Transcription
สวัสดีครับ จากกรณีที่คุณนุ่นแล้วก็คุณหลุยสกอตได้สูญเสียลูกในท้องไปนะครับ ก็มีหลายคนสงสัยในเรื่องของการทำงานของหมอแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง วันนี้นะครับผมก็เลยอยากจะเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังนะครับ ว่าหมอแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เนี่ยเค้าต้องเผชิญความท้าทายอย่างไรบ้าง แล้วจะต้องตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนอย่างไร เดี๋ยวผมจะเล่าในสิ่งที่คุณทุกคนไม่น่าจะเคยรู้มาก่อนให้ฟังนะครับ
พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียววั เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมปอดการปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับ เรื่องนี้นะครับผมก็ต้องบอกว่าต้องให้กำลังใจทั้งคุณนุ่นแล้วก็คุณลุยสมากๆ นะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เป็นเรื่องที่มันบีบคั้นจิตใจแล้วยังต้องออกมาแถลงนะครับ แต่เหตุผลหลักๆก็คือคนไทยของเราเนี่ยมีหลายคนที่สนใจในเรื่องของคนอื่นเค้า ถ้าเกิดว่าทั้ง 2 คนไม่ออกมาแถลง ก็อาจจะมีปัญหาที่คิดกันไปต่างๆนานาไปขุดไปคุ้ยไปโพสต์ต่างๆ แล้วก็อาจจะยิ่งทำให้เรื่องมันเลวร้ายลงไปมากกว่าเดิมนะครับ ก็ต้องขอให้กำลังใจมากๆเลย
แต่ทีนี้นะครับ ในเรื่องของหมอ ถึงแม้ว่าจะมีการโพสต์มีการออกมาแถลงเรียบร้อยแล้วเนี่ย ก็ยังไม่วายที่จะมีการวิเคราะห์ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของหมอแต่ละฝ่ายว่าเป็นยังไงบ้าง วันนี้นะครับผมก็เลยอยากจะเอาเรื่องเนี้ยมาเล่าให้ฟังว่าหมอแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องเนี่ย คือใครบ้าง แล้วเขาจะต้องเจอความท้าทายอย่างไรนะครับ
คนแรกก็คือแน่นอนหมอที่รับฝากท้องนะครับ คนที่ 2 หมอที่ผ่าตัดฉุกเฉินให้คุณนุ่น คนที่ 3 อาจจะไม่ค่อยมีใครรู้จักครับ เพราะไม่ค่อยมีคนพูดถึง นั่นก็คือวิสัญญีแพทย์หรือคุณหมอดมยา คนที่ 4 นะครับ คุณหมอที่ดูแลใน ICU นะครับ น่าจะต้องมี 4 ฝ่ายหลักๆที่ต้องดูแลใน ICU นี่แหละครับนะ ก็คือคนเหล่านี้ทั้งหมดเลยว่าจะต้องทำยังไงให้ปลอดภัยนะนะครับ
ขอเริ่มต้นด้วยเรื่องของการฝากครรภ์ก่อน เพราะว่ามีหลายคนเนี่ยก็สงสัยกันมาว่าทำไมถึงไม่มีการผ่าตัดก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องขึ้นนะ ครับ ทำไมถึงไม่ให้คุณนุ่นนอนโรงพยาบาลสักเดือนนึงก่อนที่จะคลอด เพราะว่ามันอาจจะมี ความเสี่ยงแบบนี้ได้นะครับ ก็ต้องบอกอย่างงี้ครับว่าคนที่เคยผ่าก้อนเนื้องอกในมดลูกเนี่ย มีโอกาสสูงขึ้นในการเกิดมดลูกมันแตกนะครับ หรือมดลูกฉีกขาดเมื่อมีการตั้งครรภ์ แต่โอกาสในการเกิดนั้นมันน้อยกว่า 1% นะครับ และถ้าเราไปผ่าท้องคลอดก่อนกำหนดเนี่ย โอกาสจะเกิดความเสี่ยงมันสูงกว่า 1% ดังนั้นแล้วมันแปลว่าถ้าเราผ่าคลอดก่อนกำหนดเรามีโอกาสจะเจอปัญหามากกว่าที่เราจะเจอผลประโยชน์นะครับ อ่า ดังนั้นอันเนี้ยจึงเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งหมอเขาใช้ในการตัดสินใจ แต่ถ้าเกิดว่าสมมุติโอกาสในการเกิดมดลูกฉีกขาดเนี่ยมันอยู่ที่ 10% ไอ้แบบนี้แหละครับที่การผ่าคลอดก่อนกำหนดเนี่ยจะดูคุ้มค่ากว่าการที่จะรอไปนะครับ
