📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

อย่าสิ้นหวังใน สังคมวิปริต #ถึกกับมายด์ 13มี.ค.69

Friends Talk 2:03:44

Transcription

ตื๊ดๆ รฟรชสี กำลังจะมา อ่ามาแล้วมาแล้วมาแล้วมาแล้วเคมาแล้วมา แล้วสวัสดีค่ะทุกคนสวัสดีค่ะยินดีต้อนรับ เข้าสู่รายการถึกกับมายนะคะเราจะมาเจอกัน เป็นประจำอย่างี้ทุกวันศุกร์ค่ะเวลา 19:30 น.เป็นต้นไปทางช่องเฟรน Talk นะคะก็ สำหรับใครที่เข้ากันมาแล้วไหนขอดูหน่อย เข้ากันมากี่คนอ่าสวัสดีคนมาแซวผมด้วย >> ค่ะมีคนมาแซว >> ในยในในนี่บอก >> อ่า >> ใน YouTube >> พี่ถึกคือใครพิคือทหารกล้าฝ่าสมรภูมิผู้ ออกแบบปืนใหญ่ปืนใหญ่นิวอาร์มสตองไซโคเจท อาร์มสตองขับไล่ชาวเขมรเอ้า [เสียงหัวเราะ] >> สรุปพี่ถึกเป็นทหารกล้าฝ่าสมรภูมิเหรอคะ >> ไม่ได้เป็นการจำพลังนะครับ[เสียงหัวเราะ] >> เอ่อจะได้ขอเจ๊สสกีไปช่องแคบฮอมุสอะไร ค่ะ >> โอ >> แล้วเอ่อจริงๆแล้วพี่ถึงเป็นใครขนาดผร. >> อื >> ต้องออกมาเบรกเอง >> ค่ะ >> เออนักข่าวไปถามผบท.กันจำพลังสำคัญขนาดไหน >> เออๆ >> เออเจ้าของเรือเค้าบอกไม่ต้องไปช่วยยัง บอกจะช่วย >> ค่ะ[เสียงหัวเราะ] >> จะไปช่วยอยู่นะคะยังจะไปช่วยอยู่ >> เออก็สัปดาห์นี้มีหลายเรื่องหลายราวนะคะ พี่ชายเยอะมากเยอะมากแต่ว่าก่อนจะไปเข้า รายการกันทุกท่านคะอย่าลืมช่วยกัน สนับสนุนรายการของเราหน่อยนะคะถ้าหากอยาก ให้รายการของเรายังคงอยู่ต่อไปได้นะคะ กสิกรไทยค่ะ 164 1608013 นะคะ 1641608013 โอนกันได้เลยนะคะเพื่อเป็นพลังใจกำลังใจ ให้กับพวกเราในการทำงานกันต่อไปนะคะทุกคน คอมเมนต์กันเข้ามาได้สวัสดี 129 คนค่ะที่ อยู่ในไลฟ์ด้วยกันนะคะฝากแชร์อื >> ที่ตั้งหัววันเนี้ย >> ค่ะตั้งหัววันนี้ตั้งหัวว่าอย่าสิ้นหวัง ในสังคมวิปริตอื >> เออผมก็บอกว่าโลกวิปริตก็ได้เอ้าเออคือผม ผมคิดว่าเหตุการณ์ที่มันเริ่มต้นสัปดาห์ นะคนสนใจปาฐกถาาของอาจารย์เกษียณมาก >> ค่ะ >> ปกหาของอาจารย์เกษียณเตชัใช่มั้ฮะ >> ค่ะ >> เนื่องในเอ่อวันเราเรียกว่าอะไรวะวัน อาจารย์ปวยอ่ะ >> ค่ะ >> อาจารย์เกษียณเค้า เดี๋ยวนะผมผมขอทบทวนเอาให้แม่นนิดนึง >> เอาให้แม่นว่าเ้าพูดว่าอะไรใช่มั้ย >> กว่าจะเป็นประชาธิปไตยประเสริฐสุดที่เป็น ไปได้ใช่ป่ะ >> อันนี้คือหัวข้อ >> เป็นการงานปาฐกถาป่วยอึาภรณอึ้งรค่ะ >> อ้าเห็นมั้ยผู้สะกดนามสะกดอาจารย์พูดคุย ผิดเลยของคณะเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ใช่ป่ะ เอาจารย์เค้าเขียนล่วงหน้ามาเกือบ 2 ปีนะ >> ค่ะ >> ปีกว่า >> ค่ะ >> อ >> เอ่ออาจารย์เกษียณเค้าก็บรรยายเมื่อเช้า วันจันทร์ขี้เกียจไปอ่ะมีคนถามว่าทำไมไม่ ไป >> ออ >> ผมบอกอื 69 แล้วอายุเท่าๆกันกับอาจารย์ เกษียณ >> ก็เลยไม่ได้ไป >> รุ่น[เสียงหัวเราะ]เดียวกันน่ะ >> ค่ะ >> แล้วก็มีความรู้สึกว่าอยากไปมากเลยแต่ เช้าวันจันทร์น่ะ[เสียงหัวเราะ] ไปไม่ไหว >> ฝารถติด >> ฝารถติด >> ต้องมีความพยายามอย่างสูงอยู่ค่ะต้อง >> ต้องใช้ความพยายามเยอะ >> ใช่ >> อื ปฐกถาเนี่ย >> ค่ะ >> มีคนเอาไปถ่ายทอดเยอะ >> ค่ะ >> ใช่มั้ยแล้วก็ มีเนื้อความโอเคไปอ่านผมเข้าใจว่าคนอ่าน กันเยอะแล้วแหละ >> ค่ะ >> แต่ผมคำถามของผมคือว่าไอ้การสื่อสารที่ สำคัญที่สุดเนี่ยคืออะไรนะผมคิดว่าการ สื่อสารที่สำคัญที่สุดที่เกษียณพูดเนี่ย >> ค่ะ >> คือเรื่องของการมีความหวัง การที่ยังต้องมีความหวังอยู่แล้วก็เอ่อ หมายถึงว่ามองให้เห็น >> อื >> โอกาสของการที่มันการเปลี่ยนแปลงมันเป็น ไปอย่างที่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอก >> ค่ะ >> อืแต่มันเปลี่ยนใช่มั้คือแกพูดในฐานะคน รุ่นผมใช่มั้ย เก็บเป็นท็อปของคนรุ่นผมอ่ะว่างั้นเถอะอื >> ท็อปของคนรุ่นผมก็จะมีเกษียณ >> มีธงชัย >> ค่ะ >> มีสมศักดิ์[เสียงหัวเราะ] โดยที่สมศักดิ์ก็จะวิวาทะกับธงชัยกับ เกษียณอยู่บ่อยๆ >> ค่ะ[เสียงหัวเราะ] >> เออ >> ไอ้ผมนี่เป็นพวกตามหลัง >> อ่า[เสียงหัวเราะ]ๆๆค่ะ >> เก็บแล้วมาฟัง >> ค่ะ >> ฟังแล้วฟังแล้วเอามาเก็บใจความใช่มั้ย >> อืออือ >> เออนะความจริงอาจารย์เกษียณเี่รุ่น 18 อาจารย์ธงชัยเนี่ยรุ่น 18 >> ค่ะ >> อาจารย์สมศักดิ์นี่รุ่น 19 ผมนี่[ __ ]รุ่น 17 >> อื >> แต่ผมเป็นพวกที่เอ่อมันตื่นตัวเอาปี 17 จริงๆแต่พวกพวกนี้พวกธงชัยพวก >> ครับ >> สมศักดิ์เนี่ยเอ่อเคลื่อนไหวตั้งแต่ก่อน 14 ตุลาคม >> อืมค่ะ >> ผมแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวก็จะพัจะภูสอบติด ธรรมศาสตร์เข้าไปแล้วกูก็เลยกลายเป็นนัก กิจกรรม >> อ่าอ่า[เสียงหัวเราะ] >> คือคือพวก เอ่อบังเอิญน่ะ >> ค่ะ >> ทำไมบังเอิญติดธรรมศาสตร์นะยังไม่รู้ เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นยังไง >> อ่าค่ะอันนี้คือตัวพี่ถึกเอง >> ใช่ >> ค่ะ >> แต่ว่าแผมคิดว่าสิ่งที่เกษียณถ่ายทอดเ้า พูดหลายครั้งเนี่ยก็คือ เค้าเหมายถึงว่าคนรุ่นนั้นน่ะมันผิดหวัง มันพ่ายแพ้มาตั้งเยอะ >> อื >> อืมันก็ยังหวังต่อไปใช่มั้ย >> แกพูดถึงยูโทเปีย พูดถึงความมีจินตนาการว่าถ้าคุณไม่มี ยูโทปเปียไม่มีจินตนาการไม่มีความหวัง อะไรอย่างเงี้ยแล้วคุณจะแบบจะมันจะอยู่ ยังไงใชว่ามันสังคมก็จะมันก็ต้องแบบมี ความมีความใฝ่ฝันมีอะไรอย่างเงี้ย >> ค่ะ >> อันเนี้ยคือผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สิ่งสำคัญ ที่แกพยายามจะพูดแล้วก็ถ่ายทอดแล้วผมคิด ว่าคนที่ถ่ายทอดทั้งหลายก็น่าจะเข้าใจ ตรงนี้ใช่ป่ะประชาธิปไตยมันไม่ใช่เส้นตรง >> ค่ะ >> มันไม่ใช่เส้นตรงมันไม่มีทางที่จะเกิด ประชารับใจที่วิเศษสุดแบบที่คุณแบบไม่ ต้องทำอะไรอีก >> อค่ะ >> อันนั้นจริงๆถ้าคิดแบบนั้นมันก็คือเหมือน กับสังคมคอมมิวนิสต์อ่ะ >> อื >> มันเหมือนกับสังคมเหมือนสังคมพระศีอาน่ะ อืมันไม่มีทางหรอกที่มันจะไม่ต่อสู้กัน แบบไปถึงจุดที่หยุดนิ่งแล้วมันจะต่อไม่มี การต่อสู้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกมัน ต้องมีอยู่เรื่อยๆมันต้องมีอยู่ตลอดใช่ ป่ะ >> และสิ่งสำคัญมันก็ผมคิดว่าคือมันไม่มีทาง ที่มันจะเดินไปเป็นเส้นตรง >> อื >> มันเดินไปอย่างคดเคี้ยวเสมอแล้วมันก็มี สิ่งที่เราไม่คาดคิดอยู่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ความเปลี่ยนแปลงมันจะเป็นอย่างี้มันเป็น อย่างนี้มาตลอดใช่ป่ะสิ่งที่เราไม่คาดคิด มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดแต่มันมันก็มีส่วนที่ มันทำให้สังคมมันไปข้างหน้า >> อื >> นะ >> ค่ะ >> ผมยังคิดว่าคล้ายๆอย่างเช่นว่าไอ้ตอนพคท. แพ้ใช่ป่ะเ้ามองมองด้านหนึ่งแล้วเราก็ กลับมาเห็นจุดอ่อนของปคท.แล้วมองอีกด้าน หนึ่งนะคือเราก็มองเห็นไอ้สุดท้ายซึ่งไอ้ ไอ้ไอ้จุดอ่อนของปคท.ที่ต่อมารัสเซียมัน ก็ล่มสลาย >> จีนมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงใช่ป่ะจีนมันก็ ต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว >> มาสู่ยุคเสี่ยวผิงมาอยู่สู่ยุคที่มันเป็น ทุนนิยมเป็นอะไรต่างๆเนี่ยแล้วแล้วในมอง อีกด้านหนึ่งเนี่ยสังคมไทยมันก็เปลี่ยน มันก็ต้องยอมรับเนี่ยมันในยุคประชาธิปไตย ครึ่งใบมันต้องหันมากลับยอมรับเปิด ประชาธิปไตยยอมรับให้เกิดภาคประชาสังคม >> อ >> ใช่ป่ะจริงๆไอ้ยุคเปรมที่เราพูดกันเนี่ย ยุคเปรมที่อยู่ 8 ปีอ่ะถึงมันจะเป็นยุค ที่ทหารครองอำนาจเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ อ่ะ มันก็เป็นช่วงที่มันเปิดให้มีภาค NGO นะ >> อื >> NGO นี่จริงๆเกิดมาแต่ก่อนช่วงอาจารย์ ป่วยช่วงอะไรพวกนู้นล่ะนะ >> พวกพวกพัฒนาชนบทแต่ว่า >> ไอ้ช่วงปี 20 น่ะ >> หลังทศวรรษ 20 มันก็เป็นช่วงที่มันเกิด การเคลื่อนไหวในชนบทเกิดแบบ NGO อะไร อย่างที่ทำงานในชนบทขึ้นมาใช่ป่ะแล้วมัน ก็พัฒนามาประชาธิปไตยมันก็พัฒนามาใช่ป่ะ 3540 >> ค่ะ >> เกิดยุคคุณทักษิณเกิดรัฐประหารนะอาจารย์ เกษียงแกก็แกก็ยังพูดทิ้งท้าบอกว่าต่อให้ มันเหมือนกับแกยกคำจารย์ป่วยมาต่อให้มัน เกิดรับประหารอีกข้างในวันข้างหน้านะต่อ ให้มันอยู่ได้ 200 ปีมันก็ต้องมีคนต่อ ต้านมันอยู่ดีอ่ะ >> อื >> เออ >> ใช่ป่ะเพราะฉะนั้นในเรื่องของในเรื่องของ >> การมองไปข้างหน้าผมว่ามันก็ต้องมา ประยุกต์มองว่าเฮ้ยจริงแล้วเนี่ยมันเกิด อะไรขึ้นใช่มั้ไม่ใช่บอกว่าโหเลือกตั้ง 66 คุณเห็นมันแบบทะลุทะลวงมากเลยเลือกตั้ง 69 คุณคิดว่ามันจะไปข้างหน้าที่ไหนได้กลาย เป็นไปถอยหลังแล้วหมดหวัง มันหมดหวังแล้วล่ะ >> อือๆอืค่ะ หนูเข้าใจได้นะว่าหลายๆคนคงเกิดสภาวะหมด หวัง >> อื >> แต่ว่าหนูจะพูดคำนึงย้ำอยู่เสมอแล้วมันก็ เป็นความเชื่อที่หนูยึดถือไว้ด้วยก็คือ ความหวังเป็นสิ่งที่ไม่ตายจริงๆแล้วอ่ะ มันเป็นอมตะมันเป็นนิรันการมันจะเกิดขึ้น ใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ทุกเมื่อถ้าถ้าเรายัง รู้สึกหวังมันได้อืมมันเป็นสิ่งที่โอเค มันอาจจะเคยเกิดความรู้สึกสิ้นหวังไปแล้ว แต่วันนึงถ้ามันอยู่ผุดความหวังนั้นขึ้น มาอีกครั้งนมันก็เกิดขึ้นใหม่ได้ไอ้ความ หวังเนี่ยซึ่งเอ่อหนูคิดว่า หลังการเลือกตั้ง 2 รอบที่ผ่านมาเนี่ยมัน มันมีความคาดหวังเกิดขึ้นในสังคมเยอะเนาะ ว่าสังคมมันจะเปลี่ยนไปได้ดีกว่านี้การ เลือกตั้งนี้มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงอะไรบางอย่างการใช้โอกาสในการเลือก ตั้งนี้พวกเขาอาจจะจะได้รู้สึกว่าโอเคฉัน ได้กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศอะไรบ้างแต่ ว่าสุดท้ายเาไม่สามารถที่จะใช้กลไกนี้ใน การทำงานแบบนั้นได้แน่นอนว่ามันคงไป ตัด ทอนความหวังของหลายๆคนแต่ว่าในมุมนึงหนู หนูกลับคิดว่า ก็ไดนามิทางการเมืองมันก็มีขึ้นและมีลง เป็นเรื่องปกติอันแรกเนาะอันที่ 2 ก็คือ เราก็ยังไม่เคยชนะไม่ใช่หรอวะ [เสียงหัวเราะ] ก็เสมอตัวนี่หว่าเออถูกป่ะคือเราก็พยายาม กันมาตลอดแล้วเราก็ยังไม่ชนะกันสักหนูคิด ว่าในมุมนึงมันก็คือการเสมอตัว >> เออเราแล้วเราก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แล้วมันก็ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราทำไปมันสูญ เปล่าอ่ะแต่ในทุกๆการกระทำมันมันได้ทิ้ง ร่องรอยได้ทิ้งการตกตะกอนความคิดได้ทิ้ง ประเด็นต่างๆอะไรในสังคมที่มันทำให้คน ได้พูดคุยกันต่อได้ด้วยอ่ะหนูคิดว่าเออเพราะ ฉะนั้นมันมัน ไม่ใช่ว่ายังไม่ชนะมันเท่ากับแพ้แล้วมัน สิ้นหวังไปเลยแต่ว่าในอีกมุมนึงไอ้การยัง ไม่ชนะเนี่ยมันก็เสมอตัวมั้วะและไอ้การ เปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆที่มันเกิดขึ้นการ ถกเถียงที่มันเปิดกว้างในเชิงประเด็นมาก ขึ้นขุดลึกในรายละเอียดมากขึ้นเนี่ยนี่ มันก็เป็นผลจากการที่เราทำทุกอย่างกันมา ไม่ใช่หรอวะ >> ใช่ >> เออใช่มั้ย >> เกษียณแกพูดอยู่อย่างนึงพูดมาตลอดใช่มั้ ว่า >> อ >> เอ่อไอ้คนที่แพ้มันมันสร้างงานวัฒนธรรม ที่มันรองรับ >> อื >> ใช่ป่ะ >> งานวัฒนธรรมเนี่ยที่มันสร้างแล้วมันเป็น มันปูทางให้การต่อสู้ >> อ >> ต่อเนื่องมาใช่ป่ะอื >> เราจะเห็นตั้งแต่ยุค 2475 ใช่มยุค 2490 ใชว่างานของพวกเอ่อกุหลาบสายประดิษฐ์ ยุรภาเนี่ยพวกงานเขียนวรรณกรรมเพื่อชีวิต อะไรต่างๆที่มันรองรับกันมาตลอดแล้วมันก็ สืบทอดมาตลอดแล้วก็งานทางวิชาการงานอะไร ต่างๆตั้งแต่ยุคไอ้พวกรุ่น 14 ตุลาคม 6 ตุลาคมมามันก็มีงานวิชาการพวกรุ่น 35 อะไรพวกเนี้ยจะมันจะมีการปัดเป๋บ้างอะไร บ้างแต่ทั้งหมดเนี่ยมันก็สร้างวัฒนธรรม ที่มันที่มันรองรับมาตลอดผมยังเคยพูดเล่น ๆผมบอกว่า สมัยผมอ่ะมันมีเป็นยุคของเชกูล่านัก ปฏิวัติใช่ป่ะอ >> ยุครุ่น 7 6 รุ่น 70 >> อื >> เราจะเห็นรูปเชติดท้ายรถบรรทุกอืผมบอกว่า ต่อไปงานไอ้ไอ้รูปรูปคนที่มันจะแบบคนจะ รู้สึกว่าคล้ายๆกับว่าเอ่อมันจะเป็น สัญลักษณ์ที่จะสืบต่อไปเนี่ยมันคือรูป สมศักดิเจียม กับรูปอานนท์ดำ >> อือ มีคนเอารูปตะไผ่ไปติดเป็นท้ายรถบรรทุก เหมือนเชียว >> ใช่[เสียงหัวเราะ] รูปสมศักดิ์เจียรูปอนำภาไผ่รูปครูใหญ่ >> ค่ะอื >> ผมว่านี่มันจะเป็นตำนานไง >> อื >> ใช่มั้งั้นไม่ว่าจะแพ้จะชนะสิ่งเหล่านี้ มันจะยังอยู่ >> อื >> ใช่มั้สิ่งเหล่านี้มันจะยังอยู่แล้วมันก็ จะเป็นสิ่งที่มันจะสืบทอดต่อไปแต่ว่า สังคมมันก็จะเปลี่ยนมันจะอะไรต่างๆอย่าง ที่เราแบบเราอาจจะรู้สึกว่ามันผันผวน อย่างที่เราไม่คาดคิด >> อื >> ใช่มั้มันผันผวนอย่างที่เราไม่คาดคิดนะผม ก็รู้สึกว่าผมออกมาจากป่าผมก็รู้สึกว่า มันก็ผันผวนไอ้คนที่ออกจากป่าด้วยกัน เนี่ย[ __ ]ก็ผันผวนมากเลย >> อื >> คือชีวิต[ __ ]ปัดเป๋กันไปหมดอะไรเงี้ย เหมือนกับคนที่มันเป็นนักกิจกรรมรุ่นหลัง นี่แหละใช่มั้รุ่น 63 เนี่ย >> อื >> รุ่น 62 63 เนี่ยชีวิตคุณมันจะไปอีกแบบ บางทีคุณไม่คาดคิดบางคน[ __ ]ไปทำธุรกิจบาง คนไปทำอะไรแบบเนี้ย >> อื >> ใช่ป่ะเออบางคนมันก็ยังอยู่กับกิจกรรมทาง สังคมนะบางคนเป็นสื่ออะไรเงี้ยนะคนก็อาจ จะเป็นอิกินฟลูไปอีกแบบเดี๋ยวเอ่อขายของ ไปเลยมีตรงมีตังค์ไปเลยอะไรเงี้ยอ >> อือๆ >> ไอ้ประเภทแบบคบไม่ได้ไปเลยก็มีก็มี >> ไม่ใช่ไม่มีครับ[เสียงหัวเราะ] >> มีทุกยุคทุกสมัย >> อื >> เวลาคนถามว่าเอ้ยไอ้ยุคสมัยก่อนมันมีเป่า มี >> มีหมดแล้ว >> ไอ้ที่ยกคบไม่ได้นี่มีทุกยุคทุกสมัย่ะ >> เออ >> เหมือนกับเฮ้ยเคยล่มเป็นร่มตายกันมาเอ้า ที่ไหนได้ [ __ ]เป็นเรื่องที่ปกติมากเลยแต่ว่าโลกก็ จะมันก็จะเดินทางไปอย่างเงี้นะแต่ว่ามัน ก็จะมีสิ่งที่มันเปลี่ยนแล้วมันพัฒนาไป ข้างหน้าแต่โอเคบางบางคนก็จะรู้สึกว่า เฮ้ยถึงตอนนี้เราต้องการความเปลี่ยนแปลง แล้วเว้ยเปลี่ยนจริงๆเลยอ่ะ >> ผมก็บอกว่า อาจารย์เกษียณก็บอกตอนท้ายว่า 10 ปีอ่ะใน 10 ปีข้างหน้ามันเปลี่ยนแน่ๆแต่ไม่รู้ เราอยู่ป่ะหมายถึง >> เกษียณก็ผมกับผมเนี่ย >> อ >> มัน 69 ราวๆ 69 70 กันแล้วไม่รู้อยู่เปล่าแต่ผม ก็เชื่อนะ >> อื >> ผมยังคิดว่า 10 ปีเนี่ยผมเห็นมันต้องเกิด อะไรขึ้นแน่ๆอือ >> อือ >> เหมือนเหมือนอาจารย์ยิ้มแกเสียเพื่อนสนิท มิสหายก็บอกยิ้มมันเชื่อละยิ้มมันรู้แล้ว ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอโน้ตไว้เลยยิ้มยิ้มมัน เสียหลังปี 59 >> ค่ะ >> ใช่มะปี 59 เกิดอะไรขึ้นก็รู้ >> ค่ะ >> ยิ้มก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใช่มั้ผมคิด ว่าเอ่อทุกคนมันก็รู้แหละว่านะเอ่อมัน ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ของประเทศเนี่ย >> กำลังจะมา >> มันอยู่ข้างหน้า >> นะมันอยู่ข้างหน้าเพียงแต่ว่าไอ้สิ่งที่ มันเราเห็นอยู่เนี่ย >> มันเป็นความผันผวนแล้วมันพยายามที่จะมัน เป็นความพยายามที่จะอะไรอ่ะ คล้ายๆกับว่าหาทางรักษาระบอบอำนาจตัว เนี้ยอือ >> ซึ่งมันทำให้เกิดอะไรที่เราไม่คาดคริเยอะ มาก >> อื >> สิ่งที่เราไม่เคยเห็นก็ไม่เคยได้เห็นอ้า ผมผมเวลาผมบอกว่าสิ่งที่ไม่เคยเห็นก็ได้ เห็นเนี่ยอ้าวม 63 เลือกตั้ง 66 แล้ว เลือกตั้ง 69 เนี่ยคุณคิดเหรอว่าคุณ >> เราไม่เคยเห็นภูมิใจไทยชนะอย่างเงี้ย >> ค่ะ >> นี่นี่ก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นนะ [เสียงหัวเราะ] เอ้าสำหรับผมเนี่ยมันก็เป็นสิ่งที่ตลกเหม ตลกกลับด้านนะ >> ใช่ใช่ >> ผมไม่เคยคิดว่าภูมิใจไทยมันจะได้สส.มาก ขนาดนี้ >> แล้วหนูก็ไม่เคยคิดว่าสว.ตอนเลือกสว.ตอน นั้นน่ะผลก็เป็น[เสียงหัวเราะ]อย่างงี้ >> ไม่ผมคิดว่าเพราะฉะนั้นไอ้คนที่บอกว่าอัน นี้เราเรายังยืนจันเราไม่ได้บอกว่าเรา แช่ง >> ใช่มั้ >> ไอ้คนที่บอกว่ารัฐบาลภูมิใจไทยมันจะอยู่ แบบ >> อยู่ยืด 4 ปีบางคน 8 ปีเี่ผมไม่เชื่อหรอก แต่ผมบอกว่าอยู่ยืด 4 ปีเนี่ยใช่ป่ะ เหมือนประยุทธ์ก็ยังอยู่ได้เลยตั้ง 9 ปี อะไรเงี้ยภูมิไทยอยู่ได้ 4 ปีอ่ะผมยังคิด ว่าไอ้สิ่งที่เราไม่เคยเธอเห็นก็ได้เห็น เนี่ยมันยังจะเกิดขึ้นอีกเยอะ >> อือื >> มันยังจะเกิดขึ้นอีกเยอะ >> อื >> ซึ่งมันไม่ได้แบบว่า >> มันนิ่งแล้วแล้วมันจะจบในช่วงเวลาต่อไป เนี้ยเรื่องของความเปลี่ยนแปลงที่มันจะ เกิดขึ้นจากตัวอำนาจใช่ป่ะผมคิดว่าซึ่ง เราก็รู้ว่ามันมีความไม่เสถียรไม่มั่นคง แล้วก็มันมีความเอ่อปั่นป่วนอยู่อยู่ภาย ในเนี่ยใช่มั้มันยังไงก็ตามแต่มันไม่มัน ไม่มันไม่ราบรื่น >> ค่ะ >> นะผมจึงคิด ทำไมอ่ะตอนเศรษฐา ขึ้นมาแล้วก็คิดว่าเอ๊ะมันก็น่าจะโอเคกัน นะ >> อือ >> อยู่ๆปีเดียวคุณเศษฐาดูโดนสอย >> นั่นน่ะใครจะไปคิด >> โดนสอย >> เออใครจะไปคิด >> เอาเปลี่ยนมาเอาเปลี่ยนมาเอาภูมิใจไทยกัน คิดว่าเครือข่ายรนยมเค้า >> เค้าคาดการณ์ไว้แบบนี้หรอกก็คงไม่มั้ง >> เค้าโอเคหมด >> เออ >> ผมยังสงสัยอยู่ว่ามันเหมือนโอเคหมดเลยนะ >> อือือื >> เหมือนโอเคหมดทุกอย่างเลยนะแต่มันจริง เหรอ >> อืค่ะ >> มันจะมันจะราบรื่นอย่างี้จริงๆเหรอ >> อื >> ผมไม่ผมก็รู้สึกว่า มันตราบใดที่ไอ้ตัวความอะไรอ่ะระเบียบ อำนาจที่ที่มันเกิดขึ้นมันยังไม่ลงตัว มันไม่ลงตัวแล้วมันก็จะมันก็จะปั่นป่วน ความปั่นป่วนของความไม่ลงตัวเี่มันจะเกิด ขึ้นให้เราเห็นเป็นระยะๆะแถม[ __ ]เจอโรค วิกฤตด้วย >> อือืออือื >> โลกวิกฤตนี่เรายังไม่รู้เลยว่ามันจะไปทาง ไหนเนี่ย >> อืใช่ๆ >> แน่นอนยกตัวอย่างง่ายๆนะไอ้เรื่องวิกฤต ราคาน้ำมันอย่างเงี้ย >> ค่ะ >> มันเหมือนกับภูมิไทยก็โอเคใครเป็นรัฐบาล ได้รับความเห็นใจอยู่ว่าคุณเจอปัญหาขนาด เนี้ย >> อื >> คุณจะแก้ยังไงหนักมากเลย >> ค่ะ >> มันน่าเห็นใจอยู่ >> ค่ะ >> แต่เวลาเรามองมุมกลับอีกด้านหนึ่งใช่ป่ะ ไอ้สิ่งที่มันเกิดขึ้นน่ะถ้าคุณแบบไม่ สามารถจัดการปัญหาหาที่มันควรจะจัดการได้ คุณก็ซวย >> อื >> นะเอาง่ายๆเลยผมคิดว่าเรื่องผลประโยชน์ สำคัญเรื่องหนึ่งซึ่งไม่ใช่ของภูมิใจไทย เลยนะ >> ค่ะ >> แต่ภูมิใจไทยแตะไม่ได้เนี่ยคือเรื่องพลัง งาน >> ค่ะ >> เรื่องไฟฟ้าใช่มั้ย >> ค่ะ >> นะข้อเสนอที่คนพูดกันเรื่องวิกฤตพลัง วิกฤตเรื่องอิหร่านเนี่ยเสียงเดียวที่เขา พูดกันเลยแบบไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านฝ่ายไหน ฝ่ายวิชาการก็คือว่าคุณต้องนำไปสู่การ เอ่อพลังงานหมุนเวียน >> ค่ะ >> ต้องเร่งนะต้องเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน สร้างนะไอ้ประเภทแบบเนี้ยนะคือให้พลังงาน หมุนเวียนเนี่ยมันมาทดแทนการใช้ไฟฟ้า >> ใช่ป่ะ >> คุณสรณีก็พูดเราไปลงทุนมหาศาลกับการ เตรียมใช้ไฟฟ้าใช้ไฟฟ้าที่มันมาจากการ์ด ธรรมชาติ >> ค่ะ >> ใช่ป่ะพอเราไปลงทุนมหาศาลอย่างงั้นแล้ว เราไปผูกไว้อย่างงั้นแล้วนะแล้วทุนพลัง งานก็ครอบตรงนี้หมดแล้ว >> อื >> นะมันทำให้โอกาสของการที่ไปใช้พลังงาน หมุนเวียนเนี่ยมันน้อยลง >> น้อยลงใช่มั้ >> อ >> แล้วรัฐบาลกล้าทำมั้ >> อื >> ตกลงรัฐบาลจะกล้าทำมั้ยอันเนี้ยยกตัว อย่างนะงั้นผมยกตัวอย่างผมแล้วบอกว่าผม ไม่ได้บอกมานั่งแช่งภูมิใจไทยนะผมว่าภูมิ ใจไทย[ __ ]เก่งนะ >> ครับ >> ผมดูไปดูมาผมเริ่มรู้สึกว่ามันเก่งว่ะ >> ยังไงคะ >> เฮ้ย มันมันอย่างน้อยๆเราจะเห็นภูมิญไทยมัน สามารถจัดการความสมดุลของของการจัดสรร ตำแหน่ง >> อื >> มันยังไม่มีใครโวยนะแต่มันอาจจะเพราะชนะ ด้วยอะไรด้วยแล้วก็แบบอ >> โอเควะอดทนรอได้อะไรอย่างเงี้ย >> มันจัดสรรตำแหน่งลงตัวนะ >> ใช่มั้ย >> ค่ะ >> จัดตำแหน่งแล้วสามารถจะให้เอกนิติสุภจี ศรีหศักดิ์เดี๋ยวยังจะมีรัฐมนตรีกลาโหมคน นอกแน่นอนอยู่แล้ว >> ค่ะ >> อะไรเงี้ย >> อื >> เขาก็จัดการได้ดีนะ >> อื >> แล้วผมดูสเต็ปของเค้าเที่เค้าที่มีข่าว ว่าเา้าจะออกกฎหมาย กฎหมายบ้านเกิดเมืองนอนน่ะ >> อื >> ไอ้นี่มันก็เก่งนะ >> เป็นนะรู้จักป่ากฎหมายบ้านเกิดเมืองนอน >> ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะมันคืออะไรหรอคะพี่ ถึก >> ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน >> อ่า >> เหมือนกับเหมือนกับเราบริจาคภาษีอ่ะ >> อื >> ให้ เหมือนกับเวลาเราเสียภาษีอ่ะ >> ค่ะ >> เราบริจาคให้พรรคการเมือง 500 บาทอ่ะ >> ค่ะ >> นะที่พักส้มได้เยอะที่สุดนั่นน่ะค่ะ >> เราสามารถที่จะบริจาคให้บ้านเกิดเมืองนอน น่ะ >> อื >> เช่นคุณบริจาคให้สระบุรีอย่างเงี้ย >> อือ่า >> ใช่ป่ะ >> บริจาคภาษีส่วนนี้ให้ส่งไปที่ท้องถิ่น สระบุรีอย่างเงี้ย >> อืค่ะนี่คือข้อคอนเซปตกระจายอำนาจอยู่ เนาะ >> เออมันคืออำนาจ >> มันรู้จักมันรู้จักทำนะอืแต่มันไม่ได้ กระจายอำนาจมันไม่ได้มุ่งไปสู่การกระจาย อำนาจจริงแต่มันรู้จักทำเพื่อเพื่อทำให้ คนเห็นว่าโอเค >> ใช่ >> เออ >> มันมีอะไรกระจายออกอ่ะ >> เออมันมีอะไรกระจายออกใช่มั้ค่ะ >> เพราะงั้นภูมิใจเนี่ยมันจะมีมันจะมีมุม ที่มันฉลาดของมันอยู่นะผมผมไม่ประมาทมัน นะ >> อื >> แต่เราจะมองเราจะมองสิ่งที่จะเกิดขึ้น เนี่ยผมอยากให้มองสั้นๆ 2 ด้านเลยนะ >> ค่ะ >> ด้านหนึ่งคือการบริหารของรัฐบาล >> ค่ะ >> แต่มันอยู่ภายใต้กรอบที่ว่าเอ่อตัวอำนาจ และผลประโยชน์ที่ครอบอยู่ใช่มั้อำนาจที่ อยู่เบื้องหลังอำนาจที่บงการเยแล้วก็ทุน ที่สนับสนุน >> ค่ะ >> ซึ่งมันซึ่งมันครอบคลุมอยู่อย่างเช่นทุน ใหญ่ด้านต่างทาง >> ค่ะ >> ใช่มั้ยเอ่อ อันที่ 2 ที่มันจะฉุดให้มันแย่คือศาลและ องค์กรอิสระ >> ค่ะ >> ใช่ป่ะ >> อือๆ >> นี่เราเห็นถี่ยิบเลยคดีอะไรมั่งอ่ะศักดิ สยาม >> ค่ะ >> ปปช.