📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

สด! ตอบโจทย์ 8 บก. เจาะลึกนโยบาย กู้ไททานิคเศรษฐกิจไทย | THE STANDARD

THE STANDARD2:49:44

Transcription

แล้ว เฮ เเฮ เฮ เฮ เฮ เฮ เฮ เฮ เฮ เฮ ช เฮ เฮ เฮ เฮ เฮ ร่วมค้นหาทางออกและเจาะลึกนโยบายเศรษฐกิจ พรรคการเมืองที่จะพาประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตในดีเบตใหญ่ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ กู้ไททานิคเศรษฐกิจไทย

สวัสดีค่ะ ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เวทีประชันวิสัยทัศน์สายพรรค พรรคการเมืองตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ กู้ไทยเทคนิคเศรษฐกิจไทย ขอเสียงปรบมือหน่อยค่ะ

2 ชั่วโมงต่อจากนี้ไปนะคะ เราจะให้เวลากับการแสดงวิสัยทัศน์ในการตอบคำถามว่าเราจะออกจากปัญหาและการติดหล่มเศรษฐกิจอย่างไรนะคะ ผ่านคำถามหลัก 3 ช่วงด้วยกัน

แน่นอนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่เราได้เห็นการดีเบตทางการเมืองเยอะที่สุด นับตั้งแต่คนเคยเห็นการเลือกตั้งมา ดิฉันผ่านการเลือกตั้งมาประมาณ 7-8 ครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่มีการดีเบตมากเท่านี้มาก่อน นับรวมกันประมาณ 70 เวทีแล้วนะคะ

แต่วันนี้เวทีของเราจะมีความเป็นพิเศษมากที่สุดนะคะ เพราะว่าเราจับมือร่วมกับพันธมิตรสื่อรวมทั้งหมด 8 สื่อด้วยกันนะคะ เป็นความร่วมมือเพื่อที่จะทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นนะ

วันนี้เวทีของเรา คนที่จะมาตั้งคำถามกับตัวแทนพรรคการเมืองจะมาจากสื่อ สื่อด้วยกันนะคะ มาจากสื่อซึ่งเราจับมือเป็นธรรมนิธิกันนะคะ ฉะนั้น ขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้แนะนำผู้เข้าร่วมรายการที่มาจากสื่อก่อนนะคะ

ท่านแรกค่ะ มาจากไทยรัฐนะคะ น้องบุ๊ก คุณพุทธิฉัต จินดาวงศ์ ขอเสียงปรบมือหน่อยค่ะ

ท่านที่ 2 คุ้นหน้า คุ้นตากันดีนะคะ คุณนครินทร์ วรรณกิจไพบูลย์ จาก The Standard ค่ะ คุณเคนนะคะ

และท่านที่ 3 คุณปวันนะ คุณนาคุ้นตาจาก PPTV นะคะ คุณปวัศิริ อิสรนันท์ จาก PPTV

ท่านที่ 4 นะคะ จากสำนักข่าวทูเดย์ คุณนพจักร อัตนนท์ สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

และคนที่ 5 นะคะ ปกติเจอกันที่แถวๆ ชายแดนไม่ใช่เหรอ >> เธอมาทำอะไรที่นี่ ทัพนี้เอียซิใช่น้องแยม ค่ะ เสียงกรี๊ดดังมากเลยนะฮะ

และจากสำนักข่าว คุณสมคิด พุทธสีห์ สวัสดีค่ะ

ถัดนะคะ จากมติชน คุณสมปรารถนา คล้ายวิเชียร ค่ะ

และคนสุดท้าย เป็นตัวแทนจากไทย PBS นะคะ คุณนาฏยา แววรภุพ ค่ะ

2 ชั่วโมงต่อจากนี้ไปนะคะ เดี๋ยว เอ่อ แนะนำหมดแล้วเนี่ย ดิฉันจะมาอธิบายกติกาให้ แต่ว่านอกเหนือจากตัวแทนของสื่อมวลชนแล้วนะคะ เรายังมีตัวแทนจากทางภาคธุรกิจมาด้วยนะคะ

ขวามือของดิฉัน มาจาก เอ่อ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมไทย IOT สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด สภาวิสาหกิจขนาดกลางและยอดไทย และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้น ที่ รวมถึงสมาคมสมาพันธ์ SE ไทย ขอเสียงปรบมือให้หน่อยค่ะ

และด้านซ้ายมือดิฉันนะคะ เป็นตัวแทนจากภาคประชาชน ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน วันนี้จะไม่มาตั้งคำถาม แต่ว่าจะมาแสดงความเห็นนะคะ หลังจากได้ฟังวิสัยทัศน์แล้วก็การซักถามของสื่อมวลชนไปแล้วนะคะ

และที่ขาดไม่ได้ ก่อนที่จะไปแนะนำตัวแทนจากพรรคการเมือง ขอเสียงจากกองเชียร์ก่อนข้างล่างนะฮะ มากันตอนนี้ ส้มแดงฟ้า นะ ขอเสียงโห่หน่อยค่ะ ดังๆ เลยนะฮะ

ขอบพระคุณมากๆ นะคะ และที่ขาดไม่ได้เลยนะฮะ วันนี้ถ้าเกิดไม่มีเราก็เริ่มเวทีไม่ได้ เป็นตัวแทนพรรคการเมือง วันนี้มีมาทั้งหมด 3 พรรคนะฮะ จริงๆ มี 4 แต่ว่า เอ่อ ไม่พูดดีกว่านะฮะ 3 พรรคนะคะ

ขออนุญาตแนะนำตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านแรกก่อนนะคะ ดร.การดี เรียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ เรียนเชิญค่ะ

ดร.การดี ก็เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ เรียนเชิญค่ะ

และวันนี้ เอ่อ เหมือนโดนรุมยังไงไม่ทราบ แต่ว่าพยายามจะเป็นกรรมการให้เที่ยงตรงที่สุดนะ พี่นาจะไม่ช่วยรุมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

และท่านที่ 2 รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล เรียนเชิญบนเวทีค่ะ

>> พรรคเพื่อไทย คราวนี้นะ ก็ น่าจะเป็นตัวเก็งในการจัดตั้งรัฐบาลด้วย หรือเปล่าคะ ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

และท่านสุดท้ายนะคะ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน คุณสิริกัญญา ตันสกุล เรียนเชิญค่ะ ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

วันนี้เดี๋ยวก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงของดู แล้วน่ากลัว ไม่นะคะ น้องใจเย็นๆ พี่นาขออนุญาตอธิบายกติกานิดนึงนะคะ คือ 2 ชั่วโมงต่อจากนี้เนี่ยเนี่ย เราจะคุยกันเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งก็จะไล่ไปตั้งแต่อยุทธศาสตร์ว่าพรรคแต่ละพรรคมี ยุทธศาสตร์ในการเอาประเทศไทยออกจากหล่มเศรษฐกิจอย่างไร จากนั้นก็จะไปคุยกันในเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณนะ แล้วก็วิธีการหารายได้เพิ่ม และสุดท้ายคือการสร้างความโปร่งใส ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ ความโปร่งใสเนี่ย ถ้าเกิดไม่มีเนี่ย เราก็ไม่สามารถดึงความเชื่อมั่น ดึงนักลงทุนมาได้ อันนี้คือ 3 หัวข้อหลักๆ

แต่ว่าอธิบายกติกานิดนึง ก็คือเดี๋ยวเราจะมีการขึ้น VTR นะฮะ ซึ่งจะมีคำถามใน VTR แล้วหลังจากนั้นเนี่ย ตัวแทนแต่ละพรรคสามารถยกมือได้ว่าใครจะตอบก่อน มีเวลาคนละ 2 นาที แล้วก็จะมีสัญญาณไฟ ถ้าเกิดไฟแดงก็แสดงว่าเวลาจะหมดแล้ว

จากนั้นเนี่ย ตัวแทนของสื่อทั้ง 8 คนที่นั่งตรงนี้เนี่ย ก็จะช่วยกันถาม แต่ไม่ดุนะฮะ ไม่ดุ ดูหน้าแต่ละคน อย่าเครียดสิคะ เครียดทำไมอ่ะ

เดี๋ยวก่อนที่เราจะไปดูว่าคำถามมีอะไรนะฮ ดิฉันขออนุญาตไปชม VTR ตัวแรกก่อน ซึ่งจะเป็นตัวที่บอกเรานะคะว่าคำถามแรกของเราจะเป็นอะไร เชิญเลยค่ะ

>> ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ตาส่งออกที่เร่งตัวเป็นผลจากคำสั่งซื้อที่เร่งเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐ

>> น้ำท่วมครั้งนี้ย่านเศรษฐกิจสำคัญได้รับผลกระทบ การท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่เสียหายหลายพันล้านบาท

>> สถานการณ์วิกฤต GDP ตกต่ำครับ

>> ในช่วง 2 เดือนแรกของปีค่ะ พบว่าโรงงานปิดกิจการ 89 แห่ง พบว่าการปิดกิจการของโรงงานมีทุนจดทะเบียนเกิน 100 ล้านบาท จากเดิมที่เป็นกลุ่มโรงงานขนาดเล็ก

>> หนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน เครื่องยนต์เศรษฐกิจเก่าไม่ตอบโจทย์ นโยบายเศรษฐกิจจะเพิ่มรายได้ประเทศและดึง GDP ที่ตกต่ำขึ้นมาได้อย่างไร

คำถามแรกนะคะ เป็นภาพรวมของเศรษฐกิจอยู่ประมาณนึงนะคะ เพราะว่าเศรษฐกิจไทยในช่วง เอ่อ 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมาเนี่ย จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หลักๆ ก็คือการส่งออก การท่องเที่ยว นะคะ แล้วก็การลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง ก็คือ FDI Foreign Direct Investment นะฮะ

แต่ว่าตอนเนี้ย เรามาอยู่ในสถานะของ เอ่อ โลกที่เปลี่ยนไปแล้ว มีเศรษฐกิจใหม่ มี AI เทคโนโลยีต่างๆ มากมาย แถมเรายังติดหล่มอีก เพราะว่าส่งออกก็ไม่รุ่งเหมือนเดิม การท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยยั่งยืนนะ แล้วก็การลงทุนจากต่างประเทศก็เริ่มจะขาดหายไป อาจจะมีเยอะบ้าง แต่ว่าบางทีก็เป็นตัวลวงอยู่นะ

เพราะฉะนั้น คำถามแรกนะคะ คำถามแรกก็คือว่า ถ้าเกิดเราจะวาง strategy หรือยุทธศาสตร์ใหม่ให้กับประเทศไทย เพื่อที่เราจะไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์เก่าๆ เราจะทำยังไงนะ เครื่องยนต์ใหม่ๆ จะมีอะไรได้บ้าง ซึ่งตรงนี้เนี่ย เราจะมาที่ตัวแทนของพรรคการเมืองก่อนนะคะ คำถามก็คือ ยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทยในทางเศรษฐกิจจะต้องเป็นยังไง เพื่อเอาไทยออกจากหล่ม ยกมือเลยค่ะ

ดร.กันดีค่ะ 2 นาทีค่ะ ได้เลยค่ะ

>> ขอบพระคุณพี่นาสำหรับคำถามนะคะ แล้วขอขอบคุณสำหรับคำถามที่กำลังถามว่า ประเทศไทยต้องการยุทธศาสตร์ ประเทศไทยต้องการ strategy ที่จะมองว่าใน 5 ปี 10 ปีข้างหน้าเนี่ย ประเทศไทยควรเป็นอะไร อันนี้ควรจะเป็นคำถามหลักในการเมืองทุกที่ เพื่อที่จะตอบคำถามให้ตรง คิดว่าวันนี้สิ่งที่เราต้องเร่ง ข้อ 1 ตั้งเป้าและเห็นตรงกันให้ได้ว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ต้องการนั้นคืออะไร ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม การผลิตไม่เหมือนเดิม การบริหาร supply chain ไม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประเทศไทยควรจะตั้งเป้า อันที่ 1 ค่ะ ต่อยอดการท่องเที่ยวไปสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง หรือมูลค่าสูง Wellnet tourism เป็นสิ่งที่ เรามีศักยภาพสูงมาก ต่อยอดจากการเกษตรไปสู่การเกษตรมูลค่าสูง ไม่ใช่เพียงแค่การทำ Food Processing แต่กำลังหมายถึง Functional Food หรือว่าโปรตีนขั้นสูง หรือว่าไปสู่การทำเอ่ยยา ซึ่งมาจากกระบวนการของทางการเกษตร แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ละเลยการเกษตรที่เป็นรูปแบบเดิมที่จะมีความจำเป็นที่ต้องเร่งผลผลิตนะคะ

ประเด็นที่ 3 เราควรจะตั้งเป้ากับอนาคตของเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Digital Economy ซึ่งวันเนี้ยเราเป็นผู้ใช้ที่ดี แต่เรายังไม่ได้เป็น เอ่อ ผู้ผลิตที่ชั้นนำ ได้แต่เราก็ยังมีรากฐานที่ดีค่ะ สุดท้าย เราอยู่ที่ความร่วมมือกัน การที่จะตั้งเป้าไปแล้วเนี่ย สุดท้ายก็เข้ามามองในประเทศไทยว่าเรามีความพร้อมอะไร resources มี แต่ที่สำคัญอยากให้มองเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะว่าเพื่อที่จะตอบโจทย์สิ่งนี้ได้เนี่ย หลายอย่างเราซื้อไม่ได้ค่ะ แต่คนของเราต้องเก่งมากพอที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์เน้นถึงการมองอนาคตว่า เราอยากจะไปที่ไหน การสร้างโครงสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าในเชิงของการค้า ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนต่ำ รวมถึง Data หรือ Digital Economy Infrastructure ที่เรามีความจำเป็นต้องเร่งลงทุน และที่สำคัญค่ะ การลงทุนของมนุษย์ที่เรามองว่าการศึกษาเนี่ย ไม่ได้อยู่ในกรอบของรั้วมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนเท่านั้น แต่เราเชื่อเชื่อถึงว่าการเรียนตลอดชีวิต การปรับปรุง เอ่อ ประสิทธิภาพการทำงาน และ reskill ตลอดชีวิต เนี่ยไม่ใช่ buzzword อีกต่อไป เป็นสิ่งที่ เราต้องเร่งทำค่ะ

ค่ะ 2 นาทีพอดี ขอบพระคุณมากค่ะ ดร.กันดีคะ คุณไหมกับคุณเผ่าภูมิ ใครก่อนดีคะ เชิญค่ะ คุณไหมคะ

>> ค่ะ สำหรับคำถามนี้นะคะ จะหารายได้เข้าประเทศเพิ่มได้ยังไงเนี่ย ดิฉันคิดว่าจริงๆ แล้วเนี่ย รายได้มันไม่ต้องหาเข้าแต่เพียงอย่างเดียว แต่ว่าเราสามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศเนี่ยเติบโตงอกงามได้เช่นเดียวกันนะคะ เพราะว่าที่ผ่านมาเราพึ่งพิงการเจริญเติบโตจากภายนอกเป็นหลัก อย่างที่บอกมาแล้วว่าพึ่งการส่งออก พึ่ง FDI ถามว่าเดินหน้าต่อไปเรายังต้องพึ่งไหม เรายังต้องพึ่ง แต่ในทิศทางที่แตกต่างออกไป ตอนนี้เศรษฐกิจไทยตกหล่ม ไม่ใช่แค่ต้องงัดมันขึ้นมาจากหล่ม แต่ต้องเปลี่ยนทางเดินให้มันด้วยนะคะ ต้องบอกว่า FDI มีความสำคัญนะคะ แต่ความสำคัญของมันไม่ใช่แค่เม็ดเงินที่เข้ามาอีกต่อไป แต่เป็นคุณภาพของ FDI ที่จะต้องมาพร้อมกับเทคโนโลยี ดังนั้น ทุกๆ ครั้งที่เราดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามา ต้องทำให้มั่นใจว่าจะได้การถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้ามาพร้อมๆ กันด้วย ไม่อย่างงั้นเราก็จะกลายเป็นประเทศที่ถนัดแต่ผลิต ประกอบ แล้วก็ได้มูลค่าเพิ่มส่วนแบ่งมาเพียงแค่เล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่เคยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีของตัวเองเลยที่ผ่านมานะคะ ดังนั้น มันจะต้องเปลี่ยนผ่านของการเจริญเติบโตไปด้วยกันนะคะ

2 เอ่อ ต่อมาก็คือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาเนี่ย มันเริ่มที่จะดับลงเนี่ย มันไม่ใช่แค่ทางฝั่งของการส่งออกอย่างเดียว แต่ว่าตัวอุตสาหกรรมเองนะคะ ที่เคยเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักๆ เนี่ย มันก็เริ่มตายลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะ เป็นยานยนต์ ปิโตรเคมีนะคะ หรือว่าอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นเนี่ย มันต้องเปลี่ยนทั้งหมดนะคะ โดยที่ด่านแรกที่เราต้องทำคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาก่อน ว่าเราจะมีการลงทุนขนานใหญ่ เพื่อที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของเอกชน ที่ไม่ใช่จำเป็นจะต้องเป็นของต่างชาติ แต่ของคนไทยนี่แหละ ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ เราเลยจะมีการทำโครงการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าเกิดขึ้นนะคะ เพราะว่าเราเชื่อว่าจะเป็นการ kickstart นะคะ แล้วก็ดึงดูดการลงทุนกลับมา ทั้งเอกชนที่เคยไปลงทุนในต่างประเทศก็จะกลับมาลงทุนในประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

และจากนั้นนะคะ ก็จะมีการ เอ่อ ลงทุนเรื่องอื่นๆ ด้วย เพื่อทำให้ อุตสาหกรรมภายในประเทศเข้มแข็งขึ้นมา โดยเอาคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นตัวตั้ง ทั้งน้ำดี น้ำเสีย ขยะนะคะ ไฟฟ้า เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน รวมถึงขนส่งสาธารณะด้วย เพราะเราอยากสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ที่ไม่ใช่เพียงแค่การพึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอกอย่างเดียวค่ะ

ค่ะ ใช้เวลาหมดพอดีเลยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ คุณไหม สุกัญญา ตันสกุล เรียนเชิญเลยค่ะ ไม่มีทางเลือกแล้วค่ะ เพราะว่าเหลือคนเดียวค่ะ

>> ผมชวนคิดอย่างนี้ครับ เรื่องของการมอง เรื่องของยุทธศาสตร์นะครับ เราชอบคุยกันถึงเรื่องของอุตสาหกรรมปลายน้ำ ว่าเราจะไปทางทิศทางไหน เรื่องของปลายน้ำ แต่ผมคิดว่าเรื่องของการมองยุทธศาสตร์ การทำให้ประเทศไทยนั้นเป็น อ่า จุดศูนย์รวมของ supply chain หรือห่วงโซ่การผลิต ตรงนั้นสำคัญกว่าครับ ลองคิดภาพ ถ้าสมมุติลองไปเน้นที่ปลายน้ำ แล้วถ้าสมมุติขั้วอำนาจของโลกนั้นเกิดขึ้นๆ ลงๆ อันนั้นคือความเสี่ยงของประเทศ ไม่ได้เกิดการกระจายความเสี่ยง แต่การกระจายความเสี่ยงที่ดีคือทำประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของ supply chain หรือห่วงโซ่การผลิตของวัสดุ หรืออุตสาหกรรมที่สำคัญๆ ของโลก อันนี้คือจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่ไทยจะต้องเป็นอย่างนั้น ถามว่าเราจะมุ่งไปตรงนั้นอย่างไรนะครับ ประเทศไทยต้องสร้างความพร้อมจากภายในครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทอล เรื่องของ data เรื่องของการประมวลผลต่างๆ โครงสร้างพื้นฐานด้าน อ่า ทรัพยากรมนุษย์ ต้องมีการ อ่า ทำให้ทรัพยากรมนุษย์ของเรามีศักยภาพ ศักยภาพเพียงพอพอที่ไม่ว่าอุตสาหกรรมไหนเข้ามา เราสามารถตักตวงผลประโยชน์เข้าสู่ประเทศเราได้นะครับ โครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ต่างประเทศหรือทุนเวลา มองเข้ามาในประเทศไหนๆ มองเรื่องของกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกๆ ว่ากฎหมายนั้นเอื้อต่อเขา ยกกฎหมายนั้นมีหลักนิติรัฐ นิติธรรม กฎหมายนั้นทำให้เขาได้ประโยชน์จากการลงทุนมั้ยครับ ทุนสามารถวิ่งหาประเทศที่มีต่างๆ เหล่านี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านสุดท้ายที่มีความสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการลงทุนนะครับ การสร้างสนามบิน การกระจายตัวของสนามบิน การสร้างรถไฟทางคู่ รวมถึงการพัฒนาท่าเรือต่างๆ ก็เป็นส่วนที่สำคัญในการที่จะทำให้ประเทศไทยพร้อมนะครับ

เพราะฉะนั้น ตอบคำถามท่านพิธีกรว่ามองอย่างไรในเชิงยุทธศาสตร์ ผมมองว่าเราไม่ควรจะมองเรื่องสินค้าปลายน้ำ อุตสาหกรรมปลายน้ำ แต่ทำตัวเองให้เป็นกลางน้ำที่สำคัญที่จะตอบโจทย์ความแปรปรวนของ อ่า ภูมิรัฐศาสตร์โลกให้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น การเป็น Supply Chain of the World จึงเป็นคำตอบครับ

ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ เดี๋ยวขออนุญาตนะคะ ก่อนที่จะโยนเวทีให้กับบรรณาธิการของเราที่อยู่บนนี้ 8 ท่าน ซึ่งจดยิกเลยนะคไม่ทราบว่าจะถามยากหรือเปล่า ขอนิดเดียวค่ะ เพราะว่าเมื่อกี้หลุดไปก็คือว่า ทั้งหมดทั้งปวงเนี่ย ถ้าทำได้เนี่ย GDP ของไทยจะขึ้นมาตัวเลขสักเท่าไหร่ เอาแค่ตัวเลขเลยค่ะ เชิญ ดร.กันดีก่อนค่ะ

>> ของประชาธิปัตย์ โดยนโยบายเนี่ย เราตั้งเป้าไว้ 5% ภายใน 4 ปี แต่ว่าคำตอบที่จะได้ 5% นั้นเนี่ย ไม่ใช่เพียงแค่นำเงินจากต่างประเทศเข้ามาเท่านั้นค่ะ พี่นา

>> แต่เรากำลังจะหมายถึงการปรับโครงสร้างภายใน การใช้สินทรัพย์ของรัฐให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และก็อื่นๆ เดี๋ยวดิฉันอาจจะลองถาม ค่ะ

>> ค่ะ 5% นะคะ คุณใหม่คะ

>> เอ่อ เราคิดว่าเรื่องตัวเลขในระยะสั้นเราคงไม่เอามาเป็นเป้าหมายนะคะ แต่ว่าเราอยากที่จะตั้งเป้าเข้า เอ่อ เศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่าที่ เอ่อ เอ่อ ศักยภาพการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ หรือว่าที่เรียกว่า potential output growth เนี่ย น่าจะต้องเกิน 3% ค่ะ ซึ่งฟังจะดูน้อยนะคะ แต่ว่ามันจะเป็น 3% ที่เข้มแข็งแล้วก็ต่อเนื่องนะคะ แล้วก็เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันที่มันอยู่ ที่ประมาณ 2 นิดๆ 2 กว่าๆเนี่ย 3% ในระยะยาวเนี่ย เป็นเรื่องที่ก็เรียกได้ว่าไม่ยาก เอ่อ ไม่ไม่ยากแล้วก็ไม่ง่ายค่ะที่จะต้องทำค่ะ

คุณภูมิตัวเลขเท่าไหร่คะ

>> 2 2 2 2 2 ระดับครับ ระดับแรกที่เราจะมองคือตัวศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ปัจจุบันอยู่ที่ 3% กว่าๆนะครับ เรามองว่าตรงเนี้จะต้องขึ้นไป ถามว่าขึ้นไปโดยยังไง ต้องคำตอบคือเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาทุนมนุษย์ การพัฒนาด้านกฎหมาย การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆนะครับ อัพตรงนั้นขึ้นไปเสร็จก็ต้องทำให้ GDP ของเราโตให้เต็มศักยภาพให้ได้นะครับ พรรคเพื่อไทยมองว่าภายใน 4 ปีต้องโตให้ได้ 5% ครับ

>> 5% เท่าประชาธิปัตย์ โยนเวทีให้กับ 8 บก. ของเราเลยค่ะ ใครมีคำถามบ้างคะ คุณเคนก่อนไหม เพิ่งกลับมาจากดาวนะฮะ

>> ครับ ขอบคุณมากนะครับ แล้วก็จริงๆ ผมก็คิดว่าแนวคิดแต่ละพรรคอาจจะไม่ได้แตกต่างกันมากนะครับ ทีนี้ก็อาจจะขอเป็นคนเปิดก่อนแล้วกันนะครับ อยากเห็นภาพในเชิงรูปธรรม เอ่อ ผมผมอาจจะมองต่างนิดนึง ผมคิดว่าประเทศไทยใน GDP มา 138% อยู่กับการค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกัน นำเข้าแล้วส่งออกเกี่ยวกับโลกค่อนข้างเยอะแล้วน่อ จะกระตุ้นพึ่งเศรษฐกิจอย่างเดียวค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นต้องต้องทำงานร่วมกันกับโลกด้วย แล้วก็ต้องจับ New Economy นะครับ New Market New Band Procession

คำถามผมคือ มองไปอีกสัก 4 ปี 5 ปีข้างหน้าเนี่ย อะไรคือ narrative ของประเทศไทย ผมคิดว่าเราไม่ค่อยได้ยิน narrative มาก Narrative ที่ต่างชาติจะมอง หรือประเทศไทยเองจะมองตัวเอง แล้วผมคิดว่ามันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวาดวิสัยทัศน์ หรืออาจจะไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าเลือกอุตสาหกรรม หรือเปล่า แต่วาดวิสัยทัศน์ว่าเราจะเป็นอะไร เหมือนที่ไต้หวันมี สิงคโปร์มี มาเลเซียมี อันนั้นคือคำถามที่ 1 นะครับ

ต่อมาคือก็จะต่อยอด ผมคิดว่าปฏิเสธไม่ได้แล้ว ผมเชื่อว่าภาคธุรกิจก็จะเห็นตรงกันกับผม คือยังไงต้องมีการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริการ แล้วก็ภาคการเกษตร โดยเฉพาะการเกษตรใช่มั้ครับ เรามีเรียกว่า productivity เนี่ยต่ำมาก คำถามก็คือ แรงงานที่มีอยู่กับ 10 กว่าล้านคนอยู่ในภาคการเกษตร แล้วโปรดักทีที่ต่ำมาก contribute GDP ก็ต่ำมาก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมและบริการเนี่ย เราจะปรับตรงนี้ยังไง จะยกระดับยังไง แล้วสุดท้ายสั้นๆ คือเราพูดๆ แต่ GDP ภาพใหญ่ แต่จริงๆ ถ้าเกิดจะเป็นรายได้ของต่อหัวจริงๆ ก็คือ 7,000 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในวันเนี้จะเพิ่มยังไง ให้รายได้ต่อหัว หรือ GDP per capita เนี่ย สามารถที่จะเพิ่มขึ้น เพราะมันจะตกถึงท้องของประชาชนจริงๆ พ่อค้าแม่ขายที่ขายอยู่ตามตลาดต่างๆ นานาก็อาจจะมี 3 คำถามเยอะหน่อยนะครับ แต่ว่าอยากทราบเป็นรูปธรรม

>> เอ่อ ก่อนที่จะตอบ ดิฉันขอพูดเรื่องกรอบเวลา เรามี 15 นาทีค่ะ ประมาณนี้ เพราะฉะนั้น คือเกรงใจมากแต่ว่า วง เอ่อ เอ่อ คำถามแรก 15 นาที แล้วอาจจะมีคำถาม 1 หรือ 2 คำถามจาก บก. เพราะฉะนั้น อาจจะต้องรบกวนช่วยบริหารเวลานิดนึงนะคะ เชิญค่ะ เอ่อ ไม่ทราบว่าท่านไหนจะตอบก่อนคะ คุณเคนถามใครคะ

>> เอาจริงๆ ใครก็ได้นะครับ แล้วแต่ แต่ว่า เอ่อ จริงๆ ถ้าถ้าฟัง ผมคิดว่าแนวคิดพี่ใหม่ อาจจะน่าสนใจ เพราะเมื่อกี้บอกว่าเน้นในประเทศ แต่ผมยังมีคำถามว่าเมื่อในประเทศมันอ่อนแรงขนาดนี้ เราต้องพึ่งต่างชาติก่อนในช่วงแรก หรือการ transfer เทคโนโลยี หรืออะไรต่างๆ เนี่ย มีคำตอบไอ้ 3 คำถามสักครู่

>> ค่ะ แน่นอนค่ะว่าเราไม่ได้ปฏิเสธว่ายังไง เนี่ยเนี่ยยังคงจะต้องมี แต่ว่าเราอาจจะจำเป็นที่จะต้องหันกลับมา เอ่อ ปรับปรุงเครื่องยนต์ในประเทศให้มันดีมากยิ่งขึ้นนะคะ เพราะว่า เอ่อ เอาข้อจริงแล้วเนี่ย ยังไงเราก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าเรายังคงต้องพึ่งพิงการส่งออกอยู่นะคะ แต่ว่าตัว contribution to GDP เนี่ย ว่ามัน เอ่อ ส่งผลต่อ GDP เท่าไหร่ เราก็จะเห็นว่ามันค่อยๆ อ่อนกำลังลง เพราะว่ามันวัดด้วยมูลค่าเพิ่ม พอวัดด้วยมูลค่าเพิ่มปุ๊บ พอเราทำแต่ของที่ทำง่ายๆ แค่เอามาประกอบเนี่ย เราไม่ได้ส่วนแบ่งจากตรงนั้นนะคะ ดังนั้น มันก็เลยต้อง เอ่อ ต้องกลับมามองข้างในไปพร้อมๆ กันด้วยนะคะ เพื่อที่จะเสริมแกร่งให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศไปพร้อมกัน ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ต้องทำ แต่ว่าต้องหันมามองแล้วทำไปควบคู่กันนะคะ ดังนั้น narrative ต่อไปเนี่ย ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราอยากที่จะนำเสนอ ก็คือการที่จะต้องโตจากการปฏิรูปนะคะ หรือว่าเป็น reform driven growth นะคะ เอ่อ เราคิดว่าที่ผ่านมาเนี่ย เราปล่อยให้ประเทศเนี่ยโตกันตามยถากรรมมากเกินไปแล้วนะคะ หลายๆ รัฐบาลที่ผ่านมาเนี่ย ก็ทำเฉพาะเรื่องระยะสั้น เฉพาะจุด เฉพาะหน้า นะคะ แต่ว่าไม่ได้มอง ไม่ได้วางรากฐานที่จะโตไปในอนาคตได้เลย ดังนั้นเนี่ย 4-5 ปีข้างหน้าเนี่ย นอกจากจะมีการต้องมีการ เอ่อ รีฟอร์มในภาครัฐแล้วเนี่ย ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน เอ่อ อย่างที่ได้แนะนำไปแล้วเนี่ยว่า เอ่อ เราเนี่ย วางตัวเองว่าอยากที่จะเข้ามา เอ่อ พัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นของตัวเองให้ได้ ดังนั้น การ transfer เทคโนโลยีมีความสำคัญ เราจำเป็นที่จะต้องมีริวิธีการที่จะดึงดูด เม็ดเงินพร้อมๆ กับการเงื่อนไขของการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้มากขึ้นด้วย กลไกของกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แล้วก็พร้อมๆ ไปกับ เอ่อ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องของการทำนำนโยบายการชดเชย หรือว่า Offset policy มาเพื่อ เอ่อ ในแต่ละครั้งที่เราซื้อของ จะไม่ได้มีแค่ของอย่างเดียว แต่ว่าจะต้องมีการ เอ่อ ถ่ายทอดเทคโนโลยีมาพร้อมๆ กันด้วย อย่างเช่น อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นต้นเนี่ย ก็จะเป็น เอ่อ เรื่องที่เราอยากที่จะนำเสนอค่ะ

