Transcription
ครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ วันนี้ขอทักทายแบบเอ่อ แบบเข้ารายการปกติเลยนะฮะ ก็อ่ะ สวัสดีครับผม คุณพัฒน์ เพิ่มพูนนะครับ ครับผม อ๊อก เอกพัฒน์นะครับ ก็ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่สู่รายการ The Politic On State On State ปกติเราจะเจอกันทางช่องทางออนไลน์ไปละเนาะ YouTube มติชนทีวีนะครับ ก็เจอกันเวลาแบบเอ่อ 17:30 น. 17:30 น. นั่นแหละ 17:30 น. แต่วันนี้เปลี่ยนใหม่ วันนี้เรามาเจอกันแบบจริงๆ ตั้งชื่อว่าอ แต่ผมว่ามันมันมันแปลกไปนิดนึง เพราะว่าเราไม่ได้เขียนหนังสือครับ แต่วันนี้ก็ยกรายการมานอกสถานที่แล้วกัน มาสัญจร ผมกับคุณเอ ชวนทุกท่านมาอยู่ในแบบบรรยากาศที่เจอหน้ากันจริงๆ ใช่ๆ แล้วถามว่าวันนี้มาทำไม อ้าว ก็มาพูดนี่แหละไม่ใช่ จริงๆ วันนี้มีวาระสำคัญคือการเปิดตัวหนังสือ คือในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้เนี่ย สำนักพิมพ์มติชนนะครับ ออกหนังสือเล่มใหม่ครับนะ ออกหนังสือเล่มใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของกองบรรณาธิการเครือมติชนจริงๆ ก็คือชื่อว่า "เปลี่ยนไม่ผ่านการเมืองไทย" นะครับ 66-69 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของกองบรรณาธิการในเครือมติชน ก็คือหลายหัวร่วมกันเขียนขึ้นมาเพื่อบันทึกเหตุการณ์ในประเทศไทย เอ่อ เหตุการณ์การเมืองไทยในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา
คือคำถามคือว่า ทำไม ทำไมต้องเป็น 3 ปีที่ผ่านมา ใช่มั้ย ตั้งแต่ 66 ถึง 69 เพราะว่าถ้าท่านติดตามการเมืองเนี่ย ท่านจะทราบดีว่า การเมืองในช่วง 3 ปีเนี่ย คุณอ๊ ที่เราชอบพูดกันว่ามันเหมือน roller coaster เรียกว่ารถไฟเหาะ ยิ่งกว่าราคาหุ้น เอ่อ ใช่มั้ย ขึ้นลงอย่างนี้เลย เป็นโรค roller coaster ครับ เพราะฉะนั้นมันเป็น มันเป็นช่วงเวลาสำคัญของคนที่ติดตามการเมืองไทย ของเอ่อ ประชาชนคนไทย คือจริงๆ เอ่อ ทุกๆ ปีก่อนหน้านี้ สำนักพิมพ์มติชนเราออกหนังสืออยู่เป็นประจำ คือเป็นสิ่งที่กองบรรณาธิการทำอยู่ตลอด คือบันทึกประเทศไทย ก็คือบันทึกว่าเหตุการณ์แต่ละปีมันมีอะไร เพียงแต่ว่าปี 2-3 ปีที่ผ่านมาเนี่ย ด้วยเหตุการณ์ที่มันมีความผันผวนเยอะมาก อื เราก็เลยอยากจะลองบันทึกตรงนี้ให้มันมีเส้นเรื่องประมาณนึงว่ามันเกิดขึ้นยังไง ก็เลยออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้นะครับ "เปลี่ยนไม่ผ่านการเมืองไทย" ซึ่งหลายบทน่าสนใจ แต่ผมสารภาพตรงนี้นะ ผมยังไม่ได้อ่านในบทที่เป็นเนื้อหา แต่ผมอ่านในบทที่เอ่อ มีอาจารย์หลายๆ ท่านช่วยกันเขียนเพิ่มเติมตอนท้ายใช่มั้ย มีอาจารย์ธงชัย มีอาจารย์เกษียณนะครับ มีอาจารย์สุรชาติ ครับ นะฮะ แล้วก็มีอีกหลายๆ คนที่มาร่วมกันบันทึกประเทศไทยไว้ในโอกาส เพราะฉะนั้นผมอ่านตรงนั้นมาบางส่วนนะฮะ แต่ว่าในส่วนของโจทย์นี้คือเขาบอกว่า ไหนๆ ก็เป็นรายการที่ทำเกี่ยวกับการเมืองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ให้มาพูดถึงการเมืองแล้วกัน ก็เลยให้มาให้มาช่วยพูดในหนังสือเล่มนี้แหละ แต่จริงๆ ก็เลยเป็นที่มาของเวทีวันนี้
จริงๆ จริงๆ วันนี้เนี่ย ต้องเพิ่มเติมอีกนิดนึงว่า ตัวหนังสือเนี่ย ใครที่ซื้อหนังสือเล่มนี้เนี่ย ออ ขายขายของนิดนึง โปรโมชั่นนิดนึง อ่า ใครที่ซื้อหนังสือเล่มนี้เนี่ยนะฮะ ก็หลักๆ เนี่ย งวดนี้เนี่ย อ่ะ คุณเห็นมั้ย อ่า นี่ โอนี้เป็นคำฮิตช่วงนี้เลยนะฮะ รวยไม่ไหวแล้วเนี่ย รวยไม่ไหวแล้ว เอ่อ รวยนะ อย่าไปเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น อย่าไปเปลี่ยนตัวอักษรเด็ดขาด อ่า เนี่ย ใครซื้อช่วงนี้นะครับ จะได้สติ๊กเกอร์อันนี้ไปแปะหลังรถ อ่า แปะตรงไหนก็ได้แล้วแต่ท่านน่ะ เดี๋ยวให้พี่ปุ้มไปด้วย อ่า ไปแปะหน้าร้านเลย อ๋อ ได้แล้วเหรอ เนี่ยเดี๋ยวจะแถมตรงนี้ด้วย แล้วก็ที่สำคัญ คือใครซื้อหนังสือเล่มนี้นะครับ เอ่อ จะถือว่าท่านมีตั๋วอยู่ในมือ เพราะเพราะว่า เดี๋ยวในช่วงเวลาถัดไปอีกไม่นานหลังจากนี้เนี่ย เราจะตัด เราจะจัดเอ่อ meeting แบบ exclusive สำหรับแฟนๆ รายการ The Politic อื ก็ใครที่ซื้อหนังสือเล่มนี้เท่ากับท่านมีตั๋วอยู่ในมือแล้ว เพราะฉะนั้นก็อาจจะได้สิทธิ์ไปร่วมงานตรงนั้นด้วย อ่า ในการซื้อหนังสือวันนี้ได้ 2 อย่างเลย ได้สติ๊กเกอร์ด้วย แล้วก็ได้ตรงนี้ด้วยนะฮะ อันนี้ฝากประชาสัมพันธ์ไว้เฉยๆนะครับ แล้วก็ ทักทายทุกท่านอีกทีนะฮะ ทักทายวันนี้หลายท่านก็คุ้นหน้าคุ้นตา ใครที่ดูรายการ The Politic วันนี้ พี่ปุ้ม สุรนันท์ เอ่อ พี่แมว ประกิจ อาจารย์บัณฑิตนี่ ซึ่งเป็นขาประจำของรายการเรา วันนี้ก็มาร่วมในเวทีตรงนี้ด้วย มีน้องขนุนด้วย น้องขนุน ศิลภพนะครับ ขนุนมานั่งในเวทีกลางได้เลยนะ จะได้เผื่อเนี่ย นั่งข้างอาจารย์บัณฑิตก็ได้ เออเผื่อได้มาร่วมแลกเปลี่ยนร่วมพูดคุยกันในโอกาสนี้ เราเราสามารถที่จะได้ได้คุยกันทุกท่านด้วย ใช่แล้วก็อาจารย์สรณยูด้วยนะ อาจารย์สรณยู เทพสงเคราะห์นะครับ จากเอ่อ ม.เกษตร วันนี้ก็ได้มานั่งแลกเปลี่ยนพูดคุยกันนะครับ เอาอย่างงี้ดีกว่า ในช่วงเวลาที่มีอยู่ตรงนี้ เรามีเวลาประมาณ 50 นาที นิดๆ น่ะ อ่า ผมขอใช้เวลาตรงนี้ เอ่อ เอ่อ พูดเพิ่มเติมจากหนังสือแล้วกัน อ่า คือในหนังสืออย่างที่ผมบอก ผมยังไม่ได้อ่าน ผมอ่านบทเสริม คือบทที่บทที่อาจารย์เขียนกันมา นะครับ แต่ว่าในส่วนของเวทีวันนี้ ไหนๆ ก็ให้มาพูดอะไร มาพูดการเมือง เพราะว่าเราทำรายการการเมือง ครับ ก็เลยก็ถือว่าเป็นโอกาสมาแลกเปลี่ยน แล้วก็ตั้งข้อสังเกตแล้วกัน อื คุณเอ สำหรับ "เปลี่ยนไม่ผ่านการเมืองไทย" ในแบบโพลิติก ในแบบผมและแบบคุณเอแล้วกัน อื เดี๋ยวเสริมได้นะ เดี๋ยวแลกเปลี่ยนกันได้แล้วกันนะฮะ คืออย่างที่คุณเอพูดไปว่าไอ้ 3 ปีของการเมืองไทยเนี่ย มันมันผันผวนมาก อื ใช่ เหลือจะเชื่อจริงๆนะฮะ ตั้งแต่ 66 จาก 69 จากจุดที่ 66 ทุกคนบอกว่านี่คือการเลือกตั้งแห่งความหวัง อ่า ทุกคนมาพร้อมกับความหวังว่ามันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แต่ในช่วงเวลาไม่กี่เดือน มันกลายเป็นว่าความหวัง ความฝันนั้น มันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อื หนักกว่านั้นคือ 3 ปีผ่านไปในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด มันกลายเป็น อันนี้มันเป็นการนิยามกว้างๆเนาะ การกลับมาอีกครั้งของบ้านใหญ่ การกลับมาอีกครั้งของอนุรักษ์นิยม ครับ ซึ่งใน 3 ปีจากจุดตรงนั้นมาถึงจุดเนี้ย ถ้าใครที่ตามการเมืองไทย หรือคนที่ไม่ตามการเมืองไทยเลย คงแบบ เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้นวะ คือถ้าคุณใช้ชีวิตช่วงปี 66 ประมาณเมษายน แล้วคุณเผลอหลับไป 3 ปีเนี่ย คุณตื่นมา เนี่ย ครับ เดือนเนี้ย คุณรู้สึกว่า