Transcription
ชาวบ้านเสียหาย 10 แต่จ่ายได้แค่ 2-3 บาท แบบนี้มันจะอยู่กันยังไงล่ะครับ
แล้วปัญหาเนี่ยมันเกิดจากอะไรกันแน่ครับ ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่าช้างไม่ได้ออกมาจากป่าเพื่อมาหากินเพราะเขาชั่วร้ายนะครับ เหตุผลเดียวที่ช้างยอมเสี่ยงตายเดินข้ามถนน 4 เลน พังรั้วไฟฟ้า บุกเข้าไปที่ไร่ของชาวบ้านกลางดึก ก็คือความหิว ความกระหาย มันคือสัญชาตญาณของเขาครับ
การเอาชีวิตรอดข้างในป่าลึกตอนนี้เนี่ย มันรกและเกินไปจนพืชอาหารที่ช้างเขาชอบกิน พวกหญ้าอ่อน ต้นไม้เบิกทาง ต้นไม้เบิกนำ เติบโตไม่ได้ครับ แถมน้ำในป่าลึกก็หายาก ช้าง 1 ตัวเนี่ย กินน้ำมาแล้วเป็น 100 ลิตรนะครับ อย่างมีท่านเพื่อนสมาชิกบางเมื่อสักครู่ เนี่ย บอกว่ากินวันนึงเนี่ย 300 กก. ถ้าในป่าไม่มีน้ำไม่มีอาหาร เขาก็ต้องออกมาหาแหล่งน้ำแหล่งอาหารข้างนอกแล้ว ที่ไหนล่ะครับ ก็พื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่ไง ใช่มั้ยครับ
เรียนท่านประธานสภาและพี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับ ผมแม็กกี้ สุทธสิทธิ์ พจศักดิ์ ผู้แทนเขต 3 จังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมจะขอร่วมอภิปรายเรื่องแนวทางการอยู่ร่วมกันของช้างกับคน ที่หลายคนอาจจะนึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นวิกฤตระดับภาพที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้เลยครับ
ท่านลองนึกภาพดูนะครับ คืนนึงที่เราเป็นเกษตรกร เราปลูกข้าว ปลูกมัน ปลูกอ้อย ปลูกข้าวโพด ปลูกมาทั้งปี รอเก็บเกี่ยวแล้วตื่นเช้าขึ้นมา หายหมดครับ ช้างกินหมดไม่เหลืออะไรเลย แล้วถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำๆทุกปี แล้วรัฐก็ช่วยเยียวยาได้แค่นิดเดียว ไม่ถึงครึ่งของความเสียหาย แล้วเราจะรู้สึกยังไง ฮะ นี่แหละครับคือชีวิตจริงของพี่น้องเกษตรกรที่อาศัยอยู่ใกล้แนวป่าในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยตอนนี้ครับ
ผมขอยกตัวเลขจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชให้ฟังก่อนนะครับ ตอนนี้ประเทศไทยเรามีช้างป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ถึง 90 แห่ง 91 แห่งทั่วประเทศ จำนวนรวมกันเนี่ยประมาณ 4,200 เชือกถึง 4,600 เชือก ฟังดูดีนะ แสดงว่าเราอนุรักษ์ช้างได้ผล ประชากรช้างเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาคืออะไร รู้มั้ยครับ ปัญหาคือช้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ต่อปี แต่ป่าของเรามันไม่ได้เพิ่มขึ้นนะครับ แถมป่าที่เรามีอยู่ยังถูกตัดขาดเป็นหย่อมๆ โดยถนน โดยชุมชน โดยไร่นา นักวิชาการเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า Forest Fragmentation หรือป่าแตกกระจาย ทำให้พื้นที่ที่ช้างจะหาอาหารและน้ำเนี่ย มันแคบลงเรื่อยๆครับ
