Transcription
คนที่มีระดับจริงไม่เคยพยายามประกาศว่าตัวเองเหนือกว่าใคร ทุกวันนี้คนจำนวนมากใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการพยายามทำให้คนอื่นเห็นคุณค่า บางคนโพสต์ทุกความสำเร็จ บางคนพยายามพูดให้ดูเก่ง บางคนใช้ของแพงเพื่อให้คนยอมรับ บางคนพยายามเข้าสังคมทุกที่เพราะกลัวถูกลืม แต่ยิ่งพยายามให้คนสนใจมากเท่าไหร่ กลับยิ่งดูไม่มีเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น
เพราะความจริงที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าใจ คือคนที่มีคุณค่าจริงไม่จำเป็นต้องตะโกนให้ใครรู้ เหมือนเพชรแท้ต่อให้วางอยู่เงียบๆ ในห้องมืด มันก็ยังเป็นเพชรอยู่ดี และคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระดับจริงๆ ก็มักเป็นคนแบบนั้น เขาไม่จำเป็นต้องอวด ไม่จำเป็นต้องแข่งขันตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเอาชนะทุกคน ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ ไม่จำเป็นต้องทำให้ใครอิจฉา แต่กลับเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้สึกว่าคนนี้น่าสนใจ คนนี้ดูมีอะไร คนนี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจ คนนี้ดูแพง ทั้งที่ไม่ได้พยายามเลย
คุณเคยสังเกตไหมว่าคนที่ มีเสน่ห์มากที่สุดในชีวิตจริง มักไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุดในห้อง แต่คือคนที่นิ่งจนคนอยากเข้าไปทำความรู้จักเอง เขาไม่ได้พยายามดึงความสนใจ แต่กลับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้คนอยากอยู่ใกล้ เหมือนน้ำลึกที่นิ่งสงบ แม้ไม่มีคลื่น แต่กลับทรงพลังมากกว่าน้ำตื้นที่กระเพื่อมตลอดเวลา
หลายคนเข้าใจผิดว่าการใช้ชีวิตอย่างมีระดับ หมายถึงการใช้ของแพง มีเงินเยอะ แต่งตัวหรู หรือเข้าสังคมไฮโซ แต่ความจริงแล้ว ระดับของคนไม่ได้วัดจากสิ่งที่เขามี แต่วัดจากวิธีที่เขาวางตัว บางคนใส่ นาฬิกาหลักแสน แต่พูดจาไร้มารยาท ใจร้อน ชอบดูถูกคนอื่น สุดท้ายคนก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาดูดี ในขณะที่บางคนแต่งตัวเรียบง่ายมาก พูดน้อย สุภาพ ควบคุมอารมณ์เก่ง ให้เกียรติคนรอบตัว และไม่พยายามแข่งขันกับใคร คนแบบนี้ต่างหากที่ยิ่งรู้จักยิ่งดูมีราคา เพราะความมีระดับที่แท้จริง มันออกมาจากข้างใน ออกมาจากวิธีคิด วิธีพูด วิธีควบคุมอารมณ์ วิธีรับมือกับปัญหา และวิธีปฏิบัติต่อคนอื่น
โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยคนที่พยายามโดดเด่น แต่คนที่น่าจดจำที่สุด กลับเป็นคนที่สงบนิ่ง โลกเต็มไปด้วยคนที่พยายามพิสูจน์ตัวเอง แต่คนที่ดูมีพลังจริงๆ กลับเป็นคนที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรเลย และยิ่งคุณโตขึ้น คุณจะยิ่งเข้าใจว่าเสน่ห์ที่แท้จริง ไม่ใช่การทำให้ทุกคนมองคุณ แต่คือการทำให้คนรู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้คุณ
คนบางคนแค่เดินเข้ามาในห้อง บรรยากาศก็เปลี่ยนทันที ไม่ใช่เพราะเขาดัง แต่เพราะเขานิ่ง ไม่ใช่เพราะเขาพยายามดูเหนือกว่าใคร แต่เพราะเขามั่นคงจากภายใน เขาไม่รีบพูดแทรกคนอื่น ไม่อวดว่าตัวเองเก่ง ไม่พยายามเอาชนะทุกประโยค ไม่แข่งชีวิตกับใคร แต่กลับทำให้คนเกรงใจโดยธรรมชาติ นี่แหละคือพลังของคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระดับ และสิ่งสำคัญที่สุดคือคนแบบนี้ไม่ได้สร้างตัวตนขึ้นมาเพื่อให้คนชอบ แต่เขาสร้างคุณภาพชีวิตของตัวเอง จนคนอื่นสัมผัสได้ แตกต่างเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปหานก เมื่อมันเติบโตดีพอ นกจะบินเข้ามาหาเอง
ชีวิตก็เหมือนกัน ยิ่งคุณวิ่งไล่การยอมรับมากเท่าไหร่ คนยิ่งมองว่าคุณขาด แต่เมื่อคุณเริ่มนิ่ง เริ่มพัฒนาตัวเอง เริ่มรักคุณค่าของตัวเอง เริ่มใช้ชีวิตอย่างสุขุม เริ่มควบคุมอารมณ์ เริ่มคบคน เริ่มพูดให้น้อยแต่มีน้ำหนัก คุณจะเริ่มมีแรงดึงดูดโดยไม่ต้องพยายามเลย