บอกว่าศักดิ์สยามเพิ่งรู้ว่าหุ้นหุ้น เป็นของตัวเองตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน [เสียงหัวเราะ] >> อื >> จะสว. >> ค่ะ >> หัวสว.คดีหัวสว.อนุกรกต.ค่ะ >> จะให้ยุติแล้วไม่มีใครผิดแล้วอ >> เออ >> ใช่มั้ >> มันจะพังเพราะแบบอย่างี้ใช่มั้ยที่พี่ คิดว่าค่ะ >> ใช่คือมันมี 2 ด้าน >> ค่ะ >> คุณอย่าประมาทภูมิใจจะแทนเรื่องการบริหาร นะเดี๋ยวพูดต่อแต่ว่า >> แต่ว่าอันเนี้ยเราจะเห็น 2 ด้านใช่ป่ะ >> ค่ะ >> อืแล้วมีอะไรบ้างวะเนี่ยคดีศาลทั้งหลาย เนี่ย >> อื เอ่อต้องไปดูแต่ว่าจริงๆไอ้เรื่องความผิด ปกติขององค์กรอิสระเนี่ยเดี๋มันจะมีมาอีก เรื่อยๆ >> ใช่ >> มันจะมีมาอีกเรื่อยๆค่ะเออเดี๋ยวๆมันจะ เห็นชัดอยู่แต่หนูขอย้อนกลับไปนิดนึงพี่ ถึกเอ่อ ขอสรุปเรื่องแรกก่อนก็คือ เอ่อตอนนี้หลายคนอยู่ในสภาวะ หมดหวังสิ้นหวังไม่มีแรงไม่เห็นความหวัง ภายใต้รัฐบาลอนุทินเพราะในมุมนึงก็อาจจะ คิดว่าโอเคอนุทินก็เนี่ยอาจจะคิดพิถึกก็ ได้หลายๆอย่างเขาก็มีฝีมือในการทำแล้ว เค้าก็จัดสรรอะไรหลายๆอย่างลงตัวแล้วก็ อีกส่วนนึงก็คือเอ่อหลายคนก็คงคิดว่า รัฐบาลอนุทินเนี่ยเค้าก็คงคุมทุกอย่าง ได้อยู่แล้วมันคงไม่มีอะไรที่สามารถ เปลี่ยนแปลงได้แล้วคุมได้ทั้งสภาล่างสภาสูงคุย คุมได้ทั้งองค์กรอิสระอะไรอย่างเงี้ยซึ่ง เอ่อ สิ่งที่เราคุยกันตั้งแต่ชงต้นเรื่องของ ความหวังเนี่ยเอ่อถ้าในมุมพี่ถึกหนูถาม พี่ถึกอย่างี้ดีกว่าเจอสภาวะแบบนี้แล้ว พี่ถึกจะหล่อเลี้ยงความหวังมันยังไงอ่ะ คือคือเราเราสิ่งที่เราพูดกันน่ะมันคือ การให้เหตุผลว่าเฮ้ยมันจะไปต่อได้มันมี อะไรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอแหละแต่ว่า มันก็ปฏิเสธไม่ได้นะว่ามันมีคนที่มันหมด หวังสิ้นหวังไปแล้วแล้วมันก็แค่อยากจะรู้ ว่าโอเคฉันก็ยังอยากฝันต่ออยู่นั่นแหละ แต่ว่าแล้วจะทำยังไงให้มันกลับมามีแรง หวังวะทำอะไรได้บ้างอ่ะในช่วงจังหวะแบบ เนี้ย >> เป็นเรื่องของจังหวะทางสังคมการเมือง >> ทำใจ >> ถูกมั้ยถ้าไม่งั้นน่ะคือ >> ทำแต่ว่าผมจะบอกว่าไอ้ยุคผมไม่ยิ่งสิ้น หวังกว่านี้อีก >> เอ้อเอ่อ อืม >> เอ้าผมนี่แบบผมออกจากป่าเนี่ยผม[ __ ]สิ้น หวังกว่านี้อีกอ่ะทำอะไรไม่เป็นน่ะอ >> อื >> เรียนกลับไปเรียนก็ไม่อยากเรียน >> อืม >> เรียนก็ไม่เรียน ไปเรียนไปไปเรียนรามก็ฝืนใจ [เสียงหัวเราะ] สุดท้ายก็ไม่เรียน >> อื >> ไปทำธุรกิจ ก็ไม่ใช่เราอีกเออเออ ไปลงไปลงหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนทำธุรกิจทำ ลงพิมพ์ไม่ธุรกิจหรอกพูดเลยทำลงพิมพ์พิมพ หนังสืออ่ะ ก็ไม่ใช่เราอีกคือ คิดแบบเนี้ยคือแบบคล้ายๆกับว่า คิดเรื่องกำไรไม่เป็นน่ะ >> อือๆ >> เออไม่ใช่คิดไม่เป็นหรอกมันไม่มันไม่ได้ แบบใจมันไม่ใจมันไม่ให้ >> อือๆอือๆ >> ก็ยังควางกันอยู่ตั้งนาน >> ค่ะ >> สุดท้ายกว่าจะมาแบบโอเคผมมาตั้งหลายปี กว่าผมเป็นผมมาทำหนังสือพิมพ์ผมเออ >> ครับ >> เรารู้สึกว่าเราเราทำหนังสือทำทำอะไร เนี่ยเราได้มีส่วนที่เรามีความรู้สึกว่า เราได้เปลี่ยนแปลงบ้างใช่ป่ะเราได้ >> จากการลงมือทำของเราเอง >> เออเราเราได้ลงมือทำอะไรที่มันมีความหมาย >> อื >> ใช่ป่ะ >> อื >> อยู่ตรงนั้น >> อื >> แต่ให้ผมไปทำอย่างอื่นเนี่ยผมมันเคว้ง คว้างหมด >> อื งั้น >> มันอยู่ที่อยู่ที่ผมหมดหวังยิ่งกว่านี้ อีกยิ่งกว่ายุคสมัยนี้อีก >> อือๆใช่ >> ปี 25 ผมลงมาจากป่าป่าผมจะตั้งเนื้อตั้ง ตัวได้ 4-5 ปีอ่ะ >> เออถ้าเป็นคนขี้เมาก็คงเมาหนัก >> แต่พอดีว่ากินเหล้ากินเหล้าไม่ได้อ [เสียงหัวเราะ] >> เล่นไพ่กับเพื่อนนี่ประเภทแบบตั้งแต่เย็น วันเสาร์ถึงแบบเย็นวันอาทิตย์อ่ะไม่ได้ นอนน่ะ >> อื >> เคยเคยขนาดนั้นน่ะเออ >> [เสียงหัวเราะ] >> แล้วเล่นไพ่เฉยๆอ่ะล่ะ >> เล่นไพ่เอาตังค์สิเล่นเอง[เสียงหัวเราะ] ไม่ได้เล่นบอล >> เออๆๆแต่เป็นการล้อเล่นเป็นกีฬาเออ [เสียงหัวเราะ]ๆ >> เออ >> เออเออแต่ >> แทงบอลก็ถึงขนาดแทงบสุดๆแล้วไอ้พวก เสียงบอทั้งหลายเนี่ยรุ่นหลังกู >> รุ่นหลังผม 30 ปี >> 40 มั้งไม่ 30 [เสียงหัวเราะ] >> อือือๆแต่ว่าแต่ว่า >> เพราะผมคิดว่ามันโอเคมันอยู่ที่จังหวะ สังคมหรือว่าเราหาจุดที่เราจะทำอะไรของ เราบางคนก็ออกจากป่าเค้าก็เค้าก็ไปทำ NGO >> อื >> เไปทำงานพัฒนาชนบทก็ทำงานเคลื่อนไหวแบบ พวกคุณอ >> อือ >> เอ่ออย่างคุณมาทำอะไรพวกเนี้ย >> อือ >> ใช่ป่ะแต่ผมผมไม่ถนัดผมทำไม่ได้ผมเคว้ง คววางของผมใช่มันจะเป็นอย่างเงี้ยนะแต่ว่า สังคมมันอยู่ในจังหวะที่มันแบบว่าเดี๋ยว จังหวะของมันเนี่ยนะมันก็เกิดการเปลี่ยน แปลงใช่ป่ะผมอยู่สักช่วงมันก็เกิดปี 35 >> อืออือ >> นะผมทำหนังสือพิมพ์ไปประมาณ 4 3-4 ปี >> อือ >> มันก็เกิด 35 ใช่มั้ยโอเคแล้วมันก็เกิด 40 เกิดการเคลื่อนไหวรัฐธรรมนูญ 40 >> อืมันมีจังหวะของมันเดี๋ยวเดี๋ยว >> สังคมมันจะดำเนินไปอ่ะ >> ใช่มั้ยงั้นหนูสรุปแบบนี้ได้มั้ว่า >> เอ่อสภาในสภาวะสิ้นหวังแบบเนี้ยจะบอกว่า ให้ทำใจก็อาจจะดูเลื่อนลอยใจร้ายเกินไปดู ไม่มีผลแต่แต่ว่าหนูหนูพูดอย่างงี้ได้ว่า มันคือการที่เราต้องตั้งหลัก >> ใช่ >> เราต้องตั้งหลักให้เจออ่ะ >> ใช่ >> คืออย่างน้อยอ่ะเราจะหมดหวังเราจะสิ้น หวังอะไรยังไงก็ได้เราจะท้อแท้กับการ เมืองเราจะหมดไฟเราจะไม่มีใจทำงานเราจะ ไม่อยากทำไม่อยากตามเนื้อหายากแต่ว่าแบบ ได้จังหวะแบบเนี้ยมันคือจังหวะที่เราต้อง ตั้งหลักอ่ะหาหลักให้เจอว่าเรายัง ว่าเราจะยังทำอะไรได้อีกบ้างตามความฝัน ที่เรายังคงฝันอยู่อ่ะเออ >> แต่ผมผมจะบอกว่า ในยุคสมัยพวกคุณเนี่ย มันหมุนเร็วโลกมันหมุนเร็วขึ้นและความ เปลี่ยนแปลงมันเร็วขึ้นอีก >> อืใช่ >> มันเร็วกว่า ผม >> เร็วมากๆ >> เร็วมากๆแล้วมันแล้วมัน >> บางทีมันตั้งหลักไม่ทันนะ >> แล้วมันคาดเดาไม่ได้ยิ่งกว่า >> อื >> ใช่มั้ยเหมือนกับคุณคาดเดาไม่ได้ว่าเ้า ไอ้[ __ ]อยู่ๆ อ่ะเอาตั้งแต่ยุคผมก็ได้เอ้าเหมือนกับ เอ่อนายวันๆอย่างเงี้ย >> อื >> กูนั่งดูทีวีทำข่าวอยู่กันน่ะเฮ้ยนั่นมัน หนังหรือเปล่าวะ >> อื >> เครื่องบินพุ่งชนตึกเอมไพรสเตage >> ใครจะไปคิดอื >> เครื่องบินพุ่งตึกเอมไพรสอย่างเงี้ย >> อื >> เหมือนรุ่นพวกคุณมาเนี่ยผมเห็นพวกคุณเห็น ไอ้ลุ้งขึ้นไปประกาศปฏิรูปสถาบันแล้วผม ช็อกผมอ้าปากค้าง [เสียงหัวเราะ] >> ผมอ้าปากค้าง >> อือๆใครจะไปคิด >> ใช่มั้ยอืออื >> เออเลือกตั้งปี 6 ผมก็ไม่คิด >> อื >> ใช่มั้เออ เลือกตั้งแบบเอ่อทรัมป์[ __ ]ขึ้นมาเป็น ประธานีได้ยังไงวะไอ้[ __ ]อะไรอย่างเงี้ย รัสเซียบุกยูเครนเอ้[ __ ]บ้ากันไปแล้วโลก >> อือๆ >> ทำ[ __ ]ระเบิดอิหร่านถล่มอย่างเงี้ย >> อืออือคือมันเป็นมันเป็นหลายสิ่งหลาย อย่างที่เราไม่คิดหรอกทั้งด้านดีและด้าน ร้ายนะ >> ค่ะ >> นะงั้นโลกนี่มันหมุนหมุนเร็วแล้วมันผัน ผวนกว่าที่กว่ายุคสมัยผมเยอะมากแล้วคาด เดาไม่ได้ >> ค่ะ >> ทุกสิ่งทุกอย่างมันคาดเราไม่ได้เมื่อเรา อยู่บนสิ่งที่คาดเดาไม่ได้คุณอย่าไปมอง การแพ้เลือกตั้งของพรรคส้มครั้งเนี้ย มันเป็นอะไรที่แบบโอ๊ยหมดหวังกูชิบหายกู แพ้ไปอีก 10 ปี >> บ้าเหรอ ผมบอกว่ามันจะเกิดสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ให้ คุณเห็นเนี่ย อีกไม่นานหรอกผมไม่เชื่อว่า[ __ ]นานเลย >> เออ >> คือผมคิดว่าเดี๋ยวมันก็เกิดอะไรขึ้นมาอีก เดี๋มันก็เกิดอะไรขึ้นมาอีกอย่างที่ >> อย่างที่เราไม่คาดคิดอ่ะ >> ใช่ๆ >> เพราะงั้นบอกว่าให้ทายเหตุการณ์ไปข้าง หน้าไม่ใช่หรอกตอบไม่ได้ >> อื >> มันจะมีสิ่งที่ตอบไม่ได้เกิดขึ้นมาเต็มไป หมด >> เต็มหมดเลย >> เพียงแต่บางสิ่งมันอาจจะรู้เป็นสิ่งที่ ค่าดาไม่ได้ที่เราคิดว่า มันเราไม่คาดคิดแล้วมันเป็นผลร้ายอ่ะ >> อื >> ใช่มั้ย >> อื >> เราจะต้องอยู่กับสภาวะอย่างงี้ใช่ป่ะไอ้ โลกวิกฤตสังคมวิกฤตเนี่ยแล้วเราจะรู้สึก ว่าโอเคแต่เราจะต้องตั้งหลักให้ได้แล้ว แล้วเราจะเราจะแบบว่าหลักการของเราอยู่ ตรงไหนความคิดของเราอยู่ตรงไหนการที่จะ เดินไปข้างหน้าอยู่ตรงไหน >> ชีวิตจะไปทำยังไงจะทำชีวิตมันไม่ใช่ทุกคน ที่มันจะมาอยู่ในแวดวงของการเคลื่อนไหวไป ทำงานพรรคประชาชนไปเป็นผู้สมัครสส.มัน เป็นอย่างงั้นทุกคนไม่ได้ >> อืถูกๆ >> เออจะมาทำแบบงานแบบพวกคุณทำงานเคลื่อน รัฐธรรมนูญทุกคนมันก็ไม่ได้มันจะมันจะมี ที่ทางที่มันต้องไป >> อ >> อะไรเงี้ยแต่คุณจะมีหลักยังไงที่คุณจะแบบ ว่าเอ่อมีสติของตัวเองอยู่ยังไงอ่ะ >> อื หลังแรกคือ >> แล้วยังมีจินตนาการอย่างที่ว่า >> เออเนี่ยอย่างแรกคือตั้งหลักอย่างที่ 2 คือยังต้องฝันให้ได้อยู่ >> เออยังต้องฝันต่อคือหนูแค่รู้สึกว่าสิ่ง ที่เราต้องย้ำเตือนเตือนกันตลอดนะก็คือ ว่าพลวัทางการเมืองมันก็ไปเรื่อยๆอ่ะเดี๋ มันจะต้องมีจังหวะทางการเมืองตามจังหวะ ของมันอยู่มันจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ตามจังหวะใหญ่ๆอยู่แล้วเอ่อสิ่งที่เราควร จะต้องทำมันคือการตั้งหลักและเตรียมความ พร้อมมากกว่าว่าเมื่อถึงจังหวะที่มันลูก ผีลูกคนหรืออะไรก็ไม่รู้หรือว่าเราคาดคิด ไม่ได้ขึ้นมาเนี่ยแล้วเราจะตอบโต้กับมัน ยังไงถ้าเราตั้งหลักได้แล้วเราหลักเรา แข็งแรงพอหนูคิดว่าแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ ที่เราไม่คาดคิดอ่ะแต่เราก็จะตอบโต้ได้ ทันเออเราจะรู้ว่าเราจะต้องเอายังไงหรือ อย่างน้อยเราจะรู้ว่าเราจะเลือกที่จะฝาก ความหวังไว้ที่คนส่วนไหนอะไรแบบเนี้ยเออ แต่ว่านี่แหละก็อยากจะบอกกับหลายๆคนเนาะ คือช่วงนี้มันไม่รู้ว่าพี่ถึกเจอเหมือน กันหรือเปล่านะแต่ว่าตัวมาเองมาก็เจอ เพื่อนหลายคนที่เหี่ยว >> อื >> ยังซึมไม่หายยัง แรงยังกลับมาไม่ค่อยเต็มร้อยอะไรอย่าง เงี้ยเออมีไอ้รุ่นผมไม่เจอ[เสียงหัวเราะ] ไอ้รุ่นผมมันชินซะแล้วมันมีเฮิรตกันบ้าง อ่ะ >> แต่มัน >> เฮ้ยมึงก็มึงแพ้มาตั้งกี่ครั้งแล้วอ่ะ >> ถูก[เสียงหัวเราะ]เออคือซึ่งซึ่งหนูก็เลย พูดแบบนี้นะว่าแบบว่าเฮ้ยเราก็ยังไม่เคย ชนะไม่ใช่หรอวะก็เสมอตัวอยู่นะเออแต่ว่า ไอ้ไๆทุกๆการเปลี่ยนแปลงทุกๆการถกเถียง เยอะๆที่มันเกิดขึ้นหลังจากหลังจากที่ ผ่านมาเนี่ยมันคือกำไรไม่ใช่หรอวะเฮ้ยนี่ แหละมันคือกำไรที่มันยังคงเป็นเครื่องยืน ยันว่าการเปลี่ยนแปลงมันยังคงดำเนินต่อไป เว้ยเรายังต้องมีหวังกับเรื่องพวกนี้เว้ย เออก็แม้ว่ารัฐบาลจะดูยากๆตอนนี้เอ่อ รัฐบาลอนุทินเนี่ยมาให้ฉายาเอีกอีกนิดนึง แล้วกันนะรู้สึกว่ามันเป็นฟิลแบบพลัง ประชารัฐพรีเมี่มอ่ะ >> อือ >> มันเป็นยุคประยุทธพรีเมี่มอ่ะคือไม่ใช่ แค่แบบยุคประยุทธ์แต่ว่ามันมีทั้ง >> เอ่อโอเคมันจะบอกว่าไงดีวะมันมันสร้างภาพ เก่งกว่ามันเล่นเป็นกว่าอ่ะ >> ไม่คือ[เสียงหัวเราะ] มันมีความเป็นนักการเมืองอ่ะเดี๋เราข้าม ประเด็นตรงนี้แล้วแต่เราจะยืนยันว่า >> ใช่ป่ะผมคิดว่า >> ผมยังยืนยันว่าความผันผวนที่มันเกิดขึ้น ของของระเบียบอำนาจไทยแล้วก็ของโลกด้วย อะไรเนี่ย >> มันมันจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด >> อื >> แล้วผมยังคิดว่า >> เอ่อตัวอำนาจเสาหลักของไทยเองเนี่ย >> อื >> มันคลอนแคลนอยู่แล้ว >> อื >> มันคลอนแคลนแล้วมันเพียงแต่ว่า >> มันดูเหมือนว่าระยะนี้มันนิ่งชั่วคราว >> อืม >> มันไม่มีทางที่จะนิ่งอยู่อย่างงี้ มันมันยาวอยู่ได้หรอกค่ะ >> คือคือ ความผันผวนตัวเนี้ยนะมัน หลีกเลี่ยงไม่พ้นอ >> มันหลีกเลี่ยงไม่พ้น >> การจมดิ่งของตัวอำนาจอำนาจหลักทางศีลธรรม อะไรต่างๆเนี่ยมันมันหลีกเลี้ยงด้วยพ้น >> อ >> เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้นเนี่ยนะมัน มีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆอ >> เพียงแต่เราอาจจะดูว่าสภาวะชั่วคราวอ่ะ ใช่มั้สภาวะชั่วคราวเนี่ยตัวรัฐบาลนี้มัน ขึ้นมาแล้วเหมือนมันจะ >> อ >> อยู่ได้เหมือนมันจะแบบโอ้โหแบบยิ่งใหญ่ มากเออรู้สึก >> อ >> เจ๋งมากอะไรเงี้ยนะมีทีมงานดีๆไปหมดเลย แต่ปัญหามันก็ซ่อนอยู่ตรงนั้นมันปัญหามัน ก็ยังเห็นกันโต้งๆอยู่ไม่ใช่ซ่อนหรอก >> ค่ะ >> โดยเฉพาะปัญหาเรื่ององค์กรอิสระเรื่อง ความไม่ยุติธรรมเรื่องอะไรต่างๆเนี่ยนะ >> แต่ว่าเพราะฉะนั้นไอ้สิ่งเหล่าเนี้ยมันรอ แต่วันที่จะเปลี่ยนแปลงใช่ป่ะส่วนไอ้พรรค ประชาชนเหรอมันก็ดูแย่อย่างเงี้ย >> อื >> ผมแซวอยู่อย่างผมบอกเมื่อปี 62 หรือปี 66 อ่ะไอ้พรรคประชาชนนี่มันบริหาร จัดการดีกว่านี้หรอวะ >> อืม >> มันบริหารจัดการดีกว่านี้ป่ะ >> มันก็รั่วเหมือนกันใช่มั้ >> เออ >> ใช่มั้ย >> อื >> ไม่ว่ามันจะทำอะไรไม่ว่ามันจะการคัดคนจะ อะไรต่างๆเนี่ย >> อือ >> หรือจะทำอะไรต่างๆเนี่ย >> มันก็รั่วๆหมดอ่ะ มันรั่วมาตลอดอ่ะ >> อื >> มันไม่ได้เปลี่ยนหรอกแต่เออแต่ว่าอาจจะมี เออจริตบางอย่างหายไป >> ไม่คือเออ >> มันไม่มีจุดเดียวคือ >> มันไม่มีสิ่งเดียวที่มันขาดสิ่งเดียวที่ มันขาดหายไปคือการโอกาสของการแสดงให้เห็น ความกล้าหาญทางการเมืองใช่ป่ะ >> อื >> ตอนนั้นมันมี 112 >> อื >> ใช่มั้ยตอนนั้นมันมีเรื่อง 112 >> แต่นั้นมันมีความความกล้า่าเรื่องที่จะชน เพดานเรื่องการปฏิรูปกองทัพ >> อื >> เรื่องอะไรแบบเนี้ยยกเลิกเกณฑ์ทหารใช่ป่ะ >> อื >> ความกล้าที่จะที่จะปะทะความกหารทางนักการ เมืองที่จะปะทะกับกองทัพ >> อ >> แล้วแต่ว่าพวกเนี้ย 112 มันถูกถูกบังคับ ให้พูดไม่ได้อีกแล้ว >> ค่ะ >> อย่างเงี้ย >> นะหรือว่าการแสดงออกเรื่องอื่นๆเนี่ยมัน ถูกบังคับด้วยกระแสอะไรต่างๆมันทำให้แบบ มันโทรมลงไป >> อื >> ใช่แล้วมันหาจุดหาตัวแทนอะไรหาประเด็น ใหม่ไม่ได้ >> ค่ะ >> อาจจะยังหาประเด็นใหม่ไม่ได้หรือว่าโอกาส ของการที่จะแสดงความ อะไรการกระทุ้งเพดานทางการเมืองเนี่ยอ >> มันยังไม่เจอ >> มันยังไม่มันยังไม่ถึงจุดนั้นใช่ป่ะอแต่ ว่าไอ้ความความรั่วความมีปัญหาในการ บริหารของพรรคมันน่ะ >> อือ >> ขึ้นๆลงๆขึ้นๆลงมันก็มีมาตลอด >> อ >> มันไม่ใช่เฉพาะตอนติ่งเป็นเลขามันไม่ >> มันก็มีมาตลอดใช่ๆมีมาตลอดอ >> มันมีมาตลอดใช่มั้ป่ะงั้นผมบอกว่าเวลาที่ มันแสดงความกล้าหาญทางการเมืองอ่ะนะคุณก็ จะรู้สึกว่าจานกับจอแจมมันไม่ได้ต่างกัน >> อื [เสียงหัวเราะ] >> อื >> ใช่ป่ะ >> แต่แต่เออแต่แต่หนูก็ >> แต่เวลาที่มันเป็นพอมันแตกประเด็นมาสู่ ความขัดแย้งเรื่องอื่น >> อื >> มันก็จะมีปัญหาของมันที่แตกต่าง >> อื >> ใช่มั้ย >> เพราะงั้นเรื่องของเรื่องของการเมืองเวลา เรามองพรรคประชาชนในภาพรวมที่ถอยกลับมา มองใหม่เนี่ยต้องบอกว่ามันอยู่ที่จังหวะ ที่ว่าคุณจะเกิดการแสดงความกล้าหาญทางการ เมืองมั้ยถ้ามันเกิดจังหวะอันนั้นแล้วไอ้ ปัญหาที่คนวิพากษ์วิจารณ์ที่อะไรต่างๆมัน ก็มันก็จะคล้ายๆกับว่าเอ่อเป็นเรื่องรอง ลงไปแต่ไม่ได้บอกว่ามันไม่ต้องแก้นะอือ >> มันต้องแก้นะแต่หมายถึงว่าความเป็นเรื่อง หลักเรื่องรองอ่ะนะมันจะเรื่องหลักถ้ามัน ถ้ามันไปสู่จุดที่เมื่อไหร่ที่มันเป็น ประเด็นที่ต้องแสดงความกล้าหาญทางการ เมืองแสดงจุดยืนอะไรต่างๆเนี่ยนะอันนั้น น่ะอมันก็จะมันก็จะกลับมาใช่ป่ะมันก็จะ กลับมาเหมือนกันกับขบวนอ >> ขบวนการต่อสู้ทางสังคมทางการเมืองนี่แหละ ทั้งหมดเนี่ยในภาพใหญ่อ่ะ >> อ >> ถ้ามันมีเรื่องที่คุณแบบต้องนะมันต้องมี มันมีประเด็นที่รวมศูนย์เมื่อไหร่อ่ะ >> อือๆ >> มันมีประเด็นที่รวมศูนย์แล้วก็กระทุ้งการ เปลี่ยนแปลงอ่ะใช่ป่ะความเข้มแข็งความ กระตือรือล้นเดี๋มันก็กลับมา >> อืหนูคิดว่าสิ่งนึงที่เป็นอีกปัจจัยสำคัญ สำคัญนึงก็คือการตีโจทย์ให้แตก >> อืมคืออันนี้คือพูดถึงเวลาเราจะทำงานสื่อ สารสาธารณะหรือว่าโอเคแบบว่าจะทำงานรง อะไรแบบนี้นะหนูคิดว่า เอ่อก็ก็ไม่ได้บอกว่าไอ้ฝั่งพวกขบวนภาค ประชาชนอะไรมันคิดกันโจทย์แตกอะไรนักหนา นะแต่ว่าเอ่อถ้าเปรียบเทียบการเลือกตั้ง อันนี้ขอแวพูดถึงพักส้มนิดนึงถ้าเปรียบ เทียบการเลือกตั้ง 2 ครั้งเนี่ยเอ่อการตี โจทย์เห็นได้ชัดว่ามันตีโจทย์กันคนละแบบ การชูตั้งแต่รอบนั้นเรื่องโอเคกันหรือ โครงสร้างอะไรอย่างเงี้ยแต่พอมารอบนี้มัน เป็นการสู้กับความอะไรเทาๆมีเราไม่มีเทา หรือกว่าใครอะไรแบบเนี้ยเออหนูคิดว่ามัน ส่งผลต่อมุมมองบางอย่างที่ไม่เคลียร์สัก เท่าไหร่เออ ไม่รู้ว่าพี่ถือเขเหมือนกันกับหนูมั้ยแต่ ว่าหนูรู้สึกว่าเอ่อแคมเปญไอ้มีเราไม่มี เทารอบเนี้ยมันไม่ปังมันมันคนไม่คนคนไม่ ซื้ออ่ะมีบางส่วนที่ยังคงข้อสงสัยอยู่ เยอะมากแล้วก็อันเนี้ยมันเป็นจุดที่แตก ต่างกันกับการเลือกตั้งรอบที่แล้วเพราะ ว่าการเลือกตั้งรอบที่แล้วเนี่ยคนมันเก็ต ว่ามาเพราะอะไรอ่ะมาทำอะไรมัน >> อันนั้นมันคือมีเราไม่มีลุงไง >> อ่า >> ไอ้นั่นมันชัดมันเป็นมันเป็นจุดที่ว่ามัน มันเป็นปะทุของสังคมพอดีแล้ว >> อ่า >> ตอนนั้นคือไม่เอาประยุทธ์ >> [ __ ]ไม่มีใครเอาประยุทธ์แล้วอะไรอย่าง เงี้ยใช่ป่ะ

