Transcription
ก็สวัสดีทุกคนนะครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Channel Little Moments ในวันนี้เราจะมาพูดถึงทักษะ AI ที่สำคัญในปี 2026 ต้องรู้อะไรบ้างนะครับ สำหรับคนที่อาจจะเพิ่งเริ่มหรือว่ากำลังเรียนรู้ AI อยู่ มีตัวไหนสกิลอันไหนที่เราควรจะรู้ ซึ่งหลังจากดูคลิปนี้จบนะครับ ทุกคนก็จะได้ความรู้ทั้งหมดว่าควรจะโฟกัส AI ยังไงบ้างดี อัพสกิลยังไงบ้างดี ก็ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูพร้อมกันเลยครับ
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาใน chชannel นี้นะครับ ผมชื่อ Boy ตอนนี้ทำงานเป็น Engineering Manager อยู่ที่บริษัท Canva ที่ Sydney Austrเลia ครับ ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็น Software Engineer อยู่ที่บริษัท Amazon
ก่อนที่เราไปดู True ต่าง ๆ กันในปี 2026 อยากจะพาทุกคนสเต็ปย้อนกลับมานิดนึงของตัวของ AI เนี่ย ว่า Revolution ของในอดีตนะครับ ในเทคนิคต่าง ๆ มันเกิดขึ้นมี Revolution อะไรบ้าง
ซึ่งตัว Whบ Bot ตัวนี้ ถ้าเราคุยถึง Revolution นะครับ ก็จะแบ่งเป็นหลายอย่างเนาะ ซึ่งถ้าใครเรียนมาก็จะเคยได้ยินคำว่า Industrial Revolution นะครับ ก็คือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมนั่นแหละ
ซึ่งในการปฏิวัติอุตสาหกรรมนะ ผมเปิด Google ขึ้นมาครับ ก็จะเห็นว่าเป็นการแบบเอาเครื่องจักรเนาะ มาช่วยนะครับในการผลิตสินค้าต่าง ๆ ในการทำงานต่าง ๆ ให้มันเร็วขึ้นง่ายขึ้นนะครับ ไม่ต้องใช้คนจำนวนมากเหมือนสมัยก่อนละ ก็ลดคนลงได้แล้วก็สามารถที่จะทำผลงานได้เยอะขึ้นนะครับ ทำสินค้าออกมาให้ทุกคนใช้กันได้เยอะ
อันนี้คือยุคแรกเลยนะครับ เป็นยุค Industrial Revolution ซึ่งเกิดขึ้นนานมากละครับ เป็นภาพวาดเลยทีเดียว
คราวนี้ถ้ากลับมาที่ตัวของ Whiteบอร์ดครับ มี Revolution อะไรอีก ก็อันดับที่ 2 มี Revolution ของ Teทology นะครับ Revolution ก็คือเป็นการปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยีเนาะ
ยุคเนี้ยเป็นยุคที่มีพวกอินเทอร์เน็ตเข้ามาครับ ถ้าผมเปิด Wikipedia ขึ้นมาจะเห็นว่ายุคเนี้ยเป็นยุคที่อ่า เราเริ่มมีพวกแบบว่าคอมพิวเตอร์เข้ามานะครับ อันนี้เป็นยุค PC ยุคเริ่มต้นเลย
อ่า คอมพิวเตอร์สมัยก่อนจะแบบใหญ่มากใช่มย อย่างที่ทุกคนอาจจะเคยเห็นครับ หรือว่าเคยเห็นคนพูดกัน ตัวคอมใหญ่ ๆ เนี่ยมันอาจจะใช้ในทางวิทยาศาสตร์ ใช้ในทางการทหารเนาะในสมัยก่อนนะครับ แต่ว่าพอเข้าสู่ยุคของ PC personal คอมพิวเตอร์ที่หลายคนเรียกว่า PC ปัจจุบันเนาะ ประกอบ PC กัน ก็เป็นยุคที่หลายคนเนี่ยเอาคอมมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น คอมพิวเตอร์เริ่มมีบทบาทในชีวิตของเราละ
