📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ใกล้ชิดตรรกศาสตร์ รู้ติดหัวไว้ คิดยังไงให้ไม่บ้ง | ใกล้ชิดคณิตศาสตร์ EP8

The MATTER26:21

Transcription

[เพลง] The Matter, What Matters To You? ใกล้ชิดคณิตศาสตร์ ชีวิตใกล้คิดคณิตช่วย [เพลง]

สวัสดีค่ะ ใกล้ชิดคณิตศาสตร์นะคะ รายการที่เราจะเอาคณิตศาสตร์มาแก้ไขความชิดในชีวิตนะคะ อยู่กับโบนัสและพี่พัครับ พัชติวุฒิพงษ์จากเพจคณิตศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็นครับผม

ไหน วันนี้เรื่องอะไรน่ะ? จริงๆ เราเนี่ยก็อัดกันมาหลาย EP แล้วนะ อื เรายังไม่ค่อยแบบว่ารู้จักกันเท่าไหร่เลย ไม่อยากรู้ เอ้ย ไม่จบเลยสิ ป คือต้องอยากรู้จัก โอเค โอเค อุ๊ย อยากรู้จักเลยอ่ะ เออ ไม่ๆ เราอ่ะจะอยากรู้จัก อ่า อยากรู้จักหนู แล้วก็อยากให้คุณผู้ฟังได้รู้จักโบนัสด้วย อ่า

อ่ะ เราเริ่มต้นจากเรื่องแบบว่านี้กันก่อน อื โบนัสมีสเปคมั้ย? มีสเปคผู้ชาย มีขอ 2 ข้อ ได้มั้ย? ใจดี มีเวลาให้ เออ อ่า ใจดี มีเวลาให้ อื เออ เรื่องนี้เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ยังไงวะ? โบนัสมันเกี่ยวด้วยเหรอ?

โบนัสรู้จักสิ่งที่เรียกว่าตรรกศาสตร์มั้ย? โลจิ รู้แต่ว่าไม่ ไม่ตั้งใจเรียน เอ มีมั้ย เป็นคนมีตรรกศาสตร์มั้ย? มีโลจิในหัวใจมั้ย? มี เป็นคนมี logical thinking เออ อ่ะ ประเด็นนึงที่เป็นปัญหามากในวิชาตรรกศาสตร์ แล้วก็ในการใช้ตรรกศาสตร์ในชีวิตจริงเนี่ย อ คือคำว่า "และ" กับคำว่า "หรือ" อื รู้จัก 2 คำนี้เนอะ "และ" กับ "หรือ"

เมื่อกี้ โบนัสบอกว่าสเปคโบนัสคือใจดี มีเวลาให้ อื คำถามคือ มันคือใจดี "และ" มีเวลาให้ หรือว่าใจดี "หรือ" มีเวลาให้? มันต่างกันยังไง? เออ มันฟังดูคล้ายๆ กันเนอะ เออ แต่จริงๆ แล้วมันต่างกันนะ โบนัส คำว่า "และ" กับคำว่า "หรือ" เนี่ย เมื่อเอามาใช้เชื่อมระหว่าง 2 คุณสมบัติ น่ะ ถ้าเป็น "ใจดี และ มีเวลาให้" เนี่ย แปลว่าผู้ชายคนนั้นเนี่ย ต้องทั้งใจดี แล้วก็มีเวลาให้ อ่า คือต้องมี 2 ข้อในคนเดียว อื ถึงจะเป็นสเปคโบนัส อือๆๆ แต่ถ้าเป็นอีกอันนึง "ใจดี หรือ มีเวลาให้" เนี่ย อ๋อ ข้อใดข้อ 1 ข้อใดข้อ 1 ก็ได้ หรือมี 2 ข้อเลยก็ก็ยังได้ เออ เออ อ่ะ งั้นถามใหม่ สรุปแล้วสเปคโบนัสเนี่ย คือ "ใจดี และ มีเวลาให้" หรือว่า "ใจดี หรือ มีเวลาให้"?