ค่ะ ใช้สิทธิ์พาดพิงใช่มั้ยคะ เพื่อไทยใช้มั้ยคะ เพราะว่าคำถาม

>> อ่อ ตอบคำถาม เชิญค่ะ

>> ก็ อ่า ผมคิดว่าในประเทศยังสำคัญนะครับ ไม่มีประเทศไหนที่สามารถหารายได้จากการเปิดสู่โลก โดยที่เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอ นะครับ เพราะฉะนั้นผมยังมองว่าเรื่องของ กำลังซื้อในประเทศ เรื่องของความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกร พี่น้อง SME ในประเทศต้องแข็งแกร่งนะครับ เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องมีนโยบายลงไปทั้งที่พัฒนาเศรษฐกิจในประเทศและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศนะครับ อันนี้ตอบในมิติของในประเทศ ในต่างประเทศสิ่งที่มองตรงกันครับ เรื่องของการดึงดูด FDI ที่ผ่านมาเราดึงดูดเข้ามายังไม่ได้เป็นผลต่อภาวะเศรษฐกิจของเรามาก เนื่องจากมันยังไม่ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลประโยชน์ไม่ลงถึงการจ้างงานอะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นผมเลยเสนออย่างที่เสนอไปในคำตอบแรกว่า สิ่งที่เราควรจะเป็น หรือยุทธศาสตร์ Narrative ในการมองของเรา เราต้องเป็น Supply Chain of the World นะครับ ห่วงโซ่การผลิตของโลกให้ได้ ผมให้ความสำคัญกับการที่แทนแทนที่จะไปมองว่าจะผลิตรถยนต์ แต่มองว่าการผลิตชิปเซ็ตในรถยนต์นั้นสำคัญกว่า แทนที่จะไปผลิตมือถือ การผลิตชิปเซ็ต หรือ PCB อะไรต่างๆ ในมือถือนั้นสำคัญกว่านะครับ และนอกเหนือจากนั้น เรื่องของ FDI สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น นั่นคือการที่ให้มาผลิตในประเทศ หรือคำว่า local content อันนี้ คือหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจเลย ไม่มี การดึงดูดการลงทุนอันไหนจะมีประโยชน์กับประเทศ ถ้าไม่ได้มีการผลิตในประเทศ ไม่ได้มีการจ้างงานในประเทศ ไม่ได้ทำเรื่องของ Local Content ให้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น กลไกที่สำคัญในยุคที่ตอนนั้นที่เราเป็นรัฐบาล เราทำนั่นคือใช้กลไกภาษีในการดึงดูดชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้มาผลิตในประเทศให้ได้ ตรงนี้ถึงสำคัญนะครับ อย่างคนอย่าง อ่า ชิ้นส่วนอยู่ในรถ EV ต่างๆ เราใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรในการดึงเขาเข้ามาผลิตในประเทศ เพราะฉะนั้นโจทย์ก็คือ อ่า Local Content Supply Chain of the World และในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจในประเทศต้องมีความแข็งแกร่งครับ

ค่ะ ดร.อ้อมีเสริมมั้ยคะ เอ่อ ก่อนที่น่าจะมีคำถามจากทาง บก. อีกค่ะ

>> ก็ขอเสริมอีกนิดนึงนะคะ เอ่อ ขอบคุณคำถามสำหรับเขตสักเคนนะคะ คือพี่ว่าถ้าเกิดเราจะเป็นอะไรในสายตาโลก วันเนี้ย เรามีการวิจัยอยู่หลากหลายสภาพก็ดี ธนาคารโลกก็ดี อาจจะไม่ได้มีคำจำกัดความที่เราเห็นตรงกันซะทีเดียว แต่สิ่งนึงที่คล้ายๆ กันใน context ก็คือว่า เราจะเป็น global partner เราจะเป็นส่วนหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็น เอ่อ พื้นที่ปลอดภัยในการลงทุน reshoring หรือการผลิต หรืออื่นๆ สิ่งเนี้ย คือเป็นสิ่งที่ เอ่อ จุดยืนของประเทศไทยนั้นเนี่ย มีความแข็งแกร่งในการเป็น Strategic neutrality การเป็นกลางอย่างมีกลยุทธ์ การที่เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และการที่เราจะมองว่าเราควรจะ stand for หรือความมั่นคงอะไรสำหรับอนาคต ใน 3 อุตสาหกรรมที่พี่พูดไปเมื่อสักครู่ตอนต้น นี่คือสิ่งที่สภาพได้มีการวิจัยมา ธนาคารโลกได้มีการชี้เป้ามา สุดท้ายเดี๋ยวขอเสริมจาก เอ่อ คุณผูตรงที่ว่า การเป็น supply chain ของโลก เรื่องนี้คือเรื่องของ strategy ที่สำคัญ ถ้าเราย้อนไปดู เราเรียกว่า Smile Curve เนี่ยคะ Curve ที่เรียกว่ายิ้มเนี่ย ในอุตสาหกรรมเนี่ย อะไรที่เป็นตอนต้นก็คือการวิจัยและพัฒนา จะมีมูลค่าสูง แต่ถ้าอะไรที่เป็นห่วงโซ่ตรงกลาง คือการผลิตที่ใช้ปริมาณ จะมีมูลค่าต่ำ หรืออะไรที่เป็นในเรื่องของการทำ branding เป็นการสร้าง value ได้มูลค่าสูง แต่ละอุตสาหกรรมเราต้องนั่งมาเลือกกันค่ะ ว่าเราจะอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่อุปทานนี้ แล้วเราต้องเก่งให้ชัด แต่อย่างไรก็ดี ย้อนกลับไปค่ะว่า สิ่งที่เราต้องเร่งพัฒนาก็เป็นในเรื่องของการวิจัยและพัฒนา เอ่อ แล้วก็ในเรื่องของการ transfer ทั้งองค์ความรู้และเทคโนโลยี การปรับเรื่องคน และโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ มันเป็นคำตอบที่ใหญ่ค่ะ พี่อาจจะไม่สามารถตอบได้ใน 2 นาที แต่ก็ขอบคุณสำหรับคนถามว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยพวกเรา 3 นัก เอ่อ 3 นักการเมืองเนี่ย ต้องมาคุยเรื่องของอนาคตในวันข้างหน้า และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนั้นค่ะ

จริงๆ เวทีเรามีข้อจำกัด เราคุยเรื่องใหญ่ๆ ในเวลาที่จำกัดมากนะ แต่ว่าทุกคนทุกคนรักษาเวลาได้ดีมาก เชิญค่ะ

>> ขออนุญาตถามอะไร เอ่อ เป็นรูปธรรมนะครับ คือทุกคนหลายเวทีก็จะพูดว่า เอ่อ เราจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับการลงทุน เป็นภูมิภาคที่ปลอดภัยครับ เอ่อ แต่ว่าทุกพรรคการเมืองครับ เท่าที่ผมตามดีเบตมาเนี่ย ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องสันติภาพกับกับกัมพูชาเลยนะครับ เราจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยในยังไงในวันที่ทุกคนเนี่ย พูดเรื่องชาตินิยม แล้วก็พร้อมจะรบกับกัมพูชาตลอดเวลา

>> เชิญค่ะ ใครจะตอบก่อนดีคะ

>> ก็ต้องบอกว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เหมือนกันนะคะ ที่จะนำมาซึ่งความ เอ่อ ความสงบนะคะ หรือว่าสันติภาพอย่างยั่งยืนเนี่ย มันก็มีกระบวนการของมันนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าเราก็ยืนยันว่าการที่ เราต้อง เอ่อ ปกป้องอธิปไตยเนี่ย ก็คงจะต้องยืนยันเรื่องนั้นว่าเรายังต้องทำอยู่ เพียงแต่ว่า เอ่อ จะทำอย่างไรให้การเจรจาทั้งหมดเนี่ย มันสุดท้ายมันสัมฤทธิ์ผล แล้วมันสามารถที่จะนำมาสู่สันติภาพที่มันยั่งยืนได้จริงๆ นะคะ แน่นอนว่าการปะทะในระยะสั้นๆ อาจจะยังต้องมี เมื่อไม่สามารถที่จะทำให้กัมพูชายังอยู่กับร่องกับรอยได้นะคะ แต่ว่าสิ่งที่เราอยากที่จะนำเสนออีก 2 เรื่องก็คือว่า เอ่อ ถ้าจะต้องให้มันจบจริง เพื่อทำให้มันเป็นทำให้เราเป็นเซฟฮาเว่น เป็นพื้นที่ปลอดภัยได้จริงๆ เนี่ย ต้องทำอีก 2 เรื่องนะคะ ก็คือไม่ใช่แค่ใช้กำลังอย่างเดียว แต่ว่าต้องให้โลกล้อมล้อมกัมพูชาเพื่อให้เขา้าเนี่ย เอ่อ คงเส้นคงวา กับสัญญาที่ได้ตกลงกันเอาไว้ อย่าอย่างที่ 2 ก็คือว่ากำจัดกันที่ต้นตอของปัญหาจริงๆ เช่นเดียวกันนะคะ ท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ของคุณเซ็นก็ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องของ scammer network เรื่องของเครือข่ายสแกม นะคะ ดังนั้นเนี่ย มันก็เลยจะต้องทำ 3 ขาไปพร้อมๆ กันในในเรื่องนี้ เพื่อทำให้สุดท้ายแล้วอ่ะ เราจะสามารถเป็น เอ่อ พื้นที่ปลอดภัยได้จริงๆ ตอนนี้มันก็เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริงๆ อย่างที่อย่างที่บอก เนี่ยนี่แหละ แต่ว่ายังไงก็คงจะต้องยืนยันเรื่องนี้ว่าหนทางสูตสันติภาพเนี่ย มันก็ มันก็กำลัง เอ่อ ดำเนินเกินไป แต่ว่าไปต้องไปได้ในหลายๆ strategy ค่ะ

เรามีเวลาอีกประมาณ 5 นาทีสำหรับ session นี้้นะคะ เพราะฉะนั้น เอ่อ เรียนนิดนึงว่าถ้าเกิดทางคุณเผ่าภูมิกับ ดร.อ้อ เอ่อ อยากจะตอบคำถามนี้ สามารถทำได้ แต่ว่าถ้าผ่านไป เราจะมีคำถามเพิ่มเข้ามา ไม่แน่ใจว่าจะเลือกตอบ หรือว่าจะฟังคำถามใหม่ดีคะ คำถามใหม่นะ เชิญค่ะ จากมติชนนะคะ

>> ครับ เอ่อ ถามต่อ อันนี้ขอเป็น ดร.การดีแล้วกันนะครับ เพราะว่าพูดถึงตัวเลข GDP ที่ 5% นะครับ ในตลอด 4 ปี ภายใน 4 ปีนะครับ ภายใน 4 ปี ผมก็เป็นคน GenX ที่โตมากับยุคที่ อ่า GDP บ้านเราโต double digit คือตัวเลข 2 ตัวตลอด ทีนี้ 5% เนี่ย อยากให้อธิบายนิดนึงว่า ถ้าในการรับรู้ของชาวบ้านเนี่ย 5% ภายใน 4 ปีเนี่ย คน 3 กลุ่มนี้จะรู้สึกยังไง หรือจะแบบแฮปปี้ขนาดไหน กลุ่มนึงคือกลุ่มที่รายได้อยู่ใต้เส้นความยากจน อีกกลุ่มนึงคือกลุ่มที่เป็น เอ่อ พนักงานคน เอ่อ ออฟฟิศทั่วไป กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มเย ครับ กลุ่มธุรกิจต่างๆ ทั้ง SME และกลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ เนี่ย 5% มันเพียงพอ หรือมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาครับ

>> ขอบพระคุณมากค่ะ การที่อัตราการเติบโตของ GDP เราลดต่ำลงเรื่อยๆ และทุกครั้งที่มีวิกฤต ประเทศไทยเป็นประเทศที่โตกลับไปสู่ที่เดิมเนี่ย ช้าที่สุดในอาเซียน หนึ่งในนั้นเลยทีเดียวค่ะ วันนี้เนี่ย ถ้าเราพูดถึง เราคงจะรุ่นเดียวกันนะค่ะ พี่ว่าเราเคยเห็น 7% หรือ double digit เพราะงั้นยุคนั้นน่ะ เป็นยุคของการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมจาก 2.0 ไป 3.0 วันนี้เรา 3.0 มา 4.0 ศูนย์ คำถามคือว่าเราจะทำอย่างไรให้เราเตรียมพร้อมกับอุตสาหกรรมใหม่ งานใหม่ๆ ไม่ว่าจะทั้งสภาหอ สภาอุตเองที่ตอนเคยเคยที่ผ่านมาว่าเราสามารถที่จะสร้างงานใหม่ได้แล้ว ตรงเนี้ยค่ะอคิดว่ามันเป็นจุดที่สำคัญที่เราจะตอบได้ว่า ถ้าเรายังทำเหมือนเดิมในเครื่องจักรที่เป็นเศรษฐกิจเครื่องจักรเก่า คนของเราก็แก่ เราไม่มีทางรวยแล้ว เราก็จะจนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราก็จะพานำตัวเราไปสู่ความจน ข้ามความจน ข้ามรุ่น เอาว่าวันนี้มันถึงเวลาที่เราอาจจะเจ็บเก็บ เราต้องทำ นั่นก็คือว่า การปรับปรุงในระบบโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของทางด้านธุรกิจ เศรษฐกิจเพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งก็ได้กล่าวไปแล้วอย่างน้อยเบื้องต้น ซึ่งแต่ว่าไม่ได้มีเพียงแค่ 3 อุตสาหกรรมนั้นที่เป็นความหวังของประเทศไทยนะคะ ย้อนกลับมามันจะเข้ามาสู่กระเป๋าตังค์เราได้ยังไง อ้อ ขออนุญาตอธิบายง่ายๆ ค่ะ ถ้าจะหารเท่าในประมาณ GDP มาสู่ประชากรก็คงจะได้ตัวเลข 1 แต่อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันลองนึกว่า ถ้าเรามีงานใหม่ๆ เป็นที่ต้องการ งานเป็นที่ต้องการ เป็นงานที่มีมูลค่าสูง ค่าจ้างมีมูลค่าค่าสูงกว่าที่ เราจะต้องแข่งแข่งกันโดยใช้ทักษะเดิมๆ ที่เทคโนโลยีนั้นสามารถที่จะทดแทนเราได้ นี่แหละค่ะคือประเด็นที่สำคัญ เพราะฉะนั้น วันนี้เนี่ย ก็อยากจะให้พี่น้องร่วมใจกันว่า มันไม่มีรัฐบาลชุดไหนหรอกที่จะมาแจกเงินไปเรื่อยๆ แล้วเราจะรวยขึ้น แต่มันคือรัฐบาลที่มาช่วยคนมาสู้ด้วยกันอีกครั้งนึง พาตัวเองไปสู่ความเป็นจริงว่าเราต้องออกจากรูปนี้แล้ว เราต้องขยันให้มากขึ้น เพื่อที่ว่ารายได้ของบ้านเรา รายได้ของเรา คุณภาพชีวิตของลูกหลานเรานั้นเนี่ย จะมีคุณภาพดีเหมือนที่รุ่นของเราเคยได้มีโอกาสนั้นมาแล้วก็อยากจะขอเชิญชวนนะคะ

>> เชิญค่ะ คุณพภูมิคะ

>> ครับผมมอง อ่า มิติการเจริญเติบโตเป้าเป็นเรื่องนึงนะฮะ แต่อีกเรื่องนึงที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของการเจริญเติบโตของ GDP ซึ่งเราควรจะคุยกันเรื่องของปัจจัยที่ทำให้ GDP โตอย่างมีคุณภาพ ผมมอง GDP ที่มีคุณภาพควรจะโตใน 2 มิติ นะครับ มิติที่ 1 คือการกระจายรายอุตสาหกรรมให้ได้อย่างเท่าเทียมกัน ผมไม่อยากเห็นภาคอุตสาหกรรมโตด้วยเทคโนโลยี AI ในขณะที่ภาคการเกษตรถูกละเลย ผมไม่อยากเห็นเราใช้ภาคบริการในการทำเรื่อง Wellness โดยที่ภาคการเกษตรถูกละเลยนะครับ ทั้ง 3 อันนี้ต้องมีการกระจายกันในการเป็นตัวขับเคลื่อน GDP ไปพร้อมๆ กัน อันนี้คือการกระจายในแนวราบ อีกอันนึงคือการกระจายในแนวดิ่งคืออะไรครับ คือการกระจายที่ GDP นั้นลงไปสู่คนทุกภาคส่วนได้อย่างเท่าเทียมกัน เราคงไม่อยากเห็นภาคที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่เจริญเติบโต และทำ GDP ให้ถึง 5% ในขณะที่คนที่เมื่อสักครู่ถามเรื่องคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนยังเดือดร้อนอยู่นั้นก็เกิดความเหลื่อมล้ำที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาเรื่องของ GDP นะครับ เพราะฉะนั้น คำตอบของผมก็คือว่า GDP โตเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังต้องโตอย่างมีคุณภาพใน 2 มิติ 1 คือการกระจายในรายอุตสาหกรรม 2 คือการกระจายในรายระดับของรายได้ของพี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มครับ

ค่ะ เอ่อ

>> เพื่อไม่เสียเวลาต่อเลยได้มั้ยคะ

>> หมดเวลาแล้วค่ะ

>> จริงเหรอคะ

>> รอรอบ 2 ได้มั้ยคะ รอบแรกจบแล้วนะคะ ขอเสียงปรบมือหน่อยค่ะ ให้กับตัวแทนพรรคการเมือง แต่ว่าเรายังมีตัวแทน ขอประท้วงได้มั้ยคะ ขอประท้วงได้มั้ยคะ คุณกรุณา

>> เอ่อ ถ้าเราประท้วงเวลาเราจะหมดถาม

>> ถ้าถามเรื่องเศรษฐกิจแล้วไม่มีมิติที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เลยเนี่ย มันจะไปได้หรอคะ

>> อยากฟังมั้ยคะ ยกมือ

>> อยากฟังมั้ยคะ

>> เสียงอยากฟังน้อยไปหน่อย

>> ให้ 1 นาทีค่ะ

>> คือดิฉันได้ยิน 2 ท่านน่ะค่ะ พูดถึงมิติในเรื่องของการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากเลย ที่มีการพูดไว้ในเรื่องของนโยบายทางเศรษฐกิจนะคะ ทีเนี้ย การพัฒนาทุนมนุษย์เนี่ย มันหนีไม่พ้นเรื่อง upskill reskill ใช่ใช่มั้ยคะ ตอนเรามีตัวเลขว่าแต่ละปีเนี่ย เรา upskill reskill ไปได้เท่าไหร่ ทันต่อการเติบโตเศรษฐกิจที่คาดหวังหรือเปล่า แล้วถ้าหากว่าจะให้ทัน จะให้เพียงพอ แล้วก็ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอ่ะค่ะ อาจจะต้องทำการพัฒนาทุนมนุษย์ เอ่อ upskill reskill ปีละไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน มีแนวทางหรือว่าวิธีการอะไรที่เป็นรูปธรรมที่จะให้หลักประกันที่มั่นใจได้ว่าคนเหล่าเนี้ย จะมีคนจำนวนนึงเนี่ย ที่สามารถที่จะ upskill reskill แล้วก็ไม่ตกไม่ทิ้งไม่ตกขบวนถูกทิ้งไว้ข้างหลังค่ะ

ไม่อยากพูดเลยแต่ว่ามีคนละ 1 นาที แต่ว่าเรายังมีอีก 2 session แล้วก็ session ละ 30 นาทีเต็มๆ เลยนะ แต่ว่าต้องยอมพี่แววค่ะ ตอบคำถามพี่แววนิดนึงค่ะ คนละ 1

>> แยมด้วยได้มั้ยอ่ะ

>> แยมอย่าเพิ่งสิคะ

>> ยังมีอีก 2 รอบก่อน

>> ยังมีอีก 2 รอบ แยมรอรอบที่ 2 นะคะ

>> ค่ะ เดี๋ยวช่วย เดี๋ยวตอบเรื่องนี้นะคะ ขอตอบนี้นะคะ เอ่อ ก็คือ เอ่อ ในแง่ของจำนวนคนเนี่ย มันน้อยมากนะคะ แต่ในแง่เม็ดเงินที่รัฐลงทุนเข้าไปเนี่ย ปี 2569 เนี่ยนะคะ เอ่อ ภาครัฐเนี่ยลงทุนในเรื่องของ upskill reskill เนี่ยที่ เอ่อ สำนักงบประมาณรวมมาเนี่ย อยู่ประมาณ 3,000 ล้าน แต่ว่าเรารวมได้ประมาณ 7,000 ล้าน แต่ว่ามันสะเปะสะปะ แล้วก็ไร้ทิศไร้ทางมากๆ ต่างคนต่างทำ มีแพลตฟอร์มสำหรับการเรียนรู้ประมาณ 11 แพลตฟอร์มนะคะ กระจายกันอยู่ในหลายๆ หน่วยงานภาครัฐทั่วไปหมดเลยนะคะ เราก็เลยคิดว่า ถ้าจะให้ได้ถึงระดับที่พอใจอย่างเช่น 5 ล้านคนต่อปี จำเป็นที่จะต้องลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเราน่ะได้เตรียมงบประมาณแล้วก็โครงการไว้เรียบร้อยแล้ว ในการที่จะทำมหากรรมยกระดับทักษะของคนไทยครั้งใหญ่ นะคะ โดยครั้งนี้เนี่ย จะเป็นยึดหลัก 3 เรื่องก็คือว่า ประชาชนเป็นคนเลือกนะคะ เอกชนเป็นคนเทรน แล้วก็รัฐเป็นคนจ่ายนะคะ ไม่ใช่ให้รัฐมาเป็นคนคิดคอร์สให้คนเรียนอีกต่อไป เพราะเราเห็นแล้วว่ามันไม่ไปไหนนะคะ แล้วก็ไม่มีทางที่จะสามารถตอบโจทย์ตลาดได้เลย ดังนั้น ให้ตลาดนำนานำทางให้มานเป็นตัวไดรฟว่าจะเป็นคอร์สแบบไหน ที่คนเรียนแล้วก็จบแล้วได้งานทำ ได้รายได้เพิ่มขึ้นจริง ก็ให้คนไปเรียนที่นั่น แล้วก็ เอ่อ โดยที่รัฐจะเป็นคนจ่ายเงินอุดหนุนให้เองค่ะ รวมไปถึงคอร์สที่ทางฝั่งของโรงงาน ทางฝั่งของผู้ประกอบการเป็นคนเสนอให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ด้วยนะคะ ดังนั้น แบบนี้เนี่ย ถึงจะเป็นการ upskill reskill ที่ตรงจุดตรงเป้าค่ะ

ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ เชิญค่ะ

>> ครับผมว่าโจทย์ไม่ใช่ตัวจำนวนนะครับ ผมไม่ได้มองถึงตัวจำนวนเป็นประเด็นสำคัญ ถ้าสมมุติเราทำไม่ต้องจำนวน แต่เราไม่สามารถผลิตเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ได้ตรงกับความต้องการของตลาด จำนวนแทบจะไม่มีความหมายเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมมองเรื่องของการแมทช์ ความต้องการกับ supply มากกว่านะครับ ในเรื่องของการผลิตทรัพยากรมนุษย์ เพราะฉะนั้นเรื่องของการที่ให้ภาคเอกชนนำจริงๆ ผมเห็นด้วยนะครับ ภาคเอกชนควรจะนำว่าต้องการอะไรไปทางไหน และภาครัฐสามารถเชื่อมกับภาคเอกชนในการผลิตหลักสูตรในการผลิตทรัพยากรมนุษย์ขึ้นมานะครับ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เรามีโครงการเรียนได้งบจบได้งาน แล้วก็โครงการอาชีวะสร้างชาติ นะครับ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ดูดเป็นหลักแล้วสะท้อนกลับมาว่า สิ่งที่เราต้องผลิตคืออะไรครับ

ค่ะ ดร.อ้อ เอ่อ

>> เราเรามีในในหลักคิดเราเหมือนกันมากนะคะ เห็นด้วยกับคุณไหมเลยว่ารัฐไม่ควรจะมาทำเอง ควรจะให้เอกชนนำว่ารู้เอยากได้ เอ่อ ได้ทักษะแบบไหน แต่สิ่งสำคัญเราก็อยากให้ลองมุ่งเป้านะคะ เด็กจบใหม่เราก็ห่วงประมาณนึง แต่สิ่งเนี้ย ที่พวกเราเป็นกังวล คือคนที่อยู่เป็น เอ่อ อยู่ในการทำงานตรงกลางคือ mid career แล้วก็กลุ่มที่กำลังจะใกล้เกษียณ ต้องอย่าลืมว่าเราอยู่ในสังคมผู้สูงอายุแล้ว ดูทรงแล้วเราไม่ตายง่ายๆ เพราะฉะนั้นเราจะต้องอยู่สวนเกษียณอายุอีกนาน จะทำยังไงให้กลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุเนี่ย สามารถอัพสกิลและสามารถสร้างรายได้ได้ สามารถที่จะอยู่ได้อย่าง เอ่อ มี เอ่อ เอ่อ อยู่ได้อย่างไม่พึ่งพา อยู่ในภาวะที่ ไม่พึ่งพาลูกหลานมากนัก อันนี้คือเป็นเป้าหมายด้วยเช่นเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นการอัพสกิล รีสกิลทุกช่วงวัย ไม่เฉพาะคนที่จบจบใหม่เท่านั้นแล้วจริงๆ เป็นโอกาสดีนะคะ เพราะว่าผู้ประกอบการมานั่งอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวจะขอความเห็นแต่ว่าก่อนจะไปดูว่าทางผู้ประกอบการภาคเอกชนคิดอย่างไรกับ เอ่อ คำถามแล้วก็คำตอบทั้งหมดเนี่ยนะฮะ เดี๋ยวดูสรุปนิดนึงเพื่อที่จะได้ตามประเด็นถูกนะฮ เผื่ออยากจะได้ดูว่าอยากจะถามอะไร นี่คือครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานะคะ ประเด็นที่เราได้พูดคุยกัน เอ่อ ท่านแรก ดร.การดีนะคะ ท่องเที่ยวรายได้สูงเชิงคุณภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตร กระบวนการผลิต ตั้งเป้าเศรษฐกิจใหม่ นี่คือ Strategy นะฮะ ตรงนู้นก็มีนะฮะ และ ดร.เผ่าภูมิ นะฮะ สร้างความพร้อมจากภายใน พัฒนาทุนมนุษย์และเทคโนโลยี ฟื้นฟูความเชื่อมั่น สร้างความเข้มแข็งจากภายใน นี่คือข้อสรุปมาที่ภาคเอกชน 1 ท่านพอ ก่อนนะฮะ เพราะว่าขออธิบายนิดนึง เรามากันเยอะ เนื่องจากเวลาเราน้อย เพราะฉะนั้นเราใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหา เรามี เอ่อ QR code ให้สแกนนะฮะ สำหรับทางภาคเอกชน แล้วก็ตัวแทนประชาชน เอ่อ Word Cloud นะฮะ สแกนเข้าไป แล้วก็แสดงความเห็นไว้ แล้วก็เดี๋ยวท้ายรายการเนี่ย เราอ่ะจะเอาความเห็นของทุกท่านเนี่ย มาแสดงบนหน้าจอ ไม่ตกไม่หล่นแน่ๆ ทุกเสียงมีความหมาย แต่ว่าเชิญภาคเอกชนก่อน ใครจะเป็นตัวแทนแสดงความเห็นสิ่งที่ เราได้ยินมา เชิญค่ะ

>> ขออนุญาตนิดนึง เจอทั้ง 3 ท่านแล้วดีใจมาก ที่มาวันนี้ แล้วก็เห็นวิสัยทัศน์ของทั้ง 3 ท่าน แต่ว่าผมอยากให้เป็นตัวเลขดีกว่านะ เพราะเปอร์เซ็นต์นี่ผมคิดว่าสาธารณชนอาจจะไม่เข้าใจนะฮะ ณวันนี้เนี่ยเนี่ย ถ้าเราประมาณการว่า 1.5% เนี่ย ประเทศไทยไปไหนไม่รอด เวียดนามประกาศที่ 10% อ่ะ คำว่า 1.5% 5% ก็คือ 300,000 ล้านต่อปี ในการเติบโตทางเศรษฐกิจ มันไม่ได้แล้วนะ เพราะฉะนั้นผมอยากให้เป้าหมายพวกทั้ง 3 ท่านเนี่ย ผมคิดว่าวิสัยทัศน์ของท่านเนี่ย น่าจะทำได้ 4 ปีก็ไม่ได้ครับ 5% ต้องปีนี้เลย แล้วอย่างช้าที่สุดปีหน้า 5% คือ 900,000 ล้าน ไม่ยาก optimistically ไม่ยาก คุณหน่อยถ้าผมบอกว่าคุณไปหาตัวเลขมาได้เลยว่า เมื่อกี้คุณเคนบอกอ่ะนะ ส่งออกเนี่ย โส ล้านล้าน ท่องเที่ยว 1.5 ล้านล้าน 2 ตัวเลขเนี่ย มันประมาณ 12-13 ล้านะเกือบ 70% กว่า GDP คุณโตได้ 10% เนี่ย คุณได้เท่าไหร่แล้วอ่ะใช่มั้ย เกือบล้านล้านนะ แล้วไปงบเยียวยาต่างๆ คุณไปตัดแล้วเอามาเป็นงบในการพัฒนาอย่างที่พวกท่านบอกทั้งหมด呢 Digitalization นะครับ พัฒนา Competitive fund ต่างๆ เนี่ย เยียวยาให้น้อยที่สุด เอา กองทุนที่มาช่วยเหลือพวก SME พวกภาคประชาชน พวก sector ที่เป็นคนไทยนะ เกษตรอาหาร Health Care Tourism หลัก พวกไฮเทคต่างๆ เป็น FDI ของต่างประเทศ ไม่ต้องไปยุ่งเขา โตของเขาไปได้เองนะครับ Infrastructure ทั้ง 3 ท่านพูดมาดีหมด ต้องตั้งเป้าหมายสูงกว่านี้ aggressive กว่านี้ไม่ได้นะครับ 3% ผมก็ว่ายังใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านตั้งไปเลย 5% 900 สน ล้านไม่ใช่เรื่องยาก เรามีเงินออมอยู่ 17 ล้านล้าน และเงินใน reserve ของธนาคารประเทศไทย 9 ล้านล้าน เอามาใช้ครับ เอามาใช้แล้วใช้ให้เป็นครับ

>> สำคัญที่สุดอย่าโกงกินครับ ขอบคุณครับ

>> ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ ดิฉันก็คันปากมากอยากถามต่อ แต่ว่าถามไม่ได้นะเดี๋ยวดิฉันต้องเชิญทั้ง 3 ท่านมาแล้วก็แบบขยี้ก ขยี้ขยี้อีกทีนึง แต่ว่าเดี๋ยว session แรกเราจะหมดแล้ว ไปทางฝั่งภาคประชาชนมีความคิดเห็นอะไรหลังจากที่ฟังมาแล้วคะ

