📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

#TheStandardDebate EDUCATION BATTLE: เรียนแบบไหน เด็กไทยรอด | POLICY BATTLE ศึกดวลนโยบาย #3

THE STANDARD3:18:51

Transcription

เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> ฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] โ [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] >> โอ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> เ[เพลง]เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ[เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ[เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> ฮ [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง]

3 ปี 3 นายกรัฐมนตรี[เพลง] บทเรียนจากอดีตบอกเราว่าชนะเลือกตั้งไม่ ได้แปลว่าชนะในเกมอำนาจเสมอไป ปี 2569 คือ New Game ที่ทุกพรรคการเมืองต้อง เริ่มเกมใหม่ในสนามแข่ง กับเดิมพันธ์[เพลง]ที่ใหญ่ที่สุดคืออนาคต ประเทศไทยพร้อม New Deal จะจับมือใครใน เกมที่ไม่มีพรรคไหนชนะขายคำถามสำคัญคือ ประชาชนจะได้อะไรตอบแทน New Game New Deal เกมเดือดเลือกตั้ง 69 แคมเปญพิเศษเกาะขอบสนามเลือกตั้งแบบ ลึกคมรอบด้านจาก The Standard Special รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการเลือก ตั้ง Policy Battle ศึกดวนโยบายทำได้ จริงสนุกเร้าใจตอบทุกความท้าทายของประเทศ ไทย The Standard [เพลง] Debate เวที ประชันวิสัยทัศน์อันดับ 1 ที่เข้มข้นร้อน แรง[เพลง]กับว่าที่นายกคนต่อไป Election Day Life เกาะติดทุกวินาทีวันเลือกตั้ง วิเคราะห์เกมและทุกสูตรจัดตั้งรัฐบาล เกมเริ่มแล้ววันนี้ที่ The Standard

สวัสดีทุกท่านครับ เวลาประมาณแค่ 2 สัปดาห ข้างหน้าแล้วนะครับ บ้านเราก็จะเดินหน้า เข้าไปสู่วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์แล้ว นะครับ 1 ในนโยบายที่ถือว่ามีความสำคัญ ต่ออนาคตของประเทศเป็นอย่างยิ่งก็คือ นโยบายเรื่องการศึกษาครับ ดังนั้นครับ The Standard จึงได้มีการจัด Policy Battle นะ ครับในวันนี้จะเป็นหัวข้อว่าด้วยเรื่อง ของการศึกษา Education Battle นั่นเองนะ ครับสิ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญมากสำหรับ ประเทศไทยคือเรื่องของการพัฒนาทุนมนุษย์ นะครับแต่หลายครั้งเราพูดคุยกันแล้วคุย กันกี่เวทีก็ไม่ไปไหนสักทีนะครับ ดังนั้น วันนี้ครับจะหยิบยกเรื่องของประเด็นด้าน การศึกษานี้มาพูดคุยกันในช่วงของ Policy Battle จาก The Standard ด้วยนะครับ

สำหรับวันนี้เองนะครับทางเวทีนะครับได้ รับเกียรติจากทางด้านของตัวแทนของพรรคการ เมือง 4 พรรคครับที่จะมา Policy Debate กันใน วันนี้ครับ 4 ท่านขออนุญาตที่จะแนะนำนะ ครับตามหมายเลขของพรรคการเมืองนะครับ เรียงจากน้อยไปหามากครับ ท่านแรกครับเป็น ตัวแทนของพรรคเพื่อไทยครับ อาจารย์ธิราภา ไพโรหกุลครับ อาจารย์ข้าวสวัสดีครับ นี่เลยนะฮะอันนี้ เรียงตามลำดับนะครับ เพื่อไทยมาก่อนนะครับ ลำดับต่อมาเลยตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ นะครับ อาจารย์การดีเลียวไพโรจารย์สวัสดี ครับ ถัดมาเลยนะครับ คุณหน้าคุ้นตากันดีเช่น เดียวกันนะครับจากพรรคประชาชนนะครับ คุณไอติมพริวัชรินทุไอติมสวัสดีครับ และหมายเลข 49 ต่อมาเลยก็คือตัวแทนจาก พรรคไทย 9 ใหม่อาจารย์สุชัชวี สุวรรณสวัสดิ์อาจารย์เอ้สวัสดีครับ

และเช่นเคยนะครับนอกเหนือไปจากตัวแทนจาก พรรคการเมืองแล้วนะครับเราก็จะมี Special Guest หรือว่าแขกพิเศษนะครับที่จะมาพูด คุยกับเรา และวันนี้นะครับก็จะมีแขกพิเศษ 4 ท่านนะครับจากแวดวงการศึกษาทั้ง Schooling Parenting นะครับเพราะว่าถือว่าเป็นระบบ นิเวศเดียวกันในการสร้างทุนมนุษย์ด้วย สำหรับ 4 ท่านในวันนี้นะครับขอแนะนำท่าน แรกเลยนะครับ ท่านเป็นผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือว่า กสศ. ดร.กยศภัทราวาสครับ อาจารย์สวัสดีครับ ถัดมาเลยนะครับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนะครับ ผู้ช่วย ศาสตราจารย์อรรถพลอนันตวรสกุลอาจารย์ฮูก สวัสดีครับ และถัดมาครับคุ้นหน้าคุ้นตากันดีนะครับ เจ้าของเพจ Dr. Diary นะครับ แพทย์หญิงพิษศรีกิจนิรันสิน์ครับ หมอแม่สวัสดีครับ และอีกท่านหนึ่งนะครับก็เป็น หนึ่งใน Host นะครับของ Podcast ของ The Standard ด้วยนะครับ ใครเป็นแฟนรายการ อวกาศคาดไม่ถึงนะครับ หน้าตา Genius แบบนี้ นักสื่อสารดาราศาสตร์เจ้าของช่องก้อน KT น้องกรก้อนทองวิริยเสวตกุลครับ นี่เลย นะครับ อวกาศคาดไม่ถึงนะครับ น้องกร

และณ บัดนี้ผมขอนำทุกท่านไปสู่ Policy Battle Episode 3 Education Battle อย่าง เป็นทางการครับ

>> Policy Battle ศึกด่วนนโยบาย [เพลง]

คุณมนุษย์ถือได้มีความสำคัญต่อประเทศไทย มากนะครับเพราะว่าถ้าเกิดเราดูอัตราการ เกิดของคนไทยในปัจจุบันนี้นะครับจะพบว่า เด็กไทยนี้เนี่ยถือว่าเกิดน้อยมากนะครับ ในปีที่ผ่านมาคือปี 2565 อัตราการเกิด เหลือแค่ 410,000 คน เทียบกับช่วงพีคครับ ก็คือทศวรรษ 70 โดยเฉพาะ 1972-1975 เนี่ย ได้เกิดเยอะที่สุดเลย 1,220,000 คนนะครับ อัตราเด็กเกิดน้อยมากครับ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราไปดูอัตราผู้สูงอายุเนี่ย เร่ง ตัวรวดเร็วมากกว่าอัตราเด็กเกิดใหม่เนี่ย 2 เท่าตัวทีเดียวนะครับ คนไทยเองนะครับคง จะต้องหันมามองนะครับว่าทรัพยากรที่มี อยู่และสำคัญมากมีอยู่อย่างจำกัดนี้จะ สามารถพัฒนาให้กลายเป็นนะครับทุนมนุษย์ ที่มีความแข็งแรงสามารถที่จะแข่งขันกัน กับประเทศอื่นได้ขนาดไหน แต่ปัญหาคือการ ศึกษาบ้านเราที่ผ่านมาถือว่ายังไม่สามารถ ที่จะพบผลออกจากวังวนนะครับแห่งวิกฤตทาง ด้านการศึกษาได้สักเท่าไหร่เลย

ในวันนี้ครับไม่ได้มีเฉพาะนะครับพวกเราทีม The Standard นะครับ ตัวแทนของพรรคการเมือง 4 พรรคแล้วก็ Special Guest อีก 4 ท่าน นะครับ แต่ว่าเรานะครับอยากที่จะให้ทุก ท่านนั้นสามารถที่จะได้ร่วมมีส่วนร่วมกับ Policy Debate ในครั้งนี้ด้วยการที่ท่าน สามารถที่จะโหวตได้นะครับว่าท่านชอบนัก การเมืองท่านชอบตัวแทนจากพรรคการเมือง ท่านใดในระหว่างการประชันวิสัยทัศน์ในวัน นี้มากที่สุด ท่านสามารถที่จะเริ่มโหวตได้ ตั้งแต่ตอนนี้ไปเลยนะครับ จนกระทั่งเกือบ ที่จะจบรายการ

และในวันนี้ครับเราก็จะมี กติกาโดยที่จะมีการ Battle กันนี้เนี่ย นะครับทั้งหมด 3 รอบด้วยกัน โดยในแต่ละรอบเองนะครับท่านก็จะได้ทราบว่า ในแต่ละรอบแต่ละรอบที่ผ่านไปแล้วนี้เนี่ย ผลของการโหวตของพวกท่านนั้นออกมาเป็นอย่างไรกัน บ้างนะครับ ก่อนที่เราจะเดินหน้าไปเรามาดู กติกากันก่อนนะครับ ในวันนี้จะมีกติกาแบ่ง ออกมาเป็น 3 รอบดังต่อไปนี้ครับ

ช่วงแรกเลย รอบที่ 1 ครับ Round 1 Policy Pitch ครับ Candidate ทุกท่านเลยนะครับวันนี้มี 4 ท่านนะครับ ก็จะมีเวลาท่านละ 3 นาที ย้ำนะครับ เราต้องมีการกำหนดเวลาครับ เพราะว่าเวลา คือทรัพยากรที่มีค่ามากนะครับ และวิถีการ ใช้เวลาของแต่ละท่านมันเป็นการบอก แต่ละท่านเรียบเรียงความคิดออกมาอย่างไรบ้าง ใช้ทรัพยากรเวลาคุ้มค่ามากน้อยขนาดไหน ช่วงแรก Policy Pitch 3 นาทีครับ แต่ละท่าน ตัวแทนพรรคการเมืองจะมีการนำเสนอ Action Plan แผนปฏิบัติการที่เห็นผลจริงได้ภายในเวลา 1 ปี ภายใต้โจทย์วิกฤตที่ไม่มีคำว่ารออีกต่อ ไปเพราะเรารอมาเป็นทศวรรษแล้ว หลังจากนั้นครับ Special Guest ของเราทั้งหมด 4 ท่านเลยนะครับจะให้ข้อเสนอหรือแม้แต่ยิง คำถามนะครับให้กับตัวแทนของแต่ละพรรค ด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากที่แต่ละท่านพูดไป 3 นาทีนะครับ มีความหมายว่า Special Guest ก็จะได้คุยกับทุกคนเลยนะครับทั้งหมด 4 ท่าน

เรามารอบที่ 2 กันบ้างครับ ชื่อว่า Policy Battle ถือว่าเป็นไฮไลท์เลยนะ ครับโดยที่เราจะมีการจับคู่ดีเบตนะครับจะ ออกมาคู่กัน วันนี้มี 4 พรรคนะครับ แต่ละท่านก็จะพบกับอีก 2 พรรคด้วย โดยที่แต่ละท่านก็จะได้พูด 2 รอบครับ โดยแต่ละคู่ก็จะ มีเวลาประมาณ 6 นาที แต่ละท่านจะมี การประชันกันนะครับในจุดยืน บางครั้งครับ การเดินหน้านโยบายได้อย่างเสียอย่าง แต่ละท่านมีจุดยืนที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ละ ท่านเห็นอย่างไรกันบ้าง โดยในแต่ละคู่ก็จะ เจอกัน 2 รอบด้วยกัน และระหว่างรอบนะครับ ทางด้านของ Special Guest เองก็สามารถ ที่จะยิงคำถามหรือมีคอมเมนต์ได้ โดยที่อีกฝ่ายหนึ่งเองนะครับ หลังจากที่ Special Guest ได้พูดคุยไปแล้วก็สามารถ ที่จะพูดคุยต่อได้อีก 1 นาที แต่ละคู่ก็จะมี 2 ยกด้วยกันนะครับ

ผ่านไปแล้ว 2 รอบครับ รอบที่ 3 ชื่อว่า The Promise ชื่อก็บอก แล้วว่าคำสัญญา นะครับรอบสุดท้ายครับ แต่ละท่านจะมีเวลาน้อยหน่อย 1 นาทีครับ เป็นการจัดระเบียบความคิดละในการเลือก นะครับ 1 พรรคที่หลังจากที่ท่านคุยไปแล้วเห็นว่า เป็นพันธมิตรที่ท่านไว้ใจได้มากที่สุดใน การเดินหน้านโยบายการศึกษา และขณะเดียวกัน ประกาศ 1 พรรคที่เป็นเส้นแบ่งที่ท่านจะ ไม่ข้ามไปในการร่วมงานด้วยอย่างเด็ดขาดนะ ครับ และดังนั้นครับลำดับนี้ผมขอเดินหน้าไปสู่นะครับ Education Battle สำหรับวัน นี้ครับ ดังนั้นขอเริ่มที่รอบที่ 1 Round 1 Policy Pitch ครับ

>> Round one Policy Pitch [เพลง]

>> ก่อนหน้าที่จะเข้าไปสู่ Pitch Policy นะครับ ขออนุญาตในการที่จะทำให้ทุกคนนะครับ เห็นภาพรวมกันก่อนว่าภาพรวมเรื่องของทุนมนุษย์ บ้านเราตอนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่า 4 ท่านทราบเป็นอย่างดีแล้ว แต่ว่าขออนุญาตที่จะปู Background กันก่อนนะครับ ว่าเป็นอย่างไร โจทย์ครับ ประเทศไทยตอนนี้ ว่ากันว่าถ้าเป็นคนนะครับ อยู่ในสภาพอาการป่วยไข้ครับ และอยู่ที่ห้อง ICU นะครับ Intensive Care Unit ตอนนี้การเสริม ผลิตภาพให้กับคนแต่ละคนนี้เนี่ยมีความ สำคัญมาก แต่ช่วงนี้หลายคนบอกว่าเป็นวิกฤต ผลิตภาพและทุนมนุษย์นั้นล้มละลายนะครับ

ข้อ 5 ช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ตอนนี้ไทย เผชิญอยู่มีอะไรบ้างนะครับ เดี๋ยวนะครับทุกท่านอาจจะได้แตะกันด้วย 1 ครับ พ่ายแพ้ต่อกับดักรายได้ปานกลาง Middle Income Trap เราติดกับดักนี้มา 4 ทศวรรษแล้วนะครับ มีครัวเรือนยากจนเนี่ยพุ่งขึ้นสูง 1,300,000 1,300,000 ครัวเรือนในปี 2565 คือปีที่แล้ว ประการที่ 2 ครับ ไทยพ่ายแพ้ต่อความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ แปลว่าอะไรเด็กชนบทนะครับเรียนรู้ช้ากว่าเด็กเมืองเนี่ยนะ ครับ 3 ปีการศึกษา ประการที่ 3 ครับ พ่ายแพ้ต่อภาวะสมองถดถอย ถามว่าทำไมครับ IQ ครับ Intelligent Question เฉลี่ยของ เด็กไทยเนี่ยลดลงสวนทางกับระดับชั้นครับ ป. 1 มีอยู่ 92 เรียนไป 6 ปีเข้าสู่ ม. 1 เหลือแค่ 82 พูดง่ายๆเรียนไป 6 ปีจาก 92 เหลือ 82 ข้อ 4 ครับ พ่ายแพ้ต่อมาตรฐาน สากลเขาจะมีการสอบที่เรียกกันว่า PISA เนี่ยนะครับ ถือว่า PISA ผลการสอบของเราต่ำ สุดในรอบ 20 ปี ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยเนี่ยรั้งอันดับนะครับ เขามี 64 ประเทศ ประเทศไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่ครับ 54 ก็อยู่ที่อันดับที่ดูไม่ดีนัก ถัดมาครับ ข้อ 5 ครับ พ่ายแพ้ต่อคำว่าเรียนฟรี ครอบครัวยากจนต้องแบกรับต้นทุนแฝง ถามว่าต้นทุนแฝงคืออะไรครับ ก็คือค่าเดินทาง ค่าอาหารเช้าในการที่เด็กจะได้ไปเรียนนะครับ ต่อปีนะครับ 9,420 บาทด้วยกัน และข้อ 6 อันนี้สำคัญที่สุด เน้นขีดเส้นใต้หลายคำ ความพ่ายแพ้ที่ร้าย แรงคือพ่ายแพ้ต่อคำโกหกทางการเมือง โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งความพ่ายแพ้ที่สำคัญ ที่สุดคือความพ่ายแพ้ต่อคำโกหกทางการเมือง ทุกครั้งหาเสียงทุกพรรคก็บอกแบบนี้ครับ การศึกษาสำคัญที่สุด แต่ข้อเท็จจริงคือ กระทรวงศึกษาธิการครับถูกลดเกรดเป็น กระทรวงกระทรวงตัวแถมที่เอาไว้ใช้ในการ แลกโควต้าครับกับพรรคร่วมรัฐบาลเสมอมา

สู่ส่วนของคำถามกันบ้างที่แต่ละท่านจะมี เวลา 3 นาที 180 วินาที คำถามเป็น ดังต่อไปนี้ยาวหน่อยนะครับ หากท่านต้องรับผิดชอบประเทศจริงภายใต้ วิกฤตนี้ท่านมี Action Plan ที่เห็นผลใน 1 ปีอย่างไรเพื่อกู้คืน IQ และผลิตภาพเด็ก ไทย และที่สำคัญที่สุดท่านจะให้สัตยาบัน ต่อหน้าประชาชนในวันนี้ได้หรือไม่ว่าพรรค ของท่านจะปักหมุดกระทรวงศึกษาเป็นกระทรวง เกรด A นำต้องถือไว้เองเพื่อแก้ไขปัญหาเอง และจับไม่นำอนาคตของเด็กไทยนั้นไปเป็น ของรางวัลในการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับ พรรคร่วมรัฐบาลอีกต่อไป ทุกท่านชัดเจนนะครับ ถ้าหากว่าพร้อมแล้วผมเชิญตัวแทนพรรคการเมือง พรรคที่ 1 ก่อนเลยนะครับ ลำดับนี้ขอเรียน เชิญอาจารย์ธีราภา ขอเรียนเชิญเลยครับ

[เพลง] [เพลง]

ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย อาจารย์ธีราภา ไพโรหกุล มีเวลา 180 วินาที 3 นาที เชิญเลย ครับ

>> ค่ะก็พรรคเพื่อไทยนะคะรอบรอบนี้นะคะเรามี การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะที่จะ ต้องการพาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีราย ได้สูงนะคะในการที่จะเดินไปถึงจุดนั้นได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่จะต้องยก ระดับคนไทยให้มีศักยภาพสูงค่ะ เพราะฉะนั้น วันนี้ค่ะข้าวขออนุญาตเป็นตัวแทนพรรค เพื่อไทยนะคะเสนอ 3 ข้อค่ะ ข้อแรกค่ะ การศึกษาไทยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำค่ะ ข้อที่ 2 ค่ะ การศึกษาไทยเพื่อสร้างคนและสร้างงาน ค่ะ และข้อสุดท้ายค่ะ การศึกษาไทยเพื่อวาง รากฐานแห่งอนาคตอย่างยั่งยืนค่ะ เรามากัน ที่ข้อแรกก่อนเลยนะคะเรื่องของการศึกษา ไทยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำค่ะ เราจะต้อง ซ่อม 3 อย่างค่ะ อย่างแรกค่ะคือการซ่อมงบประมาณ ค่ะ งบประมาณทุกวันนี้มีปัญหามากนะ คะ การที่งบประมาณเนี่ยเป็นงบประมาณแบบราย หัวเนี่ยทำให้พื้นที่ห่างไกลที่มีจำนวน นักเรียนน้อยเนี่ยเค้าเนี่ยเผชิญปัญหา เยอะมากเพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ยเค้า ต้องการการพัฒนามากที่สุดนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย งบประมาณของพรรคเพื่อ เอ่อเรื่องของ งบประมาณเนี่ยเราต้องซ่อมตรงนี้ค่ะ แล้วเราสามารถถ้าเราเข้าไปเป็นรัฐบาลนะคะ สิ่งที่ เราทำได้ทันทีก็คืองบประมาณปี 70 ค่ะ ส่วนที่ 2 ค่ะ เราต้องซ่อมช่องว่างค่ะ นโยบายของเพื่อไทยค่ะเราจะสร้างโอกาสให้ น้องๆค่ะที่เรียกว่าเป็นเด็กเก่งแต่ขาด โอกาสนะคะได้มีโอกาสศึกษาต่อจาก ม.ต้นไป สู่ ม.ปลาย เจาะจาก ม.ปลายไปสู่มหาวิทยาลัย ค่ะ และสุดท้ายค่ะ เราจะต้องซ่อมคนค่ะ ด้วยนโยบาย Thailand Zero Drop out ค่ะ ทุกวันนี้นะคะในตอนรัฐบาลเพื่อไทยเนี่ยเป็น รัฐบาล ม.2 ปีเราได้ทำงานร่วมกับ กสศ. อย่าง กสศ. อย่างใกล้ชิดนะคะ ซึ่งตรงนี้เนี่ยเราพาน้องๆกลับสู่เข้าระบบเนี่ยได้ ถึง 140,000 คนแล้วนะคะ แต่ขอประกาศไว้ตรงนี้เลยค่ะ ถ้าไม่ถึง 0 ก็ไม่จบไม่เลิกค่ะ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือ 3 ซ่อมนะคะในการลด ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในปีแรกทั้ง 2 อย่างทำได้ทันทีนะคะ ส่วนที่ 2 ค่ะ สร้างคน สร้างงานค่ะ เรามีนโยบายเรียนได้งบจบได้ งานนะคะ เรียนได้งบ ก็คือเราจะมีการสร้างแรงจูงใจค่ะให้คนนะ คะที่ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนนะคะหรือว่าอยู่ ที่ไหนนะคะไม่ว่าจะมีวุฒิการศึกษาแบบไหน นะคะจะสามารถเข้ามาร่วมกับนโยบายนี้ได้ ค่ะ

>> แหมอาจารย์ไปได้ข้อ 2 ใน 3 หมดเวลาพอดี

>> ต้องใช้วิธีดูดใหม่ขออนุญาตแบบนี้

>> ไฟดับพอดี ทีนี้ครับหลังจากที่ Special Guest เรานะครับ 4 ท่านฟังไปเป็นที่ เรียบร้อยแล้วนะครับ 4 ท่านมีความเห็น อย่างไรต่อมุมมองในการ Policy Pitch ของ อาจารย์ธีราภาครับ อาจารย์ฮูกเชิญเลย

>> ผมผมสนใจประเด็นเรื่อง ODOS เพราะ ODOS จะพูดถึงเด็กเก่งที่มีศักยภาพเนาะ ทำ ยังไงจะชวนให้เด็กเหล่านี้ได้เข้าสู่การ เรียนที่สูงขึ้น แต่คำถามที่มีเสมอคือเด็ก กลุ่มที่เรียนไม่เก่งแล้วก็มีแรงจูงใจต่ำ ในการไปโรงเรียนเพราะว่าโรงเรียนไม่ตอบ โจทย์เนี่ยทางพรรคมองเรื่องนี้ยังไงครับ ทำยังไงจะให้โรงเรียนมันตอบโจทย์ชีวิต เด็กมากขึ้นเพราะเด็กจำนวนไม่น้อยก็อาจ จะไม่มองเรื่องการเรียนอาชีพเนาะ แต่เขา ต้องการเรียนประกอบอาชีพพักมองเรื่องนี้ ยังไงครับผม

>> จริงๆแล้วอ่ะค่ะคือท้ายที่สุดเนี่ยเราก็ ไม่ต้องการทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน นะคะ จริงๆแล้วเนี่ยทุน ODOS เนี่ยมันเป็น คือจริงๆแล้วมันเป็นมากกว่าทุนนะคะ มันคือ สะพานในการเชื่อมโอกาสให้น้องๆ เวลาเราบอก ว่าน้องๆที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาสเนี่ย ตรงนี้เนี่ยเราดูไปถึงเรื่องของน้องๆที่เป็น เด็กยากจนและเด็กยากจนพิเศษนะคะ เพราะว่า ทุนในประเทศไทยเนี่ยมีเยอะแยะแล้วค่ะ แต่ว่าตรงนี้เนี่ยมันเป็นส่วนที่ขาดหายไปค่ะ ตรงนี้เราเลยต้องการที่จะเติมช่องว่าง ระหว่างตรงนี้นะคะ แต่ว่าอย่างที่บอกค่ะ สิ่งนี้ทำควบคู่กันไปกับ Thailand Zero Out ค่ะ ก็คืออย่างที่บอกค่ะเราต้องพา น้องๆนะคะกลับเข้าระบบโดยการที่ปรับการ ศึกษาให้ยืดหยุ่นมากขึ้นค่ะ แล้วก็ให้น้องๆสามารถที่จะเรียนไปทำงานไป แล้วก็สร้าง รายได้ไปด้วยค่ะ

>> อาจารย์กยศดูเหมือนมีความในใจอาจารย์เชิญ เลยครับ

>> คือเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองมันค่อนข้าง กระทบต่อความต่อเนื่องเรื่องการศึกษามัน เป็นเรื่องเกมยาวอ่ะครับ

>> ค่ะ

>> แต่เท่าที่ผ่านมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา เรามีรัฐมนตรีศึกษาเปลี่ยนแทบทุกปีแล้ว ทุกๆครั้งที่มีการปรับครม.มันก็มีความไม่ แน่นอนของนโยบายการศึกษาอยู่โดยตลอด ในฐานะหน่วยงานที่ทำงานนะครับพอจะพอมีความ มั่นใจได้มั้ครับว่าคนที่อยู่ในวงการงาน การศึกษาเมื่อได้รัฐบาลใหม่มาแล้วถ้า สมมุติเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเนี่ยเราจะมี เสถียรภาพมีความต่อเนื่องแล้วก็สามารถ แก้โจทย์ยากๆให้สำเร็จได้เสียทีหรือเปล่า ครับ

>> ค่ะจริงๆแล้วตะกี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องของ การวางรากฐานนะคะ จริงๆเรื่องของการวางรากฐานเนี่ยก็คือตัว พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว ก็จะต้องอยู่ไปตลอดนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย จริงๆแล้วเนี่ยโดยส่วนตัวมองว่าเรื่องการ ศึกษาต้องเป็นเรื่องที่ Beyond การเมืองได้ แล้วค่ะ

>> อื

>> เพราะว่าถ้าเพราะวันนี้รอไม่ได้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ยไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ ตามเรื่องของการศึกษาจะต้องกลายมาเป็น National Agenda ให้ได้ค่ะ

>> อันนี้เป็นสัญญาประชาคมนะผมถือเป็นแบบ

>> สุดยอดมาก

>> สุดยอดมากจริงๆอยากฟังแต่ยังมีรอบ 2 และ รอบ 3 อีกนะครับ ขอบคุณนะครับอาจารย์ข้าว ธีราภานะครับ ขอบคุณมากครับ

>> ขอบคุณค่ะ

>> อ้าวไปแล้ว 1 นะครับ ท่านที่ 2 ถ้ารู้ตัวแล้วเตรียมตัวโดนได้เลย และตัวแทนท่านที่ 2 มาจากพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ขอเรียนเชิญ อาจารย์การดีลิวไพโรจครับ

[เพลง] [เพลง] [เพลง]

อาจารย์การดีมีเวลา 180 วินาที 3 นาที เชิญได้เลยครับ

>> เรื่องของทุนมนุษย์วันนี้ที่พี่วิทยบอก ว่าเราอยู่ใน ICU แล้วถ้าเราโคมขนาด นั้นเราก็คงใช้หมอเฉพาะทางทีละคนคงไม่ รอด วันนี้ค่ะเรื่องของทุนมนุษย์ไม่ใช่เป็น เรื่องของกระทรวงศึกษาอย่างเดียวแต่มัน ควรจะเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกกระทรวงและ ผู้นำทุกคนจะต้องเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้ คือเรื่องที่เร่งด่วนที่ ถ้าเรามองทุนมนุษย์ย้อนไปตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ลูกของเราอยู่ในครรภ์นั่นคือการ เริ่มต้นการศึกษาในวินาทีแรก นโยบายพรรค ประชาธิปัตย์ประกอบด้วย 3 ส่วน 3 ส่วนและ 3 ตอนด้วยกันค่ะ ประเด็นที่ 1 เรื่องของ การเรียนรู้เริ่มตั้งแต่ที่บ้านเริ่มตั้ง แต่คุณพ่อคุณแม่การมีครอบครัวที่อบอุ่น การมีคุณแม่ที่คอยเลี้ยงดูถือว่าเป็นการ เพิ่มในเรื่องของทั้ง EQ และความมั่นคง และความมั่นใจในการเรียนรู้ ประชาธิปัตย์เริ่มตั้งแต่นโยบายโอบอุ้มคุณแม่และดูแล ลูกน้อยเพื่อให้คุณแม่นั้นเนี่ยไม่จำเป็น จะต้องมา Compromise ระหว่างงานกับการดูแล ลูกมากนัก พยายามที่จะให้ลูกที่จะได้อาหาร สุข เอ่อโภชนาการที่ดีเพราะเป็นต้นทางของ การพัฒนาสมองของคนเราทุกคน และในการแล และที่สำคัญเราไม่ยอมให้ใครที่จะ Drop out ออกไปเนื่องจากความจน เรียนฟรีต้องฟรีจริง เราเริ่มการเรียนฟรีมาแล้วจากสมัยยุคพรรค ประชาธิปัตย์ วันนี้เราเข้าใจดีค่ะว่าค่า ใช้จ่ายมันมีมากยิ่งขึ้นเราเน้นย้ำเรียน ฟรีต้องฟรีจริงเพื่อที่จะครอบคลุมค่าใช้ จ่ายอื่นๆเช่นการเดินทางค่าอาหารเช้าและ อาหารกลางวันซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ มากสำหรับเด็กวัยประถมวัยโตขึ้นมาสิ่งที่ เขาควรจะต้องได้รับคือเรื่องที่ 2 ค่ะเ ควรจะได้รับการศึกษาที่จะเปิดโอกาสเรื่อง ของการเลือกตามชอบเรียนที่ชอบได้ทำงานใน สิ่งที่ใช่มากที่สุด แนวคิดการทำกระจาย อำนาจเหลือกระจายงบประมาณจะต้อง Target ในกลุ่มของคนที่เปราะบางไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถเอางบประมาณแล้วมาหารยาวแล้วก็ Distribute ลงไปในแต่ละโรงเรียนเท่าๆกันได้ในขณะที่ มีโรงเรียนที่ห่างไกลมีความต้องการความ ช่วยเหลือมากกว่า และที่สำคัญอันที่ 3 เรา เปิดกว้างในเรื่องของการเรียนรู้และการ ศึกษาบุฟเฟ่ต์การศึกษาเป็นสิ่งที่เราอยาก จะเปิดกว้างและให้โอกาสกับลูกๆได้มากที่ สุด การเรียนในหลักสูตรปกติธรรมดาอาจจะมี ข้อจำกัด แต่ถ้ามีการเปิดกว้างขึ้นเขา สามารถเลือกเรียนได้ในสิ่งที่จะเป็น เอ่อศักยภาพของเขาต่อไป เพราะเราเชื่อว่าเด็ก ทุกคนหรือผู้ใหญ่อย่างเราเนี่ยไม่ควรตัด เสื้อโหลไซส์เดียวกันให้ลูกเราทุกคนที่มี ความแตกต่างมีความฝันที่แตกต่างกันนั้น เนี่ยมาใส่ชุดเดียวกัน และที่สำคัญค่ะ ประชาธิปัตย์มองเรื่องของทุนมนุษย์และการ ศึกษาไม่ได้อยู่ในรั้วโรงเรียนเราเชื่อ ว่าต้นทางของการเรียนรู้ที่ดีเริ่มจาก ครอบครัวชุมชนเอกชนและการทำงานร่วมกัน การ สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย Skill Wallet และธนาคารหน่วยกิตเป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจ และคูปองการศึกษาเพื่อต่อยอดอาชีพใหม่ๆที่ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

แก๊ง >> หมดเวลาครับ อาจารย์กำลังรัวอยู่เลย แอบเห็นคอมเมนเตอร์เมื่อสักครู่มีแตะไปบอก ว่าตั้งแต่ลูกยังเล็กอยู่เพราะฉะนั้นผม คิดว่า

>> หมอแม่ครับ

>> อฮะ

>> แอบเห็นหมอแม่ขยับแล้ว

>> ค่ะ จริงๆแล้วเนี่ย เอ่อมีเรื่องนึงที่สนใจ นะคะเรื่องที่บอกว่าให้เด็กเลือกตามที่ ชอบอ่ะค่ะ แต่ปัญหาก็คือเด็กไม่รู้ว่าตัว เองชอบอะไรเรามี เอ่อความคิดหรือมีนโยบาย หรือว่ามีส่วนที่เราอยากจะช่วยเหลือเขา ยังไงให้เขาเลือกได้ตามที่เขาชอบได้ไหมคะ

>> ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ อ้อเอ็งเป็นแม่เหมือน กัน อ้อเชื่อว่าหน้าที่ของเราในฐานะผู้ใหญ่เนี่ย เราต้องเปิดประตูโอกาสให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นการที่มีตัวเลือกนะคะ การเลือกเรียนเสรีให้ได้มากที่สุดเป็น สิ่งที่เราอยากได้ แต่ก็เข้าใจดีค่ะว่าถ้า เรามองในการบริหารแบบเดิมแต่ละโรงเรียน เนี่ยมันจะมีขีดความสามารถไม่เท่ากัน โรงเรียนใหญ่ก็สามารถสร้างวิชาเลือกเสรีได้ เยอะ โรงเรียนเล็กแทบจะเป็นการบังคับเลือก เลยด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นเราต้องปรับใน ระบบคิดว่าจริงๆแล้วการเรียนรู้ควรจะเป็น ระบบเปิดอยู่ในชุมชนเดียวกันเอกชนเข้ามา เพื่อที่จะต่อยอดได้สิ่งเหล่าเนี้ยนะค่ะ ที่จะเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสให้เด็กได้ ลองลองแล้วไม่ชอบไม่เป็นไร แต่ถ้าได้ลอง แล้วชอบก็สามารถที่จะต่อยอดเป็นการเรียน รู้เฉพาะทางเขาต่อไปได้ค่ะ

>> ขอบคุณมากครับอาจารย์ อ้อจริงๆรอบนี้เนี่ย นะครับผมคิดว่า เอ่อตัวแทนพรรคการเมืองอื่นเดี๋ยวถามได้เช่นเดียวกันนะครับ แต่พอดีเห็นน้องกรครับ

>> คนผลิตการศึกษาไทยแต่ว่าชอบอวกาศซึ่งเป็น สิ่งที่ค่อนข้างแปลกและอยากให้เล่าเจอี่ นะครับรวมถึงพูดคุยกับตัวแทนพรรคการเมือง ด้วยครับ น้องกรเชิญเลยครับ

>> ได้เลยครับ อันดับแรกขอบคุณอาจารย์การดี ด้วยนะครับ นโยบายเมื่อสักครู่ได้ฟังคือมีหลายเรื่องที่น่าสนใจครับ ทั้งเรื่องการเรียนรู้ที่ต้องเริ่มจากในบ้านก่อนเลย รวมถึงการให้เป็น Life Long Learning คือ ไม่จบแค่ในห้องเรียน ทีนี้ครับผมอยาก เอ่อสอบถามทางนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ รวม รวมถึงมุมมองของ เอ่อดร.การดีด้วยนะครับว่ามีมุมมองต่อบทบาทของโรงเรียนเนี่ยครับในปี 2569 เนี่ยว่าเป็นอย่างไรรวมถึงทำเหตุผล ว่าทำไมถึงมองเป็นอย่างนั้นเขออนุญาตสอบ ถามครับ

>> ขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับพี่มองว่าโรงเรียน นะเนี่ยเป็นเหมือนเป็นสถานศึกษาแต่โรง เรียนต้องรู้ดีว่าการเรียนรู้ไม่ได้จบ อยู่ในเพียงข้อห้องเรียนเท่านั้น เอ่อโรง เรียนจะมีหน้าที่ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ คุณครูจะมีหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจสร้าง ข้อสงสัยให้ไม่มีที่สิ้นสุด ลูกของเราอาจ จะอยากเรียนอวกาศตั้งแต่ ป.4 ก็ได้แล้ว พี่คิดว่าเป็นสิ่งเนี้ยเป็นสิ่งที่เรา ต้องทำ ข้อดีก็คือว่าวันนี้เรามีเทคโนโลยี ที่สามารถที่จะเอื้อกับการเปิดประตู เอ่อไปสู่ เอ่อโอกาสได้โดยที่ว่าไม่จำเป็น เทคโนโลยีขั้นสูงหรือราคาแพงนะคะ พี่คิด ว่าสิ่งที่ควรจะทำ 1 ทำความเข้าใจคุณครู ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีหรือ tools AI หรือว่าสามารถที่จะเปิดโลก เอ่อนอกเหนือ จากสกรอบสี่เหลี่ยมของห้องเรียนแล้วก็ แทนที่จะเป็นคุณครูเพื่อสอนเพื่อจะตัดเกรด แล้วก็วัดลูกของเราเพียงแค่ตัวอักษรไม่ กี่ตัว A B C D F การที่บอกว่าเราเนี่ยจะสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับลูกยังไงได้ไม่รู้จบ ซึ่งสิ่งเนี้ย เป็นสิ่งที่เทคโนโลยีมาแทนที่ไม่ได้ค่ะ

>> ชัดเจนมาก ตัวแทนพรรคการเมืองจริงๆถ้าอยาก จะคุยก็คุยได้จริงๆเดี๋ยวคุยกันเพลินเลย นะฮะถ้ามียกมือได้นะครับแต่ถ้าเกิดว่ายัง ไม่มีบอกไม่เป็นไรยังมีเวลาอีกยาวนานด้วย นะครับอาจารย์อีกหน่อยมั้ย

>> เดี๋ยวผม อ่าผมขอคำถามนึงนะครับ

>> ในฐานะที่ผมเข้าใจว่าอาจารย์กันดีเป็นนัก อนาคตศาสตร์ เราจะทำยังไงให้เด็กไทยเนี่ย มองเห็นอนาคตตัวเอง ทำให้ครูไทยมองเห็นอนาคตของประเทศและเห็น เด็กนักเรียนของตัวเองอยู่ตรงนั้น เอาศาสตร์ที่อาจารย์เชี่ยวชาญมาช่วยระบบการ ศึกษาไทยยังไงได้บ้างครับ

>> ขอบคุณอาจารย์ไยศมากนะคะ สิ่งที่เป็นทักษะ ที่สำคัญของนักอนาคตศาสตร์คือการที่เรา สงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าเราทำสิ่งนี้แล้ว เกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นย้อนกลับไปในทักษะ ที่เมื่อก่อนเราเรียกว่า Soft Skill แต่จริงๆแล้วเนี่ยมันเป็นทักษะเป็น Fundamental Skill ไปแล้วก็คือเรื่อง ของความสงสัยการคิดวิเคราะห์แล้วก็การมอง ถึงความเป็นไปได้ของอนาคตเหล่าเนี้ยนะ ค่ะ ที่เป็นสิ่งที่ควรจะเริ่มต้นในทุกช่วงวัย ประเด็นที่ 2 อยากจะรองอยากจะเรียกร้อง ว่าเรื่องของอนาคตจริงๆแล้วเนี่ยวันนี้ ประเทศไทยควรจะมีการตั้งเป้านะคะ ด้วยผู้ใหญ่ผู้ที่จะเข้ามาบริหารการเมืองบริหาร ประเทศร่วมกันว่าใน 5 ปีข้างหน้าประเทศ ไทยอยากเป็นอะไร แล้วตรงเล่ะค่ะเป็นการ ตั้งเป้าว่าเด็กๆลูกของเราควรจะมีทักษะ อะไรที่ตอบโจทย์ แต่ไม่ได้เป็นการตอบโจทย์ จาก 5 ปีบนพื้นฐานข้อมูลปัจจุบันเท่านั้น แต่เราควรจะมีการมองไปข้างหน้าถึงความ เป็นไปได้และโอกาสใหม่ๆค่ะ คิดว่าอันนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญแล้วขอขอบพระคุณมาก สำหรับคำถามค่ะ