ใจดี "และ" มีเวลาให้แล้วกัน คือต้องมีทั้งคู่ ถูกมั้ย? ใช่ เออ แสดงว่าโบนัสเลือกที่จะเชื่อมด้วย "และ" อื โอเค ทีนี้ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า สมมุติว่ามีใครสักคนเดินมา อื แล้วโบนัสพูดว่า "คนเนี้ยไม่ใช่สเปคโบนัส" อื แปลว่าอะไร? แปลว่าคนนี้อาจจะไม่ใจดี "หรือ" อาจจะไม่ มีเวลาให้ ถูก อ่า เห็นป่ะ ตรงข้าม เมื่อเรา เมื่อเราเชื่อมประโยคด้วย "และ" อ่า แล้วเราใส่ตรงข้ามเข้าไปอ่ะ มันจะกลายเป็น "หรือ" เว้ย อ่า คิดตามนะ สเปคโบนัสคือ "ใจดี และ มีเวลาให้" ถ้ามีใครสักคนไม่ตรงสเปคโบนัส แปลว่าเค้าต้อง "ไม่ใจดี หรือ ไม่มีเวลาให้" หร ถูกป่ะ เออ พอคุณใส่ คือในทางคณิตศาสตร์เนี่ย การ การเติมสิ่งที่ตรงข้ามไป หรือว่าเติม "not" เข้าไปเนี่ย เราเรียกว่าการเติมนิเสธเนอะ นิเสธ หรือ แเหมือนเกชอะไรอย่างเงี้ย อนิเสธของคำว่า "ใจดี และ มีเวลาให้" คือ "ไม่ใจดี หรือ ไม่มีเวลาให้" สอบตกข้อใดข้อ 1 ก็ถือว่าไม่ผ่าน และ อื คนนี้ไม่ใช่สเปคโบนัส อื เออ แต่ แต่อีกทางนึง สมมุตินะ ว่าสเปคโบนัสคือ "ใจดี หรือ มีเวลาให้" สมมุตินะ อือฮึ สเปคคือ "ใจดี หรือ มีเวลาให้" ถ้ามีใครสักคนไม่ตรงสเปคโบนัส คนนั้นเป็นยังไง? ก็คือทั้ง "ไม่ใจดี" แล้วก็ทั้ง "ไม่มีเวลาให้" ถูกป่ะ? เออ เออ แสดงว่าตรงข้ามของ "ใจดี หรือ มีเวลาให้" คือต้องตกแบบต้องไม่มีอะไรสักอย่าง ต้องตกทั้ง 2 ข้อเลย อ่า แล้วเห็นความงงยัง? อ่า เออ เนี่ย คือคือความสับสนของการใช้ "และ" กับ "หรือ" เรอื ซึ่งลำพังแค่เราคุยกันเนี่ย ยังแบบยังงงเลย อือ แล้วถ้าสมมุติว่ามันเป็นเรื่องที่จริงจังกว่านี้ล่ะ? อย่างเช่นกฎหมายหรอ? มีอย่างงี้ด้วยหรอ? เออ เพราะกฎหมายมันต้องมีเงื่อนไขถูกมั้ย? เช่นแบบว่า โบนัสจะเลือกตั้งได้ ต้องเป็นคนนี้ "และ" อันนี้ "และ" อันนี้ ถูกมั้ย? ซุ โบนัสจะแบบว่า มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัลวอลเล็ต ต้องมีเงื่อนไขนี้ๆๆ ถูกมั้ย? คือตามพวกกฎหมายราชการแล้ว พวกเนี้ยมันจะมีเงื่อนไขอยู่ อือ แล้วประโยคเงื่อนไขพวกเนี้ย บางทีมันมันเชื่อมด้วย "และ" บ้าง เชื่อมด้วย "หรือ" บ้าง อ่า แล้วมันมีความสับสนเว้ย โบนัส อื เช่น มันมีคดีนึง เป็นคดีที่เกิดขึ้นที่ที่อเมริกา นะ อื เออ เรื่องนี้ไม่ ไม่นาน เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง ปลายปี 2023 ว่า คือมันมีมีคุณคนนึงชื่อคุณมาร์ค โอเค คุณมาร์คเนี่ย เค้าต้องการขอลดโทษ คือเค้าทำผิดบางอย่างอ่ะ เป็นเจ้าของ Facebook ป่ะ? ไม่ใช่ ไม่ใช่ คนละคนละมคนละม บงนั้นไม่น่าไม่น่าต้องขอลดโทษ โอเค โอเค โอเค มาร์คนี้เนี่ย ต้องการขอ ลดโทษ อ่า ทีเนี้ยกฎหมายอ่ะเค้าเขียนว่า "คุณจะลดโทษได้เมื่อคุณไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ 1, 2 และ 3" อื เค้าบอกว่า 3 ข้อนะ ไม่ลงดีเทลว่า 3 ข้อมีอะไรบ้าง ออือ เอาเป็นว่าถ้าจะขอรถโทษเนี่ย ต้องไม่มีเงื่อนไข 1, 2 และ 3 อื คำถามคือ การบอกว่า "ต้องไม่มีเงื่อนไข 1, 2, 3" เนี่ย แปลว่า ต้องไม่มีทั้ง 3 เงื่อนไข หรือไม่มีแค่เงื่อนไขเดียวก็พอ? หรือไม่มีแค่เงื่อนไขเดียวก็พอ? งงป่ะ?

