Transcription
อั้งยี่อย่างเงี้ย ภาระในการพิสูจน์เนี่ย อยู่ที่ผู้กล่าวหา ถูกมั้ย? ก็คือกกต. คือกกต. คือตอนเนี้ย เค้าบอกว่าองค์ประกอบเนี่ย คือว่าต้องมากกว่า 2 คน อ่า ซึ่งโอเค 6 คนมันก็มากกว่า 2 คนนะ แต่เลือกเนี่ย 6 คนเนี่ย เสอดคล้องกับ กกต. หกคนกินก๋วยเตี๋ยว 6 คน จริงๆนะ จริงมั้ย? ของเค้าอาจจะเป็นเลขที่เค้าชอบนะ 6 คน 6 คนเลยเอา 6 คนเนี่ยนะฮะ คราวเนี้ย มันต้องพิสูจน์คำว่าอั้งยี่ มันต้องเป็นสมัครพรรคพวก เป็นสมาชิกกัน สมรู้ร่วมคิดกัน
อื
แต่ดังนั้นเนี่ย คุณต้องสืบให้ได้ เช่นว่า มีวงประชุมที่ทั้ง 6 คนเนี่ย ไปร่วมประชุมกันมั้ย? มีวงไลน์ที่ไปสมรู้ร่วมคิดกันมั้ย?
อื
ซึ่งผม เบื้องต้นเท่าที่ผมทราบ หรือผมมองจากภายนอกนะ อาจารย์สมชัยกับคุณธนารัตน์ อื อาจารย์สมชัยกับคุณ เออ คุณกับคุณชัยพล ใช่มั้ย? อาจารย์ชัยเนี่ย ชัย เออ หรือ ดร.เรือบินนี่คนละพรรคเลยนะ แล้วคุณธรรมาทีเนี่ย กับคุณปริเนี่ย ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ทางการเมือง หรือ
ผมไม่เคยได้ยินว่าเค้ารู้จักกันมาก่อนเลย แต่เพียงแต่ว่าเรื่องเนี้ย มันทำให้ทิศทางการวิพากษ์วิจารณ์มันค่อนข้างใกล้เคียงกัน ถูกมั้ย?
ครับ
แต่อย่างตรงเนี้ย คือต้องพิสูจน์แล้วความเป็นอั้งยี่ อ่า ว่าเชื่อมโยงกันยังไง เชื่อมโยงกันแล้วต้องมีพฤติกรรมทำผิดกฎหมายด้วย
การไปสังเกตการณ์กันนับคะแนนเนี่ยนะครับ ก็เป็นไปตามนะมาตรา 117 ของพรป.เลือกตั้ง สส. ที่ต้องนับคะแนนอย่างเปิดเผย
แล้วผมไปดูแล้วผิดอะไร แล้ว กกต. เองในการเลือกตั้งปีที่ 6 คุณแสวงเนี่ย แล้วก็หลายท่านก็ให้สัมภาษณ์แถลงว่า อ ก็ ไปดูได้ ถ่ายภาพได้ ถ่ายคลิปได้ และหลายกรณีเนี่ย ที่มีการทักท้วง กกต. ก็ใช้คลิปแล้วก็ภาพถ่ายของประชาชนเหล่านั้นแหละ ในการวินิจฉัยแล้วก็การพิสูจน์ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยเที่ยงธรรม
อื
นะครับ แต่การห้ามถ่ายภาพเนี่ย ผมเป็นความรู้กับประชาชนนิดนึง ก็เมื่อกี้ที่คุณธนาย หรือคุณเอิร์ทพูดแล้วมีแค่มาตรา 97 กับ 99 ก็คือ 97 คือห้ามถ่ายภาพไอ้บัตรของตนที่กาไปแล้ว
อือ
แล้วก็ 99 คือห้ามเอา เอาไอ้ไอ้ไปเผยแพร่ว่าไอ้บัตรที่ผมกาแล้วไปบอก หรือว่าผมเลือกเบอร์ 1 หรือผมเลือกเบอร์ 2 อย่างงั้นอย่างเงี้ยไม่ได้
อื
ดังนั้น แต่การถ่ายภาพตอนนับคะแนนเนี่ย ทำได้
อ่ะ แต่ทางนี้เมื่อกี้บอกว่า เอ่อ เจ้าหน้าที่บอกไม่ ไม่สบายใจ
ใช่ครับ
ท่านก็ใช้คำว่าห้ามเลยครับ ชัดเจนเลยห้าม ด้วยเหตุผลว่าไม่สัจ คืออย่างงี้ ห้ามก็ต้องอ้างกฎหมาย คืออย่างงี้ครับ
กฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชนต่างกัน หน่วยงานของรัฐเนี่ย ขึ้นตรงกับกฎหมายมหาชน คือกฎหมายเขียนให้ทำถึงมีอำนาจทำได้
ครับ
แต่สำหรับภาคเอกชนเนี่ย ประชาชนเนี่ย ถ้ากฎหมายไม่ห้ามทำได้หมด นี่คือกฎหมายเอกชน ตกลงแล้วผมต้องมานั่งเลคเชอร์กฎหมาย กกต.