📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

เลิกปล่อยชีวิตเป็นไปตามดวง! วิธี "ออกแบบนิสัย" เป็นคนใหม่ที่เก่งกว่าเดิม | KLAO CEO EP.3 อ.ชัชชาติ

Klaoshow35:21

Transcription

มีคนขี่รถมอเตอร์ไซค์แล้วก็ตะโกนด่าเลย น้ำพ่วงไม่เคยมาทำช่วยอะไรเลย เราก็ไปหาเ้าที่บ้านเลย

ทำขันอาจารย์คือทำงานทำงาน 3 3 อย่างเลย เนี่ยมีเพิ่ม

เออเยอะไปว่ะ อันนั้นเป็นมอตโต้ของการทำงานกรุงเทพฯไง ถ้าผมมอโต้มาเอา 3 คำเหมือนกันนะก็ให้สังเกต สนุก แบ่งปัน 20 ปี 30 ปี ผ่านมานะ อะไรเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือ ความไว้วางใจ คือนิสัยเราเนี่ยต้องเป็นนิสัยที่ทำให้เกิดความไว้วางใจ การออกแบบ ชีวิตของทุกอย่างในห้องนี้มันมีการออกแบบ นั้นน่ะยกเว้นตัวเรา งั้นอย่าลืมว่าของที่มีค่าที่สุดไม่ใช่โต๊ะ เก้าอี้ หรือชีวิตเรา ถ้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็ต้องเริ่มจากเปลี่ยนแปลงที่จิตใจก่อน จะเปลี่ยนแปลงโลกก็ต้องเริ่มที่จิตใจก่อน

ถ้าบริหารเมืองคือโปรเจคที่ไม่มีวันออฟไลน์ นี่คือ CEO ที่ต้องออนไลน์ 24 ชม. วันนี้กล่าว CEO inside เอาเราไม่ได้ชวนท่านผู้ว่ามาคุยเรื่องนโยบาย แต่จะชวนมาแชร์มุมมองการกลาวใจและเกลาความคิดว่า อไซตของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ก่อนจะไปพบ รายการนี้คุยลึกคุยนานมีฝุ่นยังไง เสียงต้องพร้อมด้วย POIS สเปรย์สเปรย์พ่นคอ ช่วยลดอาการเสียงแหบ หอมเย็นด้วยน้ำผึ้ง และเปปเปอร์มิ้น ไปจัดมาพ่นได้เลยตามห้าง สัสินค้าร้านขายยา หรือใต้ลิงก์ description นี้ได้เลยนะคะ

ขอต้อนรับอาจารย์ชัชาติ สิทธิพันธุ์นะคะ สวัสดี สวัสดีค่ะจ้า

สวัสดีจ้ะ

สบายดีอาจารย์คะ หนูเห็นอาจารย์

นานมากแล้วเนี่ย

ใช่นานมาก อาจารย์

ปีแล้วเนี่ย

เออเกือบ 10 แล้วค่ะ

10 ปี

ดูหน้าหน้าหนูหน้าหนูยังยังได้อยู่

เออได้

ได้อยู่นะคะ เออ

แต่หน้าเก่าเป็นไงกันไม่ได้ว่ะ

ได้ เดี๋ยวเปิดให้อาจารย์ดู

ค่ะ อาจารย์คะ ของอาจารย์เนี่ย หนูเห็นแบบไปไลฟ์ลงพื้นที่ตลอดเลย อาจารย์เข้ามาในสารวการบ่อยมั้คะ ในการช้าเนี่ยผมก็เข้ามา 6:30

แล้วก็มีชาวบ้านนะค่ะ หลายคนเค้าสงสัยครับ อาจารย์ว่าอาจารย์เดินกว่าละกี่ข้าวยิ่ง ประมาณ 20,000 บ. เมื่อวาน 30,000

โ 39,000

เมื่อวานก็ 20,000 อะไรเงี้ย 20,000

โอ้โห อาจารย์วิ่งแล้ว เพราะผมวิ่งเช้าก็ประมาณ 19,000 กว่าแล้วไง

อื ว่าเวลาเป็นนาฬิกามานับหมดนะ

อื วิ่งประมาณสัก 10,000 กว่า

อ๋อ

แล้วตัวอาจารย์เนี่ยแบบคือเป็นคนจากกาย เวลาขั้นเทศน์ เฮ้ย

เฮ้ยมันมีทอปินี้อยู่อาจารย์จริงไม่เกาไง เมีเรื่องนี้อยู่อาจารย์ พูดถึงเรื่องนี้ ถามอาจารย์ว่านัดของอาจารย์เนี่ยที่สูง สุดต่อวันที่อาจารย์เคยรับอ่ะกี่กี่นัด

เออเออ

โอ้โห

กี่นัดคะ

วันนี้ก็ต้องเป็น 10 นัดแล้วมั้ง 10 นัด มัน

มันจะซอยเวลาไง

เออ

ก็จะซอยแบบ 15 นาที 10 นาทีครึ่งชั่วโมง อะไรเงี้ย 15 นาที

ประมาณ 10 กว่านัดใช่มั้ยคะอาจารย์ ก็มีมีนะผมว่าแต่ทั่วไปน่าจะ 6-7 นัดอะไรอย่าง เงี้ย

อ๋อ

แต่มันก็ก็ไม่ได้แสดงว่ามันรุ่นอะไรนะ มันก็แสดงว่าเราอาจจะทำแบบเวลาเป็น

ถึงนัดมากเกินไป

อือ มอบหมายให้คนอื่นม้าง

อื

ค่ะ อาจารย์ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว อาจารย์พรนึกออกว่าเราเจอกันเป็นยังไง บ้าง

คร่าวๆอ่ะมันเออมีไปพูดอะไรสักต่างเออ แล้วก็มีสไลด์ที่ธรรมศาสตร์น่ะ

อือ

แล้วก็แค่นั้นน่ะ ผมผมก็เมoryี่มันเต็มไง หัวผมมันความจุน้อยก็อื เมื่อวานก็มีคนมาพูดถึงเรื่องกาว

เหรอคะ

เออมีคนมาพูดผมตไปที่สวนรุมแล้วก็เอ้ยมันยังดูกราาวอยู่เลยนะ แล้วก็สอนลูกให้เรื่องคุณค่าของเวลาอะไรเงี้ย

อ๋อ ก็ยังมีคนชมเมื่อเกือบ 10 ปีก็อยู่

เออใช่ๆ เนี่ยคนนี้เค้าเรียกว่าเป็นตอฟint

อื

ไม่พูดอะไรต้องพูดให้ดีๆ

เออใช่ใช่

ลบไม่ได้ยังมีคน

ใช่ๆ แล้วแต่ตัวอาจารย์เองอ่ะ เคยจริงๆเคย พูดกับตัวหนูนี่แหละว่าผมอ่ะตอนที่เชิญอ่ะเป็นสปกเกอร์ อาจารย์บอกว่าผมเป็นคนพูดไม่ค่อยหยิบเท่าไหร่

ใช่

ฟังอาจจะเบื่อกันทำอาจารย์ถึงคิดว่าเป็น ยังไงคะตอนนี้

ก็เราก็เป็นนักวิชาการน่ะ มันก็ไม่ค่อยได้พูดpublicับลิคเท่าไหร่ ก็พูดแต่กับนักเรียนอะไรเงี้ย

นักเรียนไง ต้องฟังอยู่แล้วไฟท์บังคับอื

ใช่มั้ แต่ว่าพูดกับคนก็ต้องมีจุดที่ให้เค้าสนใจอะไรอย่างเงี้ย

ค่ะ แล้วตอนนั้นคือมีหลายๆคนเนี่ยก็รู้สึกเป็นคล้ายๆกันคือว่าไม่กล้าเริ่มต้นในสิ่งที่ตไม่ถนัด แต่อาจารย์ทำให้ดูแล้ว เริ่ม ถือว่ามันมอบมุมมองอะไรใหม่ๆให้อาจารย์

คือผมไปซื้อหนังสืออ่านเนาะ ตอนนั้นช่วงนั้นมันเท talk มันดังอ่ะเนาะ

ค่ะ

เท talk คือการพูด 18 นาที ทำไงให้แบบเออ ก็จะมีแบบมีหนังสือเล่มนึงอ่ะ

เออมีเก่าๆเท Talk เนี่ย แต่เบอกว่าพยายามพูดในสิ่งที่เราเข้าใจ

อื

ก็เบอกว่าเอาเรื่องที่เรารู้เนี่ยเราพูด เพราะนั้นผมว่าพอเราแชร์เรื่องเกลามันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ยาก เพราะว่ามันเป็นเรื่องจริงๆในชีวิตเราอ่ะ ไม่ต้องไปพูดอะไรที่มันไม่จริงใช่มั้ พูดจากความรู้สึกเราจริงๆ

ต้องมาพูดจากเรื่องใกล้ตัวก่อน

ค่ะ

พูดจากเรื่องที่เราประสบการณ์เราจริงๆ อะไรเงี้ยมันก็จะมาเป็นธรรมชาติ แล้วก็ต้องแบบเหมือนกับมีซ้อมบ้างอะไรเงี้ยก่อน พูดก็ต้องซ้อมอย่างผมบางทีมีสไลด์ใช่มั้