และในคลิปนี้ เราจะพาคุณไปเข้าใจว่าการใช้ชีวิตอย่างมีระดับ โดยไม่ต้องประกาศให้ใครรู้ แท้จริงแล้วต้องเริ่มจากอะไร ทำไมบางคนยิ่งเงียบยิ่งมีเสน่ห์ ทำไมบางคนไม่อวดอะไรเลย แต่กลับดูน่าค้นหา และทำไมคนที่ดูแพงที่สุด มักเป็นคนที่เรียบง่ายที่สุด
**บทที่ 1 หยุดวิ่งไล่ความสนใจ แล้วคุณจะกลายเป็นคนที่น่าสนใจ**
คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ใช้ชีวิตเหมือนกำลังยืนอยู่บนเวทีตลอดเวลา ทำทุกอย่างเพื่อให้คนมอง พูดทุกอย่างเพื่อให้คนสนใจ โพสต์ทุกอย่างเพื่อให้คนรับรู้ และพยายามทำให้ตัวเองดูมีค่าผ่านสายตาคนอื่น แต่ยิ่งทำแบบนั้นมากเท่าไหร่ กลับยิ่งเหนื่อยมากขึ้นเท่านั้น เพราะชีวิตที่ต้องคอยพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลามันไม่มีวันสงบจริง คุณจะเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เริ่มกลัวว่าจะด้อยกว่า เริ่มกลัวไม่มีใครสนใจ เริ่มกลัวถูกลืม และสุดท้ายคุณจะไม่เป็นตัวเองอีกต่อไป
หลายคนคิดว่าถ้าอยากมีเสน่ห์ ต้องทำให้คนสนใจ แต่ความจริงคือคนที่พยายามเรียกร้องความสนใจมากเกินไป มักสูญเสียเสน่ห์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ลองนึกภาพคน 2 คน คนแรกพูดตลอดเวลา พยายามเล่าเรื่องตัวเองทุกเรื่อง ชอบอวดความสำเร็จ พยายามทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาเก่ง และอยากเป็นจุดสนใจของทุกวงสนทนา ส่วนอีกคนพูดน้อย ฟังมาก ไม่รีบอวดตัวเอง ยิ้มแบบสบายๆ วางตัวนิ่ง และไม่พยายามแย่งซีนใคร สุดท้ายแล้วคนส่วนใหญ่มักรู้สึกอยากรู้จักคนที่ 2 มากกว่า เพราะมนุษย์มีสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง เรามักสนใจคนที่ดูไม่พยายามเกินไป
ความนิ่งคือพลังอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่มี โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยคนที่รีบพูด รีบโชว์ รีบอธิบายตัวเอง รีบทำให้คนยอมรับ แต่คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระดับมักไม่รีบเลย เขาไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนชอบ เพราะเขารู้ว่าคุณค่าที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องร้องขอความยอมรับ เหมือนกาแฟดีๆ แก้วหนึ่ง มันไม่จำเป็นต้องตะโกนว่าอร่อย แค่คนได้ลอง เขาก็กลับมาหามันอีก คนก็เหมือนกัน ถ้าคุณมีคุณภาพจริง มีความคิดดี มีมารยาท มีความสงบ มีวุฒิภาวะ มีความมั่นคงทางอารมณ์ ต่อให้คุณไม่พูดเยอะ คนก็จะสัมผัสได้เอง และนี่คือสิ่งที่ทำให้คนบางคนดูแพงแบบอธิบายไม่ถูก ไม่ใช่เพราะเสื้อผ้า ไม่ใช่เพราะเงิน แต่เป็นเพราะพลังบางอย่างในตัวเขา พลังของคนที่ไม่หิวความสนใจ
คนที่มีระดับจริงจะไม่พยายามเป็นทุกอย่างเพื่อทุกคน เขาไม่ฝืนตัวเองเพื่อใคร ชอบไม่ลดคุณค่าตัวเองเพื่อคนอยู่ ไม่ตามคนที่ไม่เห็นค่า และไม่เสียเวลาแข่งขันกับใคร เพราะเขาเข้าใจว่ายิ่งคุณพยายามไล่จับคนมากเท่าไหร่ คุณยิ่งดูไม่มีค่า ลองสังเกตดูดีๆ เวลาคุณวิ่งตามใครมากเกินไป อีกฝ่ายเริ่มถอย แต่เวลาคุณหยุดวิ่ง หยุดพยายามมากเกินไป กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายเริ่มหันมาสนใจคุณแทน นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ สิ่งที่ดูขาดแคลนมักมีคุณค่าเสมอ คนที่พร้อมตอบทุกวินาที พร้อมอยู่ตลอดเวลา พร้อมตามใจทุกอย่าง มักถูกมองข้ามง่ายกว่า ในขณะขณะที่คนที่มีชีวิตของตัวเอง มีเป้าหมายของตัวเอง มีพื้นที่ส่วนตัว และไม่ได้เอาชีวิตไปผูกไว้กับการได้รบความสนใจ กลับกลายเป็นคนที่น่าค้นหามากกว่า เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงไม่ใช่การพยายามทำให้คนติดคุณ แต่คือการทำให้คนรู้สึกว่าถ้าไม่มีคุณอยู่ตรงนี้ มันเหมือนขาดอะไรบางอย่าง และสิ่งนั้นเกิดจากคุณภาพของตัวตน ไม่ใช่การพยายามเรียกร้องความสนใจ