ซึ่งยุคนี้ก็เป็นยุคเดียวกันกับการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตต่อมาด้วย ทำให้ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หาข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ก็เป็นยุคที่จะสังเกตว่ามันก็ลดจำนวนคนลงได้อีกนะครับ แล้วก็ทำให้งานต่าง ๆ ทำงานได้เร็วมากขึ้น การคำนวณก็เร็วมากขึ้นไปอีกด้วยนะครับ
ซึ่งทำไมถึงพาทุกคนมาดูพวก Revolution พวกนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เรากำลังอยู่นะครับในยุคของเรายุคปัจจุบันเนี่ย เค้าเรียกว่าเข้าสู่ยุคของ AI AI Revolution แล้ว เป็นยุคที่ AI เนี่ยเข้ามามีบทบาทสำคัญจริง ๆ
AI เกิดขึ้นมาค่อนข้างนานแล้วเนาะ พวก Machine Learning ต่าง ๆ นะครับเกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว แต่ว่าพวกศาสตร์พวกเครับเป็นศาสตร์ที่อาจจะใช้ในทางวิทยาศาสตร์ค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็จะคล้าย ๆ กับคอมพิวเตอร์ยุคแรกนะครับที่แบบว่าค่อนข้างใหญ่มากเทอะทะ แล้วก็ใช้ในทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียว
แต่ว่าพอ AI เนี่ยเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญครับ ก็ตอนที่แชท GPT เปิดตัวจำได้มย จริง ๆ เพิ่งเปิดตัวไปแค่ 2-3 ปีก่อนเท่านั้นเองนะครับ เรารู้สึกว่าตอนนี้ AI แบบว่าอยู่ในชีวิตประจำวันเราเยอะมาก แล้วก็ไม่สามารถอยู่ได้โดยที่ไม่มี AI อีกแล้วนะครับ
ซึ่งผมเปรียบเทียบตัวพวกแชท GPT ที่ออกมาเนี่ย แล้วก็มาประยุกต์ใช้กับชีวิตของเราเนี่ย คล้าย ๆ กับพวก PC พวก Personal คอมพิวเตอร์ที่เราดูไปอันเนี้ยครับ ที่มันแบบคอมเริ่มมีขนาดเล็กลง ใช้ได้ในชีวิตประจำวันของทุกคน แล้วก็เข้ามามีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้นตัวแชat GBT เนี่ยก็เพิ่งเปิดตัวมาคล้าย ๆ กับ PC นั่นแหละนะครับในยุคนั้น ถ้าเปรียบเทียบยุคกันเนาะ ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือคล้าย ๆ กับ PC เลยครับ ก็คือตอนเนี้ยหลายคนกำลังทดลองใช้อยู่ คนยังไม่ค่อยรู้จักตัว AI กัน พยายามทดลองว่ามันทำอะไรได้บ้างครับ คล้าย ๆ กับ PC ยุคนั้น
PC ยุคนั้นคือคนก็เอามาทดลองเหมือนกันว่าเอ้ย ฉันจะทำอะไรกับ PC ได้บ้าง บางคนเอาไปสร้างตัว แคูเตอร์เนาะในการแบบคำนวณค่าต่าง ๆ ก็เก่งแล้ว สร้างเกมหมักลุกอย่างเงี้ยหลายคนอาจจะเคยเล่นนะครับใน PC ก็เอามาทดลองครับ แล้วก็ปัจจุบันก็นำ PC มาใช้ในการทำงานทุกคนเนาะ ใช้ PC ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานกันหมดเลยนะครับ
คล้ายกับ AI ช่วงนี้เป็นช่วงแบบกำลังทดลองครับ แล้วก็มันจะเข้ามามีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ครับ อย่างเช่นแชท GPT ที่เราเห็นตรงนี้หลายคนก็เคยใช้แหละนะครับ สามารถแบบถามตอบคำถามต่าง ๆ ได้ เป็นแชทอ่าที่เราเอามาประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ
ซึ่งใครที่เข้าใจตัว AI ครับ แล้วสามารถเอามาใช้ได้ก็จะได้เปรียบคู่แข่งนะครับ ก็สามารถทำงานได้เร็วกว่า Productivity สูงกว่า คล้าย ๆ กับคนที่ใช้ comp ในยุคนั้นเนาะที่ใช้แบบ PC ได้นะครับ ซึ่งก็มีไม่กี่คนที่สามารถเข้าถึง PC ได้แล้วก็สามารถใช้งานรู้ว่าใช้ยังไง
