรอิสระนะครับอ่ะลองไปฟังบางช่วงบางตอนของคุณเทกณัฐพงษ์ครับ >> ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพภาพมากที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ไม่ได้มาจากคณะปฏิวัติรัฐประหารเพราะรัฐบาลชุดนี้ครับสามารถกุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งสภาบนสภาล่างรวมถึงองค์กรอิสระต่างๆที่ท่านสามารถจัดสรรดุลอำนาจทุกอย่างได้ อย่างลงตัวครับกลุ่มคัสเตอร์ที่ 2 ที่เป็นดุลอำนาจในการค้ำจุนรัฐบาลชุดนี้คือใครนั่นก็คือพรรคการเมืองอันดับ 2 ครับที่ร่วมรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ที่ผมบอกได้ อย่างเต็มปากครับว่ายอมขายวิญญาณตัวเองเพราะไม่สามารถต่อรองอะไรเลยกับพรรคภูมิใจไทยได้ผมลองยกตัวอย่างตัวเลขสมการทางการเมืองที่อยู่บนหน้ากระดานอยู่แล้วครับคงไม่ได้เป็นการกล่าวหาเกินจริงสมมุติว่าวันนึงพรรคการเมืองอันดับ 2 นั้นขู่ว่าจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำได้คืออะไรครับไม่ต้องมีข้อกังวลใจใดๆทั้งสิ้นจากปัจจุบันที่ เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากอยู่แล้ว 290 กว่าเสียงสามารถที่จะเลือกสลับดึงพรรคการเมืองที่ปัจจุบันอยู่ในพรรคพรรคฝ่ายค้านไปร่วมรัฐบาลได้ทันทีครับ >> อ่ะถามคุณวิโรธบ้างฮะมองการอภิปรายของคุณเท้งเป็นยังไงครับวันนี้ >> ผมใส่หมวกเป็นกลางแล้วกันเนาะ >> ครับ >> คือณวันเนี้ยทั้งตัวท่านนายกเนี่ยกับทางผู้นำฝ่ายค้านเนี่ยผมอ่ะจะพูดรู้สึกไงอ่ะคือมันเหมือนกับว่าคนที่มานั่งฟังอ่ะ >> ครับ >> เค้าอยากฟังอีกแบบนึงอ่ะ >> เข้าใจมั้ย >> หมายถึงทั้งคู่เลยเหรอ >> คือพูดถูกทั้งคู่แหละอฮ >> แต่ว่าคนที่มาฟังก็คือเฮ้ยจะแก้ปัญหา วิกฤตการน้ำมันครั้งนี้ยังไงวะ >> จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันยังไงจะทำยังไงให้โครงสร้างราคาพลังงานมันมีความเป็นธรรมไม่มีใครที่จะฉวยโอกาสอ่ะ >> อือ >> นี้ >> อือ >> ในการที่จะรวยอยู่แค่กลุ่มเดียวอย่าง เงี้ยหรือเฮ้ยแล้วนับจากนี้ >> เราจะอยู่กันยังไงอ่ะ >> อือ >> คือผมนี่คือคำถามของคนที่เปิดทีวีดูอ่ะ >> แล้วตัวแทนที่อธิบายเรื่องนี้ผมก็ถามถามใครถามคุณแม่ผมอ่ะครับอือฮึ >> บอกว่าก็ตอบเหมือนก็ถามเหมือนกับที่อาจารย์สติธรแล้วผมพูดในวันนี้ว่าเฮ้ยแล้ว >> อือ >> เฉพาะหน้าเนี้ยที่เจอ >> ไอ้ >> วิกฤตเนี่ย >> เออวิกฤตเนี่ยที่อิหร่านยิงกับอิสราเอลกับอเมริกาเนี่ยแล้วน้ำมันมันแพงน่ะ >> เอออยู่ไหน >> จะเอากันยังไงอ่ะ >> อื >> คือนึกภาพมั้คือถามว่าทางคุณเทงพูดถูก มั้ยถูก >> ทั้นท่านนายกพูดผิดมั้ย >> ก็ไม่ผิด >> อื >> แต่ว่ามันไม่ตรงใจ >> ่า >> คำถามในใจของประชาชนน่ะ >> อือ >> ถูกมั้ย >> อือ >> เออเนี่ยคือสิ่งที่ผมคิดว่า >> มันมันมีอีกประเด็นนึงที่มันซ้อนกันอยู่ คือจังหวะที่คุณเทงเนี่ยพูดถึงว่าพรรค ร่วมรัฐบาลที่เป็นอันดับ 2 ยอมขายวิญญาณตัวเองเนี่ยโอ้โหนสภาวุ่นเลยนะฮะวันนี้ >> คุณจรพันธ์นี่ประท้วงเลยบอกว่าต้องถอนต้องเปลี่ยนคำพูดประธานบอกให้เปลี่ยนคำพูดคุณเทงก็เปลี่ยนบอกว่าเปลี่ยนจุดยืน >> อือ >> อ่ะตรงนี้คุณวิโรธยังไงมันเหมือนกับคนบอกเอ๊ะโหนี่แอบไปแซะเพื่อไทยหรือเปล่า >> อืคือมันก็ผมเรียกว่าอย่างงี้นะฮะก็เป็นเรื่องของโวหารในสภาเนาะ >> แต่ถามว่าจำเป็นมย >> ก็ไม่จำเป็นเนาะเขาว่าเ่อจะบอกว่าอย่างงี้เขาว่าเวลาไม่จำเป็นคือไม่จำเป็นทั้งขั้ว >> อือคุณเทงอาจจะเลือกเช็คคำอื่นก็ได้นะแต่จริงๆถามว่าจะต้องถึงกับถอนมั้ย >> อือ >> โหมันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องถึงกับถอนน่ะเข้าใจมั้ >> เออ >> คือมันก็ >> มันก็เกินไป >> มันก็เกินไปมันก็คือมันก็ไป >> มันก็คือโวหารในสภา >> เออก็คือโวหารในสภานั่นแหละแต่ถามว่าคือก็อย่าเอาแค่คำเนี้ยนะครับมาทำให้มันต้องหยุดหยุดหยุดหยุดชะงักการอภิปรายเลยอ >> นะครับ >> คือแต่ที่ผมบอกไงว่าพอพอการอภิปรายเนี่ยทั้งของการแถลงของนายกหรือว่าส.