📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ฝึกภาษาอังกฤษให้เก่งกับ 3 เรื่องสั้น.. ความยากระดับ "อนุบาล" | ครูดิวติว Grammar

KruDew English Official18:01

Transcription

สวัสดีทุกคนค่ะ ดิวเองนะคะ เอาล่ะค่ะ หลังจากที่ ดิวกับคุณเคยทำ project มาหลายซีรีส์ด้วยกันนะคะ แล้วก็ หลายคนก็บอกว่าอยากให้ดิวเนี่ยลองเป็นการเล่าเรื่องสั้นๆ ให้ฟังได้มั้ยคะ ภาษาอังกฤษก็ได้ด้วย เรื่องสั้นๆ ก็ได้ด้วยค่ะ ดิวก็เลยจัดให้เลยค่ะ และคราวนี้เนี่ย มาแบบว่าเปิดหน้าไปเลยนะคะ สำหรับ project วันนี้เนี่ย เราจะมาแบบสบายๆ ค่ะ เราจะมาเล่านะคะ เรื่องสั้นทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกันนะคะ แต่ละเรื่องสั้นเนี่ยจะมีคำอ่านจากดิว มีคำแปลให้ แล้วก็มีภาพประกอบให้ด้วยนะคะ จะได้แบบผ่อนคลายค่ะ บอกเลยแต่ละเรื่องนะคะ น่ารัก น่าติดตาม แล้วก็น่าฟังมากๆ เลยค่ะ แต่ก่อนอื่นนิดนึงแล้วกันเนาะ อย่าลืมกด like กดแชร์ กด Subscribe และกดกระดิ่งให้กับเพจ Good English Official เพจนี้ด้วยนะคะ

เรื่องที่ 1 เนี่ย เรียกชื่อว่า The Brave Little Firefly นะคะ หรือเรื่องหิงห้อยน้อยผู้กล้าหาญ Once Upon a Time In A dense Forest There lived a Brave Little firefly named buzzy นะคะ เดี๋ยวแปลให้ฟังก่อน กันละครั้งหนึ่งนำมาแล้วค่ะ in a Dance Forest คำว่า Dance แปลว่าหนาทึบนะคะ คือในป่าลึกแห่งนึงนะคะ มีหิงห้อยค่ะ อาศัยอยู่ในนั้นนะคะ หิงห้อยตัวนี้เนี่ยเป็นหิงห้อยที่ชื่อว่า บัซซี่ เขามีความเก่ง คือเป็นหิงห้อยที่มีความกล้าหาญมากๆ นะคะ อ่ะ มาอ่านต่อดีกว่า Buzzy had a Bright Glow and was known for his Courage นะคะ บัซซี่เป็นหิงห้อยที่มีแสงสว่างมากๆ ค่ะ แล้วก็เป็นที่รู้จักจากนะคะ ถึงความกล้าหาญของเขา One Night as The Forest lay in Darkness buzzy noticed that the path Through The Forest Had Become very Dark นะคะ ประมาณว่าอยู่มาคืนนึงค่ะ ขณะที่ป่าเนี่ยกำลังค่อยๆ มืดลงๆ นะคะ บัซซี่สังเกตเห็นว่า คำว่า noticed แปลว่าสังเกตนะคะ that the path through ก็คือเส้นทางที่มันจะผ่านไปทะลุนะคะ The Forest เนี่ยมันก็ค่อยๆ Become นะคะ very Dark มันมืดมากๆ เลยค่ะ The other Animals were too afraid to move นะคะ ก็คือสัตว์ตัวอื่นๆ เนี่ยค่อนข้างที่จะกลัวมากๆ ที่จะเดินผ่านป่านั้นไป คำว่า Move แปลว่าเคลื่อนย้าย Buzzy thought to himself I Must help My Friends Find their Way Buzzy บอกตัวเองว่าฉันต้องหาวิธีช่วยเพื่อนของฉันเนี่ยหาเส้นทางให้ได้ He began To Fly ahead Lighting Up The path With His Glow เขาเริ่มจะบินนำหน้า ส่องแสงนำเส้นทางให้กับเพื่อนๆ The other Animals followed buzzy Feeling More confident with each Step they took นะคะ ประมาณว่าสัตว์ตัวอื่นเนี่ยก็เริ่มขยับตัวแล้วก็เดินตามบัซซี่ไปค่ะ Feeling More confident รู้สึกว่ามีความมั่นใจมากขึ้นนะคะ แต่ละ step แต่ละก้าวที่พวกเขาเนี่ยก้าวเดินออกไป Buzzy led them safely Through The Forest