ดังนั้นผมว่าตอนเนี้ยปัจจุบันก็คือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านแล้วครับ เป็นยุคที่เข้าสู่ AI เต็มตัวเนาะ ดังนั้นหลายคนอาจจะถามว่าแล้วฉันจะเรียนรู้ AI ยังไงดีนะครับ
ซึ่งมันมีหลายเรื่องเต็มไปหมดเลย หลายเต็มไปหมดนะครับ หลาย ๆ คนที่มาถามผม ผมก็จะตอบเลยว่าสิ่งแรกที่ต้องเรียนครับสำหรับปี 2026 เนี่ย อันดับแรกเลยครับ ให้คุณ step back มาเรียน AI Foundation ก็แปลตรงตัวก็คือเป็นตัวพื้นฐานของ AI นั่นแหละ
คนที่อยากเริ่มเรียน AI แล้วก็ AI มันเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าเราไม่รู้พื้นฐานของมันนะครับ เราจะเรียนแล้วมันจะงงไปหมด เพราะมันจะมีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ว่าถ้าเรารู้พื้นฐานของมันครับว่าตัว AI มันทำงานยังไงเนี่ย เวลามี True ตัวใหม่มาเราจะรู้ว่า อ๋อ จริง ๆ ตัวใหม่ก็ใช้คอนเซปต์นี้นี่เองนะครับ หรือว่าตัวใหม่ก็เพิ่มคอนเซปต์นิด ๆ หน่อย ๆ ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้นนะครับ เพราะว่าเรารู้ว่าคอนเซปต์พื้นฐานเนี่ยมันคืออะไร
จริง ๆ เหมือนกันทุกศาสตร์เลยสำหรับทุกคนเลยที่แบบเรียนอะไรก็แล้วแต่เนาะ ไปเรียนแบบดนตรีอย่างเงี้ยก็ต้องแบบอาจจะต้องเรียนพื้นฐานก่อนว่าอ่านโน้ตยังไงใช่มั้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีอะไรก็ตามที่เราจะไปเรียน
คราวนี้ตัว foundation ของตัว AI มีอะไรบ้างที่เราต้องเรียนนะครับ อันดับแรกเลยก็คือตัว AI นั่นแหละนะครับว่า AI คืออะไรนะครับ กำเนิดมาได้ยังไง แล้วก็มีขั้นตอนการทำงานเป็นยังไงบ้างนะครับ อันนี้คืออันดับแรก
อันที่ 2 ก็คือพวกของ Machine Learning เนาะ ML ว่า ML คืออะไร ซึ่ง True หลาย ๆ ตัวก็ใช้ Concept ของ ML อยู่เบื้องล่ะก็ พยายามเรียนรู้ว่า ML คืออะไร
จากนั้นเราก็ต้องเรียนรู้ว่าพวก DL คืออะไรนะครับ อาจจะไม่จำเป็นต้องลงลึกก็ได้ว่าไปสร้าง Deep Learning ด้วยตัวเอง ไปสร้าง Machine Learning ด้วยตัวเองอะไรพวกนี้ อาจจะไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ แต่อย่างน้อยเราควรจะรู้ว่าหลักการทำงานของมันมันคือต้องทำงานยังไง
หลังจากเรารู้พวกนี้ปึ๊บ เราก็อาจจะไปเรียนต่อเป็นตัวของ Gen AI นะครับ Gen AI ก็เป็นตัวที่เราสามารถเอา AI มา generate ไม่ว่าจะเป็น text อย่างเช่นแชat GBT ครับที่ generate text ออกมาให้เราอ่านได้ หรือว่าอาจจะเป็น Image นะครับสร้างรูปภาพได้ หรือว่าจะ เป็นเพลง เป็นวีดีโอ เป็นอะไรก็แล้วแต่ครับ
ดังนั้นถ้าเรารู้ว่าเบื้องหลังมันทำงานยังไงครับ 4 ตัวเนี้ยเป็นพื้นฐานเลย foundation ทำให้เราเข้าใจตัว AI เวลาเราพูดถึงตัวของ AI Model นะครับ เราก็จะเข้าใจมันได้ง่ายขึ้น