หมอทุกคนครับ ไม่มีใครอยากจะรีบผ่าท้องออกมาก่อนกำหนด เพราะว่าโอกาสในการเกิดปัญหาต่างๆจากการที่เด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่เนี่ย มันค่อนข้างที่จะสูง ยิ่งผ่าเร็วก็ยิ่งสูงนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะสามารถเลี้ยงดูเด็กให้รอดได้ แต่มันไม่ได้การันตีว่าเด็กจะรอด 100% หรือเด็กจะมีปัญหาอะไรระยะยาวหรือไม่อย่างไร ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วเนี่ย ถ้าโอกาสในการเกิดมดลูกแตกมันน้อยกว่า 1% แต่โอกาสการผ่าคลอดออกมานั้นเนี่ย แล้วมันเกิดปัญหามากกว่า 1% จึงไม่มีความคุ้มค่าที่จะรีบผ่าก่อนตั้งแต่แรกนะครับ
อย่างไรก็ดี ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะต้องมีการคุยกับทั้งคุณนุ่นแล้วก็คุณหลุยสทั้งคู่เนี่ย ผมเชื่อเลยนะครับว่าเค้ารู้แหละว่าความเสี่ยงคืออะไร มีแค่ไหนนะครับ แล้วก็ต้องตัดสินใจร่วมกันระหว่างทั้งคุณนุ่นคุณหลุยสแล้วก็คุณหมอที่ดูแลนะครับ ว่าเราจะมีการผ่าคลอดเมื่อไหร่ยังไงนะ
แล้วกรณีแบบนี้เนี่ย การที่ให้มานอนโรงพยาบาล 1 เดือนหรือมากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้นก่อนที่จะถึงวันกำหนดคลอดเนี่ยนะครับ มันก็มีข้อเสียเหมือนกัน ข้อแรกนะครับคือเราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้หรืออย่างไร แต่เรารู้ว่าอุบัติการในการเกิดมันน้อย การนอนอยู่โรงพยาบาลเนี่ยนะครับ คุณอยากนอนกันมั้ครับ ผมเชื่อเลยนะครับไม่มีใครอยากจะไปอยู่โรงพยาบาลโดยที่คิดว่าโอกาสในการจะเป็นอะไรขึ้นมาเนี่ยมันน้อย เช่นถ้าเกิดผมบอกว่า เนี่ยคุณนะมีความอ้วนมีเบาหวานมีโรคไขมันสูง คุณมีโอกาสเกิดโรคหัวใจขึ้นมา ดังนั้นคุณต้องไปนอนในโรงพยาบาลเผื่อเื่อมันเกิดโรคหัวใจกำเริบขึ้นมา คุณจะได้เข้ารับการรักษาได้ทัน คุณอยากจะนอนมั้ครับ ใช่มั้ย มันไม่มีใครอยากจะไปนอนหรอกครับ เพราะว่าอะไรรู้มั้ย เพราะว่าโอกาสเกิดมันมีอ่ะ คนอ้วนเป็นเบาหวานพวกเนี้ย โอกาสเกิดโรคหัวใจมันสูงกว่าคนทั่วไป แต่มันก็ยังน้อยอยู่ดี ถ้าคุณไปนอนโรงพยาบาลนอนนานเท่าไหร่เดือนนึง 3 เดือนปีนึงรอจนมันเกิดเรื่องไม่ได้หรอกครับ
ข้อแรกคือไม่มีใครอยากจะนอนโรงพยาบาล ข้อที่ 2 คุณนอนอยู่ในโรงพยาบาลโดยที่ไม่มีเหตุสมควรที่แบบชัดเจนมากเนี่ย มันบั่นทอนจิตใจสภาพความเป็นพ่อแม่นะ ต่อให้ไม่เป็นพ่อแม่มันก็บั่นทอนสภาพจิตใจที่คุณจะต้องมานอนอยู่ในห้องมองแต่เพดานนะครับ เดินไปเดินมาก็ไม่มีอะไรนะ ครับ ไม่ได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ตัวเองชอบนะฮะ ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆนะ ฮะ อีกเยอะแยะเลยใช่มั้ฮะ ทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งสภาพจิตใจ ความไม่คุ้มค่าทุกอย่างเลย ดังนั้นการที่จะให้มาอยู่โรงพยาบาลโดยที่ความเสี่ยงเนี่ยเนี่ยมันน้อยกว่า 1% จึงไม่ใช่คำตอบ