บัซซี่ก็สามารถนำเพื่อนๆ นะคะ เดินทะลุป่าออกมาได้อย่างปลอดภัยค่ะ ต่อมาเลยค่ะ มาฟังกันค่ะ When they reached The Edge Of The Forest buzzy turned to his friends and said Courage is not The absence of fear but is a Triumph Over it คำพูดนี้น่าสนใจมากเลยค่ะ เมื่อพวกเขาเนี่ยมาถึงตรงขอบป่า บัซซี่ก็หันหน้าไปหาเพื่อนๆ แล้วบอกทุกคนนะคะว่า คำว่า reach The Edge แปลว่าไปถึงตรงขอบนะคะ คำว่า Turn to แปลว่าหันหน้ากลับไปค่ะ แล้วก็บอกว่า Courage is not the absence ก็คือความกล้าเนี่ยมันไม่ใช่การหายไป of fear ของความกลัวที่มีอยู่นะคะ But the Triumph Over it คำว่า Triumph แปลว่าการเอาชนะค่ะ แต่เป็นการเอาชนะความกลัวให้ได้ต่างหาก The Animals nodded understanding The Depth of buzzy’s Words คือสัตว์ตัวอื่นก็ขยับหัวค่ะ แบบเข้าใจ ฉันเข้าใจนะ แล้วก็เข้าใจถึงความลึกซึ้งของคำพูดของบัซซี่นั่นเองค่ะ คำว่า Depth นะคะ แปลว่าความลึกนะคะ กับความลึกของทะเล สระน้ำ หรือความลึกแบบนามธรรม แบบคำพูดก็ได้เหมือนกันค่ะ They were grateful for his bravery พวกเขารู้สึกขอบคุณมากๆ คำว่า grateful แปลว่าเหมือนกับรู้สึก thankful รู้สึก appreciative หรือรู้สึกว่ารู้สึกซาบซึ้งขอบคุณในความกล้าหาญ bravery ของบัซซี่นั่นเอง And So buzzy became a symbol of Courage In The Forest ดังนั้นนะคะ บัซซี่เนี่ยจึงได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญค่ะ เพราะว่าสามารถส่องทางให้กับเพื่อนๆ ได้ ถูกต้องมั้ยคะ พูดต่อว่า reminding everyone that bravery is about facing fears and overcoming them นะคะ ประมาณว่าบัซซี่ก็ reminding คือคอยเตือนใจพวกเขาเสมอเลยค่ะว่า True Bravery บอกว่าความกล้าที่แท้จริงเนี่ยมันคือการ facing fears การเผชิญหน้ากับความกลัว overcoming them แปลว่าเอาชนะหรือขจัดมันไปให้ได้ค่ะ คำว่า overcome เป็น verb นะคะ แปลว่าขจัดหรือเอาชนะ คล้ายๆ คำว่า triumph เมื่อกี้นะคะ เห็นมั้ยคะ เรื่องสั้นเรื่องแรกเป็นไงคะ สั้นๆ แต่ว่าได้ศัพท์ไปเยอะเลยนะคะ มาทบทวนศัพท์กันหน่อยมั้ยคะ ว่าศัพท์ที่ได้ไปเนี่ยมีคำไหนบ้าง ทุกคนลองฟังแล้วก็พูดออกเสียงตามดิวดูนะคะ คำแรก Brave กล้าหาญ Dance หนาทึบ Forest ป่า Glow สว่าง Courage ความกล้าหาญ Fear ความกลัว Triumph ชัยชนะ Confident รู้สึกมั่นใจ Absence การขาด การลา หรือการไม่มี Overcome แปลว่าเอาชนะ ขจัดไปให้ได้ค่ะ เรื่องแรกจบค่ะ

มาต่อเรื่องที่ 2 นะคะ เรื่องนี้บอกได้เลยว่าน่าสนใจมากๆ ค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนกยูงที่สวยงามด้วยนะคะ เรื่องที่ชื่อว่า The Lost Feather The Lost feather feather แปลว่าขนนกนะคะ ถ้าแปลไทย แปลว่าขนนกยูงที่หายไป In a small Village by the river There Was A Beautiful peacock named Leo ในหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งริมแม่น้ำนะคะ มีนกยูงสวยงามตัวหนึ่งชื่อว่า Leo Leo Had the most magnificent feathers in the village