>> อาจารย์ฮู้ขบฏคิ้วเป็นโบเลย แสดงว่าอาจารย์ต้องมีความเป็น

>> ผมไม่มีคำถาม ผมมีประเด็นเติมให้ไม่ว่า พรรคไหนจะเข้ามาแล้วได้เป็น อ่ารันกระทรวงศึกษาธิการตอนนี้ประเทศไทยกำลังทำ สิ่งที่เรียกว่าปรับปรุงผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ พึ่งประสงค์ของผู้เรียน Design Outcome of Education Version 2 เพราะฉะนั้นการ กำหนดตัว DOE นี่จะเป็นสิ่งที่อาจารย์การ ดีบอกเนาะ แต่สิ่งเนี้ยเกิดขึ้นแล้ว ระหว่างที่ท่านยังไม่ได้เข้ามาถ้าท่าน อยากจะคัดทางเสือเรือของขบวนการศึกษาไทย เนี่ยนี่คือภารกิจแรกๆเมื่อท่านได้รับการ มอบหมายให้เข้ามาดูแลกระทรวงเกษติการถาม หาว่า DOE ตอนนี้ไปถึงไหนถูกเขียนอย่างไร เพราะนั่นจะเป็นตัวกำหนดรายแทงทางการทำ หลักสูตรทั้งหมดของประเทศไทยฮะ

>> ติดดอกจันท์ไว้ด้วยนะครับเราจะได้มาดูว่า ไม่ว่าใครก็ตามถ้ามาจากศรีพรคนี้ถ้าค้าน ถือว่าเห็นด้วยไปก็แล้วกันนะฮะ ยังไงก็ตาม ขอบคุณอาจารย์การดีมากนะครับ อ่าเราผ่านไปแล้ว 2 ท่านครับ ท่านต่อไปถ้ารู้แล้วว่า เบอร์ 46 ท่านก็เตรียมลุกขึ้นมานะครับ ตัวแทนจากพรรคประชาชน คุณไอติมพฤติวัชรินธุ ครับ

[เพลง] [เพลง] [เพลง]

3 นาทีเป็นของไอติม เชิญเลยครับ

>> ในเรื่องการศึกษาพรรคประชาชนเราวางไว้ 3 เป้าหมายครับ 1 คือเราต้องการการศึกษาที่ มีความหมายที่ช่วยติดอาวุธให้คนเรามี ทักษะเพื่ออนาคต 2 ครับคือเราต้องการการ ศึกษาที่มีความสุขที่ผู้ปกครองนั้นไม่ ต้องทุกข์กับการเรียนที่ไม่ฟรีจริงนัก เรียนนั้นสนุกกับการเรียนรู้คุณครูมีความ สุขกับการได้สอนตัวอย่างที่ 3 คือเรา ต้องการการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดไม่ ได้จำกัดอยู่แค่ในสถานศึกษาหากจะทำให้ เห็นผลภายใน 1 ปีตามโจทย์คำถามนะครับมี 2 เงื่อนไขที่ต้องเอามาพูดกันอย่างแรกคือจะ ต้องเป็นนโยบายที่ไม่ต้องรอการแก้กฎหมาย ระดับ พ.ร.บ.ในสภา อย่างที่ 2 คือต้องเป็น นโยบายที่อาจจะไม่ใช้งบประมาณเลยหรือ ใช้ งบประมาณเพิ่มแค่เล็กน้อยและสามารถบรรจุ เข้าทันในกรอบของงบประมาณปี 70 ภายใต้ 2 เงื่อนไขนี้ครับ พรรคประชาชนจะทำให้เห็นผล ลัพธ์แต่อย่างน้อย 3 ด้านด้วยกัน นักการศึกษาอย่างแรกคือเรื่องหลักสูตรครับ ภายในปีแรก รัฐบาลพรรคประชาชนจะมีบทสรุปและเดิน หน้าสู่การจัดทำหลักสูตรฉบับใหม่ที่เน้น ทักษะสมรรถนะ พรรคประชาชนเราจะนำเอาหลัก สูตรที่มีการนำร่องในหลายพื้นที่มาสะสาง ข้อดีข้อเสียและเดินหน้าสู่การจัดทำกรอบ หลักสูตรฉบับใหม่พร้อมกับเครื่องมือการ ประเมินและการสร้างความเข้าใจกับคุณครูนะ ครับรวมไปถึงการวางแผนกรอบเวลาชัดเจนใน การเผยแพร่หลักสูตรไปในทุกระดับชั้น อย่างที่ 2 ครับเรื่องภาระงานครูนะครับ พรรค ประชาชนเราจะเอาจริงกับการลดภาระงานครู ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนเพื่อ คืนเวลาให้กับคุณครูและคืนครูให้กับห้อง เรียน โครงการนโยบายไหนที่มีความซ้ำซ้อน ไม่ก่อประโยชน์ให้กับผู้เรียนเราจะเอา จริงการยกเลิกและงานธุรการไม่ว่าจะการ เงินพัสดุเราจะเริ่มเพิ่มจ้างเจ้าหน้าที่ ธุรการมารับผิดชอบเพื่อให้ครูไม่ต้องเสีย เวลาหรือเสี่ยงติดคุกกับงานที่ตัวเองไม่ เชี่ยวชาญ อย่างที่ 3 ครับเรื่องสวัสดิการ แน่นอนถ้าจะได้สวัสดิการทั้งหมดตามที่ พรรคประชาชนเสนอต้องใช้ 4 ปีของรัฐบาลใน การเพิ่มงบประมาณแต่ในปีแรกครับมีบาง อย่างที่เราทำได้เลยสำหรับเด็กเล็กครับ 0-6 ขวบเราจะขยายเงินเด็กเล็ก 600 บาท ต่อเดือนจากที่แค่บางคนได้และมีปัญหาการ ตกหล่นไปเป็นเงินเด็กเล็กทั่วหน้าที่ทุก คนได้สำเด็กประถมผมมัธยมครับเราจะเพิ่ม งบประมาณด้านอาหารและเพิ่มงบในการจ้างนัก จิตวิทยาเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพจิตสำหรับ นักเรียน ม.ปลายที่กำลังสอบเข้ามหาลัยเรา จะทำให้การสอบ TCAS นั้นฟรีครับครอบคลุม ทั้ง TCAT TPAD และ A Level และสำหรับ นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยครับเราจะยก เลิกกิจกรรมที่ไปบังคับหรือปฏิบัติกับนัก ศึกษาที่กู้ กยศ. แตกต่างจากนักศึกษาที่ไม่ ได้กู้ กยศ. และท้ายสุดแถมอีกข้อนึงครับ ภาย ในปีแรกเราจะยื่นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ เข้าประเทศสภา ผมทิ้งท้ายข้อที่ 2 คำถามนะ ครับ เอ่อผมเข้าใจว่าหลายคนอึดอัดครับว่า ตั้งแต่เลือกตั้งปี 66 พรรคที่ได้มีโอกาส เป็นนายกไม่ได้ส่งคนของพรรคตัวเองไป บริหารกระทรวงศึกษาธิการ พรรคประชาชนเรา ให้คำมั่นสัญญาครับว่าเราไม่ได้มองว่า วาระการพัฒนาทุนมนุษย์นั้นสำคัญน้อยกว่า วาระอื่น เราไม่ได้มองว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้น สำคัญน้อยกว่ากระทรวงอื่น และถ้าเราได้มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้ง รัฐบาลเราจะทำเต็มที่ในการเข้าไปบริหาร กระทรวงศึกษาธิการ หรืออย่างน้อยวาระสำคัญสำคญ เรื่องการศึกษาทั้งเรื่องหลักสูตรเรื่อง ภาระงานครูจะต้องมีข้อตกลงที่พรรครัฐบาล มาเซ็นร่วมกับเราว่าจะผลักดันร่วมกันให้ สำเร็จครับ

>> หมดเวลา ใช้เวลาคมชัดมากครับไอติม แบบชัดมาก ทีนี้อาจารย์ฮูกคืออาวุธในมือแล้วช่วยเลยครับ อาจารย์ผมมี 4 คำถามผมคิดว่านโยบายของ ไอติมเปิดโจทย์ที่ต้องคุยเยอะมากเรื่อง ที่ 1 ก็คือเรื่องหลักสูตรเนาะ อ่าหลายๆ พรรครวมทั้งพรรคประชาชนคุยเรื่องหลักสูตร ฐานสมรรถนะคำถามของผมคือจะทำอะไรกับ สถาบันฝึกหัดครูที่ผลิตครูใหม่อยู่ทุกวัน แล้วก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบนะการ พัฒนาครูประจำการเพราะเมื่อคุณจะเปลี่ยน สกีมจากการศึกษาไปสู่ฐานสมรรถนะคือครู ต้องถูกการยกเครื่องครั้งทั้งใหญ่เลยเนาะ ยกเครื่องโดยใครพวกอาจารย์คณะครุศาสตร์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยตอนเนี้ยจะต้องถูก ทำอะไรบ้างเพื่อให้เขาเข้ามามีส่วนรับผิด รับชอบเรื่องนี้นะครับ เรื่องที่ 2 พอจะ เปลี่ยนหลักสูตรไปสู่สมรรถนะมันก็มีกสิทธิ พูดกันทั้งวงการศึกษาเลยว่ามันถูกขวาง ด้วยธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ดูแลเรื่องหนังสือ แบบเรียนซึ่งอันเนี้เป็นโจทย์ใหญ่มากที่ คิดว่าทำให้การ transfer ไปสู่การ transition ไปสู่หลักสูตรใหม่เกิดได้ยาก มากๆท่านจะมีวิธีการรับมือเรื่องนี้ยังไง เพื่อทำให้สิ่งเไม่ใช่เป็นอุปสรรคขัดขวาง เนาะ แล้วก็เรื่องที่ 3 พอพูดถึงการยก เอ่อจะลดภาระงานครูผมว่าเรื่องจริงที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการต้องคุยเรื่อง KPI การประเมินผู้บริหารทุกระดับของกระทรวง เพราะตอนเนี้ยมันไปผูกกับโครงการพิเศษ ทั้งหลายที่ทำให้โรงเรียนปฏิเสธไม่ได้คือ ไอติมอาจจะเสนอในมุมของปลายทางว่าจ้าง พนักงานเพิ่มแต่ถ้าต้นทางยังสั่งโครงการ ไว้เรื่อยๆสิ่งนี้ก็จะยังเกิดกับคุณครู เสมอนะครับ แล้วก็เรื่องสุดท้าย พ.ร.บ.เนี่ย วันนี้ใน 4 พรรคที่มามีเพื่อไทยกับมี ประชาชนที่เคยมีให้เห็นว่าทำร่าง พ.ร.บ. ตัวเองไวหรอกซึ่งตอนนี้เมืองไทยมีร่าง พ.ร.บ. ถึง 7 เวอร์ชั่นถ้าจะเรื่องนี้ต่อในมุม มองของภาคประชาชนมองว่าจะใช้วิธีการอย่าง ไรระหว่าง 1 กลับไปใช้ร่าง พ.ร.บ. ปี 42 ปรับปรุง 45 เป็นทานคิดในการคุยกัน 2 เอา ร่างทั้ง 7 ร่างมาคลี่และวิเคราะห์ไปด้วย กันหรือ 3 นับ 1 ในกระบวนการร่างใหม่ เพราะตอนนี้ไอติมบอกจะเสนอภายใน 1 ปี

>> ครับ

>> ขอ 4 คำถามนี้ครับ

>> เอา

>> ก็รวบยอดไปเลยมั้ฮะ

>> ขอแรกข้อแรกเรื่องคุณครูก่อนนะ ข้อที่ 2 คือเรื่องอะไรนะครับโทษทีครับ

>> ตำราครับ

>> อ๋อ ตำราโอเค

>> อุปสรรค

>> เอ่อข้อแรกเรื่องคุณครูก่อนเห็นตรงกันเลย ครับการจัดทำหลักสูตรฉบับใหม่ต้องทำควบ คู่กับการพัฒนาทักษะคุณครูผมพูดถึงเป้า หมายก่อนเราต้องการจะเห็นคุณครูเนี่ย เปลี่ยนบทบาทจากครูหน้าห้องเป็นครูหลัง ห้องคือแทนที่คุณครูครูจะอยู่หน้าห้อง ถ่ายทอดข้อมูลบรรยายด้านเดียวเป็นครูหลัง ห้องที่คอยสังเกตอาการของเด็กแต่ละคนว่า ต้องการเติมเต็มทักษะเรื่องไหน ปัญหาที่ ผ่านมาคือรัฐบาลชุดที่แล้วครับมีการ ประกาศหลักสูตรปี 68 นะครับนำร่องไปแล้ว ใน 200 โรงเรียนแต่เขาทำอะไรรู้มั้ครับ คุณครูเนี่ยเห็นเอกสารหลักสูตรใหม่เนี่ย 45 วันก่อนเปิดเทอมไม่มีทางทันครับ ดังนั้นพรรคประชาชนจะไม่เดินซ้ำรอยแบบนี้นะ ครับจะแก้ยังไงรูปธรรมผมว่าต้องคิดถึงครู ใหม่และครูที่อยู่ในสถานศึกษาอยู่แล้ว สำหรับครูใหม่เนี่ยผมคิดว่าเราอาจจะต้อง มีการเพิ่มระบบการผลิตครูที่เป็นระบบปิด มากขึ้นและเน้นทักษะที่สามารถเอื้อต่อการ ที่คุณครูมาเป็นครู เอ่อหลังห้องได้นะครับ สำหรับคุณครูที่อยู่ในสถานศึกษาอยู่แล้ว นอกจากการมีเวลาเพียงพอในการทำความ เข้าใจเนี่ยผมอยากเห็นการกระจายงบอบรมครูที่ไม่ ได้เป็นส่วนกลางที่คิดแทนว่าครูแต่โรงแต่ ละโรงเรียนนั้นต้องการฝึกเรื่องอะไรแต่ ให้ครูและโรงเรียนตัดสินใจร่วมกันให้ตัว เองว่าจะต้องมา เอ่อเน้นทักษะด้านไหนนะ ครับอันนี้คือเรื่องครู

เรื่องที่ 2 เห็น ด้วยเลยครับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจาก ภาคเอกชนแล้วมันจะตอบคำตอบข้อสุดท้ายของ เฮียวิทยเลยว่ามีพรรคไหนที่ร่วมไม่ได้

>> นะครับผมไม่พูดชื่อพรรคแต่พรรคไหนก็ตาม ที่เราค้นพบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่อง นี้เราไม่ร่วมด้วยเด็ดขาดนะครับเพราะว่า หลายคนอาจจะบอกว่าการศึกษาต้อง Beyond การเมืองผมว่าจริงครึ่งเดียวนะครับคือในมุม นึงเราไม่ต้องการให้ความแตกแยกทางการ เมืองมาปิดกั้นโอกาสในการปฏิรูปการศึกษา แต่ถ้าการเมืองไม่โปร่งใสมีผลประโยชน์ทับ ซ้อนเข้ามาเราต้องแก้ที่การเมืองเพื่อให้ การศึกษาพัฒนาได้นะครับ รูปธรรมเลยเปิดเผยข้อมูลรัฐครับ เปิดเผยเลยงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้กับอะไร สัญญาจัดซื้อจัดจ้างทำกับใคร แล้วถ้าเราเปิดเผยข้อหมดออกมาถึง ขั้นที่ว่าดูได้ด้วยว่าคนที่ถือหุ้นใน บริษัทต่างๆเนี่ยมีความเชื่อมโยงกับนัก การเมืองอย่างไรเนี่ยแล้วเปิดในรูปแบบที่ เทคโนโลยีวิเคราะห์ได้เนี่ยเราไม่ต้อง หวังพึ่งแค่ ปปช. หรือคนไปตรวจสอบเทคโนโลยี มัน AI มันวิเคราะห์ได้แจ้งเตือนได้ถ้า เกิดว่ามีนักการเมืองจากพรรคนึงไปถือหุ้น บริษัทบางบริษัทที่เป็นบริษัทสำนักพิมพ์ แล้วมาคาบเกี่ยวกับเรื่องหลักสูตรนะครับ อันนี้คือรูปธรรมข้อที่ 2

ข้อที่ 3 คือ เรื่องของ KPI นะครับ รูปธรรมอย่างแรกครับ เราจะให้ครูประเมิน ผอ. ให้ ผอ. เนี่ยถูกการประเมินแบบ 360 องศา อันนี้จะเป็นการป้องกันให้ ผอ. ไม่โยนภาระที่ไม่ควรจะเป็นของ ครูมาให้ครู แต่ที่ผมไม่พูดในคำถามในคำตอบ รอบแรกเพราะว่าเฮียวิทยบอกว่าให้ทำใน 1 ปีผมคิดว่าเรื่องนี้ 1 ปีอาจจะท้าทายอยู่ อาจจะต้องค่อยๆสร้างความเข้าใจ

>> ขออนุญาตถามไอติมสั้นๆตรงนี้นิดนึงเพราะ ว่าหลายคนสงสัยมันเป็นกฎหมายเลยครับ ไอ้ การใช้ KPI แบบที่ Paperwork เยอะๆอ่ะ อันนี้ถามเฉยๆนะแค่อยากรู้

>> มีทั้งส่วนที่ไม่เป็นกฎหมายและเป็นกฎหมาย นะครับส่วนที่

>> ผมพยายามทำตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านและคือพวก โครงการที่มันไปสร้าง เอ่อภาระครูเนี่ยผม พยายามไปตัดงบประมาณ

>> ยกตัวอย่างเช่นโครงการ ITA นะครับ ITA เจตนาดีครับคือต้องการให้โรงเรียนนั้นมี ความโปร่งใสเปิดเผยข้อมูล แต่สิ่งที่เกิด ขึ้นคือเครื่องมือ ITA ไม่ได้สามารถ สะท้อนความโปร่งใสขององค์กรที่มีการวัดผล ได้จริงเหมือนที่หลายคนก็เห็นว่าบางองค์ กรได้คะแนน ITA สูงแต่ดูเหมือนกับว่าฐาน สายตาประชาชนเรื่องความโปร่งใสแต่ภาระ กลับถูกโยนให้ครูในการกรอกข้อมูลพวกนี้ ผมพยายามในฐานะฝ่ายค้านไปตัดงบตรงนี้ครับ แต่ไม่สำเร็จเสียงไม่พอเพราะว่าเป็นเสียง ข้างน้อย ดังนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่ทำได้เลยไม่ต้อง ไม่ต้องรอแก้กฎหมายอะไรนะครับ เอิ่ส่วนอันนี้น่าจะตอบไปได้ว่ามันจะ มีบางส่วนที่ไม่ต้องรอการจ้างพนักงาน ธุรการอย่างเดียวมันแก้ที่ต้นเหตุสุดท้าย

ส่วนข้อสุดท้ายข้อที่ 4 ครับ พ.ร.บ. การศึกษา ความจริงข้อดีอย่างนึงคือรอบที่แล้วเนี่ย เอ่อแม้ว่า ครม. ไม่มีการเสนอร่างของ ครม. เข้ามาแต่พรรคการเมืองเนี่ยมีการทำงาน ร่วมกันในกรรมาธิการ พรรคประชาชนก็เป็น หนึ่งในนั้นเรามีร่างของเราก่อนแล้ว แต่พอ มีการตั้งกรรมาธิการเข้ามาเราเอาร่างเรา ไปพูดคุยบางประเด็นเราเสนอพรรคอื่นก็รับ ไปบางประเด็นพรรคอื่นเสนอเราก็รับมา ฉะนั้นผมคิดว่าร่างที่มันอยู่ในที่ถูก เสนอโดยพรรคการเมืองรอบที่แล้วเนี่ยมันมี การถกเถียงหารือร่วมกันมาในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราเป็นรัฐบาลครับต้องมีร่างของ ครม. นะครับซึ่งเราก็จะต่อยอดจากร่างของพรรค เอ่อประชาชนที่ยื่นรอบที่แล้วแล้วพอเข้าไปใน สภาเนี่ยเราพร้อมรับทุกร่างแล้วไปถกกันใน กรรมาธิการเพิ่มเติมนะครับผมคิดว่าแบบ เนี้ยจะทำให้มันไปได้เร็วกว่าแล้วก็ใช้ ชั้นกรรมาธิการในการหาข้อสรุปในประเด็นที่ ยังเห็นต่างกันอยู่

>> คมชัดมาก อาจารย์บอกมา 4 ข้อตอบครบถ้วนเลย เวลาอาจจะกระชับนิดนึงนะครับยังไงคงได้มี เวลาคุยกันต่อยังไงก็ตตามนะครับ ขอบคุณมากนะครับพี่ติมครับ ขอบคุณมากครับ เอาล่ะครับผ่านไปแล้ว 3 ท่านนะครับเรามาที่ท่านสุดท้ายกันบ้างนะครับ คงรู้ตัวดีว่าเป็นใครนะครับ ตัวแทนจากพรรคไทย 9 ใหม่นะครับ พี่เออาจารย์สุชัจจวีสุวรรณสวัสดิ์ อาจารย์สวัสดีครับ เชิญเลยครับ

[เพลง]

พี่น้อง >> 3 นาทีสำนักอาจารย์สุชัชวี เชิญเลย ครับ

>> ถึงพี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับผมขอตั้ง พรรคไทย 9 ใหม่เพื่อจะชูธงเรื่องการศึกษา คือเรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้นแล้วผม อาสาเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ อาสาเป็นนายก รัฐมนตรีที่มากำกับดูแลเรื่องการสร้างคน อย่างมืออาชีพจริงๆ ท่านถามนะครับว่า กระทรวงศึกษาสำคัญมั้ย สำคัญที่สุด และไม่ต้องรอถึง 100 วันครับ พรรคไทย 9 ใหม่ขอดู แลกระทรวงศึกษาเพื่อมืออาชีพนะครับ ขอเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นจะทำ 3 เลิก 3 ให้จะเรียนวิถีการลดความเหลื่อมล้ำ เลิก แรกนะครับ เลิกจริงๆนะครับก็คือเลิกการ คำนวณการอุดหนุนตามหัวเด็ก เลิกการคำนวณ จำนวนเด็กแล้วก็เติมครูเข้าไปถ้าเด็กมี 10-20 คนครูก็ไม่พอมันทำให้เกิดความ เหลื่อมล้ำซ้ำซาก เลิกที่ 2 ครับ เลิกซะที นะครับเกี่ยวกับเรื่องงานฝากงานเติมเป็น รัฐมนตรีทีก็มีนโยบายเพิ่มเติมสุดท้าย แล้วครูไม่ได้สอนไม่มีครับ เลือกงานฝาก เลิกงานเติม เลิกงานธุรการ ที่ 3 ครับ เลิกให้ครูต้องมาทำวิทยฐานะ 4-5,000 หน้า สุดท้ายแล้วไม่ได้ประเมินตามผลลัพธ์จาก สมรรถนะของนักเรียนจริงๆ 3 ให้ครับ ให้แรกก็คือต้องให้เรียนฟรีจริงๆ จนสุดศักยภาพของเด็กจริงๆ พรรคไทย 9 ใหม่ สนับสนุนนะครับว่าบรรจุเรื่องฟรีจริงทั้ง ไม่ต้องเสียทางตรงและทางอ้อมลงในกฎหมาย และรัฐธรรมนูญแบบนี้หนีไม่พ้นครับ ให้ที่ 2 สำคัญครับ อยากเห็นเด็กไทยสูง 180 เซนติเมตร วันนี้เราก็รู้นะครับเด็กไทยเตี้ยกว่า เด็กญี่ปุ่นเตี้ยวกว่าเด็กเกาหลี พรรคไทย 9 ใหม่ขอเติมอาหารเช้าให้เด็กจนถึงประถม ขยายให้เด็กได้ดื่มนมโรงเรียนมากขึ้น 3 เท่าจนถึงมัธยมที่ 3 และให้ที่ 3 สำคัญ มากนะครับต้องให้เงินอุดหนุนถึงผู้ปกครอง ตรงครับไม่ใช่ผู้ปกครองต้องไปซื้อก่อน แล้วก็ไปซื้อร้านที่กำหนดไว้ กลายเป็นว่า รัฐกลัวผู้ปกครองคอร์รัปชั่นเด็กแต่ไม่ กลัวนักการเมืองคอร์รัปชั่นการศึกษาไทย ดังนั้น 3 เลิก 3 ให้เปลี่ยนแปลงได้หมด ครับแล้วผมอยากจะบอกนะครับเรื่องการศึกษา เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ ดังนั้นแล้วถ้า เกิดท่านคิดว่าการศึกษาไทยป่วยท่านก็ต้อง ใช้หมอนะคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ทำไม่ได้นะ ครับและต้องรู้เรื่องนี้ลึกซึ้งจริงๆ พรรค ไทยก้าวใหม่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ท่าน ไว้ใจพรรคไทยก้าวใหม่เถอะครับ ให้ผมได้ดู แลลูกหลานท่านรับรองเด็กไทยแข็งแรงก้าว ใหม่ทันอนาคตแน่นอนครับ พรรคไทยก้าใหม่ เบอร์ 49 ครับ

>> ขอบพระคุณมากครับพี่เอ้ครับ พี่เอ้ทอนเวลาให้เรา 11 วินาที ใช้เวลาอย่างรวดเร็วมาก 2 นาที 49 วินาที เอาล่ะครับ ลำดับนี้อาจารย์ไยศเหมือนพร้อมแล้ว เชิญเลยครับอาจารย์ครับ อาจารย์ครับ

>> ได้ยินเสร็จมั้ครับ ในฐานะที่พี่เอ้เป็น วิศวกรโครงสร้างนะครับ

>> ครับ

>> โครงสร้างหรือระบบการศึกษาไทยเนี่ย พี่เอ้ ในหมวกของวิศวกรจะเข้ามาจัดการอย่างไรให้ สามารถที่จะรับเอานวัตกรรมงานวิจัย พี่เอ้ เคยเป็นประธาน TPO เคยเป็นคนในวงการวิจัยมา ก่อนเราจะเอานวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยี เข้ามาจัดการให้ลึกไปถึงเชิงโครงสร้าง แล้วเราได้ระบบการศึกษาใหม่สำหรับคนไทยใน อนาคตยังไงบ้างครับ

>> ท่านอาจารย์เอ๊ะถามดีมากนะ แล้วผมก็เป็นวิศวะโครงสร้าง วิศวะสังคม ท่านอาจจะคาดหวังให้ผมรื้อระบบ รื้อโครงสร้างใช่มั้ย แต่ท่านรู้มั้ยถ้าเกิด ท่านเข้าเป็นรัฐมนตรีแล้วท่านจะรอรื้อ โครงสร้างปรับระบบราชการนะ 4-5 ปีอาจจะ ได้ไม่ได้ก็ไม่รู้นะ แต่มีแนวโน้มว่าไม่ได้ แต่ 4-5 ปีเด็กสูญเสียไปเท่าไหร่แล้ว ดังนั้นถ้าเกิดท่านเป็นนักบริหารมืออาชีพ ท่านต้องปรับโครงสร้างไปจัดการไป อันนี้สำคัญกว่า เหมือนท่านมีบ้านนะครับท่าน เข้ามาอยู่แล้วท่านบอกจะรื้ออย่างเดียวเลย คำถามคือตัวท่านจะไปอยู่ที่ไหนดังนั้น ถ้าเกิดท่านเป็นวิศวะโครงสร้างมืออาชีพ อย่างผมนะ ท่านก็จะรู้ว่าเดี๋ยวเราเริ่มปะ ผุส่วนรั่วก่อน รั่วแรกก็คือเด็กล้านคน รั่วจากระบบการศึกษา ดังนั้นไม่ต้องรอไป ปรับโครงสร้างใด นะครับ สร้างระบบติดตามที่ดีพอ วันนี้เราเคยได้ทำงานร่วมกันนะครับอาจารย์กับ กสศ. เนี่ย วันนี้ถ้าเป็นผมนะผมจะทำระบบเรื่อง การติดตามอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่เด็กเกิด เลย พูดง่ายๆทุกคนจะมี Portfolio ดิจิทัล ตรงนี้ช่วยติดตามก่อนที่เขาจะออกนะครับ จากระบบการศึกษา ซึ่งแค้นใจมากเพราะว่าวัน นี้เด็กที่ออกจากระบบการศึกษามากที่สุด 130,000 คนคือเด็กกรุงเทพฯฮะ เพราะว่าเราติดตามไม่ได้ ดังนั้นเด็กไทยทุกคน ถ้าเกิดท่านมีนายกรัฐมนตรีชื่อสุชัชวีสุวรรณสวัสดิ์ ท่านจะมี Portfolio อิเล็กทรอนิกส์จะติดตามนะครับ แล้วจะรู้ความเสี่ยงก่อนเลยว่าเริ่มมีความ เสี่ยงแล้ว ดังนั้นเราสามารถเข้าไปประกบได้ เพราะมีความเสี่ยงจากฐานะยากจนและความ เสี่ยงจากเรื่องปัญหาครอบครัวครับ หมอแม่ ดังนั้นเราปะทะก่อนตรงนี้เราสามารถช่วยได้ พูดง่ายๆอุดรูรั่วก่อน แต่ถ้าเกิดเราจะไปรื้อ ไม่มีทางเช่นเดียวกันครับ ท่านจะไปปรับ หลักสูตร ฐานหลักสูตรสมรรถนะทั้งหมด ผมเห็นด้วยกับ น้องไอติมพรรคประชาชน 100% เลย วันนี้เนี่ยนะครับตลกนะครับเราบอกเราจะ อัพสกิล รีสกิลพี่น้องประชาชนคนไทย 20 ล้านคน ขอโทษทีครับครูไทยยังไม่ได้อัพสกิลเลยครับ ดังนั้นเริ่มจะอัพสกิลกลุ่มแรก อัพสกิลครู อัพสกิลผู้อำนวยการให้เขาสามารถปรับการ เรียนการสอนให้เป็นสมรรถนะให้เด็กมีส่วน ร่วมต่างๆได้ ไอ้ตรงเนี้เริ่มก่อน แล้วผมตอบอย่างวิศวะสังคม วิศวะโครงสร้างมือ อาชีพก็คืออย่าเพิ่งไประบบรื้อ แต่ระหว่าง ที่เรากำลังจะรื้อหรือจะสร้างใหม่เนี่ย เราต้องประคับประคองอุดรูรั่วให้เราสามารถ อยู่ในบ้านหลังนั้นได้นะครับไม่ใช่ น้ำรั่วหรือหลังคารั่วแบบนั้นไม่ได้ครับ

อาจารย์ครับ

>> ครับ เด็ก STEM คุยเด็ก STEM Science Tech

น้องกรคุยเลยครับ

>> ครับ เอ่ออันดับแรกขอบคุณดร.นะครับ

>> ขอบคุณมากครับน้องกร

>> นโยบายหลายๆเรื่องน่าสนใจมากนะครับ อันนี้ผมอยากชวน เอ่อคุยถึงอีกแง่มุมนึงที่อาจจะเป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในกับเด็กๆในระบบการศึกษา เอ่อจะเห็นว่าเรามีบทบาทกันเข้ามาของเทคโนโลยีต่างๆอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ หรือ อ่าอย่างที่เห็นกันว่ามีการใช้ AI เป็นจำนวนมาก สิ่งที่ผมอาจจะขออนุญาตสอบถามนะครับคือ เอ่อ เอ่อตอนเด็กมีไวรัส Screen Time ที่เยอะมาก แล้วพอมองกับไวรัส Screen Time มันมีทั้งงานที่เป็น เอ่อประโยชน์ทั้งในการเรียนรู้ถึงในอีก แง่นึงเด็กก็สามารถเข้าถึงสื่อรูปแบบต่างๆ รวมถึง เอ่อ Entertainment รูปแบบต่างๆ ได้ อันเนี้ยอยากสอบถามครับว่าจะมีวิธี ทั้งทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาด้วยหรือ ว่าจะส่งเสริมทัศนคติของเด็กๆให้มีความ พร้อมต่อการศึกษาอย่างไรครับ

>> คำถามดีมากเลยครับน้องกร พี่ขอตอบในฐานะ ทั้งนักบริหารการศึกษาและคุณพ่อที่มีลูก 7 ขวบนะครับ ที่มีความเสี่ยงต่อ YouTube ติด โทรศัพท์มือถือซึ่งลูกพี่น้องอิชิเคยติด มาแล้วทำให้เค้าเนี่ยอารมณ์เสียง่ายเห็น ได้ชัดเลยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย มากนะครับโรงเรียนอย่างเดียวไม่พอก็โรงเรียน บวกกับความร่วมมือของผู้ปกครอง เพราะโรงเรียน 3 โมงเลิกกลับไปถึงบ้านพ่อแม่ค้า ขายวิธีทำให้ลูกไม่ต้องกวนที่สุดก็คือให้ ลูกเล่นมือถือนะครับ ดังนั้นความร่วมมือ อย่างนี้ต้องส่งสัญญาณแรงๆ วันนี้ในต่าง ประเทศในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้ผลิต โทรศัพท์มือถือเนี่ยไม่ยอมให้เอา โทรศัพท์มือถือเข้าโรงเรียนละนะครับ เพราะว่าโรงเรียนเข้าไปแล้วถือเป็นพื้นที่ ปลอดภัยมีอะไรเดี๋ยวครูติดต่อพ่อแม่ได้ ดังนั้น ห้ามนะครับ และพี่จะเชื่อว่าการห้าม โทรศัพท์มือถือเนี่ยจนถึงประถม 6 หรือจะ ขยายถึง ม.3 เนี่ยมันเป็นเรื่องที่นะครับ เราควรจะทำ แต่เท่านั้นก็ไม่พอเพราะว่า 3 โมงกลับบ้านละ ดังนั้นตรงเนี้ยต้อง สื่อสารถึงคุณพ่อคุณแม่อย่างตรงไปตรงมา ว่าเวลาที่ลูกเล่นโทรศัพท์มือถือเล่นเกม เนี่ยมันทำให้กระทบตกระเทือนต่อการเรียน รู้ของเค้านะครับซึ่งตรงนี้มันเป็นหน้าที่ นะครับทั้งนายกรัฐมนตรีทั้งโรงเรียน ทั้งกระทรวงศึกษาต้องส่งสัญญาณแรงๆ และที่อยากให้มีมากๆครับอาจารย์เราไม่ค่อยมีงาน วิจัยที่ชัดเจนว่าถ้าเกิดลูกอยู่กับ โทรศัพท์มือถือเนี่ยถึง 3 ชั่วโมง IQ จะลง ไปเท่าไหร่ ผมขออาจารย์ทุกคนนะครับถ้าเกิด ส่งสัญญาณอย่างเนี้ยว่า 3 ชั่วโมงเนี่ย IQ จะลงไปเท่าไหร่ 4 ชั่วโมงลงไปเท่าไหร่ 5 ชั่วโมงลงไปเท่าไหร่แบบเนี้ยผู้ปกครองกลัว และทุกคนรักลูกพอกลัวว่าอยู่นานแล้วลูก ตัวเองจะโง่ลงไปเรื่อยๆผมว่าทุกคนให้ความ ร่วมมืออันนี้ตอบอย่างตรงไปตรงมาในฐานะ คุณพ่อคนหนึ่งด้วยครับน้อง

>> ครับ หมอแม่ในฐานะที่คุณหมอมีลูกเนาะน่าจะ น่าจะน่าจะเข้าเรื่อง Parenting ได้ดี ที่สุดเลย หมอแม่เชิญเลยครับ

>> จริงๆอันเนี้ยถ้าผู้ปกครองที่ค่อนข้างมี อยู่ในเมืองเนี่ยอาจจะไม่ค่อยมีปัญหา เรื่องนี้ แต่ปัญหาอย่างนึงก็คือว่าเรามัก จะฝากลูกเราเล็กเนี่ยให้ปู่ย่าตายายที่ อยู่ต่างจังหวัดนะ อันนี้อันนี้เป็นปัญหา สำคัญมากเลยคือปู่ย่าตายายก็จะไม่ทันเด็ก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กดูอะไรไม่รู้เรื่องเลย ในโทรศัพท์เนี่ยคือมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง เด็กติดต่อใครบ้างเนี่ยอันเนี้คือ เป็นปัญหาสำคัญเหมือนกันที่พ่อแม่ไม่ สามารถเลี้ยงดูลูกได้เองแล้วต้องไปฝาก ญาติผู้ใหญ่หรือต่างจังหวัดเนี่ยค่ะ อันเนี้ยเรามีวิธีที่จะแก้ไขหรือว่าช่วย เรื่องนี้มั้คะซึ่งคิดว่าอันนี้เป็นปัญหา มากเลยค่ะ

>> ผมว่าอาจารย์ครับคือคุณแม่ผมเนี่ยก็โอ๋ หลานนะครับหลานจะหยิบโทรศัพท์มือถือมาก็ ไม่กล้าอะไรเพราะว่าอยากให้หลานรัก เพราะว่าวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการสื่อสาร นะครับอาจารย์มันไม่มีวิธีอะไรอื่นเลย ท่านอาจารย์จะเอาใครไปบังคับ เอ่อคุณปู่ คุณย่าคุณตาคุณยายทั่วประเทศล่ะมันยากมาก ดังนั้นเนี่ยการที่ผมตอบน้องกรเนี่ยมัน เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเพราะว่าประการ นึงพ่อแม่ปู่ย่าตายายเนี่ยอยากให้ลูกหลาน เก่งฉลาดและดีกว่าตัวเองถ้าเกิดเขารู้ จริงๆนะว่ามือถือเนี่ยมันทำร้ายสมองเด็ก จริงๆเนี่ยนะครับแล้วกระจายไปมากพอ อาจารย์เชื่อเถอะครับทำได้เพราะอาจารย์ ยังจำเรื่องโควิดได้มั้ยไม่ว่า เอ่ออยู่ไกลแค่ไหนก็ตามทุกคนเนี่ยใส่หน้ากากหมด เพราะทุกคนกลัวตายกลัวติดเชื้อฉันได้ฉัน นั้นล่ะครับอาจารย์ที่จริงแล้วไอ้ภัยของ โทรศัพท์มือถือหรือหน้าจอเนี่ยมันทำร้าย ไม่น้อยกว่าเชื้อโควิดหรือ PM 2.5 ด้วยซ้ำ สำคัญคือต้องทำซ้ำนะครับทำต่อเนื่อง การกระจายให้โรงเรียนนะครับคุยกับผู้ปกครอง ครูคุยกับลูกๆเด็กๆด้วยการกระทำซ้ำ การทำกระทำต่อเนื่องเนี่ยเป็นผลลัพธ์ที่ ดีที่สุดในกระบวนการศึกษาผมเชื่อว่าทำ อย่างนี้แหละครับยังไงผมเชื่อว่าคุณพ่อ คุณแม่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายยังไงสัก พักก็ต้องให้ความรู้มือมากขึ้นมากขึ้น อย่างคุณพ่อคุณแม่ผมวันนี้เห็นหลานเล่น โทรศัพท์มือถือเค้าก็ไม่ยอมแล้วครับ