แล้วมีอะไรอีกที่เราต้องเรียนนะครับที่เป็น foundation ก็จะมีพวกของเวกเตอร์ database ก็อย่างที่เราบอกอาจจะไม่ต้องลงลึกในตอนเริ่ม เวลาเรียนอาจจะแบบเรียนพื้นฐานทั้งหมดก่อนนะครับ แล้วก็ค่อยไปเจาะลึกลงไปเรื่อย ๆ ครับ อาจจะไม่ได้เรียนลึกแบบทั้งหมดทีเดียว เพราะแต่ละศาสตร์เนี่ยมันลึกมาก ๆ ถ้าเราเจาะลึกเลยทีเดียวก็อาจจะใช้เวลานาน แล้วก็ไม่ได้ไม่มีเวลาเรียนรู้ภาพรวมทั้งหมด ดังนั้นพยายามเรียนรู้ภาพรวมทั้งหมดก่อน
ต่อไปก็คือมีเรื่องของตัว R นะครับ อันนี้เรียงแต่ซ้ายไปขวาเลย อยากให้เรียนตามนี้เลยก็ AI, ML, DL, Gen AI, Vector Database เรียนตัว R ซึ่งก็จะใช้ concept จากตัวของเวกเตอร์ database นั่นเองนะครับ มาทำพวกระบบ แชatบot คอยตอบคำถามลูกค้าต่าง ๆ ก็มาจาก concept พวกนี้นั่นแหละ
ตัวถัดไปที่ต้องเรียนคืออะไร ก็จะมี MCP นะครับ ช่วยให้เราเอา AI ไป connect กับตัวอื่น ๆ ได้ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตนะครับ หรือว่าเป็น AI ตัวที่คนอื่นสร้างมาก็เอาตัวเนี้ยไป connect ได้นะครับ ทำให้เพิ่มความสามารถให้ AI ของเรา
แล้วตัวสุดท้ายที่เป็น Foundation ครับ ก็คือตัวของสิ่งที่เรียกว่า Promp Engineering ก็เป็นเทคนิคที่เราใช้ตลอดนะครับ ตอนที่เราคุยกับ AI เราจะใช้ Promp Engineering ช่วยให้เราสามารถได้คำตอบที่ตรงกับที่เราต้องการมากที่สุด
อันนี้ก็คือเป็น AI Foundation ที่เราควรจะเรียน จริง ๆ ก็อาจจะมีศาสตร์อื่น ๆ อีกนะครับ แต่ผมว่าถ้าเริ่มก็เริ่มจากตรงนี้ก่อน แล้วเราค่อยไปเรียนศาสตร์อื่น ๆ เพิ่มก็ได้ หรือว่าไปเจาะลึกในหัวข้อพวกนี้ก็ได้เช่นกัน
คราวนี้พอเรารู้ตัว AI Foundation ไปแล้วเนาะ ก็มีความรู้ว่าสิ่งต่าง ๆ เรียกว่าอะไร มันคืออะไรนะครับ เห็นภาพรวมและก็ทำให้เราสามารถนำความรู้ตัวนั้นน่ะมาต่อยอดได้ครับ
ดังนั้นสเต็ปถัดไปก็คือเราอยากที่จะนำความรู้มาต่อยอดครับ โดยที่เราไปใช้ True ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งพวก True พวกเนี้ยเดี๋ยวมันก็จะไปใช้ concept ที่เราเพิ่งเรียนไปจาก Foundation ครับ ทำให้เราเรียนพวก True พวกนี้ได้เร็วขึ้น
ซึ่ง True ก็มีหลายตัวเลยครับ ขึ้นอยู่กับงานที่เราเอาไปใช้ อย่างเช่น TR ตัวแรกเนี่ยที่ผมแนะนำก็คือพวก NSN นะครับ NSN ก็เป็นพวก Low Code No code เนาะ ถ้าเปิดเว็บขึ้นมาก็จะเป็นเว็บประมาณนี้เลย ทำให้เรา connect พวก workflow ต่าง ๆ นะครับ เอาไปทำ AI agent นะครับในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ใน Business ของเรา
ซึ่งก็เป็นเครื่องมือที่มาแรงมาก ๆ แล้วผมก็แนะนำมาก ๆ เลยสำหรับเครื่องมือตัวนี้นะครับ ใช้งานง่ายแล้วก็สนุกมาก ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนโค้ดก็สามารถใช้ได้ครับ เป็นประเภท no code low ce code นะครับ