เฮ้ย โอ้โห มันพลิกผันมาก ไอ้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน 66 ประกาศมีการประกาศทำ MOU ตอนพฤษภาคมเนี่ย เออเออ มันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เออ มันคนละเรื่องเลย มันงงแน่นอน มันผันผวนมาก เรียกว่ามันอย่างที่คุณเอใช้คำคือมันเป็น roller coaster ตรงนี้นะฮะ คือผมผมอยากลองชวนทุกท่านคิด แล้วก็ผมพยายามอธิบายในมุมของผมเองนะ อื ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยที่มันเกิดขึ้นเนี่ย นี่คืออิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญ 60 อ่า นี่คืออิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญ 60 นะครับ ซึ่งเป็น Masterpiece ของอาจารย์มีชัย ที่ผมว่าแกคงจะโคตรภูมิใจ ที่แกทุ่มเททุกอย่าง ใช้ทั้งชีวิตของแกเนี่ย ร่างออกมาเป็นฉบับ แล้วมันประสบความสำเร็จ โอ้โห แล้วมันออกฤทธิ์เยอะมาก คือรัฐธรรมนูญ 60 ถามว่าทำไมผมต้องบอกว่าไอ้ อิทธิฤทธิ์ทั้งหมดเนี่ย มันมันเป็นที่มา จากรัฐธรรมนูญ 60 คือรัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย เรียกว่าเปรียบเสมือนเป็นการประกาศ ผมใช้คำว่าประกาศศักดาบนเสาหินน่ะ อื จารึกไว้เลยว่ารัฐนะ ครับ โครงไข่อำนาจทุกอย่างที่ที่เค้าเคยสูญเสียไป ที่เค้าเคยผิดพลาดไป จากตอนที่ปล่อยให้มันเกิดรัฐธรรมนูญ 40 เนี่ย เค้ากลับมาทวงคืนทุกอย่างละ ซึ่งไอ้รัฐธรรมนูญ 40 เนี่ย มันทำให้เกิดอะไร มันทำให้เกิด อ มันทำให้เกิด เอ่อ ประชาธิปไตยที่อันนี้อ้างอิงคำอาจารย์ธงชัยในหนังสือ ครับ มันเปิดโอกาสให้มีประชาธิปไตย เอ่อ ประชาธิปไตยที่มีอำนาจจากบ้านใหญ่บางส่วน และฐานพลังของมวลชนบางส่วนขึ้นมามีอำนาจได้ อือื จนทำให้เกิดบรรยากาศที่อ้างอิงคำอาจารย์เกษียณเหมือนกันในหนังสือเช่นเดียวกัน คือ เอ่อ Disguised Republic อ่ะ คือ เอ่อ ศาลจำลอง อื มันเกิดบรรยากาศอย่างนั้น จนที่สุดมันก็นำมาสู่การรัฐประหาร 49 แล้วมันก็ลากยาวมาจนถึงการรัฐประหาร 57 เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย มันเหมือนเป็นการประกาศศักดาว่าค่ากลับมาแล้วเว้ย แล้วข้าก็ใช้ตัวรัฐธรรมนูญ 60 นี่แหละ เป็นตัวกำกับ เป็นตัวที่ใช้กำกับสภาวะของการเมืองไทย ครับ นะครับ ซึ่งก็เปิดช่องให้นี่แหละ การเข้ามาสู่สู่ไอ้สิ่งที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ อันนี้คือสิ่งที่ผมพยายามจะอธิบาย หรือว่าพยายามทำความเข้าใจกับมัน ที่เกิดขึ้นในสภาวะ "เปลี่ยนไม่ผ่าน" ของการเมืองไทยนะครับ ซึ่งไอ้การกลับมาครั้งนี้ของรัฐพันลึก แล้วก็เครือข่ายอำนาจ พร้อมกับรัฐธรรมนูญ 60 ที่เป็นตัวพิทักษ์อำนาจตรงนี้เนี่ยนะฮะ มันจึงมาพร้อมกับการดีไซน์ที่จะทำยังไง เพื่อแก้ pain point จาก 40 อ่ะ 40 มันทำให้เกิด อ มันทำให้เกิดคนแบบทักษิณ ชินวัตรใช่มั้ย อื มันทำให้เกิดมวลชนคนเสื้อแดงใช่มั้ย เอ้ย มันทำให้เกิดพรรคเพื่อไทยที่มันกลับมาได้ ใช่มั้ย มันทำให้เกิดนักไทยใช่มั้ย งั้น 60 กูเขียนให้บล็อกพวกนี้ให้หมด อื เอ่อ เขียนออกมาให้กติกาเนี่ยมันบล็อก โอ้โห แล้วมันก็ฟังก์ชันนะ คุณเอ็ก ใช่ มันก็ฟังก์ชันนะ มันได้ผลนะ มันได้ผลนะ เออ คืออ่ะ อาจจะดูหลายคนอาจจะมองจาก 66 ใช่ไหม แต่ผมว่ามันฟังก์ชันตั้งแต่ 62 เพราะอะไร เพราะอะไร เพราะ 62 เพื่อไทยก็ชนะได้เยอะที่สุด อ แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ถูก ใช่มั้ย ขณะเดียวกันพอมันมาถึง 66 ปุ๊บ เฮ้ย ทีนี้มันไม่ใช่แค่แดงแล้วเว้ย มันมีส้มด้วย เออ มันฟังก์ชันหมดเลย คือจะสกัดแดง แต่สุดท้ายสกัดส้มได้ด้วย แถมไปด้วย แถมไปด้วย จากอะไร จากไอ้ฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญ 60 แดงก็โดนสกัด ส้มก็โดนสกัด เนี่ยเนี่ย มันกลายเป็น โอ้โห นี่โคตรฟังก์ชันเลยนะ อื ทีเดียวได้หลายตัวเลย นะออกมาแบบนี้นะครับ ที่สำคัญคือ มันสกัดอะไรอีกอ่ะ มันสกัดไอ้พวกนักการเมืองแบบบ้านใหญ่เดิมอะไรเงี้ย มันก็โดนบล็อกอยู่ไม่น้อยนะครับ ผ่านโครงสร้างที่เค้าวางเอาไว้นะครับ ก็คือมีอะไร มีองค์กรอิสระทั้งหลาย ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. เออโอ้โห เออ เนี่ย อะไร ปปช. ปปช. ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยนะฮะ อ สว. ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่มันมาจากการแต่งตั้งผสมกับการเลือกตั้งกันเองบางส่วน ซึ่งเลือกกันตอนไหนก็ไม่รู้ นะ มันกลายเป็นฐานอำนาจสำคัญตรงนี้นะครับ แล้วก็อย่างที่บอกว่ามันก็ฟังก์ชันจริงๆ มันก็ฟังก์ชันที่มันจัดการทั้งเพื่อไทย มันจัดการทั้ง เอ่อ ส้ม อื นะฮะ ทั้งอนาคตใหม่ รากมาจนถึงก้าวไกล ไก โดนหมด แล้วตอนนี้มาถึงเนี่ย ประชาชน เออ ก็ยังเสียวๆ ก็ยังเสียวๆ ยังลุ้นๆ กันอยู่ อีกไม่กี่วันข้างหน้า อ่า เนี่ย มันคือมันคืออิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญ 60 ที่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการตรงนี้ 62 66 ยุบอนาคตใหม่ มาถึง 66 ยุบก้าวไกล ไก ก้าวไกลชนะมากที่สุด แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล อื เพื่อไทยชนะมาเป็นอันดับ 2 แต่สุดท้ายด้วยกลไกบางอย่าง เอาล่ะ คนอาจจะมองได้ว่าเพื่อไทยก็เลือกจะตัดสินใจเองแบบนั้นด้วย แต่ก็ก็ปฏิเสธมาได้ว่าไอ้กลไกของรัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย มันทำให้มันทำให้พรรคเพื่อไทยก็ตกอยู่ในสภาวะที่ก็ต้องเลือกอย่างเงี้ย คือก็ต้องข้ามขั้วไปแล้ว สุดท้ายก็ ถูกทำลายความชอบธรรมทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง จากการตัดสินใจแบบนี้ อ มันมีอิทธิฤทธิ์อะไรอีก มันมีอิทธิฤทธิ์จนถึงขนาดว่า ไอ้ 60 เนี่ยที่มันถูกดีไซน์มาเนี่ย เอาให้แก้ยาก อื แก้ยากที่สุด ไอ้ความแก้ยากตรงเนี้ย มันก็ทำให้ มันก็ทำให้สุดท้ายพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนในเวลาต่อมา ก็ต้องตัดสินไปบนทางเลือกตรงนี้ว่า เมื่อมันมีช่องทางแก้แล้ว ก็ขอลองสักนิดนึง คือลองยกมือให้ อ พรรคน้ำเงิน อื ซึ่งมีเสียงอยู่ 70 เสียง เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ครับ เพื่อหวังวันแลกกับการที่มีโอกาสในการแก้รัฐธรรมนูญ แล้วสุดท้ายก็อย่างที่เห็นว่ามันก็ไม่เวิร์ค อ และมันก็เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้พรรคส้มโดนด่าเยอะ และเสียคะแนนไปไม่น้อยนะ ใช่ๆ นี่เห็นมั้ย มันอิทธิฤทธิ์ของมัน มันคืออย่างเงี้ย คือ คือนอกจากมันจะไปสกัดกั้นแล้วเนี่ย ส่วนหนึ่งมันทำให้ พรรคพรรคที่กำลังจะเติบโต หรือว่าคนที่มีโอกาสจะเติบโตเนี่ย อื ทะเลาะกันเอง ก็ส่วนหนึ่งด้วย จากภายใน อ่า จากภายใน ด้วยกลไกทางการเมือง ด้วยกลไกทางการเมืองเลยจะเห็นว่ามัน อิทธิฤทธิ์มันแรงมาก