แต่แน่นอนครับ คุณหมอเค้าก็ต้องมีการตรวจสอบลูกในครรภ์ให้ดีนะครับ ก็อาจจะมีการอัลตราซาวด์บ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆเมื่อใกล้คลอดเนี่ย ก็จะต้องมีการตรวจสอบพวกนี้ให้ชัดเจน
ทีนี้บางคนก็มีการยกตัวอย่างว่าเออตัวเค้าเนี่ยก็มีตัวเนื้องอกบนลูกนะ แล้วเวลาใกล้คลอดเนี่ยคุณหมอเค้าทำอัลตราซาวด์ถี่มาก อ่า แต่พอมาถึงช่วงอายุเนี่ย 7 เดือนปุ๊บมันยังไม่ใกล้กำหนดคลอดเลย แต่คุณหมอเห็นว่าตัวก้อนเนื้องอกมันโตแล้วมันเบียดลูกเค้าก็เลยต้องรีบผ่าตัดออกมาก่อนนะครับ อันนั้นน่ะเป็นกรณีที่คุณมีก้อนเนื้อโงกลูกก้อนเนื้องอกตัวเนี้ย อัลตราซาวด์ก็จะเห็น แต่ถ้าเกิดมันเป็นเรื่องของแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัดในอดีตเนี่ย เราอาจจะไม่เห็นอะไรนะครับ ดังนั้นการทำอัลตราซาวด์เนี่ย กรณีของคุณนุ่นน่ะอาจจะไม่ได้บอกอะไรเลยด้วยซ้ำไปว่ามันเสี่ยงที่จะเกิดอะไรขึ้นมา แล้วการทำอัลตราซาวด์เนี่ยส่วนมากนะครับ มันก็บอกไม่ได้หรอกครับว่ามดลูกจะแตกหรือไม่แตก บอกไม่ได้เลยนะฮะ
งั้นคุยมาถึงตรงนี้เนี่ย คุณหมอที่ฝากครรภ์เค้าก็รู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงมันต่ำ แล้วก็คงคุยกับคุณนุ่นแล้วก็คุณหลุยสเรียบร้อยแล้วว่าจะทำยังไงต่อไป ทั้งคู่ทั้งหมดเนี่ยก็ต้องตัดสินใจร่วมกัน สรุปก็คือเออเรารอดีกว่านะครับ ให้มันครบแล้วก็ทำการผ่าคลอดตอนนั้นน่าจะคุ้มค่ากับทั้งหมดนะฮะ
แต่แน่นอนครับ ทุกคนมองย้อนเหตุการณ์กลับไปก็จะสามารถ อ่า บ่นคนโน้นว่าคนนี้หมอไม่มีประสบการณ์ หมออย่างงู้นอย่างงี้ได้นะครับ แต่ว่าจริงๆคือถ้าเกิดว่าคุณไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่เข้าใจเรื่องราวของสถิติที่เกิดขึ้น ความรู้ทั้งหมดเนี่ย มันก็เป็นการที่คุณให้ความเห็นที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกอยู่แล้วนะครับ ก็เหมือนกับการที่คุณทำอะไรผิดพลาดในหน้าที่การงานหรือในชีวิตประจำวันแล้วมันมีคนมาเห็นคุณทำงานตอนที่คุณผิดพลาดเสร็จแล้วเนี่ย ผมว่าคุณก็แก้ตัวอะไรไม่ได้เหมือนกันนะครับ คุณก็โดนเค้าบ่น ความรู้สึกก็อย่างเดียวกัน
ดังนั้นเนี่ย ส่วนตัวนะครับ ผมไม่คิดว่าการออกมาคอมเมนต์ในเชิงลบว่าคุณหมอทำงู้นตรงนี้ผิด อ่า เค้าอ่อนประสบการณ์เอายุน้อยหรืออะไรก็แล้วแต่ หรือเค้าประมาทเล่อพวกนี้นะครับ ยิ่งคุณคอมเมนต์ก็จะยิ่งเป็นการทำร้ายจิตใจของทั้งพ่อและแม่เด็กที่สูญเสียลูกสาวไปนะครับ อ่า นี้หมอคนที่ 1 นะที่ผมอยากจะเล่า เค้าต้องมีการตัดสินใจเยอะ แล้วเวลาเกิดเรื่องขึ้นมาทีนึงคุณหมอเค้าก็เสียใจไปด้วยนะ เพราะว่าทุกคนแหละครับเวลาที่เราเนี่ยใช้ การที่เราจะต้องผสมไข่ผสมอะไรเรื่องเวชศาสตร์เจริญพันธุ์เนี่ยมาช่วยเพื่อให้มีลูกเข้ามาได้คนนึง คุณหมอเนี่ยเขาก็ต้องลุ้นไปกับเราตลอดการตั้งครรภ์ ดังนั้นเขาเสียใจไม่แพ้พ่อแม่หรอกนะครับ อ่า ดังนั้นเขาต้องมีการพิจารณาที่ดีที่สุดสำหรับกรณีต่างๆเรียบร้อยแน่นอนอยู่แล้ว
