Transcription
คุณนุทินบอกกับผมว่า "ครับ เอ่อ มีโอกาสเขาจะขอโทษคุณไปตลอดชีวิต" หมายถึงคุณลุไปตลอดชีวิตครับ ขอบคุณ อะจะขอบคุณต่อไป คุณอภิปรายอะไร เค้าเข้ามา อภิปรายอะไรก็แล้วแต่ครับ อ้า มันจะต้องมีประโยค อ่า ขอบคุณที่ทำให้ผมเป็นนายกครั้งแรก อือ คือมุมนึงมันคือการที่ทำบั่นทอนคุณอย่างชัดเจน แต่เค้าอาจจะรู้สึกสำนึกในบุญคุณจริงๆ นะผมะ
คือคืออย่างงี้ครับ พี่ยุทธ เค้าจะรู้สึกสำนึกในบุญคุณ มันก็อันนั้นก็เป็นส่วนของเค้าเนาะ
เออ มันก็แปลว่ามันเป็นความผิดพลาดของพวกคุณเจี๊ยะเข้ามาตรงนั้นแหละ เกิดจะมาว่าเค้ากับเพราะคุณนั่นแหละ
เวลา เวลาเราพูดอย่างเงี้ยว่า เอ่อ ระบอบสีน้ำเงินเนาะ เสียงในหัวพี่ยุทธอาจจะบอกว่า กพุณน่ะเลือกเค้ามาไม่ใช่เหรอ ถึง
มันถึงเดินทางนี้ถูกมั้ย ผมชวนคิดอย่างงี้ พี่ยุทธ คือ สมัยอนาคตใหม่เนี่ย เออ เราคือหมากตัวนึงที่อยู่นอกกระดานการเมือง ไม่เคยมีใครคิดว่าเราอ่ะจะได้ 81 อ้า เป็นนอกสายตาอ้า อ่า มันยิ่งกว่านอกสายตามันนอกกระดานไปเลย ตอนออกแบบการเลือกตั้งก็ไปคิดว่าจะมีพรรคการเมืองนี้โผล่ขึ้นมาในสนามการเมือง มันคือหมากที่อยู่นอกกระดานไปเลย
อ แต่พอมาเป็นตอน เอ่อ สมัยก้าวไกล อันนี้เค้าเรียกว่าม้านอกสายตาถูกมั้ย ตอนนั้นก็ประเมินน่ะ เปลี่ยนระบบการเลือกตั้งแล้ว ใช่มั้ยครับ จาก 1 ใบเป็น 2 ใบ อย่างมากคุณก็ได้ 30 เสียงใช่มั้ยฮะ พอมาเป็นประชาชน เราคือม้าเต็ง อ่า ใช่ พอประชาชนเราคือม้าเต็ง เพราะฉะนั้นเนี่ย พอเป็นม้าเต็งเนี่ย
มันคือสงครามตัวแทน พี่ยุทธ มันคือทำอย่างไรไม่ให้พรรคเนี้ยเข้าสู่อำนาจ อื มันมีกระบวนการที่การแข่งขันในเขตเลือกตั้งที่แทนที่มันจะเป็น 3 เศร้า 4 เศร้า เนาะ มันก็เหลือ 1:1 อ มันมีการใช้ เอ่อ องค์กรของนักการเมืองท้องถิ่นที่บทขยี้ผู้สมัครเรา นะครับ คือมีความพยายามทำทุกทางเพื่อไม่ให้เราเข้าสู่อำนาจ ดังนั้นผมกำลังจะเรียนอย่างงี้ว่า
จะเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ว่า ถ้าต่างคนไม่รวมกันเนี่ย เค้าจะแพ้ไง ดัง ใช่ ถูกต้องนะ ดังนั้นผมจะสรุปว่า แม้วันนั้นไม่ได้โหวตคุณอนุทิน อื วันนี้ก็จะมีอีกระบอบอีกสีนึงขึ้นมาอยู่ดี พี่ยุทธก็จะเข้า คือ
ไม่เข้าใจ อธิบายไปซิ คือ แม้วันนั้น แม้วันนั้นเนี่ย เค้าจะไม่ไปรวมกันที่สีน้ำเงินเนี่ย เออ เค้าก็ จะไปรวมกันที่ไหนสักที่นึงอยู่ดี พี่ยุทธ เพื่อที่จะมาทำทุกทางไม่ให้ไอ้พรรคส้มเนี่ยมันเข้าสู่อำนาจ อ๋อ หมายความว่า มันเป็นอีกข้างนึง คุณเป็นม้าเต็ง มันจะต้องไม่ว่าจะไปสูตรไหนก็ตาม คุณจะโดนแบบนี้แหละ ก็คือการไปรวมตัวกันที่ตรงไหนสักที่นึง แล้วก็ในพื้นที่ก็จะ อ่า ตกลงกัน เพราะประสบการณ์ปี 66 เนี่ย คือเค้าแข่งกันแล้วเนี่ยจริงๆ ถ้าเค้ารวมกันเนี่ย คุณน่ะแพ้ แต่พอเค้าแตกกันปุ๊บ คุณชนะถูกมั้ย 66 เค้าก็เลยรวมตัวกัน
