Transcription
ทำไมบริษัทต่างชาติถึงขายธุรกิจโรงกลั่นในไทย และทำไมถึงไม่มีโรงกลั่นใหม่ๆ เกิดขึ้นเลย? ปัจจุบันไทยมีโรงกลั่นทั้งหมด 6 แห่ง และไม่มีโรงกลั่นใหม่เกิดขึ้นเลยตั้งแต่ปี 2535
โรงกลั่นเนี่ยไม่ได้ผลิตแค่น้ำมันรถยนต์ แต่เป็นธุรกิจต้นน้ำของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ก๊าซหุงต้มในครัวไปจนถึงวัตถุดิบปิโตรเคมีที่ใช้ผลิตของใช้รอบตัวเราเป็นต้นค่ะ
การจะสร้างโรงกลั่นเนี่ยไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ค่ะ ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลระดับหมื่นล้านถึงแสนล้านบาท แถมใช้เวลาคืนทุนนานกว่า 10 ปี เราเลยต้องการทั้งเงินทุนและเทคโนโลยีจากบริษัทต่างชาติค่ะ
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทพลังงานต่างชาติต่างทยอยขายธุรกิจโรงกลั่นในประเทศไทยออกไป ไม่ว่าจะเป็นเชลล์ที่ขายโรงกลั่น RRC ให้ ปตท. และล่าสุดโรงกลังจากไปเมื่อปี 66 นี้เองค่ะ จนตอนนี้เหลือเพียงแค่ SPRC ที่ถือหุ้นใหญ่โดยเครือ Chevron
และทำไมธุรกิจโรงกลั่นไทยถึงไม่ดึงดูดนักลงทุนใหม่? สาเหตุหลักๆ ไม่ใช่เพราะคนไทยใช้น้ำมันน้อยลง แต่เพราะธุรกิจนี้มีความผันผวนสูง และต้องลงทุนอัปเกรดเทคโนโลยีตลอดเวลา อย่างเช่นการปรับปรุงโรงกลั่นให้ผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือเพิ่มขีดความสามารถให้ใช้น้ำมันดิบได้หลายชนิด เพราะไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90%
และในขณะเดียวกัน ก็มีความไม่แน่นอนจากนโยบายพลังงานของรัฐ อย่างเช่นการขอความร่วมมือให้ช่วยตรึงราคาน้ำมัน ในมุมผู้บริโภคอย่างเราเนี่ย ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีใช่มั้คะ ที่รัฐเนี่ยมาช่วยลดภาระค่าครองชีพ แต่ในมุมนักลงทุนที่มีตัวเลือกทั่วโลกนี่ถือเป็นความเสี่ยงค่ะ
อีกอย่างธุรกิจน้ำมันของไทยเนี่ยก็เป็นตลาดเสรี แปลว่าโรงกลั่นไทยจะต้องแข่งขันกับโรงกลั่นสิงคโปร์ จีน อินเดีย แล้วก็ตะวันออกกลาง ซึ่งบางที่เนี่ยก็มีข้อได้เปรียบมากกว่านะคะ อย่างเช่นขนาดใหญ่กว่า เข้าถึงน้ำมันดิบได้ใกล้กว่า ถูกกว่า หรือต้นทุนต่อหน่วยเนี่ยต่ำกว่า
ดังนั้นถ้าโรงกลั่นไม่มีการลงทุน เมื่อไปเทียบกับต่างประเทศก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ เสี่ยงถูกแทนที่ด้วยการนำเข้า ตัวอย่างจากหลายประเทศในภูมิภาคคือลดกำลังการผลิตลงหรือไม่ก็ปิดโรงกลั่นเลย ต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้า เพราะช่วงที่ราคาพลังงานผันผวนก็เสี่ยงขาดแคลน และจะส่งผลกระทบต่อระบบอุตสาหกรรมในประเทศ