หมอคนที่ 2 นะครับ ต้องชมเชยมากๆ หมอที่ผ่าตัดคลอดวันนั้น เพราะว่าเค้าเนี่ยไม่มีข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับคุณแม่ก็คือคุณนุ่นเนี่ย นี่แหละ แล้วก็ต้องฟังอีกทีนึงจากคุณหมอที่เค้ารับฝากครรภ์ตอนนั้นว่าอ๋อเค้าเคยผ่าตัดก้อนเนื้องอกมดลูกนะ น่าจะสงสัยมดลูกแตก คุณรู้มั้ยว่าการผ่าตัดนี่มันยากขนาดไหน คุณเปิดท้องเข้าไปเนี่ยแล้วเจอแต่เลือดแดงไปหมด มันไม่รู้จะเริ่มยังไงเลยนะครับ ต้องตรงนั้นมีทั้งเลือดทั้งน้ำคร่ำที่อยู่ในครรภ์มันออกมารวมกันหมดเลย แล้วก็ยังมีเด็กที่อยู่ในท้องก็ต้องรีบพาเอาเด็กในท้องออกมาเรียบร้อยก่อนนะครับ แล้วหลังจากนั้นจึงรีบทำการหยุดเลือดในขณะที่เลือดมันออกมาเรื่อยๆตลอดเวลา เงี้ย คุณมองไม่รู้เลยว่ามันเลือดมันออกมาจากไหนยังไง แผลนี้คุณไม่มีทางรู้จนกว่าคุณจะผ่าเข้าไปนะครับ
ผมสามารถเล่าได้ เพราะว่าผมก็เคยผ่าตัดที่เปิดหน้าท้องเข้าไปแล้วมีแต่เลือดทั้งหมด คือเราไม่รู้จะต้องทำยังไงเลย เราต้องรีบหยุดเลือดให้เร็วที่สุด แต่ในกรณีนี้คือต้องเอาเด็กออกมาก่อน เพราะว่าถ้ายังมีเด็กอยู่ข้างในถึงแม้ว่าเด็กจะเสียไปแล้วเนี่ย มันก็จะหาจุดที่มันเลือดออกยากนะครับ แล้วก็หยุดได้ยาก ดังนั้นต้องเอาเลือดเอาตัวดูดเลือดออกมานะครับ แล้วก็เอาเด็กออกเอารกออกให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงค่อยไปค้นหาว่ามีเลือดออกมาจากตรงไหน ซึ่งกรณีเนี้ยคือจุดเลือดออกมันเป็นรอยฉีกขาดที่อยู่ด้านหลังของมดลูกนะครับ แล้วไม่แค่นั้นครับ โดยปกติเนี่ย ถ้ามีการเสียเลือดมากมายมหาศาลแล้วมีลูกเนี่ยนะครับ หลายคนน่ะอาจจะจำเป็นจะต้องตัดมดลูกทิ้งทั้งหมด ซึ่งก็แปลว่าไม่มีโอกาสมีลูกได้อีกเลยในอนาคตยกเว้นว่าคุณไปอุ้มบุญนะครับ แต่กรณีเนี้ยเลือดออกเยอะขนาดนั้นคุณหมอยังหาจุดที่เลือดออกได้แล้วเย็บซ่อมได้ อ่า อันนี้ไม่ธรรมดานะครับ มันยากมากที่จะทำแบบนั้นได้นะครับ เอาลูกออกมาแล้วต้องเย็บแล้วเผลอๆในกรณีแบบนี้นะ คือผมก็ไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไง บางคนเนี่ยลูกหลุดออกมาข้างนอกมดลูกเรียบร้อยแล้ว อันนี้ก็เอาออกมาตรงๆแล้วก็เห็นรอยฉีกขาด แต่บางกรณีเนี่ยอาจจะต้องผ่ามดลูกเพื่อเอาลูกออกมาแล้วก็ไปเย็บซ่อมรอยฉีกขาดทีหลังนะครับ ตรงนี้ก็เป็นอะไรที่มันค่อนข้างยากลำบากเลยทีเดียวนะครับที่ที่จำเป็นจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดนะฮะ
งั้นถ้าเป็นหมอหมอแบบมือใหม่อย่างเช่นถ้าสมัยผมทำงานใหม่ๆอย่างเงี้ย แล้วผมเจอเคสอย่างเงี้ย ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมก็ต้องบอกรุ่นพี่ให้มาช่วยดูแล้วผมทำเองไม่ไหวละนะครับ หรือถ้าเป็นคุณหมอสูตินรีเวชที่เขาชำนาญเนี่ย เค้าก็ถึงจะสามารถเก็บมดลูกไว้ให้เราได้ เพราะว่าเวลาที่เขาพยายามจะหาจุดเลือดออกแล้วเย็บซ่อมมันให้ได้เนี่ย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆครับ เพราะระหว่างนั้นจะมี การเสียเลือดไปเรื่อยๆตลอดเวลา เราต้องแข่งกับเวลาครับ ถ้าเลือดออกไปเยอะกว่าที่เราให้เข้าไปทัน เราก็เสียคนไข้ครับ