คนจำนวนมากเสียพลังชีวิตไปมหาศาลกับการพยายามทำให้คนอื่นประทับใจ แต่คนที่มีระดับจริงจะเอาเวลานั้นกลับมาพัฒนาตัวเองแทน เขาอ่านหนังสือ ดูแลสุขภาพ พัฒนาความคิด ฝึกควบคุมอารมณ์ ทำงานกับเป้าหมายของตัวเอง และสร้างชีวิตที่ตัวเองมีความสุขจริงๆ จนวันหนึ่ง เขาไม่ต้องวิ่งเข้าหาคนอีกต่อไป แต่คนจะเริ่มเดินเข้ามาหาเขาเอง เหมือนแม่เหล็กที่ไม่จำเป็นต้องออกแรงวิ่งไล่โลหะ แค่มีพลังมากพอ ทุกอย่างก็ถูกดึงเข้ามาเอง
คุณเคยเห็นไหม บางคนยิ่งโตยิ่งนิ่ง เมื่อก่อนอาจชอบโพสต์ทุกเรื่อง ชอบอวด ชอบแข่งขัน ชอบเอาชนะ แต่พอโตขึ้น กลับเงียบลง ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไร แต่เพราะไม่จำเป็นต้องประกาศ คนที่โตจริงจะเริ่มเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมีผู้ชม คุณไม่จำเป็นต้องโพสต์ทุกความสำเร็จ คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายชีวิตให้ทุกคนเข้าใจ คุณไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนเห็นคุณค่า เพราะคนที่เห็นคุณค่าคุณจริงๆ เขาจะเห็นเอง โดยที่คุณไม่ต้องพยายามเลย
และยิ่งคุณหยุดใช้ชีวิตเพื่อเรียกร้องความสนใจ คุณจะยิ่งมีอิสระมากขึ้น อิสระจากการเปรียบเทียบ อิสระจากความกดดัน อิสระจากการแสดง อิสระจากความเหนื่อยในการพิสูจน์ตัวเอง คุณจะเริ่มใช้ชีวิตแบบสบายขึ้น มั่นคงขึ้น และสงบขึ้น ซึ่งนั่นแหละคือเสน่ห์ที่คนส่วนใหญ่กำลังตามหา เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่น่าดึงดูดที่สุดในโลกนี้ ไม่ใช่คนที่พยายามทำให้ทุกคนมอง แต่คือคนที่ต่อให้เขาอยู่นิ่งๆ คนก็ยังอยากเดินเข้ามาหาเอง
**บทที่ 2 พูดน้อย แต่ทุกคำมีน้ำหนัก**
คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าคนที่พูดเก่งคือคนที่มีเสน่ห์ แต่เมื่อคุณโตขึ้น คุณจะเริ่มค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่าคนที่น่าฟังที่สุด มักไม่ใช่คนที่พูดมากที่สุด แต่คือคนที่พูดแล้วคนอยากฟังต่อ โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยเสียงดัง ทุกคนอยากพูด อยากแสดงความคิดเห็น อยากเอาชนะ อยากให้ตัวเองดูฉลาด อยากเป็นคนสุดท้ายที่ได้พูด แต่คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระดับจริงๆ มักแตกต่างออกไป เขาไม่พูดเพื่อเอาชนะ ไม่พูดเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่พูดเพื่อทำให้ตัวเองดูเหนือกว่าใคร แต่เขาพูดเมื่อจำเป็นจริงๆ และทุกครั้งที่พูด คำพูดของเขามักมีพลัง
คุณเคยเจอคนแบบนี้ไหม ในวงสนทนา เขาแทบไม่พูดอะไรเลย แต่พอพูดขึ้นมา 1 ประโยค กลับทำให้ทั้งวงเงียบฟัง ไม่ใช่เพราะเขาเสียงดัง แต่เพราะสิ่งที่เขาพูดมันมีน้ำหนัก คนประเภทนี้มักเป็นคนที่คิดก่อนพูด ฟังก่อนตอบ และไม่จำเป็นต้องรีบแทรกทุกบทสนทนา เขาเข้าใจว่าคนที่ควบคุมคำพูดตัวเองได้ คือคนที่ควบคุมภาพลักษณ์ตัวเองได้ ในขณะที่คนจำนวนมากพูดทุกอย่างตามอารมณ์ โกรธก็พูด น้อยใจก็พูด อิจฉาก็พูด อยากชนะก็พูด อยากเด่นก็พูด สุดท้ายคำพูดเหล่านั้น กลับลดคุณค่าของตัวเองลงโดยไม่รู้ตัว เพราะบางครั้งคนไม่ได้มองคุณจากหน้าตาหรือเสื้อผ้า แต่เขามองจากวิธีพูด คนพูดจาดีมักดูแพงกว่าเสมอ
และคำว่าพูดดี ไม่ได้หมายถึงพูดหวาน แต่หมายถึงพูดแล้วคนฟังรู้สึกสบายใจ พูดแล้วไม่ทำร้ายคนอื่นโดยไม่จำเป็น พูดแล้วดูมีวุฒิภาวะ พูดแล้วแสดงถึงการควบคุมอารมณ์ได้ คนที่มีระดับจะไม่ใช้อารมณ์นำคำพูด เขาจะไม่ประชดทุกครั้งที่ไม่พอใจ ไม่แขวะคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูเหนือกว่า ไม่พูดโอ้อวดตลอดเวลา และไม่พยายามทำให้ทุกคนยอมรับผ่านคำพูด เพราะเขา รู้ว่ายิ่งพูดมากเกินไป คนยิ่งเห็นตัวตนจริงของคุณเร็วเกินไป