ตัวถัดไปครับที่อยากให้พวกเราไปเรียนกันก็คือตัวของ แชat GPT ตัวนี้หลายคนก็น่าจะเคยใช้อยู่แล้วเนาะ ถ้าเปิดตัวแชท GPT ขึ้นมานะครับ ก็เป็นอันที่เราสามารถแบบถามตอบกับตัว AI ได้นะครับ เป็นเหมือนแชทแชทบอร์ดที่เราไปถามสิ่งต่าง ๆ แล้วมันก็มีความรู้ที่มันเทรนด์มาจากอินเทอร์เน็ต ก็สามารถตอบคำถามเราได้แล้วก็ให้คำตอบที่ค่อนข้างเร็วแล้วก็แม่นยำ
สามารถเรียนตัวนี้แล้วก็ไปใช้กับงานของเราได้ค่อนข้างเยอะ ผมใช้ทุกวันเลย ใช้ GBT นะครับมาช่วยในการรีสิร์ชสิ่งต่าง ๆ หรือว่าทำ script นะครับ หรือว่าช่วยสรุปอ่าสร้าง dasชบอร์ด ของ data ที่เรามี สมมุติว่า data ใน business ของเราอาจจะบอกว่ามียอดขายนะครับของร้านเราเข้ามา ก็ไม่ต้องไปให้ลูกน้องมาร่าง report ให้เราละ เราแค่โยน data เข้าไปให้แชท GBT ครับ แล้วมันก็บอกมันให้ generate ตัว report ให้เราก็สามารถทำได้ค่อนข้างรวดเร็วแล้วก็ดีมาก ๆ เลย
ดังนั้นก็เป็น Tool ที่ควรจะเรียนรู้การใช้งานแบบลึก ๆ ไปเลยนะครับ เพราะว่าใช้บ่อยมาก ๆ
นอกจากแชท GPT แล้วมีตัวคล้าย ๆ กับแชatบot เมื่อกี้มีอีกหลายตัวเหมือนกันเนาะ มีหลายค่ายนะครับ ถ้าคิดไม่ออกนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงเหมือนแบบว่า Browเซอร์ที่เราใช้เงี้ยมี Chrome มี Safari มี Firefox กับมี Age อย่างเงี้ย มีหลาย ๆ ค่ายครับที่เราสามารถเลือกใช้ได้ ตัวพวกแนวแชทแบบนี้ก็มีหลายค่ายเหมือนกัน
กลับมาที่ไทบอร์ดก่อน อันนี้เป็นไม่ใช่ แชat ครับ เป็น แชat สินะ แชท GBT นะครับ อ่ะ เดี๋ยวเราลองดูค่ายอื่น ๆ บ้าง
ระดับแชท GBT ก็จะมี Close อันนี้ก็เป็นเหมือน AI ถามตอบเหมือนกันนะครับ เป็นแชทเหมือนกัน แล้วก็มีพวกของ Gemini นะครับ อันนี้ก็มาจากค่าย Google สามารถถามตอบได้เหมือนกัน
ตอนปัจจุบันเนี่ยแต่ละตัวก็ค่อนข้างมีความฉลาดมาก ๆ เก่งเท่า ๆ กันนะครับ อาจจะมีบางตัวฉลาดกว่าอีกอีกตัวนึงนิดหน่อยในบางงาน เช่น CL ก็อาจจะเก่งด้านการเขียนโค้ดมากกว่าเพื่อน ๆ นะครับ แต่ว่าภาพรวมทั่วไปก็คือค่อนข้างเก่งเท่า ๆ กัน เพราะเค้าก็แข่งกันมานะครับใน 3 ตัวนี้ก็สามารถเลือกใช้ตัวที่เราชอบได้ครับ
ใน 3 ตัวอาจจะใช้ตัวนึงให้เก่งก่อน เลือกมาสักตัวนึงอาจจะเป็น แชท GBT ก็ได้ครับ หรือใครเขียนโค้ดก็ไป CL เลย พอใช้ตัวนึงเป็นตัวอื่นมันจะใช้เป็นเหมือนกันในกลุ่มนี้เนาะ 3 ตัว
คราวนี้มี True อะไรอีกบ้างที่เราควรจะเรียนนะครับ แล้วก็เอามาไปใช้ได้ True อันถัดไปครับ อยากที่จะให้ไปเรียนก็คือตัว Nano Banana Pro ครับ อันนี้เป็น Tool ที่แบบใช้สร้างรูปภาพ
ถ้าผมเปิดเว็บขึ้นมาก็จะเป็นแนวแบบใส่ตัวพร้อมลงไปก็คือคำถามของเรา คล้าย ๆ แชท GPT เมื่อกี้ที่แบบว่าใส่คำถามหรือว่าพร้อมของเราเข้าไปได้ครับ แล้วก็บอกมันให้ generate เป็นรูปภาพนะครับ ก็จะเป็นตัว AI ที่ใช้ในการ Generate รูปภาพโดยเฉพาะ คล้าย ๆ กับแนว Photoshop เนาะที่เราใช้ในการสร้างรูปภาพนะครับ แต่ว่า AI ตัวนี้มันฉลาดกว่าเยอะ เราไม่ต้องแบบไปเรียนรู้ True ในการสร้างด้วยตัวเองละ เราแค่บอกมันให้สร้างให้เราก็สร้างรูปภาพได้หลากหลายแนวมาก