งั้นอันนี้เป็นการผ่าตัดที่บีบคั้นหัวใจมากๆนะ เลือดออกเยอะ ใช้เวลาผ่าตัดเนี่ยเท่าที่เห็นมาก็ 3 ชั่วโมง ซึ่งการผ่าตัดคลอดโดยปกติถ้าผ่าคลอดธรรมดานะครับ คนที่เค้าเชี่ยวชาญจริงๆอ่ะก็ใช้หลัก 10 นาทีอ่ะ 10-20 นาทีก็เสร็จแล้ว บางคน 20 นาทีผ่าตั้งแต่แรกจนจบนี่ 3 ชั่วโมง แสดงว่ามันต้องมีอะไรเยอะแยะพอสมควรเลยทีเดียวที่เข้าไปข้างในแล้วมันยากมากๆจริงๆนะครับ งั้นก็ต้องให้อ่าความชมเชยมากๆสำหรับคุณหมอที่เขาผ่าตัดแก้ไข
คนที่ 3 อันนี้ไม่พูดไม่ได้เลย แต่หลายคนก็ไม่รู้ นะครับ คือคุณหมอดมยาวิสัญญีแพทย์ อันนี้ต้องเซียนพอสมควร คือหลายคนเวลาไปหาหมอเนี่ยก็มักจะสอบถามว่าอ่ะคุณหมอผ่าตัดเต้านมคนไหนเก่งสุด หมอผ่าคลอดคนไหนเก่งที่สุด หมอผ่าสมองคนไหนเก่งที่สุด แต่มันไม่มีเคยมีคนไหนถามว่าคุณหมอวิสัญญีแพทย์คนไหนเก่งที่สุดชื่ออะไร เวลาไปค้นชื่อเนี่ยก็ไม่ค่อยมีใครไปค้นหาชื่อคุณหมอวิสัญญีแพทย์ แต่หมอวิสัญญีแพทย์เนี่ยสำคัญมากๆในกรณีนี้ เพราะว่าระหว่างที่ผ่าตัดเนี่ย คุณหมอผ่าตัดเขาก็จะต้องจัดการกับเรื่องราวของเขาในช่องท้องคนของคุณนุ่นใช่มั้ยครับ แต่คุณหมอดมยาเนี่ยจะต้องทำให้ทุกอย่างมันคงที่ตลอดเวลา หมายความว่าเขาต้องรีบดมยาสลบนะครับ อย่างรวดเร็วในภาวะที่คุณแม่กำลังเสียเลือดเนี่ย ยาดมสลบแต่ละตัวเนี่ย มันอาจจะมีผลต่อความดันโลหิตของแม่ได้หมดเลยนะครับ ช่วงที่เสียเลือดมากๆความดันก็จะตก คุณหมอดมยาเนี่ยก็จะต้องทำยังไงก็ได้ให้ความดันมันคงที่ จะต้องมีการให้เลือดให้พอให้ทันนะครับ และพวกเนี้ยถ้าเสียเลือดมากเนี่ย เราจะต้องมีการแทง อ่า บริเวณที่ให้เลือดอ่ะ อย่างน้อยๆก็ 2 ที่อ่ะ ที่หลอดเลือดใหญ่ตรงแขน 2 ข้างอย่างเงี้ย หรือบางทีก็ต้องแทงตรงคอด้วยซ้ำสบายที่จะให้เลือดเข้าไปได้เยอะๆ ตรงเนี้ยทั้งหมดเป็นหน้าที่ของคุณหมอดมยาที่จะให้เลือดเข้าไปให้ทัน สั่งเลือดมาจากคลัง ต้องดูด้วยว่าตอนเนี้ยเลือดที่ไหลออกไปเยอะจะทำให้คุณแม่มีภาวะผิดปกติอันนึงซึ่งคือทำให้เลือดมันไม่แข็งตัว เลือดยิ่งออกหรือเปล่าก็ต้องสั่ง อ่า เอาเกล็ดเลือดมาให้ เอาพลาสม่ามาให้ เอาเลือดมาให้ให้เพียงพอ แล้วก็ตรวจติดตามแบบนาทีต่อนาทีเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะให้เลือดให้ทันได้ยังไง ให้ยาเพิ่มความดันโลหิตระหว่างนั้นเพื่อให้ความดันโลหิตมันดีเพียงพอที่เลือดจะไปเลี้ยงสมองได้ เพราะถ้าเกิดความดันโลหิตตกนานๆให้เลือดไม่ทัน หรือให้ยาเพิ่มความดันโลหิตไม่ทัน ต่อให้ผ่าตัดเสร็จก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราสมองขาดเลือดไปแล้ว ดังนั้นคุณหมอดมยาเนี่ยต้องทำแบบนี้แล้วแค่นั้นไม่พอครับ ระหว่างนั้นเรื่องการให้คุณแม่สลบอย่างเพียงพอ ก็ต้องเป็นสิ่งที่เขาต้องดูแล เพราะถ้าไม่สลบมันผ่าไม่ได้ครับถูกมั้ย มันมีความรู้สึกอยู่ไม่สลบก็ไม่ได้ แล้วก็ต้องให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะถ้าเกิดว่ากล้ามเนื้อเนี่ยมันยังทำงานได้ดีอยู่เนี่ย คุณหมอผ่าตัดก็จะผ่ายากลำบากมาก ทุกอย่างมันเกร็งไปหมดนะครับ ก็ต้องให้ยาคลายกล้ามเนื้อให้มันกล้ามเนื้อตรงนั้นน่ะเป็นอัมพาตไปชั่วคราว นะครับ แล้วก็ให้ยาให้เขาค้าสลบได้ อย่างดีระหว่างนั้นก็ต้องดูเรื่องของการหายใจ เพราะว่าการให้เลือดเป็นปริมาณมากเนี่ย