📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ประกันสังคม เอื้อทุน อุ้มรัฐ จริงหรือไม่ l สืบสวนความจริง

Nation Online17:05

Transcription

จริงๆต้องเป็นการสร้างดอกสร้างผลไว้ดูแลผู้ประกันตนในอนาคตอ่ะครับ แต่จริงๆในอนาคตอ่ะคนที่จะเสียจริงๆอ่ะถ้าเงินลงทุนทำได้ไม่ดีอ่ะก็คือลูกจ้าง เพราะลูกจ้างเป็นคนที่จะต้องอาศัยเงินที่เก็บประกันสังคมดูแลนะในอนาคตในการกลับมาเป็นบำนาญให้ตัวเอง ซึ่งตรงเนี้ยผมคิดว่าคนเสียหลักๆเลยเป็นลูกจ้าง เสียงลูกจ้างข้างจะดังก็ไม่แปลกอยู่แล้วล่ะครับก็เสียครับ

กองทุนประกันสังคมเงินออมภาคบังคับของแรงงานไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังถูกจับตาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เรื่องลงทุนคุ้มค่าหรือไม่ แต่กลายเป็นประเด็นบานปลายว่าใครเป็นเจ้าของอำนาจตัดสินใจเงินก้อนนี้และถูกใช้เพื่อใครกันแน่ กระแสเริ่มประทุในเดือนมีนาคม 2567 เมื่อรักชนกสีนอก สส.พรรคประชาชนเปิดข้อมูลการลงทุนของกองทุนประกันสังคมซื้ออาคารสำนักงานสกายบนถนนพระรามเกล้ามูลค่า 6,900 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเป็นการลงทุนแพงเกินจริงหรือไม่ ขณะนั้นสำนักงานประกันสังคมได้ชี้แจงว่าเป็นการลงทุนผ่านการประเมินจากผู้ประเมินอิสระ 2 ราย ราคาประเมินอยู่ระหว่าง 7,300-8,000 ล้านบาท และซื้อจริงในราคาต่ำกว่าประเมิน แต่แม้คำชี้แจงจะออกมา คำถามของสังคมกลับไม่จบ เพราะสิ่งที่ประชาชนอยากรู้มากกว่าคือ กระบวนการตัดสินใจการลงทุนของกองทุนนี้โปร่งใสและตรวจสอบได้แค่ไหน

ต้นปี 2569 ประเด็นประกันสังคมร้อนแรงอีกครั้งจากการเสนอแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมก่อนครบวาระในปี 2569 สาระสำคัญคือเปลี่ยนจากผู้ประกันตน 1 คน เลือก 7 คน เป็น 1 คน 1 เสียงเลือกได้ 1 และไม่นานหลังจากนั้นระบบออนไลน์ประกันสังคมปิดปรับปรุงและเลื่อนซ้ำ ส่งผลให้ผู้ประกันตนจำนวนหนึ่งไม่สามารถขอเงินชดเชยว่างงานได้ จนปลัดกระทรวงแรงงานต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณะ ภาพลักษณ์ขององค์กรที่ถือเงินล้านๆ กลับสะดุดกับระบบพื้นฐานที่ยังไม่เสถียรอีกครั้ง

ไม่เพียงแค่ตึกสกาย การลงทุนใน TUM ที่ใช้เงินกว่า 800 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมูลค่าเหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท ยิ่งตอกย้ำเรื่องคุณภาพการบริหารเงินลงทุน ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ยังคงตั้งคำถามถึงการใช้เงินกองทุน ตั้งแต่เสื้อและหมวกเกือบ 5 ล้านบาท ปฏิทินกว่า 50 ล้านบาท ตัดสูตร 7,000 ตัว มูลค่า 35 ล้านบาท ไปจนถึงงบดูงานต่างประเทศ ทั้งหมดนี้คือเงินของผู้ประกันตน