เอ่อ คนพักส้มที่มันแสดงออกชัดเจนที่สุด ไม่เอาประยุทธ์แน่ๆ

อื

ถึงได้คะแนนเยอะที่สุดใช่มั้ยทีนี้ ไอ้มีส้มไม่มีเทาเราจะว่าผิดหรือมั้ย ก็ไม่ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว แต่เหมือนกับว่ามันมันไม่ใช่จุดสำคัญของการเลือกตั้งอ่ะ มันเป็นแค่แบบ มันไม่ใช่ธงสำคัญของการเลือกตั้งอ่ะ ใช่ป่ะ

อื มันมัน

มันไม่อ่อ

มันไม่ได้เชียร์เชิญให้คนกา หนูพูดตรง

คือมันไม่ใช่สิ่งอะไรเป็นประเด็นหลักที่คนต้องการในการเลือกตั้ง

เออ

นะ ประเด็นหลักของคนไม่ใช่แบบเรื่องเทาไม่เทา

เออ

ประเด็นหลักของคนนี่คือเรื่องของการแก้ปัญหาประเทศ

การกินรวบอะไรแบบเนี้ย

เออ การแก้ปัญหาประเทศอะไรต่างๆเงี้ย คือ

คือถ้าจะเป็นแบบส้มคือ เอ่อ เรื่องสู้ เรื่องการกินรวบอย่างที่คุณว่าก็ได้ก็ได้ใช่ป่ะ แต่ทีนี้มันไปรณรงค์หรือสแกมเมอร์ตอนนั้น

แล้วมันก็คิดว่าไปไปถลำกับเรื่องนี้มากเกินไป

ใช่ป่ะ

อ่า

แล้วก็อาจจะเพราะว่าด้วยกระแสชาตินิยม ด้วยหรือเปล่า เลยรู้สึกว่าพอต้องขยายฐานให้กว้างขึ้น ไปเอาใจ ไม่ใช่ไปเอาใจสิ ไป เออ เมื่อต้องขยายฐานให้กว้างขึ้นน่ะ เอ่อ คนในสังคมไทยส่วนใหญ่ก็คือโอเค ทัศนคติคนดีก็คือจะไม่ชอบคนโกง อือ อ่า อ่า อาจจะด้วยจุดนั้นด้วยหรือเปล่า พอมีเรื่องชาตินิยมออกมา อาจจะเสียคะแนนจากเรื่องชาตินิยม แล้วก็รู้สึกว่าโอเค เอาพอยท์นี้ยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการในการหาเสียงดีกว่า อะไรอย่างเงี้ย เออ หนูก็ไม่รู้นะว่าคิดยังไง ว่าประเด็นประเด็นหลักของมันคือ

จุดจุดสำคัญของพระส้มคือ

อยากเป็นรัฐบาล

อื

แล้วก็เลยคิดว่า เขาพูดมาตั้งแต่นานแล้วไม่ใช่ไม่ใช่ก่อนมีกระแสเรื่องเขมรนะ

อือๆ

ไม่ใช่ ไม่เค้าพูดมาก่อนแล้วก็บอกว่าครั้งที่ 3 ของเค้าเนี่ยคือต้องแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมจะเป็นรัฐบาล

อื

เขาไปมุ่งตรงนั้นมากไง เห็นมั้ย เขาไปมุ่งตรงนั้นมากแล้วเขาก็รู้สึกว่าไอ้ แล้วไอ้จุดที่มันจะให้แสดงความกล้าหาญทางการเมืองแบบชนเพดานมันก็ไม่ค่อยมีแล้ว

อือๆ

มันไม่มีให้แสดงแล้วจริงๆนะ แล้วเรื่องชาตินิยมเค้าก็พลาดไปตรงที่ผมคิดว่าพลาดไปตั้งแต่แรกแล้วก็เลยแบบตั้งหลักไม่ได้ว่าจะเอาจะชนกับเรื่องชาตินิยมตรงไหนดี

มันกลายเป็นถูกชาตินิยมถล่มไปหมดอย่างเงี้ยนะ

มันตั้งหลักไม่ได้นะ แล้วก็พยายามที่จะแสดงความพร้อมในการเป็นรัฐบาลแล้วก็ไปชูเรื่องมีส้มไม่มีเทา

อือๆ

นี่แซวให้ฟังนิดนึงเรื่องมีส้มไม่มีเทาเนี่ยนะ แนะนำให้ทุกท่านไปอ่านบทความในวันโอวันนะครับ

ค่ะ อันไหนเอ่ย

เอ่อ นี่บทความในวันโอวันไม่ใช่เรื่องมีสุ เค้าไม่ได้พูดเรื่องนี้หรอก เค้าพูดเรื่องบ้านใหญ่

อื

นีโอบ้านใหญ่ใช่ป่ะ

อื

มรดกรัฐประหารในยุคน้ำเงินเขียวเติบโต

นะ โดยสุธิการมีจั่น อันนี้เป็นอาจารย์นะ ครับ

อืม

อาจารย์วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นี่เป็นคนที่ทำวิจัยเรื่องบ้านใหญ่

ค่ะ

โดยตรง

ค่ะ

ทำวิจัยการเมืองเรื่องบ้านใหญ่โดยตรง

อยู่ในเว็บไซต์ว่าโอวาไปหาใช

ค่ะ

ใช่มั้ยฮะ นี่ไปอ่านดูเห็นคนคนชอบเอามาเอ่อ บางทีพวกแบกเ้าก็ชอบแชร์

อื

คือหมายความว่าอาจารย์ก็อธิบายว่ามันไม่ใช่เรื่องของการซื้อเสียงที่มันแบบมาในช่วงเลือกตั้ง อันนี้เราก็รู้อยู่แล้วล่ะ

ค่ะ

แต่แกอธิบายได้ลึกซึ้งมากในหลายเรื่อง

ค่ะ

อืม แล้วคำแกก็คมด้วย

อืม

อย่างเช่นพูดเรื่องมีส้มไม่มีเทา

อืม

อาจารย์ก็บอกว่ามันก็คือ ชาวบ้านคนไทยอ่ะเล่นหวยกันทุกบ้านนะ

อืม [เสียงหัวเราะ] ใช่ๆ อันนี้ปฏิเสธไม่ได้นะ เออ ปฏิเสธไม่ได้นะ

คือคือแกอธิบายได้ดีหลายเรื่อง อธิบายได้ดีเรื่องค่ะ

เรื่อง เอ่อ รัฐประหาร 57 เนี่ย

ค่ะ

มันส่งผลยังไงกับกับไอ้ไอ้ระบบบ้านใหญ่ในท้องถิ่น

อันนี้ เนื่องจากว่ารัฐประหาร 57 เนี่ยมันแช่แข็งการเลือกตั้งท้องถิ่นใช่ป่ะ จำได้ใช่ไหม

อือื

ประยุทธมันใช้ ม.44 แช่แข็งไอ้พวกนายกเทศมนตรีพวกนายก อบจ.อะไรหมด

แล้วก็เลือกเฉพาะพวกเฉพาะอะไรต่างๆ แล้วก็ปล่อยมา

ค่ะ

แขวนเอาไปแขวนน่ะ เอาไปแขวนเป็นลายแล้วก็ปล่อยมา

ค่ะ

ไอ้คนที่มันเป็นเครือข่ายของเพื่อไทยอ่ะ มันโดนเล่น

อืม ค่ะ

ถ้าไม่ยอมจำนนไม่ยอมพลิกข้างอะไรเนี่ย มันโดนเล่นหมดใช่ป่ะ ไอ้คนที่มันเป็นเครือข่ายภูมิใจไทยมันฉลาด มันวิ่งเต้น

ค่ะ

ใช่มั้ย และไอ้ระบบรวมสูงของยุคประยุทธ์ อำนาจมันไปอยู่ที่ผู้ว่าอยู่ที่อะไรหมด ไอ้พวกนี้ก็กลับ มันก็คือมันก็ทำให้บ้านใหญ่แกเรียกว่านีโอบ้านใหญ่ บ้านใหญ่เนี่ย มันก็พยายามที่จะเข้าไปหาแบบพวกผู้ว่า คือมันพึ่งผู้ว่า พึ่งราชการ พึ่งอะไรมากขึ้น

ค่ะ

แล้วมันวิ่งเต้นเป็นใช่ม. ไอ้พวกที่เว่งเต้นไปก็อยู่รอด

อื

เพราะฉะนั้นถ้าเราดูภาพรวมๆล่ะ คือเราก็เห็นตั้งแต่ยุคประยุทธ์อ่ะ เนวินอยู่รอดอ่ะ ในวินอยู่ได้ เห็นป่ะ พวกเครือข่ายในวินเค้าก็เป็นแบบเนี้ย เค้าเรัฐประหาร 57 เนี่ยไม่ได้สะเทือนเ้ามากนัก

อื

นะ แล้วถัดมาพอเป็นรัฐมนตรี นะ แกบอกว่าพอพอภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลในยุคประยุทธอ่ะ สิ่งที่ภูมิใจไทยมันแตกต่างจากคนอื่นก็คือว่า ไอ้พรรคการเมืองอื่นน่ะอาจจะคิดแค่ขอไปเป็นรัฐบาล ได้งานประมูล ได้หัวประมูลอะไร เสร็จตัวเองก็ไป

อ่า

ภูมิไทยมันคิดไกลกว่านั่น

ค่ะ

มันทำให้กระทรวงนั้นน่ะกลายเป็นของมันในแง่ในแง่ข้าราชการ

ค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม นะ

มันมีจังหวะการสร้างบารมีซื้อใจคนไว้เอ การสร้างบารมีอะไรต่างๆเงี้ย

แล้วทำให้ดึงคนในกระทรวงมาเป็นของตัวเอง เห็นมั้ ผู้บัญชาไทยมันมันวางรากตัวนี้มา

งั้นเค้าเเเเเเเดินมาตลอด

เค้าเก่งการจัดตั้งเนาะ

เออ เค้าเก่งการจัดตั้ง คือแต่ผมชอบที่แกอธิบายหลายๆเรื่องอ่ะ มันแนะนำให้อ่านดู

คือแกอธิบายแกไปบอกว่าอ

แกไม่ได้บอกว่าไอ้ อะไรนะ โรแมนติไซส์ชนบทอ่ะ แกไม่ได้บอกว่าโรแมนติไซส์ชนบทบอกว่า ชาวบ้านเนี่ยเค้าเอ่อ คล้ายๆกับว่าเ้ารับเงินอะไรต่างๆ เพราะว่ามันเป็นเรื่องสายสัมพันธ์เรื่องความผูกพันอะไรอย่างเดียว

ค่ะ

เอ่อ แกก็บอกว่าจริงๆอ่ะ ถ้าคุณเข้าใจอ่ะ คือบางทีชาวบ้านแสบกว่าคนเมืองอีก

อื

ใช่มั้ย คนในเมืองเนี่ยคุณไปบอกว่าถ้าแบบว่าถ้าเบอกว่าเลือกเบอร์ไหนแล้วอ่ะ คือเลือกเบอร์นั้นนะ

อื

แต่ชาวบ้านนี่แสบกว่า เพราะชาวบ้านนี่รู้ คนชนบทรู้รู้จักการต่อรอง

อื [เสียงหัวเราะ]

รู้จักการต่อรองมาตลอดอื

ใช่มั้ย คนจะบดแสบกว่าเยอะ [เสียงหัวเราะ]

คือผมขำอ่ะ ผมบอกว่าอย่าไปโรแมนติไซตชนบทนะ ไอ้พวกแบกชอบเราใช้ชนบทบอกว่าคล้ายๆกับว่าเนี่ย 1 เพราะความผูกพันเพราะการช่วยเหลืองอะไรมันใช่แหละ

อื

เออมันใช่แหละ บ้านใหญ่มันช่วยเหลือมันดู แลอะไรต่างๆแหละ แต่คุณก็ต้องรู้ว่าชาวบ้านก็ไม่ได้โง่หรอก

ใช่

ผมผมเห็นแต่ผมเลือกผมไปช่วยงานหาเสียง เลือกตั้งปี 29 อ่ะ ผมชอบเล่าให้ฟังอ่ะ เออ วันเลือกตั้งนะ ผู้สมัคร สส.มันต้องอยู่บ้านใช่ป่ะ