อ่า แล้วมีอะไรอีก ภายใต้รัฐธรรมนูญ 60 เพื่อไทยอ่ะ ยอมข้ามขั้วมาโดนด่ามาตั้งรัฐบาล แป๊บเดียวคุณเศรษฐาโดน อ อื แป๊บเดียวคุณอิงโดนอ่ะ อาจจะด้วยเงื่อนไขว่ามันก็มีเงินบริบทของตัวเค้าเองอ่ะนะ แต่ว่าจริงๆแล้ว เอ่อ ด้วยกลไกตรงนี้มันเปิดช่องแล้วมันมีการร้องให้มันมีกระบวนการต่างๆ จัดการตรงเนี้ย ซึ่งมันก็ทำให้เกิดความไม่มีศักยภาพทางการเมือง ครับ เกิดขึ้นนะฮะ ยังไม่นับไอ้กลไกของ สว. ที่แม้จะมีการเปิดให้มีการเลือกตั้งใช่ไหม เออ คือไม่อยากจริงๆอยากจะย้อนไปถึง สว. สมัยพลเอกประยุทธ์ด้วยนะ 250 คนเนี่ย เออ เออ ซึ่งก็เป็นตัวนึงในการสกัดกั้น ความหวังอ่ะ ใช่ เป็นการสกัดกั้นความหวัง จาก 250 คนที่ เอ่อ ตอนนั้นเนี่ย มีความคาดหวังว่าเออ ขอสัก 63 คนใช่มั้ย ในการโหวตนายก ปรากฏได้มาแค่ 10 ครับ เอาจริงๆ หลายคนบอกว่าเป็นการสับขาหลอกในคืนนั้นด้วยซ้ำ เออ นะฮะ เพราะว่าตัวของฝั่งพรรคส้มเอง ณ เวลา นั้นก็มั่นอกมั่นใจว่าสามารถเคลียร์ได้ แต่สุดท้ายเองเนี่ย ข้ามวัน ครับ มันเปลี่ยนเหลือ 10 คน ใช่ อือื เนี่ยมันเป็นกลไก สว. 250 แล้วพอพอเลือกกันใหม่เป็นเลือกกันเองเนี่ย เราก็จะเห็นว่ามันมีการใช้กระบวนการ เออ เอ่อ สูตรอะไร สูตรสูตรเกมเหรอ สูตรเออไปหาสูตรมา ไปหาสูตรมาจนสำเร็จ เออ ซึ่งมีคนแซวบอกว่าส้มคิดน้ำเงินทำ อ่า ได้ อาจารย์บอกส้มคิดน้ำเงินทำ ส้มบอกนี่แหละ จะเป็นกลไกที่ทำให้เราสามารถกลับมาเอ่อ อยู่ในการเมืองไทยได้ สามารถกำกับการเมืองไทยได้ แต่คนที่ทำสำเร็จคือน้ำเงิน อ ใช่ ใช่มั้ย อันนี้ก็เป็นอีกโจทย์นึงที่มันก็มาพร้อมกับไอ้ภายใต้อนุ 60 นะครับ และที่สำคัญคือ อนุ 60 เนี่ย มันทำให้เกิดสภาวะที่อาจารย์พิบุตรใช้คำว่า ประชาธิปไตย 2 ใบอนุญาต อื คือคุณอาจจะชนะการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายมันมีกลไกอำนาจอื่นๆอีก ที่จะเป็นคนบอกว่าคุณจะได้หรือไม่ได้ ใบที่ 1 คือประชาชน ใช่ ก็ผ่านการเลือกตั้งนี่แหละ อ่า ใบที่ 2 อ่า องค์กรต่างๆ ครับ อำนาจที่อยู่เหนือเหนือกว่านั้น ซึ่งตรงนี้แหละ มันเป็นคนกำกับการเมืองอีกทีนึง อ ที่ทำให้มันเกิดกระบวนการว่าคุณจะเปลี่ยนผ่าน หรือเปลี่ยนไม่ผ่าน ครับ มันมีตรงนี้อยู่ อื นะฮะ เนี่ยมันมาพร้อมกับเหตุการณ์เหล่าเนี้ย ที่เกิดขึ้น ทีนี้คำถามคือ พอเรามองบริบททั้งหมดตรงนี้แล้วเนี่ย มันก็นำมาสู่คำถาม ซึ่งจริงๆ มันไม่รู้มันเป็นคำถามหรือเปล่า คือ "เปลี่ยนไม่ผ่าน" ซึ่งหลายคนก็ถามว่าโอเค ใช่ ตอนนี้มันเปลี่ยนไม่ผ่าน แต่ในอนาคตต่อไป มันจะเปลี่ยนผ่าน หรือเปลี่ยนไม่ผ่าน อื ตรงเนี้ย ผมผมก็นั่งคิดของผมอยู่เหมือนกันนะ ทั้งคืนว่าเออ แล้วมันจะเปลี่ยนผ่าน หรือเปล่าวะ จากสิ่งที่เกิดขึ้น คือผมเชื่อว่าหลายคนที่นั่งฟังตรงนี้ หรือว่าทางบ้าน ครับ หรือแม้กระทั่งน้องๆ คนรุ่นใหม่หลายคนที่ที่นั่งอยู่ตรงนี้เนี่ย พอนั่งคิดกับมัน ผมเชื่อว่าหลายคนหดหู่ นะ มองจาก 3 ปีที่เกิดขึ้นแล้วมองจากสิ่งที่เห็น ณ เวลานี้เนี่ย รู้สึกว่ามันจิตหดหู่ คือมันมันเหมือนจะเปลี่ยน มันเหมือนจะเปลี่ยน แต่สุดท้ายมันไม่ได้เปลี่ยนไง คือมันมีความหวัง ความหวัง ความหวังมา 3 ครั้ง ครับ อื แต่ผมอยากลองตั้งข้อสังเกตนะ ชวนทุกท่านคิดนะ ชวนท่านผู้ชมทุกท่านที่รับชมอยู่ ชวนที่นั่งตั้งอยู่ตรงเนี้ย ถ้าแต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปนะ คือผมก็เป็นนักเรียนประวัติศาสตร์เนาะ ครับ แม้จะเป็นแบบระดับหลังห้องก็เถอะนะฮะ แต่ว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงสำคัญในโลก ถ้าเราย้อนแบบลองมองย้อนกลับไปดูเนี่ยนะฮะ มันมี มันมีปัจจัยอยู่สัก 2-3 เรื่องที่เป็นปัจจัยสำคัญว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ครับ ก็คือสำคัญที่สุดคือเรื่องของปัจจัยทางเศรษฐกิจ ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ ความถดถอยทางเศรษฐกิจ อือื มันก็จะเป็นตัวเอ่อ ตัวแปรสำคัญ เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั่วโลกในทางประวัติศาสตร์ เรื่องนี้สำคัญ 2 คือ ความเหลื่อมล้ำ อันนี้มันมาพร้อมกับเรื่องของเศรษฐกิจ ครับ ยิ่งเหลื่อมล้ำเยอะมากเท่าไหร่มันก็มีโอกาสที่คนมันจะไม่พอใจมากขึ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ นี่แหละผมมองว่านี่แหละ ถ้าเรามองย้อนกลับไปดูในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอดีต และมองย้อนย้อนกลับมาปัจจุบันเนี่ย ไอ้โจทย์ตรงนี้มันจะเป็นโจทย์ที่ท้าทาย อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะอะไร เพราะว่า รัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย มันมีทั้งแง่บวกในเชิงฟังก์ชันของมัน คือฟังก์ชันต่อผู้มีอำนาจ และแง่ลบ ในตัวเองเหมือนกัน ครับ คือ 60 เนี่ย มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับรองรับสถานะ ของรัฐพันลึก ผมใช้คำนี้แล้วกัน อื ที่เขารู้สึกว่าเอ่อ หลังรัฐธรรมนูญ 40 มาเนี่ย เขาไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ไม่ค่อยสบายใจ เออเอ่อนแอ ขณะเดียวกันมันก็เป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับ องคาพยพทางเศรษฐกิจทั้งหลายอ่ะ อื กลุ่มทุนนายทุนอะไรอย่างเงี้ย อนุ 60 เนี่ยมันเอื้อให้มันเอื้อให้โครงสร้างอำนาจการการเมืองและเศรษฐกิจแบบเดิมเนี่ย มันคงอยู่ได้ เออ บนสภาวะการเมืองแบบนี้ ครับ ซึ่งไอ้ตรงนี้แหละ มันกลายเป็นว่ามุมกลับ มันเป็นจุดอ่อนเหมือนกัน เพราะว่า อื ในขณะที่มันมีความพยายามจะรักษาอำนาจทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ก็คือว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มันซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆๆๆ อื โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ ใช่ คุณดูดิ อยู่ๆ มันจะนึกได้ว่ามันเกิดขึ้นเรื่องนี้ขึ้นมา ใช่ คือคือเชื่อว่าคนที่เขียนเนี่ย อาจารย์มีชัยเอง หรือใครที่เขาประเมินสถานการณ์ เนี่ย คงไม่ได้มองถึงเหตุการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอิสราเอล ใช่มั้ย ซึ่งสุดท้ายแล้วเนี่ย มันอาจจะอยู่ไกลเราเป็นพันไมล์นะฮะ อย่างที่ฮอมส เนี่ย แต่สุดท้ายมันลากเราเข้าไปโดยที่ อื เราปฏิเสธไม่ได้อ่ะ ครับ ซึ่งอย่างที่คุณบอกว่า นั่นหมายความว่าไอ้ ความที่เขาพยายามรักษาทั้งอำนาจเก่า ทั้งเศรษฐกิจเก่าเอาไว้เนี่ย มันไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ใช่ คือเอาลำพังแค่ว่าโจทย์เศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้เนี่ย มันก็ซับซ้อนและยากมากพอแล้วนะ อื ไอ้คำถามถึงว่าไอ้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตแบบเดิมครับ โครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมซึ่งมันเริ่มจะ ไม่ฟังก์ชันกับยุคสมัยแล้วแค่นี้ก็ยากแล้ว อื แต่มันมาเจอความท้าทายเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นอีก ขณะเดียวแต่ในขณะที่ อำนาจกฎหมายที่มันรองรับมันดูจะไม่มันดู จะไม่ฟังก์ชันกับการเปลี่ยนแปลงตรงเนี้ย ผมเลยมองว่าเนี่ย ในภายใต้จุดแข็งทางการเมืองที่มันมีอยู่ แต่มันอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนเหมือนกัน สำหรับสำหรับอำนาจของรัฐพันลึก หรือโครงข่ายที่เขาพยายามจะรักษาสถานะตรงนี้ ครับ ถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายขึ้นอีกนิดนึงก็คือว่า เอ่อ เราเห็นการใช้อำนาจรัฐ เราเห็นรัฐราชการ เราเห็นความอึดอาจยืดยาดยาวของการใช้ อำนาจ ผ่านกระบวนการขั้นตอนต่างๆ ของกระทรวงในการแก้ปัญหาเรื่องของราคาน้ำมันแพง อันเนี้ย เราเห็นภาพชัดที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเกิดว่ามันมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้เป็นเรื่องของรัฐราชการ มีความพัฒนาไปมากกว่านี้เนี่ย การรับมือกับสิ่งเหล่านี้มันอาจจะไวขึ้น อาจจะไวกว่านี้ ซึ่งใช่ๆ ซึ่งตรงเนี้ยมันต้องการ มันต้องการวิสัยทัศน์ leadเดอร์ จากผู้นำที่เข้าใจตรงนี้ แต่ปัญหาคือภายใต้รัฐธรรมนูญ 60 อ มันทำให้บุคคลเหล่าเนี้ย มันไม่สามารถเข้ามาสู่การเมืองได้ หรือถ้าคุณเข้ามา คุณก็จะถูกสกัด บนเงื่อนไขว่า เอ่อ อย่างที่เราคุยกันตรงเนี้ย ไอ้ภายใต้ภาวะการเมืองที่มันผันผวน และอำนาจส่วนอื่นๆ ที่มันสามารถล้วงมือเข้ามาจัดการกับอำนาจนิติบัญญัติ หรืออำนาจทางการเมืองได้ตรงนี้เนี่ย อื อันเนี้ย จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผมคิดว่าสุดท้าย ถ้าเขาจัดการตรงนี้ไม่ได้ ซึ่งผมเชื่อว่าเขาจะจัดการตรงนี้ไม่ได้แบบ 100% อื มันจะนำมาสู่คำถามคือการจัดการ และการบริหาร และสิ่งที่ตามมาในเรื่องของผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ ว่าในเมื่อคุณจัดการไม่ได้ มันก็จะแย่ลง พอแย่ลง ปากท้องก็จะเริ่มเริ่มหนัก เริ่มหนัก ประชาชนก็จะเริ่มมีคำถาม ความเหลื่อมล้ำมันมากขึ้น ถึงตรงนั้นน่ะ เมื่อมันผนวกเข้ากับปัจจัยอื่นๆ น่ะ มันจะกลายเป็นจุดที่สั่นคลอนเขาได้เหมือนกัน ทีนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะจัดการตรงนั้นอย่างไร อันนั้นคือส่วนที่ 1 ที่ในทุกการเปลี่ยนแปลงของโลก มันจะสตาร์ทจากตรงนี้แหละ ซึ่งผมคิดว่ามันมีจุดที่มันอาจจะไปสู่จุดนั้นได้อยู่ อย่างเช่น อ่ะ ยกตัวอย่างก็ได้ การอภิวัฒน์ 2475 คนอาจจะมองว่าเรื่องการเมืองนะ แต่ผมอย่างอ้างอิงคำอาจารย์เกษียณก็ได้ สิ่งหนึ่งที่มันทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นให้เกิดขึ้น คือสภาวะเศรษฐกิจมันตกต่ำ แล้วมันแย่มาก มันแย่แบบแย่ถึงที่สุดจนมันไม่ไหวแล้วอ่ะ มันก็นำมาสู่แบบเสียงเรียกร้องตรงนี้ส่วนหนึ่งเหมือนกันนะครับ กับอีกจุดนึงที่ผมมาร์คไว้นิดนึงแล้วกันว่า มันจะมีส่วนสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านหรือไม่ผ่านมากน้อยขนาดไหน คือเรื่องของกองทัพ พอดีเห็นอาจารย์ธงชัยเขียนในบททิ้งท้ายแล้วผม เออ น่าสนใจดี แต่ไม่ลงรายละเอียดตรงนั้นแล้วกัน แต่พอดีผมเพิ่งเห็นข่าวที่คุณวาสนา นาน่วมแกลงใน Facebook มันมีการเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมบางอย่างของกองทัพเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา อื ซึ่งถ้าตีความตรงไอ้ธรรมเนียมตรงเนี้ย ในระยะยาวมันก็เป็นคำถามในใจเหมือนเหมือนกันว่า ไอ้ธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ของกองทัพ ในการขึ้นสู่ตำแหน่งเนี่ย ในระยะยาวมันจะนำมาสู่ซึ่งความ ไม่อยากใช้คำว่าบาดหมาง ซึ่งความไม่ลงรอยกันในกองทัพหรือเปล่า อื ในอนาคตนะ ครับ ซึ่งไอ้ตรงนี้แหละสำคัญต่อรัฐไทย เพราะว่า ที่ผ่านมารัฐไทยเนี่ย มันอยู่ภายใต้โครงสร้าง เอ่อ จะเรียกว่ามีกองทัพหนุนมาตลอด แต่ถ้าวันนึง มันสู่จุดที่มันมีการไม่ลงรอยกันน่ะ อันนี้ก็เป็นปัจจัยนึงที่ชวนคิดเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นะ หรือจะเกิดขึ้น หรือเปล่า แต่ก็ต้องมองไว้ในในกรอบตรงนี้เหมือนกัน อันเนี้ย คือ 2-3 ปัจจัยที่ผมมองว่า เปลี่ยนผ่าน หรือเปลี่ยนไม่ผ่านน่ะ เราต้องมองตรงนี้ แต่มันมีช่องอยู่ อื ใช่ มันมีช่องอยู่ และที่สำคัญคือ ถ้าเราสแกนทุกกลุ่มทุกสีทางการเมือง พลังทางการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบันเนี่ย มันมีปัญหาทุกกลุ่มนะ อืม ทุกกลุ่มมีปัญหาของตัวเอง ทุกกลุ่มมีปัญหาของตัวเอง ซึ่งอันนี้แหละ มันจะเป็นช่องว่างเหมือนกัน ที่มีโอกาสทำให้ ประชาธิปไตยก็อาจจะเติบโตได้ เปลี่ยนได้ เช่นเดียวกัน มันก็อาจจะทำให้กลุ่มอื่นๆ โตได้เช่นเดียวกัน แต่ผมไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ในในภาวะแบบไอ้รัฐธรรมนูญ 60 แบบเนี้ย เออ อันนี้จึงเป็นโอกาสที่ถามว่าในมุมของผม ผมคิดว่ามันมีความหวังมั้ย มันมีความหวัง อื ว่าจะเปลี่ยนผ่านได้ แต่มันคงไม่เร็ว อ และคงไม่นาน แต่ก็อย่างว่านะ เวลาพูดถึงการเมืองไทยในปัจจุบันน่ะ บางอย่างเราเชื่อว่าโหนานแน่เลย สุดท้ายเร็ว อื บางอย่างเราบอก เฮ้ย เวลาอยู่ข้างเรา เปลี่ยนแน่นอน แป๊บเดียวเปลี่ยน เอ้ย มันไม่มันไม่เปลี่ยนเว้ย มันแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยอะไรอย่างเงี้ย ผมผมจึงเลยมองว่าถ้าเราจะพูดถึงกรอบเวลาในการมองการเมืองไทยอ่ะ มันคงแบบ มันคงพูดแบบเวลาแบบเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าถึงที่สุดอ่ะ ในระยะต่อไปอ่ะ ความเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นแน่ๆ เออ แต่มันจะเปลี่ยนเร็วเปลี่ยนช้า อันนี้ก็ต้อง เออมันดูที่ปัจจัยหลายอย่างเยอะมาก คืออย่างที่บอกแหละ พอพอรัฐธรรมนูญปี 60 มันมีการให้อำนาจองค์กรอิสระ มันมีการให้อำนาจองค์กรที่อยู่เหนืออำนาจของประชาชนเนี่ย มันทำให้เราไม่สามารถคาดคะเนอะไรได้ อื คือเราเนี่ย ได้คุยกับนักวิชาการเยอะ คุยกับ เอ่อ ผู้รู้ทางการเมืองเยอะ สุดท้ายเองเนี่ย ไม่มีใครรับประกัน ไม่มีใครพูดได้เต็มปากเต็มคำ ณ เวลานี้ ด้วยอุตสาหการด้วยตัวรัฐธรรมนูญตัวนี้เนี่ย มันทำให้ทุกคนคาดคะเนอะไรไม่ได้ ครับ มันมีความไม่แน่นอน อื ซึ่งไอ้ความไม่แน่นอนเนี่ย อย่างที่บอกฮะ มันคือพื้นฐานของการทำให้ประเทศเราเดินหน้าไปได้ยากมากๆ และยิ่งเฉพาะในภาวะที่กำลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นวิกฤตที่ คุณออก็บอกว่า เอ่อ มันเป็นต้นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ทั้งในประเทศไทย แล้วก็ในต่างประเทศด้วย ใช่ใช่ ก็อีกจุดนึง เออ อันนี้อันนี้มาร์คไว้นิดนึงก็ได้ครับ ถามว่าทำไมถึงมองว่ามันมีโอกาสเปลี่ยน คือโอเคเว คุณมองไปดิ คุณสแกนไปก็ได้ในพรรคที่ อ้าไม่ใช่พรรคส้มอ่ะ อ่ะ เออ นอกเหนือจากตรงเนี้ย ถ้าคุณสแกนไปอ่ะ บุคลากรเค้า มันมองไปยาวๆเลยนะ เออ มันมองไม่เห็นว่ามันจะมีใครใหม่ๆ ที่ขึ้นมา คุณมองไม่เห็นอนาคต เอ่อ แหม จะพูดอย่างงั้นก็เอาจริงใช่มั้ย มองมองไม่เห็นว่าจะมีบุคลากรที่ขึ้นมา คนไหน เออ ที่ขึ้นมาแบบว่ารับช่วงต่อ หรือเป็นความหวังของสังคม หรือเป็นความหวังในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อ่ะ มันไม่เห็นบุคลากรก่อนตรงนั้นจริงๆนะ เฮ้ย แต่ลูกเทพเยอะอยู่นะ ในในระยะ อ้าอ้า พูดพูดกันแบบไม่โกหกตัวเอง คุณคุณเชื่อเค้าแล้วเปล่าล่ะะ คุณเชื่อมั้อ่ะว่าเขาจะช่วยแก้ปัญหาได้ ครับ อันนี้แบบ to be fair บางคนบอกอ่ะ แก้ได้แต่อ่ะ ก็คุณลองดูแล้วกันว่ามันได้หรือไม่ ได้นะครับ คือมันไม่มีบุคลากรแบบเนี้ย เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นโจทย์สำคัญเหมือนกัน ในฝั่งตรงนั้นว่าแม้จะมีความพยายามรักษาโครงสร้างอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่บุคลากรเขาในระยะยาวเนี่ย มันก็เป็นคำถามตัวใหญ่ๆ เหมือน เออ ใช่ เพราะนั้นมันจึงมีโอกาสเหมือนกันว่า ถามว่าเปลี่ยนผ่านได้เนี่ย มันยังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนได้ มันยังมีความหวังตรงนั้นอยู่ เพียงแต่ว่ามันจะเร็วจะช้านี่ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ยกเว้นต้องไปถามหมอดูฮ เออ อันนั้นอาจจะบอกระยะเวลาได้ หมอดูสมัยนี้ก็อาจจะไม่กล้าก็ได้นะ อ่า โอเค อันนี้คืออันนี้คือสิ่งที่ลองลองตั้งข้อสังเกต หรือว่าลองมองนอกเหนือจากหนังสือเล่มนี้ดู ครับ ว่าคำถามว่าเปลี่ยนไม่ผ่าน หรือเปลี่ยนผ่านได้มั้ยเนี่ย อะไรอย่างเงี้ย ทีนี้อยากฟังทัศนะบ้าง ใช่ไม่แน่ใจว่านี้คนมานั่งกันเยอะ เออ มีมีใครอยากอยากแสดงความเห็นทัศนะมั้ ครับ ผมเห็นอาจารย์บัณฑิตเนี่ยจดยิกเลย เออ เอาผมบังคับก่อนผมบังคับก่อนแล้วกัน ผมบังคับก่อนในฐานะนักวิชาการที่อยู่กับเราแล้วก็ เอ่อ ออกรายการเราด้วย่ ออกรายการ The Politic ด้วย เอ่อ อาจารย์บัณฑิตครับ อันนี้อาจารย์บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ จากรัฐศาสตร์จุฬาฯ นะครับ เดี๋ยวให้อาจารย์ได้แสดงความเห็นสักนิดนึง เท่าที่เวลาพอมีอยู่อาจารย์เปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนไม่ผ่านในทัศนะของอาจารย์นี้มองยังไง เดี๋ยวรบกวนอาจารย์หันหน้าเข้าทางเวทีก็ได้ครับ เพราะว่ากล้องอยู่ฝั่งนู้น อ่า อ่า ครับ ก็ผมที่ผมจดเนี่ย เพราะว่าโดนสั่งการบ้านมานะครับ บอกอาจารย์ช่วยหน่อยนะฮะ คือผมชอบชื่อนะฮะ เพราะว่าผมเคยใช้คำว่า "เปลี่ยนไม่ผ่าน ข้ามไม่พ้น" เพราะฉะนั้นถ้าจะมีหนังสือต่อไปนะฮะ อีกสักเล่มนึงเนี่ย มาแล้วนะครับ ก็คืออีกฉบับนึงชื่อว่า "ข้ามไม่พ้น" การเมืองไทย "เปลี่ยนไม่ผ่าน ข้ามไม่พ้น" หรือ "ข้ามให้พ้น" อ่า อย่างใดอย่างหนึ่ง ผมคิดว่าอันนี้น่าสนใจ เพราะว่า เอ่อ เท่าที่อ่านเนี่ยนะครับ ก็สารภาพยังอ่านไม่จบเนาะ เพราะว่ามีมีงานอื่น แต่ว่าเท่าที่อ่านเนี่ย ผมคิดว่ามันมันสนุกนะฮะ สนุกในแง่ที่ว่าอีกสัก 10 ปีนะ เรามาอ่านหนังสือเล่มนี้อีกครั้งนึง หรืออ่านตอนเนี้ยในปี 69 นะครับ เราจะรู้สึกเห็นอะไรบางอย่างนะครับ เหมือนกับว่าพอฝุ่นมันตลกปุ๊บเนี่ย เราจะเห็นว่า เฮ้ย ทำกันขนาดนั้นเลยเหรอ นะครับ คือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบชิงการนำทางการเมืองนะฮะ ผมคิดว่าอันนี้เห็นชัดมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งปี 2562 ข้ามมาถึง 66 นะ คือเราเห็น timing ซึ่งมันมีรอยต่อบางอย่าง แล้ว 66 มาการเลือกตั้ง 69 เนี่ย เราเห็นได้ค่อนข้างชัด เอ่อ ชื่อที่ตั้งนะฮะ ไม่ว่าจะ เป็นชัยชนะของคนแพ้ นะ แทนที่จะเป็นชัยชนะของผู้แพ้ แต่ใช้คำว่าชัยชนะของคนแพ้ มันก็ส่งให้เห็นนัยยะบางอย่างว่า เออ เค้ากำลังพูดถึงแบบคนที่ไม่น่าจะได้เป็นรัฐบาลน่ะ นะ แต่สามารถได้ชัยชนะกลับมาเป็นหัวหน้ารัฐบาล จัดการรัฐบาล ซึ่งคุณได้โอกาสถึง 2 ครั้งนะ แล้วคุณเฟลอ่ะนะฮะ มันเฟลด้วยประเด็นปัญหา ซึ่งคุณอาจจะบอกว่ามันเป็นปัจจัยภายนอกนะ แต่อีกด้านนึงมันเป็นภาพสะท้อนว่าคุณมั่นใจในอำนาจในข้อตกลงบางอย่าง ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า ใช่มั้ฮะ ซึ่งอันเนี้ย มันก็เป็นเรื่องที่ พูดง่ายๆว่ามันทำให้เราเห็นเห็น เอ่อ เค้าเรียกว่าบทคัดย่อ ของการเมืองไทยนะฮะ คือเราเราถ้าเราจะเข้าใจการเมืองไทย หนังสือเล่มเนี้ยช่วยมากๆ สำหรับนักศึกษาที่กำลังเรียน ป.โท ป.เอกนะฮะ หรือ ป.ตรีเอง จะได้เห็นภาพรวมว่า เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้นในช่วง 3 ปี แล้วอย่าลืมนะ ครับ ที่เราพูดกันมากก็คือว่า ตกลงเนี่ย รัฐธรรมนูญของเราจะเปลี่ยนผ่านอย่างไรนะ ครับ ที่จะไปให้ได้ไกลกว่านี้ ไปให้พ้นสภาวะแบบนี้ เช่นนะฮะ การติดตามของภาวะผู้นำนะฮะ คือปฏิเสธไม่ได้ว่าในประเด็นเรื่องของการยุบพรรคเนี่ย ทำลายผู้นำทางการเมืองอย่างกรณีของคุณพิธาเนี่ยนะครับ อันนี้ก็ชัดเจนว่าปัญหาอีกด้านนึงอยู่ที่ความมั่นใจจนเกินไป หรือ เอ่อ ความไม่ประเมินสถานการณ์ หรือความต้องการพุ่งชนแบบครั้งเดียวของพรรคประชาชน หรือเปล่า หมายถึงพรรคก้าวไกล ในตอนนั้นก็เสนอชื่อมาคนเดียว ใช่มั้ฮะ แต่พอเสนอชื่อคนเดียวปุ๊บเนี่ย โอกาสที่คุณจะเป็นไปได้ต่อมันก็ไม่มีละ นะฮะ แล้วพอมาถึงช็อตที่ต้องมีการเอ่อ นำเสนอผู้นำคนใหม่เนี่ย คุณก็ต้องไปโหวตนะ คือพูดง่ายๆ the second best หรือ second worst เร็วที่สุด หรือดีเท่าที่จะเป็นไปได้นะ ไม่ว่าคุณจะใช้คำไหนก็ตาม อันนี้คือสภาวะที่มันเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นะครับ ผมคิดว่าอันนี้ก็คือสภาวะที่น่าสนใจมาก แล้วก็ชี้ให้เห็นในหนังสือเล่มนี้นะครับ แล้วก็จังหวะบังเอิญบางอย่างนะครับ เช่น เอ่อ รัฐบาลเศรษฐาเนี่ย อยู่ได้ไม่ครบปีเนาะ ขาดอีกไม่กี่วันของคุณแพทองธารเนี่ยนะครับ ก็เอ่อ ใช้เวลาซึ่งบางทีแบบหลุดแบบไม่น่าเชื่อ แล้วมันเป็นปัจจัยภายนอกอ่ะ เป็นครั้งแรกที่เรามีปัจจัยภายนอกเรื่องคลิปเสียง แล้วมันทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล นะครับ ผมคิดว่าอันนี้ก็ทำให้ในท้ายสุดเนี่ยนะครับ เอ่อ นำไปสู่การถอดถอนนะฮะ ก็อันนี้น่าสนใจ แล้วก็ภาพตรงนี้ชัดเจนมากนะฮะ เอ่อ อีกอันนึงก็คือว่า ถึงแม้ว่าเราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับมีชัยเนี่ยนะครับ เอ่อ มันมีอิทธิฤทธิ์มีเดชเยอะนะ แต่ว่าข้อที่น่าสังเกตก็คือว่า ฝ่ายค้านเนี่ยนะครับ ก็ได้ใช้สถาบันฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างเต็มที่เหมือนกัน