📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ระบบกฎหมายและระบบการศาลของไทยก่อนการปฏิรูปกฎหมายในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สํานักงานศาลปกครอง7:06

Transcription

มีระบบกฎหมายและระบบการศาลของไทยก่อนการปฏิรูปกฎหมายในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รากฐานของกฎหมายและการศาลของแต่ละประเทศเกี่ยวพันกับความเป็นมาของการเมืองการปกครองของประเทศนานๆ ประเทศไทยก็เช่นกัน ในครั้งสมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 นั้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแบบนครรัฐ ไม่ใช่เป็นแบบรัฐประชาชาตินั้นเช่นปัจจุบัน โครงสร้างทางสังคมของสุโขทัยเป็นแบบสังคมจะรีบประเพณีที่เกี่ยวพันกับศาสนา ปกครองโดยองค์พระประมุขที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน จึงเรียกการปกครองในสมัยสุโขทัยนี้ว่าการปกครองแบบพ่อปกครองลูก โดยศาสนามีอิทธิพลต่อการเมืองการปกครองอยู่ไม่น้อย และใช้กระบวนการทางศาสนาเป็นเครื่องสนับสนุนให้ระบบ [เพลง] หมูกรอบมีความมั่นคง วางหลักให้ประชาชนยึดมั่นในคุณธรรม

เมื่อมาถึงสมัยอยุธยา ซึ่งสถาปนาอาณาจักรอยุธยาในปีพุทธศักราช 1893 รูปแบบการปกครองมีการปรับเปลี่ยนจากแคว้นเล็กๆ แบบพ่อปกครองลูกในสมัยสุโขทัย มาเป็นการแบ่งชั้นหัวเมืองออกเป็นลำดับชั้นต่างๆ และขึ้นตรงต่อราชธานี ในด้านการปกครองบ้านเมืองนั้นได้รับอิทธิพลจากของส่วนหนึ่ง และพุทธศาสนาอีกส่วนหนึ่ง มีการผสมผสานระหว่างลัทธิพิธีและความเชื่อทางศาสนาในการปกครอง ทำให้เป็นการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระมหากษัตริย์มีได้ใช้พระราชอำนาจในฐานะองค์พระประมุขอย่างเด็ดขาด เพราะยังต้องอยู่ภายใต้คะลองพระพุทธศาสนาที่ผู้ปกครองต้องถือตามคติเพราะสะพิดราชฐาน หรือคุณธรรมทั้ง 10 ประกาศ อันนี้ส่วนที่รับมาจากของนั้นคือคติความเชื่อของศาสนาฮินดู จึงมีระบบศักดินาขึ้น มีอิทธิพลสำคัญ ส่งผลถึงระบบกฎหมายและการศาลของไทยก่อนการเปลี่ยนแปลงมาเป็นระบบกฎหมายและการศาลในปัจจุบัน

เหมาะสำหรับยุคกรุงธนบุรีนั้น หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาล่มสลายลง และมีการจัดตั้งราชธานีขึ้น แม้ว่าเรื่องการปกครองยังไม่มีความชัดเจน เพราะเป็นช่วงกอบกู้บ้านเมือง แต่ก็เห็นถึงอิทธิพลของกระพุทธศาสนาต่อการปกครองในยุคสมัยนั้น จึงพอสรุปได้ว่าลักษณะของกฎหมายไทยโบราณได้รับอิทธิพลมาจาก 2 แนวทาง คืออิทธิพลของพระคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ในกฎหมายไทย และการปกครองในระบบศักดินา

ระบบการศาลก่อนการเปลี่ยนแปลงระบบกฏหมายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นระบบการสารและระบบกฏหมายที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังมีสารหรือที่เรียกว่าจะรา การทำหน้าที่พิจารณาคดีความของประชาชน ไต่สวนพยานหลักฐาน จากนั้นลูกขุนจะตัดสินคดี [เพลง] [เพลง] ดีและกำหนดบทลงโทษ สารในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นนี้ไม่ได้รวมอยู่ในกระทรวงยุติธรรม แต่แยกออกไปตามลักษณะประเภทคดีกว่า และตัวคู่กรณี ตัวคู่กรณีนี้จะดูว่าเป็นผู้ใด ศักดินาเท่าใด อยู่ในสันจัดใคร