ทีนี้ พูดมาถึงตรงนี้ปุ๊บปุ๊บเนี่ย ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ เอ่อ ทบทวนสิ่งที่ทำไปเมื่อตอนโหวตให้กับคุณอนุทินถูกมั้ยฮะ พูดตรงนี้ก็ต้องก็ย้อนกลับไปนะ ว่าจะไม่ใช่ไม่ ไม่ทบทวนไม่ถอดบทเรียนนะครับ แต่ว่าก็ยืนยัน พี่ยุทธ คือเราก็คงพูดเรื่องนี้หลายรอบแล้วก็อาจจะอยากจะพูดตรงนี้แล้วก็จะได้ไม่ต้องพูดต่อไปอีกนะ พี่ยุทธนะ ก็คือผมคิดว่าการตัดสินใจของพวกเราเนี่ย มันคือเราไม่ได้เอาผลประโยชน์ของพรรคเป็นตัวตั้งเนาะ เอ่อ เราเอาผลประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง อื เราเอาผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง ซึ่งเราก็คิดว่า เอ่อ ภายใต้เงื่อนไขทางการเมืองตอนนั้นเนี่ย เอ่อ เราอาจจะสามารถที่จะผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นะ นั่นนั่นคือนั่นคือสิ่งที่คิดจริงๆ
แต่เราก็ถอดบทเรียน พี่ยุทธจะบอกว่าผมอ่อนหัดจะบอกว่าพวกเราอ่อนหัดจะบอกว่าพวกเราอ่านเกมไม่ขาดอะไรก็แล้วแต่ เรายินดีรับฟังพี่ยุทธแล้วก็มันก็เป็นสูคำคำพูดมาสู่ว่าพวกคุณทำอะไรก็เอาแต่ขอโทษก็ก็มันก็มันอาจจะอาจจะมีประเด็นอะไรลักษณะอาจารย์ปิบุตรบอกขอโทษเยอะไป
ก็ก็พูดกันตรงๆว่าก็ต้องก็ต้องถอดบทเรียนไงก็ต้องก็ต้องทบทวนไงถูกมั้ย แต่ว่าก็เพียงแต่จะบอกว่า
ไอ้มันอาจจะไม่ใช่เงื่อนไขเดียวที่นำพามาสู่สถานการณ์ทางการเมือง ณ วันนี้ เพราะผมก็ยืนยันว่านี่มันคือสง
มันไม่เหมือนนะ เพราะว่าอที่คุณวิจารณ์เค้าอ่ะ สีน้ำเงินเค้าจะมีองค์กรอิสระอันเนื่องมาจากมี สว. ที่เค้าอาจจะคุ้นเคยด้วย พลังอำนาจอะไรก็ตามทีเนี่ยนะ มาถึงการอิสระถูกมั้ย อ่า มีเรื่อง อ่า ข้าราชการต่างๆ ของชงมหาดไทย ซึ่งก่อนจะเลือกตั้งเนี่ย คุณอาจจะวิจารณ์น้อยด้วยนะ อ่า กระทั่งหลังเลือกตั้งถึงมาบอกว่า อ่า เป็นการเลือกตั้งที่ กกต. ใช้กลไกมหาดไทยมากที่สุด อื อ่า ในอดีตเนี่ยใช้หลายกระทรวง รอบนี้ใช้มหาดไทยเยอะ แล้วก็มีการโยกย้ายกระทรวงมหาดไทย มันก็เลยไอ้ทั้งหมดนี้มันนำมาซึ่ง อ่า ทุกคนก็จะ อ่า ขอบคุณนะที่ทำให้ผมเป็นครั้งแรกเมันก็จะไม่จบไง