บางคนพยายามพูดเก่ง จนลืมฟัง และคนที่ไม่ฟังใครเลย มักไม่มีเสน่ห์ในระยะยาว เพราะมนุษย์ทุกคนลึกๆ แล้วไม่ได้ต้องการแค่คนพูดเก่ง แต่ต้องการคนที่เข้าใจ และคนที่จะเข้าใจคนอื่นได้ ต้องเริ่มจากการฟังเป็น นี่คือเหตุผลที่คนเงียบหลายคน กลับมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด เพราะเวลาพวกเขาฟัง เขาฟังจริงๆ ไม่ใช่ฟังเพื่อรอพูด ไม่ใช่ฟังเพื่อสวนกลับ ไม่ใช่ฟังเพื่อเอาชนะ แต่ฟังเพื่อเข้าใจ คนแบบนี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และความสบายใจนี่เอง คือเสน่ห์ระดับสูงที่คนส่วนใหญ่ไม่มี
ลองสังเกตดู บางคนหน้าตาดีมาก แต่นั่งคุยไม่นานก็เริ่มเหนื่อย เพราะเขาพูดแต่เรื่องตัวเอง ชอบข่ม ชอบอวด ชอบตัดบทคนอื่น ชอบทำให้ตัวเองดูสำคัญที่สุด ในขณะที่บางคนหน้าตาธรรมดามาก แต่พอคุยด้วยแล้ว กลับรู้สึกอบอุ่น สบายใจ และอยากอยู่ใกล้นานๆ นี่แหละพลังของคำพูดและวิธีวางตัว
คนที่มีระดับจริงจะไม่พูดเพื่อทำให้ตัวเองดูสูงกว่าใคร แต่จะพูดเพื่อให้เกียรติคนฟัง เขาจะไม่หัวเราะเสียงดังใส่ความผิดพลาดของคนอื่น ไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเพื่อความสนุก ไม่ใช้คำพูดดูถูกคนที่ด้อยกว่า และไม่ทำให้ใครรู้สึกต่ำลงเพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้น เพราะคน ที่สูงจริงไม่จำเป็นต้องเหยียบใคร และนี่คือสิ่งที่ทำให้บางคนดูดีขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพูดยิ่งน่าฟัง ในขณะที่บางคนยิ่งพูดยิ่งหมดเสน่ห์
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากของคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระดับ คือเขารู้ว่าอะไรไม่จำเป็นต้องพูด ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ต้องอธิบาย ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเข้าใจคุณ และไม่ใช่ทุกคำดูถูกที่ต้องตอบโต้ คนส่วนใหญ่เสียพลังชีวิตไปมากกับการพยายามอธิบายตัวเองให้คนที่ไม่เข้าใจฟัง แต่คนที่มีวุฒิภาวะจริงจะเลือกนิ่ง ไม่ใช่เพราะเถียงไม่เก่ง แต่เพราะรู้ว่าบางคนต่อให้คุณอธิบายดีแค่ไหน เขาก็เลือกจะไม่เข้าใจอยู่ดี ดังนั้น แทนที่จะเสียเวลาเถียง เขาจะเอาพลังงานกลับมาดูแลชีวิตตัวเอง นี่คือความต่างระหว่างคน ที่โตแล้วกับคนที่ยังต้องการเอาชนะทุกเรื่อง
คนที่มีระดับจริงไม่จำเป็นต้องชนะทุกวงสนทนา เพราะเขาเข้าใจว่าการรักษาความสงบของตัวเองสำคัญกว่าการเอาชนะคนอื่น และเชื่อเถอะครับว่าคนที่พูดน้อยอย่างมีคุณภาพ จะดูน่าค้นหากว่าคนที่พูดทั้งวันแต่ไร้น้ำหนักเสมอ เหมือนหนังสือดีๆ เล่มหนึ่ง มันไม่จำเป็นต้องเปิดทุกหน้าให้คนเห็นทันที ยิ่งน่าค้นหา คนยิ่งอยากอ่านต่อ คนก็เหมือนกัน อย่ารีบเปิดเผยทุกอย่าง อย่ารีบพูดทุกเรื่อง อย่ารีบอธิบายตัวเองจนหมด บางครั้งความนิ่งก็สร้างเสน่ห์ได้มากกว่าคำพูดนับพันคำ
และเมื่อคุณเริ่มพูดน้อยลง แต่มีคุณภาพมากขึ้น คุณจะเริ่มสังเกตว่าคนเริ่มฟังคุณมากขึ้น คนเริ่มเกรงใจคุณมากขึ้น และคำพูดของคุณจะเริ่มมีค่ามากขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงดัง คนที่สงบมักโดดเด่นที่สุดเสมอ
**บทที่ 3 ควบคุมอารมณ์ได้คือพลังที่ทำให้คุณดูมีระดับ**
ใคร คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ไม่ได้แพ้เพราะไม่เก่ง แต่แพ้เพราะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ บางคนเก่งมาก มีความสามารถมาก ฉลาดมาก แต่พอเจอคำพูดไม่กี่คำ กลับเสียอาการทันที โดนวิจารณ์นิดเดียวก็เดือด โดนเมินหน่อยก็หงุดหงิด โดนปฏิเสธนิดเดียวก็พัง โดนยั่ว นิดเดียวก็หลุด และทันทีที่อารมณ์ควบคุมคุณ เสน่ห์ทั้งหมดที่มีจะหายไปทันที เพราะความจริงที่คนมีวุฒิภาวะเข้าใจ คือคน ที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุด แต่คือคนที่ควบคุมตัวเองได้ดีที่สุด
ลองสังเกตดู เวลาคน 2 คนทะเลาะกัน คนหนึ่งตะโกนเสียงดัง ประชด ด่า เหวี่ยงอารมณ์ใส่ทุกอย่าง ส่วนอีกคนยังนิ่ง ยังพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ยังควบคุมสีหน้า ยังไม่ปล่อยอารมณ์ออกมามั่วๆ ลึกๆ แล้วคนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าคนที่นิ่งกว่า ดูเหนือกว่า นี่คือพลังของการควบคุมอารมณ์ และนี่คือเสน่ห์ระดับสูงที่เงินซื้อไม่ได้
โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยคนที่ตอบสนองเร็วเกินไป โกรธปุ๊บตอบทันที ไม่พอใจปุ๊บโพสต์ทันที เสียใจปุ๊บประชดทันที แต่คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระดับจริงๆ จะไม่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบมาทำลายภาพลักษณ์ระยะยาวของตัวเอง เขาว่าอารมณ์เป็นเรื่องชั่วคราว แต่ผลของการกระทำ อาจอยู่กับคุณไปอีกนาน เพราะคำพูดบางคำ พูดออกไปแค่ไม่กี่วินาที แต่ต้องเสียใจเป็นปี
คนที่โตจริง ไม่ใช่คนที่ไม่โกรธ แต่คือคนที่รู้วิธีจัดการกับความโกรธ ไม่ใช่คนที่ไม่เสียใจ แต่คือคนที่ไม่ปล่อยให้ความเสียใจควบคุมชีวิต และไม่ใช่คนที่ไม่เจ็บ แต่คือคนที่เจ็บแล้วยังรักษาความนิ่งของตัวเองไว้ได้ นี่แหละคือพลังที่ทำให้คนบางคนดูสงบ ดูแพง และดูมีคลาส
คุณเคยเห็นไหม บางคนเวลาโกรธ จะพยายามทำให้อีกฝ่ายเจ็บกว่า พูดประชด พูดแรง ขุดอดีต ทำลายกันด้วยคำพูด ตอนนั้นอาจรู้สึกชนะ แต่หลังจากนั้น คนรอบข้างจะเริ่มมองเห็นทันทีว่าคนๆ นี้ควบคุมตัวเองไม่ได้ และทันทีที่คนรู้ว่าคุณควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เขาจะเริ่มไม่เกรงใจคุณ เพราะคนที่อารมณ์ขึ้นง่าย มักถูกควบคุมได้ง่ายเช่นกัน
ในทางกลับกัน คนที่ยิ่งโดนกดดัน ยิ่งนิ่ง จะดูมีพลังอย่างน่าประหลาด เหมือนภูเขาใหญ่ ต่อให้ลมแรงแค่ไหน มันก็ยังไม่สั่นไหว คนแบบนี้ไม่จำเป็นต้องข่มใครเลย แต่คนจะเกรงใจเองโดยธรรมชาติ เพราะความนิ่ง คือสัญญาณของความมั่นคงภายใน และคน ที่มั่นคงจากข้างใน มักมีเสน่ห์มากกว่าคน ที่พยายามทำตัวเด็ดจากภายนอก
หลายคนพยายามทำให้ตัวเองดูมีคุณค่าด้วยการอวด แต่คนที่มีระดับจริงจะสร้างคุณค่าผ่านการควบคุมตัวเอง เขาควบคุมคำพูดได้ ควบคุมอารมณ์ได้ ควบคุมการตอบสนองได้ เขาไม่ปล่อยให้คนอื่นมากดปุ่มอารมณ์เขาได้ง่ายๆ เพราะเขารู้ว่าถ้าใครควบคุมอารมณ์คุณได้ แปลว่าเขาควบคุมชีวิตคุณส่วนหนึ่ง ดังนั้น คนที่ฉลาดจริง จะไม่เสียพลังงานกับทุกเรื่อง เขาจะเลือกว่าอะไรควรเก็บมาใส่ใจ อะไรควรปล่อยผ่าน และอะไรไม่คุ้มค่าพอที่จะทำให้ตัวเองเสียความสงบ
นี่คือจุดต่างระหว่างคนมีวุฒิภาวะ กับคนที่โตแต่อายุ คนมีวุฒิภาวะจะไม่ตอบทุกคำพูด ไม่ทะเลาะทุกครั้งที่ถูกกระทบ และไม่เอาทุกเรื่องมาเป็นอารมณ์ เพราะเขาเข้าใจว่าชีวิตเหนื่อยพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างสงครามเพิ่ม และเชื่อเถอะครับว่าคนที่มีเสน่ห์มากที่สุด มักเป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วเรารู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ ไม่ใช่คนที่ทำให้เราต้องระแวงตลอดเวลา
คุณลองคิดดู ถ้าคุณอยู่กับคนที่อารมณ์ขึ้นลงตลอด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวเหวี่ยง ต่อให้เขาหน้าตาดีแค่ไหน สุดท้ายคุณก็จะเหนื่อย แต่ถ้าคุณอยู่กับคนที่นิ่ง มั่นคง คุยด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ทำร้ายกัน คุณจะเริ่มรู้สึกสบายใจโดยธรรมชาติ และความสบายใจนี่เอง คือเสน่ห์ที่ลึกที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะสุดท้ายแล้ว คนเราไม่ได้อยากอยู่ใกล้คนที่สมบูรณ์แบบ แต่เราอยากอยู่ใกล้คนที่ทำให้ชีวิตเราสงบขึ้น