ก็อย่างที่รู้ครับ มันอาจจะเกิดน้ำท่วมปอด ซึ่งกรณีของคุณนุ่นเนี่ยก็เกิดน้ำท่วมปอดระหว่างนั้น คุณหมอดมยาก็ต้องปรับเครื่องช่วยหายใจให้มันเหมาะสมให้ ออกซิเจนเข้าเพียงพอนะครับ แล้วก็ให้ยาทุกอย่างให้ทุกอย่างมันนิ่งอ่ะ โดยที่ไม่เกิดอะไรนะครับ คุณหมอดมยาจึงเป็นเหมือนคนที่ซื้อเวลาให้ จนกว่าคุณหมอผ่าตัดจะแก้ไขต้นเหตุได้ ดังนั้นเนี่ย ถ้าปราศจากคุณหมอดมยาที่เก่งนะครับ ก็อาจจะไม่รอด
อันเนี้ยเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แถมคุณหมอนมยาจะต้องรู้ อีกต่างหากว่าในคนที่ตั้งครรภ์นะครับ มันมีความแตกต่างจากคนทั่วไปยังไง คนที่ตั้งครรภ์เนี่ยจะมีโลหิตจางได้ง่ายอยู่แล้วนะครับ ด้วยตัวเค้าเอง อันที่ 2 ก็คือเรื่องของการหายใจจะไม่เหมือนกับคนทั่วไป อันที่ 3 ก็คือระบบหัวใจและหลอดเลือดเนี่ยมันจะแตกต่างจากคนทั่วไป ก็คือเวลาที่เอาเด็กออกไปแล้วเนี่ย สารน้ำทุกๆอย่างมันจะเข้ามาในหลอดเลือดทั้งหมดเลยเรื่องซึ่งแบบนี้เนี่ย มันจะมีโอกาสทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้ หัวใจวายได้ น้ำท่วมปอดได้ เค้าก็จะ ต้องมีการระมัดระวังตรงนี้ด้วยเหมือนกัน งั้นจะเห็นว่าเขาต้องทำหลายอย่างพร้อมกันน่ะ ทั้งเรื่องของความความสลบลึกไม่ลึกนะครับ เรื่องของการคลายกล้ามเนื้อ การดูแลความดันโลหิตให้มันเพียงพอนะครับ มีการตรวจเลือดระหว่างนั้นเป็นช่วงๆให้มันไม่ มีปัญหาถ้ามีก็ต้องรีบแก้ ดูซิว่าปัสสาวะออกบ่อยแค่ไหน เพราะถ้าปัสสาวะไม่ค่อยออก แสดงว่าไตมันเริ่มวายก็ต้องให้สารน้ำเข้าไปเพิ่ม ดูเรื่องของการหายใจคือมากมายมหาศาล หมอดมยาเนี่ยผมต้องบอกว่าเป็นคนที่เรียกว่า multitasking เก่งที่สุดอ่ะ คือทำหลายเรื่องพร้อมๆกัน ต้องแล้วต้องเป๊ะทุกเรื่องนะครับ ดังนั้นอันเนี้ก็ต้องชื่นชมคุณหมอดมยาเป็นอย่างมากนะครับ
ส่วนใน ICU แน่นอนครับ ก็ต้องมีหมอทางด้านของ ICU ที่เชี่ยวชาญด้านนี้มาช่วยดูว่าเอ่อเราต้องปรับเครื่องช่วยหายใจยังไงให้มันโอเค เพราะถ้าคุณปรับเครื่องช่วยหายใจผิดนะ มันก็จะทำให้ปอดยิ่งอักเสบนะครับ ถ้าหมอที่ไม่เชี่ยวชาญ ICU เนี่ยไปดูเรื่องเครื่องช่วยหายใจก็อาจจะโอ๊ก็ไม่เป็นไรก็ใส่เครื่องช่วยหายใจก็จบเรื่องไม่ครับ มันต้องมีการปรับเครื่องช่วยหายใจบางแบบที่สามารถทำให้ปอดไม่อักเสบได้ระหว่างที่เรากำลังแก้ไขน้ำท่วมปอดด้วยการให้ยาขับปัสสาวะ ยาขับปัสสาวะให้มากก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็จะมีปัญหาเรื่องของการความดันตกอีกนะครับ และที่สำคัญถ้าเสียเลือดไปมากขนาดนั้นเนี่ย สิ่งนึงที่ต้องระวังมากๆเลยนะครับ คือภาวะต่อมใต้สมองขาดเลือดนะครับ ในทางการแพทย์เราเรียกมันว่า She syndrome นะครับ She hand syndrome เนี่ยคือมันจะไม่แสดงอาการทันทีหรอกครับ แต่ไอ้ต่อมใต้สมองเนี่ยมันจะมีเลือดไปเลี้ยงเยอะมาก ระหว่างที่เราตั้งครรภ์และถ้าอยู่มีการเสียเลือดไปเยอะมากๆแบบในกรณีเนี้ย มันจะทำให้มันขาดเลือดแล้วสร้างฮอร์โมนไม่ได้ ต่อมาถ้าเริ่มมีการขาดฮอร์โมนเรื่อยๆนะ ครับ อาจจะ อ่า ไม่มีน้ำนมนะครับ ไม่มีฮอร์โมนไทรอยด์ อ่า