ค่ะ

เค้าเไม่ออกไปไหนแล้วต้องไปใช้สิทธิ์ที่หน่วยตัวเองแล้วก็กลับบ้าน

เห้ามหาเสียงแล้วตั้งแต่สมัยนั้น

กลับบ้าน

โห ชาวบ้านมาเคาะประตูเว้ย เออ มากันเป็นหมู่จากหมู่บ้านน่ะ

ค่ะ

ท่าน สส.อือ อยู่มั้ยอนอนหลับทรัพย์ 10 อะไร มันนอนอยู่ได้ เออ หมู่บ้านผมอ่ะตั้ง 200 เสียงจนป่าชะนี้ยังไม่มีใครไปเลย [เสียงหัวเราะ]

เนี่ย จะไม่ได้เป็น สส.นะ

ค่ะ

คุณจะดูนั่น ปี 2529 นะ 40 ปีนะ

ค่ะ

ชาวบ้านโง่ที่ไหนล่ะ แสบขนาดไหนล่ะ เดินมาเคาะประตูถึงบ้านน่ะ บอกว่าที่บ้านไม่มีคนไปจ่ายตังค์เลยอ่ะ

ที่หมู่บ้านตัวเองไม่มีคนไปจ่ายตังค์เนี่ย เดี๋ยวสอบตกนะ

โธ่ [เสียงหัวเราะ] มันโลมติไซส์ชนบทบ้าบออะไร

เพราะในมุมนึงคนเหล่านั้นเค้าไม่เคยไปเจอจริงๆป่ะ ไม่เคยไปเจอในตงลงพื้นที่จริงๆป่ะ หรือว่าไม่เคยเจอความแข็งแรงของชาวบ้านจริงๆ [เสียงหัวเราะ] ก็เลยแบบอื คิดว่าเค้าทำอะไรไม่ได้หรอกเลยแต่ว่า เออจริงๆ หนูว่าอย่างมันเป็นอย่างที่พี่ถึกว่าแล้ว จริงๆ เราต้องอย่ามองว่าอันอันนี้พูดถึงหลายๆคน ด้วยนะที่มองว่าเฮ้ยเนี่ยที่ประเทศไม่ได้เปลี่ยนเพราะคนไทยยังไม่ไปไหนอะไรอย่างเงี้ย ยังไม่ฉลาดหรืออะไรอย่างเงี้ย จริงๆ ไม่ใช่นะเว้ยเฮ้ย แต่เค้าต้องเราต้องคิดดีว่าอะไรที่มันซื้อใจคนเหล่านั้นไม่ได้ ต่างหาก

อือ

เออ เพราะเคต้องเเลือกตัดตสินใจด้วยตัวเเอง คนเราทุกคนนี่มันตัดสินใจบนความที่ว่า โอเคแล้วเอ่อเอ่อเราจะอยู่รอดยังไงอย่างงี้มากกว่าถูกมยเออ เพราะฉะนั้นเนี่ยแสดงว่าสิ่งที่มันขายไปก่อนหน้านั้น

มันไม่เข้าเป้าเท่านั้นแหละ

เออ มันไม่เข้าเป้าเค้า มันซื้อใจเค้าไม่ได้แค่นั้นแหละ

อื เพียงแต่เวลาเข้าเป้าเนี่ยในแง่ สส.ระบบตัวบุคคล

เออ

ใช่ป่ะ เอ่อ ในแง่ระบบตัวบุคคลเนี่ยบางทีมันต้องมีเงินมีอะไรต่างๆในพื้นที่มีบารมีพอสมควร มันก็เลยลำบากที่พรรคส้มมันจะชนะ งั้นคุณอย่าไปคิดแบบว่าโอ้โหแบบที่มันแพ้การเมืองบ้านใหญ่เนี่ยมันอวสาแล้ว ประเทศไทย [ __ ]ยังไงก็แพ้ตลอด

ไม่ใช่

ใช่

ไม่ใช่ มันยังมีโอกาสของมันอยู่ไม่ใช่ไม่มี

แต่ว่ามันต้องมีวิกฤต มันต้องไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญไปสู่อะไรต่างๆที่ที่มันต้องที่มันต้องเปลี่ยนแปลงได้อย่างเช่นผมยกตัวอย่างง่ายๆ วิธีที่คุณจะเอาชนะบ้านใหญ่เนี่ยในทางการเมืองนะและชอบธรรมด้วยนะค่ะ

คือการเพิ่ม สส.ปฏิทธ์

อือื

ก็จริง

อื

ไม่ได้บอกว่านี่คือแบบเอางั้นกูเพราะว่า งั้นกูแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้พรรคประชาชน ได้ ส.ส.มากขึ้น พรรคประชาธิปัตย์มันก็ได้เอา

อืม

พรรคเพื่อไทยก็ได้นะ

ค่ะ

พรรคเพื่อไทยก็ยังมีคะแนนนิยมของพรรคสูงกว่าไอ้สูงกว่าตัว สส.นะ

สูงกว่าจำนวน สส.อย่างเงี้ยใช่ป่ะ ทำให้มันเป็นมันเป็นผลการเลือกตั้งมันเป็นคะแนนพรรคมากขึ้น

อื

ใช่ป่ะ เอออันเนี้ระบบเลือกตั้งมันก็มันก็ทำได้ มันมันเป็นมันเป็นแบบแคว่ามันไปลดทอนไอ้การเลือกตัวบุคคลลงไปใช่ป่ะอ

แต่ว่าไอ้ตัวบุคคลในเขตยังอยู่ แต่ สส.ประตฤมันเพิ่มขึ้นมาสมมุติอย่างเงี้ย

ค่ะ

ใช่มั้ย จริงๆมันก็ทำมาแล้วรัฐธรรมนูญ 2560 มันก็ให้ 125 ไปที่อ่ะ ข้อดีของมันก็มี

แต่คนไม่ค่อยพูดถึงเพราะว่ามัน [ __ ]ผลออก มามันคำนวณ [ __ ]มากตั้งแต่ปี 6 เลือกตั้ง 62

ค่ะ

ใช่ป่ะ เอ่อ สูตรคำนวณเศษมนุษย์อ่ะ

ใช่มั้

เออ

สส.เศษได้ไอ้ สส.เต็มไม่ได้อย่าเงี้ยถูกตัดทิ้ง

กกต.ก็ยังไม่มีเครื่องคิดเลขตอนนั้นเออ

เออ ใช่มั้ย คือ [ __ ]บิดเบี้ยวไปหมด แต่จริงๆแล้วไอ้ 375 กับ 125 เนี่ยมันดีนะ

อื

375 กับ 125 เนี่ยมันดีนะ

ค่ะ

เออ

แต่ตอนนั้นมี สว. 250

เออนะ คือหลายอย่างมันมาบดบังหมดจนกระทั่งสุดท้ายแล้วพอแก้มาเป็น 400 คุณก็จะเห็น จะบอกว่า

จริงๆแล้วไอ้สัดส่วนของแกนที่สัดส่วนของการที่มีปฏิทธ เท่าไหร่เนี่ยมันยิ่งให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองอ

แล้วไอ้ไอ้ไอ้การเลือกปฏิทธ์เนี่ยมันก็ควรจะตัดไอที่ต่ำกว่า 1% ทิ้งไปอย่างน้อย ๆเลยตัด 1% ทิ้งไป

ค่ะ

ใช่ป่ะ แล้วมันก็ทำให้แบบพรรคการเมืองมันจะได้เข้มแข็งขึ้น มันจะมีเฉพาะที่ได้รับความนิยมอย่างนั้น คุณจะมี สส.คุณมีคนเลือก 300,000 คน 300,000 กว่าคนน่ะ

อ ถูก

ปี สส.ได้ 1 คนน่ะมันก็ควรจะเป็นอย่างงั้น

ค่ะ

นะ

300,000 กว่าคนมันไม่ได้เป็นจำนวนที่อะไรอ่ะมากมายอะไรเลยเงี้ยนะ 40 5% ด้วยซ้ำอย่างเงี้ย ผมยกตัวอย่างว่าแล้วเวลาเราคิดอย่างเงี้ยเราคิดจะชนะการเมืองบ้านใหญ่เนี่ยเราเราไปคิดแต่ว่าโอ้โหกูสู้เงินเขาไม่ได้อย่างไหนไม่ได้ ไอ้บ้านใหญ่ที่จริงๆแล้วถ้าเราไปจริงๆบ้านใหญ่แล้วมันแบบถึงทางตันแล้วมันแบบมันจะเข้ามา ร่วมกับพรรคการเมืองอื่นอะไรพรรคการเมืองที่มีนโยบายมีความคิดมันก็มี

ค่ะ

มันไม่ใช่ร่วมไม่ได้

ค่ะ ใช่

อ่ะ ถ้าเราย้อนไปเดี๋ยวเดี๋ยวชมให้แบกดีใจ ไทยรักไทยนี่ก็บ้านใหญ่เยอะเลยนะ

อื

แต่ว่ามันคุมด้วยนโยบาย

ใช่

คุมด้วยความนิยมในในในตัวนโยบายเพราะฉะนั้นมันก็คุมบ้านใหญ่ได้

แล้วจริงๆยิ่งมีความนิยมในพื้นที่ของบ้านใหญ่อยู่แล้วบวกกับนโยบายที่แบบโอเคบ้านใหญ่เองเก็ได้ผลงาน

อ่า เพียงแต่ว่าโอเคคุณไม่สามารถพักส้มเนี่ยมันไม่สามารถทำเป็นพรรคที่มันมี สส.บ้านใหญ่ได้

ค่ะ

ใช่ป่ะ

ค่ะ

มันอย่างมากมันก็ทำให้มี สส.ที่พอพึ่งตัวเองได้

ค่ะ

ใช่มั้ย แต่พอพูดพอบอกว่า สส.พอพึ่งตัวเองได้ก็พวกเก้ายี้อีกอ่ะนะ มันมันทำไมก็คือแบบที่มันพอมีฐานะในพื้นที่อ่ะ

อื ค่ะ

แต่ว่ามันไม่ได้ใช้เงินซื้อเสียงอ่ะ แต่ว่ามันมีเงินที่จะแบบว่าพอมีตังค์ที่มันจะลงพื้นที่โดยที่ไม่ไม่เดือดร้อนน่ะ เดือดร้อน

คือ นี่มันเป็นเรื่องจำเป็น

อือๆ

มันจะไม่จำเป็นตรงไหน

จริง

มันจำเป็นสิ

ค่ะ

เอาแล้วยกตัวอย่างเนี่ยอะไรนะ โกรบ้านผมอ่ะ

ค่ะ

เอ่อนะ คุณอะไรวะที่แกเป็นอดีตรัฐมนตรีที่มาลงอ่ะแล้วสอบตกอ่ะก็ตกเฉยเลยนะก็แสดงว่าเค้าไม่ได้ใช้เงินจริงนะ

อืม ใช่

อดีตน่ะนะ ผม [ __ ]ชอบลืมแล้วลูกคุณ

เอ่อ อะไร

ใครนะ

อะไรวะ ชื่ออะไรวะ ลืมแล้วเหมือนกัน

บ้านใหญ่อ่ะโด่งดังมากเลยลูกคุณวิรัตน์รั รัเศสอธิรัตน์รัเสษเออ

อ่า

ใช่มั้ย

ค่ะ

คนด่ากันชิบหายรับบ้านใหญ่มาเออเป็นอดีตรัฐมนตรีนายุกประยุทธ์ด้วย

ค่ะ

เออ เป็นไงก็ตกได้ที่ 3 อ่ะ ก็แสดงว่าเขาไม่ได้ใช้เงินจริงอ่ะ

ค่ะ

เขาไม่ได้ใช้เงินในการเอ่อหาเสียงแบบบ้านใหญ่เลย เขาไม่ได้ใช้ความ

เอ่อ ระบบใหญ่ในการหาเสียงอ่ะ

ค่ะ

ค่ะ

แต่ผมก็เชื่อว่าเขาก็มีตังค์พอที่เขาจะเห็นมั้ยต่อไปเขาก็จะแบบทำกิจกรรมในพื้นที่ทำอะไรต่างๆ ถ้าเขายังอยู่กับพรรค

ค่ะ

เขาก็ทำกิจกรรมในพื้นที่เขามีตังค์พออ่ะที่จะทำกิจกรรมในพื้นที่ไม่เดือดร้อนน่ะ

อือ

ใช่มั้ย คนอย่างเงี้ยมันก็ต้องมันก็ต้องการไง แต่ว่าถ้าเขาใจแข็งจะอยู่อ่ะแล้วดูซิว่าสมัยหน้าเนี่ยเค้าสู้ระบบนี้ไหวมั้ย เพราะคุณลงสมัยแรกโดยที่คุณเป็นอย่างอธิรัรัเศสนี่นอกเรื่องนี้ให้ฟังแล้วก็ คืออย่างรม ไม่เชื่อ

ค่ะ

ใช่ป่ะ เออเนี่ยคุณอยู่ตำบลกนะไอ้เดี๋ยว มันก็จะมีคนมาลือ

ค่ะ

เนี่ยตำบลขอเค้าซื้อแล้วเค้าไม่จ่ายตรงนี้หัวคะแนนอม

ออออ

ก็คือ [เสียงหัวเราะ] คือคุณจะเจออย่างเงี้ย

คนที่มันเคยแบบอยู่ในระบบบ้านใหญ่มา

ใช่มั้ คุณจะเจออย่างเงี้ แต่คุณต้องใจแข็ง ถ้าใจแข็งสมัยต่อไปคนจะเชื่อ

อื

อย่างเงี้ย

เนี่ย ยกตัวอย่างให้ฟังเฉยๆว่าโอเคมันจะเจออย่างงี้แหละ

ค่ะ

ไอ้ไอการที่พักซมมันจะชนะบ้านใหญ่เนี่ย มันใช่เรื่องง่ายหรอกมันไม่ชนะหรอกแต่ว่า สถานการณ์มันจะเปลี่ยนเมื่อไหร่

สถานการณ์ของประเทศมันเปลี่ยนความ

อื

ความวิบัติอะไรต่างๆของมันเกิดขึ้นมาใช่ป่ะ ที่มันแบบว่าเฮ้ยสุดท้ายแล้วคนมันเห็นว่ามันมีความจำเป็นที่คุณจะต้องเอาพรรคที่มันมีหัวคิด

อื

มีแบบเอ่อแนวทางมองไปข้างหน้ามากที่สุด แล้วก็รู้สึกว่ากล้าเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

อืออือ

นะเออพร้อมที่สุดอย่างเงี้ยก็มันก็คนมันก็กลับมาเลือก

อื

ใช่มั้ย คนก็กลับมาโอ้ อาจจะเป็นไม่ถึง 250 อาจไม่ถึง 200 แต่มันเป็นที่ 1 แล้วมันผู้นำแล้วพรรคอื่นโอเคเอาด้วยอย่างเงี้ย มันเป็นอย่างงั้นก็ได้

อื

มันไม่ต้องมาแบบมานั่งโอ้โหกูคิดว่าพักส้มจะได้ 250 แล้วกูถดถอยเลยท้อเลยคิดว่าจะได้ 200 อุตส่าห์เชื่อว่าจะได้ 200

อื

พอไม่ได้แล้วท้อมันไม่หรอกมันมองความเป็นจริงด้วย

ค่ะ

ผมมองความเป็นจริงมาตลอดผมไม่เคยเชื่อ เชื่อว่ามันถึง 200

อืๆ สถานการณ์ทางการเมืองมันก็ดำกำลังดำเนินไปแล้วมันมีจังหวะของมันอยู่ที่

มีจังหวะ

นี่แหละเอ่ออันนี้ก็อาจจะต้องสำหรับโอเตอร์พักที่อาจจะคาดหวังกับพรรคเนี่ยในมุมนึงก็ก็จะเชียร์อัพพรรคอะไรยังไงก็ว่ากันไปนะแต่หมายว่าเอ่อในจังหวะที่มันมี 1 กลุ่มสามารถกินรวบได้ทั้งหมด ทุกคนน่ะต้องระวังตัวและคือมันไม่ใช่แค่ผักส้มนะเอาจริงทุกคนต้องระวังตัวนะแล้วโอเคจังหวะแบบเนี้ยมันคือจังหวะที่ทุกอย่างมันกำลังชุลมุนอยู่เนาะแต่ว่ามันคือจังหวะที่ดีที่คนที่แพ้อ่ะก็ตั้งหลักอื ตั้งหลักเสร็จปุ๊บโอเคเตรียมถ้ามันเกิดสถานการณ์แบบทางการเมืองจังหวะมาอีกแล้วมันต้องโต้แล้วเนี่ยเออมันจะต้องโต้ยังไงเนี่ยอันเนี้ยอันเนี้ยอันนั้นน่ะจะเป็นจุดอีกจุดนึงที่เอ่อเป็นโอกาสให้ได้ฉายให้ได้ใช้โอกาสนั้นให้มันเต็มที่อ่ะเพื่อพลิกสถานการณ์อะไรบางอย่างกลับมา

จุดเด่นของมันคือค่ะ

ในโอกาสที่มันจะเกิดโอกาสในจุดที่มันจะเกิดโอกาสของการเปลี่ยนแปลงหรือเกิดวิกฤตหรืออะไรต่างๆที่มันต้องการพรรคการเมืองที่เข้มแข็งที่แสดงออก

อื

ในบรรดาที่เหลืออยู่อ่ะมันเหลือแต่พรรคซุ้มไง

อื

พูดอย่างงี้แบกโกรธตายหาเลย [เสียงหัวเราะ] แต่คือเขาบอกพวกแบกตรงๆว่าไม่เหลือแล้วครับมันเหลือแต่พรรคส้มกับพรรคที่อาจจะเกิดใหม่ผมพูดอย่างงี้คือมองไปข้างหน้านะ

อื

เข้าใจมั้ย พรรคที่มันจะมาพรรคที่มันจะเป็นผู้นำในการต่อสู้รอบเนี้ยที่มันจะเกิดขึ้นเนี่ยในถ้ามันเกิดวิกฤตหรืออะไรต่างๆพรรคที่เป็นผู้นำในการที่คนจะเชื่อถืออะไเมันมีแต่พรรคส้มกับพรรคที่จะเกิดใหม่แค่นั้นแหละคือหมายความว่าถ้าคุณไม่พรรคซ่อม [ __ ]แย่อ่ะมันก็จะเกิดพรรคที่มันเกิดใหม่อ่ะ

อื

ใช่ป่ะ แค่นั้นแหละ

อื

พรรคมันไม่ถอยไปพรรคแดงแล้ว

อื แต่ว่า

พักแดง [ __ ]จบ

แต่เออแต่ว่าก็ยังคงให้กำลังใจหลายๆคนที่อยู่ในพักแดงแล้วก็ยังมีความฝันนะคะ [เสียงหัวเราะ]

ตัดสินใจตัดสินใจแบบเออคือคือพูดตรงๆว่าแบบมันก็ยังมีคนที่ยังมีความฝันน่ะแต่ก็โอเคยังยังอยู่ในนั้นแต่ว่ามายก็ถึงบอกเนี่ยนี่แหละว่าในจังหวะที่มันมี 1 คนกินรวบอยู่อ่ะมันอันตรายต่อทุกคนเว้ยมันไม่ใช่แค่ส้มมันอันตรายต่อทุกคนแล้วเนี่ยจังหวะแบบเนี้ย

เออ มาเชื่อเชื่อว่ามันก็คงมีหลายคนที่อึดอัดอ่ะเออมันก็คงฟิลเหมือนตอนที่พักส้มบทอนุทินก้ากึนฝืนทนน่ะเออหนูคิดว่ามันมีหลายคนที่อึดอัดอ่ะแต่แบบว่านี่แหละเออ ก็ต้องตัดสินใจว่ะเอาไง

คือสำหรับผมอีกอย่างนึงด้วยผมคิดว่ามันไม่ใช่แค่พักส้มแล้วตอนนี้

อื

คือสถานการณ์มันมันเหมือนกับว่ามันจะพึ่งแต่พรรคการเมืองในระบอบรัฐสภาอย่างเดียวไม่ได้แล้ว

อื ถูก

โดยเฉพาะขบวนการที่มันจะต้องเกิดขึ้นในในช่วงข้างหน้านี่คือเรื่องของการต่อสู้เรื่องรัฐธรรมนูญ

ค่ะ

เรื่ององค์กรอิสระ

ค่ะ

การต่อสู้ที่สำคัญมันจะมี 2 ปีกนะ

ค่ะ

ปีกนึงคือปีกเรื่องศาลองค์กรอิสระ การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องศาล การเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตัวนี้

ค่ะ

ใช่มั้ยนะ ซึ่งในสภามันจะถูกมัดมือจำกัด เพราะว่าในสภามีทั้งสีน้ำเงินทั้งวุฒิสภาทั้ง สส.ใช่ป่ะ มันคุมทั้ง 2 สภาบุรีรัมย์ ทั้ง 2 สภา

ค่ะ

เห็นมั้ย มันมีคนแซวออกอ่ะ บุรีรัมย์ทั้ง 2 สภา เออ ประธาน สว.ก็บุรีรัมย์

ค่ะ

เออ ใช่ป่ะ ประธานรัฐสภาก็บุรีรัมย์

ค่ะ

แสวงบุญมีก็บุรีรัมย์ [เสียงหัวเราะ]

หนูเห็นตัวเลขหนูนั่งบกตัวเลขกันน่ะหนูเห็นตัวเลขแล้วหนูแบบพวกหนูท้อจัดเลยอ่ะพี่ดึกหนูพูดตรงๆแบบว่าสนามสภารอบนี้ไม่ ไม่ใช่สนามของพวกหนูเลยอ่ะ

ใช่ ทีนี้สภาเนี่ยมันเสียเปรียบหมดแล้ว

ค่ะ

มันเลยอย่างเดียวคือคุณต้องไปสู้เรื่องเนี่ยขบวนประชาสังคมที่อยู่รอบที่อยู่ที่เคลื่อนหมายข้างนอก

ค่ะ

อันนี้จะเป็นตัวที่เพิ่มความสำคัญมากขึ้น พรรคส้มมันจะมีบทบาทที่จำกัด

ค่ะ

นะ มันจะถูกจำกัดด้วยด้วยคะแนนเสียงด้วยอะไรคือการที่แบบว่า

อื

นะ คุณอยู่ในเวทีแบบเนี้ยนะ คุณมีจำนวนน้อยลง เขาเมีจำนวนมากขึ้น

ค่ะ

ใช่ แล้วเขาคุมทั้ง 2 สภา

ค่ะ

งั้นการสู้ในรัฐสภามันจะถูกจำกัด มันจะเป็นการเคลื่อนไหวทางสาธารณะทางสื่อทางอะไรต่างๆเนี่ยใช่มั้ย

ที่มันเราก็จะเห็นชัดใช่ป่ะตั้งแต่หลังเลือกตั้งมาคือเรื่อง กกต.เรื่องการนับคะแนนเรื่องไอ้ [ __ ]ทั้งหลายมาจนกระทั่งเนี่ยคือสุดท้ายเนี่ยจะยกคดี สว.อีก

เอ่อ อนุกกต.มีมติ 5:2 เนี่ย สรุปไทยลงแล้วเนี่ยมีมติ 5:2 ว่าเอ่อไอ้ข้อกล่าวหา 229 คนที่มี สว.ชุดปัจจุบันเนาะแล้วก็รวมถึงอีกหลายคนที่อยู่ในพรรคภูมิใจไทยหรือและมีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมใจไทยเนี่ย อันเนี้ยเขาจะยก

อ่ะ เห็นมั้ย

จะถอยและเขาจะไม่สู้ต่อและ

แล้วพวกเราก็งงกันไปสิว่าแล้วคดีหัวกันแล้วยังไงโฉกฉ่างขนาดนั้นคือคือ

ยาบอกว่าขนาดผู้สผู้สมัคร

ที่สอบตก 2 คนส่งข้อความเข้าหากันเนี่ย กกต.ยังเลือกไปสอบเลย

ค่ะ

ไอ้พวกที่ลง สว.สาย อะไรอ่ะ สว.พันใหม่อ่ะ

ค่ะ

ที่ลง สว.พันธุใหม่กันทั้งหลายนั่นน่ะที่ไปมีแบบมี

ที่ เป็นเสียงข้างน้อยอยู่ข้างในกันนั่นน่ะนะ

เออ ที่ตอนสมัครอ่ะที่เ้ามี primary โหวต กันน่ะ

อ่า ค่ะ

โดน กกต. [ __ ]เลือกไปสอบเป็นวรรคเป็นเวร [ __ ]จะเอาผิดให้ได้

ค่ะ ค่ะ

ส่วนที่ฮัวเห็นแบบ

จ่ายตังค์กันโต้งๆนอนโรงแรมเดียวกันเนี่ย

เสื้อ C เดียวกันค่าเดียวกันอืรอดหมด

รอดหมดเออเห็นนะ

ค่ะ

งั้นผมคิดว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นมันคือ 2 แนวรบใช่ป่ะ 1 เป็นเรื่องรัฐบาลกับฝ่ายค้านนะ 2 นี่คือเรื่องขององค์กรอิสระกับโอเคพรรคส้มด้วยอะไรด้วยแต่กับพรรคกับประชาสังคม

ค่ะ

ผมว่านี่คือนี่คือเรื่องที่สำคัญนะที่มันจะเกิดขึ้นนะส่วนไอ้รัฐบาลกับฝ่ายค้านเนี่ยมันก็จะมีจุดแข็งจุดอ่อนที่แตกต่างกันไป