ใช่

ผมทำสไลด์ผมก็ซ้อมพูดกับสไลด์ไป มันก็มีสไลด์ให้เราเกาะ

ให้เราไปอะไรอย่าเงี้ย

ก็แบบว่าไม่มีหลุดไม่หลุดประเด็น

ใช่ๆ แล้วก็ครบรายละเอียดต่างๆมันก็ครบบางทีเราเราจำไม่ได้ประเด็นสำคัญอะไรเงี้ย

อือ

แล้วก็ผู้ชมบางทีเมี visual คิเค้าก็ช่วยด้วย ถ้าเกิดเค้ามองเห็นเงี้เค้าก็จะเข้าใจดีขึ้น

ก็คือมีภาพบรรยายให้พร้อมกัน

ใช่ใช่เบอกภาพมันเหมือนกับหมื่นคำบรรยาย ภาพแต่เห็นปุ๊บมันใช่มันมีimpพactก็ได้ทั้ง 2 อันน่ะทั้งภาพต้องพูดอ

ก็ก็พยายามหาสื่อที่เรารู้สึกสบายใจ รู้สึกแบบเออไม่ฝืนอะไรเงี้ยครับอ

ทำได้ทุกคนพูดได้แหละใช่ผมการสื่อสารเป็นส่วนส่วนสำคัญถ้าเราทำงานกับคนส่วนใหญ่เนี่ยค่ะ

เราต้องสื่อสารให้เป็น

ค่ะ

แต่ถ้าเกิดเราทำงานคนเดียวไม่เป็นไรนะ เรานั่งทำเขียนเปเปอร์เขียนอะไรไป แต่ว่าถ้าเกิดจะสื่อสารสิ่งที่เรามีอ่ะ

ค่ะ

ผมว่าบางทีเนี่ยเราก็พูดถึงการทำงานเป็นทีมเนี่ยเราก็ดีได้เท่ากับการสื่อสารของเรา ถ้าเราสื่อสารได้ไม่ดีมันก็ไม่สามารถจะถ่ายความคิดถ่ายโน้มน้าใจคนหรือว่าหาจุดร่วมได้

อือื

ก็ต้องฝึกไม่ยากหรอกคือทำทุกคนทำได้ แต่ มันต้องมีก้าวแรกไงถ้าไม่ทำไม่ลองพูด

ค่ะ

มีโอกาสก็ต้องลองพูดดูผิดถูกไม่เป็นไร อะไรอย่างเงี้ย

ครับ

ตอนนั้นอาจารย์แบคกลับไปเกือบ 10 ปี อาจารย์จะนั่งหนังสือ 3 เล่ม

อื

ถ้าจำไม่ได้หนูจะทวนให้อาจารย์ คืออันแรก คือไทยๆในโลกอนิจจัง

ออ

เออใช่มั้คะ แล้วก็มนุษย์กรุงเทพฯ

โอเค

อื แล้วก็ Thank you for being late

อ่าโอเค

อ่า ถ้าเกิดเป็นปี 2026 เอาจารย์ก็ได้ หนังสือ

โอ้ยแล้วถามเล่นนี่เหรอจำไม่ได้เนี่ย

เอออปีนี้เหรอก็ต้องแนะนำ Thinking Fast and Slow มั้ง นี้สำคัญมากเลยนะ เรื่องนี้ก็เป็นเขียนโดย Daniel Kมan ก็เป็นนักจิตวิทยา

แต่ได้มา Nobel Price ด้านเศรษศาสตร์ ก็พูดถึงจิตใจเราว่าวิธีคิดเรามี 2 วิธี system 1 แบบเร็วใช้อารมณ์เสียสมเหตุผล อะไรเงี้ย

มันจะมีผลต่อการทำไม่ว่าจะเป็นการฝึก นิสัยต่างๆเนี่ยมันก็อันนี้ใช่มอันนี้อันอื่นอัน 2 คือเรื่อง Think again จิตเป็นนายกลายเป็นบ่าว

ค่ะ

ถ้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็ต้องเริ่มจากเปลี่ยนแปลงที่จิตใจก่อน

อื

จะเปลี่ยนแปลงโลกก็ต้องเริ่มที่จิตใจก่อน เพราะถ้าใจไม่ขยับกายก็ไม่ขยับ

ต้องเริ่มจากใจก่อน อันนี้ก็สำคัญถึงกังเกแล้วเก็บอกว่าให้เอ๊ะบ้างอย่าอืออย่างเดียวไม่ได้ตื่นขึ้นมาก็ทำเหมือนกับที่ทำมา 10 ปีอย่างเงี้ยไม่เอ๊ะเลยว่าเฮ้ยที่ทำอยู่มันมีทางที่ดีกว่ามั้ย

เออ

ระบบระเบียบต่างๆหรือไม่การบริหารกทนม. เนี่ยใช่มั้ต้องเอ๊ะบ้างเฮ้ยทำอย่างงี้ถูกมั้ย

อื

เอถ้าเกิดไม่ถูกก็ต้องมีการปรับปรุงใหม่

อื

อันที่ 3 มันก็น่าเป็นเรื่อง Designing your life

ค่ะ

การออกแบบชีวิตใช่มั้ เพราะว่าของทุกอย่างในห้องนี้มันมีการออกแบบเท่านั้นน่ะ

อืค่ะ

ยกเว้นตัวเรา

อื

นะตัวเราเป็นสิ่งที่มีค่าสุดเลยอ่ะ

แต่บางทีเราลืมออกแบบ

จริงๆ

เออใช่มั้ เพราะงั้นพอเราไม่ออกแบบชีวิตมันก็ไปตามกระแสไปนู่นไปนี่อะไรเงี้ย งั้นอย่าลืมว่าของที่มีค่าที่สุดไม่ใช่โต๊ะ เก้าอี้

ค่ะ

หรือชีวิตเรานั้นก็ต้องมีการออกแบบชีวิต ก็เป็นหนังสือเขียนโดย Prof. เสื้อจาก สแตนฟอร์ด

อื

เมีคอร์สเลยนะชื่อ Designing your life ซึ่งเป็นคอร์สที่โหคนเรียนเยอะที่สุดเลย

แจ้งกันเรียนของ

ไม่ๆเป็นคอร์สที่เregิตรที่ปริญญาตรีที่ สแตนฟอร์ด

อ๋อค่ะ

เออ ก็ดีผมว่าเขาก็บอกว่า Start where you are

อื

คือว่ามันไม่เร็วเกินไปหรือไม่ช้าเกินไปที่จะออกแบบชีวิตตัวเอง สมัยคือ you are here

ให้รู้ว่าตัวตนเป็นยังไงก่อน คือบอกว่าก่อนที่จะออกแบบว่าจะไปที่ไหน

ค่ะ

ต้องรู้ก่อนว่าอยู่ตรงไหนก่อน

อื

ถ้ารู้ว่าอยู่ตรงไหนปุ๊บมันก็จะออกแบบ เส้นทางต่อไปได้ แต่ถ้าไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนฟุ้งไปเรื่อยอยากไปนู่นไปนี่ไม่มีทางที่จะเขียนเส้นทางที่ถูกได้ ก็สมมุติว่า 3 เล่มนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีอื

อ้าอะไรบ้างนะจำได้มั้ยเรื่องแรก

จำได้

Thinking Fast and Slowman

เออ

อันที่ 2

Think Again

Think Again Adam Grand อันนี้ก็ปี แปลไทยแล้วค่ะ

อันที่ 3 Designing your life อันนี้ก็มีแปลไทย

แต่เล่มแรกไม่แน่ใจเพราะเล่มแรกมันอ่านยาก

อือๆ

แต่ก็สนุกดีเราไปใช้ให้ไอ้ใช้ GBT JB9 สรุปให้ก็ได้

เออง่ายดี

เอออ่านง่ายดีเออไม่อาจารย์มีหนังสือไทยมั้เนี่ยเมื่อก่อนอาจารย์

โอ

ูมากเลยนะคะมนุษย์กรุง

ก็นี่ไงมันก็เปลี่ยนแล้วไงมันแปลมาแล้ว

อ๋อ

อันนี้เอาอินเตอร์ว่าไงจะเอาหนังสือไทย อันนี้อินเตอร์อจารย์แบบท้าย 2

ใช่ใช่อันนี้เค้าก็มีแปล 2 เล่ม

ค่ะ

ก็อ่านแปลก็ได้อือ

อือค่ะ

คำสั่งอาจารย์คือทำงานทำงานทำงาน 3 3 อย่างเลยเนี่ยมีเพิ่ม

เออเยอะไปว่ะ แบบไม่ต้องทำงานเยอะขนาดนั้นนะ อันนั้นเป็นมอโต้ของการทำงานกรุงเทพฯไง

ค่ะ

ถ้าผมมอโต้ใหม่เอา 3 คำเหมือนกันนะก็ให้ สังเกต

ค่ะ สังเกต สนุก

สนุก

แบ่งปัน

แบ่งปัน

อื

ทำไมถึงคิด

ผมว่าบางทีสังเกตเป็นเรื่องสำคัญน่ะ เพราะว่ามันจะได้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นรอบๆตัวเรา