>> ครับ ขอบคุณมากครับพี่เอ้ครับ และนี่ก็คือ พี่เอ้สุชัชวีสุวรรณสวัสดิ์นะครับ ขอบคุณมากครับพี่เอ้ครับ ท่านอย่าลืมนะครับว่าตอนนี้เนี่ยท่านสามารถ ที่จะโหวตได้นะครับ ท่านฟังไปรอบแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าเผลอไปโหวต Special Guest นะครับ โหวต 4 ท่านนะฮะ ท่านสามารถโหวตได้นะครับ แต่ว่าก่อนที่จะไปโหวตนะครับผมนิดนึงครับ ทุกคนเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ท่านสามารถ ที่จะสัญญาได้มั้ครับว่าเรื่องของการศึกษา กระทรวงศึกษาจะไม่ใช่ของแถมอีกต่อไป ถ้าถ้าเกิดว่าท่านเห็นด้วยว่านี่คือ กระทรวงเกรด A ที่ท่านจะเก็บไว้เองและใส่ ใจกับเขาเหมือนกับกระทรวงที่หลายคนพูดว่า มันเป็นเกรด A จริงๆช่วยยกมือหน่อยครับ นี่ๆเป็นนี่สัญญาประชาคมนะ เฮ้ยถ่ายแล้ว แคปไว้ได้นะเว้ย เอาชัวร์ โอเค ดังนั้นครับ ขอบคุณมากครับ เรามาดูกันบ้าง

>> ขยายความเฮ้เดี๋ยวยังมีเวทีอีกนะครับ ตอนนี้เราใช้เวลาไป เอ่อ 50 นาทีแรกนะครับ เร้าใจทีเดียว เดี๋ยวได้มีเวลาพูดกันอีกนะครับ แต่ว่าตอนนี้น้องบอกว่าผลโพลพร้อมแล้วครับเฮีย ดังนั้นปรากฏผลโพลหลังรอบแรก ดูสิครับว่าใครบ้างที่ได้คะแนนนิยมอย่างไรบ้างครับ ผู้โหวตตอนนี้โดยประมาณ 2,000 คนนะครับ อันดับที่ 1 เลย 69.40% นะครับ ก็คือคุณพฤทธิ์ไอติมนะครับ อันดับที่ 2 เลยนะครับก็คืออาจารย์ข้าว นะครับ 18.70% อันดับที่ 3 อาจารย์การดีเลวไพโรจพรรค ประชาธิปัตย์ 7.65 และอันดับที่ 4 นะครับ ดร.เอ สุชัชวีสุวรรณสวัสดิ์ 3.30% 3.30% นะครับ ขอโทษทีตามไม่ค่อยดีแล้วอายุมากแล้วนะฮะ และนี่ครับก็คือรอบแรกเรียบร้อยไปแล้ว เอาล่ะครับเรามาดูส่วนที่เป็นไฮไลท์รอบ 2 กันบ้างนะครับ และรอบนี้มีชื่อว่า Policy Battle

ครับ >> Round 2 Policy Battle >> [เพลง] >> เฮ้[เพลง] เฮ้ เฮ [เพลง] >>

รอบ 2 policy battle นะครับ แค่กติกาก็งงแล้วนะครับ แต่ต้องอาศัยบุคคลระดับครีมนะ ครับ กับพรรคทั้ง 4 พรรคเนี่ยนะครับ มาร่วมกันนะครับ Policy Battle ชื่อก็บอกนะครับ จะเป็นการจับคู่กันนะครับ โดยที่แต่ละพรรคก็จะได้ขึ้นมาแล้วก็จะแบทเทิลกับอีกฝั่งนึง โดยที่ก็จะมีประเด็นหลักนะครับ ของพรรคนั้นแต่ละพรรคนะครับ เบื้องต้นเลยจะได้เริ่มต้นพูด 1 นาทีครึ่ง จากนั้นพรรคที่มา Battle จะสามารถที่จะสอบถามก็ได้ หรือว่าจะ battle อีก 1 นาทีครึ่ง หลังจากนั้น ครับ ก็จะให้ทาง commentator นะครับ 4 ท่านนี้เนี่ย Special Guest เนี่ย contribute อีกโดยประมาณ 2 นาทีนะครับ หลังจากนั้น เมื่อได้รับ input จากทางด้านของแขกเป็นพิเศษแล้วกลับมาครับ เราจะเหลามาเป็นคำถามสำหรับอีก 2 ท่านคนละอีก 1 นาทีนะครับ ซับซ้อนนิดนึงครับ แต่นี่เป็นการทดสอบการศึกษานะฮะ เวทีมาแบบครีมแบบนี้ เราไปดูกันบ้างครับว่า การประกบคู่เหมือนโปรโมเตอร์มวยเนี่ยนะฮะ 4 คู่ดีเบตเราจัดกันมาอย่างพิถีพิถัน เขาบอกแบบนี้ เรามาดูกันบ้างว่าแต่ละคู่จะมีอะไรกันบ้าง คู่ที่ 1 พรรคประชาชน Battle กับพรรคไทย 9 ใหม่ คู่ที่ 2 พรรคเพื่อไทยและพรรค ประชาธิปัตย์ อันนี้ยิงทั้งคู่นะฮะ และคู่ที่ 3 พรรคไทย 9 ใหม่ Battle กับพรรค เพื่อไทย และคู่ที่ 4 พรรคประชาธิปัตย์กับ พรรคประชาชน ดังที่ปรากฏนี้เลยนะครับ

เอาล่ะครับ คำถามดีเบตในรอบนี้นะครับ ผมย้ำไว้ นะครับว่าคำว่าดีเบตฟังแล้วมันเหมือนกับ เอาชนะค้าคานกันนะครับ แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องของวาทกรรมนะครับ เราก็จะมีการหยิบยกนโยบายขึ้นมา แต่ว่าบางครั้งการที่จะทำนโยบายทุกอย่าง บางครั้งมันต้องได้อย่างเสียอย่างครับ เทน้ำหนักไปที่นึงนะครับ บางทีก็อาจจะไม่สามารถบรรลุอีกข้อหนึ่งได้นะ ครับ ดังนั้นครับ วันนี้แต่ละฝ่ายก็จะมีนะ ครับ เอ่อในตัวของ policy ที่แต่ละคนจะมาพูด พูดเป็นจุดตั้งต้น อีกฝ่ายก็จะมา Battle เรามาที่คู่ที่ 1 กันบ้างนะครับ และคู่ที่ 1 ได้แก่พรรคประชาชนกับพรรคไทย 9 ใหม่ ครับ

[เพลง] [เพลง] [เพลง] ฮ [เพลง]

ข้างนะครับ ด้านนึงนะครับ คุณพฤทธิ์นะครับ พรรคประชาชน และในขณะเดียวกันเองนะครับ อีกข้างนึงก็คือทางพี่เอ้นะครับ เบื้องต้นเลยนะครับ ธีมบนหน้าจอก็คือรื้อโครงสร้างแน่นอน การศึกษาต้องรื้อโครงสร้าง หรือว่าล้างหนี้การศึกษา นะครับ เบื้องต้นเลยผมถามไปที่พรรคประชาชน ไปที่ไอติมก่อนเนาะ

>> ครับ >>

ท่านเสนอกระจายอำนาจให้โรงเรียนออกแบบ หลักสูตรเองและคืนครูให้นักเรียนโดยตัด งานเอกสาร คำถามเป็นดังต่อไปนี้ครับ ในสภาวะที่ intelligent question หรือว่า IQ เด็กไทยลดลง สวนทางกับระดับชั้นเรียน การให้ความเป็นอิสระจะเป็นตัวการในการที่ ว่าตัวใครตัวมันหรือเปล่า และท่านเองจะมี กลไกควบคุมมาตรฐานอย่างไรไม่ให้โรงเรียน ที่ขาดแคลนทรัพยากรถูกทอดทิ้งหนักไปกว่า เดิมจนเด็กชนบทนั้นเสียโอกาสในการแข่งขัน ระดับโลกครับ คำถามยาวหน่อยแต่มีเวลาแค่ 1 นาทีครึ่ง ไอติมเชิญเลยครับ

>> ครับ คือผมคิดว่าเป้าหมายในการคงไว้ซึ่ง หรือว่ายกระดับมาตรฐานที่ถูกกำหนดโดยส่วน กลางนะไม่ได้สวนทางกับการกระจายอำนาจให้ สถานศึกษาครับ ผมคิดว่าเราต้องวางหลักก่อน ว่าส่วนกลางมีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐาน และสนับสนุน ในขณะที่สถานศึกษานั้นมีหน้า ที่ในการตัดสินใจเรื่องของวิธีการ ผมยกตัว อย่าง 2-3 เรื่องครับ เรื่องหลักสูตรเนี่ย เรามองว่าจำเป็นต้องมีกรอบหลักสูตรฉบับ ใหม่ที่ส่วนกลางเป็นคนกำหนดออกมา แต่ผมใช้ คำว่ากรอบ เพราะมันเป็นแค่การพูดถึงเป้า หมาย ทักษะที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ สื่อสาร การคิดวิเคราะห์ การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยี การทำงานเป็นทีม แต่ว่าวิธีการ เราต้องให้อิสระสาในการออกแบบหลักสูตรที่ มันเหมาะกับบริบทของตนเอง เพราะจำนวนนัก เรียนหรือว่าบริบทของพื้นที่ก็อาจจะ ต้องการวิธีการสอนที่มันไม่เหมือนกันนะ ครับ อย่างที่ 2 ครับ เรื่องงบประมาณนะครับ ส่วนกลางมีหน้าที่ในการปรับสูตร เราต้อง ไม่ใช้สูตรที่คิดแค่เรื่องของรายหัว เพราะจะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กนั้นเสียเปรียบ ดังนั้นในงบปี 70 เนี่ย ต้องเริ่มต้นปรับ สูตรนี้เลย แล้วก็ทำให้สมบูรณ์ภายใน 4 ปี ของรัฐบาล แต่เมื่อปรับปรับสูตรแล้วว่าโรง เรียนแต่ละแห่งได้งบประมาณเท่าไหร่นะครับ เราควรจะให้สถานศึกษาเนี่ยมีอิสระในการ ตัดสินใจว่าจะใช้งบนั้นไปกับอะไรนะครับ เพราะว่า 100 บาทได้เท่ากันเนี่ย แต่ว่า ถ้าคนที่ใกล้ชิดกับปัญหาตัดสินใจว่าจะลง ทุนกับเรื่องไหนมากกว่ากันเนี่ย ผมคิดว่า มันจะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า หลายครั้งเราไปโรงเรียนครับ ผมไปโรงเรียน แห่งนึงเขาบอกว่า เอ่อมีงบสนับสนุนการทำ ส้วมใหม่ แต่ส้วมเขาสะอาดอยู่แล้ว เาอยาก เอาไปซ่อมอาคารอาคารเรียนมากกว่าที่มัน สุ่มเสียนต่อความปลอดภัย อันเนี้ยเป็นสิ่ง ที่เราต้องให้อิสระเขา ดังนั้นเนี่ย ผมคิดว่าการที่ส่วนกลางกำหนดและยกระดับ มาตรฐานกับการที่สามีอิสระในการออกแบบ วิธีการไม่ได้ขัดแย้งกัน >>

เป๊ะมาก 90 วินาที พี่เอ้ล่ะครับ มองยังไง ครับ

>> ที่จริงแล้วก็เห็นด้วยกับน้องไอติม คุณพฤทธิ์นะครับ แต่ว่าพี่อยากจะถามเพิ่ม คือที่ไอติมพูดเนี่ย มันดูเหมือนง่ายนะ แต่ไอติมอย่าลืมนะว่ามีมากกว่า 38,000 โรงเรียนนะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ยความเหลื่อมล้ำมันสูง มากแล้วเราครอบเไว้นานพอเปิดขึ้นมาเนี่ย แล้วทำไอติมว่าเนี่ยจะกลายเป็นจราจนเลย ครับ เพราะว่ากลายเป็นว่าเไม่รู้จะทำยังไง ต่อแล้ว มันไม่ใช่แค่ 100 หรือ 1000 โรง เรียนนะไอติมมัน 38,000 โรงเรียน มันจะทำให้ คนที่มีความพร้อมก้าวกระโดด แต่คนที่มีไม่ มีความพร้อมอาจจะถอยหลังลงไปอีกก็ได้ เพราะกลายเป็นว่าลักลั่นเลยนะครับ สมัย ก่อนยังมีคนบอกนะทำ 1 2 3 4 อย่างไร เดินช้าหน่อยแต่ได้เดิน แต่พอไม่ได้ให้ อิสระกันแบบนี้เลยสุดท้ายแล้วไม่ใช่เดิน 1 2 3 4 นิ่งเป็นศูนย์เลยอ่ะ ซึ่งสถานการณ์แบบเนี้ยเคยเกิดขึ้นนะครับ สมัย ที่พี่เอ้เป็นนายกสภาวิศวกร เพราะสมัยก่อน เอ่อวิศวกรเนี่ยก็ถูกกดไว้เหมือนกันนะ ครับ หลักสูตรต่างประเทศเไปไกลหมดแล้วนะ ครับ มหาวิทาลัยนี่ต้องทำตามสภาวิศวกรหมด โบราณโบราณ พอเป็นนายกสภาวิศวกรนะครับ กระจายอำนาจ อิสระสุดท้ายคณบดีวิศวะแต่ละคนมา ท่านนายกสภาครับจะทำยังไงต่อกันดีอ่ะ เพราะงั้นนี่ขนาด หมดพอดีเลยนะครับ เพื่อความเท่าเทียมต้อง หยุดเวลาไว้เท่านี้ พูดถึงเรื่องของการ กระจายแต่ก็ต้องมีความเท่าเทียมด้วย ผมว่า อาจารย์ไกรยศเปิดอะไรครับอาจารย์

>> คือเรื่องกระจายอำนาจน่าจะพูดมาผมว่า 20-30 ปี >> อ >> แต่ว่าสิ่งนึงที่เราเห็นอยู่ในร่มของคำ ว่าการกระจายอำนาจคือไปมีสำนักงานเพิ่มใน พื้นที่ >> อื >> แต่สุดท้ายโรงเรียนเวลาไปคุยกับเค้าที่ แล้วเค้าบอกเค้ายังไม่มีอิสระเลย >> อื >> คำว่าโรงเรียนนิติบุคคลเนี่ยผมก็เช่นกัน พูดมา 20-30 ปี แต่การตัดสินใจที่ห้อง เรียน การตัดสินใจเพื่อคนที่อยู่ในห้อง เรียนและชุมชนเหล่านั้นเนี่ยมันยังถูกตัด สินใจจากส่วนกลางหรือสำนักงานที่ส่วนกลาง เข้าไปตั้งไว้ในพื้นที่ ทำยังไงเราจะแก้ ออกจากวังวนนี้แล้วมันกระจายอำนาจได้ อย่างแท้จริงครับ >> อื >>

นะครับเดี๋ค่อยกลับมาเพราะแต่ละท่านเดี๋ จะได้ 1 นาทีนะครับ อาจารย์ฮูกเชิญเลยครับ

>> ผมผมคิดว่าเรื่องที่ทางพรรคประชาชนเสนอ autonomy เป็นเรื่องใหญ่มากเราเป็นเป้าหมายที่ทุกคนเห็นพร้องต้องการว่าอยากให้ เกิด แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบรับผิด รับชอบเนาะ accountability เนี่ยทำยังไง แล้วก็จะทำเรื่องเมันต้องมี trust กันมาก ๆแต่สังคมไทยเรายอมรับกันว่าเรามี คอร์รัปชัฝังลึกมากในระบบอยู่ตรงเนี้ยจะ ทำยังไงให้มันโปร่งใสแล้วก็เชื่อมั่นได้ ว่าโรงเรียนจะไปรอด ผมกลับไปย้ำสิ่งที่ เสนอกับไอ้ไอติมรอบแรกว่าอย่าปล่อยให้พวก ครุศาสตร์เศรษฐศาสตร์อยู่เฉยๆต้องเอาพวก เค้าลงไปทำงานกับโรงเรียนต้องมีบุคคลที่ 3 ที่สามารถเข้าไปเป็นเพื่อนเคียงข้างโรง เรียนในการเรียนรู้ได้ เพราะหลายโรงเรียน อย่างที่อาจารย์เอ้บอกนะครับ >> เราถูกทำให้เป็นทาสที่ปล่อยไม่ย่อมไปมา นานเนาะ >> ใช่ครับ >> เราพบเลยว่านี่คือปรากฏการณ์ที่น่าตกใจ ที่สุด เรายินดีมากที่พรรคการเมืองหลายๆ พรรคพูดถึงจะให้โรงเรียนอิสระในการตัดสิน ใจ แต่คำถามคือการ empower โรงเรียน การ enrich โปรแกรมโรงเรียนให้สามารถที่จะ เดินหน้าได้เนี่ยเนี่ยมันต้องอาศัยนัก วิชาการคนเข้าไปช่วยที่ไม่ใช่ศึกษานิเทศ ที่ถูกสั่งการลงมากำกับโรงเรียนติดตาม เนาะเราต้องเป็นคนที่ 3 ที่สามารถมองการ ศึกษาอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ อันนี้เป็น โจทย์ใหญ่ที่อยากจะฝากไว้ครับ >>

ขอบคุณมากครับ ผมขออนุญาตเอิ่มผนึกกำลังมา รวมกันมาแล้วเป็นคำถามแล้วกันนะครับ ถ้าในแง่เชิงการบริหารราชการแผ่นดินเราทำ เป็น phasing เหมาะไหมผมถามก่อนนะ แล้วถ้า phasing เราจะมีหลักการในการทำ phasing อย่างไร และสำคัญมาก autonomy ที่อาจารย์อาจารย์ฮูก พูดคำว่า autonomy แสดงว่าคนคนนั้นต้องมี ความสามารถในการตัดสินใจละ จากเดิมแทนที่ไปสร้างสู้การไปซื้อทิชชู่แทน สมมุติ >> ใช่ >> ไปกันใหญ่นะฮะ ทั้ง 2 ท่านมองอย่างนั้น ผมขอไปที่พี่เอ้แล้วมาตบท้ายที่ไอติมครับ

>> ครับ เห็นด้วยกับทุกท่านเลย เพราะว่าผม บริหารการศึกษามานะครับ พูดให้สวยอ่ะก็พูด ได้แต่พอทำจริงโอ้โหมันคนละเรื่องครับ ดังนั้นโรงเรียนต้องถูกปลดล็อคการกายใจอำนาจ ต้องทำ และที่จริงแล้วการกจายอำนาจเนี่ย ต้องถึงห้องเรียนเลยนะครับ ครูเองต้องมี อำนาจในการตัดสินใจมีการประเมิน แต่นั้นก็ คือความฝันของเรา แต่วันนี้อย่างที่ผมบอก มันต้องไปได้ด้วยอ่ะนะครับ ดังนั้นโรง เรียนที่มีความพร้อมลุยเลยครับนะครับ ซึ่งโรงเรียนมีความพร้อมเนี่ย โรงเรียนใหญ่ๆ เนี่ยมันถึงเวลาแล้วครับ โรงเรียนในประจำจังหวัดประจำอำเภอถึงเวลาแล้วครับ แต่ว่าลูกๆโรงเรียนเล็กๆ ผมว่าตรงเนี้ยเราต้อง ช่วย ถ้าเป็นผมนะครับ ผมจะขอความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยในพื้นที่ด้วยนะครับ ก็ไปช่วย พื้นที่โรงเรียนเล็กๆ ก็คือให้อิสระก็จริง แต่ต้องมีไกด์ไลน์คอยประคับประคอง เหมือนลูกคนเล็กครับ ก็ยังต่อแตะอยู่อ่ะ หมายถึง เอาวิ่งเลยออกจากบ้านไปเลยวิ่งลงน้ำเลยนะ ครับ เหมือนกัน เพราะงั้นแล้วเราจะดูอย่าง นี้ >> ครับ >> ทำได้จริงๆ >>

ชัดเจนมาก 1 นาที ไอ้ตีมเชิญเลยครับ

>> ครับ ประเด็นแรกนะครับ การกระจายอำนาจต้อง มาควบคู่กับการมีส่วนร่วมและกลไกการรับ ผิดรับชอบอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นการกระจายอำนาจจะมาควบคู่การเปิดเผยข้อมูลเรื่องงบ ประมาณให้คณะกรรมการสถานศึกษาสามารถตรวจ สอบการใช้งบประมาณแล้วก็มาตรฐานการศึกษา ในโรงเรียนได้ เราตั้งใจว่าคณะกรรมการสถาน ศึกษาหรือ school board ต้องมีตัวแทนนัก เรียน ตัวแทนครู ตัวแทนชุมชน ตัวแทนมหาลัยใน พื้นที่ไปร่วมอยู่ในนั้นนะครับ ข้อที่ 2 ครับ ถ้าโรงเรียนไหนไปต่อด้วยตัวเองลำบาก กลไกการที่สำคัญคือเขตพื้นที่ในทางการ ศึกษาต้องมาช่วยสนับสนุนครับ ดังนั้นเนี่ย ประเด็นที่พี่เอ้บอกว่า เอ่อมีบ้านอย่าไป รื้อทั้งหมดเนี่ยผมก็เห็นด้วยแค่เครื่อง เดียว เพราะบางเรื่องมันต้องมาทบทวนบทบาท ของเขตพื้นที่จริงๆเพื่อให้มาช่วย สนับสนุนเอิ่โรงเรียนหรือว่าสถานศึกษาที่ อาจจะไปต่อด้วยตัวเองได้ลำบากอยู่นะครับ ดังนั้นจะปฏิเสธการไม่พูดถึงเรื่องโครง สร้างเลยคงไม่ได้นะครับ ข้อที่ 3 พอเป็น แบบนี้แล้วครับ ส่วนกลางจะมีเวลามากขึ้นใน การกำกับมาตรฐาน แทนที่ปัจจุบันส่วนกลางมา ใช้เวลาเยอะกับการมาตัดสินใจในระดับห้อง เรียนหรือในระดับวิธีการมากจนเกินไป ถ้าฝันที่อยากเห็นครับ High FL no Ceiling ครับ ส่วนกลางยกระดับขั้นต่ำให้ขึ้นมาสูง ที่สุดแต่อย่าไปเอาเพดานไปครอบโรงเรียน ให้เขาไปต่อด้วย >>

ผมขออนุญาตเพิ่มเติมนิดนึงเพราะผมว่า 38,000 โรงเรียนเนาะเราบอกว่าเวลาคนไทย จะคิดคำว่าเท่าเทียมคือเหมือนกับครับ เคยดูหนังมั้ครับวิ่งไปเป็นตับเลยทุกคนพร้อม กันมันคงเป็นไปไม่ได้ครับ >> ถ้าแต่ถ้าเกิดทำแบบนั้นก็บอกว่าไม่เท่า เทียม >> ตกลงแล้วเราควรจะทำยังไง โฟกัสกับโรงเรียนที่มีศักยภาพในการตัดสิน ใจดูแลตัวเองก่อน แล้วเราจะจัดอะไรคือมาตรฐานในการที่จะบอก อันนี้ไปก่อน อันนี้ถอยมาก่อน อันนี้มีพี่ เลี้ยงที่อาจารย์ฮวกนะ นักเศรษฐศาสตร์จบมาเยอะแยะให้ไปทำบ้าง ทำยังไงดีครับ เพราะตอนนี้ทุกคนคือเท่าทีมก็ไปเป็น หน้าตับ >> อื >> คงไม่น่าเป็นไปได้ ยังไงดีครับอ่ะขอไอติมก่อนแล้วครับ

>> ก็เป้าหมายผมขยายความ ผมใช้คำว่า high flw no ceiling >> ก็คือว่ายกระดับขั้นต่ำให้ขึ้นมาสูงกว่า ที่เป็นอยู่แต่อย่าเอาเพดานไปครอบ >> อื >> สถานศึกษาที่เขาไปต่อด้วยตัวเองได้ อันนี้คือผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด รูปธรรมก็คืออย่างเรื่องงบประมาณใช่มั้ ครับ ปัจจุบันเนี่ยมัน low flw เพราะว่าเรา เรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลเนี่ย >> เขาได้รับงบแบบจัดสรรแบบรายหัว ได้รับการจัดสรรอัตราบุคลากรโดยใช้เรื่องของ เกณฑ์ครูต่อนักเรียนเป็นหลักก็เลยทำให้งบไม่พอ ครูไม่พอ แล้วเราต้องปรับสูตรเพื่อช่วยโรง เรียนที่อาจจะปัจจุบันมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยเนี่ยขึ้นมาให้ได้ >> แต่สำหรับโรงเรียนที่เขาไปต่อด้วยได้ด้วย ตัวเองแล้วเนี่ยเราต้องปลดล็อคให้เขา สามารถเอ่อไปต่อได้นะครับ แล้วก็อาจจะมี แค่การกำกับบางอย่างที่เราคิดว่าอาจจะ สร้างความไม่เป็นธรรมกับผู้เรียนเช่นโรง เรียนขนาดใหญ่ที่อาจจะไปคิดค่าใช้จ่ายแอบ แฝง >> เช่นค่าฮ่องคอมก็ไปเติมอยู่ในบินค่าเรียน อันเนี้ยเราต้องไปกำกับดูแลเพื่อที่ว่า อะไรที่ควรจะรวมอยู่ในสิทธิ์การเรียนฟรี เนี่ยต้องไปแก้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการปี 54 เพื่อป้องกันไม่ให้มาคิดค่าใช้เพิ่ม กับกับเอ่อผู้ปกครองนะ ภาพภาพใหญ่คือแบบ นี้ครับ >>

ครับ ชัดเจนมาก อาจารย์เอ้ล่ะครับ

>> ผมเห็นด้วยกับน้องไอติมทุกอย่างเลยครับ แต่นี่แค่เรื่องเดียวนะ เรื่องการปลดล็อคโรงเรียนนะครับ แล้วเรื่องการกระจายอำนาจ ท่านเห็นมั้ครับว่ากระทรวงศึกษามันซับ ซ้อนแค่ไหน ดังนั้นแล้วเนี่ยมันต้องใช้ ศิลปะการบริหารจากมืออาชีพจริงๆ แล้วเนี่ย ทำไมผมถึงอาสามาดูตรงนี้เพราะมันยากมาก ใครก็พูดได้เรื่องกระจายอำนาจ ผมก็ยกตัว อย่างแค่ 38,000 โรงเรียนแค่นี้ก็ตายะ ถ้าเป็นผมนะครับ การแบ่งแยกโรงเรียนนะครับเรา ประเมินจากจำนวนครู เราประเมินจากจำนวนงบประมาณได้ เราประเมินจากผลลัพธ์ของลูกๆได้ หรือในพื้นที่ที่มีความยากจนได้ เอาล่ะลูก คนไหนแข็งแรงไปเต็มที่เลยครับลูกไม่ตัด เงินด้วยนะนะครับให้ไปไกลที่สุด ส่วนลูก เล็กตรงนี้เป็นความเหลื่อมน้ำที่สำคัญ ที่สุดระหว่างโรงเรียนใหญ่โรงเรียนเล็กถูก มั้ฮะงั้นโรงเรียนเล็กเนี่ยเมื่อเราจะปลด ล็อคเ้าแล้วสิ่งที่เราต้องแน่ใจก็คือเรา ต้องให้มากกว่าเดิมเยอะ ดังนั้นที่ผมพูดไป ตอนต้นก็คือโรงเรียนเล็กปลดล็อคได้ แต่ อันดับแรกต้องมีครูตรงวุฒิทุกชั้นก่อน ซึ่งวันนี้ยังไม่มีคนครูครูตรงวุฒิทุก ชั้นเลยมีอยู่ 20 คนเนี่ยสอนตั้งแต่พละ คณิตวิทยาศาสตร์หมดตรงนี้ไม่ได้ และย้ำ การศึกษาซับซ้อนมากๆจำเป็นต้องได้ศิลปะ การบริหารที่สุดของที่สุดจริงๆ >>

ศิลปะมันไม่ใช่ศาสตร์นะครับ เพราะแต่ละที่ อาจารย์ฮวกเชิญเลยครับ

>> ผมเติมนิดเดียวครับ ผมคิดว่าไอติมเป็น หนึ่งในคนน้อยคนมากที่พูดเจาะไปถึงเรื่อง ผลิตครูระบบปิดทีเนี้ยมันจะลิงก์กันับกัน เรื่องนี้เพราะว่าในอนาคตเนี่ยเรารู้อยู่ แล้วว่าอัตราบรรจุครูมันจะน้อยลง แต่ราชภัฏจำนวนมากเนี่ยไม่สามารถที่จะลดการ ผลิตครูได้เพราะว่ามันเป็นคณะที่ท็อปคิด ของเด็กๆต่างจังหวัดที่อยากจะเรียนครู ผมคิดว่าอันนี้คือโจทย์สำคัญในการจะพลิกบท บาทราชภัฏการทำหน้าที่ผลิตครูก่อนประจำ การมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงโรงเรียนให้มาก ขึ้นราชภัฏไม่ควรจะอยู่บนฐานของการคิด เรื่องเงินลายหัวของนักศึกษาแล้วก็ต้อง วิ่งหาเด็กมาเรียนปรีแต่ควรจะเปลี่ยนลูก ค้าของราชภัฏให้เป็นโรงเรียนและครูประจำ การ ผมฝากประเด็นนี้นะครับแล้วก็โจทย์คือ โจทย์ที่เมื่อกี้พี่วิทยบอกคือ clustering โรงเรียนในแต่ละจังหวัดเรามีสถาบันผลิต ครูทั่วประเทศไทยประมาณ 70 กว่าแห่ง ซึ่งถ้าเกิดมีการแบ่งคลาสเตอร์ดีๆเจะเป็น กลุ่มจังหวัดมีมหาวิทยาลัยกลุ่ม 16 มี มหาวิทยาลัยราชภัฏแล้วก็อื่นๆที่เกี่ยว ข้องเนี่ยแทคมกันเนี่ยการศึกษาต้องการ คอลaborationไม่ competition ฮะ >>

ครับ จริงๆผมผมอยากจะมีต้องขออนุญาตเดี๋ขอเรียกนิดนึงครับเดี๋คงจะได้ไม่คุยกันต่อ นะครับเราพูดถึงความเสมอภาคทางการศึกษา แต่ไปดูประเทศพัฒนาแล้ว >> Eัน Dallish คงไม่เหมือนโรงเรียนธรรมดา MIT Harvard คงไม่เหมือนโรงเรียนธรรมดา คำว่าเท่าเทียมต่างประเทศเป็นยังไงเดี๋ยว ผมกลับมาคุยกันเพราะเดี๋ยวจะได้คุยกับ อาจารย์ไกรยศด้วยผมขออนุญาตตั๊ไว้ตรงนี้ ก่อนแล้วเดี๋เรากลับมานะครับมาดูที่ยกที่ 2 กันต่อครับเป็นคำถามให้กับพี่เอ้ 1 นาทีครึ่งตรงนี้นะครับไอติม Battle ต่อ

>> ท่านเสนอยกเลิกหนี้กยส.ทั้งหมดและเรียน ฟรีถึงปริญญาเอก >> คำถามคือในวันที่เด็กเกิดใหม่ลดลง ฐานภาษีก็หดตัวไปด้วยท่านจะนำรายได้ส่วนไหน มาแบกรับงบประมาณมากมายจำนวนนี้อย่างยั่งยืน และท่านจะตอบคนจน 1 ล้านกับ 30,000 ครู เรือนได้อย่างไรว่าการล้างหนี้ให้กับเด็ก ที่เรียนจบไปแล้วสำคัญกว่าการเอางบก้อน นี้ไปช่วยเด็กยากจนนะครับที่เขามีต้นทุน แฝง 9,420 บาทและแทบจะไม่ได้เริ่มเรียน พี่เอ้เชิญครับ

>> ใจเย็นๆนะครับใจเย็น สมัยผมกับชีวิตเกิดเนี่ยมีเด็กล้าน >> ครับ >> ปีนี้เหลือ 300,000 >> อื >> หายไป 70% งบประมาณเพิ่มขึ้นมาทุกปี แสดงว่ามีเงินต่อหัวเนี่ยมากขึ้นอย่างน้อย 4 เท่าถูกต้องมั้ยนะครับ มหาวิทยาลัยสมัยผมเนี่ยเกือบ 2 ล้าน วันนี้เหลือล้าน ดังนั้นวันนี้เอาเท่านี้เลย เรามีเงินเกิน พอที่จะดูแลให้เด็กเรียนฟรีจบปริญญาตรี ได้แน่นอน เพราะค่าเฉลี่ยของเด็กนะครับทุก หลักสูตรมันเฉลี่ยกันแล้ว 35,000 1,000 บาทต่อหัวต่อปี มี 1 ล้านคนก็ 35,000 ล้าน น้อยกว่างบประมาณสร้างถนน 130,000 ล้านอีก คุณสร้างถนน 130,000 ล้าน คุณให้เด็ก ไทยเรียนฟรี 35,000 ล้านไม่ได้ยังไง ส่วน กยส.ครับ ประเทศต้องคิดว่าเราเป็นพ่อแม่สิ ครับ ให้เงินลูกเรียนแล้วจะมาคืนอีกแล้ว เป็นลูกคนจนทั้งนั้นน่าจะอย่าไปพูดถึง เรื่องนี้ให้ไปแล้วขอให้ลูกนะครับได้เป็น คนดีในสังคมก็พอ เพราะอย่ามาอ้างว่าเอา เงินกลับมาแล้วจะเลี้ยงน้องน้องเหลืออยู่ แค่ 30% มันเกินพออยู่แล้ว และที่พรรคไทย 9 ใหม่ ส่งสัญญาณเรียนฝีถึงปัญญาเอกคือสัญญาณชัด ๆ เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วเด็กปิญญาปิญญา ตรี 50% โทะอีก 50% เพราะวันนี้ปริญญาตรี มันไม่พอสำหรับโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ วันเนี้ ขอมาเรียนเถอะ เพราะเติมงบไปมันก็ไม่ถึง 40,หม่ล้าน ถูกกว่าสร้างถนน 3-4 เท่า ไอ้ พรรคไทย 9 ใหม่ทำเถอะครับ ขอบคุณครับ >>

อไอ้ติมมองยังไงบ้างครับกับประเด็นนี้

>> พูดแล้วสะดุ้งเลย เพราะจบป.ตรีมาสงสัยต้อง กลับไปเรียนแล้วบอกว่าป.ตรีไม่พอสำหรับ เศรษฐกิจยุคยุคใหม่ คือผมผมไม่ได้คานนะ ครับกับการพยายามจะหาทรัพยากรเพื่อมา สนับสนุนการเรียนฟรีในระดับปริญญานะครับ แต่ในมุมของพรรคประชาชนเนี่ยเรามองว่าอีก 2 โจทย์ที่สำคัญคือต้องลงทุนเร็วขึ้นและ ลงทุนนานขึ้น >> ลงทุนเร็วขึ้นคือเราต้องการจัดสรร ทรัพยากรอย่างเร่งด่วนไปที่ระดับปฐมวัย รายงานของกสส.เนี่ยชี้ชัดว่าพอเอาทักษะ ของเด็กป. 1 มาเทียบการระวังเด็กไทยกับ สหรัฐเนี่ย สหรัฐได้ 100 เราได้ 92 แสดง ว่าเราแพ้ตั้งแต่เด็ก 9 เข้าป. 1 แล้ว ดังนั้นเนี่ย เราตั้งใจว่าเร่งด่วนสุดคือตัด ฉีดงมาในฝั่งของปฐมใบไม่ว่าจะเป็นการขยาย เงินเด็กเล็กถ้วนหน้าเป็น 1,200 บาทต่อ เดือนภายใน 4 ปีไม่ว่าจะเป็นการขยายวัน เวลาเอิ่เปิดของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อ ทำให้เอ่อคนที่ทำงานเนี่ยสามารถฝากลูก ไว้ที่ศูนย์พนาเด็กเล็กได้อย่างสะดวกมากขึ้น เอ่อรวมไปถึงการเอิ่มตั้งศูนย์อย่างน้อย 1,000 ศูนย์ทั่วประเทศเพื่อดูแลเด็กวัย อ่อนระหว่าง 6 เดือนถึง 2 ปีซึ่งปัจจุบัน เนี่ยไม่มีกลไกของรัฐเข้ามาช่วยดูแลเลยนะ ครับเอ่ออย่างที่ 2 คือลงทุนนานขึ้นเรา มองว่าไม่ว่าจะจบปริญญาที่ไหนก็ตามเนี่ย ท้ายสุดแล้วเนี่ยทักษะมันมีวันหมดอายุภาย ใต้โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เราตั้งใจว่าจะลงทุนหลักหมื่นล้านในการยก ระดับทักษะคนวัยทำงานนะครับและเราคิดว่า วิธีการอุดหนุนจะไม่ได้เป็นแบบเดิมที่รัฐ เป็นคุณพ่อรู้ดีคุณแม่รู้ดีคิดเองฝึกเอง วัดผลเองแต่เป็นการจัดสรรคูปองให้กับคน วัยทำงานสามารถไปเลือกช้อปปิ้งได้ว่าจะ ซื้อคอร์สอบรมไหนรัฐเป็นแค่ตัวกลางในการ เชื่อมผู้เรียนกับผู้สอนและมีค่าชดเชยค่า เสียเวลาด้วยเพื่อจูงใจให้คนมาใช้คูปอง มากขึ้นครับ >>

คนหนึ่งปฐมวัย อีกคนเด็กมีความสามารถเท่า ไหร่ก็เรียนไปเลย หมอแม่ครับ หมอแม่นี่แ ing้แล้วก็นอกเหนือจากลูกของหมอแม่ก็ เติบโตแล้วเนอะน่าจะได้เห็นพัฒนาการของ เด็กแต่ละวัย หมอแม่มีมุมมองต่อประเด็นการ กระจายทรัพยากรยังไงบ้างครับ

>> จริงๆแล้วอ่ะอยากให้สนับสนุนเด็กก่อนวัย เรียนคือตอนเนี้ยเด็กก่อนวัยเรียนมีปัญหา คือ 1 เรื่องเศรษฐกิจเนาะที่ต้องไปฝากปู่ ย่าตายายเลี้ยงนะฮะที่ต่างจังหวัด อันที่ 2 ก็คือว่าไอ้สาลเลี้ยงเหล็กตอนเนี้ยคือ เลี้ยงแค่ให้อาหารให้นมแต่ไม่ได้ให้เอ่อ การพัฒนานะ ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยช่วงก่อนวัยเรียนเนี่ยเป็นช่วงสำคัญที่เราจะต้องฝึก ให้เค้าทั้งเรื่อง EQ แล้วก็เรื่องการพัฒนาสมองนะ เรื่องการใช้มือใช้ไฟลแฮนเนี่ยนะคะเนี่ยเรื่องสำคัญ >> อ่าแต่ว่าตอนเนี้ยเราคือที่ทำอยู่ไกลเป็น แค่สถาน คนที่ดูแลก็เป็นแค่พนักงานไม่ใช่เป็นคน ที่เชี่ยวชาญเรื่องปฐมวัยจริงๆ ถ้าเรามีงบ ประมาณตรงเนี้ยตั้งใจที่จะพัฒนาเด็กโดย เฉพาะเด็กก่อนวัยเรียนแล้วก็ต่อเนื่องไป จนถึงประถมอ่าอันเนี้ยแม่คิดว่าเป็นส่วน ที่เราน่าลงทุนเพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ยการ ที่เด็กจะรักเรียนหรือไม่เนี่ยคิดว่าก่อน วัยเรียนเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญเขาจะเห็น ว่าการไปโรงเรียนเนี่ยเป็นเรื่องสนุกมย อ่าไปโรงเรียนแล้วได้อะไรมยอ่าอันเนี้ย เป็นเรื่องสำคัญซึ่งความจำเป็นก็คือคนที่ จะมาดูแลตรงเต้องเป็นคนที่มีความเชี่ยว ชาญจริงๆเราอยากแค่แค่เป็นสันรับเลี้ยง เฉยๆซึ่งอันนั้นน่ะแม่ว่ามันมันเราเสีย ดายโอกาสเสียดายเวลา >>