สำหรับทางออกของปัญหา สำนักงานประกันสังคม นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรปิติ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และรองศาสตราจารย์ ดร.สัทธา ลำทำบุตร อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการอุดรอยรั่วเฉพาะหน้า หัวใจสำคัญคือการแก้ไขกฎหมาย เปลี่ยนสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการไปสู่การเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ซึ่งไม่ใช่การแปรรูปให้เอกชนเข้ามาบริหาร แต่เป็นการปลดล็อคข้อจำกัดทางราชการ เพื่อเปิดทางให้การบริหารเงินกองทุนกว่า 2.99 ล้านล้านบาทนั้นดำเนินการไปอย่างคล่องตัว โปร่งใส และอยู่ในการบริหารของมืออาชีพ

ด้วยความที่ประกันสังคมทำหน้าที่เยอะ มันจะมีหน้าที่ทั้งฝั่งดูแลสุขภาพ ฝั่งดูแลการทำงานกับเกษียณอายุ คือฝั่งเรื่องดูแลสุขภาพเนี่ย ปัญหาที่เราเห็นก็คือที่จริงเนี่ย ประกันสังคมอ่ะควรจะดูแลสิทธิ์นะ ครับของผู้ประกันตนที่ต้องใช้บริการสุขภาพเนี่ยได้ดีกว่านะครับ ที่เรารู้สึกกันก็คือได้ดีกว่าบัตรทอง แต่ในความรู้สึกของคนทั่วไป หรือที่เราอาจจะทราบกันดีเลยด้วยซ้ำเนาะว่าตัวสิทธิ์รักษาพยาบาลต่างๆ ประกันสังคมเนี่ย มันก็ไม่ได้ดูดีกว่า มันไม่ได้ทำได้ดีกว่านะครับ ตรงเนี้ยผมคิดว่ามันเป็นเพราะว่าเขาไม่ค่อยมีความยืดหยุ่นนะ ไม่ค่อยมีความสิ่งที่เขาเรียกว่ามีความตื่นตัวอ่ะฮะ หน่วยงานทำหน้าที่เหล่านี้ได้นะ ในด้านการรักษาพยาบาลต้องมีความตื่นตัวในการดูแลสิทธิ์ อื ตัวประกันสังคมเนี่ย เขาไม่ได้ตื่นตัวในการดูแลสิทธิ์เพียงพอ นะครับ

ในอีกด้านนึงเรื่องการลงทุนตรงเนี้ย เห็นชัดเลย ปัญหาก็คือเค้าไม่มีคน ไม่มีความ เอ่อ เรียกว่าไม่มีคนและไม่มี expertise ที่จะทำหน้าที่ในการดูแลนะ ครับเงินที่เป็นกองบำนาญของคนที่ทำงาน เนี่ยจำนวนหลายสิบล้านเนี่ย เทียบกันแล้วเนี่ย กองทุนแบบเดียวกันน่ะ อาจจะเราเห็น กบข.นะครับที่ดูแลเงินเกษียณอายุของข้าราชการ เราเห็นกองทุนที่ดูแลสิ่งที่ว่า pension fund ในต่างประเทศ กองทุนเหล่าเนี้ย ใช้มืออาชีพนะครับ ใช้มืออาชีพ ใช้ระดับโลกอ่ะมาดูแลหมด ในขณะที่กองทุนประกันสังคม ใช้ข้าราชการเป็นหลักนะครับ คนก็น้อย เงินเดือนก็ไม่ เงินเดือนก็ไม่มากพอนะครับ มันไม่สามารถดึงคนที่มีความสามารถนะครับ ที่มันเหมาะสมจะดูแลเงินกองขนาดใหญ่ขนาดนี้ ได้นะครับ