พอช้างอยู่ไม่พอกิน ไม่พอน้ำ ไม่พอทำไงฮะ เค้าก็ต้องออกมาข้างนอกครับ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโศฆนาฏกรรม ระหว่างปี 2561 ถึง 2567 ที่ผ่านมา มีเหตุระหว่างคนกับช้างเนี่ย มากกว่า 3,000 ครั้งครับ 3,000 ครั้งใน 6 ปีนะครับ แปลว่าเฉลี่ยแล้วเกือบทุกวันมีเหตุเกิดขึ้น ในประเทศไทยมีคนเสียชีวิตสะสมแล้ว 278 รายครับ บาดเจ็บอีก 255 ราย ส่วนช้างเองก็ไม่รอดนะฮะ ตายปีแล้วไม่ต่ำกว่า 20-30 เชือก จากการโดนไฟฟ้าช็อตบ้างล่ะ จากอุบัติเหตุบนถนนบ้างล่ะ จากการปะทะกับคนบ้าง ทั้งคนและช้างต่างก็สูญเสียทั้ง 2 ฝ่ายครับ
เรามาดูความเสียหายทางเศรษฐกิจครับ ถ้าคิดรวมค่าเสียหายของเกษตรกรทั่วประเทศที่อยู่ในเขตรอยต่อของป่าเนี่ย สูงถึงหลายร้อยล้านบาทต่อปีครับ แต่กลไกการเยียวยาของรัฐในปัจจุบันที่ใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเหตุฉุกเฉิน จ่ายได้แค่ 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 5 ของความเสียหายจริงเท่านั้นครับ ชาวบ้านเสียหาย 10 แต่จ่ายได้แค่ 2-3 บาท แบบนี้มันจะอยู่กันยังไงล่ะครับ
แล้วปัญหาเนี่ยมันเกิดจากอะไรกันแน่ครับ ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่าช้างไม่ได้ออกมาจากป่าเพื่อมาหากินเพราะเค้าชั่วร้ายนะครับ เหตุผลเดียวที่ช้างยอมเสี่ยงตายเดินข้ามถนน 4 เลน พังรั้วไฟฟ้า บุกเข้าไปที่ไร่ของชาวบ้านกลางดึก ก็คือความหิว ความกระหาย มันคือสัญชาตญาณของเขาครับ การเอาชีวิตรอดข้างในป่าลึกตอนนี้เนี่ย มันรกแล่นๆเกินไปจนพืชอาหารที่ช้างเขาชอบกิน พวกหญ้าอ่อน ต้นไม้เบิกทาง ต้นไม้เบิกนำ เติบโตไม่ได้ครับ แถมน้ำในป่าลึกก็หายาก ช้าง 1 ตัวเนี่ย กินน้ำมาแล้วเป็น 100 ลิตรนะครับ อย่างมีท่านเพื่อนสมาชิกบางเมื่อสักครู่เนี่ย บอกว่ากินวันนึงเนี่ย 300 กก. ถ้าในป่าไม่มีน้ำไม่มีอาหาร เขาก็ต้องออกมาหาแหล่งน้ำแหล่งอาหารข้างนอกแล้ว ที่ไหนล่ะครับ ก็พื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่ไง ใช่มั้ยครับ
แล้วนอกจากนั้นนะครับ กิจกรรมของมนุษย์ก็รุกเข้าไปในป่ามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องจักร กิจกรรมทางป่า หรือการรักลอบหาของป่า ทำให้ช้างเขาไม่รู้สึกปลอดภัยในพื้นที่ที่เขาควรที่เขาควรจะอยู่ หรือพื้นที่ที่เป็นบ้านของเขาครับ ถามว่าชาวบ้านผิดมั้ย ก็ไม่ผิดนะครับ เค้าแค่อยากปลูกข้าวกินข้าว ปลูกพืชหาเงินเลี้ยงชีพ แล้วถามว่าช้างผิดมั้ยล่ะ ก็ไม่ผิดครับ เค้าแค่หิวและกลัว แล้วใครผิดล่ะครับ คำตอบคือระบบการบริหารจัดการที่มันล้มเหลวครับ ทั้งคนทั้งช้างต่างก็เป็นเหยื่อของการบริหารจัดการที่บกพร่องทั้งคู่ครับ
ทางออกที่ผมเสนอ 3 เรื่องหลักนะครับ เรื่องที่ 1 ทำให้ป่าน่าอยู่ ช้างจะได้ไม่ออกมาจากป่าครับ วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดคือทำให้ช้างเขาอยากอยู่ในป่าครับ ไม่ใช่แค่ไล่ให้ช้างกลับเข้าป่าไปแล้วก็จบ รัฐบาลต้องทำระเบียงทางเดินสัตว์ หรือที่นักวิชาการเขาเรียกว่า Wife Coridor ครับ คือให้เชื่อมต่อผืนป่าที่ตอนนี้มันขาดๆหายๆให้กลับมาเป็นผืนเดียวกัน เพื่อให้ช้างมีพื้นที่หากินและเดินทางได้มากขึ้น