Transcription
ต้องแข่งกันทำงานครับ แล้วก็ต้องประเมินการทำงาน
นี่ ครม. พี่หนู ที่ทดลองงาน นี่เป็นไง คณะมนตรีไม่ใช่ที่ตอบแทนบุญคุณของใคร ครับ เราตอบแทนบุญคุณของประชาชนทั้ง
ทุกคนต้องพิสูจน์ผลงานของตัวเอง ครับ ก็ถ้าทำไม่เข้าเป้า ทำไม่ได้ไม่สำเร็จก็ อ ผมก็ทรงสิทธิ์ไว้ที่ในการที่จะพิจารณา ปรับปรุง
นี่พี่หนูบอกว่าบ้านเมืองไม่ใช่ที่ทดลองงาน ไม่ใช่ที่ฝึกงานนะฮะ แต่รัฐมนตรีมากว่าครึ่งนึงของพี่หนูเนี่ย เคยเป็นรัฐมนตรีกันมาแบบว่าช่ำชองเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งนะฮะ แล้วก็ผลงานนี่ไม่ต้องพูดถึงนึกไม่ออกฮะ แต่ว่าอีกครึ่งนึงก็ยังเป็นคนใหม่ๆอ่ะ เป็นลูกจะว่าเป็นลูกเทศน์เป็นอะไรก็ช่างเถอะ แต่ว่าก็ถือว่าเลือกตั้งมาก็ต้องดูว่าพี่หนูเนี่ยพูดแล้วขึ้นมั้ย พี่หนูบอกว่าถ้าเกิดทำงานไม่ได้เรื่องมีปัญหาเนี่ย พี่หนูก็สามารถปรับ ครม.ได้ด้วยการคงสิทธิ์ไว้
ส่วนอีกคนนึงที่เสงสัยพี่หนูก็คือคุณวิภัฒน์นะ คุณวิภัฒน์เนี่ยนะฮะก็เป็นเอ่อธุรกิจครอบครัวก็คือปั๊ม PT ตอนเนี้ยโดนบอยคงบอยคอร์ดกันเต็มไปหมดนะฮะ แล้วก็คุณนิพพัฒน์ไม่อยากเป็นผอ.สบก.แล้วก็ไม่เป็นรองนายกก็ไม่อยากไปคุมกระทรวงพลังงานด้วย
พี่หนูว่าไงครับ
ก. ที่เกี่ยวกับเรื่องของสถานการณ์น้ำมันเนี่ย มันก็จะหมดไปกับรัฐบาลอ หนู 1 อ่า หนู 2 มาก็ ก็ต้องมีอีกอ่ะ ตั้งใหม่คนที่ อยู่ในตำแหน่งนั้นก็ เอาพิพัฒ์อีกมั้ย มีการสลับ เอาเป่าไปก็เดี๋ยวจะตั้งขึ้นมาใหม่ เออเ้า คิดว่าจะให้ท่านเอกิติเป็นประธานเพื่อที่จะให้ อ เกิดความสบายใจกับพี่น้องประชาชนแล้วก็ความสบายใจกับท่านพิพัฒน์ด้วยนะครับ
ครับ อื เขาไม่ได้เรียกว่าความสบายใจหรอก พี่หนู เขาเรียกว่าหลีกเลี่ยงเรื่องผลประโยชน์ซับซ้อน เพราะครอบครัวคุณวิภัฒน์ก็ทำธุรกิจเรื่องพลังงาน พอพี่หนูไปตั้งคนที่มีสิทธิ์ที่จะสงสัยได้นะฮะ ไม่ใช่ความสบายใจพี่หนูฮะ หลีกเลี่ยงการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนนะฮะ
แล้ว ครม. พี่หนูก็จะได้ร่วมฝ่าวิกฤตอย่างสบาย หรือเปล่าผมไม่รู้นะฮะ เดี๋ยวรอดูก็แล้วกัน