นี่คือเหตุผลที่คนบางคนยิ่งโตยิ่งเงียบ ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะเลือกแล้วว่าอะไรคู่ควรกับพลังงานของตัวเอง คนที่มีระดับจริง จะไม่ใช้ชีวิตเหมือนระเบิดเวลา แต่จะเป็นเหมือนทะเลลึก ต่อให้ข้างบนมีคลื่นแรงแค่ไหน ข้างล่างก็ยังสงบ และเมื่อคุณเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ คุณจะเริ่มมีพลังบางอย่างที่คนรอบตัวสัมผัสได้ทันที พลังของคนที่นิ่งโดยไม่ต้องพยายาม พลังของคนที่มั่นคงจากข้างใน และพลังของคนที่ไม่จำเป็นต้องเอาชนะใครเพื่อรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เพราะระดับของคน ไม่ได้วัดตอนที่ทุกอย่างดี แต่วัดตอนที่ชีวิตกดดัน แล้วคุณยังควบคุมตัวเองได้หรือเปล่า
**บทที่ 4 มีโลกส่วนตัวที่น่าค้นหา โดยไม่ต้องพยายามทำตัวลึกลับ**
คนจำนวนมากในยุคนี้กลัวการอยู่คนเดียว กลัวความเงียบ กลัวการไม่มีใครทัก กลัวไม่มีใครสนใจ กลัวชีวิตดูธรรมดาเกิน จนต้องพยายามเติมทุกช่วงเวลาด้วยการออนไลน์ตลอดเวลา โพสต์ตลอดเวลา อัปเดตชีวิตตลอดเวลา เหมือนกลัวว่าถ้าเงียบไปเมื่อไหร่ โลกจะลืมตัวเองทันที แต่ความจริงที่น่าสนใจคือคนที่น่าค้นหาที่สุด มักไม่ใช่คนที่เปิดเผยทุกอย่าง
ลองสังเกตดู บางคนคุณเห็นเค้าทุกวัน รู้หมดว่าเค้ากินอะไร ไปไหน ทำอะไร ทะเลาะกับใคร คิดอะไร เศร้าเรื่องอะไร แรกๆ อาจดูน่าสนใจ แต่พอนานไป คุณจะเริ่มรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้น่าค้นหาอีกแล้ว ในขณะที่บางคน ไม่ได้หายไปจากโลก ไม่ได้เล่นตัว ไม่ได้เย็นชา แต่เขาแค่เลือกเก็บบางอย่างไว้กับตัวเอง และแปลกมาก ยิ่งคนแบบนี้ไม่พยายามเปิดเผยตัวเองทั้งหมด คนยิ่งอยากรู้จักเขามากขึ้น เพราะมนุษย์มักสนใจสิ่งที่ไม่ได้เปิดออกมาหมด หนังดีเรื่องหนึ่ง ถ้าคุณเปิดตอนจบตั้งแต่ต้น คนก็ไม่อยากดูต่อ แต่ถ้ามันค่อยๆ เปิดเผยทีละนิด คนจะยิ่งติดตาม คนก็เหมือนกัน
เสน่ห์ของบางคน ไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ความน่าค้นหา และความน่าค้นหานั้น ไม่ได้เกิดจากการแกล้งเงียบ หรือทำตัวลึกลับ แต่มาจากที่เขามีชีวิตของตัวเองจริงๆ คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระดับ มักไม่เอาทุกอย่างในชีวิตออกมาให้คนดูหมด เขาไม่ได้ใช้โลกออนไลน์เป็นที่ระบายทุกอารมณ์ ไม่ได้โพสต์ทุกความสำเร็จเพื่อเรียกคำชื่นชม และไม่ได้เอาความเหงาไปแลกกับความสนใจชั่วคราว เพราะเขารู้ว่าคุณค่าของชีวิต ไม่จำเป็นต้องถูกประกาศตลอดเวลา
คนที่มีโลกส่วนตัวที่น่าค้นหามักเป็นคนที่อยู่กับตัวเองได้ เขาไม่จำเป็นต้องมีคนอยู่รอบตัวตลอดเวลา ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่า เขาสามารถนั่งเงียบๆ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำงานของตัวเอง พัฒนาตัวเอง หรือใช้เวลากับความคิดของตัวเองได้ และคนแบบนี้ มักมีเสน่ห์บางอย่างที่อธิบายยาก เพราะในโลกที่ทุกคนวุ่นวายตลอดเวลา คนที่สงบกับตัวเองได้ คือคนที่โดดเด่นมาก
ลองนึกภาพคน 2 คน คนแรกอยู่คนเดียวไม่ได้เลย ต้องหาใครคุยตลอด ต้องมีคนตอบแชทตลอด ต้องมีคนสนใจตลอด ถ้าเงียบเมื่อไหร่ จะเริ่มรู้สึกไม่มีคุณค่า แต่อีกคน แม้อยู่คนเดียว ก็ยังดูมีความสุข เขาไม่ได้ต่อต้านสังคม แต่เขาไม่จำเป็นต้องใช้คนอื่นมาเติมเต็มตัวเองตลอดเวลา ถามจริงๆ คนแบบไหนดูน่าดึงดูดมากกว่า แน่นอนว่าคนที่เต็มจากข้างใน เพราะคนที่เต็มจากข้างใน จะไม่เกาะใครแน่นเกินไป ไม่เรียกร้องมากเกินไป ไม่พยายามครอบงำใคร และไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด เขาให้พื้นที่คนอื่นเป็น และคนที่ให้พื้นที่คนอื่นเก่ง มักมีเสน่ห์มากกว่าคนที่พยายามจับทุกอย่างไว้
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากคือคนที่มีโลกส่วนตัวที่ดี มักไม่วุ่นวาย เขาไม่ชอบนินทา ไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น ไม่ชอบสร้างดราม่า และไม่ใช้ชีวิตเหมือนต้องแข่งขันตลอดเวลา เขาเลือกความสงบมากกว่าความวุ่นวาย และนี่คือเสน่ห์ที่ลึกมาก เพราะเมื่อคนเราโตขึ้น สิ่งที่ต้องการจริงๆ ไม่ใช่คนที่ตื่นเต้นที่สุด แต่คือคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด
คนที่มีระดับจริง จะไม่ทำให้ชีวิตคนอื่นเหนื่อย เขาจะไม่หายไปเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่เล่นเกมความสัมพันธ์ ไม่ทำตัวเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น และไม่ใช้ความลึกลับเป็นเครื่องมือควบคุมคนอื่น เพราะความน่าค้นหาที่แท้จริง ไม่ใช่การสร้างปริศนา แต่คือมีคุณภาพภายใน จนคนอยากรู้จักมากขึ้นเอง เหมือนร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่ง มันอาจไม่ได้ตกแต่งหวือหวา ไม่ได้โฆษณาเสียงดัง แต่บรรยากาศดี เพลงดี เจ้าของร้านใจดี กาแฟอร่อย สุดท้ายคนก็กลับไปซ้ำเอง คนก็เหมือนกัน ถ้าคุณเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ มีพลังงานดี มีความคิดดี มีความสงบ มีโลกส่วนตัวที่มั่นคง คนจะอยากอยู่ใกล้คุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องพยายามดึงเขาไว้เลย
และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือคนที่มีโลกส่วนตัวที่แข็งแรง มักไม่กลัวการสูญเสียคน ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะเขารู้ว่าต่อให้ไม่มีใคร เขาก็ยังมีความสุข นี่คือความมั่นคงที่ทรงพลังมาก เพราะคนที่ไม่กลัวการอยู่คนเดียว จะไม่ยอมลดคุณค่าตัวเองเพื่อรั้งใครไว้ เขาจะไม่วิ่งตามคนที่ไม่เห็นค่า ไม่ยอมเป็นตัวเลือกสำรอง และไม่ฝืนความสัมพันธ์ที่ทำให้ตัวเองเหนื่อย เพราะเขาเข้าใจว่าความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ควรแลกกับการสูญเสียตัวเอง
และทันทีที่คุณเริ่มมีโลกของตัวเอง มีเป้าหมายของตัวเอง มีความสุขกับตัวเองได้ คุณจะเริ่มมีเสน่ห์แบบธรรมชาติ เสน่ห์ของคนที่ไม่ขาด และคน ที่ไม่ขาดนี่แหละ คือคนที่ใครๆ ก็อยากเข้าหา เพราะเขาไม่ได้เข้าหาคนอื่นด้วยความว่างเปล่า แต่เข้าหาด้วยความเต็ม เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง มันไม่จำเป็นต้องร้องขอให้ใครมาพักใต้ร่มมัน แต่เมื่อแดดแรง ผู้คนจะเดินเข้ามาหามันเองล่ะครับ
**บทที่ 5 สร้างคุณค่าจากข้างใน จนไม่ต้องพยายามให้ใครยอมรับ**
เมื่อคุณใช้ชีวิตมาถึงจุดหนึ่ง คุณจะเริ่มเข้าใจความจริงที่สำคัญมากว่า การพยายามทำให้ทุกคนชอบคุณ คือหนึ่งในสิ่งที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต เพราะต่อให้คุณดีแค่ไหน ก็จะมีคนที่ไม่ชอบคุณอยู่ดี ต่อให้คุณพยายามแค่ไหน ก็จะมีคนมองข้ามคุณอยู่ดี และต่อให้คุณอธิบายตัวเองมากแค่ไหน ก็จะมีบางคนที่เลือกไม่เข้าใจคุณอยู่ดี ดังนั้น วันที่ คุณมีความสุขจริงๆ อาจไม่ใช่วันที่ทุกคนยอมรับคุณ แต่คือวันที่คุณหยุดฝากคุณค่าของตัวเองไว้ในสายตาคนอื่น
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของคนที่เริ่มใช้ชีวิตอย่างมีระดับจริงๆ เขาไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อให้คนปรบมืออีกต่อไป แต่เขาเริ่มใช้ชีวิตเพื่อให้ตัวเองภูมิใจ เขาไม่ได้ถามตลอดว่าคนอื่นคิดยังไงกับฉัน แต่เริ่มถามว่าฉันกำลังกลายเป็นคนแบบที่ตัวเองเคารพหรือเปล่า และเมื่อคุณเริ่มคิดแบบนี้ ชีวิตคุณจะนิ่งขึ้นมาก คุณจะเลิกแข่งขันกับคนอื่นแบบไร้ความหมาย เลิกอวด เลิกเปรียบเทียบ เลิกใช้ชีวิตเพื่อโชว์ เพราะคุณเริ่มเข้าใจว่าคนที่มีคุณค่าจริง ไม่จำเป็นต้องประกาศว่าตัวเองมีค่า เหมือนทองแท้มันไม่จำเป็นต้องตะโกนว่าแพง คนที่รู้คุณค่าจะมองออกเอง
หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการสร้างภาพ พยายามดูสำเร็จ พยายามดูมีความสุข พยายามดูเหนือกว่า พยายามดูน่าอิจฉา แต่ลึกๆ แล้วกลับไม่มีความสุขจริงๆ เลย เพราะชีวิตที่ต้องคอยแสดงตลอดเวลามันเหนื่อยมาก คุณต้องคอยรักษาภาพลักษณ์ คอยให้คนสนใจ คอยกลัวว่าจะดูด้อยกว่า แต่คนที่มีระดับจริง จะไม่เสียพลังกับเรื่องพวกนั้น เขาจะเอาเวลามาสร้างตัวจริงแทนการสร้างภาพลวง เขาพัฒนาความคิด ดูแลจิตใจ สร้างวินัย พัฒนาการเงิน ดูแลสุขภาพ อ่านหนังสือ ฝึกควบคุมอารมณ์ และค่อยๆ กลายเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน ไม่ใช่เพื่อเอาไปอวดใคร แต่เพื่อทำให้ชีวิตตัวเองดีจริงๆ