>> ครับ จริงๆ ฟังทั้ง 3 พรรคเนี่ย รู้สึกว่า เอ่อ เห็นในทิศทางของการพัฒนาในฝั่งที่เป็น productivity เอ่อ เห็นเห็นในทิศทางของการพัฒนาในฝั่งที่เป็น Productivity growth มาก แล้วก็มีการแตะเรื่อง inclusive growth ก็คือการกระจายรายได้สักหน่อยนึง แต่สิ่ง ที่ไม่มีคนพูดเลยคือเรื่องของ green growth การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันสำคัญและพันกับเรื่องของ Productivity growth มากๆ เพราะว่ามันเป็นตัวดึงดูด FDI เข้ามาในปัจจุบัน ดังนั้นเนี่ย เอิ่ ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นนโยบายพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันเวลาเราส่งออก เกษตรส่งออก อุตสาหกรรมส่งออก ทรัพยากรของเราส่งออก คุณภาพสุขภาพของคนทุกคนออกไปนะครับ ดังนั้นเนี่ย เรื่องนี้สำคัญกว่าการจะเป็นแค่ไม้ประดับในนโยบายครับ

>> ก็เป็นการแสดงความเห็นนะคะ เพราะว่า เอ่อ เราจะไม่สามารถมีเวลาสำหรับพรรคการเมืองที่ตอบได้ เสียดายมากๆ เลยนะฮะ แต่ว่าอย่างที่บอกเนี่ย เอ่อ มีข้อจำกัดเรื่องเวลา เพราะฉะนั้น ขอเสียงปรบมือให้กับ ยังไม่ให้ฉันจบอีกหรอนี่เ้ามองตาเขียวแล้ว อยากขออนุญาตตอบแทนพรรคการเมืองนิดนึง เพราะเคงไม่อยากจะเถียงกับประชาชนคือ เวลาเราส่งออกโต 10% เนี่ยครับ GDP มัน โกสแค่ 0.4 4 นะครับ มันไม่ได้ส่งออกตัว 10% แล้วมันมันมันจะไม่ตรงไปตรงมาแบบนั้น แค่เนี้ยครับ

>> พี่จบได้ยัง

>> ยังค่ะ คุณกรุณา ยังไม่หมด 3 นาทีคะ ฝั่งนี้ผู้แทนแรงงานค่ะ ต้องแสดงความเห็นค่ะ

>> ขอขอ 1 นาทีได้มั้ยคะ คนมองตาเขียวแล้วค่ะ

>> ค่ะ ก็ เอ่อ อยากจะถามว่าไอ้ GDP เนี่ยมันโต เราบอกว่า GDP โตเท่านั้นเท่านี้ กำลังเห็นด้วยกับท่าน บก. ที่ถามว่าและไอ้ GDP ที่มันโตเนี่ย ไอ้กลุ่มพวกเราเนี่ย มันได้ประโยชน์อะไรจาก GDP บ้างเนาะ GDP เนี่ย โตขึ้นแต่พวก สมมุติว่าไอ้ GDP เนี่ยมันโตขึ้นจากกลุ่มไหน แล้วกลุ่มเกษตรเนี่ย เคยได้ อ่า กลุ่มเกษตรเนี่ย ทำ GDP ได้เท่าไหร่ เพราะว่าเราเป็นแหล่งผลิตอาหารใช่มั้ฮะ แล้ว GDP ตัวเนี้ย มาเสริมศักยภาพอะไรของกลุ่มพวกเราบ้าง ที่เป็นพวกเกษตรและเป็นพวกที่ทำผลิตทั้งหลาย

>> คำถามดีมากเลยค่ะ คำถามดีมากเลย แต่ว่าเอาไว้ตอบอันที่ 2 ได้มั้ย ไม่นิดเดียวนิดเดียว เพราะว่าเรื่องเนี้ย คือตอบแบบภาษาชาวบ้าน พี่นา คือถามว่า GDP มันกินได้มั้ย

>> คือแทนประชาชน แยม แยมจบถามคุณพี่ไว้นะ เดี๋ยวคำถามนี้จะมาในรอบหน้า เพราะรอบหน้ายังเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจอยู่นะคะ ขอเสียงปรบมือให้กับรอบแรกก่อนค่ะ ใน session ที่ 2 นะคะ เรายังอยู่กับเรื่องเศรษฐกิจ คำถามก็คือว่า สมมุติมีเงินแล้วเนี่ย เราจะจัดสรรเงินยังไง ให้ความสำคัญอะไรก่อนอะไรหลัง งบประมาณจะทำยังไงนะ แล้วถ้าไม่พอเนี่ย จะทำยังไง แล้วถ้าไม่พอเนี่ย จะทำยังไง เดี๋ยวเราไปชม VTR กันก่อน เพื่อที่จะดูข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ เชิญค่ะ

>> พรรคการเมืองแข่งกันหาเสียงดุเดือด แต่ทำได้จริงหรือไม่ต้องใช้เงินเท่าไหร่ รวยทุกวันเงินล้าน 9 คนละ 1 ล้านบาท เราจะทำคนละครึ่งพร้อมหวยใบเสร็จ เราจะดึงเม็ดเงินกำลังซื้อไปหาร้านค้ารายย่อย

>> เรื่องการโอบอุ้มคุณแม่ดูแลลูกน้อยปีแรก ได้ 65,000 เด็กมีเงินออม 100,000 เบี้ยคนชราเพิ่มขึ้น 1,000 บาท เบี้ยคนพิการเพิ่มขึ้น 2,000 บาท

>> จะแข่งกันหาเสียงนะครับ หาเสียงกันตามสบายเลย แต่สำคัญก็คืออย่าไปสร้างความเสี่ยงให้เกิดวินัยการคลัง

>> งบประจำเกินงบลงทุน รายได้ที่มีจำกัดและภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายนโยบายดีๆ ไม่เกิดขึ้นจริง งบประมาณมีจำกัด จะจัดลำดับความสำคัญและดำเนินนโยบายอย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด

>> สั้นๆ เลย นโยบายมีจำกัด เราจะจัดสรรงบประมาณยังไง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูกหลานในอนาคต แล้วก็เดี๋ยวเมื่อกี้จดไว้คะ จดไว้นะฮะ เชิญทั้ง 3 ท่านก่อนค่ะ ยกมือ หรือว่าจะหยิบไมค์ก่อนก็ได้ค่ะ เชิญค่ะ คุณพภูมิคะ ค่ะ เอ่อ ตกลงกันได้เลยค่ะ เชิญค่ะ

>> ครับ อ่า ผมชวนมองอย่างนี้ครับ เรื่องของการใช้งบประมาณ ถ้าสมมุติเรามองเรื่องของกรอบงบประมาณ แล้วเราพูดถึงว่าเราจะแบ่งใช้เท่าไหร่ ผมว่ามันเป็นการมองที่ไม่ไปข้างหน้านะฮะ วิธีการมองที่ไปข้างหน้า รัฐบาลจะหารายได้ยังไงให้ได้เกิดเงินในงบประมาณมากยิ่งขึ้นนะครับ พรรคเพื่อไทยเลยมีอีกหนึ่งนโยบายครับ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ ซึ่งทุกท่านน่าจะเห็นแล้ว เรื่องการสร้างเศรษฐีวันละ 9 คน ถามต่อ มันดูเหมือนเป็นการใช้เงินมากกว่าไม่ใช่เหรอ ทำไมมันเป็นการหาเงินนะครับ เพราะเรามองลึกกว่านั้นไงฮะ ในเรื่องของการทำตรงนี้ให้เป็นเรื่องของการหาเงิน การขยายฐานภาษีนะครับ 5 รางวัลจาก 9 รางวัลเป็นเรื่องเก็บเกี่ยวเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายพี่น้องประชาชน ใช้จ่ายมีการ อ่า ได้บินมาแล้วบินนั้น สามารถเอาเป็นลุ้นล้านได้ทุกวันนะครับ วันละ 5 รางวัลนะครับ สร้างแรงจูงใจ ใช้งบประมาณเพียงนิดเดียว สร้างแรงจูงใจให้เกิดการขยายฐานภาษีขึ้นนะครับ จุดประสงค์ของนโยบายนี้มีอยู่ 3 อย่างครับ 1 คือเรื่องของการขยายฐานภาษีนั่นคือตอบโจทย์เรื่องของการใช้รายสร้างรายได้ให้กับประเทศ 2 คือเรื่องของฐานข้อมูล data สำคัญนะครับ เรากำลังจะพูดถึงเราจะไปเรื่อง Digital economy แต่เราขาดขาด data ขาดข้อมูลต่างๆ ไปไม่ถึงครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลการทำธุรกรรม เราจะทราบได้ว่าตลาดไหนมีการค้าขายดีขึ้น ตลาดไหนมีความซบเซา ตลาดไหนมีการของแพงขึ้นต่างๆ เหล่านี้ เอามากำหนดนโยบายภาครัฐ นั่นคือประโยชน์ข้อที่ 2 ประโยชน์ข้อที่ 3 เรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจครับ การใช้แรงจูงใจในการเสี่ยงโชค ลุ้นดวง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยชื่นชอบนั้น สามารถทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น โครงการนี้ตอบ 3 เรื่อง 1 คือเรื่องของการขยายฐานภาษี 2 คือเรื่องของการได้ฐานข้อมูลเรื่องของการทำธุรกรรม 3 คือเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้นำมาสู่รายได้ของประเทศเพิ่มมากขึ้นจากตัวงบประมาณนะฮะ เพราะฉะนั้น ในส่วนของพรรคเพื่อไทย นโยบายต่างๆ ที่เรามอง เราใช้กุศโลบาย ใช้เศรษฐศาสตร์พฤติจุงใจ ใช้เงินนิดเดียวในการที่จะสร้างรายได้และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย สร้างฐานข้อมูลให้กับประเทศนะครับ นอกเหนือจากนั้น เรายังมีการใช้นโยบายที่ลงไปสู่คนที่จำเป็นสำหรับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนไทยไร้จน ในการที่จะเติมรายได้ของเขาให้พ้นจากเส้นความยากจนต่างๆ ก็เป็นการพลังเชิงพุ่งเป้า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็สร้าง อ่า ลดลดภาวะที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ

>> ขอบพระคุณมากค่ะ เรียนเชิญคุณไหมก่อนค่ะ

>> ค่ะ การจัดลำดับสำคัญความสำคัญของนโยบายเนี่ย ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงออกด้วยจำนวนเงินที่เราลงไปนะคะ เพราะว่าหลายๆ เรื่องเนี่ย มันก็อาจจะอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณก็เป็นไปได้ แต่ว่าอย่างนึงที่เราอยากที่จะให้ความสำคัญคือการคือการคือเรื่องของการลงทุน ก็คือหลักการลงทุนในมนุษย์เนี่ย มีความสำคัญมากที่สุด และที่สำคัญเนี่ย เวลาที่เราพูดคำว่างบลงทุน งบลงทุนเนี่ย มันไม่เคยถูกนับรวมเอาการลงทุนในมนุษย์เข้าไปนะคะ การศึกษาสวัสดิการของเด็กอะไรต่างๆ เนี่ย ไม่เคยถูกนับรวมว่า เป็นงบลงทุน เราก็เลยจะเห็นงบประมาณแผ่นดินเนี่ย มีแต่การก่อสร้างอาคาร ตัดถนนนะคะ ทำแหล่งน้ำอะไรพวกนี้ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ ได้เสริมแกร่งให้กับทุนของมนุษย์นะคะ นั้น เราก็เลยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับที่ 1 จะยังจะเห็นได้เรื่องของ เอ่อ นโยบายการศึกษา นะคะ นโยบายของการอัพสกิล รีกิอะไรต่างๆ ที่เราให้ความสำคัญนะคะ เอ่อ ต่อมาก็คือความมั่นคงของประเทศ มันคือความมั่นคงของประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น เงินที่จะต้องใช้สวัสดิการขั้นพื้นฐานที่สุดนะ เราไม่ได้ขออะไรมาก เราขอแค่ขั้นพื้นฐานที่สุดที่จะทำให้คนเนี่ย สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี เราไม่ได้ขอแบบโอ้โห แบบเหมือนเราเป็น เอ่อ รัฐสวัสดิการแบบสวีเดน แต่นี่คือขั้นขั้นพื้นฐานที่สุดที่คนพึงมีที่จะสามารถใช้ชีวิตได้นะคะ อันเนี้เราก็ให้ความสำคัญรองลงมา แล้วก็แน่นอน การลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เราก็ให้ความสำคัญ แต่ในหลายเรื่องเนี่ย เราสามารถใช้เงินอื่นๆ ที่ไม่ใช่ งบประมาณแผ่นดินได้ ยกตัวอย่างเช่น ที่พูดไปแล้วเรื่องของการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งนั่นคือ Green Growth ของดิฉันนะคะ เพราะว่าเราจะเริ่มจากการทำเรื่องของพลังงานสะอาด ตรงนี้เนี่ย เราสามารถที่จะใช้กองทุน Thailand Future Fund นะคะ ในการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์นะคะ เพื่อนำเงินลงไปไปลงทุนในการยกระดับ เอ่อ กฤตให้มันเป็นกฤตแบบสมาร์ทกฤตขึ้นมาได้นะ คะ อันนี้ก็จะมีอีกหลายแหล่งที่สามารถที่จะใช้ได้ที่ไม่ใช่แค่งบประมาณ ดังนั้น การจัดลำดับความสำคัญไม่ได้หมายความว่าเราใส่เงินตรงไหนไปมากกว่ากัน แต่เรื่องของ การที่จะทำอะไรก่อนอะไรหลังมากกว่าค่ะ

>> ขอบพระคุณมากค่ะ คุณใหม่คะ ท่านสุดท้ายค่ะ ดร.อ้อ ดร.กันดีค่ะ

>> ขอบพระคุณค่ะ พี่นาคะ ต้องแก้ข่าวจากเมื่อกี้ VTR ที่ขึ้นมา 2.1 1 ล้านล้านต่อ 4 ปีนะคะ เอ่อ เพราะฉะนั้นเนี่ย เราเล่นท่าเท่าหารยาว 4 ปีนั้นเนี่ย ปีละประมาณ 500,000 เอ่อ 30,000 ล้านโดยประมาณ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณที่อยู่ในนโยบายที่เราส่งไปเนี่ย ไม่ได้โดดไปไหน แต่เอาล่ะ เราลองมาย่อยตรงนี้ดูว่าเราให้ความสำคัญกับอะไร ถ้าเราพูดแล้วเนี่ย วันนี้เนี่ย เรามี เอ่อ fiscal เอ่อ space ที่ใช้ได้อยู่นับจากงบปัจจุบันเนี่ย อยู่ประมาณ 300,000 ล้าน เพราะฉะนั้นเรามีแกปที่เราต้องหาเพิ่ม เพื่อความตั้งใจของเราเนี่ย อยู่ที่ประมาณสัก 200 สนล้านโดยประมาณ ทีนี้แปะตัวเลขนี้ไว้ในใจทุกท่านก่อน ย้อนกลับมาค่ะว่าอะไรสำคัญที่สุดจริงๆ วันนี้เนี่ย พรรคประชาธิปัตย์มองถึงโครงสร้างที่เราควรจะต้องเร่งสร้างสำหรับอนาคต ในขณะเดียวกันเพื่อจะต้องแก้ pain point หรือจุดเจ็บ ของพี่น้องประชาชนในวันนี้ค่ะ และจุดที่เราให้ความสำคัญก็คือ การพัฒนาทุนมนุษย์ การเข้าถึงสิทธิ์ทางด้านสาธารณสุขและสุขภาพดีได้อย่างทั่วถึง และก็เรื่องการศึกษา 3 สิ่งเนี้ย เป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องได้รับ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมท่านจะได้ยินนโยบายว่า เอ่อ คุณเอ่อ ช่วยคุณแม่ดูแลลูกน้อย 65,000 บาทในปีแรก จริงๆ แล้วเนี่ย มันมาจากแนวคิดที่ว่า เมื่อลูกของเราเกิดน้อยลง จากรุ่นของเราเนี่ยน่าจะเกิดประมาณปีละล้าน ตอนนี้เนี่ยปีละประมาณ 400,000 เท่านั้นเอง เรากำลังพูดถึงครึ่งหนึ่งเท่านั้นเอง เมื่อลูกของเราเกิดน้อยลง ลูกของเราต้องมีคุณภาพที่ดีที่สุด และต้นทางของคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดก็คือตั้งแต่ตอนเกิด การที่ได้อยู่กับคุณแม่ การอ้อเป็นคุณแม่เอง อ้อรู้ดีว่าถึงวันนึงเนี่ย อ้อต้องเลือกมาตัดสินใจว่าอ้อควรจะออกจากงาน หรือมาดูแลลูก จำนวนนี้เนี่ย เป็นจำนวนนึงที่เราต้องการเข้าไปให้บอกว่าคุณแม่สามารถดูแลลูกได้ สามารถเป็นต้นทุนชีวิตให้กับลูกได้ทุกคน มันมีอีกก้อนนึงก็คือในเรื่องของการออมให้กับเด็กๆ เอ่อ ตั้งแต่ อายุ 0-1 ปี แต่ห้ามใช้นะคะ เป็นก็เป็น เพราะว่า pain point ว่าต้นทุนชีวิตของพวกเราไม่เท่ากัน แต่อย่างน้อยรัฐกลไกในการออมเพื่อเขาได้อย่างน้อยเนี่ย อายุ 18 ปี แล้วสามารถที่จะมีต้นทุนชีวิตได้ใช้ไปต่อยอดไม่ว่าจะเป็นเรียน เอ่อ หรือหรือทำอื่นๆ ประกอบอาชีพ หรือแม้แต่ในช่วงชราชีวิต

เพราะว่าคุณลูกพี่ที่เอ่อเกษียณแล้วชรา แล้วท่านเหล่านั้นทำงานหนักมาตลอดชีวิต เสียภาษีให้พวกเรา เขาก็ควรจะต้องได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนนะคะ

เพราะฉะนั้นเพื่อตอบไปแล้วว่าอนาคตเป็นอย่างไร และในขณะเดียวกัน ปิดแก Pin point เน้นในเรื่องของการพัฒนาทุนมนุษย์ค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะ ดร. เดี๋ยวนะคะน้องเอม แป๊บหนึ่งนะคะ พี่นาขออนุญาตขึ้นบทสรุปก่อนนะฮ เพราะว่าจะได้ตามง่ายๆ ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 ท่าน ตัวแทนจากพรรคการเมืองทั้ง 3 ท่าน พูดมาเนี่ย สรุปยังไงบ้างนะคะ เราจะได้ถามต่อ

มีมั้ฮะ มีมีตัวสรุปมั้ยคะ เอ่อ พี่นายัง พี่นาสรุปไปก่อนใช่มั้ พี่นาไม่สรุปแล้วกัน เพราะว่าคำถามเยอะมาก เอาเดี๋ยวนะ เดี๋ยวเราต้องไม่ทิ้งภาคประชาชนนะ น้องแยม ฝากคำถามด้วยนะ แต่ว่าเอมเอ พี่ขอนิดนึงให้แยมก่อนได้ป่ะ

>> ยกมือหลายรอบละ

ได้เสมอครับ

>> ไม่เป็นไรไม่เป็นไรค่ะ อ่ะอ่ะเอ็มก่อนก็ได้ป่ะ เดี๋ยวพี่ต่ออ่ะ

>> โอเค เอ่อ คือตามหัวข้อครับ จากลำดับความสำคัญนะครับ ก็แน่นอนทุก คือถ้าเรามีเงินแบบว่าสามารถทำทุกนโยบายได้ทุกคนก็แฮปปี้ที่สุดนะครับ ภาคภาคประชาชนแฮปปี้ เอ่อ ภาคการเมืองแฮปปี้นะครับ ฝั่งทุกคนแฮปปี้หมด แต่ว่าเอ่อสถานการณ์ตัวมันดูเหมือนว่าแทบจะทำทุกอย่างอย่างที่เสนอมาเนี่ย แทบจะไม่ได้นะครับ ก็คืออยากจะถามบังคับรับตอบเพื่อให้เห็นแนวคิดว่าถ้ามันมีเหตุจำเป็นจะต้องจะต้องทำ 1 ใน 3 อย่างนี้จะทำอะไรนะครับ

1 ก็คือว่าขึ้นภาษีนะ สมมุติว่าสมมุติว่าดำเนินนโยบายไปแล้วก็มันไม่สามารถหารายได้มาได้สำเร็จนะครับ 1 ขึ้นภาษี 2 ลดสวัสดิการ 3 กู้เพิ่มนะครับ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ อยากอยากขอว่าบังคับว่าต้องเลือกอย่างนึงแล้วก็เพราะอะไรฮะครับ

>> เอ่อ พี่นาขอแจ้งข่าวนิดนึงฮะ ตอนนี้เราจะมีเวลา 3 นาที เพราะเราต้องพักเคารพธงชาติ แล้วก็เราจะกลับมาหลังจากนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดท่านแรกที่เอ่อขอสิทธิ์ตอบเนี่ย ขอไม่เกิน 3 นาทีนะฮะ แล้วก็เดี๋ยวเราจะกลับมาหลังเคารพธงชาติค่ะ

>> เชิญค่ะ

>> อ่า ผมตอบในเรื่องที่ 1 เรื่องภาษี แต่ผมไม่ตอบเรื่องของการเพิ่มภาษี แต่ผมหารายได้จากภาษีด้วยการขยายฐานภาษีนะครับ ซึ่งนั่นน่าจะตอบโจทย์ของท่านในมิติเดียวกัน นั่นคือการสร้างรายได้จากภาษีนะครับ ภาษีก็คือการสร้างการเพิ่มไม่อัตราก็ก็ตัวฐานภาษี ซึ่งเราเลือกการขยายฐานภาษีนะครับ ซึ่งเมื่อกี้ตอบไปแล้วเรื่องของโครงการของเรา เรื่องของบินลุ้นล้านนะครับ เรื่องของการที่บันล้าน 5 รางวัล นั่นคือการขยายฐานภาษีที่มีความสำคัญมากเลยนะครับ ลองคิดภาพเศรษฐกิจที่เอ่อกระจายตัวอยู่ในในประเทศไทยเนี่ย เป็นเศรษฐกิจนอกระบบสูงนะครับ เศรษฐกิจนอกระบบไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะฮะ แต่เป็นสิ่งที่รัฐไม่สามารถสร้างรายได้จากสิ่งๆนั้นได้นะครับ เพราะฉะนั้นโจทย์สำคัญๆ นั่นคือทำยังไงให้ตรงนั้นเกิดเป็นรายได้ภาษีเรา การเกิดเป็นรายได้ภาษีเราต้องสร้างรายได้ให้กับเขาด้วยนะครับ การที่โครงการเนี้ยใช้ทั้งด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เขามีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย และเขายังเป็นฐานภาษีให้กับประเทศที่ใหญ่ขึ้นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมตอบคำถามท่าน ผมเลือกในมิติของภาษี แต่ไม่เลือกในมิติของอัตราภาษี แต่เลือกในการขยายฐานภาษีครับ

เรามีเวลาอีกประมาณ 2 นาทีครึ่งนะคะเอ่อ ก่อนที่จะเข้าเคารพธงชาติเอ่อคุณไหมหรือว่าดร.อ้อจะจะพูดก่อนดีคะ

>> ค่ะ

>> เรียนเชิญค่ะ

>> จริงๆจาก 66 มา 69 เนี่ยนะคะ เราก็ทำทั้ง 3 อย่างอย่างที่คุณเอ็มพูดเลยนะคะ ทั้งเอ่อลดสวัสดิการไปแล้วนะ ตอนนี้ภาคประชาสังคมก็ค้อนอยู่นะคะ เพราะว่าเบี้ยผู้สูงอายุไม่ได้เหมือนเดิมแล้วนะคะ ขึ้นภาษีเราก็พูดกันตรงไปตรงมาว่าด้วยสถานการณ์การคลังประเทศแบบนี้เนี่ย เราก็อยู่กันแบบเดิมโดยที่ไม่เก็บภาษีอะไรเพิ่มเลยไม่ได้เช่นเดียวกันนะคะ กู้เพิ่มมั้ย กู้เพิ่มค่ะ ทุกปีเนี่ยมันยังคงเป็นการทำงบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่อง ยังไม่มีปลายทางที่สมดุลที่รอเราอยู่เลยนะคะ แต่ว่าด้วยสถานการณ์เนี่ย เราเห็นแล้วว่าเราสามารถที่จะเอ่อผน การคลังเนี่ยมันดีขึ้นได้ตามลำดับนะคะ เพียงแต่ว่าเราต้องผ่านวันนี้ที่มันยากลำบากเหลือเกินที่ GDP โต 1.5% 5% ไปให้ได้แล้วภายใน 4 ปีเนี่ย ทำให้การคลังมันกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิม ดังนั้นเนี่ยก็จริงๆแล้วมันเอ่อก็ทำผสมผสานไปทั้ง 3 เรื่องไปพร้อมๆกันได้ค่ะ โดยที่เอ่อก็ต้องยอมเจ็บทุกคนทุกฝ่ายเช่นเดียวกันค่ะ ไม่มีอะไรที่จะได้มาทั้ง 3 อย่างค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะคุณไหม พี่แนขออนุญาตพักยกนะฮะ เพราะว่าเราเคารพธงชาติก่อนจะได้ให้เอ่อตัวแทนพรรคการเมืองดื่มน้ำดื่มท่าไม่ต้องเกร็งมากค่ะ น้องบุ๊กนะผ่อนคลาย นิดนึงตอนนี้เราเข้าสู่ช่วงเคารพธงชาติ เราคุยกันต่อได้นะ เพียงแต่ว่าไม่ได้ออกอากาศแค่นั้นเองนะ

>> ไม่ต้องยืน

>> ต้องยืนมั้ย

>> กำลังจะรอถามอยู่เหมือนกันครับเนี่ย

>> เตรียมเตรียมคำถามไว้ 100 คำถาม

>> ผมจะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงครับ

>> ประชาธิปัตย์กำหนดเส้นทางของการเมือง

>> ถ้าคลั่งชาติไทยคั่งให้บ้าไปเลย

>> ล้อมรวมประชาชนคนใดให้เป็นหนึ่ง

>> ไเราเจอกันที่สภาผู้แทนราษฎรครับพี่น้อง ครับ

>> เลือกตั้งจุดเปลี่ยนสู่อนาคต สดจากนักข่าวภาคสนามทุกความเคลื่อนไหวเร time นาทีต่อนาที

>> บรรยากาศในช่วงเช้าที่ผ่านมา

>> มีประชาชนจำนวนมากที่ตั้งใจเดินทางมาใช้สิทธิ์ ทำให้จุดนี้บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าค่อนข้างคึกคัก

>> ไทย PBS ผนึกกำลังภาคประชาชนนักข่าว พลเมืองพันธมิตรสื่อและกกต.รายงานคะแนนแรกจากหน่วยเลือกตั้งยำเชื่อถือได้ติดตามรายการพิเศษเลือกตั้ง 69 อาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 7:30 น.ถึงเที่ยงคืนทางไทย PBS ทุกช่องทาง

>> ผมจะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงครับ

>> ประชาธิปัตย์กำหนดเส้นทางของการเมือง

>> ถ้าคลั่งชาติไทยข้างให้บ้าไปเลย

>> ล้อมรวมประชาชนคนใดให้เป็นหนึ่ง

>> เราเจอกันที่สภาผู้แทนราษฎรครับพี่น้อง ครับ

>> เลือกตั้งจุดเปลี่ยนสู่อนาคต สดจากนักข่าวภาคสนามทุกความเคลื่อนไหวเร time นาทีต่อนาที

>> บรรยากาศในช่วงเช้าที่ผ่านมา

>> มีประชาชนจำนวนมากที่ตั้งใจเดินทางมาใช้สิทธิ์

>> ทำให้จุดนี้บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าค่อนข้างคึกคัก

>> ไทย PBS ผนึกกำลังภาคประชาชนนักข่าว พลเมืองพันธมิตรสื่อและกกต.รายงานคะแนนแรกจากหน่วยเลือกตั้งยำเชื่อถือได้ติดตามรายการพิเศษเลือกตั้ง 69 อาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 7:30 น.ถึงเที่ยงคืนทางไทย PBS ทุกช่องทาง

>> ผมจะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงครับ

>> ประชาธิปัตย์กำหนดเส้นทางของการเมือง

>> ถ้าคลั่งชาติไทยคั่งให้บ้าไปเลย

>> ล้อมรวมประชาชนคนใดให้เป็นหนึ่ง

>> เราเจอกันที่สภาผู้แทนราษฎร

>> อยากจะได้ตอบคำถามของคุณเอ็ม

>> อยากจะตอบคำถามคุณเอ็มค่ะ เรื่องของภาษีจะเก็บเพิ่มโดยเพิ่มอัตราภาษีเนี่ย จริงๆแล้วเราอยากเน้นเน้นไปให้เรื่องของการเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก่อน คิดว่าวันนี้เนี่ยมันจะมีอีกหลายอ่าเราสามารถที่จะเก็บให้มันมีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้เพิ่มรายได้ได้ เข้าใจดีค่ะว่าเอ็มให้เลือกเพียงแค่ 1 ใน 3 แต่พี่จะบอกว่ามันมีกระบวนการอย่างได้อีกอย่างเช่นการปิดรูรั่วจากรายจ่ายของรัฐผ่านทางคอร์รัปชัเหล่านี้เนี่ย จริงๆแล้วเราควรจะต้องให้ความสนใจด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมันเป็นเม็ดเงินที่ไม่น้อย ประเด็นที่ 2 ค่ะ การใช้สินทรัพย์ของภาครัฐปัจจุบันนี้ไม่มีประสิทธิภาพภาพเลยค่ะ เน้นสร้างทิ้งร้างไม่ได้ใช้วันนี้อีกเหมือนกันค่ะ ถ้าเรามองงบประมาณในภาพรวมไม่ใช่เพียงแค่ว่าเราจะสร้างรายได้อ่าให้มากขึ้นอย่างเดียว แต่เรากำลังจะหมายถึงว่าการใช้รายจ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก็คือในเรื่องของการใช้สินทรัพย์ที่มีเ่อณวันนี้เนี่ย เราก็เห็นเอ่อสินทรัพย์ของภาครัฐมีมากมายแต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นพี่เคคิดว่ามันควรจะไปทั้ง 2 ทางพร้อมๆกันค่ะ

จริงๆประเด็นเนี้ยเราจะอยู่ใน ession ที่ 3 เรื่องความโปร่งใสทุนเทาอะไรต่างๆนานา นะเดี๋ยวจะให้เวลาขยี้กันนะฮะเอ่อมาที่ คุณตปณีเอิชัยเลยค่ะฝากคำถามภาคประชาชน

>> ดิฉันก็เก็บคำถามมาหลายคำถามเลยนะคะก็เอ่อตั้งแต่เรื่องที่พูดถึงเอ่อคุณพี่ต่อยอดจากภาคประชาชนว่าเอ้ยสุดท้าย GDP มันกินได้และสิ่งสำคัญคือเราพูดถึงเรื่องของเอ่อภาคการเกษตรคือคนไทยอ่ะเราเป็นเมืองเกษตรกรรมใช่มั้ยแล้วก็มันก็มีคำถามมาตลอดเลยเราเอ่อปลูกข้าวแต่คนที่เอ่อชาวนา ยังจน ดิฉันเป็นลูกสวนยางค่ะดิฉันก็เป็นเกษตรกรนะคะแต่ว่าราคายางมันก็ไม่ได้ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้คือเรามองว่ามันก็เป็นส่วนสำคัญรากฐานทางเศรษฐกิจอ่ะของคนน่ะ แล้วมันคนที่จะได้รายได้จากกระเป๋าจากเอ่อการเป็นเกษตรมันก็ไม่ได้เห็นไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย แล้วก็ทุกคนก็พูดแต่เอ่อภาพกว้างอย่างนั้นน่ะ ถ้าเป็นชาวบ้านน่ะเราไม่อยากจะรู้หรอกว่าคุณจะทำ GDB เท่าไหร่แต่เงินในกระเป๋าฉันน่ะที่อาชีพฉันน่ะฉันจะทำตรงเนี้ย คืออันนี้คือสิ่งนึง คือเราก็อยากเห็นอยากฟังพรรคการเมืองว่าคุณให้ความสำคัญกับอาชีพเหล่าเนี้ยที่เป็นรากฐานทางเศรษฐกิจเรายังไง

กับเพิ่มนิดนึงกับของคุณเอมเมื่อกี้เรื่องภาษีคือเตรียมคำถามเรื่องภาษีเหมือนกันคือเราเราจะเก็บขยายฐานภาษีแต่คนจะคิดถึงตลอดเลยว่าเฮ้ยเราจ่ายภาษีอ่ะอย่างคนที่มีรายได้เยอะก็จ่ายเยอะแต่มันก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ก็ไม่ได้จ่ายภาษีเหมือนกันสัดส่วนมันก็จะยังไม่ไม่เป็นธรรมใช่มั้ฮะ แล้วรวมถึงเอ่อคนที่จ่ายมากสวัสดิการที่ได้รับกลับมาซึ่งหลายพรรคอาจจะตอบไปแล้วเมื่อกี้แต่ อยากจะย้ำนิดเดียวว่าทั้งหมดมันคือภาษีกูใช่มั้คะมันทุกวันมันจะมีคำถามนี่คือภาษีกูคุณเป็นรัฐบาลอันนี้เข้าคำถามแล้วนะขออนุญาตนะคะคุณเป็นรัฐบาลเอ่อเข้าไปแน่นอนทุกคนอยากเป็นรัฐบาลเข้าไปใช้งบประมาณการบริหารจัดการงบประมาณมันก็ต่างพรรคต่างที่อยากได้กระทรวงใหญ่ๆเพื่อที่จะแบ่งงบหรือได้งบมาเพื่อจะแบ่งเปอร์เซ็นต์กันสุดท้ายโครงการใหญ่ๆมาเพื่อจะกินเปอร์เซ็นต์แล้วมันก็นำมาซึ่งการทุจริตดิฉันอยากจะถามว่าถ้าคุณเป็นรัฐบาลพรรคของคุณเป็นรัฐบาลคุณจะจัดการกับเรื่องของ่อการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ให้เกิดการแบ่งเค้กอ่ะเข้าไปเพื่อจะไปแบ่งเค้กกันแล้วสุดท้ายคุณก็ทำทุกอย่างมาเพื่อจะกินเปอร์เซ็นต์กันน่ะการบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไรค่ะ

>> เดี๋ยวน้องบุ๊กจากไทยรัฐจะรวบเพื่อที่จะตอบทีเดียวเลยนะคะเอ่อมี 2 คำถามแล้วคือ GDP เกี่ยวกับประชาชนยังไงกับจะสร้างหลักประกันยังไงว่าเงินของเราทุกบาททุกสตางค์จะใช้อย่างคุ้มค่าน้องบุ๊ก

>> เดี๋ยวให้ทุกท่านตอบคำถามพี่แยมก่อนก็ได้ครับเดี๋ผมขอต่อเนื่องเพราะว่าพี่แยมพามาในมิติที่เป็นเรื่องการทุจริตการคอร์รัปชั่นมิติทางการเมืองการแบ่งเค้กนะ ครับเดี๋ยวเชิญทุกท่านตอบคำถามที่แยมได้

>> ใช่อันนั้นมันจะอยู่อันที่ 3 น้องอ่ะเชิญเลยค่ะ

>> คุณไหมเชิญค่ะ

>> ค่ะโหคำถามคำถามมันยาวเนาะแต่ว่าเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องว่าจะป้องกันไม่ให้เค้าเข้าไปแบ่งเค้กกันยังไงนะคะเรื่องแรกก็คือดิฉันเชื่อว่าถ้าหัวไม่ส่ายห่างไม่กระดิกถ้าเราไปเป็นรัฐมนตรีแล้วในคณะรัฐมนตรีเราเนี่ยไม่มีใครรับไม่มีใครเรียกรับหัวคิวเหล่านั้นนะคะรับรองว่าพอ มันไม่มีผู้สุ่มรู้เริ่มคิดข้าราชการเอ่อต่อๆไปเนี่ยก็จะกินกันลำบากมากขึ้นนะคะ แต่นั่นก็ยังไม่พอเราต้องสร้างระบบที่ดีด้วยนะคะ ระบบที่ดีคืออะไรนะคะ การเอ่อแบ่งเค้กกันเนี่ยเขาก็จะทำกันได้ 1 ผ่านฮั้วประมูล 2 ล็อกคมงผู้รับเหมาใช่มั้คะเอ่อแบบเนี้ยก็คือถ้าหัวประมูลเนี่ยเราก็ต้องมีกลไกที่จะเพิ่มการแข่งขันนะ เรื่องของผู้รับมาชั้นพิเศษที่อยู่กันแค่หยิบมือเดียวแล้วแบ่งกันกินได้อย่างอุดมสมบูรณ์เนี่ยนะคะ อันเนี้ต้องเพิ่มการแข่งขัน เพิ่มตัวละครเพิ่มตัวแข่งขันเข้าไปนะคะ เอ่อในส่วนของเอ่อเรื่องของการล็อคมงผู้รับเหมาเนี่ยคะมันจะผ่านการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงอันนี้เราก็จะไปแก้แล้วก็ไม่ให้มีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงมากมายแบบทุกวันนี้ที่มีเป็นแบบหลายล้านโครงการเนาะโดยที่สามารถที่จะล็อกคได้เลยว่าจะยกโครงการนี้ให้กับใครนะคะ สุดท้ายก็คือเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใสแล้วก็นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจจับพิรุธว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะคะ 3 ทำแบบเนี้ย 3 เรื่องนะคะ น่าจะทำให้เอ่อเกิดระบบที่มันเปิดเผยโปร่งใสกินกันยากขึ้นนะคะ แล้วก็เหลือเงินมาโดยที่เราอาจจะไม่ต้องเก็บภาษีอะไรเพิ่มก็ได้ค่ะ

ค่ะถ้างั้นถามคำถามเรื่อง GDP เกี่ยวกับปากท้องประชาชนยังไงกับดร.อ้อหรือไม่ก็เอ่อทางคุณเผ่าภูมิก็ได้ค่ะจะได้กระจายกันตอบค่ะเชิญค่ะ

>> ครับก็ตอบคำถามของพี่แอมนะครับเรื่องของมันลงไปที่ภาคการเกษตรยังไง่อคนที่มีรายได้น้อยยังไงนะครับก่อนอื่นต้องบอกว่าพรรคเพื่อไทยเราเกิดมาจากพรรคที่สำหรับคนที่มีรายได้น้อยรากฐานของเราโตจากตรงนั้นนะครับเพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่าตัวนโยบายของพรรคเพื่อไทยถ้าจะบอกว่ามุ่งเน้นไปที่คนที่มีรายได้น้อยเพื่อทำให้เขา มีรายได้ทางสังคมมีความเป็นอยู่ทางสังคมที่ดีขึ้นผมก็ว่ามันข้อสรุปที่ไม่ผิดอะไรนะครับ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องทำให้ธุรกิจขนาดกลางธุรกิจขนาดใหญ่โตเพื่อที่จะทำให้ GDP โตเพื่อเอามากระจายให้เหมาะสมและลดความเหลื่อมล้ำให้ได้นะครับ เพราะฉะนั้นตอบคำถามเราดูทุกภาคส่วนอย่างที่ผมตอบคำถามไปแล้วว่า GDP เวลามองต้องมองทั้งแนวตั้งและแนวนอนกระจายในทุกภาคส่วน

ในส่วนของภาคการเกษตรครับในของพรรคเพื่อไทยเรามีโครงการเข้าไปเพื่อรับประกันเรื่องของกำไรของพี่น้องเกษตรกรโดยตรงเลยนะครับ นั่นหมายถึงว่าเราดูที่ต้นทุนจากการผลิตพืชนั้นๆดูเทียบกับราคาขาย ถ้าส่วนต่างตรงนั้นไม่ถึง 30% เราเติมให้ให้ได้ 30% เพราะฉะนั้นนี่คือการยืนยันว่าอ่าพี่น้องเกษตรกรของเรามีรายได้ที่มั่นคงและมีกำไรในการที่จะปลูกพืชของการเกษตรนั้นๆนะครับ นั่นคือการการันตีเรื่องของรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรและเรายังมีโครงการเรื่องของคนไทยไร้จนนะครับ นั่นหมายถึงว่าคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนที่ 3,000 บาทต่อเดือนขาดเท่าไหร่รัฐบาลเติมให้เท่านั้นเพื่อที่ให้เขา สามารถมีข้าวในมื้อต่อไปทานมีชีวิตในวันต่อไปได้นะครับ อันนี้คือเจตจำนงที่ทางพรรคเพื่อไทยเรามองไว้กันที่เข้าไปช่วยคน ที่อยู่เดือดร้อนที่สุดของสังคมนะครับก็เป็นการคลังเชิงมุ่งเป้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือนะครับ เรายังมีโครงการเรื่องของพรรคหนี้เกษตรกร 3 ปีทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเพื่อที่จะลดภาระของเขาในขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรยังไม่ดีนะครับต่างๆเหล่านี้ก็จะเป็นการตอบเรื่อง 7 จำนงว่าเราเห็น GDP โตสำคัญแต่ GDP ต้องกระจายตัวและลงไปสู่ทุกภาคส่วนของสังคมให้ได้

ค่ะเราเหลือเวลาอีกประมาณ 4 นาทีสำหรับ ession นี้ นะคะเรียนเชิญดร.อ้อค่ะแล้วก็เดี๋ยวจะมาทางพรรคธุรกิจแล้วก็พรรคประชาขนส่วนที่เหลือนะฮะเก็บไว้อันสุดท้ายรับรองนะเป็นเรื่องคุณนาฏยาคือมันเป็นคำถามที่ต้องคาเอาไว้กับข้อนี้ล่ะค่ะไปข้อสัถัดไปไม่ได้เลยค่ะพี่นาเอางั้นดร.อ้อจะจะฟังคำถามพี่แววหรือว่าจะตอบคำถามนี้ดิฮะ

>> เมื่อกี้ฟังพี่พี่แยมมีเหมือนมี 3 คำถามในที่เดียวกัน 1 GDP แล้วก็ยกตัวอย่างของเกษตรกรเอาอันนี้ก่อนนะคะเพราะว่าอีกอันนึงเนี่ยพี่ไหมได้จัดไปแล้วทิศทางใกล้เคียงกันมาอย่างงี้ค่ะเอ่อพี่แอมขาถ้าเราพูดถึงกเอ่อถ้าเราจะต้องให้ประเทศไทยมีรายได้มากขึ้นแล้วเราลองส่องเลนส์ลงไปในทางด้านการเกษตรวันเนี้ยปลูกแทปไตลเราก็จนต่อให้มันมีการสร้างมูลค่าเพิ่มและถ้าเกิดเราไม่ทำกลไกให้ถูกต้องไอ้มูลค่าที่เพิ่ม GDP ที่โตเงินที่ได้ก็อยู่ในกลุ่มคนนิดเดียวเท่านั้นที่เขามีศักยภาพในการส่งออกที่เขามีศักยภาพในการทำนวัตกรรมและวิจัยวันนี้ล่ะค่ะคือโจทย์ใหญ่ว่าเราจะมี การปฏิรูปในเรื่องของซัพพลายเชนการเกษตรนั้นได้อย่างไรอันที่ 1 ด้วยค่ะวันนี้เราอยู่ในเพในเรื่องของราคาของสินค้าการเกษตรเอ่อประชาธิปัตย์ก็มีประกันรายได้การเกษตรอันนี้เราก็ยังคงทำอยู่เพื่อที่จะอย่างน้อยเพื่อที่จะสามารถที่จะดำเนินไปได้เกษตรกรนั้นเนี่ยเอ่อสามารถอยู่ได้ไม่เดือดร้อนมากนักแต่พี่ยำต้องอย่าลืมว่าต้นทุนขนาดใหญ่ของความไม่แน่นอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตลาดโลกสภาวะภูมิอากาศทำทีท่วมทีท่วมทีเยียวยาทีเริ่มใหม่ทั้งหมดเหล่านั้นค่ะสุดท้ายมันเป็นต้นทุนแฝงของทั้งประเทศต้นทุนแฝงของพี่น้องเกษตรกรทั้งสิ้นก็คิดว่าเราควรจะตังมีการวางเป็นระบบแล้วเรื่องนี้เลยเรื่องของการจัดการภัยพิบัติหรือ green growth อย่างที่อาจารย์ว่ามันจะเป็นเรื่องอันอ่ามันจะมีเรื่องใกล้เคียงกันในเชิงของโครงสร้างพื้นฐานว่าจะทำยังไงให้พี่น้องเกษตรกรมีต้นทุนการทำงานที่ต่ำและต่อสู้ได้ในขณะเดียวกันมีวิจัยและพัฒนาคราวนี้อ้อมาถามต่อว่าถ้าวันนี้เนี่ยเราอยู่ใน Lab Intensive เหมือนเดิมเราก็จะเหนื่อยแบบนี้เงินน้อยเหลือเกินจะทำอย่างไรให้ชาวเกษตรกรนั้นเนี่ยสามารถเป็นเจ้าของร่วมของเทคโนโลยีได้ออเข้าใจดีค่ะว่าถ้าเป็นเจ้าของเองของเทคโนโลยีเนี่ยมันช่างจะไกลเกินฝันเหลือเกินเรามีกลไกเอ่อสหกรณ์เรามีกลไกวิสาหกิจชุมชนเหล่านี้เราสามารถใช้กลไกเหล่านี้เนี่ยมาช่วยในแง่ของเทคโนโลยีการเกษตรได้เพราะฉะนองเป็นองค์รวมค่ะว่ามันไม่ได้มีแบบยิงนัดเดียวแล้วแล้วรวยแต่ว่ามันมีกระบวนการที่ควรจะต้องไปด้วยกันแล้วเราจะต้องเอ่อเน้นในเรื่องของ GDP ที่โตขึ้นและในขณะเดียวกันการกระจายรายได้ไปสู่พี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริงก็ขอขอบพระคุณสำหรับคำถามนะคะค่ะแววแล้วก็เดี๋ยวเอ่อพี่นาขอคำตอบจาก 1 ท่านก่อนเนาะเดี๋ยวติดไว้

>> ได้เลยค่ะตอบท่านเดียวก็ได้ค่ะคำถามนี้นะคะพอพูดถึงเรื่องมาตรการภาษีนะค่ะมันเป็นเครื่องมือของการลดความเหลื่อมล้ำถ้าหากว่าขึ้นภาษีกับคนที่อยู่บนชนชั้นที่รวยเยอะแต่จ่ายภาษีน้อยไม่รู้ว่าพรรคการเมืองตอนเนี้ยค่ะจะมีความกล้าหาญที่จะออกมาตรการภาษีที่ไปจัดการกับคนชั้นบนๆเพื่อที่จะเอารายได้จากตรงนั้นเนี่ยค่ะมาดำเนินนโยบายเรื่องรัฐสวัสดิการโดยที่ไม่ต้องไปลดอะไรแบบที่คุณไหมอาจจะต้องแบบลำบากใจว่าจะต้องไปลดเอ่อรัสวัสดิการอะไรบางอย่างหรือเปล่า

>> อันนี้ถามดีคำถามดีใช่ตอบ 3 ท่านเลยคนละครึ่งนาทีค่ะ

>> ค่ะก็พรรคประชาชนนะคะเขียนลงไปบนเว็บไซต์นโยบายนะคะดิฉันก็คิดว่าอาจจะเสียแต้มบ้างแต่เราก็ต้องทำนะคะก็คือเป็นภาษีที่ดินแบบรวมแปลงนะคะก็คือไม่ได้แบ่งเป็นลายแปลงเหมือนปกติที่เราเก็บกันนะคะแต่ว่ารวมเป็น 1 นะคะรวมทุกแปลงเป็น 1 แล้วเก็บแบบอัตราก้าวหน้านะคะเป็นภาษีที่ดินแบบรวมแปลงซึ่งเอ่อที่ประเทศเกาหลีก็ใช้แบบนี้เหมือนกันนะคะเพื่อที่จะเป็นลดการกระจุกตัวทราบมั้คะว่าตอนนี้เนี่ยคน 1% นะคะเอ่อที่ถือโฉนดเนี่ย 1% ถือครองที่ดินเนี่ย 99% ก็คือกระจุกตัวหนักมากนะคะเราก็คิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีการเก็บตรงนี้แต่ว่าเก็บตั้งแต่เอ่อ 300 ไร่เป็นต้นไปไม่ได้เก็บตั้งแต่คนทั่วๆไปค่ะแต่ว่าคนรวยจะเสียภาษีเยอะขึ้น ชอบมั้ยคะชอบปรบมือเลยค่ะ

>> พรรคเพื่อไทยเอาเหมือนกันมั้คะ

>> ผมไม่อยากพูดถึงอัตราภาษีแล้วก็ไม่อยากพูดถึงอัภาษีชนิดใหม่ที่จะมาเกิดขึ้นนะ ครับแต่ผมอยากให้มองว่าสมมุติเราเก็บภาษีได้ก้อนนึงวิธีการทำให้สังคมลดความเหลื่อมล้ำลงคืออะไรครับการใช้จ่ายการเราเก็บภาษีมาเป็นงบประมาณรัฐใช่มั้ฮะเราต้องมาดูเรื่องของการใช้จ่ายว่าเราใช้ไปตรงไหนนะครับในส่วนของแบerร์ไทยท่านจะเห็นว่าตัวงบประมาณอะไรต่างๆลงไปกับผู้ที่มีรายได้น้อยลงไปกับเกษตรกรลงเอ่อคนที่มีความยากจนต่างๆเหล่านี้เป็นการลดความเหลื่อมล้ำโดยที่อาจจะไม่ต้องมีภาษีชนิดใหม่และไม่ต้องขึ้นอัตวาภาษีซะด้วยซ้ำนะครับเราดูเรื่องการใช้จ่ายให้ลงไปในจุดที่ลดความเหลื่อมล้ำได้ค่ะ

เชิญค่ะดร.อ ครึ่งนาทีค่ะ You can make it

>> เราเน้นในเรื่องของประสิทธิภาพการจัดจะจัดเก็บภาษีนิติบุคคลค่ะวันนี้เนี่ยถ้าโดยสัดส่วนเนี่ยเรายังเก็บได้น้อยอยู่ศักยภาพมากนั่นคือtarเ็ตอันที่ 1 แต่คำตอบที่ออ กำลังจะพูดไปอาจจะย้อนแย้งกับคำถามพี่แวว นะคะว่านโยบายประชาธิปัตย์เราต้องการที่จะอ่าสำหรับคนที่เป็นเริ่มทำงานใหม่ First Jobberอต่างๆเราเคยมีฐานภาษีอยู่ที่ประมาณสักเดือนละ 26,000 บาทที่ต่อเดือนที่ไม่เสียภาษีวันนี้เนี่ยประชาธิปัตย์ต้องการเพิ่มขึ้นไปเป็น 40,000 บาทเพราะฉะนั้นสิ่งตรงเนี้ยเราพยายามจะตอบว่าในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้และอัตราตรงนี้เนี่ยไม่ได้เปลี่ยนมานานแล้วเราอยากให้คนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่เพิ่งเริ่มจะเริ่มเก็บออมเนี่ยได้มีโอกาสที่เก็บออมเอาไว้หรือว่าใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจซึ่งก็ไปเ่อต่อยอดใน VAT ต่อไปค่ะ

ค่ะขอบพระคุณมากค่ะขอเสียงปรบมือหน่อยค่ะ นี่คือ ession ที่ 2 นะฮะแต่ว่าก่อนที่จะไป ession ที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของเรา เรามาที่ภาคธุรกิจก่อนฟังแล้วมีความเห็นยังไงบ้างคะคราวนี้ใครพูดเชิญค่ะโอรู้สึกว่าท่านข้างหลังจะแย่งไมค์ไปแล้วค่ะ

>> ครับ

>> เชิญค่ะ

>> สมาพันธไทยขออนุญาตแชร์ข้อมูลนะครับผู้ประกอบการทั้งประเทศเนี่ยเรามีอยู่ประมาณ 3.25 ล้านราย เป็น MSE อยู่ที่ 99.5% ฟังตัวเลขไม่ผิดไม่เพี้ยนนะครับ 99.5% 5% ผมไล่ตามไซส์มานิดเดียวจะใช้เวลาประมาณ 1 นาทีลงมาเป็นmediมเนี่ยmediมมีอยู่ประมาณ สัก 60,000 รายเศษๆ 65,000 รายเล็กลงมาอีกเนี่ยเป็น small สม small มีอยู่ประมาณ 440,000 รายแล้วเล็กที่สุดเนี่ยที่รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านต่อปีก็คือ ไครise นะครับมีอยู่ 2.75 75 ล้านรายไอ้ไอันนี้ คือโครงสร้างเนาะเพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาพันธ์ SM ไทยอยากเห็นก็คือมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเนี่ยหรือเราเรียกว่า domestic economy เนี่ยพรรคไหนมีพรรคนั้นได้ใจเราไม่ได้บอกว่าไม่มีนะ ครับทุกพรรคก็ได้ยินอยู่ อยากให้เกิดการกระตุ้น GDP วางไว้ก่อนก็ได้หลายๆท่านก็พูดว่ามันไม่เกี่ยวกับประชาชนมากน้อยต่างกันเนาะก็อยากจะให้บอกว่าปากท้องเป็นเรื่องสำคัญแล้วโจทย์ของมันก็คือ 1 ยอดขายเนี่ยคือสิ่งที่ผู้ประกอบการอยากได้ 2 การเข้าถึงแหล่งทุน 3 เอาหนี้ออกจากเขาหน่อยให้เขาได้หายใจทีนี้คำถามของสมาพันธ์คือข้อ 2 ฮะการเข้าถึงแหล่งทุนของคนตัวเล็กที่เรียกว่า Micro Enterprise เนี่ยเา้าไม่มีงบการเงินเขาผ่านระบบBงkingปกติไม่ได้คำถามของผมไปทางพรรคการเมืองที่นั่งอยู่ก็คือจะช่วยเขาให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเติมทุนเติมศักยภาพหรือถ้าเขาได้ต้นทุนการเงินที่ถูกเนี่ย 3% เปอร์ 5% เนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเขาสามารถแข่งขันกับสินค้าที่มาจากต่างประเทศได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องแก้ PP point ที่ 2 3 4 เลยเพียงแต่เติมศักยภาพเข้าไปที่ฐานราก 2.75 75 ล้านราย หรือ small เข้าไปอีกก็ประมาณ 3 ล้าน 3 ล้านรายเศษๆเนี่ยยังไงได้บ้างครับอยากจะถามทั้ง 3

>> คือแล้วตรงเนี้ยเราจะให้แสดงความเห็นแต่เมื่อเป็นคำถามฉันขอแหกกดนิดนึงขอตอบแบบสั้นๆเลยนะคะเพราะว่าเราคุณไมเข้าใจเนาะเชิญเลยค่ะจริงๆแล้วเป็นคำถามที่ดีมากนะก็เลยอยากจะโยนกลับไปให้ตัวแทนพรรคการเมืองได้ได้มีโอกาสตอบกันนะฮเชิญค่ะคุณใหม่คะ

>> ค่ะจริงๆแล้วจะเป็นเอ่อเป็นนโยบายสินเชื่อการเข้าถึงสินเชื่อแต่เป็นสินเชื่อแบบใหม่ที่ไม่ได้ใช้เอ่อบัญชีตามปกติแต่ว่าอาจจะใช้ข้อมูลอื่นๆมาร่วมด้วยอย่างเช่นการเดินบัญชีของbุ๊แบงค์นะคะหรือว่าเป็นการจ่ายค่าน้ำค่าไฟถูกต้องตรงมยอะไรอย่างเงี้เป็นต้นนะคะอันนี้เนี่ยเราก็มีซึ่งถูกผนวกไว้ในเอ่อโครงการหวยใบเสร็จไปเรียบร้อยแล้วนะคะเพราะว่าพอ SE เข้าร่วมโครงการก็จะมีการเดินบัญชีอยู่ตลอดเวลานะคะมีระบบเอ่อ POS หลังบ้านที่สามารถที่จะเข้าไปดูได้ว่าเดือดวันๆนึงขายดีมั้ยนะคะเดือนนึงยอดขายเป็นยังไงบ้างแล้วก็ตรงนั้นนี่แหละมาเป็นการปล่อยกู้แล้วก็จะปล่อยกู้ได้ตามความเสี่ยงที่มันเกิดขึ้นจริงด้วยนะคะซึ่งอันเนี้ยจริงๆก็คิดว่าทุกๆพรรคก็มีนโยบายคล้ายๆกันแบบนี้แต่ว่าของเราเนี่ยเห็นว่าที่ผ่านมาเนี่ยเป๋าตังค์เนี่ยมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แต่ยังไม่เคยถูกเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์เลยในการที่จะให้เข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้นเราก็คิดว่าถ้าเป็นโครงการหวยใบเสร็จจะเอามาใช้อย่างแน่นอนเพื่อให้ s สามารถเข้าถึงทุนค่ะ

>> ค่ะ คุณเผ่าภูมิ มี

>> ครับผมเข้าใจว่าน่าจะมี 2 คำถามที่เกี่ยว ข้องกับสินเชื่อนั่นคือเรื่องของใช้การใช้ alternative data หรือข้อมูลทางเลือกแล้วก็เรื่องของการเข้าถึงสินเชื่อจริงๆของมันนะครับอ่าผมตอบใน 2 ประเด็นเรื่องของการใช้ alternative data ทำในยุคเราเลยนะครับตอนเราเป็นรัฐบาลเราทำเรื่องของ virtuual bank virtual bank คือการใช้อ่าbงค์ที่เป็น digital ด้วยและใช้ alternative data การใช้ค่าน้ำค่าไฟ การใช้ความสามารถในการในecอมmerceอะไรต่างๆมาคำนวณเป็นเครดิต score เพื่อที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นที่ไม่มีมาตรฐานทางบัญชีสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้นะครับอันนั้นคือตอบคำถามในประเด็นที่ 1 ประเด็นที่ 2 ครับในพรรคเพื่อไทยครั้งนี้เราเสนอโครงการใหม่นะครับเป็นโครงการที่เราทำมาต่อเนื่องนะฮะกฎหมายตอนนี้อยู่ในครม. กำลังจะส่งไปสภาละเนื่องคือสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาตินะครับเรื่องของนักกล้าอันนี้คือโครงการใหม่เลยเพื่อที่จะยก ระดับการค้ำประกันสินเชื่อต่อจากบสย.เป็นโครงการใหม่ที่อ่าจะยกระดับการค้ำประกันสินเชื่อเป็นบริษัทประกันทางด้านเครดิตให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ SE เลยนะครับซึ่งนั่นจะตอบโจทย์ทำให้ราคาของสินเชื่ออันนั้นถูกลงและรวมถึงการเข้าถึงสินเชื่อนั้นง่ายขึ้น

>> และรวมถึง alternative data นั้นเขียนไว้ในกฎหมายของ้าเลยครับให้ทุกกรมกรมสรรพากรกรมศุลกากรอะไรต่างๆรวมทั้งภาคเอกชนส่งข้อมูลเพื่อการคำนวณเครดิตสกore การคำนวณเป็น alternative data ในการตอบโจทย์เรื่องสินเชื่อครับ

>> ค่ะดร.อมั้ยคะค่ะก่อนที่จะมาถึงสินเชื่อค่ะคิดว่าเพลมหายใจสำคัญของ SME ก็คือเครดิต term ที่มาส่งผลต่อแชที่เกิดขึ้น เพราะว่าวันนี้เป็นสิ่งแรกที่กฎหมายมีแล้วเราต้องปรับใช้ให้ดีขึ้นให้ credit นั้นเ่อ 45 วันหรือสั้นลงทำให้ SME เนี่ยสามารถต่อยอดลมหายใจได้ 2 สิ่งที่รัฐอันนี้ได้คำแนะนำจากทั้งสภาหและสภาอุดว่าเราควรจะเน้นใช้เ่อแนวคิดของเอ่อ Made in Thailand first เอ่อเน้นในเรื่องของ SE ว่าเราจะใช้ content ตรงนี้ได้อย่างเ่อจะมาเป็นคู่ค้ากับรัฐได้อย่างไรอันนี้ออาจจะบวกรวมถึงStartอด้วยที่เราเคยคุยมาแล้วว่านอกเหนือจากเอ่อ Grand ที่เราอยากได้ เราต้องการให้มีลูกค้าอย่างเป็นประจำเพื่อที่จะมีcashช flow ดูได้อย่างต่อเนื่องและประเด็นที่ 3 ค่ะคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือว่าการที่จะมองในเรื่องของ alternative credit scoring ไม่ว่าจะ เป็น IP หรือเนี่ยจะเข้ามาใช้ได้เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเรา 3 ตอบตอบโจทย์ 3 อย่างนี้และอีกอันที่ 4 คือว่าการปรับโครงสร้างหรือว่า classification ของ SME ใหม่เพราะว่าวันนี้เนี่ยเรายังใช้รูปแบบเก่าโดยจำนวนคนจำนวนการจ้างงานแล้วทำให้การเข้าถึงเงินทุนของsอบางคนถูกจำกัดด้วยความหมายของเขว่า SME ที่ถูกจัดตั้งมาเป็นเวลาหลาย 10 ปีแล้วเอาว่าวันนี้ต่างหากที่เราควรจะมาแก้ทั้งระบบเพื่อที่จะช่วยต่อยอดลมหายใจให้กับพี่น้อง SE นะคะ มีแบบ

>> คือพูดพูดจนเริ่มเกลียดตัวเองแล้วสั้นๆนะ คะค่ะ

>> ขออนุญาตนะครับผมจากสภาจากสภาSMอนะครับผมเห็นด้วยกับการจัด classification ของกลุ่มผู้การ SME ซะใหม่นะครับเนื่องจากว่าเราจะได้เข้ารูปเข้ารอยซะทีครับผมเห็นการช่วยเหลือ SE ตลอดเวลานะครับแต่คำถามที่ควรจะสนใจมากกว่านั้นคือแล้วใครคือ SME ที่พวกเราจะช่วยนะครับเรากำหนดนิยามSMอแค่เป็นเเป็นขนาดจิ๋วขนาดเล็กขนาดกลางเอาเรื่องจำนวนคนเอาเรื่องทุนมาเกี่ยวข้องซึ่งมันกว้างมากงั้นทำให้การส่งความช่วยเหลือจากภาครัฐเนี่ยทำได้เพียงเรื่องเดียวครับคือให้แหล่งเงินทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเพราะมันกว้างไปหมดถ้าเรายังไม่รู้ว่าใครคือ SME ผมไม่แน่ใจว่ารัฐจะช่วยใครแล้วเมื่อกี้ทุกท่านพูดถึง Data Economy ซึ่งจุดนี้สำคัญครับเรามีผู้ประกอบการsอ 3 ล้านกว่ารายเรามีผู้การ SME อยู่ในระบบเพียง 1 ล้านรายครับ 1 ใน 3 สามารถเป็นตัวแทนของทั้งหมดได้ผมไม่แน่ใจว่า Data Economy นี้เนี่ยจะขับเคลื่อนได้ยังไงผมอยากเห็นนโยบายที่จะนำผู้การ SE 2 ล้านรายนอกระบบกลับเข้ามาสู่ระบบเพื่อให้เราเกิด formal economy และมีข้อมูลที่ครบจริงๆซะทีขอบคุณครับ

ขอบพระคุณมากค่ะสงสัยต้องจัดอีกวงนึงเรื่องนี้ต่างหากเลยเรื่อง SE นะฮะไว้โอกาสหน้าไปที่ตัวแทนภาคประชาชนค่ะเชิญค่ะยกมือเยอะเลยวันนี้แบบรู้สึกว่าพอจบเวทีนี้ดิฉันต้องถูกคนเกลียดแน่ๆเลยคือไม่

