📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ แจงปม “สีดอหูพับ” ยันใช้ยาซึมตามมาตรฐาน

เรื่องเล่าเช้านี้10:02

Transcription

เป็นขนาดยาปกติ >> ที่ใช้วางยาซึมช้างป่าค่ะ >> ส่วนผลการเสียชีวิต >> เกิดจากการสำลักอาหารที่เป็นภาวะแทรกซ้อน อันไม่อาจคาดการหรือควบคุมได้บอกเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือตามแผนฉุกเฉิน >> ไม่ได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเรือนเลิศ แต่อย่างใดซึ่งยังสะเทือนใจไม่หายทีเดียว

เมื่อวานนี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจะแถลงถึงกรณีการล้ม หรือเสียชีวิตของช้างป่าสีดอหูพับ โดยยืนยันนะครับว่าดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนไม่ได้ผิดกฎเกณฑ์และมาตรฐานทางวิชาการ เมื่อวานนี้นะครับกองอุทยานันชี้แจงผลสอบสาเหตุช้างสีดอหูพับล้ม >> อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจากการควบคุมตัว และจะเคลื่อนย้ายจากอุทยานแห่งชาติภูเวียงขอนแก่นเพื่อจะนำไปปรับพฤติกรรมในโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวงอันเนื่องมาจากพัชรดริที่เขตสาวพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงจังหวัดเลยอันนึมาจากคำสั่งของศาลปกครองที่มีชาวบ้านไปร้องว่าศรีดาอ่าสีดอหูพับเนี่ยมันทำลายพืชผลทางการเกษตร รวมถึงทำร้ายมนุษย์เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 2 คน

เมื่อวานนี้การแถลงโดยรออธิบดีคุณวีระขุนชัยรักษ์ ไล่เรียนไปกระทั่งถึงประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อที่จริงของกรมอุทยานที่ตั้งขึ้น ท่านรองอธิบดีวีระระบุว่าเป็นการแต่งตั้งคำสั่งผู้สมวุฒิด้านการแก้ปัญหาช้างป่าของกรมอุทยานเพื่อให้ความเห็นด้วยมีการแต่งตั้งบุคคลภายนอก >> ที่เป็นศตวแพทย์จากหลายหน่วยงานนะคะทั้งภาครัฐเอกชนและมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติอื >> โดยเป็นผู้ที่มีความรู้มีทักษะมีประสบการณ์จริงด้านสุขภาพและการวางยาสลบช้างและสัตว์ป่า >> อ >> ให้มาร่วมตรวจสอบรายละเอียดพยานหลักฐานและขั้นตอนทั้งหมดค่ะ >> ตัวของคุณธานีวง์นาค้าประธานกรรมการตรวจสอบค่าที่จริงระบุว่าคณะกรรมการร่วมพยานเอกสาร 117 ชุดบันทึกปากคำพยานที่เกี่ยวข้องบุคคลเนี่ย 20 รายสรุปออกมาเป็น 3 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 เหตุผลและความจำเป็นในการปฏิบัติงานตามคำสั่งศาลปกครองขอนแก่นซึ่งมีคำสั่งมาตรการคุ้มครองบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้เคลื่อนย้ายช้างป่า 4 ตัวรวมถึงเจ้าสีดอหูพับออกจากพื้นที่เกษตรกรรมภายใน 30 วันเนื่องจากสร้างความเสียหายกับทรัพย์สินและเป็นอันตรายต่อชีวิตประชาชนแม้วุทยานันจะยุ่งอุทธรณ์คำสั่งศาลเพื่อขอระงับการบังคับจนกว่าจะแนวทางที่เหมาะสมแต่การยึดอุธร >> ไม่เป็นเหตุให้ทุเราค่ะ >> ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการเคลื่อนย้ายสีหูพับ >> ก็อาจจะถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่แล้วก็ จะมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล

ข้อที่ 2 ความถูกต้องของกระบวนการและระเบียบกฎหมายคณะกรรมการตรวจสอบคัที่จริงพิจารณาแล้วเห็นว่าการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ >> มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนและสัตว์ป่า >> ไม่ใช่การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและประเด็นสำคัญคือประเด็นที่ 3 >> ข้อเท็จจริงด้านเทคนิควิชาการการใช้ยาและสาเหตุเสียชีวิต >> อ >> ข้อนี้เนี่ยจากการตรวจสอบขั้นตอนการวางยาสึมและเคลื่อนย้ายสรุปว่าทีมศตวแพทย์ประเมินน้ำหนักช้างจากระยะไกลเอาไว้ที่ 2.3-2.5 5 ตัน >> ก็คือ 2,300 ก 2,500 ก >> ผลชันสูตรจริงคือ 2.8 ตัน >> มากกว่าที่คะเนด้วยสเอ่อคะเน >> จากระยะไกล >> เอ่อคือ 2.8 8 ตัน >> ค่ะ >> ประเมินอายุไว้ที่ 15-20 ปีซึ่งก็ยืนยันว่าสอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพนอกจากที่ใบหูและรอยเท้าแล้วยังพบอาการตกมันเมื่อเดือนกันยายนปี 68 ซึ่งพบได้ช้างเพศผู้หมายถึงอาการตกมันเนี่ย >> อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป >> จึงสอดคล้องกับผลงานวิจัยวิชาการที่ใช้ อ้างเอง >> เพราะมันมีข้อหาก่อนหน้านี้ว่าสีดอหูพับโดยอายุของมันมันยังเด็กนัจยักักประมาณสัก 11 ปี >> ค่ะ >> ไม่ใช่ 15 หรือ 20 ปี

ข้อต่อมามีการแจกแจงว่าทีมสัตวแพทย์ใช้ยาซึมที่ชื่อว่าไซลาซีนรวม 5 ครั้งปริมาณรวมเนี่ย 27 มลต. 27 มลต. ตลอดเวลาปฏิบัติงาน 4 ชม. 36 น. เพื่อรักษาระดับการซึมตามการตอบสนองผลการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงทีมสรแพทย์ยืนยันว่าเป็นไปตามหลักวิชาการและไม่เกินกว่าขนาดยาปกติ >> ในการจัดการช้างป่าค่ะ >> คือมันมีข้อจำกัดในช้างป่าธรรมชาติ กวุทยานชี้แจงว่า >> ไม่สามารถจะไปควบคุมการงดน้ำและอาหารได้ >> อื >> ประกอบกับเป็นไร่อ้อยและมันสัมปหลังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ >> แล้วก็มีการไล่เรียงทำรายการเคลื่อนเคลื่อนย้ายว่ามีการใช้ยาซึมทั้งหมดเนี่ย 5 ครั้ง >> ก่อนที่ช้างจะทรุดตัวลงบนรถ >> จึงให้ยาแก้ฤทธิ์ยาซึมแต่ช้างสีดอหูพับยังมีอาการทรุดลงเรื่อยๆ >> แล้วก็มีเศษอ้อยที่ช้างกินเข้าไปออกมาจากช่องปาก >> เจ้าหน้าที่ได้ล้วงเอาเศษอ้อยออกเพื่อเคลียร์ทางเดินหายใจ >> แล้วก็เอารถเคนเข้าช่วยเหลือและให้ยาแก้ไขภาวะช็อกกระตุ้นการทำงานของหัวใจ >> จนกระทั่ง 236 น.ไม่พบสัญญาณชีพ >> อืม

ส่วนผลการผ่าซากพบเศษอาหาร >> เป็นเศษ >> เศษหญ้า >> ในช่องปาก >> ค่ะ >> กล้ามเนื้อหัวใจขยายตัวแล้วก็ยังพบอ้อยกับมันสับปะหลังในทางเดินอาหารจำนวนมากสันนิษฐานเบื้องต้นเกิดจากทางเดินหายใจล้มเหลวเนื่องจากสำลักอาหารมีภาวะช็อกและหัวใจล้มเหลวคณะกรรมการสรุปว่าปริมมันยาซึมในระดับ 0.3- 0.5 5 มลกรัต่อกิลกรัช้างเป็นขนาดยาปกติ >> ที่ใช้วางยาซึมช้างป่าค่ะ >> ส่วนผลการเสียชีวิต >> เกิดจากการสำลักอาหารที่เป็นภาวะแทรกซ้อนอันไม่อาจคาดการณ์หรือควบคุมได้บอกเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือตามแผนฉุกเฉิน >> ไม่ได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเรือนเลิศแต่อย่างใดยืนยันว่าปฏิบัติตามหลักวิชาชีพสัตวแพทย์ในการช่วยเหลือแล้วไม่ว่าจะเป็นกรณีของการแก้ไขและรักษาอาการสำลักอาหารของช้างป่าผลที่ว่านี้กรมบุทยานจะเอาไปศึกษาเชิงลึกอย่างละเอียดเพื่อพัฒนาระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าขนาดใหญ่ให้มีความปลอดภัยสูงสุดและจะต้องแรงงานเจริงๆต่อศาลปกครองด้วย