นกรรั้วอยากจะอัพสกิลเป็น >> นักบินอวกาศ >> ของ NASA หรือ Space X >> เอ่อเป็นของไทยเลยน่าจะดีกว่านะครับ [เสียงหัวเราะ]

>> ก็จริงๆจริงๆผมว่าเอ่ออย่างเมื่อสักครู่ ที่หมอแม่เกริ่นมาผมว่าอันเนี้ยสำคัญจริง ๆว่าความสนใจของเด็กความชอบของเด็กต้อง เริ่มตั้งแต่ช่วงก่อนปฐมวัยเขาจะรักในการ เรียนรู้การออกไปสัมผัสทดลองช่างสงสัย ต่างๆเริ่มมาจากช่วงนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน เมื่อกี้ที่เ่อดร.ได้เกริ่นเรื่องนโยบาย ที่ว่ามีมีการเรียนฟรีอันเนี้ผมผมอาจจะมี เป็นข้อคเซิร์นเล็กน้อยครับว่าเอ่อเด็ก หลายคนมีปัญหาที่ว่าเค้าเรียนแต่เขาไม่ รู้ว่าcarีย >> เรียนไปแล้วจะไปทำงานอะไรหรือเรียนไปแล้ว จะมีสายอาชีพรองรับหรือไม่ >> อัตราที่แบบต่อให้เขาเรียนฟรีจากในระบบไป อ่ะครับแต่พอจบจากมหาวลัยไปปุ๊บอาจจะสกิล เซตที่เขาได้มาความรู้ที่เขาได้มามันอาจ จะไม่ได้เป็นที่ต้องการนิรัฐแล้วหรือ เปล่า หรือถ้ามองถึงขั้นที่ว่าเ่ออย่างที่ดร.เอ เกริ่นว่าให้เรียนฟรีถึงป.เอก >> เต็มศักยภาพ >> เต็มศักยภาพผมอาจจะเสนอในมุมนี้ครับว่า ถ้าเรามีเป็นเอ่อ SK labor แบบเป็นคนที่ จบป.เอกมาในจำนวนมากตลาดแรงงานของเรามี อาชีพที่รองรับพอแล้วหรือยังอันนี้อาจจะ เป็นมุมที่ฟีดแบคจากที่มีเพื่อนๆก็เรียน ในด้านนี้แล้วก็กำลังประสบปัญหาในด้านนี้ นิดนึงครับ >>

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมไม่ พ้นอาจารย์กายแน่ๆเชิญเลยครับ

>> เรื่องเนี้ยอยู่ในหลักการเป็นนางฟ้าอยู่ เสมออยู่แล้วนะครับอ >> เท่าที่ฟังเนี่ยทั้ง 2 ท่านเนี่ยกำลังพูด ถึงงบประมาณที่ต้องเพิ่มขึ้นถ้าเป็น เรื่องยกนกหนี้กยส.เนี่ยหลักแสนล้าน >> มันจ่ายไปแล้วอาจารย์ >> ฮะแต่ว่าถ้าทุกวันเนี้ยเราดีฟงบประมาณน่ะ กยส.เข้าไปของบประมาณจากสภาหลากหลายหมื่น ล้านยังไม่ได้เลยครับในรายละเอียดจะทำยัง ไงดีครับเพราะว่างบประมาณการศึกษาประเทศ ไทยเนี่ยเคยจู่ที่จุดสูงสุดตอนปี 5859 อยู่ที่ 500,000 กว่าล้านบาทตอนเลงมา เหลือประมาณ 300,000 กว่าล้านบาทแล้วแล้ว มีแต่จะลดลงไปเรื่อยๆทุกปีแล้วเวลาเราขอ แปรยติเราโดนตัดงบทุกปีนะครับแล้วเราก็ ถูกเวลาขอแปรยติก็ไม่เคยได้เลย คำถามคือใน หลักการเราจะสามารถที่จะไปให้เรื่องของ การศึกษาเนี่ยมีลำดับความสำคัญในการตั้ง งบประมาณแต่ละปีในการจัดการงบประมาณของ แผ่นดินแล้วก็ในงบประมาณการศึกษาเองว่า เด็กเล็กก็ต้องใช้เงินเยอะเด็กโต๊ะก็จะ ต้องใช้เงินเพิ่มเราจะทำอย่างไรให้มันมี การวาง priority ตรงนี้และทำให้นโยบายที่ พูดในสาธารณะในวันเนี้ยเป็นจริงได้ในเรว วันครับ >>

โอเค ผมขออนุญาตในการที่จะรวบนะครับให้ ทั้ง 2 ท่านได้ตอบต่อคอมเมนต์ทั้ง 3 ท่าน ผมไปที่อาจารย์เอ้ก่อนครับ

>> คือวันนี้ถึงเวลาต้องพูดความจริงครับ อีกเดือนหน้าเด็กจบมหาลัยออกมาแล้วอ่ะ ถ้าเกิดถามพี่เอ้พี่เอ้มีลูกเล็กทุกคน เห็นด้วยหมดครับว่าการศึกษาต้องเริ่มต้น ตั้งแต่เร็ววันที่สุดเห็นด้วยแต่ถ้าเกิด ท่านเป็นนายรัฐมนตรี เดือนหน้าเด็กออกอยู่ตลาดแรงงานะดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดตรงเนี้ยครับ มหาวิทยาลัยซึ่งในดีเบตไม่ค่อยพูดถึงกัน เลยสำคัญมากๆเพราะกำลังจะมี 300,000 คนจบ ออกไปเป็นครูเป็นหมอเป็นพยาพยาบาลนะครับ สมมุเทศศาสตร์นักกฎหมายดังนั้นถ้าเกิดถาม พี่เอ้ตอบอย่างไม่ดัดจริตนี่คือจุดสำคัญ ที่สุดเพราะนี่กำลังผลักคนเข้าสู่ตลาดแรง งานซึ่งทุกดีเบตไม่พูดเลย หมอแม่ผมเข้าใจ ครับผมมีลูกเล็กถ้าเกิดว่าจะย้ำเด็กเล็ก ทุกคนก็บอกสำคัญแต่วันนี้เราต้องทำควบคู่ กันจริงๆครับไม่งั้นประเทศอยู่ไม่ได้ ณ วินาทีนี้จริงๆครับ >>

เวลาพอดีเลย ไอ้ตีมขอบิดคำถามด้วยนะครับ บางคนคนไทยบอกเราอยากเรียนฟรีอยากมีโอกาส เรียนไปถามเด็กตอบว่าอะไรมั้ฮะจะริมไป ทำไมไม่เห็นต้องเรียนเลยหลักสูตรเชย คือตกลงเราควรจะเรียนฟรีมั้ยเพราะว่าเด็ก ทุกคนพ่อแม่ก็พูดว่าเรียนไปแล้วเชยสู้คน อื่นไม่ได้ตรงนี้หลังจากที่คุยมารอบนี้ ไอ้ตีมมีความเห็นตรงนี้

>> มี 3 คำถามตอบ 1 นาทีได้ไม่ได้น่าจะไม่ ได้ความจริงคำถามที่ผมตอบไปแล้วเรื่อง หลักสูตรตอนรอบแรกผมขอตอบคำถามของ Special Guest ด้วยนะครับเอ่อในเรื่องปฐมวัยเนี่ย นโยบายที่ผมเสนอเมื่อสักครู่คำนวณงบ ประมาณมาหมดแล้วนะครับดังนั้นมั่นใจว่า สามารถจัดสรรได้จริงและผมคิดว่าเอ่ออีก สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันด้วยคือการฝึก ทักษะครูปฐมวัยคือเราต้องไม่มองว่าครูปฐม วัยเนี่ยคือครูที่มีทักษะน้อยกว่าครู ประถมหรือครูมัธยมแต่มันมีทักษะที่แตก ต่างกันนะครับ >> เอ่อส่วนในฝั่งของอุดมศึกษาเนี่ยเอิ่ม อย่างที่ผมเรียนว่าผมไม่ได้ค้านความ พยายามตรงนี้นะครับแต่ว่าสิ่งที่ผมคิดว่า เราทำได้สมมุติว่าเรายังไม่ถึงในจุดที่ การเรียนปตรีนั้นฟรีเนี่ย 3 อย่าง 1 คือ อยากเรียนต้องได้เรียนต้องไปแก้ปัญหาสภาพ คล่องกยส.ก่อนปัจจุบันกยส.กำลังปรับกฎ หมายใหม่เนี่ยปล่อยกู้ประมาณ 40,000 ล้าน บาทต่อปีแต่ว่าได้คืนมาประมาณปีละ 25,000 ล้านดังนั้นต้องไปอุดช่องโบสถ์ตรงนี้ เพื่อทำให้กยส.ยังคงให้โอกาสคนนั้นเรียน ต่อได้อันที่ 2 คือเรียนจบต้องมีงานขั้น ต่ำที่สุดเปิดเผยข้อมูลครับยส.เปิดเผยข้อ มูลว่าเรียนจบสาขานี้แล้วมีงานรายได้เท่า ไหร่เด็กจะได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล มากขึ้นอย่างที่ 3 คือจ่ายคืนจ่ายไหวถ้า รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ >>

แหอยากมีเวลาสัก 3 ช่มงเกดบอกว่าเวลาหมด ไปแล้วอย่างไรก็ตามคู่นี้ขอเสียงปรบมือ ให้กับทั้ง 2 คนด้วยนะครับขอบคุณมากครับ พี่ติมขอบคุณมากครับพี่เย้ครับ

เอาล่ะครับ นี่แบตเติลชายล้วนนะ เรามา แบตเติลหญิงคู่บ้าง เพราะว่าคู่ต่อไปได้ แก่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ สวัสดีครับ

[เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง]

เพลงธีมเร้าใจมาก และหัวข้อก็เร้าใจเช่นเดียวกัน และนั่นคือนวัตกรรมดิจิทอลกับสวัสดิการมุ่งเป้า ผมเริ่มต้นถามไปที่พรรคเพื่อไทยก่อน อาจารย์ข้าว นะครับ นโยบาย learn to earn มุ่งให้เด็กจบปริญญาตรี ที่อายุ 18 ปีนะครับ เพื่อทำงานเร็วขึ้น คำถามก็คือในวันที่สมรรถนะนี่นะครับ เด็กไทยเนี่ยรั้งท้ายสากลอยู่ การเร่งให้จบเร็วขึ้น มันคือการส่งแรงงานคุณภาพต่ำเข้าสู่ ตลาดเร็วขึ้นหรือไม่ ท่านจะพิสูจน์ได้ อย่างไรว่านโยบายนี้ไม่ได้ลดทอนคุณภาพของ คนไทยแต่คือการเพิ่มผลิตภาพแรงงานให้กล้า ผลกับดักรายได้ปานกลางได้จริงครับ อาจารย์ ข้าวเชิญเลยครับ

>> ได้เลยใช่มั้ >> ลุยเลยอาจารย์มี 90 วินาทีครับ >>

>> โอเคค่ะ ตอบคำถามนะคะ จริงๆแล้วเนี่ยทุกวันเนี้ยเอ่อนวัตกรรมและดิจิตอลเนี่ยมันก้าวหน้าไปมากแล้วนะคะ แล้วการแล้วมันไม่ใช่ เรื่องไกลตัวอีกต่อไปนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ยแน่นอนค่ะถ้าถามว่าเด็กวันเนี้ย catch up กับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีทัน มั้จริงๆแล้วต้องตอบนะคะว่าจำนวนมากเนี่ย ทันแล้วนะคะเพราะเค้าโตมากับเทคโนโลยีนะ คะเพราะฉะนั้นสำหรับข้าวเนี่ยข้าวมองว่า ตรงนี้เนี่ยน่าจะไม่เป็นปัญหาอาจจะเป็น ปัญหากับโรงเรียนที่อยู่ออกห่างไปในชนบท นะคะที่ infrastructure เขาอาจจะยังไม่ พร้อมนะคะตรงนี้น่าจะเป็นปัญหาซึ่งตรง นั้นก็ Solution ก็คือเราก็ต้องกระจายนะ คะตัวงบประมาณเพื่อสร้าง Facility เพื่อ สร้าง infrastructure ให้เขาพร้อมตอบ โจทย์กับตรงนี้ค่ะ ตะกี้อีก 1 คำถามคือ อะไรนะคะ >>

อีก 1 คำถามก็คือนะครับ มั่นใจได้อย่างไร ล่ะครับว่าสิ่งนี้จะเป็นการเพิ่มผลิตแรง งานให้ก้าวพ้นกับหลักรายได้ปานกลางอย่าง แท้จริงครับ

>> โอเคค่ะ ก็จริงๆแล้วนะคะอย่างที่บอกค่ะย้ำ คำเดิมเลยค่ะถ้าวันนี้เราไม่ใช้เทคโนโลยี ถ้าวันนี้เราไม่ใช่วิทยาศาสตร์เข้ามานะคะ ในการที่จะมาอัิล กิหรือว่าให้การศึกษากับคนนะคะ ประเทศไม่ มีการพ้นกับดักรายได้ปานกลางแน่นอนค่ะ ชัดเจนมาก ขอบคุณมากนะครับอาจารย์ข้าว เอาล่ะครับ มาที่อาจารย์การดีกันบ้าง มองอย่างไร กับประเด็นที่บอกจบเร็วขึ้นจะได้ส่งแรง งานเข้าไปสู่ตลาดแรงงานได้เร็วมากขึ้น ครับ

>> ขอบคุณค่ะ จริงๆเป็นข้อสงสัยเหมือนกันที่ อยากจะถามถึงปรัชญาการเรียนรู้ของพรรค เพื่อไทยนะคะ เพราะว่าถ้าถึงเร่งให้เร็ว แล้วก็เร่งด้วยปริญญาในขณะวันนี้พี่เองก็ เป็น recruiter จากภาคเอกชชนเราทราบดีว่า เรื่องของปริญญาเนี่ยมีความสำคัญก็จริง ค่ะแต่สิ่งที่สำคัญเหนือกว่าคือ ประสบการณ์แล้วก็ทักษะที่เขามีระหว่างทาง และการเรียนรู้ต่อไป พี่ไม่เห็นประโยชน์ ของการที่เราจะต้องเร่งให้ลูกของเราเรียน จบปริญญาตรีในอายุ 18 ปีแต่พี่มองว่าเรา อยากที่จะให้เขาได้มีเวลาได้เปิดกว้างและ มีการทดลองก่อนแล้วเขาจะได้ค้นหาตัวตน จริงมากยิ่งขึ้น ตรงนี้เพื่อไทยมองปรัชญา การเรียนรู้ตลอดชีวิตยังไงบ้างคะ >>

โอเคค่ะ งั้นเราตอบต่อได้เลยใช่มั้เ้า อาจารย์ลุยเลยอาจารย์ข้าวลุยเลย >>

>> โอเคโอเคค่ะ จริงๆแล้วอย่างแรกต้องออกตัว ก่อนนะคะตะกี้คือพยายามจะตอบให้ตรงคำถาม แต่ว่าพรรคเพื่อไทยเนี่ยเราไม่ได้มี นโยบายนะคะที่จะต้องการเร่งให้เด็กจบ ภาย ในอายุ 18 ปีนะคะ ตรงนี้ต้องบอกไว้ก่อนนะ คะเพราะฉะนั้นเนี่ยคือเราเราต้องการเปิด กว้างมากกว่าค่ะเราต้องการปรัชญาของพรรค เพื่อไทยเราต้องการที่จะให้การเรียนรู้ เนี่ยเป็นเรื่องของคนทุกวัยและในคนทุกวัย เนี่ยก็คือเรียนรู้ตามศักยภาพของเขา และท้ายที่สุดค่ะการเรียนรู้ของเขาจะต้อง ตอบโจทย์ตลาดแรงงานค่ะ เพราะว่าถ้าไม่ตอบ โจทย์ตลาดแรงงานท้ายที่สุดเรียนรู้ไปไม่ มีรายได้อยู่ต่อไม่ได้หมดแชั่นกับการ เรียนรู้ไปอีกมันก็จะกลับไปสู่ปopเดิมค่ะ อันนี้ก็จะเป็นปรัชญาสำคัญของพรรค เพื่อไทยค่ะ >>

อาจารย์การดีเหลืออีก 45 วินาทีเมื่อสัก ครู่ แต่เมื่อกี้ขอขอจะได้ช่วยเอ่ออาจารย์ข้าว clarify สรุปเรียนอายุจบ 18 จบปิญญาตรี 18 ปีไม่ใช่นโยบายของไทย >> ไม่ใช่นโยบายของพรรคเพื่อไทยค่ะแต่ว่า ตะกี้แค่ตอบคำถามของเฮียวิ >> เออใช่ >> อ่านะฮะ อาจารย์กดีมีอะไรเสริมมั้ครับ >> ถ้ายังไม่มีนะครับไม่เป็นไรเพราะว่า เดี๋ยวเราจะได้คุยกับเรานะครับแต่ละท่าน ผมขอไปที่หมอแม่ก่อนแล้วกันนะครับเพราะว่า

>> ค่ะ ขออนุญาตถามดร.ดร.ข้าวนะคะก็คือว่า เอ่อนโยบายเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตอ่ะ ค่ะอันนี้อันนี้แม่สนใจมากเพราะว่าคือ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่เนี่ยไม่ว่าจะ อายุเยอะแล้วก็ควรจะอยู่ในระบบนี้ด้วย เหมือนกันนะคะมีการอัพสกิลรีสกิลเนี่ย แล้วเอ่อทางพรรคเพื่อไทยมีนโยบายอะไร สำหรับคนที่เอ่อพ้นระยะการศึกษาไปแล้วนะ โดยเฉพาะคนที่เอ่อไม่ได้อยู่ในวัยสัก 3-40 เนี่ยใกล้ๆอย่างแม่ 5 60 ไปแล้วเนี่ย เนี่ยเรามีการสนับสนุนอะไรเกี่ยวกับการ ศึกษาของคนเหล่านี้บ้างมั้ยคะ >>

มีเลยค่ะ จริงๆขอบคุณมากเลยนะคะสำหรับคำ ถามนะคะเพราะว่าจริงๆตรงนี้เนี่ยเอ่อจะ ตรงกับตัวนโยบายแฟลกsชิด้านการศึกษาของ เราเลยค่ะคือนโยบายเรียนได้งบจบได้งานค่ะ ตัวนโยบายเรียนได้งบจบได้งานของเรานะคะ เราไม่จำกัดวัยเราไม่จำกัดว่าการศึกษาจะ ต้องเป็นเรื่องของในห้องเรียนและไม่จำกัด วุฒิค่ะตรงนี้เราชัดเจนมากนะคะแล้วใน ระหว่างเรียนเนี่ยเราก็ให้งบด้วยค่ะโดย ที่ 3,000 แรกเนี่ยเราจะให้ไปช้อปคอร์ส ก่อนนะคะแล้วถ้าเขาเรียนต่อๆไปเนี่ยอัพ สกิลไปเรื่อยๆเนี่ยเขาก็จะได้เงินมากขึ้น ไปจนถึง 10,000 บาททำไมเราถึงต้องให้เยอะ ขนาดนี้เดี๋ยวหาว่าพรรคเพื่อไทยแจกอีก แล้วนะคะไม่ใช่นะคะแต่ว่าคนที่อยากจะ อิล up skิลเนี่ยไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ตามเนี่ย เค้ารู้สึกนะคะว่าฉันจะต้องเสียเวลาฉันจะ ต้องเสียรายได้จากตรงนี้เพราะฉะนั้นเรา จึงมีความจำเป็นในการสร้างแรงจูงใจค่ะ แล้วนโยบายตัวเนี้ยเราออกแบบมาเพื่อคนทุก วัยจริงๆค่ะเพราะฉะนั้นถ้าเป็นวัยที่พ้น จากวัยแรงงานไปแล้วแต่สุขภาพกายสุขภาพใจ ยังไหว >>

หมดเวลาพอดีเลย แป๊งๆแปง อาจารย์ฮูกมี คอมเมนต์มั้ยครับ

>> ผมผมแชร์แล้วกันเนาะผมคิดว่าอ่าระหว่าง ที่เราได้ฟังแต่ละพรรคขาย นโยบายเรื่องการศึกษามาเนี่ย มักจะมีคำนึงเสมอคือการเตรียมแรงงาน แต่ท่านอย่าลืมว่างานหลายๆงานน่ะมันไม่ได้ ขณะที่ผลิตออกมาจากมหาวิทยาลัย >> ถูกต้อง >> แล้วก็มีหลายๆแขนงวิชาซึ่งถูกมองข้ามเสมอ ในการเรียนรู้เพื่อจะออกไปสู่การเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์เนาะ >> ผมผมอย่างี้ฮะประเทศไทยมีเคสถ้าเกิดใน ตะวันตกมี JK โลิ่งเขียน Harry Potter คุณรอมแพงไม่ได้เรียนมาเพื่อจะเป็นนัก เขียน >> อื >> คุณรอมแพงเรียนไปโบราคดีมา >> อือ >> แต่วันนึงบ่มเพาะฝีมือจากการเขียนจน กระทั่งมีนิยายออกมาแล้ววันนึงกลายเป็นมา แจ็คพอตกับบุพเพสันนิวาสแล้วเป็นหนึ่งใน ซอฟพาเวอร์ที่สร้างงานสร้างรายได้มหา มหาศาลถ้าเอามุมแบบเตรียมคนไปทำงานเนี่ย คุณรอมแพงอาจจะเป็นเคสที่ไม่ถูกต้องและ เพราะจบมาไม่ได้ทำงานตรงใส >> อ >> ไม่ได้มีงานรอทันทีผมคิดว่าหลายๆครั้ง เวลาเราคิดนโยบายแบบควิกnเนี่ยเราจะมอง ช็อตคutว่าเรียนจบทำงานเนาะแต่เราลืมไป ว่างานหลายๆงานมันรอเวลาในการบ่มเพาะ ซึ่งนิเวศตรงเนี้ยสำคัญมากผมสนใจเรื่อง Learning ที่จะเป็นเ่อ Life Long Learning เนาะว่าเราจะมีการสร้าง ทรัพยากรการเรียนรู้ตรงเนี้ยเพื่อคนในวัย แรงงานและคนหลังวัยแรงงานอย่างไรเราจะ เข้าสู่สังคมสูงอายุเราจะเตรียมอาชีพที่ 2 ที่ 3 สำหรับผู้สูงอายุซึ่งจะเกษียณได้ อย่างไรไม่ทราบว่าทั้ง 2 ท่านมีแนวคิด เรื่องเกี่ยวกับการทรัพยพัฒนาทรัพยากรตรง นี้ยังไงอาจจะลองแชร์ดูนะครับ >>

ผมไปที่อาจารย์อ้อแล้วกันครับ 1 นาทีเชิญ เลยครับอาจารย์

>> ค่ะ ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะก็คิดว่าปรัชญา ของการเรียนรู้เนี่ยวันนี้วันนี้เราพูด ถึงการศึกษาก็จริงแต่อ้อมไม่ได้อยากมอง ว่าเรากำลังพูดในสโกปของกระทรวงศึกษา หรือในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้นการเรียนรู้ ตลอดชีวิตและการเรียนรู้ไม่ที่มีไม่ที่ สิ้นสุดเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญมากและที่ สำคัญค่ะคิดว่าวันเนี้ยเราต้องเข้าสู่ โหมดที่เราเรียกว่า on skill on demand skill คือวันนี้เนี่ยอุตสาหกรรมเปลี่ยน ไปวันนี้งานที่มันเกิดขึ้นรอบตัวเรามัน ไม่ได้มีก่อนหน้านี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วนะ คะสิ่งนึงที่เราอยากที่จะบ่มเพาะลูกหลาน ของเราให้เติบโตคือ 1 ให้เกิดข้อสงสัยข้อ 2 ไม่หยุดการเรียนรู้ข้อ 3 เน้นพัฒนา อย่างไม่มีที่สิ้นสุดนโยบายพรรค ประชาธิปัตย์เองค่ะนอกเหนือจากบุฟเฟ่ต์ การศึกษาที่เปิดกว้างให้มีตัวเลือกได้ทด ลองได้มากขึ้นคูปองการศึกษาก็เป็นสิ่งที่ เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งค่ะเราได้รับแรง บันดาลใจจากSkิFutจureของสิงคโปร์ที่เห็น ว่ามันเป็นเรื่องที่เขาทำได้ดีมากเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาแล้วสามารถอัพSKิลให้คนทุกวัย สามารถตอบโจทย์กับการทำงานในยุค Disruption ซึ่งก็คือยุคที่เราอยู่ณ ปัจจุบันนี้น่ะค่ะ >>

ผมถามทั้ง 2 ท่านเลย ผมแอบแปลกใจนิ่งเวลา ผมไปดูนะ สหรัฐอเมริกาก็ไม่เค้าก็มี นวัตกรรมต่อเนื่องนะ Steve Jobs มันก็ไม่ได้ วิชาการสร้าง iPhone มาจากใครนะมันก็มี วิวัฒนาการได้ต่อเนื่องนะฮะ >> อือ >> แซมอmanนั่นก็ไม่ได้ไปเรียนวิชา Open AI มาจากไหนมันก็สร้างได้แล้วผมก็จะไม่เคยเ พูดว่า UP skill resill ในขณะเดียวกัน ครับผมไปอิตาลีทุกคนมันก็ทำงานมันก็เรียน ในซองของมันไปเรื่อยๆแต่มันตามโลกทันแล้ว Ahead of the time อ่ะเาทำอะไรกัน ครับอาจารย์อ่ะคนนึงจบอังกฤษอีกคนจบ อเมริกาเอาคนไหนก่อนดีครับ >>

เอาแต่เดี๋ยวขอกลับไปตอบคำถามอาจารย์ู ก่อนตอบก่อนผมให้เวลาตอบผมด้วยนะ >>

>> โอเคค่ะ ก็จริงๆแล้วค่ะอย่างแรกเลยค่ะสิ่ง ที่พรรคเพื่อไทยเสนอแล้วก็มองว่าเป็นส่วน สำคัญมากๆค่ะเราต้องมี Productivity board ได้แล้วค่ะที่ผ่านมาเนี่ยกระทรวง แต่ละกระทรวงเนี่ยมีการวางแผนเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์ของตัวเองแต่ว่าไม่เคยมี การมารวมขึ้นมาเป็นบอร์ดจริงๆที่จะบอกได้ ว่าอะไรคือความต้องการของตลาด แรงงานเพราะฉะนั้นมันจะเกิดช่องว่างใหญ่ๆ ระหว่างความต้องการของตลาดแรงงานกับแรง งานถูกมั้คะเพราะฉะนั้นอันเนี้ยเป็นสิ่ง แรกเลยค่ะที่พรรคเพื่อไทยจะต้องทำและต้อง ทำควบคู่ไปกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม นะคะเพราะฉะนั้นเนี่ยตรงนี้เนี่ยก็จะตอบ โจทย์ได้แล้วในระดับนึงนะคะส่วนที่ 2 เนี่ยที่คาดว่าต้องไปต่อเองเนี่ยก็คือว่า ในเมื่อเราระบุตรงนี้ได้แล้วเนี่ยท้าย ที่สุดเนี่ยมันก็จะเป็นเรื่องของ demand driven ล่ะค่ะเราต้องกลับมาที่ demand driven แล้วค่ะนะคะว่าความต้องการของ ตลาดวันเนี้ยอยู่ตรงไหนแล้วท้ายที่สุด เนี่ยมันจะเป็นทักษะอะไรก็ได้ค่ะแต่อย่าง น้อยมันต้องตอบโจทย์ตรงนี้ค่ะ >>

ครับ ผมขอกลับมาคำถามเดิมครับ เหมือนกับเรา พูดเหมือนกันเราเรียนอะไรปั๊ปั๊บเราออกมา รั้วมหาลัยปั๊บเราเราเรียนอะไรตอบไม่ได้ มันมันเกิดมันเกิดอะไรขึ้นครับ เพราะต่าง ประเทศเจบมาปั๊บเขาก็สร้างนวัตกรรมได้ ตลอดนะด้วยตัวเเองโดยที่ไม่ต้องกลับไป มหาลัยไปคิดว่าจะต้องรีสกิมันมันมันเกิด อะไรขึ้นครับ >> อาจารย์ >> อาจารย์อ้อเอามาคำ >>

>> คำถามที่พี่วิทยถามเนี่ยเรากำลังพูดถึง ระบบนิเวศนวัตกรรม >> เพราะฉะนั้นสิ่งเนี้ยมันแน่นอนค่ะวันนี้ บ้านเราอ่ะค่ะส่วนที่เป็น deep tech เราก็ต้องยอมรับว่าอยู่ใน 2 ที่หลักๆก็คือที่ ในมหาวิทยาลัยนะคะที่มีการวิจัยขั้นสูง ยกตัวอย่างเช่นเป็นต้นจุฬาลงกรณ์เป็นต้น >> กับอีกด้านนึงก็คือใน corporate หรือองค์ กรขนาดใหญ่ที่มีทุนมากพอในการที่จะลงทุน ทางด้านวิจัยและพัฒนาทีนี้ประเด็นตรงนี้ เนี่ยแหละค่ะว่าบ้านเราเนี่ยยังจะต้องมี การเตรียมตัวแล้วก็สร้างนวัตกรรมให้เอ่อ eystem ได้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลง ทุนไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อทักษะอาจารย์ ลองดูนะคะว่าถ้าว่าเป็นอาจารย์อยู่ใน text ในในแลบเนี่ยความเชื่อเชี่ยวชาญของอ้อคือ สิ่งนั้นคืออ้อเป็น CTO ที่ดีได้แต่อ้อ อาจจะไม่สามารถเป็น CEO ที่ขายของได้ เพราะฉะนั้นย้อนกลับไปในปรัชญาของระบบ นิเวศของนวัตกรรมปรัชญาของการเรียนรู้ เนี่ยระบบเปิดจะเป็นสิ่งที่เราอยากจะ สนับสนุนนั่นคือว่าวันเนี้ยในนโยบายของ พรรคประชาธิปัตย์อันนี้เน้นในเรื่องของ เอ่อ Innovation ใน SME นะคะเราให้นโยบาย CXO as a service ก็คือว่าอ้อเป็น CTO ใช่มั้พี่วิทยเป็น CMO เป็น Marketing เราหาสามารถมาเจอกันได้แล้วเราสามารถที่ จะสร้างนวัตกรรมต่อไปได้คือทุกวันที่ผ่าน มาเนี่ยเราทำในระบบเปิดทุกอย่างเป็นไซโล เพราะฉะนั้นการการที่เราจะมีองค์ความรู้ มาเชื่อมกันหรือถ่ายโอนซึ่งกันและกันนั้น เนี่ยมันทำได้ในเเปอร์แต่ว่าข้อเท็จจริง แล้วเนี่ยมันลำบากมากใช่มั้คะอาจารย์ค่ะ >>

ไม่มี system อินทิเกรตorไม่ได้ผนวกกัน ไม่ได้สนธิกำลังเรียกแบบศัพท์ราชการเนาะ >> ไม่รวมถึงเรื่องทุนนะคะพี่วิทยเดี๋ยวจะมี อีกเรื่องนะถ้าถามเรื่องเงินทุนต่อเนี่ย จะได้ไปต่อกันโอเค >>

อยากได้ iPhone ยังนะฮะออันอันนี้น่าสนใจ มากเพราะเราคุยหลายครั้งแล้วการศึกษาหิ้ง กับห้างงานวิจัยสถาบันการศึกษากับเอกชน ไม่เคยคุยกันเลยผมก็งงว่าผมได้ยินตั้งแต่ ผมนี่ตัวนิดเดียวนะจ๊จากเป็นเด็กชายจนตอน นี้จะเกษียณแล้วน่ะ >> ก็คำนี้ว่าคุยกันไปเลย >> จะจะแล้วฮะผมผมขออนุญาตมามาเมาที่เอ่อ อาจารย์กายก่อนแล้วกันเชิญเลยครับ

>> ครับ คำถามง่ายๆเลยครับตอนเนี้ยประเทศไทย อ่ะบอกมาตลอดว่าอยากเป็นเสือตัวที่ 5 อยากจะออกกับดักรายได้ปานกลางตามคำถามใน รอบนี้ใช่มั้ยครับปัจจุบัน ตรงเนี้ยเค้าต้องบอกว่าต้องมีรายได้ต่อคน ต่อเดือน 40,000 40,000 บาทประเทศไทยตอน นี้รายได้เฉลี่ย 20,000 บาทเสนอไอเดียมา ได้มั้ยครับในภาคปฏิบัติทำยังไง 2 เท่า ของรายได้ต่อหัวต่อคนต่อเดือนจากการทำให้ การศึกษาเสมอภาคมีคุณภาพเด็กเกิดปีละ 400,000 คนแล้วนะครับตอนเนี้ยทำยังไงให้ เด็กที่เกิดปีที่ผ่านมาเนี่ย 416,000 กว่าคนเนี่ยเขาบอกกับครอบครัวและตัวเอง ได้ว่าเราบอกกับเขาแล้วตัวครอบครัวเขาได้ ว่าลูกของคุณรูเนี้ยจะมีรายได้เป็นคนที่ เป็นประเทศรายได้สูงได้แล้ว 2 เท่าครับ >>

อาจารย์ข้าวเชิญเลยครับ

>> โอเคค่ะ จริงๆแล้วตอบคำถามตรงนี้ก็คงย้อน กลับไปที่เดิมค่ะอย่างแรกค่ะลดความ เหลื่อมล้ำก่อนค่ะทำให้เด็กมีโอกาสได้ไป ต่อก่อนอันนี้ชัดเจนนะคะแล้วก็ต้องไปต่อ ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นไปสู่สถานศึกษา ที่ดีขึ้นเพื่อที่จะมีโอกาสมีรายได้ที่ดี ขึ้นค่ะสเต็ปที่ 2 ค่ะอย่างที่บอกค่ะเรา จะต้องการยกระดับแรงงานของไทยเพราะฉะนั้น เนี่ยทุกวันเนี้ยเราต้องมุ่งเป้าให้ชัด เจนก่อนค่ะว่าวันเนี้ยอุตสาหกรรมของไทย ภาคบริการของไทยภาคเกษตรของไทยเรากำลัง มุ่งไปทางไหนค่ะแล้วเราต้องผลิตคนให้ตรง กับโจทย์ค่ะแล้วก็เอาเทคโนโลยีและเอ่อ นวัตกรรมต่างๆเนี่ยเข้ามาเสริมตรงนี้ให้ ได้นะคะเพื่อที่จะยกรายได้ของเค้าเนี่ย ให้มันสูงขึ้นให้ได้ค่ะอันนี้ก็น่าจะเป็น คำตอบที่น่าจะตรงไปตรงมานะคะแล้วก็คิดว่า ข้อสุดท้ายเนี่ยก็คือสำคัญที่สุดนะคะก็ คือการสร้าง eosystem ค่ะที่จะต้องพร้อม ค่ะสำหรับในการที่จะยกระดับคนทั้งหมด เนี่ยให้ขึ้นไปพร้อมๆกันทุกวันนี้ eosystem เรา broken มากนะคะโดยเฉพาะใน เรื่องของการศึกษาเพราะฉะนั้นเนี่ยเราจะ มาวาดภาพยังไงทำงานร่วมกับภาคเอกชนและภาค ประชาสังคมยังไงที่จะดัน eosystem เหล่า นี้ให้พร้อมเพื่อที่จะรองรับสิ่งทุกอย่าง ที่พูดมาเมื่อตะกี้ค่ะ >>

อาจารย์เข้าแล้วอาจารย์อ้อเชิญเลยครับ

>> ขอบคุณค่ะ อาจารย์คะเราต้องยอมรับวันนี้ เครื่องจักรอุตสาหกรรมเราทั้งเก่าคนเราก็ แก่เพราะฉะนั้นเรายังจะทำแบบเดิมต่อไปมัน ไม่มีทางไปจุดๆนั้นได้ค่ะอีเสือตัวที่ 5 ที่อาจารย์บอกเนี่ยก็ตั้งแต่พี่ตอนจบ กำลังจะเริ่มเรียนวิศวะนั่นแหละนั่นคือส เสือตัวที่ 5 ความหวังของเราเพราะฉะนั้น วันนี้เราก็ต้องมาเล่นมนต์ใหม่ย้อนกลับไป ถึงคำถามอาจารย์ว่าแล้วในมุมอนาคตของพวก เรามองยังไงวันเนี้ยเป็นวันที่สำคัญมาก ว่าไม่ว่าใครจะอยู่ในรัฐเนี่ยจะต้องมาให้ commitment แล้วก็เราควรจะมาคุยกันว่า ประเทศไทยของเราควรจะเดินไปทางไหน อุตสาหกรรมใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ทั้งในเชิง ของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นคือ อะไรประชาธิปัตย์เสนอ 5 อุตสาหกรรมหลัก ที่เราควรจะต้องเน้นย้ำประเด็นที่ 1 ค่ะ เรื่องของการเกษตรซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ ประกอบการเกษตรมากมายแต่วันนี้เนี่ยเรามี โอกาสไปต่อยอดไม่ว่าจะเป็นพรีเมี่ม food functional food หรือว่าในเรื่องของ เอ่ออาหารที่เป็นยาเหล่าเนี้ยคือโอกาสที่ จะเกิดขึ้นใหม่บนพื้นฐานของเราที่มีอยู่ เดิมสิ่งที่เราต้องไปปรับก็คือกระบวนการ ในการเอ่อตรวจสอบเอ่ออย.ในตรงเนี้ยให้มัน เปิดกว้างแล้วก็ใช้นวัตกรรมจาก มหาวิทยาลัยแล้วก็จากการจากการศึกษาวิจัย มากยิ่งขึ้นมีในเรื่องของ EV มีในเรื่อง ของ Space Technology พี่ใส่ไว้ในอ้อมใจ พี่เสมอนะคะว่าสิ่งเนี้ยมันเป็นเรื่องที่ สำคัญแล้วก็ Wellness Tourism ที่วัน เนี้เราต่อยอดจากการท่องเที่ยวได้แต่เรา อาจจะควรจะต้องต่อยอดไปสู่ Wellness Tourism and Longevity ไปจนถึงการ ประกอบหรือว่าใช้ สิ่งที่ลงทุนในบ้านเราแล้วในกลุ่มของ Digital services ที่มีความเป็นไปได้ เหล่าเนี้ยมันควรจะเป็น strategy และความ หวังในความฝันที่เราเพให้กับลูกๆสิ่งที่ เราต้องทำกลับมาว่าเราจะป้อนคนเข้าสู่ กระบวนการนี้ได้อย่างไรพี่เห็นด้วยกับ น้องข้าวเลยค่ะว่าใน fundamental เรื่อง ของการพัฒนาการเรียนรู้ของคนความเหลื่อม ล้ำเป็นเรื่องที่ต้องทำอยากจะบวกต่อเพิ่ม เติมว่าและถ้าในระดับมัธยมมหาวิทยาลัยค่ะ เราควรจะมีตั้งเป้าด้วยเอานเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ซpัlyเป็นตัวตั้งเราเป็นอาจารย์เรา รู้ เราสอนในสิ่งที่เรารู้แต่ว่าเราลืมไปว่า วันนี้ลูกของเราจะต้องออกไปสู่อุตสาหกรรม ที่เขามีที่ไม่เหมือนกันเราเลยแม้แต่ 5 ปีที่แล้วก็มีความแตกต่างมากเพราะฉะนั้น กลไกที่มันสำคัญของกระบวนการศึกษาน่ะค่ะ ก็คือจะต้องมีการปรับเปลี่ยนได้เร็ว วันเนี้สิ่งที่เป็นห่วงว่าเราพูดถึงพรบ.การ ศึกษาที่ต้องมีการปรับแล้วแล้วมีการเอ่อ revise หรือว่าปรับปรุงไปเรื่อยๆพอถึง จุดๆนั้นเนี่ยกลัวจังเลยว่ามันจะล้าสมัย ไปแล้วสิ่งที่เราอยากให้ทำควรให้มีกลไก ที่เปิดช่องในการที่จะมีการปรับปรุงได้ อย่างรวดเร็วเหมือนในโลก Startup ของเรา อ่ะค่ะ Learn fast fail fast แต่เรา fail forward นะก็คือเรียนรู้ใหม่แล้ว เราเริ่มไปด้วยกันเรื่อยๆค่ะ >>