ส.เพราะจริงๆแล้วจำนวนนึงแล้วกันพอมันไม่ตรงกับคำถามในใจของประชาชนเนี่ย >> ครับ >> มันก็ใช่มั้มันก็มันเลยทำให้ >> อ >> โอกาสน่ะที่จะที่จะใช้เวทีเนี้ยในการสื่อสารกับประชาชนเพื่อสร้าง >> เค้าเรียกว่าเอกภาพร่วมกันในประเทศอ่ะคือผมคิดว่ามันควรจะต้องพูดได้ซ้ำไปว่าไอ้พูดแล้วทำอ่ะ >> บางเรื่องอ่ะไม่ต้องทำก็ได้ถ้ามันไม่เหมาะกับสถานการณ์ >> ใช่ >> ใช่ >> ในฐานะฝ่ายค้าน >> อือฮึ >> จะไม่ว่าท่านเลย >> อื >> อะไรที่ท่านเคยพูดไว้และดันเอามาทำตอนนี้ที่มันไม่ถูกกาลเทศะผมจะตำหนิท่านเสียด้วยอือ >> อื >> มั้ยอ >> ถูกมั้ยผมว่าผมผมอยากจะใช้เวทีนี้ว่าเฮ้ยนายกก็ถือผมผมต้องขอโทษในบางเรื่องที่เราไม่อาจจะทำได้ในสิ่งที่เราแถลงไปด้วยเหตุผลจากวิกฤตการณ์ที่มันเกิดขึ้น >> เออก็แถลงไปแบบนี้ >> ก็แถลงไปเลยส่วนฝ่ายค้านจริงๆก็บอกว่าไอ้บางเรื่องเนี่ยที่มันไม่เหมาะสมนะถ้าอาศัยว่าพูดแล้วทำนะครับเตือนแล้วยังดื้อทำเพราะอ้างว่าเคยพูดเอาไว้นะ >> อื >> เฮ้ย >> โอ้ๆ >> ผมจะล่อคุณด้วย >> อื >> เพราะสถานการ์มันเปลี่ยนไปแล้ว >> ก็ล่อกับคุณผลาบประมาณ >> ที่มันไม่ถูกกับสภาวการอย่างเงี้ย >> มาแจกเงินในสภาวะแบบนี้ได้ยังไง >> อื >> ไปแจกเงินในสภาวะอื่นคุณรออีกสัก 2-3 ปีก็ได้อ่ะ >> ออ >> คือผมว่ามันวันนี้มันควรจะต้องเป็นใช้ล่ะใช้เวทีเนี้ยทั้งจะเสนอทั้งค้านเนี่ยแต่เป็นการรวมรวมให้ประชาชนรู้สึกว่าเฮ้ยเราจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอ >> คุณทุคุณทุกข์แน่แต่ never walk alone เข้าใจมั้ >> จะไม่เดิน >> อย่างเดียวดา >> โอเคกลับมาได้พูดกลับมาได้ >> ผมหวังอย่างงี้ไง >> โอเคโอเค >> สมแล้วที่เป็นแฟนหง์ฮะ >> ครับ >> แต่ตอนแต่ว่าตอนนี้ประชาชนรู้สึกว่าฉัน walk alone >> เดวดอยู่ >> เอออ้าอาจารย์อะไรฮะมองเอ่อคำไปคุณเทงเป็นยังไงวันนี้ >> คือผมก็รู้สึกคล้ายๆคุณวิโรธอ่ะว่าโอเคมันมีความอะไรล่ะแหวนแหลมคมในเชิงโวหารอ >> เพราะว่าตั้งใจว่าจะเล่นกับไอ้ 5 คัสเตอร์ของนโยบาย >> คือล้อไปกับที่เค้าพูด >> ล้อไปกับที่เค้าพูดแล้วแต่บอกว่ามันเป็น คัสเตอร์อำนาจไม่ใช่คัสเตอร์การบริหาร >> แล้วก็ไล่มา 1 2 3 4 5 >> กลุ่มไหนบ้าง >> อ่าอ >> แต่มันผิดเวลาไง >> อื >> มันผิดเวลามันผิดกับสถานการณ์ที่คนอย่างที่คุณวิโรธบอกอ่ะคือคนรู้สึกว่าเราอยากฟัง >> อย่างอื่นอโอเคจากรัฐบาลเราก็ผิดหวังมาทีแล้วพอเปิดมาทางฝ่ายค้าน >> ก็ผิดหวังซ้ำอีกไงเพราะว่าจริงๆอโอเครัฐสภาทำหน้าที่อะไรวันนี้ >> ครับ >> 1 ก็คือวิพากษ์วิจารณ์ไอ้ตัวนโยบายที่รัฐบาลแถลง >> อ >> ว่ามันดีไม่ดีตรงไหนถูกไม่ถูกใจประชาชนหรือสถานการณ์ตรงไหนอะไรเงี้ยครับ >> กับ 2 ก็คือทวงถามว่าไอ้นโยบายที่เคยพูดไว้หรือมันควรจะมี >> ทำไมไม่มี >> อ่ามันไปไหนอย่างเงี้ย >> กับ 3 ก็คือให้ข้อเสนเสนอแนะ >> ครับ >> โอเคพอชี้จุดบกพร่องแล้วทวงแล้วเนี่ยแล้วมีข้อเสนออะไรโอเคในเมื่อคุณเขียนมาแล้วมันไปแก้เอกสารไม่ได้หรอก >> แต่มันมีวิธีการอะไรที่จะไปเสนอแนะให้ปิดจุดบกพร่องเพื่อทำให้ไอ้นโยบายอันเนี้ยมันสามารถเดินหน้าตอบโจทย์ปัญหาประเทศ >> อือ >> ความต้องการของประชาชนต่อได้ >> ครับ >> อ่ะอันเนี้ยเราเลยไม่ได้ฟังไง >> จากคุณณัฐพงษ์เท่าไหร่เพราะไปไฮไลท์เรื่องอำนาจทางการเมือง >> อื >> ซึ่งอันนี้มันต้องไปสู้กันตั้งแต่ตอนหาเสียงเลือกตั้ง >> หรือมันอาจจะต้องไปสู้กันต่อไปอ่ะเมื่อบทพิสูจน์ของการทำงานน่ะมันพิสูจน์ออกมาแล้วว่าคุณทำงานเพื่อสนองไอ้ 5 ก้อนอำนาจนี้มากกว่าประชาชนในทางปฏิบัติแล้วก็ไปซักฟอกกันในเวทีอภิปรายไม่วงใจ >> อืม >> วันเนี้ยมันเลยกลายว่าซีนน่ะเลยไปตกที่ คุณอภิสิทธิ์มากกว่า >> เพราะแกทำ 2 ข้อแรกค่อนข้างชัดคือวิพากษ์วิจารณ์กับทวงถาม >> โอเคเสนอแนะเท่าไหร่ >> อ่าๆ >> อ่าเพราะจริงๆแกบอกว่าแกเสนอไปเยอะแล้ว >> อ่าเพราะแกบอกแกเสนอไปเยอะแกไม่พูดซ้ำอ่ะแต่ไม่แน่ใจนะว่าเสนอเสนอจริงหรือเปล่า >> เออๆๆอออ๋ออ่ะก็เลยกลายเป็นว่าอ่ะถ้าผมแปลความจากอาจารย์คือฝ่ายค้านก็อย่าพูดฝ่ายค้านก็ไม่ได้มีหลายพรรคพรรคประชาชนเนี่ยคือเหมือนพูดในมิติการเมืองมากไป >> อ >> ในวันนี้ >> อือฮึ >> เอ่อส่วนรัฐบาลเองก็มองไม่เห็นเหมือนกันจากคำแถลงว่าแล้ววิกฤตที่เกิดขึ้นจะแก้ยังไง >> ใช่ >> ผมสรุปแบบนี้นะฮะ >> อ่ะ่ะทีนี้ผมจะเชื่อมโยงมาที่เรื่องพลังงานและ >> เอ่อที่อาจารย์บอกเมื่อสักครู่ว่าคุณวิสิตได้พูดถึงประเด็นนี้เนี่ยเดี๋มีเสียงครูวิสิตอีกท่อนนึงที่พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกันนะฮะบอกว่าเอ่อรัฐบาลคุณอวิทินเนี่ยหัวใจไม่อยู่กับประชาชนแล้วก็ยกตัวอย่างกรณีที่โยนปัญหาเรื่องน้ำมัน >> อือฮึ >> ว่าประชาชนเนี่ยไปกักตุนน้ำมันอ่ะลองฟังบางช่วงบางตอนครับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและนอกเหนือจากการที่ท่านยังไม่ยอมให้รัฐบาลรับภาระหรือภาคธุรกิจรับภาระเท่าที่ควรยังจะต้องไปไล่ตามจับไอ้โม่งที่ทำให้ประชาชนเจ็บช้ำน้ำใจคำพูดท่านประธานครับบางทีท่านนายกพูดสวยหรูไม่มีใครจะดีไปกว่าประชาชนแต่ความสวยหรูนั้นไม่เจ็บเท่ากับวันที่ท่านบอกว่ามีแต่ประชาชนที่กักตุนน้ำมันท่านจงไปหาผู้กักตุนที่แท้จริงและดำเนินการถ้าเห็นประชาชนเป็นเพียงแค่ทางผ่านสู่อำนาจเห็นประชาธิปไตยเป็นแค่พิธีกรรมเห็นประเด็นเรื่องความมั่นคงจริยธรรมเป็นเพียงเมืองการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมืองท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักและทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้วไม่ไหวแล้ว >> อ่ะนี่ครับอ่ะเรื่องพลังงานครับคุณวิโรธมองสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในสภายังไงบ้างฮะ >> ก็คือแต่เดิมเนี่ยผมก็พยายามอธิบายอธิบายนะว่าราคาน้ำมันที่แพงในวันเนี้ยต่อให้ใครเป็นรัฐบาลเนี่ยก็แพง >> เพราะว่าปัญหามันมาจากภายนอก >> ครับ >> แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนคาดหวังจากรัฐบาลก็คือการให้ความจริง >> อื >> และการใช้กลไกที่มีอยู่เนี่ยในการประคับประคองเพื่อให้ประชาชนเนี่ยนะครับบรรเทาผลกระทบและที่สำคัญที่สุดก็คือเพื่อนเจ็บฉันเจ็บ >> อือฮึ >> อ่าคือทุกคนเจ็บด้วยกันเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขร่วมกัน >> ครับ >> แต่ว่าเราเราเห็นรัฐบาลเนี่ยจะออกมาขีดเส้นของตัวเองว่าฉันทำอะไรแต่เดิมนะโรงกลั่นไม่ได้เลย >> อือฮึ >> นะครับคือจนกระทั่งมีตัวพระราชกำหนดออกมานะในปี 2516 ถูกมั้ย >> ผมรู้ดีว่ากฎหมายบางบางครั้งเนี่ยมันก็ใช้แบบซื่อๆดื้อๆไม่ได้เนาะเพราะมันก็จะสูญเสียความ >> เชื่อมั่นเนาะนะของการลงทุนแต่ไม่มีโอกาสไหนที่ดีที่สุดเท่าโอกาสนี้อีกแล้วที่จะแก้ไขหรือปรับปรุงประมวลรัษฎากรในการเพิ่มเติมหมวดภาษีลาบลอยขึ้นมาอ >> อื >> เพราะตอนนี้เอาง่ายๆคนค้านเนี่ยไม่มีแรงค้านแล้วมันจะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลทั้งรัฐบาลนี้และรัฐบาลอื่นสืบไปในการแก้ไขปัญหาไม่ให้มีไอ้โม่งอ่ะที่ฉวยโอกาสจากวิกฤตน่ะมาทำกำไรและเอารัฐเอาเปรียบประชาชนนึกภาพมั้ย >> มันจะเป็นบรรทัดฐานเออคืออนาคตเกิดขึ้นปุ๊บ >> จะไม่มีใครเอาของสต๊อกเก่ามาขายทำกำไรมหาศาลเป็นราคาสต๊อกใหม่ได้อีกแล้วไงเพราะเมื่อไหร่คุณทำ >> นะครับก็ทำได้แต่ก็ต้องจ่ายภาษีลาบลอยอ >> ถูกมั้ฮะ >> เออรัฐบาลไม่ไม่ฉัวโอกาสทำตรงนี้เลย >> แต่ถ้าฟังดูเดี๋ถามอาจารย์ด้วยนะฮะถ้าฟังดูแนวทางของรัฐบาลณเวลานี้คือ 1 ไปลดค่าการกลั่นได้ 2 บาท >> 2 ภาษีลาบลอยยังไม่เหมาะยังไม่ใช้ >> 3 ลดภาษีสัมมิตตอนแรกบอก 1 บาทตอนนี้ก็เหมือนจะไม่ลดแล้วอ่ะ >> คือคืออย่างงี้ครับคือผมผมพูดตรงๆนะคือวันเนี้ยประชาชนน่ะเขาเข้าใจว่าต้องแพงแล้วสิ่งที่เขาเรียกร้องน่ะไม่ได้เรียก ร้องให้รัฐบาลช่วยหมดนะหรือให้มันเป็นเหมือนเดิมนะแต่วันเนี้เสียงที่อยู่ ในเสียงในหัวของประชาชนคือแฟร์ >> อือฮึ >> ความแฟร์มันอยู่ตรงไหนไม่ใช่ว่าลด 2 บาทเ้า 2 บาทยังไม่พอใจอีกเหรอมันจะเป็นกี่บาทก็ได้อ >> แต่ประชาชนต้องการความแฟร์ >> อืออื >> ตอนเนี้ยอ่ะ >> รัฐบาลจะไม่ปรับเลยฮะว่าโอเคผมยืนยันว่าการอ้างอิงราคาก็ต้องอ้างอิงจากตลาดโลกหรือราคาสิงคโปร์แหละ >> อ้างอิงนะแต่ไม่ใช่เอามาใช้อ >> แล้วต้นทุนสมมติค่าใช้จ่ายเสมือนต่างๆที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง >> รัฐบาลจะไม่ปรับอ >> ให้อยู่ในระดับที่เป็นธรรมเหรอ >> ทั้งที่จริงๆแล้วคุณกลั่นที่ศรีราชากลั่นที่ระยองแล้วส่งผ่านท่อ >> แต่คุณไปคิดให้จ่ายค่าขนส่งเหมือนกับลงเรือลำใหญ่จากสิงคโปร์มาส่งที่ไทยแบบเนี้ยเ >> อื >> หรือค่าพ่อค้าคนกลางที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงอย่างเงี้ย >> ครับ >> คุณจะเอายังไงอ่ะ >> อื >> คือประชาชนเค้าก็ตั้งคำถามว่าอย่างน้อยๆอ่ะฉันต้องไม่ได้ซื้อน้ำมันในราคาที่แพงกว่าที่คุณส่งออก >> อือ >> อ้าอือ >> แย่ที่สุดนะ >> อือ >> คือผมว่าสิ่งที่ >> เสียงในหัวของประชาชนคือแฟร์อยู่ตรงไหนถ้าแพงแล้วแฟร์ก็โอเค >> อือ >> แต่ถ้า >> ลดราคาให้ฉันบาท 2 บาทแต่มันยังไม่แฟร์ฉันก็ไม่โอเค >> อ่าอ่าๆ >> แค่นั้นเอง >> ครับผมเข้าใจอ่ะทางนี้ >> ครับ >> อาจารย์อะไรฮะมองเรื่องพลังงานยังไงอ้าผมต่อเรื่องประเด็นนี้เลยคือ >> เอ่อรัฐบาลเนี่ยก็จะบอกว่านี่ไงประสบความสำเร็จแล้วนะเอาพรก.เอาปี 16 มาใช้ไปบีบราคาหน้าลงกันลดไปได้ 2 บาทอ >> ครับ >> แต่เอ่อภาษีราบรอยไม่เหมาะ >> อือฮึ >> ลดภาษีสถานิตอนแรก 1 บาทบอกเอ๊ะลังเลตอน นี้หายไปแล้ว >> อ่ะอาจารย์อ >> คือโอเคแหละว่าใช้อำนาจตามกฎหมายที่มี ครับ >> take action ในฐานะรัฐบาลนะแล้วก็ไป ดำเนินการในสิ่งที่คนเ้าคาดหวังว่าจะน่าจะต้องทำมาตั้งนานแล้วเนี่ยให้ได้เนี่ย >> อ่าเพียงแต่ว่าอย่าเพิ่งเคลมเป็นความสำเร็จคือไม่ใช่ทำแล้วลดราคามา 2 บาทแล้วสำเร็จแล้ว >> อื >> 1 ที่เห็นหน้างานก็คือวันเนี้ยไอ้ที่ใช้ อำนาจไปเนี่ยเอกชนเค้าก็ไม่ยอมรับนะครับ >> อื >> เค้าก็ขู่จะฟ้องจะอะไรอยู่นะ >> แต่วันนี้เค้าออกมาแก้ข่าวแล้วว่าเค้าไม่ ได้เป็นเด็กดื้อ >> เออเค้าก็เห็นเราเราเห็นปฏิกิริยาแหละว่าเขาก็ไม่ได้ให้ความร่วมไม้ร่วมมือเท่าไหร่หรอกครับ >> เออคือแปลว่าเฮ้ยมันยังทำได้อีก >> อื >> อ่าแล้วมันต้องเร่งทำให้มากกว่านี้ >> คือไม่งั้นวันเนี้ย >> คนก็คนก็จะกลับไปตั้งคำถามแบบเดิมๆว่าเราจะมีนักการเมืองไปทำไมอ >> ก็มีนักการเมืองแบบนี้แหละคือนักการเมืองก็คือคนที่ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน >> ครับ >> อ่าเพราะคุณหาเสียงขอคะแนนจากประชาชนมา >> อือ >> อ่าแต่ที่ผ่านมาเราพบว่าสิ่งที่ภาครัฐทำ แล้วกันรัฐบาลด้วยกัน >> ก็คือ 1 ฟังเสียงราชการ >> อื >> อ่าฟังกลไกราชการ มองแต่ข้อจำกัดในด้านกฎหมายต่างๆนานาครับ >> อ่าซึ่งไม่มีประชาชนอยู่ในนั้น >> อื >> สักเท่าไหร่ส่วนใหญ่เป็นการกำกับควบคุมอะไรต่างๆมากกว่ากับ 2 เป็นห่วงเป็นใยภาคเอกชนเออ >> เดี๋ยวเ้าไม่มาลงทุนนะ >> อ่านู่นนี่อ่าอย่างเงี้ยมันเลยขาดนี่ไงสมการวันเนี้ยมันเลยขาดคนที่จะมาเห็นหัวอกเข้าใจหัวอกประชาชน >> ซึ่งเราคาดหวังได้จากคนเดียวเท่านั้นเราคาดหวังจากเทคโนแคตไม่ได้นะ >> ภาคเอกชนเก่งๆที่เข้ามาช่วยทำงานกับรัฐบาลไม่ได้หรอก >> นักการเมืองมืออาชีพเท่านั้น >> อื >> ที่จะเห็นหัวประชาชนและนี่แหละเราคือเราถึงว่าเออนี่คือข้อพิสูจน์ไงว่าเราต้องการนักการเมือง >> ครับ >> มาเป็นรัฐมนตรี ยิ่งดีแม้ว่าbackบกrราoundคุณอาจจะไม่ต้องเก่งเป็น expert