เออ คำว่าเต็มที่หมายความว่า เฮ้ย ถ้ามันดีกว่านี้ ถ้ามันมีอำนาจมากกว่านี้ ถ้ามันมีโอกาสที่ดีกว่านี้เนี่ยนะฮะ ฝ่ายค้าน หรือคนที่ทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติเนี่ย จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ขนาดไหน นะครับ บทบาทตรงนี้เนี่ย ผมคิดว่าสำคัญมากๆ นะครับ แล้วก็ในส่วนที่เอ่อ เป็นเอ่อ บทสรุปของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือว่า เรามีประชามติ 21 ล้านเสียงใช่มั้ครับ ที่จะเปลี่ยนนะ ต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะฉะนั้นเนี่ย บทเรียนจาก "เปลี่ยนไม่ผ่านการเมืองไทย" เนี่ย ก็น่าจะถูกนำไปเขียนนะฮะ หรือว่าแก้ไขบทบัญญัติบางประการที่จะเกิดขึ้นนี้ ผมสนใจที่ เอ่อ คุณคุณอับกับคุณเอพูดนะครับ เรื่องของว่าเอ๊ะ ตอน 2475 เนี่ยนะครับ มันเป็นเรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจโลกนะครับ บวกกับปัญหาดุลยภาพทางการเงินในประเทศใช่มั้ยครับ อันนี้คือปัจจัยหลัก อีกอันนึงก็คือความพยายามเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเรื่องของสิทธิเสรีภาพความเสมอภาค ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี รศ. 130 ก็คือประมาณซัก เอ่อ ร.6 นะครับ ก็ รศ. 130 ถึง 150 ปีพระนครก็คือห่างกัน 20 ปีเท่านั้นเองนะครับ Timing แบบเนี้ย ก็คือว่า ถ้าเรานึกถึงเหตุที่เราสามารถกู้คืนเศรษฐกิจ กู้คืนประเทศไทยได้เร็วหลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 เนี่ย ก็เพราะว่าเรามีรัฐธรรมนูญที่ดี นะ ผมคิดว่าโอกาสของการพูดในเวลานี้เนี่ย ก็คือโอกาสในการพูดถึงความเป็นไปได้ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นะครับ ที่พูดง่ายๆว่าแก้ปัญหา แก้จุดที่ เราเราเผชิญมาในรอบ 3 ปี หรือจริงๆ ก็ต้องบอกว่าในรอบรอบ 20 ปีนะครับ ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2569 ครับ ก็เอ่อน่าอ่านครับ แล้วก็มีบททิ้งท้ายของอาจารย์ผู้ใหญ่หลายท่านนะครับ ผมคิดว่าอ่านแล้วก็บันเทิงใจ แล้วก็ชวนคิดต่อได้มาก มีเท่านี้ครับ เปลี่ยนผ่านมั้ครับ ไม่ผ่านครับ ยังไงก็ไม่ผ่าน คือถ้าตัดเกรดรัฐบาล ยิ่งยิ่งแย่เลย ยังไม่ทันอะไร คือไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนนะฮะ ยังไม่ทันบริหารประเทศเนี่ย ติดลบ เป็นครั้งแรกนะครับ เริ่มต้นติดลบ คือฮันนีมูนพีค มันมีแล้วไง ในช่วงในช่วงรัฐบาลสั้นๆ ที่มันเกิดขึ้นใช่มั้ฮะ แล้วก็ยุบสภาเดือนธันวาคม นะ เค้าไม่มีเวลาฮันนีมูนละ แล้วผมคิดว่า ไอ้ที่มันน่ากลัว เมื่อกี้เราแอบซุบซิบกันนิดนึงนะว่า เฮ้ย ทำไมเค้าไม่ฟังเสียงทัดทานเลยวะ อื ไอ้เรื่องของเอ่อ ผลประโยชน์ทับซ้อนเนี่ยนะฮะ เชื่อมั้ครับ วันนั้นที่ไปออกมติชนเนี่ย แม้กระทั่งฝ่ายขวาจัดก็ยังแชร์นะ ผมไม่เคยเห็นเขาแชร์สิ่งที่ผมพูดเลย ยังหันมาพูดกับผม อาจารย์ผมแชร์ให้แล้วนะ ผมบอกให้ไม่ต้องก็ได้มั้งพี่ แปลก โอเคอ่ะ เดี๋ยวขอขอพี่ปุ้มก่อน เดี๋ยวพี่ปุ้มสุรันสักนิด พี่เปลี่ยนผ่านไม่ผ่านครับ ครับ เอ่อ ต่อจากอาจารย์เลยก็แล้วกันครับ ผมก็คิดว่าเปลี่ยนไม่ผ่านหรอกครับ อ๋อ ครับ โอเค ผมมี 2 3 2 3 ประเด็นจริงๆ เคยพูดใน The Politic แล้วพูดไว้หลายที่โอเ คือรอบนี้เนี่ย มันเป็น เอ่อ ภาวะของโลกที่มันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ครับ จริงๆ ก่อนที่จะมีสงครามเนี่ย เราก็รู้อยู่แล้วว่า เรื่องปากท้องจะเป็นเรื่องใหญ่ ครับ อ ไตรมาสที่ 3 ที่ 4 จะมีปัญหาแน่ และความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจน คนมีอภิสิทธิ์กับคนธรรมดาเนี่ย อือ มันใหญ่ ครับ กว้างมากนะครับ แล้วก็มันมีสูงมาก ขณะเดียวกันชนชั้นกลางที่เคยเป็นกระดูกสันหลังของประเทศเนี่ย SM ต่างๆ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยที่เราเห็นอยู่เนี่ย อื ต่างอ่อนกำลังหมด อื หลังโควิดเนี่ย อ่อนกำลังลงมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเนี่ย ภาวะของเศรษฐกิจที่มันมีภาวะสงคราม แล้วก็มีภาวะของการเปลี่ยนแปลงระเบียบจัดระเบียบโลกใหม่ ไม่รู้ว่า Donald Trump จะจัดสำเร็จ หรือว่าจาก Petro Dollar จะเป็น Petro Yuan ซึ่งวันนี้อิหร่านก็เริ่มเก็บโทรศัพท์แค่ฮอมส เป็นเงินหยวนแล้วนะ ไม่ได้เก็บเงินดอลลาร์นะ อืออื เพราะฉะนั้นเนี่ย ความเปลี่ยนแปลงในระบบระเบียบโลกเนี่ย มันจะกระทบประเทศไทยแน่นอน เหตุการณ์ที่อาจารย์พูดถึง 1932 2475 มีความเปลี่ยนแปลงในโลกถูกมั้ฮะ เอ่อ มีความถดถอยทางยิ่งครั้งยิ่งใหญ่ Great Depression ครับ แล้วก็นำไปสู่สงครามโลก การเปลี่ยนแปลงในปี 1973 มีสงครามตะวันออกกลาง อื มีการเปลี่ยนแปลงระบบระเบียบโลก Richard Nixon เอาเงินดอลลาร์ออกจากทองไม่ยึดเหนี่ยวกับทอง อ แล้วก็ มีเรื่องของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม การเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ เพราะสงครามเวียดนามสิ้นสุด เงินดอลลาร์ที่สนับสนุน เอ่อ เผด็จการถนอม ประภาส หายไป ครับ แล้วก็ความต้องการในเชิงเสรีนิยม ประชาธิปไตยเกิดขึ้นในประเทศไทย เช่นเดียวกัน พฤษภาทมิฬ 2535 อื การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน การบอกว่าจะ เป็นยุคของเสรีประชาธิปไตย และก็มีการเปลี่ยนแปลงระบบระเบียบโลกด้วย มี Washington Consensus การเงินก็เปลี่ยน มันกระทบหมด แต่รอบ 2 รอบนั้นมันอาจจะเปรียบเทียบกับรอบนี้ไม่ได้ในแง่ที่ว่า รอบ 2 รอบนั้นเนี่ย ม็อบที่ออกมาเนี่ย เป็นม็อบการเมือง อ่า ม็อบมือถือใช่มั้ย อ่า ม็อบเดือนตุลาคมนะฮะ เรียกร้องประชาธิปไตยไป ม็อบมือถือเรียกร้องชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ เป็นคนขยับ ครับ ที่จะเรียกร้องว่านายกต้องมาจากการเลือกตั้ง พรรคสามัคคีทำเป็นพรรคใหญ่อันดับ 1 อ เสนอคุณณรงค์ วงษ์วันไม่ผ่าน อาจเสนอพลเอกสุจินดา อื คราวูล ซึ่งประชาชนไม่ยอมรับ ครับ อ นะครับ รอบนี้ 191 เสียงของภูมิใจไทย อย่าคิดว่า จะยืนอยู่ได้นะ ถ้าไม่แก้วิกฤตเศรษฐกิจ อื ครับ เรามีต้องปรับตัวเรื่องภูมิรัฐศาสตร์โลก ปรับตัวเรื่องระเบียบโลกทางเศรษฐกิจใหม่ อื และก็โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเนี่ย ตั้งแต่ยุทธโชคช่วงชักชวาของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เนี่ย ไม่ได้ไม่ได้เปลี่ยนมาแล้ว 40 ปีนะ โมเดลธุรกิจ อื น้องๆ หรือใครที่ทำธุรกิจเนี่ย รู้เลยว่านี่ เค้าเป็นที่ปรึกษาหลายบริษัท อื พี่แมวเนี่ย โมเดลธุรกิจ 40 ปีเนี่ย มันใช้ไม่ได้แล้ว อื ครับ นะครับ ในยุคพลเอกประยุทธ์ออกแผนแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี อื ใช้ไม่ได้ตั้งแต่ออกวันแรกเลย