Transcription
[เพลง] [เพลง] สถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจารย์คิดว่ามันจะเกิดอะไรถ้ามันดำเนินการไปจนถึงขั้นตอนเมื่อสักครู่เนี่ยครับ
เอ่อ คำว่าเลวร้ายนี่เลวร้ายสำหรับใคร ถ้าสำหรับฝั่งไทยก็คือ 1 เลยถ้าเรายกเลิก MOU 254 เนี่ย ผมก็ไม่แน่ใจว่าในแง่ของกฎหมายของประเทศ อย่ามาถามผมนะครับ ให้ไปถามนักวิชาการหลายๆคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายระหว่างต่างประเทศนะฮะ อย่างเช่นท่านนึงก็คือท่านศาสดันเพชรพิรุณ เนี่ย ผมใช้หนังสือท่านเรียนมาตลอดนะฮะ ใช้หนังสืออาจารย์สอนด้วยนะครับ นี่เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัล TTF Award เนี่ยนะครับ แล้วก็นั่งอ่านเนี่ย ผมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเราในฐานะสมาชิกของสหปชาชาติเนี่ย เราได้ทำตามสิ่งที่เราให้สัตยาบันไว้หรือไม่นะครับ
แน่นอนล่ะ ถ้าเราเป็นประเทศใหญ่ เราไม่อยากทำอะไรก็ได้ เราเป็นมาเฟียใช่มั้ย เราอยากจะไปบุกช่องแคบฮอร์มุสอะไรแล้วแต่เราเลย ถ้าเราทำได้นะ บางอย่างกรณีล่าสุดที่เราบอกว่าประเทศยิ่งใหญ่อย่างเช่นรัสเซียบุกยูเครนใช้กำลังเนี่ย ผลกระทบที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ โดนฟีสเงินใช่มั้ย โดนเรื่องของการคว่ำบาตรอะไรต่างๆนานา ถ้าไทยพร้อมที่จะเป็นอย่างนั้นก็เดินหน้าครับ ไม่มีปัญหาหรอก เพราะว่าอำนาจอธิปไตยของรัฐเรานั้นเป็นของเราอยู่แล้ว แต่ว่าในแง่ในแง่ของความสัมของประเทศระยะยาวเนี่ย เขาจะมองเราเป็นประเทศอย่างไรนะครับ
ถ้าเราอยู่ด้วยตัวเองได้ เรามีเอ่อสถานะนะประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นแผ่นดินโดยไม่ต้องพึ่งพาใครได้ เราก็ทำตามนั้นครับ เพราะศักดิ์ศรีของประเทศมันก็มีอยู่นะครับ แต่ทีเนี้ยคำว่า reputation มันไม่ใช่แค่ pr ที่แปลว่าศักดิ์ศรีนะ reputation คือชื่อเสียงที่ดึงดูดผู้คนมา ทำไมคนอยากมาเมืองไทย คนไทยเป็นคนใจกว้าง คนไทยเป็นคนเอ่ออะไรอ่ะ อ่อนน้อมนะฮะ เอ่อให้เกียรติคนอื่นอะไรต่างๆนานาเหล่านี้เนี่ย ผมคิดว่าในแง่นี้เนี่ย เราซึ่งไม่ได้อยู่ในวงการเอ่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากนักนะ ถึงจะเป็นอาจารย์ที่สอนหรือว่าสอนประวัติศาสตร์สอนผลิตนักศึกษาไปอยู่ในกต.หลายคนเนี่ย แต่เราไม่ได้กระทบอย่างบรรดานักลงทุนของไทย เอกชนไทยอีกหลายมิติ
อีกหลายมิติที่เราที่เราต้องคำนึงถึงคนเหล่านั้นซึ่งทำให้ GDP เราโตนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเวลามองเรื่องนี้เนี่ย มันไม่ใช่มองแต่เฉพาะฝ่ายกฎหมายหรือความเข้าใจในแง่ตัวบทกฎหมายอย่างเดียว มันลองมองในเรื่องอื่นด้วยก็ได้ อย่างเช่นกรณียกตัวอย่างเช่นนะครับ การยกเลิกสัญญาเนี่ย [เสียงกระแอม] เมื่อมี MU 254 มันคือการทำข้อไป 3 วรรษา 3 ถ้าคุณ fail หรือคุณไม่สามารถทำปัจจ 3 วรรค 3 ได้ คุณก็ไป 3 วรรค 2 จริงๆปัจจ 3 มันมี 4 วรรคนะ [เสียงกระแอม]
มันมี 4 ข้อกลับไปภาษาวรรค 2 ก็คือไปตามข้อ 298 298 ก็ไปตามอะไรฮะ annex 5 section 2 ก็คือประนอมภาคบังคับ ทำไมหลายคนบอกว่าอยากจะให้ยกเลิกหรืออยากจะไม่ต้องทำตามนี้ เพราะกระบวนการมันช้า
หลายคนซึ่งอยากจะลงมือขุดเอาทรัพยากรออกมาใช้เนี่ย การยกเลิก MU 44 คือการเปิดโอกาสให้มีการประนอมภาคบังคับแล้วทำข้อตกลงไหล่ทวีปโดยการบังคับระหว่าง 2 ฝ่าย มีกรรมการ 5 คนขีดเสร็จคุณก็ได้เอกสารคุณก็ได้ขุดได้เลย มันเป็นการเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดการใช้สอยสำรวจนะฮะ ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติในเขตไหล่ทวีป
เร็วกว่า MOU
มันมีกลมันมีเวลาบังคับเท่าไหร่อาจารย์
ไม่
ไม่มีบังคับอะไรเลยครับ
หมายถึงว่ากลไกเอ่อที่ไกล่เกลี่ยเนี่ย มันมีขีดสุดของมันไม่ว่าต้องจบภายในเท่าไหร่ถึงจะออกมาเป็นเส้นแบบกรณีเนี่ยเนี่ย ใช้เวลาประมาณ 2-4 ปีนะ อย่างเช่นกรณีเอ่อหลายกรณีอย่างเช่นออสเตรเลียกับเอ่อติมอร์เลสเตอะไรอย่างเงี้ยนะครับ ก็ไม่เกิน 4 ปีนะฮะ เพราะฉะนั้นเนี่ยเขาก็คงจะคิดว่า ถ้าให้เรา 2 คนคุยกันไปเรื่อยๆเนี่ย รัฐบาลเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก JTC ก็ไม่ได้ตั้ง อาจจะใช้เวลาหลายสิบปี อย่าลืมว่าถูกต้อง แม้แต่ไทยมาเลเซียก็ต้องใช้เวลา โอ้โหยาวนานนะฮะ ตกลงกันปี 2000 52 กว่าจะตั้งองค์กรได้ปี 253 35 นะ 13 ปีบวกกันไปอีกกว่าจะเอาขึ้นมาได้เอามาใช้ได้ 2545 อะไรอย่างเงี้ย 20 กว่าปีอ่ะนะฮะ 20 กว่าปีถึงจะได้ก๊าซ
อันนั้นไม่มีใครมาบังคับไง เป็นความตกลงของทั้ง 2 ฝ่ายโดยที่ไม่ต้องคือถ้าคุยกันได้ก็ไม่ต้องมี MOU ก็ได้ถูกมั้ย ก็อย่างที่อาจารย์บอก 83 ข้อ 1 เนี่ย ก็อยู่ที่ว่าเราตกลงเส้นกันได้ มันก็จบ พอไม่ได้มันก็ไล่ไปตามไล่ไปตามขั้นหน่อย