อ่า จริงๆอยากคุยมากกว่านี้เพราะว่าเรื่อง ของการเตรียมคนสำรับอนาคตพูดกันมานานมาก จนวันนี้เหมือนไม่ไปไหนเลยอย่างไรก็ตาม งานเลี้ยงมีวันเลิกลายกที่ 1 หยุดตรงนี้ แล้วเราไปดูยกที่ 2 ของช่วงนี้บ้างครับ

>> หยุดแล้วเหรอคะ >> หยุดแล้วครับยังมีอีกครับมีอีก >> อยากขอเสริมอีกนิดเดียวได้มั้ยคะ >> ผมว่าอีก 15 วินาี >> โอเคได้ค่ะเรื่องสุดท้ายค่ะ 15 วินที R&D ค่ะทุกวันนี้ค่ะงบของ R&D เรามี 20,000 ล้านนะคะแต่กระจัดกระจายค่ะไปไหนไม่รู้ เลยค่ะเพราะฉะนั้นดีค่ะ >> เพราะฉะนั้นอันนี้ขอปูไว้ก่อนนะคะจะได้ คุยกันต่อค่ะ >> อ้าปักปุนไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาอ้าทีนี้มา ยกที่ 2 กันบ้างครับคำถามของพรรค ประชาธิปัตย์อาจารย์การดีท่านชูBฟet Education และเรียนฟรีต้องฟรีจริงคำถาม คือท่านกล้าประกาศ Action Plan ใน 1 ปี หรือไม่ว่าเปลี่ยนงบประมาณเหมาจ่ายที่ทุก คนได้เท่ากันมาเป็นการอุดหนุนแบบแนวดิ่ง คือการให้เงินรายบุคคลตามความยากจนจริง เพื่อจัดการกับต้นทุนแฝง 9,420 บาทเพื่อ ให้คนจนที่สุด 15% ของประเทศให้ครบทุกคน เพื่อให้คำว่าฟรีเกิดขึ้นจริงครับอาจารย์

>> ขอบพระคุณค่ะพี่วิทยาเรื่องฟรีต้องฟรี จริงเนี่ยการเรียนฟรี 12 ปีก็เริ่มมาจาก พรรคประชาธิปัตย์วันนี้เราเข้าใจดีว่ายุค สมัยมันเปลี่ยนไปแล้วมันก็มีค่าใช้จ่าย อื่นๆแฝงเพิ่มขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นค่าเดิน ทางขายชุดนักเรียนแล้วก็ค่าอาหารซึ่งจริง ๆแล้วมันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ประชาธิปัตย์เน้นคือที่จะเข้าไปเปลี่ยน ว่าขอบเขตของคำว่าเรียนฟรีเนี่ยไม่ใช่ อยู่ในห้องเรียนเพราะฉะนั้นควรจะต้องไป สนับสนุนเรื่องของการเดินทางด้วยอาหาร ด้วยและสิ่งอื่นๆที่จำเป็นตามยุคสมัยเช่น การเรียนภาษาหรือการเรียนเสริมเรื่องอื่น ๆย้อนกลับไปเมื่อสักครู่ที่พี่เอ้บอกค่ะ ก็เป็นตัวเลขที่เป็นข้อเท็จจริงคือว่าถ้า เราพูดถึงตัวเลขงบประมาณที่มีอยู่เดิม แล้วประชาธิปัตย์บอกเลยว่าการศึกษาเราจะ ไม่ลดเพราะเราให้ความสำคัญเพราะฉะนั้นถ้า หารลายหัวเนี่ยมันจะมีเพิ่มมากขึ้นแต่การ ใช้งบประมาณเราจะไม่หารยาวเราจะใช้การใช้ โดยทเetตของที่ที่เอ่อสถานที่หรือโรง เรียนที่มีความต้องการมากกว่าเพราะฉะนั้น เราไม่ได้พูดเพียงแค่ equality เราพูดถึง equity ด้วยคือการให้มีการเท่าเทียมกัน ในเรื่องของการเข้าถึงทรัพยากรอีกเรื่อง นึงที่พี่วิทถามก็คือเรื่องของบัฟเฟ่การ ศึกษาจริงๆแล้วอันนี้ที่เรียนให้ทุกท่าน ทราบว่ามันเป็นเอ่อปรัชญาการเรียนรู้ที่ เราเลือกเชื่อว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกๆ เวลาเราประถมมัธยมเนี่ยสิ่งที่เราให้เขา เป็นของขวัญได้ดีที่สุดคือการที่เขาให้ เปิดโลกของเขาได้มากที่สุดเราจะมีการจัด สรรทรัพยากรแบบ Sharing Economy ไม่ได้ เป็นว่าอยู่เป็นไซโลของใครของมันเนี่ย >>

อ่า ได้คำตอบแล้ว มาอาจารย์ข้าวว่าไงครับ

>> ต่อเรื่องคำถามเดียวกันเลย >>

ต่อคำถามเดียวกันครับ มองประเด็นนี้ที่บอก ว่าการกระจายงบประมาณนี้เนี่ยไม่ใช่การงบ กระจายแบบแนวดิ่งนะฮะแต่ว่าเป็นกระจายแบบ ไม่ใช่ equality แต่เป็นแบบ equity ตี้ ให้ตอบโจทย์ของคนแต่ละคนมองไงครับ

>> จริงๆแล้วนะคะอย่างที่บอกค่ะแล้วเราก็ยืน ยันมาตั้งแต่ต้นนะคะเรื่องของการกระจายงบ ประมาณนะคะงบรายหัวต้องไม่ต้องไม่เป็นงบ รายหัวอีกต่อไปนะคะเพราะว่าในพื้นที่ที่ มีความจำเป็นมากที่สุดต้องการงบมากที่สุด ค่ะอันนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนนะคะแล้วก็มีคำ ถามเพิ่มเติมผมขออนุญาตถามนิดนึงคำว่า ต้องการมากที่สุดพรรคเพื่อไทยใช้เกณฑ์ อะไรที่บอกว่าต้องการมากที่สุดครับ >>

จริงๆแล้วค่ะเราต้องไปดูที่คุณภาพของโรง เรียนคุณภาพของคุณครูและคุณภาพของน้องๆนะ คะว่าคุณภาพของโรงเรียนคุณครูและน้องๆ เนี่ยตอนนี้เนี่ยในแต่ละพื้นที่เนี่ยมี เป็นอย่างไรบ้างนะคะเราใช้เกณฑ์ตรงนั้น เป็นตัวตั้งตัวแรกก่อนค่ะแล้วเราต้องมี การทำอย่างจริงจังนะคะต้องมีการทำแมปปิ้ง อย่างจริงจังคิดว่ากสส.นำร่องไปแล้วเรา แค่ต้องบูรณาการข้อมูลเข้าด้วยกันค่ะ >>

ผมถามงี้ถ้าเกิดบอกว่า 1 ปีแอชัได้ทันทีส ิ้ทำเสร็จไปแล้วพื้นที่ไหนบ้างครับ >> โหพื้นที่ไหนบ้างจริงๆแล้วเนี่ยเอ่อหลัง จากไปได้เดินสายคุยกับเอ่อน้องๆในพื้นที่ ต่างๆนะคะจริงๆแล้วเนี่ยเอาจริงๆแล้วคือ พื้นที่ที่อยู่ตรงชายแดนพื้นที่ตรงที่ อยู่ตรงชนบทพื้นที่ที่มีเอ่อชาติพันธ์ เยอะตรงนี้ล่ะค่ะที่เป็นพื้นที่ที่อินท มากที่สุดค่ะ >>

ชัดเจนมากอ่ะ >> ขอเสริมอาจารย์ข้าวนะคะคิดว่าเรื่องนึง ที่เราเคยคุยกันแล้วว่าเราอาจจะเห็นตรง กันว่าการจัดสรรคทรัพยากรที่ดีเนี่ยถ้า โรงเรียนเล็กๆเนี่ยจัดสรรไปก็จะเป็นได้ ยากแต่สิ่งที่เราอยากที่จะสนับสนุนการ เดินทางให้ไปสู่โรงเรียนที่อาจจะมีความ พร้อมมากกว่าซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ไกล แล้วเด็กๆก็ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ก็ ยังสามารถที่จะจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้ ได้ >>

เฟซิ่งเลยนะ อาจารย์ฮูกจับไปแล้วอ่ะ อาจารย์เชิญเลยครับ

>> เอาล่ะท้าท้ายสุดก็เปิดผมผมขอบคุณทั้ง 2 ท่านที่คุยประเด็นเรื่องเลนส์ฟรีนะครับผม แล้วก็ผมทำเ่อสภาผู้บริโภคก็มีเสียง สะท้อนจากผู้ปกครองนี้ตลอดเวลาเนาะผมคิด ว่านอกจากที่ทั้ง 2 ท่านคุยแล้วเนี่ยผม เติมผมคิดว่าเรื่องใหญ่คือจริงๆมันมี ระเบียบกระทรวงซึ่งเปิดช่องให้เกิดการ เก็บตังค์ก็คือระเบียบกระทรวงปี 2554 เป็นไปได้มครับในวาระของท่านถ้าเกิดท่าน ได้เข้ามาทำเรื่องเนี้ยท่านจะจัดการกับ มันก่อนมันพูดถึงการอนุญาตให้โรงเรียน สามารถเก็บเงินสมทบเพิ่มเติมได้ซึ่งตอน เ โรงเรียนที่เก็บตังค์เด็กนะอ้างถึงประกาศ ตัวนี้ปี 54 ซึ่งจริงๆแล้วรัฐธรรมนูญปี 60 เราบอกเราพยายามจะให้เล่นฟรีเนาะ แต่ตอนนี้โรงเรียนยังอ้างอิงระเบียบตัว นี้ตลอดเวลาเราจะทบทวนระเบียบตัวนี้ได้ หรือไม่อันที่ 2 เรื่องของการระดมความ ช่วยเหลือจากองค์การปกครองท้องถิ่น >> น้ำท่วมเชียงรายปีล่าสุดมีเรื่องตลกที่ น่าเศร้า >> โรงเรียนโดนน้ำท่วมเหมือนกับบ้านเรือนผู้ คนบ้านเรือนผู้คนซ่อมหลังคาได้ด้วยงบของ อบต.เทศบาลแต่เทศบาลและอบต.ไม่สามารถช่วย ซ่อมอาคารเรียนของโรงเรียนได้เพราะอยู่คน ละสังกัดผมว่าอันนี้เป็นโจทย์เบื้องต้น ที่อาจจะพูดถึงการจัดการกับกลไกบางอย่าง ซึ่งมันไปปิดล็อคเอาไว้ทำให้เกิดการเรียก เก็บตังค์เนาะแล้วบางครั้งก็เป็นการเรียก เก็บตังค์ซ้ำซ้อนกับงบที่เราช่วยรายหัว แล้วนอกจากการคิดไปถึงว่าจะหาเงินมาจาก ไหนจะเพิ่มเงินอย่างไรนี่เป็น 2 โจทย์ที่ มองข้ามไม่ได้ครับครับ >>

โอ้โห ผมขออาจารย์อ้อก่อนดีกว่า

จริงๆ แล้วชัดเจนเลยค่ะ ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์มากที่เอ่อ เร่งประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะเวลาเราลงพื้นที่ เราก็เห็นชัดอย่าง เช่น ผ่าป๋าโรงเรียน คือเหมือนกับผู้ปกครอง ไม่มีทางเลือกที่จะให้คุณภาพดีให้ลูกได้ เรียนคุณภาพดี เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรา ให้ความสนใจแล้วก็จะมีการปรับปรุงเรื่อง นี้ค่ะ

อาจารย์ข้าว เชิญเลยครับ

ค่ะ จริงๆ แล้วด้วยความที่มันเป็นกฎกระทรวง เพราะฉะนั้นเนี่ย เราสามารถคอมเมนต์ได้เลยนะ คะว่าถ้ามันส่งผลจริง เราก็ยกเลิกกฎ กระทรวงค่ะ อันนี้ชัดเจนมั้ยคะ คำตอบ

โอเค เดี๋ยวนะ ผมมีคำถามในใจ เดี๋ยวนะ ค่อยมา เดี๋ยวค่อยมาตอบอาจารย์กยศ ต่อยอดจากทางอาจารย์ ฮุครับ นอกจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เกียรติ เพิ่มได้แล้ว เวลาเด็กจบเนี่ย ถ้าค้างเงิน

พอ

หลัก เรากำลังพูดถึงเงินหลักพันนะ

อืม

ก็ไม่สามารถได้หลักฐานการจบ ทำให้เด็ก เนี่ยไม่สามารถไปเรียนต่อได้ ไม่สามารถที่ คือหลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยเงินหลัก พันนะครับ

เราจะทำยังไงดีที่กติกาของรัฐบาล นโยบาย ของรัฐบาลเนี่ย มันจะไปถึงเรื่องที่มัน เป็นเรื่องขนาดที่ทำให้เด็กคนนึงหมดชีวิต จากระบบการศึกษาได้ เพียงแค่เงินไม่กี่ 1000 บาทเท่านั้นเอง

ผมเรียนย้ำ กระทรวงมีคำสั่งเรื่องนี้ออกมา แล้วนะ แต่โรงเรียนยังไม่ปฏิบัติตาม ยังมี โรงเรียนจำนวนมากไม่ออกใบ ปพ.ให้เด็ก เพียง เพราะว่าครอบครัวไม่ได้มาจ่ายค่าเทอม หรือ ล่าสุดไม่ออกใบ ปพ. เพราะเด็กไม่ตัดผม ผมว่า นี่เป็นเรื่องที่เปราะบางมาก แล้วก็ทำให้ เห็นว่าบางครั้งมีคำสั่งระดับกระทรวง แต่ ไปไม่ถึงโรงเรียนจริงๆ

อาจารย์ ขออนุญาตถามนิดนึง ไอ้ ปพ. คืออะไรฮะ

ใบจบ

อ๋อ ใบจบของโรงเรียน โอเค อ่ะ อาจารย์ข้าว เชิญครับ

โอเคค่ะ ข้าวคิดว่า ถ้าอาจารย์พูด ขอบคุณนะคะ สำหรับเอ่อข้อเพิ่มเติมนะคะ ข้าวคิดว่าตรง นี้เนี่ย มันเป็นเรื่องของ enforcement ละ ปัญหามันอยู่ที่ Enforcement และ Enforcement ต้องมาจากเจตจำนงทางการ เมือง ต้องมาจาก Political เพราะฉะนั้นเนี่ย ใครก็ตามที่เข้ามาคุม กระทรวงศึกษาธิการแล้วก็ต้องมองว่าเรื่อง นี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วเมื่อมันไม่สอด คล้องกับรัฐธรรมนูญด้วยเนี่ย เรื่องเนี้ย มันก็ควรจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะต้องอยู่ ในเรดาร์แล้วก็จะต้องจัดการค่ะ

อาจารย์ไกรยศ เชิญครับ

คงจะไม่มีคำตอบเพิ่มเติมจากอาจารย์ข้าว ค่ะ เพราะเห็นด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่เรา รู้ปัญหาและเรารู้ทางแก้ ซึ่งก็เราควรจะ อยู่ที่ความเจตจำนงและความตั้งใจที่เรา จะทำเรื่องนี้ให้กับระบบการศึกษาแล้วก็ ลูกของเราค่ะ

อ่ะ ก่อนหมดรอบนี้ไป ผมมีคำถามอย่างครับ เวลาที่คนไทยจะทำอะไร เรามีแนวความคิดเยอะมากนะครับ แต่ว่าท้ายที่สุดไปติดกฎเกณฑ์ กฎระเบียบนะครับ เมื่อสักครู่ไอติมพูดมาแล้ว เมื่อสักครู่อาจารย์ฮูกมาบอกว่ามันมีไอ้ ระเบียบปี 54 ถ้าเกิดว่า 2 ท่านนะครับ พรรคของท่านได้ก้าวเข้าไปอยู่กระทรวง ศึกษาธิการ มีกฎและระเบียบอะไรบ้างที่ต้อง รีบจัดการสัก 2-3 กฎระเบียบ ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายระดับที่เป็น พ.ร.บ. กฎกระทรวง ระเบียบศึกษาธิการนะ เพราะผมเชื่อว่าทุก ท่านต้องพร้อมแล้วถ้าจะก้าวเข้าไปนะครับ แล้วเป็นกระทรวงกษัตริย์ ศึกษากฎหมายทุก ฉบับมาแล้ว กฎหมายฉบับใดบ้างที่ท่านคิดว่า เข้าไปแล้วจะรีบปลดล็อคโดยเร็ว ขอสัก 2 กฎ หมายก็ได้

โอเคค่ะ แน่นอนค่ะ อย่างแรกค่ะ พ.ร.บ.การศึกษา แห่งชาติฉบับใหม่อันนี้เราปักธงไว้เลยนะ คะ ภายใน 100 วันแรก เราต้องดัน พ.ร.บ.การ ศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เข้าสภาทันทีค่ะ ไม่ มีเวลามาถกเถียงกันแล้วค่ะ แต่เรามีเวลาใน การมาหาฉันทามติร่วมกันนะคะ อันนี้คือส่วน แรกค่ะ ส่วนที่ 2 ค่ะ เราอยากจะพูดคุยนะคะ กับภาคประชาสังคม ภาคเอกชนนะคะว่าเขามอง อะไรเป็น priority นะคะ แล้วก็โรงเรียนและ ท้องถิ่นด้วยนะคะ แล้วเราหาฉันทามติเรื่อง นี้ค่ะว่าอะไรเป็น priority จัดการทันที ค่ะ

โอเค ชัดเจน อาจารย์ไกรยศ เอากฎระเบียบ กฎกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นระดับ พ.ร.บ. พ.ร.ก. พ.ร.ด. กฎกระทรวง และอื่นๆ มีจุดใดบ้างครับที่ว่า เข้าไป target เลยฮะ

ซึ่ง พ.ร.บ.การศึกษาเป็นสิ่งที่มันโดนดึงมา นานมากแล้ว แล้วเราควรจะต้องเร่งสนับสนุน ให้ผ่านอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ดี คิดว่า ตอนเนี้ย ระยะเวลาแล้วก็ความต้องการของ อุตสาหกรรมนั้นเปลี่ยนไปมากแล้วนะคะ เพราะ นั้นในระหว่างทางเดียวกันเนี่ย เราจะสร้าง กลไกอย่างไรได้บ้างที่จะทำให้ให้สิ่งที่มัน ควรต้อง implement ได้แล้วทำเลย และในขณะ เดียวกันต้องเปิดช่องให้มีการแก้ไข เพื่อ ที่จะปรับปรุงต่อไปได้เรื่อยๆ ประเด็นถัด มาก็คือว่าเราควรจะต้องมาดูใหม่ทั้งหมด ว่าไอ้ที่มันอยู่ในของการศึกษาและอะไรที่ มัน outdate ล้าหลัง หรือมันไม่มีความ จำเป็นแล้วเนี่ยจะต้องมานั่งเริ่มรีวิว ใหม่ทั้งหมด ต้องอย่าลืมนะคะสิ่งที่ ประชาธิปัตย์นำเสนอนะเนี่ย เรากำลังนำเสนอ ปรัชญาของการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นคงจะมี หลายส่วนที่เราคงจะต้องเข้าไปดูอย่าง ละเอียดนะค่ะ

อาจารย์วิทยุ

โอเค ขอบคุณมากครับ เพราะเวลาเจอทีไร เข้าไปปั๊บเจอเรื่องกฎหมายไม่รู้ฉบับไหนเป็น ฉบับไหน อ่านไม่รู้เรื่อง เพราะเรามีกฎหมาย เป็นแสนฉบับ และอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยนะครับ

งั้นอีกนิดนึงได้มั้ยคะ ทางประชาธิปัตย์พูด ถึง act เพื่อที่จะเรามีประเด็นเรื่องของ กฎหมายไม่ใช่แค่เฉพาะการศึกษาในเรื่องของ ธุรกิจด้วยที่มันมีกฎหมายซ้ำซ้อนเต็มไป หมดเลย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเดียวกันที่ ประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญว่าถ้าเราจะนั่ง แก้ทีละอันมันอาจจะใช้เวลา แต่ถ้าเราบอกมี เป้าหมายเดียวกันว่าอนาคตของเราจะเป็น อย่างไรนะเนี่ย ทำกฎหมายแม่บทเฉพาะกิจตรง นี้เนี่ย เพื่อที่ว่าเราจะได้สามารถ bypass ไอ้ที่มันซับซ้อนแล้วมัน outdate ล้าหลังไปนะเนี่ยเนี่ยคือสิ่งที่เราควรจะทำ แต่อย่างไรเลยมันอยู่ที่ว่า 1 เราต้อง เปลี่ยนวิธีคิดของคำว่าการศึกษาไปสู่การ เรียนรู้ตลอดชีวิต เราเน้นในเรื่องของ demand driven เรื่องเนี้ยจะเป็นจุดที่ สำคัญค่ะ

อ่ะครับ ถ้าเกิดว่ามีกฎหมายฉบับนี้ ขอ นะครับ เขียนให้อ่านรู้เรื่องหน่อย

แม่ ขออนุญาตเสริม เดี๋ยวจะหลุดประเด็นเรื่องนี้ คือเรื่อง เงินค่าบำรุงการศึกษาที่โรงเรียนเขาเก็บ เพิ่ม

อือๆ

ที่บอกว่าเรียนฟรี คือตรงเนี้ย คือค่าบำรุง ต่างหาก ก็คือเขาจะไปเก็บเป็นค่าแม่บ้าน บ้าง ค่า รปภ. ค่าคอมพิวเตอร์ หรือค่าครูต่างชาติ ซึ่งอัน เป็นเงินที่เขาออกมาว่าเป็นค่าบำรุง แต่ ไม่ใช่ค่าเทอม

อือ

แต่ผู้ปกครองก็คือจำเป็นต้องจ่าย

แต่ถ้าสมมุติเราออกกฎว่าไม่ให้เขาเก็บ แล้วตรงเนี้ย ที่โรงเรียนจะต้องเป็น อ่า โรงเรียนยังต้องรับภาระตรงจุดนี้

อันนี้ก็คือเราต้องมองให้รอบด้านด้วย เหมือนกัน

อันนี้ฝากไว้นะครับ เวลารับตัวเราพอสมควร แล้วนะครับ ยังไงก็ตามต้องขอขอบคุณนะครับ ทั้ง 2 ท่านเลยนะครับ อันนี้ก็ผ่านไปแล้ว นะครับ 2 คู่ครับ ยังไงก็ตามท่านที่ชมอยู่ ท่านสามารถที่จะโหวตได้นะครับ ว่าตัวแทน จากพรรคการเมืองใดที่ดีเบตแล้วท่านคิดว่า ท่านอยากจะให้คะแนนเขาสามารถโหวตต่อมาได้ เดี๋ยวการประกาศผลโหวตรอบต่อไปเมื่อครบ นะครับ จะมีคู่ที่ 3 ถัดมา และคู่ที่ 4 ด้วย นะครับ สำหรับคู่ที่ 3 ครับ คู่นี้นะครับ หัวข้อดังต่อไปนี้ โรงเรียนเท่าเทียม หรือว่าแท็บเล็ตลดล้ำล้ำ สำหรับแบทเทิล คู่นี้ ได้แก่ ตัวแทนจากพรรคไทยก้าวใหม่ และพรรค เพื่อไทยครับ

[เพลง]

[เพลง]

[เพลง]

ฮู้ฮู้ฮู้ฮู้เฮ

[เพลง]

[เพลง]

อาจารย์เอ้ กับอาจารย์ข้าว นะครับ

โรงเรียนเท่าเทียม หรือแท็บเล็ตรถเหลื่อมล้ำ ผมไปที่พรรคไทยก้าวใหม่นะครับ ของอาจารย์ ชวีก่อนนะครับ ท่านต้องการให้โรงเรียน 29,000 แห่งมีมาตรฐานเท่ากันนะครับ แบบโรงเรียนดีใกล้บ้าน คำถามคือในวันที่เด็ก ชนบทเนี่ยนะครับ เขาเรียนรู้ช้ากว่าเด็ก เมืองเนี่ย 3 ปีการศึกษา ท่านเอกมีวิธีการ ในการยกระดับโรงเรียนที่ขาดแคลนครู และอุปกรณ์เหล่านี้ให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ใน 1 ปีได้อย่างไร ท่านพร้อมจะสั่งควบรวมโรง เรียนขนาดเล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือจะยอม หว่านงบประมาณลงไปทุกที่ แม้จะรู้ว่างบ ประมาณและทรัพยากรของเรามีจำกัด พี่เอ้ มี 90 วินาที 1 นาทีครึ่งครับ

ผมชวนทุกท่านคิดนะครับ ว่าแล้วปริมาณ ของเด็กเกิดน้อยลงเป็นจุดลบของประเทศไทย ก็จริง แต่ถ้าเกิดอีกแง่นึงก็คือ งบประมาณการศึกษาเนี่ย พอหารต่อหัวแล้วเนี่ย มาก ขึ้นน่ะ กว่ารุ่นเราอ่ะ หลายเท่าครับ

ดังนั้น มันอยู่ที่การบริหารงบประมาณ แล้ว ผมถามกลับไปนะครับ ท่านเห็นอินเดียมั้ย โรงเรียนเก่าแก่ แต่สามารถผลิต CEO ระดับโลก นะครับ Google Microsoft ได้ เพราะอะไร ครับ เพราะครูครับ ถ้าเกิดถามผมในกระบวนการ ศึกษาเนี่ย ที่เราต้องผูกที่เราต้องรื้อ โครงสร้างหลายอย่างเนี่ย ถ้าเกิดจะลงทุน อันดับแรกจะลงทุนกับอะไรครับ ครูครับ นั่น คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ดังนั้น ถามผม ครับ จะลดความเหลื่อมล้ำ อันดับแรกก็คือยก ระดับครู แล้วก็เติมครูในต่างจังหวัดที่ เรียนรู้เช้ากว่าเด็กในเมือง เพราะโรงเรียนเค้าครับ ครูคนเดียวสอนตั้งแต่ พละ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา สังคม เสร็จสิ ครับ แต่ขนาดโรงเรียนในเมือง โอ้โห ได้ครู พลตินั่มนะ ได้ครูวิทยาศาสตร์ต่างๆ ดังนั้น ให้โอกาสพรรคไทยก้าวใหม่เถอะครับ ผมรู้ว่า ต้นตอปัญหาคืออะไร งบประมาณมีเกินพอ ถ้าเกิดจะทำเรื่องแรก เติมครูเข้าไปให้ตรง วุฒิ นะครับ ครบทุกชั้น ตรงนี้สร้างการ เปลี่ยนแปลงแน่นอน แล้วเห็นมั้ยครับ การเมืองไม่เลือกไม่ตรงปก การเมืองเนี่ย สุด ท้ายแล้วนักการเมืองเข้าไป ถ้าเกิดไม่ใช่ มืออาชีพ ซื้อแท็บเล็ตก่อนพัฒนาครูไง ดังนั้น ถ้าเกิดท่านเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ ท่านก็เห็นหน้า

ชัดเจนมาก เดี๋ยวกลับมาได้คุยเรื่องของการ ยกระดับครูนะครับ เพราะเราพูดเรื่องนี้กัน มานานแล้ว แล้วก็ยังไม่สามารถยกระดับได้ จะยกระดับอย่างไร เดี๋ยวมาคุยกันด้วยนะครับ ผม มาที่ทางด้านของอาจารย์ข้าวกันบ้างครับ มองยังไงกับมาตรการนโยบายแบบนี้ครับ

ค่ะ อย่างแรกนะคะ เรื่องของแท็บเล็ตคือปลาย ทางไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นทาง อันนี้เห็น ด้วยกับพี่เอ 100% นะคะ แต่ถ้าถามว่า ต้องเริ่มที่ครูเป็นอย่างแรกไหม ข้าวคิดว่า อาจจะสัก 50% แล้วละกันนะคะ เพราะว่าคิด ว่าเอ่อเรื่องของการจัดสรรงบประมาณเนี่ย มันต้องไปที่โรงเรียน ครู และเด็กนะคะ มันต้องไปทั้ง 3 อย่างนะคะ แล้วก็จริงๆ แล้วเนี่ย ที่ข้าวบอกว่าแท็บเล็ตเป็นปลายทางเนี่ย เพราะจริงๆ แล้วเนี่ย มันมีหลายๆ นโยบายที่ทำให้ วันเนี้ย เด็กๆ เนี่ย ไม่ว่า จะอยู่ที่ไหนเนี่ย สามารถเข้าถึงนะคะ เอ่อ การศึกษาได้แล้วนะคะ อย่างพรรคเพื่อไทย เนี่ย ในตอนสมัยที่เราเป็นรัฐบาลนะคะ เรามี 1 อำเภอ 1 ศูนย์ดิจิทัลชุมชนค่ะ ที่ตอน นี้ทำนำร่องไปแล้ว 2,000 แห่ง และมี เป้าหมายที่จะทำไปถึง 8,000 แห่งทั่ว ประเทศนะคะ ตรงนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งกลไก นะคะที่จะช่วยให้คนเนี่ยสามารถเข้าถึง เอ่อ แหล่งการเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นค่ะ อันนี้ยังไม่นับตัว TK Park อีกนะคะ ศูนย์ การเรียนรู้ที่เรามีความตั้งใจว่าเราจะ กระจายออกไปทั่วประเทศเช่นเดียวกันค่ะ เพราะฉะนั้นเนี่ย แท็บเล็ตคือปลายทางค่ะ เราเสีย ถ้าเราต้องมาเสียค่างบประมาณกับแท็บเล็ต 34,000 40,000 ล้านนะคะ เอาเงิน ตรงนี้นะคะ ไปกระจายให้กับโรงเรียน ครู และเด็ก ที่มีความต้องการจริงๆ ดีกว่าค่ะ

ขอบคุณมากครับ อาจารย์ไกรยศ ขยับมือละ เรื่องความเท่าเทียม เชิญเลยครับ อาจารย์ มันเรื่องที่สำคัญมากจริงๆนะครับ ทั้ง 2 ท่านน่าจะทราบดีว่างบประมาณการศึกษา ถึงจะเป็นหลายแสนล้านเนี่ย แต่ส่วนใหญ่เป็นเงินเดือน

ครับ

นะครับ มันจะเหลือเงินอยู่น้อยมาก ซึ่งถ้าเอาไปถูกใช้ในเรื่องอะไรแล้ว แทบจะไม่เหลือไปใช้เรื่องอื่น ประเด็นสำคัญคือโรงเรียนที่เมื่อกี้เราพูดกัน น่ะ โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนที่อยู่ในชนบท น่ะ เค้าแทบไม่มีโอกาสตัดสินใจ

ครับ

อิสระในการเลือกคน เค้าก็เลือกครูเองไม่ได้

ใช่

เรื่องงบประมาณก็เลือกไม่ได้ หลักสูตรก็มี หลักสูตรท้องถิ่นไม่กี่เปอร์เซ็นต์

อืม

ทำยังไงให้เขามีอิสระในการกำหนดอนาคตของ เค้า และตัวลูกศิษย์ของเขาได้ ในกระบวนการ จัดทำงบประมาณ อันนี้สำคัญมากนะครับ เพราะมีการพูดมาหลายการเลือกตั้งแต่ สุดท้ายเอาจริงๆๆ โรงเรียนแทบไม่มีโอกาสอะไรเลยนะ ครับ แล้วประเด็นที่ 2 ผมขอสอบถามครับว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ว่าเนี่ย เทคโนโลยีเอามาใช้ทำอะไรได้บ้าง ถ้าบอกว่า แท็บเล็ตไม่ใช่คำตอบ ทั้ง 2 ท่านเหมือนกัน เห็นตรงกัน

แล้วเทคโนโลยีแบบไหนในโลกของ AI โลกของ อนาคตเนี่ย ที่จะมาติดอาวุธให้กับคุณครู และก็โรงเรียนในการลดความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษาได้จริงๆ ครับ

เอาอาจารย์เอ้ก่อน เชิญเลยครับ 1 นาทีครับ

เห็นด้วยกับอาจารย์เอ้ นะครับ ท่านอาจารย์ไกรยศ จริงๆ นะครับ จากนั้นก็ตามนะครับ พรรคไทยก้าวใหม่ เป้าหมายสูงสุดก็คือลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ เรารู้ว่าความเหลื่อมล้ำเนี่ย เกิดขึ้นในโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเหลื่อมล้ำมากขึ้นมากขึ้นนะครับ ดังนั้น ย้ำอย่างที่ผมพูดตอนแรกนะครับว่า เค้าต้อง ได้ครูนะครับ ที่ตรงตามวุฒิ และทุกลำดับ ชั้น และการใช้บัญญัติยางค์นะครับ แบบว่า โรงเรียนเล็กได้ครูเท่านี้นะครับ ได้งบประมาณเท่านี้ แบบนี้เลิกเถอะครับ เพราะไม่ ฉะนั้นแล้วความเหลื่อมล้ำยิ่งจะมีความรุนแรง มากยิ่งขึ้น อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ พรรคไทยก้าวใหม่ อาสาจริงๆ เรื่องเทคโนโลยีครับ อาจารย์จำเป็นนะครับ และผมเห็นด้วยกับทั้งข้าวเลยนะครับ แต่ไม่ใช่เทคโนโลยีต้องมาก่อน เทคโนโลยีเนี่ย คอยประ เทคโนโลยีที่อยากใช้ก็คือเทคโนโลยีทำให้ หมดภาระเรื่องของการประเมินครูเนี่ยนะ ครับ ครูต้องมาทำเอกสารต่างๆ สุดท้ายแล้ว ไม่ได้สอนหนังสือ เทคโนโลยียุคปัจจุบัน เนี่ย ทำให้ครูครับ

ขอบคุณมากครับ พี่ครับ อาจารย์ข้าวครับ

ค่ะ ตอบคำถาม ดร.ไกรยศ นะคะ อย่างแรกค่ะ เรื่องของการกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่ สำคัญมากๆ นะคะ เราต้องกระจายอำนาจ และกระจายอย่างแท้จริงนะคะ ไม่ใช่พูดเป็น คอนเซ็ปต์สวยๆ ว่าจะกระจายอำนาจนะคะ เพราะอะไรคะ เพราะว่าท้องถิ่นเค้ารู้จักบริบท ของเขาดีที่สุด อัตลักษณ์นะคะ และเขารู้ปัญหา ของเขาดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราก็จะต้อง กระจายอำนาจในการตัดสินใจเนี่ยไปให้เขา มากขึ้นนะค่ะ ส่วน ซึ่งอันนี้เราต้องทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงมหาดไทย เช่นเดียวกันนะค่ะ เราทุกคนเนี่ย เวลาพูดถึง เอ่อ เรื่องของการศึกษาเนี่ย ก็จะมองแค่กระทรวงศึกษา กระทรวง อว. กระทรวงแรงงาน กระทรวง พม. แต่ว่า จริงๆ แล้วเนี่ย กระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกที่สำคัญมากๆ นะคะ ในการที่จะช่วยตรงนี้นะคะ ส่วนที่ 2 ค่ะ ถ้าถามว่าเราจะเอาเทคโนโลยีเนี่ย ให้เข้ามาใกล้เด็กมาก ขึ้นได้ยังไง เข้ามาใกล้การศึกษามากขึ้น ได้ยังไง จริงๆ ทุกวันนี้มันใกล้มากแล้วนะ คะ แต่ว่า

[เสียงปิ๊งปอง]

หมดเวลาไปแล้ว ผมว่าจะมีเด็กคนนึงนะครับ ในบรรดาพวกเราที่เกิดมากับการเรียนแบบโลก เทคโนโลยีนั้น คือน้องกร ครับ น้องกร มีมิติ มุมมองการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียน เพราะกรนี้เรียนทั้งในห้อง และก็ นอกห้อง ได้เป็นอย่างดี เชิญครับ

กรครับ ก็ในมุมผม อาจจะเสริมจากประเด็นเรื่องครู นิดนึงที่ อย่าง ดร.เอ้ เกริ่นว่าต้อง เอ่อ ลงทุนกับครู นะครับ อันนี้จะเสริมมุมมองที่ว่า เอ่อ ทั้งจากมุมที่หมอแม่เกริ่นว่าครูในระดับปฐม วัยเนี่ย ก็มีความจำเป็นว่าจะต้องเชี่ยว ชาญ ไม่ใช่ว่าเป็นปฐมวัยแล้วไม่ได้รับความ สำคัญ กับอีกหนึ่งที่ผมว่าจำเป็นมากๆ คือไทยเรามีคนเก่งเยอะมาก

แต่คนเก่งเหล่านี้ ที่มีความเชี่ยวชาญ เฉพาะทางเนี่ย ไม่ได้กลับมาเป็นครู

ไม่ได้กลับมาสอน หรือสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ได้กลับมาโค้ช คอยส่งต่อให้กับเด็กรุ่นถัด ไป

อันนี้จะเป็นหนึ่งในช่องว่างที่หลงเหลืออยู่ กับอีกมุมนึงที่ในฝั่งเทคโนโลยีครับ อันนี้ทั้งอาจารย์ข้าว ทั้ง ดร.เอ้ อาจจะมี นโยบายฝั่งนี้เหมือนกันว่า เอ่อ เรามีการใช้เทคโนโลยี หรือถ้าพูดกันตรงๆ ก็คือ คีย์เวิร์ดคำว่า AI

อืม

Artificial Artificial Intelligent เนี่ย ได้ถูกนำมาใช้งาน อันที่จริงในชีวิต ประจำวันของพวกเราก็ใช้งาน AI เป็น เครื่องมือ เป็นตัวช่วยกันมากขึ้น แต่ในห้องเรียน ผมสัมผัสได้ และหลายคนก็ประสบ ปัญหานี้ครับ พอมี AI มา มันกลายเป็นการลด กระบวนการในการสืบค้น ในการหาคำตอบของเด็ก กลายเป็นว่า เอ่อ มีเด็กคัดลอก copy paste ไปส่งครู แบบเต็มๆ อย่างงั้นเลย และในเวลา เดียวกัน ข้อมูลจาก AI ก็อาจจะหลอน อาจจะ hallucinate อาจจะไม่ใช่ความเป็นจริง

เราจะมีมาตรการอย่างไรที่จะสามารถให้ AI เป็นเครื่องมือครับ โดยที่ไม่ใช่ว่า เอ้ย เราต้องยึดติด หรือไม่มีการตรวจสอบอะไรอย่างนี้เลยครับ

สิ่งที่กรพูดมา มันตรงกับรอบที่ 2 เลยนะ ครับ คือเรื่องของความรู้เท่าทันการใช้ เทคโนโลยีในการศึกษา เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตไปที่รอบที่ 2 นะครับ หรือว่ายกที่ 2 ของคู่นี้กันเลยนะครับ คำถามจะไปที่พรรคเพื่อไทยก่อนนะครับ ก็คืออาจารย์ข้าวนะครับ 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต ซึ่งเมื่อสัก ครู่ อาจารย์ข้าวบอกแล้วว่าคงไม่ใช่นะครับ แต่คำถามเป็นดังต่อไปนี้ครับ รายงานจาก กสส. เขาชี้บอกว่าทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ และสร้างสรรค์ของเด็กไทยอยู่ในระดับต่ำ ท่านจะตอบมหาชนอย่างไรว่านะครับ การแจก แท็บเล็ต หรือว่าการใช้เทคโนโลยี ผมเรียก กว้างๆ แล้วกันเนอะ การใช้เทคโนโลยีนั้น จะไม่ไปซ้ำเติมภาวะสมาธิสั้น หรือว่า IQ ลดลง และท่านจะทำอย่างไรให้นวัตกรรมนี้ เข้าถึงเด็กยากจนที่ขาดแคลนอินเทอร์เน็ต และไฟฟ้า เมื่อเกิดวิกฤตภัยธรรมชาติ เหมือนในปี 256 แต่ผมว่าสำคัญ โฟกัสคือเรื่องของความ รู้เท่าทันการใช้เทคโนโลยี ทั้ง AI ทั้งเรื่องของการไป เอ่อ ใช้อินเทอร์เน็ต และอื่นๆ ครับ ผมไปที่อาจารย์ข้าวก่อนครับ