แล้วเป็นนกที่มีขนที่สวยงามที่สุดนะคะ คำว่า magnificent แปลว่า very beautiful very good นะคะ คือมันดีมากๆ มันพิเศษสุดๆ เลยค่ะ นะคะ แล้วก็เป็นขนนกนะคะ ในหมู่บ้านนี้นั่นเอง คือ นกตัวนี้ที่ชื่อว่าลีโอเนี่ย เป็นนกที่มีขนสวยที่สุดค่ะ One Day Leo Lost One of his most beautiful feathers วันนึงเนี่ย ลีโอเนี่ยทำขนที่สวยงามที่สุดของเขาเนี่ยหายไป He Felt incomplete and went on a journey to find it เขารู้สึกว่าไม่สมบูรณ์ค่ะ รู้สึกตัวเองเนี่ยทำอะไรขาดหายไปสักอย่างนึง แล้วก็ went on a journey มาจากคำว่า Go On a journey แปลว่าเริ่มออกเดินทางเพื่อไปตามหานะคะ As He traveled Leo met various Animals Who admired his remaining feathers ระหว่างเดินทางนะคะ ลีโอเนี่ยก็ได้เจอสัตว์เยอะแยะมากมายเลยค่ะ คำว่า various แปลว่าคือมีหลากหลายประเภทนะคะ คือแปลว่า various ก็คือคำว่า many ก็คือสัตว์มากมายนะคะ ซึ่ง admired admire แปลว่าชื่นชม ชื่นชอบนะคะ ที่เหลืออยู่ของเขาค่ะ คำว่า remaining เป็น adjective ที่สร้างมาจาก verb นะคะ แปลว่าที่เหลืออยู่นั่นเอง แล้วมาต่อกันค่ะ But Leo Still felt Something was Missing แต่ยังไงก็แล้วแต่เนี่ย ลีโอ ยังคงรู้สึกว่าบางอย่างของตัวเขาเนี่ยหายไป Missing คือหายไปนะคะ ใช้กับคนก็ได้ สิ่งของก็ได้ หรือแม้แต่ขนของลีโอก็ได้นะคะ มาฟังต่อค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้นนะคะ One Day Leo came across a Wise Old Owl แล้วมาถึงวันนึงค่ะ ลีโอก็มาพบกับ คำว่า Came across แปลว่ามาเจอ มาพบกับนะคะ คำว่า Owl แปลว่านกฮูกค่ะ ที่มันแปลว่านกฮูกแก่ผู้ฉลาดมากๆ ค่ะ The Owl asked Why Do You look so sad Leo นกฮูกผู้ฉลาดผู้เฒ่าเนี่ย ก็ถามลีโอไปว่า ทำไมคุณถึงดูเศร้าจังเลยล่ะ Leo replied I Lost My most beautiful feather and feel incomplete เนี่ย ฉันน่ะทำขนที่สวยที่สุดของฉันหายไป และฉันรู้สึกว่าตัวเองเนี่ยยังไม่สมบูรณ์ เหมือนอะไรขาดหายไปจริงๆ นกฮูกแก่ผู้นั้นนะคะ ก็ได้ยินแล้วก็พูดไปว่า True Beauty comes from Within not from What It is outside ความสวยงามของคนเราที่แท้จริงเนี่ยมันมาจากข้างในนะคะ ไม่ได้มาจากสิ่งที่อยู่ข้างนอก You are already Beautiful Leo ลีโอ คุณก็สวยงามอยู่แล้วนะ หลังจากฟังคำพูดของนกฮูกแก่เนี่ยนะคะ ลีโอจึงคิดกับตัวเองว่า Leo thought about the Owl’s words and realized That his worth was not just in his feathers ลีโอก็มาคิดถึง ไตรตรองถึงคำพูดของนกฮูกท่านนั้นนะคะ แล้วก็ได้ realized คำว่า realized แปลว่าตระหนักได้ถึงนะคะ ตระหนักได้ว่า his worth คำว่า worth แปลว่าคุณค่า คุณค่าที่แท้จริงของเขาเนี่ยมันไม่ได้อยู่ในแค่ขนที่หายไปค่ะ He returned to the village with a new found confidence เขาเนี่ยก็จึงกลับไปที่หมู่บ้านของตัวเองนะคะ ด้วยความมั่นใจที่เพิ่งค้นพบมาใหม่ค่ะ From That Day on Leo was happy and Content knowing That True Beauty is about Who You Are Not what you have และจากนั้นเนี่ย จากวันนั้นมาเรื่อยๆ นะคะ ลีโอก็มีความสุขแล้วก็ Content แปลว่าพอใจค่ะ รู้สึกพอใจในตัวเองที่มีอยู่นะคะ โดยตระหนักได้ว่าความงามที่แท้จริงเนี่ยมันอยู่ที่สิ่งที่เราเป็นต่างหาก Not what you have ไม่ใช่สิ่งที่เรามีนะคะ เป็นนิทานสั้นๆ ที่น่าฟังแล้วก็ให้ข้อคิดที่ดีมากๆ เลยค่ะ มาทบทวนกันที่คำศัพท์ที่เพิ่งเรียนไปนะคะ หลายคำเลยค่ะ แล้วจะคำแรกนะคะ ออกเสียงตามดิวด้วยนะ Beautiful สวยงาม Feather ขน Incomplete ไม่สมบูรณ์ Journey การเดินทาง Admire ชื่นชม Wise ฉลาด Sad เศร้า Confidence ความมั่นใจ Content พอใจ เรื่องสั้นที่ 2 เนี่ย ผ่านไปด้วยความน่าอิ่มเอมใจนะคะ มาต่อเรื่องที่ 3 กันค่ะ เรื่องนี้เนี่ย น่าสนใจมาก เกี่ยวกับต้นไม้นะคะ มันชื่อว่า The Generous Tree The Generous Tree แปลว่าต้นไม้ผู้ใจกว้าง คำว่า generous แปลว่าใจกว้าง หรือใจดีนะคะ ชอบเผื่อแผ่ อะไรแบบนี้ค่ะ มาเริ่มเล่ากันเลยดีกว่า

In a Sunny meadow There stood a Grand old tree named Timmy คำว่า meadow แปลว่าทุ่งหญ้านะคะ ในทุ่งหญ้าที่มีแสงแดดส่องนะคะ มีต้นไม้เก่าแก่อยู่ต้นนึงค่ะ ชื่อว่า Timmy Timmy was known for his generosity always providing Shade and shelter for the Animals Timmy เนี่ยเป็นที่รู้จักกันนะคะ ในความเผื่อแผ่ ความใจกว้างของ Timmy ค่ะ แต่การที่เขานะคะ มักจะให้ทั้งร่มเงา and shelter for the Animals คำว่า shelter แปลว่าที่พักพิงค่ะ เป็นที่พักพิงให้กับสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ทั้งหลายนะคะ แต่เรื่องเศร้าก็เกิดขึ้นค่ะ On Summer The meadow faced A severe drought พอถึงฤดูร้อนนะคะ ทุ่งหญ้าก็เผชิญกับภัยแล้งอย่างรุนแรงค่ะ คำว่า meadow คือทุ่งหญ้า Face แปลว่าเผชิญกับ คำว่า severe แปลว่ารุนแรงมากๆ เลยค่ะ และคำว่า drought แปลว่าภาวะแห้งแล้งนั่นเอง The Animals were thirsty and tired and the Plants began to wither สัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายนะคะ ก็รู้สึกกระหายน้ำแล้วก็รู้สึก tired คือเหนื่อยล้ามากๆ ค่ะ แล้วก็ต้นไม้ The Plants นะคะ ก็เริ่มที่จะ wither wither แปลว่าเริ่มจะเหี่ยวเฉานะคะ Timmy Feeling The distress of his Friends decided to share his Deep roots Water with the surrounding Plants Timmy เนี่ยซึ่งตอนนั้นนะคะ Feeling รู้สึกถึงความ distress ก็คือความทุกข์ของเพื่อนๆ ค่ะ ทั้งพืชทั้งสัตว์ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากนะคะ เขาจึง decided to share เขาจะตัดสินใจที่จะ share นะคะ หรือว่าแบ่งปันนะคะ his deep roots Water ก็คือแบ่งปันน้ำนะคะ ที่อยู่ในรากลึกของเขาเนี่ย with the surrounding Plants คือให้กับเพื่อนๆ ต้นไม้ที่อยู่ข้างๆ ตัวเขานั่นเองค่ะ The other Trees noticed Timmy’s generosity and began to share their Water too แล้วต้นไม้อื่นๆ เนี่ยที่อยู่รอบข้างนะคะ ก็สังเกตเห็นถึงความใจกว้างของ Timmy ค่ะ น้องว่าสังเกตเห็นนะคะ generosity