ฮอร์โมนทางด้านของคอร์ติซอลทางต่างๆมีปัญหา นะครับ คือมันจะมีปัญหาได้หลายอย่างมาก และพวกนี้แหละครับที่ต้องดูระยะยาว คุณหมอที่ดมยาเนี่ย ถ้าเกิดว่าให้เลือดเข้าไปไม่ทันนะครับ ก็จะเกิดภาวะนี้ได้ง่ายมากนะฮะ หมอใน ICU ก็ต้องระมัดระวังภาวะนี้คือต้องให้เลือดเนี่ยมีความดันโลหิตเพียงพอในการไปเลี้ยงสมองทุกอย่างนะ ก็ต้องดูกันนาทีต่อนาทีนะครับ ให้แน่ใจว่าทุกๆอย่างดี ปอดดีนะครับ อวัยวะต่างๆที่เจอผลจากการเสียเลือดไปเยอะๆทั้งตับไตหัวใจทั้งหมดเนี่ย เราก็ต้องดูหมดเลย ไตเนี่ยเราก็ต้องดูการทำงานของไตว่าโอเคไหม ปัสสาวะดีไหมนะครับ แล้วถ้าไม่ดีเราก็ต้องมีการให้ยาบางตัวอย่างเงี้ย ตอนนั้นก็อาจจะกินอะไรไม่ได้เพราะว่าใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ เราก็ต้องพิจารณาว่าเอ้ยต้องให้สารอาหารยังไง น้ำตาลแค่ไหนเนี่ย พวกนี้เราต้องดูหมดเลย ซึ่งมันเป็นอะไรที่มีความละเอียดค่อนข้างสูงมากๆ แล้วก็ค่อนข้างเฉพาะทางมากๆ เมื่อเราต้องจะต้องดูแลคนไข้ที่เพิ่งจะเอาลูกออกไปเนี่ย สภาพสรีระของร่างกายมันจะแตกต่างจากเดิมเยอะ แล้วต้องใช้หมอที่เชี่ยวชาญนะครับ
เนี่ยก็คือสิ่ง ที่คนหลายคนน่ะไม่เคยรู้มาก่อน แล้วผมก็อยากจะบอกด้วยว่าหลายคนคอมเมนต์ทั้งๆที่ตัวเองไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์เลยแม้แต่น้อย แล้วก็จะบอกว่าเนี่ย ทำไมไม่ผ่าก่อน อ่า คนผ่าเนี่ยเค้าทำไมต้องไปผ่าที่สมิติเวชไม่ผ่าที่อื่น ทำไมต้องอย่างงู้นอย่างงี้ คือคุณเนี่ยมองย้อนหลังในฐานะคนที่มองเข้าไปโดยที่ไม่มีความรู้ไม่แปลกนะครับที่คุณจะมีคำถาม แต่เราควรที่จะต้องรอคนที่เขามีความรู้ความเข้าใจเรื่องเนี้ยมาชี้แจงแจงให้เราฟังซะก่อนนะครับ มันก็คล้ายๆกับคุณทำอาชีพอะไรซักอย่าง เช่นถ้าเกิดคุณเป็นช่างซ่อมรถอย่างเงี้ย แล้วผมที่ไม่มีความรู้เรื่องรถก็ไปบอกว่า ไอ้รถที่คุณซ่อมเนี่ย ทำไมคุณไม่ซ่อมอีกวิธีนึง ถ้าคุณซ่อมอีกวิธีนึงมันก็น่าจะดีไปแล้วอย่างเงี้ย คือผมไม่มีความรู้เรื่องรถ แต่ผมกำลังไปพูดให้คนที่เก่งมากเรื่องรถฟัง คนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงๆเป็นคนตัดสินใจเขาจะคิดยังไงล่ะครับถูกมั้ย
งั้นก่อนที่เราจะวิเคราะห์อะไรทั้งสักอย่างนึง เนี่ยเนี่ยเราตั้งคำถามได้ แต่เราไม่ควรจะคอมเมนต์อะไรในเชิงลบเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าข้อมูลความรู้ของเราไม่มี แล้วเราก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย เราไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเค้าได้รับข้อมูลอะไรในการตัดสินใจตรงไหนอย่างไรนะครับ พวกเนี้ยจะผิดพลาดหรือไม่ผิดพลาดแต่อย่างใดตรงไหนมันเป็นเรื่องที่คน ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นที่จะบอกได้ หรือมิฉะนั้นก็จะต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งมาให้วิเคราะห์เรื่องนี้แล้วก็มีข้อมูลครบทุกอย่างในการวิเคราะห์ ถ้าเกิดคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญไม่มีความรู้ด้านนี้แถมยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้อีก แล้วคุณวิเคราะห์เนี่ยมันมักจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี อย่างน้อยๆก็เป็นการพูดอะไรที่ทำให้ผู้เสียหายที่เขามีภาวะบอบช้ำทางจิตใจอย่างคุณนุ่นคุณหลุยสเนี่ยแย่ไปกว่าเดิมอีกนะครับ ที่เขาต้องมาอ่านคอมเมนต์ของคุณนะครับ