ถ้าว่าจริงๆ ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของความ เอ่อ เรื่องของเทคโนโลยี อย่างแรกเลยนะคะ ที่จะต้องปรับก่อน คือการปรับหลักสูตรให้เด็กไทยคิดเป็นก่อนค่ะ ทุกวันนี้นะคะ เด็กไทยนะคะ ถูกหลักสูตรเนี่ย ครอบ ไม่ได้เป็นการเปิดพื้นที่ให้เขาได้คิด ไม่ได้สอนให้เขาได้คิดนะคะ ท่องตามตำรา ท่องจำนะคะ ก่อน ที่จะไปถึงเทคโนโลยี เราต้องทำให้หลักสูตร เปิดพื้นที่ให้เด็กคิดได้ คิดเป็น คิดอย่าง สร้างสรรค์ก่อนค่ะ พอมาถึงเรื่องของตัว เทคโนโลยีเนี่ย คือจริงๆ แล้วเนี่ย รอบนี้เนี่ย เอ่อ พรรคเพื่อไทยเนี่ย มีนโยบาย AI for all โดยที่เราจะมีตัว National AI แพลตฟอร์ม ที่ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักเรียน หรือว่าคนที่มีความสนใจด้าน AI เนี่ย สามารถเข้ามาเรียนได้ เรียนแล้วได้ Certificate แล้วก็จะได้ Token ในการที่จะไป Subscribe นะคะ ตัว เอ่อ AI แพลตฟอร์ม ระดับโลกนะคะ ที่ทุกวันเนี้ย เราใช้ฟรี มันมีข้อจำกัดเยอะมากเลย แต่ถ้าฉันสมมาเสีย ค่า Subscribe แบบเดือนละ 700 เป็น 1000 อะไรอย่างเงี้ย ก็ไม่ไหว อันนี้ก็จะ เป็น คือจริงๆ แล้วเนี่ย AI มันเป็นเรื่อง ใกล้ตัวกว่าที่เราคิดเยอะนะคะ เราต้องไม่ ให้มันเป็นเรื่องไกลตัวนะคะ แต่ว่าตอบ คำถามของน้องนิดนึงว่า แล้วท้ายที่สุด เราจะทำยังไงที่จะไม่ให้ เอ่อ ปัญหาที่ตะกี้ น้อง Men เนี่ยเกิดขึ้นได้ ตรงนี้เนี่ย ข้าวคิดว่าจริงๆ มันเป็นหน้าที่ของทุกๆ คนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือโรงเรียน

[เสียงปิ๊งปอง]

เวลาไปแล้วค่ะ

ค่ะ

พี่เอ้ครับ เรื่องของ AI literacy Technology Literacy ความรู้เท่าทันปัญญา ประดิษฐ์ และอื่นๆ กับการศึกษา พี่เอ้มองว่า สมดุลควรจะอยู่ที่ไหนครับ

ครับผม จบปริญญาเอกทางด้าน AI มานะครับ เพราะงั้นรู้จักเขาดี และรู้ข้อจำกัดของเขา ชื่อก็บอก Artificial จำลองเทียมนะครับ ดังนั้นแล้ว AI เป็นผู้ ช่วย แต่ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ โดยเฉพาะครู ได้ ผมย้ำ และส่งสัญญาณในรายการนี้ชัดเจนนะครับ ครูสำคัญจริงๆ น้องกรพูดถูกครับว่าอยากให้คนเก่งเป็นครู แต่อย่าโทษเลยพี่ว่าคนบรรจุครูได้เก่ง น้องกร พี่จะจบจาก MIT มา ถ้าเกิดพี่ไม่อัพสกิลนะ 2 ปี พี่ก็ไม่เก่งแล้ว เพราะงั้นอย่ามาบอกว่าจบ MIT แล้วมันจะเก่ง ดังนั้น วันนี้ถ้าเกิดจะอัพสกิล อัพสกิลครูครับ ย้ำอกิครู โลกการศึกษา เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วนะครับ อัพสกิลครูในเรื่อง การสอนให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักใช้ AI ในการสอน ตรงเแหละ จะเป็นการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นไม่พอ นะครับ พูดถึงเรื่องเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ AI วันนี้ จำเป็นมากๆ เห็นด้วยกับหมอแม่เลย วันนี้ลูก ผม 7 ขวบ เรียน AI แล้วนะครับ แต่ต้องเรียน ต้องไปเสียงานเงินไปโหนดังนั้น ตั้งใจในฐานะที่คนทำเรื่อง AI มา ตั้งใจว่าตั้งแต่เด็กอนุบาล ประถม วันนี้ต้องค่อยๆ เติมเกี่ยวกับเรื่อง AI วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพิ่มเติมไปประกอบกับการอัพสกิลครู ขาด สิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ เทคโนโลยีทั้ง 2 ตัวนี้ และเช่นเดียวกันครับ เรื่องการประเมิน วันนี้ การประเมินนะครับ ให้เด็กที่ ต้องสอบเนี่ย ไม่ควรจะทำแล้ว เดี๋ยวนี้ AI ช่วยได้ว่าเด็กคนไหนต้อง

[เสียงปิ๊งปอง]

ผมว่าหมอแม่เนี่ยน่าจะเวิร์คมาก เพราะหมอแม่เนี่ยนะฮะ เป็นเด็กที่เกิดรุ่นเดียวกันกับเรา

เราเรียกว่าเรา [เสียงหัวเราะ] ระหว่างทาง

และเราต้อง adapt มัน ส่วนในขณะที่เอชต่อมา เช่นลูกของคุณหมอแม่ ก็จะเป็นเรียกว่า digital native เกิดมามีเทคโนโลยีเลย แล้วเทคโนโลยีก็เข้มข้นขึ้นมาทุกวัน คุณหมอแม่มองประเด็นนี้อย่างไรครับ

คิดว่าเรื่องการใช้ AI เนี่ยเป็นเรื่อง สำคัญ แต่พอเราแก่แล้ว เราขึ้นมาใช้เนี่ย เรายัง มีวิจารณญาณ เรามีประสบการณ์ในการคิด วิเคราะห์ ในการประมวลเหตุผลว่ามันจริงไม่จริง มีประสบการณ์อันเนี้ย โอเคได้ แต่ในขณะ ที่เด็กเล็กๆ การที่เราอยู่ เราจะให้ อันเนี้ยไปด้วยกันเลยเนี่ย แม้ว่าต้องคิด หนักๆ ว่าเราจะ balance ยังไง ในเมื่อเค้าก็ มีการใช้โซเชียลมีเดียอยู่แล้ว โทรศัพท์ เนี่ย การที่เราจะดึงเขาแค่ออกจากโทรศัพท์ เนี่ย ก็ยากแล้ว สังเกตดูคือเด็กเดี๋ยว นี้คือการสื่อสารเนี่ยไม่ค่อยเลย เพราะว่าพ่อแม่ให้แท็บเล็ตใช้อ่ะ ซึ่งอันเนี้ย เป็นปัญหาสำคัญ ทำยังไงที่เราจะไปเน้นเรื่องอื่นๆ ที่เราอยากจะปลูกฝังเด็กให้จำเป็น ในการที่เขาจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ก่อนที่เราจะยัดเยียด ไม่ใช่ยัดเยียด ก่อนที่เราจะส่งเสริม อ่า เรื่อง AI เข้าไป อันเนี้ย แม่ว่าต้องชั่งน้ำหนักที่ดีนะคะ

ครับ จริงๆ แล้วเนี่ย คำถามมันมีรากฐาน องค์กรดีๆ ที่ชื่อ กสส. ใครวะองค์กรนะ [เสียงหัวเราะ]

อาจารย์ไกรยศ โยนไปเลยนะฮะ

ชงมาเข้มมากเลยนะครับ งี้ครับ ผมมี 2 คำถาม ในเชิงหลักการ และในเชิงภาคปฏิบัติ ที่ OECD เนี่ย เขาจะมี Vision 2040 เพิ่งเปิดมา ว่า

อือ

ในห้องเรียนที่เขาเอาภาพมาให้เราดูเนี่ย ในห้องเรียนมีคนอยู่ 2 คน AI อยู่อีก 2 ENT

อือ

อือ

ครูก็มี AI Companion ของเขาใช้ในการ พัฒนาการเรียนการสอนตลอดเวลา แล้วเทรนครู เทรน AI ของตัวเองให้สามารถช่วยครูที่สอน ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เด็กก็ AI ของตัวเองให้เป็นเพื่อนร่วมทาน ในการเรียนรู้ของเด็กไปได้เรื่อยๆ นั่นคือ Vision 2040 OECD

เราจะเห็นภาพแบบนี้ในเมืองไทย หรือของเรา อาจจะเป็นเวอร์ชั่นที่แตกต่างไป คำถามที่ 2 ก็คือว่า ถ้าเราจะต้องจ่ายเงินเป็น science ให้กับเด็กมี AI 1 อัน ครูมีทุกวันนี้ครู ยังไม่มีอีเมลที่เป็น official อีเมลเลย

ลองนึกถึง 400,000 คน เราจะลงทุนยังไง แล้วเราจะใช้ BOI หรือเราจะใช้การลงทุนดึงที่เราเวลาเราดึง Data Center มาสร้างที่นี่ ได้สิทธิประโยชน์ ได้อะไร เราจะมีแรงจูงใจให้เอกชนมาร่วมลงทุนเรื่อง AI กับการศึกษาได้ครับ

ตอบเลยมั้ย เอาอาจารย์ข้าวก่อน อาจารย์ข้าว คนไหนขยับก่อนนะฮะ อาจารย์ข้าวขยับแล้ว

โอเคค่ะ ก็ขอตอบคำถามที่ 2 ก่อนนะคะ เอา จริงๆ แล้วเนี่ย พอถ้าเดินสายคุยกับภาค เอกชนเยอะๆ นะคะ โดยเฉพาะสภาดิจิทัลเนี่ย ทุกวันนี้เขาพร้อมนะคะที่จะร่วมมือกับเรา นะคะ ในการที่จะนำสิ่งที่อาจารย์ เอ่อ ดร.ไกรยศ บอกเนี่ย เอ่อ ไปช่วยเสริมศักยภาพของ น้องๆ นะคะ อันเนี้ย ข้าวเชื่อว่ายังมีภาค เอกชนหลายๆ แห่งที่พร้อมที่จะทำตรงนี้ค่ะ ที่สำคัญคือหน้าที่ของรัฐบาลค่ะ ที่เราจะ ต้องเดินไปหาภาคเอกชนเหล่านั้น ทำหน้าที่ เป็น facilitator เพื่อที่จะเพิ่มโอกาส ให้กับภาคเอกชนเนี่ย ได้มาเจอกับโรงเรียน ที่มีความต้องการจริงๆ นะคะ อันนี้ก็ตอบข้อ 2 ตะกี้กี้ข้อแรก

AI จะเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาไทยยังไง เรา อย่างที่ผมเรียนว่าในโลกอนาคตที่ OECD ทำนายคือ AI ครูก็จะใช้ AI ที่จะเทรน ขึ้นมา เด็กก็จะมีเหมือนกัน ประเทศไทยเราจะ เห็นภาพนั้นในวันนี้มั้ย หรือว่าหลักการ ของเราจะใช้แบบที่ต่างไป

โอเค ถามว่าจะเห็นภาพ เอ่อ ขนาด OECD ยัง 2040 เลยอ่ะนะคะ ประเทศไทยยังไม่ได้เป็น สมาชิกของ OECD เลยอ่ะนะคะ เพราะฉะนั้น เนี่ย ก็อาจจะไม่ได้เร็วขนาดนั้น แต่ว่า สิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ได้ค่ะ

[เสียงปิ๊งปอง]

ก่อนไป อาจารย์ ก่อนไป พี่เอ้ ผมเชื่อว่า อาจารย์ฮูกเนี่ยน่าจะมี [เสียงหัวเราะ] จะได้คอมไบน์ 2 อัน เป็นคำถาม พี่เอ้ อาจารย์ฮูกเคยเลยครับ

อาจจะไม่ใช่คำถาม แต่มีประเด็น dialogue ด้วย ประเด็นเมื่อตะกี้ที่อาจารย์ไกรยศ เปิดมา สำคัญมากคือจะระดมทรัพยากรการศึกษา เข้าไปโรงเรียนยังไง หลายประเทศก้าวหน้ามากนะฮะ ผม 2 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นเก็บภาษีมูลค่า เพิ่มเพื่อระดมเทคโนโลยีเข้าโรงเรียน

อือฮึ

มีชัดเจนว่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อจะ เอาเงินส่วนนึงเนี่ย มาซื้ออุปกรณ์เข้าโรงเรียน อาจจะเป็น choice ที่ท่านจะต้องขบคิด ต่อไปว่าจะต้องไปถึงขั้นนั้นหรือเปล่า เนาะ แล้วก็ประเด็นเรื่อง เอ่อ การพัฒนาห้องเรียนให้ทันกับอนาคตเนี่ย ตลกร้ายมากนะฮะ

ห้องเรียนที่ทุกวันนี้เราเดินอยู่ในโรงเรียนเนี่ย เราเห็นห้องเรียนศตวรรษที่ 20 นะฮะ

อืม

โต๊ะเรียนยังนั่งเป็นแผง หากระดานดำอยู่ แม้กระทั่งโรงเรียนชั้นนำก็จัดโต๊ะแบบนี้ ห้องเรียนศตวรรษที่ 21 ที่ต้องเน้นการทำงาน เป็นกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล มี IC เพียงพอ ต่ออยู่ในห้องเรียนก็ยังแทบไม่ได้เกิดขึ้น กับโรงเรียน mainstream ในบ้านเรา แล้วเราจะไปถึงปี 2040 เนี่ย อันนี้เป็นโจทย์ยาก อีกอย่างนึงเนาะ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องวิ่ง ตามใคร ผมคิดว่าเราต้องคิดวิธีการช็อตพา ตัวเองไปสู่วันนั้นให้ได้ แต่เรื่องใหญ่คืออันนี้ครับ ที่พี่เอ้บอกเราจะพัฒนาครูเนาะ

ใช่

ตอนเนี้ย คำถามคือ อยากจะให้เด็กเป็นอะไร ครูทำได้หรือยัง อยากจะให้ครูทำเหล่านี้ได้ อาจารย์ครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ที่สอนครู มาทำได้หรือยัง เราไม่มีแผน HR ประเทศไทย นะครับ อาจารย์อาจารย์ครุศาสตศึกษาศาสตร์ จำนวนตัวมากเลย จบในประเทศ เพราะฉะนั้น จินตนาการอย่างการศึกษาแบบอื่นเนี่ย น้อย มากเลย ทุนต่างประเทศที่ให้กับอาจารย์ มหาวิทยาลัยเนี่ย แทบจะไม่ค่อยเดินมาหา อาจารย์ฝากครุศาสตศาสตร์ เพราะตอนเนี้ ถูกมองว่ามีความพร้อมในการผลิต ป.เอก เองแล้ว ผมว่าอันนี้อาจจะเป็นตัวนึงเนาะ ที่ทำให้ จินตนาการและการศึกษาอีกแบบมันเกิดยาก รวมถึงข้าราชการชั้นสูงในกระทรวงด้วย ที่จบ ป.เอก กันในประเทศไทยเนี่ย ก็จบ ป.เอก ในประเทศไทยครับ เพราะฉะนั้น เวลาเขาจะมองเรื่อง อนาคตการศึกษาเนี่ย มันมีแผดานของ ประสบการณ์ที่จำกัดมากๆ ผมคิดว่าถ้า อาจารย์อยากจะสนใจเรื่องการยกระดับคุณภาพ ของครู การผลิตครู พัฒนาครู พัฒนาผู้บริหาร โรงเรียนเนี่ย ทำงานกับตัวละครเหล่านี้ ที่จะต้องระดมเข้ามา แล้วก็ต้องอยากคุณภาพ เป็น priority แรกๆ ทำสิ่งที่ถูกทิ้งมานาน ให้เกิดขึ้น คือยกระดับกระบวนการในการผลิต พัฒนาผู้สอน ครู และผู้บริหารการศึกษาฮะ ครับ

คำถามนี้ผมขอขบวนว่ามันคือการอยู่ร่วมกัน ระหว่างครูกับ AI ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ผมขอเพิ่มเติมนิดนึงครับ เพราะว่าเวลา ที่พูดแล้วบอกว่าต้องใช้งบประมาณอีกแล้ว งบประมาณของ เอ่อ กระทรวงศึกษาบ้านเรานี่ น่าจะอยู่อันดับท็อป 3 ไปแล้ว

นะครับ ผมขอเพิ่มเติมนะครับว่า อันนี้ผมถาม อาจารย์เอ้ก่อน ให้เวลาเพิ่มเติมด้วยนะ ครับ ว่าจะพัฒนาตรงนี้อย่างไร ขณะเดียวกัน จะ shuffle หรือจะบริหารจัดการงบประมาณที่ มันมีอยู่แล้ว มันเยอะแล้วเนี่ย ให้มันอยู่ในรูปทรงใหม่ได้มั้ย คือเหมือนกับพูดมา กี่ที งบก็เยอะอยู่แล้ว บอกเทงบเข้าไป มันก็ไม่เกิดขึ้น ผมไม่รู้โครงสร้างเป็นไง แล้วถ้าเกิดจะปรับโครงสร้าง ตัวงบประมาณ จากเท่าไหร่ จะปรับอย่างไร ขอพี่เอ้ 1 นาที ตรงนี้ก่อนครับ

ขอบคุณอาจารย์นะครับ เพราะว่าที่ท่าน อาจารย์ถามเนี่ย มันเป็นการสะท้อนว่าการศึกษาไทยเนี่ย มัน complicated มันซับซ้อนมาก มันต้องมืออาชีพ อาจารย์ท่านอาจารย์คิดว่าใครจะบริหารครู ได้เหรอครับ ผมเคยบริหารมหาลัยนะฮะ เป็นประธานาธิการบดี ประหาร อธิการบดีนะครับ เพราะงั้นเนี่ย อันนี้มัน ยากจริงๆ นะครับ แต่อยากให้อาจารย์มีความ หวังครับ แล้วผมย้ำนะครับ วันเนี้ย จุดเริ่มต้นคือการพัฒนาครู ต้องมีความหวัง การพัฒนาครู อาจารย์พัฒนาจบปริญญาเอกมาก็ไม่ใช่ว่า จะเก่ง 2 ปีก็ต้องมาพัฒนาอยู่ดี ดังนั้น ถ้าเกิดมีเงินในกระเป๋าก้อนนึง เริ่มต้นด้วยการพัฒนาครู พัฒนาครู และพัฒนาครูครับ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่นอนนะครับ เช่นเดียว การงบประมาณนะครับ เอกชนพร้อมมาครับ เพราะจริงๆ แล้วเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีต่างๆ เอกชนต้องการข้อมูลในการยกระดับต่อ มีแต่รัฐมนตรีนั่นแหละครับ ไม่เคยเปิดให้เอกชน เนี่ยเข้ามาเลย ดังนั้น อาสาครับนะครับ จะเป็นคนกลางระหว่างเอกชน และสถาบันการศึกษา ให้ได้

[เสียงปิ๊งปอง]

เมื่อสักครู่เห็นอาจารย์ข้าวขยับนิดนึง เวลาพูดถึงงบประมาณ ผมไม่แน่ใจว่า size งบประมาณการศึกษาเป็นเท่าไหร่ แต่ผมรู้ว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ใหญ่มากนะครับ ถ้าถามว่าการ shuffle งบประมาณภายในตอนเนี้ โครงสร้างงบประมาณ ถ้าบอกว่ามีความพร้อม ด้วยการที่จะเดินไป งบประมาณเตือนนี้ถูก บริหารจัดการอย่างไร เงินเดือนครู กี่ เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ เท่าไหร่ แล้วถ้าเราจะ เขย่า เราจะเขย่าอย่างไรให้มันมี ประสิทธิภาพภายในเวลาที่รวดเร็ว ในงบประมาณ 70 เพราะอาจารย์หวังงบประมาณ 70 นะครับ โอเคค่ะ อย่างแรกเลยค่ะ ทุกวันนี้นะคะ กระทรวงศึกษาธิการเนี่ย ถูก label ไปแล้ว นะคะ ว่าเป็นกระทรวงสวัสดิการครูนะคะ ซึ่งตรงนี้ การการที่เราให้สวัสดิการครูไม่ใช่ เรื่องผิดนะคะ ครูต้องมีสวัสดิการนะคะ แต่ว่าเราการจัดสรรงบเนี่ย ทำไมเราไม่มองว่า สวัสดิการเนี่ย มันไม่ใช่ privilege แต่ สวัสดิการมันคือการช่วย reskill อัพสกิล เค้าให้เค้ามีทักษะนะคะ ให้เพื่อที่จะ เตรียมความพร้อมของครู ในการที่จะให้ความ รู้กับนักเรียนนะคะ มันไม่ใช่แค่เรื่อง ทักษะด้วยค่ะ จริงๆ แล้วเนี่ย อีกเรื่องนึง ที่สำคัญมากๆ ก็คือการเตรียมความพร้อมของครู เพื่อรองรับสภาพจิตใจของเด็กๆ นะคะ ก็ คือจริงๆ แล้วเนี่ย พอมีโอกาสได้คุยกับภาคี เครือข่ายของ เอ่อ ด้านการศึกษาค่ะ เขาบอกว่า 1 ปัญหาหลักๆ สำคัญมากๆ ก็คือเรื่องของ จิตวิทยา ทุกวันนี้เนี่ย ครูเนี่ย ยังไม่ได้ รับการเทรนด้าน positive psychology ด้วยซ้ำนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย ตรงเนี้ย ข้าวเลยมองว่าสวัสดิการมีได้นะคะ แต่แปลง สวัสดิการเอางบเหล่านั้นมาอัพสกิล คุณครู ให้ครูมีความพร้อมทั้งในการที่จะให้การ เรียน เอ่อ ให้ให้ในการสอนเด็ก และก็ให้การ และก็โอบรับเด็กด้วยค่ะ ตรงนี้ก็ตรงไปตรงมาค่ะ

ถ้าเกิดว่าเพื่อไทยได้บริหาร เดี๋ยวเราจะไปแกะดูนะครับ ว่างบประมาณของการ shuffle

หน้าตาจะออกมา ผมไม่รู้ตอนนี้กี่ 10 ล้าน นะครับ แต่ผมว่าเกินกว่า 10% ของงบประมาณ นี้ 3.5 5 ล้านล้านนะครับ ล้านล้านนะครับ อันนี้เกินกว่า 10% เยอะที่สุด เป็นอันดับท็อป 3

แต่ว่าเอาไปใช้อะไรไม่รู้ เดี๋ยวลองดูไป ชำแหละทุกคนจะทำมั้ย ชำแหละมั้ย ถ้า

มีอยู่อ่ะ เดี๋ยวๆ ติมมา เดี๋ยว ติมมานะครับ เดี๋ยวนะครับ คงได้มาคุยกันต่อ อย่างไรก็ตามครับ ตอนนี้เวลาเหมาะแล้วนะครับ สถานการณ์ที่จะจบ สำหรับคู่ที่ 3 นี้ ขอบคุณทั้ง 2 ท่านมาก ขอบคุณพี่เอ้ ขอบคุณอาจารย์ข้าวนะครับ ขอบคุณทุกท่าน

เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราเดินหน้ากันต่อ นะครับ ไปที่คู่ที่ 4 และคู่ที่ 4 นี้มีชื่อ แบบบุฟเฟ่ต์การศึกษา ปะทะ ระบบพร้อมรับวิกฤต โดยพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชน ครับ

[เพลง]

[เพลง]

[เพลง]

เฮล

[เพลง]

[เพลง]

[เพลง]

[เพลง]

เป็นการปะทะกันระหว่าง 2 ออนะครับ ก็คือ ไอติม กับ อาจารย์อ้อ นะครับ เราจะมาคุยกันนะ ครับ ในหัวข้อนี้เลย บุฟเฟ่ต์การศึกษา ปะทะ ระบบพร้อมรับวิกฤตนะครับ ถามตัวแทนจากพรรค ประชาธิปัตย์ก่อน อาจารย์อ้อนะครับ

ค่ะ

ระบบธนาคารหน่วยกิจเครดิตแบงค์ ของพรรคประชาธิปัตย์เอง บอกว่าเน้นความยืดหยุ่น รายบุคคล คำถามคือท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่ให้การเลือกเรียนตามใจ กลายเป็นช่อง ว่างที่ทำให้คนเนี่ย ทิ้งห่างกันออกไปเยอะ ขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ท่านจะใช้กลไกอะไรมา พิสูจน์ว่าระบบนี้จะส่งผลดีต่อเด็กในชนบท ที่ปัจจุบันนี้ระดับสมรรถนะต่ำกว่าเด็กใน เมืองเนี่ย 3 ปีการศึกษา ให้พวกเขากลับมา แข่งขันได้จริง เชิญอาจารย์อ้อเลยครับ

ระบบนี้เนี่ย มาจากความเชื่อว่าเด็กที่ เก่งไม่จำเป็นต้องดูที่เกรดในสมุดพกอย่างเดียว เรากำลังพูดถึงการศึกษาเพื่อที่จะเติบโตไป มีชีวิตที่มั่นคง และมีงานทำที่ดีได้ และสามารถต่อยอดไป ไม่ว่าจะเป็น ไม่ใช่แค่ไทยหายจนเงินเท่านั้น ไทยต้องหายจนปัญญา และก็ต้องหายจนโอกาส เพราะนั้น ถ้าอันนั้นคือหลักคิด จะเห็นว่าการที่เปิด บุฟเฟ่ต์การศึกษา เพื่อที่จะเปิดกว้างให้ลูกๆ ของเรา มัธยม เอ่อ หรือประถมปลายเนี่ย สามารถที่จะเลือกเรียน และทดลองในสิ่งที่ใช่ คือมันต้องเข้าใจในช่วงอายุก่อนค่ะพี่ ว่าในช่วงนั้นน่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสำรวจความชอบ แล้วจากนั้นค่อยมาตัดสินใจว่าชอบอะไร อ้อได้มีโอกาสคุยกับเด็ก บอกว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ก็ไม่ได้บอกมาอยากเป็นวิศวะเหมือน เหมือนอ้อนะ ก็บอกอยากเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ

คำถามคือว่า แล้วทำไมเราต้องเอาความฝันนัก ฟุตบอลมืออาชีพเนี่ย อยู่แค่วิชาพละ แค่นั้น จะทำยังไงให้เราต่อยอดไปสู่การแข่งขัน ของทั้งจังหวัด หรือว่าต่อยอดไปเป็น อาชีพได้จริง สิ่งที่เราพยายามจะทำอ่ะค่ะ คือเปิดกว้าง เพื่อที่จะยอมรับว่าเค้า ควรจะจะมีทักษะอยู่ในกระเป๋าของเขา ธนาคารหน่วยกิจ วันเนี้ย มันอยู่เป็นแบบระบบส่วน centralize มหาลัยใดก็มหาลัยเค้า แต่จริงๆ เราอยากจะเพิ่มเติมไว้ว่า เรามี skill wallet ว่าทักษะของเราอ่ะ อยู่ในกระเป๋าของเรา เราจะเทียบกับ เอ่อ เราการศึกษาโรงเรียนต่างๆ เนี่ยได้ 2 การทำงาน part time คือการเรียนรู้อีกแบบนึง การทำงานที่สามารถทำเงินไปด้วย และได้ทักษะไปด้วย ก็อยู่ในทักษะ ในสกิล

เอาล่ะครับ หันมาที่ไอติมกันบ้าง ไอติมมอง ประเด็นนี้ยังไงครับ เด็กสามารถเลือกเอง ตามความฝันของตัวเองครับ

คือผมคิดว่าต้องตั้งหลักก่อนว่า ความหลากหลายไม่เท่ากับความเหลื่อมล้ำ การที่เราบอกว่าต้องการจะออกแบบการศึกษา ที่โอบรับความหลากหลาย และเด็กแต่ละคนอาจจะได้รูปแบบการเรียนการสอน ที่ไม่เหมือนกัน ไม่ได้หมายถึงการไปซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำนะครับ แต่ว่าเราออกแบบเสื้อที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก แต่ละคน ถามว่ารูปธรรมทำยังไง อย่างแรกผม คิดว่าหลักสูตรฉบับใหม่เนี่ย ต้องสลายกรอบ วิชาครับ เอาทักษะเป็นตัวตั้ง อย่าเอาวิชา เป็นตัวตั้ง เช่น สมมุติเราบอกจะเน้นทักษะ การคิดวิเคราะห์ จะศึกษาวิทยาศาสตร์ก็เป็น การฝึกการตั้งคำถาม ทักษะจากการคิด วิเคราะห์ จะเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เอาหลักฐานมากางดู วิเคราะห์ความแตกต่างของหลักฐานแต่ละส่วนเนี่ย ก็เป็นการคิดวิเคราะห์เช่นกัน หรือว่าการทำงานเป็นทีม ก็ได้จากการทำงานกลุ่มวิทยาศาสตร์ ได้จากการเตะฟุตบอลนะครับ ดังนั้น เอาทักษะเป็นตัวตั้งนะครับ นี้ประการแรก ประการที่ 2 เนี่ย ผมคิดว่าก็ต้องปรับความเข้าใจกับคุณ ครู และก็สถานศึกษา เพราะปัจจุบัน เด็กหลายคนเนี่ย มีความรู้สึกว่าคุณครู หรือสถานศึกษาให้ความสำคัญเฉพาะเด็กที่ เก่งวิชาการนะครับ ผมคิดว่าต้องสลายตรงนี้ ให้ได้นะครับ อย่างที่ 3 คือเรื่องเครดิตแบงค์ เครดิตแบงค์ ไอเดียดีครับ คือการพยายามจะให้ เอ่อ เอ่อ เด็กเนี่ย สามารถเอาประสบการณ์นอกห้องเรียนมาแปลเป็นหน่วยกิจได้ เช่น สมมุติฟัง podcast อวกาศ ไปทดสอบแล้วคิดว่ามีความรู้ด้านนี้เนี่ย แปลงมาเป็นหน่วยกิจได้นะครับ แต่ปัญหาปัจจุบันคือ 1 ต่างคน ต่างทำ ระบบราชการแตกเป็นไซโล กลายเป็นแต่ ละหน่วยงานไม่เชื่อมกัน 2 คือตราบใดที่ หลักสูตรยังเป็นหลักสูตร 51 อยู่ มันไม่ สามารถแปลงมาเป็นสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ 3 ก็คือว่าสถานศึกษาหลายแห่งเนี่ย ยังไม่มี ทักษะในการรับรอง หรือว่าเทียบเคียงหน่วย กิจตรงนี้ ดังนั้นก็ต้องไปช่วยสนับสนุนเขา ให้ทำตรงนี้ให้ได้ครับ

จินตนาการของทั้งคู่ดีมากครับ แต่คำถามถาม อาจารย์ฮูกละ ระบบพร้อมมั้ย เหมือนบอกว่าอยากเล่นดนตรีแบบนี้แหละ แต่ factor ก็คือครูเอง หรือโรงเรียนเองไม่รู้พร้อมมั้ย อาจารย์มองไงครับ

ผม ผมสนใจทั้ง 2 ประเด็นที่พูดมา และคิดว่าเด็กกลุ่มบนในสังคมไทย มีความพร้อมในการวิ่งไล่หาพวกนี้ได้ ผมมีคำถามชวนมองถึงเด็กอีกกลุ่มใหญ่ๆ ที่ที่จะตกหล่นจาก เรื่องพวกนี้ไป เช่น เด็กพิเศษเรียนร่วม เด็กกลุ่มเปราะบาง เด็กกลุ่มยากจน เด็กกลุ่มที่ อ่า เป็นเด็กได้รัฐ ได้สัญชาติ เด็กกลุ่มเนี้ย จะมีโอกาสมาถึงการเข้าถึงโปรแกรม เหล่านี้มั้ย เพราะว่าด้วยสิ่งที่เขาเป็น มันทำให้เขา handicap ทางสังคมอ่ะ ในการที่จะไปถึงการอบรม การจะไปเข้าถึงคอร์สต่างๆ หรือแม้กระทั่งไปฟัง podcast เพราะว่าเขาต้องจัด ลำดับชีวิตไปทำงานพิเศษ ต้องแบบอยู่ในความ ดูแลของผู้อนุบาลเขาอะไรต่างๆ เนี่ย เรามีวิธีการในการโอบรับความหลากหลายยังไงครับ อาจจะตอบจากมุมคุณแม่ก็ได้นะครับ พี่ย่อ และรวมถึงไอติมที่จะเป็นอนาคตคุณพ่อ เนาะ เพราะเรื่องนี้คือการโอบรับความหลากหลาย ในสังคมในมองแล้วนี่ไง แล้วก็อาจจะรวมถึงประเด็นเปราะบาง เด็ก ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นร้อนในรอบปีเลย จะดูแลยังไง เราจะมองเรื่องนี้ ยังไงกับโรงเรียนฮะครับ

ก่อนที่จะตอบ ผมขอไปที่ เอ่อ หมอแม่นิดนึงนะครับ เพราะว่าคุณหมอแม่เองก็คงจะได้ เอ่อ ส่งลูกไปเรียนในระบบนะครับ และก็เห็นความหลากหลาย แต่ขณะเดียวกัน ครอบครัวคุณหมอแม่เองก็สามารถทำให้เด็ก เนี่ยเติบโตได้ มีทักษะ มีความสุข และอยู่ในโลกปัจจุบันได้ เป็นอย่างดีครับ

ค่ะ จริงๆ แล้วอ่ะนะคะ ไอ้เรื่องของความหลากหลายเนี่ย เอ่อ แม่ว่ามันต้องที่ผู้ปกครอง ผู้ปกครองต้องยอมรับได้ว่าลูกเราเนี่ย ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง ลูกเราเนี่ย เป็นอะไรก็ได้ที่เขาอยากจะเป็น การที่เขาไม่ชอบเรียนเลขไม่ได้แปลว่าเขา จะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต อ่า เขาอาจจะไปเก่งกีฬา หรือชอบเล่นดนตรี อันเนี้ย แม่ว่าต้องไปแก้ที่ mindset ของผู้ปกครอง เอ่อ ให้เข้าใจได้ว่าเด็กเรียนเก่ง ไม่ใช่แปลว่าเด็กที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะว่าสุดท้ายแล้วจริงๆ เนี่ย เกรดที่ได้มาที่เราจบมาเนี่ย จนเราแก่ เราก็รู้แล้วว่ามันไม่ได้แปลว่าเขาจะประสบความสำเร็จในชีวิต เขาจะไม่โดนหลอก อ่า อันนี้ก็คือว่า แม่ว่าต้องมาแก้ไขที่ผู้ปกครอง

อาจารย์ฮูก เชิญเลยครับ งั้นผมขอเป็นคำถามเดียวกันครับ เพื่อที่จะทำให้สิ่งเนี้ยไป เปลี่ยน mindset ผู้ปกครอง โรงเรียนของท่าน ต้องมีหน้าตายังไง ในการที่จะทำให้ไอ้ความ เก่งที่ไม่เหมือนกันของเด็กน่ะ ถูกยกย่อง เชิดชู ไม่แตกต่างกัน เด็กกลุ่มที่ปกติ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สามารถที่จะอยู่ใน โรงเรียนได้อย่างมีตัวตน และไม่ถูกมองข้ามฮะ

ขอ ขอที่คนนี้เป็นผู้ปกครองครองก่อนดีกว่า อาจารย์อ้อ เชิญเลยครับ

ขอให้มนุษย์แม่ได้ตอบก่อน [เสียงหัวเราะ]

คืออ้อ ขอขอบคุณอาจารย์มากเลยค่ะ จริงๆ อ้อเองก็เป็นคุณแม่ ลูกก็โตแล้ว วันนี้คนโตทำงานแล้ว ทำให้เราพิสูจน์ได้ว่า

มันไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพื่อที่จะตอบ คำถามอาจารย์ คืออย่างงี้ค่ะ คำว่าการศึกษา เนี่ย เราเชื่อว่าการเรียนรู้เนี่ย มันเกิดขึ้นได้ ทั้งในโรงเรียน นอกห้องเรียน และนอกโรงเรียนได้ด้วย คิดว่าในแต่ละพื้นที่ เนี่ย เราต้องการที่จะดึงการมีส่วนร่วมของ ชุมชน เราต้องการดึงการมีส่วนร่วมของเอกชน เข้ามาด้วย แม้ว่าถ้าเกิดสมมุติลูกเรา เนี่ย ลูกอ้อเนี่ย อยู่ ม.3 สมมุตินะฮะ แล้วบอกว่าอยากที่จะไปทำงาน part time อ่า เพราะฉะนั้น สิ่งที่เขาทำเนี่ย เขาได้รับรู้ใน เรื่องของการบริการ คณิตศาสตร์ขั้นต้น อย่างเนี้ย เราก็ถือเป็นสกิลด้วยเหมือนกัน ความยากน่าจะอยู่ที่ตรงนี้ค่ะว่า เราจะทำยังไงให้กระบวนการวัดผลตรงเนี้ย มันมันเชื่อถือได้ และประเด็นถัดมาที่สำคัญ อย่างยิ่ง เรื่องนี้เนี่ย รัฐไม่จำเป็นต้อง ควรต้องทำเองทั้งหมด เราควรจะเปิดกว้างให้เอกเอกชนร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาของเราค่ะ

ขอบคุณมาก ผมขอถามไอติมเพิ่มเติมอย่างงี้ ในฐานะที่ไอติมเองก็เรียนในประเทศที่มี ระบบการศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แล้วก็จะมี GCSE มี A Level นะให้เด็ก เลือก แล้วเขาก็สามารถเติบโตไปได้ combine แล้วสะท้อนมาที่ระบบไทยเขาก็ดูแล้ว conventional เหมือนกันเนาะ แต่เขาก็สามารถสร้างคนเก่งๆ ได้เยอะแยะมากมายเลย เค้าทำยังไงครับไอติม

คือผมคิดว่า เอ่อ ผมจำได้ประโยคแรกที่ผมตอน ที่ผมได้ทุนไปเรียนมัธยมที่อังกฤษเนี่ย ประโยคแรกที่โรงเรียนบอกกับผมเนาะ คือ ให้ใช้เวลา 5 ปีข้างหน้าเนี่ย ในการค้นพบ ว่าคุณชอบอะไร แล้วเขาจะช่วยเติมเต็มความฝันของ แต่เนี้ยต้องออกตัวไว้ก่อนว่าเป็นโรงเรียนเอกชนนะ ผมได้ทุนไป แต่ว่าเป็นโรงเรียนเอกชนนั้น ทรัพยากรก็จะเยอะกว่าโรงเรียนรัฐ ค่าเฉลี่ยของที่อังกฤษ