ค่ะ

บางทีเราเอาตัวไปอยู่ในกระแสเราลืมสังเกต

อือ

ว่าอะไรเกิดขึ้นเราก็จะมีทุกข์มีสุขกับ ไอ้กระแสที่อยู่ข้างนอกตัวเรา อันที่ 2 คือต้องสนุกหว่าทำงานก็ต้องให้สนุกอ่ะถูก

งั้นผมว่าพอมันก็ต้องเหมือนกับถ้าเกิดเราไม่สนุก แสดงว่ามันอาจจะไปผิดพลาดก็อันนี้ก็ต้องปรับ และที่ 3 ก็คือแบ่งปัน ว่าโลกที่มันมีปัญหาที่มันมีคนทุกข์มีคนสุขก็เยอะ อาจจะว่าคนมีเยอะเยอะเกิน

คนมีน้อยก็ขายแคลน

อื

แล้วคนมีเกินก็แบ่งปัน แต่อาจจะแบ่งปันในหลายรูปแบบนะ เช่นแบ่งปันเวลาได้มั้ย

ค่ะ

ก็มีเรื่องธนาคารเวลา

อ๋อ

สมมุติเราเป็นหนุ่มสาวเนี่ยเราอาจจะมีเวลาเหลือ แทนที่จะไปนั่งถ่ายติtอกใช่มั้ ก็อาจจะเวลาเนี่ยไปแบ่งปันดูแลคนอื่น

อื

แล้วก็มีการเอาเวลาที่ไปเก็บเป็นธนาคารได้

อือ

พอเราแก่ตัวเราก็จะเบิกเวลาเนี้ยให้หนุ่มคนอื่นมาช่วยเราตอนแก่อะไรเงี้ย

ั้นแล้วก็คือแบ่งปันกันเป็นเรื่องสำคัญ

อืองั้นก็ขอให้สังเกต สังเกตว่าเออเพื่อนเรารู้สึกยังไง เค้ามีความทุกข์ยังไงมั้ย

ค่ะ

เออ แล้วจะช่วยเค้ายังไงบ้าง แล้วก็มีความสนุกกับชีวิตบ้างไม่ต้องทำงานอย่างเดียว นะ แล้วก็มีเหลือก็แบ่งปันให้คนอื่น

ออ เป็นอะไรที่แบบถือว่าสอดคล้องกับยุคปัจจุบันมาก

เพราะคนก็เริ่มห่างห่างจากตรงนี้ เพราะว่าโดนโซเชียลลากไปมากันหมดเลยอ่ะ

เออ

อาจารย์ตัวอาจารย์เองมีการผ่านการทำงานมาหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นอาจารย์มหาวลัยผู้บริหาร

ตอนนี้ CEO กทม. คือผู้ว่านั่นเอง

ใช่ๆ

อาจารย์มีนิสัยที่ยึดเป็นคอหลักไม่เคย เปลี่ยนเลยเออ

มันก็ทำมันก็ธรรมดาดูแลตัวเองใช่มั้ดูแลสุขภาพค่ะ

ออกกำลังกาย เพราะเราเชื่อว่าถ้าเกิดเรา ตัวเองเราไม่แข็งแรงก็ดูแลคนอื่นไม่ได้

ใช่

หน้าทีการงานก็ไม่ได้ดูแลตัวเองเรื่องมีระเบียบวินัย

ใช่มั้ก็มีdiscipilก็ทำงานที่มอบหมายแบ่งเวลาให้ดี

อื

ตรงเวลานี่ก็สำคัญ เพราะว่ามันคือหัวใจของความสำเร็จเลย เพราะว่าเราหมายว่าเราให้เกียรติคนอื่นไง

ค่ะ

เราไม่ได้คิดว่าเวลาเราสำคัญกับของคนอื่น ก็ต้องต่อเวลาผมว่าเบสิคเนี่มันใช้ได้ทุกงานอ

อือ

แต่ว่าอันนึงที่ถ้าเกิดถามว่าถ้าเกิดให้ สะท้อนไปว่า 20 ปี 30 ปีผ่านมานะ อะไรเป็น สิ่งที่มีค่าที่สุดผมว่าก็คือความไว้วางใจ คือนิสัยเราเนี่ยต้องเป็นนิสัยที่ทำให้เกิดความไว้วางใจ

เพราะว่ามันคือสิ่งที่มีค่าสุดเลย เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เราทำการงานได้ เรามีคนที่เออทำงานร่วมกับเราได้ ถ้าเค้าไว้ วางใจเราถูกมั้ สมมุติเราบอกว่าตรงต่อเวลา

ก็คือทรันี่แหละ คนคนที่มาสายเนี่ยมันก็คงไม่มีใครจะไว้ใจเท่าไหร่

อย่างคนสมมุติว่าเราเราโอ้โหเราป่วยเราไม่

ไม่ทำงานไม่ว่าคนคือคนไม่ดีนะ แต่คล้ายว่าโอกาสที่เราจะคนจะมอบหมายงานเราทำเต็มที่ มันก็คงจะลำบาก เพราะเค้าก็เป็นห่วงว่าเราจะงานหนักเกินไป

ใช่มงั้นหรือการมีระเบียบวินัยต่างๆมันก็เป็นตัวเสริมที่ทำให้เรามีความไว้วังใจจากเพื่อนผมว่านี่คือตัวคอหลักเลยดีกว่าดีกว่าความรักอีกนะ

อ่ะ เพราะความรักเนี่ยบางทีมันอยู่เฉยๆ เค้าก็รักถูกป่ะ

อือื

แต่ว่าความไว้วางใจมันต้องเอิญมันต้องมันต้องทำด้วยตัวเอง ถามเด็กๆเนี่ยพ่อแม่รักมั้ย

รัก

พ่อแม่รักชัวร์ พ่อแม่ไว้ใจมั้ย พ่อแม่เนี่ยจะไว้ใจเด็กก็เด็กมีพฤติกรรมที่ดี ถูกมั้

เอ่อ เช่นทำการบ้านทำการบ้านกลับบ้านตรงเวลามีเบียบวินัย ไว้ใจเด็กเรื่องการใช้ชีวิตไง

ถามว่าเอ่อเด็กจะขอไปไหนถ้าเกิดไม่ไว้ใจพ่อแม่ก็ไม่ให้ไป ไว้ใจมันคือสเต็ปที่มาก กว่าความรักไง

มันต้องมันต้องทำด้วยตัวเอง เพราะว่าตำแหน่งการงานทุกอย่างอ่ะถูกมั้ เราอยู่ในองค์กรเงี้ยนะถ้าเราไม่รับความไว้วางใจ โอกาสที่เราจะก้าวหน้าจะได้ทำงานสำคัญมันก็น้อย เพราะงั้นนิสัยเนี่ยที่ทำเนี่ยคือ นิสัยที่จะไปสร้างความไว้วางใจในอนาคต

อืค่ะอาจารย์แล้วนี่คือถ้าเกิดเราจะเกา นิสัยที่ว่าอย่างงี้บางคนอยากจะเริ่มและ อาจารย์มีเทคนิคในการเริ่มให้ง่ายๆนะคะ แล้วก็ทำได้แบบไม่เคร่งเครียด

อ่า คือนิสัยเนี่ยจริงๆแล้วถ้าเกิดเราดู มันก็จะมีหลักๆเอ่อ 2 ตัวคือต้องมีคิวก่อนใช่มั้ว่าเช่นหิวข้าวก็จะกินข้าว

หลังนั้นก็ต้องมีเหมือนกับเป็นรางวัล 2 ตัวเมันจะคู่กัน

ทำนิสัยเพื่อทำให้เกิดรางวัลไงเนี่ย สมมุติว่าอย่าอย่างเลือกกินข้าวอย่างเงี้ยเรามีหิวปุ๊บรางวัลที่ได้คือความอร่อย

เราก็จะกินของหวานๆมันๆ

ถูกป่ะ

แต่ถ้ารางวัลเราอยากได้รางวัลระยะยาวเช่น สุขภาพดีอ

เราก็จะเลือกกินสลัดลื่นอะไรกินอะไรเงี้ย เพราะหลายๆครั้งเลยเนี่ยนิสัยเราเนี่ยไป เอารางวัล

short เทอมเช่นความอร่อยซึ่งส่วนมากมันจะเป็นไม่ค่อยดีกับสุขภาพ

อใช่

เพราะนั้นเราต้องอดทนที่หวังไปที่รางวัลระยะยาว

ซึ่งมักจะดีกว่า

ค่ะ

ซึ่งไอ้ตรงเนี้ยมันคือเ้าเรียกว่าเป็น ต้องมี viel power หรือพลังใจ

อือ

ผมว่าก็ต้องค่อยๆฝึกอ่ะ เพราะว่าพลังใจมันต้องใช้การฝึกฝึกผลเหมือนกัน แล้วก็ผมว่าหลักง่ายๆคือเราอาจจะเลือกนิสัยก่อนที่เราอยากจะปรับปรุงเรื่องอะไรก่อนไม่ต้องเลือกเยอะ เพราะว่าพลังใจเรามีจำกัด ยกตัวอย่างเช่นอ่ะบอกเราเออเราจะไม่กินข้าวเย็นเงี้ย แต่ก็ตามที่เราทำงานเหนื่อยไปทั้งวันพลังใจเราหมดเนี่ยกลับบ้านเราซัด แบบพลังใจหมดมันก็จะคอนโทรลนิสัยยากว่า อาจจะเลือกนิสัยบางอันที่สำคัญแต่ตรงต่อเวลาเนี่ย