วันเนี้ยผมเข้าใจว่าทุกคนน่ะมีข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนประกันสังคมนะ ครับ ซึ่งเป็นพอร์ตการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยนะครับ 2.8 ล้านล้านบาท ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะ 2.99 จนกระทั่งเกือบ 3 ล้านล้านแล้ว แล้วก็มีการเทรดหุ้นไทยอยู่หลักแสนล้านบาท แต่ว่าวันนี้เนี่ย เป้าประสงค์ของงานเนี่ย ไม่ได้เป็นเพื่อการแฉ หรือว่าการเปิดโปง เพราะผมเชื่อว่าทางสาธารณะเนี่ยก็ได้เห็นภาพตรงกันไปหมดแล้ว สิ่งที่เราอยากย้ำคือเฮ้ยเรื่องนี้มีทางออก แม้เรากำลังมีค่าเสียโอกาสมหาศาลของการที่ประกันสังคมอยู่ภายใต้ระบบราชการ วันนี้เราเลยพยายามพูดถึงว่าการเปรียบเทียบกับกองกองทุนบำนาญขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกรณีของนอร์เวย์ หรือว่าในกรณีของ เอ่อ ประเทศในเอเชีย เกาหลีใต้หรือไม่ก็มาเลเซียเนี่ย ที่เขาก็เคยเจอวิกฤต เคยเจอปัญหาเหมือนกับของเรา แต่ว่าการที่เขาสามารถพูดกับความจริง ทบทวนแล้วก็สามารถนำสู่การแก้ปัญหา ได้ วันนี้เราจึงเปิดวิสัยทัศน์ครับ ถ้าว่าการออกนอกระบบราชการในอนาคตเนี่ย มันจะสามารถแก้ไขปัญหา อุ้ย วิกฤตการลงทุนของประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพ ผลตอบแทนที่ยึดโยงกับผู้ประกันได้มากขึ้นครับ

รองศาสตราจารย์ ดร.สัทธา ชี้ชัดว่าทุกวันนี้ประกันสังคมยังอยู่ในระบบราชการ ผู้ประกันตนกำลังเสียโอกาสจากผลตอบแทนที่ควรได้ เพราะการลงทุนในระยะยาว 20-30 ปี ไม่ควรผูกติดกับขั้นตอนราชการที่ขยับช้า ในขณะที่ผู้บริหารหลายคนของประกันสังคมเอง ไม่จำเป็นต้องใช้บำนาญประกันสังคมด้วยซ้ำ

ตอนนี้ต้องเรียกได้ว่าแผนการลงทุนของประกันสังคมเนี่ย เดิมทีตอนนี้เราได้มีการอนุมัติว่ามีสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เนี่ยอยู่ที่ เอ่อ 6 เอ่อ อยู่ที่ 40% นะครับ ตอนนี้บอร์ดได้มีการอนุมัติแล้ว แต่ว่าต้องบอกว่าตามขั้นตอนของราชการจะใช้เวลา 15 เดือน นั่นหมายความว่าตัวสัดส่วนการลงทุนของพอร์ตใหม่เนี่ย กว่าจะไปมีผลก็คือปี 2571 ที่จะเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เอ่อ มีความเสี่ยงสูง 50% แล้วก็มีความเสี่ยงต่ำ เอ่อ 50% ลักษณะตัวนี้ก็ผมต้องบอกว่านับว่าเป็นค่าเสียโอกาสเยอะของการที่เราอยู่ภายใต้ระบบราชการ เพราะเราไม่สามารถที่จะปรับพอร์ตไปสู่การเป็นมาตรฐานสากลนะครับ เพราะว่าอย่าลืมนะครับว่าการลงทุนประกันสังคมเนี่ย คือเป็นการลงทุนข้าม generation คือ ลงทุนวันนี้หวังดอกผลเพื่อเป็นเงินบำนาญในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ดังนั้นเนี่ย มันต้องเป็นพอร์ตที่ไม่ต้องใช้ดุลพินิจสูง แต่ว่าเป็นพอร์ตที่มีโปรโตคอลที่มีความโปร่งใสชัดเจน มีการเลือกที่ถูกต้องในวันเนี้ย แล้วก็หวังผลตอบแทนที่มันถูกต้องในอีก 20-30 ปีข้างหน้า การอยู่ภายใต้ระบบราชการทำให้ผู้ประกันตนเสียโอกาสนี้นะครับ แล้วเราก็อย่าลืมว่าผู้บริหารประกันสังคมเนี่ย C7 C8 C9 C10 ไล่ขึ้นมาไม่ มีใครต้องใช้บำนาญประกันสังคมเลยนะครับ เป็นคนอย่างพวกผม คนอย่างพี่น้องพนักงานออฟฟิศ คนทำงานโรงงาน คนกลุ่มนี้แหละที่เราจะมีค่าเสียโอกาส ถ้าการลงทุนมันไม่ได้รับประสิทธิภาพที่ดีพอ

