📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

“เด็กที่ไม่มีใครรับฟัง…มักโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบนี้”

โลกฉบับคุณ5:58

Transcription

เคยรู้สึกไหมครับว่าเวลาที่คุณกำลังเล่าอะไรบางอย่างอยู่ แล้วอีกฝ่ายกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่คุณจะพูดจบ หรือบางครั้งคุณแค่ต้องการใครสักคนรับฟัง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ "อย่าคิดมาก เรื่องแค่นี้เอง" หรือ "คนอื่นเขาเจอหนักกว่านี้อีก" ตอนนั้นเราอาจไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้แสดงออกอะไรชัดเจน แต่ลึกๆ ข้างในมันเหมือนมีบางอย่างค่อยๆ เรียนรู้ว่าความรู้สึกของเราอาจไม่มีพื้นที่ตรงนี้

หลายคนที่โตมาในบ้านแบบนี้ มักกลายเป็นคนเงียบ พูดน้อย เก็บทุกอย่างไว้ในใจ หรือกลายเป็นคนที่ขอโทษเก่งเกินไป จนบางครั้งคนรอบตัวอาจมองว่าคุณเย็นชา เข้าถึงยาก หรือคิดมากเกินเหตุ แต่ในความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ "นิสัยเสีย" นะครับ มันคือวิธีเอาตัวรอดของเด็กคนหนึ่งที่เคยไม่มีใครฟังเขาจริงๆ และนี่คือสิ่งที่ทางจิตวิทยาพบว่า การเติบโตมาในบ้านที่ไม่มีใครรับฟัง สามารถเปลี่ยนวิธีคิด ความสัมพันธ์ และตัวตนของคนคนหนึ่งได้อย่างเงียบๆ

ข้อแรก คุณจะกลายเป็นคนคิดก่อนพูดมากผิดปกติ คนทั่วไปอาจพูดสิ่งที่รู้สึกออกมาได้ทันที แต่สำหรับคุณ แม้แต่ข้อความสั้นๆ คุณยังอ่านทวนหลายรอบก่อนส่ง เพราะลึกๆ คุณกลัวว่าถ้าพูดผิด จะโดนเมิน โดนปฏิเสธ หรือทำให้ใครไม่พอ เด็กที่ไม่เคยถูกฟัง มักโตมาพร้อมความรู้สึกว่าทุกคำพูดของตัวเองต้องระวัง ทางจิตวิทยาพบว่าคนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ขาด emotional validation มักพัฒนาเป็นคนที่ระวังการแสดงออกสูงมาก คุณเลยกลายเป็นคนละเอียด อ่านบรรยากาศเก่ง สังเกตน้ำเสียงคนอื่นเก่ง แต่ข้อเสียคือ คุณอาจเหนื่อยกับการคิดแทนทุกคนตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่ไม่มีใครโกรธ คุณก็ยังเผลอคิดไปก่อนว่าเราทำอะไรผิดหรือเปล่า

ข้อที่ 2 คุณมักขอโทษทั้งที่ตัวเองไม่ได้ผิด เคยมั้ยครับ เวลาอีกฝ่ายอารมณ์ไม่ดี คุณรีบขอโทษก่อนทันที ทั้งที่จริงๆ คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากกับคนที่โตมาในบ้านที่อารมณ์คนในบ้านไม่มั่นคง เพราะเด็กแบบนี้จะเรียนรู้ว่าถ้าบรรยากาศเริ่มแย่ ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง คุณเลยโตมาเป็นคนแบกรับอารมณ์คนอื่นโดยอัตโนมัติ เวลาคนรอบตัวเงียบ คุณจะรู้สึกผิด เวลามีปัญหา คุณจะโทษตัวเองก่อนเสมอ ทั้งที่บางครั้งมันไม่ใช่หน้าที่ของคุณเลยที่จะต้องรับผิดชอบความรู้สึกของทุกคน แต่ในอีกมุมนึง สิ่งนี้ก็ทำให้คุณเป็นคนอ่อนโยนมาก คุณระวังหัวใจคนอื่น เพราะคุณรู้ดีว่าการถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่ามันเจ็บแค่ไหน