และแปลกมาก ยิ่งคนไม่พยายามอวด กลับดูมีอะไร เพราะพลังของคนที่มีของจริง มันสัมผัสได้เสมอ คุณไม่ต้องพูดว่าคุณมีวุฒิภาวะ ถ้าคุณควบคุมอารมณ์ได้ คุณไม่ต้องพูดว่าคุณฉลาด ถ้าวิธีคิดของคุณลึกพอ คุณไม่ต้องพูดว่าคุณมีคลาส ถ้าวิธีวางตัวของคุณทำให้คนสบายใจ ทุกอย่างจะพูดแทนคุณเอง นี่คือเหตุผลที่คนบางคน ต่อให้แต่งตัวธรรมดา ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่อวดอะไรเลย แต่กลับดูแพง เพราะความแพงที่แท้จริง ไม่ใช่ราคาของสิ่งของ แต่คือคุณภาพของจิตใจ
คนที่ มีระดับจริง จะไม่ดูถูกคนที่มีน้อยกว่า ไม่ใช่เพราะเขาเสแสร้ง แต่เพราะเขาเข้าใจชีวิตมากพอ เขารู้ว่าทุกคนต่างมีบาดแผล มีการต่อสู้ มีวันที่ยากลำบาก ดังนั้น แทนที่จะตัดสินคนอื่น เขาจะเลือกให้เกียรติคนอื่น และคนที่ให้เกียรติคนอื่นเก่ง มักได้รับความเคารพกลับมาเสมอ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากคือคนที่มีคุณค่าจากข้างใน จะไม่รีบพิสูจน์ตัวเอง เขาเข้าใจว่าเวลาจะเป็นคนพิสูจน์ทุกอย่างเอง ต้นไม้ไม่ได้โตในวันเดียว และคนที่มีคุณภาพจริง ก็มักใช้เวลาเช่นกัน ดังนั้น เขาจะไม่รีบอวดความสำเร็จเล็กๆ ไม่รีบทำให้คนยอมรับ และไม่รีบเอาชนะใคร เขาแค่ค่อยๆ เติบโตอย่างเงียบๆ เหมือนพระอาทิตย์ที่ไม่เคยตะโกนว่าเดี๋ยวฉันจะขึ้นนะ แต่มันก็ยังส่องสว่างได้ทุกวัน คนที่มีระดับก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เขาไม่จำเป็นต้องประกาศตัว แต่เมื่อเขาเดินเข้ามา คนจะรู้สึกได้เองว่าคนนี้แตกต่าง และความแตกต่างนั้น ไม่ได้มาจากความพยายามทำตัวเหนือกว่าใคร แต่มาจากความมั่นคงจากภายใน
คนที่มั่นคงจากภายใน จะไม่อิจฉาความสำเร็จของคนอื่นง่ายๆ เพราะเขารู้ว่าชีวิตไม่ใช่การแข่งขันระยะสั้น เขาไม่รีบ ไม่ร้อน ไม่เปรียบเทียบตัวเองทุกวัน แต่เขาโฟกัสกับการเติบโตของตัวเองทีละนิด ทีละวัน และนี่คือคนที่ไปได้ไกลจริงๆ ในชีวิต เพราะคน ที่มัวแต่มองชีวิตคนอื่นตลอดเวลา สุดท้ายจะหลงลืมชีวิตตัวเอง แต่คนที่กลับมาโฟกัสตัวเอง จะเริ่มสร้างพลังบางอย่างขึ้นมา พลังของความมั่นใจที่ไม่ต้องประกาศ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง
คุณเคยเห็นไหม บางคนไม่ต้องพูดอะไรเยอะเลย แต่คนกลับเชื่อถือเขา ไม่ต้องพยายามทำตัวเด่น แต่คนกลับให้เกียรติเขา ไม่ต้องอวดว่าตัวเองเก่ง แต่คนกลับอยากฟังเขาพูด ทั้งหมดนั้น เกิดจากตัวตนที่สร้างมานาน ไม่ใช่ภาพลักษณ์ชั่วคราว
และสุดท้ายแล้ว การใช้ชีวิตอย่างมีระดับ ไม่ใช่การทำให้คนอื่นรู้สึกว่าคุณสูงกว่าเขา แต่คือการทำให้คนอื่นรู้สึกว่าคุณมีความสุขุมมากพอ จนไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร คุณไม่จำเป็นต้องเสียงดังเพื่อให้ตัวเองมีค่า ไม่จำเป็นต้องอวดเพื่อให้ตัวเองดูสำคัญ และไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่การยอมรับจากทุกคนอีกต่อไป เพราะวันที่คุณเริ่มสร้างคุณค่าจากข้างในได้จริง คุณจะค้นพบว่าความสงบคือความหรูหราระดับสูงสุดของชีวิต และคนที่สงบจากภายในได้ มักเป็นคนที่ทั้งน่าค้นหา น่าเคารพ และน่าจดจำที่สุดเสมอ
สรุปสุดท้ายแล้ว เสน่ห์ที่แท้จริง ไม่ใช่การทำให้ทุกคนหันมามองคุณ แต่คือการทำให้คนรู้สึกว่าคุณแตกต่าง โดยที่ไม่ต้องพยายามแตกต่างเลย ใช้ชีวิตให้เรียบง่ายแต่มีคุณภาพ พูดให้น้อยแต่มีน้ำหนัก อยู่ให้สงบแต่มั่นคง พัฒนาตัวเองเงียบๆ โดยไม่ต้องประกาศให้ใครรู้ แล้ววันหนึ่ง คุณจะกลายเป็นคนที่ต่อให้ยืนเงียบๆ ก็ยังมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนอยากเข้ามารู้จักเขาเอง เพราะคนที่มีระดับจริง ไม่เคยต้องตะโกนว่าตัวเองมีค่าเลย