Transcription
เชื่อไหมว่านี่คือปี 2026 ปีที่เรามีโดรนส่งของ มี AI ช่วยทำงาน แต่การแก้ปัญหาชายแดนใต้ของท่านนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังใช้ระบบการบริหารแบบลุ้นระทึก ที่ผู้นำทำเหมือนว่าปัญหาบ้านเมืองเป็นของใหม่ ที่ต้องรอไปเปิดดูหน้างานถึงจะรู้ว่าต้องทำยังไง
ท่านบอกว่าศุกร์นี้ขอลงไปดูสภาพหน้างานก่อน แล้วค่อยกลับมาสร้างนโยบาย ท่านเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยมาหลายปี และเป็นนายกมาก็หลายเดือนแล้วนะครับ ไม่ใช่ 4 วัน จำประโยคนี้ได้มั้ยครับ วันนี้เราไม่ใช่รัฐบาล 4 เดือน แต่เป็นรัฐบาล 4 ปี ฟังแล้วดูขังมาก
แต่เอ๊ะ ถ้าจะเป็นรัฐบาล 4 ปี แต่ไม่ใช้ข้อมูลความมั่นคง รายงาน กอรมน. สถิติต่างๆ ที่กองเต็มโต๊ะทำงานที่ทำเนียบมากำหนดนโยบายบ้างเลยเหรอครับ หรือว่าที่ผ่านมาท่านโต๊ะทำงานไว้วางแก้วกาแฟอย่างเดียว จนต้องรอให้เท้าแตะพื้นดินปัตตานี ยะลา และนราธิวาสก่อน นโยบายถึงจะเด้งเข้าหัว
แล้วที่เด็ดที่สุด คือการประกาศเกล้าใครเกียร์ว่างย้ายหมด ไม่สนีไหน ฟังดูเท่ดีครับ แต่คำถามที่ชาวบ้านเขาฝากถามมาคือ ที่ผ่านมาข้าราชการเขาเกียร์ว่าง หรือว่าเครื่องยนต์นโยบายของรัฐบาลมันพังกันแน่ สั่งซ้ายทีขวาที เปลี่ยนไปมาตามหน้างานแบบนี้ ข้าราชการเขาจะเข้าเคลียร์ถูกได้ยังไงครับ
ส่วนเรื่องการให้กำลังใจ ส.ส.กมลศักดิ์ที่โดนยิงถล่ม ท่านบอกว่าให้กำลังใจเสมอ เห็นใจด้วยครับ อันนี้ดีครับ แต่นั่นมันเป็นมิตรภาพส่วนตัวไง ท่านประชาชนไม่อยากเห็นนายกลงไปตบบ่าให้กำลังใจเพื่อน ส.ส.อย่างเดียว แต่อยากเห็นนโยบายความปลอดภัยที่มันใช้ได้จริง ไม่ใช่ไปเยี่ยมเสร็จ ถ่ายรูปเสร็จ และบินกลับกรุงเทพฯ ทิ้งให้คนพื้นที่ลุ้นระทึกกันเองต่อไป
ท่านบอกว่าลงไปเพื่อสร้างความมั่นใจ คำนี้คลาสสิกมากครับ แน่นอนครับ ประชาชนมั่นใจแน่นอน มั่นใจว่าช่วงที่ท่านอยู่เนี่ย ปลอดภัยชัวร์ เพราะกระบวนรักษาความปลอดภัยท่านยาวไปจนถึงหน้าปากซอย แต่พอเครื่องบิน VVP ทะยานฟ้ากับกรุงเทพฯ ความมั่นใจมันจะบินกลับไปพร้อมท่านด้วยไหม นั่นแหละคือโจทย์
ถ้าการแก้ปัญหาดับไฟใต้ทำได้ง่ายๆ แค่การไปเห็นหน้างาน ป่านนี้ภาคใต้เราสงบสุขไปนานแล้วครับ เพราะเรามีรัฐมนตรีลงไปทัศนศึกษาเก่งกว่าเด็กนักเรียนประถมเสียอีก แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดว่านโยบายดูหน้างานแบบนี้ทันกินไหม คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