>> ไม่ทำให้

>> บอกทุกคนว่าสั้นๆนะคะเชิญค่ะ

>> ไม่ทำให้ถูกเกลียดครับคือผมอยากชวนคิดว่าเรายังเชื่อทฤษฎีแบบทริกleดาวอยู่เสมออย่างนั้นเชียวหรือเรากำลังทำให้คนที่อยู่บนเรือชั้นบนสุดรวยแล้วเงินมันจะกระจายลงมาข้างล่างเพียงเท่านั้นหรือนะผมคิดว่านี่คือโจทย์ใหญ่มากกว่ารายละเอียดเชิงเทคนิคนะครับก็คือเรามีพี่น้องประชาชนที่อยู่เป็น sectตอร์เรียกว่าภาคเศรษฐกิจนอกระบบถือเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดใช่มั้ครับไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบในภาคเมืองไม่ว่าจะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ไม่ว่าเป็นไรเดอร์หรือไม่ว่าเป็นเกษตรกรนะครับแต่คำถามคือคนเหล่านี้เค้าสูญเสียทั้งทรัพยากรเข้าไม่ถึงทรัพยากรไม่ใช่ให้แค่อยู่ประทานชีพนะครับหรือไม่ใช่แค่ชั่วคราวหรือแค่มีเม็ดเงินเจะมีที่ดินได้ไงช้าวหน้า 400,000 กว่าครัวเรือนไม่มีที่ดินทำกินนี่คือข้อมูลเก่านะครับชาวประมงแทบไม่มีทะเลให้จับปลาแล้วจะสร้างรายได้ได้ยังไงนะครับเกษตรกรไม่มีเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านอยู่กับมือจะสร้างเศรษฐกิจขึ้นมาได้อย่างไรผมคิดว่าเราปรามาสเศรษฐกิจนอกระบบจากคนจนมากเกินไปผมอยากให้เห็นเศรษฐกิจตรงนี้คือฐานสำคัญที่เราควรจะไปเอาโจทย์ก็คือเม็ดเงินของเราจะไปทำให้เขามีความเข้มแข็งพึ่งตนเองมีภูมิคุ้มกันแล้วฐานตรงนี้ไม่ใช่เหรอที่ยังเป็นฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่ของประเทศนะครับเพื่อที่จะทำให้คนข้างล่างเนี่ยเขาพึ่งตัวเองได้ยามเมื่อเรือจมเขายังมีเหลือที่จะพายนะไม่งั้นผมคิดว่าเราก็ยังอยู่ถกเถียงกันอยู่ตากแบบเดิมผมอยากให้เราไปไกลกว่านั้นด้วยคือทำให้านข้างล่าเข้มแข็งเปลี่ยนผ่านพื้นตนเองได้นะครับขอบคุณครับ

งั้นยกยอดอันนี้ไปไป ession ที่ 3 ได้นะ เพราะว่าเป็นประเด็นที่ดีมากแล้วก็เอ่อเนื่องจากเวลาของเราเนี่ย นับถอยหลังแล้วนะฮะนับถอยหลังแล้ว

>> เข้าสู่ช่วงที่ 3 แล้วเป็นช่วงสุดท้าย

>> นิดนึงได้มั้ครับ

>> นิดเดี๋ยวครับ

>> คุณไผ่

>> ออใช่เดี๋ยวเดี๋ยวเนี้ย 3 ค่ะ 3 วันไม่โกรธพี่นายใช่มั้

>> เดี๋ยวไป ession ต่อไปเลยหรือยังไงหรือว่า จะอันนี้

>> คือเค้าบอกว่าเค้าบอกเวลาหมดแล้ว

>> โอเคอ่ะเดี๋ยว

>> อ่ะได้ๆได้มได้เนาะเอาสั้นๆนะคะอาบุ๊กก่อนแล้วก็เดี๋ยวมีไผ่อีกใช่มั้ย

>> ใช่ครับ

>> งั้นเดี๋ยวเดี๋ยวผมยกย่อไปเดี๋ยวผมขอถามยกย่อไปสั้น 3 เลย

>> 3 นะบุ๊กจะเอา 3 มั้หรือว่าตอนนี้เลย

>> เดี๋ยวผมขอตอนนี้ 1 คำถามก่อนแล้วกันคิดว่าเป็นคำถามที่จะปิดอ่าอ่าการสนทนาของที่เราคุยกันมา 2 เบรกได้ได้ดีนะครับคือต้องยอมรับครับคือตอนนี้ทั้ง 3 พรรคที่อยู่บนเวทีเนี่ยนะครับทั้งอ่าภาคประชาชนส่วนหนึ่งแล้วก็อย่าง TDI นะครับที่อ่ามีการศึกษานโยบายของทั้ง 3 พรรคล่าสุดเนี่ยเขาก็บอกว่าพวกเราเนี่ยใช้นโยบายที่เป็นลักษณะของการแจกเงินเยอะมากนะครับซึ่งการแจกเงินเนี่ยมันก็มีความจำเป็นในแบบหนึ่งถ้าได้ฟังทุกท่านอธิบายคือเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแล้วถ้าเกิดให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 3 พรรคเนี่ยก็มีโครงการระยะยาวอยู่เหมือนกันแต่เขาบอกว่าถ้าเกิดเศรษฐกิจจะดีเราคาดหวังแบบนั้นว่าเศรษฐกิจจะดีเนี่ยมันต้องมาจากการเมืองที่ดีเราต้องยอมรับว่าการเมืองบ้านเราเนี่ยมันไม่เอื้อให้กับการบริหารของรัฐบาลเนี่ยทำโครงการยาวลาวได้สำเร็จผมขออนุญาตยกตัวอย่างโครงการนึงนะครับเพิ่งเดินทางไปภาคตะวันออกนะครับแล้วก็เป็นโครงการที่คิดว่าไม่ได้เป็นโครงการของทั้ง 3 พรรคนะครับที่ที่ทำมาในช่วงหนึ่งนะครับคือโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือว่า EEC รัฐบาลช่วงนึงให้ความสำคัญมากนะครับคือรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาแล้วก็โครงการนั้นก็เป็นความคาดหวังครับเป็นความคาดหวังว่าเราจะดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเป็นความคาดหวังว่าเราจะสร้างอุตสาหกรรมใหม่นะครับแต่เขาบอกว่าหลังจากพลเอกประยุทธ์นะครับไม่ได้เป็นนายกแล้วนะครับการสานต่อโครงการของ EEC เนี่ยไม่ได้ส่งนายกไปนั่งเหมือนเดิมนะฮะหลายขั้นตอนไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ตามกรอบเวลาคำถามของผมคือว่าทุกท่านจะรังเกียจมครับถ้าสมมุติว่าจะต้องทำโครงการที่ใช้ต้นทุนเดิมแล้วก็สานต่อเพื่อให้เศรษฐกิจที่เราคาดหวังในระยะยาวเนี่ยมันดีขึ้นนะครับสำหรับโครงการที่เป็นนโยบายที่อาจจะไม่ได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองตรงกันหรือการต้องไปสานต่อเ่ออุดมการณ์ของพรรคการเมืองที่รู้สึกว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม

>> ถามยาวตอบสั้นเลยนะคะรังเกียจหรือไม่ รังเกียจคะ

>> ตอบเลย

>> สั้นๆเลยเพราะว่าเดี๋ยวพี่นาต้องไป ession 3 แล้วค่ะ

>> ไม่รังเกียจเลยค่ะแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง EEC เนี่ยถือว่ามันเป็นความหวังใหม่แล้วก็การลงทุนอุตสาหกรรมใหม่สิ่งที่สิ่งเราต้องการทำเนี่ยคือต่อยอดเพราะว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมากคนเคยขายไว้อีก 2 ปีไม่ขายและไม่มีเพราะว่าอันนี้มันทำให้เ่อความเชื่อมั่นของการลงทุนต่างประเทศมาที่เราเนี่ยเจ็บปวดมากค่ะสรุปไม่รังเกียจนะคะ

>> เพื่อไทยรังเกียจมั้คะ

>> ผมคิดว่าเราแฟร์พอนะครับแล้วก็เรื่อง EEC ผมว่าข้อสรุปไม่ถูกนะครับว่ารัฐบาลต่อจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ไม่ดำเนินการต่อเราสนับสนุนเรื่องของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษรวมถึงด้านโครงสร้างพื้นฐานอะไรต่างๆพัฒนาตรงนั้นต่อนะครับเพราะฉะนั้นถามว่ารัฐบาลไหนมองแบบไหนรัฐบาลต่อมาจะเอามั้เนี่ยผมคิดว่าเพื่อไทยเราแฟร์แล้วก็เรามีความอ่าตรงไปตรงมาพอที่จะบอกว่าอะไรที่ประชาชนชอบอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศเราดำเนินงานต่อครับ

>> คุณไหมคะไม่เอาลุงแต่จะเอาโครงการลุงมั้คะ

>> จริงๆมันเป็นโครงการที่มันไม่เวิร์คตั้งแต่ต้นที่มันที่ทุกวันนี้มันไม่เวิร์คเนี่ยนะคะที่มันดีลayเนี่ยมันไม่ใช่ความผิดว่ารัฐบาลต่อมาเขาไม่ทำนะคะเค้าก็ยังใส่เงินเข้าไปตามปกติเลยค่ะเพียงแต่ว่าไอ้โครงการที่วาดฝันเอาไว้เนี่ยมันไม่มันเกิดขึ้นจริงไม่ได้มันมีการแก้ไขสัญญากันแบบไม่รู้จบทั้งๆที่เซ็นกันไปตั้งแต่ปี 62 จนถึงวันนี้ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างก็คือรถไฟฟ้าความเร็วสู่ชิ

>> แต่ถ้ามันเป็นไปได้แล้วเป็นโครงการ

>> เราก็คิดว่าตอนนี้เนี่ยมันเป็นเรื่องของการแก้ไขสัญญาละดังนั้นเนี่ยต้องต้องสู้กับภาคเอกชนดังนั้นเราจะไม่ไม่ใครกระพริบตาก่อนแพ้พูดง่ายๆแต่ว่าเราคิดว่าเราทำได้ดีกว่านั้นถ้าจะเชื่อม 3 สนามบินเอารถไฟทางคู่เชื่อมก็พอค่ะไม่จำเป็นจะต้องรถไฟความเร็วสูงสามารถวิ่งได้ 160 กม/ชม.นะ คะแล้วก็สามารถเชื่อมได้แล้วทำให้เอ่อโครงการสนามบินเนี่ยสามารถเริ่มต้นได้เลยไม่ต้องรอกันค่ะขอบพระคุณมากค่ะ

>> คุณนิติรัตน์จะโกรธดิฉันมั้คะถ้ายกไปเซ ession หน้าได้มั้ยคะ

>> มันเป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องชีวิตมั้

>> โอเให้ 15 วินาที

>> ครับโอเคผมคิดว่าเรื่องสำคัญคือเวลาเราพูดถึงไททานิคคนคนจน

>> เป็นคนจมน้ำครับและไม่มีเครื่องชูชีพทีนี้เรากำลังบอกว่าเอ่อผมมี 2 มี 3 ประเด็นสั้นๆนะครับคือ 1 เรื่องความเหลื่อมล้ำยังไม่ตอบมากนักนะครับในนโยบายที่มีนะครับเวลาเราพูดถึงความเหลื่อมล้ำนะครับเรามีตัวเลขสำคัญคือตอนนี้เรามีคนจนเพิ่มขึ้น 1 ล้านคนเส้นความยากจนคือ 3,078 บาทนะครับแต่ว่าเราดูตัวสัดส่วนของเอ่อเงินเด็กเงินผู้สูงอายุหรือว่าแม้กระทั่งเงินคนพิการเนี่ยมันยังต่ำมากกว่าเส้นความยากจน 4-5 เท่า

>> ผมว่าเราจะนำพาไอ้ตรงนี้ไปได้อย่างไรนะ ครับอันที่ 2 ก็คือว่าในส่วนของเวลาเราพูดถึงเอ่อเศรษฐกิจไทยเราแทบไม่ได้พูดถึงเรื่องสิทธิแรงงานการรวมกลุ่มของเอ่อแรงงานนะครับมีนโยบายอย่างไรหรือว่าในกรณีที่เรามีเดอร์จำนวนมากนะครับหรือว่าค่าแรงเพื่อชีวิตเนี่ยเรามีโจทย์อย่างไรบ้างนะครับในเอ่อสถานการณ์ปัจจุบันนะครับและอันสุดท้ายท้ายสุดครับคือผมคิดว่าเราพูดเรื่องภาษีแต่ว่าเราแตะงบประมาณหน่อยเดียวครับคือ งบประมาณสวัสดิการของประชาชนเนี่ยประมาณ 500สนล้านประมาณ 15% 66 ล้านคนแต่ในขณะเดียวกันงบประมาณของสวัสดิการของข้าราชการเนี่ยนะครับประมาณ 4 ล้านนะครับใช้ตัวเลขใกล้กันเลยคือประมาณ 500สนล้านเช่นเดียวกันอันเนี้ยมันเป็น 15 + 15 เป็น 30 และของงบประมาณรายจ่ายประจำปีถ้าเรา รวมเงินเดือนของข้าราชการเข้าไปอีกนะครับก็รวมแล้วนะครับก็เกือบจะเป็น 55% นะ

>> เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้คือเรื่องสำคัญว่ายังยังไม่เห็นนะครับในการในการเอ่อโจทย์ตรงนี้แล้วผมไม่คิดว่าเรื่องสวัสดิการจะเป็นตัวสำคัญที่จะพลิกบทบาทนะ ครับในการที่จะสร้างการจ่ายแล้วก็ตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการเอ่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมไทยครับ

ขอบพระคุณคุณนิติรัตน์มากค่ะเก็บเป็นการบ้านเนาะเดี๋ยวเราไป ession ที่ 3 นะคะคำถามถามอะไรที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของเราเราไปติดตามใน VTR ก่อนเลยค่ะ

เศรษฐกิจตกต่ำเด็กจบใหม่ตกงานนักลงทุนไม่เชื่อมั่นความโปร่งใสประชาชนไม่เชื่อมั่นธรรมาภิบาล

สาเหตุที่ทำให้อาคารสตง.ถล่มลงมา

ประกันสังคมเองเนี่ยถูกตั้งคำถามมันอยู่ ในที่มืดมากไม่ค่อยมีใครเห็นทำอะไรก็ตาม แต่

ดัชนีความเชื่อบ้านภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลงความกังวลต่อความต่อเนื่องของนโยบายพรรครัฐ

ระบบนิติรัฐอ่อนแอในสายตาชาวโลก

คุณปล่อยให้จีนทำผิดกฎหมายให้มันมีสีเทาได้ยังไงถ้าผู้รักษากฎหมายไทยไม่ยินยอม

อีกความสามารถการพัฒนามนุษย์รั้งท้ายประเทศเพื่อนบ้านความหวังและโอกาสของประเทศถูกทำลาย

การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือวีซ่าไทยมีอันดับลดลงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในทั้ง 3 กลุ่มนับตั้งแต่เข้าร่วมประเมินครั้งแรกตลอดช่วงเวลา 20 ปี

จะทุ่มเททำอะไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและสังคม

สู่ช่วง ession สุดท้ายคำถามสุดท้ายนะคะสั้น ๆเลย อนาคตเราจะไปต่อไม่ได้ถ้าเกิดคนขาดความเชื่อมั่นเคยมีคนบอกว่าทรัพยากรหรือความเชื่อมั่นเนี่ยมันเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในโลกยุคปัจจุบันประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าเราเอ่อสูญเสียความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนต่างชาติไปเยอะรวมถึงคนอย่างพวกเราประชาชนกันด้วยเนื่องจากเรื่องของความไม่โปร่งใสการคอร์รัปชั่นอะไรต่างๆนานาคำถามก็คือว่าเราจะสร้างความเชื่อมั่นเราจะสร้างความโปร่งใสให้กับการเมืองไทยเพื่อไม่ให้ไทเทนิคจมได้ยังไงคะใครตอบก่อนคะเดี๋ยวมีข่าวดีนิดนึงคือจะต่อออนไลน์ด้วยเพราะฉะนั้นเอ่อคุยได้เต็มที่นะ เชิญเลยค่ะเอ่อเอ่อดร.ออจะตอบก่อนมั้คะก่อนก็ได้ค่ะ

>> ค่ะคุณไหมค่ะคุณไหมเลยก็ได้ค่ะเชิญค่ะจอ ก็คิดว่าการที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาดีได้อีกครั้งนึงเนี่ยไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอนแต่การคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้จากเอ่อทั้งคนในประเทศเองนะ คะแล้วก็จากนักลงทุนต่างชาติแล้วก็บริษัทเอกชนในประเทศด้วยเช่นเดียวกันที่จะต้องมีความเชื่อมั่นกลับคืนมานะคะดังนั้นเนี่ยแนวทางนึงที่เราอยากที่จะเน้นย้ำก็คือในเรื่องของการที่จะปฏิรูปภาครัฐถ้าเราดูอันดับความขี่ความสามารถในการแข่งขันของประเทศเนี่ยตกลงจากอันดับ 25 ไปอันดับที่ 30 ตัวที่ตกหนักที่สุดเนี่ยคือตัวประสิทธิภาพภาครัฐนะคะที่ตกจากอันดับที่ 24 ไปเป็นอันดับที่ 32 ดังนั้นเราเริ่มจากตรงนี้เลยซึ่งมันจะแตะไปได้หลายเรื่องมากนะคะไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาเรื่องทุนเทานะคะตอนนี้เนี่ยปัญหาหลักๆมันกลายมาอยู่ที่รัฐไทยละที่ตอนนี้ใส่เกียร์ว่าไม่ยอมเดินหน้าที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังมากพอนะคะต่อด้วยเรื่องของคอร์รัปชัซึ่งไม่ต้องพูดละเรื่องดัชนีความรับรู้ของต่างชาตินะคะคนในชาติเนี่ยรับรู้ประจักษ์กับตาที่มีทั้งตึกถล่มทั้งเครนถล่มลงมาเนี่ยทำให้เราเห็นชัดๆแล้วว่าเราอยู่กับคอร์รัปชัต่อไปไม่ได้แล้วเราต้องเริ่มทำจากจุดนี้เป็นจุดแรกนะคะแล้วก็แน่นอนที่สุดในเรื่องของเศรษฐกิจนะคะถ้าจะให้เศรษฐกิจกลับมาดีเนี่ยกระตุ้นให้ตายยังไงเนี่ยถ้าคนยังไม่รู้สึกเชื่อมั่นอยากที่จะจับจ่ายใช้สอยเนี่ยยังไงซะเศรษฐกิจมันก็ไม่กลับฟื้นคืนมานะคะเลยต้องมีการผลักดันให้มันเกิดเอ่อไซเคิลของการที่จะลงทุนภาคเอกชนให้กลับมาอีกครั้งนึงอย่างที่บอกไปว่าตัวที่เราคิดว่าจะฉุดขึ้นมาได้ดีที่สุดตัวนึงก็คือการที่ประกาศ road map ของการเปิดเสรีของภาคเอ่อพลังงานนะคะซึ่งเริ่มจากพลังงานสะอาดนี่แหละทุกวันนี้เนี่ยเราทำ Direct PPA กับ Data Center อย่างเดียวนะคะให้มีการซื้อขายไฟฟ้าตรงกันได้โดยการจะซื้อเป็นพลังงานสะอาด 100% นะคะ เราเอ่อสามารถเปิดได้ใน 100 วันแรกเลยว่าไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรอุตสาหกรรมอะไรคุณสามารถที่จะมีสัญญาซื้อขายไฟตรงที่เป็นพลังงานสะอาดได้เลยแบบนี้ก็จะช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนอย่างที่บอกว่าที่เคยกระจายไปลงทุนที่ต่างประเทศเพราะว่าในประเทศเนี่ยมันเป็นตลาดผูกขาดมานานเนี่ยให้เขาสามารถที่จะกลับมาลงทุนได้ประมาณ 500สนล้านบาทต่อปีค่ะขอบพระคุณมากค่ะคุณไหม เชิญค่ะดร.ครับการแก้ไขปัญหาเรื่องของทุจริตคอร์รัปชันั่นคือเรื่องของที่มืดวิธีการแก้ไขปัญหาที่มืดคือส่องสว่างเข้าไปในที่มืดนะครับและการส่องสว่างแสงสว่างนั้นคืออะไรนะครับของพรรคเพื่อไทยเราเสนอ 3 เรื่องต้องมาด้วยกันนะครับทั้ง 3 เรื่อง 1 คือเรื่องของ Open Government รัฐบาลที่พร้อมและมีเจตจำนงในการที่จะเปิดข้อมูลให้กับประชาชนเห็นอันที่ 2 คือเรื่องของ digital government นะครับในการที่ทำให้ทุกอย่างอยู่ในระบบดิจิalเห็นเสร็จตั้งใจเปิดเสร็จแล้วทุกอย่างอยู่เป็นanalอกก็ไม่มีประโยชน์นะครับเพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องเข้าสู่ระบบดิจิทอลและ 3 คือ AI government นั่นคือมีระบบประมวลผลข้อมูลที่เป็น big data นะครับ ลองคิดภาพครับถ้าสมมุติเรามีรัฐบาลที่เปิดเป็น Open Government มี digital government ในการที่เอาทุกอย่างใส่เข้าไปในระบบดิจิalแต่ขาดระบบประมวลผลเราหาคนผิดไม่เจอนะครับเรื่องของการประมวลจัดซื้อจัดจ้างเกิดขึ้นมากมายถ้าสมมุติไม่มี AI มาประมวลผลเราก็จะมีแค่ big data นะครับถ้าสมมุติเรามีอ่า digital government มี AI government แต่ขาดเจตจำนงของรัฐในการเป็น Open Government อันนี้ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกันมีข้อมูลประมวลผลแต่ภาครัฐกอดข้อมูลไว้ประชาชนไม่เห็นนะครับเรามีเรื่องของ Open Government มี AI government แต่ขาดคำว่า digital Government มันก็ประมวลผลไม่ได้เพราะทุกอย่างอยู่ในกระดาษนะครับเพราะฉะนั้น 3 อันนี้ต้องมาควบคู่กัน Open Government รัฐบาลที่มีเจตจำนงในการเปิด Digital Government ในการที่รวมข้อมูล analอกเข้าสู่ระบบ Digital และ AI Government ในการที่ใช้ AI ในการประมวลผลในการทุจริตนะครับเพราะฉะนั้นตอบใน 3 ประเด็นครับค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะเรียนเชิญดร.อ๊อดเดี๋ยวแก้ข่าวนิดนึงนะคะคือที่เราได้มาได้มาประมาณ 10 นาทีนะคะเพราะฉะนั้นเดี๋ยวเอ่ออย่างน้อยเราก็มีเวลาเพิ่มเนาะเชิญเลยค่ะดร.ค่ะมี 2 เรื่องใหญ่ๆค่ะที่ทำให้ความเชื่อมั่นในโลกต่อประเทศไทยเนี่ยวันนี้ย่ำแย่กว่าเดิมอีกถ้าเราพูดถึงเรื่องของสแกมเมอร์ทุนเทาวันนี้อ้อเริ่มได้ยินแล้วหลายคนไม่ว่าจะเป็นสำนักทางการต่างประเทศเนี่ยองค์กรนานาชาติไทยเนี่ยเป็นศูนย์กลางไม่ใช่ศูนย์กลางเงินเทาเท่านั้นนะคะไม่ใช่ศูนย์กลางสแกมเมอร์แต่เป็นการศูนย์กลางใช้เงินที่ฟอกแล้วมาลงทุนในประเทศไทยอันเนี้ยต่อให้มันฟอกแล้วไว watch มาแล้วเนี่ยมันก็ไม่ได้เกิดความยั่งยืนแม้ว่าเงินนี้เนี่ยจะทำให้ตลาดหุ้นมันขึ้นแต่มันไม่มีความยั่งยืนแน่นอนตรงนี้ละค่ะที่เราคิดว่าเราควรจะมาให้ความสำคัญแล้วควรจะใช้เอ่อเวทีนี้นาทีนี้เรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเนี่ยจัดการให้สิ้นซากอย่างน้อยคนที่มีความเกี่ยวข้องอย่างน้อยคนที่เป็นคนต้องสงสัยเขาไม่ควรจะอยู่ในอำนาจรัฐแม้ว่าเรื่องมันจะไม่ได้ผิดแต่เรื่องของจริยธรรมของการเมืองเนี่ยมันควรจะเป็นจริยธรรมขั้นต่ำด้วยซ้ำไปจริยธรรมของนักการเมืองมันควรสูงกว่ากฎหมายไม่ใช่รอยให้กฎหมายมันบอกว่าผิดจึงต้องแสดงตัวออกมาเพราะอันที่ 1 เนี่ยอยากจะเรียกร้องเพื่อนนักการเมืองทุกคนถ้าเราจะทำดีเพื่อชาติเพื่อลูกหลานสิ่งแรกที่ควรจะทำคือยก ระดับจริยธรรมการเมืองมีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่แน่วแน่ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่บั่นทอนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราพูดมาตั้งแต่ 1700 น.เรียนถึงวันนี้เนี่ยมันจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเราไม่แก้ตรงนี้นะคะประเด็นที่ 2 corruption สิ่งนี้ก็เป็นเรื่องที่รุนแรงอ้อว่าอ้อติดตามในเรื่องของ corruption index ของประเทศไทยผ่านงานวิจัยมาทุกปีแย่ลงทุกปีแล้วเราจะบอกว่าเราทำอะไรเลยไม่ได้อ้อขอเรียกร้องนะคะทุกคนในที่นี้เนี่ยถือเป็นซัของคอร์รัปชันทั้งสิ้นเราไม่จ่ายเขาก็ต้องไม่รับเพราะฉะนั้นเนี่ยสิ่งนึงที่เราควรจะต้องทำก็คือว่าทำให้กระบวนการมันโปร่งใสเรามีเรามีบทลงโทษค่ะแต่ถ้าบทลงโทษมันใช้ไม่ได้เราก็ควรจะต้องให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของภาษีที่เราทำงานเหนื่อยยากมาเป็นคนช่วยสอดส่องดูแลเอ่อพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ต้องการทำแพลตฟอร์ม 2 รัฐเพื่อที่เห็นชัดเจนเพื่อที่คนมีส่วนร่วมและที่สำคัญเราต้องช่วยกันคุ้มครองคน ที่ชี้เป้าเบาะแสเราเชื่อว่ามีข้าราชการน้ำดีเราเชื่อว่าประชาชนหลายคนตกเป็นเหยื่อแต่เราต้องสร้างกลไกนั้นให้จงได้กระบวนนี้ถือเป็นเครื่องมือที่เราสามารถทำได้ทำได้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันแต่ท้ายที่สุดคือเจตนารมณ์ทางการเมืองแล้วก็เจตนารมณ์แน่วแน่ว่าเราต้องทำสิ่งนี้ให้หมดไปค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะเสียงปรบมือนะคะก่อนที่จะไปเวทีของบก.ทั้ง 8 ท่านเชิญเลยค่ะยกให้เลยค่ะเรามีเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการคุยกัน

ประวันจาก PPTV

seเตอร์นี้ก็พูดถึงเรื่องความเชื่อมั่นนะฮะในสายตาคนไทยและนานาชาติผมก็เลยขออนุญาตจะรวบทั้งในมุมของนานาชาติและคนไทยขอไป 2 คำถามเลยรวบเลยก็แล้วกันนะฮะในสายตานานาชาติเนี่ยรัฐมนตรีคลังท่านปัจจุบันท่านเพิ่งให้สัมภาษณ์บอกว่าท่านไปเจรจา กับนานาชาติเนี่ยท่านจะวางตัวเป็นกลางท่านคุยได้กับทุกฝ่ายอ่าเค้าก็ได้มาคุยกับเราได้นะครับแต่ว่าในความเป็นจริงเนี่ยด้วยภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันเนี่ยเราก็จะเห็นว่าโลกเราเนี่ยกำลังจะมีระเบียบโลกใหม่หรือไม่อย่างไรนะครับทางโดัลดทรัมป์ทางผู้นำสหรัฐก็เข้ามาแล้วก็มีความปั่นป่วนมากมายทีนี้ถ้าถามแต่ละท่านนะครับว่าถ้าท่านได้เป็นผู้นำประเทศหรือท่านอาจจะเป็นรัฐมนตรีคลังก็ได้นะ ครับเวลาไปเจรจากับนานาชาติเนี่ยท่านจะวาง position ของประเทศเราอย่างไรนะครับแล้วถ้าวันนึงมันไม่สามารถเป็นกลางได้ อย่างนั้นจริงๆเนี่ยอาจจะถูกบีบจากมหาอำนาจว่าให้เลือกข้างให้อยู่กับเาไม่ อย่างนั้นก็ไปอยู่กับอีกฟากนึงที่เขารวมตัวกันอยู่อย่างเงี้ยฮะท่านจะตัดสินใจอย่างไรร่วมกับฝ่ายไหนนะฮะอันนี้เดี๋พี่นาช่วยขยี้ด้วยก็ได้เรื่องของเรื่องของต่างประเทศนะฮะส่วนประเทศไทยผมขอสโคปมาเลยความเชื่อมั่นของอนาคตของชาติตอนนี้ผมได้ยินเสียงสะท้อนเนี่ยค่อนข้างเยอะผมเชื่อว่าหลายท่านก็คงจะได้ยินเด็กรุ่นใหม่เด็กเจนซีบวกลบเขารู้สึกสิ้นหวังกับประเทศรู้สึกว่ามรดกของคนรุ่นหลังที่ส่งต่อมาให้เราเนี่ยมันไปไม่ได้ประเทศไทยมันได้เท่านี้แหละมันไม่มันไม่สามารถดีขึ้นกว่านี้อีกแล้วก็เห็นในอดีตที่ผ่านมามันจะดีอะไรได้มากกว่านี้อยากให้แต่ละท่านสร้างความเชื่อมั่นให้กับพวกเขาหน่อยว่าประเทศไทยมันดีขึ้นกว่านี้ได้นะครับแล้วเขานั่นแหละคือกำลังสำคัญที่จะช่วยต่อยอดจากมรดกที่คนรุ่นหลังส่งต่อมาและให้เขา มองเห็นเชื่อมั่นก่อนอันดับแรกและพัฒนาต่อยอดต่อไปฮะ

มีใครจะเสริมตะวันมั้ยเผื่อจะได้ตอบทีเดียวอ่ะคำถามแนวๆเดียวกันเนาะ

>> คือปัญหาใหญ่เรื่องของความเชื่อมั่นแล้วก็ภาพลักษณ์ต่างอ่านายชมองปัญหาเรื่องของสแกมจริงๆเราเราทราบตัวเลขนะคะแล้วก็ไทยเนี่ยอ่ามูลค่าความเสียหายทั้งโลกนะคะจากสแกมเมอร์เนี่ย 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐว่า 35 ล้านล้านบาทต่อปีแล้วประเทศไทยเราติดอันดับ 9 คนประชาชนที่เสียสูญเสียหรือเสียหายจากเรื่องสแกมแล้วไปเจอตัวเลขนึงบอกว่ามันมันทำให้ฉุดรั้ง GDP การเติบโตเราด้วยอันนี้เป็นเรื่องใหญ่เลยที่ต้องการที่จะต้องแก้ปัญหานี้ได้เพราะว่ามันเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจคนไทยเราเสียเงินไปเฉลี่ยนะคะ 37,000 บาทต่อคนจากการถูกหลอกลวงสแกมอันนี้น่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นที่อยากจะถามทุกพรรคว่าจะทำอย่างไรนะฮะกับเรื่องนี้ค่ะ