งงๆๆๆ งง เออ คือกฎหมายมันเขียนมาว่าจะต้องไม่มีลักษณะต่อไปนี้ 1, 2 และ 3 การเขียนแบบเนี้ย คือห้ามมีสักสัก ข้อเลย อือ หรือว่า ถ้าเอา ถ้าเอาความรู้สึกหนูคือห้ามมีข้อใดข้อหนึ่งในนี้เลย เออ เออ คุณมาร์คเนี่ย บอกว่า ถ้าไม่มีข้อหนึ่งเนี่ยก็ได้แล้ว เพราะเมื่อกี้เราประโยค 3 ข้อเนี้ยเชื่อมด้วย "และ" ถูกมั้ย แล้ว "ไม่มี" อ่ะอยู่ข้างนอก "ไม่มี 1 และ 2 และ 3" มันจะเหมือนกับเคสที่ว่าสเปคโบนัส คืออะไรนะเมื่อกี้? ใจดี มีเวลาให้ ใจดีและมีเวลาให้ เชื่อมด้วย "และ" ออื ถ้าเติมน็อตไปข้างหน้าก็ต้องเป็น "หรือ" ป่ะ? เออ เออ แล้วประโยคเยเบอกว่า "ต้องไม่มีเงื่อนไขต่อไปนี้ 1, 2, 3" อื แสดงว่าต้อง "ไม่ 1 หรือ ไม่ 2 หรือ ไม่ 3" ก็พอแล้ว อื คุณมาร์คเนี่ย บอกว่า ควรตีความแบบนี้ อื เออ แต่ว่ารัฐบาลอเมริกา เนี่ย บอกว่าไม่ใช่อ๋อ เป็น "และ" ต้องตีความแบบ "ไม่ 1 และ ไม่ 2 และ ไม่ 3" อ่า ก็คือแบบ ที่หนูคิดตอนแรกว่า "ไม่" อะไรสัก 1 ในนั้น ใช่ๆ ก็เลยก็เลยเป็นดีเบต หมายถึงว่าจน เรื่องต้องไปถึงศาล ออือฮึ ศาลต้องตัดสินว่าสรุปแล้วกฎหมายเนี่ย มันควรตีความยังไงกันแน่ อ่า คิดว่าคดีแบบนี้เนี่ย เราใช้ใครเป็นเป็นพยานบ้าง? ใช้ใครเป็นพยานบ้าง? เออ มันมีส่วนในการเไต่สวนคดีแบนี้ ใช้ใครเป็นพยานวะ? มีนักภาษาศาสตร์มา อ๋อ มาช่วยกันแปล เหรอ? เออ ว่าเฮ้ย กฎหมายนี้ควรเป็นยังไง? มีนักกฎหมาย อื แล้วก็มีการตีความว่าสรุปแล้วเนี่ย ไอ้เงื่อนไขเนี่ย มันมันควรตีความยังไง? อื แล้วเค้าก็ลองเอาสิ่งเนี้ยไปทำการทดลองด้วย อื ไปแบบเอาคนประชาชนน่ะมาทดลองเลย เบอกว่าวิธีการทดลองของเขาคือเขเอารูปภาพ มามาวางนะ รูปภาพมาวางแล้วบอกให้คนน่ะให้หยิบทุกรูปที่ "ไม่มีแมว หมา และ ช้าง" คำถามคือ เรากำลังหารูปที่ "ไม่มีทั้งแมว ไม่มีทั้งหมา ไม่มีทั้งช้าง" อ่า หรือรูปที่ "ไม่มีตัวใดตัวหนึ่ง" ก็พอ? เออ ว่ะ มันคือเรื่องเดียวกัน ถูกป่ะ? มันคือเรื่องเดียวกัน มันคือการตีความว่าเราจะเอา "ไม่" อ่ะ กระจายเข้าไปในเนื้อหาในแต่ละข้อ อื หรือเราจะมองว่า "ไม่" อยู่ข้างนอก อื แล้วผลเป็นไง? เออ ผลคือคน 50% ของการทดลองเนี้ย อ่า ตีความเหมือนคุณมาร์ค ก็คือ "ไม่มีตัวใดตัวหนึ่ง" ก็พอแล้ว เออ ตีความเหมือนคุณมาร์ค คุณมาร์คก็เลยบอกว่า "นี่ไง เห็นมั้ย คนน่ะเข้าใจเหมือนฉัน" อื แต่ว่าอีก 38% ตีความเหมือนโบนัส ก็คือ "ห้ามมีเลยสักตัว ห้ามมีทั้ง 3 ตัว" อื คุณมาร์คก็บอกว่า "นี่ไง 50 มากกว่า 38 ก็จริง แสดงว่าคนทั่วไปตีความเหมือนฉัน ศาลก็ควรตีความเหมือนฉัน" อื แต่ว่าไอ้ฝ่ายที่บอกว่าควรตีความแบบ แบบตีความแยกอ่ะ ก็บอกว่า "หู แต่ 50 ต 38 เนี่ย มันก็ไม่ได้ห่างนะ" อือนั่นแปลว่ามันกำกวม ก็ใช่ ถ้ามันกำกวมเนี่ย ก็ควรจะต้องเอาหลักการอื่นๆ ทางกฎหมายอ่ะ มาใช้ด้วย อ่า มาตีความร่วม มันมีหลักการเกี่ยวกับกฎหมายหลายอย่างที่มากกว่าแค่ตีความตามตัวบท อื สรุปว่าคดีนี้เพิ่งได้ข้อสรุปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ว่าก็คือมีนาคม 2024 อ่า ว่าต้องตีความแยก ต้องไม่มีทั้ง 3 เงื่อนไข เออ คือตีความแบบโบนัส เออ ไม่ได้ตีความแบบ แบบคุณมาร์ค ซึ่งคุณมาร์คเนี่ย เค้ามีบางเงื่อนไข มีบางเงื่อนไขนะ เค้าขอลดโทษแล้วศาลก็ไม่ให้ลดโทษ เพราะว่ามันไปตรงตามเงื่อนไขนั้น ข้อใดสักข้อนึง คุณ เออ คุณต้องไม่มีสักเงื่อนไขเลย

เรื่องเนี้ย อยากเอามาเล่าให้ฟังว่า เฮ้ย ประเด็นเนี้ย "และ" กับ "หรือ" เนี่ย ที่ดูจะเป็นเรื่องแบบว่า เมื่อกี้เรายังคุยเรื่องนี้อยู่เลย เรื่องสเปคอยู่เลย เรื่องทั่วๆ ไปอ่ะ อื เราเคยคิดว่าโอห ในระบบศาลต้องมีแบบว่า ความเป๊ะ ความอะไรมั้ย? ก็ยังสับสนกันอยู่เลย เห็นป่ะ? เออ จริง