ค่ะ

ลองทำดูออกกำลังกาย

อ่า

ง่ายๆ

แล้วก็เริ่มพัฒนาอาจจะทำแบบทีละเล็กก่อน ว่าตั้งเป้าหมายแต่เป้าหมายเนี่ยไม่ต้องใหญ่มาก

เป้าหมายเล็กๆแล้วก็จุดใช่

เบอกให้ให้ทำเป็น proximate objective approximate คือว่าเอาที่พอไปได้ก่อน

อ่าฮะ

ไม่ใช่ว่าโอ้โหจะวิ่งปุ๊บไปจะเอาวิ่งมาถอนเลยโ

อย่างงี้ก็ตายเอาขอให้ได้กิโลเมตนึงก่อน

ใช่กิโลเมตนึงก่อนครับ แล้วก็ค่อยๆ objective แล้วค่อยขยับขึ้นว่านิสัยมันก็คล้ายๆเราเราฝึกร่างกายแหละใช่มั้ค่อยๆ ทีละนิดตั้งเป้าหมายที่สำคัญอ่าที่เราเขียนว่าสำคัญก่อนทำทีละนิดค่อยๆฝึกพลังใจ

คิดถึงผลในระยะยาวมากกว่าผลระยะสั้น

อืออื

ค่อยๆทำไป

ค่ะ ตัวอาจารย์เองเนี่ยต้องรับแบบเหตุการณ์หลายๆอย่างคิดว่าปัญหาหลายๆเรื่องเลยค่ะอาจารย์ต้องใช้ทักษะนิสัยอะไรในการช่วยจัดการปัญหาให้ดีขึ้นได้และออกมาทิศทางที่ดีด้วยพึงพอใจกับตัวเองเงี้ยค่ะ

ผมว่าหลักการแก้ปัญหาคือว่าเราคงต้องเข้าใจปัญหาให้ชัดเจนนะว่าปัญหามันเกิดจากอะไร

คือต้องมีความเข้าใจในเนื้อหาให้ละเอียดก่อน

อื

แล้วก็ที่ผมใช้ก็คือการสังเกตอย่างบอกอเสิร์ฟเป็นเรื่องสำคัญ สังเกต

สกิลนี้สำคัญมาก

สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วก็เป็นยังไง อย่าเพิ่งไปตัดศีล

อื

หลายครั้งที่เราด่วนตัดสินใจสรุปจากสิ่งที่เราเห็นน่ะ โดยไม่ได้คิดรายละเอียดน่ะ

ค่ะ

นี้ก็ทำให้เราเป็นทุกข์มากขึ้นด้วยซ้ำบางทีใช่มั้

อค่ะ

ก็ผมว่าทุกคนสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกมันมีเหตุผลของมันน่ะ ถ้าเกิดเราไปตัดสินว่าไอ้นี่เลวไอ้นี่ไม่ดีอะไรอย่างเงี้ย

บางทีมันเร็วเกินไปแล้วทำให้เกิดปัญหาด้วยซ้ำ ก็มันเหมือนอันแรกคือต้องรู้เรื่องที่ที่ตัวเองจะต้องไปตัดสินใจก่อน ใช่ป่ะต้องเข้าใจสถานการณ์อ่ะเออสมมุติเราจะเราไม่สบายอย่างเงี้ยก็ต้องไปหาข้อ มูลเลยไอ้เบาหวานนี่เป็นยังไงข้อมูลเป็นยังไงถูกป่ะ ดังนั้นก็คือสังเกตว่าเออแล้วก็มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราพฤติกรรมเราเป็นยังไง

อื

แล้วก็ไปแก้ปัญหา

อื

ที่ต้นเหตุนั้นผมว่ามันต้องเริ่มจากตัวเองว่าเราต้องมีความรู้พอ

อื

แล้วก็อย่าเพิ่งไปสรุป

ดูสถานการณ์เก็บข้อมูลแล้วค่อยๆแก้ปัญหาไป แล้วก็เรื่องร้ายๆมันเกิดขึ้นได้ในชีวิตน่ะตลอด

ค่ะ

เพราะงั้นอย่าไปคิดอย่าไปตัดสินด้วยผลลัพธ์อันใดอันหนึ่ง ชีวิตมันเป็นขบวนการ

อ่าค่ะ

ถูกอาชีพขบวนการอ้าแล้วอย่างเช่นเด็กเรียนหนังสือเนี่ยใช่มั้ ถ้าบอกว่าอย่างเมื่อวานผมไปเด็กนักเรียนน่ะจบจบจบม. 6 โอฉลอง

ฉลองกันใหญ่เลยแบบดีใจมากเลยแต่ผมว่า

ผมก็บอกว่านี่ไม่ใช่ปัจฉินเทนะน้อง เพราะปัจฉินเทพมันอีกนานเลยอ่ะ ตอนสุดท้ายของชีวิตอ่ะปัจฉินเทค่ะ

อันนี้มันแค่เป็นช่วงนึง เพราะฉะนั้นอย่าไปสนุกกับไอ้ความสำเร็จตรงนี้สนุกได้

อื

แต่ให้สนุกกับ process ในการเรียน

อันนี้จะยั่งยืนกว่าได้

อ ถ้าคุณรู้สึกว่าเออสนุกกับการเรียนมาเจอเพื่อนได้เรียนรู้แล้วคุณสนุกเนี่ยแล้วคุณเนี่ยคือความสำเร็จมันจะยั่งยืนกว่า ที่คุณสมดีใจเมื่อจบม. 6 แล้วแต่สุดท้าย พอวัลุกขึ้น

ต้องไปต่ออีกแล้ว

เจอความเป็นจริงใหม่อีก

ไม่แล้วก็คือปาตรีใช่ป่ะมันก็เออเพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราวัดเป็นผลเป็นชิ้นๆเนี่ย

ค่ะ

บางทีชีวิตมันก็จะเหนื่อยแต่ถ้าเรา enjoy process มัน

อืว่า

เออเราชอบเรียนหนังสือเราชอบเจอผู้คน

ค่ะ

เราชอบทำงานแบบนี้แหละ

ผลออกมาเป็นไงก็ไม่เป็นไรแต่ว่าเราชอบทำ งานร่วมกับเพื่อนคนอื่น

อื

แล้วก็หาความสุขเอาใน process เป็นขบวนการ

อือๆ

ทำให้ชีวิตเราอาจจะไม่ได้โหดร้ายมาก

แฮปปี้ขึ้นอ่าเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างย้อนกลับไปอย่างเหตุการณ์ที่แผ่นดินไหวเงี้อาจารย์

คือไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นอาจารย์มีวิธีเกลาความคิดหรือว่าดูแลใจตัวเองไงให้ไปต่อแก้ปัญหาได้อย่างมีพลัง

ผมว่าอันนี้คือสำคัญของคำว่านิสัยเลยอ่ะ ถูกป่ะ

ค่ะ

ว่าอันนี้คือสิ่งคือถามว่าเรามีนิสัยเรา ฝึกนิสัยมาก็เพื่อเหตุการณ์เหล่านี้แหละ

อ่ะ

ถูกเพราะว่าเหตุการณ์เหล่านี้เราไม่สามารถเทรนตัวเองวินาทีนั้นได้

มันคือสิ่งที่เราบ่มเพาะมา

ค่ะ

คำว่าไอ้การที่เราฝึกนิสัยฝึกตัวเองก็เพื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเหล่านี้ วันนั้นเกิดขึ้นเนี่ยเราก็

เราก็แวบเลยว่าต้องทำอะไรต้องเอาคนที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม

ค่ะ

เอ่อ เกิดเอาเข้าเอาคนมารวมกันให้มากที่สุดนะ แล้วก็ให้ข้อมูลให้ถูกต้องที่สุด พวกนี้มันคือสิ่งที่เรา

สะสมมาก่อนนะ

อื

ต้องว่าไอ้นี่แหละคือสิ่งความจำเป็นของนิสัยที่ดีที่ต้อง

ฝึกขัดเกลาว่าเออ

ทำงานเป็นทีมร่วมกันได้แล้วก็ First things first เอาสิ่งสำคัญ

ทำก่อน

ค่ะ

ต้องสื่อสารให้คนเข้าใจอะไรเงี้ย จัดลำดับทำมีการเอ่อสั่งการให้เป็นระบบ

พวกนี้มันคือสิ่งที่เราฝึกมาก่อนอยู่แล้ว

อื แล้วอาจารย์เนี่ยก็อยู่ท่ามกลางเสียงคำวิพากษ์วิจารณ์มากมีทั้งคนที่สนับสนุนอาจารย์เองก็มีแล้วก็มีทั้งแบบว่าใช้ อารมณ์มากกว่าเหตุผลก็มีอาจารย์มีการดูแลพลังใจตัวเองไงให้ไปต่อได้