อะไรต่างๆ >> ครับ >> นะครับแต่ถ้าเกิดคุณทำงานเพื่อประชาชนน่ะเห็นประโยชน์ประชาชนมาก่อนแล้วก็กล้าชนนะอ้ากล้าชนกับปัญหานะ >> อือ >> อ่าซึ่งคนเดียวไม่พอไงแล้วครั้งเดียวไม่พอด้วยไงครับ >> และไอ้ผลลัพธ์ที่มันได้ 2 บาทเนี่ยมันก็ไม่พอ >> มันมีอย่างอื่นอีกอ่า >> ผมเอางี้ผมเถียงแทน >> รัฐบาลนิดนึง >> สมมุติผมเป็นเอ่อคนที่อยู่ในรัฐรัฐบาลก็แล้วกันนะเออแต่ไม่ได้อยู่ฝ่ายรัฐบาลนะบอกก่อนอ่า >> ถ้าเค้าเถียงแทนอย่างงี้ได้มั้ฮอาจารย์ว่า >> อ้าวนอกจากรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ลดไป 2 บาทแล้วอ้าวอาจารย์ไม่เห็นหรอนี่คุณ ศรีอศักดิ์เนี่ยต่างประเทศไปช่วยเจรจากับอิหร่านจนเรือบางจากผ่านฮอร์มุสมาได้วันนี้บางจากเบอกว่าเไม่ได้จ่ายเงินให้รัฐบาลอิหร่านด้วยนะฮะ >> แต่เป็นเพราะรัฐมนตรีของเราเนี่ยไปช่วยเจรจาอึ >> นี่อาจารย์ไม่เห็นหรอเดี๋ยวคุณเสียบินไปโอมานอีกนะช่วงสงกรานต์เนี่ย >> จะไปช่วยเรือเราก้าวลำให้ผ่านฮอมุสได้ >> อือนี่ไงอาจารย์รัฐบาลทำยูเนี่ย >> ก็ไม่ได้ว่าไม่ได้ทำอะไรเพียแต่ว่ามันยังไม่พอไงอ >> อือ >> แล้วมันน้อยมากกับความคาดหวังประชาชน >> ครับ >> เหมือนกับที่คนถามว่าวันเนี้ยเห็นบอกว่าน้ำมันหายไปหลาย 10 ล้านลิตรจับได้ 300,000 เคลมละ >> โอเคหรอ >> ตอนนี้ตัวเลข 57 ล้านนี่บอกว่าบวกๆแล้วนะฮะ >> เออๆอย่างเงี้ย >> อื >> มันมันมันห่างกับสิ่งที่ >> อื >> คนเ้ารู้สึกไง >> ครับ >> คนรู้สึกว่าเออน้ำมันมันหายไปไหนไม่รู้ >> อื >> จากตุนกันยังไงก็ไม่รู้ครับ >> เอออยู่บ้านใครก็ไม่รู้เออเป็น 50-60 ล้านลิตรเนี่ย >> วันนี้มีการแถลงจับ 300,000 ลิตรได้ผลงานแล้วเห็นมั้ยรัฐบาลเอาจริงอย่างงี้เหรอ >> แล้วที่เหลือล่ะ >> ที่เหลือล่ะ >> เออๆๆ >> คืออย่างงี้คือ >> เบอกรัฐบาลก็ทำตั้งเยอะนะฮะเนี่ยน >> ก็ก็ทำก็ดี >> อือ >> แต่คุณปล่อยให้มันมี untouchable area ได้ยังไงอ >> คือมันมีพื้นที่ที่คุณเอาหูไปนาเอาตาไปไล่หลับตาข้างเดียวนั่งคดไม่รู้นอนคูไม่เห็น >> ครับ >> ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจได้ยังไงอืน้ำมัน 57 ล้านลิตรอย่างเงี้ย >> ครับ >> เออไปลอยกลางทะเลอย่างงั้นเหรอหรือยังไง >> อยังไม่รู้เลยว่าหายไปไหนต >> จับมือใครดมไม่ได้ >> อ >> เออแปลกมั้ฮะ >> เออน้ำมันเวลามันลอยบนทะเลมันยังมีคราบนะ >> หายไปไหน >> เออคือมันมันหายไปไหนถูกมั้ยแล้วก็อย่างการทำงานของคุณศรีศักดิ์ก็โอเคคือตอนนี้รัฐบาลจะเลือกทำงานในประเด็นที่ไปแตะใครก็ได้ยกเว้นนายทุนผู้ได้ผลประโยชน์ไง >> อื >> เนี่ยคือโอเคแล้วก็สิ่งนึงที่ปัญหาคือรัฐบาลขาดการอธิบายอ่ะอย่างเช่นลดภาษีสรรพสารนี้ผมเข้าใจนะผมอธิบายแทนได้เนาะ >> รัฐบาลเลือกที่จะไปค้ำประกันให้กองทุนเนาะไปกู้เงินเพื่อมาบริหารจัดการสถานการณ์ >> ซึ่งถ้าเกิดบอกว่ารัฐบาลทำไมไม่ลดภาษีสรรพสารมิตรก็เพราะว่า >> ถ้าลดไปแล้วเนี่ยสุดท้ายรัฐบาลก็ต้องจัดงบประมาณขาดดุลอยู่ดีก็ต้องกู้มาชดเชยการขาดดุลงบประมาณอยู่ดีเสียภาษีร้อยละ 2.5-3 5-3 อยู่ดี >> อื >> ดังนั้นค่าเท่ากันสู้ให้กลไกของกองทุนน้ำมันน่ะในการบริหารจัดการดีกว่าโดยที่รัฐบาลไปค้ำประกันให้ครับ >> ค่าเท่ากันโดยที่ถ้าเราลดภาษีสรรพสามิตรมันต้องมีภาษีอีกตัวนึงคือภาษีเทศบาลที่คิดเป็น 10% ของภาษีสรรพสามิตร >> ต้องโดนไปด้วยหมายความว่าท้องถิ่นก็จะถูกตัดงบในการดูแลในการพัฒนาท้องถิ่นไปด้วยซึ่งตรงนั้นจะบาดเจ็บมากกว่าแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ลดภาษีสรรพสามิตรแล้วรัฐบาลไม่ทำอะไรแต่ใช้กลไกอื่นที่ effective กว่า >> มีผลกระทบเชิงงบประมาณน้อยกว่าก็เอาอธิบายไปดิครับ >> แต่รัฐบาลก็อยู่ดีก็ไม่อธิบายแต่พอภาษีลาบลอยปุ๊บองค์นี้ที่แตะในนี่แตะในทุนเต็มๆนะอ >> อธิบายนะ >> ยังไม่ช่วยยังไม่ใช่ช่วงเวลา >> ผมบอกเลยนี่คือช่วงเวลาครับ >>