เออ เพราะงั้นจริงๆ แล้วอ่ะ การพูดหลายๆ เงื่อนไข หรือว่าการพูดถึงหลายๆ อย่างเนี่ย เช็คให้ดี อื ว่าใช้ "และ" หรือว่า ใช้ "หรือ" ใช้ "หรือ" เออ สมมุติเราบอกว่า "เราอยากกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยว" อย่างเงี้ย ออ แปลว่าเราอยากกินข้าว "และ" อยากกินก๋วยเตี๋ยว คืออยากกินทั้งคู่เลย อ่า หรือว่าอยากกินข้าว "หรือ" ก๋วยเตี๋ยว อย่างใดอย่างหนึก็พอ หรือว่าอะไรกันแน่? อือ เนี่ย มันมันมันเป็นเรื่องที่ที่ชวนสับสน อือ

นี่คือนี่คือเรื่องแรกที่เตรียมมา อื เรื่องที่ 2 ไปอีกสเต็ปนึง อันนี้เป็นเรื่องของประโยคเงื่อนไข ประโยคเงื่อนไข เออ เช่น สมมุติเราบอกว่า "ถ้าโบนัสสวย โบนัสจะมีแฟน" อ่า เออ โบนัสมีแฟนมั้ย? มี โบนัสมีแฟน แปลว่าโบนัสสวยไง? แปลว่าโบนัสสวย ใช่ ผิด อะไร? คิดดีๆ ก็ถ้าบท อ่า พี่พูดอะไรนะ "ถ้าโบนัสสวย โบนัสจะมีแฟน" อก ก็หนูมีแฟนไง แปลว่าหนูสวยไง?

ไม่จำเป็น อ่า ก็เงื่อนไขมันมาเป็นแบบนั้น คิดตามดีๆ คิดตามดีๆ เอาใหม่ ลองมาดูประโยคนี้ดีๆ ประโยคนี้บอกว่า "ถ้าโบนัสสวย โบนัสจะมีแฟน" ถูกมั้ย? ก็ไม่มีอะไรผิด นี่คะ แปลว่าต้นตอของการมีแฟนของโบนัสน่ะ อาจจะไม่มาจากความสวยก็ได้ อาจจะแซ่บยังไง? ไม่เข้าใจ อาจจะเซ็กซี่ ก็ก็ไม่เถียง แต่ว่าก็ไม่เข้าใจ ไม่ใช่พูดเสียงดังน่ารำคาญ อาจอาจจะมีใครสักคนตกหลุมรักโบนัสที่ความแซ่บอย่างเงี้ย อ่า เพราะงั้นการที่โบนัสมีแฟน น่ะ สรุปไม่ได้เว้ย โบนัส อ่า แต่ว่าเค้าเขียนไว้ไง? ไม่อีกรอบ อึๆๆ อีกรอบ อ ตั้งใจแล้ว ตใประโยคคือ "ถ้าโบนัสสวย" อื "โบนัสจะมีแฟน" ถ้าโบนัสสวย โบนัสจะมีแฟน ความสวยเนี่ย เป็น 1 สาย ที่ทำให้บมีแฟน แต่อาจจะมีสาเหตุอื่นก็ได้ อ๋อ เนป่ะ? โอเค อาจจะมีสาเหตุอื่นก็ได้ แม้ว่าในความเป็นจริง บอาจจะสวยก็ได้หรือไม่สวยก็ได้ไม่สำคัญ อโอเค มันอาจจะสวยหรือไม่สวย บอาจจะมีแฟนด้วยสาเหตุอื่นก็ได้ อื สิ่งเนี้ย คนจะเข้าใจผิดเยอะ เหมือนว่าคนจะเข้าใจผิดเหมือนที่โบนัสเข้าใจผิดอ่ะว่า "ถ้าโบนัสสวย โบนัสจะมีแฟน" อ่า "เมื่อโบนัสมีแฟน" จึงสรุปได้ว่า "บนัสวย" เนี่ย สิ่งเนี้ยมันเป็นหนึ่งในเเรียกว่า fory หรือว่าความเข้าใจผิดทางตรรกศาสตร์ แสิ่งนี้เรียกว่า อันนี้อันนี้หลอกด่าป่ะ? ไม่ๆ ไม่ได้หลอกด่า ด่าเลยตรงๆ โอเค โอเค โอนี่การให้เหตุผลผิดๆ อือ ที่บางคนน่ะเข้าใจว่าก็เหตุทำให้เกิดผล อื พอมันเกิดผลแปลว่าเหตุต้องเกิดแน่ๆ เลย ซึ่งไม่จริงเสมอไป ถูกป่ะ? เพราะอาจจะมี มีหลายเหตุ ก็ได้ เออ อ่า อันนี้อันที่ 1 อ่า อีกประโยคนึง "ถ้าเราสวย เราจะมีแฟน" อ่า สมมุติ นี่คือเราๆ เราคือเรา อ ถ้าเราสวย เราจะมีแฟน สมมุติประโยคนี้จริงนะ สมมุติประโยคนี้จริง ไม่ๆๆ ไม่ๆ สมมุติ อ๋อ โอเค แล้วเราสวยมั้ย? หึ ไม่สวย อ่า เมื่อเราไม่สวย อ่า จึงสรุปว่าเราไม่มีแฟน สรุปอย่างงั้นได้ป่ะ? ได้ คิดดีๆ ได้เหรอ? เดี๋ยวนะ ขอขออีกที ขอประโยน์นั้นอีกที เงื่อนไขคือ "ถ้าเราสวย เราจะมีแฟน" แล้วความจริงคือ "เราไม่สวย" อ๋อ ก็ไม่มีอ่ะสิ? ไม่คิดเรื่องมีแฟน? อพพ ไม่ใช่ อันนี้หรอ? พไม่ใช่ อันนี้ โอเค สพคือสรุปไม่ได้ โอเค สรุปไม่ได้ เพราะว่าเงื่อนไขคือ "ถ้าเราสวย เราจะมีแฟน" อือ การที่เราไม่สวยอ่ะ ไม่ได้แปลว่าเราจะ มีหรือไม่มีป่ะ? ก็จริง ถูก เราสรุปอะไรไม่ได้เลย อื จากการที่เราไม่สวย อื เก็ดป่ะ? ป่ะ เป่ะ มันเหมือนเราสัญญากับโบนัสไว่า "ถ้าวันนี้เป็นวันเกิดโบนัส เราจะซื้อของขวัญมาให้" อื แต่ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดโบนัส อย่างเงี้ย เราต้องซื้อป่ะ? หรือไม่ซื้อก็แล้วแต่? ก็แล้วแต่ เออ ซื้อก็ได้ ไม่ซื้อก็ได้ ก็เหมือนกัน เออ ตันป่ะ? เออๆๆๆ ตันป่ะ? ป่ะ ถ้าประโยคด้านหน้า ประโยคต้นเหตุไม่จริง อ่ะ ข้างหลังจะเป็นอะไรก็ได้ อือ ถูกป่ะ? อือ เออ เนี่ย คือสิ่งที่คนน่ะชอบสับสนเกี่ยวกับประโยคเงื่อนไข