ขออนุญาตแจมด้วยครับเอ่อเอ่อถามทั้ง 3 ท่านด้วยหรือท่านใจะตอบก็ได้นะครับถ้าอย่างนั้นเนี่ยครับไอ้เรื่องความเชื่อมั่นที่เราคุยๆกันเนี่ยเราควรมีกระทรวงส่งเสริมความเชื่อมั่นแห่งชาติมั้ครับคำถามนี้จะโยงกลับไปที่เอมถามตั้งแต่ต้นแล้วรวมถึงท่าน่อตัวแทนภาคประชาชนบอกว่าสิ่งนึงที่เมื่อกี้คุณสิริกัญญาก็พูดถึงว่าปัญหาอันนึงก็คือรัฐราชการที่ใหญ่โตมโหฬารแล้วเราไม่เลือกขึ้นภาษีเราไม่เอ่อกู้เพิ่มแต่เรามีแผนหรือมีไอเดียที่จะแบบควบคุมหรือลดไซส์ของรัฐราชการให้เล็กลงมแล้วมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อซึ่งมันจะไปตอบโจทย์กับหลายๆปัญหาซึ่งเนี่ยครับลดเอ่อค่าใช้จ่ายควบรวมหน่วยงานบางส่วนนะครับแทนที่จะเอ่อขยายเอ่อเรามี 20 กระทรวงและกรมต่างๆอีกนับร้อยนะครับอันเนี้ยครับถ้าทำตรงนี้ให้เป็นระบบราชการการที่ SM และ small เนี่ยมันจะทำให้ความเชื่อมั่นของเราดีขึ้นมั้ย

เชิญค่ะคือเหมือนกับ

>> อ่าได้มั้ครับประเด็น

>> ปัญหา 20-30 ปีมากองตรงนี้หมดเลยนะฮะต้องตอบ

>> เอ่อเรื่องความเชื่อมั่นนะครับจริงๆมัน ต้องการเอ่อ success case นะครับแต่ละท่านเนี่ยถ้าสมมุติว่าเป็นรัฐบาลวันพรุ่งนี้เลยเนี่ยจะทำเรื่องอะไรที่คิดว่าทำได้แน่ๆแล้วต้องใหญ่พอนะครับคือจับปลาซิลปลาสร้อยเนี่ยคือเราจับประจำนะครับเราต้องจับตัวใหญ่ให้ได้นะครับ success case ที่คิดว่าเข้าไปแล้วจะทำเนี่ยคือเรื่องอะไร

เชิญค่ะคุณพอภูมิ

>> ครับผมตอบในหลายๆประเด็นนะฮะผมตอบเรื่องภูมิตรรัฐศาสตร์ก่อน

>> อยู่น้ำมั้คะ

>> ไม่เป็นไรครับได้เลยครับอ่าผมตอบเรื่องภูมิตรศาสตร์ก่อนนะครับผมคิดว่าอ่าคำถามท่านดีที่บอกว่าเราอยากเป็นกลางแต่ถ้าวันนึงเราถูกบีบให้ไม่เป็นกลางเราจะเลือกยังไงนะครับผมตอบคำถามนี้ด้วยการคำตอบเว่าอำนาจต่อรองการที่เราจะมีอำนาจต่อรองทำให้เราไม่ต้องเลือกแล้วถามว่าอำนาจต่อรองนั้นคืออะไรนะครับอย่างที่ผมเสนอไปในช่วงแรกการที่เราต้องเป็นหุ้นส่วนในการค้าโดยการเป็นsupัly chain หรือห่วงโซ่การผลิตที่สำคัญของโลกให้ได้ถ้าเราเป็นอย่างนั้นได้อำนาจต่อรองเรามีถ้าเรามีอำนาจต่อรองเราไม่ต้องเลือกแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราขาดอำนาจต่อรองแน่นอนครับสักวันเราถูกบีบบังคับให้เลือกและวันนั้นเราก็จะเป็นวัน ที่เสียเปรียบนะครับเพราะฉะนั้นคำตอบไป ที่ท่านว่าทำยังไงให้ไทยมีอำนาจต่อรองคำตอบของผมว่าเป็นชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ต้องมาผลิตในประเทศเป็นเรื่องของโลโก Content ในการที่จะตอบโจทย์อำนาจต่อรองตรงนั้นนะครับตอบต่อเรื่องของอ่ากระบวนการราชการนะครับเรื่องจำนวนข้าราชการเรื่องนึงเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องของข้าราชการเรื่องนึงแต่อีกเรื่องนึงที่อยากให้ความสำคัญนั่นคือเรื่องของการทำให้กระบวนการราชการนั้นรวดเร็วขึ้นแล้วก็ทำ

ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับในยุคเรา เราทำนะครับอย่างเช่นผมยกตัวอย่างกฎหมายเนี่ย สมมุติผ่านจาก ครม. เข้าไปบางทีไปกฤษฎีกานะครับ แต่ก่อนเนี่ย นานนะครับ เข้าไปกระบวนการแก้ไขปัญหากฎหมายของกฤษฎีกา บางทีเกือบๆ ปีนะครับ เป็นหลายๆ เดือน เราเข้าไป เราทำ Fast Track นะฮะ ขีดเส้นว่ากฤษฎีกาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 90 วัน กฎหมายต่างๆ เลยออกเยอะในยุคของเรานะครับ ส่งจากกฤษฎีกา 90 วันเข้า ครม. เสร็จไปที่สภาต่อเลยนะครับ ต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่กระบวนการในราชการต้องถูกช็อตคัตนะครับ เราทำเรื่องของ พ.ร.บ. Financial Hub กำกับหลายๆ หน่วยงาน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กลต. คปพ. เนี่ย รวมอยู่ในที่เดียวกัน ทำให้การออกใบอนุญาต การกำกับดูแลอะไรรวดเร็วยิ่งขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น เห็นด้วยเรื่องของจำนวนสำคัญนะครับ เรื่องของงบประมาณที่ใช้กับระบบราชการที่ใหญ่เทอะทะ สำคัญ แต่อีกอย่างนึงที่อยากให้ความสำคัญ นั่นคือกลไกและกระบวนการในราชการที่สามารถทำให้เกิด short cut นั้นได้ครับ

>> มีนิดนึงนะฮะ จริงๆ แล้วอยากถามมากก็คือ อำนาจใหม่ในปัจจุบันมันต้องเราต้องไปอยู่ใน supply chain สั้นๆ เลยว่าวันเนี้ย อุตสาหกรรมไหนที่จะเป็นความหวังที่เราจะเป็นเจ้าของ supply chain ได้ เพราะว่าถูกชิงไปหมดแล้วค่ะ

>> ครับ การที่เมื่อสักครู่ตอบไปแล้วในอันแรก เราไม่ควรมองไปที่อุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น เราจะเป็นรถยนต์ เราจะเป็นต่อเรือ เราจะเป็นอุตสาหกรรมการเงิน ไม่ใช่ เราต้องเป็นชิ้นส่วนของอุตสาหกรรมเหล่านั้น ผมกำลังพูดถึงชิป ผมกำลังพูดถึง PCB ผมกำลังพูดถึง Inverter ผมกำลังพูดถึง ผมกำลังพูดถึงแบตเตอรี่ค่ะ

>> ต่างๆ เหล่านี้คือ Supply Chain

>> ขอบพระคุณมากค่ะ

อค่ะ

>> ขอบคุณค่ะ มีหลากหลายคำถามนะคะ เอาเรื่อง เอาเรื่องตอนต้องเลือกข้างก่อนก็ต้องบอกว่า เอ่อ การเป็นกลางไม่ใช่ว่าไม่อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรนะ แต่ว่ามันจำเป็นที่จะต้องมี ที่เราเรียกว่าเป็นคานงัดนี่แหละ อย่างที่คุณ เอ่อ คุณออฟเผ่าภูมิพูดว่าเป็นอำนาจต่อรอง ซึ่งปกติแล้วเนี่ย ปกติเราเนี่ย มักจะโอเค คุยกับใครได้หมด แต่ว่าไม่ค่อยมีอะไรไปต่อรองกับเค้า แล้วก็กลายเป็นว่าก็ เอ่อ เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำตามนั้น หรือว่าเมื่อไหร่ที่มีปัญหากันนะคะ ทางเรื่องของการค้าเองก็ดี หรือว่าการลงทุนเองก็ดี ก็กลายเป็นว่าพอไป พอไปเรียกร้องอะไรเนี่ย มักจะไม่ค่อยได้ผล เราต้องสร้างอำนาจต่อรองอันนั้นให้ให้กลับคืนมาให้ได้ ก็คือ เอ่อ ต้องกล้าปฏิเสธ หรือว่ายืนยันหลักการในบางเรื่อง เมื่อถึงวันที่ต้องทำแบบนั้นเนี่ย มันจะช่วยสร้าง เอ่อ แต้มต่อ สร้างอำนาจต่อรองให้กับประเทศ อำนาจได้รวมไปถึงต้องร่วมมือเมื่อไหร่ที่มันควรจะต้องร่วมมือเช่นเดียวกันนะคะ มันอาจจะดู abstract อย่างเช่น เอ่อ อย่างอเมริกาเองเนี่ย มันก็มีหลายๆ ช็อตที่เราสามารถที่จะ เอ่อ แสดงความ เอ่อ มั่นคง จุดยืน หลักการของเราได้นะคะ แต่ไม่ใช่การประกาศบอกว่าไม่ต้องง้อทรัมป์ อะไรแบบนั้นนะคะ แต่ว่าเราสามารถที่จะ เอ่อ ยืนยันหลักการตรงนี้ได้ แต่เราไม่ค่อยได้ทำ แต่ว่าอย่างวันที่ เอ่อ อยู่ดีๆ อยากที่จะมี Rare Earth ขึ้นมา อยากจะมี MOU เรื่อง Rare Earth ขึ้นมา เราก็มีแบบนี้เป็นต้น แล้วก็อาจจะต้องมีหลักการจุดยืนอะไรบางอย่างเพื่อให้เป็นไป คานงัดเวลาที่จะต้องมีการตกลงต่อรองอะไรกันบางอย่างนะคะ เอ่อ กลับมาเรื่อง เอ่อ เรื่องของการปฏิรูปภาครัฐนะคะ แน่นอนว่ามันโจทย์เรื่องความเชื่อมั่น มันมันกว้างมากใช่มั้คะ เอิ่ม เวลาเราพูดถึงความเชื่อมั่น มันไม่ใช่แค่แค่แค่แค่เชื่อ แต่ว่ามันต้องถึงระดับที่ไว้วางใจว่า เอ่อ เราจะสามารถทำมันได้จริงใช่มั้คะ ไม่ใช่แค่ตัวรัฐบาลเอง แต่ว่าตัวระบบราชการด้วยเช่นเดียวกัน เนี่ย ที่ทุกวันนี้เนี่ย พอพูดอะไรออกมาแล้วคนตั้งคำถาม เอ่อ พูดอะไรออกมาแล้วคนแบบไม่เชื่อ หรือว่าไม่ ไม่เห็นด้วยตลอดเวลาแบบเนี้ย แบบเนี้ยบริหารงานกันต่อไปไม่ได้นะคะ ดังนั้นเนี่ย เอ่อ เราก็ต้องแสวงหา quick win นะ ก็คือเหมือนเป็น success case ที่จะสร้างโมเมนตัมว่าถ้าเราจะต้องทำเรื่องยากกว่าเนี้ย ต่อๆ ไปเราจะทำได้ ในการปฏิรูประบบราชการ ยกตัวอย่างที่เราคิดว่าจะทำก็คือเรื่องของการ เอ่อ กิโยตีนกฎหมายที่เรามีตัว Operation 18 นะคะ คือปฏิบัติการภายใน 18 เดือนที่จะยกเลิกกฎระเบียบไปอนุอนุญาตที่ไม่จำเป็นที่ร้านสมัยให้ได้ภายใน 18 เดือน เมื่อมีโมเมนตัมมาละ คนเริ่มเชื่อแล้วนะคะ ก็ให้เขาไปแบคเรื่องของการปฏิรูปโดนราชการ เรื่องโครงสร้างที่จำเป็นที่จะต้องมีการทบทวนภารกิจกันใหม่ทั้งหมดน่ะ 20 กระทรวงนี้มีมา 20 ปีแล้วอ่ะค่ะ โดยที่ได้แค่งอกทีละกรมทีละกรมขึ้นมา หรือว่าทีละกระทรวงขึ้นมา โดยที่ไม่เคยมาทบทวนเลยว่าภารกิจที่มีอยู่มันยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า แน่นอนว่าสุดท้ายจะไปนำไปสู่การควบรวมการลดจำนวนข้าราชการแน่นอนนะคะ แต่จะทำไม่ได้ถ้าประชาชนยังไม่อยู่ข้างเรา เรื่องนี้ เรื่องใหญ่ เราจะต้องเข้าไป เอ่อ ฝ่าฟันนะคะ กับ เอ่อ ระบบราชการที่มีอยู่ เดินแล้วต้องมีคนเสียประโยชน์ ถ้าเราไม่เกิดโมเมนตัมแรกจากการที่เราทำ เอ่อ ปฏิรูปกฎหมายในเบื้องต้นให้สำเร็จได้ก่อนเนี่ย ก้าวต่อไปทำได้ยากค่ะ อันนี้ก็มีการคิดวางแผนเอาไว้มาแล้วค่ะว่าจะทำยังไง

>> ขอบพระคุณมากค่ะ

>> อขออนุญาตคำตอบตอบได้มั้คะพี่นา 1 หน่วย ค่ะอ้อเอง

>> เพื่อตอบคำถามค่ะเอ้ยเพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาเนี่ยเราบอกว่าเราเป็นกลางใช่ค่ะ เราไม่ได้เป็นกลางๆลๆกลางขนาดนั้น แต่เราคือ strategic neutrality คือการเป็นกลางอย่างมียุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นเรากำลังจะหมายถึงว่าเราจะอยู่ได้โดยที่เราไม่ต้องสร้างศัตรูใหม่ ไม่เราเพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องย้อนกลับมาว่าวันเนี้ยเราคงจะมองไปในแต่ละส่วนแต่ละจุดเราไม่จำเป็นต้องรีบเลือกข้าง มันก็มาถึงประเด็นที่ 2 ค่ะว่าวันนี้เนี่ยประเทศไทยเคยมีบทบาทนำในอาเซียนมาก่อน วันนี้เราแทบจะหายไปในเรดาร์ค่ะ แต่อีกไม่นานนั้นเนี่ยการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยในตำแหน่งเนี้ยจะกลับมาอีกครั้งนึง มันจึงมาเป็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ที่จะตอบคำถามนี้คือว่า เราควรเน้นที่ว่าอาเซียนเป็นศูนย์กลางด้วยกัน ASEAN centrality เพราะฉะนั้นไม่ใช่ อาเซียน 10 ประเทศเท่านั้น เรากำลังพูดถึง +3 +6 ที่พวกเราเคยคุยกันมาก่อน เอ้ยว่าเบอร์เนี้ยมันเป็นสิ่งที่เราควรจะเล่นเกมโลกนี้ให้ได้ ขนาดของเราไม่ได้ใหญ่มากขนาดนั้น แต่ระบบเศรษฐกิจเราเป็นระบบเปิด เพราะฉะนั้นเราก็จงต้องเล่นเล่นเกมนี้ให้เป็น โดยใช้กระบวนการไม่ว่าจะเป็น FTA FTA เชิงรุก หรือว่าการทูตเชิงรุกด้วยเช่นเดียวกัน แล้วก็ในขณะเดียวกัน เราก็ควรจะเน้นในเรื่องของการสร้าง เอ่อ ตลาดใหม่ๆ เพราะฉะนั้นเราเคยพูดถึง FTA ประเทศกับประเทศอาจจะใช้เวลานาน วันนี้เราคิดว่ามันมี mini FTA ซึ่งเราเคยทำมาแล้ว จังหวัดกับจังหวัด กรมณฑล เพื่อที่จะสร้างความเข้มแข็งในระดับรากนั้นให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็มาสู่ประเด็นที่ 3 ค่ะ สิ่งที่เราคิดว่าเราควรจะต้องตั้งเป้าว่าเป้าหมายของประเทศไทยในอนาคตจะเป็นยังไง ก็ว่าง่ายจุดยืนของเราจะคืออะไรนั่นแหละค่ะ แล้วพยายามที่จะ crack code ให้ได้ว่านอกจากอุตสาหกรรมใหม่ที่เราจะต้องไป ความมั่นคงรูปแบบใหม่ของอนาคตสิ่งที่โลกต้องการคืออะไร ทางเรามองอยู่ 2 เรื่องค่ะคือความมั่นคงของพลังงานสะอาด หรือพลังงานสีเขียวอันที่ 1 และอันที่ 2 คือความมั่นคงทางด้านอาหาร เพราะฉะนั้นตรงเนี้ยก็จะตอบโจทย์คล้ายๆกับ ท่านเผ่าภูมิ ตรงที่ว่าเราก็ต้องมาเลือก ว่าแล้วเราจะเป็น connector ด้านไหน เราอาจจะมองในแง่ของความที่ว่าเนี่ย นี่คือการ ที่นี่คือจุดยืนเป็นสิ่งที่เรามีความแข็งแกร่ง แล้วเราจะสร้างความมั่นคง ย้อนกลับไปคำถามแรกที่อ้อได้ตอบคือว่าเราต้องทำเป็นที่ปลอดภัยในการที่จะเลือกลงทุนในการที่จะเลือกเข้ามาทำงานร่วมกันกับเราค่ะ

เอ่อ พี่นาขอแจ้งนิดนึงตอนนี้เราจะเหลืออีก 2 นาที เราต้องคืนเวลาโทรทัศน์ให้กับข่าวค่ำ แล้วหลังจากนั้นเนี่ยเราจะต่อออนไลน์อีกสักประมาณ 15-20 นาที ไม่แน่ใจว่าทุกท่านมีข้อติดขัดหรือเปล่า มีใครต้องรีบขึ้นเครื่องบินหรือเปล่าคะ

>> เอาถึงแค่ 7 700 น.ได้มั้คะ

>> ของคุณอ้อต้องเสร็จ 700 น.ได้ค่ะ ถ้างั้น เอ่อ ช่วงนี้ช่วงนี้เราเราทำพิธีกรรมให้เสร็จก่อนนะฮะ เพราะว่าเพราะว่าสักครู่เนี่ยที่คุยมาทั้งหมดเนี่ยเราจะมีสรุปให้ นะขึ้นหน้าจอเป็น visual note นะคะว่า ประเด็นสำคัญๆสำคัญที่ candidate ที่ตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละท่านพูดมาเนี่ย เอ่อหลักๆมีอะไรบ้างนะ แล้วก็เราจะรวบรวมเอาความเห็นนี่ฮะผิดผิดตะโกนได้เลยนะคะของของดร.อ้อนะฮะ เร่งสร้างโครงสร้างในอนาคตพัฒนาทุนมนุษย์ อันนี้ก็คือ essence ที่ 1 SE ไม่เอี่ยวสแกมเมอร์ทุนเทา กระบวนการต้องโปร่งใสนะ แล้วก็ทางคุณเผ่าภูมิก็ อันนั้นคือถ้าเป็นสีเขียวเนี่ยเดี๋ยวนะดิฉันงงละ สีเขียวคำถามแรกสี

>> เขียวคำถามแรก

>> คำถามที่ 2 สีฟ้าคำ 3 ขอบพระคุณมากค่ะ ดุ ดูสรุปนะข้างบนนี้แล้วก็เพื่อที่จะ เอ่อ ให้เราได้มีไอเดียคร่าวๆนะคะว่า 2 ชั่วโมงที่พูดคุยกันเนี่ยเก็บตกประเด็นอะไรหลักๆไปได้บ้างนะ แล้วก็เผื่อจะมีการบ้านไปคิดต่อ แล้วที่สำคัญก็คือว่าตัวแทนจากภาคธุรกิจแล้วก็ภาคประชาชนอาจจะไม่ได้ เอ่อ แสดงความเห็นทุกท่านนะฮ แต่ว่าเสียงทุกท่านไม่ตกไม่หล่นนะฮะ เพราะว่าเราเก็บความเห็นของทุกท่านไว้ใน Word Cloud นะคะ ซึ่งเราจะขึ้นให้ดูว่า เอ่อ ความเห็นของคนที่นั่งฟังอยู่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมาเนี่ย นอกเหนือจากคนที่มีโอกาสได้พูดแล้วเนี่ย คนที่ไม่มีโอกาสได้พูดเนี่ยมีความเห็นอย่างไรต่อบทสนทนาในช่วง 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา เดี๋ยวขึ้นเลยนะฮะ เผื่อจะมีใครตอบตรงนี้แล้วก็เดี๋ยวเราจะส่งรายการคืนให้กับ เอ่อ ข่าวค่ำนะฮ แล้วก็หลังจากนั้นมาต่อสัก 10 นาที 15 นาทีนะฮะ ใหญ่ๆเนี่ยคือคนอยากได้มากค่ะ สวัสดิการเงินเฟ้อไม่อยากได้นะแต่ว่าอยากให้แก้ การท่องเที่ยวต้องทำให้ยั่งยืน สวัสดิการทั่วหน้าคือคนต้องการ safety net แหมต่อไม่ได้เนาะ ประกันสังคมเนี่ยซึ่งมันเป็น safety ของเราเนี่ย แล้วก็มาทำแบบเนี้ย อยากคุยต่อมั้คะเนาะ เดี๋ยวเดี๋วดร.อ้อต้องกลับก่อนใช่มั้คะ เพราะฉะนั้นจะเหลือคุณไหมกับคุณเผาภูมิอยู่ต่อได้สัก 15 นาทีนะฮะนะฮ แล้วก็เดี๋ยวจะให้ตัวแทนจากภาคธุรกิจแล้วแลภาคประชาชน เอ่อ ได้พูดคุยด้วย เอาล่ะสรุปตรงนี้นะคะก็เป็นเวทีในส่วนของทีวีนะคะสำหรับดีเบตการเลือกตั้งกับ 8 บก.นะฮะ แล้วก็ตัวแทนจาก 3 พรรคการเมือง เย็นขอส่งช่วงนี้ให้กับรายการข่าวค่ำของไทย PBS นะคะ แล้วก็เดี๋ยวเรามาต่อการพูดคุยกันอีกนิดนึงทางช่องทางออนไลน์นะคะ ซึ่งติดตามได้ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือว่า YouTube ช่วงนี้ค่ะ อีก 5 นาที

>> มีเวลาในทีวีอีก 5 นาที

>> มีเวลาในทีวีอีก 5 นาทีเอ้าไม่บอกพี่

>> ได้เลย

>> พี่ก็สรุปแล้วเอ่อเอาเรื่องอะไรดีคะ

>> อ้าถ้างั้นถ้างั้นเดี๋ยวเดี๋ภาคประชาชนเรามาต่อนะคะ

>> ผมสั้นๆแล้วกันครับดีๆ

>> นี่พี่อยากให้ถามเรื่องดาวเนี่ย

>> โอเตอบไปแล้วไม่เป็นไรครับสั้นๆเพราะ เดี๋ยวผมต้องไปอาจจะไม่เท่าไหรแต่ว่า

>> ผมไปดูประเทศที่สำเร็จเรื่องการทำ คอร์รัปชันหรือทุนเทามาเนี่ย

>> มันมีคีย์สำคัญอยู่อย่างนึงที่จะต่อจาก คุณจุงก็คือความสำเร็จในการจับโจรและกล้า หาญในการจับโจรจริงๆ เกาหลีใต้เราเห็นผู้นำเข้าคุกเข้าตารางบ่อยครั้งมาก หรือว่าผู้นำ เอ่อ องค์กรใหญ่ๆ จอร์เจียกวาดตำรวจออกทั้งคณะใช่มั้ครับ หรือหลายประเทศ ผมถามเอาตรงๆเพราะผมก็ทำดีเบตมาเยอะทุกคนก็บอกจะทำจะทำ เอาข้อเท็จจริงมันทำได้มั้ครับ แล้วทุกท่านพร้อมจะทำ มีอะไรที่ต้องแลกมั้ยเพื่อนพร้อมของทุกคน หันหน้าไปก็เคยเรียนคอร์สเดียวกัน คนนี้ก็เคยทำนู่นทำนี่ มันต้องมี success case ที่คนใหญ่คนโตเนี่ยสามารถที่จะถูกเรียกว่าลงโทษได้จริงๆ มันถึงจะเกิดการขยับอ่ะ เพราะว่าผมว่าไอ้ Open Data ต้องมันต้องทำนะ ระบบก็ต้องทำใช่มั้ยครับ แต่ว่าการลงโทษให้เห็นเนี่ย อันนี้อยากฟังมุมมองแล้วกันไม่แน่ใจว่าจะตอบยังไงนะครับ ขอบคุณครับ

>> ขอบพระคุณมากค่ะเป็นคำถามที่ดีมากค่ะ

>> หันไปมองแล้วเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเนี่ยจะจะ กล้าหรือเปล่าคะ

>> เสริมไปครับก็ความจริงอาจจะไม่ใช่เชิงคำถามแต่ว่า 20 ปีที่ผ่านมาในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็คือมีได้แค่ 10 ปีนะ อีกครึ่งนึงก็คือเป็นรัฐบาลทหารนะครับอันนี้ เอ่อ ทั้งหมดที่คุยกันมาเนี่ยแน่นอนว่าถ้าเกิดว่าเราทำได้นะครับมันก็เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่ว่าเตรียมความเตรียมรับมือกับปัจจัยภายนอกอย่างไรไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีความต่างๆ เพราะว่านี่เงยหน้ามาก็คือว่าแต่ละพรรคเนี่ยก็เตรียมโดนโดนเล่นอยู่ไม่น้อยเหมือนกันอะไรเงี้ยครับ เอ่อ อันนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนไปนะครับว่าการเมืองจริงๆหลังจากเนี้ยจะเตรียมรับมือยังไงบ้างครับ

>> ดิฉันมีเวลา 1 นาทีให้ดร.อ้อต่อเพราะว่าต้องไป 19:00 น.แล้วหลังจากนั้นเราจะกลับมาทางออนไลน์แล้วก็ให้คุณเผ่าภูมิกับคุณไหมตอบคำถามของบก.ทั้ง 2 ท่านนะรวมถึงคุณเคนซึ่งจะต้องไปด้วยนะ

>> ตอบตอบเคนสักครู่เลยค่ะคือมันเป็นสิ่งที่ เราต้องทำและนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าเราต้องการ จริยธรรมทางการเมืองที่ไม่ได้อยู่ใต้กฎหมาย มันควรจะต้องอยู่ได้เหนือกว่า แต่กระบวนการนี้เนี่ยมันมีกระบวนการที่ อย่างเช่น เอ่อ วันเนี้ยเราก็เห็นเพียงว่าในราชการก็มีการเหมือนกับส่งต่อยอดแบบทายาทอสูรไปเรื่อยๆ เก่งหรือเปล่าไม่รู้แต่ก็มาอยู่ในระดับในผู้บริหารระดับสูง สิ่งนึงที่เราอยากจะนำเสนอเหมือนไทย PBS เนี่ย เอ่อ จะมีเป็น ผอ.เนี่ยต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้สาธารณชนรับทราบ สิ่งที่เราอยากที่จะทำเหมือนกันว่าในตำแหน่งสำคัญสำคัญ ผู้ว่าก็ดี อธิบดี ปลัดต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้เห็น และให้เป็นที่ประจักษ์ว่ามีความสามารถจริง ไม่ได้มาจากการวางหมากหรือวางเกมหรือวางคนจากฟากการเมือง เพราะสิ่งเนี้ยนะค่ะ มันอาจจะดูไม่เกี่ยวกันแต่มันคือ supply chain ของความชั่วทั้งสิ้นที่มันไม่กล้าที่จะแตะสิ่งที่มันเกิดขึ้น 2 ถัดมาคือว่า เราต้องแข่งขันในเรื่องกฎหมาย วันนี้เนี่ย มันอยู่ที่ว่าเรามีความเจตจำนงทางการเมืองมากแค่ไหน อย่างน้อยเนี่ยในหลายๆพรรคที่เราพูดถึงนี่คือสิ่งแรกนี่คือประเด็นแรกที่ว่านี่คือทำไมเราถึงมาที่นี่ เพราะเราทนไม่ไหวกับการที่ว่าประเทศไทยต้องติดหล่มอยู่นานแล้ว ประเทศลูกของลูกหลานเราเนี่ยจะไม่ได้มีอนาคตอย่างที่เราเคยมีมาก่อน ก็ถือเป็นคำมั่นสัญญานะคะเคนแล้วก็เลือกหลักสูตรอย่าให้เริ่ม เอ่อ หลักสูตรของรัฐที่สร้าง เอ่อ เอ่อ work ก็ควรจะเลิกได้แล้ว แล้วควรจะต้องมีการ audit อย่างจริงจังว่ามันไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ที่ทำให้เกิด network ต่างๆเหล่านี้ในเรื่องของวงการคอร์รัปชันค่ะ

>> ค่ะ ขอบพระคุณมากๆค่ะดร.ขอเสียงปรบมือให้กับตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคนะคะ ดิฉันขอส่งรายการดีเบตช่วงนี้ให้กับข่าวค่ำนะไปติดตามข่าวค่ำทางไทย PBS แล้วก็เวทีดีเบตของเราต่ออีกสักประมาณ 10-15 นาทีเพราะว่ายังค้างกันอยู่นะฮะ เอ่อ ในส่วนของ candidate คุณดร.อ้อต้องไปก่อนนะฮะ ถ้างั้นขอขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ ขอบพระคุณมากๆทุกคนปรบมือให้กับดร.นิดนึงนะคะ แล้วก็ไปชมข่าวข้ามไทย PBS กลับมาติดตามต่อทางออนไลน์ทาง Facebook แล้วก็ YouTube ของ Thai PBS ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ เฮ ร่วมค้นหาทางออกและเจาะลึกนโยบายเศรษฐกิจ พรรคการเมืองที่จะพาประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตในดีเบตใหญ่ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ กู้ไททานิคเศรษฐกิจไทย ครับมาติดตามการรีเบตตอบโจทย์กับ 8 บรรณาธิการกู้ไททานิคเศรษฐกิจไทยเราเริ่มเวทีตั้งแต่ 17:00 น.นะฮะ จบไป 19:00 น.ตรงเรามาต่อกันทางออนไลน์นะคะ เมื่อสักครู่เข้าใจว่ายังมีคำถามที่ยังไม่ได้ตอบอีกประมาณนึงใช่มั้คะดร.อ้อยังอยู่ได้ เมื่อสักครู่ส่งแล้วแต่ว่าดร.ก็บอกว่าอยู่ได้อีกสักประมาณ 15 นาที เพราะฉะนั้น เอ่อ พอจะมีใครเตือนความจำพี่ได้บ้างว่าคราวที่แล้วถามอะไรไปเชิญค่ะคุณไหมคะ

>> ค่ะก็คือถามถามเรื่องว่าจะต้องมี success case ว่าเราเอาจริงกับเรื่องคอร์รัปชันะคะ เด็ดหัว เอ่อ

>> ผู้บริหารระดับสูงรัฐมนตรีหรือไม่ก็ เอ่อ ตำรวจจราจรในจอร์เจียนะคะอันเนี้ยเราก็คิดเหมือนกันว่าจำเป็นที่จะต้องมีนะเอ่อ แต่ว่าเราก็ไม่อยากให้มันเป็นมันเป็นเทศกาลเชิดไก่ให้ลิงดูเฉยๆนะคะเมื่อว่าเอาใครก็ไม่รู้ที่อาจจะผิดเล็กผิดน้อยมาทำพิธีกรรมกันเฉยๆ เราก็เลยคิดว่า 1 ใน 100 วันแรกเนี่ยเคสเราจะต้องเป็นเคสที่ประชาชนให้ความสนใจมากเป็นอันดับที่ 1 นะคะ แล้วก็พยายามที่จะ เอ่อ เร่งรัดในการดำเนินคดีให้ให้ได้ตัวคนผิดได้เร็วก็คือ 100 วันเนี่ยจะเปิดเผยผลสอบของตึกสตง.ถล่มนะ คะ

>> 100 วันถ้าเกิดวันแรกเป็นรัฐบาลใช่ค่ะ

>> แปลว่าตอนนี้มีข้อมูลครบแล้วหมายความว่า ตอนเนี้ยไอ้กระบวนการสืบสวนสอบสวนเนี่ย มันมันเสร็จสิ้นไปแล้วแล้วก็มันมีการเปิดเผยขึ้นมาบางส่วนแต่ว่ามันยังหาคนผิดไม่ ได้เนี่ยอาจจะต้องมีการรื้อขึ้นมาแล้วก็ เอ่อ ดำเนินการสอบสวนใหม่เพื่อหาคนที่กระทำผิดจริงแล้วก็มานำมาลงโทษได้จริงๆ ค่ะเป็นตัวอย่างชัดเจนมั้คะคุณเคนชัดเนาะ คุณ