ผมใช้ทุกวันเลยครับอันนี้ในการ Generate พวกรูปภาพต่าง ๆ ไม่ว่าถ้าเป็นงานที่ทำให้ลูกค้านะครับ อาจจะเป็นเว็บไซต์ต้องการรูปภาพบางอย่าง หรือว่า Generate โลโก้ให้กับลูกค้าก็ใช้ตัวนี้เหมือนกันนะครับในการทำ
นอกจาก Generate รูปภาพแล้วก็มี AI tool ตัวอื่น ๆ ในกลุ่มของการ Generate เหมือนกัน เดี๋ยววางไว้ใกล้ ๆ กัน อย่างเช่น Zuno เป็น AI ที่ใช้ในการ Generate เพลง อย่างเช่นตอนนี้แบบว่าทำคลิป YouTube อยู่นะครับ อยากได้เพลงที่มาใส่ลงไปในคลิปของเราฮอาจจะเป็นเพลงแบบท่องเที่ยวอย่างเงี้ย ซึ่งเราก็สามารถ generate ด้วยการใส่พร้อมลงไปตรงนี้ได้นะครับ แล้วก็คลิก generate แล้วสุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็เป็นเพลงที่เราสามารถเอาไปใช้ได้
อันนี้ก็ใช้บ่อยมาก ๆ ครับตอนที่ทำพวกคลิปต่าง ๆ วีดีโอต่าง ๆ กับ cy ที่แบบว่าต้องผลิต คent แนวนี้เนาะ ก็สามารถเอาไปใช้ได้ในการ generate เพลงออกมาครับ ใช้ได้ดีมาก ๆ
คราวนี้ตัวถัดไปครับที่อยู่ในกลุ่ม Generate Content พวกนี้นะครับ ก็จะมีตัวของการ generate video อย่างเช่น Vio 3 ครับ หรือว่าอีกตัวนึงที่ Generate วีดีโอเหมือนกันก็คือ Solora 2 ครับ ก็เป็นคนละค่าอีกนั่นแหละแข่งกันครับในการ Generate วดีโอต่าง ๆ
Vio 3 ก็จะเป็นของ Google ถ้าพาไปดูเนี่ย Vio 3 นะครับ ก็จะเป็นการใส่ Prom เหมือนกันคล้าย ๆ กับการ Generate ทุกอย่างเลย พวก Nano Banana Pro ก็ใส่พร้อมเข้าไปแล้วเสร็จปุ๊บก็จะได้ผลลัพธ์เป็นตัววีดีโอแบบนี้ออกมาเลย ซึ่งผมว่าอันเนี้ยเวิร์คมาก ๆ แล้วก็สวยมากนะครับ วีดีโอพวกนี้
ตอนนี้ที่ผมแบบทำแอปทำอะไรต่าง ๆ ให้กับลูกค้าก็ใช้ตัวนี้ในการ generate ถ้าเป็นวดีโอพวก True พวกนี้ทั้งหมดครับ เค้าก็จะมีตัว API ให้ด้วย เห็นมั้ยเป็นแบบโค้ดนะครับ สำหรับคนที่เป็น Teทคnical ต้องการที่จะเอา True พวกเนี้ยมาใช้อยู่เบื้องหลังของแอป
สมมุติว่าผมสร้างแอปของตัวเองนะครับ แล้วก็เป็นแอปที่ต้องมีการ generate วดีโอ รูปภาพนะครับ หรือว่าเสียงก็จะใช้ API พวกเนี้ยเขียนโค้ดอยู่เบื้องหลังก็ได้เหมือนกันนะครับ ดังนั้นก็สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้หลายรูปแบบ
ถึงตอนนี้เราก็รู้ว่า AI Foundation ที่เราต้องเรียนคืออะไร True ต่าง ๆ ที่เราต้องเรียนคืออะไร สำหรับคนที่ต้องการที่จะไปด้าน Teทคnical มากขึ้นนะครับ ก็จะมีพวก Teทคnical Concept หรือว่า Tool ที่ผมอยากให้มาลองเรียนกันครับ
ซึ่ง Teทคnical Concept ก็มีหลายตัวเลยนะครับ ตัวแรกก็คือตัวของ Context Engineering นะครับ ก็ทำให้เราเข้าใจในการสร้างพวกแอป จะใช้แนว contact Engine Engineering มาช่วย
ตัว contact Engine Engineering ก็จะมากับตัวของ Vip Coding ซึ่ง Wipe Coding ก็ช่วยในงานที่หลากหลายได้ ช่วยสร้างโปรตได้นะครับ ช่วยสร้างแอปจริง ๆ ขึ้นมาได้ โดยต้องใช้คู่กับพวก contact Engine Engineering ก็จะได้แอปที่มีคุณภาพมากขึ้นนะครับ AI จะไม่ค่อย Generate ตัวโค้ดมั่ว ๆ ละ ก็จะ generate ตรงกับสิ่งที่เราสั่งให้มันทำ