ทีนี้ คำถามคือ การรู้เรื่องพวกเนี้ย มันมีประโยชน์อะไร? อื แน่นอน มีประโยชน์มาก นี่มันยุคอะไร? ยุคแห่งชาวเน็ต เราทุกคนคือชาวเน็ต ถูกมั้ย? ใช่ และชาวเน็ตทำอะไร? ด่ากัน ก็จริง ชาวเน็ตด่ากันเช้า จดเย็น ในทุกๆ วัน ดังนั้น ถ้าเราอยากเป็นชาวเน็ตชั้นสูง อุ้ย เราควรที่จะต้องเถียงกันอย่างถูกต้องตามหลักตรรกศาสตร์ ตามเลยหรอ? อ่า ลองดู ลองดู สมมุติโบนัสเล่น แอปพลิเคชัน 1 อื ที่เคยเป็นรูปนก แล้วตอนนี้เป็นรูปอะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าท่าเลย แบบ เป็นตัวเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ เออ อ่า สมมุติโบนัสเข้าไปเจอคนนึง เขาโพสต์ว่า "คนที่ใส่เครื่องแบบนักเรียนเนี่ย โตขึ้นมาเนี่ย จะได้เป็นคนมีวินัย" อือ อ่า โบนัสไม่เห็นด้วยมั้ย? ไม่เห็นด้วย เออ โบนัสเถียงยังไงดี? "ไม่จริง เด็กนอกบางคนเนี่ย ไม่เห็นต้องใส่ชินักเรียน เค้ายังมีคุณภาพเลย คุณพี่" เออ คิดว่าการเถียงแบบเนี้ย มัน valid ป่ะ? สุดๆ? คิดตามดีๆ เอาใหม่อ่ะ ประโยคที่โบนัสกำลังเถียงเขาอยู่เนี่ย เขาพูดว่าอะไร? เขาพูดว่า "ถ้าใส่ชุดนักเรียน อื โตมาจะมีวินัย" อื ดังนั้น จริงๆ แล้วสิ่งที่ บต้องเถียงเค้า คือการหาตัวอย่างของใครสักคนที่ "ใส่ชุดนักเรียน" แต่ "ไม่มีวินัย" แต่ "ไม่มีวินัย" นั่นต่างหาก คือการเถียงให้ถูก เพราะว่าเมื่อกี้เขาสัญญาว่า "ถ้าใส่ชุดนักเรียนแล้วจะมีวินัย" แต่บัดันไปยกคนที่ไม่ ได้ใส่ชุดนักเรียนน่ะ ออ คือโบนัสไปยกคนที่อยู่นอกประโยคที่เขาสัญญาไว้ ออือ ซึ่งมันก็จะกลับมาเหมือนเรื่องวันเกิด หรือว่าเรื่องสวยไม่สวยอ่ะ ก็คือการที่ประโยคด้านหน้าของเงื่อนไขไม่จริงซะแล้วอ่ะ อื ข้างหลังเป็นอะไรก็ได้ หมายถึงว่าคนไม่ใส่ชุดนักเรียนน่ะ จะเป็นคนมีวินัย ไม่มีวินัย ก็แล้วแต่อื เพราะงั้นอย่างที่เราบอก ถ้าโบนัสอยากเถียงให้ตรงพอยท์นี้จริงๆ อ่ะ ก็คือเอารูปหนูไปแปะ รูปหนูตอนใส่ชุนนักเรียนไปแปะ บอกว่า "ขนาดอีนี่มันยังไม่อ่ะ เห็นมั้ย ก็คือขนาดชั้สูงยังอันนี้" อ่า เป็นการเถียงที่ใช้คำว่าอะไรดีอ่ะ ชั้นสูงขึ้น อ่า แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ภาพลักษณ์เรา อ้า ก็นี่ไง คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของคนที่ใส่ชุนนักเรียนและไม่มีวินัย ซึ่งคือกูเอง เต็มตรรกศาสตร์เต็ม 10 10 10 มีร้อยให้ ร้อย มี 1000 ให้ 1000 สุดๆสุดๆ เฮ้ย ไม่ได้เหรอ? ถูกแล้ว ถูกแล้ว เออ ก็ถูกไง ตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากจากรายการนี้สัก สุดก็ได้เรียนรู้เป็น EP ที่โบนัสเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น อ่า ต่อไม่ต่อ จบะ อ้าว เพราะงั้นสิ่งนี้ สิ่งที่เราจะสื่อใน EP นี้คือ เฮ้ย บางครั้งการพูดคุยกันอย่างเงี้ย บางครั้งเราบอกว่า เฮ้ย คนนี้ตะกะบ้งหรือเปล่า คนนี้แบบว่า อะไรอย่างเงี้ย ออ สินี้มันคือคณิตศาสตร์ เวย เอ้อ เออ แม้จะไม่มีวันนี้ไม่มีตัวเลขเลยนะ วันนี้เราคุยกันไม่มีตัวเลข ไม่มีสมการ ไม่มีเลขาคณิตเลย แต่ตรรกะก็เป็นคณิตศาสตร์อย่างนึง แต่ก็ทำให้มึนเหมือนกันนะ เออ อ๋อ มันมึนอยู่แล้วล่ะ แต่มันคือสิ่งที่เค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ เราคิดว่ามันสำคัญเนาะ อื แล้วเราคิดว่าว่าหลายๆ ครั้งเนี่ย เวลาคนเถียงกันในอินเทอร์เน็ตน่ะ บางครั้งกลาย เป็นว่าไม่ได้เถียงกันที่เนื้อหา แต่มัวเต้องไปนั่ง correct ตรรกศาสตร์กันน่ะ เออ เออ แทนที่ว่าจะได้มานั่งคุยกันที่ประเด็น ที่มันเป็นเนื้อหาจริงๆ ว่าสรุปแล้วการใส่ชุดนักเรียนมันทำให้มีรจริงมั้ยหรือไม่จริง กลายเป็นว่าต้องมาเถียงกัน แล้วบางครั้งอ่ะ เราก็ไปซัพพอร์ตคนที่อาจจะไม่ได้เถียงถูกตรรกศาสตร์ เพียงแต่ว่าแค่อือ พูดตรงใจเรา หรือว่าอะไร อย่าเงี้ย ก็จริง เออ บางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าโห คนนี้พูดดีมาก ถ้าจแล้วตะกะบ้งก็ได้ เพียงแต่ว่าคนเนี้ยพูดในสิ่งที่มันตรงใจ ที่มันตรงใจเรา อะไรเงี้ย เออ เพราะงั้นการเช็คตรรกะตัวเอง ก่อนที่จะโพสต์อะไร ก่อนที่จะเถียงอะไรใคร อ มันสำคัญ อื ไม่งั้นเราจะกลายเป็นโจ๊กให้ ให้คนมากดขำ ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเอารูปของหนูที่ใส่ชุดนักเรียนไปแปะนะคะ นี่คือการเถียงที่ถูกต้อง เป็นชาวเน็ตที่ชั้นสูง จบ นี่คือสิ่งที่หนูเรียนรู้งเียงว่าอะไรนะ คนนี้ไม่ เมื่อกี้ยังชมอยู่เลยว่ารัเรียน รู้อะไรบางอย่าง ไม่ พี่ต้องไปโพสต์ ถ้ามีการเถียงกันเรื่องชุดนักเรียนที่บอกว่า การใส่ชุดนักเรียนแล้วจะทำให้เด็กมีวินัย เอารูปหนไไปแปะแล้วบอกว่า "ขนาดอีนี่ไม่เคยมีวินัยเลยสักกนิดเดียว และก็ใช้ชีวิตมาจนถึงตอนนี้ได้แล้วด้วย เก่งมั้ยล่ะ สุดยอด" นี่แต่สวยและมีแฟน ถ และนั่นคือทั้งหมด อ๋อ ไม่ใช่ บทโบนัส อ๋อ ใช่ค่ะ และนั่นคือทั้งหมดของ EP นี้ แต่มันสเปลกว่านั้น พี่พัฒ เพราะว่าเราดำเนินมาจนถึง EP สุดท้ายของซีซั่นนี้แล้ว วว เทำไมดูดีใจอ่ะ? เราเตรียมเศร้ามาแล้วเนี่ย อาหรอ? เอาโอเค เอาใหม่ โอเค พี่ขอถามสั้นๆหน่อย ที่ผ่านมาตั้งแต่ EP 0 จนมาถึง EP 8 เนี่ย รู้สึกไงบ้าง?

