Transcription
มาดูท่าทีของประธานาธิบดีโดัลด ทรัมป์ของสหรัฐนะคะ หลังจากที่มีความชัดเจนมากขึ้นน่ะนะคะว่าสถานการณ์มันเริ่มที่จะลุกลาม บานปลายแล้ว ท่าทางจะยืดเยื้อ วันนี้เป็นวันที่ 4 แล้วนะคะ
ปรากฏว่าคุณทรัมป์เนี่ย แกก็ไปโพสต์ในแอป True โซเชียลนะคะ ก็เหมือนกับบอกว่า โอ้โห เรามีอาวุธเยอะมากเลยนะ เราสามารถจะทำสงครามไปได้ตลอดไป ใช้คำว่า Forever อ่ะค่ะ แกบอกอย่างงี้ค่ะ บอกว่า "ตามที่ผมได้รับรายงานในวันนี้ เรามีอาวุธในระดับกลางและระดับกลางค่อนไปทางสูงในจำนวนที่แทบจะเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัด ดังนั้นสงครามสามารถดำเนินไปได้ตลอดกาล หรือ forever และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้ โดยใช้เพียงแค่อาวุธในคลังเท่าที่เรามีอยู่"
นี้ก็หมายถึงแค่อาวุธชุดเนี้ย ซึ่งคุณทรัมป์บอกว่ามันดีกว่าอาวุธชั้นเลิศของประเทศอื่นๆ เสียอีกนะ พอโพสต์แบบนี้ปุ๊บ มันก็เหมือนกับการส่งสัญญาณน่ะค่ะว่า พร้อมจะเดินหน้าสถานการณ์ในอิหร่านไปแบบไม่มีกำหนด หลายคนก็บอกว่าเอ๊ะ มันก็สวนทางกับนโยบายหาเสียงของทรัมป์ที่เคยหาเสียงในการเข้าเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ว่า จะไม่พาอเมริกาเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้อ
ทรัมป์ยังยอมรับด้วยนะคะว่า สำหรับอาวุธที่มีคุณภาพในระดับสูงเนี่ย สหรัฐมีสำรองไว้อย่างดี แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่เขาต้องการให้เป็น เขาบอกว่ายังมีอาวุธเกรดสูงอีกจำนวนมากที่ถูกเก็บสำรองไว้ให้กับประเทศรอบนอก เพื่อเป็นการยืนยันความท้องในเชิงยุทธศาสตร์ หมายความว่ามีอีกไม่ได้อยู่ในสหรัฐก็จริง อยู่ในประเทศรอบนอกสำรองเอาไว้ เขายังปิดท้ายโพสต์ของเขาว่า "สหรัฐอเมริกามีอาวุธเพียบพร้อมอยู่ในสต๊อกแล้ว เราพร้อมที่จะชนะอย่างยิ่งใหญ่ อืม ทำสงครามได้ตลอด อาวุธไม่จำกัดเลย"
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ค่ะ ยอมรับว่าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอาจใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้นอีก และเตือนอิหร่านด้วยว่าการโจมตีครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
อีกมุมนึงนะคะ มีอดีตรองผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐชื่อคุณไมเคิล เมารอยค่ะ ไปวิเคราะห์กับทางสำนักข่าวเอเอสเอค่ะ เขาวิเคราะห์ว่าตอนนี้ สหรัฐเนี่ยมีโจทย์สำคัญอย่างนึงก็คือช่องแคบฮอร์มุส ที่เมื่อกี้พี่ไก่รายงานไปว่า อิหร่านประกาศปิดละ ในการประกาศปิดอิหร่านบอกเลยนะว่า ถ้าใครยังฝ่าฝืนนะ ยังมีการแล่นเรือผ่านช่องแคบนี้ จะเผาให้หมดเลย
ทางคุณไมเคิล เมารอย ท่านนี้เค้าก็วิเคราะห์ว่าโจทย์สำคัญของสหรัฐเวลานี้ก็คือทุ่นระเบิดป้ายน้ำ คือสันนิษฐานว่าอิหร่านอาจจะวางทุ่นระเบิดป้ายน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุสนี้ค่ะ คุณเมารอยบอกว่าถ้าอิหร่านสามารถวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของช่องแคบนี้ได้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ยากอะไร มันอาจจะต้องใช้เวลายาวนานหลายเดือนสำหรับสหรัฐกว่าจะกวาดล้างพื้นที่นี้ให้ปลอดภัยได้ทั้งหมดค่ะ และที่ยากยิ่งไปกว่านั้นก็คือการโน้มน้าวให้บริษัทประกันภัยยอมเชื่อมั่นและยอมอนุมัติกรมธรรม์คุ้มครองเรือสินค้าให้แล่นผ่านช่องแคบนี้อีกครั้งหนึ่ง คือตอนนี้ก็ยังเป็นการคาดการณ์อ่ะนะคะว่าวางจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้นะคะ แต่ว่าคุณไมเคิล เมารอย อดีตรองผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐบอกว่าก็มีความเป็นไปได้ สหรัฐก็กำลังแก้โจทย์สำคัญนี้อยู่อ่ะนะคะ และบอกว่าถ้ามันจริงเนี่ย สถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อโลกในระยะยาวเลยนะคะ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐบอกว่า กองทัพสหรัฐสามารถทำลายศูนย์บัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC ตลอดจนระบบป้องกันภัยทางอากาศและฐานยิงขีปนาวุธหลายแห่งของอิหร่าน นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาค่ะ โดย US Central Command หรือเซ็นคอม กองบัญชาการสหรัฐ ได้โพสต์เอาไว้ใน X นะคะ บอกว่า "กองกำลังสหรัฐ ได้ทำลายอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบังคับบัญชาและควบคุมของ IRGC หรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ศักยภาพด้านการป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ตลอดจนฐานปล่อยขีปนาวุธและโดรนสนามบินทางการทหารหลายแห่งในระหว่างปฏิบัติการ"