เอออันนี้ก็สำคัญนะ

เพราะโลกสมัยนี้มันเร็วมากเลย มันเร็วเป็นแสงเลยเท่าแสงเลยเนาะ

จะคิดมันก็ไปนู่นเลยไปปูนผมว่าก็สำคัญคือ เอาขั้นแรกก่อนนะ ถ้ามีคนติมีคนชมเราเนี่ย

ก็ฟังแล้วก็ดูซิว่ามันจริงมั้ย

อื

ถ้าจริงมันแย่จริงก็ไปปรับปรุงอื

ถ้าไม่แนไม่แน่จริงก็วางไว้อย่าไปถือหนัก แล้วที่ผมใช้คำว่าสังเกตเนี่ยสำคัญคือว่า โลกมันเปลี่ยนไปเร็วถูกมั้ว่าโรคเปลี่ยนไปเร็ว

เราไม่จำเป็นต้องกระโดดไปกับความเร็วข้างนอกอ่ะ

อ่ะ

ผมว่าเรานั่งอยู่ตรงนี้แล้วก็สังเกตสิ่ง ที่เกิดขึ้น

รอบๆตัวเราว่าความเร็วที่เกิดขึ้นเป็นยังไง แต่เราไม่ต้องไปวิ่งแข่งกับเค้าไง เค้าบอกว่าเหมือนกับฝนตกอ่ะ

ค่ะ

เราอเสิร์ฟเรารู้ว่าตอนนี้ฝนตก แต่ไม่จำเป็นจะต้องออกไปเปียกฝน

อ่า

ถูกมั้ย เ้าด่ากันเนี่ยเทะเลาะกันอยู่ข้างนอกเนี่ยใช่มั้ เราก็อsเิร์ตว่าเฮ้ยเกิดอะไรขึ้น คนนี้พูดอย่างงี้ว่าเมีความต้องการอะไร

อื

เค้ารู้สึกยังไง

ค่ะ

แล้วเค้าอะไร

อื

ถ้าเกิดเราอsิ์ฟเนี่ยเราจะเข้าใจเข้าใจมากขึ้นไง

อื

แต่ว่าถ้าเกิดเราออกไปเปรียบฝนด้วยคราวนี้เละละ เพราะเราก็จะอยู่ในช่ามกลางความวุ่นวายความสง หัวใจก็อย่างที่บอกคำที่บอกคือสังเกตว่า เฮ้ยเกิดอะไรขึ้น

ข้างนอกเร็วเราสโลว์ได้เราก็อยู่ตนในที่มั่นของเราอ

อือ แล้วก็ดูสิ่งที่เกิดขึ้นอ

แล้วก็ผมว่าอีกอันนึงที่จะช่วยคือว่าอย่าเพิ่งไปตัดสินอะไรทุกคนมีเหตุผลตัวเองอ่ะ

ค่ะ คนที่เพูดเนี้ย

อือื

อย่างเมื่อก่อนผมไปตรวจน้ำท่วมอ่ะ

ค่ะ

โหน้ำท่วมหนักเลยนะที่เขาแยกแยกรัชดาหน้าสาอย่างเงี้ย ก็มีคนขี่รถมอเตอร์ไซค์แล้วก็พาลูกมาแล้วก็ตะโกนด่าเลย เฮ้ยน้ำท่วมไม่เคยมาทำช่วยอะไรเลย 3-4 ปีใช่มั้ ทีมเราก็ตกกระใจก็นึกว่าไอ้นี่แบบนึงเฮ้ยบ้าป่าอะไรเงี้ย แต่ถ้าเราไม่ไม่ตัดสินเค้าอ่ะเราสังเกตว่าเออเค้าคงทุกข์มากเลยน้ำท่วม

ค่ะ

ต้องการให้เราไปช่วยเราก็ไปหาเ้าที่บ้านเลย ตามเไปที่บ้านไปดูปัญหา

แล้วก็แก้ปัญหาตรงนั้นน่ะ ศาลรัชดาได้เนี่ยจะใช้เวลา 2 ปีนะ แต่ใครว่าเออเนี่ย มันมาแต่ที่เราไม่ตัดสินใจว่าเค้าเป็นคนแบบเฮ้ยบ้าเปล่ามาโวยวายทำไมอะไรอย่างเงี้ย

ไม่ไปจับตรงนั้นไม่ไปจับตัวอารมณ์เค้า

เออใช่เออเราก็ดูว่าเออเค้าต้องการอะไร

จับที่เหตุว่าเค้าต้องการอะไร เออใช่ว่าเค้าต้องการอะไร แล้วเทำไมเค้าถึงโกรธ

เพราะเค้าไม่ได้รับการดูแล เป็นหน้าที่เราใช่มั้ยใช่

ใช่

เค้านี้อะไรเเราไปช่วยแค่นั้นเอง พอเราไปช่วยเค้าก็ไม่โกรธละ

อื

แล้วก็ได้ผลงานที่เออแก้ปัญหาให้คนอีกเป็นร้อยเป็นพันคนแถวนั้นด้วย

เแฮปปี้ขึ้นเรียบร้อย

ใช่ เพราะนั้นผมว่าเนี่ยคืออยากอย่าไปอย่าไปกระโดดลงไปเปียกฝนอsิฟแล้วก็เราก็ดู แล้วก็อย่าเพิ่งไปตัดสินว่าใครผิดใครถูก ทุกคนทำอ่ะมีเหตุผลตัวเองนะ

อื

ถ้าเราเข้าใจเหตุผลเค้าผมว่าเราก็จะเอ่อ จัดการสถานการณ์ได้ดีขึ้น

อื ถ้าอยากให้แนะนำ 1 อย่างกับทุกวัย เลยบูมไม่รู้ว่าการ Solution ในการจัดการ ของแต่ละวัยมันเหมือนกันมั้สำหรับอาจารย์ นะครับคือเรื่องการอยู่กับความเครียดค่ะ บางคนนี่มันเป็นปัญหาเลยเพราะว่าสื่อเนี่ยแหละหรือว่าหลายๆตัวรอบตัวที่เราไป จับที่อาจารย์บอก

เอ่อ ผมว่าทุกกลุ่มก็คล้ายๆกันนะ

เออ ผมคงไม่ได้สามารถบอกได้ทุกกลุ่มหรอก แต่เอาผมเองไปแล้ว ถามว่าผมทำผมลดความเครียดยังไง ผมก็อาจจะต้องถอยจากจุดที่เครียดนิดนึง

ค่ะ

ผมว่าเราเครียดเรื่องงานเรานั่งอยู่ตรงนั้นมันก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้เราหายเครียดมากขึ้น

อือ

ผมก็หลักผมก็ง่ายๆคือผมออกกำลังกายเช้าไง

อื

อยู่กับตัวเองใช่มั้ เหมือนกับเราก็เหมือนคล้ายๆนั่งสมาธิอ่ะ

ค่ะ

ให้ไอ้ตะกอนที่มันเยอะแยะเนี่ยมันค่อยๆ เซฟเซต

ตกมาตกมาอ่า

มันก็จะเห็นส่วนที่ใสขึ้น

ค่ะ ส่วนที่ตะกอเราก็จะไปแก้ตรงนั้นได้ดีขึ้น ผมก็อาศัยช้าๆเนี่ยเวลาวิ่งจริงแล้วหลักก็คือว่าเราก็ใช้เล่นกีฬาแบบที่ไม่ต้องใช้ความคิดมาก สมมุติเราไปใช้เลขกีฬาอย่างตีเทนนิสหรือว่าที่มันต้องโอ้โหจะยังไงวะกูจะไปไอ้อย่างงั้นมันก็จะทำให้เราแบบเหมือนกับยิ่งเหนื่อยมันอาจจะเหนื่อยไง

แต่วิ่งเนี่ยมันเข้าเป็น automatic mode

อื

มันก็ค่อยๆ settle down แล้วบางทีมันก็มีความ Solution แวบขึ้นมาเลย หลายครั้งเลยที่คิดคำตอบของเมืองได้จากการวิ่งชาว เหมือนกับเรามีสมาธิอ่ะ

ค่ะ

เราใสขึ้นเนี่ยมันก็จะมีคำตอบปึ๊งๆ แต่พอ กลับมาที่ทำงานปุ๊บประชุม 8 นัดเนี่ยมันยากแล้วไง

อือ

แค่อ่านที่ประชุมก็

ก็ไม่ไม่ผ่านแล้วก็เครียดแล้ว เพราะว่าทุกคนมีวิธีกับความเครียดของตัวเอง

แล้วก็นี้ผมแค่แชร์ของผมนะ

แต่ผมก็ไม่สามารถไปแนะนำคนอื่นได้

อือๆ

เพราะทุกคนก็จะมีวิธีตัวเองที่อาจจะอยากไปเอ่อฟังเพลงดูหนังอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าใครว่ามันก็คงต้องมีวิธี เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ชีวิตเราจะไม่เครียดก็ต้องเจออยู่ดี แต่เราว่ารับมือกับมันยังไงให้ถูกต้อง ด้วยสไตล์ที่เราเป็นน่ะใช่

ใช่ หลายๆครั้งถ้ามันเครียดมากก็ต้องวางมันน่ะหิน ถ้าเกิดมันหนักก็อย่าไปเดินถือไปมากวางได้ก็ต้องวาง เอาแต่ว่าถ้าเกิดเราเข้าใจปัญหาจริงๆอ่ะว่าเราคิดไปเครียดไปมันก็ไม่ได้มีผลอะไรดีขึ้นน่ะ