นอกจากนั้นก็อาจจะไปดูตัวของ Tool ที่ใช้ในการเขียนโค้ดนะครับที่มี AI มาช่วย อย่างเช่นตัวของ Koo หรือว่าตัวของอ่า Curser ก็เป็นที่ยอดนิยม แล้วก็ล่าสุด Google เพิ่งออกมาตัวนึงจำได้มย ตัวที่เพิ่งออกมาเลยครับ An Gravity
ถ้าไปดูหน้าตา Anic Gravity เร็ว ๆ นะครับ ก็คือตัวนี้เลยที่ Google เพิ่งออกมา ก็จะเป็นตัว Aditor ตัวนึงนั่นแหละ คล้าย ๆ กับ Curser คล้าย ๆ กับ Koo นะครับที่นำ AI มาประยุกต์ใช้มาช่วยในการ generate ตัวแอปของเรา
ซึ่ง 3 ตัวเนี้ยที่เราพูดไปครับ เป็นตัวที่สร้างมาจากตัว VS Code ถ้าใครเขียนโปรแกรมก็อาจจะเคยใช้ VS Code มาก่อน ดังนั้นหน้าตาก็จะเหมือนกัน
โหมด Koo มาจาก Amazon ครับ Curser ก็เป็นบริษัทของ Curser เอง ตัว An Gravity มาจาก Google คือมาจาก 3 ค่าย ดังนั้นจะเลือกเรียนค่ายไหนก็หยิบสักตัวนึง อาจจะหยิบ Curser อรก็ได้ ตอนนี้ Curser ดังที่สุด หรืออยากลองของใหม่ก็อาจจะเป็น anti graavity คือโลกก็เก่งขึ้นเรื่อย ๆ
เลื่อนมาสักตัวนึงแล้วก็เรียนตัว Aditor ตัวนึงให้เก่งก่อน เรียนตัวนึงเก่งตัวที่เหลือก็จะทำได้เหมือนกัน
คราวนี้พอเรียนเสร็จแล้วครับ สิ่งนึงที่หลายคนที่บอกว่าทำแล้วแต่ว่าเรียนแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องเนี่ยก็คือขาดตัวนี้ การ build นะครับ ก็คือการที่เราเอา concept ที่เราเรียนมาครับ มาสร้างเป็นเครื่องมืออะไรก็ตามที่มาตอบโจทย์นะครับ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ
โดยเราอาจจะลอง build อะไรดี อันดับแรกลอง build AI agent ดู AI agent ก็เป็นสิ่งที่นำ AI มาประยุกต์ใช้แล้วก็นำมาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับลูกค้า ตัวอย่างเช่นเอามาช่วยตอบเมลอัตโนมัติสมมุตินะครับ ลูกค้าถามมาก็อาจจะอ่าน content ที่ลูกค้าถามมา แล้วก็อาจจะดราฟคำตอบให้อัตโนมัติ แล้วเราก็แค่ไปรีวิวแล้วกดเอ อันนี้ก็เป็น agent ตัวหนึ่งสำหรับตอบอีเมล
อันนี้ก็คือพวก AI agent ซึ่งสามารถพัฒนาได้หลายรูปแบบนะครับ ถ้าใครเป็น Teทคnical ก็อาจจะใช้พวก editor พวกนี้ในการพัฒนา หรือว่าถ้าใครไม่ได้เขียนโค้ดมาก่อนครับ อาจจะใช้ N ก็ได้ในการพัฒนานะครับ หรืออาจจะ custom ตัว chat GPT CL Gemini มาสร้าง AI agent ก็สามารถทำได้เหมือนกัน ดังนั้นก็ลองนำความรู้ตรงนั้นครับมาสร้างเป็น AI agent
คราวนี้สร้างอะไรได้อีกนอกจาก AI agent ก็ลองสร้างพวก Content ดูนะครับ อย่างที่เราพูดไปละว่ามี True ในการสร้างรูปภาพเนาะ สร้างวีดีโอ สร้างเสียงนะครับ ก็ลองเอา True เหล่านั้นมาสร้างเป็น Content ที่ตอบโจทย์ลูกค้า หรือว่าตอบโจทย์ใน Business ของเรา
สุดท้ายก็คือสามารถสร้างเป็นแอปได้เลย ถ้าสร้างเป็นแอปส่วนใหญ่ก็จะใช้พวก Aditor อต้องมีความรู้ Teทคnical ในระดับหนึ่งนะครับ ก็สามารถมาสร้างแอปขายได้ ซึ่งปัจจุบันก็ใช้ AI เข้ามาช่วยในการสร้างแอปค่อนข้างเยอะ