สิ่งที่มันน่าเป็นห่วงนะครับก็คือว่าในเงินลงทุนน่ะที่มัน underperform เนาะ มันทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นน่ะ ในแต่ละปีแต่ละปีอ่ะ อาจจะหายไปปีละ 1 2% เงี้ย ระยะยาวจริงๆมันก็เยอะมากนะครับ มันนับได้เป็นระดับแสนล้านนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ไอ้ตรงเนี้ยในอนาคตถ้ากองทุนเนี่ยสร้างผลตอบแทนได้ไม่พอนะครับ มันก็เสี่ยงที่เงินในอนาคตจะไม่พอที่มาจ่ายจ่ายตัวบำนาญคืนกับผู้ประกันตน ซึ่งโดยโครงสร้างประชากรไทยอีกหน่อยคนเกษียณอายุมันจะเยอะ คนแก่จะเยอะนะครับ แล้วเงินที่ต้องจ่ายออกมามันก็เยอะ ตามความน่ากลัวคือนี้แหละครับ ความไม่พอของมันในอนาคตอ่ะ คนที่ต้องมาจ่ายแทนก็คือคนที่ทุกวันนี้อยู่ในระบบและอนาคตต้องรับเงินบำนาญ เขาก็จะได้น้อยลงนะครับ ถ้ามันไม่พอจริงๆก็ต้องถูกตัดในอนาคตนะครับ เอ่อ ก็เลยเป็นประเด็นเนี่ยแหละครับว่ามันก็น่าเป็นห่วงตรงนี้ ถ้ากองทุนไม่ ไม่ปฏิรูป ไม่ปฏิรูปนะครับเรื่องบริหารจัดการ คือผมคิดว่าวิธีที่จะปฏิรูปได้ดีที่สุดเลยก็คือดึงออกมาจากระบบวิชาการ เพราะว่าระบบราชการเนี่ย เราทราบกันดีระเบียบเยอะนะครับ แล้วก็ยังมีสายบังคับบัญชาในระบบราชการอีก เพราะฉะนั้นคนทำงานในระบบราชการเนี่ย มันเหมือนมันมี มันมีคล้ายๆกับ เอ่อ ข้อจำกัดเยอะอ่ะครับ ในการจะไปทำหน้าที่ทั้งวานหาสิทธิ์ อ้า แสวงหาสิทธิ์ที่เหมาะสมให้คนที่เป็นผู้ประกันตนในด้านรักษาพยาบาลนะครับ ทั้งดูแลเรื่องเงินที่จะต้องเอาไปลงทุนให้เกาะดอกนะฮะ เกิดดอกเกิดผลอ

อื คือดึงออกมาจากบัวราชการให้มันคล่องตัวก่อน มันก็จะทำให้มันเป็นอิสระอ

อ่า แล้วสามารถที่จะมีช่องทางนะ มีโอกาสที่จะไปตอบโจทย์เหล่าเนี้ยได้ดีขึ้นนะครับ ก็คือต้องไปแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคมครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ย้ำว่าการปฏิรูปจะไม่เกิดขึ้นหากพรรคการเมืองไม่ถือธงนำ ท่ามกลางการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ เสียงของผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคนอาจจะเป็นแรงกดดันสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลง

ในจังหวะเนี้ยผมอยากสนับสนุนให้พรรคการเมืองที่เป็นพรรคใหญ่ๆทุกพรรคนะครับที่จะเข้ามา เขามีเรื่องประกันสังคมอ่ะเป็นหนึ่งในนโยบายที่เขาเสนอให้กับสังคมนะ ครับ คือสุดท้ายอ่ะ ประกันสังคมอ่ะ ที่บอกมาทั้งหมดน่ะนะครับ เรื่องการปฏิรูประบบทั้งหมดนะ การดึงออกจากระบบราชการน่ะ มันจะทำได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายการเมืองต้องนำ คือเราเห็นสภาพอย่างเงี้ยจากตอนเอ่อทำเอ่อระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้านะครับ คือ ถ้าการเมืองไม่นำ ถ้าการเมืองไม่นำ การเปลี่ยนแปลงระดับเนี้ยมันเกิดยาก คนที่มีแนวโน้มจะเข้ามาดูแลกระทรวงแรงงานก็ต้องพูดถึงเหมือนกันว่าแนวทางปฏิรูปสังคมควรจะทำอย่างไร อยากให้มีการนำเสนอตรงเนี้ยให้มากขึ้นน่ะนะครับ คือผมไม่อยากให้เรื่องประเด็นตอนที่จุดขึ้นมามันหายไป แล้วก็เราก็กลับไปอยู่สภาพเดิมๆเนาะ

องค์ประกอบสำคัญมากเลยครับผมคิดว่าไม่มีจังหวะไหนที่ดีเท่าจังหวัดนี้ก็คือการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นะครับ เอ่อ ผมเห็นแฉมทำมติของหลายพรรคการเมืองที่บอกว่าการปฏิรูปประกันสังคมเป็นเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดที่จะต้องทำ อย่างน้อยวันเนี้ยเราเห็นพรรคประชาชนบอกว่า 90 + 10 วันนะครับ เอาประกันสังคมออกนอกระบบราชการ เราเห็นพรรคเพื่อไทย คุณหมอพรหมมินออกมาพูดว่าแพทยสภาเนี่ยยังเลือกได้ 30 กว่าคนเลยเลือกได้ทั้งบอร์ดนะครับ ทำไมประกันสังคมจะ เอ่อ แค่ 1 เลือก 7 ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราเห็น 2 พรรคการเมืองที่มีการพูดอย่างเป็นทางการ แม้ว่าของพรรคเพื่อไทยยังไม่เห็นแคนดิดนายกออกมาคอนเฟิร์มนะครับก็ให้ เอ่อ อาจารย์เชนคอนเฟิร์มตัวนี้ แต่ภูมิใจไทยเนี่ยผมอยากกระตุ้นเตือนนะครับ กระตุ้นเตือนว่าในฐานะท่านก็เป็นพรรคการเมืองใหญ่ให้มีฉันทมติเรื่องนี้แบบเป็นทางการ ผมคิดว่าก็จะทำให้ผู้ประกันตนซึ่งเป็นโหวตเตอร์ของท่านแน่นอนนะครับ ผู้ประกันตน 20 ล้านคนเนี่ย ยังไงก็กระจายเป็นโหวตเตอร์ของทุกพรรค องค์ประกอบสำคัญตอนนี้ก็คือเราต้องการรัฐบาล ต้องการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและ ส.ส. 250 คนขึ้นไปที่จะผลักดันเรื่องนี้ ครับ

กองทุนประกันสังคมเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและความมั่นคงของแรงงานไทยกว่า 20 ล้านคน โครงสร้างที่เทอะทะและติดระเบียบราชการกำลังกลายเป็นกำแพงสูงที่กั้นขวางไม่ให้เม็ดเงินมหาศาลระดับล้านล้านบาทงอกเงยได้อย่างที่ควรจะเป็น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่ผู้ประกันตนเริ่มสัมผัสได้จากการถูกปรับเพิ่มเงินสมทบจากจำนวน 750 บาทเป็น 875 บาท และมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต แม้ตัวเลขสิทธิประโยชน์จะถูกขยับขึ้นตามมา แต่คำถามสำคัญที่ยังไร้คำตอบชัดเจนคือ ความยั่งยืนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากเงินมหาศาลเหล่านั้นยังถูกบริหารจัดการภายใต้โครงสร้างเดิมที่ขาดความคล่องตัว