ดังนั้นเนี่ย ผมหวังว่าเขา 2 คนนั้นจะไม่ได้มานั่งตามอ่านคอมเมนต์ต่างๆ แล้วคงจะปล่อยให้เรื่องเนี้ยมันผ่านไปแล้วก็เงียบไปนะครับ อันนี้ก็คือต้องขอชมเชยคุณหมอทั้ง 4 มากเลยที่ดูแลได้มาก แล้วก็นอกเหนือจากนั้นก็คือเป็นพยาบาลนะ ครับที่มาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดนะ อย่างใน ICU เนี่ยพยาบาลประกบเลยนะครับ คนไข้เนี่ยอาจจะ 1-2 คนใช้พยาบาลคนนึง ต้องดูรายละเอียดแบบชัดเจนมากๆ ให้แน่ใจว่าเวลา มีอะไรเปลี่ยนแปลงเนี่ย เขาจะต้องรีบดูแลรักษาให้ทัน แล้วพยาบาลเนี่ยไม่ได้ดูแลแค่ผู้ป่วยอย่างเดียวนะ เขาต้องคุยกับญาติด้วย
งั้นน่ะ เรื่องเนี้ยก็คือต้องชมเชยทุกคนที่เกี่ยวข้อง และคนเหล่าเนี้ยมักจะไม่ได้รับการชมเชย พวกคุณคงไม่เคยถามเลยใช่ มั้ครับว่าเออพยาบาลคนไหนเก่งที่สุด ไม่ค่อยมี เวลาเราไม่สบายเราเข้าโรงพยาบาลไหน เออพยาบาลตึกนี้คนไหนดีที่สุด เราอยากจะจ้างเค้ามาจังเลยอย่างเงี้ย ไม่ค่อยมีนะ ผมไม่ค่อยเห็นนะครับ อย่างดีก็มีแต่แบบ อ่า เราอยากจะจ้างพยาบาลพิเศษ อืมีใครมั้ยอะไรอย่างเงี้ยนะครับ ก็จะรู้แค่นั้น แต่ว่าเบื้องหลังการทำงานของหมอหมอและพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเนี่ย วันเนี้ผมก็อยากจะให้ทุกคนเข้าใจจริงๆ เพราะว่ามันไม่ง่ายเลย แล้วก็นอกเหนือจากงานที่เขาจะต้องทำที่มีความยากอยู่แล้วเนี่ย เขายังต้องมาแบกรับความคาดหวังของคนรอบๆข้าง โดยเฉพาะพวกคนในอินเทอร์เน็ตหลายๆคนที่ใส่ใจเรื่องคนอื่นนะครับ พวกคุณโพสต์อย่างงี้ไปคอมเมนต์อย่างงั้น เอ้าหมอไม่ดีอย่างงั้น อ่า คุณหมอเค้าทำงานเต็มที่แต่ว่าเค้าต้องมาโดนด่าอย่างเงี้ยใช่มั้ฮะ
แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจว่าคนเราเนี่ย มันก็คงเปลี่ยนกันยากเนาะ มันก็มีความอยากจะคอมเมนต์อะไรสักอย่าง ซึ่งมันเป็นนิสัยของคนไทยไปแล้วอ่ะ หลายๆคนที่เป็นคนไทยก็จะเป็นสนใจเรื่องคนอื่น เวลามีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา เราก็อยากจะคอมเมนต์ อยากจะให้ความเห็นต่างๆนะครับ อ่า ก็เป็นเป็นเรื่องที่เราจะต้องพยายามช่วยกันแก้ไข เพราะมิฉะนั้นสักวันนึงอ่ะคนที่คอมเมนต์แบบเนี้ย ก็จะต้องเจอเข้ากับตัวเองแล้วถ้าเจอเข้าตัวเองจริงๆ เดี๋ยวก็จะเข้าใจเองนะ ครับว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่จะต้องไปคอมเมนต์ในเชิงลบ ถ้าคุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวหรือการตัดสินใจหรือเป็นผู้เสียหายหรือใครก็ตามนะครับ
อ่ะ วันนี้ผมก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ถ้าใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของหมอหรืออะไรเนี่ย ก็สอบถามมาได้นะครับ วันนี้เท่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