แล้วไม่แล้วไม่ใช่ขอบคุณอีกนะ เดี๋ยวในเดี๋ช่วงนี้พอ 10 คน อื 10 ส.ส. เนี่ยถูกสั่งไม่ต้องหยุดแบบหน้าที่ใช่ป่ะ เค้าก็บอกอีกว่าหาว่าเราเนี่ยมีการไปตกลงกันล่วงหน้าไปเคลียร์เค้าไว้ก่อนเนี่ย มันก็จะไปเรื่อยแหละ อื มันก็ผมคิดว่าด้วยสถานการณ์แบบเนี้ย สำหรับพรรคประชาชนครับก็คือย้อนกลับไป อื กลับไปหาประชาชนกลับไปทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นกลับไปทำงานในสภาให้หนักแน่นให้เข้มข้นกว่าเดิม มีบอดี้ของครม.เงามี ก้าวกันมาที่การเ่าสามัญที่ต้องขับเคลื่อนเ่อ องคาปยพภายในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นตัว สส. เอาตัวผู้สมัคร สส. ทีมงานจังหวัดตทอ. อื ต้องเข้มข้นต้องสตัวแทนประจำเอ่ออำเภอ ตัวแทนของพรรคประจำตัวแทนพรรคประจำอภ ใช่ ตัวแทนของพรรคประจำพื้นที่ถูกต้อง ก็ต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก
อ้า มันก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ที่ผมถามมาทั้งหมดก็เพราะว่า อ่า คุณจะทำไงให้หลุดจากเรื่องพวกนี้ให้ได้ คุณเท้ง ครับผมว่าก็ คือเค้าจะดึกถึงเวลาปุ๊บอ่ะ ขอบคุณนะที่ทำผมเป็นนายกครั้งแรกเวนกลับมาหาคุณอยู่ เงี้ย ครับ เออ ครับ คือไอ้ไอไอไอ้เรื่องคำขอบคุณหรืออะไร เงี้ย พี่ยุทธ ผมว่ามันจบไปตั้งแต่ตามกรอบสัญญา MOA แหละ ผมว่าไม่ต้องมีหนี้บุญคุณอะไรกันเรา
ไม่เค้าไม่จบ เค้าสำนึกไม่รู้จบครับ ครับ แต่ในความปฏิบัติก็คือจะบดขยี้ฝ่ายเข้าใจ ใช่มั้ย ครับ เออ คุณจะทำไง
ครับผมว่าก็ สิ่งที่พวกเราทำ ถ้าดูภาพใหญ่ นะ ผมว่าสิ่งที่เมื่อกี้ทางทางคุณพี่จาร เอ่อ พี่จอนของผมเนี่ย พยายามอธิบายครับพี่ ยุทธ์
ต้องบอกว่าพรรคภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงินเนี่ย ถ้าจะให้ผมเรียกนะ ก็เหมือนเค้าก็คงเป็นตัวแทนกลุ่มพลังอำนาจหนึ่ง อื เท่านั้น นะครับ จริงๆ การที่ทำให้เค้าสามารถขยายอำนาจมาถึงตรงนี้ได้ ที่พี่จอนบอกว่าถ้ามันไม่ได้เกิด MOA ขึ้น อาจจะมีการรวมกลุ่มของอีกสีอีกแบบเนี่ย แปลว่าจริงๆ มันอาจจะมีโครงสร้างอำนาจรัฐอะไรบางอย่าง อือ เนาะ ที่พยายามต่อต้านพลังสีส้มที่เราพยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่อยู่ นะครับ ผมว่าอันนี้ก็เป็นรากฐานที่สำคัญ ที่เราต้องพยายามค่อยๆรณรงค์ทำความคิดไปเรื่อยๆ ครับ ทำให้ประชาชนเห็นเรื่อยๆ อื ครับ
อ้า เพราะฉะนั้นก็นี่แหละ ที่ถามมาทั้งหมด ก็คือตอนนี้ตั้ง อ่า ไม่ใช่ตั้งหลักเดี๋หา ว่าไม่เคยเสียหลัก เอาเป็นว่านี่จะเริ่มเดินละ ครับ อ่า แล้วก็ช่วงโมเดลนี้จะเป็นสร้างความหวังได้ใช่มั้ยที่คุณบอกต้องเติมความหวังให้คนกลับมาคึกคัก ครับ อ่อ จินตนาการแบบที่มันเกิดกระแสกัน เพราะตอนนี้เนี่ย อ่า ตั้งแต่หลัง 66 เนี่ย มันเหมือนกับว่าอ่ะ โซเชียลจะมีบทบาทสำคัญถูกมั้ย อ่า เมื่อก่อนคือสื่อกระชาหลักเท่านั้นนะ เดี๋ยวนี้โซเชียลเนี่ย คุณก็จะเห็นว่าตอนนี้เนี่ย มุมนึง พรรคคุณก็มี อ่า คนที่มีความคิด ผมผมถือว่าเค้ามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่าง ครับ โหมเข้ามาฟาดฟันอย่างหนักเหมือนกัน ครับ อื ทำไง