>> แล้วก็สำหรับคำถามคุณเอมนะคะเหมือนเหมือนจ้องหน้าเหมือนถามดิฉันน่ะเพราะว่าคดีเยอะสุดใช่มั้ยคะซึ่งเราก็ต้องบอกว่า เอ่อ แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่มีที่เป็นเรื่อง เอ่อ เป็นความไม่มีเสรภาพที่สุดแล้วที่ที่ เราเห็นเกี่ยวกับการเมืองไทยนะก็คือความ ที่เราไม่สามารถที่จะคาดการณ์อะไรในอนาคตได้เลยนะคะถึงแม้ว่าในระบบเนี่ยกติกามันจะออกแบบว่าใครชนะคนนั้นได้ตั้งรัฐบาลเนี่ยแต่ว่านิติสงครามที่คอยเอาชนักมาปักหลังเราไว้เต็มไปหมดแบบเนี้เนี่ยมันก็ทำให้เกิดความไม่มีเสรภาพในท้ายที่สุดนะคะ แล้วที่แย่ก็คือมันคาดการณ์อะไรไม่ได้ว่าผลการตัดสินมันจะเป็นยังไงถึงคุณจะจบ นิติศาสตร์ระดับไหนนะคะปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตมาจากไหนเนี่ยคุณก็ไม่สามารถที่จะคาดการณ์ผลว่าผลการตัดสินเนี่ยมันจะออกมาเป็นอย่างไรได้เนี่ยแต่ว่าเราก็พยายามที่จะ เอ่อ ปิดจุดปิดจุดเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะคะ เอ่อ ไม่ว่าจะเป็นคดี 44 ส.ส.ที่อยู่ใน ปปช.นะคะอาจจะวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้นะคะที่เขาจะออกมาประกาศว่าอาจเราจะต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ซึ่งตอนนี้นะเราไม่ได้เป็น สส.แล้วเราก็เลยไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แต่เมื่อไหร่ที่ กกต.รับรองเขาก็จะหยุดปฏิบัติหน้าที่พวกเรานะ คะซึ่งดิฉันเป็นหนึ่งในนั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไม่เป็นไรความเป็น candidate นายกรัฐมนตรีของดิฉันและณัฐพงษ์เรือปัญญาวุฒิยังคงอยู่เหมือนเดิมค่ะ ดังนั้นเนี่ยเราก็พยายามที่จะ เอ่อ แก้ปัญหาแล้วก็ปิดความเสี่ยง หรือถ้าศาลฎีกามีคำวินิจฉัยออกมาในเร็ววันว่าทั้งดิฉันแล้วก็คุณเท้งไม่ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป ความเป็น candidate หมดไปก็ยังมีอาจารย์วีรยุทธ์การชูฉัตรอยู่ในอีกคนที่เป็น candidate นายกที่สามารถที่จะดำเนินการต่อได้ค่ะเก็พยายามบริหารความเสี่ยงกันไปค่ะ ตอบคำถามยังคะเอ็ม

>> ได้ค่ะได้ค่ะ

>> ภาวะที่คือพรรคเพื่อไทยเนี่ยปฏิเสธไม่ได้ว่ามีชื่อของคุณทักษิณแบบพระยี่ห้ออยู่ด้วยนะฮะในภาวะที่ตอนเนี้ยคุณทักษิณก็ถูกดำเนินคดีอยู่เนี่ยพอเพื่อไทยเข้าไปเป็นรัฐบาลเนี่ยจะมีความเกรงอกเกรงใจและจะกล้าที่จะเข้าไปทำอะไรที่มันต้องทำณตอนนี้นะในเชิงเศรษฐกิจหรือเปล่าอันนี้เป็นคำถามที่เศรษฐกิจกับการเมืองเนี่ยมันจะมันน่าจะผูกอยู่ด้วยกันนะค่ะ

>> ผมตอบ 3 คำถามรวมเลยนะฮะคำถามจากคุณเคน แล้วก็คำถามเรื่องเสรภาพทางการเมือง แล้วก็คำถามเรื่องคุณทักษิณนะครับ อ่าในประเด็นเรื่องของการจับโจรจับการทุจริตคอร์รัปชัน ผมคิดว่ามันแบ่งออกมาเป็น 3 ประเด็น 1 คือเรื่องของเจตจำนง 2 คือเรื่องของกลไก และ 3 คือเรื่องของโทษนะ ครับผมเห็นในพรรคการเมืองหลายๆพรรคการเมืองไม่ได้อยู่ในที่นี้นะฮะที่จะเสนอเรื่องของโทษให้มันดูหนักให้มันดูเอาจริง แต่ถ้าสมมุติคุณพูดถึงโทษแต่คุณไม่พูดถึงเจตจำนงและกลไกอันนี้เกิดนะครับโทษหนักไม่เกิดการจับนะครับเพราะฉะนั้นสำคัญที่สุดของมันคือเรื่องของเจตจำนงในการที่จะทำอะไรกับมันจริง และการมีเจตจำนงโดยที่ไม่มีกลไกอย่างที่ผมได้นำเรียนมาแล้ว เรื่องของ Open Government เรื่องของ AI Government เรื่องของ Digital Government มีเจตจำนงแต่ไม่มีกลไกในการจับก็จับโจรไม่ได้นะครับเพราะฉะนั้นมันต้องควบคู่กันไปฮะทั้งเจตจำนง กลไก และเรื่องของโทษที่ต้องเหมาะสมนะครับตอบในประเด็นที่ 2 เรื่องเสรีภาพทางการเมืองนะครับผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สำคัญและเป็นปัญหาสำหรับสังคมไทยมานานนะครับจึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึง อ่า เห็นชอบกับการที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถามว่ามันมีปัญหาตรงไหนนะครับมันมีปัญหาตรงที่เสถียรภาพทางการเมืองทุกคนก็เห็นในตรงกันนะ ฮะว่ามันเกิดจากอะไรนะครับมันเกิดจากการที่มีองค์กรอีกองค์กรนึงซึ่งนอกเหนือจากนิติบัญญัติตุลาการบริหารมีองค์กรอิสระเพิ่มขึ้นมาซึ่งมีอำนาจมากและก็ไม่ยึดโยงกับประชาชนนะครับต้องมาดูว่าองค์กรองค์การอิสระที่มาจากอะไรนะครับการที่เลือกกรรมการในในองค์กรอิสระก็มาจาก สว.แล้วเราก็รู้เรื่องของที่มาของ สว.ซึ่งก็เป็นตั้งสังคมตั้งคำถามอยู่นะครับเพราะฉะนั้นเมื่อที่มามันไม่ถูกไม่ที่เมื่อที่มาเนี่ยยังเป็นที่กังขานำไปสู่การที่อำนาจไม่สอดคล้องกับตัวที่มานะครับอันเนี้ยก็เลยมีปัญหาว่าองค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาชนหรือมีการยึดโยงกับประชาชนน้อยกว่าเนี่ยสามารถมีอำนาจในการที่จะมาทำให้องค์กรที่มาจากประชาชนมีปัญหาได้อันเนี้ยคือต้นตอของการที่ทำให้ต่อปัญหาเรื่องของเสถียรภาพทางการเมืองถ้าตรงนี้ไม่แก้ก็จะแก้ตรงอื่นไม่ได้นะครับเพราะฉะนั้นเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นสิ่งที่สำคัญตอบคำถามถามที่ 3 เรื่องของคุณทักษิณครับ ผมคิดว่าทุกอย่างอยู่ตามกฎหมายแล้วก็พรรคเพื่อไทยเรายืนตามกฎหมายอยู่แล้วนะครับในทุกๆมิติ นะครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำอะไรให้มันถูกต้องตามกฎหมายรวมถึงการบริหารประเทศทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามเจตจำนงของพี่น้องประชาชนนะครับผมว่าตรงนี้ชัดเจนนะครับ

>> ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะเดี๋ยวเอ่อเพื่อที่จะให้มีกรอบเวลานะฮะจะมีคำถามจากบก.อีกสัก 3 คำถาม 4 คำถามไม่เกินแล้วก็จะจากฝั่งของภาคธุรกิจแล้วภาคประชาชนหลังจากนั้นเราก็จะสรุปเวทีของเรานะฮะเพราะว่าเข้าใจว่า เอ่อ ถ้ายาวเกินไปเดี๋ยวหลายท่านจะต้องมีธุระไปต่อนะฮะเชิญค่ะคุณพฤจัตมีอะไร

>> ครับผมขอต่อเนื่องเรื่องทุนเทานิดนึงครับ คือต้องยอมรับว่าถ้าดูในขั้นตอนแล้วก็กระบวนการเนี่ยก่อนจะเอาคนผิดมาลงโทษได้เนี่ยมันต้องเข้าไปตรวจสอบนะครับสอบสวน ซึ่งต้องอาศัยอำนาจของกลไกราชการนะครับ แล้วก็ต้องยอมรับว่าที่ทุนเทาเนี่ยเติบโตได้ในไทยเนี่ยก็มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเอื้อประโยชน์นะครับทำให้เติบโตคำถามก็คือว่าถ้าได้เป็นนายกถ้าได้เป็นรัฐบาลเนี่ยนะครับ อ่า มีแนวทางยังไงในการเอาสปอตไลท์เข้าไปส่องในระบบราชการแล้วก็ทำให้กลไกของข้าราชการในการทำงานตรงเนี้ยมันเดินหน้า อเชิญเลยค่ะ

>> ถ้าถามต่อผมถามต่อจากประเด็นเรื่องเสถียรภาพครับสมมุติสมมุติว่าพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์รวมกันจัดตั้งรัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากกว่าอีกฝั่งนึงมั้ยครับ

>> เห็นนั่งอยู่ทั้ง 3 พรรคไงก็มีโอกาสที่จะจับมือจัดตั้งรัฐบาลกันแล้วคุณจะมั่นใจว่าคุณจะกู้คู่ไททานิคเนี่ยร่วมกันได้มั้ย

>> เชิญเลยค่ะดร.อ้อก่อนดีมั้คะหรือว่าคุณไหมก่อน

>> คุณ

>> คำถามแรกนะคะเรื่องเรื่องทุนเทาเนี่ยเราเห็นเลยว่าเป็นเรื่องของเจตจำนงทางการเมืองล้วนๆนะคะที่ เอ่อ มันต้องมีหัวโต๊ะที่กล้าที่กล้าฟันธงจริงๆแล้วอ่ะเพราะว่าเราเห็นแล้วว่า เอ่อ ที่ผ่านมาเนี่ยมันมันขับเคลื่อนได้ช้ามากในฝั่งของเจ้าหน้าที่รัฐใช่มั้ยคะที่เป็นหน่วยกำกับดูแลต่างๆ คิดดูว่าแค่จะต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเนี่ยซึ่งก็เป็นข้อมูลของภาครัฐด้วยกันเนี่ยยังต้องมานั่งเซ็นเป็น MOU กันก่อนถึงจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้นี่มันคือไม่ใช่ละ ดังนั้นเนี่ยคิดว่ามันต้องอาศัยแรงผลักจากฝ่ายนโยบายจากฝ่ายการเมืองที่จะเข้าไป เอ่อ แสดงว่าเราเนี่ยเอาจริงเรื่องนี้จริงๆแล้วก็ เอ่อ พยายามที่จะให้แต่ละฝ่ายที่จริงๆกฎหมายเนี่ยให้อำนาจไว้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าก็จะเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาว่าใครต้องเป็นคนกำกับดูแลแค่เรื่อง Travel Rule เนี่ยที่จะต้องไปควบคุม เอ่อ Crypto currency เนี่ยก็เกี่ยงกันไปหลายรอบมากเดี๋ว่า ปปง.เป็นคนทำบ้างพอ ปปง.ก็บอกว่า กลต.ต้องเป็นคนทำ กลต.ก็บอกว่าเดี๋ ปปง.เราต้องเป็นคนทำ วนกันไปอยู่อย่างนี้จนจนแบบว่าไม่เรื่องมันไม่คืบไปไหนสักที ดังนั้นเนี่ยต้องมีหัวโต๊ะที่เอาจริงแล้วก็กล้าถูกโต๊ะฟันธงเรื่องนี้ค่ะเอิ่มคถามต่อมาก็คือเรื่องจับมือกันได้มั้ยนะคะใช่ค่ะดิฉันก็คิดว่า เอ่อ จาก 3 พรรคนี้ก็น่าจะเป็น common sense ที่ดีนะคะ แล้วก็เราก็ไปกันมาหลายเวทีเนี่ยพูดจาอะไรกันเนี่ย นโยบายก็ไม่ค่อยไม่ค่อยจะต่างกันมากนะคะเราก็เราก็จริงจริงเดี๋ยวถ้าคนมาที่ 8 เราเป็นแกนนำเดี๋ยวก็ได้ไปส่งเทียบเชิญนะคะมีคนยิ้มค่ะมีคนยิ้มรวมได้มั้คะ

>> ตอบ 2 เรื่องก่อนฮะเรื่องของเรื่องของต้องตอบทั้ง 2 เรื่องนะฮะแต่ขอตอบเรื่องแรกก่อนตามคิวนะครับเรื่องของทุนเทานะครับทุนเทาเราเห็นเรื่องของมันมีอยู่หลายๆมิติเรื่องการต่างประเทศเป็นจุดเริ่มต้นนะครับเราก็รู้ว่าทุนเทามาจากประเทศไหน แล้วประเทศนั้นเราจะแก้ไขปัญหาตรงนั้นอย่างไรนะครับเรื่องของทุนเทาในมิติของการต่างประเทศยุทธศาสตร์เราที่สำคัญที่สุดคือการใช้โลกเข้าไปล้อมประเทศที่เป็นปัญหาเอาโลกเข้าไปล้อมกัมพูชานะครับการที่ 1 ประเทศถูกบีบด้วยทางการเมืองและบีบด้วยทางการค้าจากการที่ประเทศไทยนั้นสามารถเป็นตัวแทนหรือเป็นตัว อ่า พี่ใหญ่ในเรื่องของการกำจัดเรื่องของสแกมเมอร์ได้ ตรงเนี้เป็นจุดที่สำคัญนะครับเพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ทางการตงการต่างประเทศมาก่อนนะครับตามด้วยยุทธศาสตร์ในเรื่องของในประเทศการพัฒนาเรื่องของเทคโนโลยีในการตรวจจับการใช้กลไกในการตรวจจับนะครับอย่างที่ผมเสนอเรื่องของ อ่า 3 อย่างนะฮะ Open AI Digital Government แล้วก็เรื่องของการพัฒนาเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆในเรื่องการตรวจจับและเรื่องของเจตจำนงและการบังคับใช้กฎหมายต้องมาควบคู่กันนะครับเพราะฉะนั้นตอบใน 3 มิติเรื่องของจับมือเรื่องของเอ่อการเสถียรภาพว่าตรงไหนจะเสถียรภาพมากกว่าอะไรนะครับพรรคเพื่อไทยครั้งนี้เราเข้าสู่การเลือกตั้งด้วยการเสนอในเชิงบวกนั่นคือท่านจะเห็นว่าเราไม่คุยเรื่องการเมืองเลยนะครับว่ามิติใครจับใครจับใครแล้วจะมีปัญหาอะไรต่างๆเราเสนอในเชิงนโยบายท่านจะเห็นว่าเราฟูแต่เรื่องตัวนโยบายเสนอให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเลือกเราแล้วได้อะไรเลือกเราและเห็นอะไรประเทศจะไปในมิติไหนในมุมมองของการบริหารในเชิงนโยบายนะครับส่วนเรื่องจับมือใครไม่ใครเนี่ยผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรตรงนั้นเลยนะครับนั่นหมายถึงว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเห็นหมดแล้วครับว่าทุกพรรคมีข้อดีข้อเสียยังไงใครมีตำหนิแบบไหนใครอะไรยังไงพี่น้องประชาชนเห็นหมดแล้วนะครับผมคิดว่าพี่น้องประชาชนมีข้อมูลไม่น้อยไปกว่าพวกเราเพราะฉะนั้นเขากำลังจะเลือกครับพี่น้องประชาชนกำลังจะเลือกแล้วให้ฉันติเราดูจากตรงฉันติตรงนั้นครับ เราพยายามอย่าไปชี้นิ้วบอกใครดีไม่ดีนะ ครับเราไม่ทำนะครับเพราะตอนนี้ทุกคนแบให้พี่น้องประชาชนเลือกแล้วนะครับเพราะฉะนั้นเรายึดฉันทามติของพี่น้องประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ครับ่ะ

>> เชิญดร.อ้อค่ะแล้วก็เดี๋ยวจะให้ เอ่อ ให้โอกาสกับทางภาคธุรกิจแล้วก็ภาคประชาชนน้องแววได้ค่ะเดี๋ยวน้องแววเป็นคำถามสุดท้ายรอดร.ออก่อนนะแล้วก็จะมาทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชนเพราะว่าเวลาเราจะหมดอีกแล้วล่ะค่ะขนาดตอนแล้ว

>> ดิฉันอยู่ไม่ได้ทั้งคืนใช่มั้

>> เชิญค่ะดร. ทุนเทาจริงๆเก็มองเป็นความมั่นคงของชาติแล้วนะคะ

>> ที่จะว่าจะทำเนี่ยเมื่อสักครู่ทุกท่านได้ตอบไปแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะว่าถึงเวลาแล้วเนี่ยที่เราต้องทำเป็นวาระแห่งชาติเพราะมันเชื่อมต่อกับความมั่นใจของ เราเองในการลงทุนความมั่นใจของคนที่จะเข้ามาในประเทศเราความมั่นใจของการลงทุนนักลงทุนต่างประเทศด้วยเพราะงั้นนี่ต้องการตั้งให้เป็น เอ่อ วาระของเราแล้วก็ถึงเวลาแล้วล่ะอาจจะต้องตั้งสภาความมั่นคงทางด้านเรื่องนี้เนี่ยเข้ามาจริงจังแล้วทำงานอย่างบูรณาการ สิ่งนึงที่เราควรที่จะอยากทำค่ะเมื่อมีข้อสงสัยกว่าจะไปถึงชั้นศาลเนี่ยมันจะใช้เวลานานเราอยากจะลองถามว่ามันจะเป็นไปได้ไหมการยึด st on spot ไว้ก่อนเลยจนกว่าพิสูจน์ทราบได้ว่านี่คือเงิน เอ่อ ไม่เทาเนี่ยแล้วเราค่อยดำเนินการกระบวนการทางกฎหมายอย่างน้อยเนี่ย เอ่อ การบังคับใช้กฎหมายที่มีความรวดเร็วมากเพียงพอในการสกัดผลกระทบออกมาเนี่ยเป็นสิ่งที่เรา เอ่อ อยากจะทำนะคะเอ่อตอบคำถามเอ่อว่าจับได้มั้ยจริงๆแล้วเอ่อพรรคของเราก็เป็นคนที่เปิดเรื่องนี้ชัดเจนว่าเรามาทำการเมืองครั้งนี้เนี่ยเราทำเพื่อที่ต้องการที่จะชอบคำว่ากู้ไททานิคมากตอนแรกนึกว่าจะล้อเล่นกับ เอ่อ พรรคประชาธิปัตย์ดิฉันก็เองมีหน้าที่มากู้ไททานิคเหมือนกันนะฮะแต่สิ่งนึงเนี่ยเป็นเป็นเจตจำนงแรกเลยก็คือว่าเราต้องการที่จะมาสร้างการเมืองที่สุจริต เพราะฉะนั้นถ้าเรามั่นใจได้ว่าเพื่อนๆ จริงๆแล้วเวลาเราคุยกันเชิงนโยบายเราคุยกันหลายเวทีแล้วเราก็มีความเห็นที่สอดคล้องกันในหลายๆเรื่องทีเดียวในเรื่องของเทคนิคไม่ได้มีประเด็นค่ะแต่ว่าก็ย้อนกลับไปว่าถ้าเป็นพรรคอื่นใดที่มีข้อสงสัยในเรื่องของการเมืองไม่สุจริตมีความทุจริตอันนั้นก็เป็นธงที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งธงเอาไว้ว่าเราจะขอไม่ร่วมด้วยค่ะ

>> ขอบคุณมากค่ะ

>> ขอต่อเนื่องคำถามตรงนี้นิดนึงครับ

>> นิดเดียวครับสั้นๆก็คือว่าเอ่อขออนุญาตพรรคประชาธิปัตย์นะครับถ้าเกิดถามต่อเนี่ยเรื่องของการรวมไม่รวมกับใครเนี่ย คือพรรคเพื่อไทยเนี่ยคุณเผ่าภูมิเนี่ยก็ประกาศตัวเองว่าตัวเองจะได้ที่ 1 นะครับ แล้วก็แต่ความเป็นไปได้อันนี้คือความเป็นไปได้นะครับ อ่า พรรคประชาชนก็มีโอกาสเป็นที่ 1 พรรคภูมิใจไทยก็มีโอกาสเป็นที่ 1 วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันเหมือนเดิมครับว่าไม่ว่าพรรคใดจะเป็นที่ 1 ถ้าเกิดไปรวมกับกล้าทำประชาธิปัตย์จะไม่เข้า ร่วม

>> ตอบได้ง่ายเลยค่ะถูกต้องค่ะไม่เข้าร่วม

>> ขอบพระคุณมากๆค่ะขอบพระคุณมากๆค่ะเดี๋ยว ดิฉันจะน้องแวว 1 คำถามนะคะแล้วก็เดี๋ยวจะมาพากธุรกิจ เห็นใจเหนื่อยมาก

>> ค่ะพี่นาคะและทุกท่านคะดิฉันคิดว่าวันเนี้ไม่ใช่เวทีดีเบต

>> ค่ะ

>> ดูเป็นเวทีวงคุยแบบปรึกษาหารือกันเนาะ

>> ปรึกษาหารือถึงขั้นจะรวมมือ เอ่อ จับร่วม จับมือกันตั้งรัฐบาลแล้วแล้วก็คุยกันไปถึงนโยบายอะไรที่จะร่วมกันได้ซึ่งอันนี้เป็นถ้าหากว่าในวงของภาคประชาชนที่ทำงานด้วยกันมากับไทย PBS นะก็จะมองว่านี่คือความสวยงามของการเลือกตั้งครั้งนี้ค่ะ ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือพูดคุยกันนะคะ วันเนี้มาปรึกษาหารือกันมีทั้งภาคเอกชนมีทั้งภาคประชาชนมีทั้งสื่อตั้ง 8 สำนัก แล้วก็มีพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรคการเมือง ที่วันเนี้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ทีนี้คำถาม ของดิฉันคือว่าในเมื่อจะปรึกษาหารือกัน แล้วก็มีอนาคตที่รออยู่อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ที่จะเห็นเนี้ยค่ะ 3 พรรคการเมือง ที่อยู่ตรงเนี้ยค่ะจะทำอะไรร่วมกันเพื่อ ที่ให้ประเทศไทยเนี่ยมีอะไรเป็นจุดร่วม สำคัญที่ให้ความเชื่อมั่นเรายังอยู่กันในหัวข้อของความเชื่อมั่นเนาะที่จะให้ความเชื่อมั่นกับคนไทยค่ะว่าชีวิตคนไทยจะดีขึ้นไม่ว่าจะด้วยเศรษฐกิจหรือว่ามาตรการทางสังคมก็แล้วแต่ค่ะ

>> โจทย์ยาก

>> เอาเป็นจุดร่วมของพรรคร่วมรัฐบาลเลยนะคะ

>> โจทย์ยากให้เวลาคนละ 1 นาทีค่ะ

>> คุณความคาดหวังสูงมากค่ะ

>> คุณกรุณามีเวลาให้แค่แค่ 1 นาทีนะคะอย่าคิดนานค่ะเชิญค่ะ

>> ผมคิดว่าเวลามองตัวนโยบายของพรรคการเมือง ในหลายๆพรรคการเมืองอ่ะนะฮะไม่ขอระบุเป็นพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งผมคิดว่าเรามีเจตนาที่ตรงกันในการที่จะพัฒนาเรื่องของเศรษฐกิจพัฒนาเรื่องของสังคมและพัฒนาเรื่องของการเมืองไปข้างหน้านะครับ ผมผมคิดว่าทุกคนมีเจตนาบริสุทธิ์ในการออกแบบนโยบายนะฮะการที่ดูว่านโยบายของพรรคไหนเหมือนเป็นการกระจายเม็ดเงินเป็นการแจกเงินอะไรผมคิดว่าทุกพรรคเนี่ยไม่ว่าจะเรื่องของสวัสดิการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอะไรต่างๆเนี่ยทุกคนไม่ได้มองเรื่องของการกระจายเม็ดเงินโดยไม่หวังผลทางเศรษฐกิจผมคิดว่าไม่มีพรรคไหนคิดอย่างนั้นนะครับการกระจายเม็ดเงินต่างๆเนี่ยทุกอันต้องมีเหตุผลในการที่จะรองรับมาทั้งนั้นนะครับเพราะฉะนั้นผมมองว่าทุกพรรคเนี่ยในที่สุดแล้วหวังดีเพียงแต่กลไกอาจจะแตกต่างกันวิธีการอาจจะแตกต่างกัน แต่ผมว่าจุดมุ่งหมายไม่ได้แตกต่างกันในการพัฒนาประเทศชาติให้ไปข้างหน้าครับ

>> ขอบพระคุณมากค่ะ

>> ดิฉันคิดว่ามีอยู่เรื่องนึงที่น่าจะชัดชัดเจนที่สุดแล้วก็ทุกพรรคประกาศตรงกันนะ แม้กระทั่งวิธีการเี่ก็จะมีความใกล้เคียงกันมากด้วยก็คือเรื่องของการสู้กับคอร์รัปชันกับทุนเทา

>> ค่ะ

>> นะคะดังนั้นเนี่ยคิดว่าตอนนี้มันเหลืออยู่แค่ตอนทำละว่าจะทำยังไงนะคะ เอ่อ ซึ่งเราก็คิดว่าเราสามารถที่จะมาทำข้อตกลงร่วมกันได้ถ้าหากวันนึงจะต้องมีเป็นรเป็น เอ่อ ร่วมรัฐบาลกันเนาะเป็นแนวทางวิธีการทำงานเป็น code of conduct ของครม.ของเราเนี่ยที่เอ่อจะเขียนไว้เลยถ้ามันมีใครที่ถูก ปปช.ชี้มูลหรือว่ามีหลักฐานพบการกระทำทุจริตอะไรเนี่ยเราก็ให้ลาออกได้เลยลาออกจากครม.ไปเลยไม่ต้องอยู่แล้วเพื่อไปพิสูจน์ตัวเองได้ตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้งนึงอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะอันนี้ก็จะเป็นในขั้นแนวทางการทำงานแล้วว่าเวลาทำจริงๆอ่ะทำยังไงเพื่อที่จะทำให้สิ่งที่ เราพูดพร่ำพูดแล้วก็สัญญากับประชาชนไว้เนี่ยเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงเมื่อได้เป็นรัฐบาลร่วมกันค่ะ

>> ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

>> นาคะขอนิดนึงค่ะเรามีจุดร่วมเชิงนโยบายอยู่หลายเรื่องเท่าๆที่ฟังมาตั้งแต่ตอนต้นแล้วเราไปด้วยกันหลายเวทีแล้วคิดว่าอันนี้ไม่ต้องซ้ำแต่ว่าสิ่งนึงที่อ้ออยากจะชวนคุยว่าถ้าเกิดเรามีวันนั้นจริงๆ สิ่งอยากจะชวนค่ะว่าเรามาตั้งเป้าประเทศไทยกันเถอะแล้วมาวัด KPI ความเจริญของประเทศเป็นตัวตั้งถือว่าเป็น KPI ที่บอกว่านี่แหละคือคุณภาพของรัฐบาลชุดใหม่เราจะต้องดูว่าความเหลื่อมล้ำต้องลดลงความยากจนต้องลดลงการศึกษาต้องดีขึ้นทุจริต Corruption Index ต้องดีขึ้นเพราะว่าอย่างเนี้ยเป็นสิ่งที่อ้ออยากจะเรียกร้องว่าเราควรจะเปลี่ยนวัฒนธรรมทางการเมืองกันได้แล้วมิใช่ว่ากระทรวงไหนใครดูแล้วเร่งทำแต่เรื่องนั้นโดยที่ประเทศขาดทิศทางไร้ยุทธศาสตร์แต่ถ้าเรามารวมกันได้จริงสิ่งนั้นที่อ้อไปร้องขอค่ะเรามาตั้ง KPI ร่วมกันและเป็น KPI ที่จะให้เห็นว่านี่คือ KPI ของรัฐบาลนี่คือความเจริญของประเทศที่ลูกหลานพึงจะได้รับค่ะขอบพระคุณเดี๋ยวน้องแววแป๊บนึงนะฮะพี่นามีงานน้องอ้อก็คือว่าจริงๆแล้วมันเหลือ 10 นาทีแล้วก็จะให้ฝั่งธุรกิจกับภาคประชาชนได้พูดแต่ว่าเมื่อสักครู่มีเสียงกระซิบเบาว่าดร.ว่าอ้อต้องไปอีก 10 นาทีนะฮะเอาไปให้แล้ว

>> คืออย่างงี้ค่ะเค้าบอกว่าคนดูออนไลน์ไม่ถอยคนดูเยอะมากเราถอยมั้คะคุณไหมถอยมั้คะคุณเผ่าพูนถอยมั้คะไม่ถอยนะคะมีใครถอยบ้างคะ

>> ไม่ถอยโห่หน่อยค่ะจะได้ต่อค่ะ

>> ถ้างั้นเดี๋เราต่อเดี๋ยวเราต่ออีก เอ่อ ไม่ใช่ 1 นาทีแล้วค่ะเพราะว่าดิฉันเหนื่อยมากกับการคุมเวลา 1 นาทีถ้างั้นไปอีกสักประมาณ 20-25 นาทีไหวมั้คะมีใครอยากได้น้ำมั้ย พักยกคุณไหมน้ำหมดค่ะเติมน้ำคุณไหมหน่อย ค่ะเหนื่อยมั้คะเหนื่อยเนาะเจอ 8 คนนี้ไม่ไหวเนาะหรือจะฟังพี่นาร้องเพลงคะ

>> ถ้าอย่างงั้นไม่ทราบว่าสิ้นกระบวนความ หรือยังสำหรับเอ่อคำถามเมื่อสักครู่ถ้าสิ้นแล้วเนี่ย

>> ถามนิดเดียว KPI นี่น่าสนใจค่ะเมื่อกี้ดิฉันอาจจะถามคำถามกว้างๆแล้วยากนะคะแต่ว่าคำตอบดีมากเลยค่ะถามต่อค่ะ KPI เนี้ยจะมีให้ประชาชนร่วมมีส่วนร่วมได้ยังไงหรือเปล่าคะ