ค่ะ

ถูกมเพราะงั้นมันยิ่งเครียดไปมันก็สุด ท้ายก็อาจจะต้องรอสถานการณ์

อนาคต

แล้วหลายๆครั้งเนี่ยเราเครียดเพราะเราเกิดจากการที่เรากลัวอนาคต

กลัวไปก่อน

กลัวไปก่อน ถ้าเกิดเราวางไว้ก่อนแล้วถึงเวลาเ้าค่อยมาลุยกันก็ไม่ต้องไปเสียเวลาเครียดช่วงนี้ไง

อื

เพราะถ้าเกิดเราต้องพิจารณาตัวเองอ่ะก็จะเห็นว่าเออที่เรากลัวกลัวอะไรเราเครียดอะไร

ค่ะ

เราเครียดสิ่งยังไม่เกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะงั้นก็ไม่จำเป็นก็คือรอ หรือถ้าเกิดเราสามารถเตรียมตัวตรงนี้ได้ก็เตรียมตัวเพื่อรองครับ

แต่ทำอะไรไม่ได้ก็

ก็ปล่อยไปก่อน

อื

อะไรอย่างเงี้ยผมมันก็อาจจะต้องแต่ว่าอย่างที่บอกแต่ละคนมันก็มีทางตัวเอง

ต้องจัดการตัวเองตรงนี้ให้ได้

ใช่ๆ

อืม คุยตัวเองให้จบ

ใช่ก็ต้องเนี่ยมาจากความคิดมาจากการตระหนักรู้ตัวเองด้วย

อืค่ะ อาจารย์ความสุขเล็กๆของอาจารย์นัด เยอะมากงานเยอะมากมีความสุขเล็กๆของ อาจารย์ระหว่างวันงานที่ที่อาจารย์ชอบทำ

คือความสุขเล็กๆผมก็แอบงีบมั้งดีง่วงหน่อย เออถ้าเกิดง่วงก็งีบแล้วก็แคชั่นผมคืออยากจะเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น

ค่ะ

นิดเดียวก็ยังดีถูกมั้ เพราะนั้นบางทีเราก็แทรกแทรกไอ้ตรงเนี้ยไปในชีวิตประจำวันเรา

อื

เราไปออกไปตรวจงานเราเจอทีมงานเราพี่แกวอะไรเราก็เออซื้อน้ำให้เค้ากินอะไรอย่างเงี้ย

ให้เค้ามีความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้นบ้าง

เราก็มีความสุขด้วย

พี่จาบอกแชing

ใช่มว่าอันนี้คือแบ่งปันแล้วก็แบ่งปันไม่ ต้องทำมันทำเล็กๆในชีวิตได้

เจอเด็กเข้าไปคุยเจอคนแก่ก็ไปคุยกับเค้าอะไรเงี้ย ผมว่ามันก็ทำได้ผมว่าเราแทรกไอ้

ความสุขของเราไปในชีวิตประจำวันน่ะ

มันทำให้เรามีแรงเดินต่อไปมันไม่ไม่อาจจะทำอะไรใหญ่โตมาก

แต่ว่าต้องรู้ก่อนว่าชีวิตเราชอบอะไรอะไรคือแพชั่นเราแล้วก็เอาแทรกจะเห็นว่าชีวิตผมเนี่ยมันจะมีแพชั่นผมแทรกอยู่ในชีวิตเนี่ย

ค่ะ

เช่นเรื่องการ

วิ่ง

วิ่งออกกำลังกาย

การอ่านหนังสืออะไรอย่างเงี้ยก็มันก็จะแทรกๆเป็นหนมชั้นอยู่ในชีวิต

แล้วถ้าเกิดอย่างงี้อาจารย์ระหว่างอ่านหนังสือกับพcสอาจารย์ชอบอะไรมาก

ผมชอบอ่านหนังสือป่ะ

พcสก็ยังไม่ใช่ทางอาจารย์ เออพอแกสไม่ใช่ทางผมมากเออ

เหรอคะ

เออผมชอบตอนนี้ผมก็จะอ่านออนไลน์เยอะอ่านหนังสือแบบที่ซื้ออีบookอ่ะ

อ๋อ คือความโกรธเนี่ยมันเดินทางเดินกว่าเหตุผลเราจะออกแบบพลังบวกให้ตัวเองยังไงคะง่ายๆที่อาจารย์คิดว่าทำได้

ความโกรธของคนอื่นใช่มั้หรือความโกรธของ เรา

มวลทุกอย่างเลยค่ะทั้งเราและคนอื่น

อื

ทั้ง 2 มุม

ก็ผมอย่างที่บอกว่าเราอย่าไปวิ่งตามเค้า

ค่ะ

หวังว่าเราก็ต้องมีจุดยืนของเราแล้วก็ให้ตระหนักรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเราดีจริงหรือเปล่าเรามีปัญหามั้ยเรามีปัญหาเราก็ต้องปรับปรุงใช่

ไงคำพูดติดสินนินทามันเยอะเลยแล้วผมหลายๆครั้งเลยที่คนมาด่าเราแล้วก็เค้าก็สบายใจไปเที่ยวเล่นแต่เรายังยึดติดกับคำที่เขาด่าเราเนี่ยแบกไว้ในใจเราไง แต่คนคนที่ด่าเราเเดินไปเที่ยวเล่นดูหนังดูละครเฮฮากับเพื่อนแล้วอ่ะ

แต่เทิ้งหินไว้ให้เราถือไงอ

อือ

แล้วบางอย่างถ้าเกิดมันทุกมันก็อย่างที่บอกก็ต้องปล่อยลงบ้างแล้วก็ทุกคนมันก็มี

ปัญหาอย่างงี้แหละ

อือค่ะ

แล้วถ้าเกิดเราไม่ผิดจริงเราเรามีเราคิด ว่าโอเคแล้วเราก็ on

อือๆ อย่างงี้แหละ ถ้าไม่งั้นโอ้โหคนยิ่งสมัยนี้นะทุกคนวอี่กับกดไลค์กดแชร์ คอมเมนต์

ค่ะ

ใช่มั้มันทำให้ชีวิตเราแบบติดตกได้ง่ายๆมากเลย

อือ

เอออ่านยังทำไมไม่เพื่อนไม่อ่านไineเรา

ทำไมไม่กดไลก์ให้เรา

เรื่องเล็กน้อยๆนะอาจารย์ที่เป็นเนี่ย

เออใช่แต่ว่าถ้าเกิดเราไปสสนใจมากก็ก็มันก็บางทีมัน

เออกระทบเราบางทีเราชอบแต่พอเ้าไม่ให้มามันก็เป็นทุกข์ใช่มั้ แล้วมันก็เป็นทั้งบวกทั้งลบอ่ะั้นผมว่าบางทีมันก็ต้องเป็น ตัวเองให้มากขึ้น

อืค่ะ อาจารย์ว่าการมีโฟกัสกับการมีสมาธิ มีความสัมพันธ์ต่อสภาวะผู้นำมากแค่ไหน

สำคัญดีเพราะว่าผู้นำก็คือต้องโฟกัสให้ได้ ต้องแยกเ้าเรียกว่าไอ้ตัวสิ่งรบกวนออก จากเนื้อหาจริงๆอ่ะ

อื

เราต้องดูประเด็นให้ได้ว่าประเด็นคืออะไร ต้องโฟกัสตงจุดนั้นผมว่าสมาธิยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่ตอนนี้ผมว่าทั่วโลกก็พูดถึงเรื่องนี้นะ

ใช่ค่ะ

เรื่อง mindfulness meditation อะไรอย่างเงี้ย

ผู้นำองค์กรหลายคนก็มีการทำแนวนี้แล้วผมว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่อง quantity คือผู้นำอาจจะไม่ต้องใช้เวลามาก

แต่ต้องได้ quality คุณภาพของการตัดสินใจอ่ะ

อ่า

ซึ่งเชื่อว่าสมาธิก็จะช่วยให้เราตัดสินใจต่างๆได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

อื ถ้าตัวอาจารย์เองอยากแบบฝึกยังไงคะให้ ตัวเองมีสมาสติ

คือผมไม่ได้นั่งสมาธิแบบเป็นเรื่องเป็นราวนะผมแต่ผมว่าอย่างผมออกกำลังกายเนี่ย ผมส่วนหนึ่งของการนั่งสมาธิเลย

ขยับร่างกาย

ออกกำลังกายผมเนี่ยคือหายใจเข้าออกเข้าออก

เวลาวิ่งอ่ะมันคือเหมือนกับ

โฟกัสที่ตรงนี้

โฟกัสที่ตรงตัวเราเองอ่ะเออเรานิ่งขึ้น เราไม่ต้องมี input จากที่อื่นถูกป่ะ

อือ

มันก็เราไม่ต้องไปแบบเสียสมาธิกับเรื่องอื่น

ไม่ต้องคุยคนอื่นแล้วก็วิ่งไปตามแบบออโตมติอ่ะ

อื

ทำให้ไอ้เรื่องต่างๆแต่ผมก็ไม่ได้แบบเป็นผู้เชี่ยวชาญนะก็ต้องอาจจะต้องให้ผู้ชายพูดอีกทีแต่ว่าง่ายๆแค่นี้แหละก็ทุกเช้าเราก็เข้าออกเข้าออกชั่วโมงนึงอ่ะก็คือ วิ่งใช่มันก็เออ