ก็ก็เข้าใจฮะ ว่าข้อคิดเห็นต่างๆในสื่อ เอ่อ กระแสออนไลน์นะครับ สื่อโลกโซเชียลเนี่ย ก็แสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆนานา ครับ แล้วผมว่ามันก็เป็นธรรมชาติ พี่ยุทธ คือต้องอันนี้ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงอย่างนึงนะ ว่าที่ผ่านมาเนี่ย ข้อวิพากษ์วิจารณ์หลายๆอย่าง ถ้ามันมาจากฝั่งตรงข้าม ข้าม หรือว่ามาจากที่เราเรียกกันว่า ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเนี่ย ผมว่าบางทีพวกเราก็ไม่ได้ใส่ใจ เราก็มองผ่าน แต่ว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่อาจจะทำให้เราต้องกลับมาทบทวนเยอะหน่อยเนี่ย ก็คือข้อวิพากษ์วิจารณ์โดยตรงที่อาจจะมาจากกลุ่มคนที่เรา รู้ว่าก็เป็นผู้สนับสนุนพรรคเราเอง นะ เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ อันเนี้ก็เป็นสิ่งที่เรารับฟัง น้อมรับ แต่ผมคิดว่าอย่างงี้ พี่ยุทธ
เอ่อ มันเป็นธรรมชาติของการที่เราพยายามสร้างพรรคมวลชนน่ะ อือ นะ ที่ทุกคนเนี่ย เอ่อ ก็มีอิสระทางความคิด แล้วทุกคนมารวมกลุ่มรวมก้อนกันด้วยอุดมการณ์ อื แต่เพียงแต่ว่าวิธีการแต่ละคนอาจจะเห็นแตกต่าง
ผมกำลังจะบอกว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นที่ผ่านมาเนี่ย แต่ละคนอาจจะเห็นวิธีการที่มีความคิดเห็นไม่เหมือนกันได้ เออ แต่สิ่งที่จะทำให้ทุกคนกลับมารวมกันได้ แล้วเดินหน้าต่ออย่างมีพลังเนี่ย ก็กลับไปตั้งคำถามว่าคุณอยากจะเห็นประเทศไทยแบบไหน อื ประเทศไทยที่เนี่ย มีความโปร่งใส ประเทศไทยที่ทุกคนเท่าเทียมกัน จะทำแบบนั้นได้ ก็ต้องมีรัฐบาลที่มันยึดโยงกับประชาชนจริงๆ ไม่ได้มีอำนาจนอกระบบที่แบบเหมือนมีคนมาควบคุมสั่งการกดปุ่มอะไรได้หรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นเนี่ย ก็ก็ต้องกลับมารวมพลัง พลังการแล้วเดินหน้าต่อ
อื ถ้าทุกคน คือโดยความคิดความเชื่อเนี่ย มันเป็นกลุ่มก้อนอยู่ ครับ เพียงแต่วิธีการเห็นต่างได้ถูกมั้ย ใช่ครับ อัตนี้คุณคิดว่าจะรวมกลับมาได้
ก็ต้องกลับไปที่จุดรากเหง้าของเรา ตั้งต้นของเราว่าเรามาทำงานการเมืองพรรคเนี้ย เพื่ออะไร แล้วก็ชวนทุกคนกลับมาร่วมกันคิด นะครับ แล้วก็เดินหน้าต่อด้วยกัน