แล้วก็มีอีกคลิปนึงค่ะ ท่านผู้ชม ออกมาจาก USNCOM เหมือนกันนะคะ เป็นคลิปที่ทาง USNCOM เโพสต์ไว้ใน X ค่ะ ก็มีคลิปการโจมตีมีอิหร่านหลายจุดอ่ะค่ะ ส่วนใหญ่เป็นการใช้เลเซอร์ทำลายขีปนาวุธของอิหร่าน ลองดูภาพนี้ค่ะ นี่เล็งแบบนี้แล้วก็ยิง นี่นะคะ US เซ็นคอมเป็นคนเผยแพร่เองนี่ คล้ายๆกัน เล็งแล้วก็ยิง
ครับ ทีนี้ถ้าจะย้อนไปเหตุการณ์ก่อนจะนำมาสู่การทำสงครามกันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล คุณผู้ชมครับ วันนี้วิคอฟ ซึ่งเป็นทูตพิเศษของสหรัฐ ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังการเจรจากับอิหร่านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เนี่ย ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการของสถานีโทรทัศน์ Fox News ครับ ระบุว่าตอนประชุมกันครั้งแรก ผู้เจรจาของอิหร่าน 2 คน บอกกับเราตรงๆ โดยไม่มีความละเลอะละอายอะไรเลยว่า "ตอนนี้อิหร่านพวกเขาครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะในระดับ 60% ทั้งหมด 460 กก. พวกเขารับรู้ว่าปริมาณดังกล่าวสามารถนำไปสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ 11 ลูก" นี่คือประโยคสำคัญที่นำมาสู่สงครามครับ คุณผู้ชม เพราะอิหร่านไปบอกกับสหรัฐว่าเขามียูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% 460 กก. ทำระเบิดนิวเคลียร์ 11 ลูก
วิคอฟ ซึ่งเป็นตัวแทนเจรจาของฝั่งสหรัฐ คือเป็นทูตพิเศษ บอกว่าผู้เจรจาของอิหร่านเนี่ย ตอนที่เขาพูดออกมาเนี่ย เขาแสดงความภาคภูมิใจ เขาภาคภูมิใจมากที่เขาสามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบในทุกรูปแบบ จนเขาสามารถครอบครองยูเรเนียมได้มากขนาดนี้ นอกจากนี้ การอ้างว่าเขาสามารถเสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เนี่ย จริงๆมันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่ไม่อาจพรากได้ของพวกเขา คือพูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่ามันเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของพวกเขา และพูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
วิคอฟ บอกว่าตัวเขาเองในฐานะทูตพิเศษของอเมริกา ก็ตอบกลับไปอย่างรุนแรงว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์ก็รู้สึกว่าเรามีสิทธิ์อันชอบธรรมเช่นเดียวกัน ที่ไม่อาจจะพราก ให้พวกคุณหยุด หยุดปฏิบัติการทั้งหมด" เล่าถึงนาทีนั้นว่าเขากับจาเร็ด คุชเนอร์ ซึ่งเป็นลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ มองหน้ากันอย่างงุนงงและอุทานว่า "เมื่อได้ฟังแบบนี้ คราวนี้เราเจอศึกหนักเข้าแล้ว"
วิคอฟ บอกว่าคลังยูเรเนียมที่อิหร่านสะสมไว้นั้น สามารถยกระดับเป็นอาวุธได้เพียง 7-10 วัน ก็กลายเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐก็ได้ทำลายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านไปจนสิ้นซากเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายความว่าอิหร่านไม่ควรจะมีโครงสร้างพื้นฐานในการเปลี่ยนยูเรเนียมให้กลายเป็นระเบิดนิวเคลียร์ได้ ณ ขณะนี้
ประธานาธิบดีทรัมป์เนี่ย ส่งวิคอฟไปเจรจา เพื่อบรรลุข้อตกลง เพื่อให้อิหร่านยินยอม 4 เงื่อนไขหลักก็คือ 1. ยุติโครงการขีปนาวุธ 2. สนับสนุนกองกำลังตัวแทนในภูมิภาค 3. ยุบกองทัพเรือเพื่อเปิดทางให้เกิดเสรีภาพในการเดินเรือ และ 4. ยุติการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ พวกเขาไปเจรจาและพยายามทำข้อตกลงที่เป็นธรรม แต่มันชัดเจนว่าทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ พวกเขารู้ผลตั้งแต่จบการประชุมครั้งที่ 2 แต่ก็ยังพยายามกลับไปประชุมครั้งที่ 3 เพื่อถือเป็นความพยายามครั้งสุดท้าย
ทิ้งท้ายว่าฝ่ายอิหร่านต้องการให้เขารายงานผลการเจรจาในเชิงบวกต่อสาธารณะ แต่ความจริงที่เกิดขึ้นคือการประชุมครั้งนั้นไม่มีอะไรที่เป็นบวกเลยแม้แต่น้อย ออกมาบอกเบื้องหลังฮะ จนนำมาสู่การเกิดสงคราม next