จริงๆ สนุกนะ หมายถึงว่าสนุก ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แล้วก็ใช้คำว่าอะไรดีอ่ะ อย่างแรกก็คือการ การทำ podcast ไม่ใช่สิ่งที่ เรา comfort เนอะ ปกติอยู่ในเพจก็จะเป็นเขียน อื เป็นเล่าเรื่องผ่านการเขียน เขียนหนังสือ อือ หรือว่าอะไรอย่างงี้มากกว่า หรือว่าถ้าเป็นการพูดเนี่ย ก็จะพูดแบบว่า แบบพูดที่มีคนฟัง แบบว่าเราเห็นเห็น audience อะไรอย่างเงี้ย อือ เออ วันที่ตื่นเต้นที่สุดน่าจะเป็นวันที่ปล่อย EP แรกเนอะ เพราะว่าไม่รู้ว่าฟีดแบคจะเป็นยังไง ไม่รู้ว่าจะพูดรู้เรื่องหรือเปล่า จะเข้าใจมั้ย อะไรอย่างเงี้ย อื แต่ว่าพอ พอเห็นว่ามีคนสนใจ หรือว่ามีคนรู้สึกว่าเอ้ยเค้าได้ประโยชน์ หรือว่าได้มุมมองใหม่ๆ อะไรอย่างเงี้ย ก็ก็รู้สึกดีใจว่าว่าเหมือนเค้า get อ่ะ อย่าง EP แรกที่เราทำเรื่องเรื่องห้องน้ำอย่างเงี้ยน้ ตอนแรกกลัวมากว่าออกไปแล้วคนจะคิดว่าแบบ เฮ้ยไร้สาระเกินไป มาคุยอะไรเรื่องห้องน้ำอะไรอย่างเงี้ย นึกออกมั้ย? ก็อะไรสาระจริง เออ ไม่แต่เรารู้สึกว่ามันมันมันหลายคน เราเห็นฟีดแบคหลายๆ คนที่พูดว่า "โอมันพิธีกรหญิงน่ารำคาญมากค่ะ" ใช่ๆ โอเค มีคนฟีดแบคมาว่าเอ้ยมันแบบว่า สนุก มันทำให้แบบเห็นมุมมองใหม่ๆ ของของคณิตศาสตร์อะไรอย่างเงี้ย เออก็รู้สึกว่าดี เพราะปกติส่วนมากที่อยู่ในเพจอย่างเงี้ย ก็จะไม่หลุดขนาดเนี้ย จะเป็นจะเป็นทรงทำ ทรงเหรอ เออ จะทรงเครียดนิดนึง จะดูจริงจังนิดนึงอะไรอย่างเงี้ย แต่ว่าพอมาอยู่นี่มันอาจกับยิ่งแบบมีโคโฮเป็นโบนัสด้วยอะไรอย่างเงี้ย มันก็ก็จะยิ่งแบบ เรียกว่าอะไรรั่วขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ อะไรอย่างเงี้ย ก็รู้สึกว่าเออมันก็เป็นสีสันใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกว่าเป็นไม่เคยเล่าคณิตศาสตร์ที่หลุดรั่วขนาดนี้มาก่อน อื แต่พอทำแล้วก็รู้สึกว่าเอ้ยก็ดีเหมือนกัน อะไรอย่างเงี้ย เออ ถ้าสมมุติว่าแบบมีโอกาสทำซีซั่น 2 ก็น่าสนุกดีอะไรเงี้ย แต่ว่า สปอยปเนี่ย ถ้าไม่รู้เหมือนกัน เฮ้ย แต่ว่าถ้าสมมุติว่าแบบไม่ได้ทำอะไรอย่างเงี้ย ก็รู้สึกว่าเฮ้ยโทนเนี้ยก็เป็นโทนที่น่าสนใจ เออ อาจจะเอาไปทำต่อในเพจ หรือว่าอะไรอย่างงี้ เออ ก็คิดว่าก็ดีอะไรเงี้ย แต่ว่า อื จบ อื ก็สำหรับ EP นี้นะคะ ก็เป็นไม่มีพูด ไม่พูดอะไรหน่อยหรอก ก่อนจะจบอ่ะ เฮ้ย เอาด้วยหรอ? พูดหน่อยิ เฮ้ย จริงเหรอ? ก็ไม่คือมันเห็นชัดอยู่แล้ววิธีการทำงานของเรามันต่างกันเว้ย คือคอมที่พี่ยกมาทุกวันน่ะ มันคือจดแต่แบบงานวิจัยข้อมูลต่างๆ แต่พี่มาดูสมุดหนูป่ะ มันมีแต่มุก มันมีแต่มุกจริงๆ คือทุกทีพี่ไปเปิดดูได้เลย มันมีแต่มุกจริงๆ เว้ย คือหนูคือด้วยความที่หนูไม่รู้ว่าวันนี้เราจะคุยเรื่องอะไร ไม่รู้ดีเทลทั้งหมด หนูก็จะแบบ รู้แค่หัวข้อใช่ป่ะ หนูก็เอาไปจดมุกมา แล้วหนูก็ไปคิดมาแล้วว่าวันนี้หนูจะเล่นมุกอะไรดี หนูก็จะจดมุกของหนูมา