>> จริงๆแล้วเนี่ยวันนี้อ้อมานั่งฟังเนี่ยอ้อก็ได้ไอเดียหลายอย่างว่าจริงๆตอนแรกที่เราก็คิดว่า เอ่อ GDP ต้องโตขึ้นมีถามว่าแล้วกระเป๋าตังค์ฉันคือยังไงอยู่มันก็เลยจะต้องเป็น KPI ที่มีทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง เอ่อ ความเหลื่อมล้ำ เอ่อ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นการวัดคุณภาพชีวิตเพราะว่าสิ่งเนี้ยมันไม่ได้เกินกว่าเหตุในการวัด ถ้าเกิดเราเคยคุยกันว่าเราเคยมี Index ที่บอกว่าเนี่ยคือคุณภาพภาพชีวิตที่ดีขึ้นเราตรงนั้นมาแตกกันก็ได้ค่ะเราคิดว่าถ้าเกิดเราจะอยู่ในภาวะที่วิกฤตขณะนี้เนี่ยแล้วเรายังดำเนินเอ่อนโยบายแบบจะว่าไงคือดีหมดอ่ะแต่มันไม่ได้ไปทิศทางเดียวกันออคิดว่าเราจะใช้ทรัพยากรอย่างไม่ได้คุ้มค่าแล้วสุดท้ายเราก็จะมาแก้เกมกันเอง แต่ถ้าเกิดเราจับมือกันได้จริงเรื่องเนี้ยเป็นสิ่งที่เราควรจะนั่งๆคุยกันแล้วว่าเราควรจะมี dashboard เลยแล้วก็แถลงกันเป็นไตรมาสเลยว่าวันนี้เนี่ยเราทำดีได้ถึงไหนแล้วถ้าเกิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่เรามีความพยายามร่วมกันเพราะว่าอันเนี้ยคือผลงานแล้วก็เป็นวัฒนธรรมการเมืองใหม่ที่เราอยากจะเชียร์ให้มีค่ะพี่แวว

>> อื

>> เห็นเห็นคุณเคนหยิบไมโครโฟน

>> ไม่ไม่ได้ถามครับแค่เสนอสั้นๆครับไม่เกิน 1 นาทีเมื่อกี้คุยกับพี่จอบแล้วเหมือนกันผมคิดว่าวันเนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการที่สื่อมารวมตัวกันผมไม่เห็นแบบนี้มานานมากนะครับแล้วผมคิดว่าผมขอเสนอเลยว่าใน 100 วันแรกไม่แน่ใจใครเป็นรัฐบาลจะเป็นสีน้ำเงินหรืออะไรเข้ามาผมอยากให้ทำแบบที่พี่ออพูดสื่อมานั่งตั้งคำถามว่า KPI คืออะไรแล้วจะทำได้มั้แล้วตรวจในทุกๆ 100 วัน 3 เดือน 3 เดือนผมอยากสร้างวัฒนธรรมของสื่อใหม่ที่จะตรวจสอบนักการเมืองเช่นเดียวกันกับนักการเมืองจะพูดความจริงกับประชาชนมีสัญญากับประชาชนแล้วทำได้ไม่ได้บอกกันตรงๆว่าได้หรือไม่ได้เพราะอะไรก็หวังว่าพี่จอบจะซื้อไอเดียนะครับ

>> พี่จอบซื้อมั้ยคะผอ.วันชัยพยักหน้ายกนิ้ว 2 นิ้วเพราะฉะนั้นไทย PBS จะขออนุญาตเป็นตัวกลางนะเพื่อจัดให้เพื่อนๆสื่อมวลชนแล้วก็ทุกพรรคการเมืองจะเป็นพรรคฝ่ายค้านพรรครัฐบาลมาพูดคุยแลกเปลี่ยน

>> พี่นาถามทุกคนมั้ยไม่ใช่พี่จอบคนเดียวหรอกทุกคนในห้องเนี้ยซื้อมั้ย

>> ซื้อมั้ยคะ

>> ซื้อยกมือเลยมั้ยคะ

>> โหหน่อยสิ

>> ซื้อยกมือเลยมั้คะ

>> ขอบพระคุณมากๆคิดว่าเป็นฉันทามตินะไม่ ต้องถามเพราะว่าดูจากสีหน้าแววตาของ เอ่อ ผอ.แล้วก็รองผอ.ถูกทันเพราะฉะนั้น เอ่อ ขออนุญาตเปลี่ยนเค้าเรียกเปลี่ยนมุมมองนิดนึงมาจากนักข่าวแล้วมันจะแบบว่าเป็นนักข่าวนะฟังฟังประชาชนกับภาคธุรกิจนิดนึงมีใครนะเชิญค่ะ

>> ก็จริงชอบรูปของตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการนะ ครับที่ตอนนี้เรากำลังจะออกเรือเข้าไปในมหาสมุทรที่มันมีคลื่นที่แรงมากก็เป็นเรื่องจีโอิติกเป็นเรื่องธรรมชาติที่ค่อนข้างที่จะโหดร้ายมากคราวนี้ก็คือเราก็คืออยู่บนเรือไทเทนิคนี้นะ ไทยจะอีกด้านนึงพูดถึงเรื่องทุนเทาเรื่องคอร์รัปชันตรงกลางเนี่ยคือความเหลื่อมล้ำตั้งแต่เหลื่อมล้ำง่ายๆอย่างผมมาจากสภาพ sอเนี่ยเรารู้ได้ว่าสิ่งนึงที่โอเคเรียก ร้องว่าอยากจะให้มันมาถึงคนตัวเล็กเนี่ยจริงๆมันมาไม่ถึงหรือในทางกลับกันก็คือความเหลื่อมล้ำในเชิงสังคมที่คนยากจนอะไรต่างๆเยอะแยะมากแล้วก็มุมอีกฝั่งนึงซึ่งเป็นกราบอีกด้านนึงก็คือคนอ่อนแอมากมีทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปตอนนี้เองนะครับมันเป็นจังหวะที่ดีมากที่เรากำลังจะเลือกผู้นำนะครับมันเหมือนกับการติดกระดุมเม็ดแรกที่ให้ถูกต้องแล้วสื่อทุกอย่างก็พูดเหมือนกันว่าจะ เอ่อ รณรงค์ไม่ซื้อเสียงจริงๆแล้วเราสามารถที่จะทำดีเบตได้หลายเวทีถ้า 48 พรรคการเมือง 53 พรรคการเมืองบอกว่าไม่ซื้อประเทศไทยมันเปลี่ยนทันทีเลยนะแต่พอตรงนี้ปุ๊บมันไม่มีใครกล้าที่จะเริ่มตรงนี้ถ้าเกิดว่าทั้งหมดบอกว่าไม่ซื้อผมว่าเราเลือกผู้นำได้ละังงั้นถ้าเกิดเลือกผู้นำได้แล้วเนี่ยไม่ว่าเราจะแก้ได้เชิงระบบในเชิงของคนหรือว่าในเชิงของ เอ่อ กฎหมายต่างๆมันง่ายทั้งหมดแล้วอย่างที่คุณอ้อพูดหรือว่าทาง เอ่อ หลายๆพรรคพูดเนี่ยมันมันเป็นไปตามอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับเพราะฉะนั้นผมว่ากระดุมเม็ดแรกเนี่ยมันต้องเริ่มจากพรรคการเมืองครับอย่างหนึ่งก็คือโอเคเรารู้ว่าปัญหาเราหนักมากแต่ถ้าเกิดว่าทั้งหมดเนี่ยเราไม่ซื้อเราไม่ซื้อเสียงเลยนะครับใครซื้อเนี่ยเราหยพูดว่าไงนะครับก็คือว่าประเทศไทยเปลี่ยนค่ะขอบพระคุณมากค่ะเดี๋ยวขออนุญาตค่ะได้ค่ะเชิญค่ะ เบอกว่า

>> ขอนาทีเดียวพอดีพอดีกกร.เราเองมีนโยบายเรื่อง anti คอร์รัปชันระดับระดับหนึ่งแล้วแล้วเรามีข้อมูลเยอะในเรื่องนี้ผมผมยินดีอย่างยิ่งว่าวันนี้ปรึกษาหารือกันเนี่ยคุณเคนเสนอตั้งเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดโจทย์แรกเลยวันนี้คือ anti corruption มาทำเป็นโค้ดอย่างคุณใหม่เสนอหรือทั้ง 3 พรรคเสนอเนี่ยเป็น National Agenda อันแรกอันดับแรกเลยของพรรคการเมืองของสื่อขององค์กรเอกชนและก็ภาคประชาชนทำให้ได้มั้ยไม่ต้องไปประหารชีวิตหรอกให้ค้าเข้าคุกปี 2 ปีก็โอเคแล้วแต่คุณอย่างที่บอกคุณต้องมีเจตจำนงอันดับ 1 ก่อนเจตจำนงในที่นี้ก็คือประชาชนเอกชนสื่อพรรคการเมืองไม่มีอำนาจนอกระบบมาเปลี่ยนได้ครับแล้วถ้ายิ่งได้เลือกตั้งมากกว่า 80% ไม่มีใครเปลี่ยนได้ครับคุณคุณคอมมิได้มั้ยครับณวันนี้เรามีปรึกษาหารือทั้งสื่อทั้งพรรคการเมืองภาคประชาชนเอกชน SME ต่างๆเนี่ยเอาเอาเรื่องนี้เรื่องเดียวก่อนได้มั้ย anti corruption ให้เกิดจริงๆแล้วปฏิวัติภาครัฐด้วยไม่ใช่ว่าเฉพาะรัฐมนตรีที่เา้าโกงกินนะภาครัฐเยอะมาก

>> ค่ะ

>> เยอะมากๆเพราะฉะนั้นขอเรื่องเดียวเรื่องนี้ให้เป็น success case ขึ้นมาเลยแล้วผมว่าทุกคนโอเคหมดเรื่องนี้ได้มั้ยครับ commitment แล้วสื่อด้วยคุณเคนเป็นตัวหลักหรือใครเป็นตัวหลักก็ได้มาเซ็นร่วมกันหมดเลยทั้งหมดเลยได้มั้ยครับแล้วดูว่าใครจะต้านให้ได้ล่ะครับขอบคุณครับ

>> คำตอบน่าจะได้หมดนะคะเอ่อนขอโยนเวทีไปที่ภาคประชาชนเพราะว่าเค้ากระซิบว่าเราต้อง wrap up แล้วนะฮะ

>> ค่ะพอดีอ่าเรามีพี่น้องนะฮะที่อ่าตอนนี้ที่เจอสถานการณ์แล้วก็อยู่ในสถานการณ์ที่เดือดร้อนมากนะฮะที่อ่าที่เราโดนอยู่ชายแดนนะฮะทีนี้เราอยากจะถามว่าถ้าทั้ง 3 พรรคเนี่ยท่านได้เป็นรัฐบาลนะฮะท่านเราได้ยินว่าท่านบอกว่าท่านจะพัฒนาทุนมนุษย์คำนี้รู้สึกว่ามันเอ่อเราเราอยากรู้ว่าไอ้การพัฒนาทุนมนุษย์ของคุณเนี่ยเอ่อมันจะพัฒนาเอ่อคนที่กำลังหลบเอ่อหลบแล้วก็กำลังหนีสถานการณ์อย่างนั้นน่ะเป็นล้านๆ 2 ล้านเนี่ยคุณจะพัฒนาทุนมนุษย์เอ่อพวกกลุ่มเปราะบางอย่างเราอย่างไรให้เป็นรั้วเศรษฐกิจนะคะให้เป็นรั้วเศรษฐกิจให้ได้ เอ่อ และจะใช้เวลานานเท่าไหร่เพราะว่าตอนนี้นะพี่น้องพวกเราเนี่ยลำบากมากนะฮะเอ่อเราเราคิดว่าถ้าคุณเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้วคุณจะใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะจัดการเรื่องเหล่านี้นะฮะจัดการเรื่องเหล่านี้ให้พี่น้องเราที่ลำบากเนี่ยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นขอบคุณค่ะ

>> ค่ะขออีก 1 คำถามนะคะเพื่อที่จะให้ทั้ง 3 ท่านตอบแล้วก็เราจะปิดเวทีนะถ้าเกิดทางฝั่งของบก.ไม่น่าจะมีประเด็นอะไรค้างคา กันแล้วเนาะโอเคค่ะเชิญค่ะ

>> ครับผมอ่าผมอยากจะฝากคำถามกับ 2 ท่านที่เคยเป็นรัฐบาลกับอีก 1 ท่านที่กำลังจะเป็นรัฐบาล อ่าเรื่องไอ้

>> เป็นด้วยกันได้นะคะ

>> 40,000 ล้านนะครับ

>> ครับผมเอ่อ พอพูดประกันสังคมแล้วก็แหมดับเลยนะครับ เอ่อ ไอ้ประกันสังคมอ่ะฮะรัฐเราเป็นหนี้กองทุนอยู่ 40,000 ล้านนะครับ

>> อ่า ณตัวเนี้ยก็เคยมี 1 ท่านนะฮะที่รัฐบาลเคยใช้หนี้เขาแล้วก็ใช้หนี้แบบมีเงื่อนไข แล้วถ้าเอ่อได้เป็นรัฐบาลเนี่ยคิดว่าจะเอาเงิน 40,000 ล้านเนี่ยจะใช้หนี้มั้ยฮะ หรือว่าเราเคยแต่อ่อเอามาแจกเราไม่เคยเอาไปจ่ายเค้าอ่ะ แล้วเอ่อถ้าเกิดได้ตัวเนี้ยที่จะใช้หนี้เนี่ยให้ผู้ประกันตนเค้าเอาไปกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายเป็นกองทุนเค้า่ะฮะมันก็คือเงินเค้านั่นแหละถ้าเราไปให้เค้ากู้มันก็เรือล้มในหนองทองมันไม่ไปไหนฮะเราก็ได้ใช้หนี้เขาเราก็ไม่ต้องไปตั้งงบใหม่มันก็เป็น 40,000 ล้านที่จะหมุนเวียนในระบบอ่ะฮะ

>> ค่ะ

>> แล้วก็อยากจะฝากอย่างนึงฮะผมอยากให้ 2 ท่านเนี่ยทำงานร่วมกันนะฮะแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาลร่วมกันนะคือเอ่อของพี่เผ่าภูมิเนี่ยสุราก้าวหน้าดีฮะชุมชนเศรษฐกิจชุมชนดีของพี่ไหมเนี่ยเอ่อสุราก้าวหน้า

>> ค่ะ

>> ดีทั้งคู่ฮะก็เป็นสุราก้าวหน้าไปเลยฮะอ่าฝากไว้แค่เนี้ยครับผม

>> ค่ะเดี๋ยวจะรวบให้ตอบทีเดียวนะเพื่อปิดท้ายคนละ 1 หรือ 2 นาทีมีคำถามสุดท้าย

>> ขออนุญาตถามสั้นๆค่ะถามในหลักการว่าถ้าเกิดว่าดูแล้วหลังการเลือกตั้งครั้งเนี้ยน่าจะออกมาเป็นลักษณะของรัฐบาลผสมหลังจากที่คุณผสมแล้วไม่ว่าจะผสมเป็นสูตรยังไงก็ตามแต่หลักการที่พรรคของคุณจะทำในการจัดคนลงที่เป็นรัฐมนตรีและทำงานร่วมกันคุณมีหลักการยังไงให้ประชาชนเชื่อมั่นแล้วจะทำให้เกิดการทำงานแบบแยกส่วนกันระหว่างแต่ละพรรคการเมืองแบบที่เคยผ่านมา ค่ะขอบคุณค่ะ

>> ขออนุญาตให้ทั้ง 3 ท่านตอบคนละ 1-2 นาที แล้วเราจะได้ปิดเวทีตรงนี้ค่ะเชิญค่ะ

>> ครับเรื่องของการคอร์รัปชันข้อเสนอของ กกร.แล้วก็ไอ้เรื่อง agenda ของประเทศเรื่องการเรื่องชุสิตคอร์รัปชันทางเราเห็นด้วย 100% ครับในการที่ทำให้ประเทศนี้ขจัดจากเรื่องคอร์รัปชันะครับตอบปัญหาเรื่องชายแดนนะครับเรื่องชายแดนมีอยู่ 2-3 หลักนะครับในใน 1 คือเรื่องของเราต้องยึดในหลัก อ่า สิทธิสิทธิมนุษยชนหลัก อ่า สากลนะครับและต่อไปจากนั้นสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นนั่นคือเรื่องของอธิปไตยนะครับโดยใช้หลักทวิภาคีนะครับและมากไปกว่านั้นนั่นคือเรื่องของการดูแลผู้ที่เดือดร้อนนะครับพวกที่ อ่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามชายแดนนะครับและรวมถึงเรื่องของการ อ่า เด็ดขาดนะครับในส่วนของเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์นะฮะของพรรคเพื่อไทยมีหลายๆโครงการที่จะเข้าไปพัฒนาทุนมนุษย์โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยนะครับเรามีเรื่องของคนไทยไร้จนที่เข้าไปช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนที่มี อ่า รายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนนะครับต่อเรื่องของประกันสังคมนะครับประกันสังคมทำพรรคเพื่อไทยเสนอ 3 คืนนะครับ 1 คือคืนสิทธิ์นะครับในเรื่องของการเลือก 1 เลือก 7 นะครับและเรายังเสนอเพิ่มเติมไปที่ว่าตัวปลัดกระทรวงแรงงานเนี่ยจะไม่ใช่ตำแหน่งของประธานของบอร์ด 21 คนโดยอัตโนมัติจะต้องมีการเลือกกันนะครับนั่นคือในหมวดของคืนสิทธิ์คืนศักยภาพครับเราเสนอให้ตัวประกันสังคมเนี่ย อ่า มีลักษณะเหมือน กปข.นะครับเป็นการบริหารจัดการโดยที่ อ่า ใช้มืออาชีพเข้าไปนะครับรวมถึงมี KPI แล้วก็การเปิดการใช้งบ 10% ให้กับพี่น้องประชาชนการลงทุนอะไรต่างๆต้องเปิดให้กับพี่น้องประชาชนเห็นหมดนะครับและในส่วนสุดท้ายคืนสวัสดิการนะครับนั่นหมายถึงว่าการคืนสวัสดิการรักการรักษาพยาบาลของพี่น้องผู้ประกันตนเนี่ยให้ได้มีสิทธิ์ทัดเทียมกับเรื่องของ 30 บาทนะครับในส่วนของการเลือก รัฐมนตรีนะครับและการการบริหารราชการแผ่นดินการเลือกรัฐมนตรี 1 แน่นอนครับต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตนะครับ 2 คือต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ 3 ต้องยึดโยงกับพี่น้องประชาชนและ 4 ต้องสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมแล้วก็บริหาร agenda ของรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกันได้ครับ

>> ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะคุณไหมค่ะเชิญค่ะ

>> ค่ะ เอ่อสำหรับเรื่องคอร์รัปชันไม่ต้องไม่ไม่ต้องมีความเห็นต่างนะคะเราเห็นตรงกันอยู่แล้วนะคะเรื่องฟื้นฟูชายแดนค่ะเข้าใจเลยนะคะว่าพี่น้องประชาชนที่ต้องอพยพนะคะพัฒนาที่นาคะที่อยู่นะคะแล้วก็ไปอยู่ที่อื่นเนี่ยมีเอ่อปัญหาแล้วก็มีความเจ็บปวดมากมายนะแล้วก็เอ่อวัวควายต่างๆเนี่ยที่เลี้ยงไว้เนี่ยโหเจอระเบิดเข้าไปเนี่ยก็วิ่งหนีกันหมดเหมือนกันนะรวมไปถึงเด็กๆนะคะที่ต้องอพยพไปพร้อมๆกันเนี่ยแล้วก็ไม่ได้เรียนหนังสือเนาะหลายๆรอบมันมาหลายๆละรอกแล้วแล้วก็ตอนนี้เนี่ยก็น่าจะต้องขาดเรียนไปรวมๆกันเนี่ยก็เป็นเดือนแล้วอันนี้ก็ต้องมีการฟื้นฟูเพื่อให้เขาสามารถที่จะกลับมาเรียนได้ต่อเนื่องแล้วก็เอ่อจบได้ตามกำหนดนะคะแล้วก็ไม่ให้มากระทบกับ เอ่อ การศึกษาของลูกหลานเราที่อยู่ที่ชายแดนแล้วก็การเยียวยาในพื้นที่เนี่ยดิฉันคิดว่าต้องได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามที่ความเสียหายที่มันเกิดขึ้นด้วยไม่ใช่แค่ เอ่อ ในส่วนที่ต้องอพยพอย่างเดียวแต่ว่าความเสียหายของบ้านเรือนอะไรก็ต้องมีการเอ่อเยียวยาด้วยเช่นเดียวกันนะคะในเรื่องของประกันสังคมค่ะอันเนี้ยโอ้โหโดนใจมากๆนะคะไม่ใช่ 40,000 ค่ะที่รัฐค้างเงินสมทบนะคะตอนนี้ยอดอยู่ราวๆ 60,000 ล้านบาทนะ คะเวลาเราที่เป็นผู้ผู้ประกันตนเนี่ยขาดเงินสมทบไม่จ่ายเนี่ยโดนทั้งค่าปรับโดนทั้งเงินเพิ่มนะคะแต่ว่ารัฐเนี่ยค้างจ่ายมาเป็น 10 ปีนะคะรวมกัน 60,000 กว่าล้านเนี่ยไม่มีค่าปรับไม่มีเงินเพิ่มแล้วไม่ไม่มีดอกเบี้ยให้ด้วยผลตอบแทนที่หายไปจากเงิน 70,000 ล้าน 60,000 ล้านเนี่ยที่ไม่ไม่ได้เอาไปใส่กองทุนแล้วมันให้มันงอกเงยตามผลตอบแทนเนี่ยรัฐไม่เคยจ่ายคืนสักบาทนะคะเขาโกหกดิฉันมาประมาณ 7 ปีที่บอกว่าจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ยนะคะดังนั้นเนี่ยดิฉันทวงคืนให้ตลอดตั้งแต่ปี 2563 ดิฉันเป็นกรรมาธิการงบปีแรกนะคะตัดงบคืนไปให้ 10,000 ล้านค่ะแต่ว่าปีล่าสุดเนี่ยได้แค่ 500 ล้านแต่ว่าเป็นสิ่งที่ดิฉันเรียก ร้องทุกปีว่าเราจะต้องสมทบให้กับกองทุนประกันสังคมในส่วนสุดท้ายเรื่องสินเชื่อนะคะดิฉันคิดว่าอันเนี้เป็นอำนาจของบอร์ดประกันสังคมซึ่งไม่ได้เลือกตั้งรอบนี้นะคะเดี๋ยวรอกุมภาพันธ์เอ่อไปปลายกุมภาพันธ์ก็จะมีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเหมือนกันแล้วเดี๋ยวเรารอดูนโยบายของแต่ละคนที่เขามารณรงค์กันนะคะที่สำคัญต้องแก้ระเบียบก่อนค่ะว่า 1 สิทธิ์เลือกได้ 7 คนค่ะขอบคุณค่ะขอบพระคุณมากค่ะเชิญค่ะดาตอบสุดๆเลยค่ะคือเรื่องของประกันสังคมสิ่งเนี้ยอ้อเห็นด้วยต้องขอบคุณเอ่อพรรคประชาชนนะคะที่ต่อสู้เรื่องนี้มาตลอดสิ่งที่เราควรจะต้องเห็นด้วยในเรื่องของต้องมีความเป็นมืออาชีพแล้วก็มีความโปร่งใสวันเนี้ยถ้าพูดถึงกองเงินกองทุนของพวกเราเนี่ยที่ว่าที่ว่าผ่านมาเนี่ยไม่ว่าจะเป็นรีเทิร์นที่เขาจัดการได้เนี่ยมันช่างน่าหดหู่เสียเหลือเกินเพราะฉะนั้นความเป็นมืออาชีพความโปร่งใสจะเป็นเรื่องที่สำคัญนะคะเรื่องของทุนมนุษย์นะคะเรื่องของที่เอ่อชายแดนเอ่อเช่นเดียวกันค่ะคิดว่าเวลาเราพูดถึงทุนมนุษย์เนี่ยอ้อยความสำคัญตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงในอายุวัยเกษียณเพราะฉะนั้นในช่วงเวลาต่างๆเนี่ยเราจะต้องมีการเข้าไปช่วยในกลุ่มที่เปราะบางแล้วต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่มันก็จะแตกต่างกันอย่างในกรณีเนี้ยคิดว่าคนที่จะเข้ามาช่วยไม่ใช่เพียงแค่เอ่อกระทรวงศึกษาหรือเด็กที่เรียนเท่านั้นแต่หมายถึงมหาดไทยพม.ที่จะมาดูแลทั้งสภาพสุขภาพกายแล้วก็สุขภาพจิตแล้วก็ความเป็นอยู่ที่ดีด้วยไปพร้อมๆกันนะคะสุดท้ายเอ่อพูดถึงเอ่อครม.เอ่อสิ่งนึงถ้าเกิดเราตกลงกันได้ว่าเรามี KPI ตัวชี้วัดความเจริญของประเทศถัดลงมาก็คือว่าแล้วใครที่จะเป็นคนทำสิ่งนั้นให้มันเกิดเช่นเดียวกันค่ะอก็อยากจะเชิญชวนว่าเวลาเลือกคนมาดูกระทรวงนะเนี่ยขอร้องเถอะอย่าแบ่งเกรดกระทรวงมันทำร้ายจิตใจคนมากเลยกับประชาชนอย่างเราขอร้องเถอะเวลาเลือกมนตรีมาเนี่ยไม่ใช่เอาบ้านไหนบ้านใหญ่ตามโควต้ามันหมดยุคสมัยแล้วเราควรเลือกคนที่มีความสามารถมีประสบการณ์ตรงซึ่งวันเนี้ยไททานิคมันจะจมอยู่แล้วแล้วยังต้องมาต้องมาเรียนรู้งานอีกเพราะว่าเวลานี้มันไม่ใช่อยากจะเรียกร้องไม่ว่าใครจะได้เป็นคณะรัฐมนตรีก็ตามหรือว่ารัฐบาลก่อนที่ก่อตั้งกันมาก็ตามเลือกคนที่ใช่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์มีฝีมือที่รู้เรื่องจริงและมีความตั้งใจจริงกับประเทศเอาขอ 3 อย่างนี้ค่ะ

>> ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะมาถึงช่วงสุดท้ายของเวทีดีเบตตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการกู้ไททานิคเศรษฐกิจไทยนะคะขอเสียงปรบมือให้กับตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคที่อยู่กับเราตั้งแต่ 1700 น.จนถึง 20:30 น.นะคะดร.การดีคุณไหสิริกัญญาและคุณเ่าภูมินะคะแล้วก็ขอเสียงปรบมือให้กับบรรณาธิการ 8 ท่านของเราที่อยู่บนเวทีนะคะทุกๆท่านพี่นาเรียกชื่อไม่หมดนะฮะวันนี้ขอบพระคุณจริงๆแต่ว่ายังมีอีกนิดนึงนะคะก่อนดร.ก็อ้อไปเพราะว่าเดี๋ยวเรามีพิธีกรรมนิดนึงเพราะว่าประชาชนเนี่ยคือคุณนาฏยาเนี่ยจัดเวทีไปที่สภาแล้วก็ไปรวบรวมเอาความเห็นต่างๆมามากมายแล้วก็จัดทำในรูปของวาระนโยบายจากภาคประชาชนเพราะว่าประชาชนมาที่เนี่ยเป็นตัวแทนแต่ว่าเรามีกี่ล้านนะ 70 ล้านใช่มั้ฮะเราเรารวมอยู่ในนี้แล้วจะฝากกันบ้านเอ่อสำหรับพรรคการเมืองไป

>> จัดฟอรมกันีฟอรัมกัน 12 วัน 12 คืน 12 เวทีนะคะเอ่อพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคเนี่ยไปร่วมในวันตลาดนัดนโยบายด้วยซื้อนโยบายกันสนุกสนานเลยคนเหล่านี้ล่ะค่ะหลังจากวันนั้นนะคะก็รีบไปปั่นออกมาเป็นเล่มนี้ค่ะดร.อ้อคะแล้วก็ทั้ง 2 พรรคนะคะจะส่งมอบแล้ววันนี้

>> ใช่ค่ะดร.กฤษฎาบุญชัยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาจะเป็นตัวแทนมอบนโยบายที่มาจากภาคประชาชนให้กับทุกพรรคการเมืองค่ะเชิญเลยค่ะ

>> ก่อนจะมอบอยากจะกล่าวถึงมันมาได้ยังไงนะ ครับคือวาระนโยบายภาคประชาชนหรือเป็น policy watch connect เนี่ยเรามีเวทีตั้ง 12 เวทีจริงเราไม่ใช่เพิ่งจัดแล้วได้เวทีนะครับได้ความได้สังเคราะห์ออกมามันเกิดจากการเลือดเนื้อชีวิตบทเรียนของประชาชนต่างๆเรากลั่นจากปัญหาที่เราเผชิญความเดือดร้อนที่เรามีออกมาเป็นอะไรครับมองรากของปัญหาอยู่ตรงไหนจากรากปัญหาเราแปลงสิ่งเหล่านั้นเป็นอะไรครับแปลงเป็นสิทธิของประชาชนไงว่าประชาชนจะมีสิทธิ์อยู่ตรงไหนได้บ้างแล้วเปลี่ยนสิทธิเหล่านั้นไปเป็นสิ่งที่เราจะขับเคลื่อนหรือเป็นตัวนโยบายนั่นนี่คือนโยบายสาธารณะที่เราสร้างขึ้นงั้นในทุกบรรทัดไม่ได้มีแต่ตัวหนังสือมันมีความหมายซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดมันมีชีวิตจิตใจมีความหวังของพวกเขาอยู่ในนั้นนะครับงั้นจุดที่เป็นบทสรุปร่วมกันก็คือเราอยากเห็นนโยบายทั้งหมดแล้วเราจะขับเคลื่อนทั้งหมดจากฐานของสิทธิและความเป็นธรรมเรามีนโยบายมากมายที่ขึ้นต้นด้วยความมั่นคงสุดท้ายเราฤทธิรอนเสรีภาพเรามีนโยบายมากมายที่ต้นด้วยการแข่งขันแต่สุดท้ายเราไม่เกิดความเป็นธรรมใช่มั้ครับแต่เราเชื่อว่าสิทธิและความเป็นธรรมมันจะทำให้ความมั่นคงและเศรษฐกิจแข็งแรงได้เนี่ยแหละครับนี่คือรากที่เรามาแล้วลึงอยากจะประมวลข้อเสนอ นี้มอบให้กับทุกท่านไม่ได้เพียงเพื่อเราจะคอยเฝ้าดูแต่เราจะทำแล้วขับเคลื่อนแล้วหวังว่าจะมีพลังที่กลไกมาทำร่วมกันขอบคุณครับ

>> เชิญกลางเวทีขอขอเชิญทุกท่านลุกขึ้นยืนเป็นสักขีพยานนิดนึงนะคะเรียนเชิญค่ะ

>> ขอบพระคุณมากนะคะ

>> ขอบคุณครับ

>> เข้ารออ่านเลย ขอบพระคุณค่ะดร.อ้อ ขอบพระคุณคุณเผ่าภูมินะคะจากพรรคเพื่อไทย

>> ขอบคุณนะครับ

>> แล้วก็คุณไมศิริกัญญาตันสกุลจากพรรคประชา ชนนะฮะ 2 ชม. 30 นาทีเต็มๆที่เราอยู่บนเวทีดีเบตแล้วก็เรียนอีกครั้งนะคะแม้ว่าเราจะมีเวทีดีเบตมากมายถึง 6070 เวทีแต่ว่านี่เป็นครั้งแรกค่ะที่เรามีพันธมิตรสื่อเข้ามา รวมตัวกันนะฮะแล้วก็ตั้งคำถามกับพรรคการเมืองและการรวมตัวของเราถึงแม้เราจะเป็นคู่แข่งกันนะฮะในการหาข่าวในการแย่งชิงเรติ้งแต่ว่าเรามีจุดร่วมกันก็คือการทำเพื่อสังคมแล้วก็บ้านเมืองโดยเฉพาะในยามที่เราต้องหลุดจากวิกฤตนะคะเพราะฉะนั้น งั้นวันนี้ขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ย้ำนะคะว่าความเอ่อสัมพันธ์และพันธมิตรของการรวมตัวกันของสื่อจะไม่หยุดแค่วันนี้เราจะมีการจับมือกับสื่ออีก 30 สำนัก นะฮะในวันที่นับคะแนนเลือกตั้งด้วยวันนี้เราต้องทำงานช่วยกันนะฮช่วยกกต.เพื่อให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสให้มากที่สุดเจอกันที่ครูหาเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์วันนี้ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ สวัสดีค่ะ จะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงครับ

>> ประชาธิปัตย์กำหนดเส้น