Transcription
เหนื่อยมหการพยายามบังคับใจให้สงบ แต่ยิ่งทำกลับยิ่งเครียด ยิ่งเพ่งกลับยิ่งปวดหัว
หลายคนถามผมว่า [เพลง] จิตที่หลงไปคิดกับจิตที่เพ่งจนนิ่งมันต่างกันยังไง แล้วแบบไหนกันแน่ที่เรียกว่าความสงบที่แท้จริง
ลองนึกถึงแม่น้ำสายหนึ่งนะครับ เมื่อไหร่ที่ใจเราหลงไปคิด ก็เหมือนกับเรากระโดดลงไปในน้ำ แล้วถูกกระแสน้ำพัดพาไปจนเหนื่อยหอบ เราหลงลืมตัวเองไปอยู่กับอดีตที่แก้ไขไม่ได้ หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง นั่นคืออาการของใจที่ขาดผู้นำทาง
แต่พอเราไม่อยากหลง เรากลับทำอีกอย่างคือการเพ่ง เราพยายามเอาหินก้อนใหญ่ไปทับน้ำไว้ หวังให้น้ำหยุดนิ่ง อาการเพ่งนิ่งแบบนี้แหละนะครับ [เพลง] ที่ทำให้เราเครียด เกร็ง และอึดอัด มันไม่ใช่ความสงบ [เพลง] แต่มันคือการกักขังตัวเอง
หัวใจของธรรมะสายตื่นรู้ไม่ได้สอนให้เราเป็นคนพายเรือถือน้ำ หรือคนสร้างเขื่อนขวางน้ำ แต่สอนให้เราเป็นผู้ที่นั่งอยู่บนฝั่ง มองดูน้ำที่ไหลไปอย่างเข้าใจ
เมื่อเห็นใจมันแวบไปคิด ก็แค่รู้อ๋อ แวบไปแล้วนะ แล้วกลับมาอยู่กับลมหายใจที่อบอุ่นของเรา
เมื่อเห็นใจมันเริ่มตึง เริ่มเพ่ง ก็แค่รู้อ๋อ นี่เรากำลังบังคับตัวเองเกินไปนะ แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายออกมา
ความต่างอยู่ที่สติครับ หลงคือไม่รู้ เพ่งคือบังคับ [เพลง] แต่ความตื่นรู้คือการเห็นตามจริงโดยไม่เข้าไปยุ่ง
วันนี้ลองวางความพยายามที่จะสงบลง แล้วเปลี่ยนมาเป็นความเมตตาต่อตัวเองดูนะครับ แค่รู้ว่าใจเป็นอย่างไร แค่นั้นใจ [เพลง] ก็เป็นสุขแล้วครับ