ถ้าช่วงเวลาปกติโอโหนายทุนจะจะออกยังไง?

อ่ะ รัฐมนตรีบอกอย่างงี้ฮะ บอกว่ากลไกภาษีลาบลอยเนี่ยเหมาะกับสินทรัพย์ที่มีทิศทางราคาขาขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้น้ำมันมันผันผวน มันมีขึ้น มันมีลง

คืออย่างงี้ ก็จะมีคือรัฐบาลคุณไปอธิบายแทนนายทุนลงกลั่นอีกแล้ว

ครับอ นายทุนลงกลั่นก็บอกว่า เฮ้ย ตอนที่น้ำมันมันลงเนี่ย ไอ้สต๊อกเดิมผมก็แพงนะ

อือๆ เออๆ ผมก็บอก ผมก็ลองจับสถิติดูสิ

ครับ ตอนที่ราคาน้ำมันไปตลาดโลกขึ้นเนี่ย คุณขึ้นแทบจะทันที

อ่า แต่เวลาราคาตลาดโลกลง คุณจะอ้างว่าต้องรอสต๊อกเก่าหมด คุณจะไม่ลงทันทีนะ

อื ถูกป่ะ ทำไมคุณไม่ลงทันทีอ่ะ

อ่า ทีตอนขึ้นยังขึ้นทันทีถูกมั้ย

เออ ตอนขึ้นทันที ตอนลงไม่ลงทันที คุณต้องหน่วงเวลาถูกมั้ย 2 โรงกลั่นต่างๆ เนี่ย เค้ามีการทำเิหรือการป้องกันความเสี่ยงอยู่แล้ว

อือ คือผมไม่ได้หมายความว่าจะไปยึดกำไรจากลาบลอยเค้าทั้งหมดนะ

แต่มีสัตว์ส่วนนึง ที่คิดจากกำไรที่เกินจากฐานปกติ

อื แล้วเก็บส่วนนั้นเนี่ย

อือ เข้าคลังเพื่อเอามาบริหารจัดการ ซึ่งณวันเนี้ย ถ้าคุณเจอกับ Stack FLชเนี่ย คุณต้องอุดหนุนเป็นเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลจะได้เอาเงินมากล้าที่จะประกาศว่าฉันจะตึงค่าไฟ

อือ เพื่อไม่ให้ประชาชนรับศึก 2 ทาง

อือ ตอนนี้สิ่งที่ประชาชนและโรงงานอุตสาหกรรมเอกูที่สุดคืออะไรฮะ รับศึก 2 ทาง

คือค่าน้ำมันแพงจากค่าโลจิสติกส์ แล้วค่าไฟจะขึ้นมั้ย

อ อ่า ซึ่งปกติสักพักนึงมันจะขึ้นมาถูกมั้ย แต่มันอาจจะไม่ทันทีเพราะเราใช้ LNG เป็นหลักถูกมั้ย แต่สุดท้ายมันอาจจะขึ้นถูกมั้ย

เพราะที่กาตารก็ก็ก็ส่งออกไม่ได้ถูกมั้ย อือ คราวนี้คือรัฐบาลจะได้อย่างน้อยคือฉันให้ประชาชนรับศึกข้างเดียว

อือ แต่ศึกค่าไฟฟ้ารัฐบาลจะใช้กลไกเนี่ยและงบประมาณที่มีในกันตึงที่แบบสู้ตายที่สุด

อื ไอ้อย่างเงี้ยผมว่าประชาชนอยากฟังไงครับ

ถูกมั้ยอ หรืออะไรอ่ะ อุดหนุนโลจิสติกส์ล่ะ หรือจะมีกลไกสนับสนุนทางด้านภาษีให้กับบริษัทต่างๆที่ จะเอาค่าใช้จ่ายด้านพลังงานมาคิดเป็น 2 เท่า 3 เท่าของค่าใช้จ่ายก็ว่ากันไปถูกมั้ย

หรือว่าจะ อ่ะ รถไฟฟรีแบบยุคคุณสมัคร รถเมล์ฟรี อุดหนุนค่าตั๋วรถไฟฟ้าสำหรับนักศึกษานักเรียนที่ยังหารายได้ไม่ได้

ออือ คุณควรจะทำอย่างี้ใช่ให้ประชาชนมีทางเลือกอ่ะไม่ใช่บอกว่าเฮ้ย ขอบคุณมากนะที่ตอนแต่เดิมเนี่ยใช้น้ำมัน 85 ล้านลิตร ตอนนี้เหลือ 40-60 ถึงถึง 56 ล้านลิตร

แต่นั่นคุณแลกด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงไป

ใช่อ๋อ ดังนั้นคุณต้องสู้ด้วยอะไร คุณต้องอุดหนุนด้วยรถเมลฟรี

อื อือฮึ อุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้าสำหรับอย่างน้อยก็คือกลุ่มเปราะบางคือนักเรียนเพื่อให้รักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ไม่งั้นพ่อค้าแม่ไขซวยไปด้วยเออ

เพราะว่าคนไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย

ถูกมั้ถูก นี่คือสิ่งที่ประชาชนอยากฟังว่ารัฐบาลจะสู้ยังไงอ่ะ

ครับอื เอ๊ะ ประเด็นตรงนี้น่าสนใจ ผมถามอาจารย์ขยายความเพิ่มเติมนะฮะ จากที่ครูวิโรจพูด

เอ่อ ไม่ว่าจะเป็นกลไกภาษีลาบลอยก็ดีที่รัฐบาลบอกว่าไม่เหมาะกับเรื่องของน้ำมัน แล้วก็การลดภาษีสสามิตร