แพทย์ได้วินิจฉัยเบื้องต้นถึงสาเหตุการตายว่าเกิดจากทางเดินหายใจล้มเหลวเนื่องจากการสำรักอาหารที่มีการอุตันของหลอดลมร่วมกับภาวะชกและภาวะหัวใจล้มเหลวจากการที่กรรมการได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้สืบสวนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตามหน้าที่และไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ผู้ใดปล่อยป่าแล้วเลยทั้งได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วนการเสียชีวิตของช้างป่าสีดอพบนั้นเห็นว่าเกิดจากการสำรักอาหารเป็นภาวะแทรกซ้อนซึ่งเป็นเหตุที่ไม่อาจคาดการหรือควบคุมได้โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือเหลือตามแผนฉุกเฉินไว้แล้วมิได้เกิดจากความจงใจหรือประมาทระของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

ขณะที่ศรวแพทย์หญิงกิรณานรเดชานนท์ศรวแพทย์ของกปุทยานชี้แจงว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามหลักเวชิบัติอิงหลักฐานซึ่งเป็นการใช้ประสบการณ์ร่วมกับงานวิจัยเอาไปประยุกต์ใช้สถิติที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุพืชใช้วิธีการนี้มาแล้วถึง 36 ครั้ง >> ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ค่ะ >> ซึ่งการวางยาจะสำเร็จหรือไม่เนี่มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสัแพทย์หญิงจีรณาชี้แจงว่ากรณีสีดอหูพับสรุปสาเหตุการไตว่าทางเดินหายใจล้มเหลวจากการสำรักอาหารซึ่งมันมาจากหลายปัจจัยรวมกัน

ปัจจัยที่ 1 การกินอาหารก่อนการวางยาเนื่องจากช้างอยู่นอกพื้นที่ป่าและมีแหล่งอาหารมันกินปัจจัยข้อที่ 2 >> พบอาหารบริเวณช่องป่าค่ะ >> และใครย่อนอาหารจากหลอดอาหารออกมาบริเวณคอหอย >> ทำให้หายใจไม่สะดวกได้ >> ปัจจัยที่ 3 >> ช้างอยู่บริเวณที่มีไร่อ้อยทำให้กินอาหารที่มีน้ำตาลสูงค่ะ >> และผลการตรวจเลือดก็พบค่าน้ำตาลสูงกว่าปกติ >> ซึ่งภาวะกลูโคสในกระแสเลือดสูงเนี่ยอาจจะทำให้การหมุนเวียนโลหิตล้มเหลว

ปัจจัยที่ 4 >> พบมันสำปหลังในกระเพาะอาหารจำนวนมาก >> ซึ่งอาหารกลุ่มแป้งเนี่ย >> ทำให้เกิดก๊าซในช่องท้องเกิดภาวะอืดอ่ะซึ่ง >> เป็นปัจจัยเสริมที่บทบังการหายใจได้ >> คือท้องอื่น >> ค่ะ >> อาจจะเป็นปัจจัยเสริมที่บทบังการหายใจคุณหมอกิรณายังบอกว่าข้อมูลจากนักวิชาการพบว่าโหรวดกระเพาะอาหารของช้างเนี่ยแน่นมาก >> มีโอกาสที่จะไปเบียดในช่องอก >> ส่งผลให้ความสามารถในการหายใจลดลงอ่า 5 สิ่งเร้าที่ว่านี้กระตุ้นให้ช้างตื่นจนส่งผลที่ต้องใช้ยาเกินจำเป็น >> เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ >> อ่านอกจากอาจจะมีเป็นเป็นปัญหาสุขภาพภายในเพราะจากคันสูตชันสูตรพบว่า >> มีไขมันพอกอยู่ตามอวัยวะภายในต่างๆของช้างค่ะ >> ไขมันพอกด้วยอ่ะนี่เป็นการแถลงของกรมอุทยานที่เหลือนอกจากนั้นติดตามดูกันต่อไป