ข้อที่ 3 คุณอาจกลายเป็นคนที่ฟังคนอื่นเก่งจนลืมฟังตัวเอง แปลกไหมครับ ทั้งที่คุณไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเอง แต่คนอื่นกลับชอบมาเปิดใจกับคุณ บางคนเพิ่งรู้จักคุณไม่นาน แต่กลับเล่าเรื่องลึกๆ ในชีวิตให้ฟัง นั่นเพราะคนที่เคยไม่ถูกฟัง มักจะรู้ดีว่าการมีใครสักคนตั้งใจฟังจริงๆ มันสำคัญแค่ไหน คุณเลยไม่ตัดสิน ไม่รีบสอน ไม่รีบเปรียบเทียบกับใคร และนั่นคือสิ่งที่หาได้ยากมากในโลกนี้ แต่ปัญหาคือ คุณอาจกลายเป็นที่พักใจให้ทุกคน จนลืมไปว่าตัวเองก็ต้องการที่พักใจเหมือนกัน คุณเข้มแข็งกับคนอื่นเสมอ แต่พอถึงเวลาของตัวเอง กลับไม่รู้จะเปิดใจยังไง

ข้อที่ 4 คุณมักจะรู้สึกโดดเดี่ยวแม้อยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ ทางจิตวิทยาพบว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเชื่อมโยงทางอารมณ์อย่างเพียงพอ มักโตมาพร้อมความรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเรา คุณอาจมีเพื่อน มีคนคุย หัวเราะได้ปกติ แต่ลึกๆ กลับรู้สึกเหมือนไม่มีที่ไหนที่คุณวางใจได้จริงๆ คุณชินกับการเก็บอารมณ์ ชินกับการดูเหมือนไม่เป็นอะไร จนบางครั้ง ต่อให้เหนื่อยมากแค่ไหน คุณก็ยังตอบคนอื่นว่า "โอเคดี" ทั้งที่จริง คุณแค่อยากให้มีใครถามต่อว่า "แน่ใจนะ"

ข้อที่ 5 คุณอาจใช้ทั้งชีวิตเพื่อพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอ หลายคนที่โตมาโดยไม่ถูกเข้าใจ มักโตมาพร้อมความรู้สึกว่าตัวเองต้องเก่งพอ ดีพอ หรือมีประโยชน์พอ ถึงจะได้รับความรัก คุณเลยพยายามหนักกว่าคนอื่น กดดันตัวเองมากกว่าคนอื่น และทุกครั้งที่ล้มเหลว คุณจะโทษตัวเองรุนแรงกว่าที่คนอื่นมองคุณซะอีก แต่สิ่งที่อยากให้คุณรู้คือ คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองด้วยการเหนื่อยตลอดเวลา คุณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเพื่อสมควรถูกรัก และคุณไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาเพื่อให้ตัวเองมีคุณ เพราะความจริงแล้ว เด็กคนนั้นในอดีตไม่ได้ต้องการให้เก่งขึ้นเลย เขาแค่ต้องการใครสักคนนั่งลงข้างๆ แล้วพูดว่า "เราเข้าใจนะ"

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณเติบโตมาในบ้านที่ไม่มีใครรับฟัง อย่าโทษตัวเองที่วันนี้คุณกลายเป็นคนระวังความรู้สึกมากเกินไป คิดมากเกินไป หรือเปิดใจยากเกินไป เพราะทั้งหมดนั้นไม่ใช่ความอ่อนแอนะครับ มันคือร่องรอยของคนหนึ่งที่เคยพยายามปกป้องหัวใจตัวเองมาตลอด และถึงแม้อดีตจะเปลี่ยนไม่ได้ แต่คุณสามารถค่อยๆ เรียนรู้ได้ว่า จากนี้ไป ความรู้สึกของคุณสมควรมีพื้นที่

ถ้าคลิปนี้ทำให้คุณรู้สึกว่าอย่างน้อยยังมีใครสักคนเข้าใจคุณ ฝากกดติดตามช่องไว้ด้วยนะครับ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องราวด้านจิตวิทยาและอไซตชีวิตที่จะช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น และบางทีการเข้าใจตัวเองได้ในสักวันหนึ่ง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาที่ดีที่สุดก็ได้