ในระหว่างที่เราเอาพวก AI นะครับมา build เนี่ย ผมแนะนำเลยนะครับ หลาย ๆ คนที่มาคุยเนี่ยแนะนำเค้าตลอดว่าให้พยายามเรียนรู้จาก AI ครับ ไม่ใช่ให้ AI ทำให้ทุกอย่าง ก็พยายามถามมันว่าทำไมมันถึงทำอย่างงั้น แล้ว True ที่มันประกอบให้เนี่ยที่มันแนะนำยังไงนะครับ ก็ใช้ AI ให้มันสอนแล้วก็ให้เราเก่งขึ้น เพราะว่าพอเราเก่งขึ้นเนี่ยเราจะสามารถนำไปต่อยอดได้นะครับ
คราวนี้ก่อนจบคลิปนี้ครับ อยากที่จะมาเล่าถึงอนาคตของ AI บ้าง ตอนนี้ถ้าใครเดาอนาคตของ AI เนี่ยมันดาค่อนข้างยากเนาะ เพราะ AI แบบเติบโตเร็วมาก True ก็เปลี่ยนแปลงเร็วมากนะครับ
แต่ว่าสิ่งนึงที่ผมว่าน่าสนใจก็คือตัว AI พวกนี้ครับ มันคล้าย ๆ กับตัว PC นะที่เราพูดถึงพวก Personal คอมพิวเตอร์เนาะ สมัยแรกที่ออกมาคือแพงเวอร์ครับ แพงมาก ใครที่มี PC เนี่ยคือต้องรวยมาก ๆ ครับ แล้ว Billgate ก็พูดว่าอยากให้ทุกบ้านทุกคนนะครับมี PC อยู่ในบ้าน เราทุกคนก็หัวเราะไงว่าใครจะมี PC อยู่ในบ้านแพงมากเลย
คือผมว่าตอนนี้ AI เป็นยุคนั้นของ PC เลย ก็คือกำลังแพงอยู่นะครับ แต่ว่ามันเริ่มถูกลงเรื่อย ๆ อีกหน่อยคือทุกคนทุกบ้านไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็จะใช้ AI ทั้งหมด
โดยในปีที่ผ่านมาก็มี Open Source หลายตัวเนาะที่ทำให้เราเข้าถึง AI ในราคาถูกด้านเช่น Deep Seek อาจจะเคยได้ยิน Deep EP seek ที่ออกมาครับ มาจากจีนแล้วก็เป็นตัวที่ทำให้การ Generate พวก AI ต่าง ๆ นะครับทำได้ถูกลงเยอะมาก ๆ ครับ เร็วขึ้น ถูกลง ใช้ทรัพยากรน้อยลง ดังนั้นอันนี้ก็เป็น 1 อัน
แล้วก็อีกตัวนึงครับที่เป็น open source เหมือน Deep Seek นะครับ ก็คือตัวของรามะ นะครับ มาจากค่ายของ Facebook นั่นเองนะครับ Meta
ดังนั้นในปี 2026 นะครับ ผมเชื่อว่าตัว AI ที่มันเป็น Open Source เนี่ยก็จะออกมาเยอะขึ้นนะครับ ควรจะมีทางเลือกมากขึ้น ราคาของ AI เนี่ยเนื่องจากมันแข่งขันกันรุนแรงหลาย ๆ ค่าย ราคาของมันน่าจะสามารถปรับลงเพื่อดึงดูดคนมาใช้นะครับ เดี๋ยวรอติดตามว่าจะถูกลงจริงมั้ย
ดังนั้นในอนาคตเนี่ยคนที่มี บัdจet ที่อาจจะไม่เยอะนะครับเหมือนตอนนี้ก็สามารถเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น แล้วก็นำ AI ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของพวกเขาได้เยอะขึ้น
อันนี้ก็เป็นทั้งหมดของคลิปนี้แล้วครับ ก่อนจบคลิปไปถ้าใครชอบ คent แนวนี้ นะครับ ตอนนี้ช่องเราก็เปิดให้ Join Member ได้แล้วครับ ก็สามารถคลิก Join Member ได้ก็จะได้สติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ น้องจิงโจ้ไปใช้งาน รวมถึงสามารถ access ตัว วีดีโอของเราได้ก่อนอื่นด้วยนะครับ
ก็ถ้าใครอยากสนับสนุนช่องนะครับ ก็สามารถมาเป็นสมาชิกกันได้ง คลิปนี้ก็เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วก็เดี๋ยวเจอกันใหม่ในคลิปหน้า