อื

ผมก็คิดว่าภูมิใจไทยมันถ้าคุณบอกว่ามันเป็นพลังประชารัฐที่อะไรนะ

พรีเมี่ยม

คือผมบอกว่ามันเป็นพลังประชารัฐที่ เป็นนักการเมืองที่มันฉากกับประยุทธ์อ่ะ คือการหาคนฉลาดกับประยุทธไม่ใช่เรื่องยากอ่ะ

ก็ถูกใช่ [เสียงหัวเราะ]

คนฉลาดกับประยุทธมันถามไม่ยาก

แล้วคือเขาใช้กลไกแบบเดียวกันน่ะเใช้กลไกทางอำนาจแบบเดียวกันแต่ว่าอันนี้มันดันเป็นกว่ามันมันแบบมันนักการเมืองกว่า

เออ

ทหารมาเล่นการเมืองไม่เป็น

มันทื่อๆอ่ะ

เออ

เพราะฉะนั้นไอ้สายของแต่แน่นอนมันมีจุดอ่อนจุดแข็งต่างกันนะ

อื

คุณต้องยอมรับว่าจุดที่มันแข็งของประยุทธ์คืออะไรคนเชื่อว่าประยุทธ์ไม่โกง

อื

ใช่มั้ย

อื

อย่างน้อยสลิ่มมันเชื่อละ

อื เออๆ เออ เชื่อว่าประยุทธใช่ๆ

ใช่มั้ย

แต่อันเนี้ย

เค้าเชื่อว่าประยุทธ์เนี่ยคือเป็นคนตรงเป็นอะไรต่างๆเนี่ย

ค่ะ

เห็นมั้ย แต่ว่าตอนนี้สลิ่มแกล้งเชื่อว่า

เอ่อ ใครไม่โกง [เสียงหัวเราะ]

ตอนเนี้ยสลิมันแกล้งเชื่อว่าภูมิไทยไม่โกง

กำลังสร้างอุปทานหมู่กันอยู่

เออ เพราะมีเอกนิติมีสุปีมีเสียหศักดิ์

อะไรอย่างเงี้ย เขาจะเป็นคนดี

เออ [เสียงหัวเราะ] ซึ่งมันไม่ได้แตกต่างกันจากตอนประยุทธ์มีพวก 4 กุมาร

อื

แต่ตอนนั้นก็คือความเชื่อเรื่องประยุทธ์มันแวบ

ค่ะ ใช่ๆ แล้วความเชื่อกับต่อ 4 กุมารกับฝั่งเอิติสุภจีนหนูว่าก็มีเหลื่อมกันอยู่

เออ

มีเหลื่อมอยู่ พวกนี้เชื่อศุภจีมากกว่า

เออ แน่นอนแน่นอน [เสียงหัวเราะ] พร้อมซัพพอร์ตสุปจีมากกว่าอยู่แล้ว

คือภาวะอย่างเงี้ยผมคิดว่าโอเคมันฉลาดนะ

อื

แล้วมันจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ผมผมว่าภูมใจไทยมันเก่งเช่นเรื่องกีฬา

อืม

คุณเห็นมันจะแยกรัฐมนตรีกระทรวงกีฬามั้ย

ค่ะ

มันจะเอาท่องเที่ยวไปรวมวัฒนธรรมค่ะ

ผมก็แซวอย่างนั้นในแง่มุมว่า

จริงๆมันจะทำให้วัฒนธรรมนี่ยิ่งถูกโน้มนำไปตามการท่องเที่ยวหมดเลยนะ

เออ ใช่

ใช่มั้ย ที่ผ่านมาเนี่ยวัฒนธรรมไทยเนี่ยมันมีไว้เพื่ออะไรแต่ก่อนเนี่ยโอเคเราไม่พูดแบบพวกค่ำคึว่าทำมีอนุรักษ์ประเพณีมีไว้หนังเนี่ย

ค่ะ

เพื่อจาริอันดีงามอะไรเแต่ว่าหมายถึงว่า

ไอ้สิ่งที่มันเกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเนี่ย การท่องเที่ยวมันเข้าไปบิดเบือนวัฒนธรรมประเพณีไทยหมดนะ

อ่า หรือในอีกมุมนึงเราจะพูดว่าวัฒนธรรมถูกใช้เป็นของขายเออถูกขายขายเออขายเพื่อเชื้อเชิญให้คนมาท่องเที่ยวอ่ะ

เออ คือ

คือเอาเพื่อทำเงินน่ะ

เออ เอาเพื่อทำเงินเออใช่ๆ เอาเพื่อทำเงิน

ใช่ป่ะ รอยกระทงเมื่อก่อนมันก็เป็นประเพณีธรรมดาธรรมดานะ

ค่ะ

แต่พอฝรั่งมาลอยๆกระโงลอยกระทงอ่ะ [ __ ]คือส่งเสริมกันแบบเต็มไปหมดอ่ะ

อ่า ใช่มั้ย

เออ จริงๆมันก็ประเพณีอื่นก็มีปผมก็มีความรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แปลกอะไรแต่ว่าอะไรที่มันขายได้อ่ะมันกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ได้รับการส่งเสริมใช่ป่ะเอ่อประเภทแบบสุดท้ายมันก็ไปสู่ประเภทแบบเนี้ยพาเข้าไปชมวัดชมอะไรต่างๆเนี่ยเอออ

แล้วเขียนตัวเลขเราก็เลยรู้ความหมายว่า ตกลงความสำคัญของเลขไทยมีไว้เพื่ออะไร

อื

เออ มีไว้เพื่อให้ไม่ให้ฝรั่งรู้ว่าเนี่ย ค่าชมสำหรับคนไทย 10 บาทเขียนเป็นเลขไทย [เสียงหัวเราะ] ฝรั่งมันเขียน 50 เป็นเลขเป็นเลขอาระบิกเลขไทยมีไว้พุ [เสียงหัวเราะ]

แต่

คือ นี่คือการท่องเที่ยวที่ [ __ ]แบบมันส่งเสริมหรือมันทำลายวัฒธรรมเราไม่รู้อ่ะ

อื

แต่มันก็โอมันส่งเสริมด้านหนึ่งไง อะไรที่ขายได้มันส่งเสริมมาหมดแต่สำคัญนี้ผมผมบอกว่าอีกมุมอ่ะอ

คือกระทรวงกีฬา คือซึ่งไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะในการที่เชื้อเชิญให้คนมาท่องเที่ยวโอเคจากการที่เรามีวัฒนธรรมของเราที่แข็งแรงแล้วเราก็ชูวัฒนธรรมของเราโปรโมทในการท่องเที่ยวไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะแต่ว่าข้อน่าสังเกตก็คือถ้ามันมีวัฒนธรรมที่รวมแพ็คอยู่กับท่องเที่ยอย่างเงี้ยวิธีคิดของรัฐอ่ะมันคือเอาไปใช้เพื่อ

ใช่

มันจะไม่เหลือมันจะเน้นไปอย่างงั้น

เออ มันจะไม่เหลือจังหวะของการของกระทรวงวัฒนธรรมที่ทำหน้าที่ในการรักษาพหุวัฒนธรรมอ่ะเออหรือส่งเสริมความเป็นพหุวัฒนธรรมอะไรแบบนั้นน่ะเออหนูคิดว่าเนี่ยถ้าเอ่อถ้ามันจะไปรวมอยู่ที่เดียวกันส ส่วนที่เราจะต้องเล็งวิพากษ์วิจารณ์ก็คือ มันจะถูกเอาไปเป็นแค่เครื่องมือในการขายหรือเปล่าเออแล้วส่วนของวัฒนธรรมจริงๆที่เออมันมันฝั่ง

คนไทยส่วนนึงเนี่ยก็ยึดถือกับวัฒนธรรมประเพณีไทยเอาอย่างมากเลยเนี่ยเออแล้วถ้ามันถูกใช้เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการค้าขายเนี่ยคุณจะได้เชิงสร้างสรรค์เรื่องศิลปะเรื่องที่มันไม่ได้เกี่ยวกับตลาดมันก็มีนะ

อือ

ที่มันไม่ใช่แบบเพื่อการตลาดอย่างเดียว คือศิลปะเนี่ยถ้ามันเพื่อการตลาดตั้งแต่ต้นแล้ว [ __ ]มันมันไปไม่รอดหรอก

อื

แต่ว่าไอ้ศิลปะไทยเนี่ยที่แบบว่าศิลปะของของแวดวงไทยศิลปะร่วมสมัยศิลปะสมัยใหม่ที่ผมเห็นทั้งหลายเนี่ย

ค่ะ เขาก็ไม่ได้มาจากการส่งเสริมเพื่อการท่องเที่ยวนะ

ค่ะ

เมืองไทยนี่อย่าไปพูดเล่นพูดเป็นเล่นไปนะ ศิลปินไทยนี่ [ __ ]ออกไปต่างประเทศที่ขายได้เยอะนะ

ใช่ๆ

ไม่รู้อะไรศิลปินภาคเหนือเนี่ย

ค่ะ

ศิลปินเหนือเนี่ยที่พวกวาดรูปพวกอะไรต่างๆเนี่ยออกงานแสดงระดับโลกเต็มไปหมดนะ

ใช่เยอะแยะ

ผมผมไม่เคยรู้อ่ะผม [ __ ]เป็นพวกที่ชนใดไม่มีดนตรีีการอะไรแบบ [เสียงหัวเราะ]

คือพวก [ __ ]แบบพวก [ __ ]มีหัวทางศิลปะ

แต่ผมแต่ผม [ __ ]เพิ่งมารู้เพราะผมแบบว่า เอ้าเฮ้ยนี่เค้าเป็นแฟนเราเหรอเนี่ยทาง Facebook อ่ะ

อื

เฮ้ยผมมีศิลปินเป็นแฟนทาง Facebook ตั้งหลายคนเลยนะ

ว้าวดิ

ว้าว

ว้าว

แล้วเป็นแฟนตอนไหนรู้ป่ะ

ตอนไหนคะ

6263 [เสียงหัวเราะ]

กู เฮ้ย พวกก้าวหน้าเยอะเลยอ่ะ

ใช่ ไม่น้อยเลย

ก้าวหน้าเลยที่เป็นศิลปินที่เป็นศิลปินดังๆเนี่ย

ใช่

ใช่ ที่แบบไปแสดงงานต่างประเทศเนี่ย

เยอะเลย

แต่เนี่ยอือแต่ในหลายๆครั้งงานของเค้าเนี่ยมันดันไม่ตรงกับขนบของใครอะไรบางอย่างมันเลยไม่มีที่ในไทยให้เขาขายไม่มีที่ในไทยให้ฉาย

ใช่

เนี่ยคือความน่าเศร้า

เออ

ซึ่งแบบแล้วถ้าเขาไปแพ็คหรือจริงๆแล้ว หรือจริงๆแล้วเอ่อวิธีคิดแบบรัฐบาลอนุทินเนี่ยอาจจะเป็นวิธีคิดแบบใหม่เอ้ยเนี่ย ไหนๆก็ไหนๆแล้วเราจะได้ดึงเอาเปิดพื้นที่ไงให้ศิลปินไทยเนี่ยได้มาโชว์อะไรกันเยอะแยะด้วยการดึงคนจัดอีเวนต์ใหญ่เนี่ยเอา MOT GP มาเลยเนี่ยโอ้โหแล้วก็รำไปด้วยเลยอะไรอย่างงี้ไอ้นั่นน่ะที่เขาต้องการกระทรวงกีฬา

อ่าๆ อื

ผมบอกเลยเขาต้องการกระทรวงกีฬา

ค่ะ

แล้วมันจะเป็นผลงาน คุณจะต้องการสร้างผลงานกระทรวงส่งกีฬา

ค่ะ

แล้วมันจะขายคนไทยได้

อื

ก็ดูดิ เขาจะขายคนไทยได้เว้ย

อืๆ

มันจะมีคนไทยเราเนี่ยมันเป็นคนที่ชอบกีฬาเยอะมากนะ

อื

พวกคลั่งกีฬาพวกแฟนหงส์แฟนผีตีกันแหล่กันในโลกออนไลน์นั่นน่ะ

ค่ะ

มันมากมายตั้งมหาศาลตั้งเท่าไหร่ แต่มันไม่เชียร์กีฬาไทยเพราะมันเซ็งกับกีฬาไทย

อื

แต่มันก็แอบเชียร์อยู่

ใช่ๆ

ทีมชาติไทยแล้วเดี๋ก็ผิดหวังแล้วเนี่ยเดี๋ก็เชียร์หมอนทอง

หมอนทองก็อะไรอีกดราม่าอีก

เออ ไล่ครูสกลอะไรนั่นน่ะ

ไม่รู้ว่าไม่ได้ตามหมด

อือ แต่คนไทย [ __ ]ชอบกีฬา แล้วคนไทยมันเชื่อมือเนวิน

อืม

เห็นมั้ย ถึงแม้ผมจะแซวว่า

ไอ้พวกมันมีพวกโง่จำนวนหนึ่งที่เชื่อว่า

เลือกภูมิใจไทยแล้วจังหวัดเราจะมีทีมบอลที่เอ่อทีมทีมบอลเราจังหวัดเราจะเป็นแชมป์เหมือนบุรีรัมย์เป็นไม่ได้หรอกเขาเป็นแชมป์อยู่เ้าผูกขาดแล้ว

เค้าจะให้คนอื่นเป็น [เสียงหัวเราะ] หรอ คิดดูให้ดีเค้าจะให้คนอื่นเป็นเหรอ

แต่ว่าคนไทยก็เชื่อมือในวีนเรื่องการกีฬา

เออ

แล้วกีฬาเนี่ย

มันสร้างความนิยมได้นะ

ใช่ๆ

สมมุติมันทำทีมฟุตบอลให้แข็งสมมุติมันทำอะไรให้แข็งเห็นนะเฮ้ยมันทำได้นะ

ค่ะ งั้นผมคิดว่าไอ้เค้าที่เขาจ้องกระทรวงกีฬาแล้วให้มันปั้นเป็นตัวเป็นตนเนี่ย

ค่ะ

เขาเหวังจริงนะว่าอันนี้เขาจะดึงใจคนไทยได้ ภูมิใจไทยมันฉลาดในเรื่องมันฉลาดในเรื่องการหาจุดความนิยมแบบประชานิยมแบบที่เอ่อมันเราคาดคิดไม่ถึงอ่ะ

อื

เช่นกัญชา

ความบันเทิงต่างๆเอ

กัญชา

เออ

ใช่ป่ะ กัญชานี่คนไม่เห็นความ ความหลงใหลของกัญชานี่มันมักจะแบบมันมันมันกระพือกันอยู่ในพวกกลุ่ม line

อ่าๆ

อะไรเงี้ย ถ้าสมัยนี้มีติtอกก็จะอยู่ในติtอก

อ่า

เต็มไปหมดอ่ะ ถ้าสมัยนั้นมีติtอกมันก็จะอยู่ในติtอกประเภทเอ่อกัญชายาวิเศษรักษาทุกโรค

เออ เป็นมะเร็งตับใกล้ตายแล้ว

อ๋อ เห็นมั้ย

เหมือนตอนก่อนหน้านั้นที่ส่ง line ใบกระท่อมอย่างงั้นเออใบกระท่อมเออรสเบาหวานอะไรเออส่งร้ายกันน่ะเอ่อเนี่ยเอ่อไอ้เตี้ยหรืออะไรเนี่ยแบบ

เป็นรุ่นน้องเอ่อคล้ายๆกับว่าเป็นมะเร็งตับระยะที่ 4 นึกว่าตายไปแล้ว

เอาที่ไหนได้ไปเยี่ยม

ยังอยู่อยู่เลยแข็งแรงเออปลูกกัญชาอยู่หลังบ้านอะไรอย่างเงี้ยทำน้ำมันกัญชาคือ [ __ ]คืออยู่เต็มกลุ่ม line ไปหมด่ะ [เสียงหัวเราะ] ภูมิใจไทยเนี่ยมันไม่ได้หาเสียงโดยที่มันไม่ได้สนใจมันไม่ได้สนใจกระแสในโลกออนไลน์แบบ Facebook Twitter ครับ

ค่ะ

มันสนใจกลุ่ม Line กับ TikTok ครับ

ใช่มั้ย เพราะฉะนั้นเนี่ยกีฬาเนี่ย กัญชากับกีฬาเนี่ยเหมือนกัน

หนูคิดอย่างงี้หนูคิดว่าสไตล์ของภูใจไทยคืออะไรรู้มั้ย เล่นกับกิเลสคน

อื

เล่นกับ Everything ที่เป็นกิเลสคนทุกสิ่งทุกอย่างการเชียร์การเอ่อดูกีฬาการดูความบันเทิงการใช้ของมึนเมาอะไรอย่าง เงี้ยหนูรู้สึกว่าเค้ามีจริตของการเล่นกับกิเลสคนมากๆแล้วเ้าจับจุดถูกว่าพอมันยิ่งมันเป็นเรื่องกิเลสอ่ะมันใช้อารมณ์นำ

อื

อืม ขายประชานิยมยังไงก็ได้ใช้อารมณ์นำอื

เพราะฉะนั้นเขาจะเล่นชาตินิยมอื

ด้วยอ

อื

เล่นเรื่องท้องถิ่นนิยม

อื

อืออือ

เล่นเรื่องท้องถิ่นนิยมเล่นเรื่องเนี่ย กีฬากีฬาเี่ก็ชาตินิยมนะคุณ

อื

กีฬานี่มันคือชาตินิยมนะถูก

ถูกๆ การแข่งขัน

โอมันคือแบบเอาเป็นเอาตายเลยซีเกมกูต้องชนะ

อือือ

เอ่อ ใครเป็นเจ้าภาพซีเกมเอ่อประชาคมอาเซียนเนี่ยโสมประชาคมอาเซียนน่ะ

ใครเป็นเจ้าภาพซีเกมคนนั้น [ __ ]ต้องโกงอ [เสียงหัวเราะ] ไม่มีใครไม่โกงไม่มีเจ้าภาพแล้วโกงทุกคน

อื [เสียงหัวเราะ]

เพราะนั้นไอ้เนี่ยมันคือจุดที่ผมคิดว่าเขาจะจับจุดเรื่องการทำกีฬา

ค่ะ

ไม่ได้ดูหมิ่นเลยนะนี่คือสุดยอดเลยนะ

อื

แล้วเงินกีฬาเนี่ยรู้มั้ยว่ามันปีนึงมัน ไอ้กองทุนพัฒนากีฬาเนี่ยปีมัน 4,000 ล้านนะ

อื

4,000 กว่าล้านเท่า สส.นะกว่างบไทย PPS 2 เท่านมาจากภาษีบาปภาษีลพบุรี

อ ค่ะ

อันเนี้ยเป็นผลงานชิ้นบัวแดงชิ้นแรกๆของ สนช.ประยุทธอ่ะรัฐประหารรัฐประหารน่ะ รัฐประหารปุ๊บ [ __ ]ผ่านกฎหมายตัวนี้เลยใช่ไหมเอ่อให้มีกองทุนพัฒนากีฬา

อื

มาจากภาษีบาป

ใช่ป่ะ เพราะอะไรทำไมมันผ่านแล้วไอ้สมาคม กีฬาทั้งหลายอ่ะ

อื

มันคือพวกทหารตำรวจข้าราชการแล้วก็กึ่งๆมาเฟีย

อื

อะไรแบบเนี้ย แล้วพวกนี้ก็ สนช.ต่อรัฐประหารมันก็พวกเดียวกันน่ะ

อื

ก็ต่อสายกันถึงหมด ไอ้เรื่องนี้เค้าก็ผลักดันพึบพับๆแป๊บเดียวได้เงินไปสนับสนุนการกีฬาปีละ 4,000 กว่าล้าน

อื ใช่ม

แล้วกีฬาไทยเนี่ย [ __ ]ไม่เหมือนใครในโลกหรอกไปดูสิไม่อยากพูดเลยเดี๋กูก็โดนด่าไม่รักชาติคือ มีชาติไหนในโลกที่เค้าอัดฉีดกินักกีฬาได้เหรียญทองท่าไทย มีเหมือนกันพวกซาอุอาจจะมีอาจจะมากกว่า

อื ค่ะ

แต่ว่าพวกยุโรปมันไม่มีนะ

ค่ะ ออ

ประเทศเจริญแล้วทั้งหลายมันไม่มีนะมันไม่ มีการมาอัดฉีดแต่ว่ามันจะมีสปอนเซอร์มีอะไรต่างๆนะมันมีแต่มันไม่ได้เอาเงินรัดนะค่ะ

เออมันมีสปอนเซอร์หรือว่าการที่แบบว่าอเมริกาเนี่ยคุณเป็นเหรียญทองโอลิมปิกก็คือแบบรวยตลอดชาติเลยนะ

เออ มีสปอนเข้าเยอะ

เออรวยตลอดชาติแต่มันคือแบบมันคุณออกรายการอะไรคือแบบมันจะไปแบบเป็นดารา

เป็นเออๆ

แต่อย่างของไทยมันไม่ใช่ทรงนั้นมันคือการที่

ของไทยมันเอาเงินรัดรัฐไปช่วย

เป็นฮีโร่

อื

เออมันเป็นเสมือนสึ 1 ฮีโร่ที่รัฐต้องดู แลอ่ะ

รัฐรัเอารัฐเอาเงินรับไปช่วยแต่ว่าจริงๆ ก็ทางสปอนเซอร์ก็มีเหมือนกันแต่มันขึ้นลง

ออ

ของเรามันก็เลยเอาเงินรับไปช่วยแต่ประเทศอื่น ๆมันก็ไม่ได้เยอะนะของเรานี่เยอะอั้นเพราะฉะนั้นเนี่ย

แต่แต่

ผมว่าเค้าจับจุดถูกเรื่องกีฬา

แต่ในมุมนึงอ่ะอันเนี้ยอันเนี้ยพูดแบบตัวเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากแต่ว่าพอรู้มาบ้างนะก็คือจริงๆแล้ววงการกีฬาไทยมันก็ไม่ได้ไม่ได้เปิดกว้างให้นักกีฬาไทยได้เติบโตขนาดนั้นในหมุนนึงมันก็เป็นการบางอันบางอันอาจจะล็อกคมุงบางอันอาจจะแบบว่าโอเคต้องเป็นคนที่คนเหล่านั้นให้ความไว้ วางใจหรืออะไรแบบเนี้ย

เออมันมีล็อกสเปคเยอะ

เออมันมีการเมืองภายในอยู่ประมาณนี้อยู่แล้วอ่ะ

เออ ทุกเกือบทุกแห่ง

เออ

เกือบทุกองค์กรของของการกีฬาใช่มั้ย

ทีนี้มันเลยไม่ได้

สมาคมอ่ะ

มันเลยไม่ได้เป็นพื้นที่ให้สำหรับคนที่รักกีฬานั้นๆได้ฉายขนาดนั้นน่ะถูกป่ะป่ะ คือถ้าคุณไม่ได้เอากับระบบนั้นคุณก็จะไม่ ได้มีที่ทางเติบโตเออแล้วคุณก็จะโอเคไม่ สามารถที่จะเป็นแบบอย่างนักกีฬาต่างประเทศได้ที่มันแบบเป็นอีฟูงอีฟูไปอย่างงี้มันก็ไม่ได้อ่ะ

ถ้าเนวินจะทำให้สำเร็จเนวินก็ต้องเข้ามาเคลียร์

อ่า

คนไทยก็เชื่อ นี่ว่าเนวินเคลียร์ได้แต่ว่าเวลาสมาคมฟุตบอลมันเป็นเป็นเป็นซีกนั้นที่อะไรคนก็ด่า [เสียงหัวเราะ]

กรรมการมงกรรมการคนก็ด่ากันชิบหาย

ค่ะๆ

ใช่มั้ย เออจริงๆกีฬามันมีเพื่ออะไร

อื

มันจริงๆเป้าหมายแห่งการกีฬาเอาง่ายๆนะ เด็กไทยทุกคนมันควรจะว่ายน้ำเป็น

อืม

ใช่มั้ย คือยุคนี้สมัยนี้มันไม่ใช่คุณไม่ ใช่เหมือนคนเกิดโคราชบ้านผมแล้วมันว่ายน้ำไม่เป็นน่ะ

อื

อย่างน้อยมันต้องคุณมีโอกาสที่จะไปทะเลไปไหนต่างๆคุณต้องเอาตัวรอดให้ได้

ตกน้ำไม่ตายอ่ะอ.

อือ.

ตกน้ำให้ตายหรือช่วยชีวิตคนอื่นได้.

อื.

เรียนเรียนจบมัธยมมันควรที่จะเล่นกีฬาเป็น 1 อย่าง.

อืม.

คือ กีฬามันเป็นเรื่องของการฝึกพลนามัย ฝึกไหวพริบ.

ฝึกความอดทน.

นะ ความมุ่งมั่นอะไรอย่างเงี้ย การควบคุมตัวเองครับ.

มันให้หลายๆอย่าง เพราะฉะนั้นกีฬานี้มันมีความสำคัญ อย่างน้อยคุณต้องเล่นกีฬา 1 อย่างในโรงเรียน แล้วมันจะทำให้คนแบบนะ มันมีอะไรหลายๆอย่างที่เราไม่เรียกว่าอะไรนะ ไม่ใช่น้ำใจนักกีฬา.

ค่ะ.

การมีความอดทนอดกลั้น หรือการที่แบบว่ามีความมุ่งมั่นอะไรอย่างเงี้ย.

อ.

คนเล่นกีฬามันต้องมีอย่างงี้ไง.

ค่ะ.