มันก็เอออยู่กับตัวเอง

แล้วพอวิ่งเสร็จก็รู้สึกเออสดชื่น

อื

แล้วก็เริ่มลุยงานอะไรอย่างเงี้ย

อื

ผมว่าทุกคนก็คงมีแนวทางของตัวเองแหละ

ค่ะ ทีนี้อาจารย์คืออยากถามณตอนนี้มันแบบ จะเปลี่ยนแปลงในอนาคตก็เป็นได้นะคะอ

เป้าหมายตอนนี้อาจารย์ส่วนตัวที่เป็นคือ

อยากมีเป้าหมายเรื่องอะไรค่ะที่จะเดินไป ถึงเอาส่วนตัวของอาจารย์ส่วนตัวเหรอ ผมว่าผมแล้วผมก็ทำทุกอย่างที่คาดหวังได้นะตอน นี้ก็คือทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดน่ะ ถ้าเกิดในแง่ของการงานก็คือทำกรุงเทพฯให้ น่าอยู่ขึ้น

ให้คนมีความสุข

ค่ะ

มีชีวิตที่ดีขึ้น

อ่ะ

ส่วนเรื่องครอบครัวก็คืออยากให้แสนดีมัน มีจบการศึกษามีงานมีการทำอะไรเงี้ยมี เพื่อนมีสังมีแบบชีวิตที่เออมีความสุขอะไรเงี้ยไม่ต้องร่ำรวยนะแต่ขอให้มี เพื่อนที่ดีมีอนาคตอาจจะมีครอบครัวอะไร เงี้ย

อือ

ก็คงต้องตั้งเป้าหมายที่มันพอเป็นไปได้ สอดคล้องกับความต้องการของเรา

อื แต่แสนดีพูดนะคะว่าเอยากเป็นเหมือนพ่อ

เฮ้ย

เค้าเคยพูดหนูเคยเห็นได้

ไม่ได้เลยต้องเป็นของตัวเองห้ามมาห้ามมาเลียนแบบกัน

อ้าวใช่มั้ เพราะว่าไม่มีความเหมือนกันหรอก มันก็ต้องเป็น

เค้ามีพ่อเป็นไอดอลเนี่ย

โอ้ไม่ได้ไม่ได้

ต้องเอาจากหลายๆอย่างมารวมกันเออผมว่าก็คือตั้งเป้าหมายเอาเท่าที่เป็นไปได้อ่ะ

อ๋อ

แล้วผมว่าชีวิตมันไม่ใช่อเคสraที่คุณต้อง เล่นตามโน้ตน่ะ

อือ

มันคือแจสที่มันต้อง improvise ทุกวัน

อื

ไม่ก็แบบเออสถานการณ์เปลี่ยนอะไรเงี้ย แต่ว่าจุดยืนเราก็ต้องมั่นน่ะเออว่าอะไรคือหลักการของเรา ถามว่าทำไมถึงเรามีความทุกข์กับการทำงานจริงๆแล้วหนังสือเรื่อง Designing your life มันก็ดีนะคือบอกว่าชีวิตเรามันจะมี 2 อัน

ก็คือ Life View

ค่ะ

กับ Work viiew

ค่ะ

ถูกป่ะ Live View คือชีวิตเราเนี่ยชอบแบบไหนอ่ะ สมมุติเราเป็นคนที่ชอบทำงานเพื่อสังคม

อื

ดูแคนคนในสังคมช่วยเผื่อเอื้อเผื่อแผ่นั่น คือไถเราไปทำงานในงานที่ต้องโอ้โหเน้นแต่ กำไรอ

อย่างเงี้ยพอไอไม่อineกับ work viiew เนี่ยเราจะไม่มีความสุข แต่ว่าตามที่เราสามารถหางานที่มันสอดคล้องกันได้ เช่นเราทำงานเนี่ยอ้าสมมุติพวกเราชอบทำงานเงี้ย เผยแพร่ความรู้ให้คนแบ่งปันให้คนค่ะ

work viiew เรามันแชกับไiewเราที่ชอบแบ่งปันชอบเห็นคนมีความสุข

เราก็จะมีความสุขการทำงาน

อย่างผมเองเนี่ยถามว่าผมมีความสุขมั้ผมก็มี แต่ว่าอย่างผมเนี่ยผมก็แบบไลฟผมอยากจะให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นถูกมั้

มีความสุขขึ้นแต่ work viวิวผมเนี่ยบางครั้งมันก็ต้องมีประเด็นที่ต้องไปขัดแย้ง เช่นต้องไปจัดการเรื่องหาบเล่หแผงลอย

ชุดบาตทางเท้า

อื มันเรียกไม่ได้เออใช่ แต่ต้องทำให้ชีวิตของของคนบางคนเอาจจะลำบากขึ้นไง

อืออือ

มันก็เลยกับมันเลยขัดแย้งกัน

อันนี้ก็ทำให้เรามีความทุกข์

อื

ในบางเรื่องงั้นผมว่าถ้าเกิดเราเข้าใจว่า เออชีวิตเราต้องการแบบไหนเราแบบเป็นแบบไหนไปตามเพื่อนนะ เพราะว่าต่างคนก็ต่างของตัวเองถูกมั้

แล้วมาไปทำให้กับเฟิกับไลฟมันเป็นตรงกัน มันก็อาจจะทำให้เรามีความสุขอยากจะตื่นไป ทำงาน

อื

แต่ว่าตามที่มันขัดแย้งกันแต่ว่าก็บางทีมันก็เลือกไม่ได้นะ

ค่ะ

ต้องเอาชีวิตให้รอดก่อนอ

ใช่ๆ

ก็ต้องก็ต้องหาจุดบาลานซประมาณนั้น

อื ถ้าหนูเป็นอาจารย์แล้วกันหนูเป็น อาจารย์หนูรู้สึกว่าหนูหนูหนูเหนื่อยล้ามากเลยปัญหาเยอะแบบเยอะจริงๆอ่ะแล้ว อาจารย์มีมีวันที่อาจารย์เหนื่อยๆล้าๆแบบ จริงๆ

ก็มีก็เหนื่อยก็มีอยู่แล้วเพราะว่าปัญหา มันเยอะบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องที่แบบเครียดเหมือนกันว่าก็ต้องทำให้ดีที่สุดน่ะ

แล้วก็ก็อย่างที่บอกดีต้องถอยมาบ้างไปออกไปวิ่งบ้างออกกำลังกายทำเรื่องอื่นอะไร เงี้ย

เปลี่ยนกิจกรรมคืออาจารย์ดึงตัวเองขึ้นมาด้วยการเปลี่ยน

เปลี่ยนกิจกรรมบ้างแล้วก็บางทีเราก็มีทีมงานอ้าช่วยดูหน่อยเรื่องนี้

ค่ะ

แล้วก็มาสรุปให้ฟังหน่อยเรื่องไหนถ้าเราไม่ถนัดเนี่ยผมไม่ค่อยถนัดเรื่องงานบุคคล

ค่ะ

ก็อาจจะต้องให้เออเอาพี่ท่านลองมาช่วยดูเรื่องนี้หน่อยแล้วเดี๋มาสรุปให้อะไร เงี้ย เพราะงั้นเราคงต้องรู้ว่าข้อจำกัดเราอยู่ตรงไหนแล้วก็มีทีมงานที่มาช่วยซัพพอร์ตได้อ

อื

อะไรที่ไม่ชอบก็ให้ทีมงานทำ

เรามีทีมงานเก่งๆอยู่แล้วเราก็ให้เขาจัดการแทนได้

เออเป็นเรื่องของการอลเคตงานก็โชคดีที่ เราอลอกเateงานได้แต่บางคนมันไม่ได้ไงได้ รับงานมาก็ต้องพยายามทำไปอ่ะ

อออินคนเดียวเลยบางทีอาจารย์

เออใช่มันก็เหนื่อยทุกคนก็มีภาระถึงบอกว่าอย่าไปตัดสินใจทุกคนมีปัญหาตัวเอง

ค่ะ

แล้วก็พยายามเข้าใจแล้วก็แล้วก็ก็ช่วย เหลือดูแลกันน่ะ

อื พี่นะอะไรที่เราทำไม่ได้หรือเราไม่ถนัด หาคนอื่นมาทำ

จะหามาได้ก็ต้องย้อนกลับไปที่อาจารย์บอกว่าทัชความด้วยใจเราต้อง

ใช่ๆ เนี่ยมันจะวงกันหมดแหละใช่ป่ะเออต้องมีทัอะไรอย่างเงี้ยมีทั

มีคำถามอันนึงก็คือทุกวันเนี้ยมันทุกข์มากอยากได้วิธีแบบเพิ่มความสุขแบบง่ายๆเลย

เออชีวิตคนไทยอจาร

ไม่ผมว่าขั้นแรกคงต้องดูก่อนว่าความสุข ของเรามันดีไซน์ด้วยอะไร

ถูกป่ะ ความสุขของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันถูกป่ะ ความสุขบางคนอาจจะไปเลี้ยงแมวให้อาหารแมวให้อาหารหมาก็ได้ถูกป่ะ ว่าถ้าเกิดเรารู้ความสุขตัวเองก็เอาแทรกความสุขลงไปในชีวิตอย่างผมอย่างที่บอกผมไปบางทีไปอย่างที่เราไปวิ่งตอนเช้าเนี่ยมันความ สูงของเราใช่มั้คนทำงานไม่ได้ชอบไม่อยากตื่นทำงานหรอก