อือ ก็อาจจะไม่ลดเพราะว่าคืออ่ะ พูดง่ายๆเงินมันตึงมือเหลือเกินตอนนี้

อ อ่า ถ้าลดเนี่ยเดี๋ยวกลุ่มเปราะบางที่คุณวิโรจบอกเดี๋ยวไม่มีอะไรไปช่วยเค้านะ

อ่า กลุ่มนักเรียนนักศึกษาผู้สูงวัยผู้พิการ ตรงเนี้ย

อือ เขาก็จะมีชุดคำอธิบาย

อือๆ อ่า อาจารย์ว่ายังไง

คือบางเรื่องก็ฟังขึ้น เช่นไอ้ภาษีสสามิตรอ่ะ ผมก็ฟังผมก็ฟังขึ้นเพราะมันไปกระทบรายได้แล้วเดี๋ยวมันจะไปโยงกับเรื่องงบประมาณ

ซึ่งอันนั้นเป็นหัวใจสำคัญนะ คือไอ้แถลงนโยบายเนี่ยมันยังเป็นแค่ทิศทางแนวทาง

แต่แต่เวลาบริหารจัดการจริงอ่ะมันจะต้องไปรื้อไอ้โครงสร้างการจัดสรรงบประมาณให้มันสอดรับกับสถานการณ์ไอ้ตัวหน้าของจริง การทำงบประมาณปี 70 ที่จะเกิดขึ้นเนี่ย ถ้ารื้ออะไรได้เนี่ยแล้วทำให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์เนี่ย

มันจะปฏิบัติอะไรได้จริงมากกว่า

อ๋อ ให้รีบไปจัดการงบปี 70 เพราะฉะนั้นอะไรที่มันจะไปกระทบเชิงรายได้ซึ่งจะมาเข้ากระเป๋ารัฐบาลแล้วมันจะนำไปสู่เรื่องของการจัดทำงบประมาณเนี่ย โอเคอย่างเงี้ยฝั่งขึ้น

แต่อย่างไอ้เรื่องภาษีลาบลอยอ่ะ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วลาบลอยมันไม่ไปไปเก็บภาษีทั้งหมด

ครับ ก็อธิบายสิลาบลอยคือส่วนไหนอย่างที่คุณวิโรธอธิบายอ่ะ

อือๆ เออ แล้วก็มันจะมาอ้างเรื่องว่าเออมันต้องเป็นราคาสินค้าที่มันขึ้นก็ทำให้มันเป็นเฉพาะสถานการณ์ก็ได้มั้ย

ครับ อ่า คือไม่ได้แปลว่าเออเราจะทำอย่างนี้ตลอดไปอะไรเงี้ยอ่า

อือๆ มันจะมีสถานการณ์ไหนที่เราจะดึงเรื่องนี้มาใช้แต่ขอให้มันมีเครื่องมือไงตอนนี้มันไม่มี

อื เออ จะมีแต่ขอความร่วมมือได้อย่างเดียวแล้วไม่ให้ความร่วมมือทำไง

อืม คือผมพูดจริงๆนะผมปกป้องลงกลั่นด้วยนะถ้าอยู่รัฐบาลแบบขอความร่วมมือให้จ่ายเงินให้กับกองทุนน้ำมันผมอธิบายกับผู้ถือหุ้นไม่ได้นะ

อ่า แล้วทำไมรายนี้ให้รารายนี้ให้

ให้ถูก หรือยังไงก็ลายนั้นยังไม่ให้เลยทำไมคุณต้องให้

ถูกมั้ย แต่ถ้าเกิดบอกมันเป็นกฎหมายครับผมอธิบายกับผู้ถือหุ้นได้ถูกมั้ย

อือ เฮ้ย นี่รัฐบาลนะครับไม่ใช่ขอทานนะครับ ให้มันมีเครื่องมืออย่างที่อาจารย์ว่า เครื่องมือเพื่อมาใช้กับเขา

มันจะแฟร์กับผู้ถือหุ้นด้วยถ้าตอนนี้เอา ง่ายๆผมว่าไม่มีโรงกั่นไหนจ่ายหรอกครับพอจ่ายพุคุณคุณจะอธิบายกับผู้ถือหุ้นยังไง

อ ทำไมไอ้โรงกั่นนี้ไม่จ่าย

คุณต้องจ่ายอ ใช่ เพื่ออะไร

อื ถูกป่ะ

มันมีมันมีคอมเมนต์ลักษณะนึงซึ่งผมเห็นในโซเชียลค่อนข้างเยอะนะฮะ ถามทั้ง 2 ท่านถามอาจารย์ก่อนบ้างนะฮะว่าเอ่อคนที่เป็นกองเชียร์ฝั่งรัฐบาลเนี่ย

อือฮึ จะอธิบายตลอดนะฮะว่าคุณมาด่านายกได้ยังไง

ครับ คุณมาด่ารองนายกได้ยังไงเพราะวิกฤตนี้อย่างที่ 2 ท่านพูดอ่ะมันเกิดข้างนอก

ต่อให้พรรคไหนมาเป็นรัฐบาลเนี่ยก็เจอน้ำมันก็แพงคุณจะแก้ยังไงมันแพงมาจากข้างนอก

อ ของมันไม่มีอ้าวอาจารย์มาด่านายกได้ยังไงอว่าอย่างงี้

คือมันก็วนกลับไปกลับมาก็รู้เข้าใจว่ารัฐบาลเนี่ยไม่ได้ก่อปัญหา

เออ มันไม่ได้เป็นเรื่องที่การบริหารงานผิดพลาดจนมันเกิดราคาสินค้าแพงน้ำมันแพงเพราะฝีมือรัฐบาล

เออ หรือแม้กระทั่งว่ามันเป็นฝีมือเอกชนไทยอะไรอย่างเงี้ยที่ไปโก่งราคาเองอะไรเงี้ยมันเป็นสถานการณ์โลกอ่าทุกคนก็เข้าใจแหละแต่เพียงแต่ว่าเฮ้ย

ก็ในเมื่อยิ่งในเชิงเปรียบเทียบนะเราก็เห็นว่าวิกฤตเมันระดับโลกทุกประเทศเก็เผชิญเหมือนกัน

ครับ อ่า พอมองซ้ายมองขวาไปเห็นประเทศนู้นก็ทำแบบนี้ประเทศนี้ก็ทำแบบนั้นหันมามองรัฐบาลตัวเอง