มันเป็นข้อดีจริงๆ แล้วเราควรจะส่งเสริมอย่างงี้ ส่วนที่เหลือเนี่ย คุณจะไปชนะโอลิมปิกที่ไหนก็ตามแต่ หรือคุณจะไปชนะเหรียญทองอะไรต่างๆก็ตามแต่เนี่ย มันเป็น มันเป็นการต่อยอด.

มันเป็นผลพลอยได้ แต่ของเราไม่ไง.

อ.

การกีฬาของไทยเนี่ย มุ่งแต่ว่ากูต้องได้เหรียญโอลิมปิก.

อออ่า เป็นเหตุเป็นเกมเหรียญซีเกมใช่ป่ะ.

ค่ะ.

เออ แต่ไอ้ไอ้กีฬาพื้นฐานตามโรงเรียนเนี่ย ไม่มีอ่ะ กลัวแตกมาก.

สงสัยอีกเรื่องนึง พี่ถึก อันนี้ไม่รู้พี่ถึกรู้มั้ย แต่ว่าอยากจะถามพี่ถึกรู้มั้ย ว่าทำไมเค้าชอบเอานักกีฬาไปเป็นทหารอ่ะ.

มันสปอนเซอร์.

คือนักกีฬาไทย.

คือหนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราทุกคนก็ไม่.

คือนักกีฬาเนี่ย ต้องแบบนักกีฬาอาชีพมันไม่มีเงิน.

ออ.

ใช่ป่ะ.

ออ.

มันตอนหลังมาก็มันจะมีแบบ เอ่อ เงินเดือนสมาคมอะไรต่างๆ แต่มันเหมือนจะจ่ายตอนซ้อม ตอนชิงเหรียญอะไรต่างๆเนี่ย.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ เพราะงั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือยัดเข้าเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ทีนี้ระเบียบราชการทั่วไปอ่ะ มันเข้ายาก.

อ้อ.

ใช่ป่ะ ทหารตำรวจมันเข้าง่าย.

ออ.

แล้วมันเป็นอภิสิทธิ์มั้ยล่ะ คือระบบมันเป็นอภิสิทธิ์ แต่มันก็เลยเอาระบบเนี้ยมาใช้เพื่อช่วยนักกีฬา.

อื.

วิสาหกิจก็เข้าง่าย คุณก็ดูดินักกีฬาไทยเนี่ย ได้เหรียญแล้วก็ไปอยู่รัฐวิสาหกิจอย่างเงี้ยนะ คือมันก็น่าสงสารนะ จะไปด่าเค้าก็ไม่ได้ว่านักกีฬามันก็น่าสงสารว่า เดี๋ยวคุณไม่มีอนาคตอ่ะ คุณซ้อมกีฬาไปนักกีฬาทีมชาติจนอายุ 30.

ไม่มี.

จะไปทำงานอะไร อายุ 30 เสร็จคุณเกษียณแล้ว.

ไปไหนล่ะ.

ไม่มีทาง เอ้ย มันไม่มีที่ทางรองรับคนเหล่า นี้เลย.

ใช่มันก็ไปเป็นทหารแล้วมันก็กลายเป็น เพราะว่าระบบทหารมันมีอภิสิทธิ์ให้เปิด ง่ายไง เปิดให้รับคนง่ายไง.

แล้วงบไอ้ไอ้งบ 4,000 กว่าล้านนี่ที่มัน เพิ่มๆมาเพิ่มมาปี 57 58.

เออ แต่ว่าก็ไม่ได้เห็นว่ามันจะมีการพูดถึงเรื่องอัน เป็นงบที่ต้องตรวจสอบอย่างยิ่งเลย.

เออๆ.

เป็นงบที่สมควรตรวจสอบอย่างยิ่งเลย ของงบ งบไอ้เรื่องไอ้เรื่องอุดหนุนพัฒนาการกีฬาของ ของ.

เออ.

ของ กกท. เนี่ย 4,000 ล้านเนี่ย 4,000 กว่าล้านนะครับ 4,000 ธรรมดามันเพิ่มขึ้นมัน 2% ของภาษีบาป.

อื.

ภาษีบุหรี่อือ.

อือ.

เท่ากับ สสส. เนี่ย.

ค่ะ.

เอออ.

ที่มันได้อยู่ตอนเนี้ย แล้วคนก็ไม่ค่อยรู้หรอก ไม่ค่อยมีใครไปตรวจสอบสักเท่าไหร่.

มีคนคอมเมนต์บอกว่า แฟนน้องที่ทำงานใช้ อภิสิทธิ์นักกีฬาเป็นทหาร ถึงเวลาก็ต้อง ที่ก็ทำเรื่องก็ต้องทำเรื่องเรียกตัวไป.

เออ.

เออ คือเนี่ยแบบ งั้นเท่ากับว่ามันไม่มี.

กลไกรองรับนักกีฬาในไทยเลย ทั้งๆที่อยากจะส่งนักกีฬาไปเป็นฮีโร่กันซะเหลือเกิน แต่ว่าคุณไม่มีระบบในการรองรับเลย.

แต่มันมีระบบต่อยอดแล้วคุณรู้มั้ย อันนี้ผมแถมให้อีกนิดนึง.

ค่ะ.

เอ่อ สัก 20 ปีที่แล้วอ่ะ ผมก็พาลูกไปอะไร เนี่ยใช่ป่ะ ไปพวกไปเรียนกีฬาอะไรก็ไปฝึก แล้วก็คือเราก็โอเค ลูกผมนี่เข้าสูตรเลย เพราะโรงเรียนเค้าก็ฝึกจนว่าน้ำเป็นอะไร เงี้ใช่ป่ะ แต่บางทีเราก็รู้สึกว่าเออ เราก็ไปแบบ เราก็ไปดูที่แบบ บางทีมันมีสมาคมกีฬามีเค้าเสนอพิเศษ ไอ้พวกเทควันโดพวกเนิ อะไรเงี้ บางทีอยากให้มันไปเรือนๆบ้าง ไม่ได้อยากให้เป็นนักกีฬาหรอก อยากให้พอรู้ อ่ะให้มันรู้ทุกอย่างอะไรเงี้ย ให้พอรู้บ้าง.

รักกีฬาบ้างอะไร.

ผมก็เออ ทำไมมันแบบ คนมันเรียนเยอะว่ะ สมัยเนี้ย สมัย 20 ปีที่แล้วนะ.

อื.

ผมก็ไปหาความรู้ ถามมาถามไปถามมาบอก อ้าไม่รู้เหรอ เออ เดี๋ยวเนี้ยเด็กพ่อแม่ลูกคนชั้นกลางเนี่ย เขาให้ลูกไปเรียนกีฬาใช่ป่ะ อย่างน้อยๆเอาอะไรไว้ 1 อย่าง.

อื.

เพื่อ เพื่อ.

เพื่อจะได้สิทธิ์เข้ามหาลัยไง.

อื.

สิทธิ์นักกีฬาไง.

ค่ะ.

สิทธิ์ของการเป็นนักกีฬาที่มันสอบพิเศษ หรือว่าได้เข้าพิเศษอ่ะ โควต้าพิเศษอ่ะ.

ค่ะ.

เผื่อลูกสอบเธาไม่ได้ เข้าใจป่ะ นี่ 20 ปี กว่าที่แล้วนะ 20 กว่าปีอ่ะ.

เออ แล้วมันมีอย่างงั้นจริง พี่ถึก มันมีอย่างงั้นจริง.

จริง แล้วไอ้ตรงกิจกรรมโรงเรียนกีฬาทั้งหลาย ไอ้ไอ้กิจกรรมสมา ไอ้การเรียนกีฬาทั้งหลายที่มันคึกคักอ่ะค่ะ.

เมื่อก่อนไม่ได้มีคนสนใจหรอก คือคักกับพ่อ.

อืๆ.

เพราะพ่อแม่คนช้างกลางเนี่ย ยอมเสียเงินให้ลูกไปเรียน.

ค่ะ.

เพื่อที่ลูกจะได้สิทธิ์เข้าสอบเข้ามหาลัย.

ค่ะ.

ในโควต้าพิเศษ เผื่อสอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้เงี้ย.

อื.

เงี้ย.

แล้วในทางเดียวกันก็เลยกดดันลูกเพิ่มด้วย ว่าโอเค ลูกจะต้องได้เหรียญนะ จะต้องขึ้นสายไว จะต้องมีถ้วยนั้นถ้วยนี้มีตำแหน่ง เพราะในมุมนึงอ่ะ ถ้าจะได้โควต้าเหล่านั้น น่ะ คุณต้องมีถ้วย คุณต้องมีเหรียญ คุณต้องมีโปรไฟล์ของการเป็นนักกีฬาอะไรบางอย่าง เนี่ยมันคือการไดรฟ.

คนด้วยกีฬาไปทางไหนวะเนี่ย มันจะเวิร์ค หรือมันไม่เวิร์ค งงไปหมดแล้วว่ะ.

โอ คือแบบ ต้องไปเขี้ยวเข็นเด็ก.

เออ มันผิดฝาผิดตัวกันไปหมดเลยเนาะ.

เออ ผมนะเอ้ เดี๋ยวลูกด่าไปเอาเรื่องลูกมาเล่าไม่ได้.

เออ.

เล่าได้นิดเดียว บอกคือ.

[เสียงหัวเราะ] คือสนับสนุนให้เล่นเทนนิส.

อืออื.

ก็ไปเหนื่อย มันมันเรียนหนังสือก็อะไรแล้ว คือแบบ ก็ไปเล่น.

มันไม่.

แต่เราเราชอบให้เค้าเล่นไง.

คือหมายความว่าเราให้เล่นสนุกอ่ะ.

อ่าๆ.

เออ ไม่ต้องเอาเป็นเอาตายกับ.

หลอก.

ใช่ป่ะ คือเรียนเพื่อให้รู้ แล้วก็ดูเป็น น่ะ.

อ่า.

ทีนี้เชียร์เทนนิสทั้งโลกอะไรเงี้ย.

เออ พอจบ.

เล่นได้เล่นได้ช่วงนึง.

โอเค มันก็ไม่ไหวหรอก.

เออ คนที่มันจะเป็น คือ.

ต้องไปเขี้ยวเข็นกันเอาเป็นเอาตายบ้าเลย.

ใช่.

เออ.

ใช่.

แต่ถ้าเด็กมันชอบก็ว่าไปอย่าง เออ ถ้าคุณจะไปเป็นโปร โปรนู่นโปรนี่อะไร แหมเล่นกอล์ฟอะไรอย่างงั้นก็ว่าไปอย่าง เรื่องเขาไป.

อใช่ๆ คนที่แบบว่าโอเค แบบเด็กก็อยากไปด้วย เด็กก็ชอบอะไรแบบนี้ด้วย แล้วมันก็เป็นที่ทางของเขานั่นก็คือหมายถึงว่า โอเค โชคดีที่เขารู้ตัวเองตั้งแต่เด็กๆ เออแล้วเขาก็ ดันมีสภาพแวดล้อมในการสนับสนุนเขาได้ถูก ป่ะล่ะ แต่ว่าเออ.

แต่ที่มาที่ไปของมันน่ะ.

มันผิดที่ผิดผิดที่ผิดทางต้น ใช่ๆใช่มันมี วัฒนธรรมอะไรบางอย่างตรงเนี้ย.

เออ.

เออ.

มันผิดที่ผิดทางหมดเลย แทนที่มันจะบอกว่า คุณส่งเสริมกีฬาพื้นฐานนะระดับโรงเรียน.

เออ มีคนมีคนคอมเมนต์บอกว่า ต้องฝึกตีกอล์ฟจะได้เป็นนายพล.

[เสียงหัวเราะ].

คือ.

หรือ หรือในอีกมุมนึง ต้องฝึกตีกอล์ฟจะได้มีเพื่อนเป็นคนรวย.

[เสียงหัวเราะ].

นี่แซวเรื่องนักกีฬา.

จบ.

เออ.

จบแล้วเดี๋ไปประเด็นอื่นเดี๋ยวก่อนจบมี เรื่องอะไรวะเดี๋ยวนะครับ.

เออ เกือบลืมละ ลืมๆ.

ลืมๆๆ เออ แต่ว่าเรื่องกีฬาเนี่ย เอ่อ ก็อ่ะ พอมันมีข่าวแบบนี้เนี่ย เราเราก็รู้แล้วแหละ.

แผมยกตัวอย่างมาทั้งหมดเนี่ย ผมไม่เห็นว่า.

ภูมิใจแทนมันไม่ได้โง่นะครับ.

มันเก่งนะครับ แล้วมันจะทำอะไรที่เราจะไม่คาดคิด แล้วมันจะสามารถที่จะ.

พยุงความนิยมของรัฐบาล.

ค่ะ.

ได้นะ.

ค่ะ.

แต่มันจะมีเงื่อนไขจำกัดของเขาใช่มั้ย เงื่อนไขจำกัดของเขาอย่างเช่นเรื่องของกลุ่มทุน เรื่องของอำนาจที่อยู่เหนือเค้า ที่หนุนหลังเค้า.

ค่ะ.

เนี่ยนะ อันนี้คือ หรือตัวเขาเอง.

อื.

ซึ่งมึงพลาดเมื่อไหร่นะ.

เออ ทำเรื่องฉาวโฉ่เมื่อไหร่นะ เออ ซึ่งเสร็จแล้วไม่งั้นจะทำยังไงล่ะ.

ใช่มั้ ผมผมก็คิดว่า.

ถ้าพลาดเมื่อไหร่ คือลงทุนมันตั้งเยอะอ่ะ.

อื.

ไม่ถอนทุนเลยเหรอวะ.

อื.

จะมีพลาดมั้ย อย่างเงี้เงี้ย แต่ไอ้ด้านที่เค้าเก่งแล้วเค้าเค้าจะฉลาดเนี่ย ผมคิดว่าเค้าจะโอเค แล้วเค้าพยายามจะ ผมคิดว่ามันจะมีนโยบายอะไรบางอย่างที่มันพยายามจะเอาใจลากหญ้า.

อื.

ใช่ มีคนตั้งเป้าแล้วมันจะเอาใจลากหญ้า.

อือ.

แต่ว่าไอ้พวกคนช้างกลางนี่ปล่อยไปเถอะ อื.

อือ.

ทำนองเนี้ย มันจะเกิดระบบที่มันแบบ เอาใจกลุ่มทุนใช่ป่ะ แล้วก็เอาใจรากหญ้า.

อื.

พยายามที่จะหาทางเอาใจนะ นี่คือฐานเสียงเค้าอ่ะ.

อ.

เพราะฉะนั้นมันจะเกิดความขัดแย้งตัวนี้ ที่มันที่มันพอสมควร แต่ว่าไอ้ฝีมือของนักการเมืองเนี่ย มันพอจะประ มันจะประคองไปได้.

ค่ะ.

แต่ตัวที่ผมบอกว่าตัวที่มันเฮงซวยคือตัว เรื่องของศาล องค์กรอิสระตัวเนี้ย ตัวนี้เองเนี่ย ที่มันจะมันจะฉุดฉุดทั้งระบบอ่ะ.

อืม ใช่.

ฉุดทั้งระบบ แต่ว่ามันก็ดูโฉ่งฉ่างซะจน เค้าก็ดูเหมือนไม่แคร์แล้วป่ะ พี่ ศักดิ์สยาม.

ค่ะ.

เรายังขำขำที่สุดเลยเรื่องศักดิ์สยามเนี่ย มันบอกว่า ปปช. มันบอกว่า ศักดิ์สยามเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองถือหุ้น.

ค่ะ.

เออ.

อ่า.

ตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน.

อืม.

ใช่ป่ะ.

อื.

นี่มันมติ ปปช. เลยว่ะ คือ.

[ __ ] ตลกมากเลยอ่ะ.

นะ.

คืออันนี้เนี่ย ถ้าทวนอีกทีนึงก็คือ เอ่อ คุณศักดิ์สยามเนี่ย เค้าโดนคดีเรื่องถือ ถือถือถือ ถือครองหุ้น.

แล้วก็ เอ่อ มีการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินเนี่ยอันเป็นเท็จ เออ กรณีเรื่องถือหุ้น เออตีความว่ามีหุ้นแต่ทำไมไม่เขียน ทำไมไม่บอกอะไรแบบนี้ เออแต่ว่าล่าสุดก็คือ เลขา ปปช. แล้วก็มีมติเผยที่ประชุมใหญ่ว่า ยกคำร้องในการกล่าวหาคุณศักดิ์สยามอันนี้ เรียบร้อยแล้ว เออแล้วซึ่งโอเค เราก็รู้กันอยู่เนาะว่าองค์กรอิสระพวกนี้เนี่ย มีที่มา จาก สว. ที่เป็นคนเลือกมานะคะ ต้องผ่านการเห็นชอบจาก สว. อันนี้เนี่ย เราก็เลย เออแล้วแล้วแล้วเค้ายกคำร้องแบบนี้กัน เลยแล้วแล้วเขาจะว่าไง.

อ่ะ.

[เสียงหัวเราะ].

คือสายผูกพันทุกองค์กรน่ะ.

ค่ะ.

สนับสนุนมันตัดสินไปแล้วอ่ะ.

ไปแล้วอ่ะ แล้วทำไงอ่ะ.

มันตัดสินไปแล้ว จากสยามเนี่ยเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ 4 ปีนะ.

ค่ะ.

เอ่อ รู้สึกว่ามันมันเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ตั้งแต่ปี 6 66 อะไรนั่นน่ะ ใช่ป่ะ คือจากสยามเนี่ย ในศาลรัฐธรรมนูญตัดสินน่ะ ตัดสินชัดเจนนะ.

อื.

ว่า เป็นเจ้าของผู้ให้นอมินี่ถือหุ้นบริษัทตั้งแต่แรก.

อื.

เพราะว่าไอ้ผู้ที่เป็นนอมินั้นน่ะ อื ไม่ได้อยู่ในฐานะที่มีตังค์ที่จะไปซื้อหุ้นอะไรได้.

อื.

2 เพราะว่าศักดิ์สยามเนี่ย เอาเงินของบริษัทมาใช้ของตัวเองใช่ป่ะ คือแบบ โดยที่ว่าบริษัทเป็นของตัวเองอ่ะแหละ แต่ก็เลยเอา เอาเอาบัญชีบริษัทมาสวมใช้ตัวเอง เช่น ไปซื้อเครื่องบิน.

ครับ.

ราคา 2 ล้านอะไรน.

ค่ะ.

ซื้อเครื่องบินของตัวเอง ค่าใช้จ่ายของตัวเองไปเบิกในบริษัทอะไรเงี้.

ค่ะ.

ก็แสดงว่ามันเป็นของตัวเองมาตั้งแต่ต้น.

เออ.

คำตัดสินรัฐธรรมนูญมันว่าอย่างเงี้ย.

ค่ะ.

แต่ ปปช. [ __ ] บอกว่า ศักดิ์สยามเพิ่งรู้ว่าหุ้นเป็นของตัวเองตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน.

โอ้พระเจ้า.

ค่ะ.

แล้วมึงบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แล้วที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า.

แต่นั้นอาจจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญคนเก่าค่ะ.

เออ แล้วพอศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ใช่ป่ะ พรรคส้มผิด.

ค่ะ.

เรื่อง เอ่อ ใช้ 1 2 หาเสียงอ่ะ.

ค่ะ.

เออ พรรคส้มเนี่ย เอ่อ เซาะก่อนบ่อนทำลายเหรอ.

[เสียงหัวเราะ].

ใช่ป่ะ พรรคส้มเนี่ย ใช่มั้ ใช้ 112 หาเสียง ใช่ป่ะ โดยมารวมพฤติกรรมหลายอย่าง โดยมารวมพฤติกรรมหลายอย่าง มันรวมทั้งการยื่น ยื่นแก้แก้ 112 แต่มันไม่ได้บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญ มันไม่ได้บอกว่าแก้ 112 เท่ากับผิดทีเดียว.

ค่ะ.

มันไม่ได้ขีดเส้นใต้ว่า ยื่น ยื่น ยื่นเสนอต่อสภาให้แก้ 112 นี่เป็นความผิด.

ศาลรัฐธรรมนูญมันใช้การตีกลุม.

ค่ะ.

รวมๆหลายอย่าง คุณไปหาเสียง พิธาไปติดสติ สติ๊กเกอร์.

อื.

อะไรต่างๆ คุณใช้นโยบายนี้มาหาเสียงคุณ อะไร รวมไปหมดอ่ะ.

ค่ะ.

อ มันตีกลุ่มทั้งหมดแล้วมันก็บอกว่า อันเนี้ยเป็นพฤติการล้มล้าง.

อืม.

ใช่มั้.

ค่ะ.

แต่ ปปช. มันตัดเอาไปท่อนเดียว.

ค่ะ.

เฉพาะส่วนที่แก้กฎหมาย ยื่นแก้ 112 แล้วมันก็บอกว่าอันเนี้ยผิดจริยธรรม.

ค่ะ.

ยื่นศาลที่ธรรม 44 คนไม่มีแยกเลย.

ค่ะ.

หมดเลย.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ ไม่มีแยกพฤติกรรมไม่มีอะไร แค่เสนอ กฎหมายอ่ะ เค้าชื่อเสนอกฎหมาย.

ซึ่งเป็นสิทธิ์ของ สส. อยู่แล้วนะเออ.

เออ อันนี้มันไปไกลกว่าศาลรัฐธรรมนูญอีก.

ค่ะ.

เออ แต่ว่าพอมันมีคดีศักดิ์สยามสนามว่าอย่าง งั้นมันไปอีกทาง.

ค่ะ.

นะ คือสรุปแล้วเรามันไม่มีให้คนเชื่อทั้ง ศาลรัฐธรรมนูญทั้ง กกต. ทั้ง ปปช. ทั้ง สว. แล้ว ก็ก็พูดอย่างงี้ได้มั้คะพี่ถึกว่า เอ้า ก็อันนั้นมันศาลแล้วคนก่อนค่ะ.

เออ.

[เสียงหัวเราะ].

ตอนนี้นะเป็นคนใหม่แล้ว.

ปปช. ก็เลือกใหม่ไปแล้วด้วย เออ ผลอะไรที่เคยว่ากันไว้มันก็เป็นอดีตอ่ะค่ะ จบไปแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับปัจจุบัน และศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ก็มีสเปคที่เคยอยู่ กระทรวงคมนาคมกับคุณศักดิ์สยามนะคะ.

ก็ดูเหมือนป่ะ.

เอ้ย ไม่ใช่เคยอยู่กระทรวง เอ่อ เป็นอธิบดี เป็นอธิบดี เอ่อ กรมทางหลวงในช่วงนั้น ก็ดูใกล้ชิดมั้ยคะ คุ้นเคยคนใหม่ค่ะ อะไรใหม่ๆ.

อนุกรรมการ กกต. ตอนนั้นก็ดูเหมือนจะ อธิบดีเลยนะ.

ขนส่งทางบกด้วยวะ.

เออๆๆ.

เออ คือทำไมอธิบดีพวกนี้มันได้ดีกันจังอ่ะ คือความหมายก็คือว่า ทำไมอธิบดีมันมีอำ มันมันอยู่ในคุณสมบัติที่จะเอามา.

เป็นองค์กรอิสระเหล่านี้.

เป็นองค์กรอิสระ หรือเป็นอนุกรรมการองค์กรอิสระ ทำไมอ่ะ.

ค่ะ.

มันตั้งคุณสมบัติกันยังไงวะ ทำไมอธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียนไม่ได้เป็นมั่ง.

เออเออ.

[เสียงหัวเราะ].

ใช่มั้ย.

ค่ะ.

ทำไมมันเอามาแต่กรมทางหลวง.

ค่ะ.

เอามาแต่กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย แล้วก็รอบก่อนหน้านี้คนที่อยู่อะไรนะ อะไรนะ กรมโยธาธิการไม่ได้นะคะ ไม่ได้ไม่ได้.

เออ แล้วทำไมมันไม่เอาอธิบดีกรมที่มันแบบว่า เอ่อ มันนึกไม่ มันนึกไม่ออก มันมันงงๆว่าทำไม มันต้องมาเฉพาะเงี้ย.

ค่ะ.

ใช่มั้ย อย่างกระทรวงศึกษาไม่ได้เป็นสักคน.

ไม่เห็น ไม่เคยเห็นเลย.

เออ กระทรวงศึกษาไม่เคยได้เป็นองค์กรอิสระเลยนะ.

ไม่เคยเห็นเลยค่ะ.

นี่ไม่ได้นิยมชมชอบนะ กระทรวงศึกษาก็แย่นะ.

ค่ะๆ.

เออ.

แต่ไม่เคยเห็นจากสายอื่นเลยอ่ะอ.

เออ.

มีๆ นึกออกแล้ว ผมจะเล่าเรื่องตลกตะกี้.

ค่ะ.

ว่า.

ผมลืมไปมันเกี่ยวพันระหว่างกีฬากับ กระทรวงศึกษา.

ค่ะ.

คุณรู้มั้ยว่า ผอ. โรงเรียนเนี่ย มาจากครูสาขาอะไรมากที่สุด ผมถามที่ไรไม่มีคนตอบได้ทุกที.

สังคมเหรอคะ.

สังคม หรือวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์.

หนูคิดว่าสังคมมั้ย ครูสายสังคมส่วนใหญ่.

เล่าทำไมอ่ะ.

ไม่ใช่ คุณตอบอะไรก็ผิด.

ครูพละ.

ะ.

ทำไมอ่ะอ่ะ.

ไปถามครูสิ พวกครูเค้าบอกผมอ่ะ.

ะ.