เขาบอกว่าถ้าคุณเก่งเลข เราก็สนับสนุนให้คุณไปแข่งเลขเลย ถ้าคุณสนใจ ถ้าคุณชอบประวัติศาสตร์ เรามีหนังสือในห้องสมุดให้ อ่านได้เต็มที่ ถ้าคุณชอบการแสดง คุณสามารถ มาฝึกเล่นละครได้นะครับ ดังนั้นเนี่ย อันเนี้ย คือสิ่งที่ผมอยากเห็น ตอบคำถามอาจารย์ฮูกว่าโรงเรียนมีไว้ทำไม ผมคิดว่า 3 วัตถุประสงค์ครับ 1 คือโรงเรียนต้องเป็น หรือสถานศึกษาต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ให้เด็กแต่ละคนได้ค้นพบตนเองว่าชอบ ไม่ชอบอะไร ถนัดไม่ถนัดอะไร 2 คือโรงเรียน หรือสถานศึกษาต้องเป็นพื้นที่ในการติดอาวุธ ทักษะให้เขาสามารถมีอนาคตที่ดีได้ ผมถึง บอกว่า เอ่อ การเรียนการสอนมันต้องไม่เอาวิชาเป็นตัว ตั้งแต่เอาทักษะเป็นตัวตั้ง 3 คือผมคิดว่าสถานศึกษา หรือโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ที่จะฟูมฟักให้ทุกคน

[เสียงปิ๊งปอง]

เวลามันหมดไป แต่ขออนุญาตถามนิดนึง เพราะ สำคัญ

นึกว่าไม่มีเวลาจับอะไร คืออะไรคือสิ่งที่ เขามี

และเราไม่มี ในการที่จะทำแบบที่ไอ้ไอติมไป เรียนแล้วไอติมแล้ว แล้วไอติมสามารถทำแบบ ตามหลักสูตรได้

คืออย่างที่บอก คือโรงเรียนที่ผมไปเรียน โรงเรียนเอกชนนะนะ จะเทียบเทียบเคียงไม่ ได้เนื่องเดิมแหละครับ เรื่องการจัดสรรงบประมาณ และบุคลากรนะครับ ถ้าโรงเรียนจะจัดการศึกษา ที่มีคุณภาพได้เนี่ย คุณต้องมีงบพอ แล้วก็ คุณครูพอนะครับ ผมกลับมาเลย เรื่องงบประมาณ การศึกษา จินตนาการ 300,000 ล้านเวิทยถาม ว่าใช้ไปกับอะไรบ้าง งบประมาณ

คิดเป็นหัวใจ 4 ห้องครับ ผมเคยอภิปรายไว้ ตอนงบปี 67% เป็นเรื่องบุคลากร 25% เป็นเงินอุดหนุนผู้เรียนไปถึงนักเรียน เอ่อ 5% เป็นงบลงทุนก่อสร้างอาคาร อีก 5% เนี่ย เป็นงบ นโยบายโครงการต่างๆ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลแต่ละยุคสมัย ถามว่าถ้าพรรคประชาชน เป็นรัฐบาลเนี่ย เรามั่นใจว่าทำให้การศึกษาดีขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบแมตบาตเดียว ผมไล่จากทำง่ายไปถึงทำยากนะ ครับ 3 อย่างแรกง่ายที่สุดครับ งบนโยบาย 5% เนี่ย ก้อนไม่เยอะแต่เปลี่ยนได้เร็ว โครงการอะไรที่มันก่อให้เกิดภาระงานครู ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนเนี่ย ยกเลิก นอกจากคืนเวลาให้ครูแล้วนะครับ ซึ่งก็เปรียบ เสมือนกับการเติมครูในระบบด้วย มันเป็นการ คืนเงินภาษีให้กับประชาชน หรือเอามาใช้ใน การอุดหนุนผู้เรียนได้มากขึ้น อย่างที่ 2 ครับ เรื่องการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน จำเป็นต้องมา ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลรัฐ อย่างโปร่งใส รวมไปถึงเรื่องการจัดซื้อจัด จ้าง เพื่อทำให้ไอ้การก่อสร้างต่างๆ เนี่ย มันใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าจริงๆ นะครับ รวมไปถึงเราคิดว่า เอ่อ อีกวัตถุประสงค์นึง ของสถานศึกษาจะได้จบจบข้อนี้เลย คือต้อง ฟูมฟักให้คนนั้นเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วม ดังนั้นเราต้อง เราเห็นถึงความสำคัญของการเอานักเรียนที่มาจากการเลือกตั้งไปอยู่ใน คณะกรรมการการศึกษา เพื่อฝึกในการตรวจสอบ การใช้งบประมาณในนั้นนะครับ อันนี้ก็จะทำ ให้มันเกิดความโปร่งใสมากขึ้น อย่างที่ 3 ครับ

อืม

จำเป็นที่ต้องมาทบทวนโครงสร้างของกระทรวง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน และมี ความซ้ำซ้อนกัน มีตลกร้ายเรื่องนึงครับ ในกรรมาธิการปี 69 งบประมาณปี 69 เอ่อ ปัจจุบันเนี่ย ในในพื้นที่ครับ จะมีเขตพื้นที่ทางการศึกษาของ สพฐ. กับศึกษาธิการจังหวัดของสำนักงานปลัด ซ้ำซ้อนกันอยู่นะครับ ก็มีการถกเถียงกันว่า ในอนาคตจะต้องทบทวนบทบาท ยังไง จะควบรวมกันมั้ย ปรากฏว่า เนี่ย อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคุยใน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งน่าจะคลอดเร็วๆ นี้ ปรากฏว่ามีการของบประมาณครับ ก่อสร้าง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดใน 15 จังหวัด รวมกันเป็น 375 ล้าน ผมก็ถามว่า ยังไม่รู้เลยว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าเนี่ย จะมีการทบทวนบทบาท ยังไง ทำไมไม่เช่า ทำไมต้องสร้าง ผมก็เถียงเต็มที่ครับ ปรากฏว่าก็ไม่สำเร็จ ท้ายสุดแล้ว คะแนนเท่ากันแล้วประธานในที่ ประชุมชี้ขาดว่ายังให้คงในการก่อสร้าง เราก็เลยเสียเงินไป 375 ล้านในการสร้างอาคาร ขึ้นมา

ปิดหินปูนทราย

ครับ โดยที่ไม่รู้ว่าท้ายสุดแล้ว 2 หน่วย งานในพื้นที่เนี้ย จะจะทำงานร่วมกัน หรือมี การทบทวนบทบาท ยังไงใน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับ ใหม่ มิำซ้ำมีผู้บริหารกระทรวงครับ พูดใน ที่ประชุมเลยว่า 2 หน่วยงานเนี้ย เรียกว่า ถ้าแปลภาษานิดนึง คือเหมือนกับทำงานร่วมกันไม่ค่อยได้ ก็ต้องทำงานคนละสถานที่ ผมก็งงว่า อ้า ถ้าคุณเป็นกระทรวงเดียวกันเนี่ย หน้าที่ของผู้บริหารกระทรวงคือควรจะทำให้ แต่ละส่วนงานเนี่ย ทำงานร่วมกันได้ ไม่ใช่ หรือไม่ใช่ว่าแยกกันทำงาน

อันนี้คือตัวอย่างของงบประมาณที่เรา สามารถปรับลดได้ แต่อาจจะใช้เวลา เพื่อที่ว่าเราจะได้เอางบไปลงทุนในผู้เรียนได้ มากขึ้น

โอเค นับแต่นี้ ในการอภิปรายเรื่องงบประมาณ แผ่นดินของการศึกษา พวกเราใส่ใจเยอะๆ นะครับ เพราะเงินก้อนมันใหญ่มาก เราจะรู้ว่าเขาไปทำ อาจารย์ฮูก ยกมือเชิญเลยครับ อาจารย์

ในโอกาสที่มี 4 ท่านอยู่ พอจะเป็นฉันทามติ ใช่มั้ยครับ เรื่องศึกษาธิการจังหวัด เพราะการมีอยู่ของศึกษาธิการจังหวัด มันคือความซับซ้อนของงาน ความซับซ้อนของบุคลากร เรามีครูไม่เพียงพอที่หน้างาน แต่บุคลากรการศึกษาเป็นกระจุกอยู่ที่ศึกษาธิการจังหวัด และงานก็ซ้ำซ้อนกับสำนักงานพื้นที่เขต ถ้าทั้ง 4 ท่านเห็นตรงกัน ผมคิดว่านี่ เป็นโจทย์นึงที่ใน 100 วันแรก อาจจะต้องขบคิด ผ่าน พ.ร.บ.การศึกษา การคงไว้ การยุบรวม การปรับฟังก์ชัน และดันบุคลากรทางการศึกษาที่กระจุกตามศึกษาธิการจังหวัดเนี่ย กลับไปที่โรงเรียนให้มีอัตราเพียงพอ ในการจ้างครู ในการที่จะมี อ่า คนทำงานธุรการโรงเรียนเนาะ และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ พอจะเป็นฉันทามติได้มั้ยครับ

ผมถามตรงนี้เลย ขานตามแต่ละท่าน แต่ละท่าน ขอ 4 คนเลยนะครับ รวมทั้ง 2 ท่านด้วย เป็นฉันทามติได้มั้ยครับ ว่าเราจะเห็นสิ่งนี้ เอาคนไหนก่อนดี

อ่ะ

อ่ะ ไอติม เชิญก่อน คือผมผมเสนอไปแล้ว 2 ข้อ ผมย้ำอีกรอบ 1 คือต้องทบทวนบทบาทของ 2 2 องค์กรนี้ คือเขตพื้นที่ กับศึกษาจังหวัด ใน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่นะครับ ซึ่งก็ต้องหันหาชั้นร่วมกัน

แต่อย่างน้อยเนี่ย ข้อที่ 2 ระหว่างทางเนี่ย อย่าไปลงทุนในงบประมาณอะไรที่มัน ย้อนสอนไม่ได้ ได้มั้ย

อือ

เช่น เนี่ย ใน 2-3 ปีข้างหน้าที่ ไม่รู้ว่า 2 องค์กรเนี้ย จะมีการควบรวมกันหรือเปล่า จะไปก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ได้มั้ย เพื่อที่จะได้มีเงินเหลือให้กับผู้เรียนได้มากขึ้น

อย่างไว้ก่อน ยับย

เช่นนะครับ ผมไม่ได้บอกว่าไม่ให้มีสถานที่ ทำงานนะครับ เช่า

คนไทยนี่น่าจะก่อสร้างเก่งมากเลย

คือผมถามเฮียวิทยอย่างงี้ครับ 1 คำถามเลย

เห็นปูนทรายเพียบเลยอ่ะ

ถ้าสมมุติว่าเฮียวิทยทำธุรกิจ แล้วไม่รู้ว่าอีก 2 ปีข้างหน้าเนี่ย ยังอยู่หรือเปล่า

อืม

จะสร้าง หรือจะเช่าครับ

ไม่ทำหรอกครับ เช่าสิครับ

ตรงไปตรงมา โอเค มีคอมเมนต์จากพรรคประชาชน ประชาธิปัตย์ครับ

ขออนุญาตตอบอย่างงี้ค่ะว่า อย่างวันเนี้ย เราพูดถึงทุนมนุษย์

ถ้ายกให้ เอ่อ น้องไอติมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาเลย แล้วขอเป็นรองนายก รัฐมนตรีที่ดูแลการพัฒนาทุนมนุษย์อย่าง เป็นระบบ เพราะต้องเรียนว่าเราต้องอย่าลืม ว่ามันไม่ใช่กระทรวงศึกษาคนเดียวเท่านั้น ที่มาดูแลความเจริญของลูกของเรา เพราะฉะนั้น วันเนี้เรากำลังต่อยอดไปถึงว่า ตั้งแต่ มหาดไทยดูแลคนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ยังไง พม. ด้วย สาธารณสุขด้วย ในเรื่องของ สารอาหารที่ลูกเราที่ควรจะต้องได้รับ อย่างดี เอ่อ สาธารณสุขที่ควรได้รับอย่างดี ตั้งแต่เด็กไปจนถึงกระทรวงอุตสาหกรรม BOI และอื่นๆ ที่พยายามที่จะต้องสร้างงาน แล้วก็สร้างเป้าหมายของประเทศให้มีความชัดเจน มากยิ่งขึ้น คือว่าในประเด็นเนี้ย ซึ่งการใช้งบประมาณไม่มีประสิทธิภาพเนี่ย ยังไง พวกเราก็ต้องเห็นด้วย

เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่อยากให้ให้มี scope พูด คุยเรื่องเนี้ย ให้กว้างมากจริงๆ เพราะว่า อ้อเคยอยู่ในระบบการศึกษา อ้อทำงานวิจัย ตรงนี้มา อ้อรู้ดีว่ามันมีข้อจำกัด แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่เราควรทำได้เป็นคู่ขนานก็คือ ว่าสร้างทางเลือกในการเรียนรู้ และก็สร้างทางเลือกที่ลูกของเราเนี่ย จะได้เติบ โตในยุคอนาคตได้ มีความสุข ได้มีงานที่ดี ได้มีเศรษฐกิจที่ดี ได้ไปพร้อมๆ กัน

เดี๋ยวนะ ถึงเวลาพักคุยกันไม่รู้เรื่องอีก แยกกันไปนะฮะ อ่านั่นคือเป็นประเด็น พี่วิทนั่นเป็นประเด็นที่ว่าทำไมคำถามแรกที่ บอกว่าขอกระทรวงศึกษาเป็นกระทรวงเกรด A ได้มั้ย ได้ แต่จริงๆ ที่สำคัญกว่านั้นคือ

การพัฒนาทุนมนุษย์ควรเป็นวาระแห่งชาติ

อืม ที่ใครก็ตามที่จะมาเป็นผู้บริหาร ประเทศ หรือเพื่อนเราที่จะมาเป็นฝ่ายค้าน ควรเห็นเรื่องนี้กันว่าเราควรจะต้องลงทุน วันนี้ เพราะลูกเรารอไม่ได้แล้ว แล้วเราสร้างอนาคตที่ดีได้ เราควรจะปรับ mindset ของการเมือง และคิดว่า ณ วันนี้ มันควรจะเปลี่ยนวัฒนธรรมการเมืองได้แล้ว และเราควรจะให้ประชาชนมาวัดว่าพรรคไหนทำอะไรได้ดี ไม่ใช่แค่ deliver เสร็จใน 3 เดือน 6 เดือน แล้วไม่ได้เกิดผลระยะยาวต่อลูกเรา แต่เราควรจะให้ความสนใจว่า แล้ว KPI ความ เจริญที่แท้จริงนั้นเนี่ย ที่มันจะต้องเห็นผลระยะยาวเนี่ย เราเริ่มกันยังไง เพราะมิฉะนั้นเนี่ยนะคะ เราจะวนกับคำถามที่ว่า อะไรต้องเริ่ม 3 เดือน อะไรต้องเสร็จ 1 ปี อนาคตของลูกอ่ะ มันต้องทำทุกวัน แต่เรามา commit เมนท์ได้มั้ย อย่างแรกง่ายที่สุด Pizza score จะต้องกลับไปอยู่ดีที่เดิม 10 เหมือน 10 ปีที่แล้ว หรือ 2 งานใหม่ที่ทำ ให้ลูกเราเนี่ย เข้าไปสู่ระบบงานได้ดีขึ้น หรือตอบโจทย์กันว่าคนที่มันใกล้เกษียณ อย่างเรานั้นเนี่ย สามารถที่จะเกษียณไป อย่างอิสระได้แล้ว ยังมีงานอยู่ เฮ้ย เกษียณมันก็สร้างได้ เราก็ทำงานต่อ เพราะเราต้องการที่จะไป independent ถูกมั้ยคะ เพราะว่า

โอเค

วิธีคิดมันควรจะต้องกรอบหน่อย

ยังไงก็ตาม สพฐ. ก็ศึกษาธิการจังหวัด

ผมเสิร์ฟนิดเดียว ผมเสิร์ฟเดียว 2 ประเด็น ประเด็นแรกเห็นด้วยว่าการเรียนรู้นักทุน มนุษย์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กระทรวง ศึกษาธิการ

แล้วโมเดลของพรรคประชาชน ซึ่งอาจจะคล้ายๆ กับที่อาจารย์งาดีพูดเมื่อสักครู่ คือเรามองว่ารองนายกต้องไม่ควบกระทรวง ทำหน้าที่ในการประสาน เอาวาระเป็นตัวตั้ง อันนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมพรรคประชาชนเราเลยประกาศ 4 รองนายกที่ไม่ได้ที่ให้คำว่าสัญญาว่าจะไม่ควบกระทรวง

อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่า โอเ

ประเด็นที่ 2 นิดเดียวครับ ปี่าสำคัญแต่ขออย่างเดียวนะครับ เดี๋ยวใครจะได้รับสัญญาณ อย่าไปทำโครงการติวปีซ่า นะครับ

ใช่

โอเค

คือปีซ่ามันมีไว้เพื่อเป็นเครื่องมือในการ สุ่มเอิ่มวัดทักษะผู้เรียน เพื่อที่ว่า ผู้บริหารจะได้เข้าใจว่าจุดแข็งจุดอ่อน เป็นยังไงแล้วมาพัฒนา ไม่ใช่ว่าเอาเด็กไป ติวเพื่อหวังว่าจะได้ไปสอบจะได้คะแนนดี จะได้

งวดหน้า เดี๋ยวมีประชุม ครม. ชุดใหม่นี่ เดี๋ยวเราเอาคะแนนปีซ่าให้ ครม. เดี๋ยวพี่วิท พี่วิทไส้หนักกว่านั้น ของพิซซ่าไม่ใช่แค่คะแนนเฉลี่ย เราต้องไปดูถึงความเหลื่อมล้ำรายพื้นที่ ลูกสลูกเราอยู่สาธิต โอ้โห คะแนนสูงกว่า OECD ไปแล้ว ในขณะที่ลูก อันนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องเข้ามา ให้ความสนใจ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวสกอร์อย่างเดียวค่ะ

ชัดเจนมาก อ่ะทีนี้อีก 2 พรรคครับ จากพรรค เพื่อไทยครับ อาจารย์ข้าวครับ อาจารย์ข้าว ไม่มีไมโครโฟน

นี้เข้าใจคำว่าไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงนะฮะ [เสียงหัวเราะ]

ไมโครโฟนมาแล้ว อยู่ข้างหลังเธอนั่นเอง มาเปิดยัง เอาล่ะครับ

ได้เลยมั้ยคะ

เอาเลย อาจารย์

โอเคค่ะ อันนี้เห็นด้วยอยู่แล้วนะคะแล้วก็ แต่ที่สำคัญกว่าค่ะต้องพูดคุยกันให้เยอะ ค่ะฟังกันให้เยอะๆ ค่ะรัฐบาลมีหน้าที่ใน การรับฟังทุกภาคส่วนค่ะ เพราะวันนี้เรื่อง เหล่านี้เนี่ยเราต้องทำให้เป็นฉันทามติให้ ได้ซะที ไม่ใช่มองแต่ประโยชน์ส่วนตนนะคะ เราต้องมองที่ประชาชนและอนาคตของประเทศ ค่ะขอบคุณค่ะ

ขอบคุณครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าพรรคทั้ง 3 นี้เข้าไป เราไปดูการปรับโครงสร้างเนะ ว่าเป็นยังไง เรื่องของ สพฐ. กับศึกษาธิการจังหวัด คาราคาซังอยู่อีก 1 ท่านเลยครับ พี่เอ้ครับ

เห็นด้วยค่ะ อาจารย์ฮูกนะครับ เพราะว่า ประหลาดมากนะ มีศึกษาธิการจังหวัดอยู่ สพฐ. ใช่มั้ย เขตอยู่กับอะไร กระทรวง

การจังหวัดอยู่

อ่า ใช่ ซึ่ง

สำนักงานปลัด ใช่ เพราะงั้นแล้วเนี่ย

คือแต่อาจารย์ฮูกต้องเข้าใจนะครับว่า การบริหารครูเนี่ย คือสิ่งที่ยากที่สุดใน จักรวาลใน

จักรวาล [เสียงหัวเราะ] เลย

ใช่ครับ เพราะงั้นแล้วเนี่ย คือเราจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ถ้าเกิดอาจารย์เล่นอะไรที่แรงเกินไปเนี่ย สุดท้ายแล้วแรงปะทะเนี่ยนะครับ มันไม่ใช่เฉพาะสำหรับคนที่มาดูแลเรื่องการศึกษาเท่านั้นน่ะ มันผล กระทบถึงเด็กทุกคนด้วย ดังนั้น การจัดการ บริหารมันต้องเปลี่ยน แต่ผมตอบอาจารย์เอ๊ะ ไปแล้ว อาจารย์กยศไปแล้ว มันต้องใช้การเปลี่ยนแปลงอย่างมีศิลปะจริงๆ นะครับ เรารู้ว่าเราเราเป้าหมายในใจเราเป็นยังไงนะครับ เรา รู้ว่าทับซ้อน แต่การที่จะไปทะเลาะกับเขา ตรงๆ เนี่ย สุดท้ายจะติดลบมากกว่าติดบวก และสุดท้ายมันกระเทือนถึงลูกหลานเรา ดังนั้น ทำไมถึงผมถึงอาสาเรื่องนี้ เพราะผมเข้าใจ

ในการบริหารครูนะครับ แล้วทำให้ครูเชื่อมั่นได้นะครับ แต่ที่อาจารย์ฮู้เป็นอะไรที่อยู่เป้าหมายที่อยากจะทำครับ เพราะมันซับซ้อน มันซ้ำซ้อนจริงๆ ครับอาจารย์

ครับ ซับซ้อนแต่เป็นอาร์ต อย่างไรก็ตามนะครับ เราผ่านมาอาจารย์ครับ เชิญเลยครับ ผมฟังแล้วดูเหมือน 4 พรรคเนี่ย เห็นด้วยกันมากกว่าเห็นต่างกันนะครับ แต่หลายๆ อย่างที่พูดมาเมื่อสักครู่เรื่องบุฟเฟต์ เรื่องอะไรเนี่ย ในกระทรวงก็มี 4 แท่ง

โอ้

ทำอย่างไรที่ถ้าท่านเหล่านี้เข้าไปเนี่ย ให้เขาคุยกัน ประสานงานกันให้รู้เรื่อง เพราะว่าเรื่องธนาคารหน่วยกิตก็ดี

มันจะไปเชื่อมโยงกับค่าลายหัว ลายหัวนี่ก็เค้าก็ไม่อยากให้เด็กเสียจากแท่งนึงไปอีกแท่งนึงเท่าไหร่ ทำยังไงให้เค้าสามารถที่จะบอกได้ว่าเด็กคนนึงอ่ะ ไม่ว่าจะย้ายจากจุดไหนไปจุดไหน ย้ายจากแท่งไหน ย้ายจากโรงเรียนไหนอ่ะ งบประมาณตามตัวเด็กได้มั้ย

หน่วยกิตตามตัวเด็กได้มั้ย เพราะถ้าเกิดว่ายังคงมีทุกคน C11 เท่ากันหมดอ่ะ

ความยากในการคุยไม่ใช่กระทรวงที่มีปลัดกระทรวงคนเดียวที่ C11 มั้ยฮะ ถ้าความเป็นผู้กำหนดนโยบายประเทศเนี่ย เข้าไปจะสลายไซโลเหล่านี้ ทำให้เค้าทำงานได้ร่วมกัน เหมือนทั้ง 4 พรรคก็ทำงานร่วมกันได้แบบนี้บ้างครับ

โห จัตรตูสะดมเลยนะฮะ

ตอบใช่มั้ย

ผมขออนุญาตอย่างงี้ เวลาเรารันอัพค่อนข้างรุนแรง เอาเป็นว่าเก็บไว้ในใจ ทดไว้ในใจ เพราะยังมีอีกครึ่งรอบ เพราะยังมีอีกครึ่งรอบ อีกครึ่งรอบท่านต้องไม่ลืม และท่านเป็นเจ้าภาพด้วย

โอเคครับ ขอบค

คำถามต่อพรรคประชาชน กสสระบุว่าระบบการศึกษาไทยเปราะบางมาก เมื่อเจอวิกฤตเช่นน้ำท่วมปลายปี 67 คำถามคือภายใต้นโยบายกระจายอำนาจท่านมี action plan อย่างไรในการสร้างระบบการศึกษาที่พร้อมต่อวิกฤต Resilient Education เพื่อให้เด็กนั้นมาเรียนได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องหยุดเมื่อมีภัยพิบัติเหล่านี้ ท่านกล้ารับประกันไหมว่างบประมาณที่ท้องถิ่นบริหารเองจะถูกนำไปสร้างทางเลือกการเรียนรู้ยามฉุกเฉินได้แท้จริงครับ ไอ้ติมเชิญเลยครับ

คือผมคิดว่าการสร้างความพร้อมของรัฐไทยในการรับมือกับวิกฤต โดยเฉพาะมิติเรื่องการศึกษาเนี่ย คงต้องอาศัยทั้งบทบาทของรัฐบาลส่วนกลางและท้องถิ่นคู่ขนานกันไปนะครับ ถ้าถ้าเราพูดถึงภัยพิบัติที่กำลังเข้ามา ทำยังไงให้เราเอิ่สามารถเอ่อแจ้งเตือนนะ ครับหรือว่าเผชิญเหตุเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุดเนี่ย ผมคิดว่าบทบาทหลักของส่วนกลางคือการเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงาน เอาเทคโนโลยีอวกาศของ GISDA เนี่ยแหละครับมาช่วยในการคาดการณ์ภัยพิบัติให้แม่นยำมากขึ้น แล้วก็แจ้งเตือนภัยผ่านระบบเซลล์บรอดคาสต์ที่มีขั้นตอนปฏิบัติการที่ครอบคลุมภัยพิบัติทุกประเภทครับ หน้าที่ของท้องถิ่นเนี่ย ไอเดียของพรรคคือทำยังไงให้เราเหมือนกับมีศูนย์พักพิงกึ่งถาวรที่พร้อมใช้งานหากมีภัยพิบัติเข้ามา เพราะตอนนี้น้ำท่วมเข้ามาเนี่ย เราจะเห็นปรากฏการณ์ที่ว่าก็ต้องพึ่งภาคประชาชนในการไปสร้างศูนย์พักพิงกันขึ้นมาเอง ซึ่งบางทีก็อาศัยเอ่อมหาวิทยาลัยบ้าง ซึ่งอาจจะเหมาะหรือไม่เหมาะกับการเป็นศูนย์พักพิงก็ขึ้นอยู่กับเอ่อบริบทของเอ่ออาคารสถานที่แห่งนั้น ดังนั้นถ้าเรามีศูนย์พักพิงที่มันสามารถเป็นกึ่งถาวร สามารถพลิกแพลงมาใช้ได้เลยเมื่อมีภัยพิบัติเข้ามาเนี่ย จะช่วยลดความสูญเสียได้ แต่ขอ 30 วินาทีเรื่องการฟื้นฟูถ้าเกิดขึ้นแล้ว 3 อย่างครับ 1 ฟื้นฟูทางการเงินนะครับ เพื่อให้ไม่ไปซ้ำเติมปัญหาเรื่องการเรียนฟรีที่ ไม่ฟรีจริงแล้วไปเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองที่รับผลกระทบจากภัยพิบัตินะครับ 2 คือฟื้นฟูเรื่องของการเรียนรู้ที่อาจจะถดถอยไปบ้างช่วงที่อาจจะต้องมีการเรียนออนไลน์หรือว่าต้องปิดโรงเรียนชั่วคราว 3 คือฟื้นฟูสภาพจิตใจครับ ทำยังไงให้เรามีกลุ่มนักจิตวิทยาแล้วก็ผู้เชี่ยวชาญเนี่ยไปดูแลสภาพแวดล้อมสภาพจิตใจของผู้เรียนก่อนที่กลับมาอีก

ขอบคุณมากครับพี่ติม อาจารย์อ้อมองไงครับ

ค่ะ เรื่องของภัยพิบัติที่มาเป็นผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กๆเนี่ย เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องไปป้องกันตั้งแต่เริ่มต้น จริงๆแล้วสิ่งที่ควรจะต้องเร่งทำวันนี้เนี่ย ต้องอย่าลืมว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเนี่ย มันจะแรงขึ้นเรื่อยๆ โครงสร้างพื้นฐานของบ้านเรา ณ ปัจจุบันเนี่ย ไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งนี้มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว สิ่งนึงเนี่ยเราควรจะต้องเร่งที่จะมาวิเคราะห์กันใหม่ว่าเรา การจะออกแบบดีไซน์ที่เป็น Nature Positive Design ได้หรือไม่ หรือถ้าเมืองเดิมมันอยู่ที่เดิมแล้วเนี่ย เราควรจะมีการป้องกันเพื่อไม่เกิดการเสียหายและเพื่อไม่ให้เกิดการติดขัดในเรื่องของการเรียนรู้นั้นได้อย่างไร เรื่องที่ 1 เรื่องเนี้ยคือจะเป็นเรื่องที่ตัวตั้งแน่นอนนอน อันนี้มันไม่ใช่อยู่ในการทำงานของกระทรวงศึกษาแต่ไปสู่ในเรื่องของเอ่อมหาดไทยแล้วก็การที่จะใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์มา simulate ได้ว่า ณแต่ละปีความเสี่ยงมันคืออะไร ซึ่งวันนี้เราสามารถทำได้แล้ว เพราะฉะนั้นขอเอี่ยวไปอีกนิดนึงคือว่าวันนี้ถ้าพูดถึงภัยพิบัติที่จะมาเกิดขึ้นน่ะค่ะ การดูแลการวิเคราะห์มันควรจะมาหรือว่าการจัดการ ณวันภัยพิบัติมันควรจะมาจากการจัดการของคนที่มีความรู้จริง ญี่ปุ่นเนี่ยจะมีหน่วยงานที่ดูเรื่องนี้ซึ่งเต็มไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่บริหารจัดการภัยพิบัติบนพื้นฐานของการเมือง เขาจะเอาคนที่รู้จริงแล้วตัดสินใจ เพราะว่าความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ประที่ 2 อาจอยากให้ดูในโมเดลของสหรัฐอเมริกา FEMA ก็ได้ค่ะ หน่วยงานเนี้ยเป็นหน่วยงานสำคัญและมันจะสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ไม่ควรอยู่ในระดับกรม ควรจะอยู่ในระดับที่เอ่อ ใช่ค่ะอยู่ในเอ่อรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพราะว่ามันคือความเป็นความตาย เพราะฉะนั้นย้อนกลับไปใน Root C ก็คือ

ญี่ปุ่นใช้นักวิทยาศาสตร์และผู้ที่มีความสามารถจริง แล้วบ้านเราไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เหรอ

อ๋อ โอเคโอ เขอโทษ ขอโทษ

อือๆ

งงไม่รู้เรื่องนะฮะ ผมด้วยความที่ว่าโจทย์นี้เนี่ยฮะ มาจากกสส. อาจารย์กายเพิ่มเติมได้มั้ครับว่าอยากสิ่งที่ฟังมาแล้วจาก 2 ท่านมองไงครับ

คืออย่างที่ผมเรียนนะครับว่าตอนนี้ทางเลือกของโรงเรียนกับเด็กคือเปิดกับปิด

อือ

มีแค่ on and off ก็คือหยุดเรียนแล้วก็ มันก็เกิดปัญหา learning loss เรารู้มาแล้ว ภาระการเรียนรู้ถดถอยจากโควิด-199 เนี่ย ทำยังไงที่ระบบการศึกษาเราจะมีความทนต่อวิกฤต หรือรีซีเรียสนไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือการสู้รบหรืออะไรเนี่ย โครงสร้างตอนนี้มันยังเป็นเรื่องที่ต้องไปเรียนออนไซต์เป็นหลักอ่ะครับ ถ้าเกิดได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเนี่ย จะทำยังไงให้ระบบการศึกษาการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนเนี่ย ไม่ต้องยุติทุกครั้งที่เจอปัญหา ทำยังไงดีครับว่าระบบมันจะทนต่อสิ่งเหล่านี้ได้มาก

ผมขอไปที่น้องกร่อนก่อนที่จะให้ทั้ง 2 ท่านคุยนะครับ น้องกรเชิญเลยครับ

ครับ เมื่อกี้เสริมจากที่คุณอิตติมแล้วก็ ดร.ก็เกริ่นมาก็คือของไทยเรามีข้อมูลจาก อ่าเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ต่างๆไม่ว่าจะ เป็น่อหน่วยงานด้านอวกาศมีทั้งจิมีทั้ง narิโสทช.งต่างๆที่ข้อมูลเอาพร้อมมากๆนะ ครับมีทั้งจากดาวเทียมข้างบนจากตัวพยากรณ์ในlอรต่างๆซึ่งก็สามารถถูกนำไปใช้งานได้เหมาะสมกับอีกมุมนึงที่ผมอาจจะขออนุญาตเสริมเกี่ยวกับเรื่องของภัยคือจากโจทย์ทุกท่านก็จะตีในเชิงที่ว่าเป็นภัยธรรมชาติๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับครับว่า ณปัจจุบันมันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นด้วยความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่อีกภัยอีกมุมนึงที่ผมอาจจะชวนทุกท่านคิดพิจารณาคืออาจจะเป็นภัยเงียบที่มาจากในเอ่อการเข้าถึงของเทคโนโลยีต่างๆด้วย ยุคปัจจุบันเอ่อเด็กเข้าถึงข้อมูลเด็กเข้าถึงโซเชียลมีเขา สามารถ assess เข้าไปสืบค้นอ่าดูวีดีโอ รูปแบบต่างๆได้อย่างเต็มที่ แต่ในเวลาเดียวกันเรายังไม่มีระบบที่ควบคุมหรือจัดการให้เห็นชัดเจนครับว่าข้อมูลที่ถูกต้อง หรือข้อมูลที่ถูกชี้นำบิดเบือนไปเป็นอย่างไรในปัจจุบันครับ ถ้าท่านไปดูเด็กๆหลายๆคนเขาจะมีการติดตามอ่า influencer ผู้นำในชุดความคิดต่างๆที่เป็นครอรอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าส่วนตัวผมเองผมก็ทำงานในด้านนี้ด้วยนะครับ เราก็เราก็จะได้พบได้ว่าคนที่ทำงานในด้านcreเorรเนี่ยก็จะมีความหลากหลาย บางครั้งยิ่งยุคปัจจุบัน Generative AI สร้าง content ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งในภัยที่ผมอาจจะขออนุญาตสะท้อนจากมุมส่วนตัวว่าบางครั้งข้อมูลที่ถูกบิดเบือนไปเผยแพร่ได้เร็วมาก เด็กส่งต่อกันหรือมันอาจจะทำให้ความเข้าใจของเขามุมมองที่เขามีต่อเรื่องนั้นผิดไป อันนี้จะเป็นมุมที่สะท้อนครับว่าจะมีวิธีในการรับมือหรือป้องกันความเสี่ยงในด้านนี้อย่างไรบ้าง เพราะว่าอะขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับอย่างฝั่งอินโดนีเซียก็จะมีอ่าอย่างแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ก็มีการเปิดที่ทำด้าน Education ทำด้านการศึกษาอย่างโดยตรงแต่ว่าในไทยเราตอนนี้ยังไม่มีเห็นชัดเจน อันนี้ผมก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเป็นอย่างไร อันนี้อาจจะเป็นเผื่อต้องสอบถามท่านว่าจะมีวิธีในการจัดการอย่างไรครับ

ครับผมผมขออนุญาตเพิ่มเติมอีก 1 มิตินะครับ เราคุยมาเนี่ยเรื่องวิทยาศาสตร์สำคัญ เมื่อสักครู่อาจารย์อ้อก็พูดไปแล้ว แต่เด็กไทย

เรียนสเต็มเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก

อือ

ผมขอพ่วงตรงนี้ไปด้วย ไม่ว่าท่านจะตอบแล้วก็ก็ตาม แต่ทำไมเด็กไทยไม่เคยเรียนสเต็ม แล้วเรามีมาตรการ ผมรู้ว่าสิ่งที่ไม่ใช่สเต็มก็สำคัญนะครับ แต่ว่าสเต็มคนเรียนน้อยมาก และไม่อยากเรียน จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขโมดเข้าไปในก้อนเดียวเลย

ทายเริ่มก่อนนี้ไอติมก่อน

ครับ มันมีประมาณ 5 ประเด็นอยู่นะผมไม่ได้ตอบ 1 นาทีผมเลือกประเด็นก็แล้วกัน อย่างแรกคือผมว่าสเต็ปเนี่ยเราเพิ่มเป็นสตีม รวม art ด้วย ซึ่งจะช่วยเรื่องทักษะความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็อย่างที่บอกคืออย่าเอาวิชาเป็นตัวตั้ง เอาทักษะเป็นตัวตั้งนะ ครับ

เอ่อ ผมต่อยอดเรื่องการใช้เทคโนโลยีอวกาศนะครับ ผมคิดว่าเราต้องใช้เทคโลยีอวกาศ โอกาสเนี่ยมาช่วยแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอย่างแม่นยำขึ้น อย่างแรกคือการเอ่อคาดการณ์แล้วก็แจ้งเตือนนะครับ เช่นฤทธิ์ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีในการยิงเลเซอร์ไปเพื่อประเมินสถานการณ์ฝุ่นนะครับ หรือว่าอย่างเรื่องน้ำท่วมเนี่ย ผมคิดว่าเราก็สามารถที่จะคาดการณ์ได้อย่างรวดเร็วขึ้น แต่อีกมุมนึงที่ต้องใช้เทคโนโลยีด้วยคือเรื่องของการเยียวยาครับ ปัจจุบันเนี่ยน้ำท่วมเรารู้อยู่แล้วว่าเกิดขึ้นในพื้นที่ไหน เรามีภาพดาวเทียมชัด แต่พอจะเกิดการชดเชยเยียวยาเนี่ย กลายเป็นว่าต้องกรอกเอกสารมหาศาล หรือว่าต้องรอน้ำลดกว่าก่อนกว่าจะได้เงินกลับคืนมา ดังนั้นอันเนี้ยต้องชดเชยทันทีที่เกิดเหตุการณ์นะครับ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครัวเรือนด้วยนะครับ หลายประเด็นมากผมทิ้งท้ายเรื่องเครดิตบงค์ก็แล้วกัน ผมคิดว่าเครดิตแบงค์ที่เราคุยกันเนี่ย ความจริงช่วยเหลือเด็กเปราะบางกลุ่มนึง เพราะถ้ามันมีข้อจำกัดที่เขาต้องออกสถานศึกษาเนี่ย มันทำให้เขาเอาประสบการณ์เขามาแปลงเป็น

สุดยอดมาก แต่ไอติมมีทักษะอย่างการบริหารจัดการทุกอย่างให้อยู่ภายในเวลาที่เหมาะ สม สุดยอดมาก น้องเยมยอ อาจารย์อ้อเชิญเลยครับ

เป็นคำถามที่ใหญ่มาก ตอบถามอาจารย์ไยศก่อนนะคะ จริงๆวันนี้เราควรจะเริ่มแบ่งเขตได้แล้วว่าเขตไหนเป็นเขตเปราะบางในเรื่องของภัยพิบัติ ซึ่ง data อย่างที่คุณน้องกรเล่าให้ฟังแล้วในการ simulate เนี่ยเราสามารถที่จะทำได้อย่างน้อยเนี่ยเราอาจจะให้ทรัพยากรกับโรงเรียนในเขตนั้นเนี่ย เพื่อที่เขาจะสามารถจะ resilient แล้วขยับไปได้มากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่เข้าสู่การทำเอ่อ Line Learning ซึ่งวันนี้กระทรวงก็เริ่มมีในเรื่องของ National Online Line Learning เช่นเดียวกัน เพราะงั้นเราอาจจะเริ่มกับกลุ่มที่เห็นชัดเจนว่า เป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบางเรื่องของ สตมและSteมน้องกรี่เนี่ย เห็นน้องกรเป็นไอดอลมากแล้วก็พี่เองก็เป็นคนสายสเต็ม แล้วพี่รู้เลยว่าแล้วลูกสาวพี่ก็เป็นคนสายสเต็ปเหมือนกัน สิ่งที่มันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตของพวกเราเนี่ย คือคนที่เราหาคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเราได้ตั้งแต่เด็กๆ เราเจอคุณครูที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจว่าวิทยานั้นสำคัญไม่ใช่เป็นเพียงแค่เกรด สิ่งเล่ะค่ะที่เราต้องการที่จะเปิดกว้างอาจจะไม่ได้มีได้ทุกโรงเรียน แต่เราสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงสิ่งนี้ได้นะคะ