แต่อยากจะตื่นขึ้นมาวิ่ง

วิ่งเสร็จก็ไปทำสิ่งที่ตัวเองอาจจะไม่ชอบ

ว่าคือแทรกความสุขลงไปในชีวิตแต่ว่าขั้นแรกต้องรู้จักตัวเองก่อนไงว่าความสุขเราคืออะไร อย่าไปแห่ตามเพื่อนว่าบางทีไปแห่ตามเพื่อนนึกว่าเพื่อนสุขเราสุขไม่ใช่เรายิ่งทุกข์อยากหนักเลย

อือ

ถ้าเกิดเรารู้ความสุขของเราก็พยายามหาอะไรที่มันตอบโจทย์เกิดความสุขของเราจริง แล้วมันคือคำว่าแชionแหละถามว่าทำไมมันต้องมีhฮอบบี้ต้องมีอะไร

ก็เพื่อให้มีความสุขเพราะบางทีเรื่องงานเนี่ย

ผมบอกแล้วไงเรื่องแชั่นเนี่ยคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีงานที่ตรงกับแพชั่นตัวเอง

ค่ะอื

เพราะว่าผมว่ามามันไม่มีงานพอสำหรับแพชชั่นของทุกคนในโลกนั้นเราก็ทำงานไปเพื่อเอาชีวิตรอดใช่

ค่ะ

แล้วก็แทรกแชั่นไปเช่นเสาร์อาทิตย์ออกไปเที่ยวเล่นถ่ายรูป

อื

ไปเลี้ยงอาหารแมวไปอะไรใช่มั้

พยายามแทรกแฟชั่นลงไปแล้วก็งานมันก็อาจจะทำให้เราเกิดความทุกข์ได้ก็ตรงๆเงี้ยต้อง อืต้องแทรกไปเรื่อยๆ

แล้วผมว่าหัวใจอีกอันนึงคือต้องยอมรับความจริงก่อน คือบางทีเนี่ยผมว่าปัญหานึงความทุกข์คือว่าเราไม่ยอมรับความจริงอ่ะ

เราก็จะดีลayไปไม่ยอมรับว่าปัญหาคืออะไร

อื

อย่างเงี้ยมันไม่ได้แก้ทุกข์มันจะทำให้ทุกข์มันยิ่งใหญ่ขึ้นว่าเอามีปัญหาเงินไม่พอใช้อย่างเงี้ย

ก็ต้องมานั่งเขียนกันว่าเฮ้ยวันนึงเราใช้ ตังค์กี่บาท

ใช้อะไรบ้าง

income เรามีอะไรตัดตรงไหนได้เพราะนั้นมันต้องเริ่มจากที่รู้ไอ้ตัวทุกข์ก่อนน่ะ

อื

ว่าไอ้ตัวทุกข์เนี่ยมันมาจากไหน

อื

ถ้าเราไม่รู้ตัวทุกข์เนี่ยแล้วเราก็เอ้ย เดี๋ยวเดี๋มันหายเองอย่างเงี้เงี้ยมันก็ไม่ได้เพราะงั้นผมต้องมานั่งวิเคราะห์ก็ วิทยาศาสตร์น่ะ

รู้ต้นเหตุเฮ้ยมันมาจากไหนทำไมเราทุกข์ตรงนี้เพราะอะไร

มีสติกับตัวเองตลอด

เออ สติเฮ้ยมันทุกข์เพราะอะไรมันทุกข์เพราะว่าเรากลัวอนาคตหรือเพราะว่ายังไง แล้วต้นเหตุของมันที่มันเกิดทุกข์เนี่ย มันคืออะไร

อะไรทำให้เราไม่มีตังค์ใช้

อือ

ตรงไหนอะไรอย่างเงี้ยแล้วพออย่างงี้มันก็ จะค่อยๆเห็น

ภาพขึ้นน้องก็อาจจะแก้ที่ต้นเหตุได้

ค่ะ

เพราะว่า 2 ส่วนแหละก็คือส่วนนึงก็คืออาจ จะถอยมานิดนึงถอยนิดนึง

หามีความสุขที่แท้กันก็คงไปดูต้นเหตุว่าทุกข์เพราะอะไร

อ่า

ทุกข์เพราะว่าตัวเราเองมั้ยเราทำอะไรไม่ เหมาะมั้ยจะปรับปรุงยังไงตัวแสบคือตัวเรานี่แหละอ้าวใช่มั้ไอ้คนทุกข์มาจากตัวเรา มาจากใจเราอ่ะไม่ได้มาจากคนอื่นเว้ย

ถ้าเกิดเราสังเกตตัวเราว่าเป็นยังไงเออ เราทุกข์เพราะอะไรเราทุกข์เพราะอิจฉาเพื่อนเปล่า

อ่า

หรือว่าทุกข์เพราะอะไรถ้าอิจฉาก็อย่าไปอิจฉามากอิจฉาแล้วก็ทุกข์เปล่าอะไรเงี้ย แต่มันยากนะ

ยากจับตรงเนี้ย

แต่ว่ามันก็นั่นคือชีวิตน่ะ

ต้องเรียนรู้ตัวเอง

เออมันต้องสังเกตตัวเอง

ค่ะ

ปัจจุบันเนี่ยถ้าเราก็รู้ว่าเศรษฐกิจมันไม่ค่อยดีมีทั้งสงครามมีค่าครองชีพก็สูงขึ้นทุกวัน

ค่าครองชีพสูงขึ้น

อยากให้แนะนำวิธีการแบบเอาตัวรอดก็คือ บริหารเงินยังไงในยุคยุคเนี้ยครับยุคที่ เศรษฐกิจ

คือยุคนี้ผมว่าสำคัญที่สุดคือเรื่องความ รู้อ่ะ

อื

นะเพราะนั้นผมว่าหน้าที่เราคือต้องหาความ รู้เพิ่มขึ้นให้มากที่สุดเลยคือบอกสมัยก่อนเนี่ยเด็กรุ่นเก่าเนี่ยก็คือว่าทำงานเอก็คือเอาเรียนความรู้ปริญญาตรีอ่ะ

ค่ะ

หางานแล้วก็ทำจนเกษียณ

อื

แต่เด็กรุ่นใหม่เนี่ยเ้าไม่ได้หางานละ

อื

เค้าสร้างงานเอง

เฟรีแลนซ์

ครับก็ฟรีแลนซ์เหางานเเอาตัวรอดในชีวิต เพราะว่าเต้องหาความรู้เรื่องไฟแนนซ์ก็ตามอ่ะ

โลกมันเปลี่ยนไปถูกมั้เพราะงั้นก่อนที่ เราจะบอกว่าจะเอาตัวรอดยังไงผมว่าหัวใจ คือต้องเตรียมตัวให้พร้อมอ่ะต้องหาความ รู้ต้องรู้เรื่องภาษารู้เรื่อง AI รู้ เครื่องมือต่างๆที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ในการจะไปรับมือกับไอ้สภาพภายนอกนั้นถ้า เกิดเราบอกว่าอุ้ยจะรับมือเศรษฐกิจยังไง แต่เราไม่มีความรู้เลย

ก็ไม่ได้

เออเพราะงั้นผมว่าหัวใจคือต้องเตรียมตัว อย่างกทม.ก็จะเปิดโครงการนะเค้าเรียกว่าเป็น Next Learn 1 ล้านช่มง

อ่า

ใครอยากเรียนรู้ภาษา AI มาเรียนออนไลน์ ฟรีได้

อ๋อ

อ่าถ้าคุณมีความรู้ AI คุณมีความรู้ภาษา ที่ดีขึ้นน่ะคุณก็มีโอกาสที่จะมีความรู้ ทางเศรษฐกิจมากขึ้นงั้นแทนที่เราจะไปบ่น ว่าเฮ้ยเศรษฐกิจไม่ดีเราอาจจะต้องเตรียม ตัวให้พร้อมใช่เป็น Life Long Learning

แล้วเราก็จะมีศักยภาพที่จะไปหาตังค์หรือ ว่าอาจจะไปเรียนไฟแนนซ์

ให้ละเอียดเลยว่าเฮ้ยเรามีทางเลือกยังไง ในการดูแลเงินสักการเงินยังไงให้ดี

ใช่แต่ไม่ใช่ว่ากระเบียบกระสือเอย่างเดียวก็อาจจะไม่ถูกนะ

ค่ะ

แต่ว่าความหมายคือต้องหาความรู้เตรียมตัวให้พร้อม

อค่ะ

แล้วมันก็คือการเตรียมตัวสำหรับโลกอนาคตน่ะ

อื ก่อนจะจบวันนี้อยากจะชวนคุณถามตัวเอง สั้นๆว่าถ้าใจเรานิ่งกว่านี้ตัวเราจะ เปลี่ยนไปอย่างไรแล้วเราจะเกลาไปด้วยกัน ในกราว CEO inside out

ขอบคุณค่ะอาจารย์

ขอบคุณครับขอบคุณครับขอบคุณ