คือความใจกว้าง ความใจดีนะคะ ของ Timmy แล้วก็ began to share their Water จากนั้นเนี่ยและต้นไม้อื่นๆ รอบข้างก็เริ่มที่จะแบ่งปันน้ำที่อยู่ในรากของตัวเองเนี่ยเช่นเดียวกันค่ะ The meadow Slowly Started to Recover The meadow แปลว่าทุ่งหญ้านะคะ ก็เริ่มที่จะกลับฟื้นคืนชีพมา ค่อยๆ ดีขึ้นดีขึ้นอย่างช้าๆ Slowly อย่างช้าๆ ค่ะ One Day A Little Rabbit Came to Timmy and said Thank You Timmy without your Kindness We would have suffered greatly มีกระต่ายน้อยตัวนึงนะคะ ก็เดินเข้ามาแล้วก็บอก Timmy ว่าขอบคุณมากเลยนะ Thank You without your Kindness ถ้าไม่มีความเมตตาจากคุณเนี่ยพวกเราก็คงจะ suffered คงจะทุกข์ทรมานมากๆ เลยนะคะ คำว่า greatly แปลว่าอย่างแสนสาหัสค่ะ Timmy replied True generosity is giving without expecting Anything in return Timmy ก็ตอบกลับไปนะคะ ว่าความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่แท้จริงนะคะ มันคือการให้โดยที่ไม่คาดหวังผลตอบแทนค่ะ expecting แปลว่าคาดหวังนะคะ in return ก็คือตอบกลับมานั่นเองค่ะ แล้วพูดต่อว่า When We help each other We Are Grow Stronger แปลว่าเมื่อเราเนี่ยช่วยกันนะคะ พวกเราทั้งหมดแหละก็จะแข็งแกร่ง แล้วก็เติบโตแข็งแรงไปด้วยกัน The meadow thrived Once again and Timmy stood Tall a symbol of generosity and the power of helping others และจากนั้นเนี่ย ทุ่งหญ้าก็เจริญเติบโตขึ้นมาอีกครั้งนึงค่ะ และ Timmy ก็ยังคงเป็นต้นไม้ที่ยืนงามสง่า สูงส่งอยู่ตรงนั้นนะคะ เป็น symbol คือเป็นสัญลักษณ์ของความ generosity ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ น้ำใจที่ให้กัน และยังเป็น The Power Of helping others คือและเป็นพลังของการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยค่ะ จบแล้วค่ะ เรื่องที่ 3 นะคะ และนี่ค่ะ ก่อนจะจากกันนะคะ นักเรียน เราต้องมาเรียนคำศัพท์กันก่อนถูกมั้ยคะ ทุกคนฟังครูดิวและพยายามออกเสียงตามครูดิวให้ได้นะคะ เริ่มจากคำแรกค่ะ Meadow ทุ่งหญ้า Generosity การเผื่อแผ่หรือการมีน้ำใจ Shade ร่มเงา Shelter ที่พักพิง Drought ภาวะแห้งแล้ง Thirsty กระหายน้ำ Wither เหี่ยวเฉา Distress ความลำบาก Kindness ความกรุณา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ Thrive เป็นกริยานะคะ แปลว่าเจริญเติบโต งอกงาม จบแล้วค่ะ เรื่องสั้นถึง 3 เรื่องนะคะ บอกได้เลยว่าคุณจะสนุกในการเล่ามากค่ะ นักเรียนได้เรียนทั้งคำศัพท์ ได้คำแปล แล้วก็ได้ฟังดิวเล่าเรื่องอย่างกลมกล่อมแล้วด้วยนะคะ ถ้าใครชอบคลิปนี้เนี่ยนะคะ นักเรียนขา ช่องทางนึงที่สื่อสารกับดิวนะคะ คือการทิ้งคอมเมนต์ไว้ในช่องคอมเมนต์ข้างล่างเลยนะคะ รับรองดิวจะมาตามอ่านค่ะ ก่อนจากกันนะคะ อย่าลืมกด like กดแชร์ กด Subscribe และกดกระดิ่งให้กับเพจ Good English Official เพจนี้ด้วยนะคะ คลิปหน้าดิวจะมาเล่าเรื่องอะไร ติดตามไว้ค่ะ แล้วเจอกันในคลิปหน้านะคะ See you in the next One บ๊ายบาย [เพลง] ค่ะ