แล้วหนูก็จะมาคอยปล่อยมุกใส่พี่ ซึ่งบางอันพี่ก็จะไม่รู้ก่อน ซึ่งบางทีมันก็แบบ อึ้งเหมือนกัน อะไรอย่างเงี้ย แต่อย่างน้อยเนี่ย หนูก็รู้นะว่าเราจะไม่จอดรดซื้อ มะม่วง เพราะว่าเดี๋ยวมันจะลดติด เอ้อ เออ หรือว่าอย่างน้อยหนูก็ต้องรู้ว่ากลิ้งก่า เนี่ยแต่งหญิงเพื่อความอยู่รอด เออ อ่ะ คือถ้าใครอยากรู้นะคะว่ามันเป็นยังไง ตามกลับไปย้อนกลับไปฟังได้นะคะว่ามันเป็นยังไง อ่า ก็เนี่ยแหละค่ะ เข้าใจยังวะ ที่ผ่านมาไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย เข้าใจยัง? เออ เออ แต่ก็ อ่า จไปเปิดแล้ว ขอขอพูดตรงนี้นิดนึง อื หมายความว่าจริงๆ อ่ะตอนที่ทำสคริปต์ หรือว่าทำเนื้อหาอะไรอย่างเงี้ย อือ สิ่งที่เราแผ่นน่ะ เราไม่ได้รู้สึกว่าดูคนฟังจบปุ๊บ จะต้องจำงานวิจัย จะต้องรู้คณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น หรือว่าอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะ แต่ว่าสิ่งที่เราตั้งใจว่าอยากให้คนฟังได้จากรายการนะ คืออย่างน้อยเหมือนได้เห็นมุมใหม่ๆ ของคณิตศาสตร์อ่ะ อื เออ คุณอาจจะไม่ต้องไม่ต้องจำเนื้อหา หรือว่าได้เนื้อหาอะไรไปเลย แต่อย่างน้อยให้ได้เห็นบ้างว่าคณิตศาสตร์มันมันมีมุมอื่นน่ะ อื เหมือนๆ อย่างงี้ มันเคยมีคนสัมภาษณ์เรา เมื่อนานมาแล้วนะว่า ถ้าให้เปรียบคณิตศาสตร์เป็นคนน่ะ อือ เค้าจะเป็นคนแบบไหน อือๆ เออ สำหรับเราอ่ะ คณิตศาสตร์ดูเป็นคนแบบแว่นๆ เนิ้ดๆ ไม่ค่อยพูดกับใคร เก็บตัว เก็บตัว สื่อสารกับใครไม่รู้เรื่อง รู้สึกว่านั่นคือภาพของแบบมิสเตอร์คณิตศาสตร์ ที่ที่ที่สังคมเห็นอะไรอย่างเงี้ย เออ แต่ว่าสิ่งที่เราอยากทำคือเราอยากหันด้านอื่นๆ ให้คนเห็นว่า เฮ้ย จริงๆ มันก็มีด้านหลุดๆ ด้านรั่วๆ ด้านสนุกๆ ด้านเวียดๆ อยู่บ้าง ว่าเอ้ย จริงๆ คนๆ เนี้ย เค้าไม่ได้เนิร์ด หรือเขาไม่ได้จริงจัง หรือเขาไม่ได้แบบขึม อือ อยู่ตลอดเวลาเนอะ แต่บางครั้งเค้าก็มีมุมรั่วๆ อะไรบ้าง อะไรอย่างเงี้ย เหมือนแบบถ้าสมมุติว่าแบบดารามารายการท เพื่อให้เราเห็นมุมอื่นๆ ของเขานอกจากหน้ากล้องเงี้ย รายการนี้ก็อาจจะเหมือนกัน คือให้คนได้เห็นว่าคุณคณิตศาสตร์เนี่ย เค้ามีมุมอื่นๆ ที่คนอาจจะไม่ค่อยรู้จัก หรือว่าคุ้นเคย ยังไงบ้างนะ เพราะงั้น อือ สุดท้าย ถ้าจบรายการนี้แล้วแบบว่า คนจำทฤษฎีอะไรไม่ได้เลย จำงานวิจัยอะไรไม่ได้เลย อย่างเงี้ย เราอย่างน้อยก็จำได้นะว่า "กิ้งกะแต่งหิง" เออ รู้ แล้วเราไม่ไม่ไม่รู้สึกว่าแบบเป็นความล้มเหลวเนอะ แต่เรารู้สึกว่าถ้าคุณเห็นมุมใหม่ๆ ของคณิตศาสตร์ได้บ้าง แค่นั้นเราก็ว่าแบบ มันมันสุดๆ แหละ อื ใช่ ก็มันก็ดูคณิตศาสตร์มันก็ดูเข้าถึงง่ายขึ้นใช่มั้ย? แบบทำให้มันรู้สึกว่ามันเข้าถึงง่ายขึ้น ไม่แบบไม่ยาก แบบอุ๊ย ไม่อยากเข้า ไม่อยากเรียน ไม่อยากอะไรแล้ว อะไรเงี้ย เออ มันก็ดูเข้าถึงง่ายขึ้นจริงๆ แหละ สำหรับหนูคนที่ เป็นศูนย์ด้านด้านคณิตศาสตร์ อือื