อ ทำไมเรารัฐบาลเราไม่ทำอะไรเลยบ้างวะเหมือนกับเค้าอะไรเงี้ย

อื พอมันเกิดการเปรียบเทียบแบบเนี้ยก็ยิ่งรู้สึกไงว่าอ้าแล้วไม่ให้ด่าแล้วให้ทำอะไร

ถูกมั้ย อ่าๆ เออ ก็ต้องทวงหน่อยอ้าทำไมสิงคโปร์เค้าทำแบบนี้ทำไมเราไม่ทำนิวซีแลนด์ก็ทำแบบนี้ทำไมเราไม่ทำญี่ปุ่นก็ทำแบบนี้ทำไมเราไม่ทำอังกฤษก็ทำแบบนี้ทำไมเราไม่ทำ

เครื่องมือที่เขาใช้มีเยอะแยะ

เออ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องไปลอกเรียนแต่ว่าเฮ้ย หรือถ้าไปไกลกว่านั้นก็คืออันนี้อันนี้อันนี้ด่าเลวELอัขึ้นมานะก็คือบอกว่าเฮ้ย ก็เห็นทำอยู่เหมือนกันนะแต่เหมือนเดินตามหลังไง

เห็นคนนู้นทำแล้วเอ้ยโอเคแล้วเราพอพอไปกับเครื่องมือแบบนี้ได้เราเดินตาม

เฮ้ยทำไมเราไม่ไม่มีความสามารถในการคาดการณ์แบบเค้าเหรอ

อือื อ่า ว่าเฮ้ยทำไมเค้าประเมินได้อ่ะแล้วเถึงออกมาตรการหรือเครื่องมืออะไรมารับสถานการณ์ได้ก่อนเรา

ครับ อย่างเงี้ยมันเป็นเรื่องของศักยภาพของรัฐบาลด้วยว่าเฮ้ยเราจะเชื่อมือเชื่อมั่นรัฐบาลได้แค่ไหน

ครับ มันก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามแหละ

อือๆ อ่ะ คุณฮีโร่มองไงฮะประเด็นนี้

ก็แล้วตอนนี้อ่ะเปรียบเทียบง่ายๆเหมือนบริษัทห้างร้านทั่วไปแล้วกันฮะตอนนี้ทุกคนทุกคนเค้าก็ค่าใช้จ่ายแพง

อือ ค่าขนส่งแพง

แล้วต่อให้เปลี่ยน CEO หรือไม่มี CEO น้ำมันก็แพงอยู่ดีค่าขนส่งก็แพงอครับ

แล้วทำไมต้องมี CEO ฮะ

อือ เพราะอะไรฮะเรามี CEO เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ไงครับ

เพื่อลดผลกระทบไงครับ

อ ใช่มั้ยฮะ

อือ ก็เราก็มีรัฐบาลเพื่ออะไรอย่างงั้นเอา ง่ายๆผมพูดอย่างงั้นแต่ผมพูดตลกเลยก็อย่างงั้นถ้าทั้งแคบินเนตเลยขึ้นเครื่องบินไปแล้วเครื่องบินตกตายกันหมดเนี่ย

อือ ราคาน้ำมันมันก็แพงอยู่ดีงั้นเราไม่ต้องมีรัฐบาลดีมั้ย

อือ แต่ผมว่ารัฐบาลเมีหน้าที่อย่างที่อาจารย์ชัยธรว่าคือคิดไปข้างหน้า

ครับ คิดนำสถานการณ์อ้าวแล้วปุ๋ยตอนนี้จะเอา ยังไงอ๋าแคลน

คุณจะอุดหนุนปุ๋ยเกษตรกรยังไงใช่มั้ย เพราะเดี๋ปุ๋ยมันต้องขาดเพราะมันเป็นไฮโดรคาร์บอนถูกมั้ยครับ

เออ แล้วคุณจะแก้ปัญหาการกักตูนปุ๋ยไงกักตูนน้ำมันมีแล้วอย่าให้เกิดการกักตูนปุ๋ยได้มั้ย

อือ อ้าว ตอนนี้ปุ๋ยเริ่มขาดแล้วนะครับปุ๋ยแพงเริ่มมาแล้วนะครับ

อ้าว พวกพลาสติกพวกฟิล์มต่างๆซึ่งเป็นแทบทุกธุรกิจอ่ะต้องใช้แพคเกจิคุณจะดัก หรือคุณจะแก้ปัญหานี้ยังไงเอ้าหรือยังไงอีกอ่ะประมงคุณจะเอายังไงอ่ะ

อือ ใช่ป่ะภาคการเกษตรที่เขาต้องเอาน้ำมันไปเติมรถแทรกเตอร์ไถนาคุณจะอุดหนุนเค้ายังไงกับกลุ่มเปราะบ้าง

ครับ คือคุณต้องคิดดักหน้าดิครับอันนี้คือหน้าที่ของรัฐบาลหน้าที่ที่ 2 คือ คุณช่วยทั้งกลุ่มอุดหนุนราคาน้ำมันทุกมิลลิตรที่ออกจากหัวจ่ายไม่ได้แต่คุณเลือกที่จะใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด

ทำนโยบายเฉพาะกลุ่ม

อือ เพื่อประคองเศรษฐกิจในภาพลวงได้ภาพรวมได้

อ ถูกมั้เช่นบอกตอนเนี่ยผมว่าผมผมแฟร์มากนะ อยู่ดีบรัฐบาลบอกมีรถเมล์ฟรีรถไฟฟรี

อุดหนุนค่ารถค่าตั๋วรถไฟฟ้า

เพราะว่าถ้าเกิดคุณยังมีปัญญาขับรถขอร้องคุณช่วยตัวเองเถอะ แต่สำหรับคนที่ไม่มีเงินที่จะขับรถเติมน้ำมันแล้วเรามีบริการตรงนี้มาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามยาก

ครับ ตรงเนี้ยสิ่งที่เราต้องการรัฐบาลมาบริหารจัดการไง

ไม่บอกโอ้ยังไงก็แพง

ผมบอกอย่างงั้นไม่ใช่แค่ไม่ไม่ใช่แค่ด่าไม่ได้นะให้รัฐบาลตายหมดทั้งแคบินเนตเลย

ใช่มั้ยมันก็แพงอยู่ดีอ่ะถูกป่ะ

เอครับ