ในปีพุทธศักราช 2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดีออกประกาศตั้งกระทรวงยุติธรรมขึ้น โดยมีการจัดระเบียบทางการศาลให้เป็นแบบประเทศในแถบยุโรป กระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบการศาลยุติธรรมแต่เพียงหน่วยงานเดียว เสนาบดีเป็นเจ้ากระทรวง ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ศาลในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลต่างๆ ที่มีอยู่เดิมในกรุงเทพฯ ถูกยุบรวมหรือพิมพ์ 7 สาร

มีระบบทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาสืบทอดกันยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้รับฎีกาเรื่องราวความทุกข์ยากเดือดร้อนจากประชาชนโดยตรง และมีพระราชวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว ซึ่งกระบวนการนี้คือเป็นนิติโบราณราชประเพณีของไทยประการหนึ่ง ระบบทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนนำความเดือดร้อนเสียหายที่เกิดจากพระบรมวงศานุวงศ์มาร้องทุกข์ฎีกาต่อพระมหากษัตริย์ได้โดยตรงอีกช่องทางหนึ่ง หลักเกณฑ์นี้จึงคล้ายครึ่งกับหลักการหนึ่งของนิติรัฐ หรือ rule of law ป ที่ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือสามัญชน ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและได้รับการตรวจสอบได้ทุกลำดับชั้น และแม้แต่องค์พระมหากษัตริย์เองก็ยอมถูกตรวจสอบได้เช่นกัน

[เพลง] คู่มือปริมาณของดีก่าที่ทูลเกล้าฯ ถวายนี้มีจำนวนมาก ในบางครั้งพระมหากษัตริย์ก็ไม่อาจพิจารณาฎีกาได้ทั้งหมดด้วยพระองค์เอง และอ่านพระราชทานให้มีตารางการรับสั่งเข้ามาทำหน้าที่ไต่สวนความตามคำร้องที่ 9 แทนพระองค์ เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวังนิจฉัยลงมาเป็นที่สุด ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินเขาซื้อ Oppo เศษมีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มประเทศภาคพื้นทวีปยุโรป ที่ใช้ระบบกฎหมายแบบประมวลกฎหมายที่เรียกกันว่าเค้า Seal of thais [เพลง] หรือเสื้อผ้าแห่งรัฐ โดยสถาบันดังกล่าวมีอำนาจนะที่สำคัญ 2 ประกาศ ประการแรกเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร ประการที่สองพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาททางปกครองระหว่างราษฎรกับรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ

สาเหตุที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แอบซุ่มปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการบริหารราชการแผ่นดินในครั้งปีพุทธศักราช 2417 ประการหนึ่งก็คือ เพื่อปรับปรุงการปกครองแผ่นดิน รับมือกับการล่าอาณานิคมจากตะวันตก และพยายามประคับประคองประเทศที่พึ่งตกอยู่ในสภาวะสูญเสียสิทธิ์ที่จะภาพนอกอาณาเขตให้เดินหน้าต่อไปได้ และอีกประการหนึ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนการบริหารราชการแผ่นดินให้คุณนางและเชื้อพระวงศ์ที่เคยถือปฏิบัติราชการมาเก่าก่อน ซึ่งตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินมานานหลายปี ได้ให้ความร่วมมือกับพระองค์เพื่อปรับเปลี่ยนประเทศต่อไป ด้วยเห็นนี้พระองค์จึงทรงรับเอารูปแบบขององค์กรที่สำคัญของต่างประเทศมาเป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดจนปรับปรุงรูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินตามประเทศยุโรปสมัยใหม่มาเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดิน [เพลง] โน้ท โน้ท