ครูพลศึกษา.

คนแล้วคนอื่นเค้าไม่เป็น ผอ. หรอคะ.

แต่กรมพลศึกษานี่อยู่กับกระทรวงท่องเที่ยว กีฬา.

ท่องเที่ยว กีฬา.

ทำไมอ่ะ.

ครูพละนี่เข้าสังคมเก่งที่สุด.

ก็ใช่แล้ว ครูครูพละมีเวลา.

จี้จ๊ะ.

ไม่ซีเรียส มีเวลาไม่มีเวลาไปเรียน.

ออ.

เพราะว่าจะเป็น ผอ. มันต้องเรียน.

คนที่จะขึ้นผู้ช่วย ผอ. มันต้องเรียนปริญญาโทบริหารการศึกษา.

อ้า ค่ะ.

ปริญญาโทบริหารการศึกษาเนี่ย.

ค่ะ.

เปิดเต็มไปหมดตามมหาวิทยาลัยเอกชน มหาลัยแห่งหนึ่งที่เคยโดนตอนที่แบบ เคยโดนสั่งยุบแบบ ปรับปรับ หรืออะไรสั่งคืนเนี่ย คือแบบ เอ่อ ที่ป้ายยุบเหมือนไม่อนุญาตอ่ะ.

ค่ะ.

กระทรวงอนุญาตปิดยา.

มหาลัยเอกชนใหญ่ทาง.

อ.

ฝั่งธน น่ะ.

อือืม.

รับปีตั้ง 2,000 กว่าคนน่ะ.

ค่ะ.

ปริญญาโทบริหารการศึกษาเี่[ __ ]เป็นอะไร ที่แบบตลกมากเลย คือเรียนเพื่อเป็น ผอ.

เรียนแล้วเรียนแล้วมาเป็นผู้ช่วย ผอ. คือเรียน.

นอกเวลาก็ได้.

คือถ้าอยากจะเป็น ผอ. ต้องต้อง.

เออ ต้องผ่านโทตัวนี้ก่อน.

อ้อ ก็ไปเรียนกันตามจังหวัดเนี่ย.

แป๊บๆๆก็ได้แล้ว แต่ว่าเค้าบอกว่า สรุปแล้วเนี่ย เพื่อนที่เป็นครูเล่าให้ฟัง.

เออ แต่ว่า.

ุภละมามากที่สุด.

ถ้าพูดอย่างเงี้ย มันก็ make sense เพราะว่า นึกถึงสภาพครูคณิต ครูวิทยาศาสตร์จะเอาเวลาไหนไปเรียนเพิ่มวะ.

อื.

ลำพังแค่จะสอนให้มันครบหลักสูตรครบเวลา.

ครูเนี่ยมี 2 สาย.

ค่ะ.

สายนึงเขึ้นสายวิชาการ.

ค่ะ.

ให้ไปเป็นเชี่ยวเชี่ยวชาญ เป็นอะไรต่างๆเนี่ย ที่สูงสุดเป็นเชี่ยวชาญใช่ป่ะค่ะ.

เชี่ยวชาญพิเศษอะไรต่างๆ คือสายขึ้นไปสายนั้นก็ขึ้นเงินเดือนค่ะ.

อื.

อีกอย่างนึงคือขึ้นไปสายบริหาร.

ค่ะค่ะ.

เพื่อไปเป็นผู้ช่วย ผอ. ผอ. เออ.

ค่ะ.

นะ เพราะครูวิชาการทั้งหลายก็ไม่สนใจ กูจะไปสายวิชาการของกูอ่ะ ไปสายเชี่ยวชาญอะไรอย่างเงี้ย.

ค่ะ ไม่ได้สนใจอำนาจบริหารอยู่แล้ว.

เออ ไม่สนใจบริหาร.

เออ.

เก็เลยบอก ก็มันก็เลยแซวกัน ก็เลยขำๆก็บอก สุดท้ายแล้วคนที่เป็น ผอ. มากที่สุดอ่ะ.

คือสายพละ.

[เสียงหัวเราะ].

โคตรดี.

หนูจะบอกเพื่อนหนูเลย หนูมีเพื่อนที่เป็นครูพละอยู่หลายคนมาก เพื่อนๆ.

บอกให้มันไปเลย มันจะโทรบริหารศึกษา.

เออ แล้วมีเวลา เพื่อนหนูมีเวลาแน่นอน หนูรู้ว่าเพื่อนหนูมีเวลาไปเรียนเลย.

[เสียงหัวเราะ].

ไปเรียนเลย รอรอเพื่อนเป็น ผอ. อยู่นะคะ.

ส่วนใหญ่เข้าสังคมเก่งอีก.

แน่นอน ไอ้พวกครูพละเนี่ย สนุกมาก พี่ถึก.

จริง เพื่อนหนูที่เป็นครูพละทุกคนคือสนุก สุดๆแล้วแบบ จะไม่มีใครดูทรงออกซักเท่าไหร่ ว่ามันเป็นครูเอ.

[เสียงหัวเราะ].

แต่ว่าโอเค มันก็จะมีบางคนที่แบบ แต่งตัวเซ็ตครูพละมาเลย อะไรอย่างเงี้ย คือแบบว่าดูมาแต่ไกลก็รู้ว่าเป็นครูพละ แต่แบบ พวกเมันก็ จะเฮฮา สนุกสนาน เข้ากับเพื่อนง่าย ปาร์ตี้ได้ อะไรเงี้ย เออ มีชวนเด็กทำนั่นทำ นี่ได้ อะไรเงี้ย.

นี่นี่เล่านอกเรื่องอีกเรื่อง.

ค่ะ.

กลับมาที่เรื่องคุณสมบัติข้าราชการ.

ค่ะ.

และคุณสมบัติองค์กรอิสระ.

วันก่อนผมเห็นผู้สมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นข่าว แทนแทนนักฤทธเมฆไตรัตน์อ่ะ.

ค่ะ.

ศาสตราจารย์ดาราศาสตร์อ่ะ.

ค่ะ.

นะ มี 4 คนเว้ย ผม.

[ __ ] หัวเราะก๊กเลย.

ขอโทษเถอะ ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคลนะ.

อื.

แต่มันคือความงี่เง่าของการเขียนรัฐธรรมนูญ 60 ที่มันเอาศาสตราจารย์น่ะ.

อื.

อื พูดให้จ.

ใช่ เนี่ยหนูเปิดดูละ.

คนที่ 1 ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนในร้อย.

ตำรวจ.

ตำรวจ.

คนที่ 4 ก็ดูเหมือนจะใช่การใช่เช่นเดียวกัน.

คนที่ 4.

หรือที่ 3 อ่ะ โรงเรียนร้อยตำรวจเหมือนกัน.

เออ คนที่ 3 คนที่ 3 ก็เป็นศาสตราจารย์จาก คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนร้อยตำรวจ.

คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนร้อยตำรวจ.

2 ใน 4 คนเป็นศาสตราจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ ใช่มั้ เฮ้ย นี่คุณจะเอาศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้เหรอ.

อื.

ผมไม่ได้ว่าตัวบุคคลเค้าเลยนะ แต่ผมบอกว่า.

ค่ะ.

รัฐศาสตร์ในความหมายดั้งเดิมที่มันต้องการให้เป็นศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย.

คือความเชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์จริงๆ ที่มันแบบว่า.

กฎหมายมหาชนเอย ไม่กฎหมายมหาชน อาจจะเป็นเรื่องทางกฎกฎหมายใช่มั้ แต่ว่าอย่างน้อยๆ เนี่ย คือการรักษาการเมือง การปกครอง.

อ่า การปกครอง เออ.

รักษาด้านการปกครองอ่ะ.

ใช่ป่ะ ลักษณะที่เค้าเชี่ยวชาญเรื่องการเมืองการปกครอง เรานึกถึงคนอย่าง โอเค กว่าจะนึกถึงคนอย่างอาจารย์เกษียณ คุณอาจจะนึกถึงคนอย่างอาจารย์ประจักษ์ ที่อายุมากกว่านิดหน่อย อะไรต่างๆ เพอเป็นศาสตราจารย์อย่างเงี้ย.

อาจารย์สิริพันธ์อย่างเงี้ย.

เออ อาจารย์สิริโอเค ถึงแม้แกจะ.

ศาสตราจารย์.

ถึงแม้แกก็จะอยู่คนละขั้วกับผมรอเล่น.

[เสียงหัวเราะ].

เดี๋ยวโดนแน่นี่ เดี๋ยวโดนแน่ อาจารย์เตรียมแคปแล้วเนี่ย.

เ้า ผมแซวอาจารย์สิ.

อาจารย์ชวนชวนมาสัมภาษณ์กันหน่อย.

[เสียงหัวเราะ].

แต่แต่เนี่ยแบบเนี่ย อย่างอาจารย์สิริพันธ์เนี่ย คือศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องรัฐศาสตร์การปกครองเนี่ย มันมีไม่กี่คนด้วย.

คือจริงๆมันเป็นรัฐศาสตร์สาขาการเมืองการปกครองที่มันหวังจะให้.

ที่มันหวังจะให้มาอยู่ในตุลาการรัฐธรรมนูญ.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ แต่ไอ้ที่มันแบบปัจจุบันเนี่ยเนี่ย วิชาการเนี่ย.

ค่ะ.

นะ มันแตกแขนงกันไปจนกระทั่งอันนู้นก็เป็นศาสตราจารย์ อันนี้ก็เป็นศาสตราจารย์ศาสตร์ อันนั้นก็เป็นศาสตราจารย์ศาสตร์ แล้วคุณดูคนที่ 4 หรือคนที่ 3 คนที่ 4 คุณอธิบายว่าสาขาอะไรคุณ บอกนะ.

อ่อ สาขาสา.

มีตำรวจศาสตร์ 2 คนใช่มั้ย.

อื.

แล้วก็อีกคนนึง มหิดล แล้วก็อีกคนนึง.

สาขาวิชารัฐประสานศาสตร์ อนุสาขาการบริหารองค์การ สาขาวิชาวิการจัดการโลจิสติกส์และวิทยาการจัดการ.

เดี๋ยวนะ.

การจัดการโลจิสติกส์เดี๋ยวนะ.

ศาสตราจารย์ด้านการจัดการโลจิสติกส์.

[เสียงหัวเราะ].

คือคือคุณเข้าใจมั้ยวิชารศาสตร์เนี่ย.

มันคือกิ่งคณะเหรอวะ มันคือกิ่งเออ.

ใช่ คือวิชารศาสตร์ปัจจุบันเนี่ยมันขยาย เราไม่ได้ด่าเขานะในมุมในมุมของวิชา แต่ความงี่เง่าของการ.

แต่หนูงงว่าทำไม แล้วโลจิสติกส์มันถึงไปแมตอยู่กับรัฐศาสตร์ศาสตร์วะ.

ก็นั่นไง ปัจจุบันเนี่ย มันมีปัจจุบันเสาขา วิชาเนี่ยมันขยายออกไป เพราะฉะนั้น ไอ้ศาลรัฐธรรมนูญ[ __ ]เขียนงี่บอกว่า คนที่จะมาเป็นตุลาการ ไอ้ กก ไอ้ กรรมาธิการ กรรมการรัฐธรรมนูญชุดมันเขียนงี่เง่า.

เออ.

มันบอกว่าคนที่จะมาเป็นศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นต้องเป็นศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์ หรือรัฐศาเหนือรัฐศาสตร์ แต่รัฐศาสตร์ดันมี.

ปัจจุบันเนี่ย รัฐศาสตร์มันแตกแขนงเยอะมาก.

ค่ะ ใช่ๆ.

ใช่มั้ย.

เออ.

รัฐธรรมแขนงเยอะมาก คณะสังคมวิทยา มนุษยวิทยาของของธรรมศาสตร์อ่ะ.

เออ.

ที่จุฬาไม่มี.

เออ.

เพราะมันอยู่ใน เพราะมันอยู่ในรัฐศาสตร์จุฬา.

ค่ะ.

ถ้าเขาเป็นศาสตราจารย์สาขานี้อยู่ที่รัฐศาสตร์จุฬา เขาก็เป็นศาสตราจารย์รัฐศาสตร์.

รัฐศาสตร์.

อืมอื.

ใช่ป่ะ.

ใช่.

เออนี่เหมือนกันนี่มีศาสตราจารย์เรื่องโลจิสติกส์แล้วคุณจะไปห้ามเค้าสมัครได้ไง เค้าก็มีสิทธิ์สมัคร ผมไม่ได้ว่าเค้านะ แต่ผมบอกว่าผมอธิบายให้เห็นว่าไอ้ความงี่เง่าเรื่องเรื่องการไปเขียนแบบเนี้ย คือ.

ไอ้การล็อคอะไรแบบเนี้ย เออ.

เออ คือสุดท้ายแล้วมันก็กลายเป็นแบบ คุณไม่ได้ คุณไม่ได้คาดคิดอ่ะว่ามันจะเกิดอย่างงี้ขึ้น.

ใช่ใช่ๆๆ.

ใช่มั้ย เราไม่ได้รู้จักตัวบุคคลนะ เราไม่ว่าเลยว่าใครเค้าอาจจะเหมาะก็ได้ อะไรก็แต่มันไม่ใช่รัฐศาสตร์อย่างที่คุณคิด.

ค่ะ.

ตำรวจศาสตร์นี่ก็ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแล้วล่ะ.

ตำรวจศาสตร์.

[เสียงหัวเราะ].

มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแล้วล่ะ เดี๋ยวมีทหารศาสตร์ เดี๋ยวโรงเรียนร้อยแล้ว.

จปร.

จปร.

มาอีกอ่ะ.

เออมี.

อาจจะมีศาสตราจารย์รัฐศาสตร์อยู่นะ.

หนูก็เพิ่งรู้ว่ามันมีคณะตำรวจศาสตร์ในโรงเรียนนร้อยตำรวจแล้วแล้ว จปร. มีคณะอะไรป่ะ.

เออนี่คือความงี่เง่าของรัฐ.

เออฟิก ศาสตราจารย์กฎหมายเนี่ยก็ยังจำกัด ยังต้องจำกัดเลย.

กฎหมายเก็ควรจะเป็นกฎหมายมหาชนด้วย.

คือในมุมนึงอ่ะไอ้.

กฎหมายมหาชนมีคนน้อยอีกอ่ะ.

ใช่ๆ คือยิ่งล็อคแบบเนี้ย มันยิ่งทำให้คนที่จะได้เป็นน่ะ มันยิ่งน้อยลงไปอีก แล้วจริงๆมันไม่ได้เป็นการล็อคเพื่ออ่ะ เดี๋ยวคุณคุณดูว่าในขณะเดียวกันเนี่ย บางสเปคเนี่ยมันก็กว้างมาก.

ออ.

นี่ไม่ได้ว่านะ ทนายความ.

อื.

เป็นทนาย 20 ปี.

ค่ะ.

สมัครตุลาการ สมัครองค์กรอิสระได้.

ค่ะ.

เอ่อ โดยดูเหมือน กกต. แต่คนที่ได้คือคุณอะไรที่กำลังจะพ้นตำแหน่งเนี่ย คือเป็นที่ปรึกษาของประธานศาลรัฐธรรมนูญมาก่อน.

ค่ะ.

[เสียงหัวเราะ].

คุณต้องเป็นที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญก็เลยแบบ.

มีแต้มต่อค่ะ.

เออเออ.

หรือ หรือก่อนหน้านี้ที่เป็น กกต. อีกคนนึง ก็อะไรนะ คนที่เป็นอดีตผู้พัฒนาสายพันธุ์ข้าว.

อื.

อะไรอย่างเงี้ย.

เอองงๆอยู่งงๆ.

เนี่ยคือคุณสมบัติของมันน่ะ.

อืนี่แหละ แล้วเอ่อ ด้วยกรอบที่มันวางไว้ในรัฐธรรมนูญแบบเนี้ย มันก็ทำให้สุดท้ายแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการล็อคสเปคให้ได้คนที่มีมูลคุณภาพนะ แต่จริงๆมันไม่ได้วัดอะไรได้ในเชิงคุณภาพได้เลยวะ.

ไม่ได้คุณสมบัติมันตอนหลังมันสาดไปหมด.

เออ มันเออมัน.

คุณสมบัติขององค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย มันเลยกลายเป็นกว้างและสาดไปหมด.

อืออื.

แต่ว่าพอล็อคสเปคเนี่ย ล็อคสเปคได้ง่ายมาก ด้วย สว. ใช่.

สีน้ำเงิน.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ มันล็อคสเปคได้หมดแล้วใช่.

งั้นผมคิดว่าอันเนี้ย เราจะเจอแบบนี้แหละ ใช่ป่ะ คือความวิบัติของขององค์กรอิสระของศาลที่มันจะอุ้มซึ่งกันและกัน.

ค่ะ.

เอ่อ ที่มันจะมาอุ้มพวกศาลและองค์กรอิสระ ที่มันจะมาอุ้มสีน้ำเงิน.

อื.

ในขณะที่สีน้ำเงินมันก็จะพยายามที่จะโอเค มันจะใช้ความสามารถในการเป็นนักการเมืองของมันน่ะ ใช่ป่ะ พยายามที่จะทำงานให้แบบ โอเค ให้มันได้ใจคนน่ะ มันให้ ใช่ เออๆ พยายามมันก็มีแผลของมัน.

มันก็มีทุนของมัน ต้นทุนที่มันต้องเอาคืน มีอะไรต่างๆเนี่ย อันนั้นคือจุดที่มันจะ จุดที่มันจะเรียกว่าพยุงตัวได้.

อื.

หรือไม่ได้อะไรเท่าไหร่นะนา เป็นเวลานานเท่าไหร่ แล้วผมก็ยังคิดว่าเรื่ององค์กรอิสระ เรื่องรัฐธรรมนูญเนี่ย คือจุดตาย.

อื.

เพราะว่าจริงๆเราไม่ได้ เราไม่ได้ซีเรียสว่าคุณถึงไปพุ่งไปที่ภูมิใจไทย แต่พุ่งไปที่ตัวระบบ.

อืมๆ เพราะว่าระบบนี้มันทำให้เขาสามารถกินรวบได้แล้วเค้าอยู่ได้อย่างปลอดภัย.

เออ แล้วเค้าเองก็หยิบใช้ระบบนี้แหละ เออในในในการหาผลประโยชน์ตรงนี้ ในการยืนระยะของอำนาจให้อยู่ไว้ให้ได้.

เออ ความจริงมันมีคดีคดีมันเกือบลืมเนี่ย คดีไปส้มคุณสุรพลไง.

ออป่าค่ะ ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ.

เฮ้ยครับ ผมจะบอกว่าศาลฎีกาตัดสินดีมากเลยนะ.

หรอ.

ตัดสินถูก อื.

ยังไงคะ.

อ่ะ เอ้า เค้าตัดสินตามรัฐธรรมนูญ.

ออ.

คือ.

แ่ง.

คุณสุรพลเกียรติชัยใช่ป่ะ.

โดนใบส้ม.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ กกต. แจกใบส้ม ตัดสิทธิ์แกแล้วเลือกตั้งซ่อมได้สีนวล.

ค่ะ.

กำเนิดสีนวล.

[เสียงหัวเราะ].

จุดเริ่มต้น.

แล้วก็ คุณสุรพลแก ไอ้ กกต. เพราะมันส่งศาล.

ค่ะ.

มันต้องส่งศาลฎีกาเลือกตั้ง.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ เพื่อตัดสิทธิ์แก.

ค่ะ.

ให้เป็นใบแดงใบดำถาวร ผมจำไม่ได้แล้วหละ คือตัดสิทธิ์แก ใบส้มมันตัดสิทธิ์ชั่วคราว.

อื.

แล้วเลือกตั้งใหม่นะ เอ่อ แล้วโดยที่แก ลงไม่ได้ด้วย.

ใช่มั้ เออ.

อ.

พอ พอไปศาลฎีกาเลือกตั้ง คุณสุรพลชนะเว้ย.

อืม.

ศาลเห็นว่าไม่ได้มีเจตนาอะไรแบบเนี้ย คือแบบนะ คือศาลก็เห็นมันไม่ผิดอ่ะ ง่ายๆ คือแกถวายเงินพระ 2,000 น่ะ แกถวายทุกปี ถวายเงินพระเทียนพระอะไรอย่างเงี้ย.

ค่ะ.

มันเป็นการทำบุญของแก ไม่ได้ไปถวายต่อสาธารณะต่อแบบอะไรเนี่ย เพียงแต่ว่าพอแกถวายเสร็จ พระให้เอาไปรวมพระป่า.

ออ.

อย่างเงี้ย.

ศาลชั้นต้นให้ กกต. แพ้คดี 70 ล้าน.

ค่ะ.

จ่าย 70 ล้าน ศาลอุทธรณ์ก็ให้จ่าย 70 ล้าน ใช่ป่ะ คือประมาณนั้นแหละ เรียนบอกเบี้ยอะไรหมดเนี่ย อือๆ แต่ว่า.

ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า ถ้าแพ้คดีขึ้นมาเนี่ย.

ค่ะ.

ถึงที่สุดแล้วเนี่ย.

เอาเงินไหนจ่าย.

เอาเงินไหนจ่าย.

ใช่.

เอาเงินหลวงก็เอาเงิน กกต. ก็เป็นเงินภาษีเรา.

เงินหลวง เออ.

เออ แล้วทำไมบอร์ด กกต. มันไม่ต้องรับผิดชอบวะ.

เออ.

แต่ต้อง กกต. 7 คนต้องจ่ายมั้ย สุดท้ายศาลฎีกาแก้ปัญหาให้ไม่ต้องจ่ายเอ.

กลายเป็นว่าศาลฎีกาก็คือตีเป็นว่ายกฟ้อง กกต. ไป.

กกต. ชนะไป.

ศาลตัดสินดีมากเลย.

อื.

เ้ายกรัฐธรรมนูญมาตัดสินเว้ย.

ค่ะ.

นะ คือเขาบอกว่า การแจกใบส้มเนี่ย มันเป็นของอำนาจที่อำนาจ กกต. ที่รัฐธรรมนูญเขียนว่า ใช่ป่ะ เมื่อมีอะไรอ่ะ เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า.

อ่า.

เมื่อ กกต. สงสัยว่า.

ค่ะ.

ทำนองเนี้ย.

ก็ใช้ว่าเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย หรือมันควรเชื่อได้ว่า กกต. ก็มีอำนาจที่จะแจกใบส้ม.

ออๆ.

ใช่ป่ะ เพราะฉะนั้นเนี่ย พฤติกรรมของคุณสุรพลน่ะ แม้จะได้ผิดแต่มันก็ทำให้ กกต. สงสัย.

เออ.

เออเนี่ย เขาบอกว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต.

อ่า.

กกต. เนี่ย ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต มันเออ เพราะอำนาจมันเขียนไว้ให้เค้าแบบนั้น.

รัฐธรรมนูญ.

เอ่อ.

รัฐธรรมนูญมันให้อำนาจ กกต. เออๆ.

แค่สงสัยก็แจกใบส้มได้แล้ว.

เออ แล้วเขาก็เชื่อตามกฎหมาย.

เขา ก็สงสัยจริงๆอ่ะ.

เออ.

เขาไม่จำเป็นต้องพิสูจน์คุณสุรพลผิด.

อืม.

เขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ.

[ __ ].

เขาแค่ใช้ความสงสัย.

สงสัยมันจะผิดตรงไหนล่ะ.

แต่ความสงสัยมันทำให้คนนึงมันถูกตัดสิน ผมก็บอกแล้วว่าศาลฎีกาตัดสินตามรัฐธรรมนูญเป๊ะเลย.

เออ.

[ __ ] เออ.

ก็รัฐธรรมนูญมันให้อำนาจ กกต. สงสัยอ่ะ.

ค่ะ.

ศาลฎีกาก็เลยบอกว่า ก็แค่สงสัยอ่ะ เค้าก็เลยสงสัย เค้าก็เลยแบบ แจกใบส้มแล้วจะผิดตรงไหนล่ะ.

แล้วไม่ได้มองว่าความสงสัยมันสร้างความเสียหายไปแล้วด้วยเหรอเอง.

ก็ก็โทษรัฐธรรมนูญ.

[เสียงหัวเราะ].

เค้าทำรัฐธรรมนูญ.

รนให้สงสัยได้อ่ะ.

เออ.

เออ ก็ผิดตรงไหนล่ะ เกรียนน่าเกลียดเนาะ น่าเกลียดเนาะ.

เออๆ.

โอ้ย กูจะไปด่าศาลน่าเกลียดไม่ได้ รัฐธรรมนูญสิ รนสิน่าเกลียด.

หนูบอกว่าทำนุ.

[เสียงหัวเราะ].

น่าเกลียด.

อยากจะใส่เสื้อให้ดูเลย.

[ __ ] ไอ้.

[เสียงหัวเราะ].

องค์กรอะไรก็มาที่ตามๆรัฐธรรมนูญ 60 เสมอ ควรโดนด่าให้หมด.

รัฐธรรมนูญมันทุเรศ เออ.

ส่งต่อได้อย่างแบบเนียนมากเลย คือ.

ค่ะ.

เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญนะ เออ รัฐธรรมนูญมันให้อำนาจ กกต. สงสัย.

ค่ะ.

หรือเชื่อได้ว่า ทีนี้อาการของคุณสุรพลน่ะ ที่แกไปถวายเงินพระอ่ะ.

ค่ะ.

มัน กกต. สงสัย.

[เสียงหัวเราะ].

กฎหมายนี่มันเก่งเนาะ.

อืมค่ะ.