นะฮะ เพราะฉะนั้น แม้กระทั่งผมเคยรับราชการอยู่ สภาพัฒน์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปีก็เก่าไปแล้ว วันนี้กำลังจะร่างใหม่เนี่ย มันร่าง 5 ปีไม่ได้ เพราะมันมีเรื่องที่ผมบอก 2 เรื่อง แล้วก็มีเรื่อง AI อื ครับ นะ เราเปิด YouTube ดูต่างประเทศเมื่อคืน ดูเนี่ย YouTube บอกว่าทุกนักวิชาการเกี่ยวกับ AI ทั้งหมด คนที่ทำ AI ทั้งหมด บอกว่า AI AI กำลังจะเปลี่ยนมนุษยชาติ ของเรายังพูด AI มาเป็นช่วยแพลตฟอร์มธุรกิจเป็นอะไร ใช่มันใช่ แต่ว่าวันเนี้ย โจทย์มันอยู่ที่ว่า แล้วประเทศคนไทยจะยืนอยู่ ที่ไหน อื ภายใต้โลกเทคโนโลยีที่มันอาจจะครอบครองมนุษยชาติ ครับ เรื่องพวกนี้ รัฐบาลที่มาจากในลักษณะเนี้ย มันมีข้อจำกัดมาก อื ผมหวังว่านายกอนุทินจะตั้งตัวได้ อันนี้ก็ต้องให้กำลังใจ ไม่รู้ล่ะ ใครก็ตามเลือกกันมาแล้วล่ะ ใบอนุญาตที่ 1 ให้เข้าไปแล้ว ครับ อ๋อ เลือกมาแล้วนะ ใบอนุญาตที่ 2 เค้าก็ได้แล้ว โอเค เพราะว่าคุณอนุทินประสานรัฐราชการได้ เออ ประสานทหารได้ ครับ ประสานชนชั้นนำในกรุงเทพฯ ได้ เออ ประสานกลุ่มทุนได้นะครับ ไอ้บุญ
43 บาทที่ 2 4 ส่วนเนี่ยปี 44 คุณทักษิณ ชินวัตรเคยได้
อ๋ออ๋อ
ปี 48 ถูกถอน
ครับ
แล้วเป็นยังไงล่ะ
ครับ
นะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยไอ้ไอ้สิ่งเหล่า นี้เนี่ยผมคิดว่ารัฐบาลถามผมถามผมใจผม อยากให้อยู่ได้มั้ย
อื
ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือนะ
แต่ว่าการที่เราจะมาทะเลาะกันเรื่องการ เมืองในวันนี้เนี่ย
อือ
ถ้ารัฐถ้าการเมืองไม่มีเสถรภาพมันมันมี มันมีปัญหาเยอะ
ครับ
ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตอนเราเกิดวิกฤตต้ม ยำกุ้งเนี่ยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
อื
แต่เรามีรัฐธรรมนูญ 40 รัฐธรรมนูญจาก ประชาชน
อือ
เพราะฉะนั้นเนี่ยกติกาทางการเมืองมันชัด มันทำให้การแก้ปัญหาเนี่ยมันเดินไปได้
แล้วมันตอบสนองความต้องการของประชาชน
เพราะว่ารัฐธรรมนูญ 40 คือรัฐธรรมนูญที่ ดูแลผลประโยชน์ของประชาชน
ครับ
อื
นะครับรัฐธรรมนูญ 60 คือรัฐธรรมนูญที่ดูแลผล ประโยชน์ของชนชั้นนำเพราะฉะนั้นวันนี้แต่ ถ้าเกิดจะให้ผมมาบอกว่ามาเถียงกันเรื่อง แก้รัฐธรรมนูญเหรอผมว่าจะช้าไป
ครับ
อื
ไปบอกนายกให้ทำงานเถอะ
อ๋อครับ
แล้วก็ไปบอกนายกว่าจะต้องเป็นผู้นำในภาวะ วิกฤตอ
แล้วไม่ใช่วิกฤตนี้วิกฤตเดียว
ไฟป่ากันอยู่เผาป่ากันอยู่เผาไม่ได้ป่า ไม่ป่าป่าเมืองไทยไม่มีให้เผาแล้วล่ะ
เผาพืชไร่กันอยู่ภาคเหนือเนี่ยแต่ตลบ
แล้วจบจากฝุ่น
จะมีแล้งจะร้อนหนัก
หลายเรื่องนะ
เออ
เออ
แล้วก็ถ้าเกิดเช่อโหน อย่างคุณฟองสนาน
ครับ
ก็จะมีน้ำท่วมใหญ่
อ่า
อ่าไม่ต้องเชื่อโหนก็ได้
ถ้ามันร้อนขนาดนี้เนี่ย
เตรียมตัวเลย
หน้าฝนก็จะแรง
ออ
ใช่มั้ยฮะเพราะฉะนั้นปลายปีนี้เนี่ยถ้า นายกไม่สามารถเป็นนายกในภาวะวิกฤตแล้วแก้ บรรเทาวิกฤตดีกว่า
อื
ยังไงมันวิกฤตบางอย่างเราคุมไม่ได้แต่ บรรเทาให้ประชาชนยืนอยู่ได้
ตัวใครตัวมันนะพี่
อ่า
อันนั้นน่ะตอนนี้เป็นอยู่
ออ
เข้าใจป่ะ
ครับ
ถ้าเค้าเค้าแก้ไม่ให้มันตัวใบตัวใครตัว มันโดย
แต่ว่าไม่ไม่ใช่แจกเงินนะ
อ่า
ผมเชื่อว่าประชาชนไม่ต้องการเงินแจกครับ
ครับ
วันนี้เค้าเค้ามีวางแผนที่จะแจกเงินโอ้ย อีกเยอะผมไปพูดในรายการคุณดีกว่า
โอเค
แต่ว่าวันนี้เนี่ยขอให้เป็นนายกในภาวะ วิกฤตและทำใจเลยว่าเป็นภาวะวิกฤตจน กระทั่งอย่างน้อยที่สุด 1 ปี
ครับ
เออ
แต่ถ้าเฝ่าไปได้นะเ้าเป็นนายก 4 ปีเลยนะ ครับ
โอโอโอเคเราเราไม่ได้เราไม่ได้ขอเยอะไป ใช่มั้ยพี่
เอ่อตอบนอกรอบดีกว่าเดี๋ยว
โอเคอ่ะพี่แมวแล้วเดี๋ยวปิดด้วยน้องขนุน
ก็โอ้โห 2 คนนี้พูดไปหมดทุกประเด็นแล้วนะ
คือจริงๆผมก็ได้กรีดๆอ่านหนังสือเล่มนี้ เนาะเอาข้อจริงๆคือเปลี่ยนไม่ผ่านการ เมืองไทยเนี่ยผมคิดว่าเรายังเรายังเค้า เรียกเรายังติดกับดักของ 2475 การต่อสู้ ตั้งแต่อหลัง 2475 มาทีนี้ผมคิดว่าจริงๆ เราก็พูดนักการเมืองก็ส่วนนึงเนาะแต่จริง ๆผมคิดว่าเราต้องพอย์ไปพูดถึงรัฐพันลึก ที่เป็น
อ่า
เค้าเรียกนะเจ้าของเกมมันเนี้ย
อ่า
คือวันเนี้ยผมคิดว่าเปลี่ยนคือเค้าอาจจะ รู้สึกว่าเปลี่ยนผ่านอำนาจเปลี่ยนจากเค้า เรียกนะการคุมอำนาจจากผ่านมือนักการเมือง เช่นสว.สีน้ำเงินหรือแม้กระทั่งรัฐบาลสี น้ำเงินหรืออะไรก็แล้วแต่เนี่ยคือมันดู เหมือนเค้ากุมอำนาจได้นะแต่มันมีความ เปราะบางมากๆ
อื
เพราะว่า 1 คือไอ้อำนาจที่เขายึดไปรัฐ พันธุลึกยึดไปเนี่ยหรือโครงสร้างอันนี้ ที่เขายึดไปเนี่ยผมว่าวันเนี้มันไม่ยึด โยงกับบริบทของโลกอ่ะ
อื
ครับ
ทีนี้ผมคิดว่าสิ่งนึงวันเนี้ยเวลาเราพูด ถึงเรื่องเศรษฐกิจนะครับจริงๆเศรษฐกิจวัน เนี้ยมันไม่ใช่แค่เปลี่ยนแค่ไม่ AI นะผม ว่าขนาดของความเปลี่ยนแปลงมันเท่ากับการ ปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อ 100 กว่าปีก่อน
อื
คือหมายถึงว่าวันเนี้ยถ้าเรามองสแกนไปใน กองทัพก็ดีเราสแกนไปในรัฐพันลึกเราสแกนไป ในอะไรก็ดีเนี่ยผมคิดว่าเราไม่เห็นความ รู้เค้าเรียกนะองค์ความรู้ของสถาบันหลักๆ อย่างเงี้ยที่จะ
ไปรอด
เค้าเรียกนะไปรอด
ถูกมั้ยฮะเพราะฉะนั้นนอกจากไอ้การเมือง ไทยที่มันจะไม่เปลี่ยนแล้วเนี่ยเนี่ยที่ เปลี่ยนไม่ผ่านแล้วเนี่ยผมว่ามันจะไม่รอด ในการเมืองโลกด้วยอ่ะสิ
ครับเออ
เพราะพผมว่าวันเนี้ยอย่างที่ผมบอกว่า เมื่อกี้ที่คุยกับพี่ปุ้มมาว่าไอ้ไอ้ ยุทธศาสตร์ 20 ปีอ่ะคือวันนี้มันล้าหลัง มากๆเพราะว่าgeจอโolิติกมันเปลี่ยนคุณ เห็นมั้ฮว่าวันเนี้ยการยึดทรัพยเค้าเรียก นะการยึดครองทรัพยากร
ที่เกี่ยวกับ AI อ่ะมันเปลี่ยนหมดเลยทอง ที่เราเคยเชื่อถือวันนี้คุณเบทองนี่เมื่อ คืนก็ตกโอ้โหอีกตั้งหลายล้านเหรียญวันนี้ กลายเป็นน้ำมันกลายเป็นเค้าเรียกว่าแร่ ธาตุต่างๆที่มันคือสิ่งเหล่าเนี้ยผมคิด ว่า
มันไม่ผ่านสักเรื่องอ่ะ
ครับ
ทั้งการเมืองไทยก็ไม่ผ่านทั้ง
ต่อให้คุณยึดอำนาจไปมันก็จะเปาะบางมากๆ แล้วผมคิดว่า
อ
ผลสุดท้ายไอ้ปัญหาที่รัฐพันลึกไม่ยอม เปลี่ยนเนี่ย รัฐพันลึกเองก็จะต้องเจอปัญหาในอนาคต
ครับ
อยู่ดีคือคุณไม่สามารถหนีปัญหาปัญหานี้ ได้แล้วจริงๆแล้วประเทศไทยตอนนี้เนี่ยผม คิดว่านอกเหนือจากสิ่งที่ผมพูดไปแล้ว เนี่ยมันยังมีอีกตั้งหลายวิกฤตเนาะ
อือ
ที่มันต้องการการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ขนาดใหญ่อย่างเช่นประกประชากรรุ่นใหม่ๆ ที่เติบโตน้อยลงอ
ในขณะที่คนแก่
เยอะขึ้น
เยอะขึ้นโอ้โหรัฐจะเอาเงินที่ไหนอ่ะถ้า คุณไม่สร้างเศรษฐกิจใหม่อือ
อือ
คือผมคิดว่าไอ้ไอ้ไอ้สิ่งเหล่าเนี้ยมันก็ สะท้อนมาจากเรื่องของการเมืองหลัง 2475 นี่แหละการที่รัฐพันลึกดึงกองทัพไปเป็น ของตัวเองการที่จะต้องควบคุมระบบเศรษฐกิจ
อื
เนี่ยผมคิดว่ามันเกี่ยวเนื่องกันหมดจาก หนังสือเล่มเนี้ย