สุดยอดมากที่อาจารย์อ้อพูดมา เคยได้ยินผู้อำนวยการโรงเรียนผมพูด Good teacher inform ครูที่ดีสอน Great Teacher Inspire นะครับ ผ่านไปแล้ว 4 คู่ไม่น่าเชื่อเลยไฟแลบมาก

เออ

ถ้ามีคนพิมพ์พิมพ์ไม่ทันแน่นอนนะครับ อย่างไรก็ตามเราผ่านรอบ 2 Pิ Battle ไปแล้ว เราสัญญากันไว้ใช่มั้ยครับว่าหลังจากแต่ละรอบเราจะมีการบอกว่าผลโพลนั้นเป็นอย่างไรบ้างนะครับ อ่ะเดี๋ยวเราตามไปดูนะ ครับเพราะตอนนี้เดี๋คงกำลังประมวลผลกันอยู่นะครับ และนี่ก็คือรอบที่ 2 นั้นจบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ย้ำนะครับว่าท่านยังคงคงสามารถ ขอบคุณมากนะครับทั้ง 2 ท่านนะ ครับ

รอบที่ 2 นี้เนี่ยนะครับก็ไปทั้งหมด 4 คู่นะครับ เราใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงกว่านะครับ ได้ไอเดียได้แนวความคิดเยอะมากมายมหาศาล ตอนนี้ทีมงานบอกว่าผลโพลมาแล้วครับ เราไปดูกันบ้างว่ารอบที่ 2 นี้คนโหวตออกมาเป็นอย่างไรบ้างครับ ปึง และอันดับที่ 1 เลยนะครับก็เป็นไอติมนะครับ 60.27% ท่านที่ 2 เลยนะครับก็คืออาจารย์ข้าวนะ ครับ 28.75 อันดับที่ 3 ดร.การดี 7.25% 25% แล้วก็อาจารย์เอ้ 2.89% 89% ผู้หว ทั้งหมด 1242 คนนะครับ เอาล่ะครับเรายังมีรอบที่ 3 กันต่อนะครับ เดี๋ยวเราไปดูรอบที่ 3 นี้เนี่ย จะมีชื่อว่า The Promise ครับ

Round three the promise

[เพลง]

ู้ เฮ

[เพลง]

[เพลง]

[เพลง]

the promise แปลว่าคำสัญญานะครับ เราได้คุยกันมาแล้วทั้งหมด 4 พรรคด้วยกันนะครับ เดี๋ยวเราจะถามแต่ละพรรคล่ะครับว่าแล้ว ถ้าเกิดว่าให้ท่านเลือกพันธมิตรในการที่จะทำงานเรื่องการศึกษาด้วย ท่านจะเลือกพรรคใด 1 พรรค และมีใครบ้างที่ท่านคิดว่าร่วมงานกันไม่ได้ เขามีอะไรบางอย่างที่ไม่แชร์เคมีกันกับเราเลยนะครับ เพราะว่าอะไรครับ การศึกษานี้เนี่ยไม่ใช่แค่เรื่องการให้เรียนเก่งนะครับ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศนะครับ เป็นระบบที่โอบทุกคนเอาไว้ไม่ให้ตกหล่นนะครับ ใครคือ 1 พรรคครับที่ท่านเห็นว่าจะสามารถจะทำงานร่วมกันได้ DNA การทำงานนั้นตรงกันสามารถเป็นพันธมิตรในการผลักดันนโยบายการศึกษาต่างๆได้ และใครคือหนึ่งพรรคที่ท่านมองว่ามีแนวทางขัดแย้ง คงไม่น่าจะสามารถที่จะร่วมทำงานกันได้ แต่ละท่านจะมีเวลา 1 นาทีนะครับ ครั้งนี้เราจะเรียงจากเลขของพรรคนะครับที่มากที่สุดและย้อนกลับไปน้อยที่สุดด้วยนะครับ ถ้าเกิดว่าพร้อมแล้วผมขอเชิญท่านแรกเลย ตัวแทนจากพรรคไทยเ้าใหม่อาจารย์สุชัชวี สุวรรณสวัอาจารย์นั่งที่นั่นได้เลยครับ อาจารย์เชิญเลยครับอาจารย์ 1 นาทีครับอาจารย์ครับ

ประเทศไทยจะโชคดีมากนะครับถ้าเกิดคนมาดูแลการศึกษาอย่าง ดร.อ้อการดี อาจารย์เก้า ธีรภา แล้วก็น้องไอติมพฤทธิ์นะครับ จะดีกว่าการศึกษาในอดีต 100% อย่างไรก็ตามวันเนี้ สรุปว่าควรจะดูแลการศึกษาต้องบริหารครู 4-500,000 คนนะครับ ต้องรบกับระบบราชการที่เป็นไซโลนะครับ ต้องจัดการเรื่องปลดล็อคโรงเรียน 40,000 กว่าโรงเรียน และต้องปรับหลักสูตรตั้งแต่อนุบาลประถมจนถึงมหาวิทยาลัย ดังนั้นผมอาสาครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หนักหนาจริงๆ ท่านต้องได้คนมีประสบการณ์มืออาชีพจริงๆ พรรคไทย 9 ใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อชูธงเรื่องการศึกษาจริงๆ ถ้างั้นถ้าเกิดท่านจะพูดเรื่องการศึกษา ท่านไว้ใจพรรคไทย 9 ใหม่เถอครับ ให้พรรคไทย 9 ใหม่เบอร์ 49 ได้ดูแลการศึกษาจริงๆ เพราะการศึกษานั้นซับซ้อนมากๆ จำเป็นต้องได้มืออาชีพจริงๆนะครับ ส่วนผมเองถ้าเกิดมีโอกาสแล้วทั้ง 3 ท่านถือว่าวันนี้เป็นเกียรติของผมที่ได้ร่วมเวที ครับ สรุปคือ

เลือกหมดและไม่เลือกและไม่มีไม่เลือกใครเลยนะครับ อ่ะขออนุญาตสั้นๆเลยครับพี่เอ้ ไม่มีจริงๆเหรอ

มีหน่อยดิ

ก็ผมอันนี้ผมพูดจากใจนะครับ เพราะว่าถ้าเกิดว่าการศึกษาไทยทั้ง 3 ท่านประเทศไทยดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน แต่ก็ย้ำอ่ะว่าสุดท้ายเลือกผมเถอะ พรรคไทยโอเ

ก็เพราะว่ามันยากที่สุดจริงๆอ่ะ

มันคือก็พูดตรงๆว่ามันยากมากๆ มันก็ต้องใช้มืออาชีพอย่างพี่เอ้ สุชัชวี เบอร์ 49 แล้วขอบคุณมากจริงๆนะครับ ขอบคุณ

ขอบคุณมากครับพี่ครับ และนี่คือ The Promise นะครับ อาจารย์สุชัชวี สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทย 9 ใหม่ ท่านถัดมาเลยนะครับ พรรคประชาชน คุณพฤทธวัชรสิงทธุไอติม เชิญเลยครับ

หลักการว่าเราจะร่วมมือกับพรรคไหนได้บ้าง หรือว่าถ้าเราเป็นแกนนำแล้วจะดึงพรรคไหนมาร่วมบ้าง ผมว่า 3 อย่าง 1 คือต้องเอาวาระเป็นตัวตั้งและเซ็นข้อตกลงก่อนตั้งรัฐบาลนะครับ ว่าจะผลักดันวาระอะไรร่วมกัน ไม่ใช่ว่าไปรวมรัฐบาลกันแล้วแล้วพอพรรค A พรรค B มาร่วมกัน พรรค A ก็บอกว่าทำนโยบายไม่ได้เพราะพรรค B ขวาง พรรค B ก็บอกว่าทำนโยบายไม่ได้เพราะพรรคเอขวางไม่ได้ครับ วาระต้องเซ็นก่อนตั้งรัฐบาล 2 คือไม่มีรัฐมนตรีที่มาเพราะเป็นโควต้าของมุ้งครับ ถึงแม้จะร่วมงานการถึงแม้เป็นพรรคอื่นก็ต้องส่งรัฐมนตรีที่มีประสบการณ์ที่ตรงสายนะครับในกระทรวงนั้นๆ 3 คือต้องให้เรามีรองนายกที่สามารถกำกับดูแลกระทรวงต่างๆได้ โดยไม่ได้เป็นกำกับดูแลกระทรวงที่พรรคใดพรรคหนึ่งดูแล แต่กำกับโดยเอาวาระเป็นตัวตั้งนะครับ ส่วนพรรคไหนร่วมไม่ได้ก็คือพรรคที่เรามองดูแล้วน่าจะเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนนะครับ เพราะว่าถ้าเป็นเช่นนั้นเนี่ย กลายเป็นว่าพอเราจะผลักดันวาระอะไรที่มันยากๆ ต้องประหยัดงบประมาณบางส่วนนะครับ เพื่อเอามาใช้ลงทุนในการศึกษาเนี่ย ก็จะติดขัดไปหมดนะครับ นี้คือหลักการที่เราไว้เป็นตัวตั้งครับ

แต่ว่าไม่บอกชื่อ

คือวันนี้ไม่ได้มีพรรคทุกพรรคมาครับ

อ๋อ โอเคโอเค อันนี้เขียนคำตอบว่าค่าพายคือเท่าไหร่ อธิบายมาว่ามันคืออะไร แต่ยังไม่ตอบว่า 22/7 แต่ไม่เป็นไรครับ

คือวิธีการศึกษาที่ดีอย่างนึงคือเราสามารถ challenge ตั้งคำถามกับตัวคำถามได้ ครับ

โอ้ สุดยอดมากไม่ธรรมดาเลย[เสียงหัวเราะ] วันนี้ผมเชื่อว่าทุกคนมี ideology ในการคิดที่ดีมากนะครับ วันนี้ท่านไปถอยดูนะฮะ ท่านจะรู้ว่าหลักคิดของแต่ละท่าน special gสก็ดี ทุกคนมีหลักคิดนะครับ นี่คือพื้นฐานการศึกษา เพราะการศึกษาไม่ใช่คำตอบสุดท้าย 22/7 ค่าพายนะฮะ แต่คือรูปแบบนี้ ท่านถัดมาเลยนะครับ อาจารย์การดี เรวไพโรจ พรรคประชาธิปัตย์ครับ อาจารย์

ค่ะ อย่างที่เรียนตั้งแต่ตอนต้นเรื่องของทุนมนุษย์ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น มันคือความร่วมมือเป็นวาระแห่งชาติร่วมกัน เห็นด้วยตรงที่ว่าเราต้องเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 1 เราอาจจะไม่ต้องเซ็น MOA แล้วนะ แต่ว่าแต่เราแต่เราสามารถที่จะรวบมาได้ว่านี่คือภารกิจของคนที่จะมาดูแลบ้านเมืองของเราให้พาลูกหลานของเราไปสู่อนาคตได้ เพื่อที่จะตอบคำถามพี่วิทยเพราะว่ายังไม่มีใครตอบพี่วิทยเลย

นั่นสิ

คือถ้าเราอยู่ใน 4 ห้องวันเนี้นะคะ เราทำงานได้หมด แต่ว่าถ้าอก็เรียนตามตรงเพื่อตอบคำถามให้ตรงให้ตรงกับคำถามก็คือว่า รู้สึกว่า philosophy หรือปรัชญาการทำงาน การเรียนตรงเงี้ยที่ตรงที่สุดก็เห็นว่าจะ เป็นทางพรรคประชาชน

อือ

ที่มองถึงในเรื่องของการศึกษาเอ่อทางทั้งทางทั้งระบบนะคะ ก็คิดว่าเรื่องเนี้ยเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานกับพี่เอ้กับอาจารย์ข้าวไม่ได้ เพราะเท่าที่ฟังดูเนี่ย เราหวังดีกับประเทศทั้งหมดยังไงก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราได้องค์ความรู้จากท่านผู้เชี่ยวชาญทุกท่านด้วยค่ะ

นี่ได้ตอบคำถามแล้วในที่สุดนะฮะ ถัดมาเลย ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยนะครับ อาจารย์ข้าว ธีราภาไพโรหกุลครับ

ค่ะ ก็จริงๆแล้วนะคะชัดเจนนะคะว่าแคนดิเดตนายกของเราเนี่ย ก็พูดชัดเจนว่าเราสามารถที่จะสามารถร่วมกับพรรคใดก็ได้ ถ้านโยบายสอดคล้องไปด้วยกันนะคะ

แล้วใครสอดคล้องอาจารย์

คะ

แล้วใครสอดคล้องมั่ง

อ้า เราก็ต้องไปดูในในหลายๆคุยเราก็ต้องดูหลายๆเราก็ต้องดูในหลายๆนโยบายใช่มั้ยคะ แต่ว่าสำหรับในส่วนของการศึกษานะคะ ข้าวคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือถ้าพรรคไหนที่ไม่ให้เรื่องของการศึกษาเป็นเรื่องของ priority อันนี้ไม่ได้ค่ะ อันนี้จะเป็นจุดแบ่งนะคะ แล้วก็อย่างที่ 2 ค่ะ สิ่งที่สำคัญมากๆนะคะคือผู้นำค่ะ ผู้นำแคนดิเดตนายกของเราค่ะ ดร.เชนยชนันท์วงสวัสดิ์ ผู้ซึ่งอยู่กับวงการการศึกษามามากกว่า 20 ปีนะคะ แล้วก็แสดงเจตจำนงและพูดถึงเรื่องการศึกษาและคนในทุกเวทีนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย มีเจตจำนงที่ชัดเจนและเพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นจุดแข็งของเพื่อไทยที่จะคอมมิว่า เราจะทำตรงนี้แน่นอนค่ะ ถามถ้าจะถามว่าพรรคไหนใกล้เคียงกันที่สุดมันเลือกได้มากกว่า 1 พรรคได้มั้ย

ได้มากกว่า 1 พรรค โอเคไม่เป็นไรครับ

ท้ายที่สุดนี้ทีมงานบอกว่าผลโพลกำลังจะเรียบเรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะปิดผลโพลก่อนแล้วจากนั้นเดี๋ยวผมจะค่อยประมูลผลแล้วค่อยกลับมาที่ Specicial Guest ด้วยอย่างไรก็ตามครับ เราฟังกันมาครบถ้วนแล้วตอนนี้ท่านโหวตมาตั้งแต่ต้นรายการเลย ท่านมีอีก 3 วินาทีในการที่จะโหวตปิดท้ายก่อนที่เราจะประมวลผลนะครับ พร้อมมั้ยครับ มีอีก 3 วินาทีนะครับ 3 2 1 โหวตหมดเรียบร้อย อ้า ลำดับต่อมาเลยนะครับ ก่อนหน้าที่เราจะเดินหน้าไปประกาศผลโหวตนะครับ 4 ท่านนี้นะครับ ผมว่า 4 ท่านนี้เนี่ยคุยมาเยอะละ สมมุติว่าได้หน้าตา รัฐมนตรีศึกษามาเรียบร้อยแล้ว อะไรที่จะบอกว่าที่สุดก็เหมือนเดิมลอวะ ถ้าเกิดว่าใครเข้ามาปั๊บสามารถจัดการได้ อะไรคือ benchmark ที่คนจะตัดสินว่าพรรคนี้ หรือนักการเมืองคนนี้ผู้บริหารคนนี้เขาเอาจริงและเป็นมรรคเป็นผล ท่านจะวัดผลจากพวกเค้าอย่างไร เชิญเลยครับ เอาท่านไหนก่อน first ได้มั้ยครับ นี่เป็นความเกรงใจ

ขอคำถามอีกทีได้มั้ครับ

ได้เลย[เสียงหัวเราะ]

อาจารย์มา ผมเชื่ออาจารย์เจอรัฐมนตรีศึกษามาเยอะนะ อะไรที่อาจารย์คาดหวังเยอะที่สุด ว่ามาปั๊บต้องทำให้ได้ แล้วมันทำไม่ได้ยาก แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ทำ

ผมว่าเรื่องใหญ่ดีที่สุดคือได้คนที่มี background ทำงานการศึกษา แต่ถ้าไม่ได้ขอให้เป็นคนที่เปิดรับฟัง แล้วก็ผมว่าการมีกลไกรับฟังเสียงคุณครูซึ่งเป็นตัวละครสำคัญเป็นเรื่องสำคัญมาก เราไม่มีสหภาพครู เราไม่มีครูเป็นตัวแทนอยู่ในบอร์ดครุสภา ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นแล้วว่าเราฟังเสียงครูน้อยเกินไป คนทำงานหน้างานที่สุดคือคุณครู แล้วก็อยากชวนมองไปถึงครู กศน ด้วยนะครับ

ครูโรงเรียนสังกัดอื่นด้วยนะครับ เพราะตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้รบอยู่ลำพังด้วยโรงเรียนภายใต้สังกัดกระทรวงเนาะ แล้วก็ผมคิดว่าเรื่องสำคัญที่สุดคืออยากได้รัฐมนตรีที่ทำงานข้ามกระทรวงได้ วันนี้ดีใจที่หลายๆท่านพูดถึงการมีรองนายกกำกับวาระเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องการศึกษามันเกี่ยวกับกระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และอื่นๆอีกมาก ซึ่งมันต้องการสร้างเจตจำนงร่วมเนาะ ผมอยากเห็นภาพของคนทำงานการศึกษาที่มาทำงานกระทรวงเนี่ย สร้างวิสัยทัศน์ร่วมของสังคมได้ ให้สังคมยังมีความหวังในวันที่การศึกษาถูกตั้งคำถามและหมดหวังนะครับครับ

ครับ ทางด้านของหมอแม่ครับ หมอแม่วันนี้ วันนี้หมอแม่รู้สึกยังไงบ้างกับการได้พูดคุยฟังมาแบบนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองด้วย แล้วก็เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ อาจารย์มองไงครับ

ค่ะ จริงๆดีใจมากเลยนะคะที่เห็นว่าการศึกษาเนี่ย มันเอ่อถูกยกมาว่าเป็นเรื่องสำคัญในะในเรื่องของการเมืองนะคะ เพราะว่าแม่คิดว่าการศึกษาเนี่ยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของคนนึงนะที่จะสามารถพัฒนาตัวเองได้ การที่เราเกิดในครอบครัวที่ยากจน การที่เราจะเปลี่ยนฐานะหรือว่าทำให้เราดีขึ้นเนี่ย มีอย่างเดียวคือการศึกษา เพราะฉะนั้นคือถ้าผู้ใหญ่ในสังคมเนี่ย เห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญแล้วประชาสัมพันธ์ให้พ่อแม่ทุกคนและเด็กทุกคนในในประเทศเราเนี่ย เห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญเนี่ย แม่คิดว่าเรื่องเนี้ยคือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะว่าเด็กบางคนเนี่ยตอนนี้ก็คือมองว่าเอ๊ะเรียนไปทำไม

อันเนี้ยอันเนี้ยเยอะเยอะเลยว่าเรียนไปทำไม ซึ่งมันปัญหาเนี่ยมันไม่ได้แค่เรื่องของการศึกษาอย่างเดียว ปัญหามันสะท้อนไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งจริงจริงๆแล้วเนี่ย เรื่องการศึกษาเนี่ยในครอบครัวที่พ่อแม่มีอันจะกินเนี่ย ไม่มีปัญหาเลย เขาเห็นอยู่แล้วว่าการศึกษาเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในขณะที่ครอบครัวชั้นกลางหรือคนด้อยโอกาสเนี่ย การทำมาหากินเขาเป็นเรื่องสำคัญ การที่จะให้เด็กคนนึงเนี่ยเสียเวลาเรียนหนังสือแล้วเมื่อไหร่ถึงจะได้เงินมาเลี้ยงชีพเนี่ย อันเนี้ยก็เลยทำให้เขา้า เอ่อเป็นข้อจำกัด ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเราเนี่ยผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเนี่ยเห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ก็จะไม่ได้สนใจแค่ผลลัพธ์เรื่องการศึกษาอย่างเดียว แต่จะเห็นถึงปัญหาต่างๆที่จะช่วยแก้ไขเรื่องการศึกษาด้วยค่ะ

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากครับ ผมแม่อ้าอวกาศ คาดไม่ถึงในอนาคต ในอนาคตเราอยากจะมีน้องที่ชอบวิทยาศาสตร์ชอบอวกาศเนิ้นๆแบบนี้เป็นสักล้านคนเนอน้องกรองยังไงบ้างครับ

ครับ คิดว่าผมผมมั่นใจเลยว่าเด็กเรื่องถัดไปอ่ะครับยังไงต้องเก่งกว่าผมทำได้ดีกว่า ยุคระดับประเทศเราไปให้ไกลมากกว่าแล้ว จากที่ฟังในวันนี้ครับก็คือได้เห็นภาพเลยว่าอนาคตของไทยอ่ะ จากที่เราฟังมันดูมันดูมีความหวังมากๆ เมื่อเมื่อช่วงเช้าผมไปอ่านดูมีผลโพธิ์ที่ทำสำรวจกับเด็กระดับ ม.ปลายระดับ ปวช.ต่อมาครับ กระทรวงที่ยอดทิศที่สุดที่เขา้ามีความหวังที่สุดคือกระทรวงศึกษาธิการ แต่ว่าต้องยอมรับว่าเอ้ยการศึกษาก็ไม่ได้จบแค่ศึกษาธิการอย่างเดียว ต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน แล้วอีกนัยหนึ่งก็คือเรื่องของการศึกษาครับ มันไม่ได้มีแค่เอ่อเส้นทางเดียวที่เด็กจะประสบความสำเร็จได้ เด็กแต่ละคนมีความถนัดมีทักษะที่ไม่เหมือนกัน ถ้ากระทรวงสามารถผลักดันให้เด็กสามารถเดินทางไปถึง potential ไปถึงความฝันที่ต้องการได้สักวันนึง เราจะมีนักบินอวกาศคนไทย อาจจะมีหน่วยงานอวกาศ เราอาจจะมีความสามารถที่จะเดินทางไปอวกาศ เพื่อที่จะเอาองค์ความรู้พวกเนี้ยครับเอา กลับมาใช้บนโลกของเราได้ ซึ่งสิ่งที่ในมุมผมอาจจะไม่ได้ไปกำหนดว่าท่านรัฐมนตรีที่เข้ามาเนี่ย จะต้องทำอะไรเพราะว่าผมก็ไม่เชี่ยวชาญขนาดนั้น แต่จะฝากเป็น reflection จากมุมของคนที่ก็เพิ่งผ่านระบบการศึกษามาเมื่อไม่ไม่กี่ไม่ถึง 10 ปีที่แล้ว แล้วก็ยัง[เสียงหัวเราะ]ยังเรียก ว่ามีเพื่อนหลายคนที่ยังก็เจอกับปัญหาต่างๆมา ผมอาจจะชวนคิดมุมนี้ครับว่าจริงๆ แล้วอ่ะโลกเนี้ยก็ไม่ได้เป็นของคนรุ่นผมแหละ มันจะเป็นของคนรุ่นถัดไปจะเป็นของเจนใหม่ที่เติบโตขึ้นมาอีก

คือคือ

คือคืออาจจะต้องฝากท่านที่เข้ามาแล้วก็ทุกท่านที่มาในวันนี้ครับว่าเฮ้ยเราจะสร้างโลกอย่างไรให้เด็กรุ่นใหม่เนี่ยเขา มีความพร้อมที่พอพอเก้าวขึ้นมาปุ๊บเ้าไม่ต้องไปนั่งงมว่าเขาชอบอะไรเขาจะต้องทำอะไร แต่สามารถที่จะก้าวไปยังเส้นทางที่เขาต้องการได้เลยครับ

โอ้โหเยี่ยมยอดมาก

นะครับ อ่ะมาปิดท้ายที่อาจารย์กายเชิญเลยครับ อาจารย์ครับ

ตกลงไปนึง

ผมเองก็รู้จักทั้ง 4 ท่านมานานนะฮะ บางท่านก็เกิน 10 ปี ทุกๆท่านล้วนเป็นคนไทยที่ไปสร้างเกียรติประวัติให้ประเทศไทยในมหาลัยที่ท่านจบมา เป็นคนไทยคนแรกในหลายๆครั้งที่ได้ไปอยู่บนเส้นทางการศึกษา ถ้าพวกท่านได้มาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเนี่ย ทำยังไงให้คนไทยไม่ว่าเกิดมายากดีมีจนเนี่ย อย่างน้อยๆมีความหวังว่าถ้าลูกเขาตั้งใจเรียนจะประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้เหมือนท่าน 4 คนที่อยู่ในห้องเนี้ยครับ ทำยังไงให้เรามีความหวังตรงนั้น มันอาจจะช่วยทำให้คนที่กำลังคิดอยู่จะมีลูกหรือไม่มีลูกดีในปีเนี้ยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะมีหรือไม่มี เพราะตอนเนี้ย สิ่งที่เกิดขึ้นคือโรงเรียนนานาชาติเติบโต โรงเรียนไทยปิดตัว มันเป็นภาพสะท้อนถึงอนาคตที่เราไม่อยากจะไปถึงตรงนั้นแล้ว แล้วก็ผมก็ไม่แน่ใจ The Standard ตั้งใจเชิญแค่ 4 พรรคนี้หรือเปล่า เพราะมีอีกหลายพรรคที่มีโอกาสเหมือนกันว่าจะดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ทำยังไงให้บทสนทนาของเราแล้วก็พัฒนาการทางความคิดของเราในเวทีเนี้ย ถ้าผมช่วยว่าทุกท่านอยากอยู่กระทรวงศึกษา แต่ถ้ากลายเป็นว่ากระทรวงศึกษาไปอยู่ในพรรคที่ไม่ได้มาในวันนี้ ทำยังไงให้บทสนทนาวันนี้มันไม่สูญเปล่า ผมว่าอันเนี้ยเป็นสิ่งที่เราพวกเรา 4 คนจะเฝ้ามองจากข้างนอก แล้วสุดท้ายพวกเราน่าจะเห็นประโยชน์ในการทำงานร่วมกันระหว่างนักการเมืองและนักวิชาการ ถ้าเราได้มีบทสนทนาต่อจากนี้ไปในยามที่พวกท่านมีอำนาจแล้ว วันนี้พวกท่านอาจจะฟังเรามากหน่อย

แต่ในวันข้างหน้าพอท่านมีอำนาจแล้วเราหวังว่าจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน

นะครับ เพื่อประโยชน์ของคนที่ฟังพวกเราอยู่ทางบ้านครับ

ขอบคุณมากครับอาจารย์ไยศวิทยผมขอพูด เดี๋ยวผมจะกลับบ้านท่านอย่างมีความสุข

ผมลืมเรื่องสำคัญที่สุดไป ผมไม่เรียกร้องอะไรจากท่าน ผมขอได้มั้ยว่าท่านจะจัดการศึกษาโดยคำนึงถึงเด็กเป็นตัวตั้ง แล้วก็ขอให้คำนึงถึงเสียงของเขา คือเราอย่าสร้างโลกที่ดีที่สุดในความคิดเราเพื่อเขา แต่เราให้เขามีส่วนในการเลือกว่าเขาต้องการอะไรเนาะ แล้วผมคิดว่าการศึกษาที่ยึดเอาผู้เรียนเป็นตัวตั้งเนี่ย จะเป็นคำตอบของหลายๆอย่าง ผมรอฟังสปีดแรกในการรับตำแหน่งของทุกท่านอยู่นะครับ ขอบคุณครับ

สุดยอดมากเมื่อสักครู่อาจารย์กายศบอกว่า ท่านที่อาจจะไม่ได้อยู่ในห้องนี้และเกิดเป็นรัฐมนตรี ผมเชื่ออย่างครับว่าสิ่งเนี้ยรีรันได้ถ้าเค้าเห็นคุณค่าอย่างนี้ ถ้าเขาเห็นคุณค่าและขวนขวายและจริงจังกับการศึกษา มนุษย์มีความขวนขวายนะฮะ ถ้าเขาใส่ใจกับมันเขาต้องดูทุกเวที ถึงแม้จะไม่อยู่และใส่ใจนะครับ ท้ายที่สุดนี้นะครับ เมื่อสักครู่อาจารย์ผู้อาจารย์ฮู้บอกว่าฝากความหวังให้กับทั้ง 4 ท่าน ท้ายที่สุดนี้ผมอยากให้ทุกท่านนะครับ พูดสั้นๆตอนจบตรงนี้สักนิดนะครับว่าถ้าเกิดว่าแต่ละท่านได้เริ่มบริหารแล้วแต่ละท่านจะทำอะไรเป็นอย่างแรกครับ ยกไมค์มาแล้ว อาจารย์ข้าว

ได้เลย

ตอนแรก ไม่ๆตอนแรกกำลังจะบอกว่าเอ่อ ดร.กยศบอกว่าอยากให้เอ่อความเหลื่อมล้ำเนี่ยหมดไป อาจารย์จะตกงานเอานะคะ[เสียงหัวเราะ]ยินดี

ยอมตกงานถ้าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหมดจากประเทศไทยไป

ครับ

สุดยอดมากนะครับ

อาจารย์ข้าวเชิญเลยครับ ทิ้งท้ายสักนิดนึงครับก่อนที่เราจะไปประกาศผลโพลตอนสุดท้าย

ค่ะ ก็จริงๆแล้วนะคะถ้ามีโอกาสได้มาดูแลกระทรวงศึกษาธิการนะค่ะ สิ่งที่มีความมุ่งมั่นมากที่สุดก็คือเราจะต้องปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการค่ะ และเราต้องเอาเด็กเป็นศูนย์กลางจริงๆค่ะ ในขณะเดียวกันเราก็ต้องพัฒนาคุณภาพของครูลดภาระงานครู แล้วก็เราก็จะต้องให้ความสำคัญกับครอบครัวแล้วก็คุณพ่อคุณแม่ด้วย การร่วมมือการบูรณาการกับกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดค่ะ แค่นี้ค่ะ

ขอบคุณมากครับ ปกติเขาบอกว่าเลดี้ First นะ เพราะฉะนั้นมีเลดี้อีก 1 คนคืออาจารย์การดี เชิญเลยครับ อาจารย์

วันนี้ต้องขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทุกท่านนะคะ พรรคประชาธิปัตย์ให้คำมั่นว่าความตั้งใจของเราวันนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อคะแนนเสียงระยะสั้น เราตั้งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลาน เรามองเห็นภาพไม่ได้เป็นไซโลแต่การเชื่อมต่อการทำงานของทุกภาคส่วน เอาลูกของเราเป็นตัวตั้ง เอาอนาคตที่ดีเป็นตัวตั้ง แล้วพวกเราผู้ใหญ่เนี่ยแหละค่ะที่จะมาสานต่อในกลไกของตรงกลางเพื่อให้สิ่งนั้นเป็นไปได้มากที่สุด ไทยจะไม่ได้หายจนเงินอย่างเดียว เราจะหายจนปัญญาแล้วเราจะหายจนโอกาส ค่ะ อาจารย์

ขอบคุณมากครับ อาจารย์การดีนะครับ 2 ท่าน ขอเปลี่ยนคำถามด้วยได้มั้อ่ะ เด็กที่ผ่านการศึกษาที่ถูกปฏิรูปมาแล้วหน้าตาจะเป็นยังไง เราจะแข่งกับเด็กสิงคโปร์ เด็กเยอรมัน เด็กญี่ปุ่นได้มั้ครับ ไอ้ติมครับ

ครับ คือขอแซวดร.กายศก่อนนิดนึงนะครับ ใช้สิทธิ์แซวเมื่อกี้ดร.เรื่องกยศบอกว่าอยากให้เอ่อรัฐมนตรีเป็นอยู่ใน 4 พรรคนี้ไม่รู้จะเป็นได้หรือเปล่าง่ายๆครับ ถ้าประชาชนเลือกแค่ 4 พรรคเนี้ยครับ รัฐมนตรียังไงก็อยู่ใน 4 พรรคนี้ครับ[เสียงหัวเราะ]เอ ตอบคำถามครับ คือผมคิดว่าเอ่อเด็กในอนาคตจะเป็นยังไงเนอะ ผมคิดว่าทักษะที่สำคัญที่สุดเลยนะครับคือทักษะในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาครับ แน่นอนในมุมนึงเราต้องมีระบบการศึกษาที่ไม่ไปดับไฟในการเรียนรู้ของเขาแต่เติมไฟในการเรียนรู้ของเขาเป็นระบบการศึกษาที่เปิดให้เค้ามีเสรีภาพในการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของตนเองนะครับ และเป็นระบบการศึกษาที่ไม่ทำให้เขารู้สึกผิดถ้าเขาไม่รู้อะไรแต่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่เขาไม่รู้อะไรแล้วระบบการศึกษาจะช่วยเพิ่มทักษะให้เขาในการสามารถแสวงหาความรู้ใหม่ๆพัฒนาทักษะใหม่ๆได้นะครับ อันนั้นคือสิ่งที่อยากจะเห็นนะครับ เอ่อเป้าหมายส่วนตัวผมเนี่ย ความจริงผมเคยพูดในหลายเวทีว่าชีวิตทางการเมืองของผมเนี่ย ผมอยากให้คนในประเทศเรารู้สึก 3 อย่าง 1 คือรู้สึกอยากไปโหวตเพราะรู้สึกว่าเสียงของเราเนี่ยเปลี่ยนแปลงประเทศได้ 2 คือรู้สึกพร้อมจะจ่ายเงินภาษีเพราะมั่นใจว่าถูกใช้อย่างคุ้มค่า แล้วก็ 3 คือรู้สึกสะดวกใจกับการกับการส่งลูกไปโรงเรียนรัฐเพราะบริการสาธารณะของเรามีคุณภาพ ถ้าผมทำ 3 สิ่งนี้ได้ผมถือว่าผมประสบความสำเร็จในชีวิตเส้นทางการเมืองหมดแล้วครับ

ผมเชื่อทุกคนก็อยากจะมีความฝันแบบนี้ ขอบคุณมากครับไอติมครับ ปิดท้ายที่สุดเลย อาจารย์เอ้เชิญเลยครับ เด็กไทยหลังจากปฏิรูปการศึกษาไปแล้วหน้าตาเป็นไงครับ

เพราะว่าส่วนสำคัญที่สุดของการเกิดมาเป็นคนเนี่ยนะครับ เราอยากจะมีชีวิตที่มีความสุขนะ ดังนั้นผมอยากให้ความสุขเป็นตัวตั้งด้วยนะฮะ ปัจจุบันเนี่ยคุณพ่อคุณแม่ก็มีความทุกข์ เราทุกข์กันหมดแหละ เพราะทุกคนต้องโหนอาจารย์นะครับ เราไม่ได้มีเงิน แต่เรารักลูกอยากให้ลูกได้ไปไกลที่สุด เพราะงั้นเราก็ต้องส่งลูกเรียนแพงๆ บางคนอาจจะทำได้ แต่คนส่วนใหญ่ 99% ทำไม่ได้ ดังนั้นเนี่ย ผมอยากให้ทุกคนน่ะ เด็กไทยไม่ว่าเกิดมายากดีมีชนแค่ไหนนะครับ วันเนี้ยถ้าเกิดเค้าอยากเรียนได้เรียนจริงๆ แล้วได้เรียนเต็มศักยภาพจริงๆ อันเนี้ยคือเป้าหมายที่ที่สุดแล้วในสังคมที่จะมีความสุขเนี่ย สุดท้ายเนี่ยขีดเส้นใต้เลยก็คือสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด แล้วสุดท้ายสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุดมันจะ ไม่ค่อยเกิดการเอารัดเอาเปรียบกันน่ะ มันจะเกิดสังคมที่มีความหวัง สังคมที่อยากจะให้ลูกๆที่เราได้รับการดูแลทุกอย่างเนี่ย พอเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเนี่ย ก็จะอยากจะกลับมาให้รุ่นต่อๆไปนะครับ ผมผมมาทำการเมืองไม่มี agenda เหมือนน้องไอติมนะครับ ลาออกจากทุกอย่างมาก็เพราะว่าอยากเห็นลูกหลานไทยดีขึ้นจริงๆ เท่านั้นคือการเศรษฐกิจสั้นใต้ครับ ขอบพระคุณครับ

ขอบคุณมากครับพี่เอ้ครับ ป่อแปะๆแปะน้องมันบอกว่า

โพลเสร็จแล้ว

โหวตกันเสร็จตั้งนานแล้วลุงอลำดับนี้นะครับ เรามาดูกันนะครับว่าพลโพลหลังจากที่โหวตกันมาเราเปิดโหวตตั้งแต่ประมาณสัก 17:17 น.นะครับ จนตอนนี้ล่วงมาเป็นเวลา 20:09 น.แล้วผลโพลออกมาเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปชมผลโพลกันเลยครับ จากผู้เข้าร่วมโหวตทั้งหมด 1,200 1 ผู้ร่วมโหวตทั้งหมด 12,746 คนครับ อันดับที่ 1 เลยนะครับก็คือคุณพฤ หรือว่าไอติม 61.54% 54% อันดับที่ 2 เลยนะครับคุณธีรภานะครับ อาจารย์เข้า 26.89 อันดับที่ 3 อาจารย์การดี 7.02 02 และ อันดับที่ 4 อาจารย์เอ้สุชัชวี 4.55% 55% ด้วยนะครับ เอาล่ะครับ และนี่ก็คือภาพรวมนะครับของ policy battle ของเราในวันนี้นะครับ ดีบตนะ ครับ นี่คือดีเบตเวทีที่ 3 แล้วนะครับ เราเริ่มต้นจากเวทีเศรษฐกิจ เวทีต่อต้านคอร์รัปชั่น และอีกหนึ่งเวทีที่สำคัญมากคือเวทีการศึกษา แต่ต้องไม่ลืมนะครับว่าตอนนี้เนี่ย ยังรออีก 14 วันถึงจะเดินเข้า นะครับคูหาเพื่อเป็นวันเลือกตั้งเดี๋วัน ที่ 28 มกราคม ยังจะมีเบตใหญ่อีก 1 ครั้ง นะครับเบตใหญ่ the standard จะจัดขึ้นในวันที่ 28 มกราคมนี้นะครับ อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เก็บข้อมูลให้มากที่สุดนะครับ ในการที่เราจะเดินหน้าแล้วตัดสินใจว่าเราจะเลือกใคร เพราะเสียงของท่านสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ สำหรับวันนี้เวลาก็หมดลงแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณทุกท่านเลยนะครับ ที่มาร่วมงานกับพวกเราในวันนี้สำคัญมากๆ ว่าเวทีนี้จะเป็นพื้นฐานในการที่ท่านนั้นนำเอาข้อมูลไปประมวลผลก่อนที่ท่านจะเดินหน้าเข้าคูหาในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ด้วย สำหรับวันนี้เวลาหมดแล้ว แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าสวัสดีครับ

The Standard Debay เวทีประชัน วิสัยทัศน์อันดับ 1 เข้มข้นที่สุดร้อนแรงที่สุดกับการถกประเด็นร้อน 5 คู่ 5 คำถาม ประกาศจุดยืนครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง และให้คำมั่นสัญญากับคนรุ่นใหม่ พบว่าที่นายกและตัวแทนพรรคการเมืองในการดวนเดือดครั้งสุดท้าย จุลพันธ์อมรวิวัฒน์พรรคเพื่อไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพรรคประชาธิปัตย์ [เพลง] วราวุฒ ศิลปอาชาพรรคภูมิใจไทย อนุสรณ์ นาครทัพพรรค [เพลง] กล้า ธรรมณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธิพรรค ประชาชน 28 มกราคมนี้ 19:30 [เพลง] น.ถึง 21:30 น.ที่ Next Hall ชั้น 5 สยามParagอนสดทุกช่องทางของ The Standard