คนก็ทำตามกฎหมายกันเป๊ะๆเลย แหมป๊าด.

ต่อไปคุณจะเชื่อกฎหมายได้ยังไงอ่ะ.

เออ ในเมื่อกฎหมายมันก็ไม่ make sense ด้วยตัวมันเองแบบเนี้ย เออ แต่แบบว่า เออ นี่แหละ นี่คือพิสงค์ของเอ่อ กฎกติกาที่มันไม่ดีเว้ยอ.

แล้วมันดันเป็นกฎกติกาที่คนที่หยิบใช้ เค้าก็เลือกที่จะใช้แบบไหนก็ได้อ่ะ ใช้ให้มันเป็นคุณกับเค้า ใช้ให้มันเป็นโทษกับเรา เออแล้วใช้เพื่อปกป้องตัวเองมันก็ทำได้อ่ะ เออ.

คือแล้วก็อ้างแค่ว่า ก็ก็เนี่ยมันเขียนมาแบบนี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย.

เออ.

ผมคิดว่าคือสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นต่อไปอ่ะ ในช่วงต่อไปคือคนไม่เชื่อถือกฎหมาย.

ค่ะ.

คุณเห็นข่าวดราม่าทุกวันเนี้ย มันคือคนไม่เชื่อถือกฎหมายอ่ะ.

ค่ะ ใช่.

ใช่มั้ ดราม่าถูกบ้างผิดบ้าง.

ค่ะ.

แต่คนไม่เชื่อแล้วอ่ะ ตั้งแต่กระบวนการยุติธรรมทำทั้งหมดอ่ะ ถูก.

ใช่ป่ะ ตำรวจไปขึ้นไป.

มีอะไรมันต้องเถียงกันหมดอ่ะ มีอะไรคนต้องแบบ ต้องดราม่าจับไว้ก่อนว่าอันนั้นใครผิด ใครถูก มันกลายเป็นตัดสินกัน.

ถูกๆ.

กันนอกนอกกระบวนการยุติธรรมหมด.

แม้แต่การเกิดขึ้นของความนิยมอย่างคุณกัน จอพลัง หรือว่าความนิยมของรายการหนกระแสเนี่ย มันก็เกิดจากการที่คนไม่เชื่อมั่นในกระบวนการที่ทำ.

ใช่ คนไม่เชื่อในกระบวนการทำ.

แล้วมาหาวิธีในการตัดสินหาความชอบธรรมกันเอง อือื.

ใช่ แล้วมันก็ตัดสินด้วยโหกระแส.

อือ อะไร.

ซึ่งบางทีก็เพี้ยนเข้าไปใหญ่.

ใช่ๆ เพราะว่าจริงๆในมุมนึงอ่ะ การลากออกมา กองอ่ะ มันต้องมากองพร้อมข้อเท็จจริงทั้งหมด.

อื.

แต่ว่าในหลายๆครั้ง พอเรื่องกระแสมันเร็วอ่ะ มันถูกกองด้วยมวลอารมณ์ไว้ก่อน.

แล้วเอาอารมณ์มาเป็น.

ตัว ทำให้มันวาไรตี้อ่ะ เออๆ มันจะเพี้ยนไปอีกแบบนึง.

แล้วตลกจนกว่านั้นก็คือสุดท้าย กระบวนคำก็ไปตามโหกระแส.

เออๆ ไม่ได้นะ คือคุณสวนกระแสไม่ได้นะ คุณโดนด่า.

เออเดี๋โดนด่าเป็นอย่างงั้นไปอีก เออ.

โดนด่า.

ค่ะ.

คือเรื่องบางเรื่องบางเรื่องเนี่ย บางทีความจำเป็นทางกฎหมายมันไม่ถึง.

ค่ะ.

เอ่อ หรือว่าอะไรอ่ะ ความมาตรฐานทางกฎหมายมันไม่ถึง แต่สังคมต้องการให้ยาแรง.

อื.

อะไรเงี้ย มันก็ไปตาม ใช่ป่ะ มันก็ไปตามแล้วมันก็จะเอียงเอียงไปเอียงมาอย่างเงี้ย โดยที่เราไม่ได้มองเหตุผลข้อเท็จจริง.

อื.

ใช่มั้ย เนี่ยผมจะไปนั่งดูเรื่อง ที่บอกว่าทำไมคนเจ็บเนี่ย ตำรวจต้องเอาไปลงพักแทนที่จะส่งโรงพยาบาลล่ะ.

อใช่อื.

รู้มั้ว่าโทษปรับเมาแล้วขับมันแรง.

ค่ะ.

ในความแรงเี่มันมีกระบวนการของการหาผลประโยชน์อยู่ ผมไม่ได้บอกว่าเคสนั้นเคสนี้นะ แต่ผมหมายถึงว่ามันเท่าที่ผมได้ยินมา คือแบบ.

มันมีการหาหาประโยชน์จากการประกันตัว จากอะไรต่างๆนี้ด้วย.

ถูก ใช่ๆ มันมีช่องว่างที่ที่เนี่ยให้คนหาประโยชน์จากสิ่งนี้อยู่ มันมีช่องโหวให้เจ้าหน้าที่หาประโยชน์.

ใช่.

นะ แล้วคือคือเมาแล้วขับเนี่ย คุณคือคนบาปนะ.

อืมค่ะ.

คนบาปของสังคมด้วยนะ.

ค่ะ มีโอกาสที่จะถูกประณาม คือ.

[ __ ] ดิ้นสู้ไม่ได้เลยอ่ะ.

ค่ะ.

ใช่ ถูกจับปุ๊บเนี่ย อื นะ มันจะมีกระบวนการอะไรต่างๆ ตั้งแต่การประกันตัว การขึ้น 3 อะไรต่างๆ แต่จบที่ศาลค่ะ.

โอเค ก็ปรับไป.

ค่ะ.

แต่ระหว่างทางเนี่ย คือแบบ โห กว่าจะไปขึ้นศาลน่ะ.

อื.

วันนึงอะไรต่างๆเนี่ย มันมีคนเคยบอกผมอยู่ แบบคล้ายๆเนี่ย เค้าเค้ามีเงินจะประกันตัว แต่เค้าหาใครไม่ได้อ่ะ เค้าก็ต้องไปจ่ายตังค์เพื่อให้มีนายหน้าค้าประกันน่ะ.

อื.

ตังค์มันอยู่ในกในบัญชีเนี่ย.

ค่ะ.

แต่ใช้ไม่ได้ ต้องมีคนมาประกัน.

ออ ค่ะ.

หาหาเพื่อนหาญาติไม่ได้.

ค่ะ.

ต้องไปจ่ายค่านายหน้าประกันตัว.

ค่ะ.

อะไรอย่างเงี้ย มันมีกระบวนการหาประโยชน์พวกนี้อยู่.

ไม่ใช่ไม่มี.

ออ ซึ่งนี่แหละ มันเลยเป็นเหตุที่ว่าเค้าก็ต้องรื้อโปรโตคอลกันใหม่ว่า เอ่อ ถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้จริงๆแล้วมันควรจะ ต้องเป็นลำดับยังไง.

เออ.

อย่างในมุมนึงเนี่ย การลืมโปรโตคอลใหม่มันคือการอุดช่องว่างในอะ การอุดช่องโหวที่จะมีไปคนมีคนไปหาไทยเนี่ย แล้วสังคมไทยเนี่ย ในเรื่องกระบวนธรรมเนี่ย สิ่งที่มันเป็นปัญหาคือสังคมไทยไม่ยิ่งไม่เชื่อกระบวนธรรมยิ่งไปส่งเสริมยาแรงออ.

ส่งเสริมให้กฎหมายมันแรง.

ค่ะ.

ซึ่งพอกฎหมายมันแรง มันยิ่งทำมาหากินมาก.

อ๋อ.

อื.

มันมันย้อนเข้าไปย้อนกันมาหมด ผมคิดว่าเรื่องที่เราน่ากังวลมากที่สุดในสังคมในปัจจุบันคือเรื่องกระบวนการ.

เพราะคน.

[ __ ] ไม่เชื่อศาลตั้งแต่.

ค่ะ.

ไม่เชื่อกระบวนการธรรม ไม่เชื่อไม่เชื่อเรื่องของศาลที่มาเกี่ยวข้องกับการเมือง ใช่ป่ะ เรื่องของศาลที่มาเกี่ยวข้องกับการเมือง มันทำให้ความเชื่อถือต่อศาลในด้านอื่นๆเนี่ย มันเสียหายหมด.

อื.

ทั้งที่ด้านอื่นมันก็อาจจะยังไม่ได้แย่ขนาดนั้น.

ค่ะ อือือๆ อื.

อ้า เออ สุเนี่ย ศาลฎีกาไม่ได้เชื่อว่าเชื่อว่าครูครูใหญ่กับไผ่ไม่หนี แต่ศาลอุทธรณ์บอกว่ากลัวไผ่ก็.

กลัวหลบหนี.

ครูใหญ่จะหลบหนี.

ค่ะ.

แล้วกูก็สงสัยอยู่ว่า แล้วแล้วกูจะเอาศาลไหนล่ะ.

เออ.

ใช่มั้ย.

ค่ะ.

ต่างคนต่างก็วินิจฉัยของของเค้า.

ใช่.

เออ.

เค้าก็บอกต่างคนในวินิจฉัยของเค้าอ่ะ.

แต่แล้วแล้วเค้าไม่ฟังเหตุผลอะไรกันหน่อยเลยหรอ แล้วก็มาให้เหตุผลอย่างงี้แย้งกันเองอ่ะ คือเออแปลกๆอยู่ แต่ว่าอันนี้ก็พี่ถือพูดมาพอดีอัปเดตให้กับทุกคนฟังนะคะ ก็เอ่อ พี่ไผ่กับครูใหญ่เนี่ยจริงๆ ตอนแรกศาลจังหวัดภูเขียวเนี่ย เอ้ยเอ่อ ศาลของภูเขียวเนี่ย เขาให้ประกันตัวเนาะ แต่ว่าก็ต้องวางเอ่อ คนละ 500,000 นะคะ.

อันนั้นฎีกานะ ไม่ใช่ศาลจังหวัดภูเขียว แต่คดีที่ภูเขียว เออ แต่ว่า เป็นศาลฎีกาด้วยนะทุกคน มันคือศาลชั้นสุดท้ายแล้วนะคะ ให้ประกันทุกคนก็ดีใจเว้ยว่า แบบ เอ้ย ให้ประกันว่ะ ถึงแม้จะวาง 500,000 คนละ 500,000 ก็ไม่เคย อันนี้คือเยอะมากเลยนะ เออ ถึงแม้จะวางคนละ 500,000 ก็ตาม เนี่ย แต่ว่ามันให้ประกันเนี่ยก็น่าลุ้น ทีนี้ก็เลยมาลุ้นต่อว่า แล้วคดีที่กรุงเทพฯ จะยังไง เพราะว่าพี่ไผ่พี่ใหญ่ มันไม่ได้มีแค่คดีเดียว ทีนี้พอมาประกันอันนี้แล้ว ศาลอุทธรณ์กลับให้เหตุผลว่าไม่ให้ประกัน เพราะเกรงกลัวว่าจะหลบหนีเนี่ย ในมุมนึง มันก็หนูไม่รู้นะ หนูไม่รู้ว่าศาลเขารู้สึกแบบนี้กันหรือเปล่านะ แต่ว่าในมุมนึง หนูถ้าหนูเป็นศาลฎีกาที่ภูเขียวอ่ะ หนูอาจจะรู้สึกว่า เอ้า.

แม่ภูเขียว ศาลฎีกานี่คือศาลฎีกาเดียวที่กรุงเทพฯ.

อ่าๆ ถ้าศาล.

คำนวณมันส่งมาที่นี่.

อ่า คดีเออ ไอ้คดีของอันนั้นเนี่ย เอ่อ แล้วมันจะรู้สึกโดนหักหน้ามั้วะ.

ไม่รู้ค่ะ ก็ถือว่าเค้ามีอิสระของการตัดสินแต่ละคน มีอิสระของคำพิพากษา แล้วคือระบบมันก็.

ก็ใช่.

แต่แทนที่คุณจะมีอิสระจริงๆในการที่วินิจฉัยนี่คือแบบ อ้าว แล้วทำไม คือผมก็สงสัยว่า แล้วทำไมคุณต้อง ในมันมันมันเป็นเหตุเป็นผลที่ควรจะวินิจฉัยได้อยู่แล้วว่า.

ค่ะ.

ในเมื่อวางเงินประกันไปแล้วตั้ง 500,000 แล้วศาลฎีกาก็เชื่อว่าเขาจะไม่หนี ทำไมศาลอุทธรณ์ ใช่ป่ะ ทำไมศาลอุทธรณ์.

ถึงคิดว่าตัวเอง.

ถึงคิดว่าเค้าจะหนี.

เออ ถึงคิดว่าเค้าจะหนี.

เออ คือการให้เหตุผลน่ะ.

ทั้งๆที่ก็มีศาลฎีกามาประกันให้มารับ ประกันอะไรบางอย่างก่อนหน้านั้นด้วยนะว่า เอ้ยไม่หนีหรอก เลยให้ประกัน คืออธิบายไงว่าศาลภูเขียว.

ค่ะ.

ใช่มศาลภูเขียวเป็นศาลชั้นต้น.

ค่ะ.

เอ่อ ในการอุทธรณ์ ในการที่จะให้ประกันเนี่ย เขาเคงจะยื่นมาที่ศาลอุทธรณ์แล้วคุณเข้าใจว่าคดีมันอยู่ชั้นอุทธรณ์ค่ะ.

แล้วพอเวลามาเวลาจะให้ตัดสินให้ประกันตอน ต้องต้องมาขึ้นฎีกาเนี่ย มันก็มาขึ้นศาลฎีกาที่ศาลฎีกามันมีอันเดียวครับ.

ค่ะ.

สาอุธรณ์มันมีสาอุธรณ์ภาค.

ค่ะ.

แต่อย่างภูเขียวอ่ะจะมีสาอุธรณ์ภาคที่นู่น.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ แต่ศาลฎีกาทั้งหมดที่มันอยู่ที่กรุงเทพฯ.

ค่ะ.

ศาลฎีกานี่มีผู้ปรึกษาประมาณ น่าจะ 200 กว่าคน ร่วม 200 เท่านั้นมั้ง เอ่อ คือคืออยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด.

200 ใช่ป่ะ.

เออ แล้วก็ส่วนศาลอุทธรณ์ที่กรุงเทพฯ เนี่ย ศาลอาญาก็จะขึ้น แต่ศาลอุทธรณ์น่าจะได้ศาลอุทธรณ์กลางอย่างเงี้ยนะ ผู้ปรึกษาศาลอุทธรณ์เนี่ยก็เขาก็ถือว่าเขาก็มีอิสระ.

ค่ะ.

ใช่ป่ะ แล้วก็ศาลอุทธรณ์เนี่ย ตามลำดับชั้นเนี่ย คือศาลอุทธรณ์ พอเลื่อนชั้นก็จะไปสู่ศาลฎีกา.

ใช่ๆ.

เออ เพราะศาลฎีกาสูงกว่า.

ค่ะ.

แต่ต่างคนต่างเขาก็ต่างมีอิสระ อื เราก็ต้องยอมรับว่ามันมีอิสระ แต่ว่าไอ้การให้เหตุผลเนี่ย คือแบบ ยังไง เออ ทำไมเป็นการให้เหตุผลในเมื่อในเมื่อศาลนั้นละเห็นแล้วว่าให้สั่งให้ประกันด้วยเงินสูงตั้ง 500,000.

ค่ะ.

อื ทำไมศาลนี้ยังมาบอกว่า ศาลอุทธรณ์ที่นี่ กลับมาบอกว่ากลัวหลบหนี.

กลัวหลบหนี.

อื.

อื มันน่าแปลกค่ะ มันมันดูพิลึกพิลั่น.

มีคดีฟ้าอีกใช่ป่ะ.

ค่ะ ใช่ ของฟ้าพรหมสรอีก.

เออ ซึ่งเค้าไม่หนีอยู่แล้วอ่ะ.

ใช่.

เค้าประกันมาตั้งกี่รอบแล้ววะ.

ใช่ ก็เห็นอยู่ช้าๆว่าไม่หนีประกัน อื.

เออ.

เนี่ย แต่แต่บอกว่ายังไงดี ไอ้ความพิลึกพิลั่นนี้เนี่ย ถ้าจะให้เชื่อซะที่เดียวว่ามันเกิดจากความตัดสินกันโดยอิสระจริงๆเนี่ย มันก็คงจะเชื่อได้ยาก อันนี้ก็พูดตรงๆ เพราะว่ามันไม่ใช่คดี 1 2 เราเห็นกันมาตลอดว่ามันมันไม่เคยมั่นใจได้ในผลสักเท่าไหร่เนาะว่าว่าสิ่งนั้นเป็นอิสระจริงหรือเปล่า เออแต่ว่า เออไอ้เหตุผลที่มันย้อนแย้งกันในพีคเวลาที่มันติดกันแบบเนี้ย อันเนี้ยมายคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่ความบังเอิญก็ได้ แต่มายไม่รู้ว่าทำแบบนี้เพราะอะไร เออแต่มายมคิดว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญค่ะ ก็ยังไงก็แล้วแต่ ณ ตอนนี้พี่ใหญ่กับครูเอ้ย ครูใหญ่กับพี่ไผ่ก็ยังอยู่ ในเรือนจำเนาะ เอ่อ อัปเดตให้กับทุกคนฟังนิดนึง มายได้ไปเจอพี่ใหญ่เมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา เพราะว่าเรามีนักคดีสหารทูตด้วยกัน คดีสหารทูตเนี่ยเป็นคดีที่มาเจ็บปวดหัวใจ ณ มากๆ ณ ตอนนี้ เพราะว่าเพื่อนที่เคยอยู่ด้วยกันในคดี โอเค บางคนก็ไม่อยู่แล้ว อย่างเสฟเนี่ย เสียชีวิตแล้ว อย่างเงี้ย ไม่อยู่แล้ว แต่ว่าโอเค เราก็ไปเจอหน้าเพื่อนๆกัน ไปเจอกันในจังหวะเวลาที่ เออเราก็ต้องเห็นเพื่อน 2 คนใส่ชุดนักโทษเบิดตัวออกมา เพื่อนบางคนก็หายไปแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าพี่เราจะได้ออกเมื่อไหร่ เอ่อ พี่ใหญ่ฝากบอกกับทุกคนค่ะว่า เอ่อ เค้า เก็ยังคงแข็งแรงดีแล้วเค้าก็อยากให้ทุกคน ดูรายการเราเยอะๆ อยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนรายการเราเยอะๆนะคะ เอ่อ ตอนนี้พี่ใหญ่เหมือนว่าจะแต่งเพลงอยู่ข้างใน.

อื.

อื เหมือนว่าจะแต่งเพลงอยู่ เขาก็มีซิเกลอะไรของเขา ถ้าอ่ะ ก็เดี๋ยวอาจจะได้รอฟังกัน หวังว่าแกจะได้ออกมาทำเพลงให้ทุกคนได้ฟังกันเร็วๆนี้นะคะ แล้วก็อีกเรื่องนึงที่นี้ ขออนุญาตคุยกับพี่ใหญ่แล้วแหละ ขออนุญาตเล่าทุกคน เชื่อมั้ยคนที่มันติดคุกอ่ะ มันก็ยังต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิตนะทุกคน คือพี่ใหญ่มันจะไม่สามารถที่จะกดมือถืออะไร ของอะไรได้อยู่แล้วใช่มั้ล่ะ แต่ว่ามันมีบัตรเครดิตที่มันต้องจ่าย แล้วคือมายก็ทำได้แค่โอเค ไปนั่งข้างๆแล้วก็แบบ แกก็จะคอยบอกว่า เออ กดจ่ายอันนี้ให้หน่อยนะ เออ จดจ่ายบัตรใบนี้ด้วย แล้วมันไม่ได้มีบัตรใบเดียว คือค่าใช้จ่ายมันก็ยังคงรันไปในทุกๆวันน่ะค่ะ สิ่งที่มันเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่มันเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้าคุกอ่ะ มันก็ยังคงเป็นค่าใช้จ่ายอ่ะ เออ.

แล้วแม้ว่าเข้าคุกไปแล้วอ่ะ มันก็ไม่ได้หยุดอ่ะ เออ แต่ก็ไม่รู้นะว่าเขาจะได้ออกมาเมื่อไหร่ แต่โอเค เขาก็เนี่ย ยังคงมีภาระในการที่ต้องจ่ายค่าบัตรเครดิตทุกเดือน ต้องอะไรยังไง เออ มันมันก็หลายเรื่องเนาะ มันก็ได้เห็นมิติชีวิตที่มันก็น่าเศร้าอยู่ แต่ว่า เออไอ้คนเศร้ามันคือมาย ไอ้พี่ใหญ่เนี่ย ก็ตลกปกฮาไปของแกนั่นแหละ แกก็ไม่ได้อะไร แต่ว่า.

เออ แกก็บอกว่าเนี่ย มึงเอาไปเล่าเลย ไปเล่าในรายการได้เลย แล้วบอกให้คนโอนมาเยอะๆ จะได้ช่วยพี่ใหญ่จ่ายบัตรเครดิต.

[เสียงหัวเราะ].

จะได้เอาไปช่วยพี่ใหญ่บัตรเครดิตด้วย.

[เสียงหัวเราะ].

เออ แต่ก็ เอ่อ คิดว่าหลายๆคนคงคิดถึงพี่ใหญ่ค่ะ พี่ใหญ่ก็คิดถึงการทำรายการ คิดถึงทุกๆคนเหมือนกัน.

ตอนแรกคิดว่าจะได้ออกมาเจอกันเร็วๆนี้ซะ และแต่ว่า อืม ศาลอุทธรณ์ทำไม่ให้ประกันแบบนี้ ก็ก็เราก็ต้องรอกันต่อไปค่ะ อย่าเพิ่งหมดหวังเดี๋ยังไงก็ต้องได้เจอกันแน่นอน.

อ่ะ.

อื.

เลยจบตอนนี้เลย.

ค่ะ วันนี้.

21:30 น. แล้ว.

เออ วันนี้สมควรแก่เวลา เรื่องราวเยอะแยะมากมาย.

ฝากความคิดถึงกัน.

ฝากความคิดถึงกัน ใช่แล้วก็ในหัวข้ออย่าสิ้นหวังในสังคมวิปริตมเชื่อว่า.

ทุกคนยังคงมีหวังได้เนาะ.

ก็ใครฟังไม่ทันย้อนกลับไปฟังได้ในตอนต้นนะคะ ใครเห็นว่ารายการของเรามีประโยชน์น่าฟัง ยังพอฟังได้ เออ อยากจะสนับสนุนให้ทำรายการกันต่อไป ก็ช่วยกันกดไลก์ กดแชร์ เปิดค่าการมองเห็น แล้วก็สนับสนุนรายการของเรานะ คะตามเลขบัญชีด้านล่างนี้ได้เลย QR Code นี้ สแกนได้เลยนะคะ กสิกรไทยค่ะ 1641608013 นะคะ ชื่อบัญชีเป็นชื่อมายเอง สนับสนุนรายการของเราเพื่อให้เรามีกำลังใจในการทำงานกันต่อไปนะคะทุกคนอ่ะ เฮ้อ ครูใหญ่ น่าจะปรับตัวง่าย แกร่าเริง เออ แกมีกล้ามด้วยแหละทุกคน แกมีกล้ามแล้วนะคะ ก็วันก่อนนู้น เจอพี่อานนท์ หย ไม่ได้กลับไปเจออานนท์นานมาก แต่ว่าหลังจากประชามติชนะ หมายรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่มัน ที่หมายกล้าที่จะกำกลับไปแล้วก็ไปหาอานนท์แล้วบอกอนว่าทำอะไรสำเร็จไปบ้าง.

เออ.

เฮ้ย อานนท์ เดือนนี้ออกวันไหนบ้าง.

เอ่อ.

รู้สึกจะวันที่ 26 เหรอ เห็นใครบอก.

น่าไม่มั่นใจ อาจจะ เออ 26 หรือเปล่า เออ แต่ว่า เออ ถ้าใครอยากจะไปหา.

รู้สึกอันนี้เหลือน้อยคิวน้อยก็รีบตอนนี้ ช่วงนี้ต้องไป.

นัดไหนที่มีก็อยากให้เคลียร์เวลากันไป ถ้าอยากไปเจอนะคะ ก็แกจะออกมาได้น้อยลงและ แต่ว่าคนที่อยู่ข้างในแข็งแรงมาก แข็งแรงมาก ร่างกายแข็งแรงมาก แต่เชียร์ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ ส่งโรงพยาบาล.

เออ ใช่ มีพี่เอกชัยที่ส่งโรงพยาบาลอยู่ แต่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ก็อยู่ข้างนอกมันน่าจะดีกว่านะคะทุกคน โอเค สู้ๆทุกคน สู้ๆเหมือนกันนะคะ คนดูทุกคน อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจกัน เจอกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ แล้วเดี๋ยวเรามาแบ่งปันแชร์ความหวังความฝันกันอีก.

โอ ผมบอกว่าอย่าเพิ่ง ผมแพ้มาตั้ง 50 ปีแล้วครับ.

[เสียงหัวเราะ].

แพ้มาตั้ง 50 ปีแล้ว ถูก เรายังไม่เคยชนะกันเลยนะ เออ ก็เสมอตัวนิเออ.

โอเค บ๊ายบาย.

โอเค ไปแล้วค่ะทุกคน เจอกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี.

[เพลง].