📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

27 เมษายน 2569

เรื่องเล่าพุทธกาล2:37

Transcription

ในสมัยพุทธกาลมีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า พาหิะ ท่านเป็นพระที่มีความเพียรสูงและชอบปลีกวิเวกอยู่ตามป่าเขาเพียงลำพัง ความสงบของท่านนั้นโดดเด่นจนแม้แต่เทวดาที่สถิตอยู่แถวนั้นยังเลื่อมใส

แต่ทว่าพระพาหิะท่านมีจุดอ่อนอยู่เรื่องหนึ่งคือท่านมักจะภูมิใจในตัวเองมากเกินไปเล็กน้อยว่าตนเป็นพระป่าที่เคร่งครัดกว่าใครๆ

เช้าวันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังจะออกบิณฑบาต ท่านกลับหาบาตรของตัวเองไม่เจอ ท่านหาจนทั่วกุฏิก็ไม่พบ จนเริ่มหงุดหงิดใจ

ทันใดนั้นเทวดาองค์หนึ่งก็ได้ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับถือบาตรของท่านไว้ในมือ แล้วยื่นข้อเสนอประหลาดว่า ท่านพาหิะถ้าท่านอยากได้บาตรคืน ท่านต้องตอบคำถามของข้าพเจ้าให้ได้ก่อน

เทวดาถามว่า ท่านมาบวชเพื่ออะไร ระหว่างความสงบในป่ากับความสงบในใจ สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน

พระพาหิะนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ท่านเริ่มรู้ตัวว่าที่ผ่านมาท่านติดอยู่ในรูปแบบของการอยู่ป่า ท่านภูมิใจที่ได้อยู่ป่ามากกว่าที่จะเฝ้าดูจิตใจตัวเอง

ท่านตอบเทวดาไปตามตรงว่า เราหลงทางไปแล้วมิตรสหาย ความสงบที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่ อยู่ที่การไม่มีตัวตน

เทวดาแย้มยิ้มด้วยความปิติแล้วคืนบาตรให้ พร้อมกับบอกว่า ข้าพเจ้าไม่ได้อยากแกล้งท่าน แต่ข้าพเจ้าไม่อยากให้พระดีๆอย่างท่านต้องติดอยู่ในบ่วงของความดีจนมองไม่เห็นความจริง

ตั้งแต่นั้นมา พระพาหิะก็เปลี่ยนวิธีการปฏิบัติ ท่านไม่ได้แค่อยู่ป่า แต่ท่านใช้ป่าเพื่อขัดเกลาอัตตาจนหมดสิ้น และบรรลุเป็นพระอรหันต์ในเวลาต่อมา

เรื่องของพระพาหิะสอนเราว่า กิเลสที่น่ากลัวที่สุดคือ กิเลสที่มาในคราบของความดี การที่เราภูมิใจว่าเราดีกว่าคนอื่น เคร่งกว่าคนอื่น นั่นแหละคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ว่าเราทำตามรูปแบบได้เป๊ะแค่ไหน แต่วัดกันที่ว่าใจของเราลดมานะถือตัวลงได้มากแค่ไหนต่างหาก