ไม่ต้องบีบออกมานอกเขตพื้นที่ป่า แต่ที่สำคัญกว่านั้นนะครับ เราต้องทำให้ข้างในป่าเนี่ย มีอาหารและน้ำเพียงพอครับ นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะต้องลงทุนทำทุ่งหญ้าอาหารช้างในป่าลึกครับ ต้องจัดการพื้นที่ในป่าชั้นในให้มีพื้นที่โล่งมากพอที่หญ้าและพืชอาหารของช้างเนี่ย เขาจะงอกขึ้นมาได้ ต้องทำโปร่งเทียม คือการเติมแร่ธาตุที่จำเป็นลงไปในดิน เพื่อไม่เพื่อให้ช้างเขาได้เกลือแร่ ได้แร่ต่างๆอย่างครบถ้วน ไม่ต้องมาหากินจากครัวของชาวบ้าน และต้องสร้างอ่าเก็บน้ำขนาดเล็กไว้ในป่ากระจายกันไปทั่วป่าลึกนะครับ ถ้ามีน้ำในป่าพอ ช้างเขาก็ไม่ออกมาหรอกครับ
แล้วยังต้องกำหนดเขตหวงห้ามเด็ดขาดด้วยนะครับ ในใจกลางป่าอนุรักษ์นะครับ เป็นพื้นที่ที่กิจกรรมของมนุษย์ทุกอย่างห้ามเข้าไปในพื้นที่นั้น ให้ช้างเขามีพื้นที่ที่เขารู้สึกว่าปลอดภัยและสงบจริงๆครับ เพราะช้างเป็นสัตว์ที่หูดีนะครับ และไวต่อความรู้สึกมากครับ รู้สึกว่าตรงไหนปลอดภัย เค้าก็จะอยู่ตรงนั้น ไม่ออกมาข้างนอกครับ
เรื่องที่ 2 คือเทคโนโลยีแจ้งเตือน เพื่อให้คนและช้างไม่เจอกัน ในระหว่างที่เรายังแก้ปัญหาระยะยาวไม่เสร็จ เราต้องป้องกันการสูญเสียระยะสั้นด้วยครับ เทคโนโลยีเรื่องการใช้ AI และการตรวจจับเนี่ย มีใช้แล้วในหลายประเทศ มันช่วยลดการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างได้จริง และการเผชิญหน้านั่นแหละครับที่ทำให้สาเหตุหลัก มันเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนและช้างครับ
เรื่องที่ 3 คือกองทุนช่วยเหลือที่จ่ายจริง สุดท้ายฮะ ต่อให้เราป้องกันดีแค่ไหน ความเสียหายก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี ดังนั้นเราต้องมีกลไกที่ช่วยเหลือที่ดีกว่านี้ครับ ผมขอเสนอให้รัฐบาลนะครับ จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูและมีประกันภัยภาคเกษตรนะครับจากสัตว์ป่า โดยมีหลักการง่ายๆ 3 ข้อนะครับ คือ ข้อ 1 คำนวณตามราคาตลาดจริง ไม่ใช่ตามระเบียบที่ล้าหลังหลายสิบปี ข้อ 2 ต้องมีกลไกที่ตรวจสอบที่รวดเร็ว ไม่ใช่รอเป็นปีแล้วค่อยๆ ได้เงิน และข้อ 3 ต้องกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงครับ ให้เขาทำได้เอง เพราะคนที่รู้ว่าใครเดือดร้อนจริงๆ เนี่ย คือคนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่ส่วนกลางครับ
ท่านประธานครับ ผมเคยได้ยินคนรักช้างพูดว่า ช้างไม่ใช่ผู้ร้าย และเคยได้ยินชาวบ้านพูดว่า เราก็ไม่ได้อยากรุกราน ทั้ง 2 ฝ่ายพูดถูกครับ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็เป็นเหยื่อ เหยื่อของการบริหารจัดการที่บกพร่องและสะสมมานานหลายปีแล้วครับ ผมขอเรียกร้องต่อคณะรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ให้เร่งดำเนินการทั้ง 3 เรื่องนี้โดยเร็วที่สุดนะครับ ก่อนที่จะมีผู้สูญเสียชีวิตทั้งคนแล้วก็ช้างมากไปกว่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
>> ต่อไปท่านปธิดา >>
[เพลง]
[เพลง]