ก็สำหรับ EP นี้นะคะ เป็น EP สุดท้ายของซีซั่นนี้แล้ว ก็ขอบคุณผู้ฟังทุกคนที่เอ็นดูเราทั้ง 2 คน หรือแม้กระทั่งใครก็ตามที่หลงกดเข้ามาเพราะภาพปกสวยๆ เออก็ขอบคุณมากจริงๆ ทีมงานเราทำงานกันหนักมากๆ นะคะ เพื่อเสิร์ฟสิ่งนี้ให้กับทุกคน หวังว่าเราจะได้เจอกันในซีซั่นหน้า แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แล้วก็ไม่รู้ว่ามีจริงมั้ยด้วย คอมเมนต์เข้ามาเยอะๆ นะครับ คอมเมนต์ว่าอะไรดี คอมเมนต์ขอไง? ขอเหรอ เผื่อเบื้องบนก็จะเห็นแล้วก็จะกรุณา บอกว่า "พี่ทันจิกหัวมันกลับมาหน่อยได้ป่ะ ได้ป่ะ พี่ทาจิกหัวมันกลับมาทำหน่อย" อ่า พูดอย่างงี้นะ พูดอย่างงี้นะ อ่า โอเค ก็สำหรับวันนี้นะคะ ใกล้ชิดคณิตศาสตร์ ซีซั่น 1 นะคะ โบนัสและพี่พัฒ ขอลาทุกคนไปก่อน สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ บ๊ายบาย วู้ฮู้ [เพลง]