โอเค
นะครับแล้วมันก็เกี่ยวพันไปถึงการเมืองคน รุ่นใหม่ๆที่
ที่
เราเห็นเมื่อปรากฏการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน ครับ
เพราะฉะนั้นก็ไม่ให้ผ่านแล้วกันนะ
โอ
ตัดเกรด
ตัดเกรดน่าจะในระยะนี้น่าจะยังไม่ผ่านคือ ผมว่าคุณอนุทินน่ะมันเป็นปลายเหตุละ สำหรับผมนะคือถ้าจะแก้มันต้องแก้โครง สร้างใหญ่นะเอ้ยเออ
ผมชี้ผิดนะโอเค
ครับโอเคอ่ะเดี๋ยวปิดท้ายด้วยน้องน้อง ขนุนศิรภนะครับ
อ่าครับ
อในฐานะก็เป็นตัวแทนจะเรียกว่าคนรุ่นใหม่ ก็ได้แหละ
ใช่ๆไม่ใหม่แล้ว
ไม่ใหม่แล้วเอากลางเก่ากลางใหม่แล้วกัน อ่ะอ่ะยังไงขนุนมองยังไงว่าเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนไม่ผ่าน
ผมไม่มองว่าเปลี่ยนผ่านไม่เปลี่ยนไม่ผ่าน แล้วกันเพราะว่าผมตอบไม่ได้ผมไม่ใช่หมอดู แต่แค่จะมาตบประเด็นนิดนึงพอดีผมก็ไป ระบายให้พี่เกทัง มาจากในเอ่อที่พูดคุยกันอะไรเงี้ยว่าแบบ เออข้างนอกเนี่ยมันแย่มากเลยสถานการณ์ อะไรเงี้ยแกก็บอกผมคำนึงคือแกก็ไม่ได้รู้ อะไรเยอะหรอกเพราะอยู่ข้างในเรือนจำแกก็ บอกว่าเออท้ายที่สุดอ่ะอย่าลืมขบวนการ เคลื่อนไหวเลยเพราะท้ายที่สุดทุกอย่างมัน เปลี่ยนแปลงได้เพราะ movement ของประชาชน
ผมเลยมานั่งย้อนคิดคือผมอ่ะไม่ได้อัปเดต อะไรมา 2 ปีเหมือนกันอ่ะแต่ประเด็นสำคัญ เลยก็คือผมยังจำความรู้เก่าอยู่เอ่อพอผม เรียนกับครูอาการเกษียณแกก็พูดเรื่องของ ความเปลี่ยนแปลงในระลอกใหม่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยเอ่อเขาเรียกว่า พิสก็คือเรื่องของชนชนชั้นเสี่ยงอันนี้แก นิยามเป็นของแบบอาจารย์ที่อังกฤษชื่อ Gu standing
อ
แต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือแกเสริมอีกว่า จริงๆแล้วการเปลี่ยนผ่านเนี่ยมันจะเกิด ขึ้นจากความโกรธของ คนชนชั้นเสี่ยงที่มีการศึกษาหรือนักศึกษา ที่จบไปมีงานทำเป็นฟรีแลนซ์ขับไรเดอร์ หรือทำอะไรอย่างเงี้ยแต่พวกเขามันไม่ stable มันไม่แน่นอน ไม่รับจไม่ได้รับการใส่จะกลายเป็นตัวชนะ ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างที่อาจารย์ เกษียณบอกว่าผมไปดูข่าวเพิ่มอยู่เนปาลดู มาเลดูหลายๆประเทศมันมีมันมีความโกรธแบบ นี้เกิดขึ้นในในรอบหลายปีเนี้ยที่ผ่านมา เอ่อกับอีกประเด็นนึงเลยก็คือ
ท้ายที่สุดแล้วตอนเนี้ยเรู้เในที่หมายถึง รัฐที่ทุกคนตอนนี้ใช้กันผมว่าตกใจทำไมใช้ คำว่าแบบรัฐพันลึกรัฐอะไรรัฐที่มองไม่ เห็นอะไรเงี้ยแต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือ
มันกำลังคือเขากดกดขบวนการเคลื่อนไหว เพื่อเพราะเขารู้ว่าขบวนการเคลื่อนไหวมัน คือที่ตัวที่นำไปสู่การเปลี่ยนพา
แต่ผมไม่ไม่อยากบอกไม่อยากเคลมอะไรขนาด นั้น
แต่ท้ายที่สุดเราไม่สามารถรู้ได้ว่าอยู่ ดีๆไอ้เด็กธรรมศาสตร์ในวันนั้นในปี 63 จะ นำมาสู่การชุมนุมใหญ่และนำมาสู่ความกลัว ที่กดปราบจนให้หายไปเป็นแบบนี้เราไม่ สามารถคำนวณได้ว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร อื
แต่ท้ายที่สุดไม่มีอะไรคือผมนึกถึง
เอ่อนิยายของปีศาจที่ผมอ่านก็เป็นนิยาย เล่มท้ายๆที่อ่านก่อนออกจากเรือนจำ
ท้ายที่สุดไม่มีใครหยุดสายสีมาได้คนแบบ สายสีมาก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆในสังคม
กับอีกอันนึงเลยก็คือสังคมเราอ่ะมันไม่ เหมือนอีกนิยายเล่มสุดท้ายที่อ่านเลยจะ ก่อนออกเรียนจำ Hill Marี่ที่เป็นหนังตอน เนี้ยอืผมก็รีบไปดูว่าเออเราอยากเห็นความ ร่วมมือคนในโลกอะไรเงี้ยแต่ท้ายที่สุดอ่ะ ในความเป็นจริงเยค่ความร่วมมือในประเทศ อ่ะยังเกิดได้ยากเลย
ในรัฐบาลอันเราเห็นว่าเหมือนภูมิใจไทยจะ คุมได้ทุกอย่างแต่ท้ายที่สุดอ่ะผล ประโยชน์
มันจะนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่
อื
ผมบอกไว้แบบนี้แล้วกัน
โอเป็นเป็นการปิดท้ายที่
เอ่อน่าสนใจนะมุมมุมมองจากขนุนเพราะว่ามัน มันเปรียบเทียบกับบริบทโลกแล้วก็เปรียบ เทียบกับ
สิ่งที่มันเคยเห็นมาแล้วก็เป็นก็เป็น โจทย์ที่ชวนคิดต่อนะครับว่าจะเปลี่ยนผ่าน หรือเปลี่นไม่ผ่านแต่ทีนี้
ถ้าอยากจะ ลองหาคำตอบกับตัวเอง
เออ
หรือลองคิดกับตัวเองอย่างแรกที่สุดท่านไป ซื้อหนังสือก่อน
ไปอ่านก่อน
นะฮะทิ้งท้ายไว้อย่างงี้เปลี่ยนไม่ผ่าน การเมืองไทยซึ่งเพิ่งวางแผงสดๆร้อนๆเลยนะ ครับในบูทปฏิชนนะครับก็ไปหาซื้อกันได้ที่ สำคัญคือถ้าท่านซื้อคุณเอโชว์ซิ
เราจะมีของแถมให้นะครับเอาไว้ไปติดท้ายรถ ท่าน
รวยไม่ไหวแล้ว
ครับ
อ่ารวยไม่ไหวแล้วใครอยากได้สติ๊กเกอร์นี้ ก็ไปซื้อหนังสือตรงนี้นะฮะแล้วเราจะมีแถม ให้ที่สำคัญเอ่อใครที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ แล้วนี่นะฮะก็จะถือว่าท่านถือตั๋วในมือะ ตั๋วอะไร
ก็เดี๋ยวช่วงเอาเป็นว่าหลังสงกรานต์ไป แล้วกันหลังสงกรานต์ไปแล้วเนี่ยเราจะมี กิจกรรมนะครับที่เป็นกิจกรรมที่
ให้แฟนรายการ The Poิticนะครับหรือว่าผู้ ที่ติดตามการเมืองชื่นชอบการเมืองเนี่ยมา พูดมาคุยมาเจอกันมาเจอมาพูดมาคุยกันบาง เรื่อง
เราไม่สามารถสื่อสารทางรายการได้
อ่าพูดอย่างงี้
เป็น exclusive talk
ใช่บางเรื่องเราพูดไม่ นี้
ครับก็นี่แหละฮะก็ถือว่าท่านซื้อแล้วท่าน ถือตั๋วในมือแล้ว
ก็มีโอกาสจะไปร่วมงานได้นะครับฝากไว้ด้วย แล้วกันและทิ้งท้ายจริงๆ
ถ้าวันนี้หลายคนยังหาคำตอบไม่ได้ว่า เปลี่ยนผ่านหรือเปลี่ยนไม่ผ่าน
แนะนำ
แนะนำฮะโหราประชาธิปไตย
ไม่ใช่หนังสือดูดวงดูดวงเมืองนะแต่นี่คือ หนังสือที่อธิบายว่าทำไมโหราศาสตร์กับการ เมืองไทย
ไปด้วยกันได้
มันกลายเป็นของคู่กันเพราะฉะนั้นเนี่ยนะ ฮะลองไปอ่านหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนเป็นคน อิตาลี
แต่เขาพูดภาษาไทยได้ชัดมากแล้วเขียนภาษา ไทยได้อาจารย์เอโด
ใช่
เuaardโดเซนี่นะครับซึ่งอาจารย์จะมีเวที น่าจะวันอาทิตย์นี้แล้วก็มีแจกไลเซ็นด้วย เพราะงั้นนะครับไปซื้อไปอุดหนุน 2 เนี่ย ซื้อ 2 เล่มคู่กันเนี่ยโอเข้ากันดี
ใช่แล้วถ้าเกิดว่าใครอยากรู้จักอาจารย์ เอดโด้มากขึ้นนะครับ
เปิด YouTube มิชชนทีวี
อ่า
X Talk ทุกเรื่องเพิ่งคุยไปสัปดาห์ที่ แล้ว
อ่าออกพรุ่งนี้ใช่มั้ย
วันเสาร์ 20:00 น.ไปฟังได้เผื่อใครอยากจะ ฟังก่อนซื้อหนังสือเล่มนี้นะครับก็ประมาณ นี้กันสำหรับเวทีช่วงนี้นะครับก็ขอบพระ คุณทุกท่านนะครับแล้วก็ขอบคุณพี่แมว ขอบคุณอาจารย์บัณฑิตขอบคุณน้องขนุนด้วย แล้วก็ทุกคนที่มารับฟังรวมถึงทางบ้านด้วย นะครับก็ฝากไปอุดหนุนหนังสือเล่มนี้กัน เยอะๆถ้าในงานก็บูทมติชน J02 เดินไปได้ เลยหรือสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ได้
นะฝากตรงนี้ไว้ด้วยแล้วกันนะครับแล้ว เดี๋ยวไปเจอกันอีกทีในรายการเลยแล้วกัน ของจริงและแล้วเดี๋ยวจะมีอทัวรหรือจะมีอส อีกทีเมื่อไหร่เดี๋ว่ากันนะครับช่วงนี้ ขอบคุณมากครับสวัสดีครับสวัสดีครับสวัสดี