ถ้าประกันสังคมเขาแคร์กว่านี้นะครับ เค้าสามารถทำแผนการเกษียณอายุอ่ะให้กับคนทำงานน่ะให้มันแบบได้หลากหลายกว่านี้มากเลย คือพอหันไปดูกองทุนอย่าง กปข.อ่ะครับ เราเห็นแผนในการลงทุนออมเพื่อเกษียณอายุของ กปข.แล้วเราก็โอ้โห มันมีให้เลือกนะครับ แล้วมันก็มีว่าเราอยากลงแบบไหน เราอยากปรับเงินลงเท่าไหร่ สังคมไม่มีเลย ซึ่งประกันสังคมอ่ะ ถ้าสามารถขยับไปนะ มีความสามารถในการทำอะไรให้มันไปในทางนั้นได้มากขึ้นนะ ผมว่าผู้ที่จะ เอ่อ อยู่ในระบบเองเขาก็อยากได้แบบนั้น ทุกวันเนี้ยเราต้องออมเอง อ่า ต้องไปซื้อประกันเงินออมเพื่อเกษียณอายุเอง ในขณะที่ระบบที่มันมีอยู่อ่ะ มันทำหน้าที่ตรงนี้ น้อยเกินไป ถ้าระบบเนี้ย ที่เป็นระบบกลางของของเรียกว่าเป็น public system เนาะ มันทำหน้าที่มันได้ดีขึ้นน่ะ คนทุกคนดีขึ้นหมดครับ ในในภาพใหญ่ของเศรษฐกิจอ่ะ ครับ คนอันนี้ในฐานะที่ดูเรื่องระบบสวัสดิการในภาพรวมนะครับ ถ้าคนไม่อยู่ในประกันสังคม อนาคตไปคนต้องใช้สวัสดิการจากภาษีเป็นหลัก

ครับ เนี่ยแหละคือสิ่งที่เราอาจจะ เอ่อ ไม่ได้คาดนะว่าจะเป็นปัญหา แต่มันจะเป็นปัญหา สมมุติว่าแรงงานแห่งประกันสังคมอ่ะ

ให้เลือกได้นะ เค้าไม่อยู่กัน

อนาคตถ้าเค้าเกษียณอายุเค้าก็ไม่มีเงินเพียงพอในยามชรากันหลายคนนะ ส่วนจำนวนมากไม่มีเงิน มันก็จะไปเป็นงบประมาณอะไรครับ งบประมาณดูแลคนแก่ในอนาคต ซึ่งก็เป็นภาษีอยู่ดีแล้ว อาจจะเยอะกว่าด้วยกว่ากระตุ้นให้คนได้ออมเพื่อตัวเองระหว่างทำงานไปเรื่อยๆ คือมันมีต้นทุนที่ต้องจ่ายอ่ะแหละ จากการที่บริการส่วนนี้มันทำหน้าที่ได้ไม่ดีนะครับ

สุดท้ายโจทย์ใหญ่ของประกันสังคมไม่ใช่แค่การจ่ายเงินสมทบเพิ่ม แต่คือการรื้อโครงสร้างที่กัดกล่อนความมั่นคงของแรงงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรปิที เสนอทางออกชัดเจนว่าต้องแก้กฎหมายเปลี่ยนสถานะสำนักงานประกันสังคมจากศูนย์ราชการ สู่หน่วยงานในกำกับของรัฐ การเป็นนิติบุคคลอิสระคือการปลดล็อคความเทอะทะ เพื่อให้โอกาสสำหรับมืออาชีพเข้ามาบริหารเงินหลักล้านล้านบาทให้งอกเงย โดยยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ไม่ใช่การแปรรูปเป็นเอกชน ซึ่งหากกล้าตัดสินใจการปฏิรูปนี้จะจบได้ภายใน 2 ปี เงินออมทั้งชีวิตของแรงงานกว่า 20 ล้านคนจะถูกดูแลด้วยระบบที่โปร่งใสและมืออาชีพได้จริง เพราะหากกองทุนยังคงติดล่มอยู่ที่เดิม หลักประกันความมั่นคงของแรงงานไทยก็อาจจะเป็นเพียงความเสี่ยงที่ผู้ประกันตนนั้นต้องแบกรับไว้เพียงฝ่ายเดียว โชติมา จันทร์สืบสวนความจริงรายงาน